WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, August 28, 2009

รอยเตอร์:คุก18ปีดาตอร์ปิโดกำหราบเสรีภาพ

ที่มา Thai E-News


ยังยิ้มได้ - น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด แนวร่วมนปช. สวมหน้ากากอนามัยฟังศาลพิพากษา ก่อนยกมือชูสองนิ้วแสดงชัยชนะแม้ถูกสั่งจำคุก 18 ปีในคดีหมิ่นเบื้องสูง เมื่อวันที่ 28 ส.ค.(ภาพและคำบรรยาย:มติชนออนไลน์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวรอยเตอร์
28 สิงหาคม 2552


"ก็เป็นไปตามที่ฉันคาดไว้สำหรับคำตัดสินคดี"สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างคำให้สัมภาษณ์ของดารณี เชิงชาญ ศิลปกุล "ดา ตอร์ปิโด" หลังจากศาลตัดสินจำคุกคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยเธอกล่าวว่าจะยื่นขออุทธรณ์ต่อไป


รอยเตอร์ชี้ว่าผลการตัดสินล่าสุดให้ดารณีติดคุก 18 ปี ถือเป็นการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกำหราบฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และเสรีภาพในการแสดงออก ในประเทศไทย ประเทศซึ่งยกฐานะกษัตริย์พระชนมายุ 81 พรรษาเสมือนพระนายรายณ์เสด็จลงมาอวตาร และมีสถานะทรงอยู่เหนือการเมือง

ดารณีซึ่งเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ฝ่ายสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกทำรัฐประหารโค่นอำนาจถูกจับกุมและพิจารณาคดีเป็นการลับ โดยอ้างเรื่องความมั่นคง เรื่องนี้องค์การนิรโทษกรรมสากลได้ทำจดหมายเปิดผนึกคัดค้านมาแล้ว โดยอ้างว่าจะทำให้จำเลยได้รับการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม

ดา ตอร์ปิโดกล่าวกับรอยเตอร์ว่า เธอไม่มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่จะเคลื่อนไหวให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด แต่สนับสนุน"ความยั่งยืนของสถาบันกษัตริย์แบบเดียวกับที่ดำรงอยู่ในสหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น"

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทยเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับใครก็ได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง ประเด็นนี้ทำให้ได้รับการคัดค้านจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยว่าจะเป็นเครื่องมือทำลายล้างกันทางการเมือง

เคยมีนักวิชาการ นักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงทั่วโลกเคยส่งจดหมายเปิดผนึกให้รัฐบาลไทยทบทวนการบังคับใช้กฎหมายนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเขาจะพยายามจัดสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย กับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่นักวิจารณ์กล่าวว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก หลังจากนั้น

รายละเอียดคำพิพากษาและแนวทางต่อสู้ต่อไปของจำเลย

ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญารัชดา นายพรหมาศ ภู่แส และองค์คณะขึ้นนั่งอ่านคำตัดสินคดีที่ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ถูกอัยการฟ้องเป็นจำเลยในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี) จากการปราศรัยที่สนามหลวง 3 ครั้ง คือวันที 7 และ 13 มิถุนายน 2551 และ วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551

ศาลตัดสินว่า จากพยานหลักฐาน จำเลยกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา โดยจำเลยได้กระทำผิด 3 กรรม จากการปราศรัยที่สนามหลวง 3 ครั้ง ตัดสินจำคุกกรรมละ 6 ปี รวม 18 ปี

หลังจากนี้ ในช่วงบ่าย ดา ตอร์ปิโด จะต้องเข้ารับฟังการพิจารณาคดีที่ห้องพิจารณา 908 ในคดีที่ถูก พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร ฟ้องหมิ่นประมาท โดยวันนี้ จะมีการสืบพยานโจทก์นัดแรก

สำหรับบรรยากาศการฟังคำตัดสินวันนี้ มีประชาชนผู้สนใจและผู้ที่ต้องการมาให้กำลังใจ น.ส.ดารณี ประมาณ 30 คน

หลังคำติดสิน นายประเวศ ประภานุกูล ทนายจำเลยได้แจกเอกสารแก่ประชาชนและผู้สื่อข่าวเป็นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่า การสั่งพิจารณาคดีดังกล่าวเป็นการปิดลับซึ่งศาลอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 117 มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก เป็นการละเมิดสิทธิของจำเลย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

ฝ่ายจำเลยระบุว่าการที่ศาลสั่งพิจารณาคดีลับดังกล่าว ห้ามมิให้ประชาชนทั่วไปเข้าฟังการพิจารณานั้นเป็นการใช้บทบัญัติกฎหมายขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตราที่ 40 (2) ซึ่งระบุว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริง และการตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้งและพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษาหรือคำสั่ง

และรัฐธรรมนูญมาตรา 29 บัญญัติว่า การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิดได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้

ฝ่ายจำเลยเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 117 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ศาลอาศัยอำนาจสั่งให้การพิจารณาคดีลับนั้นขัดและแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ จึงขอให้ศาลส่งความเห็นของจำเลยไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญํติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 211 โดยขอให้ศาลอาญารอการพิพากษาคดีนี้ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องดังกล่าวให้ศาลอาญาพิจารณาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. โดยร้องให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวและส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา อย่างไรก็ตาม ศาลยกคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่าการพิจารณาไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เนื่องจากจำเลยมีทนายแก้ต่าง และสามารถนำพยานหลักฐานมายังศาลได้อย่างครบถ้วน

ทนายจำเลย จึงได้ทำการยื่นคำร้องด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. โดยศาลรัฐธรรมนูญลงประทับรับคำร้องดังกล่าว

เทิดพระเกียรติคอลเล็กชั่นใหม่ส่งเสริมศิลปาชีพ

ที่มา Thai E-News


15 นางแบบกิตติมศักดิ์ ลูกสาวของท่านผู้หญิง และสาวในแวดวงสังคมไฮโซร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ ในชุดผ้าไหมไทย คอลเล็กชั่นใหม่ของมูลนิส่งเสริมศิลปาชีพ ออกแบบโดย30ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ที่ร้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ ณ หอรัษฎากรณ์พิพัฒน์ พระบรมมหาราชวัง เมื่อ 27 ส.ค. ( ที่มา:มติชน )

ตัดสินจำคุกดา18ปีคดีหมิ่น เจ้าตัวไม่พรั่นชู2นิ้วสู้

ที่มา Thai E-News


ยังยิ้มได้ - น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด แนวร่วมนปช. สวมหน้ากากอนามัยฟังศาลพิพากษา ก่อนยกมือชูสองนิ้วแสดงชัยชนะแม้ถูกสั่งจำคุก 18 ปีในคดีหมิ่นเบื้องสูง เมื่อวันที่ 28 ส.ค. (ภาพและคำบรรยาย:มติชนออนไลน์)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา บอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกัน
และ บล๊อกกาซีน ประชาไท
28 สิงหาคม 2552
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ดาตอร์ปิโด:"เราอยากชวนคุณมาเที่ยวบ้านเรา"

คดีนี้ตามกฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี แต่ที่ศาลตัดสินจำคุก 18 ปีนั้น ให้เหตุผลว่าเพราะจำเลยพูดปราศรัยกระทำผิดถึง 3 หน จึงตัดสินจำคุกกระทงละ 6 ปี รวมเป็น 18 ปี


ที่ศาลอาญา รัชดา เมื่อเวลาราว 10.00 น.วันนี้ ศาลได้ตัดสินพิพากษาจำคุกดารณี เชิงชาญศิลปกุล "ดา ตอร์ปิโด"จำเลยคดีหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายต่อกษัตริย์ และราชินี เป็นเวลา 18 ปี ตามฐานความผิดพูดปราศรัยที่สนามหลวงในระหว่างเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม 2551 ซึ่งศาลพิเคราะห์หลักฐานแล้วจำเลยมีความผิดชัดแจ้งตามกฎหมายอาญามาตรา112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ไปให้กำลังใจดา ตอร์ปิโดราว 30 คน เมื่อดาทราบผลการตัดสินแล้วก็เดินออกจากห้องพิจารณาโดยชู2นิ้วเป็นสัญลักษณ์ต่อผู้สื่อข่าว

คดีนี้ตามกฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี แต่ที่ศาลตัดสินจำคุก 18 ปีนั้น ให้เหตุผลว่าเพราะจำเลยพูดปราศรัยกระทำผิดถึง 3 หน จึงตัดสินจำคุกกระทงละ 6 ปี รวมเป็น 18 ปี

รายละเอียดคำพิพากษาและแนวทางต่อสู้ต่อไปของจำเลย

ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญารัชดา นายพรหมาศ ภู่แส และองค์คณะขึ้นนั่งอ่านคำตัดสินคดีที่ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ถูกอัยการฟ้องเป็นจำเลยในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี) จากการปราศรัยที่สนามหลวง 3 ครั้ง คือวันที 7 และ 13 มิถุนายน 2551 และ วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551

ศาลตัดสินว่า จากพยานหลักฐาน จำเลยกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา โดยจำเลยได้กระทำผิด 3 กรรม จากการปราศรัยที่สนามหลวง 3 ครั้ง ตัดสินจำคุกกรรมละ 6 ปี รวม 18 ปี

หลังจากนี้ ในช่วงบ่าย ดา ตอร์ปิโด จะต้องเข้ารับฟังการพิจารณาคดีที่ห้องพิจารณา 908 ในคดีที่ถูก พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร ฟ้องหมิ่นประมาท โดยวันนี้ จะมีการสืบพยานโจทก์นัดแรก

สำหรับบรรยากาศการฟังคำตัดสินวันนี้ มีประชาชนผู้สนใจและผู้ที่ต้องการมาให้กำลังใจ น.ส.ดารณี ประมาณ 30 คน

หลังคำติดสิน นายประเวศ ประภานุกูล ทนายจำเลยได้แจกเอกสารแก่ประชาชนและผู้สื่อข่าวเป็นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่า การสั่งพิจารณาคดีดังกล่าวเป็นการปิดลับซึ่งศาลอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 117 มีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก เป็นการละเมิดสิทธิของจำเลย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

ฝ่ายจำเลยระบุว่าการที่ศาลสั่งพิจารณาคดีลับดังกล่าว ห้ามมิให้ประชาชนทั่วไปเข้าฟังการพิจารณานั้นเป็นการใช้บทบัญัติกฎหมายขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตราที่ 40 (2) ซึ่งระบุว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริง และการตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้งและพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษาหรือคำสั่ง

และรัฐธรรมนูญมาตรา 29 บัญญัติว่า การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิดได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้

ฝ่ายจำเลยเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 117 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ศาลอาศัยอำนาจสั่งให้การพิจารณาคดีลับนั้นขัดและแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ จึงขอให้ศาลส่งความเห็นของจำเลยไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญํติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 211 โดยขอให้ศาลอาญารอการพิพากษาคดีนี้ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องดังกล่าวให้ศาลอาญาพิจารณาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. โดยร้องให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวและส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา อย่างไรก็ตาม ศาลยกคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่าการพิจารณาไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เนื่องจากจำเลยมีทนายแก้ต่าง และสามารถนำพยานหลักฐานมายังศาลได้อย่างครบถ้วน

ทนายจำเลย จึงได้ทำการยื่นคำร้องด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. โดยศาลรัฐธรรมนูญลงประทับรับคำร้องดังกล่าว

ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 จากกรณีที่เธอปราศรัยบนเวทีเสียงประชาชนเมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551 และห้ามประกัน แม้ว่าสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ใช้ตำแหน่งอาจารย์ยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาตทั้งในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาคดี

ดารณีปฏิเสธข้อกล่าวหาดูหมิ่นฯพระมหากษัตริย์และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลนัดตัดสินวันนี้ในเวลา09.00 น. (รายละเอียดคดี คลิ้กที่นี่)


Before & After-ภาพบนคือดารณีในช่วงมีอิสรภาพปราศรัยต่อต้านเผด็จการอำมาตย์ที่สนามหลวง ภาพล่างหลังถูกขังคุกคดีหมิ่นแบบห้ามประกัน ห้ามไม่ให้ไปหาหมอฟันทั้งที่ปวดฟันจนกินข้าวแทบไม่ได้ ถูกพิจาณาคดีเป็นการลับ ศาลจะตัดสินคดีหมิ่นวันศุกร์ที่ 28 นี้ แต่อยุติธรรมยังไม่สามารถกัดกร่อนจิตใจทรหดของเธอได้..ความอยุติธรรมสำหรับคนๆหนึ่ง ในกรณีนี้อาจเป็นความอยุติธรรมสำหรับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งแผ่นดิน..


ขอเชิญชวนท่านเขียนจดหมายรักหรือโปสการ์ดให้กำลังใจดารณีส่งตรงถึง

คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล
ห้อง 1/3 อาคารเพชร ทัณฑสถานหญิงกลาง
เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900


ติดต่อสอบถามที่ อ้นดีเจวิทยุแท็กซี่ โทร. ๐๘๓ - ๘๑๒๕๖๕๙ ontontnong@hotmail.com

ผู้รักความยุติธรรมรณรงค์เขียนจดหมายถึงดาตอร์ปิโด


ปิยะบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า นี่เป็น จม. ที่ผมเขียนถึงคุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

ไม่แน่ใจว่าจะผ่านเงื่อนไข ผ่านการเซนเซอร์ของผู้คุมหรือเปล่า

...

“เว้นเสียแต่ว่าข้าฯไม่พูดถึงข้อเขียนของข้าฯ ไม่พูดถึงอำนาจ ไม่พูดถึงลัทธิ ไม่พูดถึงการเมือง ไม่พูดถึงศีลธรรม ไม่พูดถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง ไม่พูดถึงคณะบัลเลต์ของเศรษฐี ไม่พูดถึงอุปรากร ไม่พูดถึงมหรสพอื่นๆ ไม่พูดถึงคนที่ถือนั่นจับนี่ ข้าฯคงเขียนทุกอย่างได้เสรี แต่ภายใต้การเซ็นเซอร์อีกสักสองถึงสามหน”
-บทละครเรื่อง “Le Mariage de Figaro” องก์ที่ ๕ ฉากที่ ๓

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

สวัสดีครับคุณดารณี...

ในขณะที่ผมเขียนจดหมายถึงคุณดาอยู่นี้ ผมอยู่ในดินแดนแห่งเสรี มีเสรีภาพซึ่งเราสัมผัสได้ถึงมันจริงๆ ถ้าโลกนี้มีเทคโนโลยีวิเศษ ผมอยากเอาลมแห่งเสรีภาพของดินแดนแห่งนี้ใส่ในจดหมาย ฝากเอาไปให้คุณดาได้รับรู้ว่า ลมแห่งเสรีภาพที่แท้จริงนั้น ช่างสดชื่นยิ่งนัก

ตรงกันข้าม ณ เวลานี้ คุณดาต้องอยู่ในที่ปราศจากเสรีภาพ และแม้นว่าวันหนึ่งคุณดาได้ออกมาจากที่นั่น ก็ยังไม่ได้อยู่ในดินแดนที่มีเสรีภาพจริงๆอยู่นั่นเอง แต่แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมก็เชื่อว่าเสรีภาพยังคงอยู่ในจิตสำนึกของคุณดาตลอดเวลา

ผมส่งโปสการ์ดนี้มาให้ ภาพนี้เป็นภาพกำแพงเบอร์ลิน ถ่ายเมื่อเดือนสิงหาคม ๑๙๖๑ สมัยที่มหาอำนาจเอาสิ่งสมมติมาตีเส้นแบ่งเยอรมนีเป็นสองส่วน ทั้งๆที่พลเมืองก็มีสัญชาติเดียวกันแท้ๆ

คุณดาเห็นมั้ยครับ ภาพพ่อและแม่อุ้มทารกน้อย ให้มองข้ามกำแพงไปยังฝั่งเยอรมนีตะวันตก ให้ได้เห็นเสรีภาพที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

พวกเราจะช่วยกัน อุ้มคุณดา และอุ้มสังคมของเราให้ได้เห็นเสรี

ปิยบุตร แสงกนกกุล
...

นี่รูปครับ อาจจะอ่านลายมือผมไม่ออก


จดหมายฉบับอื่นๆ


วันพิพากษากระบวนยุติธรรมไทย:ความอยุติธรรมต่อคนๆหนึ่ง คือความอยุติธรรมต่อทั้งสังคม

ที่มา Thai E-News




You'll never walk alone-ศาลจะตัดสินคดีหมิ่นดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (บน) วันนี้ ขณะที่วันก่อนสมัชชาสังคมก้าวหน้าไปรณรงค์ที่ชุมนุมสนามหลวงให้ผู้รักความยุติธรรมร่วมกันต่อสู้เพื่อปลดปล่อยดาตอร์ปิโด และจะไปให้กำลังใจเธอในวันตัดสินคดีในวันนี้

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา บอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกัน
และ บล๊อกกาซีน ประชาไท
28 สิงหาคม 2552
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ดาตอร์ปิโด:"เราอยากชวนคุณมาเที่ยวบ้านเรา"

ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 จากกรณีที่เธอปราศรัยบนเวทีเสียงประชาชนเมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551 และห้ามประกัน แม้ว่าสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ใช้ตำแหน่งอาจารย์ยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาตทั้งในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาคดี

ดารณีปฏิเสธข้อกล่าวหาดูหมิ่นฯพระมหากษัตริย์และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ศาลนัดตัดสินวันนี้ในเวลา09.00 น. (รายละเอียดคดี คลิ้กที่นี่)


Before & After-ภาพบนคือดารณีในช่วงมีอิสรภาพปราศรัยต่อต้านเผด็จการอำมาตย์ที่สนามหลวง ภาพล่างหลังถูกขังคุกคดีหมิ่นแบบห้ามประกัน ห้ามไม่ให้ไปหาหมอฟันทั้งที่ปวดฟันจนกินข้าวแทบไม่ได้ ถูกพิจาณาคดีเป็นการลับ ศาลจะตัดสินคดีหมิ่นวันศุกร์ที่ 28 นี้ แต่อยุติธรรมยังไม่สามารถกัดกร่อนจิตใจทรหดของเธอได้..ความอยุติธรรมสำหรับคนๆหนึ่ง ในกรณีนี้อาจเป็นความอยุติธรรมสำหรับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งแผ่นดิน..


เชิญผู้ที่ไม่ยอมจำนนต่ออยุติธรรมให้กำลังใจดา ตอร์ปิโดถูกตัดสินคดีหมิ่น28ส.ค.

ความอยุติธรรมต่อคนๆหนึ่ง อาจหมายถึงอยุติธรรมต่อคนทั้งแผ่นดิน สำหรับกรณีนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังหมดอิสรภาพ เพราะต่อต้านอำนาจที่อยุติธรรม

สมัชชาสังคมก้าวหน้าขอเชิญพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยให้กำลังใจคุณดา ตอปิโด ที่ศาลอาญา รัชดา ในวันที่ 28 สิงหาคม 2552 เวลา 9.00 น. เพื่อให้กำลังใจแก่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวันตัดสินคดีหมิ่นฯ


และขอเชิญชวนท่านเขียนจดหมายรักหรือโปสการ์ดส่งตรงถึง

คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล
ห้อง 1/3 อาคารเพชร ทัณฑสถานหญิงกลาง
เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900


ติดต่อสอบถามที่ อ้นดีเจวิทยุแท็กซี่ โทร. ๐๘๓ - ๘๑๒๕๖๕๙ ontontnong@hotmail.com

ผู้รักความยุติธรรมรณรงค์เขียนจดหมายถึงดาตอร์ปิโด


ปิยะบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า นี่เป็น จม. ที่ผมเขียนถึงคุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล

ไม่แน่ใจว่าจะผ่านเงื่อนไข ผ่านการเซนเซอร์ของผู้คุมหรือเปล่า

...

“เว้นเสียแต่ว่าข้าฯไม่พูดถึงข้อเขียนของข้าฯ ไม่พูดถึงอำนาจ ไม่พูดถึงลัทธิ ไม่พูดถึงการเมือง ไม่พูดถึงศีลธรรม ไม่พูดถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง ไม่พูดถึงคณะบัลเลต์ของเศรษฐี ไม่พูดถึงอุปรากร ไม่พูดถึงมหรสพอื่นๆ ไม่พูดถึงคนที่ถือนั่นจับนี่ ข้าฯคงเขียนทุกอย่างได้เสรี แต่ภายใต้การเซ็นเซอร์อีกสักสองถึงสามหน”
-บทละครเรื่อง “Le Mariage de Figaro” องก์ที่ ๕ ฉากที่ ๓

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

สวัสดีครับคุณดารณี...

ในขณะที่ผมเขียนจดหมายถึงคุณดาอยู่นี้ ผมอยู่ในดินแดนแห่งเสรี มีเสรีภาพซึ่งเราสัมผัสได้ถึงมันจริงๆ ถ้าโลกนี้มีเทคโนโลยีวิเศษ ผมอยากเอาลมแห่งเสรีภาพของดินแดนแห่งนี้ใส่ในจดหมาย ฝากเอาไปให้คุณดาได้รับรู้ว่า ลมแห่งเสรีภาพที่แท้จริงนั้น ช่างสดชื่นยิ่งนัก

ตรงกันข้าม ณ เวลานี้ คุณดาต้องอยู่ในที่ปราศจากเสรีภาพ และแม้นว่าวันหนึ่งคุณดาได้ออกมาจากที่นั่น ก็ยังไม่ได้อยู่ในดินแดนที่มีเสรีภาพจริงๆอยู่นั่นเอง แต่แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมก็เชื่อว่าเสรีภาพยังคงอยู่ในจิตสำนึกของคุณดาตลอดเวลา

ผมส่งโปสการ์ดนี้มาให้ ภาพนี้เป็นภาพกำแพงเบอร์ลิน ถ่ายเมื่อเดือนสิงหาคม ๑๙๖๑ สมัยที่มหาอำนาจเอาสิ่งสมมติมาตีเส้นแบ่งเยอรมนีเป็นสองส่วน ทั้งๆที่พลเมืองก็มีสัญชาติเดียวกันแท้ๆ

คุณดาเห็นมั้ยครับ ภาพพ่อและแม่อุ้มทารกน้อย ให้มองข้ามกำแพงไปยังฝั่งเยอรมนีตะวันตก ให้ได้เห็นเสรีภาพที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

พวกเราจะช่วยกัน อุ้มคุณดา และอุ้มสังคมของเราให้ได้เห็นเสรี

ปิยบุตร แสงกนกกุล
...

นี่รูปครับ อาจจะอ่านลายมือผมไม่ออก


จดหมายฉบับอื่นๆ


เปิดคลิปลับเสียงมาร์คพิสูจน์ยังไม่รู้จริงหรือตัดต่อ

ที่มา Thai E-News




แกะเสียงพิสูจน์-ผู้อ้างว่าเชี่ยวชาญเรื่องเสียง ได้ท้าพิสูจน์เสียงคลิปลับคล้ายเสียงอภิสิทธิ์ โดยฝ่ายแรกโพสต์ลงประชาไทเชื่อว่าอาจไม่ใช่การตัดต่อ(ภาพบน) ส่วนฝ่ายหลังโพสต์ลงห้องหว้ากอ พันทิปว่าอาจเป็นการตัดต่อ(ภาพกลาง) ส่วนภาพล่างสุดในบอร์ดประชาไทระบุอาจเป็นการตัดต่อ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาไทบอร์ด และ ห้องหว้ากอ พันทิป
27 สิงหาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:สำหรับเรื่องคลิปเสียงมาร์คนี้ขอให้ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณด้วยความรอบรอบ โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นต่างเป็น2มุม แต่หากเป็นการตัดต่อ ไทยอีนิวส์ขอประณามการกระทำดังกล่าวไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม


ฝ่ายพิสูจน์เชื่อว่าอาจเป็นของจริง-ประชาไท

ผู้ใช้นาม MirrorMask เขียนกระทู้เรื่อง +++ วิเคราะห์คลิปเสียงคนสั่งฆ่าประชาชน ด้วยโปรแกรมอัดเสียง Sony Soundforge +++ โดยระบุว่าเขา "มีความรู้ระดับผม ที่เรียนด้าน Post Production และ Sound Engineer เบื้องต้น มาจากครูระดับกรรมการตัดสิน Oscar ด้าน Sound ( ตรงนี้ ขอคุยหน่อยนะครับ อย่าหมั่นไส้ เพราะผมศิษย์มีครูจริงๆ )" พร้อมนำภาพและคำอธิบายดังต่อไปนี้




ขอสรุปเลยนะครับ

1. เป็นเสียงคนๆ เดียวกันพูด

2. ใช้ไมค์ตัวเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ ระบบคุมเสียงเดียวกัน

3. ห้องที่อัดมาเป็นห้องประชุมขนาดเล็ก หรือห้องสัมนา ขนาดนั่งไม่เกิน 10 กว่าคน

4. มีการตัดต่อระหว่างประโยคจริง แต่ผมพิสูจน์ไม่ออก ว่ามีการตัดต่อระหว่างคำต่อคำ

5. ผู้พูดมีเสียง tenor แต่เอาปากจ่อไมค์้น้่้อยกว่า 1 คืบ ทำให้เกิดเสียง peak และเสียงทุ้มกลางขึ้นกว่าเดิม เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพูด และควบคุมโทนอารมณ์ได้สม่ำเสมอเหมือนกันทุกคำพูด

อาจกล่าวได้ว่า เป็นการพูดรวดเดียว ในวาระเดียวกัน

6. เป็นการอัดเีสียง โดยผู้ควบคุมเสียงของห้องประชุมนั้นๆ ไม่ใช่การแอบอัด หรืออัดโดยมือถือ

น่าจะอัดมาเป็นเทปดิจิต้อล หรือ DAT แล้วมาแปลงเป็นไฟล์ mp3 อีกที



ผมจะไม่ฟันธง ว่าเป็นเสียงของใคร หรือตัวจริงใช่มั้ย แต่จะวิเคราะห์ตามที่รู้ โดยใช้ความรู้ที่เรียนมาเรื่องเสียง

1. เส้นเสียง Ambient เป็นเสียงบรรยากาศรอบด้านครับ แม้แต่ห้องเงียบที่สุด ระดับห้องอัดเสียงฮอลลีวู้ด มันก้อมีเลียงของมัน

เสียงบรรยากาศในห้องสม่ำเสมอแบบนี้ อนุมานได้ว่า ผู้พูด พูดในห้องๆ เดียว มีเสียงสะท้อนพอสมควร ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก ฟันธงได้ว่าเป็นห้องประชุม หรือห้องสมนาขนาดกลาง ไม่ใหญ่มาก ( ใหญ่มาก จะมีเสียงเอ๊คโค่ตามมาเบาๆ )

ถามว่า ใช้โปรแกรม ทำให้เสียงแอมเบี้ยนสม่ำเสมอได้มั้ย

ตอบว่า ได้ครับ แต่เป็นเรื่องยากมากๆ ต้องซ้อนเลเยอร์เสียงเข้าไป แต่จะทำให้เกิดตัวแปร คือความคมชัดของเสียงผู้พูด ลดลงไปมากมาย

เส้นที่ 2 และ 3 เป็นเสียงระดับความดังของผู้พูด ทำให้บอกได้เลยว่า อัดเสียงมาในระบบสเตอริโอ ตั้งแต่แรกพูดเลยครับ แชนแน่ลซ้าย ระดับคงที่ แชนแน่ลขวาก้อระดับคงที่

ข้อนี้ ทำให้ฟันธงได้อีก ว่าไม่ใช่การตัดต่อคำต่อคำ จากหลายๆ คลิป เพราะการสัมภาษณ์จากที่ต่างๆ และการพูดบนโพเดี้ยม นอกจากระดับเสียงบรรยากาศจะไม่เท่ากันแล้ว

ระดับความดังของแชนแน่ลซ้าย-ขวา ก้อจะไม่เท่ากันอีกด้วย

ถามว่า - ทำให้เท่ากันได้มั้ย

ตอบว่า - ทำได้ครับ แต่เมื่อเร่ง หรือลดทุกๆ คำพูดก่อนตัดต่อให้เท่ากัน
คุณภาพของเสียง จะสะดุด เกิดการกระโดดของเสียงในแต่ละคำ

ใครเอาเงินมากองให้ผม 1 ล้านให้ทำให้เนียนแบบนี้ ผมตอบได้คำเดียวว่า ทำไม่ได้ครับ สรุปแน่นอน ว่าอัดเสียงระบบสเตอริโอ จากห้องสัมนานั้นๆ โดยตรง ไม่ได้อัดโดยมือถือ หรือเทป หรือเครื่องอัดเสียงพูดซึ่งไม่มีคุณภาพ

ลูกศร

1 ระดับเสียง Peak ของการใช้ไมค์ ระดับเสียงสม่ำเสมอ มีคุณภาพสูง ความอิ่มของเสียงสม่ำเสมอ ไม่กระโดด ยืนยันได้ว่าพูดด้วยไมค์ตัวเดียวกัน เพราะไมค์แต่ละตัว เสียงจะต่างกัน มีต่ำ ทุ้ม ทุ้มกลาง ทุ้มแหลม แต่ระดับเสียงผู้พูดราบเรียบ อยู่ในโซน ทุ้มกลาง อารมณ์ในการพูดสม่ำเสมอ อยู่ในโทนอารมณ์เดียวกัน ไม่น่าจะมาจากการตัดต่อ ของเสียงพูดหลายๆ ไมค์ หลายแห่ง หลายเครื่องคุมเสียง

สังเกตุง่ายๆ ที่ระดับเสียง Peak ครับ

ระดับเหลือง คือพี้ค เกิดจากการจ่อปากใกล้ไมค์น้อยกว่า 1 คืบ ผู้พูดชอบเอาปากจ่อไมค์ใกล้ๆ นั่นเองครับ

และเป็นผู้ที่เชียวชาญการใช้ไมค์ในระดับสูง นำ้หนักเสียงเท่ากันทุกคำ เสียงดังสม่ำเสมอ

การเอาไมค์จ่อปาก ทำให้เสียงดูทุ้มต่ำมากขึ้นครับ แสดงถึงบารมี ท่านที่ชอบร้องเพลง เอาไมค์จ่อปากใกล้้ๆ จะรู้ว่า หากเสียงขอท่านเป็นเสียง Tenor คือทุ้มแหลม พอจ่อไมค์ใกล้ๆ เสียงจะกลายเป็นทุ้มกลาง ทุ้มต่ำ

คุณสมบัติของผู้พูด จริงๆ แล้วเป็น tenor ทุ้มแหลมครับ ( เวลาวี๊ดๆ ตุ้งติ้งอ้ะนะ )

พอเอาปากจ่อไมค์ใกล้ๆ เสียงจะทุ้ม และฟังดูมีบารมี ไม่บาดหู

ถามว่า - สามารถทำให้เสียงตัดจากจากหลายๆ แห่ง มีคุณภาพเท่ากัน เหมือนใช้ไมค์และระบบเสียงเดียวกันได้ไหม

ตอบว่า ได้ครับ แต่ถ้าใครเอาเงินมากองให้ผม 1 ล้านตอนนี้ ผมยังนึกชื่อ Sound Engineer คนไหน ที่สามารถทำแบบนี้ได้


ต่อไปก้อเป็นเรื่อง การตัดต่อนะครับ มีการตัดต่อจริง แต่ไม่น่าจะใช่คำต่อคำ แต่ตัดตรงช่วงต่อของประโยคออกไปครับ ( ตรงนี้ มีนัยยะว่า อาจตัดเสียงบุคคลที่ 2 และ 3 ที่ไม่ต้องการเผยแพร่มาในคลิปออกไป )

แต่การตัดต่อ คำต่อคำ พูดตรงๆ ว่าความรู้ระดับผม ที่เรียนด้าน Post Production และ Sound Engineer เบื้องต้น มาจากครูระดับกรรมการตัดสิน Oscar ด้าน Sound ( ตรงนี้ ขอคุยหน่อยนะครับ อย่าหมั่นไส้ เพราะผมศิษย์มีครูจริงๆ )

ผมจับไม่ได้ว่ามีการตัดต่อ ตำต่อคำ จะพบเสียงกระโดดนิดเดียว ตรงช่วงรอยต่อของประโยคเท่านั้น ( มี 2-3 จุด )นอกนั้นที่สะดุด ก้อเป็นการพูดติดอ่างของผู้พูดครับ ซึ่งมีอยู่ 2-3 จุด

แย้งผลพิสจน์จากคนประสบการณ์แวดวง14ปีน่าตัดต่อมากกว่า
อย่างไรก็ตามคุณLEE O PUT เขียนในกระทู้เดียวกันนี้ในประชาไทโต้แย้งว่า มีการตัดคำ ต่อคำในหลายจุดจริง บางจุดจะชัดเจนมาก ซึงอาจจะเป็นไปได้ว่า ผู้ทำ ฝีมือยังไม่เข้าขั้น หรือทำเพื่อสนุก หรือทำเพื่อหวังผลอย่างได้อย่างหนึ่ง

ลืมบอกไปนะครับ...อิอิอิ ผมผลิตรายการวิทยุสำเร็จรูปรายการหนึ่ง ซึ่งจะใช้โปรแกรมนี้ในการ Edit wave เพื่อให้ออกมาสมบุรณ์ที่สุด ซึ่งโปรแกรมสามารถทำได้ทุกอย่าง มากกว่าที่เราคิดเสียอีก ผมจึงใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา 14 ปี ออกความเห็นให้ฟังนะครับ

ฝ่ายพิสูจน์ว่าอาจเป็นของตัดต่อ-หว้ากอ พันทิป

ผู้ใช้นามแฝง phonetics โพสต์ในหัวข้อ ผลการวิเคราะห์คลิปเสียงของนายก โดยนำรูปภาพการทดสอบมาประกอบอย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า

ผมลองเข้าไปฟังแล้วคิดว่ามีหลายจุดที่น่าสงสัย

เนื่องจากเป็นคนที่ทำงานด้านเสียงเลยยอมไม่ได้ที่มีคนเอาวิชาชีพมาใช้ในทางที่ผิด

เลยขอลองมาพิสูจน์ซะหน่อย (เห็นเรื่องแบบนี้ห้องหว้ากอชอบ)

การวิเคราะห์จะใช้โปรแกรม audacity ธรรมดานี่แหละนะครับ โดยดูทั้ง waveform ใน time domain และ spectrum และฟังประกอบ มีข้อสังเกตดังนี้ครับ


1. เสียงการพูดออกไปในเชิงการแถลงหรือบรรยาย ไม่ใช่การสั่งการครับ ทำให้พอฟังแล้วรู้ทันทีว่าของปลอม

2. มีเสียงซ้อนกันตรงที่ "...โดยเริ่มจาก..." ถ้าสังเกตจาก spectrogram จะเห็นว่าช่วงที่จบจากคำแรกนั้นมีความต่อเนื่องที่ไม่ควรมีเนื่องจากเสียงแทรก

3. ตอนเริ่มต้นมีการเปลี่ยนแปลงของ background noise แบบฉับพลันซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติในการอัดเสียงนอกจากจะมีเสียง click จากไมโครโฟน

4. ลักษณะของ noise กับการเว้นคำเหมือนกันมากเกินไป สังเกตได้จากตรงที่พูดว่า "...ผมประสงค์...ที่จะให้เกิดภาวะเช่นนั้นเพื่อสร้างเงื่อนไข..."

spectrogram ของบริเวณดังกล่าวครับจะเห็นว่าเหมือนกันจนไม่เหมือนการเว้นช่วงหายใจ

5. จังหวะการเว้นวรรคแปลกมาก สังเกตจาก spectrogram จะพบว่าคำในช่วงแรกพูดต่อกัน 3 คำติด แต่พอมาคำหลังๆ พูดห่างกันจนเห็น word boundary ชัดเจน

6. ถ้าลองฟังจะพบว่า pitch (หรือเสียงสูงต่ำ) ไม่มีความต่อเนื่อง และบางจุดเหมือนมีการ warp หรือ shift pitch ที่อาจเป็นผลมาจากการพยายามที่จะ smooth เสียงให้เหมือนกันเสียงอื่น รอบด้าน

ถ้าใครสังเกตตรงไหนได้อีกลองเอามาแชร์กันนะครับ

7. mysterious spike มันมาได้ยังไงหว่าจากคำว่า "...ผมก็อยากจะเรียกร้อง.." เกิดหลังคำว่า "ก็" ครับ

8. จากตรงคำว่า "..ใช้ความรุนแรง..." คำว่าใช้สงสัยคนตัดลืมเอาส่วน fricative มา จริงส่วนนี้ spectrogram ต้องมีค่าสูงนะครับ เพราะมีความถี่สูง แต่จากที่เห็นไม่มีเลย ฟังๆ ไปเลยเหมือน "ให้" แทน "ใช้"

9. ช่องว่างปริศนาอีกครั้งตรง "..ทำอย่างไร...ก็ได้.." ผมไม่เคยเห็นนายกเว้นวรรคขนาดนี้ตรงที่มันไม่ควรมีเว้นวรรคนะครับ

10. จากประโยค "ผู้ชุมนุมพยายามที่จะสร้างความวุ่นวาย" คำว่า "...พยายาม..." อันโดดเดี่ยวไปหน่อยมั้งครับ จะเว้นวรรคกันอะไรบ่อยปานนั้น

Thursday, August 27, 2009

ข้อสังเกตที่บ่งชี้ว่า คลิปมาร์คน่าจะเป็นเรื่องจริง

ที่มา Thai E-News

ทีมงานไทยอีนิวส์

แหล่งข่าว เนชั่น

หลังจากมีการเผยแพร่คลิปนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการปราบปราบคนเสื้อแดงในเหตุการณ์สงกรานตเลือด ปรากฏว่าคนของพรรคประชาธิปัตญ์ออกมาแก้ข่าว โดยระบุว่าเป็นการตัดต่อและมุ่งหวังดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี

วงสนทนา ของ Twitter ตั้งข้อสังเกต ว่าคลิปมาร์ค น่าจะเป็นเรื่องจริงโดยระบุข้อบ่งชี้ต่างๆ ดังนี้

1.ข้อความในคลิปส์ เป็นการพูดในคืนที่จะมีปฏิบัตการ ปราบคนเสื้อแดงที่สามเหลี่ยมดินแดง “ปฏิบัติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ กับผู้ชุมนุมนะครับ โดยเริ่มจากประมาณดึกของวันนี้ไปจนถึงวันพรุ่งนี้” และเป็นการพูดหลังเหตุการณ์ ทุบรถนายกที่กระทรวงมหาดไทย “ทุกท่านก็คงจะได้มีการติดตามการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และทางวิทยุเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมอยู่ในรถคันนั้นที่มีการทำร้ายนะครับ” เวลานั้นเป็นเวลาที่นาย อภิสิทธิ์ อยู่ในค่ายทหาร วงสนทนายังได้ตั้งข้อสังเกตุอีกว่า พลทหารอภินพ ที่ถูกประทุษร้ายจนเสียชีวิตอย่างมีปริศนา น่าจะอยู่ในบริเวณนี้ด้วย

2.ทำไมมาร์คพูดแบบไม่ปิดบังอำพราง พูดตรงไปตรงมา?

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่ได้พูดในที่สาธารณะแต่พูดในที่ที่มาร์ครู้สึกมั่นคง กับคนกันเองในค่ายทหาร (ที่ซึ่งมาร์คและเสเทพใช้เป็นที่พักในคืนนั้น) และพูด ภายหลังเหตุการณ์พัทยา,เหตุการณ์บุกกระทรวงมหาดไทยของคนเสื้อแดง ซึ่งสะสมความเคียดแค้นให้มาร์คมาก

3.การปราบประชาชนที่ดินแดง และเหตุการอื่นๆ ที่ระบุในคลิป “ดึกของวันนี้ไปจนถึงวันพรุ่งนี้” เป็นเหตุการณ์ที่มีทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับสิ่งที่มาร์คพูดในคลิปอย่างเหมาะเจาะ

4.ทำไมคลิปจึงถูกนำมาเปิดเผยในช่วงนี้ ?

วงสนทนาระบุว่ามีเนื่องจาก เจ้าหน้าที่บางส่วนที่ร่วมในขณะนั้น ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการโยกย้าย หรือ เลื่อนตำแหน่ง จึงทำให้เกิดความแค้น และต้องการประจานมาร์คต่อสาธาณชน

5.ทำไมจึงไม่เชื่อว่ามีการตัดต่อ ?

จากการฟังคลิปทั้งหมด ไม่ใช่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงที่เกิดขึ้น ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างสถานที่ เพราะไม่มีพิรุธของเสียงแวดล้อม อีกทั้งโทนเสียงกลมกลืนกันทั้งคลิป อีกทั้งไม่สามารถระบุได้ว่าช่วงไหนของคลิปมีพิรุธ ที่บ่งชี้ว่ามีการตัดต่อ ประกอบกับสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนายอภิสิทธิ์ออกมายอมรับว่าเป็นเสียงจริง

6.การโต้แย้งของนายอภิสิทธิ์ และคนพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ว่าเป็นการตัดต่อ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่า ของจริงที่ไม่ได้ตัดต่อคืออะไร คนตัดต่อ ตัดตรงไหนเพิ่มตรงไหนเข้าไป จึงเกิดคลิปนี้ขึ้น

เนชั่นนำเสนอ รายละเอียดการถอดเทปดังนี้:

ตื่นตูมไปหรือเปล่า

ที่มา ไทยรัฐ

แล้ว ครม.ก็มีมติเห็นชอบตามที่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง สุเทพ เทือกสุบรรณ เสนอ ให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักรเฉพาะเขตดุสิต ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน เป็นเวลา 4 วัน เพื่อรับมือกับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของ คนเสื้อแดง โดยมอบให้ รองนายกฯสุเทพ เป็นผู้กำกับดูแลสถานการณ์

ส่วนวันพรุ่งนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเรียกประชุม กอ.รมน.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เพื่อบูรณาการกำลังทหารและตำรวจในการรับมือกับการชุมนุมด้วย แสดงว่ารัฐบาลเชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรงจริง

นายกฯอภิสิทธิ์ให้เหตุผลที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯว่า จากรายงานด้านการข่าวยังวางใจไม่ได้ อาจมีมือที่สาม หรืออุบัติเหตุ ที่ทำให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจได้ จึงตัดสินใจประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีสำนักนายกฯ ขยายความเพิ่มเติม ว่า มีการประเมินด้านการข่าวว่า แกนนำกลุ่มเสื้อแดงต้องการให้มีการเคลื่อนไหวใหญ่ ถึงขั้นให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และยอมรับว่ามีความวิตกกังวลว่าจะเกิดความรุนแรง จึงต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ให้อำนาจพิเศษเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะ

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ที่ทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล ก็ไปออกโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อชี้แจงประชาชนเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯของรัฐบาล กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต

ผมฟังดูแล้วก็อยากจะติง นายกฯอภิสิทธิ์ ไว้ตรงนี้ว่า รัฐบาลตื่นตูม เกินไปหรือเปล่า ทำไมจึงเชื่อมั่นข่าวที่ได้รับสูงขนาดนี้ ทั้งๆที่ระบบข่าว กรองของไทยมักผิดพลาดตลอด ทำไมต้องรีบประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ล่วงหน้า ทั้งๆที่ยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทำให้นักธุรกิจต่างชาติและ คนไทยทั้งประเทศเกิดความวิตกกังวล กลัวจะเกิดความรุนแรงจนกฎหมายปกติและกำลังตำรวจรับมือไม่อยู่ จึงต้องใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯมารับมือ

ต่อให้การข่าวที่ได้รับมาเป็นความจริง 100 เปอร์เซ็นต์

ผมก็ไม่อยากเห็นรัฐบาลแสดงความตื่นกลัวขนาดนี้

นายกฯอภิสิทธิ์น่าจะมีความสุขุมเยือกเย็นกว่านี้ ถ้าคิดว่าทำใจไม่ได้ อยากจะมีอะไรไว้ในมือเพื่อความอุ่นใจป้องกันไว้ก่อน นายกฯก็สามารถที่จะขออนุมัติ ครม.ให้มอบอำนาจการตัดสินใจประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ให้กับนายกฯล่วงหน้าได้ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะดีกว่า เมื่อถึงเวลาคับขัน นายกฯก็สามารถประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯได้ทันที โดยไม่ต้องเรียกประชุม ครม.อีก

แต่นี่เหตุการณ์ยังไม่เกิด ทุกอย่างยังสงบนิ่ง เสื้อแดงก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหว มีแต่การข่าวที่ออกไปว่าเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลวันที่ 30 สิงหาคมนี้เท่านั้น

เมื่อวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่รัฐบาลตัดสินใจประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉินล่วงหน้า 4-5 วัน แสดงว่ารัฐบาลไม่ไว้ใจตำรวจ เพราะ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์- สุวรรณ ผบ.ตร. คู่ขัดแย้งนายกฯยังอยู่ในตำแหน่ง จึงต้องการให้ทหารเข้ามาประกบตำรวจ

แต่เอาเข้าจริง ทหารก็คงพึ่งไม่ได้ เพราะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่า- จินดา ผู้บัญชาการทหารบก เล่นลาไปราชการเมืองนอก ปล่อยให้ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ รอง ผบ.ทบ.รักษาการแทน แม้แต่ ผู้ใช้อำนาจ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ก็ไม่ใช่ตัวจริง เพราะ นายกฯอภิสิทธิ์ มอบอำนาจให้ รองนายกฯสุเทพ เป็นผู้สั่งการแทน ตัวแทนสั่งตัวแทนไม่รู้ใครจะฟังใคร

ก็คงต้อง ปล่อยประเทศไทยให้เป็นไปตามยถากรรม ผมก็ได้แต่ อ้อนวอน พระสยามเทวาธิราช ขอให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย อย่ามีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นเลย แค่นี้ก็บอบชํ้ากันเต็มทีแล้ว ทั้งเศรษฐกิจประเทศและเศรษฐกิจคนไทย

ป.ล.หนังสือรวมบทความที่คัดสรรแล้วจากคอลัมน์ "ลม เปลี่ยนทิศ หมายเหตุประเทศไทย" เล่ม 1-2-3 และฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 มีวางขายแล้วที่ ร้านหนังสือซีเอ็ดทุกสาขา เป็นบทความเชิงสร้างสรรค์ที่อ่านได้ตลอดเวลา.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

เตรียมสละเรือ

ที่มา ไทยรัฐ

ความพยายามที่จะผลักดันให้ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ผ่านการพิจารณาของสภา เป็นความฝันสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้ ปัจจัยเดิมๆ งบประมาณ การโยกย้ายข้าราชการ หมายถึงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง

หลังงบประมาณรายจ่ายผ่านสภาในวันสองวันนี้ไปแล้ว เข้าใจว่าการเมืองก็คงจะเปิดศึกใหญ่ ที่ผมได้ยินข่าวมา กองหนุนที่อยู่เบื้องหลังสั่งลุยชนิดใครดีใครอยู่ วิชามาร ชั้นเทพ เตรียมงัดเอามาใช้กันสุดฤทธิ์

ข่าวผู้ใหญ่ในสภา ต้องการงบประมาณเพิ่มจำนวน 5 พันล้านบาท จริงเท็จประการใดช่วยกันจับตา ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิดอยู่แล้ว

ที่มีการอ้างหัวเถิกเข้ามายุ่มย่าม ในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. หรือ ข้อมูลใหม่ ที่ฝ่าย คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ยินมาตรงกัน

ไม่รู้ใครของจริงของปลอม

การเมืองที่ไม่ใช่การเมือง ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย อะไรๆก็เลยดูทะแม่งชอบกล หลังโยกย้ายข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เรียบร้อยโรงเรียนรัฐบาลไปแล้ว ในสถานการณ์บ้านเมืองขนาดนี้ เชื่อว่าไม่มีใครใหญ่ จะเสียงมากเสียงน้อยเท่ากันหมด

ถ้าการเจรจายังไม่ลงตัว

ฟันธงว่า การเมืองจะแรง เข้าใจว่า เสื้อแดง ก็ต้องถอยทัพไปตั้งหลักชั่วคราว ดูว่า เสื้อเหลืองกับเสื้อน้ำเงิน จะบู๊นอกจอกันอย่างไรบ้าง

ขืนทะเล่อทะล่าเข้าไปร่วมวงไพบูลย์ด้วย จะตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เหยื่อธรรมดา แต่จะเป็นเหยื่อของการชิงอำนาจทาง การเมือง ระหว่าง ขั้วการเมืองใหม่กับพรรคการเมืองเก่าแก่ และพรรคการเมืองใหม่ ทำนองเสือสามตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้

เข้าใจว่าผู้ที่ถือหางอยู่เบื้องหลังก็คงมึน ตัดสินใจไม่ถูก ไม่นึกว่าวันหนึ่ง จะต้องมานั่งแก้เชือกที่กลับมามัดตัวเอง เลยต้องใช้ยุทธศาสตร์ สงบสยบความเคลื่อนไหว ปล่อยให้ปูในกระด้งว่ากันไปตามเกม ฝ่ายไหนจะฟาดงวงฟาดงาอย่างไรก็รับผิดชอบกันเอาเอง

การเมืองไทยก็มีอยู่แค่นี้ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลไม่กี่คน ที่มี อิทธิพลทางการเมือง สามารถบงการให้การเมืองมีอันเป็นไปในด้านใดด้านหนึ่งได้

ยิ่งในยุคนี้สมัยนี้ ความสำนึกด้านการเมืองของประชาชนส่วนใหญ่ เจือจางไปเยอะ คนไม่กี่คนเลยเข้ามาครอบงำได้ ง่ายขึ้น ที่จะเห็นคนมาเดินขบวนเป็นแสนเป็นล้านเพื่อต่อต้านอำนาจอะไรบางอย่างเหมือนในอดีต คงหมดยุคไปแล้ว แต่ สำหรับกองทัพยังฮึ่มๆได้สม่ำเสมอ

เพราะประชาชนอยู่แถวหลังไม่เคยเปลี่ยนแปลง.

หมัดเหล็ก

รอลุ้นรางวัล 'เด็กดื้อ'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_28946

นับถอยหลังได้เลย

โดยอาการที่วงการเซียนเลือกตั้งด้วยกันยังส่ายหัว ผู้ใหญ่แล้วเขาไม่ทำกัน

กับบท "เด็กดื้ออาละวาดใส่ผู้ใหญ่" นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดเกมย้อนศร เบรกคิวตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ตามโผที่นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ชงกันตามวาระปกติ

พูดใส่หน้ากันตรงๆเลยว่า "จะรีบไปไหน เอาไว้ก่อน ทีเลือก ผบ.ตร. พรรคคุณยังไม่โหวตให้ผมเลย"

ตั้งใจเปิดเกมเอาคืนกันจะจะ ในอารมณ์สะใจ

"อภิสิทธิ์" ท้าทะเลาะกับค่ายภูมิใจไทย โยงเอาเป็นเหตุให้สังคมเข้าใจได้ว่า เป็นผลต่อเนื่องมาจากการแก้ลำเอาคืนคิวโดนหักหน้าตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่

ไม่สนว่าใครจะมองเป็นเด็กเอาแต่ใจ เอาคืนกันแบบเด็กเล่นขายของ

โดยเครดิตที่น่าจะมั่นใจว่า ต้นทุนส่วนตัวของคนหล่อ ยังไงแต้มของแม่ยกพ่อยกก็เหนือกว่าคนแก่อย่าง "ปู่จิ้น" นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

กระแสกลบกันมิดกับยี่ห้อ "เนวิน ชิดชอบ"

เอาเป็นว่า จากเกมตั้ง ผบ.ตร.ที่ "อภิสิทธิ์" เสียฟอร์มอย่างแรงจากการโดนหักหน้า ตอกย้ำภาพเดียงสา ผู้นำเด็กเอาแต่ใจ โดนสอนเชิง

กระแสกำลังพลิก "ปู่จิ้น-เนวิน" กลายเป็นตัวก่อการ


และนั่นก็เป็นที่มาของรายงานข่าวจากที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย "เนวิน" แก้เกมสั่งลูกพรรคทุกคน ถ้าโดนถามเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ให้โบ้ยไปถาม "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ

ถึงจุดที่ปริศนากำลังจะถูกไข

"เนวิน" ไม่ยอมโดนตีกินฝ่ายเดียว


โดยการชี้เป้ากลับไปที่ "เทพเทือก" และกุญแจสำคัญอยู่ที่คนชื่อ "นิพนธ์" ผู้มีสถานะพิเศษ เจ้าของบ้านที่นายกฯอภิสิทธิ์ต้องผลุบเข้าผลุบออก 2-3 รอบติดๆกัน

มันต้องมีอะไรที่นายนิพนธ์กั๊กไว้

แต่ในเมื่อ "เทพเทือก" กับ "นิพนธ์" เน้นสงบปากสงบคำ อมพะนำ

ก็เป็นฝ่ายภูมิใจไทยที่ปล่อยข้อมูลจากฝ่ายเบื้องหลัง ทุกดีลรับซิกมาจาก "เทพเทือก" กับ "นิพนธ์" โดยก่อนวันโหวตเลือก ผบ.ตร. "เทพเทือก" และทีมงานของ "เนวิน" นัดหารือลับกันที่โรงแรมหรูย่านซอยรางน้ำ อาณาจักรของ "เนวินกรุ๊ป"

ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ แบ่งกันล็อบบี้ ก.ต.ช.คนละสาย

ล็อกหวย "พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย" ตามซิกที่ได้รับกันมา

ผลก็คือฝ่ายของ "เนวิน" เข้าเป้าตามล็อก 5 เสียง แต่อีก 4 เสียงที่โหวตไปในทางเดียวกับนายกฯอภิสิทธิ์ "เทพเทือก" ผิดคิว ไม่มาตามนัด


และเท่าที่ตามแกะรอย เริ่มจากอาการ "เด็กอาละวาด" ลูกขู่ของนายกฯอภิสิทธิ์ที่เรียกนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม.เข้าพบด่วน ในนาทีหลังจากถูกหักหน้าในที่ประชุม ก.ต.ช.

พร้อมกับข่าวปล่อย "ยุบสภา"

ไล่เลี่ยกับการโดดออกมาของยี่ห้อ "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เรียก "เทพเทือก" เข้าไปพูดคุยระหว่างการประชุมสภาฯในช่วงค่ำวันเดียวกัน

ประชาธิปัตย์พลิกเหลี่ยมเล่นแค่ชั่วข้ามคืน

หลังจากตั้งสติได้ เช้าวันถัดมา "อภิสิทธิ์" รีบเดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ปรมาจารย์จอมเก๋าเกมอย่างนายชวนเป่ากระหม่อม

ก่อนออกมาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

ไม่แน่ใจว่า "อภิสิทธิ์" ได้ของดีอะไรมา แต่ฝ่าย "เนวิน" ก็แว่วๆแค่ว่า นายชวนสะกิดให้ "เทพเทือก" กับ "นิพนธ์" อยู่เฉยๆไว้

และก็เป็นทหารเลียบค่ายระดับนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกส่งออกมาเปิดปฏิบัติการอัด "ปู่จิ้น" จี้ให้ลาออก เพื่อแสดงมารยาทฐานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่โหวตสวนนายกรัฐมนตรี

ท่ามกลางข่าวกระเส็นกระสาย รายการชนกันระหว่างนายกฯอภิสิทธิ์กับค่ายภูมิใจไทย

บลัฟกันด้วย "ของจริง" กับ "ของจริงกว่า"

แล้วก็หักหน้า เอาคืนกันแรงๆด้วยคิวเบรกตั้งปลัดพาณิชย์

"อภิสิทธิ์" เฮี้ยวเต็มพิกัด

แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันต้องวัดกันที่ผลสุดท้าย รอ "นิพนธ์" บินกลับจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมัน ถึงตอนนั้นทุกอย่างจะเคลียร์

เด็กดื้อจะได้รับการโอ๋หรือโดนไม้เรียว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

'สุรชัย'สุดทน เย้ย3เกลอ ด้อยประสบการณ์

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_29121

สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์

"สุรชัย แซ่ด่าน"สุดทนถามกลับ"จตุพร"กล่าวหาเป็นคอมมิวนิสต์ระวังกระทบคนรอบข้าง ย้ำอีกพร้อมชู"จักรภพ"นั่งประธานกลุ่มแดงสยามตีคู่แดงทั้งแผ่นดิน...

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) 1 ในแกนนำคนสำคัญของ นปช.กล่าวว่า ตนและนายจักรภพ เพ็ญแข ไม่เห็นด้วยกับการยื่นถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ และเห็นว่า แนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม 3 เกลอกำลังออกนอกกรอบ ซึ่งเป็นการยากที่จะบรรลุสู่เป้าหมาย อีกทั้งยังทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังมีอุดมการณ์ชัดเจนพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

นายสุรชัย กล่าวว่า การที่กลุ่ม 3 เกลอกำลังต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบบอำมาตย์ ซึ่งมีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยจนแยกกันไม่ออก การขับไล่รัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตลอดถึงการใช้แนวทางการปฏิรูป จึงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ ตนและนายจักรภพ จึงมีแนวคิดตรงกันที่จะจัดตั้งกลุ่มแดงสยามขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในแนวทางการปฏิวัติ โดยการรวบรวมกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ตรงกัน พร้อมทั้งชูนายจักรภพ เป็นประธานกลุ่ม

ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ออกมากล่าวโจมตีนายจักรภพ ว่าหนีทำไมนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า การพูดเช่นนี้ไปกระทบต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ก็หนีเหมือนกัน ส่วนที่กล่าวว่า ตนเป็นคอมมิวนิสต์ นายจตุพร มีความรู้สึกช้า ใครๆก็รู้ว่า ตนติดคุกเพราะเป็นคอมมิวนิสต์ ขอเตือนว่า ตัวนายจตุพร เองยังด้อยประสบการณ์ทางการเมือง การออกมาพูดในลักษณะนี้ให้ระวังให้ดี อาจกระทบต่อคนรอบข้างได้ เพราะคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับนายจตุพร เคยเป็นคอมมิวนิสต์มาแล้วหลายคน

นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า การตั้งกลุ่มแดงสยามในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งแต่ แต่เกิดจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งตนขอท้าว่า ระหว่างแนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม 3 เกลอ คือ กลุ่มแดงทั้งแผ่นดิน กับแนวทางกลุ่มเสื้อแดงสยาม หรือแดงสยาม ดูซิว่า ใครจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน.