WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 26, 2009

ทางออกของสังคมไทย / หัวโขน หัวคน

ที่มา สยามรัฐ

วิทยา ตัณฑสุทธิ์26/8/2552


ทางออกของสังคมไทย
เดือนกันยายน 2552 การขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทยจะดำเนินมาครบ 4 ปี มีคำถามว่า อีกนานเท่าไหร่คนไทยจึงจะรักใคร่ปรองดองกันเหมือนในอดีต
คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้ แต่มีบทความของนพ.ประเวศ วะสี ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 18 สิงหาคม 2552 สรุปเนื้อหาได้ดังนี้
ขณะนี้สังคมไทยวิกฤตทุกด้าน และเข้าไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองจนสุดทางไป ซึ่งอาจเกิดสงครามกลางเมืองบ้านแตกสาแหรกขาด เหมือนในสหรัฐอเมริกา, ศรีลังกา, รวันดา
สังคมไทยมีการขัดแย้งกันในเชิงโครงสร้าง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีก่อนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปะทะนองเลือดหลายครั้ง และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำให้โรคลุกลามมาถึงยุคปัจจุบันและมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม
นพ.ประเวศ วะสี ระบุว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและทรงศักยภาพในการไกล่เกลี่ย ได้ถูกดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งและตกเป็นเป้าถูกโจมตีด้วย ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก และไม่มีทางถอยไปสู่สภาพเก่า จึงขอเสนอให้ใช้วิกฤตเป็นโอกาส เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดมิคสัญญี และปฏิรูปสังคมไทยให้ก้าวไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้นดังนี้
1.การป้องกันความรุนแรงเฉพาะหน้า อย่าให้มีใครใช้ความรุนแรง ทุกฝ่ายจะต้องลดการโจมตีกล่าวหาปลุกระดม
2.ยกสถาบันพระมหากษัตริย์และแยก”ทักษิณ”ออกจากสมการขัดแย้ง โดยในส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องไม่ให้ใครดึงเข้ามาสู่การขัดแย้งทางการเมือง ต้องเลิกกล่าวหากันว่าใครไม่จงรักภักดี และบทเรียนในอังกฤษก็คือ ในเบื้องต้นเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายกษัตริย์กับฝ่ายประชาธิปไตย แต่เมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยอย่างมั่นคงแล้ว ประชาชนจะช่วยกันปกป้องบ้านเมือง และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ปลอดภัยมั่นคงไปด้วย
สำหรับกรณี”ทักษิณ” ถ้ายังถูกดึงเข้ามาสู่เกมการต่อสู้จะสาหัสและบอบช้ำมาก และไม่มีใครชนะ มีคนหลายกลุ่มต้องการใช้”ทักษิณ”เป็นเครื่องมือด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังนั้น”ทักษิณ”จึงต้องตัดสินใจด้วยตนเองว่า จะยุติเกมการต่อสู้ และจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการสู้แล้วนำไปสู่การเกิดกลียุค ไปเป็นการสร้างสรรค์ได้หรือไม่
3.เหลือทางไปทางเดียวเท่านั้นที่เราจะต้องมีเป้าหมายร่วมกัน ประสบการณ์ต่อสู้ที่ผ่านมานานกว่า 100 ปี ผ่านการเลือดตกยางออกมาหลายครั้ง ได้ให้บทเรียนว่าสังคมไทยต้องการอะไรและปฏิเสธอะไร ยกตัวอย่างเช่น ไม่สามารถกลับไปเป็นระบอบราชาธิปไตยได้อีก และมีสิ่งที่แก้ปัญหาของประเทศชาติไม่ได้อีกหลายข้อได้แก่ การเป็นคอมมิวนิสต์, เป็นเผด็จการทหาร, การปฏิวัติรัฐประหาร, การเลือกตั้งที่ใช้เงินซื้อเสียง, การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ, ระบบความยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม, ระบบเศรษฐกิจและสังคมขาดความเป็นธรรม ฯลฯ
สังคมไทยไม่มีทางออกด้านอื่น มีแต่การเป็นประชาธิปไตยทางเดียวเท่านั้น จึงต้องรวมพลังแห่งสันติเพื่อเดินไปสู่ทิศทางนี้
4.ร่วมกันปฏิรูประเทศไทย โดยเปลี่ยนมุมมองแบบแยกส่วน มาเป็นการมององค์รวมทั้งระบบ แล้วแก้ไขปัญหาที่เชื่อมโยงกันในด้านจิตสำนึก,โครงสร้าง,ระบบบริหารจัดการ ฯลฯ ต้อง เปลี่ยนเกียร์ต่อสู้มาเป็นการทำงานสร้างสรรค์ร่วมกัน
5.สื่อสารสร้างสังคมใช้ความรู้และเหตุผล ทั้งนี้เพราะสังคมไทยแต่โบราณใช้อำนาจมากใช้ความรู้และเหตุผลน้อย ทำให้ตีบตัน ขัดแย้ง และรุนแรง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เป็นสังคมที่ใช้ความรู้และมีเหตุผล มีการสื่อสารถึงกันอย่างรวดเร็ว
นพ.ประเวศ วะสี สรุปว่า คนไทยและสังคมไทยต้องใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการสลัดมายาคติที่ครอบงำมานาน เลิกดูถูกตนเอง มีสำนึกอิสระรู้คุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และใช้ศักยภาพของตนป้องกันไม่ให้เกิดกลียุค เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดลงตัวใหม่ที่มีศานติสุขทั่วหน้ากัน

นักวิชาการชี้ พรบ.มั่นคง เข้าทางเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_28888

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

นักวิชาการ มธ. ชี้ พรบ.มั่นคง เข้าทางเสื้อแดงช่วย เรียกแขกให้เข้ามาชุมนุมกันมากขึ้น เรียกร้องรัฐ-กอ.รมน. ประกาศใช้กฎหมายนี้ เท่าที่จำเป็น ชี้ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ไม่สามารถแก้ได้ด้วยอำนาจ ...

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อคุมม็อบเสื้อแดงในพื้นที่เขตดุสิตตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.- 1 ก.ย.ว่า รัฐบาลไม่ควรใช้มาตรการเกินความจำเป็น เพราะตามพ.ร.บ.ความมั่นคง แม้ว่าจะต่ำกว่าพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ มาตรา 16(1) ให้อำนาจรัฐบาลและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง แก้ไข บรรเทาเหตุการณ์ที่จะกระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร จึงอยากเรียกร้องรัฐบาลและกอ.รมน. ที่ประกาศใช้กฎหมายนี้ขอให้ใช้เท่าที่จำเป็น

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ความจริงกฎหมายที่มีอยู่ก็ให้อำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยเพียงพออยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่รัฐบาลต้องออกพ.รบ.ความมั่นคง เหมือนกับว่ารัฐบาลกำลังคิดว่าการประกาศ พ.ร.บ.นี้ เพื่อให้มีอำนาจแล้วจะแก้ปัญหาได้ เป็นความคิดที่ผิดเพราะเรื่องอุดมการณ์ไม่สามารถแก้ด้วยอำนาจได้ แต่ต้องแก้ด้วยการเมือง การใช้อำนาจจะเป็นการเข้าทางฝ่ายตรงข้าม ส่วนตัวคิดว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 30 ส.ค. ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไร เนื่องจากมีบทเรียนจากเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาทำให้เกิดกติกาว่าคน ที่กระทำล้ำเส้นเกินไป คนในสังคมก็จะไม่ส่งเสริมไม่เอาด้วย และจะต้องพ่ายแพ้ไปเองในที่สุด บทเรียนที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าคนที่มาชุมนุม เพราะรัฐบาลไปประกาศห้าม หรือมีการโจมตีหรือทำอะไรรุนแรง เช่น เหตการณ์ 14 ตุลา 2516 ที่ตำรวจเข้าไปปราบปรามทำให้นักศึกษาลุกฮือ เหตุการณ์พฤษภา 2535 ก็เช่นเดียวกันที่มีการไล่ล่าประชาชน รวมทั้ง เหตุการณ์ล่าสุด 7 ตุลา 2551ที่มีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เหตุการณ์เหล่านี้มาจากรัฐบาลใช้อำนาจระงับเหตุการณ์ชุมนุมทั้งสิ้นกรณีนี้ ก็เช่นเดียวกันการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงอาจจะทำให้แกนนำเสื้อแดงชอบด้วยซ้ำ เพราะเป็นการเรียกแขกให้เข้ามาชุมนุมกันมากขึ้น

บินดูเหมืองเพชร “ทักษิณ” ทวิตอวด

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_28915

อุบอยู่ประเทศไหน บอกต้องไปพบผู้นำแอฟริกาอีก 2-3 ประเทศเพื่อแนะนำเรื่องแก้ไขความยากจน ด้านบัวแก้วมึนตึ้บ บอกไม่รู้เรื่องข่าวยูเออีให้ทักษิณออกนอกประเทศ

วันนี้ (26 ส.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่า ตอนนี้ใช้เครื่องบินเล็กนั่งดูเหมืองเพชรอยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทโดยไม่ได้บอกว่าอยู่ประเทศไหน และยังบอกว่าด้วยว่า เสร็จจากนี้ต้องไปพบผู้นำแอฟริกาอีก 2-3 ประเทศเพื่อแนะนำเรื่องแก้ไขความยากจน และพร้อมจะน้อมนำโครงการในพระราชดำริที่มีประโยชน์ดีๆหลายโครงการไปแนะนำให้ผู้นำประเทศดังกล่าวทราบด้วย

ด้านนายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาการโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ ออกมาระบุว่ารัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางออกนอกประเทศ หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้ยูเออีเป็นฐานขับเคลื่อนทางการเมือง ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว และได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยกรุงอาบูดาบี แล้ว แต่ไม่ทราบเรื่อง และยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ขณะนี้กำลังตรวจสอบกับรัฐบาลยูเออี

เมื่อถามว่าหากรัฐบาลยูเออีดำเนินการเรื่องใดๆ กับพ.ต.ท.ทักษิณ จำเป็นจะต้องรายงานให้กับกระทรวงการต่างประเทศทราบหรือไม่ นายธานี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลยูเออี

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระเเสข่าวที่ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ขอให้พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกประเทศ โดยนายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

สามเกลอยัน ม็อบแดง จะไม่ยืดเยื้อ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_28921

นปช.ยืนยันตามกำหนดการเดิม เคลื่อนขบวน-ตั้งเวทีทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็น ก่อนยุติภายในเที่ยงคืน เล็งฟ้องศาลดำเนินคดีอาญา ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯไม่ชอบ...

แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.แถลงยืนยันการจัดชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล แม้รัฐบาลจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯว่า นปช.ยืนยันตามกำหนดการเดิมที่จะชุมนุมในวันที่ 30 ส.ค.52 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในเวลา 13.00 น. และจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็น โดยจะมีการตั้งเวทีที่ลานบรมรูปฯ และในช่วงเย็นจะมีการตั้งเวทีปราศรัยทำเนียบรัฐบาล การชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ โดยจะเลิกภายในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 31 ส.ค. ซึ่งจะเป็นการชุมนุมเพียงวันเดียว โดยการชุมนุมจะเป็นได้วยความสันติ และปราศจากอาวุธ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อที่จะระงับไม่ให้คนเสื้อแดงมาชุมนุม

ประธาน นปช.กล่าวอีกว่า คนเสื้อแดงไม่ได้เคลื่อนไหวทำลายเศรษฐกิจของประเทศ และไม่ได้ขัดขวางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล แต่การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ในครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่เกิน อำนาจของรัฐบาล และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะให้ทีมกฏหมาย นำโดย นายก่อแก้ว พิกุลทอง เดินทางไปยื่อฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ พร้อมไปยื่นฟ้องศาลยุติธรรม เพื่อดำเนินคดีอาญากับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทั้งคณะ ที่มีมติออก พ.ร.บ.ดังกล่าว รวมทั้งไปขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งคุ้มครองระงับการใช้บังคับด้วย

อ้างแผนรัฐบาลหวังจับแกนนำนปช.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช.กล่าวว่า อยากย้อนถามไปยังรัฐบาลว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในครั้งนี้กระทำโดยมิชอบหรือไม่ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลทำตัวเป็นเจ้ากรมข่าวลือ ปล่อยข่าว จะมีสถานการณ์รุนแรง จนเป็นเหตุให้รัฐบาลมีข้ออ้างในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตนจึงขอท้าไปยังรัฐบาล หากมีข้อมูลว่า แกนนำเสื้อแดงทำผิดจริง ก็ให้มาดำเนินคดีได้ทันที

ส่วนกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแขออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในขณะนี้ เป็นการหลอกหลวง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น โฆษก นปช. กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่เคลื่อนไหวมาตลอด 3 ปีนี้ ยืนยันได้ว่า พวกตนเคลื่อนไหวหลอกลวงหรือไม่ ความจริงตนก็ยังรักและพร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนายจักรภพ ที่เคยกอดคอเคลื่อนไหวร่วมกันมา ซึ่งควรที่จะมานั่งคุยกันเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เอาไปเขียนนำเสนอผ่านสื่อมวลชนให้ฝ่ายศัตรูหยิบมาทิ่มแทงพวกเดียวกัน ยอมรับว่า รู้สึกเจ็บกับการกระทำ แต่ก็ยังยิ้มได้และรักเหมือนเดิม

จตุพรยันทักษิณไม่ใช่ควายให้หลอกได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวเสริมว่า การที่นายอภิสทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อต้องการให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และป้องกันมือที่สามนั้น ตนมองว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่มีความจริงใจ ที่จะให้ความสะดวกกับคนเสื้อแดง ตามที่ได้พูด เพราะหากจริง จะต้องไปเตือนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ไม่ให้เข้ามาสร้างสถานการณ์ และต่อให้นายอภิสิทธิ์ จะประกาศ พ.ร.บ.ออกมาเป็นร้อย พ.ร.บ.คนเสื้อแดงก็จะไม่หยุดเคลื่อนไหว

สำหรับกรณีของนายจักรภพนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ตนอยากจะถามว่าตอนนี้นายจักรภพ ไปอยู่ที่ไหน ในฐานะมิตรก็อยากให้มานั่งคุยกัน ซึ่งก็ถือว่ามากแล้ว ไม่อยากแสดงความคิดเห็นมาก เพราะถือเป็นสิทธิที่นายจักรภพ จะกระทำได้ แต่ก็ขอให้เข้าใจด้วยว่า ประชาชนรวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ควายย่อมจะแยกแยะข้อเท็จจริงได้เอง.

คนสนิทยันป๋า ไม่หวั่น ม็อบแต่งชุดดำ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_28933

“พะจุณณ์”เผย“ป๋าเปรม”ไม่หวั่นม็อบแดงแต่งชุดดำไว้อาลัย ยอมรับไปทำบุญที่โคราช “อนุพงษ์” หวั่นเหตุร้ายจัดทหาร 21 กองร้อยสนับสนุนตำรวจดูแลม็อบ มทภ.1 เผยเพิ่มทหาร รปภ.บ้านสี่เสา...

เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ผ่านมา(26 ส.ค.)ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เรียกประชุมเตรียมโครงสร้างการจัดกำลังพลของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ที่ประชุมหารือถึงร่างคำสั่งที่จะประกาศหากมีเหตุการณ์รุนแรงที่จะ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่และประกาศใช้ข้อบังคับในพระราชบัญญัติการรักษาความ มั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่เขตดุสิต เพื่อที่จะหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 ส.ค.นี้ โดยมีผู้ร่วมประชุมอาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการ กอ.รมน. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งที่ประชุมมีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 30 ส.ค.นี้ด้วยโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั้วโมง 30 นาที

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการจัดกำลังทหารไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อนบริเวณบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษและทำเนียบรัฐบาลว่า ตามปกติการรักษาความปลอดภัยบ้านพัก พล.อ.เปรม นั้นกองทัพภาคที่ 1 จัดกำลังเข้าไปดูแลตลอดเวลา แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ได้เพิ่มจำนวนทหารเข้าไปอีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเพิ่มเท่าไร เพราะอาจกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้คิดว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะมีความรุนแรง เจ้าหน้าที่จะดูแลสถานการณ์ได้ ส่วนการรักษาความสงบเรียบที่ทำเนียบรัฐบาล ขณกองทัพภาคที่ 1 ยังไม่ได้รับคำสั่งจากผู้รับผิดชอบตามการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ให้จัดกำลังเข้าไปควบคุมซึ่งหากมีคำสั่งก็พร้อมจะจัดกำลังเข้าไปสนับสนุน

พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า การประชุมเพื่อเตรียมรายละเอียดนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ กอ.รมน .ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ ซึ่งจะใช้พื้นที่รัฐสภาประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติแผนและหลักการในการดูแลความสงบเรียบร้อย ตาม พรบ.ความมั่นคง ทั้งนี้ที่ประชุมรองนายกฯแสดงความห่วงใย ให้การปฏิบัติงานกระทบประชาชนน้อยที่สุด และให้ประชาชนให้ความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเข้ามาในพื้นที่ประกาศความมั่นคง ทั้งนี้อาจมีการตั้งด่านตรวจอาวุธ เพื่อป้องกันเหตุร้าย และให้กำหนดวิธีการกำหนดความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำการสร้างความเข้าใจประชาชนว่า การใช้ พรบ.ความมั่นคงไม่ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนในการใช้ชีวิตปกติ และป้องกันยับยั้งมือที่สามเข้ามาแทรกแซง

พล.ต.ดิฎฐพร กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่าจะนำหลักปฏิบัติตามที่เคยประกาศใช้ในการประชุมรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ จ.ภูเก็ต มาใช้โดยนำมาตรา 18 ของ พรบ.ความมั่นคงมาบังคับใช้ อาทิ ห้ามเข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่ที่กำหนด ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมตามที่มีการกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทาง อย่างไรก็ตามที่ประชุมจะไม่นำข้อบังคับการห้ามออกเคหะสถานในเวลาที่กำหนดมา บังคับใช้ ทั้งนี้เป็นเพียงข้อเสนอเพื่อหารือขอความเห็นชอบจาก คณะอำนวยการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอีกครั้ง เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวัน ที่ 30 ส.ค.นี้ พล.ต.ดิฎฐพร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เตรียมการกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติ ดูแลความสงบเรียบร้อยการนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามที่ครม.ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่เขตดุสิต ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.ถึง 1 ก.ย. 2552 ซึ่ง กอ.รมน.จะมีการประชุมสั่งการเพื่อมอบนโยบายและให้อำนาจการปฏิบัติตามพ.ร.บ. ความมั่นคงอีกครั้งในวันที่ 28 ส.ค.นี้ที่รัฐสภา

“กอ.รมน.ภาค 1 มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อให้การประสานสั่งการมีความชัดเจนและดูแลพื้นที่ได้ทั่วถึง โดยการปฏิบัติจะดำเนินการ จากเบาไปหาหนักตามขั้นตอนที่เคยปฏิบัติมาแล้ว ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ซักซ้อมแผนและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆไว้แล้ว เชื่อว่าทุกฝ่ายคงมีจุดยืนร่วมกัน คือ ไม่ทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เพราะการที่กลุ่มเสื้อแดงออกมาชุมนุม เพื่อต้องการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเท่านั้น”โฆษก กอ.รมน.กล่าว

ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า กองทัพบกมีความพร้อมในการจัดกำลังสนับสนุนดูแลความสงบเรียบร้อยตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ในฐานะกำลังส่วนหนึ่งของ กอ.รมน. ภายใต้กรอบการทำงานร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยการประชุมเจ้าหน้าที่ของกอ.รมน. ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เน้นการกำหนดรายละเอียด โครงสร้างการจัดเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความเรียบร้อย และกำหนดแผนการปฏิบัติในขั้นต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่มีการกำหนดภารกิจพื้นที่รับผิดชอบและระยะเวลาการปฏิบัติไว้ชัดเจนแล้ว นอกจากนี้ เพื่อเตรียมทำความเข้าใจกับแกนนำและประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมให้ทราบถึง แนวทางการดูแลพื้นที่ ข้อห้ามในการปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นไปตามมาตรการรักษาปลอดภัย รวมทั้งป้องกันการฉกฉวยประโยชน์ หรือการสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่หวังดี

ด้าน พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กล่าวถึงการแต่งชุดดำของกลุ่มคนเสื้อแดงในการไว้อาลัยให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษเนื่องในวันครบรอบวันเกิด ว่า พล.อ.เปรม ยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว เพราะเคยผ่านสนามรบมาตั้งแต่ติดยศร้อยตรี ซึ่งหนักหนากว่านี้เยอะ “การที่กลุ่มคนเสื้อแดงแต่งดำในวันเกิด พล.อ.เปรม ถือว่าผลัดกัน เพราะในวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังมีคนแต่งดำไว้อาลัยเช่นกัน ” พล.ร.ท.พะจุณณ์ กล่าว

นายทหารคน ใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ยอมรับว่า พล.อ.เปรม ได้เดินทางไปพักผ่อนที่ จ.นครราชสีมา จริง โดยไปทำบุญกับครอบครัวเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ไม่ได้เป็นการหลบหนีตามที่หลายฝ่ายออกมาระบุ ซึ่งทุกปี พล.อ.เปรม จะเดินทางไปทำบุญตามปกติอยู่แล้ว อยากให้ทุกคนสบายใจได้พล.อ.เปรม ไม่ได้หวั่นวิตกกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แม้ว่าจะแต่งชุดสีดำเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการไว้อาลัยให้ก็ตาม

“พล. อ.เปรม ไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพียงแต่อยากให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องจัดการให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองของ เรา การแสดงออกทางความคิดเห็นสามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่อย่าดึงพล.อ.เปรม เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะท่านไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย ทั้งนี้ใครจะทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา ประชาชนตัดสินเองได้ว่าอะไรควรไม่ควรคงไม่ต้องบอกกัน” นายทหารคนเดียวกันกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกถึงมาตรการ รักษาความปลอดภัยจะใช้แผนรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน กทม. ซึ่งเบื้องต้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.สั่งการให้ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ รองผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสธ.ทบ. และ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบจัดกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเบื้องต้นได้เตรียมกำลังในที่ตั้งไว้จำนวน 21 กองร้อย นอกจากนี้ผบ.ทบ. ยังได้ส่งกำลังทหารไปดูแลรักษาความปลอดภัยที่บ้านพักสี่เสา เทเวศร์ จากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ อีกจำนวน 2 กองร้อย กองพันทหารสารวัตรที่ 11(พัน.สห.11) จำนวน 50 นาย และเตรียมกำลังจากกองร้อยรักษาความสงบ จากกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) จำนวน 2 กองร้อยเพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีการสลายฝูงชน

ฉลองครบ1ปีโจรบุกยึดทำเนียบไว้ให้โจร มาร์คจัดแต๊งค์กิ้วปาร์ตี้ควงกษิตพาเหรดเปิดลิ้มทีวี

ที่มา Thai E-News



โจ๋งครึ่ม-อภิสิทธิ์กับทีมงานรัฐมนตรีครึ่งครม. รวมทั้งกษิต ภิรมย์แห่กันมาเปิดงานทีวีช่องภาษาอังกฤษของASTV ซึ่งเป็นของสนธิ ลิ้ม หัวโจกตัวเอ้ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน และผู้ก่อการร้ายยึดทำเนียบรัฐบาลไว้ให้อภิสิทธิ์ครบ 1 ปีในวันนี้

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ผู้จัดการ
26 สิงหาคม 2552

กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตร เวบผู้จัดการรายงานข่าวว่า นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดรายการช่องข่าวภาษาอังกฤษ “TAN Network” ในเครือ ASTV ณ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ ทั้งนี้เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย ให้กับชาวต่างชาติทั้งในและต่างประเทศได้รับรู้ข่าวสารมากขึ้น

วันนี้ (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด รายการช่องข่าวภาษาอังกฤษ “TAN Network” ในเครือ ASTV ณ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณ Eden Zone โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง เป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้

เนื่องจากทางช่อง ASTV ได้เดินหน้าเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการนำเสนอข่าวและได้ปรับปรุงเวบไซด์ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย ให้กับชาวต่างชาติทั้งในและต่างประเทศ และเผยแพร่ให้นักธุรกิจและทูตานุทูตได้รู้จักช่อง TAN Network มากขึ้น



ทั้งนี้ ภายในงานยังมีบุคคลสำคัญมาร่วมงาน อาทิ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งบรรยากาศในงานได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

ลูกป๋าสวมบทลูกหมาคุกคามแดงใต้รวมพล"ไม่เปรม"ที่บ้านเกิดสงขลา หาลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ที่มา Thai E-News





ลูกป๋าหรือลูกหมา?-2ภาพบน กลุ่มพันธมิตรบุกเข้าค้นที่ทำการเสื้อแดงสงขลา ที่เสื้อแดง14จังหวัดปักษ์ใต้กำลังทำกิจกรรมยืนไว้อาลัยอย่างสงบให้หัวหน้าอำมาตย์(ภาพล่างสุด) และใช้กำลังตำรวจตรวจค้น พร้อมคุกคามให้ยุติกิจกรรม

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 สิงหาคม 2552

กิจกรรมแดงปักษ์ใต้จัดงานแต่งดำไว้ทุกข์บ้านเปรมคึก





งานเริ่มประมาณ 10 โมงเช้าของวันที่ 26 ณ บริเวณ ถนนไทยอาคาร หาดใหญ่ มีสมาชิกจากหาดใหญ่ สงขลา พัทลุง สตูล และพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมกันประมาณ 40 คน กิจกรรมนอกจากมีการพูดคุยปราศรัยจากวิทยากรท่านต่างๆแล้ว ก็มีการยืนไว้อาลัยให้กับหัวหน้าอำมาตย์เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เสร็จแล้วรับประทานอาหารร่วมกันแล้วจึงแยกย้าย บรรยากาศเป็นที่สนใจของเหล่าผู้ที่เดินทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากป้ายโจมตีรัฐบาลและอำมาตย์เป็นที่สะดุดตาและเป็นถนนที่มีรถวิ่งพลุกพล่าน

ลูกป๋าแปลงร่างเป็นลูกหมาสุดถ่อยคุกคามกิจกรรมเสื้อแดง ตำรวจเป็นใจบุกค้น



ช่วงบ่ายวันนี้ (26 ส.ค.) พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.สงขลา ซึ่งอาศัยใน อ.หาดใหญ่ กว่า 300 คน ทยอยเดินทางมารวมตัวหน้าที่ทำการชมรมคนรักประชาธิปไตยสงขลา 52 ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 14 ถนนไทยอาคาร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ พร้อมเครือข่ายคนเสื้อแดงในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ สงขลา สตูล พัทลุง และ ตรัง กว่า 50 คน จัดกิจกรรมทางการเมือง โดยนัดรวมตัวแต่งชุดดำร่วมกันยืนไว้ทุกข์ในวันคล้ายวันเกิด ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรฯสงขลาไม่พอใจที่กลุ่มเสื้อแดงแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และลบหลู่ พล.อ.เปรม ซึ่งเป็นที่รักและเคารพของชาว จ.สงขลา โดยเฉพาะในวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของ พล.อ.เปรม ซึ่งหลายหน่วยงานร่วมกันจัดกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่กลุ่มเสื้อแดงกลับแสดงพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติและทำลายน้ำใจของชาว จ.สงขลา พร้อมกับเรียกร้องให้กลุ่มเสื้อแดงยุติการจัดกิจกรรมและถอดป้ายที่เขียนข้อความที่ไม่เหมาะสม จาบจ้วง พล.อ.เปรม ออกให้หมดและปิดที่ทำการ

โดยสถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากมีการปะทะคารมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายและมวลชนเริ่มรวมตัวเพิ่มมากขึ้น ทาง สภ.หาดใหญ่ จึงรีบส่งกำลังตำรวจกว่า 20 นาย พร้อมรถตำรวจมาควบคุมสถานการณ์ โดยนำรถตำรวจมาขวางกึ่งกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องกันเหตุกระทบกระทั่ง

หลังจากนั้น ตัวแทนของผู้เข้าร่วมชุมนุมจึงได้มีการขึ้นเวทีเรียกร้องให้มีการขอโทษการกระทำในครั้งนี้ และส่งสัญญาณเตือนว่า “ลูกป๋า” จะไม่ยอมให้มีใครมาลบหลู่อย่างเด็ดขาด และอย่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำ แรงกดดันดังกล่าวทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงยอมปลดป้ายและปิดล็อกประตูที่ทำการขังกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ภายใน อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจจึงมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งตัวแทนเข้าไปตรวจสอบภายใน แต่ก็ไม่พบว่ามีการทำหุ่นจำลองของ พล.อ.เปรม เพื่อเตรียมเผาตามที่แกนนำเสื้อแดงได้ประกาศก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ผู้ที่ร่วมชุมนุมจึงได้ร่วมกันร้องเพลงวันเกิดให้ พล.อ.เปรม ก่อนที่จะสลายตัวไปในเวลาประมาณ 16.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า การตั้งที่ทำการชมรมคนรักประชาธิปไตยสงขลา 52 นั้น เพิ่งนำป้ายไวนิลเปิดตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวรายหนึ่ง กล่าวว่า เพิ่งจะทราบว่ากลุ่มเสื้อแดงมาตั้งอยู่ในบริเวณนั้น เพราะช่วงที่ทำกิจกรรมนั้นได้กล่าวโจมตี พล.อ.เปรม และรัฐบาล โดยแกนนำได้ส่งเสียงโวยวาย ทำให้ต้องออกมาดูจึงได้ทราบเรื่อง และประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวก็เพิ่งทราบในวันนี้เอง แต่ได้มีการแจ้งข่าวต่อๆ กันจนทำให้ประชาชนนับร้อยรวมตัวกันดังกล่าว

ติดตามชมถ่ายทอดสดรวมพลคนไทย"ไม่เปรม" แดงปักษ์ใต้แต่งดำไว้ทุกข์สงขลาบ้านเปรมคึก

ที่มา Thai E-News




ชมภาพชุดกิจกรรมดำทั้งแผ่นดิน 26 สิงหาคมรวมพลคนไทย"ไม่เปรม"ช่วงบ่าย คลิ้ก และ ที่นี่

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 สิงหาคม 2552

คลิ้กตามลิ้งค์เพื่อชมการถ่ายทอดสด

http://www.sanamluang.in.th

http://www.newskythailand.com

http://www.newskythailand.us

http://uddtoday.ning.com

http://www.thaipeoplevoice.net

กิจกรรมแดงปักษ์ใต้จัดงานแต่งดำไว้ทุกข์บ้านเปรมคึก





งานเริ่มประมาณ 10 โมงเช้าของวันที่ 26 ณ บริเวณ ถนนไทยอาคาร หาดใหญ่ มีสมาชิกจากหาดใหญ่ สงขลา พัทลุง สตูล และพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมกันประมาณ 40 คน กิจกรรมนอกจากมีการพูดคุยปราศรัยจากวิทยากรท่านต่างๆแล้ว ก็มีการยืนไว้อาลัยให้กับหัวหน้าอำมาตย์เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เสร็จแล้วรับประทานอาหารร่วมกันแล้วจึงแยกย้าย บรรยากาศเป็นที่สนใจของเหล่าผู้ที่เดินทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากป้ายโจมตีรัฐบาลและอำมาตย์เป็นที่สะดุดตาและเป็นถนนที่มีรถวิ่งพลุกพล่าน


ชื่องาน :26สิงหาวันดอกไม้จันทน์ ดำทั้งแผ่นดินรวมพลคนไม่เปรม:“โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40”

หลักการและเหตุผล: ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศพร้อมใจแต่งดำทั้งแผ่นดิน+ติดดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อ....ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี วันที่ 26 สิงหาคม 2551 วันอัปยศอำมาตย์วันที่ประเทศไทยถูกทำร้าย ด้วยการบุกยึดทำเนียบ และ NBT สร้างความอับยศสู่สายตาชาวโลก ..พร้อมทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกคน
เจ้าภาพ:โครงข่ายคนไม่เอาเปรม และประชาชนผู้ชิงชังเผด็จการทั่วประเทศและทั่วโลก
สถานที่ : สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์
เวลา :13.59 – 23.00 น. 26 สิงหาคม 2552
การแต่งกาย : ขอความร่วมมือใส่เสื้อผ้าสีดำ
กำหนดการคร่าวๆ
13.59 – 18.00 น. การปราศรัยของแกนนำกลุ่มแดงต้านระบอบอำมาตย์
18.00 – 19.00 น. สมัชชาสังคมก้าวหน้า

19.00 – 23.00 น*
-สมยศ พฤกษาเกษมสุข
-จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปราศรัย
-ส.ส. ดร. สุนัย จุลพงศธร ปราศรัย
-ละครเรื่อง อำมาตย์อำนาจบ๊องส์ ลงนรกอเวจี
-ธีกรรมเผาดอกไม้จัน และ เผาโลงศพ เผาพริกเผาเกลือ เรียกร้องให้ พล.อ.เปรม
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
และยุติการแทรกแซงทางการเมือง
-ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ปราศรัย
-สุรชัย แซ่ด่าน ปราศรัย
-วิดิโอลิ้งค์โดยจักรภพ เพ็ญแข



*ในระหว่างเวลาช่วงนี้จะมีการแทรกด้วยกวีจากคุณไม้หนึ่ง และอาจจะมีการขอดนตรีจากสมัชชาฯ ด้วย ซึ่งแล้วแต่สถานการณ์อีกที
**งานนี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ซึ่งมันอาจจะใช้เวทีนี้เป็นการนำไปสู่สถานการณ์ทางการเมืองต่อไปอีก ดังนั้นกรุณางดวาจาที่หยาบคาย ยั่วยุ และออกชื่อเสียงเรียงนาม ให้ใช้คำแทนได้ เช่น ป.ปลา , ป. ประตูหลัง ฯลฯ

เชิญผู้รักประชาธิปไตยให้กำลังใจดาตอร์ปิโดวันตัดสินคดีหมิ่นฯ

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 สิงหาคม 2552

สมัชชาสังคมก้าวหน้าขอเชิญพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยให้กำลังใจคุณดา ตอปิโด ที่ศาลอาญา รัชดา ในวันที่ 28 สิงหาคม 2552 เวลา 9.00 น. เพื่อให้กำลังใจแก่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวันตัดสินคดีหมิ่นฯ


และขอเชิญชวนท่านเขียนจดหมายรักหรือโปสการ์ดส่งตรงถึง

คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล
ห้อง 1/3 อาคารเพชร ทัณฑสถานหญิงกลาง
เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900


บทกวีเรียกร้องความเป็นธรรม

Outside the Law

No prison shall hold the poet
He shall not ask for pardon
When justice serves dictatorship
Is the time to establish the people’s court

You support power-craving groups
The people’s rights and freedom are robbed
Your end justifies any means
You deny the voice of the people

You forcibly plant the seeds of insane logic
That drug people tame
Covered with empty morals
Underneath, they are full of crime

You kill progressive thoughts
And people of poor status
Too honest to see through your tricks
You imprison them in poverty, hunger, sickness, and death

No prison shall hold the poet
And the millions who are free
We will shout and condemn you forever
Until the law serves the people


ติดต่อสอบถามที่ อ้นดีเจวิทยุแท็กซี่ โทร. ๐๘๓ - ๘๑๒๕๖๕๙ ontontnong@hotmail.com



องค์การนิโทษกรรมสากล(AMNESTY): พิจารณาคดีลับคุกคามความยุติธรรม

25/06/2009]

ทางการไทยควรให้มีการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยสำหรับคดีของน.ส. ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล ซึ่งถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวในวันนี้

นายพรหมาศ ภู่แส หัวหน้าคณะผู้พิพากษาพิจารณาคดี ศาลอาญากรุงเทพฯ สั่งการให้มีการพิจารณาคดีแบบปิดลับ โดยการไต่สวนจะเริ่มขึ้นในวันอังคารสำหรับคดีของน.ส. ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล อันสืบเนื่องมาจากคำพูดของเธอในการปราศรัยระหว่างการชุมนุมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551
“ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยคุ้มครองสิทธิของบุคคลให้ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสม” Sam Zarifi ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว “การที่ผู้พิพากษาปิดประตูระหว่างการพิจารณาคดี ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากที่จะนำไปสู่ความอยุติธรรม”

ตามรายงานข่าว ผู้พิพากษาอ้างประเด็น “ความมั่นคงของชาติ” เป็นเหตุผลให้มีการตัดสินใจให้พิจารณาคดีแบบปิดลับ แม้ว่าทั้งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) และรัฐธรรมนูญไทยอนุญาตให้มีข้อยกเว้นดังกล่าวได้ตามเหตุผลข้างต้น แต่การจำกัดสิทธิดังกล่าวจะต้องใช้ในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด และในกรณีที่มาตรการจำกัดสิทธิที่เข้มข้นน้อยกว่าไม่สามารถนำมาใช้ได้

“รัฐบาลไทยคงประสบความยากลำบากที่จะอธิบายว่า เหตุใดการพิจารณาคดีบุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำการหมิ่นประมาทจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติได้” Sam Zarifi กล่าว

ตามรายงานข่าว นายพรหมาศได้กล่าวว่า เขาสามารถ “ประกันให้จำเลยได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม” แม้จะห้ามไม่ให้บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชนเข้ารับฟัง

“คำรับประกันเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยเมื่อมีการปิดประตูห้องพิจารณาคดี และนั่นเป็นเหตุผลที่อธิบายว่าเหตุใดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายในประเทศไทยต่างสนับสนุนให้มีการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผย” Sam Zarifi กล่าว “ในกรณีนี้ การพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการเปิดประตูศาล”

ความเป็นมา
น.ส. ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุลเป็นผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งภายหลังการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในไทยห้ามไม่ให้มีการใช้คำพูดหรือกระทำการใดที่เป็นการ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” และกำหนดระวางโทษจำคุกไว้ถึง 15 ปี

มาตรา 14 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยได้ให้ภคยานุวัตรกำหนดไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับ “การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมและเปิดเผย”

มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550 กำหนดไว้ว่าบุคคลย่อมมี “สิทธิพื้นฐานในกระบวนการพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย”

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ:
Benjamin Zawacki ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถนัดสัมภาษณ์ได้ในประเทศไทยที่หมายเลขโทรศัพท์ +66 (0)81 138 1912 (มือถือ) หรือทางอีเมล์ benjamin.zawacki@amnesty.org

ตูนGag:Happy B-Dayขอให้ความเสื่อมจงบังเกิดแก่ท่าน

ที่มา Thai E-News



กิจกรรมดำทั้งแผ่นดินรวมพลคนไม่เปรม 26 สิงหาวันดอกไม้จันทน์


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 สิงหาคม 2552
**หมายเหตุ:แจ้งงดกิจกรรมแรมโบ้อีสานบุกบ้านสี่เสา10โมงเช้านี้ ขอให้ทุกท่านไปพบกันที่สนามหลวง หรือจุดนัดหมายจังหวัดต่างๆ**

ชื่องาน :26สิงหาวันดอกไม้จันทน์ ดำทั้งแผ่นดินรวมพลคนไม่เปรม:“โค่นอำมาตย์ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40”
หลักการและเหตุผล: ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศพร้อมใจแต่งดำทั้งแผ่นดิน+ติดดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 สิงหาคม เพื่อ....ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี วันที่ 26 สิงหาคม 2551 วันอัปยศอำมาตย์วันที่ประเทศไทยถูกทำร้าย ด้วยการบุกยึดทำเนียบ และ NBT สร้างความอับยศสู่สายตาชาวโลก ..พร้อมทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกคน
เจ้าภาพ:โครงข่ายคนไม่เอาเปรม และประชาชนผู้ชิงชังเผด็จการทั่วประเทศและทั่วโลก
สถานที่ : สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์
เวลา :13.59 – 23.00 น. 26 สิงหาคม 2552
การแต่งกาย : ขอความร่วมมือใส่เสื้อผ้าสีดำ
กำหนดการคร่าวๆ
13.59 – 18.00 น. การปราศรัยของแกนนำกลุ่มแดงต้านระบอบอำมาตย์
18.00 – 19.00 น. สมัชชาสังคมก้าวหน้า

19.00 – 23.00 น*
-สมยศ พฤกษาเกษมสุข
-จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปราศรัย
-ส.ส. ดร. สุนัย จุลพงศธร ปราศรัย
-ละครเรื่อง อำมาตย์อำนาจบ๊องส์ ลงนรกอเวจี
-ธีกรรมเผาดอกไม้จัน และ เผาโลงศพ เผาพริกเผาเกลือ เรียกร้องให้ พล.อ.เปรม
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
และยุติการแทรกแซงทางการเมือง
-ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ปราศรัย
-สุรชัย แซ่ด่าน ปราศรัย
-วิดิโอลิ้งค์โดยจักรภพ เพ็ญแข


*ในระหว่างเวลาช่วงนี้จะมีการแทรกด้วยกวีจากคุณไม้หนึ่ง และอาจจะมีการขอดนตรีจากสมัชชาฯ ด้วย ซึ่งแล้วแต่สถานการณ์อีกที
**งานนี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ซึ่งมันอาจจะใช้เวทีนี้เป็นการนำไปสู่สถานการณ์ทางการเมืองต่อไปอีก ดังนั้นกรุณางดวาจาที่หยาบคาย ยั่วยุ และออกชื่อเสียงเรียงนาม ให้ใช้คำแทนได้ เช่น ป.ปลา , ป. ประตูหลัง ฯลฯ

แดงปักษ์ใต้จัดดำทั้งแผ่นดินที่ถิ่นเกิดเปรมสงขลา

เวบไซต์ โลกวันนี้
รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่โรงแรมสิงห์ โกลเด้น เพลส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ นำโดย นายจิรายุส เนาวเกตุ อดีตส.ส.พัทลุง ในฐานะ ประธานสมาพันธ์ ประชุมแกนนำเครือข่ายคนเสื้อแดง ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนัดรวมพลังครั้งใหญ่ และครั้งแรกของคนเสื้อแดงทั่วทั้งภาคใต้ ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อแสดงการไว้อาลัยพร้อมกับคนเสื้อแดงทั่วทั้งประเทศ

โดยจะมีการรวมตัวกันที่ลานหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับสถานที่ชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรสงขลาเพื่อประชาธิปไตย

โดยจะมีการจัดขบวนรถยนต์อย่างน้อย 50 คัน ตกแต่งด้วยโบว์ดำ พวงหรีด และหุ่นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และจะร่วมกันแสดงความไว้อาลัยให้กับพล.อ.เปรม 1 นาที และนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 นาที ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปในเขตตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อประจานความล้มเหลวในการแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาล ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไปรวมตัวกัน ณ ที่ทำการของคนเสื้อแดง ย่าน ถนน ลพบุรีราเมศร์ อ.หาดใหญ่ และร่วมเผาพวงหรีด และหุ่นของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้มีรายงานว่าพล.อ.เปรมไม่อยู่ที่บ้านสี่เสาในวันเกิด และไม่กลับบ้านเกิดสงขลา แต่เผ่นไปตั้งหลักที่บ้านพักคลายกังวลที่นครราชสีมาแทน

แดงภาคใต้พร้อมเคลื่อนเข้ากรุงสมทบชุมนุมใหญ่30ส.ค.

กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ ในนามของสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ นำโดยนายจิรายุส เนาวเกตุ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) จ.สตูล นายรัตน์ ภู่กลาง รองประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย จ.ตรัง อดีต สมาชิก อบจ.ตรัง นายโอฬาร ชนะสงคราม อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จ.ตรัง และสมาชิกคณะกรรมการสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้กว่า 80 คน ร่วมสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามกลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ กลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตยภาคใต้ ที่โรสอินท์แมนชั่น ถนนท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง

นายจิรายุสกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้จาก 10 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส และ ปัตตานี มีมติร่วมกันที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยวันที่ 25 สิงหาคม แกนนำทั้ง 10 จังหวัดภาคใต้ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 สุราษฎร์ธานี และเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ร่วมกันแต่งชุดดำในวันเกิดของ พล.อ.เปรม นอกจากนั้น จะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

ภาคเหนือคึกดำทั้งแผ่นดิน2หมื่นพรึบดอกไม้จันทน์พร้อม

กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 โดย ผ.อ.เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ดีเจ อ้อม ดีเจ ต้อม ร่วมคนเสื้อแดงเชียงใหม่จัดงาน ไว้ทุกข์ 365 วันพันธมิตรบุกยึดทำเนียบ จัดเบิร์ธื์เดย์ เปรม ซึ่งจะจัดให้มีเวทีปราศัย นำโดย ผ.อ. เพชรวรรต ดีเจอ้อม หมอเหวง,แรมโบ้ อีสาน เจ๋งดอกจิก และศิลปินนักร้องอีกมากมายในวันที่ 26 ส.ค. 2525 ตั้งแต่เวลา13.00น เป็นต้นไปซึ่งในงานนี้จะมีการโฟนอินจากแดนไกล จาก ท่าน ทักษิณ ชินวัตร ด้วย

จึงขอกราบเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดง เชียงใหม่และ จ.ใกล้เคียงเข้าร่อมงานโดยทั่วกัน ซึ่งงานนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน