WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 29, 2009

รำลึก 10 ปีการจากไปอ.ป๋วย "รัฐบุรุษนอกทำเนียบ"

ที่มา Voice TV



รำลึก 10 ปีการจากไป และเรียนรู้เส้นทางชีวิตการทำงาน ของ"รัฐบุรุษนอกทำเนียบ"อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์

Friday, August 28, 2009

"เพื่อไทย" ยืนยันไม่เกี่ยวข้องตัดต่อคลิปเสียงปริศนา

ที่มา Voice TV



พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตัดต่อคลิปเสียงคล้ายนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำนายกฯ ต้องรีบชี้แจงก่อนบานปลาย


ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวปฎิเสธเรื่องการตัดต่อและเผยแพร่คลิปเสียง ปริศนาคล้ายเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยได้รับซีดีบันทึกเสียงมาจากยามรักษาความปลอดภัย ซึ่งยามแจ้งว่ามีคนเอามาทิ้งไว้หน้าพรรค จึงเก็บมาให้เจ้าหน้าที่ภายในพรรค เมื่อเปิดฟังก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นเสียงใคร แต่รู้สึกว่าเนื้อหาที่พูดนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากหากเป็นความจริง วันต่อมามีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดต่อและเผยแพร่คลิ ปดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกมาปฎิเสธเนื่องจากพรรคไม่ได้สั่งการหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆทั้งสิ้น แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสียหาย จากคลิปเสียงดังกล่าว ก็ควรออกมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เพราะหากปล่อยนิ่งเฉยก็เหมือนกับยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นเรื่องบานปลายต่อไป

กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

ที่มา ไทยรัฐ

โดย หมัดเหล็ก

ความพยายามที่จะให้เกิด ความปรองดองขึ้นในชาติ น่าจะเป็นความพยายามที่จะไกลเกินเอื้อม เพราะคนไทยทุกหมู่เหล่าในยามนี้ ถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง ฝังลึกเข้าไปในความรู้สึก และจะกลายเป็นความเชื่อเป็นทัศนคติ จนในที่สุดก็กลายเป็นอุดมการณ์ ที่มุ่งจะเอาชนะคะคานระหว่างคนในชาติ

ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น ซึ่งผมอยากจะเรียกว่า วันสิ้นชาติ การแก้ไขเยียวยาที่ตรงจุดที่สุดก็คือ ความยุติธรรมและเสมอภาค ประชาธิปไตยต้องปล่อยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริงไม่ใช่ต้องมาคอยออกกฎหมายความมั่นคง ไม่ใช่มาบีบตรงนั้นทีตรงนี้ที แล้วมาบีบคอตัวเองเรียกร้องประชาธิปไตย

ทำเป็นหน้าไหว้หลังหลอก

และสิ่งที่ไม่บังควรอย่างยิ่งก็คือ การดึงฟ้าต่ำ การแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อประโยชน์ในการชิงอำนาจทางการเมือง หรือ เพื่อใช้ในการทำลายล้างทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ

ผมเชื่อว่าคนไทยที่มีสายเลือดไทยทุกคนไม่มีใครคิดบังอาจที่จะก้าวล่วงสถาบันแน่นอน เพราะพระมหากรุณาธิคุณที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่รุ่นลูกรุ่นหลานย่อมฝังอยู่ในสายเลือดความรู้สึกของคนไทยทุกคน

แต่ก็แปลก ทุกครั้งที่มีวิกฤติเกมชิงอำนาจทางการเมือง มักจะอ้างสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้องเสมอ และการกระทำเหล่านี้ก็ มาจากคนกลุ่มน้อยทั้งนั้น ทั้งๆที่คนไทยส่วนใหญ่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ มีแต่เทิดทูนและอยากเห็นพระองค์มีความสุข

ความลับไม่มีในโลก เอาฝ่ามือปิดฟ้าย่อมไม่มิด อะไรเป็นอะไร ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศรู้อยู่เต็มอก และผมก็เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของประเทศก็อยากให้บ้านเมืองสงบสุข กลับเข้าสู่ความปรองดองเหมือนดังเช่นที่เคยมีมา

บัดนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วย คนที่ได้รับผลประโยชน์จากการยึดอำนาจรัฐประหาร กำลังสนุกกับลาภยศสรรเสริญ มีทั้งสื่อ นักการเมือง นักลากตั้ง คนในกองทัพและอดีตนายทหาร

พยายามปลุกระดมประชาชน

ให้คนไทยรู้สึกเกลียดแค้นชิงชังซึ่งกันและกัน เสี้ยมให้คนไทยลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากัน จากสงครามสื่อ จากการปลุกระดมมวลชนล้างสมอง

ก็จะกลายเป็นสงครามกลางเมือง

ผมไม่เชื่อน้ำหน้ารัฐบาล ไม่ว่ากรณีความสมานฉันท์หรือ ความปรองดองในชาติ ต่อให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เนื่องจากการกระทำที่ รัฐบาลปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่ง ใช้สื่อของรัฐ กระทำการที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

รัฐบาลไม่มีความรอบคอบจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัด ใหญ่ 2009 เป็นร้อยเป็นพันคน รัฐบาลไม่มีความสามารถที่จะรักษาอธิปไตยในภาคใต้ ปล่อยให้ไฟใต้ลุกโชนก็ยังพอกล้ำกลืนฝืนทน

แต่ถ้าจะให้คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง มันสุดจะทน.

จ้องล่อกันเองมันกว่า

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_29189

ร้อนรนเลยก็แล้วกัน

กับอาการเต้นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อประเด็นร้อนที่โพสต์กันว่อนอินเตอร์เน็ต และออกอากาศทางสถานีทีวีดีสเตชันของกลุ่มคนเสื้อแดง

"คลิปเสียง" คุ้นๆ

คนถืออำนาจสั่งการให้ดำเนินการต่อกลุ่มผู้ชุมนุม โดยให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงในการควบคุมสถานการณ์ และกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

"ชัดเจนว่าเป็นการตัดต่อ ผมพร้อมให้พิสูจน์ว่าเป็นการตัดต่อ คนที่ทำมีเจตนาทำร้ายบ้านเมืองชัดเจน ไม่อยากเชื่อว่าจะใช้วิธีการสกปรก เป็นวิธีการล่อแหลมทำให้เกิดความวุ่นวาย ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง"

"อภิสิทธิ์" รีบตัดเกมทันที


และโดยการปราม ดับกระแสฉุกเฉินเฉพาะหน้า นายกฯอภิสิทธิ์ขู่ออกอากาศเลยว่า ผู้ที่นำคลิปเสียงดังกล่าวมาเผยแพร่และส่งต่ออาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดด้วย และหากกลุ่ม นปช.นำไปเผยแพร่บนเวทีปราศรัยวันที่ 30 สิงหาคมนี้ ก็ถือว่ามีความผิด เข้าข่ายโดนดำเนินคดีเช่นกัน

นั่นก็เป็นที่เข้าใจได้ "อภิสิทธิ์" ผวาเชื้อไวไฟ


ที่แน่ๆโดยกระแสที่เข้าจังหวะกันพอดีกับการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่เขตดุสิต กทม. เตรียมกำลังทหาร 21 กองร้อย สั่งตำรวจรับมือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 30 สิงหาคมนี้

ในอารมณ์ที่ถูกติงว่า เกินกว่าเหตุ

รัฐบาลตั้งท่ารบกับประชาชนคนเสื้อแดงเต็มอัตราศึก


ตรงกันข้ามกับอารมณ์แหยงๆของอีกฝ่าย โดยการต่อสายระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินสนทนากับนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ในเวทีคนเสื้อแดงแต่งดำ ทำพิธีเผาหุ่น "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

และก็เป็นนายขวัญชัยที่ระบุว่า "นายใหญ่" เห็นตรงกันว่า ประชาชนคนเสื้อแดงไม่ควรเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพราะการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง

มันมีนัยแอบแฝงอยู่

โดยหากไปชุมนุมหลายหมื่นคนแล้วเกิดเหตุวุ่นวาย สามารถเป็นข้ออ้างให้ทหารออกมารวบตัวแกนนำ และปราบปรามประชาชน


"ทักษิณ" สั่งเบรกม็อบเสื้อแดงเข้ากรุง กลัวเข้าทางพวกจ้องกินรวบ

ขณะที่เจ้าตัวบินออกจากฐานพำนักเมืองดูไบ ไปดูกิจการเหมืองเพชรที่ประเทศในแถบแอฟริกา โพสต์ภาพและข้อความผ่านเว็บทวิตเตอร์ ใส่เสื้อยืดและเสื้อคลุมสีแดง ยืนยิ้มแก้มปริ โชว์เพชรจากเหมืองจำนวนหลายเม็ดบนฝ่ามือ

เหมือนกับจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ อยู่ไกลเกินกว่าจะบัญชาการ


ก็เหลือแค่ "3 เกลอ" เป็นตัวตั้งตัวตี ท่ามกลางกระแสข่าวการแตกคอกันเองในหมู่แกนนำคนเสื้อแดง เห็นต่างกันในเรื่องของยุทธวิธีนำไปสู่เป้าหมาย

ถึงขั้นไล่ตะเพิดออกไปตั้งกลุ่มใหม่

ไม่ชัวร์ว่าแตกจริงหรือแค่ ลับ ลวง พราง หลอกตา แต่เอาเป็นว่า โดยภาพที่สะท้อนออกมา กองกำลังคนเสื้อแดง ณ ห้วงนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่รัฐบาลเตรียมดาบไว้รับมือ

ปั่นกระแสจนขนหัวลุก

กระแสตีกลับ รัฐบาลเล่นบทยักษ์ถือกระบองรอทุบลูกไก่


สรุปดีเดย์เสื้อแดงชุมนุมใหญ่รอบนี้ ก็แค่มุกเดิมๆ เกมชิงกระแส สงครามการตลาด ที่ยังคงเป็นฝ่าย "นายใหญ่" อยู่ในชัยภูมิที่เหนือกว่า

แต่สงครามจริงๆจะอุบัติในไม่ช้า เกมหักดิบภายในฝ่ายถืออำนาจด้วยกันเอง

หลังจากคิวของ ผบ.ตร.คนใหม่ที่นายกฯอภิสิทธิ์เล่นบท "เด็กดื้อ" ดัน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ เข้าป้าย สมใจขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯที่กระดิกขารอเคลียร์คดีก่อการร้ายยึดสนามบินแล้ว

รอบต่อไปก็ถึงรายของ "บิ๊กบราเธอร์" อย่าง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่ตามโพยล่าสุด ปรากฏชื่อของ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกลาโหม "ขาบู๊" ขวัญใจม็อบพันธมิตรฯ ลอยมาจ่อรอเสียบล่วงหน้า

ส่งกันมาเป็นแพ็กเกจ

"เด็กสร้างบ้าน" จะรื้อนั่งร้าน พ่นสีเหลืองกลบสีเขียวบวก น้ำเงิน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

มาร์เดินหน้าหา คนส่งคลิป ไม่รีบยื่นยุบพท.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_29374

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกฯ มั่นใจหาต้นตอส่งคลิปเสียงได้ ยอมรับลากคอคนตัดต่อลำบาก ไม่ผลีผลามยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ซัดอีก ส.ส.เพื่อไทย แค่ถามหาคลิป กลับปูดถูกต่อว่ากลางสภาฯ...

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(28 ส.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการกับพรรคเพื่อไทยที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้เผยแพร่คลิปเสียงของนายกฯที่สั่งการให้ทหารสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ เพราะความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์และยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่ใช่ความผิดต่อบุคคล แต่เป็นความผิดต่อแผ่นดิน จึงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่ดูคิดว่าจะสามารถย้อนกลับไปหาต้นตอคนที่คลิปเสียงได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การย้อนกลับไปในแง่ของการส่งอีเมล์ต่อๆกันคงไม่ยาก สามารถย้อนกลับหาตัวคนที่ส่งอีเมล์เป็นคนแรกได้ แต่คนคนนั้นต้องอธิบายว่า ได้มาอย่างไร และมีเหตุผลอะไรที่นำขึ้นไป แต่ในส่วนของคนที่ตัดต่อคลิปเสียงนั้นอาจจะยาก เพราะคนที่เอามาขึ้นเว็บไซต์หรือส่งต่ออาจไม่ใช่คนที่ตัดต่อก็ได้ ทั้งนี้มีข่าวที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มาจากหลายที่แต่ยังไม่มีอะไรยืนยันได้

ส่วนจะยื่นให้มีการยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่ามีต้นตอมาจากพรรคดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริง ยังสรุปไม่ได้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุ ทหารอาจเป็นคนทำ นั้น ต้องพิสูจน์กันไป แต่ตนไม่ได้ถามเรื่องนี้กับฝ่ายทหาร

ผู้สื่อข่าวถามถึงการ ที่นายกฯสอบถามเรื่องนี้กับพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ต.ท.สมชาย มายื่นหนังสือเพื่อขอให้ระงับการจัดซื้ออาวุธปืน ตนบอกว่ามาก็ดีแล้วเพราะตนอยากจะถาม พ.ต.ท.สมชาย ว่า ได้คลิปเสียงมาอย่างไร เพราะมีการพูดกันว่าพ.ต.ท.สมชาย พูด หรือเอาให้ผู้สื่อข่าว ซึ่ งพ.ต.ท.สมชาย บอกว่า ไม่ทราบเรื่อง จึงบอกว่า ถ้าไม่ทราบก็ไม่เป็นอะไร แต่ พ.ต.ท.สมชายกลับไปพูดในที่ประชุมสภาฯ ว่า ตนไปต่อว่า พ.ต.ท.สมชาย เป็นผู้ตัดต่อคลิปเสียง ตนไม่เคยพูดเรื่องทำตัดต่อแต่ตนถามว่าได้มาอย่างไร.

ไทยเข้มแข็ง ใครเข้มแข็ง?

แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ กว่า 1.4 ล้านล้านบาทเพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยตามที่ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้เหตุผลว่า ไทยมีจุดอ่อนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคนและเทคโนโลยีด้วยเหตุนี้เพื่อ “การขับเคลื่อน” ประเทศให้ทะยานล้ำหน้า..รัฐบาลจึงต้องวางยุทธศาสตร์ปันงบประมาณ กระจายไป “สนับสนุน”ประกอบด้วย...

1. ภาคการเกษตร คิดเป็นสัดส่วนประมาณ20% จะนำไปใช้แก้ปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำด้วยการจัดสรรโครงการขนาดกลางและเล็กเพิ่มพื้นที่รับน้ำจากระบบชลประทาน

2. ภาคการขนส่ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ40% เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงตลาด ด้วยระบบขนส่งคมนาคมและโลจิสติกส์ที่ดี

3. ภาคสังคม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20%ในการสร้างคนที่มีคุณภาพในโครงการเรียนฟรีเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงระบบสาธารณสุขโครงการไทยเข้มแข็งนี้มีระยะเวลาดำเนินการ3 ปี (2533-2555) จะใช้งบประมาณจาก 3 ส่วนได้แก่ งบประมาณปี 2553 จำนวน 613,855ล้านบาท เงินกู้จาก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. 800,000ล้านบาท จำนวน 692,244 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ 260,768 ล้านบาทนอกจากนี้ รัฐบาลจะนำงบประมาณประจำปี2554 และ 2555 มาใช้ด้วย ฉะนั้น งบก้อนดังกล่าวจึงเป็นงบก้อนมหึมาและเป็นงบผูกพันนานถึง 3 ปีแผนงานโครงการไทยเข้มแข็งนี้มีทั้งหมด13 หมวด ได้แก่ สาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร, สาขาขนส่ง/โลจิสติกส์, สาขาพลังงาน,สาขาการสื่อสาร, สาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว, สาขาพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข, สาขาการศึกษา

สาขาสวัสดิภาพของประชาชน, สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สาขาสิ่งแวดล้อม,สาขาพัฒนาการท่องเที่ยว, สาขาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และสาขาการลงทุนในระดับชุมชนโดยเงินลงทุนที่ต้องการในปี 2552-2553มีจำนวน 235,720 ล้านบาท และวงเงินลงทุนที่ต้องการในปี 2554-2555 มีจำนวน 685,796ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จแล้วเป็นจำนวนมากถึง921,516 ล้านบาท โดยรัฐบาลประกาศว่าจะนำไปใช้ในโครงการขนาดเล็กได้มากถึง6,000 โครงการสำหรับการจัดสรร ปันส่วน งบประมาณต่างเพื่อนำไป “สานต่อ” ให้เป็นรูปธรรมแบ่งเป็น...พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจาก “อภิสิทธิ์” มากที่สุด ด้วยการมอบกระทรวงบิ๊กเบิ้มอย่าง “คมนาคม” ให้จัดการบริหาร…โครงการขนส่งทางถนน โดยมี กรมทางหลวงเป็น “เจ้าภาพ” ในการจัดการบริหาร และมี กระทรวงคมนาคม “กำกับดูแล” ภายใต้ประมาณ (ปี 2552-2555) ทั้งหมด 98,054ล้านบาทงบประมาณดังกล่าว “กระจาย” ไปสร้างโครงการต่างๆ อาทิ การเร่งรัดขยายทางสายประธานเป็น 4 ช่องจราจรระยะที่ 2 วงเงิน11,465 ล้านบาท งานบำรุงรักษาทางหลวงอยู่ที่ 44,865 ล้านบาท งานอำนวยความปลอดภัยอยู่ที่ 12,870 ล้านบาทส่วนกรมทางหลวงชนบท นั้น มีโครงการทั้งสิ้น 4 โครงการ จะต้องใช้งบประมาณผูกพันทั้งสิ้น 41,707 ล้านบาท อาทิ โครงการถนนไร้ฝุ่นใช้งบประมาณมากที่สุด คือ 34,341.485ล้านบาท นอกจากนี้ ก็มีการก่อสร้างถนนสายA17 ลาดกระบัง 3,436 ล้านบาท ถนนสายต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก 2,070ล้านบาท และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี 1,860 ล้านบาท รวมสาขาขนส่งทางถนนทั้งหมดต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น139,761.525 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตามแผนในปี 2553-2555 ยังมีโครงการระบบรถไฟฟ้ารวม 135,314 ล้านบาทโครงการระบบราง 17,190 ล้านบาท โครงการขนส่งทางอากาศ 1,119 ล้านบาท ประกอบอยู่ในแผนงานโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงคมนาคมด้วยชาติไทยพัฒนา มุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นหลัก เพราะเป็นเจ้าภาพดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น192,148.258 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่กรมชลประทานจะนำไปจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 78,432 ล้านบาทกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีได้รับแบ่งงบก้อนนี้ไปด้วยงบประมาณ21,339.686 ล้านบาท เป็นงบในกรมทรัพยากรน้ำ18,330.650 ล้านบาท ซึ่งเทงบก้อนใหญ่ไปที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำมากถึง12,155.650 ล้านบาท ตามด้วยงบที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ 3,009.036 ล้านบาทกระทรวงพลังงาน น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูลคู่เขย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้รับจัดสรรในส่วนของกระทรวงพลังงาน 79,944 ล้านบาทสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ งบก้อนใหญ่อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ 130,578 ล้านบาทที่มี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองลงมา คือกระทรวงสาธารณสุข ที่จะมีการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข ได้งบ 83,374 ล้านบาท และหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ “ขุนพล” พรรคประชาธิปัตย์รวม 116,481 ล้านบาทยังมี “ยิบย่อย” อีกหลายบาท!...รัฐบาลบุญทุ่มซะขนาดนี้อีก 3 ปี เราจะเห็นความเข้มแข็งของไทย(หรือเปล่า) โปรดติดตาม... ■

อยู่เพื่อ ‘ทำประโยชน์’

ที่มา บางกอกทูเดย์

ทำให้เป็นจริงเป็นจัง...หรือสนับสนุนขึ้นเป็น “วาระแห่งชาติ” ถือเป็นเรื่องดีและเป็น “ประโยชน์” กับประชาชนสำหรับการรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยหันมาใส่ใจ “ดูแลสุขภาพ” โดยเริ่มต้นจากการดูแล สุขภาพกายภายนอก พัฒนาไปสู่ สุขภาพใจภายในเห็นพยายามทำกันมาได้สักระยะ...ในการที่สภาฯ เดินหน้าตั้งศูนย์สุขภาพ ส.ส. และ ส.ว. ตามที่คณะกรรมาธิการฯ เสนอความเห็นหลังพบว่า...สุขภาพของ ส.ส. และ ส.ว.ส่วนใหญ่ มีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ อาทิ ความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงดูได้จาก “อายุอานาม” ของแต่ละท่าน...ถือว่าย่างเข้าสู่ “วัยชรา” ซึ่งเป็นเรื่องง่ายต่อการถูกคุกคามจาก “โรคภัย” นานาชนิดว่ากันว่า...ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งมีอาชีพเป็น “นักการเมือง” มีความเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้มากกว่าบุคคลทั่วไปถึง 2 เท่าเหตุผลสำคัญเป็นเพราะ “ความเครียด” และภาวะเศรษฐกิจของเงินในกระเป๋าที่ดู “มีอันจะกิน” จนไม่มีเวลาออกกำลังกายเพื่อการ “เผาผลาญ”ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “คุณลุงอ้วนลงพุง” ที่มีบุคลิก

เป็น “อาเสี่ย” หรือไม่ก็ “คุณป๋า” เต็มทั่วทั้งสภาฯน.พ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า...สุขภาพของ ส.ส.ชาย มีภาวะอ้วนลงพุง (รอบเอวเกิน 90 ซม.) 44% ปริมาณไขมันในช่องท้องเกินค่ามาตรฐาน 82% สุขภาพของ ส.ส.หญิง มีภาวะอ้วนลงพุง (รอบเอวเกิน 80 ซม.) 67% ปริมาณไขมันในช่องท้องเกินค่ามาตรฐาน 44% ขณะที่ สุขภาพของ ส.ว. เกือบทั้งหมดของจำนวน ส.ว. มีไขมันในช่องท้องเกินเกณฑ์มาตรฐานมากกว่า 80% ขึ้นไป บำรุง “ความอ้วน” จนอ้วนจ้ำม่ำ...ว่าแต่เขา “อิเหนาเป็นเอง” กระผมอีก 3 โลก็ครบ 100 พอดีครับท่านแม่เจ้าโว้ย...เหมือนแม่ค้าประกาศขายมังคุด 3 โล 100 เลยเว้ยเฮ้ย!!หากดำเนินการ “นำร่อง” รณรงค์ให้เกิด “ความสำเร็จ” เชื่อว่าจะเป็น “ประโยชน์” ให้เกิดแนวทางปฏิบัติใครบ้าง...ไม่อยากมีชีวิต “ยืนยาว” แต่หากพูดให้ “ปากฉีกถึงรูหู” แต่ตัวบุคคลนั้นไม่ให้ความสนใจหรือปฏิบัติตามก็คงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ไร้ความหมายชีวิตเป็นของทุกคน...ต้องหันมา “ดูแลเอาใจใส่” กันเองหลักสัจธรรมแห่งการ “ดำรงอยู่” ต้องถามต่อไปว่า เมื่อมีลมหายใจและมีชีวิตยืนยาว... บุคคลเหล่านั้นคิดจะ “ทำประโยชน์” เพื่อส่วนรวม และเพื่อประเทศชาติอย่างไรบ้างชีวิตที่มีคุณค่า คือ ชีวิตที่ได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นที่พูดนี้...ต้องการส่งผ่านไปให้เข้าถึงหู “ผู้มีอำนาจ” หากยังคิด “โกงกิน” ทำร้ายประเทศชาติไม่รู้จักเพียงพอการมีชีวิตยืนยาวคงไม่มีความหมาย ตายไปเสียดีกว่า... แผ่นดินนี้จะได้สูงขึ้น!!

ไอ้เสือถอย

ที่มา บางกอกทูเดย์

ทำไม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาล จึงสั่งถอยกรูด??ถ้าเป็นหนังบู๊ก็คงต้องร้องตะโกน...“ไอ้เสือถอย”!!การที่ชินวรณ์ออกมาพูดถึงปัญหาที่ทำให้การประชุมในวันที่ 26 นี้ ต้องเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ออกไปเป็นวันที่ 27-28สิงหาคม เพราะ“ความไม่พร้อม”คุณชินวรณ์ให้เหตุผลแบบต้องแปลไทยเป็นไทยประมาณว่า...เนื่องจาก ติดขัดเรื่องข้อบังคับของการประชุมโดยยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านที่ต้องถอดสมการกันให้ชัดเจนในวันนี้ก็น่าจะเป็นคำว่า...“เนื่องจากติดขัดเรื่องข้อบังคับของการประชุม” มันคืออะไร??ข้อบังคับอะไรที่คุณชินวรณ์บอกว่า...“ติดขัด”??ท่านผู้รู้ต่างยืนยันข้อติดขัดที่จะเกิดขึ้นในการพิจารณาร่างพระราช

บัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 นั้น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ 22 คน จะไม่มีสิทธิ์ในการ“ยกมือสนับสนุน”เพราะถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ อย่างไม่มีทางเลี่ยงจริงอยู่...แม้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะออกมาพูดจาเหมือนเด็กเล่นขายของง่ายไปเสียหมดว่าให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. ยกมือสนับสนุนไปก่อนถ้าฝ่ายค้าน คือ พรรคเพื่อไทยจะติดใจสงสัยก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้แต่ขอให้งบประมาณผ่านไปก่อน!!ขอเน้นว่า...ถ้า รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. จำนวน 22 คนไม่สามารถยกมือให้ได้ เสียงของรัฐบาลก็จะเกิน“กึ่งหนึ่ง” อยู่เพียง 6 เสียง...ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ถือว่า “หมิ่นเหม่มาก”!!ยิ่งพรรครวมใจไทยฯ กำลังมี “ปัญหาคาใจ” กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งในเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมีปัญหาเรื่องการ“เบรก” ไม่เสนอชื่อ ยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตามที่รมต.พรทิวา นาคาศัย เสนอ ก็ยิ่งทำให้แลดูน่ากลัวมากขึ้น??สรุป...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องปรับหรือจูนคลื่นความคิดให้ตรงกับพรรคภูมิใจไทยให้ได้เสียก่อน ถึงจะเดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณต่อได้...ไม่อย่างนั้น...เตรียมร่างคำยุบสภาไว้ได้เลย!!■

เครื่องจับเท็จ

ที่มา บางกอกทูเดย์

วิทยาศาสตร์บนโลกใบนี้..ยืนยันว่า..จะไม่มีใบหน้าใดของพลเมืองในโลกนี้ที่เหมือนกัน100 เปอร์เซ็นต์รับรองกันแล้วว่า..ลายมือของประชาชนบนโลกใบนี้..ไม่ว่ากี่พันล้านคน แต่ละคนจะไม่เหมือนกันวิทยาศาสตร์..บอกว่า..ตำแหน่งต่างๆ บนใบหน้าของมนุษย์..ถูกกำหนดให้ผิดเพี้ยนกัน..จนถึงขั้นเอามาประกบกับกล้องวงจรปิด..เพื่อป้องกันผู้ก่อการร้ายในแต่ละสนามบินนำเรื่องขึ้นมาเพื่อที่จะบอกว่า..เสียงของมนุษย์นั้นก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันประดุจลายมือ..และไม่มีมนุษย์ 2 คนบนโลกใบนี้ที่มีเสียง มีลายมือ และมีตำแหน่งของใบหน้าที่เหมือนกันทุกประการคลิปการสั่งราชการของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..ที่กำลังสร้างความคลางแคลงสงสัย..ว่า เป็นเสียงจริงหรือเสียงที่เกิดจากการตัดต่อ..เพราะหากว่าเป็นเสียงจริงจากตัวจริง..เรื่องราวที่อยู่ในแถบเสียง..กับการสั่งการเช่นนั้นบนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..ก็เป็นเรื่องน่าหวาดกลัวสำหรับใครก็ตามที่อยู่ใต้อำนาจปกครองของเขาผู้นี้ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องพูดซ้ำในประโยคที่

ปรากฏในคลิป..แล้วนำเส้นเสียงที่ปรากฏขึ้นมาทั้งจากคลิปที่เป็นข่าว และคลิปเสียงที่พูดขึ้นมาใหม่มาเทียบเคียงกันความจริงก็จะปรากฏออกมา..เหมือนความแตกต่างระหว่างลายมือที่พบในที่เกิดเหตุและลายมือของผู้ต้องสงสัยไม่มีอะไรสลับซับซ้อนไม่มีการเสแสร้งใดๆ จะถูกปกปิดได้..ไม่ว่าดัดเสียงให้ผิดแผกแตกต่างกันออกไปอย่างไร..วิทยาศาสตร์จะยืนยันออกมา..เหมือนกับการพิสูจน์ลายมือเหมือนกับการจับเท็จจะมีใครรู้ดีกว่า..ผู้ที่ถูกกล่าวหา..ผู้ที่อยู่ในที่รับคำสั่งหรือวางแผน..หากนำเข้าเครื่องจับเท็จและตั้งคำถามให้ตอบอย่างมีวิชาการวิทยาศาสตร์จะบอกว่า..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..พูดในคลิป..หรือไม่ได้พูด..ไม่ว่าจากเครื่องจับเท็จหรือแถบเสียงที่นำมาปรากฏเป็นภาพสำคัญแต่ว่า..ผู้เสียหาย ผู้ถูกทำให้เสียหาย..ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..จะกล้าเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวหรือไม่..ท่านพร้อมจะเผชิญหน้ากับวิทยาศาสตร์หรือไม่

ปากกับใจ

ที่มา บางกอกทูเดย์

ปากก็ร่ำร้องอยากให้ประเทศไทย..เหมือนเก่าแต่..การกระทำกลับไม่ใช่..ชนะแพ้ของนักการเมืองในเมืองไทย..ไม่ใช่ใครจะเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน..แพ้ชนะของนักการเมืองในเมืองไทยใครจะได้เป็นผู้ครอบครองงบประมาณแผ่นดินใครจะเป็นผู้บริหารงบประมาณรายจ่ายใครจะได้เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างการเมืองเมืองไทย..จึงไม่เหมือนการเมืองในหลายๆ ประเทศที่เราไปลอกแบบอย่างมา..แต่เราเอามาไม่หมดเราอยากมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง..แต่เราปฏิเสธการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน..นายกรัฐมนตรีจึงกลายเป็นแก้วสารพัดนึกของผู้แทนปวงชนในสภา..นายกรัฐมนตรีจึงเป็นฐานะและความมั่งคั่ง..ของผู้แทนปวงชนชาวไทยเพื่อจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ให้ครบสมัย..เพื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ให้ได้..นายกรัฐมนตรีต้องตาบอดหูหนวกกับการคอร์รัปชั่นการ

ฉ้อราษฎร์บังหลวงของเหล่าฐานอำนาจที่อยู่ข้างล่างแค่ 76 ปีของประชาธิปไตย..เราจึงมีนายกรัฐมนตรี..เฉลี่ยแล้ว 5 ปี 2 คนสายเกินไปแล้วที่จะนำประเทศไทยกลับไปที่เก่า..เอาแค่จะให้หยุดอยู่กับที่ไม่ตกต่ำต่อไป..ก็ต้องรับว่ายากเย็นแสนเข็ญนักการเมืองแต่ละฝ่ายต่างฉกฉวย..สื่อออกมา..ทำการโจมตีซึ่งกันและกัน..และกำลังพัฒนาไปถึงการสร้างสื่อของพรรค..แน่นอนว่าข้างหน้าประชาชนจะแตกแยกกันยิ่งกว่าในวันนี้..สงครามระหว่างสีจะทำให้ประเทศนี้มีสงครามกลางเมืองครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์..และหลังจากนั้น..ประเทศนี้จะเล็กลงในขณะที่ภูมิภาคนี้จะมีประเทศเพิ่มขึ้นผู้รับผิดชอบต่อประเทศในวันนี้..จะถูกเสียดสีสาปแช่งจากลูกหลานในวันหน้า..ในฐานะผู้พาความหายนะเข้ามาสู่แผ่นดิน..ในระหว่างการต่อสู้..ผู้คนมากมายจะพากันล้มตาย..หลังการต่อสู้จะมีผู้ถูกนำตัวไปสู่ตะแลงแกงแดนประหาร..ในศาลชื่อแปลกๆ และไม่คุ้นหูไม่ต้องแก้ไข..ไม่ต้องทำอะไร..แล้วเราจะพากันเดินไปถึงตรงนั้น..ไม่นานจากนี้ ■