WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 26, 2009

สื่อเทศมองไทย เสี่ยงสูง การเมืองไม่นิ่ง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_28802

รอยเตอร์ จัดลำดับความมั่นคงทางการเมืองของไทย พบยังมีความเสี่ยงสูง หลังประกาศใช้พรบ.มั่นคง อยู่ที่ระดับ 3.25 คะแนน จาก 5 คะแนน มากกว่า มาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ...

เมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์ เผยแพร่บทวิเคราะห์ ด้านความมั่นคงทางการเมืองของไทย จัดลำดับความเสี่ยงเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไม่มั่นใจสถานการณ์ในไทย หลังรัฐบาลประกาศผ่านพระราชบัญญัติความมั่นคงเมื่อ 25 ส.ค. โดยนักวิเคราะห์ความเสี่ยงของบริษัทข้อมูลระดับโลก "ไอเอชเอส โกลบอล อินไซท์" วัดความเสี่ยงจากปัจจัย 6 ประเภท ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย การเก็บภาษี การทำงานของรัฐบาล และความมั่นคง ของ 4 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ โดยอันดับคะแนนความเสี่ยงจะวัดจาก 1 คือ มีความเสี่ยงน้อย จนถึง 5 คือ มีความเสี่ยงสูงสุด สำหรับคะแนน ด้านการเมืองของไทยมีความเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่ 3.25 คะแนน ขณะที่มาเลเซียและ ฟิลิปปินส์ 2.75 คะแนน ส่วนอินโดนีเซีย อยู่ที่ 2.50 คะแนน

นอกจากนี้ รอยเตอร์ยังนำบทวิเคราะห์การจัดลำดับด้านความเสี่ยงของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่อการเกิดความไม่สงบทางการเมือง ที่ทำโดยหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ ของนิตยสารอีโคโนมิสต์ เมื่อเดือน มี.ค. มาเผยแพร่ด้วย โดยคะแนนจะวัดจาก 1 คือ ดีสุด ถึง 10 คือแย่สุด กรณีนี้ไทยได้ 7 คะแนน อยู่ลำดับที่ 38 จาก 165 ประเทศทั่วโลกแต่ก็ยังถือว่าดีกว่าพม่าที่ได้ 7.1 คะแนนอยู่ลำดับที่ 33 และกัมพูชาที่ได้ 8.0 คะแนน อยู่ลำดับที่ 4 ของโลก

บำนาญประชาชน: สิทธิเมื่อชราภาพของทุกคนที่รัฐต้องจัดหา

ที่มา ประชาไท

ชื่อบทความเดิม
บำนาญประชาชน: สิทธิของประชาชนเมื่อชราภาพ รัฐต้องจัดบำนาญประชาชนให้ทุกคน

การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัญหาเศรษฐกิจ ภาวะว่างงาน ตกงาน การไม่ได้รับการประกันรายได้ที่แน่นอนจากรัฐ ทำให้คนจน คนไม่มีงานทำ คนรับงานไปทำที่บ้าน คนไม่มีนายจ้าง และอยู่นอกระบบประกันสังคม คือคนกลุ่มใหญ่ของประเทศที่เป็นเหยื่อของภาวะปัญหาที่รุมเร้า หรือคนเหล่านี้ต้องโทษที่เกิดมาจน และถูกทำโทษต่อไปอีกว่าหากอยากมีบำนาญชราภาพ ก็ต้องมาจากการออมเงินด้วยตนเอง โดยรัฐจะร่วมจ่ายสมทบในอัตราจำกัด โดยอ้างตลอดเวลาว่าไม่มีเงินเพียงพอ ทั้งที่ยังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการปฏิรูประบบภาษีที่ก้าวหน้าและเป็นธรรม การดำเนินการจัดสวัสดิการให้ประชาชนเพื่อลดช่องว่างทางรายได้ การเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของคนมีมากกับคนมีน้อยหรือไม่มีเลย
ดังนั้น การที่กระทรวงการคลัง มุ่งเน้นให้เกิดระบบบำนาญแห่งชาติด้วยการออมจากประชาชน โดยละเลยไม่พูดถึงการจัดสวัสดิการพื้นฐานยามชราภาพ จึงเป็นการดำเนินนโยบายที่ไม่เป็นธรรมกับคนจน การสร้างหลักประกันชราภาพขั้นพื้นฐานในจำนวนที่เหมาะสม จึงเป็นทิศทางที่จำเป็นต่อประชาชน และควรดำเนินการอย่างเป็นระบบมีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่ให้เป็นนโยบายเป็นปีต่อปีของรัฐบาล นั่นคือ รัฐต้องจัดทำระบบบำนาญชราภาพพื้นฐาน ในรูปแบบระบบบำนาญประชาชน ในจำนวนที่มากกว่าเบี้ยยังชีพปัจจุบัน ไปพร้อมๆ กับการดำเนินการกระตุ้นการออมเพื่อชราภาพของประชาชนให้เป็นทางเลือกในการออม ไม่ใช่ออกกฎหมายให้ทุกคนต้องออม
ยกระดับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นบำนาญประชาชนที่จ่ายมากกว่า 500 บาทต่อเดือน ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีการกระจายรายได้ต่ำมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ในปี พ.ศ.2549 คนรวยที่สุด ร้อยละ 20 รายได้สูงกว่าคนจนที่สุด ร้อยละ 20 ที่ 14.7 เท่า[1]
การลดช่องว่างด้วยการกระจายรายได้ ควรดำเนินการในสองด้านคือ การจัดสวัสดิการให้กับประชาชนและการปฏิรูปการจัดเก็บภาษีและการบริหารจัดการการเงินการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้รัฐสามารถนำเงินมาจัดระบบสวัสดิการให้กับประชาชนในรูปแบบการจัดสวัสดิการแบบถ้วนหน้า (universal coverage) เป็นการจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุทุกคนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม ไม่ต้องระบุความจน เนื่องจากเป็นไปตามสิทธิของผู้สูงอายุที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยสามารถแก้ปัญหาการคัดเลือกผู้สูงอายุที่ยากจน การเลือกพวกพ้องตนเอง การคัดเลือกที่ไม่โปร่งใส การขัดแย้งกันในชุมชน การใช้เบี้ยยังชีพเป็นการหาเสียงให้ตนเองทั้งการเมืองระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง
ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งยกระดับการจ่ายเบี้ยยังชีพ เป็น บำนาญประชาชน เพื่อลดช่องว่าง เพื่อกระจายรายได้ และคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของความชราภาพ ทุกคนเมื่ออายุเกิน 60 ปีได้รับบำนาญทุกเดือนตลอดชีวิต ในอัตราไม่น้อยกว่าเส้นความยากจน เริ่มที่ 1,500 บาทต่อเดือน ไม่ใช่บังคับทุกคนตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปให้ออมเงิน เพราะรัฐยังไม่ได้แก้ปัญหาการกระจายรายได้ ไม่รับประกันรายได้ของแรงงานนอกประกันสังคม คนจนที่ไม่มีรายได้แน่นอน แต่จะบังคับให้ทุกคนออม เป็นเรื่องที่เอาเปรียบคนจน คนยากลำบากในสังคม
รัฐจ่ายได้จริงและควรจ่ายมากกว่าเบี้ยยังชีพ 500 บาท ในปัจจุบัน การสร้างเสาหลักพื้นฐานแห่งการให้แบบถ้วนหน้า(universal foundation pillar) [2] ที่มอบบำนาญให้ผู้สูงอายุทุกคนเมื่อมีอายุตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้มีความเป็นไปได้สำหรับประเทศไทยที่จะให้หลักประกันที่มั่นคงปลอดภัยแก่ผู้ชราภาพของประเทศได้ จากการคำนวณการจ่ายบำนาญเดือนละ 1,443 บาท [3] (เส้นความยากจน ปี 2550) ตั้งแต่ปี 2552 – 2568 รัฐจะใช้งบประมาณเพียงร้อยละ 1.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เมื่อเทียบกับประเทศอื่นเช่น มอริเชียสร้อยละ 1.7 ประเทศนิวซีแลนด์ร้อยละ 3 การคำนวณ GDP เป็นการคาดการณ์บนสมมติฐานที่ว่าประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตของ GDP ต่อหัวร้อยละ 3.44 ต่อปี ซึ่งเท่ากับทิศทางในการเติบโตของประเทศระหว่างปี 2541-2551 ในช่วงเวลานี้ประเทศไทยเผชิญกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและมีอัตราการเติบโตติดลบในปี 2540 และ 2541 รัฐคิดเพียงว่าจะจ่ายน้อยที่สุดให้กับประชาชนเมื่อยามชราภาพ โดยผลักภาระให้ประชาชนออมเอง หากอยากได้บำนาญ เป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อคนยากจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
การดำริที่จะจัดเก็บภาษีทรัพย์สินตามมูลค่า ถือว่าเป็นความคิดที่ก้าวหน้าของรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่จะใช้ระบบภาษีเป็นการช่วยลดช่องว่างของการกระจายรายได้ ภาษีทรัพย์สิน (property tax) หมายถึงการจัดเก็บภาษีบนฐานทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บ้านและโรงเรือน หุ้น และหลักทรัพย์ทางการเงินฯลฯ ภาษีนี้จะทำให้เกิดการกระจายรายได้ คนจนไม่ได้รับผลกระทบแต่คนรวยต้องเสียภาษีให้รัฐ
ทั้งนี้ ทรัพย์สินเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากบริการสาธารณะของรัฐ เช่น การดูแลรักษาความสงบสุข การคุ้มครองดูแล การลงทุนสาธารณูปโภค แต่รัฐบาลนี้จะเริ่มที่ภาษีที่ดิน บ้านและโรงเรือน และให้เป็นผลประโยชน์ของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม รัฐส่วนกลางควรมีการกำหนดให้ท้องถิ่นกันเงินรายได้จากภาษีเหล่านี้ไว้สำหรับการจัดสวัสดิการพื้นฐานคือบำนาญประชาชน สำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ของตนเอง จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2550 ราว 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุอาศัยอยู่คนเดียวหรืออยู่กับหลานโดยลำพัง ร้อยละ 22 ของผู้สูงอายุยังมีหนี้สินและมีภาระต้องชดใช้หนี้สิน แหล่งรายได้หลักของผู้สูงอายุมาจากบุตร ร้อยละ 52.3 ดังนั้น การจัดบำนาญประชาชน ในจำนวนที่เหมาะสมจึงเป็นการช่วยเหลือผู้สูงอายุให้ดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี และมีคุณค่าต่อสังคมและลดภาระของครอบครัวในการเลี้ยงดู ทำให้คนวัยแรงงานที่มีรายได้ พอจะมีเงินเหลือออมเพื่อความชราภาพของตนต่อไป
[2] เป็นเบี้ยบำนาญที่ให้ผู้สูงอายุทุกคนที่มีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด ธนาคารโลกเรียกระบบที่ให้แบบไม่ต้องจ่ายสมทบนี้ว่าเสาหลักหมายเลขศูนย์ (Zero Pillar)
[3] สำนักพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดภาวะสังคม, สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ มิถุนายน 2551 www.poverty.nesdb.go.th

งดไปสี่เสาเช้านี้ 14จังหวัดแดงปักษ์ใต้บุกสงขลาบ้านเปรมเบิร์ธเดย์ ดำทั้งแผ่นดินคึกทั่วไทย

ที่มา Thai E-News


กิจกรรมดำทั้งแผ่นดินคึกครื้นทั่วประเทศ26นี้-ภาพกิจกรรมเมื่อครั้งคนเสื้อแดงแต่งดำให้วันเกิดมาร์ค นายกฯหุ่นเชิดเมื่อ3ส.ค.ที่ผ่านมาคึกคักทั่วประเทศ (ชมภาพทั้งหมดคลิ้ก) คราวนี้จัดให้เปรมจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะจะมีจัดงานประจานที่บ้านเกิดสงขลาให้ด้วย จนเจ้าตัวหลบไปโคราช

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2552
**หมายเหตุ:แจ้งงดกิจกรรมแรมโบ้อีสานบุกบ้านสี่เสา10โมงเช้านี้ ขอให้ทุกท่านไปพบกันที่สนามหลวง หรือจุดนัดหมายจังหวัดต่างๆ**

ชื่องาน :26สิงหาวันดอกไม้จันทน์ ดำทั้งแผ่นดินรวมพลคนไม่เปรม:“โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40”
หลักการและเหตุผล: ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศพร้อมใจแต่งดำทั้งแผ่นดิน+ติดดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อ....ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี วันที่ 26 สิงหาคม 2551 วันอัปยศอำมาตย์วันที่ประเทศไทยถูกทำร้าย ด้วยการบุกยึดทำเนียบ และ NBT สร้างความอับยศสู่สายตาชาวโลก ..พร้อมทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกคน
เจ้าภาพ:โครงข่ายคนไม่เอาเปรม และประชาชนผู้ชิงชังเผด็จการทั่วประเทศและทั่วโลก
สถานที่ : สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์
เวลา :13.59 – 23.00 น. 26 สิงหาคม 2552
การแต่งกาย : ขอความร่วมมือใส่เสื้อผ้าสีดำ
กำหนดการคร่าวๆ
13.59 – 18.00 น. การปราศรัยของแกนนำกลุ่มแดงต้านระบอบอำมาตย์
18.00 – 19.00 น. สมัชชาสังคมก้าวหน้า

19.00 – 23.00 น*
-สมยศ พฤกษาเกษมสุข
-จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปราศรัย
-ส.ส. ดร. สุนัย จุลพงศธร ปราศรัย
-ละครเรื่อง อำมาตย์อำนาจบ๊องส์ ลงนรกอเวจี
-ธีกรรมเผาดอกไม้จัน และ เผาโลงศพ เผาพริกเผาเกลือ เรียกร้องให้ พล.อ.เปรม
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
และยุติการแทรกแซงทางการเมือง
-ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ปราศรัย
-สุรชัย แซ่ด่าน ปราศรัย
-วิดิโอลิ้งค์โดยจักรภพ เพ็ญแข


*ในระหว่างเวลาช่วงนี้จะมีการแทรกด้วยกวีจากคุณไม้หนึ่ง และอาจจะมีการขอดนตรีจากสมัชชาฯ ด้วย ซึ่งแล้วแต่สถานการณ์อีกที
**งานนี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ซึ่งมันอาจจะใช้เวทีนี้เป็นการนำไปสู่สถานการณ์ทางการเมืองต่อไปอีก ดังนั้นกรุณางดวาจาที่หยาบคาย ยั่วยุ และออกชื่อเสียงเรียงนาม ให้ใช้คำแทนได้ เช่น ป.ปลา , ป. ประตูหลัง ฯลฯ

แดงปักษ์ใต้จัดดำทั้งแผ่นดินที่ถิ่นเกิดเปรมสงขลา

เวบไซต์ โลกวันนี้
รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่โรงแรมสิงห์ โกลเด้น เพลส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ นำโดย นายจิรายุส เนาวเกตุ อดีตส.ส.พัทลุง ในฐานะ ประธานสมาพันธ์ ประชุมแกนนำเครือข่ายคนเสื้อแดง ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนัดรวมพลังครั้งใหญ่ และครั้งแรกของคนเสื้อแดงทั่วทั้งภาคใต้ ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อแสดงการไว้อาลัยพร้อมกับคนเสื้อแดงทั่วทั้งประเทศ

โดยจะมีการรวมตัวกันที่ลานหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับสถานที่ชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรสงขลาเพื่อประชาธิปไตย

โดยจะมีการจัดขบวนรถยนต์อย่างน้อย 50 คัน ตกแต่งด้วยโบว์ดำ พวงหรีด และหุ่นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และจะร่วมกันแสดงความไว้อาลัยให้กับพล.อ.เปรม 1 นาที และนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 นาที ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปในเขตตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อประจานความล้มเหลวในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาล ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไปรวมตัวกัน ณ ที่ทำการของคนเสื้อแดง ย่าน ถนน ลพบุรีราเมศร์ อ.หาดใหญ่ และร่วมเผาพวงหรีด และหุ่นของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้มีรายงานว่าพล.อ.เปรมไม่อยู่ที่บ้านสี่เสาในวันเกิด และไม่กลับบ้านเกิดสงขลา แต่เผ่นไปตั้งหลักที่บ้านพักคลายกังวลที่นครราชสีมาแทน

แดงภาคใต้พร้อมเคลื่อนเข้ากรุงสมทบชุมนุมใหญ่30ส.ค.

กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ ในนามของสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ นำโดยนายจิรายุส เนาวเกตุ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) จ.สตูล นายรัตน์ ภู่กลาง รองประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย จ.ตรัง อดีต สมาชิก อบจ.ตรัง นายโอฬาร ชนะสงคราม อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จ.ตรัง และสมาชิกคณะกรรมการสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้กว่า 80 คน ร่วมสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามกลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ กลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ ที่โรสอินท์แมนชั่น ถนนท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง

นายจิรายุสกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้จาก 10 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส และ ปัตตานี มีมติร่วมกันที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยวันที่ 25 สิงหาคม แกนนำทั้ง 10 จังหวัดภาคใต้ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 สุราษฎร์ธานี และเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ร่วมกันแต่งชุดดำในวันเกิดของ พล.อ.เปรม นอกจากนั้น จะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

ภาคเหนือคึกดำทั้งแผ่นดิน2หมื่นพรึบดอกไม้จันทน์พร้อม

กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 โดย ผ.อ.เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ดีเจ อ้อม ดีเจ ต้อม ร่วมคนเสื้อแดงเชียงใหม่จัดงาน ไว้ทุกข์ 365 วันพันธมิตรบุกยึดทำเนียบ จัดเบิร์ธื์เดย์ เปรม ซึ่งจะจัดให้มีเวทีปราศัย นำโดย ผ.อ. เพชรวรรต ดีเจอ้อม หมอเหวง,แรมโบ้ อีสาน เจ๋งดอกจิก และศิลปินนักร้องอีกมากมายในวันที่ 26 ส.ค. 2525 ตั้งแต่เวลา13.00น เป็นต้นไปซึ่งในงานนี้จะมีการโฟนอินจากแดนไกล จาก ท่าน ทักษิณ ชินวัตร ด้วย

จึงขอกราบเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดง เชียงใหม่และ จ.ใกล้เคียงเข้าร่อมงานโดยทั่วกัน ซึ่งงานนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน

แดง14จังหวัดใต้แต่งดำเบิร์ธเดย์สงขลาบ้านเปรม หนีหัวซุกหลบโคราช งานดอกไม้จันท์คึกทั่วไทย

ที่มา Thai E-News


กิจกรรมดำทั้งแผ่นดินคึกครื้นทั่วประเทศ26นี้-ภาพกิจกรรมเมื่อครั้งคนเสื้อแดงแต่งดำให้วันเกิดมาร์ค นายกฯหุ่นเชิดเมื่อ3ส.ค.ที่ผ่านมาคึกคักทั่วประเทศ (ชมภาพทั้งหมดคลิ้ก) คราวนี้จัดให้เปรมจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะจะมีจัดงานประจานที่บ้านเกิดสงขลาให้ด้วย จนเจ้าตัวหลบไปโคราช

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2552

ชื่องาน :26สิงหาวันดอกไม้จันทน์ ดำทั้งแผ่นดินรวมพลคนไม่เปรม:“โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40”
หลักการและเหตุผล: ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศพร้อมใจแต่งดำทั้งแผ่นดิน+ติดดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อ....ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี วันที่ 26 สิงหาคม 2551 วันอัปยศอำมาตย์วันที่ประเทศไทยถูกทำร้าย ด้วยการบุกยึดทำเนียบ และ NBT สร้างความอับยศสู่สายตาชาวโลก ..พร้อมทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกคน
เจ้าภาพ:โครงข่ายคนไม่เอาเปรม และประชาชนผู้ชิงชังเผด็จการทั่วประเทศและทั่วโลก
สถานที่ : สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์
เวลา :13.59 – 23.00 น. 26 สิงหาคม 2552
การแต่งกาย : ขอความร่วมมือใส่เสื้อผ้าสีดำ
กำหนดการคร่าวๆ
13.59 – 18.00 น. การปราศรัยของแกนนำกลุ่มแดงต้านระบอบอำมาตย์
18.00 – 19.00 น. สมัชชาสังคมก้าวหน้า

19.00 – 23.00 น*
-สมยศ พฤกษาเกษมสุข
-จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปราศรัย
-ส.ส. ดร. สุนัย จุลพงศธร ปราศรัย
-ละครเรื่อง อำมาตย์อำนาจบ๊องส์ ลงนรกอเวจี
-ธีกรรมเผาดอกไม้จัน และ เผาโลงศพ เผาพริกเผาเกลือ เรียกร้องให้ พล.อ.เปรม
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
และยุติการแทรกแซงทางการเมือง
-ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ปราศรัย
-สุรชัย แซ่ด่าน ปราศรัย
-วิดิโอลิ้งค์โดยจักรภพ เพ็ญแข


*ในระหว่างเวลาช่วงนี้จะมีการแทรกด้วยกวีจากคุณไม้หนึ่ง และอาจจะมีการขอดนตรีจากสมัชชาฯ ด้วย ซึ่งแล้วแต่สถานการณ์อีกที
**งานนี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ซึ่งมันอาจจะใช้เวทีนี้เป็นการนำไปสู่สถานการณ์ทางการเมืองต่อไปอีก ดังนั้นกรุณางดวาจาที่หยาบคาย ยั่วยุ และออกชื่อเสียงเรียงนาม ให้ใช้คำแทนได้ เช่น ป.ปลา , ป. ประตูหลัง ฯลฯ

แดงปักษ์ใต้จัดดำทั้งแผ่นดินที่ถิ่นเกิดเปรมสงขลา

เวบไซต์ โลกวันนี้
รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่โรงแรมสิงห์ โกลเด้น เพลส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ นำโดย นายจิรายุส เนาวเกตุ อดีตส.ส.พัทลุง ในฐานะ ประธานสมาพันธ์ ประชุมแกนนำเครือข่ายคนเสื้อแดง ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนัดรวมพลังครั้งใหญ่ และครั้งแรกของคนเสื้อแดงทั่วทั้งภาคใต้ ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อแสดงการไว้อาลัยพร้อมกับคนเสื้อแดงทั่วทั้งประเทศ

โดยจะมีการรวมตัวกันที่ลานหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับสถานที่ชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรสงขลาเพื่อประชาธิปไตย

โดยจะมีการจัดขบวนรถยนต์อย่างน้อย 50 คัน ตกแต่งด้วยโบว์ดำ พวงหรีด และหุ่นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และจะร่วมกันแสดงความไว้อาลัยให้กับพล.อ.เปรม 1 นาที และนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 นาที ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปในเขตตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อประจานความล้มเหลวในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาล ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไปรวมตัวกัน ณ ที่ทำการของคนเสื้อแดง ย่าน ถนน ลพบุรีราเมศร์ อ.หาดใหญ่ และร่วมเผาพวงหรีด และหุ่นของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้มีรายงานว่าพล.อ.เปรมไม่อยู่ที่บ้านสี่เสาในวันเกิด และไม่กลับบ้านเกิดสงขลา แต่เผ่นไปตั้งหลักที่บ้านพักคลายกังวลที่นครราชสีมาแทน

แดงภาคใต้พร้อมเคลื่อนเข้ากรุงสมทบชุมนุมใหญ่30ส.ค.

กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ ในนามของสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ นำโดยนายจิรายุส เนาวเกตุ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) จ.สตูล นายรัตน์ ภู่กลาง รองประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย จ.ตรัง อดีต สมาชิก อบจ.ตรัง นายโอฬาร ชนะสงคราม อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จ.ตรัง และสมาชิกคณะกรรมการสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้กว่า 80 คน ร่วมสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามกลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ กลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ ที่โรสอินท์แมนชั่น ถนนท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง

นายจิรายุสกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้จาก 10 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส และ ปัตตานี มีมติร่วมกันที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยวันที่ 25 สิงหาคม แกนนำทั้ง 10 จังหวัดภาคใต้ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 สุราษฎร์ธานี และเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ร่วมกันแต่งชุดดำในวันเกิดของ พล.อ.เปรม นอกจากนั้น จะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

ภาคเหนือคึกดำทั้งแผ่นดิน2หมื่นพรึบดอกไม้จันทน์พร้อม

กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 โดย ผ.อ.เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ดีเจ อ้อม ดีเจ ต้อม ร่วมคนเสื้อแดงเชียงใหม่จัดงาน ไว้ทุกข์ 365 วันพันธมิตรบุกยึดทำเนียบ จัดเบิร์ธื์เดย์ เปรม ซึ่งจะจัดให้มีเวทีปราศัย นำโดย ผ.อ. เพชรวรรต ดีเจอ้อม หมอเหวง,แรมโบ้ อีสาน เจ๋งดอกจิก และศิลปินนักร้องอีกมากมายในวันที่ 26 ส.ค. 2525 ตั้งแต่เวลา13.00น เป็นต้นไปซึ่งในงานนี้จะมีการโฟนอินจากแดนไกล จาก ท่าน ทักษิณ ชินวัตร ด้วย

จึงขอกราบเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดง เชียงใหม่และ จ.ใกล้เคียงเข้าร่อมงานโดยทั่วกัน ซึ่งงานนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน

ครบ9เดือนความยุติธรรมยังไม่คลอด จี้ยัดคุกมาร์ค-เทือกแทนผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินฐานละเว้น

ที่มา Thai E-News


ครบ9เดือนความยุติธรรมยังไม่คลอด-พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยไปยื่นหนังสือถึงอภิสิทธิ์ที่ทำเนียบ“ขอเรียนถามนายกฯ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหาย ขอให้ตอบคำถามให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วไปด้วย”

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2552

โฆษกเพื่อไทยบุกทำเนียบจี้มาร์คเร่งคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน หลังเหตุเกิดผ่านไปแล้ว 9 เดือน แต่ความยุติธรรมยังไม่คลอดจากกระบวนการยุติธรรมไทย หรือเป็นเวลา274วัน มาร์คหลบหน้าเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ วงการตำรวจชี้ทางสว่างให้เอาผิดถึงขั้นติดคุกกับอภิสิทธิ์-เทือกมายันวุฒิเจ้าของคำพูด"ผู้ก่อการดี"


นับถึงวันนี้(25 ส.ค.)เป็นเวลาครบ 9 เดือนเต็ม นับจากวันที่ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ25พ.ย.2551 โดยที่ประจานกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ยังไม่สามารถทำอะไรกับผู้ก่อการร้ายได้เลย

เช้าวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทยและเครือข่ายฯ ยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สอบถามความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ส.ค.51 และท่าอากาศนายสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.51 โดยอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศนับสองแสนล้านบาท

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ตอนนี้เวลาผ่านมาแล้วร่วม 1 ปี แต่การดำเนินการเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และการดำเนินการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นยังล่าช้าไม่มีความชัดเจน เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากกับกรณีการดำเนินคดีต่อกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีความรวดเร็ว จนหลายคดีสามารถส่งฟ้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้แล้ว ทั้งๆ ที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขี้งหลังเพียงไม่กี่เดือน จึงเป็นที่คาใจของสาธารณชนในสังคม พร้อมทั้งเกิดคำถามว่าเหตุใดการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลทั้งสองกลุ่มไม่สอดคล้องกับคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าจะดำเนินคดีต่างๆอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันภายใต้กรอบกฎหมาย ที่สำคัญเหตุที่คดีของกลุ่มบุคคลต่างๆ ล่าช้าเนื่องมากจากนายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาไปกับการแทรกแซงวงการข้าราชการตำรวจ

“ขอเรียนถามนายกฯ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหาย ดังนั้น ขอให้นายกฯ ตอบคำถามในเรื่องดังกล่าวให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วไปด้วย เพื่อให้ประชาชนทราบเหตุผลและข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการการแผ่นดินของนายกฯ ต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มารับเรื่องด้วยตนเอง เนื่องจากติดภารกิจประชุมคณะรัฐมนตรี มอบให้นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงศ์ ผอ.กองสนามที่เป็นผู้รับแทน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆในเรื่องนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเปิดเผยว่า เมื่อพล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ได้ออกหมายเรียกให้ผู้ถูกดำเนินคดีก่อการร้ายมาพบแล้ว แต่มีการมาม็อบแทน และพล.ต.ท.วุฒิไปพูดว่าเป็นผู้ก่อการดี แล้วจะปล่อยเงียบหายไปไม่ได้ ต้องเรียกหมายซ้ำอีกครั้งเมื่อครบกำหนด1เดือน จากนั้นก็ต้องออกหมายจับ หากเพิกเฉยพล.ต.ท.วุฒิ รวมทั้งผู้บังคับบัญชาทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์จะเจอความผิดฐานละเเว้นหน้าที่ ซึ่งมีความผิดติดคุก

"ความจริงก็ต้องออกหมายจับด้วยซ้ำตั้งแต่แรก"นายตำรวจผู้ใหญ่คนนี้กล่าว

Tuesday, August 25, 2009

รัฐบาลประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง 4 วัน เฉพาะเขตดุสิต สกัดเสื้อแดงชุมนุมใหญ่

ที่มา ประชาไท

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยให้มีการประกาศใช้ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.- 1 ก.ย. เป็นเวลา 4 วัน ในบริเวณพื้นที่เขตดุสิต โดยให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เป็นเวลา 4 วัน มีการพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด และหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เนื่องจากมีการรายงานให้ ครม.รับทราบ จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงแน่ ในวันที่ 30 ส.ค. จึงต้องมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เป็นเวลา 4 วัน เพื่อให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ในการดูแลบางสถานที่เป็นการเฉพาะ ตามอำนาจกฎหมาย ซึงได้มีการออกข้อกำหนดบางเรื่องไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกลุ่มเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวลักษณะดาวกระจายจะดำเนินการอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาไปตามสถานการณ์ แต่แนวโน้มในการเคลื่อนไหวพบว่า เป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แกนนำคงมีแผนอยู่ในใจแล้ว ขณะเดียวกันการข่าวยืนยัน แกนนำใหญ่ๆบางส่วนต้องการเร่งเร้าการเคลื่อนไหวให้มีความรุนแรงเทียบเท่า หรือรุนแรงกว่า เหตุการณ์ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่มีกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงจะมีเหตุรุนแรงเกินไป รัฐบาลกังวลจะเกิดเหตุรุนแรง จึงประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

เมื่อถามว่า ขอบเขตที่กลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวได้ในวันที่ 30 ส.ค.สามารถทำได้เพียงใด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้ห้ามการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่อาจห้ามในบางจุดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง โดยข้อกำหนดที่ออกมาในครั้งนี้เป็นเรื่องของการควบคุมพื้นที่ ซึ่งผู้ดูแลสถานการณ์ต้องไปกำหนดมาตรการในการดำเนินการ ส่วนถ้าเหตุการณ์ชุมนุมมีความยืดเยื้อ ก็ต้องประเมินอีกครั้ง คงได้เพียงหวังว่า เหตุการณ์จะไม่ยืดเยื้อ

ที่มา: http://www.thairath.co.th

เกินไปหน่อยมั้ง..

ที่มา thaifreenews

วิเคราะห์ข่าว โดย UDD KATI19

คดี คาร์บอมบ์ที่เคยฮือฮาเมื่อครั้งรัฐบาลทักษิณ ในขณะที่การเมืองกำลังแรง ข้อมูลในเบื้องต้น ดูเหมือนว่าจะมีขบวนการลอบสังหารอดีตนายกฯจริงๆ มีการวางแผนลงมือหลายครั้ง ทำนองว่าโยงไปถึงคนใน กอ.รมน.และเหนือกว่านั้นด้วยซ้ำในที่สุดศาลทหารสูงสุดอ่านคำพิพากษา ให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 นาย มีความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดฐานเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด

ส่วนข้อหาร่วมพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ยกฟ้อง เนื่องจากหลักฐาน ไม่เพียงพอปิดคดีไปเรียบร้อยกับดักทางการ เมืองยังมีอีกหลายขั้นตอน หลายกระทง เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า กลับตกหลุมวิกฤติการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้การเมืองลับ ลวง พราง ทำลายระบบการเมืองไทย ระบอบประชาธิปไตย และมาตรฐานความยุติธรรม ความเสมอภาคอย่างสิ้นเชิงวันนี้ ถ้ายังมีโรคแทรกแซงฉกฉวยหาผลประโยชน์จาก วิกฤติการเมือง โดยไม่มีการเยียวยาแก้ไขปรับสภาพบ้านเมืองให้เข้าที่เข้าทาง

ประเทศก็ยิ่งใกล้หนทางหายนะล่มจมเข้าไปทุกทีวิธีการแก้ไขปัญหาความ ไม่ชอบมาพากลของ โครงการชุมชนพอเพียง ที่เห็นแล้วต้องบอกตรงๆว่า ว้าเหว่ คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯในฐานะประธานบริหารโครงการชุมชนพอเพียงได้ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังเดินทางเข้าพบ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นึกถึงภาพเมื่อครั้งที่ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีต ผู้ว่าฯ กทม. เข้าพบคุณหญิงจารุวรรณ เพื่อให้เข้าไปสอบโครงการฉาวรถและเรือดับเพลิงของ กทม.

วันนี้กรณีคุณอภิรักษ์ ก็ยังคาราคาซังหนีไม่ออก เครื่องฟอกไม่ทำงานนึก ไปถึง ปลากระป๋องเน่า ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯที่ คุณวิฑูรย์ นามบุตร รีบลาออก และตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเช่นกัน จบลงด้วยคำว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ อีกเช่นเคยนึก ไปถึง ปลากระป๋องเน่า ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯที่ คุณวิฑูรย์ นามบุตร รีบลาออก และตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเช่นกัน จบลงด้วยคำว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ อีกเช่นเคย

กรณีโครงการชุมชนพอเพียง พรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลชุดนี้ ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบฟอร์มเดียวกัน จนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นการแก้ไขปัญหาแบบประชาธิปัตย์ รักษาภาพพจน์ ความเป็นพระเอกเอาไว้ตลอดกาล นำไปสู่ข้อวิจารณ์ที่ว่าประชาธิปัตย์ทำอะไรก็ไม่ผิดนี่ คือช่องว่างของมาตรฐานและความยุติธรรมของประเทศไทย คนจนกับคนรวย มีช่องว่างที่แตกต่างกันเพราะโอกาสและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่ช่องว่างของความยุติธรรมที่ปรากฏเป็นช่องว่างในสมองของผู้ปกครอง...

ดาตอร์ปิโด:"เราอยากชวนคุณมาเที่ยวบ้านเรา"

ที่มา Thai E-News



Beore & After-ภาพบนคือดารณีในช่วงมีอิสรภาพปราศรัยต่อต้านเผด็จการอำมาตย์ที่สนามหลวง ภาพล่างหลังถูกขังคุกคดีหมิ่นแบบห้ามประกัน ห้ามไม่ให้ไปหาหมอฟันทั้งที่ปวดฟันจนกินข้าวแทบไม่ได้ ถูกพิจาณาคดีเป็นการลับ ศาลจะตัดสินคดีหมิ่นวันศุกร์ที่ 28 นี้ แต่อยุติธรรมยังไม่สามารถกัดกร่อนจิตใจทรหดของเธอได้..ความอยุติธรรมสำหรับคนๆหนึ่ง ในกรณีนี้อาจเป็นความอยุติธรรมสำหรับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งแผ่นดิน..


โดย ปิยะบุตร
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
25 สิงหาคม 2552

"อิสรภาพก็คือคุก ตราบเท่าที่ยังมีคนอยู่เยี่ยงทาสแม้แต่เพียงคนเดียวในโลก"-อัลแบร์ กามูส์ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวฝรั่งเศส


ผมได้รับข้อความจาก ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีราษฎร เกี่ยวกับ แคมเปญรณรงค์กรณีคุณดา ตอร์ปิโด

โครงการคือ ให้ทุกท่านช่วยกันส่งไปรษณียบัตร หรือ โปสการ์ดเท่ๆสื่อความหมายก็ได้ ไปหาคุณดาที่เรือนจำ โดยเนื้อความหลัก คือ "ดารณี เราอยากเชิญคุณมาเที่ยวบ้านของเรา"

ไม้หนึ่ง ได้ไอเดียมาจาก เรื่องของ "กั๊วเบ่าฟง" ที่ถูกทางการจีนจับอย่างไม่เป็นธรรม แล้วแกทวีตข้อความขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ นำไปสู่การส่งไปรษณียบัตรจากทั่วโลก เขียนข้อความเดียวกันว่า "กั๊วเบ่าฟง แม่คอยกินข้าว รีบกลับบ้าน" ส่งถึงแกที่เรือนจำ และต่อมาทางการจีนได้ปล่อยตัว กั๊วเบ่าฟง กลับไปกินข้าวกับแม่ ได้จริง ๆ

ให้แต่ละท่านเขียนข้อความหลักลงไปว่า "ดารณี เราอยากเชิญคุณมาเที่ยวบ้านของเรา" ส่วนข้อความอื่นๆ อยากจะเติมลงไปอีกก็ได้ ตามแต่ละท่านเห็นสมควรและปลอดภัยให้รอดจากการเซนเซอร์ การคุกคาม

คดีของคุณดาจะพิจารณาวันที่ 28 ส.ค.นี้ เวลาอาจกระชั้นสักนิด แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้ส่งไปรษณียบัตรถึงคุณดาที่เรือนจำก่อนวันพิจารณาคดี

นี่คือที่อยู่เรือนจำ

คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล
ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม
ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ระบุมุมซองว่า 1/3 อาคารเพชร


ถ้าหากเป็นไปได้ ใครอยากถ่ายรูปแอคชั่นตอนส่งไปรษณียบัตรลงตู้ ก็จะเป็นการดียิ่งครับ

คิดว่าไม้หนึ่งจะนำเสนอข่าวทั้งหมด ทำให้เป็นข่าวก่อนวันพิจารณาคดี

ฝากรบกวนทุกท่านด้วย หรือส่งต่อเชิญชวนคนอื่นๆ ที่ท่านพิจารณาแล้วเห็นว่าพวกเขาน่าจะมีความคิดเหมือนๆกะพวกเรา

เรียนรู้จาก"แม้ว"

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




เชื่อว่าตอนนี้ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์กำลังอึดอัดหาวเรออย่างยิ่ง กับการแสดงออกของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เฉพาะอย่างยิ่งการกระโดดลงไปคลุกกับการเลือกผบ.ตร.คนใหม่

จนต้องถอยกรูด สะท้อนถึงภาวะผู้นำอย่างยิ่ง

ตั้งแต่ขึ้นเป็นผู้นำประเทศมาจนถึงวันนี้ผ่านไปกว่าครึ่งปี ในระยะหลังนายอภิสิทธิ์ คล้ายกับจะพูดจะทำ เหมือนไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบและรอบด้านเท่าที่ควร

ไม่อยากวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะอายุยังน้อย หรือยังด้อยประสบการณ์ หรือมี "ปม" ปัญหาอย่างอื่น

แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ ชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆ

อีกส่วนหนึ่งคือ คล้ายกับรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว และรับฟังในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ หรือตั้งธงไว้ในใจแล้ว

หากมีคนมาพูดในอีกมุม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตัวเองไม่อยากรับรู้ ก็จะมองว่ามีเจตนาแอบแฝง หรือตั้งกำแพงไม่เชื่อไว้ก่อน

แต่ถ้ามีใครมาพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากฟังก็พร้อมจะเชื่อทันที

โดยเฉพาะกับบุคคลบางคนที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดิ้นให้หลุดจาก"คดี"ที่พลาดพลั้งทำเอาไว้ในช่วงก่อนหน้านี้

ช่วงเวลานี้นายอภิสิทธิ์ ยังเสมือนเอกบุรุษของเจ้ามนต์ดำ เพราะยังเชื่อถือและยอมทำตามที่ร้องขอ

ดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากสมัยก่อนที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ก็เคยได้รับเกียรตินี้ เพราะให้ทุกอย่างที่ต้องการ

ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี งบโฆษณาจากหน่วยราชการ หรือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเมื่อมีการลดหนี้สินให้มหาศาล ชนิดที่ลูกหนี้รายอื่นมองตาปริบๆ

แต่เมื่อวันหนึ่งที่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ในเรื่องการแต่งตั้งบุคคลที่ตนเองต้องการ หรือเริ่มขอมากขึ้น

เอกบุรุษที่ชื่อทักษิณ ก็กลายเป็นจอมโฉดโกงบ้านกินเมืองในชั่วข้ามคืน

ข้อพิพาทที่เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณต้องเผชิญชะตากรรมเร่ร่อน เพิ่งผ่านไปไม่กี่มากน้อย ไม่น่าเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ จะมองไม่ออกว่าจุดสุดท้ายของตัวเองจะเป็นอย่างไร

ทางหนึ่งต้องยอมเป็น "โดเรมาร์ค" ที่มีกระเป๋าวิเศษให้ล้วงควักสิ่งที่ตัวเองต้องการไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นเอกบุรุษในสายตาของผู้ที่หวังผลประโยชน์

กับอีกทาง กลายเป็นผู้ร้ายรายใหม่ของเมืองไทย ต่อจากพ.ต.ท.ทักษิณ ในวันหนึ่งวันใดที่"โดเรมาร์ค"ไม่ยอมให้ใครมาล้วงของวิเศษในกระเป๋าออกมาอีก

ประวัติศาสตร์ที่ผิดพลาดเขามีไว้ให้เรียนรู้ ไม่ใช่ให้ทำซ้ำรอย!??

กม.มั่นคง คุมม็อบแดง30สค.

ที่มา ข่าวสด

"สาทิตย์"เด้งด่วนผอ.ช่อง11 แม้วเตรียมฟื้นรายการวิทยุ




แม้วโฟนอีก - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดใจผ่านระบบวิดีโอลิงก์มาที่ร้าน ต.โภชนา วัดดงมูลเหล็ก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดัง ย่านพระราม 7 กทม. เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 24 ส.ค. มีกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 200 คนรอฟัง โดยอดีตนายกฯ ระบุว่า วิบากกรรมของตัวเองใกล้สิ้นสุดแล้ว

"มาร์ค-เทพเทือก-ประวิตร" ถกรับมือเสื้อแดง นัดชุมนุมใหญ่ไล่รัฐบาล 30 ส.ค.เล็งใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เข้าคุมสถานการณ์ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเสนอครม.อนุมัติวันนี้ อ้างเพื่อความไม่ประมาท รมว.กลาโหมนำผบ.เหล่าทัพตบเท้าอวยพรวันเกิด"ป๋าเปรม" บิ๊กทหารยืนยันไม่มีปฏิวัติแน่ นายกฯ ไม่เห็นด้วยพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ หวั่นเป็นเงื่อนไขก่อม็อบรุนแรงไม่รู้จบ ภท.ไม่สนเสียงค้าน ยันเดินหน้าให้สภาตัดสิน "แม้ว"วิดีโอลิงก์ตามนัดร้านก๋วยเตี๋ยวดัง แซว"อภิสิทธิ์"หล่อน้อยลง ประกาศเตรียมฟื้นรายการวิทยุนายกฯทักษิณ "สาทิตย์"สั่งเด้งผอ.ช่อง 11 ไปภาคใต้ สังเวยรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยฯ"สะดุด พร้อมตั้งกรรมการสอบ รู้ผลใน 7 วัน ไม่เชื่อเป็นความผิดพลาดด้านเทคนิค

"มาร์ค"ถกรับมือม็อบ 30 ส.ค.

เวลา 08.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการประชุมอาเซียน ซัมมิต มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา สบ.10 และ พล.อ.อภิชาติ เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม และนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประ เทศ เข้าร่วมประชุม

หลังการประชุมนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมอาเซียนซัมมิต วันที่ 23-25 ต.ค. ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบ คีรีขันธ์ จะนำพ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2550 มาบังคับใช้ด้วย เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อภาพในอนาคตที่ไทยจะจัดการประชุมครั้งสำคัญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและต่อความเชื่อมั่น ต้องถามว่าคนที่คิดอย่างนี้ต้องการอะไร เพราะคนสูญเสียมากที่สุดคือประชาชน ถ้าประเทศเสียภาพลักษณ์และเราไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 30 ส.ค. ทราบว่ามีบางกลุ่มเจตนาให้เกิดความวุ่นวาย จึงต้องระวังเต็มที่ ตนได้หารือกับนายสุเทพ และพล.อ.ประวิตรว่า แผนการรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 30 ส.ค. ต้องมีประสิทธิ ภาพและรัดกุม ซึ่งทั้งสองคนจะดูเรื่องรูปแบบวิธีการที่จะดำเนินการต่อไป

อ่านรายละเอียดต่อ ข่าวสด