WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, August 2, 2009

อภิสิทธิ์วูบ ศึกใน-ศึกนอก

ที่มา ข่าวสด



ปิดเทอมใหญ่ไปนาน 2 เดือนเศษ สภาได้ฤกษ์เปิดประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติตั้งแต่ 1 ส.ค. ยาวไปจนถึงปลายพ.ย. นาน 4 เดือนเต็ม

ถ้าถือตามที่หลายคนเคยประเมินว่ารัฐบาลชุดนี้ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ น่าจะเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราว เข้ามาจัดระเบียบการเมือง

เพื่อรอเวลายุบสภาช่วงปลายปี

4 เดือนจากนี้จึงน่าจะเป็นช่วงโค้งสุดท้าย ที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งเครื่องผลงานในทุกด้าน ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชน เพื่อแปรเป็นคะแนนเสียงสนับสนุน

ให้ได้กลับมาเป็นฝ่ายกุมอำนาจอีกครั้งหลังเลือกตั้งครั้งหน้า

สิ่งที่เป็นสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าในช่วง 7 เดือนแรกของการเข้ามาบริหารประเทศ คือผลสำรวจของโพลบางสำนัก

ที่พบว่าคะแนนนิยมในตัวผู้นำรัฐบาลกำลังลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย จากร้อยละ 50.6 เมื่อเดือนมี.ค. หล่นมาอยู่ร้อยละ 32.9 ในปลายเดือนก.ค.

นักวิเคราะห์นำผลโพลดังกล่าวมาแยกแยะหาสาเหตุ กระทั่งได้ข้อสรุปออกมาตรงกันว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่มีผลงาน หรืออาจจะมีแต่ไม่ชัดเจนพอที่ประชาชนจะรู้สึกได้

ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามจะรีดเค้นมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อประคับประคอง และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

แต่เอาเข้าจริงประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรดีขึ้นอย่างที่รัฐบาลป่าวประกาศ

ความชะล่าใจต่อการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ทั้งยังกระทบต่อเนื่องไปถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจอีกด้วย



อย่างไรก็ตามประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้กับรัฐบาลและบรรดาพรรคร่วม

อีกอย่างก็คือความตกต่ำของกระแสในตัวผู้นำรัฐบาล สวนกับคะแนนความนิยมของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

นับจากชัยชนะศึกเลือกตั้งซ่อมพื้นที่สกลนครและศรีสะเกษของพรรคเพื่อไทย ซึ่งกลายมาเป็นแรงผลักดันในการล่ารายชื่อถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงการจัดงานแซยิดอย่างใหญ่โตเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับการล่ารายชื่อถวายฎีกานั้น ถึงจะมีแนวต้านจำนวนมากไม่ว่ากลุ่มองคมนตรี นักวิชาการ ส.ว. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ

แต่ไม่สามารถหยุดยั้งความฮึกเหิมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ได้จัดชุมนุมใหญ่ท้องสนามหลวง วาระปิดบัญชีการรวบรวมรายชื่อ ที่คาดว่าอาจได้มากถึง 3 ล้านรายชื่อ

มองลึกลงไปในกลุ่มแนวต้าน เน้นหนักไปที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งใช้กลไกกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในความดูแล ไปลากเอากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ไปจนถึงกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊กออกมารวมตัวเคลื่อนไหว

ตลอดจนการสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศ ตั้งโต๊ะให้ประชาชนที่ร่วมลงชื่อถวายฎีกาไปแล้ว มาลงชื่อขอถอนตัวนั้น

แง่มุมหนึ่งกลับเป็นการสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เพราะแทนที่หน่วยงานรัฐจะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย แต่กรณีนี้กลับทำตัวเป็นคู่กรณี ปั่นกระแสเผชิญหน้า สร้างความแตกแยก แบ่งประชาชนเป็นฝักเป็นฝ่าย

ซ้ำเติมความขัดแย้งเสียเอง



ในจังหวะที่รัฐบาลถูกมรสุมเศรษฐกิจ-การเมืองภายนอกซัดกระหน่ำจนแทบโงหัวไม่ขึ้น ปรากฏว่ายังได้เกิดปัญหาการเมืองขัดแย้งในขั้วเดียวกันเอง

องค์ประกอบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ผสมปนเปไปด้วย"หุ้นส่วนอำนาจ"หลากสี ทั้งสีเขียว สีน้ำเงิน สีเหลือง เมื่อบริหารประเทศได้ระยะหนึ่ง จึงเกิดปัญหาขัดขากันเองขึ้นมา

ต่างฝ่ายต่างแสดงตัวเป็นเจ้าบุญนายคุณ ออกมาทวงถามค่าตอบแทนกันอย่างเปิดเผย ไม่ว่าในรูปแบบการขอความช่วยเหลือในเรื่องคดีความ การจัดสรรงบประมาณ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตำรวจ ฯลฯ

ช่วงแรกดูเหมือนนายอภิสิทธิ์ จะบริหารจัดการปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ดี

แต่ระยะหลังมานี้โดยเฉพาะในคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่บานปลายกลายเป็นปัญหาการเมือง มีการเรียกร้องให้ปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างไร้เหตุผล

การคลายปมของนายกฯ ต่อกรณีดังกล่าวกำลังถูกจับตามอง ว่าจะนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์กับฝ่ายกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ อย่างไร

เช่นเดียวกับความขัดแย้งกันเองในระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่เริ่มแตกตัวและกลับมารวมกันเป็นกลุ่มใหม่ แม้แต่หัวหน้าพรรคก็เริ่มตั้งกลุ่มของตัวเองขึ้นมา

ถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งหากนายกฯ จะฟังแต่คนใกล้ชิดในกลุ่มของตนเอง

และอาจเกิดความเสียหลายอย่างใหญ่หลวงตามมา ถ้าหากบุคคลใกล้ชิดเหล่านั้นชี้นำนายกฯ จนออกนอกลู่นอกทาง ด้วยความไม่เคยชินกับการใช้อำนาจ



นอกจากนี้แล้วในโอกาสที่สภาเปิดเทอมใหม่

รัฐบาลมีการบ้านที่ต้องทำอีกมาก ไม่ว่าการผ่านกฎหมายสำคัญอย่างเช่นพ.ร.ก.ภาษีน้ำมัน พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้าน พ.ร.บ.งบประมาณฯวาระ 2-3

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลรับ"เผือกร้อน"มาจากคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จะเป็นไปตามความเชื่อที่ว่า ทุกครั้งที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามมาหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องตามดูกันต่อไป

นอกจากนี้ยังมีกรณีส.ส.ถือหุ้นต้องห้าม ที่อาจทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมกันครั้งใหญ่ ปัญหาโครงการชุมชนพอเพียงที่เริ่มส่งกลิ่นทุจริต

เหล่านี้คือบททดสอบสำคัญของนายอภิสิทธิ์

ว่าจะกอบกู้ความเป็นตัวของตัวเองกลับคืนมาได้หรือไม่

ขวัญชัยเผยแม้วจะกลับมาลงสนามการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23601

ขวัญชัย ไพรพนา

"ขวัญชัย ไพรพนา" เผยหลังเดินทางไปพบ "ทักษิณ" มั่นใจไม่เกิน6เดือนกลับไทยแน่นอน พร้อมลงสนามการเมืองอีกครั้ง เตรียมโฟนอินเข้ารายการวันที่ 3 ส.ค.นี้ ...

วานนี้ (1ส.ค.) นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยหลังเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ต่างประเทศ โดยกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจว่าจะได้กลับเมืองไทยภายใน 6 เดือนนี้ เพราะสถานการณ์การเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่ และพรรคประชาธิปัตย์คงบริหารประเทศชาติต่อไปไม่ไหว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าจะลงเล่นการเมืองอย่างแน่นอน ส่วนจะกลับมาแบบไหนและเล่นการเมืองอย่างไรนั้น ยังไม่เป็นที่ชัดเจน เพียงแต่ระบุว่า จะกลับมาแน่นอน

สำหรับท่าทีการกลับมาทำงานร่วมกันของนายเนวิน ชิดชอบ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายขวัญชัย อ้างถึงคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ถึงแม้การเมืองจะมีคำว่า ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่า คงไม่สามารถร่วมงานกับนายเนวินได้อีก เพราะนายเนวินไม่มีค่าอยู่ในสายตา แต่กลับรู้สึก เวทนา และบอกอีกด้วยว่า นายเนวิน ไปอยู่กับใครก็พร้อมรับใช้นายทุกคน

นายขวัญชัย กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ารายการวิทยุชมรมคนรักอุดร ซึ่งนอกจากพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมืองแล้ว ยังจะพูดถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ด้วย เนื่องจากวันดังกล่าวตรงกับวันเกิดของนายกฯ

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 1-7 ส.ค. 2552

ที่มา ประชาไท

:-) ทักทายค่ะ สบายดีกันทุกคนมั้ย แข็งแรงดีหรือเปล่า เป็นหวัด 2009 หรือยัง ฮ่า คำถามสามัญประจำบ้านไง

อาทิตย์นี้ (พอ) มีเวลา เลยหาเรื่องหนุกๆ มาชวนเล่นค่ะ Twtpoll : คุณคิดว่าตัวเองมีความเป็นเด็กหมาในตัวหรือไม่?

ที่นี่ค่ะ
http://twtpoll.com/fup0gg


มามี้รู้ว่าหนูกลุ้มใจ


มามี้รู้ว่าหนูอยากได้อะไรต่อมิอะไรมากมาย


รู้ว่าหนูเป็นเด็กแนว


ไม่ชอบเลียนแบบใคร


แต่ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้


ไม่ต้องรื้อหนังสือทุกวันได้มั้ย (ตุ๊กตาด้วย ขอไปซักบ้าง)


อีกอย่าง ประชดชีวิตวิธีอื่นได้มั้ย
!



ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Sun ประกายเจิดจ้ากำลังฉายส่องมา ไม่ว่าคุณพบปัญหาเรื่องใดอยู่จะมีสิ่งทำให้เบิกบาน มีความหวัง มีโอกาสได้เกียรติยศชื่อเสียง จิตใจฟองฟู
ความรัก ความสัมพันธ์ Ten of Cups ความสุขและความสมบูรณ์ในระดับสูงสุดเท่าที่ความสัมพันธ์จะให้ได้ แต่ในที่นี้อาจหมายถึงคุณได้รับสิ่งเหล่านี้ หรือต้องการทั้งหมดนั้น หรือใฝ่ฝันอยากให้เป็นเช่นนั้น?
สถานการณ์การเงิน Four of Pentacles ถือว่ามีความมั่นคงอย่างมาก ไม่ว่าคุณเองจะพึงพอใจหรือไม่ก็ตาม บางทีคุณอาจมัธยัสถ์มากเกินไปด้วยซ้ำ กังวลน้อยลงจะดีกว่าไหม
ธุรกิจ การงาน Queen of Wands การจัดการสิ่งต่างๆ ได้ดี มีทักษะและความเชี่ยวชาญด้านการจัดการ อาจได้ร่วมงานกับคนเก่ง-มืออาชีพ ถูกโปรโมทขึ้นตำแหน่งสูง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Queen of Swords หากเป็นบุคคลมักแสดงถึงคนร่างใหญ่ ใจแข็ง ใจเด็ด มนุษย์ประเภทยอมหักแต่ไม่ยอมงอ ถ้าเป็นสถานการณ์สั้นๆ คือ "เรื่องยากมาก"

คำแนะนำพิเศษ The Fool เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ เรื่องท้าทาย โลกที่อาจไม่เคยคุ้นมาก่อน ขอให้รักษาความกล้าหาญแบบเด็กๆ แต่ยับยั้งชั่งใจให้เป็นด้วย



ราศีพฤษภ
Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Tower การเปลี่ยนแปลงหรือพลิกผันฉับพลัน อาจมีสิ่งทำให้คุณตกอกตกใจ เป็นไปได้ทุกเรื่องทั้งรูปธรรมและนามธรรม แต่อย่างที่บอกเสมอ ผลลัพธ์ของเหตุการณ์ไม่ได้ร้ายเสมอไป
ความรัก ความสัมพันธ์ Five of Cups เป็นช่วงยากลำบากที่จะเดินหน้า บางครั้งคุณจึงจำใจล่าถอยเพื่อตั้งหลักสักระยะหนึ่ง ความสัมพันธ์อาจหยุดชะงัก ต้องรอเวลา
สถานการณ์การเงิน Ace of Pentacles ข่าวดีเรื่องการเงิน การเริ่มต้นของโอกาสดีๆ หากต้องใช้ทุนก็จะมีทุนมาให้ใช้ ความร่วมมือต่างๆ จะได้ดังประสงค์
ธุรกิจ การงาน Three of Wands มักบ่งบอกถึงงานที่ทำไปแล้วระดับหนึ่ง มีโอกาสก้าวหน้าและขยับขยาย มีเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนที่สอดคล้องกันด้วยดี
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Swords ปัญหาจากกลุ่มคน จะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว หรือญาติสนิทมิตรสหายก็ได้ อีกประการหนึ่งคือเรื่องยุ่งถมทับซับซ้อน ยังไงก็ซวย

คำแนะนำพิเศษ The High Priestess ใช้สัญชาตญาณให้มากเพื่อ "อ่าน" สิ่งลับลวงพราง


ราศีเมถุน
Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Emperor การทำงานระดับนโยบาย ร่วมมือกับภาครัฐ ผู้บริหารระดับสูง หรือตัวคุณเองอาจได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือดำเนินการควบคุมงานสำคัญ
ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Cups ไพ่ใบนี้มีหลายครั้งแสดงถึงเล่ห์ลวงพรางในความสัมพันธ์ แต่บางทีก็แสดงถึงคนที่ถอดใจ อยากปลีกตัวหนี หรือมีเรื่องซ้อนๆ ร้อนรนวุ่นวาย ต้องรีบหาทางแก้ไขสถานการณ์
สถานการณ์การเงิน Three of Pentacles โอกาสดีค่ะ หมายถึงรายได้พิเศษ ค่าตอบแทนจากงานที่ทำด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนาน งานสบายๆ หรือโชคลาภที่มาไม่คาดฝัน
ธุรกิจ การงาน Ace of Wands จะมีการเริ่มต้นงานใหม่ โครงการใหม่ อย่างน้อยๆ ก็เกิดเป็นไอเดียเด่นๆ นำไปพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก การเริ่มต้นทุกอย่างในสัปดาห์นี้จะหวังผลได้ในกาลต่อไป
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Two of Swords การสื่อสารที่มีปัญหา ความผิดพลาดในการรับส่งข้อมูล

คำแนะนำพิเศษ Death หากถึงจุดที่ต้องตัดใจ ตัดขาด หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมๆ แม้จะเจ็บปวดแค่ไหน ขอให้คุณมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง คิดเสียว่าผ่านอุโมงค์มืดมิดนี้ไปแล้วชีวิตคุณจะดีขึ้น

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Lovers การเลือก การตัดสินใจ จุดสำคัญในหัวเลี้ยวหัวต่อชีวิต คุณอาจกำลังอยู่ระหว่างทางแยก ทางโค้ง ทุกๆ การตัดสินใจจะนำคุณไปสู่ผลลัพธ์ที่มีแต่คุณจะรู้ว่ามันดีพอมั้ย
ความรัก ความสัมพันธ์ Four of Cups ยังมีความสับสนในใจใช่หรือเปล่า มีคนให้เลือกมากเกินไป? หรือไม่มีใครที่คุณพึงพอใจเสียเลย หรือเพราะยังรักแล้วแต่ก็เจ็บในใจลึกๆ? ถ้าคุณเต็มไปด้วยความลังเล จะยืดเวลาอีกหน่อยไหมล่ะ
สถานการณ์การเงิน Nine of Pentacles หน้าไพ่ใบนี้มักบ่งบอกถึงคนที่มีทรัพย์สินมั่นคง หรือมีความสามารถในการหารายได้งามๆ อยู่เสมอ แต่สิ่งที่ควบคู่มามักเป็นคำถาม สิ่งที่เงินซื้อให้คุณไม่ได้
ธุรกิจ การงาน Four of Wands ไพ่ของความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทำงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ หรือธุรกิจส่วนตัว มักบ่งบอกถึงสถานภาพที่ดี รากฐานแข็งแรง แม้แต่อยู่ในช่วงตกงาน ไม่ช้านานก็จะได้งานดีๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Four of Swords ความเครียด ความล้าเหนื่อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ อีกอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เป็นไข้ เป็นหวัด

คำแนะนำพิเศษ Justice คุณจะได้รับความยุติธรรมทุกอย่าง หากต้องเกี่ยวข้องกับรัฐ ราชการ เอกสารสำคัญต่างๆ ผลลัพธ์จะเป็นไปตามความเที่ยงธรรม

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Star ความหวังที่กำลังจะเป็นจริง ความชุ่มชื่นรื่นรมย์ในใจเหมือนเวลาได้พักผ่อนดูดาวกับเพื่อนสนิท ไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับมิตรภาพ งานสาธารณประโยชน์และการเยียวยาบาดแผลด้วยค่ะ
ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Cups อาจมีความสัมพันธ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็เป็นความรู้สึกดีที่งอกงามขึ้นมาอีกครั้งกับคนเก่าๆ
สถานการณ์การเงิน Queen of Pentacles การเงินกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น อาจมีคนให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนงามๆ ได้บริหารเงินก้อนใหญ่
ธุรกิจ การงาน King of Wands เด่นพอๆ กับการเงิน เป็นช่วงที่ได้รับความสนใจ มีคนจับตามอง รับมอบหมายงานสำคัญ หรือได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Swords เรื่องลับๆ ลวงๆ คนที่หาวิธีเอาตัวรอดเก่ง หรืออาจเป็นคุณที่พยายามหาทางพลิกแพลงแต่ก็ไม่สำเร็จ

คำแนะนำพิเศษ The Devil ระวังพันธนาการที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว หมั่นตรวจสอบจิตใจตัวเองว่ายังดีอยู่ไหม มีซาตานตัวไหนเข้ามาซ่อนอยู่หรือเปล่า

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Hermit การค้นหาเส้นทางของตัวเอง การเรียน การศึกษา บางคนพบความสันโดษโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ในบางคนก็จงใจปลีกวิเวกหาข้อสรุปให้ตัวเอง
ความรัก ความสัมพันธ์ King of Cups มีความสุขกับความรัก พบคนเจ้าเสน่ห์ อาจมีประสบการณ์ชีวิตมามาก หรือมีเชี่ยวชาญเรื่องรักเป็นอย่างดี แต่จะสำคัญไฉนถ้าใจตรงกันตอนนี้
สถานการณ์การเงิน King of Pentacles เฮงๆ ค่ะ จะมีรายได้งามๆ หรือทำงานได้ค่าตอบแทนหนักๆ เป็นที่อิ่มใจ อย่างไรก็ดี ไพ่ใบนี้มักแนะนำให้คุณ "จัดการ" เงิน ไม่ใช่เงิน "จัดการ" คุณ
ธุรกิจ การงาน Ten of Wands งานหนัก งานมาก มีภาระความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น มีเป้าหมายยาวไกลที่ต้องไปให้ถึง ต้องใช้ความอดทนอย่างหนักในช่วงนี้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Three of Swords ระวังการใช้อารมณ์ ความขัดแย้งที่นำไปสู่การใช้กำลัง ตลอดจนอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ

คำแนะนำพิเศษ
Queen of Cups หากคุณมีคำถามกับเรื่องความรัก นอกจากรักที่ให้คนอื่น ดูในหัวใจตัวเองด้วย คุณเองรักตัวเองแค่ไหน

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Judgement การพิพากษาหรือประกาศผลในเรื่องสำคัญ แต่ประเด็นแท้จริงอาจอยู่ที่การ "ฟัง" ให้ทัน เพื่อใช้โอกาสนั้นในการแก้ไขบางเรื่องบางอย่าง
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Cups ไม่ว่าคุณจะรักกันใหม่ๆ หรือรักกันมานานแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ยังสำคัญคือการเริ่มต้นความรู้สึกดีๆ ในแต่ละวัน แต่ละนาทีที่มีโอกาสอยู่ด้วยกัน พิเศษบางคนอาจได้ข่าวคราวจากแดนไกล
สถานการณ์การเงิน Five of Pentacles ระมัดระวังการเงินที่รั่วไหลให้ดีค่ะ อาจมีช่องโหว่ที่มองไม่เห็น เป็นช่วงขาดแคลนเงินสด หรือหาความช่วยเหลือได้ไม่ทันการณ์
ธุรกิจ การงาน Five of Wands อาจมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น หรือร่วมงานกับคนที่มีทัศนคติไม่ตรงกัน มีความวุ่นวายในหมู่เพื่อนร่วมงาน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น King of Swords การปะทะกับคนที่มีอำนาจหรือหน้าที่เสมอกัน สถานการณ์ยากลำบากแต่ก็ต้องฝ่าไปให้ได้

คำแนะนำพิเศษ Six of Cups หวนระลึกถึงอดีตไว้ ประสบการณ์ที่คุณกับใครสักคนหนึ่งมีร่วมกันในช่วงเวลาผ่านมา การมอบสิ่งดีๆ ต่อกัน สิ่งที่มีค่า ของขวัญพิเศษของคุณอยู่ตรงนั้นเอง

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The World การปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีมากกว่าเดิม บางคนหมายถึงการพบคนรักคู่ครองที่สอดคล้องยั่งยืน พบความสดชื่นรื่นรมย์ในระดับลึกซึ้ง
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Cups คุณอาจกำลังอยู่ในห้วงรัก หรือปรารถนาเดินทางไกลไปหาใครสักคน หรือจิตใจอ่อนไหว ตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามมักหมายถึงรักที่ดำเนินมาแล้วระยะหนึ่ง ไม่ใช่รักใหม่
สถานการณ์การเงิน Page of Pentacles ข่าวดี กระแสการเงินที่กำลังเคลื่อนไหว แม้จะช้า จะก้อนเล็ก แต่ก็ยังเป็นนิมิตหมายที่ดี หากมีการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ จะให้ผลตอบแทนมั่นคงไปในอนาคต
ธุรกิจ การงาน Seven of Wands ปัญหาหน้างานเกิดขึ้นตลอดเวลา สุดวิสัยที่จะทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่น ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Eight of Swords ระวังการถูกต้อนเข้ามุมอับ เข้าตาจน เกิดเรื่องพัวพันทับซ้อน หรืออยู่ดีๆ ก็มีความซวยมาเยือน เคลื่อนไหวลำบาก

คำแนะนำพิเศษ Knight of Swords การรุกหรือลุกขึ้นสู้ ตอบโต้กับศัตรูคู่แข่งขันย่อมดีกว่าการอยู่เฉยๆ รอเป็นเบี้ยล่าง แต่ทั้งนี่ทั้งนั้นประเมินตัวเองด้วยว่าพร้อมแค่ไหน


ราศีธนู
Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Strength ข่าวดีของไพ่ใบนี้คือพลังในตัวเอง การเอาชนะอุปสรรคได้ในที่สุด แต่ข่าวร้ายนิดหน่อยคุณจะเหนื่อยมากและต้องมีวินัยอย่างมาก โดยเฉพาะการควบคุมตัวเอง
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Cups มักหมายถึงเรื่องน่ายินดี การพบปะเพื่อนฝูง พบคนน่ารักมีเสน่ห์ เปิดตัวคนรักให้เพื่อนๆ รู้จัก หรือมีเรื่องให้คุณดีอกดีใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
สถานการณ์การเงิน Seven of Pentacles คุณมีรากฐานที่มั่นคงพอสมควร อาจจากฐานะทางครอบครัว หรือเงินทุนที่เก็บออมรองรัง แต่ไพ่ใบนี้มักเตือนว่าอย่าประมาท อย่าหมิ่นเงินน้อยอย่าคอยวาสนา
ธุรกิจ การงาน Two of Wands การทำงานร่วมกับคนที่มีความสอดคล้องกัน ช่วยเหลือกันได้ดี แต่หากเป็นคำแนะนำมักหมายถึงการเปิดกว้างยอมรับความเห็นผู้อื่น ทุกอย่างจะไปได้ดีกว่าทำเองทั้งหมด
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Swords ช่วงเวลาที่ต้องจำใจยอมแพ้ มีเหตุการณ์ขั้นแตกหัก หรืออยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อที่ไปต่อไม่ได้จริงๆ

คำแนะนำพิเศษ Six of Swords ปัญหาใดที่ยืดเยื้อมายาวนาน กาลเวลาจะให้คำตอบแก่คุณ หากรอคอยอยู่ขอให้มีกำลังใจ ทุกอย่างจะคลี่คลายออกไปเอง



ราศีมังกร
Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Temperance การปรับสมดุล ไม่ว่าจะเป็นจุดยืน วิถีชีวิต ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน คุณอาจต้องตีสองหน้าในบางครั้ง หรือหยั่งท่าทีผู้คนรอบข้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อการนำไปสู่สิ่งที่ดีของกันและกัน
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Cups ความสุขในความรัก หรืออาจจะรักอย่างมีความสุข แม้จะเป็นรักเค้าข้างเดียว หรือเพิ่งพบกันใหม่ๆ ก็ตาม มีความฝัน ความอ่อนหวาน ความอ่อนไหว เกิดขึ้นในใจสารพัน
สถานการณ์การเงิน Two of Pentacles เป็นช่วงตึงมือ น่าจะยุ่งๆ ติดขัด ต้องหมุน ต้องจ่าย หรือดึงเงินก้อนโน้นมาแปะก้อนนี้ อยู่ในช่วงวุ่นวายพอสมควร
ธุรกิจ การงาน Knight of Wands อาจมีการเดินทาง หรือทำงานเชิงรุกมากขึ้น และยังแสดงถึงคนที่ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ การร่วมงานกับคนรุ่นใหม่ไฟแรง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Swords การตัดสินใจที่เด็ดขาด พลาดไม่ได้

คำแนะนำพิเศษ Six of Wands ยึดมั่นเป้าหมายไว้อย่างเดียวไม่พอ อาจต้องเร่งสปีดขึ้นด้วยค่ะ ช้าๆ ได้พร่าบั่นคอตัวเองทำไง

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Magician กล่าวกันว่าไพ่นักมายากลนี้นำความสำเร็จมาให้เสมอ หมายถึงโอกาสดีๆ ที่มาถึงกะทันหัน ผลดีจากความคิดสร้างสรรค์ การเดินทางที่ปลอดภัย การหักเหไปสู่สิ่งที่ดีและดีกว่า
ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Cups อย่าแปลกใจไปหากคุณมีใครหลายคนซ่อนไว้ในความคิด หรือคนรักคุณก็อาจซ่อนไว้มั่งก็ได้ นี่เป็นไพ่ของคนมากรัก มากหัวใจ แต่ก็ยิ้มได้ในความวุ่นวายยุ่งเหยิง ดูเอาเถอะ
สถานการณ์การเงิน Six of Pentacles การใช้เครดิตต่างๆ ผ่านราบรื่น หากมีปัญหาจะได้รับความช่วยเหลือช่วยแก้ไข แต่ในเวลาเดียวกันก็อาจต้อง "ให้" คนอื่นด้วย
ธุรกิจ การงาน Eight of Wands มีงานเข้ามามากกว่าช่วงอื่นๆ หรือเปล่าคะ มักหมายถึงการงานที่ขับขยายก้าวหน้า มีโอกาสพัฒนาสู่ความสำเร็จอย่างที่มุ่งหวัง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Page of Swords ปัญหาจากบุตรหลานบริวาร เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน

คำแนะนำพิเศษ Nine of Wands อย่าเพิ่งกังวลมากไป หากยังมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้มากในเวลานี้ ใครที่ต้องการตัวเลือกที่ดีกว่า จังหวะยังมาไม่ถึง ใจเย็นก่อนนะ

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Hanged Man เรื่องบางเรื่องยังแขวนค้างอยู่ในใจ ปัญหาเดิมๆ เรื่องเก่าเล่าซ้ำซาก บางคนรู้สึกตนเองต้องยอมเสียสละหรือแลกเปลี่ยนอย่างจำใจ
ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Cups ความผิดหวังและสูญเสีย อาจพลัดพรากจากคนรัก หรือตั้งใจจะจากไป แม้จะยังทำใจไม่ได้แต่ก็ไม่มีทางดีไปกว่านี้
สถานการณ์การเงิน Knight of Pentacles ถือว่าการเงินอยู่ในระดับดีและมีกระแสที่ดีอยู่เรื่อยๆ สม่ำเสมอ แต่ถึงกระนั้นก็อาจต้องคิดหรือทำในเชิงรุกมากขึ้นเพื่อรักษาจังหวะของตัวเอง
ธุรกิจ การงาน Page of Wands การเริ่มต้นใหม่ทุกอย่างจะให้ผลดี อย่าละเลยความคิดสร้างสรรค์แบบเด็กๆ การเรียนรู้จากคนอายุน้อยกว่า หรือแม้แต่คนที่ประสบการณ์น้อยกว่า อยู่ที่ว่าคุณจับประเด็นได้ไหม
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Nine of Swords สุขภาพของญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว ความเครียดและกังวลของคุณเอง

คำแนะนำพิเศษ Ten of Pentacles ความมั่งคั่งไม่ได้แปลว่าเงินเพียงเท่านั้น เช่นกัน ความผาสุกในครอบครัวก็มาได้จากหลายทาง แต่หากคุณและครอบครัวมีเงินด้วย มีความสุขด้วย มันจะดีแค่ไหนล่ะ

