เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, August 24, 2009
ภัควดี วีระภาสพงษ์: ชัยชนะในสมรภูมิกฎหมายของ ‘โรงงานไม่มีเจ้านาย’: ‘ซานอง’ เป็นของประชาชนแล้ว!
'ฎีกา' เป็นแค่สัญลักษณ์ที่บอกว่า 'หัวใจหลายล้านดวง กำลังถูกย่ำยี'
ที่มา Thai E-News
โดย คุณอ่างขาง
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
23 สิงหาคม 2552
"ทักษิณ" มีดีอะไร ทำไมคนถึงงมงายนัก และก็พากันวิเคราะห์ไปต่างๆ นาๆ
หลงคิดกันไปว่า นโยบายลดแลกแจกแถมไง ประชาชนถึงชอบ แล้วก็เริ่มปฏิบัติการด้วยการลดแลกแจกแถมแข่ง "ให้มากกว่าทักษิณ ที่เคยให้"
ยังไม่ได้ผล คนครึ่งประเทศ กลับมองว่า "ไม่มีค่า" และร่วมใจกันออกมาต่อต้าน
รัฐบาลชุดนี้ยังเข้าถึงประชาชนไม่ได้ ไปไหนมีแต่คนสาปแช่ง ประท้วง ไม่เลิกรา
แล้วมันอะไรละ ที่จะชนะใจคนไทยได้ พวกเขาคิดไม่ตก การเลือกตั้งซ่อม ที่ จ.สกลนคร เป็นการพิสูจน์อีกครั้ง ที่ฝั่งรัฐบาลพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ทั้งที่เลียนแบบการทำงานของคุณทักษิณมาทั้งสิ้น เข้าไปกิน ไปนอน อยู่ในหมู่บ้าน ซื้อใจประชาชนกันไปเลย แล้วยังมีอำนาจรัฐเข้ามาจัดการเสริมให้อีกด้วย แต่ก็ไม่สามารถ ฟันฝ่า ใจคนที่รักทักษิณออกไปได้
คะแนนเสียงที่ได้มาทั้งหมดไม่มีใครเถียงได้เลย ยิ่งกว่าบริสุทธิ์ เพียงเพราะคุณทักษิณ แค่โทรศัพท์บอกว่า "ช่วยพาผมกลับบ้านด้วย"
แค่นั้นมันไม่ใช่เรื่องปกติเลย ที่มีประชาชนหลายล้านคน ร่วมแสดงออกมาในทิศทางเดียวกัน มาร่วมกันลงชื่อขอให้คนคนหนึ่ง หลุดพ้นโทษ มันน่าจะมีความหมายอะไรบ้าง ให้กับคนอีกหลายคนที่คิดต่าง จะนำเอาความคิดของคนหลายล้านคนนี้ มาวิเคราะห์บ้างไหม
อะไรมันคือเหตุ และเหตุแห่งเหตุ ควรลบล้างไป หรือ ควรหาทางเอามาปรับปรุงแก้ไข ?
"กฎ" หรือ "กฏิกา" ที่กำหนดกันอยู่นี้ ถูกกำหนดโดยใคร เพื่อประโยชน์ของใคร ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกฎ หรือ กติกา นี้ อะไรจะเกิดขึ้น
"ฎีกา" แค่ สัญลักษณ์ในการแสดงออก ของ การร่วมใจของคนกลุ่มใหญ่ มันบอกอะไรได้บ้าง
"นัย" ของเรื่องนี้ มันอยู่ที่จำนวนคนที่ร่วม หรือ เนื้อหาของฎีกากันแน่ มีใครมองออกบ้างไหม
ฝ่ายผู้มีอำนาจที่พยายามเล่นกันอยู่นี้ เอาเนื้อหาของฎีกามาตีความ เอาข้อกฎหมายมาจับผิด โดยลืมไปว่า มี "หัวใจหลายล้านดวง กำลังถูกย่ำยี"
นี่คือประเทศที่ชื่อว่า "ราชอาณาไทย" กำลังจะเกิดอะไรขึ้น นับแต่บัดนี้ ประเทศนี้ยังมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต้องขยายความกันอีกแล้ว ว่า คนผู้นี้ มาเป็นนายกฯ ด้วยสาเหตุอะไร แต่ที่แน่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ได้เลือกให้มาเป็นก็แล้วกัน
มีบทความและคำพูดของผู้นำในการชุมนุม ได้พูดไว้หลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน ในความหมายที่ว่า "อยากจะให้คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ต่อ" ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้ว มองภาพออก
1. เราจะไม่รู้เลยว่า นายกฯทักษิณดีขนาดไหน ถ้าไม่มีนายกฯที่ชื่ออภิสิทธิ์ นำเอามาเปรียบเทียบ
2. เราจะไม่รู้เลยว่า มีอำนาจที่อยู่ภายใต้เงามืดครอบครองประเทศนี้อยู่อีกชั้นหนึ่ง ที่เหนือกว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ 3 สถาบันอันสูงสุดของประเทศนี้ ที่สามารถ บันดาลอะไรให้กับพวกตนก็ได้ และสามารถควบคุมได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
3. เราจะไม่รู้เลยว่า ขบวนการ ยุติธรรม ในประเทศนี้ สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า โดยไม่ต้องใช้เลนส์ขยาย ว่า "มาตรฐานไม่มีซะเลย" ว่ากันตามธงที่กำหนดแค่นั้น
4. ประชาชนในประเทศ มีถูกแบ่งเกรดชัดเจน "คนอาจไม่ใช่คน"
5. ความอดอยาก ทุกข์ยาก ของประชาชนมาทีหลัง บัลลังก์ของผู้มีอำนาจจะต้องสำคัญที่สุด
6. ที่นี่ คือ "ดินแดนแห่งการพูดปด" สื่อไม่มี มีแต่ คล้ายสื่อ
7. "ตอแหล" เท่านั้น จะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
8. ถ้าไม่มีอภิสิทธิ์ก็จะไม่มี "แดงทั้งแผ่นดิน"
9. "แดงทั้งแผ่นดิน" จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ การเกิดของคำว่า "คนไทย"
มันบ่งบอกอะไรได้บ้าง ในความหมายข้างต้น การต่อสู้ของคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตนเองว่า "คนเสื้อแดง" ได้เดินทางมาถึงบางอ้อทั้งหมดทั้งสิ้น
ประชาชนบางส่วน จากคนที่นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น เริ่มจะเห็นสัจธรรมและรู้ว่า ในไม่ช้าภัยกำลังจะมาเยือนถึงตัวและครอบครัว ถ้าขืนปล่อยไว้เช่นนี้
พวกเขาจึงได้เริ่มทยอยกันออกมาสู้ และนั่นคือการร่วมใจ ร้อยประสานพร้อมกันออกมาลงชื่อถวายฎีกา ทั้งที่มีกระแสต่อต้านอย่างแรงกล้า จากทุกฝ่ายที่เป็นอำนาจของรัฐ
จากคำถามข้างต้น "ทักษิณ" มีดีอะไร ทำไมคนถึงงมงายนัก
เพื่อดวงตาของท่านนายกฯอภิสิทธิ์จะได้เห็นธรรม ผมจะตอบให้เพื่อเอาบุญไว้ดังนี้ครับ
ทักษิณไม่ได้มีดีอะไรเลยครับ เพียงแต่ว่า "พวกท่านเลวมากเท่านั้น" คนไทย ไม่ได้ซื้อใจกันด้วยเงิน อย่างที่พวกท่านได้ดูถูกกันเอาไว้ พวกท่านทำกับประชาชนไว้นานแค่ไหนแล้ว และทุกวันนี้ ก็ยังกระทำกันไม่เลิก เหยียดหยามพวกเขา เหมือนไม่ใช่คนด้วยกัน หมิ่นน้ำใจพวกเขาด้วยคำพูด แสดงออกด้วยการกระทำทุกอย่างที่จะทำได้ ปากเก่งกันดีนัก อะไรก็โทษว่า ประชาชนโง่ ใช้เงินซื้อได้
