WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 31, 2009

ขุนเขาไม่อาจขวางสายธารเที่ยงธรรมได้ ชุมนุมใหญ่เย็นนี้ทะลุ5ล้านชื่อ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 กรกฎาคม 2552




ขุนเขาอุปสรรคฝ่ายมารอำมาตย์-ทาสช่วงใช้เผด็จการไม่อาจขวางสายธารเที่ยงธรรมได้ ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมมุ่งสู่สนามหลวงร่วมชุมนุมใหญ่เย็นนี้ ยืนยันไม่มีอะไรขัดขวางการชุมนุมของเสื้อแดงเพื่อรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ ล่าสุดทะลุ5ล้านรายชื่อแล้ว พร้อมประกาศให้วันที่3สิงหาคมนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นวัน"ดำทั้งแผ่นดิน"เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดเกิด"ดวงตาเห็นดำ"ว่าประชาชนไทยทุกข์ยากขนาดไหนภายใต้รัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอมาตยาธิปไตย


ชมการถ่ายทอดสดทาง
http://www.newskythailand.us
http://www.newskythailand.com
http://www.thaipeoplevoice.org

แม้ว่าฝ่ายอำมาตยาธิปไตยและสมุนบริวารช่วงใช้จะทำลายความเคลื่อนไหวของประชาชนทุกวิถีทางแต่ก็ต้องล้มเหลวลง ทั้งกรณีพลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ ที่ถูกสำนักราชเลขาธิการตอกหน้าว่าสภาองคมนตรีไม่ได้มีมติขัดขวางการฎีกา หรือการที่พรรคภูมิใจไทยระดมแท็กซี่ออกมาต้าน ก็ถูกนักข่าวฝรั่งแฉว่ามีการว่าจ้างอย่างโฉ่งฉ่าง ส่วนนอกจากนี้อย่าง40สว.หรือสื่อทาสเผด็จการ ผู้ก่อการร้ายพันธมารถือเป็นละครหน้าเดิมที่ไร้ราคา

การจัดตั้งเวทีใหญ่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ด้านฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ส่วนประชาชนเสื้อแดงทั่วประเทศทยอยมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ส่วนคนในกรุงเทพฯต่างเตรียมตัวไปร่วมการชุมนุมอย่างคึกคักหลังเลิกงาน โดยได้เตรียมใบฎีกาไปจำนวนมากจากการรวบรวมรายชื่อของคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน และคนในที่ทำงาน

ผู้เดินทางเข้าร่วมชุมนุมควรเตรียมร่มกันฝน หรือพลาสติกกันฝนมาด้วย เพราะฝนมักตกทุกครั้งที่เสื้อแดงชุมนุม

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานข่าวอ้างการสัมภาษณ์จตุพร พรหมพันธ์ว่า คาดจะรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า 5 ล้านรายชื่อ"เราไม่ใส่ใจต่อกระแสต้านของพวกที่มีอคติต่อความเคลื่อนไหวครั้งนี้ที่ต้องการล้มการถวายฎีกา เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ เพราะนี่เป็นความต้องการของประชาชน"

ก่อนนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงว่านอกจากการจัดการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงในวันที่ 31 กรกฎาคมเพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว นปช.ยังมีมติว่าให้ประชาชนแต่งชุดดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศในโอกาสที่รัฐบาลจะแถลงผลงานครบรอบ6เดือนในวันที่3สิงหาคมนี้ด้วย เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้ประเทศที่ต้องทนทุกข์กับรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย

"ตอนวันเกิดนายกฯทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพูดว่าหวังว่าดวงจะเห็นธรรม คราวนี้ที่จะแถลงผลงานรัฐบาลบังเอิญตรงกับวันเกิดนายอภิสิทธิ์พอดี เราก็หวังว่านายอภิสิทธิ์จะมีดวงตำ"เห็นดำ"เนื่องจากประชาชนจะแต่งดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศ"


นายณัฐวุฒิกล่าวว่าการล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาก็มี"เกมล้มฎีกา"จากกลุ่มอำมาตยาธิปไตยจากกลุ่มหน้าเดิมๆที่เป็นฝ่ายปฏิปักษ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ต้องแอบซ่อนกันอีกต่อไป ซึ่งนปช.ขอชี้แจงว่าเราทำได้ตามรัฐธรรมนูญ หากบอกว่าไม่บังควรก็ขอถามพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ว่า การนำคณะรัฐประหารเข้าเฝ้าฯกลางดึกคืนวันรัฐประหาร19กันยายนนั้น"เป็นการบังควร"หรือไม่?


นายจตุพร พรมพันธ์ แถลงว่า ไม่มีอะไรหรือใครจะขัดขวางการจัดชุมนุมของเสื้อแดงในวันที่31ก.ค.นี้ได้ ไม่ว่าองคมนตรีหรือใครจะออกมาขัดขวาง ซึ่งล่าสุดสำนักราชเลขาธิการออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าวเหมือนที่พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ออกมาให้ข่าว

นายวีระ มุสิกพงศ์ เปิดเผยว่าถึงตอนนี้มีคนลงชื่อเพื่อยื่นฎีกาเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้1ล้านรายชื่อ ก็จะได้ดำเนินการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณต่อไป

นายวีระยังได้กล่าวยกอ้างพระราชกระแสดำรัสในหลวงต่อองคมนตรีว่ามีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่พระมหากษัตริย์ จึงอยากถามพลงอ.พิจิตรที่ขัดขวางการยื่นฎีกาของประชาชน และการกล่าวร้ายต่อพ.ต.ท.ทักษิณว่าซุกเงินไว้เกาะเคย์แมน1.8หมื่นล้านบาทเป็นหน้าที่ขององคมนตรีหรือไม่ หากรู้ว่าผิดพลาดก็ควรลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีดีกว่า

สำหรับการชุมนุมใหญ่เพื่อรวบรายชื่อประชาชนมาส่งพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งจะมีเวทีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ที่จะเป็นเวลาในการปิดรับรายชื่อประชาชน และในเวลา 24.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศจำนวนรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อถวายฎีกาฯ อย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง


บทกวี ล้านรายชื่อ


1...ชื่อนี้ มอบให้ผู้จงรัก
ภักดีราษฎรโดยหนักแน่น
ชื่อนี้ กูมอบให้ผู้แทน
เปลี่ยนแผ่นดินเป็นประชานิยม

2...ชื่อนี้ ทดแทนคุณ 30 บาท
ล้างโรคภัยอาพาธอนาถขม
ผู้คนคือทรัพย์สำคัญของสังคม
ลุกจากล้มจมเจ็บป่วยด้วยบัตรทอง

3...ชื่อนี้ แทนคุณกองทุนหมู่บ้าน
หมู่ละล้าน ทำได้ดี ทำถูกต้อง
กระจายเงินพร้อมอำนาจการปกครอง
เราทดลองใช้แล้ว...เราชอบมาก

4...ชื่อนี้ ตอบแทนบ้านเอื้ออาทร
เงินผ่อนราคาถูก - คนงานหนัก
ปัจจัย 4 ที่แต่ก่อนได้โดยยาก
บ้านหลังนี้สีแดง ฉันรักจริง

5...ชื่อนี้คือ คำขอบคุณ ในทุกเรื่อง
ความก้าวหน้า รุ่งเรือง ทุกๆ สิ่ง
แม้ใครเขาก่นประนามหรือติติง
แต่ยิ่งใหญ่ อยู่ในใจราษฎร


ไม้หนึ่ง ก.กุนที - กวีราษฎร




ไฮไลต์กิจกรรมน่าสนใจวันนี้-สิงหาคม 2552
-31 ก.ค.รำลึกไทยปลดแอกIMF,ชุมนุมใหญ่สนามหลวงรวมใจรวมรายชื่อถวายฎีกา
-31ก.ค.บอร์ดฟ้าเดียวกันโฉมใหม่เชิญสมทบทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน
-1 สิงหาคม เครือข่ายคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย
-2 สิงหาคม เสื้อแดงไทยในอเมริกาพบจาตุรนต์ ฉายแสง
-2 สิงหาคม บ้านเลขที่111สัมมนา "ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ"
-3 สิงหาคม แต่งดำทั้งแผ่นดิน ไว้ทุกข์ให้ประเทศไทย เพื่อให้อภิสิทธิ์"ดวงตาเห็นดำ"
-5 สิงหาคม สัมมนา “สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
-8 สิงหาคม กลุ่ม3เกลอบ้านบัวทองจัดชุมนุมแดงนนทบุรีพบ3เกลอ+โฟนอินทักษิณ
-12 สิงหาคม น้อมรำลึกบุณคุณบรรพชนปฏิวัติ2475 วันพระยาทรงสุรเดช
-15 สิงหาคม ไลต์ออเคสตราเพลงป่า เพลงปฏิวัติ เพราะคิดถึงเพื่อน


ศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2552-รำลึกไทยปลดแอกIMF+ชุมนุมใหญ่สนามหลวงรวบรวมล้านรายชื่อถวายฎีกา


วันนี้เมื่อ6ปีที่แล้ว วันที่31กรกฎาคม 2546 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวแถลงทางทีวีพูลตอนหนึ่งว่า"ขอแสดงความยินดี และดีใจกับประชาชนคนไทย สำหรับชัยชนะที่เราได้ร่วมกันพิชิตในวันนี้ ผมขอถือโอกาสนี้ ใช้พันธกรณีที่ปลดหนี้จากไอเอ็มเอฟได้ ให้ช่วยกันชักธงชาติให้เป็นหนึ่ง วันนี้เราต้องมีกำลังใจ และประเทศไทยเราจะเข้มแข็ง ไม่มีวันที่จะกลับไปสู่ไอเอ็มเอฟอีก หากผมยังอยู่ "(อ่านรายละเอียด คลิ้ก)

31 กรกฎาคม เวทีชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง สนามหลวง ฝั่งธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ที่จะปิดรับรายชื่อ และในเวลา 24.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศจำนวนรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง

ตั้งแต่31กรกฎาคมเป็นต้นไป บอร์ดฟ้าเดียวกันเปลี่ยนโฉม ระดมทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน

กระดานสนทนาที่ไม่จำกัดเพดาน ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความเห็น ตามแนวทางเสรีประชาธิปไตยฟ้าเดียวกันwww.sameskybooks.org/boardย้ายบ้าน เปลี่ยนเป็นwww.sameskyboard.orgตั้งแต่6กรกฎาคม เป็นต้นไป โดยยังเข้าช่องทางเดิมระยะหนึ่ง

เชิญระดมความเห็นเพื่อให้กระดานสนทนาแห่งนี้สู่มิติใหม่ หลังจากแยกออกจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันอย่างเด็ดขาด และเชิญระดมทุนช่วย"คุณซาบซึ้ง"ย้ายบ้าน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น20,000บาท และค่าใช้จ่ายระยะเริ่มต้นอีกไม่น้อยกว่า50,000บาท ลืมไปได้เลยที่เขาลือกันว่ามีนายทุนใหญ่หรือใครหนุนหลัง ตอนนี้ต้องช่วยกันควักเพื่อความอยู่รอดในระยะเปลี่ยนผ่านและระยะยาว

เชิญบริจาคต่อชีวิต และช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน ผ่านบัญชี

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ชื่อบัญชี คุณอุเชนทร์ เชียงเสน
เลขที่ 905-0-03459-5

หรือ ธนาคารกสิกรไทย สาขา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ชื่อบัญชี นายอุเชนทร์ เชียงเสน เลขที่บัญชี 645-2-01403-1

การบริจาคทาง paypal ให้กับชุมชนฟ้าเดียวกัน ทำได้โดย เข้าเว็บ
http://www.sameskybooks.org แล้วคลิก ปุ่ม paypal ที่มุมขวาหน้าแรกของเว็บ



เสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 เครือข่ายคนเสื้แดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย

ชมรมคนรักทักษิณ ร่วมกับ เครือข่ายเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่าง ขอเชิญร่วมงานรวมพลคนรักประชาธิปไตย ณ สนามกีฬากลาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552

ขอเชิญคนไทยใน USA
พบกับ อดีตรองนายกรัฐมนตรี คุณจาตุรนต์ ฉายแสง

เริ่มงานเที่ยงตรง
ที่ห้องอาหารไทยแลนด์พลาซ่า
5321 Hollywood Blvd., ชั้น 2, Hollywood, CA 90027

บัตรช่วยงาน $30(รวมอาหารบุฟเฟ่ต์)

สอบถามรายละเอียดได้ที่
(323)467-6048
(323)681-3829
(562)739-5652
(818)731-1738
(818)378-1324



อาทิตย์ที่2สิงหาคม เรียนเชิญผู้สื่อข่าวและผู้สนใจเข้าร่วมสัมนา เรื่อง"ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ"

ณ.มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย (นางเลิ้ง)

ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552
เวลา 9.30-12.30 น.


วิทยากร
1. นักกฏหมาย : คุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา
2. ทนายความ : คุณธนา เบญจาธิกุล, คุณคารม พลกลาง
3. ตำรวจ : พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน
4. เศรษฐกิการคลัง : คุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์

อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เสวนา "ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"

ขอเชิญร่วมกลุ่มศึกษา แลกเปลี่ยนในหัวข้อ "ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"นำเสนอโดย โบ โฮโม

จากนั้นประชุมกิจกรรมและติดตามงาน ในวันที่ 2 สิงหาคม 2552 เวลา 11.00-14.00 น. ที่ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ องค์กรเลี้ยวซ้าย www.pcpthai.org

จันทร์ที่ 3 ส.ค.ดำทั้งแผ่นดิน ไว้ทุกข์ประเทศไทย


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงว่านอกจากการจัดการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงในวันที่ 31 กรกฎาคมเพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว นปช.ยังมีมติว่าให้ประชาชนแต่งชุดดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศในโอกาสที่รัฐบาลจะแถลงผลงานครบรอบ6เดือนในวันที่3สิงหาคมนี้ด้วย เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้ประเทศที่ต้องทนทุกข์กับรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย

"ตอนวันเกิดนายกฯทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพูดว่าหวังว่าดวงจะเห็นธรรม คราวนี้ที่จะแถลงผลงานรัฐบาลบังเอิญตรงกับวันเกิดนายอภิสิทธิ์พอดี เราก็หวังว่านายอภิสิทธิ์จะมีดวงตำ"เห็นดำ"เนื่องจากประชาชนจะแต่งดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศ"

พุธที่ 5 สิงหาคม สัมมนา “สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
นำเสนอโดย สาทร ศรีเกตุ
นิสิตป.เอก รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ประเด็น
- นายทุนสื่อมวลชนไทย ผู้แสวงหากำไรสูงสุดและอำนาจการครอบงำ
- กลยุทธการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร
- ภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นโดยสื่อโฆษณาสินค้า
- ละครน้ำเน่าการผลิตซ้ำของวัฒนธรรมไทยล้าหลัง


ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2552 เวลา 16.00-18.00 น.

ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จัดโดยองค์กรสังคมนิยม “เลี้ยวซ้าย” www.pcpthai.org

สอบถามเพิ่มเติม 085-8530329 หรืออีเมล์ turnleft2008@gmail.com


ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม สัมมนา ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020(Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)

โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมจัดกิจกรรม เวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 17.00 น. ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน

9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร

10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ“การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค”โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที

11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ “วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม”โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ

12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า" โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538


14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต" โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare

15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที

15.30 – 16.30 น. บรรยาย และ ถามตอบ“สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส”โดย ต่อพงษ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณงค์

16.30 – 17.00 น. สรุปปิดการบรรยาย


*สอบถาม 08-91232296, 0823392121
ลงทะเบียนการเข้าร่วมล่วงหน้าได้ที่ www.media4democracy.com www.thainetizen.org

อาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2552



ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม สัมมนา ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020(Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)

โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมจัดกิจกรรม เวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 17.00 น. ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน

9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร

10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ“การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค”โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที

11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ “วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม”โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ

12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า" โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538


14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต" โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare

15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที

15.30 – 16.30 น. บรรยาย และ ถามตอบ“สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส”โดย ต่อพงษ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณงค์

16.30 – 17.00 น. สรุปปิดการบรรยาย


*สอบถาม 08-91232296, 0823392121
ลงทะเบียนการเข้าร่วมล่วงหน้าได้ที่ www.media4democracy.com www.thainetizen.org

พุธ 12 สิงหาคม ทำบุญวันพระยาทรงสุรเดช บรรพชนปฏิวัติ2475


ผู้รักชาติรักประชาธิปไตย สืบทอดภารกิจปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 กำหนดทำบุญเนื่องในวันครบรอบวันเกิดนายพันเอกพระยาทรงสุรเดช หัวสมองผู้วางแผนการปฏิวัติ24มิถุนายน2475จนเป็นผลสำเร็จ แต่มีบั้นปลายชีวิตที่อนาถา ท่านเกิดตรงกับวันที่12สิงหาคม ฝ่ายประชาธิปไตยกำหนดให้เป็น"วันพระยาทรงสุรเดช" มีกิจกรรมทำบุญที่วัดประธิปไตย(วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน)สถานที่เก็บอัฐิของท่านและบรรพชนปฏิวัติหลายท่าน

โครงการจัดแสดงคอนเสิร์ตไลท์ออเคสตร้าเพลงปฏิวัติ ...เพราะคิดถึงเพื่อน”
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 19:30 น.


วัตถุประสงค์
คอนเสิร์ตครั้งนี้ จึงได้จัดมีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละเพื่อส่วนรวม ของมวลนิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อเอกราช ประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคม เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของบทเพลงปฏิวัติ และเพื่อได้มีการพบปะกันในหมู่อดีตนักปฏิวัติ

รูปแบบการแสดง
เป็นการแสดงดนตรีของวงเพื่อนมิตรไลท์ออเคสตร้า ประกอบการขับร้องของส่วนหนึ่งของนักร้องปฏิวัติในอดีต นักศึกษาปัจจุบัน และชุดการแสดงนาฏศิลป์ประกอบ

บทเพลงที่ใช้แสดง
คัดเลือกบทเพลงปฏิวัติที่เกี่ยวกับความคิดความผูกพัน จำนวน 20 เพลง มาแสดงได้แก่

1. เพลงรำลึกวีรชน 12. เพลงแองเตอร์นาซิอองนาล
2. นาฏศิลป์ประกอบเพลงฟ้าทอง 13. เพลงลาไปเป็นทหารปลดแอก
3. เพลงสดุดีวีรชน 14 ตุลา 14. เพลงทหารประชาชน
4. เพลงสดุดีวีรชน 6 ตุลา 15. เพลงดาวแดงส่องสว่างเหนือภูพาน
5. เพลง ตุลาชัย 16. เพลงพี่น้องภาคใต้รุกรบช่ำชอง
6. เพลง นกน้อย 17. เพลงสดุดีนักรบแนวหน้า
7. สดุดีครูประชา 18. เพลงความหวังแห่งชีวิตใหม่
8. เพลงดาวแห่งชาวนา 19. เพลงขอสดุดีแด่พรรคที่รักยิ่ง
9. เพลงขอเพื่อนจงหยัดยืน 20. เพลงสายทางนักรบประชา
10. เพลงแผ่นดินของเรา 21. เพลงภูสระเริงรำ
11. นาฏศิลป์ประกอบเพลงตันหยง

บัตรชมการแสดง

ประกอบด้วยที่นั่งชม 520 ที่นั่ง จำแนกเป็น

บัตรวีไอพี 10 ที่นั่ง
บัตรราคา 1,000 บาท จำนวน 149 ที่นั่ง
บัตรราคา 500 บาท จำนวน 188 ที่นั่ง
บัตรราคา 300 บาท จำนวน 173 ที่นั่ง

การจองบัตรชมการแสดง

ติดต่อจองบัตรได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว หมายเลขโทรศัพท์: 084.116.4992 Email: cpt.song@gmail.com

จัดส่งโดย: โปรดโอนเงินเข้าบัญชี น.ส. นงลักษณ์ จตุเทน
เลขที่บัญชี 748-2-03431-9
ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลพระรามที่ 3
และโปรดส่งใบโอนเงิน ถึงคุณจันทิรา สระทองเขียว โทรสาร: 0.2295.1154 โทรศัพท์: 084.116.4992

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

วันที่จัดแสดง
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 19.30 น.
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้โครงการกำแพงประวัติศาสตร์


หมายเหตุ: การแสดงครั้งนี้จะไม่มีบันทึกซีดี และดีวีดีไว้จำหน่ายแต่อย่างใด แต่จะมีต้นฉบับเพื่อการนำไปสำเนาได้เพื่อการแจกจ่ายโดยไม่ได้นำไปหารายได้ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว (ถ้ามี) จะมอบให้กำแพงประวัติศาสตร์ 6 ตุลา เพื่อร่วมสมทบทุนจัดงานรำลึก 6 ตุลาคม 2519)


โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติม และชมกิจกรรม3ครั้งที่ผ่านมาได้ที่ http://cpt.igetweb.com

กิจกรรมประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยวันนี้-ตลอดสิงหาคมคึกคัก

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 กรกฎาคม 2552

ไฮไลต์กิจกรรมน่าสนใจวันนี้-สิงหาคม 2552
-31 ก.ค.รำลึกไทยปลดแอกIMF,ชุมนุมใหญ่สนามหลวงรวมใจรวมรายชื่อถวายฎีกา
-31ก.ค.บอร์ดฟ้าเดียวกันโฉมใหม่เชิญสมทบทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน
-1 สิงหาคม เครือข่ายคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย
-2 สิงหาคม เสื้อแดงไทยในอเมริกาพบจาตุรนต์ ฉายแสง
-2 สิงหาคม บ้านเลขที่111สัมมนา "ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ"
-2 สิงหาคม เสวนา ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
-3 สิงหาคม แต่งดำทั้งแผ่นดิน ไว้ทุกข์ให้ประเทศไทย เพื่อให้อภิสิทธิ์"ดวงตาเห็นดำ"
-5 สิงหาคม สัมมนา “สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
-7 สิงหาคม สัมมนา ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ
-8 สิงหาคม กลุ่ม3เกลอบ้านบัวทองจัดชุมนุมแดงนนทบุรีพบ3เกลอ+โฟนอินทักษิณ
-12 สิงหาคม น้อมรำลึกบุณคุณบรรพชนปฏิวัติ2475 วันพระยาทรงสุรเดช
-15 สิงหาคม ไลต์ออเคสตราเพลงป่า เพลงปฏิวัติ เพราะคิดถึงเพื่อน


ศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2552-รำลึกไทยปลดแอกIMF+ชุมนุมใหญ่สนามหลวงรวบรวมล้านรายชื่อถวายฎีกา


วันนี้เมื่อ6ปีที่แล้ว วันที่31กรกฎาคม 2546 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวแถลงทางทีวีพูลตอนหนึ่งว่า"ขอแสดงความยินดี และดีใจกับประชาชนคนไทย สำหรับชัยชนะที่เราได้ร่วมกันพิชิตในวันนี้ ผมขอถือโอกาสนี้ ใช้พันธกรณีที่ปลดหนี้จากไอเอ็มเอฟได้ ให้ช่วยกันชักธงชาติให้เป็นหนึ่ง วันนี้เราต้องมีกำลังใจ และประเทศไทยเราจะเข้มแข็ง ไม่มีวันที่จะกลับไปสู่ไอเอ็มเอฟอีก หากผมยังอยู่ "(อ่านรายละเอียด คลิ้ก)

31 กรกฎาคม เวทีชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง สนามหลวง ฝั่งธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ที่จะปิดรับรายชื่อ และในเวลา 24.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศจำนวนรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง

ตั้งแต่31กรกฎาคมเป็นต้นไป บอร์ดฟ้าเดียวกันเปลี่ยนโฉม ระดมทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน

กระดานสนทนาที่ไม่จำกัดเพดาน ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความเห็น ตามแนวทางเสรีประชาธิปไตยฟ้าเดียวกันwww.sameskybooks.org/boardย้ายบ้าน เปลี่ยนเป็นwww.sameskyboard.orgตั้งแต่6กรกฎาคม เป็นต้นไป โดยยังเข้าช่องทางเดิมระยะหนึ่ง

เชิญระดมความเห็นเพื่อให้กระดานสนทนาแห่งนี้สู่มิติใหม่ หลังจากแยกออกจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันอย่างเด็ดขาด และเชิญระดมทุนช่วย"คุณซาบซึ้ง"ย้ายบ้าน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น20,000บาท และค่าใช้จ่ายระยะเริ่มต้นอีกไม่น้อยกว่า50,000บาท ลืมไปได้เลยที่เขาลือกันว่ามีนายทุนใหญ่หรือใครหนุนหลัง ตอนนี้ต้องช่วยกันควักเพื่อความอยู่รอดในระยะเปลี่ยนผ่านและระยะยาว

เชิญบริจาคต่อชีวิต และช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน ผ่านบัญชี

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ชื่อบัญชี คุณอุเชนทร์ เชียงเสน
เลขที่ 905-0-03459-5

หรือ ธนาคารกสิกรไทย สาขา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ชื่อบัญชี นายอุเชนทร์ เชียงเสน เลขที่บัญชี 645-2-01403-1

การบริจาคทาง paypal ให้กับชุมชนฟ้าเดียวกัน ทำได้โดย เข้าเว็บ
http://www.sameskybooks.org แล้วคลิก ปุ่ม paypal ที่มุมขวาหน้าแรกของเว็บ



เสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 เครือข่ายคนเสื้แดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย

ชมรมคนรักทักษิณ ร่วมกับ เครือข่ายเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่าง ขอเชิญร่วมงานรวมพลคนรักประชาธิปไตย ณ สนามกีฬากลาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552

ขอเชิญคนไทยใน USA
พบกับ อดีตรองนายกรัฐมนตรี คุณจาตุรนต์ ฉายแสง

เริ่มงานเที่ยงตรง
ที่ห้องอาหารไทยแลนด์พลาซ่า
5321 Hollywood Blvd., ชั้น 2, Hollywood, CA 90027

บัตรช่วยงาน $30(รวมอาหารบุฟเฟ่ต์)

สอบถามรายละเอียดได้ที่
(323)467-6048
(323)681-3829
(562)739-5652
(818)731-1738
(818)378-1324



อาทิตย์ที่2สิงหาคม เรียนเชิญผู้สื่อข่าวและผู้สนใจเข้าร่วมสัมนา เรื่อง"ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ"

ณ.มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย (นางเลิ้ง)

ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552
เวลา 9.30-12.30 น.


วิทยากร
1. นักกฏหมาย : คุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา
2. ทนายความ : คุณธนา เบญจาธิกุล, คุณคารม พลกลาง
3. ตำรวจ : พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน
4. เศรษฐกิการคลัง : คุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์

อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เสวนา "ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"

ขอเชิญร่วมกลุ่มศึกษา แลกเปลี่ยนในหัวข้อ "ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"นำเสนอโดย โบ โฮโม

จากนั้นประชุมกิจกรรมและติดตามงาน ในวันที่ 2 สิงหาคม 2552 เวลา 11.00-14.00 น. ที่ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ องค์กรเลี้ยวซ้าย www.pcpthai.org

จันทร์ที่ 3 ส.ค.ดำทั้งแผ่นดิน ไว้ทุกข์ประเทศไทย


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงว่านอกจากการจัดการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงในวันที่ 31 กรกฎาคมเพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว นปช.ยังมีมติว่าให้ประชาชนแต่งชุดดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศในโอกาสที่รัฐบาลจะแถลงผลงานครบรอบ6เดือนในวันที่3สิงหาคมนี้ด้วย เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้ประเทศที่ต้องทนทุกข์กับรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย

"ตอนวันเกิดนายกฯทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพูดว่าหวังว่าดวงจะเห็นธรรม คราวนี้ที่จะแถลงผลงานรัฐบาลบังเอิญตรงกับวันเกิดนายอภิสิทธิ์พอดี เราก็หวังว่านายอภิสิทธิ์จะมีดวงตำ"เห็นดำ"เนื่องจากประชาชนจะแต่งดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศ"

พุธที่ 5 สิงหาคม สัมมนา “สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
นำเสนอโดย สาทร ศรีเกตุ
นิสิตป.เอก รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ประเด็น
- นายทุนสื่อมวลชนไทย ผู้แสวงหากำไรสูงสุดและอำนาจการครอบงำ
- กลยุทธการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร
- ภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นโดยสื่อโฆษณาสินค้า
- ละครน้ำเน่าการผลิตซ้ำของวัฒนธรรมไทยล้าหลัง


ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2552 เวลา 16.00-18.00 น.

ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จัดโดยองค์กรสังคมนิยม “เลี้ยวซ้าย” www.pcpthai.org

สอบถามเพิ่มเติม 085-8530329 หรืออีเมล์ turnleft2008@gmail.com

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม สัมมนา ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020(Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)

โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมจัดกิจกรรม เวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 17.00 น. ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน

9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร

10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ“การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค”โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที

11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ “วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม”โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ

12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า" โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538


14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต" โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare

15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที

15.30 – 16.30 น. บรรยาย และ ถามตอบ“สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส”โดย ต่อพงษ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณงค์

16.30 – 17.00 น. สรุปปิดการบรรยาย


*สอบถาม 08-91232296, 0823392121
ลงทะเบียนการเข้าร่วมล่วงหน้าได้ที่ http://www.media4democracy.com/th/index.php www.thainetizen.org

อาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2552



พุธ 12 สิงหาคม ทำบุญวันพระยาทรงสุรเดช บรรพชนปฏิวัติ2475


ผู้รักชาติรักประชาธิปไตย สืบทอดภารกิจปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 กำหนดทำบุญเนื่องในวันครบรอบวันเกิดนายพันเอกพระยาทรงสุรเดช หัวสมองผู้วางแผนการปฏิวัติ24มิถุนายน2475จนเป็นผลสำเร็จ แต่มีบั้นปลายชีวิตที่อนาถา ท่านเกิดตรงกับวันที่12สิงหาคม ฝ่ายประชาธิปไตยกำหนดให้เป็น"วันพระยาทรงสุรเดช" มีกิจกรรมทำบุญที่วัดประธิปไตย(วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน)สถานที่เก็บอัฐิของท่านและบรรพชนปฏิวัติหลายท่าน

โครงการจัดแสดงคอนเสิร์ตไลท์ออเคสตร้าเพลงปฏิวัติ ...เพราะคิดถึงเพื่อน”
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 19:30 น.


วัตถุประสงค์
คอนเสิร์ตครั้งนี้ จึงได้จัดมีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละเพื่อส่วนรวม ของมวลนิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อเอกราช ประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคม เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของบทเพลงปฏิวัติ และเพื่อได้มีการพบปะกันในหมู่อดีตนักปฏิวัติ

รูปแบบการแสดง
เป็นการแสดงดนตรีของวงเพื่อนมิตรไลท์ออเคสตร้า ประกอบการขับร้องของส่วนหนึ่งของนักร้องปฏิวัติในอดีต นักศึกษาปัจจุบัน และชุดการแสดงนาฏศิลป์ประกอบ

บทเพลงที่ใช้แสดง
คัดเลือกบทเพลงปฏิวัติที่เกี่ยวกับความคิดความผูกพัน จำนวน 20 เพลง มาแสดงได้แก่

1. เพลงรำลึกวีรชน 12. เพลงแองเตอร์นาซิอองนาล
2. นาฏศิลป์ประกอบเพลงฟ้าทอง 13. เพลงลาไปเป็นทหารปลดแอก
3. เพลงสดุดีวีรชน 14 ตุลา 14. เพลงทหารประชาชน
4. เพลงสดุดีวีรชน 6 ตุลา 15. เพลงดาวแดงส่องสว่างเหนือภูพาน
5. เพลง ตุลาชัย 16. เพลงพี่น้องภาคใต้รุกรบช่ำชอง
6. เพลง นกน้อย 17. เพลงสดุดีนักรบแนวหน้า
7. สดุดีครูประชา 18. เพลงความหวังแห่งชีวิตใหม่
8. เพลงดาวแห่งชาวนา 19. เพลงขอสดุดีแด่พรรคที่รักยิ่ง
9. เพลงขอเพื่อนจงหยัดยืน 20. เพลงสายทางนักรบประชา
10. เพลงแผ่นดินของเรา 21. เพลงภูสระเริงรำ
11. นาฏศิลป์ประกอบเพลงตันหยง

บัตรชมการแสดง

ประกอบด้วยที่นั่งชม 520 ที่นั่ง จำแนกเป็น

บัตรวีไอพี 10 ที่นั่ง
บัตรราคา 1,000 บาท จำนวน 149 ที่นั่ง
บัตรราคา 500 บาท จำนวน 188 ที่นั่ง
บัตรราคา 300 บาท จำนวน 173 ที่นั่ง

การจองบัตรชมการแสดง

ติดต่อจองบัตรได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว หมายเลขโทรศัพท์: 084.116.4992 Email: cpt.song@gmail.com

จัดส่งโดย: โปรดโอนเงินเข้าบัญชี น.ส. นงลักษณ์ จตุเทน
เลขที่บัญชี 748-2-03431-9
ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลพระรามที่ 3
และโปรดส่งใบโอนเงิน ถึงคุณจันทิรา สระทองเขียว โทรสาร: 0.2295.1154 โทรศัพท์: 084.116.4992

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

วันที่จัดแสดง
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 19.30 น.
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้โครงการกำแพงประวัติศาสตร์


หมายเหตุ: การแสดงครั้งนี้จะไม่มีบันทึกซีดี และดีวีดีไว้จำหน่ายแต่อย่างใด แต่จะมีต้นฉบับเพื่อการนำไปสำเนาได้เพื่อการแจกจ่ายโดยไม่ได้นำไปหารายได้ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว (ถ้ามี) จะมอบให้กำแพงประวัติศาสตร์ 6 ตุลา เพื่อร่วมสมทบทุนจัดงานรำลึก 6 ตุลาคม 2519)


โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติม และชมกิจกรรม3ครั้งที่ผ่านมาได้ที่ http://cpt.igetweb.com

31ก.ค.วันแห่งชัยไทยประกาศปลดแอกIMF

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
31 กรกฎาคม 2552

ขอแสดงความยินดี และดีใจกับประชาชนคนไทย สำหรับชัยชนะที่เราได้ร่วมกันพิชิตในวันนี้ ผมขอถือโอกาสนี้ ใช้พันธกรณีที่ปลดหนี้จากไอเอ็มเอฟได้ ให้ช่วยกันชักธงชาติให้เป็นหนึ่ง วันนี้เราต้องมีกำลังใจ และประเทศไทยเราจะเข้มแข็ง ไม่มีวันที่จะกลับไปสู่ไอเอ็มเอฟอีก หากผมยังอยู่



หมายเหตุ - เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ สถานะการเงิน-การคลังของประเทศไทย รวมทั้งการชำระหนี้งวดสุดท้ายให้กับ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งสามารถชำระก่อนครบกำหนด 2 ปี มีรายละเอียดดังนี้(เป็นหมายเหตุโดยหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 1 ส.ค. 2546)

วันนี้เป็นวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ชำระหนี้ก้อนสุดท้าย เมื่อเย็นวันนี้ ได้ชำระก้อนสุดท้ายคืนไอเอ็มเอฟจำนวน 6 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งได้กู้ยืมมาในช่วงเกิดวิกฤตเมื่อปี 2540

โดยไอเอ็มเอฟอนุมัติวงเงินให้ไทย 14,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เบิกมาใช้จริงเพียง 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.1 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลชุดที่แล้ว(รัฐบาลนายชวน หลีกภัย) ได้ชำระไป 1 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลนี้ได้ชำระครบทั้ง 5 แสนล้านบาท

ทำให้ไทยพ้นจากพันธกรณีกับไอเอ็มเอฟ ประเทศไทยเคยเข้าโปรแกรมของไอเอ็มเอฟมาแล้วหลายครั้ง คือ เมื่อปี 2524, 2525, 2528 ทั้ง 3 สัญญาเป็นเงิน 982 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้หมดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2533 แต่หลังจากนั้น 7 ปี เกิดวิกฤตอีกครั้ง เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง

ถ้าวิเคราะห์แล้ว วิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลใดหรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการสะสม ที่เราไม่ได้ติดตามสถานการณ์ ไม่ได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ได้ใช้ข้อมูลอย่างชาญฉลาด ไม่ได้รับรู้ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดอีก ครั้งนี้ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย ที่ต้องเข้าโปรแกรมของไอเอ็มเอฟ

รัฐบาลนี้พยายามแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่าง เพื่อให้เกิดความมั่นคง ดูทิศทางทุกอย่างไม่ให้เกิดปัญหาอีก เชื่อว่าในปี 2540 จนถึงวันนี้ ยังมีหลายคนยังไม่หายเจ็บปวด บาดเจ็บอยู่ เป็นบทเรียนของหลายคนในประเทศ ต้องร่วมคิด ร่วมกันแก้ปัญหา ประเทศต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เป็นเหยื่อของการแข่งขันทุนนิยมที่เราไม่รู้เท่านั้น รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อวางกติกา วางระบบ และพัฒนาทุกๆ อย่าง เพื่อให้เรารู้เท่าทันได้อย่างทันท่วงที

วันนี้ ทำไมเรากล้าใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนครบกำหนดเวลาล่วงหน้าถึง 2 ปี ก็เพราะเราสามารถปรับพลิกสถานการณ์ได้แล้ว และมีเงินทุนเพียงพอ ไม่ต้องเก็บหนี้ไว้ การใช้หนี้ครั้งนี้ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยถึง 5 พันล้านบาท และยังสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยมากขึ้น


ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลายสาขา ภาคเกษตร รายได้เกษตรกรจากพืชผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อปลายรัฐบาลที่แล้ว รายได้ติดลบ 3.4% ปี 2544 เพิ่มขึ้น 8.1% ปี 2545 เพิ่ม 11.7% ในปี 2546 เพิ่มขึ้น 25% ในภาคอุตสาหกรรม ปี 2544 ติดลบ ในปี 2545 เพิ่มขึ้นมา 59.5% ครึ่งปีแรกของปี 2546 เพิ่มขึ้นถึง 66.6% ตัวเลขมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนที่อัตราการว่างงานปี 2546 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกดีขึ้นมาก ปี 2544 ติดลบ 1.7% เพราะเหตุการณ์ 11กันยายน ในสหรัฐอเมริกา ส่วนปี 2545 สามารถเติบโตได้ 5.7% ปีนี้เพียงครึ่งปีแรก โตได้ถึง 19% ส่วนกำไรสุทธิของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ปี 2543 มีกำไร 4.15 หมื่นล้านบาท ปี 2544 มีกำไร 1.12 แสนล้านบาท ปี 2545 มีกำไร 1.7 แสนล้าน และปี 2546 ไม่น่าจะน้อยกว่า 2 แสนล้านบาท

ส่วนรายได้ภาครัฐบาล รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้รวมเพียง 9 เดือนแรกของปี 2546 มีถึง 9 แสนกว่าล้าน พอๆ กับปี 2543 ทั้งปี ส่วนดุลงบประมาณ การขาดดุลกำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2543 ประเทศไทยขาดดุล 1.2 แสนล้าน ปี 2544 ขาดดุล 1.1แสนล้าน ปี 2545 ขาดดุล 1.26 แสนล้าน แต่ในปี 2546 เพียงแค่ 9 เดือนแรก ก็เกินดุลแล้ว 1.46 หมื่นล้าน สถานการณ์ด้านงบประมาณดีขึ้นมาก

ส่วนเงินสำรองระหว่างประเทศ ปี 2543 มี 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2544 เพิ่มเป็น 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2545 เพิ่มเป็น 38,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2546 เมื่อชำระหนี้ไอเอ็มเอฟหมดแล้ว จะมีทุนสำรอง 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าไทยมีสถานะการเงินแข็งแกร่งมาก

รัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยวันนี้ ผมอยากจะบอกให้พี่น้องประชาชนให้มีความมั่นใจ และภูมิใจในความเป็นคนไทย ว่าวันนี้เราไม่มีพันธะใดๆ สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือว่า จะต้องทำประเทศให้เข้มแข็ง


ปี 2545 ผมตั้งเป้าเศรษฐกิจ 5 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่มีใครเชื่อ ตอนนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาตั้งว่าจะโตแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่างกันถึง 150 เปอร์เซ็นต์ แต่ในที่สุดรัฐบาลก็ทำได้คือโต 5.2 เปอร์เซ็นต์ และในปี 2546 ผมตั้งเป้า 6 เปอร์เซ็นต์ แม้จะประสบปัญหาโรคซาร์ส แต่มั่นใจว่าไม่เกินความสามารถ เชื่อว่าจะทำได้ใกล้เคียงคือเกิน 5.5 เปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะข้าราชการและเอกชน ประชาชนมีกำลังใจ และไม่ใช่วิสัยของรัฐบาลนี้ที่จะงอมืองอเท้า เราต้องกำหนดชีวิตเราเอง ตั้งใจว่าปีหน้าจะทำให้ดีกว่านี้อีก คนไทยต้องมีงานทำ ต้องกระจายความเจริญไปสู่รากหญ้า ให้ความเจริญกระจายไปอย่างทั่วถึง ต้องปรับเศรษฐกิจให้ได้

รัฐบาลนี้ทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คือใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบ 2 แนวทาง คืออาศัยทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและการส่งออก จากเดิมที่เราพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก รัฐบาลนี้ได้กระจายเศรษฐกิจไปยังรากหญ้า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่มีกำลังใจ ไม่สู้ แต่รัฐบาลมีทิศทางที่จะทำให้ท่านสู้ และสิ่งนี้จะเกิดไม่ได้ ถ้าราชการไม่ทุ่มเท 2 ปีครึ่งของรัฐบาลชุดนี้ข้าราชการเหนื่อยกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ทุกคนทุ่มเท และทำให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

การใช้หนี้วันนี้ทำให้ประเทศหมดพันธกรณีหลายๆ อย่าง เราไม่ต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องทำตามคำสั่งของไอเอ็มเอฟ เราสามารถที่จะเลือกยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง

ยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะดำรงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ ไม่ขึ้นเป็น 10 เปอร์เซ็นต์อย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ การพ้นจากไอเอ็มเอฟ ทำให้รัฐบาลสามารถจะแก้ไขกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ 11 ฉบับ(ซึ่งออกในสมัยนายชวน หลีกภัย) ที่หลายฝ่ายห่วงใยกันอยากให้มีการแก้ไข

ซึ่งรัฐบาลได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยและสรุปว่าจะแก้ไขกฎหมายบางฉบับ คือ 1.กฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งตามข้อกำหนดของไอเอ็มเอฟต้องขายมาใช้หนี้ แต่เราจะกระจายหุ้นในตลาด เพื่อขยายตลาดอย่างมืออาชีพ และตรวจสอบด้วยระบบจะเข้มแข็ง ทำให้รายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ขายมาใช้หนี้ เพราะไม่จำเป็น จึงจะมีการออก กม.ปรับปรุงพัฒนารัฐวิสาหกิจเพื่อปรับปรุงองค์กร 2.กฎหมายล้มละลาย ให้มีความเป็นธรรมลูกหนี้และเจ้าหนี้ 3.กฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว รักษาผลประโยชน์ประชาชน พันธสัญญาต่างตอบแทน 4.กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 5.กฎหมายอาคารชุด 6.กฎหมายประกันสังคม ซึ่งจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น

ต่อไปนี้รัฐบาลมีภารกิจทำต่อ เพื่อให้ตัวเลขเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ต่อไป ที่ผ่านมาขาดดุลและหนี้มาก แต่ปัจจุบันหนี้ลดลงและปรับเป็นบวก เพราะส่งเสริมเศรษฐกิจรากหญ้า ไม่ส่งเสริมการนำเข้า เพื่อมาแทรกแซงการส่งออก รัฐบาลท่องคาถา "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส"

เราจะเดินหน้าต่อไปในเรื่องการแปลงทรัพย์สินเป็นทุน เพื่อให้ดินที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเป็นทุนได้ เพื่อนำมาต่อยอดให้กองทุนหมู่บ้านที่ดี กลายเป็นธนาคารประจำหมู่บ้าน ใช้ระบบเทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ใช้ผู้ว่าฯซีอีโอมาพัฒนาประเทศ เร่งปฏิรูปการศึกษาในทุกๆ ด้าน พร้อมเร่งปราบปรามยาเสพติด ใช้ความเด็ดขาดอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ผู้มีอิทธิพลทั้งหลายหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ให้ธุรกิจใต้ดินถูกจัดการเสียภาษีให้อย่างถูกต้อง ไม่มีระบบมาเฟีย

วันนี้ เป็นอีกวาระหนึ่ง ซึ่งผมเพิ่งลงนามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการใช้ การชักธงชาติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถที่จะชูธงชาติได้สะดวกขึ้น ไม่มีข้อกฎหมายอะไรห้ามไว้ ผมเห็นนานาประเทศใช้ธงชาติอย่างชัดเจน

ผมขอถือโอกาสนี้ ใช้พันธกรณีที่ปลดหนี้จากไอเอ็มเอฟได้ ให้ช่วยกันชักธงชาติให้เป็นหนึ่ง เหมือนประเทศทุนนิยมที่ประสบผลสำเร็จ ที่จะมีเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก โดยใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ของผลประโยชน์แห่งชาติ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศชักธงชาติเพื่อแสดงให้เห็นว่า เราได้หมดหนี้จากไอเอ็มเอฟแล้ว โดยทุกส่วนราชการได้สั่งให้ปักธงไว้แล้ว


ส่วนสินค้าที่เหมาะสม ก็สามารถใช้ธงชาติเป็นสัญลักษณ์ได้ ขอให้ชูธงเพื่อชูชาติ วันนี้ อยากจะบอกว่า รัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ และเพิ่มบทบาทในระดับนานาชาติ เพื่อให้คนไทยมีงานทำ และในสิ้นปีนี้ เราจะมีทุนสำรองที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ วันนี้ถือโอกาสขอบคุณมิตรประเทศ ที่ให้ไทยได้กู้ยืมเงินในช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า เพื่อนยามยาก โดยญี่ปุ่นให้เรากู้เท่ากับไอเอ็มเอฟ ธนาคารกลางของจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ออสเตรเลีย และแคนาดา รวมถึงอินโดนีเซียที่เอ่ยปากให้ไทยกู้เงินจำนวน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทุกวันนี้ ไอเอ็มเอฟไม่ได้ผิดอะไรกับเรา การให้ยารักษาเราในช่วงปี 2524-2525 เป็นการให้ยาที่ถูกต้องถูกสมัย เพราะช่วงนั้น เรามีคนไทยไปร่วมทำงานกับไอเอ็มเอฟด้วย เขายินดีรับฟังคนของเรา แต่งวดนี้ ยาของไอเอ็มเอฟผิด ทำให้เราต้องเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็น

แต่ขณะนี้ ความเสียหายในการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน เป็นวงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท เป็นหนี้ที่ได้ตกลงกันแล้วว่า จะจัดการหนี้เหล่านี้ให้เรียบร้อย โดยจะไม่มีผลกระทบต่องบประมาณของประเทศไทย ทีแรกธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงเจตจำนง จะนำรายได้ของธนาคารแห่งประเทศไทยไปใช้หนี้ โดยกำหนดว่าจะใช้เวลาประมาณ 29 ปี แต่วันนี้แนวโน้มเหล่านี้ หนี้ที่เกิดจากการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินคาดว่าจะสามารถชำระหนี้คืนได้หมดโดยเร็ว เพราะหนี้เหล่านี้เป็นหนี้เงินบาท ไม่มีปัญหา เหมือนเงินสกุลต่างประเทศ แต่วันนี้หนี้ที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศเราใช้หนี้หมดแล้ว

วันนี้เราต้องมีกำลังใจ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำธุรกิจ ครอบครัว และกิจวัตรอย่างดีที่สุด ด้วยความทุ่มเท และประเทศไทยเราจะเข้มแข็ง ไม่มีวันที่จะกลับไปสู่ไอเอ็มเอฟอีก หากผมยังอยู่ ผมจะวางระบบและจะทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้คนที่มารับงานต่อจากผม มาทำงานอย่างเป็นระบบ โดยจะได้ไม่ต้องพาคนไทยเข้าไอเอ็มเอฟอีก ขอแสดงความยินดีและดีใจกับประชาชนคนไทย สำหรับชัยชนะที่เราได้ร่วมกันพิชิตในวันนี้

กิจกรรมเสื้อแดง สิงหาคม 2552

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าว thaienews
30 กรกฎาคม 2552

อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552

ขอเชิญคนไทยใน USA
พบปะพูดคะยกับ อดีตรองนายกรัฐมนตรี คุณจาตุรนต์ ฉายแสง

เริ่มงานเที่ยงตรง
ที่ห้องอาหารไทยแลนด์พลาซ่า
5321 Hollywood Blvd., ชั้น 2, Hollywood, CA 90027

บัตรช่วยงาน $30(รวมอาหารบุฟเฟ่ต์)

สอบถามรายละเอียดได้ที่
(323)467-6048 ,(323)681-3829
(562)739-5652 , (818)731-1738, (818)378-1324

คุณ reporterinusa จะถ่ายทอดสัญญานสด ตามเวลาเมืองไทย ตั้งแต่ เวลา 5 ทุ่ม คืนวันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม นี้ ผ่านทางเวบไซต์
http://www.serichon.com/ สถานีที่ 3
http://norporchorusa.com/
และ ผ่าน camfrog ห้อง TodayFact

แล้วพบกันนะครับ ในเวลา เที่ยงคืน พบกัน การ พูดคุย กับ คุณ เอนก ซานฟราน ที่แฟน คลับทั่วโลกคิดถึง



อาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม 2552

เลขาฯ รมว.กลาโหม เผยตระกูลวงษ์สุวรรณ พร้อมสู้ หลังถูกกล่าวหาคดี สนธิ

ที่มา MCOT News


กรุงเทพฯ 30 ก.ค.- พล.อ.นพดล อินทปัญญา เผย รมว.กลาโหม-ผบ.ตร. พร้อมสู้ทั้งตามกฎหมายและนอกกฎหมาย หลังถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องคดียิง “สนธิ ลิ้มทองกุล” ระบุทนไม่ไหวแล้ว ยอมให้กระทำฝ่ายเดียวนานแล้ว ด้าน “พล.ต.ขัตติยะ” ได้ข่าว "พล.อ.ประวิตร" จะลาเก้าอี้กลาโหม หากน้องชายถูกปลด แนะจับตาท่าทีกองทัพ

พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ขณะนี้ครอบครัววงษ์สุวรรณทนไม่ไหวกับพฤติกรรมดังกล่าว ขณะนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะน้องชาย ไปดำเนินการฟ้องร้องเอเอสทีวี และพวกที่กล่าวหาแล้ว “ตอนนี้ไม่ยอมแล้ว จะเอาจริงเอาจังกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถือว่ายอมมามากแล้ว และเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำฝ่ายเดียว ตอนนี้จะเดินหน้าฟ้องตามกฎหมายทุกอย่างหรือนอกกฎหมายก็จะยอมทำ”

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าหากในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ นายกรัฐมนตรีปลด พล.ต.อ.พัชรวาท พล.อ.ประวิตร จะลาออกจากตำแหน่ง พล.อ.นพดล กล่าวว่า เรื่องลาออกต้องติดตามกันต่อไป ยังไม่รู้ว่าจะลาออกหรือจะอยู่ต่อ แต่ยืนยันว่าบรรดาญาติพี่น้องวงษ์สุวรรณจะต่อสู้ เพราะทนไม่ไหว ท่าน พล.ต.อ.พัชรวาท ผิดตรงไหน และเอาเหตุผลอะไรมาปลดท่าน”

ด้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า สถานการณ์ค่อนข้างสับสนพอสมควร แต่แรงกระตุ้นที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองคือคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ขณะนี้กองทัพถูกรุกอย่างหนัก และได้ข่าวมาว่า หากรัฐบาลปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจริง พล.อ.ประวิตร ก็อาจจะลาออกจากตำแหน่ง ถึงตอนนั้นต้องดูกันเองว่ากองทัพจะเป็นอย่างไร.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-07-30 19:30:30

แก๊ง 4 สหาย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




บ่ายๆ ก็คงรู้กันแล้วว่าออกหัวหรือก้อย

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ยังเป็นผบ.ตร.อยู่เหมือนเดิม หรือว่าจะโดนปลดโดนย้ายตามกระแส

หลังจากนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งฮึ่มๆ จะเปลี่ยนตัวผบ.ตร.มาตลอด 2 สัปดาห์ ระบุว่าจะชี้ขาดเรื่องนี้ภาย ในวันนี้

ต้นข่าวการปลดผบ.ตร. ย้อนไปถึงคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบเสื้อเหลือง

เป็นเรื่องก็ตอนที่พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ซึ่งเคยรับปากม็อบพันธมิตรฯ ไว้ว่าจะคลี่คลายคดียิงนายสนธิก่อนเกษียณฯ ประกาศออกมาว่ามีนายตำรวจบางคนเป็นไส้ศึก

จากนั้นก็มีการปล่อยข่าวกันอย่างต่อเนื่องว่า "ตำรวจใหญ่" เป็นตัวอุปสรรค ขวางการสืบสวนสอบสวนของพล.ต.อ.ธานี

ลือกันหนักขึ้นทุกวันถึงขั้นจะปลดผบ.ตร.!?

นายกฯ มาร์คก็รับลูกข่าวลือ บอกมีรายงานจากตำรวจว่ามีตัวอุปสรรคปัญหาจริงๆ

แม้ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่ดูแลงานตำรวจ จะออกมายืนยันหลายครั้งหลายหนว่าผบ.ตร.ไม่ใช่ตัวอุปสรรคคดีนี้

ระบุด้วยว่าในรายงานลับ 4 ฉบับของพล.ต.อ.ธานีเอง พล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ก็ไม่ได้ระบุว่าผบ.ตร. เป็นตัวอุปสรรคของคดี

ถึงอย่างนั้นท่าทีของนายกฯ มาร์คก็ไม่ได้ลดราวาศอก แบบว่าผบ.ตร.จะเป็นอุปสรรคหรือเปล่าไม่รู้

แต่จะปลดให้ได้

ทำให้เกิดข้อสงสัยกันว่าสาเหตุที่แท้จริงของการจ้องปลดผบ.ตร. มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาว่า "แก๊ง 4 สหาย" อยู่เบื้อง หลังข่าวลือปลดนี้

มีพล.ต.อ.ในราชการ 2 นาย พล.ต.อ.นอกราชการ 1 นาย และแกนนำม็อบอีก 1 คน

วางแผนปล่อยข่าวเรื่องไส้ศึก สาดโคลนเรื่องรับเงินวิ่งเต้นเก้าอี้ 200 ล้าน

ทิ้งน้ำหนักไปที่เรื่องผบ.ตร.เป็นตัวอุปสรรคในคดียิงนายสนธิ

ทั้งที่ ไม่ได้มีข้อมูลหลักฐานอะไร

หรือถ้าผบ.ตร.ใส่เกียร์ว่าง ไม่ทำคดีเสื้อแดงทำร้ายนายกฯ นั่นสิ ถึงควรจะปลด

ต้นตอปล่อยข่าวเล่นงานก็มาจากแก๊ง 4 สหายแค้นฝังหุ่น ฝากนายพลตำรวจล็อตที่ผ่านมาแล้วไม่ได้ เลยร่วมมือกับนักการเมืองคนใกล้ตัวนายกฯ เล่นงานผบ.ตร.

จนสุดท้ายมีฝ่ายการเมืองต่อรองกับผบ.ตร. 2 ประเด็นด้วยกัน

เรื่องแรกให้ผบ.ตร.เปิดโอกาสให้แก๊ง 4 สหายเข้าไปรื้อทำโผนายพลใหม่อีกรอบ

อีกเรื่องก็ให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย!?

แบไต๋ออกมาก็เรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ

ขย่มกันมาตลอดทั้งเดือนก็แค่เรื่องนี้

เกมการเมืองล้วนๆ

รอลุ้นคำตอบสุดท้าย

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23225

อภิสิทธิ์

โดนทิ่มหนักๆ ตบะชักจะมีรอยร้าว

กับน้ำเสียงเข้มๆ แววตาดุดันของ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ตอบโต้นักข่าวที่ถามนำในเชิงว่า มีข้อมูลพุ่งเป้ามาที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และอาจรวมถึงท่านว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ

"ท่านต้องระวังคำพูด ท่านค่อนข้างจะก้าวล่วงไปถึงสิทธิส่วนบุคคล ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่านกล่าวว่าเขาพุ่งเป้า ท่านนั่นแหละพุ่งเป้า

ผมขอเตือนท่านว่า ท่านกำลังกล่าวหาคนอื่น ถ้าข้อความนี้หลุดไป ถ้าพิจารณาว่าท่านรับผิดชอบ ท่านก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้กล่าวหาทั้งสิ้น ตอนนี้ท่านกล่าวหาอยู่"

ปะทุอารมณ์ตึงเครียดขึ้นเป็นลำดับ

สอดรับไปในทำนองเดียวกับ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ใหญ่ขุมกำลัง "3ป" ที่ย้อนถามลอยๆ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ผู้เป็นน้องชาย ผิดอะไร ทำไมถึงต้องปลด

แอ่นอกป้อง วัดใจกันในที

โดยสัญญาณเข้มๆจากพี่น้องทหารเสือราชินี ที่เริ่มออกอาการเสียงแข็ง เด้งกลับมาเป็นฝ่ายรุกโต้กลับ ไม่ตั้งรับเป็นตำบลกระสุนตกฝ่ายเดียวอีกต่อไป

สะท้อนระดับความอดทนถึงขีดจำกัด

และก็เป็นอะไรที่ปักหลักประจันหน้าสู้เหมือนกัน ในจังหวะของ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการรัฐบาล เปิดฉากโซ้ยกับม็อบพันธมิตรฯ

"เมื่อเช้าตื่นมาดูข่าวมีกลุ่มคน 4-5 คน นั่งเรียงเป็นแถวแถลงข่าวว่าให้ปลดผมด้วยเพราะผมก็เป็นอุปสรรค ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่อยากเรียนว่าผมก็อดทน อาจารย์โพธิ์ที่สวนโมกข์ ท่านสอนผมไว้ว่าอย่าปล่อยให้กิเลสครอบงำ

จึงเรียนให้ประชาชนทุกคนสบายใจว่าผมทำงานทุกวันนี้ มุ่งหวังจะแก้ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง และเห็นว่านายอภิสิทธิ์มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาแก้ปัญหา
ผมจึงช่วยทำงานมาตั้งแต่ต้น แต่ขณะนี้อาจมีบางคนที่อยากผูกขาดความรักกับนายอภิสิทธิ์เอาไว้เฉพาะกับกลุ่มตัวเองก็ได้ ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง

แต่ถ้าจะมากดดันให้นายกรัฐมนตรีและคนอื่นเข้าใจผมผิด คิดจะขับไล่หรือปลดผม หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ต้องออกแรงถึงขนาดนี้ เพราะผมมันประเภทอย่างบาง กิเลสบาง ถ้าผมเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อนายอภิสิทธิ์หรือบ้านเมือง ผมก็กลับบ้าน ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะแก่แล้ว 60 กว่าแล้ว"

จาก "บิ๊กป๊อก" มา "บิ๊กป้อม" ถึง "เทพเทือก" สะท้อนคลื่นตรงกัน

ขุมข่ายอำนาจสีเขียวบวกน้ำเงิน ตั้งป้อมวัดดวง ในสถานการณ์ วัดใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงความชัดเจนคดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" พ่วงด้วยอนาคตของ พล.ต.อ.พัชรวาท ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม

จะเลือกอยู่กับสีเขียวอมน้ำเงิน หรืออิงกับสีเหลือง

โดยเดิมพันมันจึงไม่ใช่เรื่องตลก อย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์พยายามจะดับดีกรีความร้อนแรงของกระแส ในลีลากระเซ้าเชิงเหน็บแนม

วันนี้ดูเหมือนทั้งโลกจะอยู่กับตำแหน่ง ผบ.ตร.

ทั้งๆที่น่าจะรู้อยู่แก่ใจ สถานภาพบนเก้าอี้ของ พล.ต.อ.พัชรวาท มันคือคำตอบสุดท้ายที่จะบ่งชี้อนาคตทางการเมือง ทั้งเรื่องของคดีลอบสังหาร และเฉลยเกมลับ ลวง พราง ล่อกันเองในฝ่ายที่ล้มโต๊ะ "ทักษิณ" ด้วยกันมา

ไม่อย่างนั้น นายสนธิคงไม่ประกาศจองที่นั่งแถวหน้า ขอสิทธิเข้าร่วมฟังการแถลงของนายกฯอภิสิทธิ์ด้วยตัวเอง ในฐานะสื่อรุ่นใหญ่

กดดันกันในเหลี่ยมของนักปั่นกระแสมวลชน

แต่ไม่ว่าเกมจะฝุ่นตลบแค่ไหน โดยลูกเขี้ยวของเซียนที่เขี้ยวทันกัน ไม่หลงเตลิดง่ายๆ

ล่าสุดนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ฝากตั้งข้อสังเกต เตือนไปยังรัฐบาล หากรัฐบาลดำเนินการจับกุมคนร้ายที่ลอบยิงนายสนธิได้แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้นายสนธิ ที่เป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหาก่อการร้าย จะไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

เหมือนรู้ทาง เกมที่ทนายความม็อบพันธมิตรฯเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง

เรื่องของเรื่อง จะอาศัยช่วงชุลมุนซักหน่อย ดันรู้ทัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เศรษฐกิจร้อนการเมืองแรง

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้ ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯและ รมว.คลังจะไปพูดเรื่อง เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไป จะเห็นแสงสว่างที่ปลายท่อ หรือจะเห็นควันดำที่ปล่องไฟ ก็เป็นอีกเรื่อง

เศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ตัวเลขการว่างงานของหลายประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้น สวนทางกับคำว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวโดยสิ้นเชิง ความอ่อนแอทางการเมือง เป็นปัจจัยในด้านลบปัญหาเฉพาะตัวของประเทศไทยผมเชื่อว่า ฟัง ดร.โกร่งก็ดี คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ หรือ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ วิจารณ์เรื่องของเศรษฐกิจไปแล้ว

คงหูตาสว่างขึ้นเยอะ

ทีนี้การเมืองก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ปัญหาที่ค้ำคอรัฐบาล และ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขันชะเนาะแน่นขึ้นทุกที ยังไม่มี คำตอบว่าจะย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ตามคำขอ ยังไม่รู้ว่าที่นายกฯอภิสิทธิ์ ลงทุนนั่งรถไปกับรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ และ ผบ.ตร. จะได้ข้อตกลงว่าอย่างไร

หรือก็แค่ปาหี่คั่นเวลา

ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การจะย้ายหรือไม่ย้าย ผบ.ตร. แต่อยู่ที่ คดียิงแกนนำพันธมิตรฯ จะปิดบัญชีอย่างไรมากกว่า จะทำให้ การเมืองกระเพื่อมแค่ไหน จะทำให้รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ หายใจไปได้อีกกี่เฮือก

ที่มะรุมมะตุ้มเข้ามาอีกกระทอกคือ เรื่องของการแก้ไขรัฐ-ธรรมนูญ ยิ่งสถานภาพของนายกฯและรัฐบาลง่อนแง่นเท่าไหร่ แรงกดดันในการแก้รัฐธรรมนูญก็จะแรงขึ้นเท่านั้น

วัดใจพรรคร่วมรัฐบาล

โฟกัสไปที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เข้าหารือกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ทำเนียบกันพร้อมหน้า ทั้ง ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ขาดอยู่แต่หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นพ.ชวรัตน์ ชาญนุกูล ซึ่งไม่ค่อยจะมีบทบาททางการเมืองอยู่แล้ว

มีนัยสำคัญว่า นายกฯควรจะเร่งแก้รัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ทั้งนี้ ปัญหาก็มีอยู่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความได้เปรียบให้กับพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะในการเลือกตั้ง และเป็นการหมกเม็ดเอื้อประโยชน์สำหรับองค์กรที่คลอดออกมาจาก คมช. รวมทั้งพวกที่ได้ตำแหน่งมาจากการเลือกตั้งด้วย

และจากการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เป็นหนึ่ง ในแผนบันไดสี่ขั้น ลับ ลวง พราง ดังนั้น การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อก จะทำได้หรือไม่ ในอดีต การแก้รัฐธรรมนูญมักจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทุกครั้งไม่มากก็น้อย

แม้แต่ครั้งนี้ก็ไม่ยกเว้น.

หมัดเหล็ก

ผอ. ก.ล.ต.เบิกความคดียึดทรัพย์ทักษิณ7.6หมื่นล้าน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23187

ทักษิณ ชินวัตร

ผู้อำนวยการ ก.ล.ต.เบิกความคดียึดทรัพย์ "ทักษิณ" 7.6 หมื่นล้าน ศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 6 ส.ค.นี้มี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาวทักษิณ เข้าเบิกความ..

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ไต่สวนพยานคดีที่อัยการสูงสุด ร้องขอให้ทรัพย์สินจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งบุคคลในครอบครัวและผู้ร้องค้าน ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ โดยขณะดำรงตำแหน่งใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

โดยนัดนี้ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ นำนางณัฐญา นิยมานุสร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมบรรษัทภิบาล สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าเบิกความว่าเมื่อ ม.ค. 2549 บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนเทมาเส็กประเทศสิงคโปร์ จากการตรวจสอบพบว่า นายพานทองแท้ถือหุ้นเกินร้อยละ 25 แต่กลับไม่ยื่นเรื่องคำเสนอซื้อ ซึ่งเป็นการทำผิดระเบียบ ก.ล.ต. รวมทั้งหมด 3 กระทง นายพานทองแท้ จึงถูกสั่งปรับเงินประมาณ 5.9 ล้านบาท รวมทั้งตรวจสอบบริษัท แอมเพิชริช ซึ่งถือหุ้นชินคอร์ปจำนวน 3.29 ล้านหุ้น จดทะเบียนที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าจดทะเบียนที่ประเทศใดกันแน่

ส่วนการที่ราคาหุ้นชินคอร์ปมีการเปลี่ยนแปลงจะเกี่ยวข้องกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นตอบไม่ได้ รวมทั้งการที่ครอบครัวชินวัตรขายหุ้นให้กับกลุ่มเทมาเส็กจะสร้างความเสียหาย ให้กับตลาดหลักทรัพย์หรือไม่เป็นจำนวนเท่าใด แต่เชื่อว่าไม่กระทบกับผู้ถือหุ้นรายย่อยเพราะหากมีความประสงค์ที่จะขายก็จะ ได้ราคาเดียวกันกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ภายหลังศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 6 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเบิกความ

เดินหน้าถวายฏีกา

ที่มา thaifreenews

นายวีระกล่าวว่า ขณะนี้จำนวนผู้ลงชื่อได้เกินเป้าหมายคือจำนวน 1 ล้านคนแล้ว ขั้นต่อไปจะนำรายชื่อดังกล่าวไปทูลเกล้าถวายฎีกาตามที่ตั้งใจเอาไว้ โดยในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการรวบรวมรายชื่อถวายฎีกา ซึ่งจะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณท้องสนามหลวงด้วย

บอกเห็นอำมาตย์ต้านตั้งแต่ "เบี้ย-ขุน"

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นับแต่คนเสื้อแดงเริ่มเดินหน้ารวมชื่อถวายฎีกาฯ เราก็พบกับการเคลื่อนไหวต่อต้าฯ ขัดขวาง และตั้งข้อกล่าวหาต่างๆ โดยคนกลุ่มเดินที่พวกเราเรียกกับว่าอำมาตยธิปไตย ที่เคยร่วมกับขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเราเรียกกระบวนการเหล่านี้ว่า "เกมล้มฎีกา" โดยเท่าที่ติดตามอยู่ตลอดก็พบว่า การล้มฎีกามีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเห็นตัวผู้เล่นจนหมดตั้งแต่เบี้ยถึงขุน อย่างการประชุมองคมนตรีซึ่งมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นั่งหัวโต๊ะ ก็พูดถึงเรื่องนี้ด้วย โดยเราถือว่าพล.อ.เปรมและองคมนตรีบางคน เป็นตัวขุนในเกมล้มฎีกา

ดักคอภท.ออกโรงต้าน แลกเนวินพ้นผิดคดีกล้ายาง

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนตัวเบี้ย คือ พรรคภูมิใจไทยที่นำหัวหน้าพรรคและรัฐมนตรีในสังกัดมานั่งแถลงคัดค้านการถวายฎีกา ที่ทำให้ตนแปลกใจว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงความรู้สึกช้านัก เพราะนับแต่คนเสื้อแดงเริ่มรวบรวมรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ก็มีหลายฝ่ายออกมาต่อต้านจนเกือบหมดแล้ว จึงอดคิดไม่ได้ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์อาจจะไปทำข้อตกลงอะไรบางอย่างกับมหาอำมาตย์ ซึ่งตนขอเรียกว่าเป็นข้อตกลงมหาประลัยอะไรเอาไว้หรือไม่

"อยากให้จับตาวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดซื้อกล้ายาง ที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาสำคัญ ว่าจะมีผลออกมาอย่างไร เพราะพวกผมสงสัยว่าอาจมีการแลกเปลี่ยนอะไรหรือไม่ และดีลมหาประลัยมีจริงหรือไม่" นายณัฐวุฒิ กล่าว

เล็งจัดงาน"ดับทุกข์ทั้งแผ่นดิน"ที่สนามหลวง31ก.ค.นี้

นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ทราบว่าวานนี้ (28 กรกฎาคม) อธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงหนึ่ง ที่มีผลต่อการให้คุณให้โทษกับผู้ให้บริการแท็กซี่ ได้เรียกแท็กซี่จำนวนมากไปที่อาคารสิริภิญโญ เพื่อประชุมวางแผนให้แท็กซี่ไปรวมตัวกันที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. เพื่อคัดค้านการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง โดยจะติดสติกเกอร์ที่มีข้อความว่า อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแบ่งแยกประชาชน ไว้ที่แท็กซี่แต่ละคัน

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ คนเสื้อแดงจะจัดงานรวบรวมรายชื่อครั้งสุดท้าย ที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยเวลา 12.00-17.00 น. เป็นการเปิดรับรายชื่อถวายฎีกาโดยจะให้ผู้อาวุโสแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายวิสา คัญทัพ นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ฯลฯ เป็นตัวแทนรับหนังสือเองกับมือ ซึ่งจะมีการเตรียมกลองยาวและวงมโหรี 10 ชุดไว้รอต้อนรับ จากนั้นจะเป็นการปราศรัยสลับแสดงดนตรีจนกระทั่งเวลา 24.00 น.ก็จะแยกย้ายกันเดินทางกลับออกไป โดยไม่มีการเคลื่อนขบวนไปที่ไหน ทั้งนี้ฉากหลังของเวทีจะใช้ข้อความ "ถวายฎีกาดับทุกข์ทั้งแผ่นดิน"

"เรามองว่าเกมล้มฎีกาเป็นเรื่องน่าสังเวช อย่างเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา มีชายฉกรรจ์แฝงตัวมาป้วนเปี้ยนดูการลงชื่อของพี่น้องคนเสื้อแดง และกลางดึกของวันที่ 25 กรกฎาคม ก็มีการลงมืองัดห้องโกดังเก็บของ ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงเชื่อว่าอาจเป็นการงัดห้องเพื่อหารายชื่อถวายฎีกา แต่อยากจะบอกสมุนอำมาตย์คนดังกล่าวว่า ช้าไปแล้วต๋อย เพราะเราได้นำรายชื่อไปตรวจสอบและเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นัดแต่งดำทั่วปท.3ส.ค.

แกนนำคนเสื้อแดงคนนี้ ยังกล่าวถึงการเตรียมแถลงผลงานรัฐบาล 6 เดือนในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ว่า ตลอด 6-7 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีผลงานการแก้ปัญหาสังคม การเมือง เศรษฐกิจแต่อย่างใด และไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเลย ดังนั้นวันดังกล่าวคนเสื้อแดงทั่วประเทศจะใส่เสื้อสีดำหนึ่งวัน เพื่อแสดงความเสียใจที่ประเทศไทยได้รัฐบาลที่มีที่มาไม่เป็นประชาธิปไตยมาบริหารประเทศ และเสียใจที่ประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้ระบอบอำมาตยาธิปไตย โดยคนเสื้อแดงหวังใจว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ซึ่งเคยอวยพรวันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณ (ผ่านเว็บบล็อกทวิตเตอร์) ว่าอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณดวงตาเห็นธรรมแล้วจะมีความสุขมากขึ้น ก็อยากให้วันดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ดวงตาเห็นดำด้วย

"จตุพร" บอกใครก็หยุดแดงถวายฎีกาไม่ได้

ด้าน นายจตุพร กล่าวว่า การที่ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิช องคมนตรีคนหนึ่ง ออกมาให้ข่าวว่า นอกจากคนเสื้อแดงถวายฎีกาไม่ได้แล้วนั้น บัดนี้ยังพบว่ามีอดีตนายกฯคนหนึ่ง กำลังโยกเงินไปที่เกาะเคย์แมน เพื่อที่จะมาเคลื่อนไหวในประเทศไทย จำนวน 1.8 หมื่นล้านบาท ก่อนหน้านี้ช่วงสงกรานต์เลือดพล.อ.พิจิตรก็เคยมาพูดจาเช่นนี้ครั้งหนึ่ง ตนไม่ทราบว่าพล.อ.พิจิตรเป็นอัลไซเมอร์หรือไม่ แต่ตนก็ได้ข่าวมาก่อนหน้าว่ามีองคมนตรีคนหนึ่งไปดื่มไวน์แล้วฉี่รดกางเกงในงานเลี้ยงจนอับอายขายขี้หน้า และตนก็คิดว่าคนที่เป็นองคมนตรีจะมาพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่ได้ เพราะการที่อ้างว่ามีการโอนเงิน 1.8 หมื่นล้านเข้าประเทศ เพื่อจะโยงว่านำมาจ้างในการถวายฎีกา สอดคล้องกับที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล คนที่เป็นองคมนตรีไม่ควรเป็นคนเฮงซวย ควรจะเป็นคนที่มีเกียรติ ถ้าจะพูดอะไรไม่ควรใช้วิธีกล่าวหาใคร แต่พล.อ.พิจิตรใช้วิธีการแบบนี้มา 2 ครั้งแล้ว

"วันนี้ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พิจิตร หรือใครก็ตาม เขาไม่มีทางมาหยุดยั้งคนเสื้อแดงได้ ที่ท้องสนามหลวงมีการตั้งเวทีล็อคพื้นที่ อ้างว่าจะใช้จัดงานวันเฉลิมพระชมน์พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทั้งที่มีเวลาเหลืออีกครึ่งเดือน เอาเป็นว่าคนเสื้อแดงจึงย้ายเวทีมาอีกฟากหนึ่ง ฝั่งสะพานพระปิ่นเกล้าแทน ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนเต็มถนนราชดำเนินได้ ที่กทม.บอกว่าไม่ให้ชั้นนั้น ปกติกทม.ก็ไม่เคยให้เราใช้อยู่แล้ว" นายจตุพร กล่าว

นายจตุพรยังกล่าวโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ยอมให้การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหมือนเมื่อปี 2475 โดยอ้างว่า กำหนดการถวายฎีกา 8 สิงหาคมตรงกันวันเสียงปืนแตก และจะมีประชาชนจับอาวุธสู้กับรัฐบาล เป็นการเตี๊ยมกันระหว่างนายสุเทพกับคนถาม นายสุเทพพูดเท็จ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะคนเสื้อแดงไม่ใครบอกว่าจะทำเหมือนปี 2475 และการที่บอกว่าจะยื่นถวายฎีกาต่อสำนักราชเลขาธิการวันที่ 7 สิงหาคม ก็เป็นเพียงการคาดคะเนของตนเท่านั้น ว่าหลังจากปิดรวมรายชื่อถวายฎีกาในวันที่ 31 กรกฎาคม อาจจะต้องใช้เวลา 7 วันเพื่อตรวจสอบรายชื่อ และทำสำเนาส่งให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ

"วีระ" เล่นลิ้น บอกใครขวางถวายฎีกาไม่จงรักภักดี

ขณะที่ นายวีระ กล่าวเสริมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยรับสั่งถึงหน้าที่ขององคมนตรีว่า องคมนตรีมีหน้าที่ให้คำปรึกษากับพระมหากษัตริย์ การไปให้คำปรึกษากับคนอื่นไม่ถือเป็นองคมนตรี ดังนั้นพล.อ.เปรมและองคมนตรีบางคนที่ไม่รู้หน้าที่จึงสมควรลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว

นายวีระ กล่าวว่า องคมนตรีเลอะเทอะไปพูดถึงเรื่องการโอนเงินมากมายก่ายกองต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริง ต้องเอาหลักฐานมา ถ้าหากว่ายังเลอะเทอะอยู่ก็ควรจะลาออกจากองคมนตรี เพราะเงิน 1.8 หมื่นล้านบาทในต่างประเทศมันไม่มีอยู่ หากจะมีการโอนเงินจริง จะต้องทำให้เงินดอลลาร์ และจะนำเข้าประเทศไทยทางไหน ทางเรือหรือแบกเข้ามา แถมเมื่อเอาเข้ามาแล้วก็ต้องไปแลกที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นสิ่งที่พล.อ.พิจิตรพูดจึงเป็นเรื่องที่เหลวไหล

"องคมนตรีไม่มีหน้าที่ที่จะเป็นกำแพงกั้นขวางระหว่าง พสกนิกรที่จงรักภักดีกับพระมหากษัตริย์ ถ้าพสกนิกรมีความทุกข์อยากจะขอพระราชทานพระเมตตาบารมีจากองค์พระประมุขจะต้องไม่มีใครกีดกั้น ใครทำตัวเป็นตัวกลางกีดกั้นสิ่งนี้ คนๆนั้นแหล่ะครับ คือคนที่ทำลายสถาบัน ชัดเจน" นายวีระ กล่าว

"นพดล"โต้องคมนตรีไม่ฟอกเงินท้า"บิ๊กเสือ"ส่งให้ปปง.-ดีเอสไอสอบ

นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าว พล.อ.พิจิตร กุลวณิช องคมนตรีระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ฟอกเงินจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาทเพื่อป่วนประเทศ ว่า พล.อ.พิจิตรเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองการมีข้อมูลในเรื่องนี้หากเป็นเรื่องจริงควรไปแจ้งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) หรือหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการจับกุม หรือไม่แจ้งพรรคเพื่อไทยรับทราบเพื่อตรวจสอบ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะให้ความร่วมมือด้วยเพราะเรื่องนี้ถือเป็นกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามไม่อยากให้นำประเด็นดังกล่าวมากล่าวหากันลอยๆ เพราะหากพูดไม่จริงก็จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย

"ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ฟอกเงิน และไม่มีเงินจำนวนมากขนาดนั้น เพราะเงินของท่านถูกอายัดไปหมดแล้ว และยังระหกระเหินในต่างประเทศอีก ดังนั้นอยากขอความเป็นธรรมจากพล.อ.พิจิตรซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองด้วย"นายนพดลกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าข่าวการฟอกเงินสอดรับกับข่าวการลงทุนธุรกิจต่างๆจำนวนมากของพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศ นายนพดล กล่าวว่า การลงทุนของพ.ต.ท.ทักษิณบางโครงการไม่ได้ลงทุนคนเดียว แต่ได้ร่วมทุนกับนักธุรกิจรายอื่นด้วย ซึ่งโครงการแต่ละโครงการไม่ได้มีมูลค่าถึงหมื่นล้าน

นายนพดล กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากที่ประชุมองคมนตรีที่มีการหยิบยกกรณีคนเสื้อแดงเข้าชื่อถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่สามารถทำได้ ว่า การเข้าชื่อของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องที่ประชาชนดำเนินการกันเอง เพราะสงสารพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ส่วนจะถูกตีตกหรือไม่นั้นก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบและกฎหมายรัฐธรรมนูญ