
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 สิงหาคม 2552
ดำทั้งแผ่นดินสวดบังสุกุลล้างซวย9โมงเช้าวันนี้
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการณรงค์การรณรงค์ให้ประชาชนคนเสื้อแดงทั่วประเทศใส่เสื้อดำในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า แม้ว่านายอภิสิทธิ์ จะเลื่อนกำหนดแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน ออกไป แต่ นปช.และองค์กรสมาชิกแนวร่วมจะยังเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนประเทศแต่งชุดดำต่อไป เพื่อแสดงความเสียใจต่อประเทศไทยที่เสียโอกาส ภายใต้การบริหารประเทศของ ผ่านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ส่วนเครือข่ายคนเสื่อแดงในจังหวัดต่างๆ จะจัดกำหนดพิเศษขึ้นถือเป็นสิทธิของแต่ละกลุ่มที่จะแสดงออก นอกจากการณรงค์ใส่เสื้อดำของ นปช.
ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปช. ในฐานะประธานกลุ่มวิทยุชุมชุนคนแท็กซี่เอฟเอ็ม 92.75 และเอฟเอ็ม 107.5 กล่าวว่า ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. สมาชิกวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ และกลุ่มคนเสื้อแดงในย่านพระราม 9 ห้วยขวางและวัฒนา จะร่วมกันแต่งชุดดำและทำพิธีทางศาสนาสวดบังสุกุลและเผาศพไร้ญาติ ที่บริเวณใต้ทางด่วน พระราม 9 เพื่อสะเดาะเคราะห์ ล้างซวยให้กับประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้การบริหารประเทศของนายอภิสิทธิ์ ที่นับวันมีแต่ปัญหาเศรษฐกิจสังคมตกต่ำ บ้านเมืองแตกแยก เผื่อว่า ประเทศไทยจะได้หมดเคราะห์ สังคมคืนสู่ความสมานฉันท์สามัคคี
โพลล์ไทยอีนิวส์93%จัดให้ดำทั้งแผ่นดิน
ไทยอีนิวส์ได้จัดทำแบบสอบถามท่านผู้อ่านว่า 3สิงหาคมนี้ควรใส่เสื้อดำไว้ทุกข์หรือไม่? โดยนับถึงรุ่งเช้าวันที่ 3 สิงหาคมนี้ มีท่านผู้อ่านตอบแบบสอบถามจำนวน 2,053 ท่าน ตอบว่า ควรอย่างยิ่ง 1,913 ท่าน คิดเป็น93%ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง 57 ท่าน คิดเป็น2%ของผู้ตอบแบบสอบถาม และเห็นว่าเฉยๆยังไงก็ได้ 83 ท่าน หรือ 4%ของผู้ตอบแบบสอบถาม
ก่อนหน้านั้นแกนนำเสื้อแดงแถลงว่า มีมติให้เสื้อแดงและประชาชนไทยทั้งประเทศแต่งชุดดำไว้ทุกข์ให้กับประเทศไทยที่ตกอยู่ภายใต้รัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอำมาตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างขาดความชอบธรรม และเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ต่อไป หลังจากเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วยังเพิกเฉย
แม้วทำบิ๊กเซอร์ไพรส์จ่อคิวโฟนอินเบิร์ธเดย์มาร์ค
นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะโฟนอินมายังรายการวิทยุชมรมคนรักอุดร ที่มีตนเป็นผู้ดำเนินรายการ เวลา 10.00-11.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมตามปกติที่พ.ต.ท.ทักษิณรับปากจะโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับประชาชนชาวไทย ซึ่งนอกจากพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมืองแล้ว ในวันจันทร์ที่3ส.ค.นี้ยังจะพูดถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย เนื่องจากวันดังกล่าวบังเอิญตรงกับวันคล้ายวันเกิด 45 ปีของนายอภิสิทธิ์พอดี
ลูกพรรคแมงสาบเซอร์ไพรส์เล็กๆเป่าเค้กล่วงหน้ามาร์ค
ในช่วงค่ำเมื่อวานนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดงานระดมทุนพรรค เขตคลองเตย ภายในงาน ส.ส. และสมาชิกพรรคยังทำเซอร์ไพรส์นายกรัฐมนตรี ด้วยการนำเค้กวันกิดมาให้นายกรัฐมนตรีเป่าฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ด้วย
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, August 3, 2009
ดำทั้งแผ่นดินสวดบังสุกุลล้างซวยประเทศวันนี้
เดิมพันอีกหน
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มีข่าวว่าท่านเกรี้ยวกราดใส่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. อย่างดุเดือดต่อหน้าผู้นำเหล่าทัพอื่นๆ
รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ชายของพล.ต.อ.พัชรวาท
ย้ำว่าตัวเองไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หลังจากงานประชุมผู้นำอาเซียนล่มแบบไม่คาดฝัน อับอายขายขี้หน้าชาวโลก
ในสถานการณ์ที่นักวิเคราะห์มองว่า อาจมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
นายอภิสิทธิ์ก็ไปนอนอยู่ในกรมทหาร เพื่อหลบหนีการไล่ล่าของม็อบเสื้อแดง
เท่ากับว่าจะมีการจี้จับตัวเมื่อไร ก็ง่ายดายเป็นปอกกล้วย
แต่นายอภิสิทธิ์ก็ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ แล้วสามารถบังคับบัญชาเหล่าทัพ ลุยสลายม็อบเสื้อแดงสำเร็จอีกต่างหาก!
ตอนนี้นายกฯ มาดนิ่มคนเดิม กำลังเดิมพันชีวิตการเมืองตัวเองแบบ "กล้าได้กล้าเสีย" อีกหน
ออกแรงกดดันอย่างหนัก เพื่อให้พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้นั่งทำหน้าที่ผบ.ตร.ต่อไป
ทั้งที่กำลังจะเกษียณราชการรอมร่อ สิ้นเดือนก.ย.นี้
ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่ชัดเจน
แต่ความระหว่างบรรทัด ที่จับได้จากการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ
เหมือนต้องการเคลียร์พล.ต.อ.พัชรวาทให้ไปไกลๆ เพื่อเปิดทางให้กับการทำคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล
เหมือนนายอภิสิทธิ์เชื่อในทฤษฎีสมคบคิด เรื่องการปัดแข้งปัดขาในการทำคดี ตลอดจนการวางแผนสังหาร
ขณะที่นักการเมืองที่มีประสบการณ์โชกโชนกว่า อย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำเสนอแนวทางตรงข้ามกับนายอภิสิทธิ์มาตลอด
ย้ำว่าพล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่สมควรถูกกระทำใดๆ
นายอภิสิทธิ์อาจเชื่อมั่นในข่าวกรองของตัวเอง
และเป็นไปไม่ได้ ที่นักการเมืองระดับนายอภิสิทธิ์ จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำนั้น
อาจเป็นการบั่นทอนอายุรัฐบาล
ตามคำพูดของเสธ.แดง ที่เอ่ยถึงบิ๊กมีสี 3 คน "ป๊อด-ป้อม-ป๊อก" ที่มีสายสัมพันธ์เหนียวแน่น
เหมือนนายอภิสิทธิ์ลุยเผชิญหน้ากับกองทัพ
ทั้งที่กองทัพ ทั้งกรุยทางทั้งเป็นเกราะกำบังให้รัฐบาลชุดนี้มาตลอด
ขณะที่ม็อบเสื้อแดงก็มีโปรแกรมจะเคลื่อนไหว ตลอดทั้งเดือนส.ค. เรื่องถวายฎีกา
ไหนจะปัญหาปากท้องประชาชน ที่การแก้ไขยังมองไม่เห็นแสงสว่าง
ไหนจะปัญหาหวัด 2009 ที่คร่าชีวิตคนไทยไม่เว้นแต่ละวัน
ไหนจะปัญหาไฟใต้ ที่ยังปะทุอยู่เป็นระยะ
น่าจับตาว่าภายหลังปฏิบัติการ "บีบ" เพื่อให้ผบ.ตร.หยุดทำหน้าที่ก่อนเกษียณ
รัฐบาลอภิสิทธิ์จะชนะเกมการเมือง เหมือนตอนสง กรานต์เลือด
หรือจะเป็นการเริ่มต้น...นับถอยหลัง!
มาตรฐานต่ำ
ที่มา ไทยรัฐ
การตัดสินใจและวิสัยทัศน์ของผู้นำ วัดได้จากสถานการณ์ที่จำเป็นต้องตัดสินใจระหว่างประชาชนกับผลประโยชน์ ส่วนตัว เพราะฉะนั้นท่าทีของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อกรณีเก้าอี้ ผบ.ตร.-คดียิงสนธิ วันนี้ก็คงจะเป็นอีกคำตอบหนึ่งสำหรับภาวะของผู้นำ
จดหมายจาก คนไม่มีเส้นลำพูน ระบายมาว่า วันหนึ่งขี่จักรยานยนต์จากที่พักไปซื้อกับข้าวในตลาด ห่างกันไม่ถึง 500 เมตร โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเพราะไม่สวมหมวกกันน็อก
รู้สึกน้อยใจ
ทำไมบ่อนพนัน โต๊ะพนันบอล เปิดกันอย่างโจ๋งครึ่มไม่ถูกจับ ทั้งเป็นแหล่งมั่วสุม มอมเมาเยาวชน เคยร้องเรียนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบรายละเอียดทั้งแหล่งที่ตั้งของบ่อน โต๊ะบอล มีที่อยู่อย่างเปิดเผย เรื่องก็เงียบ
โทร.ไปร้องเรียนที่ 1111 สำนักนายกฯ เรื่องก็เงียบ
บ่อนพนัน โต๊ะบอลก็ยังอยู่ดีมีสุข เหมือนเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับกับการที่ไม่สวมหมวกกันน็อก เดือดร้อนใครหรือเปล่า ทำให้สังคมต้องเดือดร้อนหรือไม่
จดหมายจาก กลุ่มเรารักบ้านฉาง ร้องเรียนกรณีที่นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง อนุมัติให้มีการก่อสร้างโรงแรมม่านรูด ริมทางเข้าโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา
โรงเรียนหรือสถานศึกษามีความหมายชัดเจน เป็นแหล่งความรู้ ความเจริญของลูกหลานชาวบ้านฉางมาหลายรุ่น หลายปี ถ้านักเรียนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ จะเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร
เอาสะดือตรองดูก็รู้
จู่ๆ กระทรวงวัฒนธรรม ออกระเบียบ ห้ามร้านคาราโอ-เกะมีเด็กนั่งดริงก์ ซึ่งอันที่จริงร้านคาราโอเกะในปัจจุบันที่นั่งดริงก์ ก็จะไม่เด็กแล้ว ส่วนใหญ่จะรุ่นดึกดำบรรพ์ทั้งนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กนั่งดริงก์ แต่อยู่ที่การเข้มงวดกับกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น ข้อจำกัดสำหรับเด็กและเยาวชน เรื่องของยา เสพติด เป็นต้น
เรื่องสมควรจะทำไม่ทำ ไปทำเรื่องที่ไม่สมควรกระทำ กรณีการบังคับใช้กฎหมายที่มีมาตรฐานค่อนข้างต่ำ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความรู้สึกที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกบังคับใช้และกลายเป็นช่องทางในการทำมาหากินของเจ้าหน้าที่
คำว่าจะต้องบังคับใช้ให้เกิดความเสมอภาคจึงมีความสำคัญ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นดาบสองคม แค่คำพูดก็เป็นนายคนแล้ว การที่มีกฎหมายมาบังคับใช้ในการควบคุมพฤติกรรมของคน จึงยิ่งต้องปฏิบัติให้เกิดความเท่าเทียม ไม่เช่นนั้นสังคมก็จะไม่สงบสุข ไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน
ดังนั้นคำว่ามาตรฐานต่ำจึงน่าจะหมายถึง มาตรฐานของคนที่บังคับใช้กฎหมายมากกว่า ยิ่งถ้านำกฎหมายไปเป็นกลไกในการชิงอำนาจด้วยแล้ว วันหนึ่งความไม่มีมาตรฐานก็จะย้อนมาทิ่มแทงตัวเอง
แก้ตัวลิ้นพันกันไปหมด
กลิ่นโชยใกล้เข้ามา
ที่มา ไทยรัฐ
หาที่อุ่นใจยากจริงๆยามนี้ ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีคิวบินลงพื้นที่ปักษ์ใต้ ที่จังหวัดสงขลา
นับเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา 6 เดือน
แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่วายต้องคอยระแวงหลังตลอดเวลา ขนาดในโซนที่น่าจะปลอดภัยสุดในอาณาจักรภาคใต้ของยี่ห้อประชาธิปัตย์ ยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สนธิกำลังอารักขาวีไอพีกันทุกฝีก้าว
เพราะได้รับรายงานว่า จะมีเครือข่ายคนเสื้อแดงในจังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และตรัง เตรียมเดินทางไปกดดันนายกรัฐมนตรี
ฝ่ายตรงข้ามก็ไล่จิกติด ฝ่ายเดียวกันก็ไว้ใจไม่ได้
ภายใต้เงื่อนไขที่ยังไม่พ้นบรรยากาศของเกม "ลับ ลวง พราง ล่อกันเอง"
แม้จะผ่านห้วงนาทีวัดใจ และก็เป็นนายกฯอภิสิทธิ์ที่เป็นคนพูดเองเออเอง ยืนยัน "บิ๊กป๊อด" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้เสนอวิธีเคลียร์หน้าเสื่อ ด้วยการขอลาพักยาวเดินทางไปต่างประเทศ และแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการยกยอดบัญชีโยกย้ายนายตำรวจไปให้ ผบ.ตร.คนใหม่ที่จะรับหน้าที่ในเดือนตุลาคมเป็นคนดำเนินการ
เปิดทางให้เคลียร์ "ตอ" คดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ ม็อบพันธมิตรฯโดยไม่ต้องปลดเก้าอี้ ผบ.ตร.ออกลูกเจ๊ากันไป
ในอารมณ์ที่นายกฯอภิสิทธิ์อมยิ้มกริ่มกับเหลี่ยมเหนือชั้น แก้เกมได้แบบเนียนๆ
ขณะที่ม็อบพันธมิตรฯก็ยังหงุดหงิด "อภิสิทธิ์" เล่นบท "กั๊ก" ไม่กล้าล้มโต๊ะ ผบ.ตร.เพราะแหยง "พี่ใหญ่" อย่าง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และขุมกำลังสีเขียวบวกน้ำเงิน
แต่ที่ฉุนกึกยิ่งกว่า โดยอาการที่เจ้าตัว พล.ต.อ.พัชรวาท รีบออกมายืนยัน ไม่ได้ลาพักยาวอย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์ออกมา "มัดมือชก"
และเบื้องหลังว่ากันว่า "บิ๊กป้อม" ก็ไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ กับมุกที่นายกฯอภิสิทธิ์และทีมกุนซือใกล้ชิด ล็อกโปรแกรมให้ พล.ต.อ.พัชรวาทลาพักยาว ตั้งให้คนอื่นมารักษาราชการแทน ในอารมณ์ของคนที่อยู่ในขุมข่ายอำนาจรู้ทัน
มุกนี้คือการ "ปลดเงียบ"
เอาเป็นว่า โดยปมลับ ลวง พราง ล่อกันเองก็คาราคาซัง กัดกร่อนรัฐบาลให้อยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แถมยังมาเจอโรคทุจริตแทรกซ้อน นอกจากคิว "ชุมชนพอเพียง" ที่เพี้ยนเป็น "ชุมชนแพงเพียบ" ท้าทายมาตรฐาน "มิสเตอร์คลีน" ของนายกฯอภิสิทธิ์
ล่าสุดยังมีคิว "รื้อวอลเปเปอร์"
กับกระแสข่าววีรกรรมของบุคคลแวดล้อมของนายกฯอภิสิทธิ์ ที่เล่นบท "ไอ้หนุ่มรถไถ" อาละวาดในหมู่นักธุรกิจจนเป็นที่เลื่องลือ แถมยังมีโพยแนบนามบัตรที่ถูกฝ่ายของตำรวจใหญ่ "กั๊ก" ไว้แฉบัญชีหางว่าวฝากโยกย้ายนายตำรวจ
ว่ากันว่า ถ้าโชว์ของออกมาได้เห็นธาตุแท้คนรุ่นใหม่แน่
และมาถึงตรงนี้ ด้วยสภาพที่รัฐบาลภูมิคุ้มกันบกพร่องจากคิวลับ ลวง พราง ล่อกันเอง ยังมาเจอโรคทุจริตแทรกซ้อน ทั้งรายการชักหัวคิวโครงการชุมชนพอเพียง และกำลังจะมีรายการ "รื้อวอลเปเปอร์"
รัฐบาล "อภิสิทธิ์ชน" นับวันจะยิ่งเดินเข้าสู่หนทางตีบตัน
มันก็ไม่น่าจะพูดเพ้อเจ้อลอยๆกับปมที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ออกมาตีฆ้องร้องป่าว ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวในกองทัพที่จะปฏิวัติเงียบโดยไม่ต้องใช้กำลัง แต่จะเรียกฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ มานั่งแถลงชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า วันนี้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่
และได้มีการวางตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯและ รมว.คลัง ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ไว้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีปัญหาเรื่องการล้างโทษเว้นวรรคที่จะหมดไปกับการใช้ อำนาจปฏิวัติเงียบ
รับมุกกับนายวีระ สมความคิด แนวร่วมคนสำคัญของม็อบพันธมิตรฯ ก็ฟันธง สาเหตุที่ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. บอกว่า ไม่มีความเห็นเรื่องกลุ่มคนเสื้อแดงล่ารายชื่อถวายฎีกาช่วยอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็คงเพราะต้องการปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงลุยเต็มที่
แล้วทหารจะใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติ
โดยอ้างว่าปกป้องสถาบัน แต่ความจริงพวกนี้ตั้งใจปราบทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลืองพร้อมไปกับการสถาปนาอำนาจใหม่
ตบท้ายที่ "บิ๊กตุ้ย" พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ญาติผู้พี่ของอดีตนายกฯทักษิณ ออกมาคาดการณ์เชิงส่งสัญญาณกันในที เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันแล้ว ก็อาจมีการใช้กำลังสู้กัน วิเคราะห์แล้วน่าจะเกิดประมาณเดือนตุลาคมนี้
มันมีกลิ่นแรงๆโชยใกล้เข้าเป็นระยะ.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
'แม้ว'โฟนอินอ้อน คิดถึงข้าวนึ่ง ขอบคุณ6ล้านชื่อ
ที่มา ไทยรัฐ
"ทักษิณ" ลุยโฟนอินเชียงราย-เชียงใหม่ นึกถึงกลิ่นข้าวนึ่งห่อใบตอง ไส้อั่วกับน้ำพริกหนุ่ม ขนมเส้นน้ำเงี้ยว และก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้หมวย สอนมวยรัฐบาล คนป่วยหวัด 2009 ให้ใช้ 30 บาทรักษา..
เมื่อเวลา 19.00 น. วานนี้ (2 ส.ค.) ที่บริเวณลานหน้าโรงสีข้าวบริษัท อนันทพร จำกัด ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นกิจการภายในครอบครัวและบ้านของนายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์ ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดคอนเสิร์ตผู้รักประชาธิปไตย พร้อมขึ้นป้ายเวทีขนาดใหญ่ว่า "ทักษิณจะกลับมาพบกับท่านในเร็วๆ นี้" มีการนำเก้าอี้พลาสติกมาเตรียมวางไว้ประมาณ 5,000 ตัวเรียงเต็มลานตากข้าว มีกลุ่มคนเสื้อแดงจากกลุ่มคนเจียงฮายฮักประชาธิปไตยเชียงราย กลุ่มต้นกล้าเพื่อประชาธิปไตยเชียงราย และกลุ่มเสียงประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำเอาเสื้อ หมวกและวีซีดีเกี่ยวกับกิจกรรมในการเรียกร้องประชาธิปไตยไปวางขายด้วย
ทั้งนี้ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ไปร่วมงานนี้อย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายนายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์ นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ นายรังสรรค์ วันไชยธนะวงศ์ น.ส.ละออง ติยะไพรัช และนายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ นอกจากนี้ยังมีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย บิดาของ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัตน์ ส.ส.เชียงราย ซึ่งติดประชุม ส.ส.เอเซีย ที่พัทยา จ.ชลบุรี และมีแกนนำ นปช.ประกอบด้วย นายวิสา คันทัพ นพ.เหวง โชติรากุล และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปเป็นวิทยาการ
ต่อมาเวลา 21.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินจากดูไบเข้ามาพูดคุยกับประชาชนที่ไปร่วมงานโดยกล่าวเป็นภาษาเหนือ ว่าคิดถึงประเทศไทย ได้โทรศัพท์ไปที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้นึกถึงกลิ่นข้าวนึ่งห่อใบตอง ไส้อั่วกับน้ำพริกหนุ่ม โทรไป จ.เชียงราย คิดถึงขนมเส้นน้ำเงี้ยว หมูยอ หอนาฬิกา และก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้หมวย ซึ่งได้ข่าวว่าถูกยิงร้านจึงปลอบว่าหมาเห่าไม่กัดหรอก ตนอยู่ที่นี้ก็สบายดีแต่มันเหงาอยากจะกลับไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุดอยตุง และพระธาตจอมกิตติ แต่ตอนนี้คงจะกลับไม่ได้ ตอนนี้พวกเขาผวาไปหมดพยายามยัดเยียดข้อหาต่างๆ บ้านเมืองเลยยุ่งๆ เพราะเขา เป็นโรคขี้กลัว กลัวแพ้ กลัวจะกลับไปล้างแค้น แต่ขอบอกไม่ทำอย่างนี้เด็ดขาดอโหสิให้ทุกคนและได้นั่งสมาธิยุติกรรมหมด แล้วกรรมใดใครก่อก็รับไปเอง
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังขอบคุณประชาชนที่ได้ลงชื่อเกือบ 6 ล้านชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษ เพื่ออยากให้ตนกลับบ้าน ซึ่งก็อยากกลับเต็มแก่ อยู่อย่างเงียบเหงา ขอให้ประชาชนเข้มแข็งเอาไว้ และตนจะกลับบ้านในเร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 13.25 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยทางสถานีวิทยุชุมชน เอฟเอ็ม 92.50 ซึ่งเป็นสถานีวิทยุของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 โดยช่วงแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวเป็นภาษาคำเมือง ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ที่ยังให้การสนับสนุน และได้เล่าให้ฟังว่ามีหมอดูคนหนึ่งในภาคอีสานทักว่าในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก้ไขปัญหาไข้หวัดนก สั่งฆ่าไก่เป็นจำนวนมาก หมอดูคนดังกล่าวจึงไปซื้อไก่จากโรงเชือดไปปล่อยให้ เพื่อเป็นการแก้ไข
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงรายชื่อถวายฎีกาที่ยังตกค้างอยู่ที่สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงอีกจำนวนมาก ซึ่งทางกลุ่มเสื้อแดงจะฝากไปให้รายการความจริงวันนี้ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ถ้าส่งไปรษณีย์ไทยหายแน่นอน หรือถ้าฝากผ่านนายอำเภอก็หายแแน่นอน ทุกวันนี้มีการริดรอนสิทธิประชาชนทุกอย่างโดยใช้ระบบราชการ เรียกว่ายิ่งประชาธิปไตยมากเท่าไร รัฐบาลก็ริดรอนสิทธิประชาชนมากเท่านั้น
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เชื้อไข้หวัด 2009 เกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก แต่ดันมาเติบโตที่ประเทศไทยได้อย่างไรทั้งที่อยู่คนละขั้วโลก เวลาเชื้อเดินทางผ่านประเทศไหนทุกประเทศจะจัดการหมด แต่บ้านเรากลับอุ้มไว้ ถ้ามันเติบโตอย่างหนัก คิดว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องย้ายมาอยู่ประเทศไทยได้แล้ว เพราะประเทศไทยทำอะไรไม่เป็น