วันนี้ก็พิสูจน์กันไปเลย เงินซื้อได้จริงไหม กลุ่มพวกท่าน ทุ่มไปเท่าไรแล้ว ได้ผลบ้างหรือเปล่า และขณะนี้ท่านยิ่งมืดบอดเข้าไปอีก ด้วยอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ได้ใช้แต่อำนาจเข้ามาจัดการกับพวกเขา หวังให้เขากลัว หวังให้เขาไม่กล้าขัดขืนพวกท่าน โดยที่ท่านไม่เคยคิดจะให้ความรักกับพวกเขาเลย
"ความกลัวมันตายด้าน กลายเป็นความกล้ากันทั้งแผ่นดินไปแล้ว" อะไรมันจะเกิดนับจากนี้ไป มันก็จะเกิด คุก ตาราง ความตาย เป็นเรื่องที่ไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว ยิ่งโดนมาก คนก็เริ่มเข้ามาร่วมอีกมาก เพราะนี่คือธาตุแท้ของคนไทย
และจากนี้ไปมันไม่จบแน่ เพียงแต่พวกท่านจะรักษาตัวเองให้รอดไปได้นานแค่ไหนเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพราะทักษิณโน้มน้าว คนเก่งหรอกครับ แต่เพราะ พวกท่านต่างหาก ที่ทำให้ทักษิณเป็นที่รักยิ่งของคนมากขึ้นต่างหาก
โชคดีของประเทศไทย ที่มี "ทักษิณ" ไม่อย่างนั้น ก็จะไม่มีวันนี้ให้เห็น วันที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร แบบนานาอารยะประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
ไม่มีอีกแล้ว อำนาจซ้อนอำนาจ ภายใต้แอบอ้างสถาบันฯ
นานแค่ไหนก็จะรอวันนั้นมาถึง (เสียงจากหลายล้านคนที่แนบมา)
ทักษิณเชิญผ่านทวิตเตอร์ ร่วมทานก๋วยเตี๋ยววัดดงมูลเหล็ก
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าว thaienews
23 สิงหาคม 2552

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 52 เวลาเที่ยง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เชิญชวนพี่น้องข้ามโลกผ่านทวิตเตอร์ ทานก๋วยเตี๋ยวร่วมกัน ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ต.โภชนา วัดดงมูลเหล็ก

ต.โภชนา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัดดงมูลเหล็ก อยู่เชิงสะพานพระราม 7 ขาเข้าเมือง ถ้ามาจากวิภาวดีรังสิต ให้ยูเทิร์นใต้สะพานพระราม 7 แล้วชิดซ้าย จอดในปั๊มเอสโซ่
ถ้ามาจากบางพลัด จรัลสนิทวงศ์ พอลงจากสะพานพระราม 7 ก็ชิดซ้ายทันที จอดในปั๊มเอสโซ่ ค่าบริการจอด 20 บาท เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงร้าน
แผนที่โดย คุณระเบิดมันจำเข้าของไม่ได้ จากเวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน

ภาพจาก google earth โดย คุณเกลอเก่า จากเวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
Sunday, August 23, 2009
เป้าหมายแฝง ปลดล็อกการเมือง
ที่มา ไทยรัฐ
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ
กรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำผิดในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญ เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ ผู้กระทำความผิดในการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 14 เมษายน 2552
เพื่อให้การกระทำทั้งหลายของบุคคลใด ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองในสองช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะกระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ ให้กระทำ ผู้ถูกใช้ ผู้ออกคำสั่ง หรือผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง
หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายให้พ้นจากความผิดและความรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัยอย่างสิ้นเชิง
และให้ศาลปล่อยตัวจำเลยทั้งหมดที่ถูกฟ้องหรือถูกคุมขังอยู่ ให้พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกกล่าวหา
อ้างเหตุผลเพื่อต้องการให้เกิดความสามัคคี เนื่องจากการชุมนุมของประชาชนทั้งกลุ่มเสื้อเหลืองและกลุ่มเสื้อแดง เป็นการแสดงออกทางการเมืองโดยสุจริต
แต่ตอนนี้หลายคนถูกดำเนินคดี หากจะทำให้ประเทศสามัคคีกันได้ ต้องให้โอกาสคนเหล่านี้ เพื่อให้หันหน้าเข้าหากัน
พร้อมออกตัวการออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้ไม่รวมถึงผู้กระทำผิดกรณียุบพรรคการเมือง ยืนยันนักการเมืองบ้านเลขที่ 109 และ 111 รวมทั้งคดีหมิ่นสถาบัน จะไม่ได้อานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้
ในขณะที่นายชัยซึ่งเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ก็รับลูกสั่งบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วนทันที เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในสัปดาห์หน้า
การขับเคลื่อนเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทยแบบสายฟ้าแลบครั้งนี้
ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคแกนนำอย่างพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย งงเป็นไก่ตาแตก
จับต้นชนปลายกันไม่ถูกว่า ทะลุ่มทะลุยเสนอเข้ามาได้ยังไง
หรือแม้แต่กลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้
ทั้งบรรดาแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ "เสื้อเหลือง" และแกนนำกลุ่ม นปช. "เสื้อแดง" ก็ตั้งตัวกันไม่ติด
เพราะไม่มีใครรู้เรื่อง ไม่เคยมีการประสานงานกันมาก่อน
ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน กลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง เดาทางกันไม่ถูกว่า การเดินเกมเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทย
มีเป้าหมายอะไรกันแน่
ต้องการสร้างความสมานฉันท์ ลดการเผชิญหน้า แก้ปัญหาความแตกแยกแบ่งฝ่ายแบ่งสี หรือมีวาระแฝงมากกว่านั้น
กลายเป็นปมปริศนาที่ทุกฝ่ายขบคิดวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง รีบออกมาบอกปัดแนวทางนิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่า
มีวาระซ่อนเร้น
พร้อมบลัฟกลับคดีของคนเสื้อแดงจะมาแลกกับคดีของคนเสื้อเหลืองไม่ได้ เพราะความผิดแตกต่างกัน
กลุ่มคนเสื้อเหลืองมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตจากการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ขณะที่คนเสื้อแดงมีโทษเล็กน้อยจากการปิดถนนเท่านั้น
ในขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อเหลืองก็ปฏิเสธแนวทางนิรโทษกรรมครั้งนี้ โดยระบุว่า
ลึกๆแล้วพรรคภูมิใจไทยหวังนิรโทษกรรมให้ข้าราชการประจำระดับสูงที่อิงแอบกับพรรคการเมือง โดยเฉพาะนายตำรวจใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบคดีสลายม็อบหน้ารัฐสภา
และเมื่อร่างกฎหมายนี้เข้าสภาฯก็อาจจะไต่ระดับไปนิรโทษกรรมให้นักการเมืองอีกหลายสิบคนที่ถูกดำเนินคดีต่างๆอยู่ในขณะนี้
ยืนยันคดีความของแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯทุกคนไม่เคยวิตกกังวล พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจทุกขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม
เสื้อแดงปฏิเสธ เสื้อเหลืองไม่รับมุก
ในขณะที่แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว.ชี้ว่า เจตนาของพรรคภูมิใจ-ไทย ในการยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องการนิรโทษกรรมให้ เจ้าหน้าที่รัฐที่สั่งการ หรือรับคำสั่งให้ปฏิบัติการในการชุมนุม
ยกความผิดในคดีอาญา คดีแพ่ง และความผิดทางวินัย แต่จะตอบคำถามญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และพิการจากเหตุการณ์ สลายการชุมนุมอย่างรุนแรงที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ไม่ได้
ที่สำคัญการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างนี้อาจจะเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้กำลังรุนแรงกับประชาชนหรือไม่ หากร่างกฎหมายนี้เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาเชื่อว่าต้องถูกคัดค้านอย่างแน่นอน
ส.ว.ขวางลำการออกกฎหมายช่วยเจ้าหน้าที่รัฐให้พ้นผิด
ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทยว่า
คงต้องฟังเหตุผลก่อนว่าครอบคลุมถึงใคร ความผิดอะไรบ้าง และเหตุใดต้องมีกฎหมายลักษณะนี้
กฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะใช้ได้และต้องผ่านกระบวนการตรากฎหมายตามปกติ แต่โดยหลักต้องคำนึงว่า มีเหตุผลพิเศษ เพราะถ้าทำบ่อยหรือทำพร่ำเพรื่อ ก็จะเป็นจุดที่ทำให้คนมองว่า ต่อไปอาจจะละเมิดกฎหมายได้
ฉะนั้น ในแต่ละครั้งที่จะทำต้องมีเหตุผลพิเศษจริงๆ จึงคิดว่าน่าจะดูให้รอบคอบเพราะกฎหมายที่พิเศษอย่างนี้ต้องสามารถอธิบายได้ และคิดถึงอนาคตด้วย
ยืนยันไม่ใช่ร่างกฎหมายของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เสนอและไม่มีนโยบายในเรื่องของนิรโทษกรรม ส่วนที่ประธานสภาฯบรรจุวาระเป็นเรื่องด่วน ถือเป็นดุลพินิจของประธานสภาฯ
เน้นย้ำไม่ใช่ร่างกฎหมายของรัฐบาล โยนให้เป็นเรื่องของสภาฯ
"ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทย เพื่อยกเว้นความผิดให้แก่ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง และเจ้าหน้าที่ของรัฐในครั้งนี้ เราขอชี้ว่า
เป็นสิทธิที่สามารถจะทำได้ตามครรลองระบอบประชาธิปไตย
และถือว่าถูกต้องที่ใช้เวทีสภา เป็นเวทีในการแก้ปัญหา
ทั้งนี้โดยขั้นตอนในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เมื่อประธานสภาฯบรรจุระเบียบวาระการพิจารณา
อาจมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาก่อนรับหลักการ หรือรัฐบาลอาจจะรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการก็ได้ และอาจมีการเพิ่มเติมหรือเสนอร่างกฎหมายเข้ามาประกบ
หรือเมื่อสภาฯพิจารณารับหลักการแล้วและตั้งคณะกรรมาธิการแปรญัตติ ก็สามารถมีการเพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปได้อีก
ฉะนั้น เมื่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภาฯ แม้ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ยืนยันว่า
ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมนักการเมืองบ้านเลขที่ 109 และ 111
แต่เมื่อร่างกฎหมายเสนอเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาฯแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการสอดแทรกเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับการนิรโทษกรรมนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 พ่วงเข้าไปด้วย
หรืออาจรวมไปถึงนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
ขึ้นอยู่กับความสมประโยชน์ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีเสียงสนับสนุนอยู่ในสภาฯ
ขณะเดียวกัน ในขณะที่สภาฯดำเนินการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็อาจเป็นเชื้อให้การเมืองนอกสภาฯ ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง หยิบเอามาเป็นประเด็นในการเคลื่อนไหวก่อม็อบ
พร้อมที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา
เหนืออื่นใด ทีมของเราขอชี้ว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมให้แก่กลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์
คงหวังผลได้ยาก เพราะปรากฏการณ์เสื้อเหลืองและเสื้อแดง ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา
แต่เป็นปรากฏการณ์ ต่อเนื่องมาจากการไม่ยอมรับ "ระบอบทักษิณ" และการต่อสู้เพื่อทวงคืนอำนาจของ "ระบอบทักษิณ"
ฉะนั้น แม้จะมีการนิรโทษกรรมให้กลุ่มคนเสื้อเหลือง ไม่ต้องรับโทษในกรณีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง
และนิรโทษกรรมให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ต้องรับโทษในกรณีบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยาและการก่อเหตุจลาจลช่วงสงกรานต์
ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ที่สำคัญเห็นได้ชัดว่า ทั้งแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อ เหลือง ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจไยดีต่อการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในครั้งนี้
แถมยังตั้งแง่ ตั้งข้อสงสัย พรรคภูมิใจไทยมีเจตนาแอบแฝง
จากปฏิกิริยาที่แสดงออกมา สะท้อนให้เห็นว่า การออกกฎหมายล้างผิดให้กลุ่มเสื้อเหลือง-เสื้อแดง ไม่ได้ช่วยให้ ความสมานฉันท์เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันยิ่งจะเป็นการสร้างปัญหา ทำให้ระบบกฎหมาย ระบบนิติรัฐ เสียหาย
เพราะเป็นการแก้ปัญหาให้กฎหมู่ โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายบ้านเมือง
เหนืออื่นใด การออกกฎหมายนิรโทษกรรมลักษณะนี้ อาจกลายเป็นตัวอย่าง เป็นบรรทัดฐานก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต
ใครใช้กฎหมู่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เดี๋ยวก็นิรโทษกรรมกันได้ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่มีใครยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง
อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้เมื่อมีการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ทุกอย่างก็ต้องเดินไปตามขั้นตอน
ถ้าเสียงข้างมากเอาด้วยก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ถ้าเสียงข้างมากไม่เอาด้วยก็จบไป
แต่ทีมของเราขอย้ำว่า การนิรโทษกรรมให้กลุ่มเสื้อเหลือง-เสื้อแดง ไม่ใช่การแก้ปัญหา ที่ต้นเหตุ ไม่ช่วยให้เกิดความสมานฉันท์
เพราะตราบใดที่ "ทักษิณ" ยังไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ วิกฤติความวุ่นวายก็ยังไม่จบ.
"ทีมการเมือง"
ญาติแม้วแนะ รบ.มาร์คทำขายหน้าควรลาออก
ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
อดีต ผบ.สส. โต้ ปชป.ไม่รู้จักบริษัทปุ๋ยถือเป็นวิบากกรรมคนตระกูลชินวัตร จวกรัฐบาล "มาร์ค" ทำขายหน้าควรลาออก เย้ยเป็นผู้นำทำพลาดได้อย่างไร ถ้าไร้ฝีมือให้ "นายหัวชวน" มาเป็นแทน ...
วันนี้ (22ส.ค.) พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ญาติผู้พี่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ลับ ลวง พราง" ถึงการถูกโยงว่าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ที่โยงไปถึงเรื่องปุ๋ยในภาคอีสานว่า พวกนี้เป็นประเภทฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด ตนเป็นประธานโครงการแก้จนถาวร ให้เกษตรกรที่ยากไร้ ที่ซื้อปุ๋ยแพง แต่ผลผลิตเท่าเดิม
"ที่ผมทำเป็นโครงการที่เกี่ยวกับปุ๋ย ผมไม่ได้เป็นคนขายปุ๋ย บริษัทเขาเสียหายที่การเมืองมาเล่นงานเขาเรื่อยๆ ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทของเขาเลย ตระกูล 'ชินวัตร' ทำอะไรก็ผิดหมด บางคนไม่เกี่ยวข้อง ก็ไปจับมาเกี่ยวข้อง สร้างศัตรูให้ 'นาย' ทุกวัน พวกที่คิดแต่คนอื่นว่าเป็นศัตรูบ้านเมืองจะสงบได้อย่างไร" พล.อ.ชัยสิทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นวิบากกรรมของคนนามสกุลชินวัตรหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ตอบว่า "อะไรก็เกี่ยวข้องหมด ทั้งที่เราก็ไม่เกี่ยวคงอยากให้เราเกี่ยวข้อง" เมื่อถามว่า รัฐบาลจะไปรอดหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ตอบว่า เป็นตนลาออกไปแล้ว มันไม่ไหว ขายหน้าเค้า เป็นผู้นำพลาดได้อย่างไร เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ไม่ใช่รอให้เขาไล่ ไม่ไหวหรอก ไม่มีฝีมือก็เอาคนเก่าก็ได้ นายชวน หลีกภัย ก็ได้ เอามวยหลักก็ได้ ไม่ใช่มวยสะเปะสะปะ เมื่อถามว่า มีข่าวจะเปลี่ยนตัว นายอภิสิทธิ์ มาเป็นนายชวน พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ มันไม่ไหว อ่อน นึกว่าตัวเองแน่ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ กุนซือต้องเข้มแข็ง และตัวเองรู้อะไรมากมาย ผิดทั้งนั้น ตั้งรักษาการตำรวจ ก็ผิดกฎหมาย ก็เถียงว่าไม่ผิด อย่างว่ากฎหมายไทยก็แปลไปข้างๆ คูๆ สองแง่สามง่ามไปได้ ถ้ามือไม่ถึงอย่ามาดีกว่า ไม่รู้ว่า เค้าทำอะไรกัน บางคนบอกเล่นลิเกกันอยู่หรือ
เมื่อถามถึงข่าวปฏิวัติรัฐประหาร พล.อ.ชัยสิทธิ์ บอกว่า ไม่รู้เหมือนกันเขาคงถนัดแบบนั้น อาจจะออกข่าวเพื่อปรามเสื้อแดง อย่าลืมว่าประชาชนไม่โง่ เขารู้หมด คนไม่รู้คือคนที่โดนคนรอบข้างประจบสอพลอ ถ้าเล่นการข่าว ต้องรู้ว่าประชาชนโกรธเกลียดขนาดไหน สร้างความเกลียดชังทุกวันจะอยู่ได้อย่างไร ประเทศชาติต้องการความรักความสามัคคี แต่คุณไม่เปิดโอกาสเลย คุณไม่ใจกว้าง กระแหนะกระแหนเขาไปเรื่อยเหมือนเด็ก เมื่อถามว่า หมอดูบอก ถ้าไม่ยุบสภา จะเจอปฏิวัติเดือน ต.ค.
พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ปาฏิหาริย์มีจริงหรือไม่ใน ต.ค.นี้ ใครมาขวางโลก ขวางลิขิตฟ้า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต เขาลิขิตไว้เรียบร้อยแล้ว คุณรู้ล่วงหน้าแล้วไม่แก้ ไม่ร่วมมือกัน ก็เหนื่อย ตนอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ความจริงบางทีก็พูดได้ บางทีก็เป็นอันตราย ตนยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ใครว่ามันเสรี ตนว่ามันอึมครึม น่าอึดอัดเรื่องข่าว ทั้งทีวี-นสพ. ทีวีถือว่าไม่ใช่ถูกแทรกแซง แต่ถูกครอบคลุม ครอบงำ ประชาชนมีความรู้สึกว่า ทีวีธรรมดาไม่อยากดูแล้ว ไปดูช่องพิเศษกันหมด เพราะให้ข่าวไม่เสมอกัน
ข่าวอิศรา: เมื่อความยุติธรรมเดินช้า...ญาติ “อิหม่ามยะผา” ยื่นฟ้องถูกซ้อมตาย
ที่มา ประชาไท
คดีการเสียชีวิตของยะผา กาเซ็ง อิหม่ามประจำมัสยิดบ้านกอตอ ระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ที่น่าเสียดายก็คือ เป็นการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยญาติของผู้เสียชีวิตเอง หาใช่เป็นการดำเนินการโดยฝ่ายรัฐอย่างรวดเร็วฉับไว เพื่อแสดงถึงความจริงใจและเยียวยาความรู้สึกของผู้สูญเสียแต่อย่างใดไม่
ที่มา: โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
ประกาศเสียเลยว่า ผมไม่ใช่แดงซ้าย และไม่ใช่พวกไม่เอาเจ้า
บทความโดย...ลูกชาวนาไทย
ตอนนี้เห็นมีวิวาทะกันในเรื่องนี้มากพอสมควร ผมเลยขอเคลียร์ประเด็นให้ชัดเจน
คนเสื้อแดงนั้นประกอบขึ้นมาจากหลายกลุ่มด้วยกันเพราะเป็นการรวมตัวกันขึ้นมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่หากแยกความเห็นทางการเมืองโดยใช้ "อุดมการณ์ทางการเมือง" หรือ Idealism แล้ว ผมคิดว่าคนเสื้อแดงจริงๆ แล้วแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเท่านั้นคือ พวกแนวทาง "เสรีนิยม" (ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม) กับอีกพวกหนึ่งคือพวกสังคมนิยมหรือมาร์กซิสต์
ทั้งสองกลุ่มนี้ต้องการ "ปฏิวัติประชาธิปไตย” ดึงอำนาจจากระบอบอำมาตยาธิปไตย เข้ามาสู่คนส่วนใหญ่ของประเทศ ในเรื่องนี้ผมคิดว่าทั้งสองกลุ่มนี้มีความเห็นหรือเป้าหมายที่คล้ายกัน จึงร่วมมือกันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เพราะปัญหาเฉพาะหน้าคือ การปฏิวัติประชาธิปไตย ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแต่ในนาม มีพวกแอบอ้างประชาชนเข้ามาตัดสินใจแทนประชาชน
พวกเสรีนิยม มีแนวคิดทางการเมืองแบบเปิดกว้าง สนับสนุนระบอบเศรษฐกิจแบบเสรี และสนับสนุนประชาธิปไตย ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ไม่ได้ปฏิเสธระบอบกษัตริย์ หากสามารถปรับตัวได้ไม่ขัดแย้งกับเป้าหมายของสังคม เป้าหมายของเสรีนิยมคือ เสรีภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ทุกคนสามารถแสวงหาความมั่งคั่งได้อย่างเสรีภายใต้กฎกติกาของสังคม
มาร์กซิสต์หรือคอมมิวนิสต์ สนับสนุนการปฏิวัติสังคมเพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกันทั้งทางเศรษฐกิจและ สังคม และต้องการสังคมที่ไม่มีชนชั้น พวกนี้เชื่อว่า "กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน" นั้นคือสาเหตุแห่งความไม่เท่าเทียมกัน คอมมิวนิสต์จึงต้องการให้ทุกอย่างเป็นของรัฐหรือของสังคม เป็นกรรมสิทธิ์ของส่วนกลาง มาร์กซิสต์จริงๆ แล้วไม่เอากษัตริย์หรือแนวคิดอะไรก็ตามที่ทำให้คนไม่เท่าเทียมกัน ในความเห็นของมาร์กซิสต์คือ คนเท่าเทียมกันในทุกระดับ ภาษาเศรษฐศาสตร์คือ Homogeneous degree Zero คือไม่แตกต่างกันเลย
แต่ผมคาดว่ามาร์กซิสต์หรือคนที่นิยมในแนวทางนี้ในกลุ่มเสื้อแดงมีไม่มากนัก ส่วนมากคนเสื้อแดงจริงๆ ต้องการประชาธิปไตย ความเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์ และยังยอมรับระบอบกษัตริย์อยู่ แต่ไม่ใช่แบบแนวคิดแบบเทวะราชา แต่ต้องการให้อยู่พ้นการเมืองออกไปแบบอังกฤษ ญี่ปุ่น ซึ่ง ในทางทฤษฎีหรือกฎหมาย ประเทศไทยเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่มากมาย
ผมว่าแนวคิดทางการ เมืองไม่มีใครผิด เพราะเป็นค่านิยมพื้นฐานของแต่ละคน คนบางคนยังบูชาเจ้า คลั่งเจ้า จะไปตำหนิบางคนที่เขาคลั่งความเท่าเทียมกันได้อย่างไร
ในส่วนตัวผมเองนั้น ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดมาร์กซิสต์ ผมปฏิเสธทฤษฎียกเลิกกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน เพราะผมคิดว่ามนุษย์ยังมีกิเลสเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่ และมาร์กซิสต์จริงๆ นั่นจะขาดความคิดริเริ่ม ขาดแรงจูงใจในการผลิต และขาดการคิดค้นนวัตกรรม นี่เป็นสาเหตุหลักๆ ให้ประเทศคอมมิวนิสต์ล้มเหลว คือ มาร์กซิสต์หากทำให้ได้ก็ต้องให้มนุษย์ทุกคน "บรรลุโสดาบัน" เป็นอริยบุคคลหมดเสียก่อน และในสังคมของพระอรหันต์นั้น จึงจะเป็นมาร์กซิสต์ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะตัดกิเลสสิ้นไปแล้ว
ผมไม่ได้ปฏิเสธระบบกษัตริย์ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนชั้นสูงที่ใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือ เข้ามาแทรกแซงอำนาจทางการเมือง ผมต้องการให้ระบอบกษัตริย์เป็นแบบอังกฤษและอยู่เหนือการเมือง
บางคนพยายามปฏิเสธว่า อำมาตยาธิปไตยไม่มี ไม่มีใครแทรกแซงทางการเมือง แต่ยุคนี้อย่าคิดว่าประชาชนโง่ และผมยืนยันว่าองคมนตรีไม่ใช่สถาบันกษัตริย์ พวกนี้เป็นกลุ่มชนชั้นสูงที่เป็นอำมาตยาธิปไตย และมีผลประโยชน์ในสังคม แต่ผลประโยชน์ของพวกเขาไม่ใช่ของสถาบัน
แต่ผมเห็นว่าระบอบกษัตริย์ยังมีประโยชน์ในการ "รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี" และวัฒนธรรมบางประการของสังคมเอาไว้ได้ แต่ผมก็ไม่ใช่พวกคลั่งเจ้า และผมเป็นชาวพุทธที่ศึกษาพุทธศาสนามามากพอสมควรผมจึงไม่คิดว่า เจ้ามีความแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป และเป็นสมมุติเทพ นั่นเป็นศาสนาพราหมณ์ ผมคิดว่ากษัตริย์เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐมาตามประเพณี ไม่เสียหายอะไรที่ประเทศจะมีประมุขที่มาจากประเพณีแบบอังกฤษ หากไม่ขัดแย้งต่อ "อำนาจของปวงชน"
ผมไม่ใช่แดงซ้าย แต่เป็น แดงขวา คือ ทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ ที่อยู่ร่วมกับระบบ ได้หากปรับตัว และก็อยากให้ปรับตัวใจจะขาด ทุกวันนี้ก็ยังงงๆ อยู่ว่า "สู้เพื่อระบอบอำมาตย์ไปทำไม" ไม่ใช่ผลประโยชน์ของระบบสักหน่อย แต่เป็นผลประโยชน์ของขุนนาง สู้เพื่อขุนนางไปทำไม เฮ้อ เลยงงๆ
บางคนอาจคิดว่ายุคนี้ คอมมิวนิสต์นั้นล้าหลังไม่มีใครพูดถึงไปแล้ว คนอาจแค่ต้องการประชาธิปไตย เป็นซ้ายนิดๆ
ผมคิดว่าจริงๆ แล้ว คอมมิวนิสต์แบบรัสเซียหรือจีนไม่มีคนพูดถึงกันแล้ว แต่นักมาร์กซิสต์จริงๆ แล้วเขาคิดว่า นั่นไม่ใช่ระบอบมาร์กซิสต์ แต่เป็นลัทธิเลนินนิสต์ หรือสตาลินนิสต์ครับ คือ เอาแนวคิด "ปฏิวัติชนชั้น+มาร์กซิสต์" มาใช้ โดยมี "นักปฏิวัติ เป็นผู้จุดประกาย เพื่อกระโดดข้ามทุนนิยม ไปสู่คอมมิวนิสต์เลย เป็นการกระโดดข้ามการพัฒนาตามลำดับของสังคมตามแนวคิดของมาร์ก เข้าสู่การพัฒนาสังคมในระยะสุดท้ายที่สมบูรณ์เลยคือ ไม่มีชนชั้น ที่เรียกว่าคอมมิวนิสค์
มาร์กซิสต์ หรือนีโอมาร์กซิสต์ ถือว่านั้นเป็นความผิดพลาด พวกเขาคิดว่าต้องให้สังคมพัฒนการไปตามพัฒนาการของมันคือจากศักดินาเข้าสู่ทุนนิยม แล้วไปสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ในภายหลังมาร์กซิสต์ แบบ อ.ใจ จึงมาสนับสนุนการปฏิวัติประชาธิปไตย และให้สังคมผ่านระบอบทุนนิยมไปก่อน
ที่จริงระบอบการเมือง กับระบอบเศรษฐกิจมันก็ต้องสอดคล้องกันด้วย แต่บางทีมันก็สับสนปนเประหว่าง ประชาธิปไตย กับ ระบบเผด็จการ
มาร์กซิสต์จริงๆ เป็นประชาธิปไตย เน้นปวงชน
ทุนนิยมก็ต้องการประชาธิปไตย
แต่แนวทางเลนิน สตาลิน เหมา ทำให้เกิดเผด็จการโดยระบบพรรคขึ้น
สรุป คือ ทุนนิยมตอนนี้ เขาก็ลดแนวคิดลงเป็นเพียง Market Mechanism คือเน้นกลไกตลาดเป็นตัวจัดสรรทรัพยากร ใครจะผลิตอะไร ประชาชนจะบริโภคอะไร จะซื้ออะไร ให้เป็นไปตามดีมานต์ ซับพลาย เพราะจะเกิดประสิทธิภาพ
เยอรมันพัฒนาแนวคิด Social market Economy ขึ้นคือ ในระดับการจัดสรรทรัพยากร ใช้ระบบตลาด แต่ในเรื่องสังคม ใช้ระบบ สังคมนิยม เช่น สวัสดิการต่างๆ เพื่อให้คนที่แข่งขันไม่ได้ ได้รับการดูแล้วเป็นต้น
มันก็ผสมกันไปหมดแล้ว จะน้อยหรือมากเท่านั้น
ผมคิดว่าเรื่องสังคมมันแยกออกมาจากระบบเศรษฐกิจได้ แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับว่า ระบบเศรษฐกิจคุณ จะเอากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล หรือ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ
ผมว่าคนส่วนใหญ่ออกแนวผสม
แต่เชื่อเถอะไม่มีใครเอา ศักดินา หรืออำมาตย์ที่เราเรียกว่า Aristocracy สักกลุ่ม สำหรับคนธรรมดานะครับ
ยกเว้นชนชั้นนำที่เกิดมาบนกองเงินกองทองและสถานะทางสังคมสูง ก็อยากให้มีคนกราบไว้บูชาตน อยากมีอำนาจในสังคม โดยไม่ต้องมีประชาชนยอมรับ
ยุคก่อนคนไม่มีความรู้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยุคนี้คนมีความรู้มากขึ้น ใครเขาจะยอมให้คนเอา ชาติตระกูล ฐานะมากดขี่เขาได้ อะไรประมาณนี้
พ่อแม่ใจยักษ์จับลูกพิการใส่กรงขังนาน 20 ปี
ที่มา thaifreenews
โดย ป้าพลอย
ได้อ่านหนังสือต่างประเทศเรื่องหนึ่ง เกี่ยวพ่อแม่ใจยักษ์ที่จับลูกซึ่งพิการใส่กรงขังเช่นสัตว์เลี้ยง ครอบครัวใจยักษ์นี้ได้กระทำกับลูกในใส้แท้ๆ หลังจากลูกพิการนี้เกิดมา ทั้งสองก็ให้มีความรังเกียจเป็นอย่างมาก เพราะต้อง
เพิ่มภาระเลี้ยง ดู เนื่องจากเดินเหิรไปใหนด้วยตัวเองไม่ได้ พ่อแม่จึงจับใส่กรงขัง จะถ่ายจะฉี่ก็อยู่ในกรงนั้นถึงเวลาก็เอาน้ำเอาข้าวมาให้กินเช่นสัตว์เลี้ยง บางครั้งก็พาไปอาบน้ำแต่ไม่ทุกวัน สภาพความเป็นอยู่ แย่มากๆ แต่
พ่อ แม่ใจยักษ์ก็ไม่เคยนึกสงสารลูกของตัวเอง ลูกพิการที่พูดได้แค่อ้อเเอ้ไม่สามารถตะโกนออกไปให้ใครช่วยได้ เพราะพูดลิ้นคับปาก เขาต้องถูกขังอยู่ในกรงนานถึง 20 กว่าปี กว่าจะมีคนช่วยเอาออกจากขุมนรกนั้น แถมขัง
ในห้องใต้ดินที่มีแสง สว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงคราวที่สาวพิการนี้จะพ้นเวรพ้นกรรมจากพ่อแม่ใจยักษ์ เกิดเหตุไม่คาดฝันเนื่องจากไฟรัดวงจรที่อยู่ห้องใต้เกิดช๊อคขึ้นมา มีควันลอดออกมาจากห้องใต้ดิน เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้
กัน โทรแจ้งหน่วยกู้ภัยและหน่วยดับพลิงมาทันเวลา หน่วยกู้ภัยและดับเพลิงได้ทำการพังประตูห้องใต้ดินเข้าไป ต่างตกตลึงกับภาพที่เห็นอยู่ในกรง นั่นคือมนุษย์เป็นๆที่ถูกขังอยู่ในสภาพโทรมเหมือนสัตว์ตัวหนึ่งอยู่ในนั้น หน่วย
กู้ภัยจึงได้ช่วยเหลือผู้หญิงพิการคนนี้ออกมาและนำส่งโรง พยาบาลด่วนเพื่อช่วยเหลือชีวิต ระหว่างที่เพลิงไหม้ห้องใต้ดินนั้นพ่อแม่ใจยักษ์ไม่ได้อยู่บ้าน หลังจากนั้นตำรวจได้จับกุมพ่อแม่ใจยักษ์คู่นี้เข้าคุกรับใช้เวรที่ก่อให้กับ
ลูก ในใส้ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วมันหดหู่ใจเป็นอย่างมาก อีกเรื่องหนึ่งแม่จับลูกวัย 4 อาทิตย์ใส่ตู้ไมโครเว็ปเพราะโกรธที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด เรื่องนี้เกิดที่อเมริกา เรื่องจับลูกใส่กรงขังนี่แถวรัชเซีย เรื่องของพ่อแม่ใจยักษ์เนี่ยคงมี
อยู่ทั่วๆไป บางที่ก็ฆ่าลูกที่เพิ่งคลอดแล้วเพคใส่ถุงเอาเข้าช่องฟิตแช่แข็ง เรื่องนี้เกิดที่เยอรมันนี่เองหลายรายทีเดียว แล้วที่ประเทศไทยจะไม่มีพ่อแม่ใจยักษ์บ้างหรือ? เป็นไปไม่ได้ แต่ที่เห็นอยู่กับตา ก็มีพ่อแม่ของครอบครัว
หนึ่ง ที่รักลูกลำเอียง นี่ก็อยู่ในบัญชีพ่อแม่ใจยักษ์เช่นกัน สั่งฆ่าลูกได้อย่างเลือดเย็น คนที่เป็นพ่อเป็นแม่คน ทำไมถึงทำได้ลงคอ? คนจำพวกนี้จิตใจช่างอำมหิตผิดมนุษย์ ฆ่าได้กระทั่งลูก ฆ่าได้กระทั่งพี่ ฆ่าได้กระทั่งน้อง
ใจคอโหดร้าย นึกแล้วขยะแขยง ข่าวเรื่องฆ่าลูกในใส้มีเกิดขึ้นบ่อยๆในต่างประเทศ ที่ฝรั่งเศสเมื่อไม่นานมานี้ก้มีข่าวหือฮาเกิดขึ้น น้องชายได้ฆ่าพี่ชายกินเป็นอาหาร บ้านอยู่ทางเหนือของฝรั่งเศส เขาตัดข้อมือข้อเท้าพี่ มา
ต้มเป็นซุปซดกิน อ่านข่าวแล้วแทบอาเจียนเรื่องจริงน๊ะเนี่ย ตำรวจจับได้ เพราะแกไปสารภาพผิดกับตำรวจ ว่าฆ่าพี่ชายตายกินเป็นอาหาร โลกนี้มันมีอะไรเพี้ยนๆชอบกล ระวังกันให้ดี หากโลกมันอาเพทหาอะไรกินกันไม่ได้ คง
หันมาฆ่ากันเองกินเป็นอาหารแน่ๆ นึกแล้วกลัวไปดีกว่า............
แสดงความเห็นได้ที่นี่
http://www.thaifreenews.org/forum/index.php?topic=1219
ระหว่างสายยุทธการกับสายเสนาธิการ
ที่มา thaifreenews
โดย Bugbunny
ในทางปฏิบัติระหว่างทำการรบนั้น เขาจะแบ่งออกเป็นฝ่ายยุทธการ และฝ่ายเสนาธิการ Commander in Chief จะดูจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้นำหน่วย ดูความเหมาะสมของหน่วยทหารที่จะมอบหมายภารกิจ สภาพสมรภูมิ ข้าศึกที่เรากำลังรบกับเขาอยู่ ฯลฯ ก่อนจะแต่งตั้งผู้ทรงอำนาจสูงสุดในสมรภูมิใดขึ้นมา คนผู้นี้บางครั้งก็มาจากสายยุทธการ แต่บางครั้งก็มาจากสายเสนาธิการ ไม่มีความแน่นอนว่าเลือกฝ่ายไหนแล้วรับรองได้ว่าจะต้องชนะ เพราะนายทหารทุกคนนั้นผ่านการศึกษาและผ่านประสบการณ์มาแล้วทุกคน มิฉะนั้น ก็ไม่ได้นำหน่วยหรอก
แต่นายทหารทุกคนต่างก็อยากเป็นแม่ทัพในสมรภูมิย่อยหรือสมรภูมิหลักกันทั้งนั้น จึงต้องมีการนำเสนอตนเองและแนวทางของตนว่าเยี่ยมยุทธ นี่ถือได้ว่าเป็น Conflict of Interest ในกลุ่มผู้นำด้านการทหาร อันเป็นเรื่องปกติ ตอนที่โซเวียตเลือกแม่ทัพจะบุกเบอร์ลินนั้น จอมพลสองคนต่างก็เสนอแผนงานที่ดีเยี่ยมและมีเป้าหมายดี แต่เชื่อกันว่า เหตุผลที่กรรมาธิการทหารเลือกจอมพลชูคอฟเป็นผู้นำทัพยึดเบอร์ลินนั้น เพราะชูคอฟเคยพิสูจน์ตนเองด้วยชัยชนะและยุทธวิธีสงครามกองโจรในเมืองแบบเกาะติดศัตรูที่ใช้กันมาจนทุกวันนี้ ถ้าต้องนำกองทัพที่อ่อนด้อยกว่าด้านแสนยานุภาพ ชูคอฟสามารถหยุดยั้งยุทธวิธีสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg) ของเยอรมันโดยจอมพลเพาลุสที่สตาลินกราดได้สำเร็จ เยอรมันต้องพ่ายแพ้ ทหารและแม่ทัพถูกจับเป็นเชลยศึกมากมาย ในส่วนตัวนั้น จอมพลชูคอฟเองก็เป็นนายทหารที่กำลังพลรักใคร่เคารพ ถึงลูกถึงคน ลงสนามรบร่วมจับปืนกับพลทหาร เด็ดขาดขนาดปลดและสั่งจับนายพลสามคนทันทีที่ขัดคำสั่ง รวมทั้งได้ทุ่มเทเพื่อการปฏิวัติมาตลอด ไม่ใช่นายพลอีกคนหนึ่งที่ก่อนจะเข้าร่วมกองทัพแดงนั้น เคยเริ่มชีวิตทหารในกองทัพพระเจ้าซาร์มาก่อน
สถานการณ์ในกลุ่มเสื้อแดงวันนี้เราจะเห็นการนำเสนอที่แตกต่างกันในการเคลื่อนไหว การนำเสนอนั้นหากพิจารณาแนวทางที่แตกต่างซึ่งแสดงออกกันมา ผนวกกับข้อมูล ของความขัดแย้งระหว่างบุคคล โดยเฉพาะคนที่เคยปะทะกันทางความคิดอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้เป็น Commander in Chief ถึงขั้นที่คุยกันไม่ได้อีกแล้ว ก็ยิ่งมองได้ว่า นี่อาจเป็นยุทธวิธีเพื่อชิงการนำกันเท่านั้น เนื่องจากเสื้อแดงวันนี้มีมวลชนมากมาย มีผลถึงอนาคตทางการเมืองของผู้นำการเคลื่อนไหวด้วย จึงมีการจัดตั้งมวลชน การเคลื่อนไหวต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่ก็มีเรื่องน่างุนงงประเภทที่ว่า ทำไมในช่วงที่ทุกกลุ่มโดนทั้งการใช้กำลัง การติดคุก ปิดสถานีสื่อสารข้อมูล แต่มีกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยผจญปัญหาเลยสักอย่าง แม้แต่ในช่วงที่ฝ่ายตรงข้ามมีทั้งกฎหมายและเหตุผลที่จะทำได้อย่างสบาย
การที่ฝ่ายใดจะเข้ามาชิงการนำได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่จะต้องทำให้ Commander in Chief และมวลชนคล้อยตามให้ได้ และผู้ตัดสินใจก็ต้องสุขุมคิดหลาย ๆ ชั้นให้ดี อย่าทำไปด้วยข้อมูลอันไม่ครบถ้วนรอบด้าน เพราะราคาการตัดสินใจผิดพลาดนั้นมันแพงมาก ก่อนจะตัดสินใจอย่างไร Commander in Chief ต้องฟังเสียงที่ดังมากของมวลชนคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ด้วย ข้อมูลที่รอบด้านจำเป็นสำหรับนักบริหาร มิฉะนั้น พลังส่วนรวมที่เข้มแข็งจะอาจถูกทำให้อ่อนแอไปเสียเปล่า ๆ โดยใช่เหตุ ควรดูภาพรวม ประเมินผลที่จะเกิดขึ้น และผลงานที่ผ่านมากันดีกว่า แน่นอนที่ไม่มีใครทำให้ทุกคนพอใจได้ทุกสิ่ง แต่ต้องมองผลภาพรวมมาพิจารณามากกว่าเอาจุดอ่อนบางจุดมาตัดสิน
