WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, August 3, 2009

ทางออกวิกฤติ

ที่มา บางกอกทูเดย์

แม้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มี “นายดิเรก ถึงฝั่ง” สมาชิกวุฒิสภานนทบุรี เป็นประธานจะได้ข้อสรุปว่า...ต้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น แล้วจะเป็นทางออกของวิกฤติความแตกแยกของคนในชาติก็ตามแม้ผมจะเห็นด้วยทุกข้อ...แต่ก็ยังไม่พออดีตผู้ว่าฯ ดิเรก เสนอว่า...ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา237 เรื่องยกเลิกการยุบพรรคและการเพิกถอนสิทธิหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคในกรณีผู้สมัคร ส.ส.ทุจริตการเลือกตั้ง ให้ลงโทษเฉพาะตัวผู้สมัครฯแก้ไขมาตรา 93-98 เรื่องที่มาของ ส.ส.ให้ไปใช้ระบบแบ่งเขตๆ ละคน และระบบบัญชีรายชื่อแก้ไขมาตรา 111-121 ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดแก้ไขมาตรา 190 กำหนดประเภทหนังสือสัญญาที่ต้องทำกับต่างประเทศให้ชัดเจนว่า ประเภทใดต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาแก้ไขมาตรา 265 ให้ ส.ส.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่น เลขาฯ รัฐมนตรีได้แก้ไขมาตรา 266 ให้ ส.ส. และ ส.ว. สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ซึ่งรัฐบาลโยนไปให้รัฐสภาดำเนินการ...ทั้งที่เรื่องนี้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพมาตั้งแต่ต้น นี่คือ “นิสัยถาวร” ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็น

มานานคือ เรื่องอะไรจะเข้าตัว...ต้องปัดให้พ้นตัวไว้ก่อนโดยทำทีว่า “นายสะอาด” เห็นด้วยแต่ “นายไม่สะอาด”อีกหลายคนในพรรคไม่เห็นด้วยแต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับที่ผมเห็นว่าทางออกจากวิกฤติไม่ได้มีแค่นี้...ต้องทำมากกว่านี้และขอให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องไปหาหนังสือชื่อทางออกวิกฤติ ความขัดแย้งแตกแยกในระบบสังคมการเมืองไทย มาอ่านแล้ว ดวงตาจะเห็นธรรมไม่ต้องดูชื่อหรอกว่าใครเขียน...เพราะเดี๋ยวจะไม่อ่าน!แม้คนเขียนชื่อ “สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง” ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”มานานแต่เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยหัวใจที่เป็นกลางและรู้จริงสุนัย เป็นพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตัวตนอย่างเคร่งครัดในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ และนำหลักธรรมมาประกอบข้อเขียนอย่างแยบยลเขาเขียนถึงเหตุแห่งปัญหาและทางออกของปัญหาไว้อย่างมีเหตุผลขนาด ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ เขียนคำนิยมว่า สุนัยกล้าคิดอย่างทะลุทะลวงกับกับดักทางการเมือง ที่เป็นปัญหาเฉพาะตัวของระบอบประชาธิปไตยปัจจุบันที่ท้ายสุดแล้วจะทำให้ตัวตนประเทศไทยอ่อนแอลงจนอาจนำไปสู่จุดล่มสลายของสังคมไทยหาอ่านซะ...โดยเฉพาะพวกอมาตย์และ คมช. ทางออกวิกฤติ ความขัดแย้งแตกแยกในระบบสังคมการเมืองไทยดวงตาจะได้เห็นธรรม ■

ผลงานรัฐบาล

ที่มา บางกอกทูเดย์

ผมโล่งใจแทนรัฐบาลมาร์ค ที่ตัดสินใจไม่แถลงผลงานครบรอบ 6 เดือน ในวันที่ 3 สิงหาคม2552 ซึ่งเป็น “วันเกิด” ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”ที่โล่งใจเพราะผมกับคนไทยกว่า 63 ล้านยังนึกไม่ออกว่า ถ้าจะแถลงผลงานรอบ 6 เดือน รัฐบาลจะเอาอะไรมาแถลง??ก็ในเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ก็มีงานหลักๆ อยู่เพียง2-3 อย่าง...กู้เงิน-สร้างหนี้-บี้ทักษิณ!!รองลงมาก็มีแค่การ ตั้งชื่อลูกหมีแพนด้า กับตามหาพ่อเคอิโงะ!!พูดก็พูดเถิด...จนบัดนี้ผมก็ยังเชื่อว่า “อภิสิทธิ์เป็นคนดี” แต่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาเป็นผู้นำที่ “มือไม่ถึง”(จริงๆ)ทุกวันนี้...การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความยากจนในชาติ มาร์คมีเพื่อนคู่หูอย่าง กรณ์ จาติกวณิช คนเดียวที่ช่วยเขาคิด??แล้วก็คิดได้เพียงอย่างเดียว เงินไม่มี เงินหมดคลังก็ต้องกู้เขา!!กู้เป็นล้านล้านแล้ว และจะกู้ต่อไปจนกว่าไม่มีเงินให้กู้!! เป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างยิ่งสำหรับความเป็นชาติเป็นประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ ถึงขนาดมีสโลแกน...“ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ”ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว!!แต่เมื่อเราทั้งหลายใน

ประเทศนี้ต้องมาร่วมชะตากรรมในการมีรัฐบาลอย่าง อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ สิ่งเดียวที่เราต้องทำ คือ ไหว้พระสวดมนต์ขอให้ “อภิสิทธิ์ดวงตาเห็นธรรม” โดยเร็วที่สุดและวันใดที่นายกรัฐมนตรีคนนี้ “ดวงตาเห็นธรรม”ท่านก็จะรู้ว่าการช่วยเหลือประเทศไทยและคนไทยทั้งประเทศ ให้พ้นวิบากกรรมนั้นทำได้ไม่ยาก คือ...รีบลาออกจากนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด!!ก่อนที่ประเทศจะยับเยินและพินาศด้วยหนี้สินล้นพ้นตัว??อย่าปรามาสว่าอภิสิทธิ์จะไม่รักชาติ หรือไม่ยอมลาออกจากการเป็น ผู้นำที่อ่อนหัด ที่เหมือน มือใหม่หัดขับแต่ยังไม่มีใครที่กล้าบอกกล้าให้ความเห็นกับนายกรัฐมนตรีคนนี้ตรงๆ และจริงจังว่า...“ท่านครับ ท่านไม่เหมาะที่จะบริหารประเทศนี้กรุณาตัดสินใจลาออกเสียเถิดครับ แล้วเอาใครก็ได้ในพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรีแทน”หรือ...ถ้าตกลงกันในพรรคไม่ได้ก็ประกาศยุบสภาเสีย!! ทุกอย่างก็จะจบ!! ประเทศไทยก็จะพ้นบ่วงกรรมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขออวยพรย้อนหลังให้กับ“วันเกิด” ของท่าน...“สุขสันต์วันเกิดครับท่านนายกฯ” ขอให้ท่านมีความสุขมากกว่า 6 เดือนที่ผ่านมาซึ่งพวกผมรู้ว่า ท่านเหนื่อยเหลือเกินกลับบ้านอยู่กับภริยาที่น่ารัก มีความสุขกับลูกๆที่เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจของท่าน เพราะนั่นคือ“ความสุขแท้” ที่ไม่ใช่ความสุขจากการเป็น “ผู้นำประเทศ” ซึ่งถูกรุมด่าทุกวัน!! ■

ใครเลี้ยงแกะ

ที่มา บางกอกทูเดย์

จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งพูดเรื่องจริงระหว่างนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณดูเหมือนว่า..ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะไม่ได้ลาพักยาวอย่างที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้ข่าว..และจะพักยาวต่อไปอีกพล.ต.อ.พัชรวาท ยืนยันว่า..หลังจากเดินทางไปราชการต่างประเทศตามกำหนดการดังเดิมแล้วก็จะกลับมาทำหน้าที่อย่างเก่า..ไม่มีการลาพักลายาวอย่างที่ไปเล่าลือกันหรือมีการพูดถึงใครก็ตามที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด..จะเห็นว่า..เรื่องราวการจะปลด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ..นั้น มาจากทำเนียบรัฐบาลโดยเฉพาะสำนักนายกรัฐมนตรี..แต่รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพเทือกสุบรรณ..ได้ยืนยันตลอดเวลาว่า..จะไม่มีการโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ..อีกทั้งยังยืนยันว่านายตำรวจอันดับสูงสุดท่านนี้ไม่ได้ขัดขวางในเรื่องคดีความเกี่ยวพันกับการลอบสังหารแต่ไม่ตายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่อย่างใดรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ..ก็ออกมาถามตรงๆ ว่า..ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทำผิดตรงไหนแต่ก็ไม่มีใครตอบพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ..จะอยู่ในราชการอีกไม่ถึง 2 เดือน ก็จะเกษียณอายุราชการ..ทำไม..ฝ่ายที่อยากโยกย้ายถึงรอไม่ได้..นี่คือคำถามที่ตอบยากของ อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี..ในเมื่อนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะมองหน้าที่ดูแลความมั่นคงให้กับรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ แล้ว..ทำไมถึงไม่ให้เขารับผิดชอบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินี่คือคำถามที่ตอบยากของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีแต่ที่..นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..หากเคยรู้แต่อาจจะหลงลืมก็คือ..การโยกย้ายที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นธรรม..ในขณะนี้..มันเป็นได้ทั้งคดีแพ่งและอาญา รัฐมนตรีช่วยว่าการ สมหมาย ภาษี..โดนพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญามาแล้ว..จากการโยกย้ายถอดถอนที่ไม่เป็นธรรมกฎข้อที่ 1 ของการเป็นนายกรัฐมนตรีในประเทศนี้..ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจว่า..นายกรัฐมนตรีประเทศนี้มันเล็กนิดเดียวครับ มันเล็กนิดเดียว ■

จาก ‘แม้ว’ ถึง ‘มาร์ค’ 6 เดือนจะกลับไทย?

ที่มา บางกอกทูเดย์

สถานการณ์การเมืองไทยในเวลานี้ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ยังคงไม่มีวี่แววของความต้องการสมานฉันท์ที่แท้จริงในจิตใจของกลุ่มบุคคลที่กุมอำนาจบริหารประเทศในปัจจุบันน่าสงสารปนสมเพชมากที่สุด เห็นจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สถานการณ์บวกกับความต้องการที่รีบร้อนในการเป็นนายกรัฐมนตรีทั้งๆ ที่โดยคุณสมบัติต่างเป็นได้แน่นอนอยู่แล้วแต่เพราะความรีบร้อนอยากได้อยากเป็นเร็วจนเกินไปนั่นแหละที่ทำให้พลัดหลงเข้า “บ่วงมาร” จากการที่น่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนคนเลือกตั้งทั้งหลายกลับกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ภายใต้การขี่คอทวงบุญคุณของบรรดาผู้สนับสนุนวันนี้แม้รู้แล้วว่าคนกลุ่มต่างๆ ที่อยู่รอบข้างสนับสนุนขึ้นมาก็เพียงเพื่อจะอาศัย ภาพลักษณ์ ของนายอภิสิทธิ์ เป็นเกราะในการแอบแฝงเข้ามาหาผลประโยชน์ทางการเมือง หาทางตักตวงเพื่อตนเองทั้งสิ้นวันนี้นายอภิสิทธิ์รู้ซึ้งแล้วจริงๆ...ในวันที่เริ่มจะโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆก็ขนาดเป็นนายกรัฐมนตรี จะสร้างความชัดเจนในเรื่องรูปคดีเพียงแค่คดีเดียว ยังทำไม่ได้เลย!!!

กลายเป็นกระทบคนนั้นกระเทือนคนนี้...ห้ามยุ่งห้ามแตะคนนามสกุลนั้นนามสกุลนี้...แถมยังมีการพยายามลากโยงคดีให้ไปพัวพันกับวัตถุประสงค์ทางการเมืองเข้าให้อีก...ไม่เหนื่อยวันนี้แล้วจะเหนื่อยวันไหนแม้แต่พี่เลี้ยงใกล้ตัวภายในพรรค คนที่ชื่อ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่เคยวิ่งประสานจัดตั้งรัฐบาลให้จนได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมใจอยาก แม้จะถูกสื่อรู้ทันและให้ฉายาของรัฐบาลว่า “รัฐบาลเทพประทาน”มาวันนี้ก็กลายเป็น “เทพไม่ปลื้ม”ลากิจเอาในวันไคลแมกซ์ จนทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องยอมกลืนน้ำลายนายกรัฐมนตรี ไม่กล้าแถลงไม่กล้าพูดเรื่องคดียิงสนธิแถม นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำม็อบพันธมิตรฯ ก็ทันเกมเพราะแม้ก่อนหน้าได้บอกไว้ว่าจะมาฟังแถลงด้วยตนเอง...แต่สุดท้ายก็หายเข้ากลีบเมฆเพราะดูอาการก็รู้แล้วว่า “มาร์ค” โดดเดี่ยวจนยะเยือกย่อมไม่กล้าที่จะพูดเรื่องนี้แน่สุดท้ายคดีนี้ก็คงดำเนินไปเรื่อยๆ นับถอยหลังไปเรื่อยๆตามวันเวลาที่หดสั้นลงของอายุราชการของ พล.ต.อ.ธานีสมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่ง 30 กันยายนที่จะถึงในอีกเดือนเศษๆ นี้ก็จะเกษียณอายุแล้วเช่นเดียวกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็คงจะสบายใจแน่นอนแล้วว่าสามารถเกษียณอายุบนเก้าอี้ ผบ.ตร. ได้อย่างแน่นอนเช่นกันเพราะหลังจากปฏิบัติการประกาศศักดาของใครหลายๆ คนที่ทำให้นายอภิสิทธิ์รู้ชัดในความโดดเดี่ยวไม่มีใครของตนเองแล้วสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป จนสบายใจที่จะไปราชการต่างประเทศได้แบบ เบิร์ด เบิร์ด

ที่จะหน้าเครียดก็เห็นจะมีแต่นายอภิสิทธิ์คนเดียวนั่นแหละ!!!เพราะแม้แต่เรื่องเศรษฐกิจที่พยายามพูดย้ำพูดซ้ำว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น ทุกอย่างจะฟื้นในไตรมาส 4บังเอิญทั้งนักธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ ที่ไม่ได้เลือกขั้วเลือกข้างต่างก็รู้กันดีว่า ประเทศไทยนั้นมีกราฟเศรษฐกิจในลักษณะของการเป็นฤดูกาล (seasoning) มานมนานกาเลแล้วไตรมาสแรกจะไม่ดี ไตรมาส 2 จะทรุด จากนั้นไตรมาส 3จะกระเตื้องขึ้น แล้วไตรมาส 4 จะดีที่สุด เป็นวงจรที่หากใครที่ได้รู้จักเก็บสถิติทางเศรษฐกิจก็จะพอมองเห็นก็ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และเป็นประเทศที่ขายการท่องเที่ยวและบริการ ฉะนั้น ไฮซีซั่นทั้งเรื่องของการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและการท่องเที่ยว ตัวเลขย่อมจะต้องมาโป่งเอาตอนไตรมาส 4 ของทุกปีนั่นแหละน่าสงสารก็แต่นักเรียนออกซ์ฟอร์ด ที่ด้วยความไม่เคยสัมผัสชีวิตการทำงานอย่างจริงๆ เลยในชีวิต โดยเฉพาะกับการทำธุรกิจดังนั้น เมื่อคนรอบข้างชงเข้ามาให้ว่า ไตรมาส 4 จะดีแน่...จะต้องดีกว่าไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ซึ่งก็แหงล่ะเพราะเศรษฐกิจไทยเป็นแบบนี้มาตลอดด้วยความไม่รู้ เมื่อเจอคนตัดตอนข้อมูล พล็อตกราฟให้เห็นแค่ปีนี้ว่า ไตรมาส 4 ดีแน่ๆ นายอภิสิทธิ์ก็เลยตื่นเต้นแถมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในยุคที่มี นายสันติวิลาสศักดานนท์ นั่งแป้นเป็นประธานอยู่ ก็เชียร์รัฐบาลนี้จนออกนอกหน้าอย่างชัดเจน จึงให้ข้อมูลเชิงบวกเต็มที่ว่า ทุกอย่างกระเตื้องแล้ว ฟื้นแล้ว ดีแล้วจนหลายครั้งบรรดาสมาชิกในสภาอุตสาหกรรมเองก็ยังงุนงงกับข้อมูล เพราะอดสงสัยไม่ได้ว่า นายสันติไม่รู้จริงๆ หรือว่าเวลานี้สมาชิกเดือดร้อนกันแค่ไหนหรือว่าสหพัฒน์ที่นายสันติทำงานอยู่นั้น ไม่ได้บอกหรือให้ตัวเลขว่ายอดขายสินค้าในปีนี้เป็นอย่างไร???

เมื่อได้ข้อมูลเชิงบวก บวก บวก และบวกเช่นนี้ นายอภิสิทธิ์ซึ่งไม่มีพื้นฐานก็เลยเชื่อมั่นเต็มที่ และพยายามย้ำพูดตลอดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า เศรษฐกิจจะดีขึ้นแล้วทุกอย่างจะกระเตื้องแล้ว ไตรมาส 4 ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะดีแน่ๆเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ยังพูดอยู่เลยแย่ตรงที่ความจริงในโลกนี้ ไม่เคยที่จะรักษาหน้าให้กับคนที่พูดเก่งเพราะในวันเดียวกันนั้นเอง ผู้หญิงที่น่าสงสารในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ต้องตกงานจากพิษเศรษฐกิจ แล้วพยายามสู้ชีวิตด้วยการมาเป็นแม่ค้าขายนมขวดเครียดจัดเพราะขาดทุน คนไทยประหยัดจนกำลังซื้อหดหายทำให้ยิ่งขายยิ่งขาดทุนเป็นหนี้เป็นสิน…ก็เลยตัดสินใจผูกคอตายเป็นข่าวที่เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์ออกอากาศว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นแล้วนั่นแหละและแม้แต่กระทั่งเรื่องของการจัดการปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งหลายฝ่ายพยายามเตือนแล้วเตือนอีกว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก รุนแรงมากแต่นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้ตื่นตัว ปล่อยให้ นายวิทยาแก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำงานแบบเรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง จนวันนี้ คนไทยเสียชีวิตเพราะไข้หวัดใหญ่ 2009 ไปมากกว่า 65 รายแล้ว!!!แม้แต่หมอก็ยังติดเชื้อ ทำให้โรคประจำตัวกำเริบจนเสียชีวิตไปแล้วก็มีหลายพื้นที่หลายจังหวัดร้องขอให้ประกาศเป็นเขตพิบัติภัยจะได้ทำการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพน.พ.เรวัติ วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ ยังต้องยอมรับเลยว่า จากการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ขยายวงกว้างระบาดไปทั่วประเทศแล้วในขณะนี้คาดว่าประเทศไทยจะมีผู้ติดเชื้อโรคนี้จริงๆ มากกว่า500,000-600,000 คนนี่คือภาพสะท้อนความจริง แต่ทำไมรัฐบาลจึงมองว่าไม่มีปัญหา ไม่น่าเป็นห่วง...ซึ่งเป็นการตั้งตนบนความประมาท

ที่กำลังเอาชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนมาเสี่ยงอย่างน่าตำหนิที่สุดจึงไม่น่าประหลาดใจที่ในการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการหยิบเรื่อง ไข้หวัด 2009มาคุยกับคนฟังทั้งหลายโดยตั้งข้อสังเกตว่า เชื้อไข้หวัด 2009 เกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก แต่ดันมาเติบโตที่ประเทศไทยได้อย่างไรทั้งที่อยู่คนละขั้วโลก เวลาเชื้อเดินทางผ่านประเทศไหนทุกประเทศจะจัดการหมด แต่บ้านเรากลับอุ้มไว้ถ้ามันเติบโตอย่างหนัก คิดว่าองค์การอนามัยโลก (WHO)ต้องย้ายมาอยู่ประเทศไทยได้แล้ว เพราะประเทศไทยทำอะไรไม่เป็น“วันนี้รัฐบาลบอกให้ประชาชนไปตรวจหาเชื้อเองเสียเงินเองเป็นเชื้อโรคระบาดที่จริงต้องเป็นภาระของรัฐบาลจ่ายค่าตรวจเชื้อให้เอาเข้าระบบ 30 บาทได้เลย ถ้าใครเป็นไข้ให้ไปตรวจเชื้อหมดถ้าตรวจเจอแล้วกักไว้ ถ้าไม่ตรวจกักไม่ได้ แต่วันนี้ใครไม่มีเงิน5,000 บาทก็ไม่ได้ตรวจ ต้องไปซื้อยากินเองเวลาเป็นไข้”พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเรื่องที่เป็นสถานการณ์สอดคล้องกับความรู้สึกประชาชนฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีกระแสเรื่องการจะมีโอกาสกลับมาประเทศไทยในช่วง 6 เดือนนี้ ถึงขนาดเวทีที่ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย ขึ้นป้ายเวทีขนาดใหญ่ว่า“ทักษิณจะกลับมาพบกับท่านในเร็วๆ นี้”ที่น่าคิดคือคำพูดโฟนอินจากดูไบ ซึ่งเข้ามาพูดคุยกับประชาชนที่ไปร่วมงาน และสื่อต่างๆ พากันลงข่าว ก็คือ“ตอนนี้พวกเขาผวาไปหมด พยายามยัดเยียดข้อหาต่างๆบ้านเมืองเลยยุ่งๆ เพราะเขาเป็นโรคขี้กลัว กลัวแพ้ กลัวจะกลับไปล้างแค้น แต่ขอบอกไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด อโหสิให้ทุกคน และได้นั่งสมาธิยุติกรรมหมดแล้ว กรรมใดใครก่อก็รับกันไปเอง”แต่รัฐบาลยังเงอะๆ งะๆ โทษนั่นโทษนี่ไปเรื่อยว่า

ทำไมสื่อให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญกับการโฟนอินและเป็นข่าวลงทุกฉบับไม่ได้สำเหนียกเลยว่าการที่พื้นที่ข่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ผลงานต่างๆ ของรัฐบาลถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีความเชื่อถือเชื่อมั่นมากขึ้นทุกที แทนที่นายอภิสิทธิ์และรัฐบาลจะไตร่ตรอง วิเคราะห์หาเหตุผลกลับโทษแต่เพียงว่า เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมหยุด!!ลืมที่จะเหลียวมองว่า บรรดาองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลบรรดากลุ่มก๊วนการเมืองที่อยู่ร่วมรัฐบาลนั้น หยุดที่จะแกว่งปากหาเรื่อง หรือหยุดการกระทำที่มุ่งรักษาแต่ผลประโยชน์เฉพาะตนเฉพาะกลุ่มกันบ้างหรือไม่??อย่างกรณีกระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งโต๊ะล่ารายชื่อคัดค้านการถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายบุญจงวงศ์ไตรรัตน์ และกลุ่มเพื่อนเนวิน ทำเพื่ออะไร???การสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกณฑ์ประชาชนมาหมู่บ้านละ30-50 คน เพื่อลงชื่อนั้น คิดบ้างหรือไม่ว่าจะยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกหนักในสังคมพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาใน 6 เดือนได้หรือไม่? จริงๆ แล้วก็อยู่ที่การกระทำของรัฐบาล และบรรดากลุ่มก๊วนการเมืองเองนั่นแหละว่า จะทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและสถานการณ์สุกงอมเพียงใดดังนั้น หากนายอภิสิทธิ์จับสัญญาณจากคำพูดของพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ไปวิเคราะห์ให้ดี ที่บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ต้องการกลับมาบริหารประเทศ ไม่ได้ต้องการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแต่ต้องการที่จะช่วยเหลือประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤติแค่นั้นจริงๆแม้นายอภิสิทธิ์จะถูกมองมาตลอดว่า ทำงานไม่เป็นหรือเป็นแค่เด็กๆ ทำงานก็ตามแต่หากว่าครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้าทำเป็น ทำได้ สร้างสมานฉันท์ที่แท้จริงโดยหยุดความหวาดระแวงระหว่างกันได้ผลงานนายอภิสิทธิ์จะท่วมท้นอย่างแน่นอน!! ■

ภาพกิจกรรมดำทั้งแผ่นดินคึกครื้น

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา บอร์ดประชาไท และ
3 สิงหาคม 2552

กลุ่มคนเสื้อแดงผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรม พากันจัดงาน"ดำทั้งแผ่นดิน"ขึ้นในวันนี้(3ส.ค.)ในโอกาสครบรอบวันเกิด 45 ปีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กิจกรรมสืบเนื่องมาจากตอนที่คนเสื้อแดงจัดงานแซยิดให้อดีตนายกฯทักษิณนั้น นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงว่าควรจัดบังสุกุลและแต่งดำทั้งแผ่นดินให้ทักษิณและสิ่งที่ทักษิณจะสร้างเซอร์ไพรส์ก็คือควรกระทำอัตวินิบาตกรรมในวันเกิด60ปี ส่วนนายอภิสิทธิ์กล่าวซ้ำเติมว่าหวังว่าทักษิณจะดวงตาเห็นธรรมในวันเกิด

เมื่อวันครบรอบวันเกิดปีที่45ของนายอภิสิทธิ์มาถึงในวันนี้ คนเสื้อแดงจึงร่วมกันจัดกิจกรรม"ดำทั้งแผ่นดิน-ดวงตาเห็นดำ"ขึ้นเพื่อสนองศรัทธานายอภิสิทธิ์และโฆษกประจำตัว และเป็นการประกาศอารยะขัดขืนไม่ยอมรับรัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอำมาตย์ไปในตัว

ภาคเหนือ


เชียงใหม่51ดำทั้งแผ่นดินบังสุกุลคนเป็น

ภาพกิจกรรมกลุ่มเชียงใหม่ไม่เอาอภิสิทธิ์ ทำพิธีสวดบังสุกุล และเผาโลงศพจำลองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อช่วงสายวันที่ 3 สิงหาคม 2552 ที่สุสานประตูหายยา จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ประท้วงกล่าวว่า เพราะนายอภิสิทธิ์ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขาดความชอบธรรม และตลอดการบริหารประเทศ 6 เดือนสร้างแต่ความทุกข์ยากให้แก่ประชาชน









กรุงเทพฯ


หน้าทำเนียบรัฐบาล-เผาหุ่นมาร์ค
กลุ่มสภาประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อสีดำ และผูกพ้าผันคอสีแดง เดินทางไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จากนั้น ได้นำหุ่นจำลองรูปของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาจุดเผาทำลาย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ45ปี พร้อมยื่นคำแถลงการณ์ของทางกลุ่มผ่านเจ้าหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งระบุว่า การเข้าชื่อของประชาชนเพื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นสิทธิ์ที่กระทำได้

ดังนั้น สภาประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอประณามกลุ่มบุคคลต่างๆที่ต่อต้านกลุ่มเสื้อแดงในการนำรายชื่อยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกา และขออย่าให้ใช้อำนาจในการก้าวล่วงต่อพระราชอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทางกลุ่มสภาประชาชนเพื่อระชาธิปไตยเสร็จสิ้นการทำกิจกรรมที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลแล้วได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อขับไล่อธิการบดีต่อไป

วิทยุแท็กซี่จัดบังสุกุลใต้ทางด่วนคึกครื้น

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า กลุ่มแท็กซี่เสื้อแดง จัดงานฌาปนกิจศพ เนื่องในโอกาส 45 ปี นายกฯอภิสิทธิ์ เช้าวันนี้ (3 ส.ค.) ที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 9 ถนนรัชดาภิเษก(อโศก) บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกครื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ ที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 9 ถนนรัชดาภิเษก(อโศก) ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 45 ปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สมาชิกวิทยุชุมชนคนแท็กซี่พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงย่านพระราม 9 - ห้วยขวาง กว่า 300 คน แต่งชุดดำมาชุมนุมจัดงานฌาปนกิจศพหุ่นจำลองนายอภิสิทธิ์ โดยมีการตั้งโลงศพไร้ญาติที่บริเวณริมฟุตบาต ประดับตกแต่งด้วยพวงรีด ภาพวาดคล้ายนายอภิสิทธิ์ มีการระบุว่า เป็นชายไร้ชื่อ ที่มักใหญ่ใฝ่สูง หนีทหาร ชอบคบหัวหน้านักเลงหัวไม้ย่านสี่เสาเทเวศร์ อีกทั้งนำขยะนานาชนิด พร้อมกับคำสาปแช่ง มาตกแต่งประดับโลงศพ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกครื้น มีการเปิดเพลงมอญร้องไห้สลับกับการรำหน้าโลงศพจำลอง

สำหรับบรรยากาศ ภายในงาน แกนนำคนเสื้อแดงระดับรากหญ้าต่างผลัดเปลี่ยนปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐที่ ผ่านมา เนื้อหาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความล้มเหลวในการบริหารประเทศ ทั้งเรื่องการแก้ไขไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การทุจริตคอรัปชั่น การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการแทรกแซงการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กระทั่งเวลา 14.00 น.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนางดารุณี กฤตบุญญาลัย นักธุรกิจ พร้อมสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงทำพิธีสะกดวิญญาณลงหม้อปิดผ้ายันต์ จากนั้นได้ทำการแห่โรงศพ และหุ่นจำลองนายอภิสิทธิ์ ไปบริเวณแยกพระราม 9 – อสมท. เพื่อทำพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง และฌาปนกิจ หุ่นและโรงศพจำลอง ท่ามกลางเจ้าหน้าตำรวจจาก สน.มักกะสัน กว่า 30 นายคอยรักษาความสงบ

3เกลอแต่งดำคาด17ส.ค.ยื่นถวายฎีกา

วันนี้ (3 ส.ค.) นายวีระ มุสิกพงศ์​ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมแกนนำคนอื่น ได้แต่งชุดดำ แถลงข่าว โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รวบรวม และตรวจสอบรายชื่อผู้ยื่นถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 15-16 ส.ค.​ และจะสามารถนำรายชื่อใส่พาน เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อม​ ในวันที่ 17 ส.ค. โดยจะใช้คนประมาณ 1,000 คน เพื่อลำเลียงรายชื่อ

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อถอดถอนการยื่นถวายฎีกา ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อต้องการให้นายเนวิน ชิดชอบ หลุดพ้นคดีกล้ายาง และอยากให้ทำประชามติในเรื่องนี้ว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่

ภาคอีสาน


ชัยภูมิ-ชมภาพกิจกรรมดำทั้งแผ่นดินทั้งหมดของชาวชัยภูมิ คลิ้กที่นี่



อดรธานี-ขวัญชัยพาชาวอุดรเลิกแดง1วันร่วมดำทั้งแผ่นดิน


นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร นำสมาชิกชมรมสวมใส่เสื้อสีดำกว่า 500 คน เดินเท้าจากสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 หนองเหล็ก ซ.9 เขตเทศบาลนครอุดรธานี มายังอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เทศบาลนครอุดรธานี ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร เพื่อไว้อาลัยให้แก่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

โดยมีการถือป้ายไว้อาลัยแก่นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยืนบนทางเท้าบนอนุสาวรีย์ พร้อมมีการกล่าวโจมตีการทำงานของนายกรัฐมนตรี โดยมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยคุมคุมดูแลการชุมนุม

เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งตั้งแต่เข้ามาบริหารบ้านเมือง มีแต่ผลักดันภาระต่าง ๆ ให้ประชาชนในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นภาษีต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำมัน ที่ทำให้คนไทยต้องใช้น้ำมันในราคาที่สูงกว่า ทั้งนี้ เพราะว่ารัฐบาลนำเงินไปใช้ในเรื่องอื่นจนหมด ทำให้ไม่มีเงิน ต้องให้ประชาชนเป็นผู้แบกภาระ จึงขอไว้อาลัยให้แก่นายกรัฐมนตรีฯ ที่ครบรอบวัยเกิดในวันนี้


นครราชสีมา-กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ ได้แต่งกายด้วยชุดดำ เดินทางมารวมตัวกันบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มคนเสื้อแดงให้เหตุผลว่า การกระทำของคนเสื้อแดงวันนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนเสื้อแดงในจังหวัดนครราชสีมา ไม่ยอมรับการได้มาของรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งตัวนายอภิสิทธิ์ฯ และยังคงยืนยันที่จะต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทุกรูปแบบ

จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินเท้าไปยังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอพบนายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครรารชสีมา เพื่อตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่มาลงชื่อคัดค้านการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายประจักษ์ฯ ได้มอบหมายให้นายวิทยา กามนต์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา ลงมาพบกับกลุ่มเสื้อแดงแทนพร้อมกับนำรายชื่อบุคคลที่ลงชื่อคัดค้านการถวายฎีกาฯจำนวน 2 แผ่น มาให้กลุ่มเสื้อแดงโคราชตรวจสอบ จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงจึงสลายตัวไป

ภาคตะวันออก


พัทยา-แห่ศพอภิสิทธิ์(ชน) ชมภาพกิจกรรมทั้งหมด คลิ้กที่นี่



ภาคตะวันตก


หัวหิน-แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภาคตะวันตก ประกาศว่า ในวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของ นายอภิสิทธิ์ กลุ่มเสื้อแดงภาคตะวันตกจะนัดรวมตัวกันสวมเสื้อดำ เพื่อประกาศต่อต้านการบริหารของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

ขอให้เด็กน้อยดวงตาเห็นธรรม

ที่มา Thai E-News

ดำทั้งแผ่นดินสวดบังสุกุลล้างซวยประเทศวันนี้

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 สิงหาคม 2552

ดำทั้งแผ่นดินสวดบังสุกุลล้างซวย9โมงเช้าวันนี้

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการณรงค์การรณรงค์ให้ประชาชนคนเสื้อแดงทั่วประเทศใส่เสื้อดำในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า แม้ว่านายอภิสิทธิ์ จะเลื่อนกำหนดแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน ออกไป แต่ นปช.และองค์กรสมาชิกแนวร่วมจะยังเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนประเทศแต่งชุดดำต่อไป เพื่อแสดงความเสียใจต่อประเทศไทยที่เสียโอกาส ภายใต้การบริหารประเทศของ ผ่านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ส่วนเครือข่ายคนเสื่อแดงในจังหวัดต่างๆ จะจัดกำหนดพิเศษขึ้นถือเป็นสิทธิของแต่ละกลุ่มที่จะแสดงออก นอกจากการณรงค์ใส่เสื้อดำของ นปช.

ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปช. ในฐานะประธานกลุ่มวิทยุชุมชุนคนแท็กซี่เอฟเอ็ม 92.75 และเอฟเอ็ม 107.5 กล่าวว่า ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. สมาชิกวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ และกลุ่มคนเสื้อแดงในย่านพระราม 9 ห้วยขวางและวัฒนา จะร่วมกันแต่งชุดดำและทำพิธีทางศาสนาสวดบังสุกุลและเผาศพไร้ญาติ ที่บริเวณใต้ทางด่วน พระราม 9 เพื่อสะเดาะเคราะห์ ล้างซวยให้กับประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้การบริหารประเทศของนายอภิสิทธิ์ ที่นับวันมีแต่ปัญหาเศรษฐกิจสังคมตกต่ำ บ้านเมืองแตกแยก เผื่อว่า ประเทศไทยจะได้หมดเคราะห์ สังคมคืนสู่ความสมานฉันท์สามัคคี

โพลล์ไทยอีนิวส์93%จัดให้ดำทั้งแผ่นดิน

ไทยอีนิวส์ได้จัดทำแบบสอบถามท่านผู้อ่านว่า 3สิงหาคมนี้ควรใส่เสื้อดำไว้ทุกข์หรือไม่? โดยนับถึงรุ่งเช้าวันที่ 3 สิงหาคมนี้ มีท่านผู้อ่านตอบแบบสอบถามจำนวน 2,053 ท่าน ตอบว่า ควรอย่างยิ่ง 1,913 ท่าน คิดเป็น93%ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง 57 ท่าน คิดเป็น2%ของผู้ตอบแบบสอบถาม และเห็นว่าเฉยๆยังไงก็ได้ 83 ท่าน หรือ 4%ของผู้ตอบแบบสอบถาม

ก่อนหน้านั้นแกนนำเสื้อแดงแถลงว่า มีมติให้เสื้อแดงและประชาชนไทยทั้งประเทศแต่งชุดดำไว้ทุกข์ให้กับประเทศไทยที่ตกอยู่ภายใต้รัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอำมาตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างขาดความชอบธรรม และเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ต่อไป หลังจากเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วยังเพิกเฉย


แม้วทำบิ๊กเซอร์ไพรส์จ่อคิวโฟนอินเบิร์ธเดย์มาร์ค


นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะโฟนอินมายังรายการวิทยุชมรมคนรักอุดร ที่มีตนเป็นผู้ดำเนินรายการ เวลา 10.00-11.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมตามปกติที่พ.ต.ท.ทักษิณรับปากจะโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับประชาชนชาวไทย ซึ่งนอกจากพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมืองแล้ว ในวันจันทร์ที่3ส.ค.นี้ยังจะพูดถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย เนื่องจากวันดังกล่าวบังเอิญตรงกับวันคล้ายวันเกิด 45 ปีของนายอภิสิทธิ์พอดี


ลูกพรรคแมงสาบเซอร์ไพรส์เล็กๆเป่าเค้กล่วงหน้ามาร์ค

ในช่วงค่ำเมื่อวานนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดงานระดมทุนพรรค เขตคลองเตย ภายในงาน ส.ส. และสมาชิกพรรคยังทำเซอร์ไพรส์นายกรัฐมนตรี ด้วยการนำเค้กวันกิดมาให้นายกรัฐมนตรีเป่าฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ด้วย

เดิมพันอีกหน

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยแสดงบท "กล้าได้กล้าเสีย" มาแล้ว ตอนวิกฤตม็อบเสื้อแดง "สงกรานต์เลือด"

มีข่าวว่าท่านเกรี้ยวกราดใส่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. อย่างดุเดือดต่อหน้าผู้นำเหล่าทัพอื่นๆ

รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ชายของพล.ต.อ.พัชรวาท

ย้ำว่าตัวเองไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หลังจากงานประชุมผู้นำอาเซียนล่มแบบไม่คาดฝัน อับอายขายขี้หน้าชาวโลก

ในสถานการณ์ที่นักวิเคราะห์มองว่า อาจมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

นายอภิสิทธิ์ก็ไปนอนอยู่ในกรมทหาร เพื่อหลบหนีการไล่ล่าของม็อบเสื้อแดง

เท่ากับว่าจะมีการจี้จับตัวเมื่อไร ก็ง่ายดายเป็นปอกกล้วย

แต่นายอภิสิทธิ์ก็ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ แล้วสามารถบังคับบัญชาเหล่าทัพ ลุยสลายม็อบเสื้อแดงสำเร็จอีกต่างหาก!

ตอนนี้นายกฯ มาดนิ่มคนเดิม กำลังเดิมพันชีวิตการเมืองตัวเองแบบ "กล้าได้กล้าเสีย" อีกหน

ออกแรงกดดันอย่างหนัก เพื่อให้พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้นั่งทำหน้าที่ผบ.ตร.ต่อไป

ทั้งที่กำลังจะเกษียณราชการรอมร่อ สิ้นเดือนก.ย.นี้

ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่ชัดเจน

แต่ความระหว่างบรรทัด ที่จับได้จากการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ

เหมือนต้องการเคลียร์พล.ต.อ.พัชรวาทให้ไปไกลๆ เพื่อเปิดทางให้กับการทำคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล

เหมือนนายอภิสิทธิ์เชื่อในทฤษฎีสมคบคิด เรื่องการปัดแข้งปัดขาในการทำคดี ตลอดจนการวางแผนสังหาร

ขณะที่นักการเมืองที่มีประสบการณ์โชกโชนกว่า อย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำเสนอแนวทางตรงข้ามกับนายอภิสิทธิ์มาตลอด

ย้ำว่าพล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่สมควรถูกกระทำใดๆ

นายอภิสิทธิ์อาจเชื่อมั่นในข่าวกรองของตัวเอง

และเป็นไปไม่ได้ ที่นักการเมืองระดับนายอภิสิทธิ์ จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำนั้น

อาจเป็นการบั่นทอนอายุรัฐบาล

ตามคำพูดของเสธ.แดง ที่เอ่ยถึงบิ๊กมีสี 3 คน "ป๊อด-ป้อม-ป๊อก" ที่มีสายสัมพันธ์เหนียวแน่น

เหมือนนายอภิสิทธิ์ลุยเผชิญหน้ากับกองทัพ

ทั้งที่กองทัพ ทั้งกรุยทางทั้งเป็นเกราะกำบังให้รัฐบาลชุดนี้มาตลอด

ขณะที่ม็อบเสื้อแดงก็มีโปรแกรมจะเคลื่อนไหว ตลอดทั้งเดือนส.ค. เรื่องถวายฎีกา

ไหนจะปัญหาปากท้องประชาชน ที่การแก้ไขยังมองไม่เห็นแสงสว่าง

ไหนจะปัญหาหวัด 2009 ที่คร่าชีวิตคนไทยไม่เว้นแต่ละวัน

ไหนจะปัญหาไฟใต้ ที่ยังปะทุอยู่เป็นระยะ

น่าจับตาว่าภายหลังปฏิบัติการ "บีบ" เพื่อให้ผบ.ตร.หยุดทำหน้าที่ก่อนเกษียณ

รัฐบาลอภิสิทธิ์จะชนะเกมการเมือง เหมือนตอนสง กรานต์เลือด

หรือจะเป็นการเริ่มต้น...นับถอยหลัง!

มาตรฐานต่ำ

ที่มา ไทยรัฐ

การตัดสินใจและวิสัยทัศน์ของผู้นำ วัดได้จากสถานการณ์ที่จำเป็นต้องตัดสินใจระหว่างประชาชนกับผลประโยชน์ ส่วนตัว เพราะฉะนั้นท่าทีของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อกรณีเก้าอี้ ผบ.ตร.-คดียิงสนธิ วันนี้ก็คงจะเป็นอีกคำตอบหนึ่งสำหรับภาวะของผู้นำ

จดหมายจาก คนไม่มีเส้นลำพูน ระบายมาว่า วันหนึ่งขี่จักรยานยนต์จากที่พักไปซื้อกับข้าวในตลาด ห่างกันไม่ถึง 500 เมตร โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเพราะไม่สวมหมวกกันน็อก

รู้สึกน้อยใจ

ทำไมบ่อนพนัน โต๊ะพนันบอล เปิดกันอย่างโจ๋งครึ่มไม่ถูกจับ ทั้งเป็นแหล่งมั่วสุม มอมเมาเยาวชน เคยร้องเรียนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบรายละเอียดทั้งแหล่งที่ตั้งของบ่อน โต๊ะบอล มีที่อยู่อย่างเปิดเผย เรื่องก็เงียบ

โทร.ไปร้องเรียนที่ 1111 สำนักนายกฯ เรื่องก็เงียบ

บ่อนพนัน โต๊ะบอลก็ยังอยู่ดีมีสุข เหมือนเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับกับการที่ไม่สวมหมวกกันน็อก เดือดร้อนใครหรือเปล่า ทำให้สังคมต้องเดือดร้อนหรือไม่

จดหมายจาก กลุ่มเรารักบ้านฉาง ร้องเรียนกรณีที่นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง อนุมัติให้มีการก่อสร้างโรงแรมม่านรูด ริมทางเข้าโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา

โรงเรียนหรือสถานศึกษามีความหมายชัดเจน เป็นแหล่งความรู้ ความเจริญของลูกหลานชาวบ้านฉางมาหลายรุ่น หลายปี ถ้านักเรียนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ จะเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร

เอาสะดือตรองดูก็รู้

จู่ๆ กระทรวงวัฒนธรรม ออกระเบียบ ห้ามร้านคาราโอ-เกะมีเด็กนั่งดริงก์ ซึ่งอันที่จริงร้านคาราโอเกะในปัจจุบันที่นั่งดริงก์ ก็จะไม่เด็กแล้ว ส่วนใหญ่จะรุ่นดึกดำบรรพ์ทั้งนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กนั่งดริงก์ แต่อยู่ที่การเข้มงวดกับกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น ข้อจำกัดสำหรับเด็กและเยาวชน เรื่องของยา เสพติด เป็นต้น

เรื่องสมควรจะทำไม่ทำ ไปทำเรื่องที่ไม่สมควรกระทำ กรณีการบังคับใช้กฎหมายที่มีมาตรฐานค่อนข้างต่ำ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความรู้สึกที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกบังคับใช้และกลายเป็นช่องทางในการทำมาหากินของเจ้าหน้าที่

คำว่าจะต้องบังคับใช้ให้เกิดความเสมอภาคจึงมีความสำคัญ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นดาบสองคม แค่คำพูดก็เป็นนายคนแล้ว การที่มีกฎหมายมาบังคับใช้ในการควบคุมพฤติกรรมของคน จึงยิ่งต้องปฏิบัติให้เกิดความเท่าเทียม ไม่เช่นนั้นสังคมก็จะไม่สงบสุข ไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน

ดังนั้นคำว่ามาตรฐานต่ำจึงน่าจะหมายถึง มาตรฐานของคนที่บังคับใช้กฎหมายมากกว่า ยิ่งถ้านำกฎหมายไปเป็นกลไกในการชิงอำนาจด้วยแล้ว วันหนึ่งความไม่มีมาตรฐานก็จะย้อนมาทิ่มแทงตัวเอง

แก้ตัวลิ้นพันกันไปหมด

กลิ่นโชยใกล้เข้ามา

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_23778

หาที่อุ่นใจยากจริงๆยามนี้ ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีคิวบินลงพื้นที่ปักษ์ใต้ ที่จังหวัดสงขลา

นับเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา 6 เดือน


แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่วายต้องคอยระแวงหลังตลอดเวลา ขนาดในโซนที่น่าจะปลอดภัยสุดในอาณาจักรภาคใต้ของยี่ห้อประชาธิปัตย์ ยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สนธิกำลังอารักขาวีไอพีกันทุกฝีก้าว

เพราะได้รับรายงานว่า จะมีเครือข่ายคนเสื้อแดงในจังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และตรัง เตรียมเดินทางไปกดดันนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายตรงข้ามก็ไล่จิกติด ฝ่ายเดียวกันก็ไว้ใจไม่ได้

ภายใต้เงื่อนไขที่ยังไม่พ้นบรรยากาศของเกม "ลับ ลวง พราง ล่อกันเอง"


แม้จะผ่านห้วงนาทีวัดใจ และก็เป็นนายกฯอภิสิทธิ์ที่เป็นคนพูดเองเออเอง ยืนยัน "บิ๊กป๊อด" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้เสนอวิธีเคลียร์หน้าเสื่อ ด้วยการขอลาพักยาวเดินทางไปต่างประเทศ และแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการยกยอดบัญชีโยกย้ายนายตำรวจไปให้ ผบ.ตร.คนใหม่ที่จะรับหน้าที่ในเดือนตุลาคมเป็นคนดำเนินการ

เปิดทางให้เคลียร์ "ตอ" คดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ ม็อบพันธมิตรฯโดยไม่ต้องปลดเก้าอี้ ผบ.ตร.ออกลูกเจ๊ากันไป

ในอารมณ์ที่นายกฯอภิสิทธิ์อมยิ้มกริ่มกับเหลี่ยมเหนือชั้น แก้เกมได้แบบเนียนๆ

ขณะที่ม็อบพันธมิตรฯก็ยังหงุดหงิด "อภิสิทธิ์" เล่นบท "กั๊ก" ไม่กล้าล้มโต๊ะ ผบ.ตร.เพราะแหยง "พี่ใหญ่" อย่าง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และขุมกำลังสีเขียวบวกน้ำเงิน

แต่ที่ฉุนกึกยิ่งกว่า โดยอาการที่เจ้าตัว พล.ต.อ.พัชรวาท รีบออกมายืนยัน ไม่ได้ลาพักยาวอย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์ออกมา "มัดมือชก"

และเบื้องหลังว่ากันว่า "บิ๊กป้อม" ก็ไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ กับมุกที่นายกฯอภิสิทธิ์และทีมกุนซือใกล้ชิด ล็อกโปรแกรมให้ พล.ต.อ.พัชรวาทลาพักยาว ตั้งให้คนอื่นมารักษาราชการแทน ในอารมณ์ของคนที่อยู่ในขุมข่ายอำนาจรู้ทัน

มุกนี้คือการ "ปลดเงียบ"


เอาเป็นว่า โดยปมลับ ลวง พราง ล่อกันเองก็คาราคาซัง กัดกร่อนรัฐบาลให้อยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แถมยังมาเจอโรคทุจริตแทรกซ้อน นอกจากคิว "ชุมชนพอเพียง" ที่เพี้ยนเป็น "ชุมชนแพงเพียบ" ท้าทายมาตรฐาน "มิสเตอร์คลีน" ของนายกฯอภิสิทธิ์

ล่าสุดยังมีคิว "รื้อวอลเปเปอร์"

กับกระแสข่าววีรกรรมของบุคคลแวดล้อมของนายกฯอภิสิทธิ์ ที่เล่นบท "ไอ้หนุ่มรถไถ" อาละวาดในหมู่นักธุรกิจจนเป็นที่เลื่องลือ แถมยังมีโพยแนบนามบัตรที่ถูกฝ่ายของตำรวจใหญ่ "กั๊ก" ไว้แฉบัญชีหางว่าวฝากโยกย้ายนายตำรวจ


ว่ากันว่า ถ้าโชว์ของออกมาได้เห็นธาตุแท้คนรุ่นใหม่แน่

และมาถึงตรงนี้ ด้วยสภาพที่รัฐบาลภูมิคุ้มกันบกพร่องจากคิวลับ ลวง พราง ล่อกันเอง ยังมาเจอโรคทุจริตแทรกซ้อน ทั้งรายการชักหัวคิวโครงการชุมชนพอเพียง และกำลังจะมีรายการ "รื้อวอลเปเปอร์"

รัฐบาล "อภิสิทธิ์ชน" นับวันจะยิ่งเดินเข้าสู่หนทางตีบตัน


มันก็ไม่น่าจะพูดเพ้อเจ้อลอยๆกับปมที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ออกมาตีฆ้องร้องป่าว ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวในกองทัพที่จะปฏิวัติเงียบโดยไม่ต้องใช้กำลัง แต่จะเรียกฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ มานั่งแถลงชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า วันนี้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่

และได้มีการวางตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯและ รมว.คลัง ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ไว้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีปัญหาเรื่องการล้างโทษเว้นวรรคที่จะหมดไปกับการใช้ อำนาจปฏิวัติเงียบ

รับมุกกับนายวีระ สมความคิด แนวร่วมคนสำคัญของม็อบพันธมิตรฯ ก็ฟันธง สาเหตุที่ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. บอกว่า ไม่มีความเห็นเรื่องกลุ่มคนเสื้อแดงล่ารายชื่อถวายฎีกาช่วยอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็คงเพราะต้องการปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงลุยเต็มที่

แล้วทหารจะใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติ

โดยอ้างว่าปกป้องสถาบัน แต่ความจริงพวกนี้ตั้งใจปราบทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลืองพร้อมไปกับการสถาปนาอำนาจใหม่

ตบท้ายที่ "บิ๊กตุ้ย" พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ญาติผู้พี่ของอดีตนายกฯทักษิณ ออกมาคาดการณ์เชิงส่งสัญญาณกันในที เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันแล้ว ก็อาจมีการใช้กำลังสู้กัน วิเคราะห์แล้วน่าจะเกิดประมาณเดือนตุลาคมนี้

มันมีกลิ่นแรงๆโชยใกล้เข้าเป็นระยะ.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน