WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 19, 2009

‘มาร์ค’ เชือด ‘ป๊อด’ ฤๅมุ่งหัก ‘ป้อม-ป๊อก’?

ที่มา บางกอกทูเดย์

เพราะท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่เดินหน้ารุกไล่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่สนใจกระแสสังคม ไม่สนใจเสียงสะท้อนวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้นไม่มีแม้แต่กระทั่งอาการสะท้านสะเทือนต่อปฏิกิริยาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายทหารใหญ่ของกองทัพหลายๆ คน ที่คำรามฮึ่มฮั่มให้เห็นอย่างชัดเจน แบบไม่มีการเก็บอาการหรือกระมิดกระเมี้ยนใดๆทั้งสิ้น...ชัดเจนว่าไม่พอใจแต่สุดท้ายแรงกดดันต่างๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรคนที่ชื่อ“อภิสิทธิ์” ได้และรวมไปถึงการไม่สนใจธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องของการแต่งตั้งรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ซึ่งกรณีที่พล.ต.อ.พัชรวาท เดินทางไปจีนแล้วมีการตั้งรักษาราชการแทนนั้นครั้งนั้นสังคมยังไม่ผิดสังเกตมากแค่ถามถึงความเหมาะสมของการเลือกคนที่จะรักษาราชการแทนเป็น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่อาวุโสสูงสุดซ้ำยังมีประเด็นที่สังคมสงสัยในเรื่องการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนพระราชวังด้วยรวมทั้งอาจจะมีกรณีทวงถามหาความยุติธรรมและความเหมาะสมจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์รอง ผบ.ตร.แต่จะเห็นว่านายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน ยืนยันในอำนาจหน้าที่แห่งการเป็นนายกรัฐมนตรีว่าสามารถทำได้ยิ่งกรณีการตั้งรักษาราชการแทน ทั้งๆ ที่เดินทางไปราชการแค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องการแต่งตั้งรักษาราชการแทนในลักษณะที่อยู่ในประเทศนั้นไม่เคยปรากฏหลักฐานมาก่อนเพราะปัจจุบันการติดต่อสื่อสารหรือแม้แต่การเดินทางภายในประเทศ ระยะทางแค่กรุงเทพฯ-สงขลา หาดใหญ่เครื่องบินใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น หากมีความจำเป็นเร่งด่วนจะบินไปบินกลับวันละ 2-3 เที่ยวก็ยังไหวดังนั้น กรณีการตั้งรักษาราชการแทนแบบนี้ จึงทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตมากขึ้นกว่าครั้งแรก...เพราะเห็นเจตนาและความจงใจอย่างชัดเจนยิ่งถึงขนาดที่ว่าหลังจากกลับจากราชการ 3 จังหวัดชายแดน

ภาคใต้แล้ว จะให้ไปราชการต่อที่ยุโรป เอากันชนิดที่ว่าแม้จะยังดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.อยู่ ไม่มีการโยกย้าย แขวน หรือปลดแต่ก็จะไม่ให้อยู่ทำหน้าที่ ผบ.ตร.อย่างเด็ดขาดด้วยท่าทีเช่นนี้แหละ ที่ทำให้ บางกอกทูเดย์ ต้องตั้งประเด็นคำถามว่าลงทุนลงแรง “หัก” กันขนาดนี้...อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงกันแน่???จากประเด็นสงสัยที่ถูกสังคมจับตามองเรื่องโผตำรวจเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย เรื่องการซื้อขายตำแหน่งเรื่องการรับสินบนซึ่งแม้ว่าเรื่องนี้จะบานปลาย มีการขยายวงในการกระเพื่อมให้สังคมหันมาจับตามองมากขึ้น โดยการให้ นายศิริโชค โสภาเจ้าของสมญา “วอลล์เปเปอร์” ออกมาเล่นบทแฉให้เรื่องนี้ครึกโครมมากขึ้น มีการส่งเอกสารพยานว่าเป็นหลักฐานเด็ดทั้งๆ ที่หากนายพลคนไหนซื้อขายตำแหน่งและรับสินบนโดยทำเหมือนกับแทงพนันโต๊ะบอล มีการตั้งโต๊ะรับสินบนมีเอกสารกระดาษบันทึกเอาไว้ว่า ซื้อตำแหน่งอะไร ใครซื้อไปในราคาเท่าไหร่ถ้าโง่ทำกันได้ถึงขนาดนั้น ก็สมควรถูกปลดและติดคุกหัวโตแล้วขนาดในยุคโบราณ นักการเมืองเก๋ารายหนึ่งซึ่งเป็นที่โจษขานกันมากในเรื่องของการคิดค่าหัวคิว การชักเปอร์เซ็นต์ ยุคนั้นยังไม่โง่ที่จะทำเป็นเอกสารเลยแต่ใช้วิธีการเขียนใส่ฝ่ามือแทน แล้วก็เขียนเป็นแค่ตัวเลข10 หรือ 20 หรือ 25แค่นั้นเอง คนที่ถูกยื่นมือให้ดูก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไรไม่ต้องอธิบายให้มากความซึ่งหากเป็นสมัยนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันของนายอภิสิทธิ์นี่แหละ ที่พูดกันให้แซ่ดในเวลานี้ก็คงต้องเขียนตัวเลข 35หรือ 40 หรือถ้าบ้าเลือดมากๆ ก็คง 50 เลยนั่นแหละแค่เห็นตัวเลขก็ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

อยู่แล้ว...เหลือแค่ว่าจะสู้หรือไม่สู้เท่านั้นเองและตัวเลขบนฝ่ามือเจอเหงื่อหรือเจอถู เจอล้างก็ไม่เหลือซากจะเอาหลักฐานที่ไหนมาดังนั้น ประเด็นหลักฐานเด็ดของนายศิริโชค วอลล์เปเปอร์ก็คงต้องดูกันว่าสุดท้ายจะเจ๋งจริงสักเพียงใด???แต่ต้องไม่ลืมว่า จริงๆ แล้วข่าวลือหรือข้อครหาเรื่องซื้อขายวิ่งเต้นตำแหน่งหน้าที่ ไม่ใช่แต่เฉพาะวงการสีกากี หากวงการทหารวงการข้าราชการ ก็พูดกันมานานแล้ว ครหากันมานานแล้วคนอย่างนายอภิสิทธิ์ที่กว่าจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้จะไม่รู้เชียวหรือ?เพราะนายอภิสิทธิ์เริ่มต้นชีวิตการเมืองด้วยการเป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงให้กับ นายพิชัย รัตตกุล ในเขตคลองเตยช่วงปิดภาคเรียนที่กลับมาเมืองไทยจากนั้นก็ได้เข้าช่วยงานด้านวิชาการในเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจให้กับ นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นส.ส.กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ.2535ซึ่งขณะนั้นนายอภิสิทธิ์มีอายุเพียงแค่ 27 ปีเท่ากับว่าอย่างน้อยนายอภิสิทธิ์อยู่ในแวดวงการเมืองเต็มตัวมามากกว่า 18 ปีแล้ว ผ่านตำแหน่งหน้าที่ซึ่งมีตำรวจติดตามผ่านการได้เห็นได้รู้ หรือเชื่อว่าบางครั้งแม้แต่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายก็น่าจะมีเพราะปีหนึ่งอย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีโผโยกย้าย 2 ครั้งเสมอคือ โยกย้ายกลางปีกับโยกย้ายปลายปี แล้วแบบนี้เป็นไปได้หรือที่ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์จะไม่รู้เลยว่ามีเรื่องการวิ่งเต้นโยกย้ายเพื่อนสนิทของบิดานายอภิสิทธิ์ คือ หมอเพรา นิวาตวงศ์ก็เป็นคนที่รู้อะไรลึกๆ ในวงการตำรวจเยอะ มีหรือจะไม่เล่าขานตำนานตำรวจต่างๆ นานาให้ได้รับรู้...ที่สำคัญเชื่อแน่ว่านายอภิสิทธิ์ซึ่งมีดีกรีระดับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจากอังกฤษ ซ้ำยังเคยทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่พักหนึ่งน่าจะต้องรู้เช่นเดียวกับที่ชาวบ้านร้านตลาดรู้อย่างแน่นอนด้วยเหตุนี้แหละที่ทำให้น้ำหนักที่ว่า นายอภิสิทธิ์จงใจแตกหักกับพล.ต.อ.พัชรวาท เพียงเพราะขัดใจเรื่องโผโยกย้ายตำรวจนั้นเบาหวิวเกินไป!!!

ถ้าเช่นนั้นอะไรคือเบื้องหลังที่แท้จริง ในการเดินหน้าปลดเงียบผบ.ตร. ของนายอภิสิทธิ์เมื่อย้อนกลับไปดูเบื้องแรกแห่งการขัดแย้งที่ทำให้นายอภิสิทธิ์เปิดเกมเดินหน้าโซ้ย พล.ต.อ.พัชรวาท แบบไม่ยั้งก็คือเรื่องของ คดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุลซึ่งหากยังจำกันได้ นายอภิสิทธิ์มีการออกมาขานรับอย่างเต็มตัวในเรื่องของการสืบสวนที่ไม่คืบหน้า ในเรื่องของการสะดุด “ตอ”สอดรับกับการนำเสนอและเปิดประเด็นอยู่ตลอดเวลาของสื่อในค่ายนายสนธิ ไม่ว่าจะเป็น ทาง ASTV หรือทางสื่อสิ่งพิมพ์ ที่สามารถนำเสนอรายละเอียดสำนวนคดีได้อย่างละเอียดยิบ ราวกับมีสำนวนอยู่ในมือหรือมีการรายงานตรงอยู่ตลอดเวลากระนั้นทั้งๆ ที่ผู้ที่รับผิดชอบดูแลคดีนั้นถูกมอบหมายให้รายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้แต่ ผบ.ตร. เผลอๆ อาจจะยังไม่มีสำนวนละเอียดเท่านี้ก็เป็นได้จะเห็นว่าประเด็นหลักในการนำเสนอของสื่อนายสนธิจะมีการ พุ่งเป้าไปที่ ฉก.90 ว่าเป็นมือปฏิบัติการในคดีนี้ซึ่งในแวดวงกองทัพรู้กันดีอยู่ว่า บุคคลระดับที่จะสั่งการโดยตรงกับ ฉก.90 ได้นั้น อย่างมากก็มีแค่ 1-2 คนเป็นหลักเท่านั้นด้วยเหตุนี้แหละที่ทำให้เมื่อสื่อนายสนธิหรือเมื่อแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ออกมากดดัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาผู้บัญชาการกองทัพบก ว่าไม่ยอมแสดงบทบาทใดๆ เลยนั้นทำให้เกิดภาพจิ๊กซอว์ว่า หรือเรื่องนี้มีการพุ่งเป้าไปที่พล.อ.อนุพงษ์ ด้วย???เพราะแน่นอน ผบ.ทบ. ก็คือคนหนึ่งที่สามารถจะสั่งการกับฉก.90 ได้ด้วยเช่นกันยิ่งมีการเปิดประเด็นผ่านสื่อนายสนธิว่า หลังลงมือแล้วทีมปฏิบัติการได้มีการโทรศัพท์ไปหา คนสำคัญในกองทัพที่เป็นระดับสูงหรือใกล้เคียงกับคนที่ว่า สั่งการ ฉก.90ได้ด้วยอีก ยิ่งเป็นการพุ่งประเด็นใส่อย่างชัดเจนแน่นอนว่า หากแนวทางการสืบสวนที่แท้จริง รายละเอียดต่างๆเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่สื่อของกลุ่ม ASTV นำเสนอ

บุคคลที่จะกระทบกระเทือนและอาจจะสูญเสียสถานภาพตลอดจนภาพลักษณ์มากที่สุดก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.นั่นเองเพราะทั้งคู่ คือ ผู้ที่ต้องดูแลรับผิดชอบบังคับบัญชากองทัพโดยตรงถ้าเป้าหมายเป็นเช่นนั้นจริงๆ เรื่องนี้ก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไม พล.ต.อ.พัชรวาท จึงถูกมองว่า ไม่สามารถให้นั่งอยู่ในตำแหน่ง ระหว่างที่ผลักดันการสอบสวนคดีอย่างเร่งรีบได้เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บิ๊กป๊อดก็คือน้องชายร่วมสายเลือดของบิ๊กป้อมฝ่ายที่ตั้งประเด็นย่อมต้องสะกิดให้นายอภิสิทธิ์เห็นว่า การที่พล.ต.อ.พัชรวาท นั่งอยู่ การที่จะให้คดีพุ่งไปถึงเป้าที่ต้องการได้นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ว่าอย่างไร “เลือดก็ย่อมต้องข้นกว่าน้ำ”เสมอหรือนี่คือแรงกดดันที่แท้จริงที่ทำให้นายอภิสิทธิ์จำเป็นต้องเล่นเกมชน พล.ต.อ.พัชรวาท แม้ว่าจะต้องหักกับ พล.อ.ประวิตรแม้ว่าจะต้องขัดใจอย่างหนักกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณซึ่งนายอภิสิทธิ์เองมอบหมายให้นายสุเทพเป็นคนดูแลตำรวจมาตั้งแต่เริ่มเป็นรัฐบาลนั่นแปลว่าจริงๆ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้คิดที่จะมาดูแลตำรวจโดยตรงมาตั้งแต่แรกเลยสักนิดแต่ที่ต้องมายุ่งตรงนี้ ก็เป็นเพราะคดีของนายสนธินั่นเองปัญหาก็คือถ้ากลไกที่ผลักดันให้ นายอภิสิทธิ์ดับเครื่องชนแบบไม่ยี่หระ มุมมองของสังคมเช่นนี้มีการพุ่งเป้าไปที่พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ จริงๆอะไรคือเหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งการนั้น???หรือนี่จะเป็นวิธีการในการสลายขั้วอำนาจใดๆ ก็ตามที่ถูกต้องสงสัย ถูกหวาดระแวง หรือถูกมองว่าจะมาเทียบรัศมีเพื่อให้ขั้วอำนาจบางขั้วสามารถอยู่ยั้งยืนยงต่อไปได้ เหมือนที่พยายามยึดกุมมาตลอดถ้าจริงต้องถือเป็นเกมการเมือง เกมยึดกุมกองทัพที่อำมหิตไม่น้อยเลยจริงๆพรุ่งนี้ติดตามการวิเคราะห์ต่อ...ว่าเกมนี้ใครจะอยู่ใครจะไป...และที่สำคัญใน 1 กองทัพ ควรจะมีคนเป็นใหญ่ได้กี่คน???ฉบับพรุ่งนี้ห้ามพลาด!! ■

เสียแล้วเสียไป

ที่มา บางกอกทูเดย์

ไม่ว่าใครจะเป็นพรรคการเมืองหรือรัฐบาล..จะเป็นมูลนิธิหรือสมาคม..จะเป็นชมรมหรือ..แค่บุคคลธรรมดา..หากจะขอพระราชอำนาจ..ประกาศนิรโทษกรรมให้กับ..ผู้ต้องคดีความ..เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเรื่องสมควรให้เกิดขึ้นเพราะผู้ที่สมควรจะได้รับการลงโทษ..กับความหายนะวุ่นวายที่อุบัติขึ้นมาบนแผ่นดินนี้..นับตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ต่างสบายกันไปแล้วทั้งนั้นแต่ผลพวงของการกระทำของพวกเขา..ยังเผาผลาญบ้านเมืองต่อเนื่องมาจนถึงในวันนี้ฝักฝ่ายทั้งหลาย..ต่างตกเป็นโจทก์เป็นจำเลยต่อกัน..กลายเป็นคดีความรกศาล..ฝักฝ่ายทั้งหลาย..ต่างต้องเอาชนะในคดีความให้ได้..เพราะความพ่ายแพ้หมายความถึงคุกและค่าเสียหาย..ฝักฝ่ายทั้งหลาย..จะต้องเอาชนะกันให้ได้..เพราะความพ่ายแพ้ในทางการเมืองจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในรูปคดีหากปล่อยทิ้งไว้แบบนี้..การต่อสู้ระหว่างฝักฝ่ายก็หาทางลงไม่ได้ หาทางออกไม่มีไม่ว่า..สนธิลิ้ม ทองกุล หรือ ทักษิณ ชินวัตร..ต่างมีคดีที่เป็นโทษจำไม่รอลงอาญาและจะ

ต้องคำพิพากษาด้วยกัน..อีกมากมาย..หลายคดีเสร็จสิ้นไปแล้วและอยู่ในระหว่างฎีกา..เหลืออยู่หนทางเดียวที่จะนำพาประเทศกลับไปสู่ความปกติดังเดิม..คือ การนำเขาเหล่านั้นออกจากฐานะจำเลยที่เป็นหนทางนำไปสู่ประตูคุก..และด้วยช่องทางที่ปรากฏอยู่..พวกเขาจะต่อสู้กันไปจนถึงวันต้องคำพิพากษา..แต่จะไม่มีผู้นำในการต่อสู้คนใด..ที่ต้องคำพิพากษา..จะถูกจำคุก..เพราะในที่สุดพวกเขาก็จะเป็นคนไทยโพ้นทะเล..เมื่อศาลอ่านคำพิพากษา..โดยที่ไม่มีตัวจำเลยอยู่ในศาล..แต่ประเทศของเราประชาชนคนไทย..ที่ไม่ได้มีส่วนข้องเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเขา..ไม่รู้จะย่อยยับลงไปเพียงใด..ใครจะคาดหมายได้..กับฉิบหายที่คาแผ่นดินนิรโทษกรรม..ประหนึ่งว่าวันที่ 19 กันยายน2549 ไม่ได้เกิดขึ้นมา..เอาคุกออกไปจากคู่พิพาททั้งหลาย..อะไรที่วิบัติวอดวายไปแล้ว..ย่อมไม่มีวันจะคืนคงกลับมาได้..แต่อะไรที่ยังไม่วิบัติลงไปในวันนี้ต่างหากที่ต้องรักษาไว้..ใช้อดีตเป็นบทเรียน..ประเทศน่าจะดีขึ้น..อย่างน้อยสงครามกลางเมืองก็จะถอยห่างออกไปใช้อดีตเป็นบทเรียน..และเตือนไปในอนาคตว่า..วันปฏิวัติสำหรับประเทศนี้จะไม่มีอีกแล้ว..นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะหลีกเลี่ยงให้พ้นอภิมหาปฏิวัติ..ครับ..ปฏิวัติของมหาประชาชน ■

แกนนำเสื้อแดงต้านนิรโทษกรรมอำพรางยึดสนามบิน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ไทยรัฐ และผู้จัดการ

แกนนำเสื้อแดงออกโรงต้านนิรโทษกรรมอำพราง ด้านกระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายดี๊ด๊าตีข่าวภูมิใจห้อยเดินเกมอัปยศ กระจงยัดไส้กฎหมายนิรโทษกรรมผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินถึงมือปู่ชัยแล้ว พ่อเนวินบอกเรื่องนี้ด่วนจี๋ลัดคิวเข้าสภาอาทิตย์หน้าทันที อ้างนิรโทษกรรมคดีเสื้อแดง-เสื้อเหลืองพร้อมกัน เอาคดีเสื้อแดงโดนเข่นฆ่าปราบปรามตอนสงกรานต์มาแลกคดีก่อการร้ายยึดสนามบินให้หลุดไปด้วย อ้างสมานฉันท์ แต่โจรพธม.เดินหน้าแก้ผิดเป็นถูกกันด้านๆต่อไป ลุยเอาผิดตำรวจที่ควบคุมสถานการณ์เหตุการณ์ปิดล้อมสภา7ตุลาฯต่อไป วันนี้ปปช.แจ้งข้อหาเอาผิดตำรวจ


แกนนำเสื้อแดงต้านกฎหมายนิรโทษกรรมยึดสนามบิน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวถึงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมการชุมนุมทางการเมือง ว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าว เพราะลักษณะการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.นั้น มีความแตกต่างกัน โดยเชื่อว่า การเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ มีนัยซ่อนเร้น และแกนนำ นปช.จะมีการหารือเรื่องนี้อีกครั้ง


กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายดี๊ด๊าเสนอข่าวดีนิรโทษกรรมโจรยึดสนามบิน


ดี๊ด๊า-ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายพันธมิตรตีข่าวเสนอภาพภูมิใจห้อยยื่นหนังสือออกพรบ.นิรโทษกรรมคดีก่อการร้ายสากลยึดสนามบินใหญ่โต มีภาพข่าวมุมต่างๆ4ภาพ แต่หัวโจกโจรไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในข่าว เท่ากับหนุนเต็มที่

ผู้จัดการออนไลน์ นำเสนอข่าวหัวข้อ"ภท.ยื่นร่างฯ นิรโทษกรรมต่อ ปธ.สภาฯ คาดพิจารณาสัปดาห์หน้า"สั้นๆ โดยไม่มีคนของพันธมิตรออกมาแสดงความเห็นใดๆ

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายระบุว่า ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยตบเท้า เข้ายืนเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อ “ชัย ชิดชอบ” ประธานสภาฯ ชี้เป็นเรื่องเร่งด่วน สัปดาห์หน้าเตรียมเข้าพิจารณา

วันนี้ (19 ส.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พร้อมด้วยตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย จำนวน 22 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม ถึง 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 14 เมษายน 2552 ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดทำเนียบรัฐบาล จนถึงเหตุการณ์จลาจลเดือนเมษายน ให้บรรจุเป็นวาระพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ทั้งนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมได้ทันที

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ส.ค.ที่พรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายบุญจง รองหัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงหลังการประชุมพรรค โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงของสังคมไทย ที่เกิดจากความคิดเห็นต่างทางการเมือง ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนที่กระทำผิดในการชุมนุม เป็นผู้ที่มีความสุจริตทางการเมือง และแสดงออกตามสิทธิในฐานะประชาชน ประกอบกับสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ ต้องการความรักความสามัคคี และการให้อภัยซึ่งกันและกัน จึงขอเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 26 พ.ค.ถึง 3 ธ.ค. 2551 และระหว่างวันที่ 26 มี.ค.ถึง 14 เม.ย.2552 เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ และขอการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาด้วย

นายชวรัตน์กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯนี้ มีสาระสำคัญคือการกระทำทั้งหลายของบุคคลใดๆ ซึ่งเรียกตนเองว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองใน 2 ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะทำการในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ ผู้ออกคำสั่ง หรือผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง หากการกระทำนั้นผิดกำหมาย ก็ให้พ้นจากความผิดและความรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัยอย่างสิ้นเชิง และให้ศาลปล่อยตัวจำเลยทั้งหมด ซึ่งถูกฟ้องหรือถูกคุมขังอยู่ ให้พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกกกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกกฏหมายฉบับนี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่าสังคมจะไม่แตกแยก นายชวรัตน์ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ สร้างความเชื่อมั่น และทำให้ประชาชนให้อภัยกัน อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง

ด้าน นายบุญจง กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ครอบคลุมนักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากการตัดสินยุบพรรค ทั้ง 111 และ 109 คน เมื่อถามว่าพ.ร.บ.นี้ครอบคลุมนักการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เช่นนายสมัคร สุนทรเวช หรือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ครอบคลุมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้ง 2 เหตุการณ์ รวมถึงการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา แต่จะไม่ครอบคลุมถึงคดีหมิ่นสถาบัน นอกจากนี้จะครอบคลุมถึงความเสียหายที่ เกิดขึ้นด้วย โดยรัฐบาลจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ แต่หากเอกชนต้องการที่จะพ้องร้องค่าเสียหายทางแพ่งก็สามารถดำเนินการได้ เมื่อถามว่า ถือเป็นการนิรโทษกรรม ให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ใช่และยังครอบคลุมถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย

เมื่อถามว่า ถือเป็นการให้ท้ายผู้ชุมนุม หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่ เพราะปัญหาทางการเมืองยังมีอยู่ หากจะปล่อยไปจะทำให้ความเสียหายยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาก็จะไม่จบ จึงจำเป็นต้องหาทางออก แต่ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทำผิด อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นมายังพรรคภูมิใจไทยได้

ป.ป.ช.คอนเฟิร์ม!! ผบ.ตร.แจงข้อกล่าวหาสลายม็อบ 7 ต.ค.วันนี้แน่

ระหว่างที่มีข่าวนี้ปรากฎว่ากระบอกเสียงพันธมิตรไม่ได้รายงานข่าวใดๆ น่าจะเป็นสัญญาณว่าเห็นด้วย แต่ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้รายงานกรณีพันธมิตรปิดล้อมสภา 7ต.ค.51และเร่งเอาผิดกับตำรวจที่ควบคุมเหตุการณ์ต่อเนื่อง ไม่มีการพูดเรื่องจะนิรโทษกรรมใดๆในกรณีนี้

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้รับคำยืนยันจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วว่า วันนี้ (19 ส.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. จะเดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในคดีสั่งการสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยตัวเอง ส่วนเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท เข้าชี้แจงแล้วจะสามารถตัดสินคดีดังกล่าวได้เมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องรอฟังความเห็นจากคณะกรรมการที่ดูแลคดีกังกล่าวเสียก่อน

ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้เหลือ พล.ต.อ.พัชรวาท เพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้เข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว ซึ่งหาก พล.ต.อ.พัชรวาท เข้าชี้แจงแล้ว ก็จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อสรุปสำนวนในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำเข้าที่ประชุมใหญ่ของ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ คงจะสามารถชี้ขาดคดีดังกล่าวได้เสร็จสิ้น

เสื้อแดงบอกไม่ต้องมานิรโทษเพราะกรณีสงกรานต์ถูกย่ำยี

มวลชนเสื้อแดงได้แสดงความเห็นคัดค้านกรณีดังกล่าวอย่างมากว่า เป็นความพยายามช่วยพันธมิตรที่มีคดีก่อการร้ายสากลยึดสนามบิน ขณะที่เสื้อแดงในเหตุการณ์สงกรานต์มีแต่ถูกฝ่ายรัฐกระทำรุนแรงย่ำยี จะเอาคดีมาแลกกันไม่ได้

ไม่ต้องมานิรโทษกรรมกู กูไม่มีกรรมเชี้ยไร
ความเห็นหนึ่งระบุ(ดูลิ้งค์)

นิรโทษกรรมให้กับความผิดเล็กๆน้อยๆ

เพื่อที่ความผิดใหญ่ๆเช่นการยึดสนามบิน จะได้รอดไปด้วย

แสรดดดดดดดดดดดดดดดด!!

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายดี๊ด๊าตีข่าวนิรโทษยึดสนามบิน

ที่มา Thai E-News


ดี๊ด๊า-ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายพันธมิตรตีข่าวเสนอภาพภูมิใจห้อยยื่นหนังสือออกพรบ.นิรโทษกรรมคดีก่อการร้ายสากลยึดสนามบินใหญ่โต มีภาพข่าวมุมต่างๆ4ภาพ แต่หัวโจกโจรไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในข่าว เท่ากับหนุนเต็มลำ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ไทยรัฐ และผู้จัดการ

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายดี๊ด๊าตีข่าวภูมิใจห้อยเดินเกมอัปยศ กระจงยัดไส้กฎหมายนิรโทษกรรมผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินถึงมือปู่ชัยแล้ว พ่อเนวินบอกเรื่องนี้ด่วนจี๋ลัดคิวเข้าสภาอาทิตย์หน้าทันที อ้างนิรโทษกรรมคดีเสื้อแดง-เสื้อเหลืองพร้อมกัน เอาคดีเสื้อแดงโดนเข่นฆ่าปราบปรามตอนสงกรานต์มาแลกคดีก่อการร้ายยึดสนามบินให้หลุดไปด้วย อ้างสมานฉันท์ แต่โจรพธม.เดินหน้าแก้ผิดเป็นถูกกันด้านๆต่อไป ลุยเอาผิดตำรวจที่ควบคุมสถานการณ์เหตุการณ์ปิดล้อมสภา7ตุลาฯต่อไป วันนี้ปปช.แจ้งข้อหาเอาผิดตำรวจ เสื้อแดงโวยลั่นไม่ยอมแน่




กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตร ASTVผู้จัดการออนไลน์ นำเสนอข่าวหัวข้อ"ภท.ยื่นร่างฯ นิรโทษกรรมต่อ ปธ.สภาฯ คาดพิจารณาสัปดาห์หน้า"สั้นๆ โดยไม่มีคนของพันธมิตรออกมาแสดงความเห็นใดๆ

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายระบุว่า ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยตบเท้า เข้ายืนเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อ “ชัย ชิดชอบ” ประธานสภาฯ ชี้เป็นเรื่องเร่งด่วน สัปดาห์หน้าเตรียมเข้าพิจารณา

วันนี้ (19 ส.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พร้อมด้วยตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย จำนวน 22 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม ถึง 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 14 เมษายน 2552 ซึ่งเป็นช่วงเวลาตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดทำเนียบรัฐบาล จนถึงเหตุการณ์จลาจลเดือนเมษายน ให้บรรจุเป็นวาระพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ทั้งนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมได้ทันที

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ส.ค.ที่พรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายบุญจง รองหัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงหลังการประชุมพรรค โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงของสังคมไทย ที่เกิดจากความคิดเห็นต่างทางการเมือง ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนที่กระทำผิดในการชุมนุม เป็นผู้ที่มีความสุจริตทางการเมือง และแสดงออกตามสิทธิในฐานะประชาชน ประกอบกับสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ ต้องการความรักความสามัคคี และการให้อภัยซึ่งกันและกัน จึงขอเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 26 พ.ค.ถึง 3 ธ.ค. 2551 และระหว่างวันที่ 26 มี.ค.ถึง 14 เม.ย.2552 เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ และขอการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาด้วย

นายชวรัตน์กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯนี้ มีสาระสำคัญคือการกระทำทั้งหลายของบุคคลใดๆ ซึ่งเรียกตนเองว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองใน 2 ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะทำการในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ ผู้ออกคำสั่ง หรือผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง หากการกระทำนั้นผิดกำหมาย ก็ให้พ้นจากความผิดและความรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัยอย่างสิ้นเชิง และให้ศาลปล่อยตัวจำเลยทั้งหมด ซึ่งถูกฟ้องหรือถูกคุมขังอยู่ ให้พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกกกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกกฏหมายฉบับนี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่าสังคมจะไม่แตกแยก นายชวรัตน์ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ สร้างความเชื่อมั่น และทำให้ประชาชนให้อภัยกัน อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง

ด้าน นายบุญจง กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ครอบคลุมนักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากการตัดสินยุบพรรค ทั้ง 111 และ 109 คน เมื่อถามว่าพ.ร.บ.นี้ครอบคลุมนักการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เช่นนายสมัคร สุนทรเวช หรือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ครอบคลุมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้ง 2 เหตุการณ์ รวมถึงการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา แต่จะไม่ครอบคลุมถึงคดีหมิ่นสถาบัน นอกจากนี้จะครอบคลุมถึงความเสียหายที่ เกิดขึ้นด้วย โดยรัฐบาลจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ แต่หากเอกชนต้องการที่จะพ้องร้องค่าเสียหายทางแพ่งก็สามารถดำเนินการได้ เมื่อถามว่า ถือเป็นการนิรโทษกรรม ให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ใช่และยังครอบคลุมถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย

เมื่อถามว่า ถือเป็นการให้ท้ายผู้ชุมนุม หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่ เพราะปัญหาทางการเมืองยังมีอยู่ หากจะปล่อยไปจะทำให้ความเสียหายยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาก็จะไม่จบ จึงจำเป็นต้องหาทางออก แต่ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทำผิด อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นมายังพรรคภูมิใจไทยได้

ป.ป.ช.คอนเฟิร์ม!! ผบ.ตร.แจงข้อกล่าวหาสลายม็อบ 7 ต.ค.วันนี้แน่

ระหว่างที่มีข่าวนี้ปรากฎว่ากระบอกเสียงพันธมิตรไม่ได้รายงานข่าวใดๆ น่าจะเป็นสัญญาณว่าเห็นด้วย แต่ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้รายงานกรณีพันธมิตรปิดล้อมสภา 7ต.ค.51และเร่งเอาผิดกับตำรวจที่ควบคุมเหตุการณ์ต่อเนื่อง ไม่มีการพูดเรื่องจะนิรโทษกรรมใดๆในกรณีนี้

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้รับคำยืนยันจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วว่า วันนี้ (19 ส.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. จะเดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในคดีสั่งการสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยตัวเอง ส่วนเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท เข้าชี้แจงแล้วจะสามารถตัดสินคดีดังกล่าวได้เมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องรอฟังความเห็นจากคณะกรรมการที่ดูแลคดีกังกล่าวเสียก่อน

ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้เหลือ พล.ต.อ.พัชรวาท เพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้เข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว ซึ่งหาก พล.ต.อ.พัชรวาท เข้าชี้แจงแล้ว ก็จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อสรุปสำนวนในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำเข้าที่ประชุมใหญ่ของ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ คงจะสามารถชี้ขาดคดีดังกล่าวได้เสร็จสิ้น

เสื้อแดงบอกไม่ต้องมานิรโทษเพราะกรณีสงกรานต์ถูกย่ำยี

มวลชนเสื้อแดงได้แสดงความเห็นคัดค้านกรณีดังกล่าวอย่างมากว่า เป็นความพยายามช่วยพันธมิตรที่มีคดีก่อการร้ายสากลยึดสนามบิน ขณะที่เสื้อแดงในเหตุการณ์สงกรานต์มีแต่ถูกฝ่ายรัฐกระทำรุนแรงย่ำยี จะเอาคดีมาแลกกันไม่ได้

ไม่ต้องมานิรโทษกรรมกู กูไม่มีกรรมเชี้ยไร
ความเห็นหนึ่งระบุ(ดูลิ้งค์)

นิรโทษกรรมให้กับความผิดเล็กๆน้อยๆ

เพื่อที่ความผิดใหญ่ๆเช่นการยึดสนามบิน จะได้รอดไปด้วย

แสรดดดดดดดดดดดดดดดด!!

ห้อยอัปยศชงนิรโทษกรรมผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน อ้างแลกกับเลิกคดีฆ่าเสื้อแดงสงกรานต์เลือด

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ไทยรัฐ และผู้จัดการ

ภูมิใจห้อยส่อแววรับงานมาช่วยโจรก่อการร้ายพันธมิตร ยัดไส้ชงเรื่องเข้าสภาวันนี้ให้นิรโทษกรรมคดีเสื้อแดง-เสื้อเหลืองพร้อมกัน เอาคดีเสื้อแดงโดนเข่นฆ่าปราบปรามตอนสงกรานต์มาแลกคดีก่อการร้ายยึดสนามบินให้หลุดไปด้วย อ้างสมานฉันท์ แต่โจรพธม.เดินหน้าแก้ผิดเป็นถูกกันด้านๆต่อไป ลุยเอาผิดตำรวจที่ควบคุมสถานการณ์เหตุการณ์ปิดล้อมสภา7ตุลาฯต่อไป วันนี้ปปช.แจ้งข้อหาเอาผิดตำรวจ ส่วนข่าวนิรโทษกรรมยึดสนามบินกระบอกเสียงโจรเงียบฉี่ เสื้อแดงโวยลั่นไม่ยอมแน่


เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ส.ค.ที่พรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายบุญจง รองหัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงหลังการประชุมพรรค โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงของสังคมไทย ที่เกิดจากความคิดเห็นต่างทางการเมือง ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนที่กระทำผิดในการชุมนุม เป็นผู้ที่มีความสุจริตทางการเมือง และแสดงออกตามสิทธิในฐานะประชาชน ประกอบกับสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ ต้องการความรักความสามัคคี และการให้อภัยซึ่งกันและกัน จึงขอเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 26 พ.ค.ถึง 3 ธ.ค. 2551 และระหว่างวันที่ 26 มี.ค.ถึง 14 เม.ย.2552 เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ และขอการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาด้วย

นายชวรัตน์กล่าวต่อว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯนี้ มีสาระสำคัญคือการกระทำทั้งหลายของบุคคลใดๆ ซึ่งเรียกตนเองว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองใน 2 ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะทำการในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ ผู้ออกคำสั่ง หรือผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง หากการกระทำนั้นผิดกำหมาย ก็ให้พ้นจากความผิดและความรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัยอย่างสิ้นเชิง และให้ศาลปล่อยตัวจำเลยทั้งหมด ซึ่งถูกฟ้องหรือถูกคุมขังอยู่ ให้พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกกกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกกฏหมายฉบับนี้ จะเชื่อได้อย่างไรว่าสังคมจะไม่แตกแยก นายชวรัตน์ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ สร้างความเชื่อมั่น และทำให้ประชาชนให้อภัยกัน อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง

ด้าน นายบุญจง กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ครอบคลุมนักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากการตัดสินยุบพรรค ทั้ง 111 และ 109 คน เมื่อถามว่าพ.ร.บ.นี้ครอบคลุมนักการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เช่นนายสมัคร สุนทรเวช หรือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ครอบคลุมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้ง 2 เหตุการณ์ รวมถึงการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา แต่จะไม่ครอบคลุมถึงคดีหมิ่นสถาบัน นอกจากนี้จะครอบคลุมถึงความเสียหายที่ เกิดขึ้นด้วย โดยรัฐบาลจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ แต่หากเอกชนต้องการที่จะพ้องร้องค่าเสียหายทางแพ่งก็สามารถดำเนินการได้ เมื่อถามว่า ถือเป็นการนิรโทษกรรม ให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ใช่และยังครอบคลุมถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย

เมื่อถามว่า ถือเป็นการให้ท้ายผู้ชุมนุม หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่ เพราะปัญหาทางการเมืองยังมีอยู่ หากจะปล่อยไปจะทำให้ความเสียหายยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาก็จะไม่จบ จึงจำเป็นต้องหาทางออก แต่ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทำผิด อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นมายังพรรคภูมิใจไทยได้

ป.ป.ช.คอนเฟิร์ม!! ผบ.ตร.แจงข้อกล่าวหาสลายม็อบ 7 ต.ค.วันนี้แน่

ระหว่างที่มีข่าวนี้ปรากฎว่ากระบอกเสียงพันธมิตรไม่ได้รายงานข่าวใดๆ น่าจะเป็นสัญญาณว่าเห็นด้วย แต่ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้รายงานกรณีพันธมิตรปิดล้อมสภา 7ต.ค.51และเร่งเอาผิดกับตำรวจที่ควบคุมเหตุการณ์ต่อเนื่อง ไม่มีการพูดเรื่องจะนิรโทษกรรมใดๆในกรณีนี้

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้รับคำยืนยันจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วว่า วันนี้ (19 ส.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. จะเดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในคดีสั่งการสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยตัวเอง ส่วนเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท เข้าชี้แจงแล้วจะสามารถตัดสินคดีดังกล่าวได้เมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องรอฟังความเห็นจากคณะกรรมการที่ดูแลคดีกังกล่าวเสียก่อน

ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้เหลือ พล.ต.อ.พัชรวาท เพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้เข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว ซึ่งหาก พล.ต.อ.พัชรวาท เข้าชี้แจงแล้ว ก็จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อสรุปสำนวนในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำเข้าที่ประชุมใหญ่ของ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ คงจะสามารถชี้ขาดคดีดังกล่าวได้เสร็จสิ้น

เสื้อแดงบอกไม่ต้องมานิรโทษเพราะกรณีสงกรานต์ถูกย่ำยี

มวลชนเสื้อแดงได้แสดงความเห็นคัดค้านกรณีดังกล่าวอย่างมากว่า เป็นความพยายามช่วยพันธมิตรที่มีคดีก่อการร้ายสากลยึดสนามบิน ขณะที่เสื้อแดงในเหตุการณ์สงกรานต์มีแต่ถูกฝ่ายรัฐกระทำรุนแรงย่ำยี จะเอาคดีมาแลกกันไม่ได้

ไม่ต้องมานิรโทษกรรมกู กูไม่มีกรรมเชี้ยไร
ความเห็นหนึ่งระบุ(ดูลิ้งค์)

นิรโทษกรรมให้กับความผิดเล็กๆน้อยๆ

เพื่อที่ความผิดใหญ่ๆเช่นการยึดสนามบิน จะได้รอดไปด้วย

แสรดดดดดดดดดดดดดดดด!!

แฉด้วยภาพสมุนโจรก่อการร้ายพธม.ลอบกัดเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News


โดย Nick Nostitz
ที่มา เวบnew mandala
แปล ประชาไท
19 สิงหาคม 2552

Nick Nostitz รายงานกิจกรรมถวายฎีกาของคนเสื้อแดง และเหตุชุลมุนแถว ถ.พระอาทิตย์ ผ่านเว็บไซต์ New Mandala เขาเห็นว่า “นี่คือวันประวัติศาสตร์ ประเด็นหลักของความขัดแย้งถูกทำให้ชัดเจนขึ้น และก็ยากที่จะบอกว่ามันจะไปจบลงตรงไหน”

เขารายงานข่าวในตอนท้ายว่า คนเสื้อแดงสลายตัวหลังจากที่ผมได้ยินว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ศาล และไม่มีกลุ่มเสื้อนำเงิน ผมก็เดินทางกลับบ้านเช่นกัน(หมายเหตุไทยอีนิวส์:ก่อนนั้นสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำพันธมิตรเสี้ยมทางกระบอกเสียงของเขาว่า กลุ่มเสื้อแดงจะปะทะกับเสื้อสีน้ำเงินในวันที่ 17 ส.ค.เพื่อเปิดทางให้ทหารทำรัฐประหาร )

เมื่อผมผ่านมาทางสำนักงานเอเอสทีวีที่ถนนพระอาทิตย์ ผมเห็นเหตุชุลมุนเล็กน้อย ผมจอดรถมอเตอร์ไซค์ มีการ์ดพันธมิตรประมาณ 20-30 คน หน้าสำนักงานเอเอสทีวีและตรงข้ามบ้านพระอาทิตย์ตะโกนใส่แท็กซี่ รถตู้และรถบัสที่มีคนเสื้อแดงขับผ่าน การ์ดพันธมิตรบางคนยิงหนังสติ๊กใส่รถยนต์ และปาก้อนหิน ในตอนแรกพวกเขาต้องการไล่ผมไป แต่หลังจากที่ผมยืนยันว่าผมจะอยู่และถ่ายภาพ เราก็เริ่มต้นเจรจา-ผมสามารถถ่ายภาพได้แต่ต้องไม่เห็นหน้าพวกเขา อย่างน้อยที่สุด ขณะที่ผมอยู่ตรงนั้น การ์ดปล่อยให้รถตุ๊กตุ๊กและจักรยานยนต์ที่บรรทุกคนเสื้อแดงผ่านไปได้ และยิงเพียงแค่รถยนต์และรถบัส หนึ่งในการ์ดบอกกับผมว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการทำร้ายร่างกายใคร เพียงแค่ต้องการทำให้กลัวเท่านั้น


ไม่นานหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงโดยรถยนต์หนึ่งคันและมอเตอร์ไซค์อีกหลายคัน บรรดาการ์ดก็กลับเข้าไปในออฟฟิศเอเอสทีวีและเหตุการณ์ก็สงบลง

อ่านรายละเอียดข่าวทั้งหมดในเวบประชาไท

แถลงการณ์ทักษิณ:บ้านเมืองจะเดินต่อไปแบบนี้ไม่ได้

ที่มา Thai E-News


ที่มา มติชนออนไลน์
18 สิงหาคม 2552

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทีมงานของนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แจกจ่ายแถลงการณ์ฉบับที่ 4/52 ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ลงวันที่ 18 สิงหาคม ไปยังสื่อมวลชนทุกแขนง โดยแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้


"ผมขอขอบคุณพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรมที่ได้ร่วมลงชื่อถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว การดำเนินการดังกล่าวได้กระทำโดยพี่น้องประชาชน ที่เทิดทูนในสถาบัน เต็มเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าข้อกล่าวหาเรื่องคดีที่ดินรัชดานั้นเป็นคดีที่ผู้เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของผมได้ยัดเยียดให้ผมหลังการรัฐประหารของคณะทหารกลุ่มหนึ่งที่ลบล้างเสียงของประชาชนมากกว่าสิบล้านคนทั่วประเทศที่สนับสนุนรัฐบาล

การกระทำที่ประทุษร้ายต่อประชาธิปไตยในครั้งนั้นได้ทำลายชาติไทยอย่างย่อยยับมาจนปัจจุบัน ทำลายเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติต่อประเทศไทย สร้างความแตกแยกขึ้นในสังคม และได้ข่มขืนใจคนไทยให้จำยอมอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่หาความเป็นประชาธิปไตยมิได้ ประเทศไทยจะเจริญกว่านี้ถ้ามีรัฐธรรมนูญที่ดีกว่านี้

ผมขอเรียนว่า ผมไม่ใช่ผู้หนีคดี เพราะผมไม่ยอมรับการกระทำรัฐประหาร ผมไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยบุคคลเหล่านี้ ผมไม่ยอมรับการยัดเยียดข้อกล่าวหาของผู้ยึดอำนาจ ผมไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมที่คณะผู้ยึดอำนาจหยิบยื่นให้


ประชาชนทั้งประเทศทราบดีว่าการซื้อที่ดินรัชดานั้น ได้ซื้อโดยการยื่นประมูลราคาสูงสุดต่อกองทุนฟื้นฟูฯ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจใดๆเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ซื้อ การประมูลได้กระทำโดยสุจริต เพราะหน่วยงานของรัฐได้ยืนยันว่าภรรยานายกฯสามารถยื่นประมูลเพื่อสู้ราคาได้ เรื่องนี้ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น แต่ก็มีการบิดเบือนว่าผมทุจริต ซึ่งเป็นความเท็จ

ประเทศไทยยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้ถ้าไม่มีความปรองดองของคนในชาติ ความปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ายังไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริงและความยุติธรรมในสังคม และความยุติธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามีการใช้กฎหมายอย่างไม่เท่าเทียมและเลือกปฏิบัติ เพราะขณะนี้กลไกของรัฐได้ตีความและใช้กฎหมายพื่อเป็นเครื่องมือทำลายผู้เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง เท่านั้น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงเป็นที่ประจักษ์ของคนในสังคม

ผมอยากเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ผมอยากเห็นความปรองดอง ผมอยากเห็นความเป็นธรรม และความสุขของคนไทย ทุกฝ่าย ทุกสี คนไทยทุกคนต้องร่วมกันทำ รัฐบาลต้องเลิกการกระทำที่เป็นอุปสรรคต่อการสมานฉันท์ รัฐบาลต้องทำมากกว่าพูด รัฐบาลต้องตระหนักว่าบ้านเมืองอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงของการยึดอำนาจและไม่เป็นประชาธิไปไตย ความอยุติธรรมยังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย

ผมขอย้ำว่าบ้านเมืองจะเดินต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องเริ่มคิดและทำอย่างจริงจังเพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสายเกินไป ผมรักประเทศไทย และพร้อมที่จะร่วมกันสร้างความปรองดองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ล้นเกล้าชาวไทย"

อีกกี่ร่างกี่วิญญานจะหลุดไป เพื่อจะได้ประชาธิปไตยมา.. ??

ที่มา Thai E-News

อีกกี่หยด น้ำตา ที่ไหลหยาด

อีกกี่ชาติ กี่ชน คนรุ่นไหน

อีกกี่ร่าง กี่วิญญาณ จะหลุดไป

เพื่อจะได้ ประชาธิปไตยมา

โดย คุณ songvit1 จากเวบบอร์ด ประชาไท


ที่มา คลิปสัมภาษณ์ผู้มาร่วมถวายฎีกาที่สนามหลวง โดยทีมงาน thailandmirror
ถอดเทปโดย ทีมข่าว thaienews
17 สิงหาคม 2552

video

เขาเหล่านี้มากันทำไม ?

ถ้าพูดถึงท่านนายกฯทักษิณ มันไม่สามารถจะหาคำพูดมาทดแทนความรู้สึกทั้งหมดที่มีได้นะคะ เพราะว่า ท่านเป็นนายกฯคนเดียว ที่มองเห็นความทุกข์ยากของผู้คนในแผ่นดินนี้

ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหน ที่คิดถึงผู้คนโดยเฉพาะชาวรากหญ้าเท่าท่านเลย เรามีนายกรัฐมนตรีมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้ว แต่ว่า ที่ผ่านมา ทุกคนเล่นการเมืองโดยไม่นึกถึงหัวอกของประชาชน

ประชาชนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน ใช้สิทธิ์ใช้เสียง แต่ก็ถูกละเลย ถูกปล้นเสียงไป แต่ว่าท่านนายกฯทักษิณมาถึง ท่านนำความเปลี่ยนแปลง ท่านทำความดีให้กับคนไทยมากมาย โดยเฉพาะความทุกข์ยาก

แต่ก่อนนี้เราจำได้ เรามีเพลงที่บอกว่า คนจนไม่มีสิทธิ์เจ็บป่วย แต่ท่านเป็นคนแรก ที่ทำให้คนจนที่ป่วย แล้วไม่เคยไปโรงพยาบาล ได้มาโรงพยาบาล พบหมอได้อย่างมีศักดิ์ศรี แล้วก็ได้รับการรักษาอย่างมีคุณภาพ

ท่านนึกถึงนักเรียนที่ยากจน ผู้ปกครองที่ยากจน ไม่มีปัญญาจะส่งลูกเรียนหนังสือ ท่านก็ให้โอกาส เป็นนายกฯคนเดียว ที่ให้โอกาสในทุกๆ ด้านกับคนไทย

เพราะฉะนั้น เมื่อท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมถึงขนาดนี้ คนที่มีใจเป็นธรรมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เสื้อไหน สมควรที่จะปกป้องคนดีของแผ่นดิน ปกป้องคนที่ทำประโยชน์ให้กับคนส่วนใหญ่

ดิฉันเป็นประชาชนตัวเล็กๆ ไม่มีโอกาสที่จะทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้ถึงขนาดท่าน ชีวิตดิฉัน ถ้าเทียบกับท่านแล้ว เป็นชีวิตที่แทบจะไม่มีความหมายเลยด้วยซ้ำ เพราะเราไม่สามารถทำคุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ แต่ท่านทำได้

ท่านเป็นตัวแทนประชาชน เป็นตัวแทนประชาชนที่ทำเพื่อประชาชนจริงๆ เป็นคนแรก เพราะฉะนั้น ดิฉันมีความภูมิใจที่ดิฉันเป็นหนึ่งในวันนี้ วันที่เราได้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับท่าน

ไม่เฉพาะความเป็นธรรมเพื่อท่าน แต่เป็นความเป็นธรรมของทุกๆ คนในแผ่นดิน ที่สูญเสียโอกาสจากการถูกปล้นประชาธิปไตยไป ปล้นเสียงของพวกเราไป

เพราะฉะนั้น เราจะต่อสู้ไม่ใช่วันนี้ แต่เพื่อลูกหลานวันข้างหน้า เพื่อลูกหลานของเรา จะได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ โดยที่พวกเขาไม่ต้องมาแบกรับภาระที่แสนหนักอย่างพวกเราทุกวันนี้

ดิฉันต่อสู้มาตั้งแต่ 14 ตุลาฯ จนบัดนี้ ยังต่อสู้ไม่จบสิ้น และหวังว่า พวกเราทุกคน จะต่อสู้ช่วยกัน ไม่ให้ภาระนี้ตกไปอยู่บนบ่าของลูกหลานเราในวันข้างหน้าให้จงได้

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมต่อสู้กับพวกเราค่ะ และเราหวังว่า ความยุติธรรมจะคืนกลับมาสู่ท่านและพวกเราเร็ววันนี้ ขอบคุณค่ะ

Tuesday, August 18, 2009

เหลือช่องทางพิเศษ?

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_27013

กับคำถามของนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล สัมภาษณ์ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กรณีช่วงเช้ามืดวันที่ 17 สิงหาคม มีรถถังออกมาวิ่งบนถนนทำเอาประชาชนแตกตื่นตกใจ

โดยบรรยากาศที่เร้าไปกับข่าวลือกองทัพปฏิวัติ กระแสรัฐประหารเงียบ

พรึบพรับ ลามไว ยากที่จะดับได้


และในอารมณ์ที่ไม่แน่ใจว่า การันตีหรือดักคอ "เทพเทือก" พูดเป็นทำนองออกตัว ตลอดเวลา 78 เดือนที่ผ่านมา คิดว่ารู้ และเข้าใจ ชีวิตจิตใจ ความคิดของขุนทหารดี ท่านเหล่านี้เป็นทหารในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้ประสงค์ที่จะแสวงหาอำนาจ

ชงยาหวานใส่ไว้ก่อน

แต่ที่เสียงเข้มปนขมมาเลย "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม "บิ๊กบราเธอร์" ขั้วอำนาจสีเขียว บอกปัดข่าวลือปฏิวัติ กระแสรัฐประหารเงียบ

"ไม่มี ผมขอยืนยัน และในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ ไม่ได้มีการหารือเรื่องนี้ เป็นข่าวที่สื่อเขียนขึ้นมาเอง"

พระเอกตามท้องเรื่องออกโรงเคลียร์ ดับกระแสเฉพาะหน้า

ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ กับดีเดย์กองทัพเสื้อแดงยื่นถวายฎีกา ก็ไม่มีอะไรตื่นเต้นมากไปกว่าฝนเทกระหน่ำ ฟ้าคำรามเปรี้ยงปร้างในห้วงนาทีสำคัญ


โดยที่พระเอกตามท้องเรื่อง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โฟนอินข้ามประเทศ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้ากองเชียร์เสื้อแดงแน่นท้องสนามหลวง

"ข้าพเจ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ขอถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า ข้าพเจ้าและครอบครัว จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ตลอดจนชีวิตหาไม่ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม"


ก่อนนำผู้ร่วมชุมนุม ร้องเพลงสดุดีมหาราชา

บรรลุเป้าหมายเบื้องต้นที่ตั้งไว้ สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รายงานข่าวไปทั่วโลก กลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สนับสนุนของอดีตนายกฯทักษิณ ได้รวมตัวกันเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ โดยกลุ่มตัวแทนตั้งขบวนขนรายชื่อของประชาชนกว่า 5 ล้านรายชื่อ ที่ร่วมกันเข้าชื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จากท้องสนามหลวง ไปยังสำนักพระราชวัง

เสื้อแดงกลับที่ตั้ง โดยเกมโชว์พลังวัดใจยังต้องยื้อกันต่อไป

ในขณะที่คดีทุจริตกล้ายางก็ลุ้นเก้อ เพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้สั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 21 กันยายน เนื่องจากนายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ ส่งหนังสือขอเลื่อนศาล อ้างป่วยรักษาตัวอยู่ที่สหรัฐฯ

เอาเป็นว่า ผ่านวันลุ้นระทึก 17 สิงหาคม แบบหายใจโล่งชั่วขณะ


แต่โดยเงื่อนปมวิกฤติการเมืองที่ยังขดแน่น ไม่ได้คลายปมลงแต่อย่างใด

รังแต่จะเขม็งเกลียวขึ้น ล่าสุด "เจ๊สด" นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งซิก กกต.จะนัดพิจารณาลงมติกรณี 44 ส.ส.ถือครองหุ้นกิจการสื่อและบริษัทที่รับสัมปทานจากภาครัฐ ในวันที่ 18 สิงหาคมนี้

แย้มไต๋ ส่วนใหญ่พบว่า เป็นบริษัทต้องห้ามที่ซ้ำกับกรณี ส.ว.และ 13 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ กกต.พิจารณาถอนสิทธิไปแล้ว

ส่อแววโดนสอยอีกลอตใหญ่


บวกตัวเลข ส.ส.ที่มีแนวโน้มจะหายไปจากสภาผู้แทนราษฎร อีกหลายสิบที่นั่ง เก้าอี้โหว่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและซีกฝ่ายค้าน


และยังมีปมวุ่นๆข่าววงในนักกฎหมายและเซียนเลือกตั้งคาดกันว่า จะเป็นจุดกระตุ้นมุมหักเหทางการเมือง กับคิวติดพันจากกรณีที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ โดยกฎหมายต้องเคลียร์บัญชีทรัพย์สินต่อ กกต.

แต่พบตัวเลขงอก เคลียร์ไม่ออก เลยโยนให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เซ็นเป็นเจ้าหนี้ค่าโปสเตอร์ ป้ายหาเสียง กะตีกินฟรี คนละเกือบ 100,000 บาท


แต่คนเซ็นเผลอลืมไปว่า ไม่ได้แจ้งตัวเลขนี้ไว้ในบัญชีค่าใช้จ่ายหลังเลือกตั้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พลาดรัดคอตัวเอง

แนวโน้ม ปลาตายน้ำตื้นอีกฝูงใหญ่ นับหัวแล้วกว่า 50 ราย


รวมกับคิว ส.ส.โดนพิษหุ้น โดยตัวเลขคร่าวๆเกือบร้อยเก้าอี้ ส.ส.ที่จะหายไป จากจำนวนเต็ม 480 ที่นั่ง ส่อเค้ากลายเป็นสภาพิกลพิการ

โดยกับดักรัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดำ ล็อกไว้จนขยับไม่ออก ซ้ำวิกฤติให้ยิ่งดิ่งลงลึก ยากจะสางกันด้วยช่องทางปกติ

ตามสถานการณ์บีบให้ใช้ช่องทางพิเศษ.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สัญญาณการสิ้นชาติรีเทิร์น

ที่มา ไทยรัฐ

บทความชิ้นนี้ผมเขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 13 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2551 เป็นระยะเวลา 10 เดือนเต็ม แต่ในความรู้สึกของผมเหมือนเพิ่งเริ่มจะเกิดขึ้นกับคนไทยและประเทศไทยใน วันนี้และในอนาคต

คนสองคนทะเลาะกัน ด่ากัน ตีกัน หายโกรธต่างคนก็ต่าง แยกย้ายกันไป คนกลุ่มหนึ่งทะเลาะกัน มีกรรมการมาห้าม ได้สติ ก็เลิกรากันไป แต่ถ้าสถาบัน องค์กร หรือมวลชนทะเลาะกัน

แก้ยาก

ปัญหาวิกฤติความแตกแยกของคนไทยเวลานี้ไปไกลกว่าที่จะไกล่เกลี่ย ไปไกลกว่าที่จะหาทางลงหรือยุติปัญหา ด้วยความ ประนีประนอม และใหญ่เกินกว่าที่คนธรรมดาจะแก้ไขได้

แม้แต่กฎกติกาหรือกระบวนการยุติธรรมก็ยากที่จะเยียวยา ดังนั้น ความขัดแย้งของคนในประเทศ กำลังเดินหน้าไปสู่ ความรุนแรงและจะทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา

เป็นสงครามเลือดสีเดียวกัน

ผมเคยเกริ่นไว้หลายครั้งแล้วว่า วิกฤติการเมืองครั้งนี้จะ

นำไปสู่การสิ้นชาติ ก็ไม่มีใครฟัง วันนี้มีองค์กร มีสถาบัน มีมวลชน แยกออกเป็นสองขั้วพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกันด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ

กำลังกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน

ผมว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง อำนาจ บริหารก็ไม่มี อำนาจนิติบัญญัติก็ไม่มี แม้แต่อำนาจตุลาการก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ รวมทั้งอธิปไตยด้วย สูญเสียการทรงตัวโดยสิ้นเชิง

ปกครองกันโดยกฎหมู่

กระบวนการยุติธรรม ตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคง กลายเป็น สากกะเบือกันไปหมด ทำอะไรก็ไม่ได้ กลัวจะตกเป็นจำเลยของสังคม กลัวจะตกเป็นเหยื่อทางการเมือง

องค์ประกอบของประเทศล้มเหลว

ที่น่าเป็นห่วงคือสถาบันสำคัญของประเทศที่กำลังจะถูกม้วนเข้าไปในมรสุมของวิกฤติด้วย อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน ต้องท่องกันเอาไว้ให้ดี

ปรากฏการณ์ระหว่างตำรวจกับตำรวจ ปรากฏการณ์ที่ไม่ยอมรับในตัวบุคคลคณะกรรมการชุดต่างๆ ปรากฏการณ์ที่คนไทยไม่ยอมรับและเคารพการกระทำ กิจกรรม ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

ปรากฏการณ์ที่คนไทยกำลังว้าเหว่

รู้สึกไร้ที่พึ่ง เป็นประเทศที่ไร้วิญญาณ เรากำลังใกล้จะสิ้นชาติเข้าไปทุกที ไม่ช้าไม่นานก็จะแบ่งแยกการปกครอง ตั้งเป็นรัฐอิสระ เป็นเขตการปกครองพิเศษ ไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ไม่มีเพลงชาติไทย.