"วันนี้รัฐบาลบอกให้ประชาชนไปตรวจหาเชื้อเองเสียเงินเอง เป็นเชื้อโรคระบาดที่จริงต้องเป็นภาระของรัฐบาลจ่ายค่าตรวจเชื้อให้ เอาเข้าระบบ 30 บาทได้เลย ถ้าใครเป็นใข้ให้ตรวจเชื้อหมดถ้าตรวจเจอแล้วกักไว้ ถ้าไม่ตรวจกักไม่ได้ แต่วันนี้ใครไม่มีเงิน 5 พันบาทก็ไม่ได้ตรวจ ต้องไปซื้อยากินเองเวลาเป็นไข้" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ในตอนท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออดอ้อนว่ายังคิดถึงพี่น้องทุกคน ถ้าพี่น้องอยากให้กลับมาตนก็คงได้กลับ และอยากขอบคุณพี่น้องชาวเชียงใหม่ - ลำพูนที่ยังให้การสนับสนุน
ไทยโพสต์แทบลอยด์ สัมภาษณ์ “พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์” : 6 เดือนระบอบไม่เอาทักษิณ
ที่มา ประชาไท
เผยแพร่ครั้งแรกในไทยโพสต์ แทบลอยด์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552
"แม้ว" โฟนอินเชียงใหม่จวกรัฐลิดรอนสิทธิลงชื่อถวายฏีกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนากยรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยทางสถานีวิทยุชุมชน เอฟเอ็ม 92.50 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ถึงการรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาส่งให้รายการความจริงวันนี้ ว่า ถ้าส่งไปรษณีย์ไทยหายแน่นอน หรือถ้าฝากผ่านนายอำเภอก็หายแน่นอน ทุกวันนี้คนกลุ่มนี้มีการลิดรอนสิทธิประชาชนทุกอย่าง โดยใช้กระบวนการระบบราชการที่ลิดรอนสิทธิประชาชน ยิ่งเรียกว่าประชาธิปไตยมากเท่าไหร่ รัฐบาลก็ลิดรอนสิทธิประชาชนมากเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนตรงนี้จะถูกนำไปเป็นประเด็นปลุกเร้าต่อให้คนเข้าใจผิดต่อรัฐบาลหรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หรอกก็ต้องตรวจสอบตามความถูกต้องตามปกติอยู่แล้ว เมื่อถามว่า แต่เรื่องนี้รู้กันอยู่แล้วว่าส่งเรื่องมาแล้วไม่มีทางเดินต่อไปได้แต่พยายามจะดำเนินการเป็นความพยายามให้เกิดปัญหาอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเสนอความเห็นไปยังสำนักราช เลขาธิการ
การเมืองแตกแยกวันนี้ใครกันแน่ที่ผิด
ที่มา thaifreenews
เพื่อนพ้องน้องพี่
สำหรับสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่ง ที่มักจะอ้างตัวว่า เป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมมองว่า อำนาจทางการเมืองสามารถซื้อได้ง่ายจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนพันธมิตร มักจะอ้างว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในต่างจังหวัดมักจะขายเสียงให้ใครก็ตามที่ยอมจ่ายเงินให้สูงสุด และจำนวนเงินซื้อขายเสียงที่พูดถึงอยู่เสมอคือ 500 บาทต่อ/คน หรือต่อครอบครัว แม้แต่ในกรุงเทพฯ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีข่าวทำนองนี้ออกมาบ่อยครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ปัญหาจริงๆ มันคืออะไร ผมอยากจะบอกว่าคนไทยวันนี้ไม่ได้กินหญ้านะครับ หากเข้าไปคลุกคลีกับผู้คนในหมู่บ้านที่ยากจนบอกตามตรงว่า สิ่งที่พวกเขาเลือกพรรคไทยรักไทย / พรรคพลังประชาชน (ถ้าเรียกว่าเป็นการขายเสียง) หรือพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่จากเงินที่เขาหยิบยื่นให้แต่เพื่อแลกกับการสร้างถนน ปั๊มน้ำเพื่อนำน้ำกินน้ำใช้เข้าหมู่บ้านซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นเขาผิดหรือ...?
สิ่งเหล่านี้ที่ "ทักษิณ" ให้กับประชาชน มันมากกว่าผลงานรวมๆ ที่อดีตนายก ชวน หลีกภัย ชวลิต ยงใจยุทธ์ และบรรหาร ศิลปอาชา ได้เคยทำไว้ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี
ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ ถึงไม่ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง ทำไมคนในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนอยู่สูงจนแตะต้องไม่ได้ ทำไมพื้นที่ภาคใต้ ถ้าไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว และเป็นฐานเสียงของเขา ถึงมีไม่ค่อยได้รับการพัฒนา แม้จะได้เป็นรัฐบาลหลายครั้ง
คำถามเหล่านี้ มันมีคำตอบในตัวหรือไม่ ที่ทำให้พรรคการเมืองแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเสียงข้างมากในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง และในกรุงเทพฯ เพราะการเมืองแห่งนี้ ทำไมขึ้นลงตามกระแส แทนที่จะมีเสียงที่ยั่งยืนจากผลงานที่กระทำ
ท้ายที่สุด ก็มาถึงประเด็นที่ว่า "เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งได้จริงหรือ?"
ผมเชื่อว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่ "ทักษิณ" ใช้ซื้อใจชาวบ้าน มาจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสังคมต่างหาก ที่ทำให้เขาได้รับการลงคะแนนเลือกตั้งผลงานที่สามารถจับต้องได้ที่เขามอบให้แก่ชุมชนต่างหาก ซึ่งรวมไปถึงการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอย่างธนาคารประชาชน กองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค และโครงการที่อยู่อาศัยราคาถูก ซึ่งอันสุดท้ายจะมีปัญหามากน้อยไม่ทราบ แต่ถ้ามองถึงโครงการที่ประสบความสำเร็จ คนอยู่เต็ม มันคือการสร้างหลัก ปักฐานให้คนจนไม่ใช่หรือ...
สิ่งเหล่านี้มันทำให้พวกเขากลายเป็นคนฟุ่มเฟือยงั้นหรือ
ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันในปัจจุบันคงมิใช่การวยุบพรรคการเมือง หรือการปลดใครออกจากตำแหน่งทางการเมืองแต่เป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นต่างหาก คนจบปริญญาตรี มีสิทธิ์มีเสียง 1 เสียงเท่ากับคนจบ ป.4 และไม่ได้หมายความว่า คนจบปริญญาตรีจะมีจิตใจสูงส่งกว่าคนไม่รู้หนังสือ และที่สำคัญคือ คนรากหญ้าเขาไม่จำเป็นต้องกินหญ้า
สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ คนจบสูงๆส่วนใหญ่มักจะเอาเปรียบคนชั้นรากหญ้า...!!
การศึกษาสูงๆไม่ได้หมายความว่าจิตใจจะไม่สกปรก ไม่ดูถูกคนอื่น และคนที่ไม่จบปริญญาแต่มีความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย มากกว่าคนหลายคนที่มีการศึกษาเพราะเขายังไปเลือกตั้ง
ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ในนิตยสาร สารคดี ปีที่ 24 ฉบับที่ 282 สิงหาคม 2551 "ผมเชื่อในศักยภาพของคน แม้ว่าจะเป็นชาวบ้านเขาก็เรียนรู้เขารู้ในบริบทของเขาเหมือนกับคนชั้นกลางรู้ในบริบทของเขาปัญหาคือเรากล้าพอไหมที่จะเคารพการตัดสินใจของคนพวกนี้อย่างที่ผมเคยบอกว่าประชาธิปไตยคือถ้าเขาเลือกผู้ปกครองผิดก็ให้เขารู้ว่าเขาเลือกผู้ปกครองผิดต่อไปเขาจะได้เลือกมันให้ถูก แต่ถึงที่สุดเราต้องเคารพคนไม่ควรจะมีใครเป็นผู้วิเศษมาชี้แล้วบอกว่าพวกคุณผิดปัญหาคือชนชั้นนำไทยชอบชี้เองว่ามันผิดหรือถูก โดยที่ลืมไปว่า เมื่อเราชี้นั้นตัวเราก็พัวพันอยู่ในผลประโยชน์ในทางชนชั้นด้วยส่วนหนึ่ง"
วันนี้ พวกคุณยังจะคิดว่า คนจบสูงๆ เป็นตัวหลักในการพัฒนาประเทศแล้วมองชนชั้นล่างไร้ราคา
ถามจริงๆ พวกคุณเรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆมีปัญญาปลูกข้าวกินเองหรือเปล่า หรือใครบ้างที่ไม่เคยกินผลผลิตจากชนชั้นรากหญ้า ปากว่า ตาขยิบกันทั้งนั้น โดยลืมไปว่า สังคมมันจะอยู่ได้ ต้องทุกภาคส่วน ไม่ใช่กลุ่มใด กลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว
มาร์ค ลิเก หลงโลง
ที่มา thaifreenews
เพื่อนพ้องน้องพี่
ประชุมอาเชี่ยนที่ภูเก็ตที่ผ่านมา เสียงบประมาณไปเท่าไหร่ ได้ประโยชน์อะไรบ้าง เพียงแค่ต้องการสนองตัญหามาร์ค ศิษย์โหยหวน ให้ได้ยืนปาถกฐา เท่านั้นเอง แถมยังเสียรู้ อเมริกา มายืมใช้เป็นเวทีด่าเกาหลีเหนือและพม่าอีก
ผลงานทางด้านสาธาณสุข ก็เห็นๆกันอยู่ กับมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ไทยอยู่ห่างจากถิ่นกำเนิดของเชื้อหวัดดังกล่าวคนละซีกโลก แต่สามารถขยับอันดับอัตราการเสียชีวิตขึ้นอันดับ 4 ของโลกได้ โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสถิติได้เลย
ผลงานทางด้านการต่างประเทศ ก็ไปสร้างศัตรูไว้ทั่วสารทิศ ทักษิณไปที่ใหน เป็นต้องมีเคืองกันกับประเทศนั้น เพราะดันมีรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่มุ่งมั่นจับทักษิณอย่างเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างไรช่างมัน เช่น บินข้ามหัวจีนไปเจรจากับฮ่องกง ทั้งที่ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน ไปยื่นคำขาดขู่หลายประเทศ ว่าจะเลือกทักษิณหรือเลือกไทย เขาตอบกับว่าเลือกทักษิณ หน้าแตกมาหลายครั้งแล้ว เขาบอกร่วมมือด้วย แต่พอทักษิณไปเพ่นพ่านเขาดันไม่จับให้ ขำ จริงๆ
ผลงานทางด้านเศรษฐกิจก็แก้ปัญหาไม่เป็น บริหารไม่เป็น มีแต่ กู้ๆๆๆ แจกๆๆๆ เฉพาะคนรวย จนหลายคนบ่น แม้แต่นักร้องยังแต่งเพลงล้อเลยว่า ถ้าแบบนี้ ป.สี่ ก็เป็นได้ กู้ๆๆคุณหนูจัดให้ เคยฟังหรือเปล่า ที่ช่อง People Channel หรือไม่ก็ไปหาชมคลิปได้ที่หมวดมิวสิควีดีโอ ของเว็บ cbnpress.com
ผลงานเรื่องความสมานฉันท์ของคนในชาติ ตอนรับตำแหน่งใหม่ๆ พูดซะบรรดาพ่อยกแม่ยกเคลิ้ม แต่เอาเข้าจริงๆ ปากพูดอย่าง การกระทำเป็นอีกอย่าง จะเห็นได้ว่า ให้โฆษกส่วนตัวออกมาแทงข้างหลัง ทั้งถากถาง เยาะเย๊ย สร้างข่าวโจมตี จนได้ฉายาโทรโข่งเน่าไปแล้ว ล่าสุด เก่งดอนเมืองทนไม่ไหว ท้าชกปากไปแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ สมานฉันท์ดีจริงๆ ขนาดเขมรยังบอกเลยว่าเป็นคนคบไม่ได้หักหลังเขา เวลาไปคุยกับเขาคุยอีกแบบ แต่ลับหลังให้รัฐมนตรีไปยื่นคัดค้านที่ยูเนสโก้
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผลโพลสำรวจความนิยมถึงได้ต่ำกว่าทักษิณ ทั้งที่ทักษิณอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถแข่งได้เลย แม้แต่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งก็ยังไม่มีมีสิทธิ์ มาร์ค ศิษย์โหยหวน ก็แก้ตัวว่า ที่คะแนนนิยมแพ้ทักษิณเพราะไม่สามารถลงพื้นที่อีสานได้ โถ่..อ้ายสันขวาน ทักษิณ นอกจากไปอีสานไม่ได้แล้วกลับก็ยังไม่ได้เพราะกลับเมื่อไหร่โดนจับขังคุกทันที ยังมีคะแนนนำโด่งได้ สงสัย คนตีระนาดไม่ดีแน่เลยผมว่า ล่าสุดการเลือกตั้ง อบจ สตูล ก็แพ้ราบคาบทั้งที่ สส ของพรรคลงไปช่วยหาเสียง เริ่มส่งสัญญาณไม่ดีแล้วนะมาร์ค
ส่วนเรื่องความโง่ มาร์ค ศิษย์โหยหวน ก็ใช่ย่อย ตั้งแต่เป็นนายกมา ยังไม่เคยได้รับของขวัญจากใครเลย วันไปเยี่ยมถิ่นบุรีรัมย์ ผีตองเหลืองมอบงาช้างให้ กระโดดงับโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง แถมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เข้าทางฝ่ายค้านนอนรอบนเขียงเรียบร้อย รับของมูลค่าเกิน สามพันบาท แถมคนให้ก็ไม่ได้แจ้งงาช้างเป็นทรัพย์สิน งานนี้ไม่รู้ใครโง่กว่ากัน ระหว่างผีตองเหลืองกับมาร์ค ศิษย์โหยหวน คงพอๆกัน
ส่วนเรื่องไปโพส อวยพรวันเกิดให้ ทักษิณ ที่ Facebook จาก twitter ของตัวเอง ตั้งใจจะทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ แต่โดนเขาเกทับกลับด้วยภาษาที่ดูแล้วมีวุฒิภาวะมากกว่า อายชาวบ้าน เลยโยนบาปให้ ทีมอาสาสมัคร ว่าทีมงานอาสาสมัครไปโพสเอง 55555 อ้ายสันขวาน เอาอีกแล้ว ให้รหัสผ่านของตัวเองกับทีมงานอาสาสมัคร ผมเลยไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงได้โดนสาวใช้แอบเอาบัตร ATM ไปกดเงินได้ แบบนี้มันน่าไว้ใจให้ดูแลประเทศมั๊ยเนียะ...มาร์ค ศิษย์โหยหวน อ้ายสันขวาน
จะว่าไป..หนูมาร์คก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกันน๊า..โดย แม่ปังคุง
ที่มา thaifreenews
จะว่าไป..หนูมาร์คก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกันน๊า..
โดย แม่ปังคุง
หุหุ..จั่วหัวซะขนาดนี้..รับรองว่าคนจะต้องสงสัยว่าวันนี้แม่ปังคุงเผลอไปกินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่า..แหม..เปล่าหรอกค่ะ ..แม่ปังคุงยังไม่ได้เพี้ยน (ไปกว่านี้) แน่นอน..รับประกัน..แต่ยิ่งแม่ปังคุงยิ่งเห็นหนูมาร์คนานวันเข้า แม่ปังคุงก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู๊ เอ็นดู ..ยิ่งแม่ปังคุงเอามาเปรียบกับเจ้าลิงน้อยตัวแสบของแม่ปังคุง ที่เพิ่งจะอยู่อนุบาล 1 เทอม 1 ปีนี้ (เข้าเร็วกว่าเกณฑ์ไปหน่อย) ก็ยิ่งให้หมั่นเขี้ยวหนูมาร์คซะจริงๆ
ถ้าไม่เชื่อ..ก็ขอเชิญท่านบรรดามิตรรัก แฟนขับ & แฟนขี่ของแม่ปังคุงทุกท่านลองค่อยๆ จินตนาภาพดูละกัน..ขณะที่สังคมไทยกำลังมีปัญหาเรื่องลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ลูกดื้อ ลูกเป็นตัวของตัวเอง เห็นพ่อแม่เป็นเต่าล้านปี ไม่ทันโลก ทันเหตุการณ์ ..แต่ค่ะ..แต่ ..แต่ปัญหาแบบนี้ ไม่เคยเกิดกับพ่อของหนูมาร์คแต่อย่างไร ..เพราะทุกวันนี้..ขณะที่หนูมาร์คอุตส่าห์ไปย่างเก้าอี้นายกมาครอบครองจนเป็นผลสำเร็จ แต่ทุกเช้า..ก่อนจะไปทำงาน..หนูมาร์คก็ยังปรึกษาคุณพ่อเสมอ..ไม่เว้นแม้แต่เรื่องไข้หวัดมาร์ค 2009 ที่มีคนติดเชื้อเป็นเบือ ตายวันละ 3-4 ศพ..คิดดู๊ ..จะมีนายกฯ ประเทศไหนน่ารักเท่าหนูมาร์ค..รับรองหาไม่ได้อีกแล้ว.. เพราะนายกฯ ประเทศอื่นคงใช้วิธีการระดมสมอง ปรึกษาปัญหาระดับ Interๆ กับองค์กรระดับโลก ไม่ว่า จะ ฮู จะ ฮา หรือ จะ เฮล ..ยังไงๆ มันก็คงจะ เฮล์ปเราซักที่นึงล่ะน่า..แต่หนูมาร์คไม่ค่ะ..หนูมาร์คเลือกที่จะ “ถามพ่อ” ดีกว่า..เห็นเปล่าว่า..หนูมาร์คน่ารักแค่ไหน ..ใครจะตายก็ตายไป..แต่พ่อบอกว่า..ไข้หวัดนี้ไม่ทำให้คนตายหรอกลูก ไม่น่ากลัว คนที่ตายอ่ะ มันตายเพราะโรคแทรกซ้อนเท่านั้น..หนูมาร์คก็เชื่อ และก็นำมาขยายผลในเชิงปฏิบัติ จนจะชิบหาย ตาย 555 กันไปเหยียบร้อยแล้ว..อู๊ย..สุดแสนจะน่าร๊ากเหมือนเจ้าลิงแสบ อ. 1 ของแม่เลยลูก ใครพูดก็ไม่เชื่อ แม่หนูดี แม่หนูเก่งที่ซู๊ด หุหุ
ยังไม่พอค่ะ ยังไม่พอ..หนูมาร์คยังเป็นคนที่รักสัตว์ เหมือนเจ้าลิงน้อยของแม่..สามารถตื่นเต้นวี๊ดว๊าย..ยินดีปรีดากับผลงานระหว่างช่วงช่วง กะ หลินฮุ่ยได้อย่างน่ารักน่าชัง..นี่ถ้าไม่ติดว่าออกมาหน้าเหมือนไอ้ช่วงช่วงอย่างกับแกะ ..เอ๊ะ..หรืออย่างกับแพนด้าหว่า.. ป่านนี้หนูมาร์คคงประกาศไปแล้วว่าเป็นผลงานของมาร์คเอง..ชิส์ เล่นกับใครไม่เล่น..มาเล่นกับมาร์ค..ขนาดคำว่าประชาธิปไตย..มาร์คยังขโมยมาใช้ต่อจากตำแหน่งตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบานเล้ย..
และถึงแม้ว่ามาร์คเศรษฐกิจไทยจะตกสะเก็ดขนาดไหน ไม่ว่า GDP จะติดลบเท่าไหร่ ไม่ว่าไข้หวัดจะระบาดจนต้องยกเลิกการประกาศจำนวนผู้ที่ติดเชื้อ และผู้ที่เสียชีวิตรายวัน เพราะกลัวประชาชนจะตื่นตระหนก..อันเป็นเหตุให้เกิดการระมัดระวังในการใช้ชีวิตจนเกินไป ไม่ว่าค่าน้ำมันจะทะลุไปเกือบลิตรละ 30 บาท หรือค่า Ft ไฟฟ้าจะปาเข้าเกือบบาทนึงแล้ว..แต่หนูมาร์คก็ยังหาเวลามาเล่นไล่จับได้เสมอๆ แต่พอวิ่งๆ ไปกะจะไปจับเค้า แต่กลับสะดุดเท้าตัวเองหกล้มเมื่อไหร่ ..หนูมาร์คก็จะเลิกเล่น แต่จะวิ่งร้องไห้แงๆ กลับมาฟ้องแม่เสมอๆ ..ว้าย..น่าร๊ากซ้า
นอกจากนี้..หนูมาร์คยังเป็นเด็กที่มีฟอร์มน่าเอ็นดู๊ ..ไม่ว่าใครจะพูดถึงอะไร มาร์คจะต้องมี ต้องเป็น ต้องเล่น ต้องชอบ ..ก่อนเสมอ..ไม่ว่า Hi5 ..Facebook…Twitter..Twisty ..Lays หรือแม้แต่โปเต้ เรียกได้ว่า.. ขอให้ได้เอาชนะคะคานไม่ว่าจะกระจิบกระจอกแค่ไหน..เพราะสำหรับมาร์ค..มันคือ profile ที่ยิ่งใหญ่ ..อย่างน้อยก็ยังเอาไว้ไปอวดฝูงวัวฝูงควายได้บ้างล่ะน่า..
มาร์คเป็นเด็กกล้าพูดกล้าแสดงออก ไม่กลัวกล้อง ..เราจึงมีโอกาสเห็นมาร์คตามงานตัดริบบิ้น ถ่ายรูป กล่าวเปิดงาน มอบรางวัลต่างๆ ทุกๆ วัน วันละหลายๆ งาน..จนบางทีเราก็เกือบจะลืมๆ ไปแล้วว่าตกลง ไอ้เด็กนี่มันเป็นนายกฯ หรือ มันจะพยายามแย่งตำแหน่ง “เจ้าแม่พรีเซนเตอร์”ของน้องแพนเค้กกันแน่..นี่ถ้างานเค้าจัดให้เต้นโชว์เพลงอนุบาลกุ๊กไก่..มาร์คก็อาจจะเต้นโชว์ไปแล้วก้ได้นะ..อ้อ..แต่เจ้าปังคุงลิงน้อย..เธอขอเต้นเฉพาะเพลง Nobody ของ Wonder Girls เท่านั้นนะคะ อิอิ
สุดท้าย..สิ่งที่ทำให้แม่ปังคุงเอ็นดูหนูมาร์คมากที่สุดก็คือ ..การร้อง แม้วๆ เวลาที่ทำอะไรผิดนั่นเอง..อู๊ย..อะไรมันจะเหมือนลูกลิงของชั้นขนาดนี้..วันก่อนเห็นจะๆ แอบทำแก้วแตก..แต่พอถาม..ดันโทษเจ้าเหมียวซะอย่างนั้น..โชคดีนะที่แม่ฉลาด ..ก็แหม..จะไปเชื่อได้ยังไง้..ก็ที่บ้านไม่เคยเลี้ยงเจ้าเหมียวเลยซักตัวนี่หน่า ..วันหลัง..จะให้โทษอะไร..จะดูให้มันสมเหตุสมผลซักนิดนึงนะลูกจ๋า ..เออ..ถ้าโทษพ่อแก..แม่ยังพอเชื่อหน่อย..ดั๊น..อุตส่าห์ไปโทษซะไกลตัวเชียวนะลูกจ๋า..คริ คริ