WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 5, 2009

ระทึก

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




กลุ่มคนเสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ โชว์พลังอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ท้องสนามหลวง มีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 3 หมื่นคน

เพื่อรวบรวม และโชว์รายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อถวายฎีกา ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

รุ่งเช้าวันที่ 1 ส.ค. เวลา 04.35 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ประกาศบนเวทีก่อนจะสลายตัวว่ามีผู้ร่วมลงชื่อจำนวน 5,429,143 คน

ก่อนหน้านี้ มีหลายฝ่ายออกมาท้วงติงว่าการรวบรวมล่าชื่อประชาชน เพื่อถวายฎีกาช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่บังควร

ทหารก็ไม่สบายใจ อธิการบดี 26 สถาบันก็คัดค้าน

มีการเสวนาของอาจารย์นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับการถวายฎีกาที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาในทำนองไม่เห็นด้วย

แต่แกนนำนปช.ก็ย้อนทันทีว่าทีนักวิชาการ กลุ่มพันธมิตร ยื่นถวายฎีกาขอนายกฯ ตามมาตรา 7 ทำไมทำได้

พร้อมกับยืนยันว่าการเข้าชื่อถวายฎีกา เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

กระบวนการล่าชื่อประชาชนจึงดำเนินต่อไป

เมื่อเห็นท่าว่าจะหยุดยั้งไม่ได้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม จึงออกชี้แจงทางทีวีถึงขั้นตอนการถวายฎีกาโดยอ้างระเบียบราชทัณฑ์ว่าผู้ที่จะถวายฎีกาจะต้องรับโทษก่อน

และผู้จะยื่นถวายฎีกาได้จะต้องเป็นญาติหรือลูกเมียเท่านั้น

ต่อมา ก็มีการออกชี้แจง และห้ามปรามประชาชนว่าการลงชื่อถวายฎีกา อาจขัดต่อกฎหมาย ละเมิดพระราชอำนาจ

กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งถึงผู้ว่าฯ นายอำเภอ อบจ. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายมหาดไทย ให้ตั้งโต๊ะรับถอนชื่อถวายฎีกาอีกทาง

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกทีวีประกาศเสียงเข้มว่าจะดำเนินคดีกับแกนนำในข้อหาหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าการถวายฎีกาสามารถช่วยพ.ต.ท.ทักษิณได้

พร้อมกับตรวจสอบรายชื่อประชาชนทั้งหมดว่าถูกหลอกลวงหรือไม่

การที่นายกฯ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการเติมเชื้อไฟหรือไม่

เพราะนายวีระ มุสิกพงศ์ ออกมาตอบโต้ทันทีว่า นายอภิสิทธิ์ อย่าท้าทายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประชาชน

สำหรับท่าทีของนายชวน หลีกภัย แม้จะมองการล่าชื่อถวายฎีกาดังกล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

แต่ก็ยังแทงกั๊กว่าต้องดูเนื้อหาสาระว่าฎีกาที่จะยื่นนั้น จะเขียนว่าอย่างไร

อย่างไรก็ตาม แกนนำนปช.สรุปแล้วว่าจะนำรายชื่อทั้งหมด ขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ โดยจะจัดขบวนมีพานรองรับขนาดใหญ่ เพื่อนำไปยื่นกับสำนักราชเลขาธิการ

เวลาอีก 10 วันต่อจากนี้ จึงเป็นช่วงความระทึกจริงๆ

ไม่ว่ารัฐบาลหรือกลุ่มคนเสื้อแดง

เฉลยคำตอบสุดท้าย

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_24261

อภิสิทธิ์ - ศิริโชค

เริ่มต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา

ที่สุดก็เฉลยคำตอบสุดท้ายกันแล้ว

จากโจทย์ที่ลากวนไปที่รายการเคลียร์ "ตอ" คดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ นัวเนียๆอ้างเป็นเหตุล้มโต๊ะ "บิ๊กป๊อด" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

จุดชนวนหัวเชื้อเขี่ยไฟ

พอถึงจุด "ไคลแมกซ์" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เล่นเกม "ปลดเงียบ" กำหนดโปรแกรมให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ลาพักยาวไปต่างประเทศ

ยึดโผโยกย้าย 152 นายพลตำรวจ ไว้คอย ผบ.ตร.คนใหม่ดำเนินการ

ก็เลยเจอกับปฏิบัติการย้อนศร ฝ่ายของเครือข่ายบิ๊กตำรวจ "ปล่อยของ" แฉเหตุไล่บี้ พล.ต.อ.พัชรวาท เพราะทีมงานใกล้ตัวนายกฯอภิสิทธิ์แนบนามบัตรพร้อมลายเซ็นยื่นไปพร้อม โพยโยกย้ายนายพลตำรวจ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

โยนไฟใส่ "วอลล์เปเปอร์"

และโดยอาการก้นร้อนฉ่า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทนายกรัฐมนตรี ออกมาโต้ควันโขมง ขู่ฮึ่มๆ หากมีใครอ้างชื่อตนเองว่าเข้าไป แทรกแซงแต่งตั้งโผโยกย้ายจะฟ้องร้องทันที

แล้วก็เบิ้ลกลับด้วยสไตล์นักบลัฟมืออาชีพยี่ห้อประชาธิปัตย์

"ข่าวที่ว่า มีคนสนิทนายกฯ วอลล์เปเปอร์ หรือที่ปรึกษานายกฯ เข้าไปแทรกแซงโผนายพล เป็นการปล่อยข่าวจากผู้เสียผลประโยชน์ คือนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งซึ่งใกล้ชิด พล.ต.อ.พัชรวาท

โดยนายตำรวจดังกล่าวไปรับเงินแลกตำแหน่ง แต่พอโผโยกย้ายถูกนายกฯระงับ มีคนมาทวงเงินคืน นายตำรวจคนดังกล่าวจึงพยายามปล่อยข่าวป้ายสีฝ่ายการเมือง ข้อมูลนี้ แม้แต่นายกฯก็ได้รับการร้องเรียนมาจำนวนมาก จนเป็นสาเหตุหนึ่งของการระงับโผโยกย้าย อย่างไรก็ตาม นายกฯจะรอข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนก่อนจึงจะตั้งกรรมการสอบสวนต่อไป"

ใส่ไฟกลับแบบไม่ยั้ง

แต่ก็เป็นอะไรที่ฟ้องโดยนัยกับรายการ "ตีกัน" ที่นายศิริโชคเผลอแพลมออกมา

ในทางนิตินัยถือว่าโผโยกย้ายนายพลตำรวจ 152 คน สิ้นสภาพไปแล้ว หลังจากที่นายกฯอภิสิทธิ์ได้ออกคำสั่งระงับ เพราะต้องการให้กฎหมายปรับโครงสร้างตำรวจมีผลบังคับใช้ก่อน และนายกฯให้สัมภาษณ์ชัดว่า จะให้ ผบ.ตร.คนใหม่เข้ามาจัดการ จึงถือว่า พล.ต.อ.พัชรวาทไม่มีอำนาจในการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายนายพลอีกต่อไปแล้ว

เนื่องจากเคยมีมติ ครม.ห้าม ผบ.ตร.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายตำแหน่ง หากอายุราชการเหลือไม่ถึง 60 วัน

นี่ยังไงเกมลึก ล็อกโปรแกรมให้ พล.ต.อ.พัชรวาทลาพักยาว "ตีนลอย" ไปจนเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม

"อภิสิทธิ์" ยื้อให้เข้าเหลี่ยมกฎหมาย ยึดโผโยกย้ายนายพลตำรวจมาเคลียร์บัญชีเอง

เด้งแรกกินไปแล้ว 1 ต่อ

อีกเด้งหนึ่งที่หวังจะฟันอีก 1 ต่อ อาศัยฝุ่นควันที่อบอวลไปด้วยปมล้มโต๊ะ ผบ.ตร. ลากโยงไปเอี่ยวกับคดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" ลุ้นไปกับเกมลับ ลวง พราง ล่อกันเองในขุมอำนาจที่อุ้มรัฐบาล "อภิสิทธิ์ชน"

ยึดพื้นที่ข่าว เรตติ้งนำโด่งบนหน้าหนังสือพิมพ์

เบียดข่าวร้อนๆของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังเดินหน้ายื่นรายชื่อถวายฎีกาล้างโทษอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ให้ลดโทนร้อนๆลงไป

ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็กลายเป็นประเด็นข่าวรอง แม้จะมีรายงานผู้ติดเชื้อป่วยตายเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

และอันที่จริงน่าจะสะดุ้งกว่านี้กับประเด็นร้อนๆที่ "ด็อกเตอร์ โกร่ง" นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตขุนคลัง ซาร์เศรษฐกิจที่ออกมาทุบโต๊ะ วิจารณ์มาตรการกู้วิกฤติเศรษฐกิจของรัฐบาลประชาธิปัตย์เดินผิดทิศผิดทาง ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ขณะที่รัฐบาลต้องเลื่อนแถลงผลงาน 6 เดือน โดยอ้างเหตุด่วนชนกับการประชุมนัดสำคัญกับวุฒิสภา แล้วก็มาเกิดคิวที่ ส.ว.ข้องใจนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชิงเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ต่อที่ประชุมวุฒิสภา

ชิงเหลี่ยม หวังช่วงชุลมุน เล่นเกมเร็ว

แต่ประเด็นฉาวๆที่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์อยากให้ลืมๆกันไปกับโครงการชุมชนพอเพียงที่กลายเป็นชุมชนแพงเพียบ

โดนข่าวล้มโต๊ะ ผบ.ตร.กลบเงียบชั่วขณะ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไม่พ้นล้วงลูก

ที่มา ไทยรัฐ

ไปทำมา รัฐบาลนิติรัฐ ของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชักจะมีเรื่องทะแม่งเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ไปเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์โดยมิชอบมากมายก่ายกอง ชุมชนพอเพียง ที่แปลงมาจาก โครงการเอสเอ็มแอล ทั้งฉาวทั้งโฉ่ ถึงนายกฯไปตรวจเยี่ยมโครงการนี้ก็คงจะการันตีอะไรไม่ได้

ที่กำลังฉาวคือกรณีชอบล้วงลูก

ว่ากันว่ากรณีความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเอาเหล่าสีกากีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กลายเป็นว่า เรื่องคดีลอบสังหารสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เป็นแค่น้ำจิ้มไปซะแล้ว

ของจริงอยู่ที่การโยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เป็นที่มาของตำแหน่ง ผบ.ตร.ที่ยังคาราคาซัง เป็นสองแง่สองง่าม ระหว่าง นายกฯอภิสิทธิ์กับรองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะ และเป็นหนามยอกอกรัฐบาลชุดนี้

กระแสความสนใจเบนจากคดีสนธิ เป็นเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งใหญ่ตามโครงสร้างใหม่ ที่จะวิ่งเต้นกันอย่างไรเป็นธรรมดาของแวดวงสีกากี ไม่วิ่งก็ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีเส้นก็ไม่มีอนาคต

แต่งานนี้ว่ากันว่าเป็นการ แย่งชิงสร้างฐานอำนาจทางการเมือง ระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลด้วยกัน และยังมีคนนอกอยากเข้ามา ร่วมแจมด้วยอีกต่างหาก อย่างน้อยก็หวังผลเรื่องคดี

ก็เลยยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อ

ตำแหน่ง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถ้าไม่เดี้ยงก่อนเกษียณก็ต้องตั้งรักษาการแทน โฟกัสไปที่รอง ผบ.ตร.ที่เห็นชัดเจนมีการข้ามลำดับอาวุโสไปอย่างไร้เหตุผล อาวุโสอันดับหนึ่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ไม่ได้รับการพิจารณาด้วยเหตุใดผมว่ากรรมการ ก.ตร.และนายกฯในฐานะประธาน ก.ตร.โดยตำแหน่งก็ต้องอธิบายให้ได้

ผ่านจุดนี้ไปก็มีปัญหาแคนดิเดตรักษาการแทน ผบ.ตร.ที่รัฐบาลกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะตั้งกันมาก มีชื่อ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย แต่ละคนก็จะมีข้อดีข้อเสีย ซึ่งเป็นข้อดีข้อเสียในการที่จะสนองความ ต้องการของนักการเมือง

มากกว่าผลงาน

จะมีม้ามืดมาจากไหน ใครส่งเข้าประกวดก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ไม่เกินปลายเดือนนี้ น่าจะเห็นว่าใครเป็นของจริงของปลอม และค่ายการเมืองซีกไหนจะเป็นฝ่ายมีชัย

แต่ที่เป็นข้อปรากฏอยู่ในสังคมชัดเจนคือ การเมืองเข้าไปล้วงลูก ทำเอาระเบียบการแต่งตั้งโยกย้ายปั่นป่วนไปหมด ผมยังยืนยันความคิดเดิม ให้ข้าราชการรู้จักปลดแอก อะไรที่ไม่ชอบธรรม

ก็ต้องเรียกร้องความเป็นธรรม

ช่องทางที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมมีเยอะแยะ เอาแค่ตำรวจ 2 แสนคน ลงชื่อแล้วเสนอไปยังรัฐบาลห้ามเข้ามาล้วงลูก ผมเชื่อว่ารัฐบาลคงจะหน้าบางพอ ท้ายนี้อยากจะบอกว่าหยุดทำร้ายประเทศไทยเสียทีเถอะ

2009-07-31 เสื้อแดงฎีกา แห่กลองยาว ฟ้อนรำ ร้องรำทำเพลง ครบทุกคลิป แต่ต้นจนจบ

ที่มา thaifreenews

2009-07-31 เสื้อแดงฎีกา

อ้างถึง
ขบวนแห่ใบฎีกา สลับการร้องรำทำเพลงตั้งแต่เวลา 13:30-18:00

WMV 52.97Mb << style="COLOR: #ff0000">The Red

WMV 72.12Mb << style="COLOR: #cc00cc">นุชพจมาลย์, แป๊ะบางสนาน , รังสีเสรีชัย

WMV 76.16Mb << style="COLOR: #0000ff">กลองยาวแห่ใบฎีกา ฟ้อนรำ
ท่านวีระเป็นโฆษกเองเลยงานนี้ พร้อมกับ แกนนำอีกหลายท่านรำวง รับใบฎีกา


WMV 85.30Mb << style="COLOR: #cc0044">ไพจิตร อักษรณรงค์<, วิสา คัญทัพ , มุกเทธินี , ฟ้อนรำ ร้องเพลงชาติ

หลัง 18:00น.

WMV 14.53Mb MP3 2.25Mb << style="COLOR: #ff0000">ขับเสภากลองยาว

WMV 31.92Mb MP3 4.95Mb << style="COLOR: #990044">อ.มานิต<

WMV 12.04Mb MP3 1.86Mb << style="COLOR: #ff0066">สมชาย ไพบูลย์<

==================================================

WMV 25.19Mb MP3 3.48Mb << style="COLOR: #cc0044">อดิสร เพียงเกษ<

WMV 26.62Mb MP3 4.13Mb << style="COLOR: #ff0000">ดารณี<

WMV 95.47Mb MP3 17.36Mb 101นาที วีระและนายกรัฐมนตรีทักษิณมหาราษฎร์

WMV 16.32Mb MP3 2.53Mb 14.44นาที นักร้องและหมอลำยโสธร

WMV 23.83Mb MP3 3.70Mb 21.31นาที ก่อแก้ว

================================================

WMV 57.52Mb MP3 8.92Mb 51.59นาที จตุพร

WMV 15.84Mb MP3 2.46Mb 14.18นาที วันชนะ เกิดดี (นักร้อง)

WMV 20.18Mb MP3 3.13Mb 18.13นาที อริสมันต์

================================================

WMV 15.23Mb MP3 2.36Mb 13.44นาที หมอเหวง

WMV 8.29Mb MP3 1.28Mb 7.28นาที จรัญ

WMV 15.61Mb MP3 2.42Mb 14.05นาที ดร.วรพล

================================================

WMV 11.20Mb MP3 1.74Mb 10.06นาที นิสิต สินธุไพร

WMV 68.64Mb MP3 12.22Mb 71.10นาที ณัฐวุฒิ

WMV 12.30Mb MP3 1.91Mb 11.06นาที การุณ(เก่ง) โหสกุล

================================================

WMV 20.25Mb MP3 3.14Mb 18.17นาที แรมโบ้อีสาน

WMV 19.06Mb MP3 2.96Mb 17.13นาที ภิญญา

WMV 15.04Mb MP3 2.33Mb 13.35นาที นักศึกษา

================================================

WMV 7.63Mb MP3 1.18Mb 6.52นาที ไม้หนึ่ง

WMV 25.97Mb MP3 4.03Mb 23.27นาที ชินวัตร

WMV 21.17Mb MP3 3.28Mb 19.07นาที พายัพ

==================================================

WMV 26.92Mb MP3 4.73Mb 27นาที เจ๋งดอกจิก

WMV 17.29Mb MP3 2.68Mb 17นาที ชายอิสระชน(ร้องเพลง)

WMV 9.65Mb MP3 1.50Mb 8นาที ขวัญเมืองบึงพระลาน(ร้องเพลง)

WMV 35.18Mb MP3 5.46Mb 33นาที ท่านวีระกล่าวปิดปราศรัย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2009, 01:24:39 am โดย Tuxedo »

ชาวกรุงชนชั้นกลางมีเก๋งขับปวดตับเสียโง่มาร์ค

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ห้องรัชดา พันทิป
5 สิงหาคม 2552

เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์แหลลงตับว่าเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเสกให้น้ำมันถูกลงภายใน 99 วัน ดันกลายเป็นคนละเรื่องกันไปเลย วันนี้โดนอีก80ตังค์ต่อลิตร กลายเป็นเรื่องชาวกรุงชนชั้นกลางกำลังปวดตับอย่างแรง หน็อย!ดันมาแหกตาให้คนฉลาดอย่างพวกเราเสียค่าโง่อื้อซ่า แบบนี้มันรับไม่ได้



ปมสำคัญของชาวกรุงชนชั้นกลางมีรถเก๋งขับ บ้านมีรั้วถือเป็นปมเขื่องของตัวเองก็คือ พวกตัวเป็นคนฉลาดหลักแหลมรู้ทันคน

ภูมิใจว่าตัวเองเจ๋ง ใครหลอกไม่ได้ แถมหมิ่นแคลนรากหญ้าคนบ้านนอกว่าโง่เง่าไม่รู้เท่าทัน เลยโดนทักษิณหลอก

แต่ไปๆมาๆเวลานี้ชนชั้นกลางชาวกรุงมีเก๋งขับที่เคยสมหวังกับการเป็นกองเชียร์มาร์คขึ้นมาเป็นนายกฯก็ต้องถึงคราวตีอกชกหัวตัวเองเข้าให้ว่า แท้ที่จริงพวกเราต่างหากที่โง่กว่าชาวรากหญ้า

เพราะชาวรากหญ้าที่เขาเป็นกองเชียร์ทักษิณนั้นยังจับต้องได้ในสิ่งที่ทักษิณโฆษณานโยบายไว้ ไม่ว่าจะเป็น30บาทรักษาทุกโรค,กองทุนหมู่บ้านละล้าน,โอท็อปฯลฯ แต่คนกรุงเทพที่เป็นกองเชียร์นายมาร์คจับต้องได้แต่พระเอกลิเกหน้านวลลอยหน้าลอยตาไปวันๆ

กว่าจะรู้ทันก็โดนนายมาร์คล้วงกระเป๋าตังค์ไปซะเกลี้ยงในเวลาขับรถไปเติมน้ำมัน ตื่นมาเช้าวันนี้ขึ้นอีกแล้ว80ตังค์ อย่างแก๊สโซฮอลล์91ที่ว่าถูกสุดยังพุ่งทะลุ30บาทต่อลิตรเข้าไปแล้ว


ปัญหาราคาน้ำมันแพง กลายเป็นเรื่องที่ชนชั้นกลางในเมืองกำลังเป็นเดือดเป็นแค้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในเวลานี้ โดยเฉพาะเพิ่งมารู้เอาว่าโดนรัฐบาลนี้แหกตา

เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์แหลลงตับว่าเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเสกให้น้ำมันถูกลงภายใน 99 วัน ดันกลายเป็นคนละเรื่องกันไปเลย วันนี้โดนอีก80ตังค์ต่อลิตร กลายเป็นเรื่องชาวกรุงชนชั้นกลางกำลังปวดตับอย่างแรง หน็อย!ดันมาแหกตาให้คนฉลาดอย่างพวกเราเสียค่าโง่อื้อซ่า แบบนี้มันรับไม่ได้

เพราะพรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงกับคนในเมืองที่ใช้รถใช้น้ำมันว่าหากเข้ามาเป็นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงได้ภายใน 99 วัน ตอนนี้ผ่านไป 6 เดือน ปรากฏว่ารัฐบาลเป็นต้นเหตุขึ้นน้ำมันแพงหูฉี่ซะเอง

ชนชั้นกลางคนมีรถเก๋งขับเลยเข้าไปตั้งกระทู้ในห้องรัชดา พันทิปในหัวข้อเรื่อง”ตาสว่างเลย น้ำมันแพงเพราะอย่างนี้นี่เอง” และกลายเป็นกระทู้ยอดนิยม คนเข้ามาด่ารัฐบาลจมหู

คนที่ตั้งกระทู้นี้ได้หยิบยกบทความของ”แม่ลูกจันทร์”ในไทยรัฐมานำเสนอดังต่อไปนี้

“ปัญหาจากราคาน้ำมันแพงกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายพุ่งเป้าโจมตีไปที่ ปตท. ข้อหาคือ ปตท.กำหนดราคาขายปลีกน้ำมันสูงเพื่อสร้างผลกำไร การอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ทำให้ ราคาน้ำมันเมืองไทยแพงเกินควร

กลายเป็น ปตท.เป็นต้นเหตุที่ราคาน้ำมันแพง

ในขณะที่นักการเมือง ทั้งรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพลังงานหุบปากเงียบ ไม่ออกมาชี้แจงต้นเหตุที่แท้จริง

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง รัฐบาลนั่นแหละคือตัวการที่ทำให้น้ำมันแพง ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันขายปลีกลิตรละ 30 บาท รัฐบาลหักค่าต๋งไปเนื้อๆเนตๆ 15 บาทโดยประมาณ

เพราะน้ำมันหนึ่งลิตร ต้องบวกภาษีสรรพสามิต 7 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 เปอร์เซ็นต์ บวกภาษีเทศบาล 70 สตางค์ หักเข้ากองทุนน้ำมัน 6 บาท หักเข้ากองทุนพัฒนาพลังงานอีก 1 บาท

แถมขายปลีกหน้าปั๊มยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำอีก 7 เปอร์เซ็นต์!!

รวมเบ็ดเสร็จ น้ำมันทุกลิตรเป็นต้นทุนจริง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นรายได้รัฐบาลอีก 50 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งราคาน้ำมันแพงเท่าไหร่ รายได้ของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นไปด้วยในสัดส่วนเท่ากัน

พูดชัดๆคือ น้ำมันลิตรละ 30 บาท เป็นราคาน้ำมันจริงๆลิตรละ 15 บาท อีก 15 บาท เป็นค่าต๋งไหลเข้ากระเป๋ารัฐบาล

หรือพูดให้ชัดยิ่งขึ้นอีกคือ ราคาน้ำมันดิบ บวกค่าขนส่ง บวกค่ากลั่น บวกค่าการตลาด รวมเบ็ดเสร็จลิตรละ 15 บาทเท่านั้นเอง

ก็เพราะยังงี้ไง ราคาน้ำมันขายปลีกเมืองไทยถึงต้องแพงกว่าสิงคโปร์ ทำให้คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงเกินจริงไปถึงเท่าตัว

นี่คือความจริงนอกจอที่นักการเมืองไม่ยอมบอกประชาชน

แต่ที่แสบริดสีดวงยิ่งกว่าคือ พรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศไว้ในแผน 99 วัน ทำได้จริง ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันที

และจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงเห็นผลทันตา

นอกจากไม่ทำตามสัญญา ยังขึ้นภาษีน้ำมันซะจั๋งหนับบุเรงนอง”


..............

พอมีคนนำเอามาแฉดังนี้ คนขับรถเก๋งที่เข้ามาเล่นอินเตอร์เน็ตในเวบไซต์ยอดนิยมพันทิป ก็เลยพากันรุมด่ารัฐบาลหูแฉะ ท่านใดอยากแจมก็เชิญที่กระทู้นี้http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8158342/V8158342.html

ที่หนักไปกว่านั้นคือมีการตั้งกระทู้ด่ารัฐบาลอีกอันในห้องรัชดา เวบพันทิป ซึ่งถือว่าเป็นเสมือนกับชุมชนของชนชั้นกลางที่มีรถเก๋งขับ เป็นตัวแทนของคนในเมือง หรือชาวกรุงที่ตั้งหัวข้อกระทู้เรื่อง”รัฐบาล..ตอนน้ำมันดิบโลกลง10ดอลลาร์ มันลดค้าปลีก40ตังค์ พอน้ำมันดิบโลกขึ้น5ดอลลาร์ มันขึ้น80ส.ต.”(ดูกระทู้ที่ http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8123272/V8123272.html)

เนื้อหาของกระทู้บอกว่า

“เป็นไงล่ะ รัฐบาลเทพประทาน ใครจะมาแถว่าให้ดู ตลาดโน้น ตลาดนี้ ก็เข้ามาเลยครับ รัฐบาลถังแตก มาขูดรีด กับ ภาษีสรรพสามิต เลือกตั้งครั้งหน้า ยังจะเลือกพวกมันอีกไหม?”


คำตอบก็อย่างที่พอเดากันได้ คือมีการด่าประณามรัฐบาลอภิสิทธิ์กันเต็มที่ และหัวข้อใหญ่ที่ชาวกรุงคนขี่เก๋งทนไม่ได้ก็คือเรื่องที่ถูกพรรคประชาธิปัตย์แหกตาว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะทำให้น้ำมันถูกลงภายใน 99 วัน โดยการยกเลิกส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าเวลานี้โพลล์ไหนสำรวจคนกรุงว่าคะแนนนิยมต่อรัฐบาลเป็นอย่างไร ผลก็ออกมาว่าสอบตกกันทุกที

ขืนยังให้รัฐบาลอภิสิทธิ์สอบผ่านก็เสียชื่อชาวกรุง คนขี่เก๋งกันหมดพอดี แต่ก่อนชอบพูดนักว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมรู้ทันทักษิณ มีแต่พวกบ้านนอกโดนทักษิณหลอก แต่คนกรุงฉลาดเลยเลือกประชาธิปัตย์...

ครับ คนเราพลาดกันได้ เสียรู้นายอภิสิทธิ์กับพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาถือว่าเพราะ”รู้ไม่ทันมาร์ค” แต่หากรู้ทันแล้วยังไปเลือกมาเป็นรัฐบาล หรือถือหางกันต่อไป

คนไทยเขาเรียกว่า “โง่”นะครับท่านชนชั้นกลางชาวกรุงขี่เก๋งทั้งหลาย อันนี้รากหญ้าคนบ้านนอก เขาฝากบอกมา

จักรภพ เพ็ญแข : ลุงชัย ไปกัมพูชา

ที่มา Thai E-News


โดย คุณจักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ สายตาโลก นสพ.“แนวร่วม Red”
4 สิงหาคม 2552

ไม่ทราบว่า เป็นข่าวมากน้อยขนาดไหนในเมืองไทย แต่การเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการของประธานรัฐสภาไทย นายชัย ชิดชอบ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามหลังไม่น้อยในหมู่นักการทูตอาเซียน

ต่างก็ตีความว่า นี่เป็นสัญญาณประเภทไหน ต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่ผันผวน จนเพื่อนร่วมประชาคมวิเคราะห์ไม่ออก บอกไม่ได้แล้วว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป

ตำแหน่งประธานรัฐสภา มีความสำคัญและมีความหมายมากในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะตีคู่มากับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างของลุงชัยแล้ว ก็ถือกันว่าสลักสำคัญ

ตำแหน่งขนาดนี้ จะไปเยี่ยมเยือนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งคราว ก็ไม่ถือว่าแปลกประหลาด และออกจะเสริมทางพระราชไมตรีดีอยู่

แต่เสียงกระซิบกระซาบที่ล่องลอยไปในหลายๆ ประเทศอาเซียน เขาไม่ได้พูดกันในประเด็นนั้น

เขาพูดว่า ลุงชัยมาเยือนครั้งนี้ เพื่อเตรียมการอะไรบางอย่างให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่มีความสำคัญต่อความอยู่รอดของรัฐบาลไทยชุดนี้ ลูกชายคนที่ชื่อเนวิน และกำลังรอฟังคำพิพากษาของศาล ในวันที่ ๗ สิงหาคม ที่จะถึงนี่ล่ะครับ

คดีที่คุณเนวินเผชิญอยู่นั้น เป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง ในการจัดซื้อกล้ายาง ด้วยงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยที่ลูกชายลุงชัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ในกระทรวงนั้นอยู่หลายปี

บริษัทที่พัวพันไปถึง คือยักษ์ใหญ่ในวงการที่ค่ายการเมืองรู้จักกันทั้งนั้น นั่นคือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ผู้เลื่องชื่อ

ถ้าพบว่าผิด คุณเนวิน ชิดชอบ จะมีคุกตะรางมารออยู่ถึง ๑๐ ปีเต็มๆ

คดีกล้ายางนี้ ออกจะเป็นเรื่องประหลาด หากทบทวนความจำให้ดี หลายท่านจะจำได้ว่า เมื่อเกิดรัฐประหารในวันอังคารที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เพื่อล้มรัฐบาลทักษิณนั้น ชื่อคุณเนวิน ถูกจุดโพลงขึ้น คู่กับคำว่า กล้ายางเป็นชื่อแรกๆ ก่อนข้อกล่าวหาทั้งปวงของตัวคุณทักษิณเองด้วยซ้ำไป นัยว่า คนที่เป็น “นักรบ” คนสำคัญของฝ่ายทักษิณ อย่างคุณเนวิน คงจะต้องกลายเป็นเหยื่อรายแรกๆ ของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย

แต่แล้ว เรื่องก็แผ่วบาง จนหายสาบสูญไป พร้อมกับ “ข่าวลือ” ว่า คุณเนวินเปลี่ยนข้างย้ายพรรค และย้ายพวก เมื่อเวลาผ่านไปสี่เดือน โดยไม่มีการติดต่อใดๆ ระหว่างสามีภรรยาฝ่ายประชาธิปไตย กับตัวคุณเนวิน ข่าวลือที่ว่า ก็เริ่มจริงขึ้นโดยลำดับ

จนเมื่อคุณเนวิน ต้อนรับคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ถึงบ้าน และสวมกอดว่าที่นายกรัฐมนตรีอย่างหวานชื่นเป็นที่สุด ต่อหน้ากล้องและผู้สื่อข่าวหมู่ใหญ่จนเป็นข่าวไปทั่วแล้ว

คุณเนวิน ก็กลายเป็นนักการเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาทันตาเห็น ไม่เสี่ยงภัยต่อการถูกกล่าวโทษแบบวันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือนอีกต่อไป เกิด เนวิน ชิดชอบคนใหม่ ที่ไม่เป็นเหยื่อ แต่ออกล่าเหยื่ออย่างเข้มข้นเพื่อให้นายที่อยู่เหนือขึ้นไปพอใจว่า ย้ายข้างอย่างหมดจดชนิดเก็บทุกเม็ด

การเอาใจเขา ด้วยการให้ประโยชน์ยังไม่พอ ต้องสังหารผู้นำของฝ่ายที่ตนเคยสังกัดอย่างชนิดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และต้องทำลายชื่อเสียงความนิยมที่ผู้นำคนเดิมเขามีอยู่ ให้หมดสิ้นไปด้วย ไม่ทำอย่างนั้น สถานะของเขาในโลกใบใหม่ จะขาดความแน่นอน

ปัญหาคือ เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างนิ่งลงแล้ว ความแน่นอนมีมากขึ้นในบรรยากาศแล้ว คุณเนวิน ซึ่งบัดนี้มีพรรคภูมิใจไทยเป็นเครื่องมือใหม่ ที่กินจุ และต้องเติมน้ำมันมากตลอดเวลา ก็เร่งปฏิกิริยาเคมีทางการเมือง จนออกมาเป็นโครงการรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ของกระทรวงคมนาคม

แทบทุกคนในวงการเมือง และภายนอก ต่างเห็นว่า เป็นเรื่องที่คุณเนวินต้องได้โดยฉลุย และไม่มีปัญหาใดๆ พรรคการเมืองและผู้สมัคร ก็เริ่มคำนวณกันว่า งบลงทุนสำหรับการเลือกตั้งของค่ายคุณเนวิน จะมากหรือน้อยกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่ตัวกำลังสังกัดอยู่ด้วย และก็ตามมา ด้วยการย้ายพรรคแยกพวก ตามประสาสัตว์โลก นี่ยังไม่รวมอีกประมาณ ๘๐ โครงการ ที่มีจุดประสงค์ทางการเมืองอย่างเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน

แต่แล้ว ผู้สังเกตการณ์ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อรู้ว่าเจ้าของโครงการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เขาไม่ได้รู้สึกว่า ต้องตามใจคุณเนวินถึงขนาดนั้น ชะรอยจะคิดว่า หลอกเนวินมาฆ่าทักษิณแล้ว ก็ฆ่าเนวินอีกต่อหรืออย่างไรก็ไม่รู้ได้ เพราะความคิดบาปกรรมระดับระบอบแบบนี้ ผมไม่มีปัญญาความสามารถที่จะคิดถึง

และเมื่อสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ ทั้งความไม่เอาอ่าวของรัฐบาล ที่มีพรรคประชาธิปัตย์ถือธงนำ สภาพการระบาดของไข้หวัดพันธุ์ใหม่ ที่ความกะล่อนของวิถีการเมืองแบบประชาธิปัตย์ ไม่อาจดูแลได้ เศรษฐกิจที่ผอมลงไปจนเหลือแต่กระดูก รวมทั้งรายได้จากการท่องเที่ยว ที่ลดลงฮวบฮาบ กว่า ๑ ใน ๓ และความขัดแย้งแย่งเศษเนื้อ ของคนในฝ่ายรัฐบาล

คนที่กุมบังเหียนอยู่ข้างหลัง เขาก็อ่านได้ว่า แบบนี้ไม่นานนัก วิกฤติการเมืองก็จะลามมาจนถึงตัวเขา เขาก็ต้องตัดเชือกหรือตัดวงจรนั้นเสีย คดีกล้ายางของคุณเนวิน ก็ไหลกลับเข้ามาสู่ความรับรู้สาธารณะในจังหวะเดียวกันนั่นล่ะครับ

จะเรียกว่ากรรมเวรอย่างไร ผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน แต่ตัวคุณเนวินเป็นคนประเภทที่มีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดสูง การที่จะเดินทระนงองอาจไปเข้าคุก โดยเสี่ยงกับการสูญเสียทุกอย่างในทางการเมือง เพราะตัวติดคุกแล้ว ก็คงถูกจำกัดทางจนแทบจะทำอะไรไม่ได้ และอาจสูญเสียพรรคให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หรือใครต่อใครนั้น ไม่ใช่สิ่งที่นักการเมืองคนนี้จะเลือกแน่

ถ้าเจรจานอกรอบไม่สำเร็จ และเลือดรัฐบาลยังไหลออกจากตัวมากขึ้นทุกวัน คำพิพากษาของศาล ก็จะเป็นไปตามครรลองที่ไร้การบริหารจัดการจากฝ่ายคุณเนวิน และฝ่ายอำมาตย์เขาก็จะกำกับแทน โดยเอาประโยชน์สูงสุดทางการเมืองเป็นตัวตั้ง โดยเอาร่างของคุณเนวิน เป็นเครื่องมือในการซักล้างภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อหลอกต้มประชาชนในฉากต่อไป และหาตัวละครใหม่มาเสี่ยงแทนตามกลเกมเดิมที่เล่นมาตลอดชีวิตของเขา

ทั้งหมดนี้ วงการทูตเขาเชื่อว่า เป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่พาร่างอันชราของลุงชัย ชิดชอบ มาจนถึงกัมพูชา และเข้าพบสมเด็จนายกรัฐมนตรีของประเทศนั้น โดยไม่ยอมพูดภาษาเขมรที่ลุงชัยเองก็พูดได้ แต่กลับผ่านล่ามแทนโดยตลอดด้วย

เหตุผลคือ ฝ่ายโน้นเขาคงไม่ประสงค์จะรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมมากนัก เขาก็เอาภาษาอังกฤษมากั้นไว้เสียชั้นหนึ่ง เหมือนกำแพง คนเขาก็แปลความกันว่า ฝ่ายพนมเปญต้องรู้ดีทีเดียวว่า ลุงชัยมาหาทำไม และต้องการสิ่งใด ให้ตามที่ขอหรือไม่ เป็นเรื่องที่วงการทูตกำลังจับตากันอยู่

การเมืองอันผันผวนของไทย ที่ทำให้คุณทักษิณและผู้สนับสนุนหลายคนมาลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดแล้ว

แต่คดีความที่อาจทำให้คนอย่าง คุณเนวิน ชิดชอบ หรือแม้แต่ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ต้องกระเซอะกระเซิงออกจากเมืองไทยมาตามเส้นทางสายเดียวกันในไม่ช้านั้น น่าจะเป็นเรื่องพิศวงที่สุดเรื่องหนึ่งของการเมืองใหม่ (สายพันธุ์เก่า)

นี่คือคำพยากรณ์หรืออย่างไรว่า เมืองไทยกำลังไหลสู่สภาพที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดทางการเมือง ตามทฤษฎีรัฐศาสตร์โลก

นั่นคือภาวะที่คาดการณ์ใดๆ ไม่ได้อีกต่อไป (state of unpredictability).

---------------------------------
ประชาสัมพันธ์ : TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน) Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

ทักษิณ 'อยู่ๆ ทำไมผมไปทำเรื่องเพชร'

ที่มา Thai E-News

โดย ทักษิณ ชินวัตร
ที่มา เวบไซต์ thaksinlive
4 สิงหาคม 2552

พี่น้องคงแปลกใจว่า อยู่ๆ ทำไมผมไปทำเรื่องเพชร ผมจะเล่าให้ฟังครับ

จริงๆ แล้ว ผมมีแนวคิดเดิมอยู่ เพราะชอบดูเพชรพลอยมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ จะมีคนนำเพชรพลอยจากพม่ามาเดินขายในเชียงใหม่

ความที่เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ก็เลยไปคุยไปถามผู้ใหญ่ว่า อะไรเป็นอะไร เรียกว่าอย่างไร คุณภาพเป็นยังไง ราคาเท่าไหร่ ศึกษามาเรื่อยๆ จนพอมีฐานะ ก็ไปซื้อเพชรพลอยกับภรรยาและลูกๆ

ศึกษาต่อมาเรื่อยๆ และมาพบว่า De Beers สร้างแบรนด์และเครือข่าย จนผูกขาดเครือข่ายทั่วโลก มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% เป็นผู้ทำให้ราคาเพชรสูงขึ้นตลอดเวลา

พอดีช่วงนี้ว่างๆ มีพรรคพวกจากแอฟริกา มาเสนอว่า เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ทำให้ราคาเพชรตก โดยเฉพาะราคาของเหมืองและเพชรดิบ (rough diamond หรือ เพชรที่ยังไม่ได้เจียรนัย) ก็เลยมีความคิดขึ้นมาว่า ฝีมือการเจียรนัยของคนไทยถือว่า เป็นฝีมือระดับโลก ถ้าได้เครื่องมือชั้นดีของโลก ฝีมือการเจียรนัยของเราคงไม่แพ้ De Beers หากทำการตลาดดีๆ ก็น่าจะมีชื่อเสียง

ถ้าเราจะตั้งชื่อแบรนด์ ว่า “Thai Cut” หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงประเทศไทย ให้โอกาสคนไทย แสดงฝีมือระดับโลก ก็เลยอยากเข้าไปศึกษา โดยการเริ่มลงทุนเล็กๆ น้อยๆ จนถึงขั้นรู้จริง จึงจะทำถึงขั้นที่เรียกว่า การเพิ่มมูลค่า ( Value Added ) ตั้งแต่ขั้นการทำเหมือง จนไปสู่การทำเพชรที่เจียรนัยแล้ว

นอกจากนี้ ฝีมือการทำเครื่องประดับ (Jewelry) ของคนไทย ก็เก่งมาก ผมคงจะได้มีโอกาส สนับสนุนวงการเพชรและเครื่องประดับไทยในโอกาสต่อไปข้างหน้า แต่ถือว่า ขั้นนี้ยังเป็นขั้นมือใหม่หัดขับอยู่

ที่เล่าให้ฟังว่า ได้ลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2552 นั้น ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ คงจะได้เห็นเพชรดิบ เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม แล้วผมจะส่งภาพมาให้แฟนคลับได้ชมพร้อมๆ กับที่ผมเห็น

เผื่อจะมี ไอเดียดีๆ ร่วมกันครับ

แดงนนท์จัดงานสืบสานตำนานผู้กล้าเมษาเลือด8ส.ค.นี้

ที่มา Thai E-News


วีรบุรุษสามเหลี่ยมดินแดง-ภาพข่าวBBCนำเสนอชายนิรนามคนหนึ่งกระโดดขึ้นไปกอดปืนบนรถถังไม่ให้กราดยิงประชาชนในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด นี่เป็น1ภาพแทนพันๆคำว่า นี่หรือคนที่ใครจะหมิ่นแคลนว่าเขารับจ้างทักษิณมา หรือทำเพื่อทักษิณเพียงคนๆเดียว ทั้งที่เขาวีระอาจหาญกล้าสู้กล้าเอาชนะกล้าเสียสละ และอุทิศตนเพื่อประชาธิปไตยอย่างที่ภาพข่าวกำลังฟ้อง(คลิ้กชมคลิปวิดิโอ คลิ้ก)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 สิงหาคม 2552

กำหนดการงาน “รวมพลคนเสื้อแดงนนทบุรี เพื่อประชาธิปไตย ”
สืบสานตำนานผู้กล้า เมษาเลือด... จากสามเหลี่ยมดินแดง สู่ สามเหลี่ยมบ้านบัวทอง



วันที่ 8 สิงหาคม 2552 เวลา 14.00 – 24.00 น.
ณ สนามเอนกประสงค์ ข้างโรงเรียนกสินธร ฯ ม. บัวทอง


เวลา 14.00 - 15.30 น. สัมมนากลุ่มย่อย (แกนนำชุมชน กลุ่มต่างๆในจังหวัดนนทบุรี)

เวลา 15.30 - 16.00 น. ดนตรี

เวลา 16.00 - 18.00 น. กลุ่มแกนนำมวลชนต่างๆ ขึ้นปราศรัยบนเวที

เวลา 18.00 - 19.00 น. แกนนำวิทยุชุมชนแท็กซี่ ขึ้นปราศรัยบนเวที

เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป แกนนำใหญ่ นำทีมโดยคุณวีระ มุสิกพงศ์ คุณจตุพร พรหมพันธ์
และคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อฯลฯ พร้อมแกนนำ น.ป.ช. ท่านอื่นๆ และทีมงานครบชุด

เวลา 21.30 น. โดยประมาณ พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินสดถึงพี่น้องเสื้อแดงนนทบุรี

เวลา 23.30 น. แกนนำบ้านบัวทองขอบคุณและกล่าวปิดงาน


0000000000000000
ไฮไลต์กิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยที่น่าสนใจวันนี้-สิงหาคม 2552


-31 ก.ค.รำลึกไทยปลดแอกIMF,ชุมนุมใหญ่สนามหลวงรวมใจรวมรายชื่อถวายฎีกา
-31ก.ค.บอร์ดฟ้าเดียวกันโฉมใหม่เชิญสมทบทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน
-1 สิงหาคม เครือข่ายคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย
-2 สิงหาคม เสื้อแดงไทยในอเมริกาพบจาตุรนต์ ฉายแสง
-2 สิงหาคม บ้านเลขที่111สัมมนา "ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ"
-2 สิงหาคม เสวนา ผลกระทบจากการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
-3 สิงหาคม แต่งดำทั้งแผ่นดิน ไว้ทุกข์ให้ประเทศไทย เพื่อให้อภิสิทธิ์"ดวงตาเห็นดำ"
-5 สิงหาคม สัมมนา “สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
-7 สิงหาคม สัมมนา ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ
-8 สิงหาคม แดงนนทบุรีจัดงานรวมพลคนเสื้อแดงนนทบุรีเพื่อประชาธิปไตย ”สืบสานตำนานผู้กล้า เมษาเลือด... จากสามเหลี่ยมดินแดง สู่ สามเหลี่ยมบ้านบัวทอง
-12 สิงหาคม น้อมรำลึกบุณคุณบรรพชนปฏิวัติ2475 วันพระยาทรงสุรเดช
-15 สิงหาคม ไลต์ออเคสตราเพลงป่า เพลงปฏิวัติ เพราะคิดถึงเพื่อน
-16 สิงหาคม รำลึกถึงวันประกาศสันติภาพ16สิงหาคม2488ของหัวหน้าขบวนการเสรีไทย ทำให้ไทยไม่ตกเป็นประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่2 ทำให้ไทยมีเอกราชสมบูรณ์มาทุกวันนี้


ตั้งแต่31กรกฎาคมเป็นต้นไป บอร์ดฟ้าเดียวกันเปลี่ยนโฉม ระดมทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน

กระดานสนทนาที่ไม่จำกัดเพดาน ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความเห็น ตามแนวทางเสรีประชาธิปไตยฟ้าเดียวกันwww.sameskybooks.org/boardย้ายบ้าน เปลี่ยนเป็น http://www.sameskyboard.com/board/index.php?showforum=2 ตั้งแต่6กรกฎาคม เป็นต้นไป โดยยังเข้าช่องทางเดิมระยะหนึ่ง

เชิญระดมความเห็นเพื่อให้กระดานสนทนาแห่งนี้สู่มิติใหม่ หลังจากแยกออกจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันอย่างเด็ดขาด และเชิญระดมทุนช่วย"คุณซาบซึ้ง"ย้ายบ้าน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น20,000บาท และค่าใช้จ่ายระยะเริ่มต้นอีกไม่น้อยกว่า50,000บาท ลืมไปได้เลยที่เขาลือกันว่ามีนายทุนใหญ่หรือใครหนุนหลัง ตอนนี้ต้องช่วยกันควักเพื่อความอยู่รอดในระยะเปลี่ยนผ่านและระยะยาว

เชิญบริจาคต่อชีวิต และช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน ผ่านบัญชี

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ชื่อบัญชี คุณอุเชนทร์ เชียงเสน
เลขที่ 905-0-03459-5

หรือ ธนาคารกสิกรไทย สาขา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ชื่อบัญชี นายอุเชนทร์ เชียงเสน เลขที่บัญชี 645-2-01403-1

การบริจาคทาง paypal ให้กับชุมชนฟ้าเดียวกัน ทำได้โดย เข้าเว็บ
http://www.sameskybooks.org แล้วคลิก ปุ่ม paypal ที่มุมขวาหน้าแรกของเว็บ


พุธที่ 5 สิงหาคม สัมมนา “สื่อมวลชน : เครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นปกครอง”
นำเสนอโดย สาทร ศรีเกตุ
นิสิตป.เอก รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ประเด็น
- นายทุนสื่อมวลชนไทย ผู้แสวงหากำไรสูงสุดและอำนาจการครอบงำ
- กลยุทธการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร
- ภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นโดยสื่อโฆษณาสินค้า
- ละครน้ำเน่าการผลิตซ้ำของวัฒนธรรมไทยล้าหลัง


ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2552 เวลา 16.00-18.00 น.

ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

จัดโดยองค์กรสังคมนิยม “เลี้ยวซ้าย” www.pcpthai.org

สอบถามเพิ่มเติม 085-8530329 หรืออีเมล์ turnleft2008@gmail.com


ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม สัมมนา ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020(Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)

โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมจัดกิจกรรม เวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 17.00 น. ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน

9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร

10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ“การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค”โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที

11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ “วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม”โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ

12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า" โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538


14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ "พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต" โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare

15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที

15.30 – 16.30 น. บรรยาย และ ถามตอบ“สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส”โดย ต่อพงษ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณงค์

16.30 – 17.00 น. สรุปปิดการบรรยาย


*สอบถาม 08-91232296, 0823392121
ลงทะเบียนการเข้าร่วมล่วงหน้าได้ที่ www.media4democracy.com www.thainetizen.org

เสาร์ที่ 8 สิงหาคม-เสื้อแดงนนทบุรีจัดงาน“รวมพลคนเสื้อแดงนนทบุรี เพื่อประชาธิปไตย"สืบสานตำนานผู้กล้า เมษาเลือด...จากสามเหลี่ยมดินแดงถึงสามเหลี่ยมบ้านบัวทอง" ณ สนามเอนกประสงค์ ข้างโรงเรียนกสิณธร ฯ ม. บัวทอง ตั้งแต่เวลา14.00 น.ถึง24.00น.

พุธ 12 สิงหาคม ทำบุญวันพระยาทรงสุรเดช บรรพชนปฏิวัติ2475


ผู้รักชาติรักประชาธิปไตย สืบทอดภารกิจปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 กำหนดทำบุญเนื่องในวันครบรอบวันเกิดนายพันเอกพระยาทรงสุรเดช หัวสมองผู้วางแผนการปฏิวัติ24มิถุนายน2475จนเป็นผลสำเร็จ แต่มีบั้นปลายชีวิตที่อนาถา ท่านเกิดตรงกับวันที่12สิงหาคม ฝ่ายประชาธิปไตยกำหนดให้เป็น"วันพระยาทรงสุรเดช" มีกิจกรรมทำบุญที่วัดประธิปไตย(วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน)สถานที่เก็บอัฐิของท่านและบรรพชนปฏิวัติหลายท่าน

โครงการจัดแสดงคอนเสิร์ตไลท์ออเคสตร้าเพลงปฏิวัติ ...เพราะคิดถึงเพื่อน”
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 19:30 น.


วัตถุประสงค์
คอนเสิร์ตครั้งนี้ จึงได้จัดมีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละเพื่อส่วนรวม ของมวลนิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อเอกราช ประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคม เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของบทเพลงปฏิวัติ และเพื่อได้มีการพบปะกันในหมู่อดีตนักปฏิวัติ

รูปแบบการแสดง
เป็นการแสดงดนตรีของวงเพื่อนมิตรไลท์ออเคสตร้า ประกอบการขับร้องของส่วนหนึ่งของนักร้องปฏิวัติในอดีต นักศึกษาปัจจุบัน และชุดการแสดงนาฏศิลป์ประกอบ

บทเพลงที่ใช้แสดง
คัดเลือกบทเพลงปฏิวัติที่เกี่ยวกับความคิดความผูกพัน จำนวน 20 เพลง มาแสดงได้แก่

1. เพลงรำลึกวีรชน 12. เพลงแองเตอร์นาซิอองนาล
2. นาฏศิลป์ประกอบเพลงฟ้าทอง 13. เพลงลาไปเป็นทหารปลดแอก
3. เพลงสดุดีวีรชน 14 ตุลา 14. เพลงทหารประชาชน
4. เพลงสดุดีวีรชน 6 ตุลา 15. เพลงดาวแดงส่องสว่างเหนือภูพาน
5. เพลง ตุลาชัย 16. เพลงพี่น้องภาคใต้รุกรบช่ำชอง
6. เพลง นกน้อย 17. เพลงสดุดีนักรบแนวหน้า
7. สดุดีครูประชา 18. เพลงความหวังแห่งชีวิตใหม่
8. เพลงดาวแห่งชาวนา 19. เพลงขอสดุดีแด่พรรคที่รักยิ่ง
9. เพลงขอเพื่อนจงหยัดยืน 20. เพลงสายทางนักรบประชา
10. เพลงแผ่นดินของเรา 21. เพลงภูสระเริงรำ
11. นาฏศิลป์ประกอบเพลงตันหยง

บัตรชมการแสดง

ประกอบด้วยที่นั่งชม 520 ที่นั่ง จำแนกเป็น

บัตรวีไอพี 10 ที่นั่ง
บัตรราคา 1,000 บาท จำนวน 149 ที่นั่ง
บัตรราคา 500 บาท จำนวน 188 ที่นั่ง
บัตรราคา 300 บาท จำนวน 173 ที่นั่ง

การจองบัตรชมการแสดง

ติดต่อจองบัตรได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว หมายเลขโทรศัพท์: 084.116.4992 Email: cpt.song@gmail.com

จัดส่งโดย: โปรดโอนเงินเข้าบัญชี น.ส. นงลักษณ์ จตุเทน
เลขที่บัญชี 748-2-03431-9
ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลพระรามที่ 3
และโปรดส่งใบโอนเงิน ถึงคุณจันทิรา สระทองเขียว โทรสาร: 0.2295.1154 โทรศัพท์: 084.116.4992

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

วันที่จัดแสดง
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 19.30 น.
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้โครงการกำแพงประวัติศาสตร์


หมายเหตุ: การแสดงครั้งนี้จะไม่มีบันทึกซีดี และดีวีดีไว้จำหน่ายแต่อย่างใด แต่จะมีต้นฉบับเพื่อการนำไปสำเนาได้เพื่อการแจกจ่ายโดยไม่ได้นำไปหารายได้ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว (ถ้ามี) จะมอบให้กำแพงประวัติศาสตร์ 6 ตุลา เพื่อร่วมสมทบทุนจัดงานรำลึก 6 ตุลาคม 2519)


โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติม และชมกิจกรรม3ครั้งที่ผ่านมาได้ที่ http://cpt.igetweb.com


อาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม-วันสันติภาพ-รำลึกวันประกาศสันติภาพ ไทยพ้นสถานะประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

รำลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 16 สิงหาคม 2488 นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการในขณะนั้น และเป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้ออกประกาศสันติภาพ สาระสำคัญคือประกาศว่า การประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ และอังกฤษของรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม เป็นโมฆะไม่ผูกพันกับประชาชนชาวไทย ที่ได้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่น และให้สถานะของประเทศกลับไปมีไมตรีอันดีกับ2ประเทศมหาอำนาจเหมือนก่อนประกาศสงคราม และพร้อมจะร่วมมือทุกวิถีทางกับสหประชาชาติในการสถาปนาเสถียรภาพในโลกนี้

ด้วยคำประกาศสันติภาพดังกล่าว ทำให้ไทยไม่ต้องผูกพันกับญี่ปุ่นและรอดพ้นการตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม มีเอกราชโดยสมบูรณ์ สมควรที่ชาวไทยผู้รักชาติจะได้หวนรำลึกถึงบุญคุณของบรรพชนในคราวนั้น

วันอาทิตย์ 16 สิงหาคม ปักธงแดงทั่วปักษ์ใต้-แกนนำเสื้อแดงทั่วภาคใต้ จะประชุมกำหนดแนวทางการดำเนินงานและขยายมวลชน โดยจัดงานที่จังหวัดตรัง มีแกนนำ 3 เกลอร่วมเป็นวิทยากร ตอนนี้ยังติดต่อแกนนำจังหวัดระนองไม่ได้(ขาดจังหวัดเดียว)ใครรู้จักแดงระนองช่วยส่งข่าวด้วย ( ดูรายละเอียด คลิ้ก )

แนะลากคอมาร์ค-เทือกเข้าคุกฐานละเว้นจับผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน

ที่มา Thai E-News



แนะทนายเสื้อแดงลุยเอามาร์ค,เทือกเข้าคุกฐานละเว้นจับโจรยึดสนามบิน

ประชาชนที่ติดตามคดีผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินได้เรียกร้องให้มีการแจ้งดำเนินคดีฐานละเว้นหน้าที่ต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และหัวหน้าชุดดำเนินคดียึดสนามบินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ฐานละเว้นต่อหน้าที่ ไม่ออกหมายจับผู้ก่อการร้ายพันธมิตร หลังจากออกหมายเรียกให้มารายงานตัวเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับมีการยกพวกไปม็อบกดดันจนตำรวจต้องล่าถอยเพื่อไปประชุมถอนข้อหาก่อการร้ายให้

"ผมเห็นเงียบไปเลย หลังจากพล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส เจ้าของคดีชมว่าเป็นผู้ก่อการดี พันธมิตรก็ไล่กลับให้ไปเปลี่ยนข้อหา ตำรวจก็ดันบ้าจี้จะไปเปลี่ยนข้อกล่าวหาให้พวกมัน ตามกฎหมายแล้วให้เกียรติกันออกหมายเรียก ตามขั้นตอนเมื่อออกหมายเรียกแล้วไม่มารายงานตัว(แต่เสือกมาม็อบกดดันตร.แทน)ขั้นตอนต่อไปก็ต้องออกหมายจับไม่ใช่เหรอ"คือข้อความในกระทู้ที่บอร์ดประชาไท

พร้อมกับได้เสนอให้ทีมทนายของเสื้อแดง หรือพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งสัมมนาไปวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า หากตำรวจไม่ดำเนินการตามกฎหมายคือออกหมายจับผู้ก่อการร้าย แต่จะไปเปลี่ยนข้อหาโดยถอดข้อหาก่อการร้ายออก ก็ต้องแอ็คชั่นด้วยการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดนายกรัฐมนตรี รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงที่คุมตำรวจคือสุเทพ เทือกสุบรรณ และพล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส หัวหน้าชุดดำเนินคดียึดสนามบิน

ทั้งนี้กฎหมายอาญากำหนดไว้ว่า “มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

พงศ์เทพหยันให้ตร.ออกหมายกราบขอความเมตตาโจรก่อการร้าย

มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ได้จัดงานเสวนาเรื่อง "ผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการดี กรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิ"เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(2ส.ค.) มีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษามูลนิธิ 111 ไทยรักไทย และโฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

โดย นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรถือเป็นการสร้างความหายนะให้กับประเทศกว่าแสน ล้านบาท เป็นการกระทำที่ถือว่าประทุษร้ายต่อร่างกาย จิตใจ รวมถึงเสรีภาพ ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบขนส่งและระบบโทรคมนาคม การกระทำเช่นนี้ถือว่าทำผิดกฎหมายหลายมาตรา แต่ความผิดที่ชัดเจนที่สุดคือการก่อการร้าย โดยโทษหนักที่สุดถึงขั้นประหารชีวิต

"ที่ผ่านมายังไม่เคยมีคนเลวคนไหน หรือคนเลวกลุ่มใด ที่เพียงแค่สิบวัน ทำประเทศเสียหายไปกว่าแสนล้านบาท ผมอยากเตือนว่า ความผิดในครั้งนั้นไม่ได้เป็นความผิดเฉพาะกลุ่มแกนนำเท่านั้น แต่ผู้ที่เข้าร่วมทั้งหมดที่มีกว่าหมื่นคนจะมีความผิดเช่นเดียวกัน โทษฐานที่เป็นตัวการการก่อการร้ายด้วย แต่เรื่องนี้ตำรวจคงไม่ต้องออกหมายเรียก แต่ต้องออกหมายกราบขอความเมตตาให้มารายงานตัวแทน เพราะมิเช่นนั้นอาจจะถูกกดดันอีก และเรื่องนี้ทำให้สังคมไทยเกิดความผิดเพี้ยนมาก" นายพงษ์เทพกล่าว

เหวงยันโจรก่อการร้ายจะอ้างใช้สิทธิตามรธน.มิได้

น.พ.เหวง กล่าวว่า การกระทำของกลุ่มพันธมิตร เห็นได้ชัดว่ามีความผิดฐานเป็นผู้ก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 รวมทั้งผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2551 เนื่องจากมีพฤติกรรมทำให้การบินหยุดชะงัก ทำลายทรัพย์สิน ขัดขวางการจราจร หากผลสรุปออกมาว่าการใช้อาวุธยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตร เป็นก่อการดีตามที่นายตำรวจผู้ใหญ่บางคนพูด ตนก็ไม่รู้ว่าคนไทยในประเทศจะมีหน้ายืนอยู่ในสังคมโลกได้อย่างไร นอกจากนี้การอ้างว่าการชุมนุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ตนเห็นว่า กลุ่มพันธมิตร ไม่ควรได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว เพราะเห็นได้ชัดว่ามีทั้งอาวุธ มีเจตนาที่จะประทุษร้าย และทำให้คนในสังคมหวาดกลัว อยากให้จับตาดูการตัดสินคดีของกลุ่มพันธมิตร ว่าจะออกมาในทิศทางใด โดยอยากให้เปรียบเทียบกับคดีของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่วนตัวเชื่อว่าอีกไม่นานคดีดังกล่าวก็จะเงียบหายไป เพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มีสองมาตรฐาน

เตือนจะเป็นบรรทัดฐานให้มีการยึดสนามบินต่อรองในอนาคต

ด้านนายสงคราม กล่าวว่า คำว่าผู้ก่อการดีคือคนที่ต้องต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย ส่วนคำว่าผู้ก่อการร้าย คือการใช้ความรุนแรง คุกคาม เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์าทางการเมืองของกลุ่มบุคคล จนทำให้ประชาชนหวาดกลัว เหมือนที่กลุ่มพันธมิตร ได้กระทำการ ส่งผลทำให้ประเทศชาติเสียหายกว่าแสนล้านบาท ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ต่อการท่องเที่ยว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยระบุตัวเลขความเสียหายไว้กว่า 2.9 แสนล้าน นอกจากนี้การก่อการร้ายครั้งนี้ไม่ใช่การก่อการร้ายธรรมดาแต่เป็นการก่อการ ร้ายสากล ทำให้ประเทศไทยต้องตกเป็นประเทศที่มีอันดับความเสี่ยงเป็นอันดับสองของ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตนเชื่อว่า หากผลสรุประบุว่าการบุกสนามบินเป็นการกระทำที่ก่อการดี ในอนาคตอาจจะมีการยึดสนามบินเพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองทางการเมืองอีกอย่าง แน่นอน ทั้งนี้ระหว่างการเสวนาได้มีการนำเทปบันทึกภาพเหตุการณ์ที่กลุ่มพัน ธมิตร ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และถืออาวุธมาเปิดให้ผู้ร่วมฟังเสวนาได้ชมด้วย เพื่อเป็นการยืนยันการเสวนา

ไทยอีนิวส์เปิดหลักฐานโต้หลักแถมัดคอผู้ก่อการร้ายโทษประหาร

สรุป เมื่อหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ การที่กลุ่มโจรก่อการร้ายพันธมิตรอ้างว่า พวกตนไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายในการยึดสนามบิน เพราะเป็นการชุมนุมทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญจึงฟังไม่ขึ้น เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้ยุติการยึดสนามบินและนำมวลชนออกจากสนามบินทันที เพราะเป็นการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และยังเป็นการกระทำผิดคำสั่งศาลอีกด้วย


การที่พันธมิตรโต้แย้งว่า การกระทำผิดของพวกตนไม่เข้าข่ายความผิดก่อการร้าย ตามกฎหมายอาญามาตรา135/1 โดยอ้างว่าเนื่องจากกฎหมายระบุยกเว้นให้"การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย(ดูรายละเอียดกฎหมายตาม ลิ้งค์ )

อย่างไรก็ดีหากย้อนไปที่เหตุการณ์พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิจะพบว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551นั้น"ศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้พันธมิตรยกเลิกการชุมนุมยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ดังนั้นการชุมนุมยึดสนามบินจึงเป็นการชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ และขัดต่อคำสั่งศาล เพราะหลังจากศาลมีคำสั่งให้ยุติการยึดสนามบินแล้ว การณ์ปรากฎว่าพันธมิตรยังคงกระทำผิดต่อมาถึงวันที่3ธันวาคม2551

ทั้งนี้ศาลแพ่งได้ไต่สวนฉุกเฉินกรณีบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ยื่นฟ้องพันธมิตรฯ บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อค่ำวันที่26พฤศจิกายน2551 หลังจากการยึดสนามบินผ่านไปเกือบ2วัน โดยมีคำสั่งให้แกนนำพันธมิตรนำมวลชน ออกจากพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้แม้พันธมิตรฯ จะมีเสรีภาพในการชุมนุม แต่ไม่สามารถหน่วงเหนี่ยวเสรีภาพของบุคคลอื่น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 34 วรรค 1

ศาลแพ่งรัชดามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณี นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่ากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯกับ พวก รวม 13 คน ในความผิดฐานละเมิดและขับไล่ และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกไปจากบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยศาลวิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทั้ง 13 คนที่ทำการขับไล่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยการชักนำมวลชนมาร่วมชุมนุม ปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2550 มาตรา 34วรรค 1 ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิได้ตามปกติ กรณีมีเหตุผลอันสมควรที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวพิพากษามาบังคับใช้ จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้ง 13 คน ออกไป และนำกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้พนักงานผู้ให้บริการและประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการได้ตามปกติในทันที

สำหรับรัฐธรรมนูญ มาตรา34วรรค1 กำหนดไว้ดังนี้ "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ ภายในราชอาณาจักร

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน การผังเมือง หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์"

สรุป เมื่อหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ การที่กลุ่มโจรก่อการร้ายพันธมิตรอ้างว่า พวกตนไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายในการยึดสนามบิน เพราะเป็นการชุมนุมทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญจึงฟังไม่ขึ้น เนื่องจากศาลมีคำสั่งแล้วว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และยังเป็นการกระทำผิดคำสั่งศาลอีกด้วย

ตบเกรียนโจรก่อการร้าย ตรงไหนที่ไม่ใช่ก่อการร้าย ตรงไหนที่ว่าเว่อร์

เพื่อให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจอย่างแท้จริง ไทยอีนิวส์จึงขอให้พิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงเพื่อโต้กระแสทวนการแถของโจรก่อการร้ายพันธมิตรดังต่อไปนี้

Q-การตั้งข้อหาแกนนำพันธมิตรยึดสนามบินก่อการร้ายนั้นถือว่าเว่อร์เกินไป

A-เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเว่อร์เกินไปหรือไม่ แต่เป็นเรื่องฐานความผิดที่มีหลักฐาน และมีกฎหมายเอาโทษถึงประหารชีวิต นอกจากผิดกฎหมายก่อการร้ายตามมาตรา135/1ยังผิดกฎหมายสากลอีกด้วย ดังนี้

-จะเห็นว่าการแจ้งข้อหาแกนนำพันธมิตรแบ่งเป็น2คดี คดีแรกกรณียึดสนามบินดอนเมือง ซึ่งไม่มีการแจ้งข้อหาก่อการร้าย เป็นแค่ข้อหาบุกรุก เพราะดอนเมืองเป็นสนามบินภายในประเทศ แต่อีกคดีคือสุวรรณภูมิมีข้อหาก่อการร้าย เพราะเป็นสนามบินสากล มีชาวต่างชาติได้รับผลกระทบ ที่สำคัญมีกฎหมายระหว่างประเทศบังคับไว้

-กฎหมายสากลนี้คือพิธีสารข้อตกลงมอนทรีออล ที่มีนานาชาติลงนามรับรอง ไทยลงนามรับรองไว้เมื่อ14พ.ค.2539 ความสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า"บุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำความผิด ทำให้การบริการของท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หยุดชะงักลง หากการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตราย ต่อความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานนั้น" เป็นการกระทำผิดตามพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ท่าอากาศยานสากลฉบับนี้

-กฎหมายที่ออกมารองรับพิธีสารฉบับนี้-เมื่อไทยลงนามแล้วก็ได้มาออกกฎหมายพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2538)มีใจความสำคัญว่า "ผู้ใดทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ทั้งนี้ โดยใช้กลอุปกรณ์ วัตถุ หรืออาวุธใด ๆ และการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของท่าอากาศยานนั้น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี"

-ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1เขียนไว้ว่า ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาเกี่ยวกับการก่อการร้าย ดังต่อไปนี้ (2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท

เมื่อเป็นดังนี้โจรก่อการร้ายพันธมิตรจะกล่าวอ้างลอยๆว่า"เว่อร์เกินไป"ได้อยู่หรือ?

Q-แต่กฎหมายอาญา135/1ก็ยกเว้นไว้นะว่าหากเป็นการชุมนุมทางการเมืองก็ไม่เข้าข่ายฐานความผิดก่อการร้าย แบบนี้มั่วหรือเปล่า

อย่างที่อธิบายไปข้างบนแล้วว่า การกระทำของโจรก่อการร้ายพันธมิตรไม่ใช่การชุมนุมทางการเมืองที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะศาลมีคำสั่งแล้วว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และสั่งให้ออกจากสุวรรณภูมิทันที จึงไม่เข้าข่ายต้องยกเว้นให้แต่อย่างใด แถมเป็นการทำผิดคำสั่งศาลอีกต่างหาก

Q-แต่ก็ยังเว่อร์เกินกว่าเหตุ

A-จะว่าเกินกว่าเหตุได้อย่างไร เพราะการก่อการร้ายดังกล่าวมีผลให้ผู้โดยสารต่างชาติตกค้างอยู่ในไทยนานนับสัปดาห์กว่า 4 แสนคน รวมทั้งมกุฎราชกุมารราชอาณาจักรเดนมาร์คที่มาเยือนไทยเป็นอาคันตุกะส่วนพระองค์ของในหลวง ในช่วงนั้นก็ต้องตกค้าง มีคนที่เดินทางเข้าประเทศไม่ได้หลายแสนคน

-ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานประเทศชาติเสียหายด้านต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม 270,000 ล้านบาท

-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่าอากาศยานฯ การบินไทย สายการบินต่างชาติได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลชดเชยความเสียหายให้มากกว่า 19,000 ล้านบาท ที่เป็นผลเสียหายโดยตรง

-โจรก่อการร้ายพันธมิตรยึดเครื่องบินโดยสารต่างชาติไว้ช่วงเกิดเหตุการณ์กว่า 88 ลำ จนทูตชาติมหาอำนาจ 6 ชาติ คือสหรัฐ สหภาพยุโรป เป็นต้นเข้ายื่นโนติสกับกระทรวงการต่างประเทศขอให้ยุติและอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ทำให้ไทยเสี่ยงต่อการถูกมหาอำนาจแทรกแซงอธิปไตย

-โจรก่อการร้ายพันธมิตรได้กลุ้มรุมทำร้ายคนสาหัสปางตายในเหตุการณ์นี้ และขัดขวางทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัยสนามบินด้วย

แล้วอะไรคือสิ่งที่โจรก่อการร้ายพันธมิตรเห็นว่าไม่ได้"เกินกว่าเหตุ"กรุณาอธิบายมาด้วย

Q-กษิตแค่ขึ้นเวทีเฉยๆทำไมโดนข้อหาก่อการร้ายด้วย
ดูคลิปข่าวกษิตยึดสุวรรณภูมิ (คลิ้ก )
A-แถแบบนี้หากไม่รู้กฎหมายก็น่าเห็นใจ แต่ส่วนใหญ่นั้นรู้แต่แกล้งไม่รู้ กฎหมายพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2538)มาตรา 11(2)เขียนไว้ดังนี้"ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 หรือมาตรา 6 ทวิ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ" พูดง่ายๆคือผู้ใดสนับสนุนให้โจรก่อการร้ายพันธมิตรไปยึดสนามบิน จนทำให้การบริการท่าอากาศยานสากลสุวรรณภูมิหยุดชะงักลง ก็ต้องผิดและโทษถึงประหารเหมือนตัวการ

คำถามคือนายกษิตไปที่สุวรรณภูมิในตอนยึดสนามบินแค่ไปกินข้าวฟรี ฟังดนตรีไพเราะแล้วกลับบ้านหรือไม่ ความจริงนายกษิตไปสนับสนุนการกระทำความผิด ขึ้นพูดให้การสนับสนุนบนเวทีหลักฐานก็มี ยังจะมาเถียงอีกว่า"ผมทำผิดตรงไหน!"

Q-พันธมิตรไม่ได้ปิดสนามบิน ผอ.สุวรรณภูมิเป็นคนปิดเอง

A-จะพูดจะแถอย่างไรก็ได้ แต่ดูหลักฐานนี่ก่อน

-หลังเข้ายึดสนามบินไว้ได้แล้วเมื่อค่ำวันที่25พ.ย.2551นั้น พันธมิตรได้ออกแถลงการณ์ในเวลา21.57น.วันนั้น เป็นแถลงการณ์ฉบับที่ 26/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ความสำคัญตอนหนึ่งคือ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับการชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อยื่นคำขาดผ่านพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกไปยังนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และคณะรัฐบาลให้ลาออกจากตำแหน่งโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

-เมื่อยึดไว้จนกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบ3พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในวันที่2ธ.ค.2551ทำให้รัฐบาลนายสมชายสิ้นสภาพลง ต่อมาวันรุ่งขึ้นเวลา09.20น.พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นผู้แทนพันธมิตรทำพิธีส่งมอบสนามบินคืนแก่นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ประธานบอร์ดการท่าอากาศยานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

วิญญูชนหรือสามัญชนที่มีสามัญสำนึกย่อมพิจารณาเป็นไปอย่างอื่นไม่ได้ว่า หากพันธมิตตรไม่ได้เป็นคนยึดแล้วไปออกแถลงการณ์ปิดสุวรรณภูมิทำไม และหากไม่ได้ยึดเอาไว้ จะไปทำพิธีส่งมอบคืนทำไม?

Q-เป็นข้อหาทางการเมืองที่ประชาธิปัตย์สกัดพรรคการเมืองใหม่ ทำไมปล่อยไว้ตั้งนาน ทำไมเพิ่งมาเล่นงานตอนนี้ แบบนี้เข้าข่ายละเว้นต่อหน้าที่ไหม?

A-ใครอยากให้ช้า หากไปดูดีๆจะพบว่ามีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าและพนักงานสอบสวนหลายหน

-ตอนแรกๆรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลนายสมชายก็ว่าจะเร่งคดี แต่เอาไปเอามาจากวันที่25ธ.ค.2551ที่ก่อการร้ายทำความผิด กว่าจะออกหมายเรียกก็วันที่ 1 ก.ค.2552กินเวลา221วัน หรือ7เดือนกับ9วัน ส่วนว่าพรรคประชาธิปัตย์สกัดพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ให้ไปไล่เบี้ยกันเอง เพราะเป็นพวกเดียวกัน ทำงานรับส่งเข้าขากันมาตลอด

-มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าชุดและพนักงานสอบสวนสืบสวนหลายชุด เดี๋ยวก็จะแยกคดีดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ เดี๋ยวก็จะรวม มีการโยกย้ายคนที่จะเอาจริงเอาจังพ้นหน้าที่

-สุดท้ายก็ว่ารอให้กรมการขนส่งทางอากาศรวบรวมข้อกฎหมายและร้องทุกข์มา กว่าจะครบทั้งพยาน หลักฐาน ข้อกฎหมายก็เลยกินเวลานานมาก ส่วนจะเล่นงานกันเรื่องละเว้นหรือไม่ละเว้นก็เชิญจัดการกันเอง

แต่ที่แน่ๆประชาชนผู้รักความเป็นธรรมเห็นว่าช้ามาก และไม่เป็นการยุติธรรม เพราะเวลาเสื้อแดงโดนออกหมายจับทันควัน แต่โจรก่อการร้ายเสื้อเหลืองมีคดีปล่อยเรื่องมานาน7เดือนเศษ แถมให้เกียรติแค่ออกหมายเรียกอีกต่างหาก

Q-แล้วทำไมไม่เล่นงานพวกเสื้อแดงข้อหาก่อการร้ายบ้าง ทีพันธมิตรทำไมโดนหนักๆทั้งกบฎ ทั้งก่อการร้าย

A-เสื้อแดงเขาได้ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินสากล มีพิธีสารมอนทรีออลคุ้มครองไหมหละ ถึงต้องโดนคดีก่อการร้าย เขาได้เข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลไว้นานเป็นเดือนๆเพื่อล้มล้างรัฐบาลไหมหละ ถึงต้องโดนข้อหากบฎ เขาได้บุกยึดโทรทัศน์NBTจนต้องโดนข้อหาบุกรุกและคุกคามสื่อหรือไม่

Q-แต่ยังไงกษิตก็ยังไม่ผิด จนกว่าศาลจะตัดสิน ดังนั้นกษิตก็เป็นรัฐมนตรีต่อได้ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็เป็นส.ส.ต่อได้

A-แล้วตอนกรณีเขาพระวิหารทำไมไล่นพดล ปัทมะออกหละ ทำไมคดีจักรภพ เรื่องยังไม่ถึงศาล ทำไมไล่บี้ให้ออกแสดงความรับผิดชอบ และรัฐบาลสมัครกับรัฐบาลสมชายทำไมเสื้อเหลืองพากันก่อกบฎก่อการร้ายกดดันให้พ้นตำแหน่ง ทำไมไม่รอให้ศาลตัดสินคดีก่อนบ้างหละ

Q-ยังไงๆก็เห็นว่าเว่อร์นะคดีก่อการร้าย ถือว่าเกินกว่าเหตุจริงๆ

A-??!! ก็ลองดูหลักฐานต่อไปนี้ดูว่าเกินกว่าเหตุไหม เว่อร์ไหม ที่จริงโจรก่อการร้ายพันธมิตรต่างหากที่ประท้วงเว่อร์และทำเกินกว่าเหตุ ก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือที่ต้องโดน

-คลิปข่าว สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พูดกลางสภาว่าพาคนไปยึดสนามบินเอง คลิ้กที่นี่

-คลิปข่าวพันธมิตรคลุมหน้าไอ้โม่งบุกปิดหอบังคับการบินสุวรรณภูมิ คลิ้กที่นี่

-คลิปข่าว ร.ต.แซมดินมือขวาของจำลองพาพันธมิตรคลุมหัวไอ้โม่งบุกยึดหอบังคับการบิน คลิ้กที่นี่

-คลิปข่าวพลตรีจำลองเป็นตัวแทนพันธมิตรส่งมอบคืนสนามบินสุวรรณภูมิ คลิ้กที่นี่

Tuesday, August 4, 2009

"เสื้อแดง"ยังไม่ถอยนัด 17ส.ค.ยื่นถวายฏีกา ขู่รบ.ยังขวางจะล่าต่อรอบใหม่ คุยทีวี 100 ช่องประเดิม 1พ.ย.

ที่มา มติชนออนไลน์


"เสื้อแดง"ไม่ถอย เมินกลุ่มออกมาต่อต้าน นัด 17 ส.ค.นี้ ยื่นถวายฏีกาขออภัยโทษให้"แม้ว" ขู่หาก รบ.ไม่ยังยอมยุติขัดขวาง จะล่าชื่อต่อรอบใหม่สนับสนุนรายชื่อเดิม "นพดล"คุยทีวี 100 ช่อง ประเดิมออกอากาศวันแรก 1 พ.ย.นี้


"เสื้อแดง"เล็ง 17 ส.ค.ยื่นถวายฎีกา


นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) -แดงทั้งแผ่นดิน แถลงที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้า อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมลงชื่อกว่า 5 ล้านคน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขประชาชนได้แน่นอน เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 15-16 สิงหาคม หลังจากนั้น แกนนำคนเสื้อแดง พร้อมด้วยพานทองขนาดใหญ่ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อบรรจุใบฎีกานับแสนใบ ไปยื่นที่สำนักพระราชวัง เพื่อถวายให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 17 สิงหาคม ส่วนใบฎีกาที่เหลือจะใช้คนเสื้อแดงประมาณ 1 พันคน ช่วยกันลำเลียงไปพร้อมกัน ซึ่งการไปยื่นถวายฎีกาครั้งนี้ไม่ได้เป็นการนัดชุมนุมใหญ่ ดังนั้น หากคนเสื้อแดงคนใดที่จิตใจอยากไปร่วมก็เป็นเรื่องของแต่ละคน

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับคนที่คัดค้านการถวายฎีกาของคนเสื้อแดงนั้น คนเสื้อแดงพร้อมที่จะพูดคุยและโต้แย้งด้วยทุกประการทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายชวรัตน์ แต่สำหรับนายอภิสิทธิ์นั้น ที่ผ่านมามีท่าทีทำนองท้าทายใน 2 ประการคือ 1.การใช้ให้หน่วยงานของรัฐไปชี้แจงกับประชาชนว่า ประชาชนไม่สามารถทำได้ ซึ่งเป็นการโต้แย้งทางกฎหมาย และ 2.การประกาศจะตรวจสอบ 5 ล้านรายชื่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการท้าทายว่าประชาชนนั้นไม่สามารถลงชื่อได้จริงและคนเสื้อแดงเป็นผู้จัดทำขึ้น แสดงให้เห็นความต่ำศักดิ์ ต่ำทราม ของผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้นำประชาชนกว่า 60 ล้านคน แต่ก็ยินดีที่จะได้รับการตรวจสอบทุกทาง


ขู่ล่าชื่อต่อหนุนรายชื่อฎีกาเดิม


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า ต้องถามว่าที่เตรียมล่ารายชื่อประชาชนนั้นต้องการล้มฎีกาฯ หรือล้มคดีกล้ายาง โดยประชาชนที่จะไปลงชื่อคัดค้านควรพิจารณาให้ดีว่ารายชื่อที่ถูกระดมไปจะเป็นไปหน้าตักให้คดีกล้ายางหรือไม่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยต้องตอบคำถามว่าการอ้างสถาบันเบื้องสูงมาล่ารายชื่อประชาชนนั้นมีเจตนาแท้จริงอย่างไร


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากรัฐบาลยังคงล่ารายชื่อประชาชนมาคัดค้านการถวายฎีกา คนเสื้อแดงก็จะดำเนินการตั้งโต๊ะ ล่ารายชื่อประชาชนที่สนับสนุนการถวายฎีกา โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งจะเป็นแบบฟอร์มการสนับสนุนการถวายฎีกา ที่จะต้องมีชื่อพร้อมเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน โดยรายชื่อผู้สนับสนุนการถวายฎีกานั้นจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับรายชื่อประชาชน 5 ล้านรายชื่อที่ร่วมถวายฎีกา เราจะแยกออกต่างหากจากกัน แล้วจะได้มาดูกันว่าผู้สนับสนุนกับผู้คัดค้านใครจะมีจำนวนมากกว่ากัน แต่ถ้าจะให้ดีรัฐบาลควรใจถึงทำประชามติระหว่างผู้สนับสนุนกับผู้คัดค้านการถวายฎีกาเลยก็ได้Ž นายณัฐวุฒิกล่าว


คุยทีวี100ช่องแรกประเดิม1พ.ย.


นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ระบุประชาชนถูกหลอกให้ร่วมลงชื่อว่า ประชาชนไม่ได้ถูกหลอกลวง รวมถึงประชาชนอีก 60 ล้านคน ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วยกับการถวายฎีกาตามที่นายศุภชัยคิดตื้นๆ ง่ายๆ อย่างนั้น


นายนพดล ยังกล่าวถึงการตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 100 ช่อง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการซึ่งคาดว่าจะสามารถทดลองออกอากาศได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นวันแรก สำหรับช่วงทดลองออกอากาศนั้นสถานีจะเปิดทีวีด้วยกัน 4 ช่อง ดังนี้ 1.ช่องเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2.ช่องขายสินค้าโอท็อป 3.ช่องการศึกษา และ 4.ช่องเรียลิตี้คนจน โดยมีระยะเวลาทดลองออกอากาศ 3 เดือน ก่อนที่จะมีการเพิ่มช่องทีวีให้มากขึ้นต่อไป สำหรับการรับชมนั้นฝ่ายเทคนิคกำลังอยู่ระหว่างการหาช่องทางให้ประชาชนสามารถรับชมทีวี 100 ช่อง ผ่านจานดาวเทียมของพีเพิล ชาแนลให้ได้ เพื่อช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย


แดงบุกมท.จี้"ชวรัตน์"ยุติขวางฎีกา


นายวรัญชัย โชคชนะ นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง ประธานสภาประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่สวมใส่ชุดสีดำ เดินทางไปชุมนุมที่หน้ากระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 09.30 น. โดยนายวรัญชัย และนายสิริวิชญ์ ผลัดกันปราศรัยโจมตีนายชวรัตน์ และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย ที่มีท่าทีต่อต้านการลงชื่อถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งโต๊ะรับการถอนชื่อ โดยระบุว่าเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กรณีคดีทุจริตกล้ายาง ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินเป็นจำเลย ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้จัดกำลังกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประมาณ 30 นาย คอยดูแลความเรียบร้อย ร่วมกับตำรวจจาก บก.น.6 และ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งนายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ออกมารับหนังสือของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขอให้นายชวรัตน์ และ ม.ล.ปนัดดา ยุติการต่อต้านการถวายฎีกา จากนั้น นายวรัญชัยอ่านแถลงการณ์ขอให้ยุติการต่อต้าน และนำพวงหรีดใส่ชื่อนายชวรัตน์มาแขวนไว้ที่หน้าประตูกระทรวง และนำหุ่นฟางติดชื่อนายชวรัตน์มาเผา พร้อมสวดสาปแช่ง