ก้าวให้พ้นการเมืองแห่งความรู้สึก

ที่มา ประชาไท

แรกเริ่มในการขยับก้าวให้พ้นการเมืองแห่งความรู้สึกนั้นก็ต้องทำความเข้าใจร่วมกันก่อนว่า การเมืองแห่งความรู้สึก คืออะไร การเมืองแห่งความรู้สึกในที่นี้ หมายถึง การใช้ความรู้สึกที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองส่วนตนสร้างเป็นกรอบวิจารณญาณในการตัดสินใจหรือเลือกที่จะคิด เชื่อ และปฏิบัติการทางการเมืองออกไปตามที่ตนรู้สึก และในหลายครั้งเจ้าความรู้สึกนี้เองก็แรงกล้าจนทำให้เราเลือกที่จะไม่สนใจหลักการหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆไปเสียก็ได้ หากเราคิดว่าหลักการเหล่านั้นขัดหรือแย้งกับการตัดสินใจของเรา อาทิ เรารู้สึกว่านักการเมืองทั้งหมดหรือส่วนใหญ่เป็นคนน่าสงสัยไม่น่าไว้วางใจควรที่จะหาวิธีมาจำกัดขอบเขตอำนาจของนักการเมืองเหล่านั้นเสียโดยเฉพาะนักการเมืองที่เราตราหน้าว่ามาจากการซื้อเสียงชาวบ้านตาสีตาสาที่ไม่รู้เรื่องทางการเมืองเอาเสียเลย เราก็อาจจะรับข้อเสนอที่ให้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งมีสัดส่วนในสภาน้อยลง แล้วให้มีการแต่งตั้งบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามามีสัดส่วนในสภาเพื่อคัดง้างกับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง (ซึ่งหากพิจารณาจะเห็นว่าข้อเสนอนี้ขัดกับหลักความเสมอภาคทางการเมืองเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากได้มีการสถาปนาคนกลุ่มหนึ่งเข้ามามีอำนาจทัดเทียมกับตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง) หรือ ในกรณีที่มีข้อสงสัยต่อนักการเมืองผู้ได้รับความนิยมจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศว่าผู้นำคนนั้นมีการใช้อำนาจไปในทางมิชอบหรือไม่ ก็จะมีกลุ่มที่ชื่นชมในตัวผู้นำคนนั้นเป็นอย่างยิ่งเลือกที่จะไม่สนใจความบกพร่องของผู้นำคนนั้นเพราะคิดว่าส่วนอื่นที่เขาดีนั้นได้ตอบสนองความปรารถนาของตนที่รอคอยจะได้ผู้นำที่เอาทรัพยากรส่วนกลางระดับชาติมาจัดสรรให้กับตนอย่างที่ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนเคยทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมาก่อน แม้ความบกพร่องของผู้นำคนนั้นจะมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบอันละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้บริสุทธิ์นับพันคนตายไปก็ตาม แต่ก็หาได้มาลบเลือนความนิยมชมชอบของกลุ่มผู้สนับสนุนที่มีต่อตัวผู้นำคนนั้นไม่

ความรู้สึกทางการเมืองอันแรงกล้าจนอยู่เหนือเหตุผลและหลักการเหล่านี้ล้วนมีอานุภาพรุนแรงและสามารถแผ่อิทธิพลเหนือผู้คนในสังคมได้อย่างกว้างขวาง หากผู้คนในสังคมไม่มีภูมิคุ้มกันทางการเมืองที่ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่า ข้อเสนอทางการเมือง คำปลุกเร้าทางการเมือง หรือบทบาททางการเมืองที่บุคคลต่างๆแสดงออกนั้น ตั้งอยู่บนหลักการหรือฐานความคิดใด มีสิ่งที่เป็นความเท็จ ความลวง หรือแม้กระทั่งขัดหลักการพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน เช่น ความเสมอภาคของบุคคลในสังคม การเคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือไม่ หากผู้คนในสังคมมิอาจแยกแยะได้ก็เป็นการง่ายที่กลุ่มบุคคลใดจะสร้างข้อมูล หรือคำอธิบายบิดเบือนขึ้นมาเพื่อชักจูงให้มวลชน คิด เชื่อ และทำ ตามที่กลุ่มนำขบวนการต้องการ เพราะต้องไม่ลืมว่าสังคมไทยได้เคยผ่านเหตุการณ์ที่คนในสังคมมีความรู้สึกทางการเมืองแรงกล้าจนสามารถใช้กำลังเข้าฆ่าฟันผู้อื่นซึ่งมีความคิดเห็นทางการเมืองขัดแย้งกับตนจนทำให้เกิดสงครามกลางเมืองกินระยะเวลาหลายปีและมีเพื่อนร่วมชาติบาดเจ็บล้มตายไปอีกนับไม่ถ้วน จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 และสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์ ดังนั้นข้อสรุปที่เกิดขึ้นในอารยะสังคมทั้งหลายก็คือ เมื่อมีความขัดแย้งที่เกิดจากความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คนที่คิดต่างหันมาเห็นตามทันที และเราก็ไม่สามารถทำให้เกิดความเห็นเชิงเดี่ยวอย่างเดียว เพราะฉะนั้นสังคมจึงต้องแสวงหากระบวนการทำให้คนที่เห็นต่างกันพออยู่ร่วมกันได้ และสามารถหาแนวทางในการตัดสินใจเพื่อเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ว่าจะผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจรูปแบบใดก็ตาม เช่น ประชาพิจารณ์ ประชามติ หรือเลือกตั้ง แต่หลักการพื้นฐาน คือ ต้องอยู่บนการเปิดโอกาสให้ทุกคนใช้สิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันโดยปราศจากวิธีการที่รุนแรงป่าเถื่อนเพื่อคงไว้ซึ่งภารดรภาพในสังคม
เมื่อนำเรื่อง การเมืองแห่งความรู้สึก มาปรับเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นช่วง 3-4 ปี หลังมานี้จะเห็นได้ว่า สังคมไทยได้อยู่ในช่วงเขย่าขวดสังคมครั้งใหญ่ที่ตอนนี้ก็ยังไม่ตกตะกอน ฝุ่นควันแห่งความขัดแย้งยังฟุ้งกระจายบดบังวิสัยทัศน์ของคนในสังคมจนมิอาจแยกแยะได้ว่าสิ่งใด ลับ ลวง พราง บ้างนั้น หากเราตัดสินใจอยู่บนความรู้สึกที่แรงกล้าบ้าบิ่น การกระทำที่ตามมาก็อาจรุนแรงจนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันจนบาดเจ็บล้มตายซึ่งจะเป็นบ่อเกิดแห่งความแค้นที่ยากจะถอดถอนออกจากหัวใจของแต่ละฝ่ายได้ อันจะทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อและฝังลึกลงในความรู้สึกของคู่ขัดแย้งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจะเป็นการเสียหายประการใดเล่าหากเราจะเลือกวิถีทางแห่งสันติในการขับเคลื่อนขบวนการทางการเมืองในช่วงระยะเวลาที่ความขัดแย้งแหลมคมเช่นเวลานี้ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ขออธิบายให้เห็นถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเมืองแห่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นดังตัวอย่างที่จะยกมาให้เห็นต่อไปนี้ แล้วจึงจะนำเสนอแนวทางในการก้าวให้พ้นการเมืองแห่งความรู้สึกในช่วงท้าย
ตัวอย่างที่จะยกมาให้เห็นถึงการถกเถียงในประเด็นการเมืองแห่งความรู้สึก คือ ข้อสันนิษฐานที่เกิดจากปรากฏการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เหตุใดการเคลื่อนไหวของขบวนการ(โดยเฉพาะหลังข้อเสนอ นายกพระราชทานตามมาตรา 7เป็นต้นมา) จึงมีสัดส่วนของผู้เข้าร่วมเป็นสุภาพสตรีสูงวัยเป็นจำนวนมาก และเหตุใดจึงมีสุภาพสตรีที่เข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองจึงมีอัตราส่วนที่มากขึ้น จนกลายเป็นมวลชนส่วนใหญ่ของขบวนการ ถึงขนาดแกนนำและกิจกรรมบนเวทีได้มีการสื่อสารไปถึงคนกลุ่มดังกล่าวเป็นการเฉพาะ เช่น แม่ยก แม่ฉันแม่แก กิจกรรมบันเทิง และการพูดจาออดอ้อน ไม่ต่างอะไรกับมหรสพต่างๆที่มีแม่ยกเป็นผู้สนับสนุนหลัก (ข้อสังเกตอีกประการขบวนการ นปก./นปช. ก็มีสุภาพสตรีเข้าร่วมเคลื่อนไหวไม่น้อยเช่นกัน แต่ก็น้อยกว่าที่ปรากฏในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถึงกับมีการเหน็บแนมกันว่า นี่เป็นการปะทะกันระหว่างขบวนการต่างชนชั้นเพราะข้างพันธมิตรมักจะนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้เข้าร่วมเป็นชนชั้นกลางผิวพรรณหน้าตาขาวสะอาด แต่งกายสวยงาม ส่วนภาพของคนที่เข้าร่วมกลุ่ม นปก./นปช. จะมีลักษณะเกร็นกร้าน เปื้อนหยาดเหงื่อ เป็นลักษณะของกลุ่มรากหญ้าและผู้ใช้แรงงาน ที่มักถูกทำซ้ำภาพลักษณ์ในสื่อกระแสหลักของสังคมไทย) จากข้อสันนิษฐานถึงสัดส่วนสุภาพสตรีในขบวนการทางการเมืองดังกล่าว ได้มีผู้ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของสัดส่วนสุภาพสตรีที่เพิ่มขึ้นกับปัจจัยทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ ปัจจัยที่ทำให้มีสุภาพสตรีตื่นตัวเข้าร่วมขบวนการทางการเมืองโดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรก็ด้วยปัจจัยภายนอกหลักๆ 3 ประการ คือ สื่อ โลกาภิวัฒน์ และเพศสภาพ (Gender)
ปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนไป ได้แก่ สื่อ โลกาภิวัฒน์ และเพศสภาพ
1. สื่อ สื่อในยุคโลกาภิวัฒน์ได้ส่งผ่านข้อมูลทางการเมืองในปริมาณมหาศาลและรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศได้อย่างฉับไว(Real-Time) จึงทำให้กลุ่มสุภาพสตรีซึ่งแต่เดิมไม่ได้ร่วมเสวนาในวงสนทนาปัญหาการเมืองในพื้นที่สาธารณะต่างๆ อาทิ สภากาแฟ สมาคม หรือวงสนทนาปัญหาบ้านเมืองต่างๆ แต่ปัจจุบันได้มีระบบสื่อสารใหม่(New-Media)ที่เข้าถึงได้ง่ายเพียงแค่บอกรับสมาชิกเคเบิ้ล หรือสั่งซื้อจานดาวเทียมก็สามารถเข้าถึงสื่อการเมืองเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ไม่ต่างจากรายการเรียลลิตี้โชว์บันเทิง แต่นี่กลายเป็นรับชมรายการเรียลลิตี้การเมือง 24 ชม./วัน แทน การได้รับรู้ข้อมูลและถูกปลุกเร้าทางการเมืองโดยตรงซ้ำๆ จนกลายเป็นความรู้สึกอันแรงกล้านี้เองทำให้มวลชนประเภทแฟนพันธุ์แท้ต้องแสดงออกในรูปแบบการเข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ว่าจะโดยตรง หรือทางอ้อม(อุดหนุนเงินทุน) แต่ต้องระลึกอยู่เสมอว่ารายการเรียลลิตี้ต่างๆ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของมายาที่เสมือนจริง ข้อมูลต่างๆถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้จัดทำรายการ มีการเลือกสรร และพิจารณาก่อนแล้วจึงจะปล่อยให้ออกสู่การรับชมของผู้ชม หากประชาชนมิอาจใช้วิจารณญาณในการรับชมรายการก็อาจจะเกิดการสับสนระหว่างโลกมายาที่มีข้อมูลเชิงเดี่ยวด้านเดียว กับ โลกแห่งความเป็นจริงซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายมากกว่าข้อมูลที่ผู้ผู้จัดทำรายการเสนอในรายการ
2. โลกาภิวัฒน์ ได้ปลุกให้กลุ่มสตรีที่อยู่อาศัยหรือทำงานที่บ้านแต่เป็นผู้กุมกำลังอำนาจทางเศรษฐกิจไว้สามารถส่งกำลังทุนผ่านช่องทางต่างๆได้ง่ายขึ้น เช่น ATM บัญชีธนาคาร โทรศัพท์ SMS ที่สามารถเอื้อให้ส่งกำลังทรัพย์ และเสบียงกรังต่างๆไปสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นโดยที่ไม่ต้องผละจากงานบ้านหรืองานประจำที่ต้องรับผิดชอบอยู่ ต่างจากแต่เดิมที่การเข้าร่วมขบวนการทางการเมืองนั้นต้องหอบพาร่างกายเข้ามาร่วมกิจกรรมจนอาจต้องผละจากภาระงานต่างๆที่รับผิดชอบอยู่
3. เพศสภาพ ข้อสังเกตที่สำคัญต่อขบวนการพันธมิตรฯ เหตุใดจึงมีสุภาพสตรีวัยกลางคนเข้าร่วมเคลื่อนไหวอย่างจริงจังต่อเนื่องเป็นสัดส่วนมากถึงเพียงนี้ หากมองย้อนไปในอดีตงานภาระหน้าที่หลักของสุภาพสตรีในสังคมไทยจะเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนแม้เป็นผู้หญิงทำงานก็มักเป็นงานที่ทำอยู่กับบ้านพร้อมกับดูแลครอบครัวไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งงานเหล่านี้ถูกมองข้ามถึงคุณค่าไปจนทำให้หยาดเหงื่อของผู้หญิงถูกทำให้เบาบางไป ต่างจากงานของผู้ชายที่ออกไปเผชิญโลกกว้างแสวงหาอำนาจความมั่งคั่งจากภายนอกกลับเข้ามาในบ้าน หรือเปลี่ยนแปลงสังคม ปกป้องชาติบ้านเมืองซึ่งจะได้รับการชื่นชมและให้คุณค่ามากกว่า ปัจจุบันการเข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มสุภาพสตรีทำให้บทบาทของสตรีในสังคมไทยเปลี่ยนไป จึงถือเป็นครั้งแรกที่ทำให้สตรีเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในประเทศชาติ มีส่วนร่วมในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์(ตามนิยามความรักชาติไทยแบบอนุรักษ์) เกิดความภาคภูมิใจ ฮึกเหิม จนกลายเป็นความรู้สึกแรงกล้าในการเข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคนกลุ่มอื่นๆในขบวนการได้ปลีกตัวออกไปจากขบวนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯไปเป็นจำนวนมากนับแต่การเรียกร้องวิธีการเอาชนะระบอบทักษิณด้วยวิธีการนอกครรลองประชาธิปไตย อาทิ การขอนายกพระราชทานตาม ม.7 การสนับสนุนการรัฐประหาร หรือการใช้กำลังมวลชนเข้ายึดสถานที่สาธารณประโยชน์ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรสะท้อนให้เห็นความรู้สึกอันแรงกล้าทางการเมืองแต่มุ่งผลสำเร็จไปที่เป้าหมายมาก่อน จนหลายๆวิธีการมีลักษณะก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นและส่วนรวม สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงขาดประสบการณ์ทางการเมืองจนทำให้เกิดความรู้สึกร่วมไปกับพล็อตที่แกนนำชี้นำ(การปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์เป็นสิ่งสูงค่าเกินกว่าชีวิตของคนที่มีอุดมการณ์อย่างอื่น) จนการเคลื่อนไหวของขบวนการมุ่งไปสู่เป้าหมายโดยมิได้คำนึงถึงวิธีการที่ถูกครรลองโดยหวังว่าเมื่อได้ชัยชนะจากการเคลื่อนไหวของขบวนการแล้วสังคมจะดีขึ้นดุจพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้เนื่องจากสังคมประชาธิปไตยที่มีประชาชนมีความแตกต่างหลากหลายกว่า 70 ล้านคน เราไม่อาจปิดปากหรือทำลายฝั่งตรงข้ามให้หายไปจากสังคมจนหมดเกลี้ยง นอกจากนี้ความอ่อนประสบการณ์ทางการเมืองก็ยังทำให้ไม่สามารถแยกข้อมูลและวาทกรรมทางการเมืองของแกนนำขบวนการได้ออกว่าอันใดจริงอันใดเท็จ อันใดปลุกเร้าเกินจริง หรือมีวิธีการที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ผิดครรลองประชาธิปไตย
ประสบการณ์ทางการเมืองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้าง ความรู้สึกทางการเมืองของบุคคล ดังนั้นหากขาดประสบการณ์ทางการเมืองไปเสียแล้วย่อมเป็นการง่ายที่อาจจะถูกด้านมืดเข้าครอบงำแม้จะมีอุดมการณ์ที่บริสุทธิ์ก็ตาม การขาดประสบการณ์ทางการเมืองมิได้สะท้อนว่าคนในสังคมโง่แต่กำเนิด แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยขาดกระบวนการสั่งสมประสบการณ์เมืองให้กับพลเมืองเป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็นทางตรง คือ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองน้อยมากมาตั้งแต่อดีตทำให้ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมคิดตัดสินใจทางการเมือง จนทำให้เกิดความไม่พร้อมเมื่อต้องลงสู่สนามการเมืองจริงในห้วงเวลาปัจจุบัน หรือขาดประสบการณ์ทางการเมืองทางอ้อม คือ การศึกษาที่เป็นนวัตกรรมของมนุษย์ที่ได้ทำการเก็บสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองของบรรพบุรุษออกเป็นหลักการและทฤษฎีที่ได้รับการพัฒนาจากนักปราชญ์ผู้เคี่ยวกรำประสบการณ์ทางการเมืองมานับศตวรรษ เนื่องจากความรู้ทางการเมืองการปกครองของสังคมไทยอยู่ภายใต้การครอบงำของกลุ่มอำนาจทางการเมืองไทยที่ยัดเยียดความรู้ทางการเมืองผ่าน ระบบการศึกษา และสื่อกระแสหลักที่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองเรื่อยมา
ข้อสรุปที่ได้จากกระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรฯ คือ มีกลุ่มคนในสังคมไทยที่ตื่นตัวเพราะการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอก(สื่อ โลกาภิวัฒน์ เพศสภาพ) แต่ไม่อาจใช้วิจารณญาณได้เกินกว่าความรู้สึกเพราะขาดประสบการณ์ทางการเมือง (จากการขาดการมีส่วนร่วมทางการเมืองนับแต่อดีต และถูกครอบงำการศึกษาและสื่อจากกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง) ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่ “ความรู้สึกทางการเมือง” ที่กลายมาเป็นวิจารณญาณในทางการเมืองของคนในสังคมเสียมากกว่า ที่เราต้องพิจารณาแล้วหาทางก้าวพ้นให้ได้ เพราะความรู้สึกทางการเมืองนี้เองที่ครอบงำวิจารณญาณของผู้คนในสังคมไทยโดยที่มิได้จำกัดวงอยู่แต่เพียงกลุ่มสตรีเท่านั้นแต่ขยายไปยังคนหลากหลายกลุ่มในสังคมที่ล้วนอยู่ภายใต้ระบบการครอบงำเราให้เหลือเพียงความรู้สึกที่ผ่านการทำซ้ำ แต่ไม่สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณตามหลักการและเหตุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ส่วนแนวทางในการก้าวให้พ้น “การเมืองแห่งความรู้สึก” กรุณาติดตามในบทความชิ้นต่อไป เรื่อง “ประชาธิปไตยศึกษา กับ การก้าวให้พ้นการเมืองแห่งความรู้สึก”)

หุหุ คิดไปได้

ที่มา thaifreenews

โหรทบ.เตือนทหารเร่งทำพิธีกัน “ทักษิณ” คืนอำนาจ แนะใช้“ปฐมพงษ์” นำ 108 นายพล เดินผ่าน“คุกเก่า-ตึกดิน”เพิ่มพลังเทพ สู้พลังนรก ที่หนุน “ทักษิณ”

นายนิพนธ์ โลหิตเสถียร ที่ปรึกษาด้านโหราศาสตร์ ของนายทหารระดับสูง กล่าวกรณีกลุ่มเสื้อแดงมีการทำพิธีตัดกรรม แก้กรรม และสวดหงายบาตร ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

โดยพระ 108 รูป และสวดอิติปิโส ถอยหลัง 108 จบว่า จากนี้ต้องทำพิธีแก้ไขโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง ยิ่งในช่วงที่กลุ่มเสื้อแดง รวมรายชื่อประชาชนได้เกือบ 5 ล้านคน เพื่อถวายฎีกาขออภัยโทษ

ซึ่งตนอยากเสนอและขอร้องให้ พล.อ. ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษา บก.กองทัพไทย ซึ่งตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เป็นนายทหารที่คิดเพื่อชาติบ้านเมืองมาตลอด เป็นผู้นำในการ รวบรวม นายพล ไม่ว่าจะเป็น ในราชการหรือนอกราชการ

จำนวน 108 นาย และต้องผ่าน หลักสูตรเสนาธิการ จาก รร.เสธ.ทบ. มาแล้ว มาตั้งแถวแล้วเดินไปที่ เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 เดิม หรือตึกดินเดิม (ซึ่งทางทบ.ย้ายเรือนจำไป จ.นครปฐมแล้ว) โดยให้เดินผ่าน ทหาร รปภ. ตามจุดประตูต่างๆ ทั้ง 5 จุด

เพื่อ ที่จะใช้พลังของทหารระดับนายพล เพิ่มพลังให้กับเทพทั้ง 5 เพื่อต่อสู้กับ พลังความชั่วร้ายจากนรก ที่แผ่ซ่านออกมาจากเรือนจำ มทบ.11 เก่าแห่งนี้ เพราะคุกเก่านี้ถูกทำลาย ทำให้มีความชั่วแผ่ออกมาจนทำให้เกิดปัญหาต่างๆในบ้านเมือง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พลังความชั่วจาก ดินแดนนรกแห่งนี้ที่ถูกพังทลายรั้วออก จนทำให้มีพลังมากขึ้น” นายนิพนธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีนายทหารคนไหนเชื่อและกล้าทำตาม เพราะเกรงจะถูกกล่าวหาว่างมงาย นายนิพนธ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจดี แต่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ถ้าไม่รีบทำ ตนก็ไม่รับประกันว่า จะเกิดอะไรขึ้นในเร็วๆนี้หรือไม่ โดยเฉพาะอำนาจที่กลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ

สื่อมา สื่อไป

ที่มา thaifreenews

อารมณ์เสื่อมศรัทธาเกิดได้เมื่อมีแรงกระตุ้น

โดย พระพยอม กัลยาโณ

ที่มา www.dailyworldtoday.com/columblank.php

ญาติโยมชาวพุทธจะเสื่อมศรัทธาต่อพระสงฆ์องค์เจ้ามีอยู่ด้วยกันไม่กี่อย่าง อย่างแรกพระรูปนั้นๆอาจทำอะไรผิดต่อความเป็นพระเอง อย่างที่สองเป็นเพราะญาติโยมเข้าใจหรือไม่เข้าใจการกระทำของพระบางรูปบางกลุ่มว่าเป็นสิ่งที่พระควรทำหรือไม่ โดยนำมาวิจารณ์อย่างขาดความรู้ โดยเฉพาะสื่อบางสื่อ

สังคมมองว่าความเสื่อมถอยที่เกิดขึ้นในหลายๆวงการตอนนี้มีมากมายเหลือเกิน วงการการเมืองเป็นวงการแรกที่ถูกมองว่าน่าเอือมระอามากที่สุด คนที่อยู่ในวงการการศึกษามีพฤติกรรมแปลกประหลาดแก้ไม่หาย อย่างการยกพวกตีกันของเด็กช่างกลมีสถิติออกมาว่าในช่วง 6 เดือนตีกันถึง 2,000 กว่าครั้ง

มาวันนี้จึงมองไม่ออกว่าสถาบันใด องค์กรใดมีความเชื่อมั่นศรัทธาเสื่อมใสเหลืออยู่ในสายตาชาวบ้านบ้าง แม้แต่ในวงการศาสนายังถูกมองว่าเสื่อม เพราะมีคนเอยปากออกมาว่า “วันๆเห็นมีแต่ข่าวพระกินเหล้า พระชกต่อยกับญาติโยม พระมั่วสีกา” ถึงจะเป็นแค่การกระทำของพระส่วนน้อย แต่ยอมรับว่าทำร้ายจิตใจชาวพุทธไม่น้อย บางครั้งศาสนาก็แปดเปื้อนเพราะคนไม่เข้าใจ หรือการป้ายสีใส่ไข่ได้เหมือนกัน อย่างเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมามีพระกลุ่มหนึ่งถูกนิมนต์ให้สวดทำบุญและทำพิธีหงายบาตรแก้กรรมให้กับอดีตนายกฯ พระเหล่านั้นก็ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามคือสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV ออกมาถล่มพระเหล่านั้นอย่างหนักว่ากระทำเรื่องงมงายให้ชาวบ้านสับสน

สิ่งที่เห็นอยู่ในเวลานี้ของวงการศาสนาที่เป็นที่พึ่งทางใจให้กับพุทธศาสนิกชนทั้งหลายค่อนข้างงอนแง่นคลอนแคลนต่อความเชื่อมั่น เชื่อถือ และศรัทธา สถาบันต่างๆที่เคยให้การยอมรับนับถือ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยถูกยกให้เป็นปูชนีย์ เป็นที่พึ่งทางใจที่ชาวบ้านต่างเชื่อมั่นว่าท่านเป็นพระที่ดี ต่อมากลับด่ากันอย่างป่นปี้ ถ้าเป็นอย่างนี้น่าจะเกิดจากอะไร ถ้าจะให้วิเคราะห์น่าจะเกิดจาก

1.สื่อต่างๆกระพือความไม่ดีของคนในองค์กร สถาบันที่คนเชื่อมั่น เชื่อถือ และศรัทธา แม้แต่พระยังขึ้นหน้า 1 บ่อยๆ ที่คิดว่าจะเอาอะไรออกมาลากไส้ท่าน

จึงอยากจะบอกว่าไม่มียุคไหนที่สื่อสามารถลากไส้วงการพระได้เท่ากับสื่อในยุคนี้ เพราะมีทั้งแอบถ่ายพระทำไม่ดีจากที่นั่นที่นี่เอาไว้ มีทั้งคลิปวิดีโอ ภาพนิ่ง จนพระถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ยอมรับว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนรู้สึกง่อนแง่นต่อการศรัทธาพระ

2.พระยุคนี้เป็นพระที่ขาดความระมัดระวัง ไม่ระวังตัว คือไม่รักษาใจ ไม่รักษาตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ พอสัมผัสอะไร ฟังอะไร มักมีอาการเคลิบเคลิ้ม วูบวาบ หวั่นไหว ยินดียินร้ายอย่างง่ายดาย ทำให้จิตกระเจิงจนหลายรายต้องตกเป็นข่าว พระบางรูปไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆไม่ระวังว่าควรไปหรือไม่ บางที่ไม่ควรไปก็ไป บางรูปอยู่วัดแท้ๆก็ไม่ระวัง ยอมให้สีกาเข้าไปเพ่นพ่านในกุฏิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่ควรให้เข้าไป หรือบางรายบอกเข้าไปทำความสะอาดก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะอันที่จริงเด็กผู้ชายน่าจะมีเยอะ โดยไม่จำเป็นต้องให้สีกาเข้าไป ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้เชื่อมั่นตัวเองขนาดนั้น

พระพุทธเจ้ากล่าวไว้แล้วว่าอะไรเป็นศัตรูของพรหมจรรย์ “ไม่มีอะไรที่จะครอบงำจิตใจบุรุษได้เท่ากับรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสของสตรี” นอกจากสื่อที่ยั่วยวนแล้ว เราก็ยังไปชมหรือดูสื่อเหล่านั้น ทำให้สื่อมวลชนกลายเป็นเสี้ยมมวลชน เสี้ยมใจพระให้หมดอารมณ์จากความเป็นพระ ซึ่งก็เหมือนกับเด็กนักเรียนที่ไม่มีอารมณ์เรียน แต่มีอารมณ์อยากเป็นนักเลง อยากเก่ง อยากตี อยากฆ่าคนอื่นให้วายชีวากันไป สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่น่าอิดหนาระอาใจว่าเมื่อไรจะมีข่าวดีๆ ภาพดีๆให้เห็น

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่าพระอยู่สีนั้นสีนี้ โดยเฉพาะพระพยอมจะถูกระบุเป็นรายแรกๆ อาตมาแปลกใจว่าคนจากกรุงเทพฯหรือจังหวัดรอบๆกรุงเทพฯที่มากราบมาไหว้ มาเยี่ยมเยียนถึงบ้านซอโอ อ.พบพระ จ.ตาก มีหลายรายมากที่มากราบขอขมา นำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมา บอกว่าเคยด่าอาตมาไว้เยอะว่า “ทำไมไม่ห่มจีวรแดงแล้วไปอยู่กับคนเสื้อแดงเสียให้รู้แล้วรู้รอด” ซึ่งตอนหลังก็บอกว่าเข้าใจและรู้ว่าท่านไม่ได้อยู่ข้างไหน และไม่ได้ไปเกาะแกะกับกลุ่มเสื้อแดง แม้แต่สถานีโทรทัศน์ช่องดีสเตชั่นซึ่งเป็นของคนเสื้อแดงก็ไม่ได้ไปร่วมรายการกับเขา จึงเริ่มมองว่าเป็นพระที่ไม่ได้ฝักใฝ่กับกลุ่มไหน แต่เข้ากับทุกกลุ่ม ทุกสี ซึ่งคนที่เข้าใจก็ฟังจากที่อาตมาชี้แจงไปในสื่อ คือหนังสือ ซีดีที่บันทึกไว้เวลาเดินทางไปเทศน์ตามที่ต่างๆ

ยังดีที่มีคนเข้าใจ แต่ก็ยังมีคนระดับดอกเตอร์และพวกไม่กี่คนที่ทำรายการในช่อง ASTV ยังไม่เข้าใจ ยังด่าจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดกระแหนะกระแหนว่าวัดแก้วฟ้าที่เปิดให้พรรคพวกของอดีตนายกฯเข้าไปทำพิธีหงายบาตร พิธีแก้กรรม อีกหน่อยจะเป็นเหมือนวัดสวนแก้วที่ตอนนี้เป็นวัดร้างเพราะเปิดรับคนเสื้อแดง ขนาดพระพยอมยังต้องหนีไปอยู่จังหวัดตาก เป็นเรื่องจริงเสียที่ไหนล่ะ เพราะวัดสวนแก้วก็ยังมีพระเป็นสิบรูปจำพรรษาอยู่ และญาติโยมก็ยังมาทำบุญกันมากเหมือนเดิม

ขณะที่ อ.พบพระเป็นดินแดนที่มีคนเสื้อเหลืองอยู่กันมาก ก็ถือว่าเป็นเสื้อเหลืองที่น่ายกย่อง เพราะแยกแยะออก อาตมาไปบิณฑบาตเขาก็บอกว่าเป็นสีเหลือง แต่ไม่เกลียดพระพยอม ไม่ได้มองว่าใครไม่ได้อยู่ฝ่ายตัวก็ต้องถล่ม

เพราะฉะนั้นใครที่มีสื่ออยู่ในมือแล้วไม่ระวังว่าพูดไปแล้วเกิดบาปปากกับตัวเอง พูดไปแล้วทำให้ศาสนาเสื่อม คนขาดศรัทธาพระ ไม่รู้ชาติหน้าคนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร

เจริญพร

จากการที่ ice angel ได้อ่านบทความนี้แล้วก็ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมและได้พบว่า

มีเวปไซด์หนึ่งทำรูปภาพแบบนี้กับพระพอยม (ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง)

"ไม่รู้ชาติหน้าคนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร" ?

http://www.boringdays.net/red-payom/

รวมทั้งพบคลิปวีดีโอที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เคยว่ากล่าว

ล่วงเกินพระพยอมด้วยเช่นกัน

www.thaifreenews.org/forum/index.php

แม้วเซอร์ไพรส์มาร์คซุ่มเบิร์ธเดย์ดำทั้งแผ่นดิน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวไทย
2 สิงหาคม 2552

ลูกพรรคแมงสาบเซอร์ไพรส์เล็กๆเป่าเค้กล่วงหน้ามาร์ค

ในช่วงค่ำเมื่อวานนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดงานระดมทุนพรรค เขตคลองเตย ภายในงาน ส.ส. และสมาชิกพรรคยังทำเซอร์ไพรส์นายกรัฐมนตรี ด้วยการนำเค้กวันกิดมาให้นายกรัฐมนตรีเป่าฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ด้วย

แม้วทำบิ๊กเซอร์ไพรส์จ่อคิวโฟนอินเบิร์ธเดย์มาร์ค


นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะโฟนอินมายังรายการวิทยุชมรมคนรักอุดร ที่มีตนเป็นผู้ดำเนินรายการ เวลา 10.00-11.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมตามปกติที่พ.ต.ท.ทักษิณรับปากจะโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับประชาชนชาวไทย ซึ่งนอกจากพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมืองแล้ว ในวันจันทร์ที่3ส.ค.นี้ยังจะพูดถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย เนื่องจากวันดังกล่าวบังเอิญตรงกับวันคล้ายวันเกิด 45 ปีของนายอภิสิทธิ์พอดี

โพลล์ไทยอีนิวส์92%จัดให้ดำทั้งแผ่นดิน

ดวงตาเห็นดำ-คนเสื้อแดงถือเป็นจังหวะดีในระหว่างงานชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวงเมื่อวันที่31ก.ค. นำเสื้อดำมาจำหน่ายเพื่อใส่ไว้ทุกข์ให้ประเทศไทยที่มีรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบอำมาตย์ย่ำยีประเทศ ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ อันตรงกับวันคล้ายวันเกิด 45 ปีของนายอภิสิทธิ์

ไทยอีนิวส์ได้จัดทำแบบสอบถามท่านผู้อ่านว่า 3สิงหาคมนี้ควรใส่เสื้อดำไว้ทุกข์หรือไม่? โดยนับถึงรุ่งเช้าวันที่ 2 สิงหาคมนี้ มีท่านผู้อ่านตอบแบบสอบถามจำนวน 1,777 ท่าน ตอบว่า ควรอย่างยิ่ง 1,650 ท่าน คิดเป็น92%ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง 50 ท่าน คิดเป็น2%ของผู้ตอบแบบสอบถาม และเห็นว่าเฉยๆยังไงก็ได้ 77 ท่าน หรือ4%ของผู้ตอบแบบสอบถาม

ก่อนหน้านั้นแกนนำเสื้อแดงแถลงว่า มีมติให้เสื้อแดงและประชาชนไทยทั้งประเทศแต่งชุดดำไว้ทุกข์ให้กับประเทศไทยที่ตกอยู่ภายใต้รัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอำมาตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างขาดความชอบธรรม และเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ต่อไป หลังจากเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วยังเพิกเฉย

Saturday, August 1, 2009

เพื่อไทยล่ารายชื่อ ถอดมาร์ค ล้วงลูกโผตำรวจ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23486

พรรคเพื่อไทย เตรียมรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 1 ใน 4 ยื่นประธานวุฒิสภา ถอดถอน นายกรัฐมนตรี สัปดาห์หน้า แทรกแซงโผตำรวจ โดยนำคดี "สนธิ" มามีเอี่ยว ...

เมื่อเวลาประมาณ 10.40 น. วันนี้ (1 ส.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีความขัดแย้งระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สืบเนื่องจากการสอบสวนคดีลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีปมเงื่อนจากการที่นายกรัฐมนตรี และคนใกล้ชิดเข้าไปล้วงลูกจัดโผโยกย้ายตำรวจ ทั้งระดับนายพล และ โผตำรวจทั่วประเทศ มีความต้องการจัดสรรในสัดส่วน 70-30 วันนี้ เกิดการเล่นละครบนผลประโยชน์ทางการเมืองมากกกว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดยนำคดีของนายสนธิ เข้ามาเกี่ยวข้อง นายอภิสิทธิ์ กำลังพยายามที่จะจัดวางกำลัง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล และเพื่อการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่ ความจริงนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปแทรกแซง กดดัน โผตำรวจที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตำรวจ (กตร.) มาแล้ว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 1 ใน 4 เพื่อยื่นให้ประธานวุฒิสภา ถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งตามมาตรา 271 ในสัปดาห์หน้า พร้อมกันนี้ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท คำนึงถึงศักดิ์ศรีตำรวจไทย อย่ายอมให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง กดดันโผทั้งหมดของตำรวจ ขณะเดียวกันขอให้นายอภิสิทธิ์ และคนใกล้ชิด หยุดแทรกแซงกิจการของตำรวจ ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติมากกว่าพวกพ้องตัวเอง

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 11.50 น.​ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์​ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.​อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล

เติ้งแนะมาร์ค ถอยคดีสนธิ กระเทือนรัฐ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23539

ประภัตร โพธสุธน - บรรหาร ศิลปอาชา

อดีตนายกฯบรรหาร แนะ "อภิสิทธิ์" ถอยคดี"สนธิ" ปล่อยให้ "สุเทพ" จัดการ ชี้กระเทือนรัฐ แนะนายกฯ อย่าเชื่อคนรอบข้างมาก ไม่วายป้อนลูกยอ ยังไม่เห็นใครเป็นนายกฯดีเท่า แถมให้คะแนนรบ.สอบผ่าน ...

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าววันนี้ (1 ส.ค.) ถึงผลงาน 6 เดือนของรัฐบาล ว่า สอบผ่าน เพราะทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ แต่ผลสำเร็จที่ออกมาเป็นรูปธรรมยังมีน้อย แต่มีบางเรื่องที่ต้องติติง

"ไม่ว่าใครเป็นนายก รัฐมนตรีช่วงนี้ก็คงลำบาก เพราะมีวิกฤติหลายอย่างทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ และเชื่อมโยงไปถึงเรื่องปิดสนามบิน ไข้หวัด 2009 แต่เชื่อว่าต่อไปผลงานก็คงออกมาให้เห็น ผมยังเอาใจช่วยรัฐบาล เพราะไม่เห็นใครเป็นนายกรัฐมนตรีดีเท่านายอภิสิทธิ์ แต่ก็ต้องทำอะไรให้รอบคอบมากกว่านี้ คนข้าง ๆ สำคัญ เชื่อมากก็ไม่ดี" นายบรรหาร กล่าว

นายบรรหารกล่าวถึงความสับสน กรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดไม่ตรงกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและเรื่องการชะลอโผแต่งตั้งนายตำรวจ ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปแล้ว ว่าเป็นห่วงนายกรัฐมนตรีมาก ในส่วนของการชะลอโผปรับย้าย หากมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง จะทำให้นายกรัฐมนตรีต้องประสบกับภาวะลำบากได้

"ตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นตำแหน่งสำคัญ แต่ก็มีอาถรรพ์มักจะอยู่กันไม่ครบวาระ ส่วนตัวผมก็รู้จักทั้ง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.พัชรวาท ทั้งสองคนเป็นคนดี แต่สงสัยว่าเมื่อ พล.ต.อ.ธานีรายงานเรื่องคดีกับนายกฯ แล้ว ทำไมต้องรายงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย ทำไมอยู่ในกรมเดียวกันถึงพูดกันไม่รู้เรื่อง ถ้าให้ข้อมูลคนละทางปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน ข้อมูลต่าง ๆ ต้องชัดเจน ไปสัมภาษณ์ทางใดทางหนึ่งไม่ได้ ต้องฟัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย ผมเองก็สับสน แต่ผมฝากว่าตอนนี้น้ำไม่กระเพื่อมแล้ว ตำรวจก็นิ่งแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจมีมาก ปัญหาไข้หวัด 2009 และเรื่องร้องเรียนก็มีมากมาย นายกฯ ควรเอาเวลามาแก้ปัญหาเหล่านี้ ส่วนคดีนายสนธิก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาทำไป" นายบรรหาร กล่าว

นาย บรรหาร กล่าวต่อว่า ที่กล่าวเช่นนี้ ไม่ได้ต้องการติติง แต่อยากให้ข้อสังเกตกับนายกรัฐมนตรี ว่าถ้าจะย้าย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือเปลี่ยนโผ อาจส่งผลกระทบให้เสียงของรัฐบาลตกต่ำลงได้ ควรมอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ดำเนินการในฐานะรับผิดชอบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีควรออกห่างมาเลย จะได้ไม่เสียทำอย่างนี้ดีไม่ดีจะขาดทุน ส่วนกระแสข่าวว่าต้องการปรับเปลี่ยนโผตำรวจเพื่อเป็นฐานอำนาจเตรียมรับการ เลือกตั้ง ก็ต้องระวังเพราะอาจถูกมองไปเช่นนั้นได้

"การเลือกตั้งจะ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หากมี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่ ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเดือนตามความหมาะสม ไม่ต้องตามฤดูกาล เรื่องการปลด ย้าย ชะลอ อาจทำให้คนมองได้ว่าเป็นเรื่องต้องการเปลี่ยนแปลงโผนายตำรวจได้ ไม่ใช่เรื่องคดียิงนายสนธิ ถ้านายกฯ ทำอะไรไปรัฐบาลและนายกฯ จะเสีย อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ ผมไม่แน่ใจว่าคดีนายสนธิจะเชื่อมโยงไปถึงระดับใหญ่ ระดับสูงจริงหรือไม่ อาจแค่ระดับกลางหรือมีการสั่งการจากต่างประเทศตามที่มีข่าวก็ได้ จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ ไม่รู้ว่าผมพูดแรงไปหรือเปล่า แต่อยากพูดเหมือนกับอาเตือนหลาน" นายบรรหาร กล่าว

ต่ออข้อถามว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับคดีนี้มาเกินไปหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่าไม่ทราบว่าให้ความสำคัญมากหรือไม่ แต่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า ส่วนตัวมีความชอบพอกับนายสนธิ แม้ว่าจะเคยถูกนายสนธิกล่าวพาดพิงถึงก็ตามแต่ก็ไม่ถือสา และติดตามข่าวเอเอสทีวีทุกคืนทำให้รู้สึกเป็นห่วง เวลานายสนธิกล่าวโจมตีคนอื่นมากมาย เป็นห่วงอนาคตของสนธิว่าจะมีปัญหาเพราะศัตรูมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลา 16.00 น. วันเดียวกันนี้ บริเวณโกดังเก็บข้าวของครอบครัวโพธสุธน อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี จัดงานเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 60 ปีของนายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตเลขาธิการพรรคชาติไทย ภายใต้ชื่อ "ไม่เคยลืมกัน" มีข้าราชการและประชาชนเข้ามอบกระเช้าดอกไม้ และกระเช้าผลไม้ รวมถึงของขวัญแสดงความยินดีจำนวนมาก ภายในงานได้จัดเก้าอี้ไว้รองรับประชาชน รวมถึงแจกรางวัลให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน เช่น โทรทัศน์ 21 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงคาราบาวด้วยเวลา 16.30 น. นายบรรหาร เดินทางมาเป็นประธานในงาน โดยได้แสดงความยินดี พร้อมกับกล่าวอวยพรนายประภัตร และถามติดตลกว่า "เมื่อไร จะแต่งงาน ปีนี้คงจะแต่งได้แล้วเพราะอายุ 60 ปีแล้ว"

พท.ปูดปฏิวัติเงียบ ดันสมคิด นั่งนายกฯ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23553

ชัยสิทธิ์ ชินวัตร

"ชัยสิทธิ์" ชี้ฎีกาเป็นเสียงประชาชนอย่าขวาง–ให้เป็นพระราชวินิจฉัยอย่าผูกขาดเชื่อคนกว่า 5 ล้าน ไม่มีใครหลอกได้ "สมชาย" ปูดข่าว ปฏิวัติเงียบ วางตัว "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" นั่งนายกฯ แม้ติดโทษ เว้นวรรค ...

พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ญาติผู้พี่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ลับ ลวง พราง" ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 วันนี้ (1 ส.ค.) กรณี กลุ่มเสื้อแดง ระบุว่า มีประชาชนกว่า 5 ล้านรายชื่อลงชื่อเพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณว่าเป็นเสียงของประชาชน ไม่น่าจะไปขัดข้อง เพราะเสียงตั้ง 5 ล้านกว่าเสียงแสดงให้เห็นว่า ประชาชนคงเหลืออด เพราะพึ่งรัฐบาลไม่ได้จึงอยากพึ่งคนนอกที่เคยทำให้เขาสุขสบายมาก่อน ตนเคยพูดหลายครั้งว่า เป็นโอกาสทองของคุณ แต่คุณกลับไม่ทำ และมองข้ามหัวคนจนหมด มองแต่โปรเจกต์ใหญ่ๆเท่าที่สัมผัสตามชนบทคนจนเดือดร้อนมาก น้ำมันก็แพงขึ้น ไม่รู้ว่าแพงขึ้นตามจริงหรือไม่ แม้คนปลดเกษียณอย่างตนยังเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายต่อต้านการยื่นถวายฎีกา พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนเดือดร้อนไปต้านเขาทำไม ถือเป็นการปิดกั้นไม่ให้พระมหากษัตริย์กับราษฎรเป็นหนึ่งเดียว เพราะราษฎรมีพระองค์ท่านเป็นดวงใจ หากไปขัดเท่ากับว่าเป็นการขัดขวางความสัมพันธ์ตรงนี้ลงไป ราษฎรรักและขอร้อง พระองค์ท่านจะให้หรือไม่ให้ แล้วแต่พระราชวินิจฉัยของพระองค์ท่าน ตรงนี้ถือว่าเป็นดวงใจกับดวงใจถึงกัน อย่าไปแยกให้กษัตริย์กับประชาชนห่างออกไปไม่ได้ การที่ประชาชนทำอย่างนี้ แสดงว่ารัฐบาลทำอะไรที่ไม่ได้ผลดีต่อทั้งสองฝ่าย เมื่อถามว่า ประชาชนที่ไปลงชื่อโดนหลอกหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า จะไปโดนหลอกได้อย่างไร และจะไปหลอกใครตั้ง 5 ล้านกว่าคน เป็นไปไม่ได้

"การถวายฎีกา คุณอย่าไปผูกขาดความจงรักภักดีเพราะประชาชนกับพระมหากษัตริย์เป็นหนึ่งเดียว และกษัตริย์ถือเป็นดวงใจของประชาชน เมื่อเขาไม่มีที่พึ่ง ก็ต้องพึ่งที่สุดท้ายของเขา ต้องเห็นใจประชาชนด้วย" พล.อ. ชัยสิทธิ์กล่าวและว่า กรณี นายกรัฐมนตรีมองว่า ผู้ลงรายชื่อถวายฎีกามีเพียงประชาชน ไม่มีคนในตระกูลชินวัตร เพราะเป็นจุดมุ่งหมายประชาชนได้รับความเดือดร้อน อยากได้คนดีกลับมา ตระกูลชินวัตรถือเป็นตระกูลหนึ่งที่ไม่ได้ เดือดร้อนเท่าใด แต่ส่วนใหญ่ร้อนใจ หากตนไปเซ็น เขาจะมองไปอีกรูปหนึ่งคือเป็นพวกเดียวกัน แต่พอไม่ทำก็ว่า เราจึงเป็นเรื่องแปลก สงสัยไม่มีอะไรเล่น

เมื่อถามว่า ตระกูลชินวัตรตอนนี้ก็แย่ แล้วมองตระกูลวงษ์สุวรรณ ขณะนี้อย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า คงอยู่ในอีหรอบเดียวกัน อยู่ที่ใครจะเจอวิบากกรรม แต่เขามีเสียงหน่อยก็ออกมาโวยวายได้ แต่ตระกูลชินวัตร โวยวายไม่ได้ เพราะโดนยัดเยียดข้อหาหมด โดยเฉพาะความจงรักภักดี ตนแปลกใจว่า คนที่จงรักภักดีคือคนที่กล่าวหาว่าคนอื่นไม่จงรักภักดีใช่หรือไม่ ตนจะได้ทำบ้าง ความจงรักภักดี ศรัทธา ตนเชื่อว่ามั่นคง ที่ไปกล่าวหาว่าเขาดึงลงมา แต่ตัวเองนั่นแหละที่เป็นคนดึงลงมา ทำให้เสื่อมลง

เมื่อถามอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเป็นผู้นำประเทศหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า เขาพูดเป็นนัยๆว่า ไม่ได้กลับมาเป็นผู้นำและการเมือง ไม่อยากยุ่ง แต่กลับมาช่วยเหลือประเทศไทย และคนไทยที่ถูกมองข้ามหัวเพราะเขามีประสบการณ์ มีสมองดี มีปัญญาแก้ไขปัญหา ประชาชนจึงศรัทธาเชื่อถือ พ.ต.ท.ทักษิณจะช่วยชาวบ้านได้ จะมาเป็นผู้นำก็ได้ ไม่เป็นผู้นำก็ได้ เป็นที่ปรึกษาก็ได้ อย่าไปอิจฉา พ.ต.ท.ทักษิณเขาฉลาดและเก่งขนาดนั้น เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เงาหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า อยากจะเป็นนอมินีก็ว่าไปและยิ่งเป็นตัวจริงได้ก็ยิ่งดี เมื่อถามว่า ถ้าคดียังอยู่ พ.ต.ท. ทักษิณจะไม่กลับมาใช่หรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ใครจะกลับมาเพราะกลับมาแล้วติดคุก

เมื่อถามว่า หากไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล สังคมจะเป็นสุข พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ต้องดูว่าประชาชนเดือดร้อนอยู่จะสงบได้อย่างไร ตราบใดที่ยังเอานิยายเก่าๆ มาเล่าให้ฟังอย่างเดียว ทำไมเป็นรัฐบาลแล้วปกครองประเทศก็ยังเหมือนเดิม คือมองข้ามหัวประชาชนผู้ยากไร้ รัฐบาลต้องดูแลให้เรียบร้อย ไม่เข้าใจรัฐบาลคิดอะไรอยู่ เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะสู้จนกลับมาประเทศได้หรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนเขาเรียกร้องให้กลับมา แต่หากอยากให้เขามากอบกู้ก็ดำเนินตามเขา เมื่อถามว่า จะมีการใช้กำลังหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่าเป็นไปตามสถานการณ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งไม่ยอมกันแล้วก็คงต้องมี เราไม่อยากให้เกิด เมื่อถามว่าอีกนานหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ตอบว่า วิเคราะห์แล้วน่าจะประมาณเดือน ต.ค.นี้

ด้าน พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งโต๊ะล่ารายชื่อคัดค้านการถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท. ทักษิณ นั้น เรื่องนี้ได้พูดคุยกับ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ต่างได้รับร้องเรียนจากกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่า โต๊ะล่ารายชื่อที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งขึ้นไม่มีประชาชนมาลงชื่อคัดค้าน จึงกำชับไปยังนายอำเภอ เพื่อสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกณฑ์ประชาชนมาหมู่บ้านละ 30-50 คน เพื่อลงชื่อ การกระทำแบบนี้ยิ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกหนักในสังคม ไม่ควรไปบังคับให้ประชาชนมาลงชื่อ

พ.ต.ท. สมชายกล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวในกองทัพที่จะปฏิวัติเงียบโดยไม่ต้องใช้กำลัง โดยจะเรียกฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ มานั่ง แถลงชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่าวันนี้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ และเป็นรัฐบาลที่กองทัพคุมได้เบ็ดเสร็จ ชี้นิ้วสั่งได้เหมือนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้มีการวางตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลทักษิณเอาไว้ แม้ติดโทษต้องเว้นวรรคทางการเมืองเนื่องจากเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แต่การปฏิวัติเงียบมีอำนาจทำได้ทันทีที่ต้องการให้นายสมคิดเป็นนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมาก จะทำให้บ้านเมืองถอยหลังล่มสลาย เรื่องนี้เคลื่อนไหวกันจริง ข่าวที่ได้มาไม่พลาดแน่ ปิดกันไม่ได้หรอก เพราะมีการหารือ ชี้แจง เรียกคนนั้นคนนี้มา เพื่อดำเนินการเรื่องนี้เป็นระยะ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า รายชื่อประชาชนที่ร่วมถวายฎีกากับคนเสื้อแดง 5.4 ล้านคน มากเกินกว่าที่ประเมินไว้ ใช้เวลา 7 วัน ตรวจสอบความถูกต้องไม่ทันก็อาจจะต้องเลื่อนออกไป เป็นหลังวันที่ 12 ส.ค.