WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, August 29, 2009

ทหาร-ตร.คุมเข้ม ทำเนียบฯ รับมือเสื้อแดงบุก

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_29463

เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจเริ่มวางกำลังรอบทำเนียบฯ ทั้งวางแท่งคอนกรีต-รั้วลวดหนามเป็นแนวป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะชุมนุมใหญ่วันอาทิตย์นี้ (30 ส.ค.) บุก พร้อมขนปืน เอกสารออกจากทำเนียบฯ..

เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 ส.ค. ต่อเนื่องจนกถึงช่วงเช้ามืดวันที่ 29 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแท่งคอนกรีตมาวางตามถนนบางจุด รอบทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ทหารเริ่มวางกำลังภายในทำเนียบรัฐบาลบางส่วนแล้ว เพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ (30 ส.ค.) นอกจากนี้ยังมีการขนลวดหนามเข้าไปเป็นจำนวนมาก เพื่อเตรียมทำแนวรั้วกั้น ตลอดแนวกำแพงทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปภายใน
 
ส่วนถนนรอบทำเนียบ ซึ่งตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จะห้ามไม่ให้มีการใช้เส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาลนั้น ล่าสุดผู้สื่อรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เริ่มนำแท่งคอนกรีต เข้าไปวางตามจุดต่างๆ แล้วเช่นกัน

นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงศ์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ตำรวจและทหารจะเริ่มทยอยเข้ามารักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลตามแผนของ ศูนย์อำนวยการรักษาความเรียบร้อยตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศอ.สร.)ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาดูแลภายในทำเนียบรัฐบาล ส่วนใหญ่จะเป็นชุดเดิมที่เคยเข้าดูแลความปลอดภัยในทำเนียบฯ จึงมีความคุ้นเคยกับสถานที่เป็นอย่างดี

ก่อนหน้านี้ มีการขนเอกสารสำคัญออกจากอาคารต่างๆ รวมถึงขนอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวนมากออกจากอาคารรักษาการณ์ ซึ่งเป็นที่พักเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามายึดอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่เหมือนเมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมายึดทำเนียบรัฐบาล

ศาลปค.สูงสุด ไม่รับฟ้อง ถอนพรบ.มั่นคง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_29433

กลุ่มคนเสื้อแดงแห้ว ศาลปครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้องให้เพิกถอนมติ ครม.ที่ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงฯ ในวันที่ 29 ส.ค.-1 ก.ย. ในพื้นที่เขตดุสิต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณา..

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ศาลปกครองสูงสุด โดยนายจรัญ หัตถกรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุดและคณะ มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของนายจตุพงศ์ ขวานทอง คนเสื้อแดงย่านบางแค กทม. ที่ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ต่อศาลปกครองสูงสุด ในข้อหาร่วมกันประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ในพื้นที่เขตดุสิตระหว่างวันที่ 29 ส.ค. -1 ก.ย. ไม่ชอบด้วยกฎหมายและกำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหลายประการ ที่อนุมัติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนมติ ครม. ดังกล่าวและมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ออกไปก่อนจนกว่ามีเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เป็นเพียงการมอบหมายให้ กอ.รมน. เป็นผู้รับผิดชอบและมีอำนาจในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่เขตดุสิต กทม. ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ พ.ศ. 2551 ไม่มีผลบังคับเป็นการทั่วไปที่มีสภาพเป็นกฎ และมิใช่เป็นกฎที่ออกโดย ครม.หรือโดยความเห็นชอบของ ครม. จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า กอ.รมน.ได้ออกข้อกำหนด โดยความเห็นชอบจาก ครม. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ผู้ฟ้องคดีมิได้มีคำขอให้ศาลเพิกถอนข้อกำหนดดังกล่าว ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย อีกทั้งมาตรา 23 วรรค2 แห่ง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติให้การดำเนินคดีใดๆ อันเนื่องมาจากข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งหรือการกระทำให้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ดังนั้นศาลปกครองจึงไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษาได้ เมื่อศาลไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยคำขอทุเลาการบังคับตามมติของ ครม. จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกนอกระบบ

ครส. คัดค้านหมายจับ 3 แกนนำคนงานไทรอัมพ์ ชี้ละเมิดสิทธิทางการเมือง

ที่มา ประชาไท

28 ส.ค.52 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ออกแถลงการณ์คัดค้านการออกหมายจับแกนนำคนงานไทรอัมพ์ฯ ที่ไปชุมนุมเรียกร้องการแก้ปัญหาเลิกจ้างที่หน้าทำเนียบและรัฐสภาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ในข้อหามั่วสุมเกิน 10 คน ก่อความวุ่นวายและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดย ครส.ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิทางการเมืองของประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนเรื่องดังกล่าวและมีคำสั่งให้เพิกถอนการออกหมายจับ รวมทั้งเน้นการแก้ไขปัญหาแรงงานก่อนจะบานปลาย
รายละเอียดของแถลงการณ์มี ดังนี้
ตามที่ สน.ดุสิต ออกหมายจับสุนทร บุญยอด,น.ส.บุญรอด สายวงศ์,น.ส.จิตรา คชเดช มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนก่อวุ่นวาย นำชุมนุมไทรอัมพ์เหตุถูกเลิกจ้าง ล้อมทำเนียบนั้น
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ขอคัดค้านเรื่องดังกล่าว โดยขอให้ถอนหมายจับโดยทันที และเห็นว่ารัฐบาลกำลังจะมาผิดทาง การใช้กฎหมายใดก็ตามจะต้องไม่เป็นไปเพื่อคุกคามสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองของประชาชน การกระทำนี้นอกจากขัดรัฐธรรมนูญและยังเป็นปฏิปักษ์กับกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง(ICCPR) ซึ่งจะทำให้รัฐไทยถูกตั้งคำถามและมองภาพลบมากยิ่งขึ้น เพราะการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์นั้น เป็นสิทธิพื้นฐานทางการเมืองที่จะถูกลิดรอนไม่ได้ ในสังคมประชาธิปไตยไม่ห้ามเรื่องนี้ ยกเว้นประเทศเผด็จการอย่างพม่า เกาหลีเหนือ หรือฮอนดูรัส ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีต้องทบทวนเรื่องนี้ และสั่งยกเลิกหมายจับคดีดังกล่าวโดยทันที
รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับปัญหาภาคแรงงานมากขึ้น ในสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ ก่อนจะลุกลามบานปลาย หรือมีการชุมนุมของแรงงานมากกว่านี้ เพราะทุกประเทศในยุโรปก็ล้วนให้ความสำคัญกับภาคแรงงาน แต่ประเทศไทยมีกระทรวงแรงงานกระทรวงเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่เคยเป็นสิทธิ์เป็นเสียงของแรงงานเลย นอกจากการเอาใจกลุ่มทุนมาโดยตลอด และการที่แรงงานลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา เป็นทางเลือกสุดท้ายที่เขาจะทำได้ และอาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ภาคแรงงานจะอดทนอดกลั้นและหากขาดลง รัฐบาลอาจจะอยู่ไม่ได้ หากเขาคิดว่ารัฐบาลก็ไม่มีความชอบธรรม และที่ผ่านมารัฐบาลก็มักจะอุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจนเท่าที่ควร จนปัญหาหมักหมม
ครส.เชื่อว่า รัฐบาลยังมีศักยภาพที่จะแก้ปัญหาส่วนนี้ได้ถ้าจริงใจ และผลักดันนโยบายที่สำคัญต่อภาคแรงงาน ไม่ให้กลุ่มทุนและโรงงาน เอาเปรียบและกดขี่ขูดรีดแรงงานมากเกินไป อย่าลืมว่าถ้ารัฐบาลไม่เข้าไปลดความขัดแย้งทางชนชั้นนี้ ในหลายประเทศทั่วโลกบานปลายไปถึงการปฏิวัติและยึดโรงงานในที่สุด
เมธา มาสขาว
เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)

ตูนGag Lasvegas:หมดท่า..ลูกผู้ดีนักเรียนนอก

ที่มา Thai E-News

จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

ที่มา Voice TV



ผลงานของ อาจารย์ป๋วย ระดับ"มาสเตอร์พีซ"นั่นคือ คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

"ป๋วย อึ้งภากรณ์"ในทัศนะอ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

ที่มา Voice TV



อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นทั้งลูกศิษย์ และเพื่อนร่วมงานร่วมรำลึกถึง อ.ป๋วย

รำลึก 10 ปีการจากไปอ.ป๋วย "รัฐบุรุษนอกทำเนียบ"

ที่มา Voice TV



รำลึก 10 ปีการจากไป และเรียนรู้เส้นทางชีวิตการทำงาน ของ"รัฐบุรุษนอกทำเนียบ"อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์

Friday, August 28, 2009

"เพื่อไทย" ยืนยันไม่เกี่ยวข้องตัดต่อคลิปเสียงปริศนา

ที่มา Voice TV



พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตัดต่อคลิปเสียงคล้ายนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำนายกฯ ต้องรีบชี้แจงก่อนบานปลาย


ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวปฎิเสธเรื่องการตัดต่อและเผยแพร่คลิปเสียง ปริศนาคล้ายเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยได้รับซีดีบันทึกเสียงมาจากยามรักษาความปลอดภัย ซึ่งยามแจ้งว่ามีคนเอามาทิ้งไว้หน้าพรรค จึงเก็บมาให้เจ้าหน้าที่ภายในพรรค เมื่อเปิดฟังก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นเสียงใคร แต่รู้สึกว่าเนื้อหาที่พูดนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากหากเป็นความจริง วันต่อมามีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดต่อและเผยแพร่คลิ ปดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกมาปฎิเสธเนื่องจากพรรคไม่ได้สั่งการหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆทั้งสิ้น แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสียหาย จากคลิปเสียงดังกล่าว ก็ควรออกมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เพราะหากปล่อยนิ่งเฉยก็เหมือนกับยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นเรื่องบานปลายต่อไป

กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

ที่มา ไทยรัฐ

โดย หมัดเหล็ก

ความพยายามที่จะให้เกิด ความปรองดองขึ้นในชาติ น่าจะเป็นความพยายามที่จะไกลเกินเอื้อม เพราะคนไทยทุกหมู่เหล่าในยามนี้ ถูกบังคับให้ต้องเลือกข้าง ฝังลึกเข้าไปในความรู้สึก และจะกลายเป็นความเชื่อเป็นทัศนคติ จนในที่สุดก็กลายเป็นอุดมการณ์ ที่มุ่งจะเอาชนะคะคานระหว่างคนในชาติ

ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น ซึ่งผมอยากจะเรียกว่า วันสิ้นชาติ การแก้ไขเยียวยาที่ตรงจุดที่สุดก็คือ ความยุติธรรมและเสมอภาค ประชาธิปไตยต้องปล่อยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริงไม่ใช่ต้องมาคอยออกกฎหมายความมั่นคง ไม่ใช่มาบีบตรงนั้นทีตรงนี้ที แล้วมาบีบคอตัวเองเรียกร้องประชาธิปไตย

ทำเป็นหน้าไหว้หลังหลอก

และสิ่งที่ไม่บังควรอย่างยิ่งก็คือ การดึงฟ้าต่ำ การแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อประโยชน์ในการชิงอำนาจทางการเมือง หรือ เพื่อใช้ในการทำลายล้างทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ

ผมเชื่อว่าคนไทยที่มีสายเลือดไทยทุกคนไม่มีใครคิดบังอาจที่จะก้าวล่วงสถาบันแน่นอน เพราะพระมหากรุณาธิคุณที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่รุ่นลูกรุ่นหลานย่อมฝังอยู่ในสายเลือดความรู้สึกของคนไทยทุกคน

แต่ก็แปลก ทุกครั้งที่มีวิกฤติเกมชิงอำนาจทางการเมือง มักจะอ้างสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้องเสมอ และการกระทำเหล่านี้ก็ มาจากคนกลุ่มน้อยทั้งนั้น ทั้งๆที่คนไทยส่วนใหญ่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ มีแต่เทิดทูนและอยากเห็นพระองค์มีความสุข

ความลับไม่มีในโลก เอาฝ่ามือปิดฟ้าย่อมไม่มิด อะไรเป็นอะไร ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศรู้อยู่เต็มอก และผมก็เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของประเทศก็อยากให้บ้านเมืองสงบสุข กลับเข้าสู่ความปรองดองเหมือนดังเช่นที่เคยมีมา

บัดนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วย คนที่ได้รับผลประโยชน์จากการยึดอำนาจรัฐประหาร กำลังสนุกกับลาภยศสรรเสริญ มีทั้งสื่อ นักการเมือง นักลากตั้ง คนในกองทัพและอดีตนายทหาร

พยายามปลุกระดมประชาชน

ให้คนไทยรู้สึกเกลียดแค้นชิงชังซึ่งกันและกัน เสี้ยมให้คนไทยลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากัน จากสงครามสื่อ จากการปลุกระดมมวลชนล้างสมอง

ก็จะกลายเป็นสงครามกลางเมือง

ผมไม่เชื่อน้ำหน้ารัฐบาล ไม่ว่ากรณีความสมานฉันท์หรือ ความปรองดองในชาติ ต่อให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เนื่องจากการกระทำที่ รัฐบาลปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่ง ใช้สื่อของรัฐ กระทำการที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

รัฐบาลไม่มีความรอบคอบจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัด ใหญ่ 2009 เป็นร้อยเป็นพันคน รัฐบาลไม่มีความสามารถที่จะรักษาอธิปไตยในภาคใต้ ปล่อยให้ไฟใต้ลุกโชนก็ยังพอกล้ำกลืนฝืนทน

แต่ถ้าจะให้คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง มันสุดจะทน.

จ้องล่อกันเองมันกว่า

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_29189

ร้อนรนเลยก็แล้วกัน

กับอาการเต้นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อประเด็นร้อนที่โพสต์กันว่อนอินเตอร์เน็ต และออกอากาศทางสถานีทีวีดีสเตชันของกลุ่มคนเสื้อแดง

"คลิปเสียง" คุ้นๆ

คนถืออำนาจสั่งการให้ดำเนินการต่อกลุ่มผู้ชุมนุม โดยให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงในการควบคุมสถานการณ์ และกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

"ชัดเจนว่าเป็นการตัดต่อ ผมพร้อมให้พิสูจน์ว่าเป็นการตัดต่อ คนที่ทำมีเจตนาทำร้ายบ้านเมืองชัดเจน ไม่อยากเชื่อว่าจะใช้วิธีการสกปรก เป็นวิธีการล่อแหลมทำให้เกิดความวุ่นวาย ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง"

"อภิสิทธิ์" รีบตัดเกมทันที


และโดยการปราม ดับกระแสฉุกเฉินเฉพาะหน้า นายกฯอภิสิทธิ์ขู่ออกอากาศเลยว่า ผู้ที่นำคลิปเสียงดังกล่าวมาเผยแพร่และส่งต่ออาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดด้วย และหากกลุ่ม นปช.นำไปเผยแพร่บนเวทีปราศรัยวันที่ 30 สิงหาคมนี้ ก็ถือว่ามีความผิด เข้าข่ายโดนดำเนินคดีเช่นกัน

นั่นก็เป็นที่เข้าใจได้ "อภิสิทธิ์" ผวาเชื้อไวไฟ


ที่แน่ๆโดยกระแสที่เข้าจังหวะกันพอดีกับการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่เขตดุสิต กทม. เตรียมกำลังทหาร 21 กองร้อย สั่งตำรวจรับมือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 30 สิงหาคมนี้

ในอารมณ์ที่ถูกติงว่า เกินกว่าเหตุ

รัฐบาลตั้งท่ารบกับประชาชนคนเสื้อแดงเต็มอัตราศึก


ตรงกันข้ามกับอารมณ์แหยงๆของอีกฝ่าย โดยการต่อสายระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินสนทนากับนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ในเวทีคนเสื้อแดงแต่งดำ ทำพิธีเผาหุ่น "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

และก็เป็นนายขวัญชัยที่ระบุว่า "นายใหญ่" เห็นตรงกันว่า ประชาชนคนเสื้อแดงไม่ควรเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพราะการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง

มันมีนัยแอบแฝงอยู่

โดยหากไปชุมนุมหลายหมื่นคนแล้วเกิดเหตุวุ่นวาย สามารถเป็นข้ออ้างให้ทหารออกมารวบตัวแกนนำ และปราบปรามประชาชน


"ทักษิณ" สั่งเบรกม็อบเสื้อแดงเข้ากรุง กลัวเข้าทางพวกจ้องกินรวบ

ขณะที่เจ้าตัวบินออกจากฐานพำนักเมืองดูไบ ไปดูกิจการเหมืองเพชรที่ประเทศในแถบแอฟริกา โพสต์ภาพและข้อความผ่านเว็บทวิตเตอร์ ใส่เสื้อยืดและเสื้อคลุมสีแดง ยืนยิ้มแก้มปริ โชว์เพชรจากเหมืองจำนวนหลายเม็ดบนฝ่ามือ

เหมือนกับจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ อยู่ไกลเกินกว่าจะบัญชาการ


ก็เหลือแค่ "3 เกลอ" เป็นตัวตั้งตัวตี ท่ามกลางกระแสข่าวการแตกคอกันเองในหมู่แกนนำคนเสื้อแดง เห็นต่างกันในเรื่องของยุทธวิธีนำไปสู่เป้าหมาย

ถึงขั้นไล่ตะเพิดออกไปตั้งกลุ่มใหม่

ไม่ชัวร์ว่าแตกจริงหรือแค่ ลับ ลวง พราง หลอกตา แต่เอาเป็นว่า โดยภาพที่สะท้อนออกมา กองกำลังคนเสื้อแดง ณ ห้วงนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่รัฐบาลเตรียมดาบไว้รับมือ

ปั่นกระแสจนขนหัวลุก

กระแสตีกลับ รัฐบาลเล่นบทยักษ์ถือกระบองรอทุบลูกไก่


สรุปดีเดย์เสื้อแดงชุมนุมใหญ่รอบนี้ ก็แค่มุกเดิมๆ เกมชิงกระแส สงครามการตลาด ที่ยังคงเป็นฝ่าย "นายใหญ่" อยู่ในชัยภูมิที่เหนือกว่า

แต่สงครามจริงๆจะอุบัติในไม่ช้า เกมหักดิบภายในฝ่ายถืออำนาจด้วยกันเอง

หลังจากคิวของ ผบ.ตร.คนใหม่ที่นายกฯอภิสิทธิ์เล่นบท "เด็กดื้อ" ดัน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ เข้าป้าย สมใจขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯที่กระดิกขารอเคลียร์คดีก่อการร้ายยึดสนามบินแล้ว

รอบต่อไปก็ถึงรายของ "บิ๊กบราเธอร์" อย่าง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่ตามโพยล่าสุด ปรากฏชื่อของ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกลาโหม "ขาบู๊" ขวัญใจม็อบพันธมิตรฯ ลอยมาจ่อรอเสียบล่วงหน้า

ส่งกันมาเป็นแพ็กเกจ

"เด็กสร้างบ้าน" จะรื้อนั่งร้าน พ่นสีเหลืองกลบสีเขียวบวก น้ำเงิน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน