WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 5, 2009

ได้หน้าลืมหลัง

ที่มา บางกอกทูเดย์

ฟังผลงาน 6 เดือนของรัฐบาลแล้วต้องฟังผลงานที่สัญญาไว้แล้วยังไม่ได้ทำมั่งต้องเตือนความจำ พรรคประชาธิปัตย์ที่มี อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ยินดังๆ พร้อมๆ กับผลงานในรอบครึ่งปีที่รัฐบาลกำลังจะแถลงให้ผู้คนทราบว่า ได้ทำงานอะไรไปแล้วให้กับส่วนรวมของประเทศมั่งยังจำกันได้หรือไม่ครับว่า...พรรคประชาธิปัตย์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเคยประกาศไว้อย่างเอิกเกริกในแผน 99 วัน ทำได้จริงก่อนได้มาเป็นรัฐบาลว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลจะเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันทีและจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงให้เห็นผลทันตาแล้ววันนี้เป็นอย่างไรนอกจากจะไม่ทำตามสัญญาแล้ว ยังขึ้นภาษีน้ำมันซ้ำเติมเข้าไปอีกแถมรัฐบาลนี้ไม่ได้สนใจความรู้สึกของชาวบ้านที่ปล่อยให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นนอกจากโกหกชาวบ้านแล้ว ยังเบี้ยวสัญญาที่ให้กับประชาชนไว้อีก โดยไม่มีใครเหลียวแลและทบทวนเรื่องนี้แม้แต่คนเดียว ทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปถึงรัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีพลังงาน

เพราะน้ำมันที่ขายปลีกกับประชาชนถูกโขกราคาขึ้นเอาขึ้นเอา แม้กระทั่งราคาน้ำมันโลกลดลงของเราก็ยังโขกราคาเอาตามใจชอบน้ำมันบ้านเรา 1 ลิตร บวกภาษีสรรพสามิต 7 บาทบวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% บวกภาษีเทศบาล70 สตางค์ หักเข้ากองทุน 6 บาท หักเข้ากองทุนพัฒนาพลังงานอีก 1 บาท เท่านั้นยังไม่พอ ราคาขายปลีกหน้าปั๊มยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำอีก 7%รวมเบ็ดเสร็จ น้ำมัน 1 ลิตร ต้นทุนจริง 50%เป็นรายได้ของรัฐบาลอีก 50%พูดง่ายๆ คือ สมมติน้ำมันลิตรละ 30 บาท เป็นราคาน้ำมันจริง 15 บาท อีก 15 บาท เป็นค่าต๋งเข้ารัฐบาลเท่ากับว่า...ราคาน้ำมันดิบบวกค่าขนส่งบวกค่ากลั่นบวกค่าการตลาดรวมเบ็ดเสร็จ 15 บาทเท่านั้นเองนายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกับ ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะช่วยกรุณาบอกประชาชนทั่งประเทศด้วยว่าครึ่งปีของรัฐบาลท่านอะไรที่สัญญากับประชาชนไว้แล้วยังไม่ได้ทำหรือว่าท่านไม่อยากทำและตั้งใจจะไม่ทำหรือทำไม่ได้ทีหลังก็อย่าโกหกประชาชนเลยครับอย่างนี้เขาไม่เรียกว่า “มืออาชีพ” หรอกเพราะเป็นได้แค่ “ปากอาชีพ” เท่านั้นแหละ ■

ศีลข้อ 4

ที่มา บางกอกทูเดย์

ในทางการเมืองนั้น..สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ.. ศิลปะในการกล่าวคำเท็จ..ผู้มีความสามารถ ทางการเมือง..จะไม่มีวันถูกจับได้ว่า กล่าวคำเท็จ..พูดโกหก ในประกาศหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีรูปหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ.. ปิดหราอยู่ทั่วประเทศ และยังมีปรากฏอยู่ใน บางพื้นที่ในปัจจุบัน.. บอกว่า..แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 99 วันทำได้จริง มีสัญญา 6 ประการ..ข้อ 5 บอกไว้ว่า..จะให้ไฟฟ้า ฟรี 15 หน่วยแรก..ในขณะนี้ฟรีอยู่ที่ 5 หน่วยแรก ข้อ 6 บอกว่า..เลิกส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ทันที สำหรับดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ขณะนี้..เลย 99 วันมาแล้วนานมาก..คำว่า “ทันที” ในภาษาไทยนั้น..พจนานุกรมบัญญัติไว้ว่า..ในขณะนั้นเองทันทีทันใดหรือทันใดนั้นคำว่าทันที..ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..นำไปใช้ต่อท้าย..คำสัญญา 6 ประการ..โดยสัญญาภายใน99 วัน..ถึงมันจะเป็นการโกหกพกลมอยู่ในทีแล้ว..แต่ก็ยังพอให้อภัยกันได้..แต่คำว่าทันที..ที่รอมาจนถึง 6 เดือนกว่าแล้ว ในวันนี้..นอกจากจะทำให้ขาดความเป็นผู้ดี คือ การไม่รักษาสัญญา..ทำให้สถานศึกษาเสื่อมเสีย กับลูกศิษย์ไม่มีวาจาสัตย์แล้ว..ยังเป็นความผิด ต่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่โฆษณาเกินกว่าความ เป็นจริง..เป็นความผิดต่อกรรมการการเลือกตั้ง.. เพราะหลอกลวงประชาชนให้เชื่อ เพื่อเอื้อประโยชน์ ให้กับการเลือกตั้งฯลฯ ที่กล่าวนั้นบางอันก็เป็นแพ่ง บางอันก็เป็นอาญา..บางอันก็เป็นทั้งแพ่งและอาญากล่าวกันว่า..นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง..เป็นประชาธิปไตยแบบพฤตินัย..กันมา 77 ปีนั้น..พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในฐานะรัฐบาลนานที่สุด..แต่ไม่มีครั้งใด..ที่พรรคประชาธิปัตย์จะโป้ปดมดเท็จเป็นแผ่นป้ายเท่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ไม่ต้องถามถึง..ประโยคที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ..ออกมาสวนคำกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่องการลาพักการยอมถอยการจะลาต่อลายาวการไม่เข้าทำหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจ..การถกเถียงกับนักข่าวเรื่องสัปดาห์หน้าไม่ใช่วันจันทร์หน้า..ฯลฯอยากจะถาม..พรรคประชาธิปัตย์ทั้งพรรคพร้อมๆ กันไว้ตรงนี้ว่า..พวกท่าน..ละเว้นการท่องศีลข้อ 4 ทุกครั้งที่ท่องศีล 5 กันหรือไม่..ถ้าไม่..ท่านจะปล่อยให้ “มุสาวาจา” บ่อนทำลายอดีตอันยาวนานเหมือน..ปลวกชอนเนื้อไม้ไปอีกนานแค่ไหนเอาทารกออกไปอภิบาลรักษา..โบราณท่านว่าอย่าใช้เด็กสร้างบ้าน..แต่พวกท่าน..ใช้ทารก ■

กาลีบ้านกาลีเมือง

ที่มา บางกอกทูเดย์

การแบ่งฝ่ายเป็นหลายสีของประชาชนคนไทยในชาติ..ในแต่ละเหตุการณ์ที่ผ่านมาจะกลายเป็นเรื่องเด็กๆ เรื่องเล็กไปเลย หากจะนำมาเปรียบมาเทียบกับการ..แบ่งฝ่ายครั้งใหม่..เห็นด้วยกับการถวายฎีกา กับต่อต้านการถวายฎีกาเริ่มกันตั้งแต่ตัวเลข...ฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการถวายฎีกา..ตั้งตัวเลขไว้ที่หลักล้าน..กล่าวกันว่าตัวเลขได้ผ่านหลักล้านไปแล้ว และบางตัวเลขบอกว่ากำลังจะเป็น 6 ล้านหรือมากกว่าฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการถวายฎีกา...ใช้อำนาจในฐานะรัฐบาลสั่งการลงไปยังสายปกครองต่างๆ ให้พยายามกระทำการต่อต้านและสั่งล่ารายชื่อผู้ไม่เห็นด้วย..ไม่มีครั้งไหนที่ประเทศจะตกอยู่ใต้..อำนาจแห่งความชั่วร้ายได้เท่าในขณะนี้..พวกมันมองไม่เห็นถึงภัยพิบัติเบื้องหน้า..เมื่อประชาชนทุกคนบนแผ่นดินจะถูกเกณฑ์ให้เข้ามาสู่กระแสแห่งความขัดแย้งในทางการเมืองไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ แผ่นดินหรือประชาชนคนไทยแต่เพื่อ..บูชาความใคร่ความมักใหญ่ใฝ่สูงของอ้ายอีไม่กี่คน..ที่ต่อสู้แย่งชิงอำนาจเพื่อจะเป็นรัฐบาล..ไม่มีการศึกษาชนิดใดจะให้ความรู้สึกรักชาติสำหรับพวกเขาเหล่านั้น..ตราบเท่าที่พวกมันยังหายใจอยู่เป็นแพ้หรือชนะมันทั้งหลายไม่รู้ว่า..แผ่นดินที่พวกมันช่วยกัน

ทำลายประชาชนที่พวกมันเข้ามาปลุกระดมนั้น..วันนี้เสื่อมโทรมลงไปแล้วเท่าไหร่..ความวิบัติฉิบหายที่พวกมันช่วยก่อร่างสร้างกันขึ้นมาตั้งแต่วันนั้นจนบัดนี้..ใกล้จะนำไปสู่วันสิ้นชาติเข้าไปทุกวันสิ้นชาติเมื่อแผ่นดินมันแยกตัวกาลีบ้านกาลีเมือง..ในแต่ละกลุ่มฝ่ายมาจากไหน..หากนำย้อนอดีตของพวกมันกลับไป...พวกเขาทั้งหลาย..ก็ล้วนหลีกลี้หนีภัยการเมืองมาจากแผ่นดินตอนบน..บรรพบุรุษของเหล่ามันล่มจม เมื่อประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกหาจนได้..อำนาจมาสู่มวลชนวันนี้ลูกหลานของกาลีบ้านกาลีเมืองพวกนั้น..กำลังทำร้ายทำลายแผ่นดินที่พ่อของมันเข้ามาพึ่งพาอาศัย..ความเป็นชาติที่ต่อเนื่องยาวนานมาเกือบพันปี..ของเผ่าพันธุ์ไทย..กำลังวิบัติถล่มทำลายเพราะไอ้พวกไร้แผ่นดินในอดีตถึงเวลาแล้วหรือยัง..ที่ พวกเราที่เป็นคนไทยด้วยกัน ในวันนี้..จะลุกฮือขึ้นมาบดขยี้กาลีบ้านกาลีเมือง..ที่เสพสมอยู่กับอำนาจและใช้อำนาจสะสมเงินบาท..กลายเป็นเศรษฐีพันล้านหมื่นล้าน..ถึงเวลาแล้ว..ที่การทำสงครามกับความยากจนนั้น..เหล่าคนจนจะต้อง..ต่อสู้ด้วยตัวเอง..ถึงเวลาแล้ว..ที่ผู้ไร้อำนาจจะต้องประสิทธิ์ประสาทอำนาจของพวกเขาขึ้นมาแล้วจับพวกมันลอยเรือออกไป..อย่างที่มันลอยเรือเข้ามา ■

คำตอบจากคำถาม ทำไมคนรักทักษิณ?

ที่มา บางกอกทูเดย์

ยาวนานมากๆ สำหรับเสียงเพรียกหา “พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทยนับตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 เกิดการปฏิวัติ “รัฐบาลทักษิณหมดอำนาจทางการเมือง” กระทั่ง 19 กันยายน 2552 นี้ ก็จะครบ3 ปี ถ้าคิดเป็นวันจะเท่ากับ 1,095 วัน..แต่ “เสี่ยแม้ว” ก็ยังได้รับความนิยมจากแฟนพันธุ์แท้ ที่ยังดัมพ์กำลังใจ กันสุดฤทธิ์ หวังให้กลับเมืองไทยมาดำรงตำแหน่ง“นายกรัฐมนตรี” อีกครั้งด้วยเหตุนี้ บางกอกทูเดย์ เลยทดลองพิมพ์ข้อความ “รักทักษิณ”ผ่านเว็บไซต์กูเกิล (www.google.com) ก็พบว่า “รักทักษิณ” มีทั้งสิ้น 3,660,000 รายการหลังจากนั้นจึง “คลิก” เข้าไปหาข้อความต่อเนื่องจากคำว่า“คนรักทักษิณ” ซึ่งพบว่า มันเยอะมาก..เราจึงจัดการรวบรวมโดยตั้งประเด็นว่า “ทำไมถึงรักทักษิณ” มานำเสนอ..ไปติดตามกันได้เลย..ผมชอบความเก่งของคุณทักษิณครับและการที่เป็นคนบ้างานชอบทำงานจึงทำให้หยิบจับอะไรก็เจริญรุ่งเรือง

จากคุณ : รักสาวเสื้อ แดงชอบที่ท่านเป็นคนกล้า ยาเสพติดผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ไม่มีใครกล้าที่จะปราบปรามอย่างจริงจัง จำได้ว่าก่อนที่ท่านจะปราบปรามนั่งฟังข่าวว่ายาเสพติดเข้าไปสู่โรงเรียนประถมแล้ว ก็เป็นห่วงลูกอยู่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ท่านทำให้ผมเชื่อว่ามีคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้อิทธิพลมืด แต่ถึงวันนี้ถ้าคนที่กล้าหาญที่จะต่อสู้กับความชั่วร้ายต้องได้รับผลลัพธ์อย่างนี้ ต่อไปก็คงไม่มีคนกล้าแล้ว

จากคุณ : mr_angleแค่ให้โอกาสรากหญ้าสามารถทำมาหากินได้โดยไม่จนตรอก มีทางออกให้เสมอ แค่นี้มันก็สร้างยอดต่อเนื่องไปทั้งระบบของประเทศได้แล้วจากคุณ : ความเชื่อเฉพาะบุคคลลูกชายผมไม่ตายก็เพราะ 30 บาทนี่แหละครับ และผมก็ไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบก็ 30 บาทอีกล่ะครับ

จากคุณ : ณ กาญจน์ชอบที่คิดทำนอกกรอบ ชอบที่ทำมากกว่าพูด ไม่เหมือนนักการเมืองบางพรรค

จากคุณ : เพชรบุรี1. จัดระเบียบสังคม สถานบริการ 2. จัดระเบียบจราจร-หักคะแนนยกเลิกใบอนุญาตตลอดชีพ 3. จัดระเบียบมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4. ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มาเฟีย 5. สงครามยาเสพติด 6. ยกเลิกหนี้ IMF 7. พักชำระหนี้เกษตรกร 8. จัดระเบียบเกมออนไลน์ จากคุณ : พลังจิตโดนใจมากกับนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลกับยาบ้าพ่อค้ายาซอยใกล้ๆ บ้านโดนรวบเรียบ แต่ตอนนี้เริ่มระบาดอีกแล้ว...

จากคุณ : Kaotulทำให้คนจนมีความหวังในชีวิต มีโอกาสจะมีบ้านอยู่ (บ้านเอื้ออาทร)มีเงินรักษาโรคเมื่อเจ็บป่วย (30 บาท) มีหนทางประกอบอาชีพสุจริตให้ร่ำรวย (Otop, sme) มีอนาคตในการศึกษา (1 ทุน 1 อำเภอ) มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย (ปราบยาเสพติด) แค่เท่านี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ลืมแล้วเพราะเขาทำได้จริง ไม่ใช่ขายฝัน

จากคุณ : แม่นกเอี้ยงหลังจากหากินยากขึ้นก็รักมากขึ้นครับ ถ้าอภิสิทธิ์ทำให้ผมหากินได้มากขึ้น ผมก็จะรักครับ แต่ตอนนี้มันหนังคนละม้วน ที่ท่านมาร์คพูดไม่เห็นจะทำได้เลย ดูจากนโยบาย 99 วันทำได้จริงก็ได้ครับ บอกจะลดภาษีน้ำมัน ตอนนี้เก็บเพิ่มเอาเพิ่มเอาแล้วบอกว่าน้ำมันถูก ตอนนี้เงินเดือนผมถูกกว่าน้ำมันท่านอีกครับ จากเว็บบอร์ดนิวส์สนุกดอทคอมทั้งหมดเป็น “ข้อความ” บางส่วน ที่ “หยิบ” ขึ้นมานำเสนอ..เพราะ บางกอกทูเดย์ เห็นว่า “เสียงเรียกหา” อดีตนายกฯที่ยาวนานถึง 1,040 วัน ทำไม “ดังขึ้น” และเราเห็นว่าสมควรอย่างยิ่งที่ต้องมี “คำตอบ” ให้กับ “ความสงสัย” ที่มีหลายสมองคิดขึ้น“ข้อความ” ที่เราคัดมาเพียงไม่กี่ตัวอย่าง เพราะบังเอิญไปได้ภาพ “ทักษิณอินเลิฟกับประชาชน” มาหลากหลาย...จึงขอหยิบยกมานำเสนอให้ “สมาชิกคนเสื้อแดง” หายคิดถึง..สำหรับสมาชิกคนเสื้อเหลืองอย่าเพิ่งติฉินนินทาหรือด่าไฟแล่บเพราะภาพนายกฯ อภิสิทธิ์อินเลิฟกับประชาชนมันยัง “น้อย”..ไว้โอกาสหน้าหากรวบรวมได้หลายภาพ รับรองว่าจะนำมาฝากเพราะบางกอกทูเดย์ ไม่ “สองมาตรฐาน” จ้า... ■

จะปลดแล้วก็ปอด! ‘ป๊อด’ ก็เลยอยู่ต่อ?

ที่มา บางกอกทูเดย์

ปกติคนส่วนใหญ่ หากจะตัดสินใจผิดๆ เลือกหนทาง“ฆ่าตัวตาย” ก็ต่อเมื่ออยู่ในสภาพที่แร้นแค้นแสนสาหัสจนคิดว่าเมื่อหาทางออกอื่นใดไม่เจออีกแล้ว ก็จะเลือกตัดช่องน้อยแต่พอตัวฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไป!!ซึ่งในศาสนาพุทธจะไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับกับเรื่องการฆ่าตัวตาย โดยชี้ให้เห็นว่าการฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของปัญหา แม้ฆ่าตัวตายไปแล้วปัญหาก็ยังคงอยู่ศาสนาพุทธจึงให้ถือว่าการฆ่าตัวตายเป็น อนันตริยกรรมใครขืนทำจะไม่ได้ผุดได้เกิดชั่วกัปชั่วกัลป์กว่าจะพ้นกรรมดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลอย่างที่สุดสำหรับคนที่กำลังประสบความสำเร็จ สำหรับคนที่กำลังยืนอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต จะเลือก “ฆ่าตัวตาย” ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่สำหรับแวดวงการเมืองไทยแล้ว อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น? ฉะนั้น การที่จู่ๆ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะมีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงและใกล้ชิดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดกับการ “ฆ่าตัวตายทางการเมือง”จึงเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดคำถามอย่างมากมายว่า“นายอภิสิทธิ์คิดอะไรอยู่???”เพราะเริ่มจากเรื่องคดียิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ กลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนเจนจัดทางการเมืองอย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ซึ่งถือเป็นหน้าที่โดยตรงที่จะต้องดูแลอยู่แล้ว เป็นคนรับเผือกร้อนเรื่องนี้ไปแต่นายอภิสิทธิ์ไม่รู้ไปกินดีหมีหัวใจเสือ หรือได้ข้อมูล ที่เชื่อมั่นอะไรมากมายว่า การลงมาเล่นเกมนี้ด้วยตนเอง จะนำมาซึ่งชัยชนะเบ็ดเสร็จทางการเมือง จึงแอ่นอกหราออกมารับลูกของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ที่เป็นผู้คุมคดีโดยตรง รวมทั้งยังรับลูกจากการเร่งจี้ ของนายสนธิด้วย จนทำให้กระทบกระทั่งกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และลุกลามบานปลายไปมากกว่าที่คิด เพราะแม้แต่ นายสุเทพเอง ทั้งๆ ที่เป็นผู้จัดการในการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังพลอยมีร่องรอยของความไม่ลงรอยเกิดขึ้นในเรื่องนี้และแน่นอนว่า คนในตระกูล วงษ์สุวรรณ โดยเฉพาะ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ชายแท้ๆ ของพล.ต.อ.พัชรวาท แสดงอาการ “รับไม่ได้” และพร้อมที่จะเปิดศึก

ซึ่งถือเป็นแรงกดดันที่สำคัญ เพราะข้างหลังของบิ๊กป้อมนั้นยังมีเงาของอีกหลายบิ๊กเรียงรายจับมือกันอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกจับตาว่าเป็น กลุ่มอำนาจใหม่ ซึ่งมองกันว่าน่าจะมี บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รวมอยู่ในกลุ่มด้วยแรงไม่แรง ก็เล่นเอานายอภิสิทธิ์ถึงกับเครียด!! ต้องล้มการแถลงข่าวที่จะมีนายสนธิเข้าฟังด้วย เพราะแม้แต่นายสุเทพยังยอมรับไม่ได้และลากิจไปพักร้อนเอาดื้อๆและกลายเป็นพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมาพาลเอากับสื่อมวลชนเมื่อถูกตั้งคำถามตามกระแสว่า ตกลงจะเปลี่ยนตัว ผบ.ตร.จริงหรือไม่ และทำไมจึงพูดไม่ตรงกันในเรื่องการลาไปต่างประเทศของ พล.ต.อ.พัชรวาท รวมทั้งจะตั้งใครรักษาราชการแทนระหว่างที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่อยู่???ซึ่งเรื่องนี้จริงๆ แล้วหากนายอภิสิทธิ์ไม่เครียดจนอารมณ์กระเจิดกระเจิง ก็ย่อมจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ที่สื่อมวลชนตั้งคำถามนั้นเป็นการทำหน้าที่จริงๆ เพราะช่วงนั้นกระแสข่าวเรื่องการปลด พล.ต.อ.พัชรวาท มีออกมารายวันแล้วสื่อจะไม่ถามได้อย่างไร??แต่กลายเป็นว่านายอภิสิทธิ์กลับออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด จากคำตอบเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ถูกถามว่า ผบ.ตร.พูดไม่ตรงกับนายกฯ โดยบอกว่าไม่เคยขอลาพักร้อน“ไม่มีเรื่องที่ไม่ตรงกัน อย่าไปทำให้มันมีปัญหา ผมกับผบ.ตร. คุยกันแล้ว เข้าใจกันดีแล้ว รู้ว่าจะต้องทำอะไรอย่างไร อย่าไปหยิบเอามุมตรงนั้นตรงนี้นิดๆ หน่อยๆ ว่าคำพูดตรงกันไม่ตรงกัน ไม่มีหรอก เข้าใจกันดีทุกอย่างผมคุยกับ ผบ.ตร. ตลอด”เมื่อถูกถามย้ำว่า ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์หนักแน่นว่า ในวันที่3 ส.ค. จะยังมาทำงานตามปกติ ไม่ลาไปไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ว่า“ผมก็บอกว่าสัปดาห์หน้า ผมบอกวันจันทร์หรือครับ??ผมไม่ได้บอกว่าวันจันทร์นี่ครับ” เมื่อผู้สื่อข่าวแย้งว่าแต่วันจันทร์ก็เป็นต้นสัปดาห์หน้า นายอภิสิทธิ์กล่าวตอบโต้ทันควันว่า“ผมไม่เคยบอกว่าต้นสัปดาห์ ผมบอกแต่สัปดาห์หน้า

อย่าไปหยิบหรือพยายามให้มันมีปัญหาสิครับ พูดกันรู้เรื่องแล้วไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่อาจจะมีบางคนไม่อยากให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง”และเมื่อถูกถามว่า สรุปแล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท จะอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณอายุราชการใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์อึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบว่า“ก็เวลานี้ไม่มีประเด็นอะไรที่จะไปพูดเรื่องนั้นอีกอย่าพยายามไปสร้างประเด็นขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เป็นปัญหาความขัดแย้งอะไรทั้งสิ้นบ้านเมืองจะได้เดินไปข้างหน้า ยังมีเรื่องอีกเยอะที่สังคมควรให้ความสำคัญในขณะนี้ อย่ามาเสียเวลากับเรื่องอย่างนี้เลยครับเพราะมันเป็นเรื่องของการเมืองไปแล้ว”และก็ดูท่าว่าจะเป็นเรื่องการเมืองจริงๆ เพราะหลังจากนั้นก็มีการถูกเปิดประเด็นขึ้นมาว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีปมเงื่อนจากการที่นายกรัฐมนตรีและคนใกล้ชิดเข้าไปล้วงลูกจัดโผโยกย้ายตำรวจ ทั้งระดับนายพลและโผตำรวจทั่วประเทศมีความต้องการจัดสรรในสัดส่วน 70-30กลายเป็นประเด็นโผตำรวจพ่นพิษในทันทีเพราะในความจริง แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปแทรกแซง กดดัน โผตำรวจที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตำรวจ (ก.ตร.) แล้วยิ่งเมื่อ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุว่า ได้แนะนำนายอภิสิทธิ์ไปแล้วครั้งหนึ่งว่าให้ศึกษาตัวบทกฎหมายให้ดีเพราะนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการบริหารงานตำรวจ มีสิทธิเสนอชื่อตำรวจได้ตำแหน่งเดียว คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเท่านั้น ในฐานะประธาน ก.ต.ช. และประธาน ก.ตร.แต่ในการแต่งตั้งโยกย้ายที่ต่ำกว่ารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมา เสนอชื่อโดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

เป็นไปตามกฎหมาย“นายกรัฐมนตรีที่สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศอังกฤษย่อมต้องตระหนักดีว่า หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นภาระของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ที่มองพฤติกรรมของตำรวจแต่ละนายว่าสมควรได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใด ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายการเมืองที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจจะเข้าไปก้าวก่ายล้วงลูกย่อมเกิดผลกระทบที่เสียหายกับองค์กรตำรวจ และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย”“ฉะนั้น นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่อย่างเดียว คือ การตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ให้เหมาะสม ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีอย่าได้พยายามให้ใครผู้อื่น ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดและแวดล้อมนายกฯเข้ามาชี้นำตำรวจ” อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันสำหรับการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพล 152 ตำแหน่งพล.ต.อ.อชิรวิทย์ บอกว่า อยากลองให้นายกรัฐมนตรีลงมาล้วงลูกยกเลิกคำสั่ง แล้วจะรู้ว่าผลเป็นอย่างไร??คนที่จะหน้าแตกที่สุด คือ คนที่ทำให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีในการประชุม ก.ตร. นายสุเทพนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ก.ตร.การยกเลิกคำสั่งนายพล 152 ตำแหน่ง เท่ากับว่าได้มอบหมายนายสุเทพให้ทำไปเท่านั้น แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไว้วางใจถ้าเป็นอย่างนั้น นายสุเทพต้องพิจารณาตัวเองที่สำคัญ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ต้องถามว่า

นายอภิสิทธิ์ขณะนี้มี ทีมทำงานฝ่ายกฎหมาย หรือไม่เพราะกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำผิดถึงกับทำความเสียหายกับทางราชการ และจริงๆ ก็มีอายุราชการเหลือไม่เกิน 59 วัน จะพ้นจากหน้าที่ จึงไม่มีเหตุผลประการใดเลยที่ต้องมาทำให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ต้องพ้นจากตำแหน่ง“การหักด้ามพร้าด้วยเข่า ที่คิดออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.พัชรวาทไปช่วยราชการตามกฎหมาย ระเบียบการปกครองแผ่นดินหากศาลปกครองสั่งสวนคำสั่งนายกฯ ให้ ผบ.ตร. กลับมาปฏิบัติหน้าที่ นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ ซึ่งในอดีตเคยมีมาแล้ว เพราะศาลปกครองจะให้ความคุ้มครองข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มที่”พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ให้ความเห็นอย่างมั่นใจแต่งานนี้นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เจอเพียงแค่ขั้นกรุณาสั่งสอนจากผู้ใหญ่ที่รู้จริงเท่านั้น หากยังเจอศึกหนักจาก ส.ว.สรรหาจอมสอย นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ได้ส่งหนังสือร้องเรียนผ่านทางไปรษณีย์ ขอให้ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการกระทำของนายอภิสิทธิ์ ที่มีพฤติกรรมในลักษณะเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอาจเป็นการกระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ประกอบมาตรา 266(1)อันจะมีผลทำให้สมาชิกภาพของความเป็นนายกรัฐมนตรีอาจต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 106(6) หรือมาตรา 119(5) ได้เล่นเอาดิ้นพล่านกันไปทั้งรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์โดยที่มี นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค

ประชาธิปัตย์ มาทำหน้าที่องครักษ์และนายกองร้องด่าท้าทายกราดดะไปหมด เพื่อปกป้องนายอภิสิทธิ์“นายเรืองไกรมีสิทธิยื่นเรื่องให้ กกต. สอบ แต่อยากให้มีความรอบคอบ เกรงจะเป็นเรื่องรก กกต. ทำให้เสียเวลาแต่หาก กกต. รับไว้พิจารณา นายกฯ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเข้าชี้แจงอยู่แล้ว” นายเทพไท กล่าวตามด้วยนายสุเทพที่ยังซื้อกันไม่ได้ ขายกันไม่ขาดต้องออกมายืนยันอีกคนว่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีหากนายกรัฐมนตรีสั่งการอะไรก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ขอยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าไปล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะที่นายอภิสิทธิ์ก็ออกมายืนยันซ้ำว่า เรื่องต่างๆได้มีการหารือกับนายสุเทพก่อนแล้ว และนายสุเทพบอกว่าทำได้ ไม่ผิดกฎหมายแต่ไม่ว่าอย่างไร ทางพรรคเพื่อไทยก็เดินหน้าเตรียมยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี ฐานล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจแน่ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับนายอภิสิทธิ์รอบนี้ แม้แต่ นายบรรหารศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยยังต้องออกโรงช่วยเตือนสติว่า“ต้องทำอะไรให้รอบคอบมากกว่านี้ คนข้างๆ สำคัญเชื่อมากก็ไม่ดี”ก็ไม่รู้ว่านายอภิสิทธิ์จะได้คิดบ้างหรือไม่???หรืออาจยังสนุกกับการเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายทางการเมืองอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นได้!!!ระวัง สุดท้ายอาจจะตายน้ำตื้นเอาง่ายๆ ถ้ายังฟังคนรอบข้างโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้หรือไม่มีประสบการณ์แบบนี้แต่ที่แน่ๆ ศึกปลด ผบ.ตร.เที่ยวนี้ “บิ๊กป๊อด” อยู่ได้...เพราะสุดท้ายมาร์คจะปอด!!แต่มาร์คจะอยู่ได้หรือไม่???...นี่สิน่าคิด!! ■

ระทึก

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




กลุ่มคนเสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ โชว์พลังอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ท้องสนามหลวง มีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 3 หมื่นคน

เพื่อรวบรวม และโชว์รายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อถวายฎีกา ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

รุ่งเช้าวันที่ 1 ส.ค. เวลา 04.35 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ประกาศบนเวทีก่อนจะสลายตัวว่ามีผู้ร่วมลงชื่อจำนวน 5,429,143 คน

ก่อนหน้านี้ มีหลายฝ่ายออกมาท้วงติงว่าการรวบรวมล่าชื่อประชาชน เพื่อถวายฎีกาช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่บังควร

ทหารก็ไม่สบายใจ อธิการบดี 26 สถาบันก็คัดค้าน

มีการเสวนาของอาจารย์นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับการถวายฎีกาที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาในทำนองไม่เห็นด้วย

แต่แกนนำนปช.ก็ย้อนทันทีว่าทีนักวิชาการ กลุ่มพันธมิตร ยื่นถวายฎีกาขอนายกฯ ตามมาตรา 7 ทำไมทำได้

พร้อมกับยืนยันว่าการเข้าชื่อถวายฎีกา เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

กระบวนการล่าชื่อประชาชนจึงดำเนินต่อไป

เมื่อเห็นท่าว่าจะหยุดยั้งไม่ได้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม จึงออกชี้แจงทางทีวีถึงขั้นตอนการถวายฎีกาโดยอ้างระเบียบราชทัณฑ์ว่าผู้ที่จะถวายฎีกาจะต้องรับโทษก่อน

และผู้จะยื่นถวายฎีกาได้จะต้องเป็นญาติหรือลูกเมียเท่านั้น

ต่อมา ก็มีการออกชี้แจง และห้ามปรามประชาชนว่าการลงชื่อถวายฎีกา อาจขัดต่อกฎหมาย ละเมิดพระราชอำนาจ

กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งถึงผู้ว่าฯ นายอำเภอ อบจ. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายมหาดไทย ให้ตั้งโต๊ะรับถอนชื่อถวายฎีกาอีกทาง

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกทีวีประกาศเสียงเข้มว่าจะดำเนินคดีกับแกนนำในข้อหาหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าการถวายฎีกาสามารถช่วยพ.ต.ท.ทักษิณได้

พร้อมกับตรวจสอบรายชื่อประชาชนทั้งหมดว่าถูกหลอกลวงหรือไม่

การที่นายกฯ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการเติมเชื้อไฟหรือไม่

เพราะนายวีระ มุสิกพงศ์ ออกมาตอบโต้ทันทีว่า นายอภิสิทธิ์ อย่าท้าทายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของประชาชน

สำหรับท่าทีของนายชวน หลีกภัย แม้จะมองการล่าชื่อถวายฎีกาดังกล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

แต่ก็ยังแทงกั๊กว่าต้องดูเนื้อหาสาระว่าฎีกาที่จะยื่นนั้น จะเขียนว่าอย่างไร

อย่างไรก็ตาม แกนนำนปช.สรุปแล้วว่าจะนำรายชื่อทั้งหมด ขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ โดยจะจัดขบวนมีพานรองรับขนาดใหญ่ เพื่อนำไปยื่นกับสำนักราชเลขาธิการ

เวลาอีก 10 วันต่อจากนี้ จึงเป็นช่วงความระทึกจริงๆ

ไม่ว่ารัฐบาลหรือกลุ่มคนเสื้อแดง

เฉลยคำตอบสุดท้าย

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_24261

อภิสิทธิ์ - ศิริโชค

เริ่มต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา

ที่สุดก็เฉลยคำตอบสุดท้ายกันแล้ว

จากโจทย์ที่ลากวนไปที่รายการเคลียร์ "ตอ" คดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ นัวเนียๆอ้างเป็นเหตุล้มโต๊ะ "บิ๊กป๊อด" พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

จุดชนวนหัวเชื้อเขี่ยไฟ

พอถึงจุด "ไคลแมกซ์" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เล่นเกม "ปลดเงียบ" กำหนดโปรแกรมให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ลาพักยาวไปต่างประเทศ

ยึดโผโยกย้าย 152 นายพลตำรวจ ไว้คอย ผบ.ตร.คนใหม่ดำเนินการ

ก็เลยเจอกับปฏิบัติการย้อนศร ฝ่ายของเครือข่ายบิ๊กตำรวจ "ปล่อยของ" แฉเหตุไล่บี้ พล.ต.อ.พัชรวาท เพราะทีมงานใกล้ตัวนายกฯอภิสิทธิ์แนบนามบัตรพร้อมลายเซ็นยื่นไปพร้อม โพยโยกย้ายนายพลตำรวจ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

โยนไฟใส่ "วอลล์เปเปอร์"

และโดยอาการก้นร้อนฉ่า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทนายกรัฐมนตรี ออกมาโต้ควันโขมง ขู่ฮึ่มๆ หากมีใครอ้างชื่อตนเองว่าเข้าไป แทรกแซงแต่งตั้งโผโยกย้ายจะฟ้องร้องทันที

แล้วก็เบิ้ลกลับด้วยสไตล์นักบลัฟมืออาชีพยี่ห้อประชาธิปัตย์

"ข่าวที่ว่า มีคนสนิทนายกฯ วอลล์เปเปอร์ หรือที่ปรึกษานายกฯ เข้าไปแทรกแซงโผนายพล เป็นการปล่อยข่าวจากผู้เสียผลประโยชน์ คือนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งซึ่งใกล้ชิด พล.ต.อ.พัชรวาท

โดยนายตำรวจดังกล่าวไปรับเงินแลกตำแหน่ง แต่พอโผโยกย้ายถูกนายกฯระงับ มีคนมาทวงเงินคืน นายตำรวจคนดังกล่าวจึงพยายามปล่อยข่าวป้ายสีฝ่ายการเมือง ข้อมูลนี้ แม้แต่นายกฯก็ได้รับการร้องเรียนมาจำนวนมาก จนเป็นสาเหตุหนึ่งของการระงับโผโยกย้าย อย่างไรก็ตาม นายกฯจะรอข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนก่อนจึงจะตั้งกรรมการสอบสวนต่อไป"

ใส่ไฟกลับแบบไม่ยั้ง

แต่ก็เป็นอะไรที่ฟ้องโดยนัยกับรายการ "ตีกัน" ที่นายศิริโชคเผลอแพลมออกมา

ในทางนิตินัยถือว่าโผโยกย้ายนายพลตำรวจ 152 คน สิ้นสภาพไปแล้ว หลังจากที่นายกฯอภิสิทธิ์ได้ออกคำสั่งระงับ เพราะต้องการให้กฎหมายปรับโครงสร้างตำรวจมีผลบังคับใช้ก่อน และนายกฯให้สัมภาษณ์ชัดว่า จะให้ ผบ.ตร.คนใหม่เข้ามาจัดการ จึงถือว่า พล.ต.อ.พัชรวาทไม่มีอำนาจในการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายนายพลอีกต่อไปแล้ว

เนื่องจากเคยมีมติ ครม.ห้าม ผบ.ตร.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายตำแหน่ง หากอายุราชการเหลือไม่ถึง 60 วัน

นี่ยังไงเกมลึก ล็อกโปรแกรมให้ พล.ต.อ.พัชรวาทลาพักยาว "ตีนลอย" ไปจนเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม

"อภิสิทธิ์" ยื้อให้เข้าเหลี่ยมกฎหมาย ยึดโผโยกย้ายนายพลตำรวจมาเคลียร์บัญชีเอง

เด้งแรกกินไปแล้ว 1 ต่อ

อีกเด้งหนึ่งที่หวังจะฟันอีก 1 ต่อ อาศัยฝุ่นควันที่อบอวลไปด้วยปมล้มโต๊ะ ผบ.ตร. ลากโยงไปเอี่ยวกับคดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" ลุ้นไปกับเกมลับ ลวง พราง ล่อกันเองในขุมอำนาจที่อุ้มรัฐบาล "อภิสิทธิ์ชน"

ยึดพื้นที่ข่าว เรตติ้งนำโด่งบนหน้าหนังสือพิมพ์

เบียดข่าวร้อนๆของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังเดินหน้ายื่นรายชื่อถวายฎีกาล้างโทษอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ให้ลดโทนร้อนๆลงไป

ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็กลายเป็นประเด็นข่าวรอง แม้จะมีรายงานผู้ติดเชื้อป่วยตายเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

และอันที่จริงน่าจะสะดุ้งกว่านี้กับประเด็นร้อนๆที่ "ด็อกเตอร์ โกร่ง" นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตขุนคลัง ซาร์เศรษฐกิจที่ออกมาทุบโต๊ะ วิจารณ์มาตรการกู้วิกฤติเศรษฐกิจของรัฐบาลประชาธิปัตย์เดินผิดทิศผิดทาง ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ขณะที่รัฐบาลต้องเลื่อนแถลงผลงาน 6 เดือน โดยอ้างเหตุด่วนชนกับการประชุมนัดสำคัญกับวุฒิสภา แล้วก็มาเกิดคิวที่ ส.ว.ข้องใจนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชิงเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ต่อที่ประชุมวุฒิสภา

ชิงเหลี่ยม หวังช่วงชุลมุน เล่นเกมเร็ว

แต่ประเด็นฉาวๆที่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์อยากให้ลืมๆกันไปกับโครงการชุมชนพอเพียงที่กลายเป็นชุมชนแพงเพียบ

โดนข่าวล้มโต๊ะ ผบ.ตร.กลบเงียบชั่วขณะ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไม่พ้นล้วงลูก

ที่มา ไทยรัฐ

ไปทำมา รัฐบาลนิติรัฐ ของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชักจะมีเรื่องทะแม่งเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ไปเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์โดยมิชอบมากมายก่ายกอง ชุมชนพอเพียง ที่แปลงมาจาก โครงการเอสเอ็มแอล ทั้งฉาวทั้งโฉ่ ถึงนายกฯไปตรวจเยี่ยมโครงการนี้ก็คงจะการันตีอะไรไม่ได้

ที่กำลังฉาวคือกรณีชอบล้วงลูก

ว่ากันว่ากรณีความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเอาเหล่าสีกากีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กลายเป็นว่า เรื่องคดีลอบสังหารสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เป็นแค่น้ำจิ้มไปซะแล้ว

ของจริงอยู่ที่การโยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เป็นที่มาของตำแหน่ง ผบ.ตร.ที่ยังคาราคาซัง เป็นสองแง่สองง่าม ระหว่าง นายกฯอภิสิทธิ์กับรองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะ และเป็นหนามยอกอกรัฐบาลชุดนี้

กระแสความสนใจเบนจากคดีสนธิ เป็นเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งใหญ่ตามโครงสร้างใหม่ ที่จะวิ่งเต้นกันอย่างไรเป็นธรรมดาของแวดวงสีกากี ไม่วิ่งก็ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีเส้นก็ไม่มีอนาคต

แต่งานนี้ว่ากันว่าเป็นการ แย่งชิงสร้างฐานอำนาจทางการเมือง ระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลด้วยกัน และยังมีคนนอกอยากเข้ามา ร่วมแจมด้วยอีกต่างหาก อย่างน้อยก็หวังผลเรื่องคดี

ก็เลยยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อ

ตำแหน่ง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถ้าไม่เดี้ยงก่อนเกษียณก็ต้องตั้งรักษาการแทน โฟกัสไปที่รอง ผบ.ตร.ที่เห็นชัดเจนมีการข้ามลำดับอาวุโสไปอย่างไร้เหตุผล อาวุโสอันดับหนึ่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ไม่ได้รับการพิจารณาด้วยเหตุใดผมว่ากรรมการ ก.ตร.และนายกฯในฐานะประธาน ก.ตร.โดยตำแหน่งก็ต้องอธิบายให้ได้

ผ่านจุดนี้ไปก็มีปัญหาแคนดิเดตรักษาการแทน ผบ.ตร.ที่รัฐบาลกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะตั้งกันมาก มีชื่อ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย แต่ละคนก็จะมีข้อดีข้อเสีย ซึ่งเป็นข้อดีข้อเสียในการที่จะสนองความ ต้องการของนักการเมือง

มากกว่าผลงาน

จะมีม้ามืดมาจากไหน ใครส่งเข้าประกวดก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ไม่เกินปลายเดือนนี้ น่าจะเห็นว่าใครเป็นของจริงของปลอม และค่ายการเมืองซีกไหนจะเป็นฝ่ายมีชัย

แต่ที่เป็นข้อปรากฏอยู่ในสังคมชัดเจนคือ การเมืองเข้าไปล้วงลูก ทำเอาระเบียบการแต่งตั้งโยกย้ายปั่นป่วนไปหมด ผมยังยืนยันความคิดเดิม ให้ข้าราชการรู้จักปลดแอก อะไรที่ไม่ชอบธรรม

ก็ต้องเรียกร้องความเป็นธรรม

ช่องทางที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมมีเยอะแยะ เอาแค่ตำรวจ 2 แสนคน ลงชื่อแล้วเสนอไปยังรัฐบาลห้ามเข้ามาล้วงลูก ผมเชื่อว่ารัฐบาลคงจะหน้าบางพอ ท้ายนี้อยากจะบอกว่าหยุดทำร้ายประเทศไทยเสียทีเถอะ

2009-07-31 เสื้อแดงฎีกา แห่กลองยาว ฟ้อนรำ ร้องรำทำเพลง ครบทุกคลิป แต่ต้นจนจบ

ที่มา thaifreenews

2009-07-31 เสื้อแดงฎีกา

อ้างถึง
ขบวนแห่ใบฎีกา สลับการร้องรำทำเพลงตั้งแต่เวลา 13:30-18:00

WMV 52.97Mb << style="COLOR: #ff0000">The Red

WMV 72.12Mb << style="COLOR: #cc00cc">นุชพจมาลย์, แป๊ะบางสนาน , รังสีเสรีชัย

WMV 76.16Mb << style="COLOR: #0000ff">กลองยาวแห่ใบฎีกา ฟ้อนรำ
ท่านวีระเป็นโฆษกเองเลยงานนี้ พร้อมกับ แกนนำอีกหลายท่านรำวง รับใบฎีกา


WMV 85.30Mb << style="COLOR: #cc0044">ไพจิตร อักษรณรงค์<, วิสา คัญทัพ , มุกเทธินี , ฟ้อนรำ ร้องเพลงชาติ

หลัง 18:00น.

WMV 14.53Mb MP3 2.25Mb << style="COLOR: #ff0000">ขับเสภากลองยาว

WMV 31.92Mb MP3 4.95Mb << style="COLOR: #990044">อ.มานิต<

WMV 12.04Mb MP3 1.86Mb << style="COLOR: #ff0066">สมชาย ไพบูลย์<

==================================================

WMV 25.19Mb MP3 3.48Mb << style="COLOR: #cc0044">อดิสร เพียงเกษ<

WMV 26.62Mb MP3 4.13Mb << style="COLOR: #ff0000">ดารณี<

WMV 95.47Mb MP3 17.36Mb 101นาที วีระและนายกรัฐมนตรีทักษิณมหาราษฎร์

WMV 16.32Mb MP3 2.53Mb 14.44นาที นักร้องและหมอลำยโสธร

WMV 23.83Mb MP3 3.70Mb 21.31นาที ก่อแก้ว

================================================

WMV 57.52Mb MP3 8.92Mb 51.59นาที จตุพร

WMV 15.84Mb MP3 2.46Mb 14.18นาที วันชนะ เกิดดี (นักร้อง)

WMV 20.18Mb MP3 3.13Mb 18.13นาที อริสมันต์

================================================

WMV 15.23Mb MP3 2.36Mb 13.44นาที หมอเหวง

WMV 8.29Mb MP3 1.28Mb 7.28นาที จรัญ

WMV 15.61Mb MP3 2.42Mb 14.05นาที ดร.วรพล

================================================

WMV 11.20Mb MP3 1.74Mb 10.06นาที นิสิต สินธุไพร

WMV 68.64Mb MP3 12.22Mb 71.10นาที ณัฐวุฒิ

WMV 12.30Mb MP3 1.91Mb 11.06นาที การุณ(เก่ง) โหสกุล

================================================

WMV 20.25Mb MP3 3.14Mb 18.17นาที แรมโบ้อีสาน

WMV 19.06Mb MP3 2.96Mb 17.13นาที ภิญญา

WMV 15.04Mb MP3 2.33Mb 13.35นาที นักศึกษา

================================================

WMV 7.63Mb MP3 1.18Mb 6.52นาที ไม้หนึ่ง

WMV 25.97Mb MP3 4.03Mb 23.27นาที ชินวัตร

WMV 21.17Mb MP3 3.28Mb 19.07นาที พายัพ

==================================================

WMV 26.92Mb MP3 4.73Mb 27นาที เจ๋งดอกจิก

WMV 17.29Mb MP3 2.68Mb 17นาที ชายอิสระชน(ร้องเพลง)

WMV 9.65Mb MP3 1.50Mb 8นาที ขวัญเมืองบึงพระลาน(ร้องเพลง)

WMV 35.18Mb MP3 5.46Mb 33นาที ท่านวีระกล่าวปิดปราศรัย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2009, 01:24:39 am โดย Tuxedo »

ชาวกรุงชนชั้นกลางมีเก๋งขับปวดตับเสียโง่มาร์ค

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ห้องรัชดา พันทิป
5 สิงหาคม 2552

เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์แหลลงตับว่าเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเสกให้น้ำมันถูกลงภายใน 99 วัน ดันกลายเป็นคนละเรื่องกันไปเลย วันนี้โดนอีก80ตังค์ต่อลิตร กลายเป็นเรื่องชาวกรุงชนชั้นกลางกำลังปวดตับอย่างแรง หน็อย!ดันมาแหกตาให้คนฉลาดอย่างพวกเราเสียค่าโง่อื้อซ่า แบบนี้มันรับไม่ได้



ปมสำคัญของชาวกรุงชนชั้นกลางมีรถเก๋งขับ บ้านมีรั้วถือเป็นปมเขื่องของตัวเองก็คือ พวกตัวเป็นคนฉลาดหลักแหลมรู้ทันคน

ภูมิใจว่าตัวเองเจ๋ง ใครหลอกไม่ได้ แถมหมิ่นแคลนรากหญ้าคนบ้านนอกว่าโง่เง่าไม่รู้เท่าทัน เลยโดนทักษิณหลอก

แต่ไปๆมาๆเวลานี้ชนชั้นกลางชาวกรุงมีเก๋งขับที่เคยสมหวังกับการเป็นกองเชียร์มาร์คขึ้นมาเป็นนายกฯก็ต้องถึงคราวตีอกชกหัวตัวเองเข้าให้ว่า แท้ที่จริงพวกเราต่างหากที่โง่กว่าชาวรากหญ้า

เพราะชาวรากหญ้าที่เขาเป็นกองเชียร์ทักษิณนั้นยังจับต้องได้ในสิ่งที่ทักษิณโฆษณานโยบายไว้ ไม่ว่าจะเป็น30บาทรักษาทุกโรค,กองทุนหมู่บ้านละล้าน,โอท็อปฯลฯ แต่คนกรุงเทพที่เป็นกองเชียร์นายมาร์คจับต้องได้แต่พระเอกลิเกหน้านวลลอยหน้าลอยตาไปวันๆ

กว่าจะรู้ทันก็โดนนายมาร์คล้วงกระเป๋าตังค์ไปซะเกลี้ยงในเวลาขับรถไปเติมน้ำมัน ตื่นมาเช้าวันนี้ขึ้นอีกแล้ว80ตังค์ อย่างแก๊สโซฮอลล์91ที่ว่าถูกสุดยังพุ่งทะลุ30บาทต่อลิตรเข้าไปแล้ว


ปัญหาราคาน้ำมันแพง กลายเป็นเรื่องที่ชนชั้นกลางในเมืองกำลังเป็นเดือดเป็นแค้นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในเวลานี้ โดยเฉพาะเพิ่งมารู้เอาว่าโดนรัฐบาลนี้แหกตา

เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์แหลลงตับว่าเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเสกให้น้ำมันถูกลงภายใน 99 วัน ดันกลายเป็นคนละเรื่องกันไปเลย วันนี้โดนอีก80ตังค์ต่อลิตร กลายเป็นเรื่องชาวกรุงชนชั้นกลางกำลังปวดตับอย่างแรง หน็อย!ดันมาแหกตาให้คนฉลาดอย่างพวกเราเสียค่าโง่อื้อซ่า แบบนี้มันรับไม่ได้

เพราะพรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงกับคนในเมืองที่ใช้รถใช้น้ำมันว่าหากเข้ามาเป็นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงได้ภายใน 99 วัน ตอนนี้ผ่านไป 6 เดือน ปรากฏว่ารัฐบาลเป็นต้นเหตุขึ้นน้ำมันแพงหูฉี่ซะเอง

ชนชั้นกลางคนมีรถเก๋งขับเลยเข้าไปตั้งกระทู้ในห้องรัชดา พันทิปในหัวข้อเรื่อง”ตาสว่างเลย น้ำมันแพงเพราะอย่างนี้นี่เอง” และกลายเป็นกระทู้ยอดนิยม คนเข้ามาด่ารัฐบาลจมหู

คนที่ตั้งกระทู้นี้ได้หยิบยกบทความของ”แม่ลูกจันทร์”ในไทยรัฐมานำเสนอดังต่อไปนี้

“ปัญหาจากราคาน้ำมันแพงกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายพุ่งเป้าโจมตีไปที่ ปตท. ข้อหาคือ ปตท.กำหนดราคาขายปลีกน้ำมันสูงเพื่อสร้างผลกำไร การอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ทำให้ ราคาน้ำมันเมืองไทยแพงเกินควร

กลายเป็น ปตท.เป็นต้นเหตุที่ราคาน้ำมันแพง

ในขณะที่นักการเมือง ทั้งรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพลังงานหุบปากเงียบ ไม่ออกมาชี้แจงต้นเหตุที่แท้จริง

ทั้งๆที่ในความเป็นจริง รัฐบาลนั่นแหละคือตัวการที่ทำให้น้ำมันแพง ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันขายปลีกลิตรละ 30 บาท รัฐบาลหักค่าต๋งไปเนื้อๆเนตๆ 15 บาทโดยประมาณ

เพราะน้ำมันหนึ่งลิตร ต้องบวกภาษีสรรพสามิต 7 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 เปอร์เซ็นต์ บวกภาษีเทศบาล 70 สตางค์ หักเข้ากองทุนน้ำมัน 6 บาท หักเข้ากองทุนพัฒนาพลังงานอีก 1 บาท

แถมขายปลีกหน้าปั๊มยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำอีก 7 เปอร์เซ็นต์!!

รวมเบ็ดเสร็จ น้ำมันทุกลิตรเป็นต้นทุนจริง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นรายได้รัฐบาลอีก 50 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งราคาน้ำมันแพงเท่าไหร่ รายได้ของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นไปด้วยในสัดส่วนเท่ากัน

พูดชัดๆคือ น้ำมันลิตรละ 30 บาท เป็นราคาน้ำมันจริงๆลิตรละ 15 บาท อีก 15 บาท เป็นค่าต๋งไหลเข้ากระเป๋ารัฐบาล

หรือพูดให้ชัดยิ่งขึ้นอีกคือ ราคาน้ำมันดิบ บวกค่าขนส่ง บวกค่ากลั่น บวกค่าการตลาด รวมเบ็ดเสร็จลิตรละ 15 บาทเท่านั้นเอง

ก็เพราะยังงี้ไง ราคาน้ำมันขายปลีกเมืองไทยถึงต้องแพงกว่าสิงคโปร์ ทำให้คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงเกินจริงไปถึงเท่าตัว

นี่คือความจริงนอกจอที่นักการเมืองไม่ยอมบอกประชาชน

แต่ที่แสบริดสีดวงยิ่งกว่าคือ พรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศไว้ในแผน 99 วัน ทำได้จริง ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันที

และจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงเห็นผลทันตา

นอกจากไม่ทำตามสัญญา ยังขึ้นภาษีน้ำมันซะจั๋งหนับบุเรงนอง”


..............

พอมีคนนำเอามาแฉดังนี้ คนขับรถเก๋งที่เข้ามาเล่นอินเตอร์เน็ตในเวบไซต์ยอดนิยมพันทิป ก็เลยพากันรุมด่ารัฐบาลหูแฉะ ท่านใดอยากแจมก็เชิญที่กระทู้นี้http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8158342/V8158342.html

ที่หนักไปกว่านั้นคือมีการตั้งกระทู้ด่ารัฐบาลอีกอันในห้องรัชดา เวบพันทิป ซึ่งถือว่าเป็นเสมือนกับชุมชนของชนชั้นกลางที่มีรถเก๋งขับ เป็นตัวแทนของคนในเมือง หรือชาวกรุงที่ตั้งหัวข้อกระทู้เรื่อง”รัฐบาล..ตอนน้ำมันดิบโลกลง10ดอลลาร์ มันลดค้าปลีก40ตังค์ พอน้ำมันดิบโลกขึ้น5ดอลลาร์ มันขึ้น80ส.ต.”(ดูกระทู้ที่ http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V8123272/V8123272.html)

เนื้อหาของกระทู้บอกว่า

“เป็นไงล่ะ รัฐบาลเทพประทาน ใครจะมาแถว่าให้ดู ตลาดโน้น ตลาดนี้ ก็เข้ามาเลยครับ รัฐบาลถังแตก มาขูดรีด กับ ภาษีสรรพสามิต เลือกตั้งครั้งหน้า ยังจะเลือกพวกมันอีกไหม?”


คำตอบก็อย่างที่พอเดากันได้ คือมีการด่าประณามรัฐบาลอภิสิทธิ์กันเต็มที่ และหัวข้อใหญ่ที่ชาวกรุงคนขี่เก๋งทนไม่ได้ก็คือเรื่องที่ถูกพรรคประชาธิปัตย์แหกตาว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะทำให้น้ำมันถูกลงภายใน 99 วัน โดยการยกเลิกส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าเวลานี้โพลล์ไหนสำรวจคนกรุงว่าคะแนนนิยมต่อรัฐบาลเป็นอย่างไร ผลก็ออกมาว่าสอบตกกันทุกที

ขืนยังให้รัฐบาลอภิสิทธิ์สอบผ่านก็เสียชื่อชาวกรุง คนขี่เก๋งกันหมดพอดี แต่ก่อนชอบพูดนักว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมรู้ทันทักษิณ มีแต่พวกบ้านนอกโดนทักษิณหลอก แต่คนกรุงฉลาดเลยเลือกประชาธิปัตย์...

ครับ คนเราพลาดกันได้ เสียรู้นายอภิสิทธิ์กับพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาถือว่าเพราะ”รู้ไม่ทันมาร์ค” แต่หากรู้ทันแล้วยังไปเลือกมาเป็นรัฐบาล หรือถือหางกันต่อไป

คนไทยเขาเรียกว่า “โง่”นะครับท่านชนชั้นกลางชาวกรุงขี่เก๋งทั้งหลาย อันนี้รากหญ้าคนบ้านนอก เขาฝากบอกมา