WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, September 2, 2009

นาทีนี้ยังไงก็ไม่กล้ายุบ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_30258

1. ยุบสภาน่าจะเกิดหลังจากที่นโยบายและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลสัมฤทธิผลแล้ว ซึ่งน่าจะเห็นผลปลายปีนี้

2. ตอนนี้ทุกพรรคการเมืองพอใจกติกาการเลือกตั้งหรือยัง

3. ถ้ายุบสภาแล้วปัญหาหรือเงื่อนไขความรุนแรงจะหมดไปหรือไม่ พรรคการเมืองต่างๆสามารถไปหาเสียงในพื้นที่ทุกแห่งในประเทศได้หรือเปล่า

ฟันธงเลยว่า ยังไงก็ไม่ยุบ


วัดจากเงื่อนไขยุบสภา 3 ประการ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แอบกระซิบเป็นการภายใน บนเวทีปาฐกถา "การเมืองบนสถานการณ์ความขัดแย้ง" แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 1 ที่ตึกบัญชาการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยไล่นักข่าวออกไปรอข้างนอกห้องประชุม

ปิดห้องเปิดใจ แบไต๋กันเงียบๆ

ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้มีอะไรต้องกั๊ก บนเงื่อนไขเดาทางกันได้ง่ายๆ ณ คาบนี้"อภิสิทธิ์" ไม่มีทางเลือก


โดยปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ยังลูกผีลูกคน แม้จะมีข่าวเชิงบวกที่หน่วยงานของรัฐถูกส่งออกมาตีปี๊บเศรษฐกิจเริ่มผงกหัว จากสัญญาณการคาดการณ์ของบริษัทข้ามชาติที่ปล่อยตัวเลขออกมาหยั่งกระแส

แต่สุดท้ายก็ยังไม่ชัวร์ ฟื้นเป็นรูปตัว "V" หรือจะฟุบซ้ำอีกรอบเป็นรูปตัว "W"

นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับระดับความมั่นใจในมาตรฐานทีมเศรษฐกิจยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา 8 เดือนแล้ว ก็ยังไม่สามารถลบคำสบประมาท "ประเทศชาติฝากไว้ในมือเด็กสองคน" ได้ โดยผลงานที่เห็นๆกันอยู่

นอกจาก "กู้" แล้วก็ "กู้"

โดยงานรูทีนรายวัน นายกฯอภิสิทธิ์กับ "คู่หูออกซ์ฟอร์ด" อย่างนายกรณ์


จาติกวณิช รมว.คลัง ต้องเดินสายล็อบบี้สภาผู้แทนฯ ตามด้วยคิวออดอ้อนวุฒิสภา

ขออนุญาตกู้เงินมาใช้


กับภาพเด็กเก่งแต่แบมือขอเงินแบบนี้ ประชาธิปัตย์จะเอาอะไรไปสู้กับ "นายใหญ่" ที่โชว์ฟอร์มนักธุรกิจอินเตอร์ เหมาสัมปทานเหมืองเพชรในแอฟริกา คว้าสัมปทานหวยในประเทศ แถบละตินอเมริกา ขึ้นชั้นระดับโลกไปแล้ว

เทียบฟอร์มห่างชั้น ปล่อยลงสนามเมื่อไหร่ก็ปิดประตูชนะ


แต่ก็นับว่า ยังดีที่เงื่อนไขไฟต์บังคับพรรคร่วมรัฐบาล โดยสภาพของพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กต้องหาช่องเบียดแทรกกับค่ายการเมืองใหญ่ ขืนสู้กันตามกติกาที่รัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดำล็อกไว้ เลือกตั้งพวงใหญ่มีหวังโดนเกมหนีบ บีบหน้าดำหน้าเขียว

ตามข้อตกลงบนโต๊ะอาหารที่บ้านของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ บอสใหญ่พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ผู้มีบารมีตัวจริงของพรรคร่วมรัฐบาลประสานเสียง ล็อกโปรแกรมแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปใช้การเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เสร็จก่อนเดือนธันวาคม

อย่างไรเสีย พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องกัดฟัน ตื๊อลากยาวไป จนกว่าจะแก้กติกาในสนามเลือกตั้งให้กลับไปเป็นวันแมนวันโหวต


นั่นแหละ ถึงจะสลายตัวแยกย้าย ทางใครทางมัน

แต่นั่นก็ยังต้องคำนึงถึงเงื่อนไขบังคับทั้งฝ่ายประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย ในสถานการณ์ที่วิกฤติความแตกแยกของประเทศไทยยังแบ่งสีกันชัดเจน

ยี่ห้อ "เพื่อไทย" ลงไปปักษ์ใต้ก็เสี่ยงโดนเสื้อเหลืองล้อมกรอบ ยี่ห้อ "ประชาธิปัตย์" ไปภาคเหนือกับภาคอีสานก็ต้องหวาดระแวงกองทัพเสื้อแดงอาละวาด สีน้ำเงินของภูมิใจไทยอุ่นใจได้แค่ถิ่นอีสานใต้

จะเดินสายหาเสียงกันยังไง

มีหวังกองเชียร์ล่อกันเละ

และนั่นก็จะไหลไปเข้าทางปืน โดยเงื่อนไขที่อำมาตย์กับทหาร ฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย จ้องหาเหตุ "ล้มกระดาน" จากการเมืองป่วน นักเลือกตั้งคุมเกมไม่ได้

จำเป็นต้องเปิดทางอำนาจพิเศษ คุมสถานการณ์

ปฏิวัติ โดนยึดเวทีสภาผู้แทนราษฎร

นักเลือกตั้งตกงาน เซ็งกันถ้วนหน้า.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ตัวถ่วง

ที่มา ไทยรัฐ

ในที่สุด นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะจัดการเรื่องของตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ได้ลงตัวอย่างไร และจะมีผลกระทบตามมาอย่างไร คงเป็นเรื่องที่คาดเดาลำบากพอสมควร เพราะการเมืองบ้านเราอยู่ไปวันๆ ไม่มี
อนาคตที่แน่นอน บอกไม่ยึดยังยึดหน้าตาเฉย บอกไม่ยุบก็เห็นยุบตอนจบทุกที

ในโลกที่ประชาธิปไตยพัฒนาแล้ว การคาดเดาทางการเมืองไม่ใช่เรื่องยาก เพราะจะวัดกันที่เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าพรรคการเมืองไหนได้รับเลือกเข้าไปแบบถล่มทลาย หัวหน้าพรรคนั้นนอนเกาสะดือรอ
เป็นนายกฯพันเปอร์เซ็นต์ แต่บ้านเราขนาดได้เสียงเกือบจะครบ 100 เปอร์เซ็นต์ยังนอนสะดุ้ง

เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่

แต่อยู่ที่คนส่วนน้อยไม่กี่กลุ่ม พื้นฐานของประชาธิปไตยเหมือนกันหมดทุกประเทศ เพราะยึดหลักปรัชญาเดียวกัน อำนาจของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนเท่านั้น

ไม่ใช่ประชาชนถูกโกงอำนาจ

ผมไม่เชื่อว่าประชาชนจะไม่ฉลาดหรือไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตยนั้นเกิดจากรากฐานของความเป็นมนุษย์ ที่ต้องการอิสรภาพและเสรีภาพ แต่คนที่ถ่วงความเจริญของประชาธิปไตย
คือนักการเมืองและคนกลุ่มน้อยมากกว่า

บิดเบือนพยายามเอาประโยชน์จากประชาชน โดยอ้างประชาธิปไตยนำหน้า เอะอะก็ประชาชน เอะอะก็ประชาธิปไตย แต่สุดท้ายนักการเมืองเสวยสุขแต่เพียงผู้เดียว

การเมืองในประเทศญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 54 ปี พรรคแอลดีพีซึ่งปัจจุบันมี นายทาโร อาโสะ เป็นนายกฯและเป็นหัวหน้าพรรค ครองตำแหน่งรัฐบาลมานานแสนนาน

แต่ถึงยุคนี้แก้ปัญหาได้ หน่อมแน้ม ไปหน่อย ประเทศเป็นหนี้เป็นสิน การเมืองในสภาก็วุ่นวาย มีการต่อรองผลประโยชน์ ทุจริตคอรัปชันถี่ขึ้น

เกิดวิกฤติศรัทธา

เมื่อได้เวลาที่อำนาจของประชาชนจะตัดสิน พรรคฝ่ายค้านที่นำโดย นายยูกิโอะ ฮาโตยามา ก็ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอย่างถล่มทลาย คาดว่าคงไม่ต่ำกว่า 300 ที่นั่ง เป็นรัฐบาลแค่พรรคเดียว

ซึ่งก็ไม่ต้องไปเดากันให้เมื่อยตุ้มว่าใครจะเป็นนายกฯญี่ปุ่นคนต่อไป ไม่พ้นนายยูกิโอะ แน่นอน ถ้าทำดีเข้าตากรรมการก็สามารถที่จะปกครองประเทศไปได้เรื่อยๆ ไม่มีโรคแทรกซ้อน

ไม่ต้องกลัวถูกยึดอำนาจ

ผมอยากเห็นรัฐบาลจริงใจกับประชาชนมีจิตสำนึกว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร วันนี้ประเทศไทยไร้ศักดิ์ศรี ตกเป็นเบี้ยล่างของต่างชาติหรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน ก็เพราะมีพวกลูกตุ้มคอยถ่วงอยู่นี่แหละ

เลยไม่พัฒนา.

หมัดเหล็ก

ภท.ดันแก้รธน. เข้าวิปรัฐ 2 ประเด็น-วันนี้

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_30270

ภท.ชิงการนำในพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมดันแก้ไข รธน. 2 ประเด็น "ม.190-วันแมนวันโหวต" เข้าที่ประชุมวิปรัฐ วันนี้ (2 ก.ย.) ยันไม่เกี่ยวใกล้ยุบสภา เชื่อโน้มน้าว ปชป.-นายกฯ คล้อยตามได้

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุมพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ว่า ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย มีมติเห็นชอบให้เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน 2 มาตรา ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ คือ มาตรา 190 เรื่องการเซ็นสัญญากับต่างประเทศ โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาในการทำงานมาก และเรื่องที่มาของส.ส.ให้เป็นแบบวันแมนวันโหวต โดยพรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของพรรคภูมิใจไทย เสนอเรื่องในที่ประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 2 ก.ย. โดยต้องการให้เร่งผลักดันหลังพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ผ่านสภาฯ แล้ว และพยายามจะให้มีมติว่าจะเข้าสู่วาระการพิจารณาได้เมื่อใด ให้มีกรอบเวลาอย่างชัดเจน

ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเร่งให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพราะจะมีการยุบสภาในเร็วๆนี้ เพราะการยุบสภา พรรคเห็นไปในทางเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ไว้คือ การยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ควรเกิดหลังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจลุล่วงไปแล้ว การเลือกตั้งควรเป็นไปตามกติกาใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญเดิมมีปัญหา ฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด แต่บางเรื่องต้องทำประชามติ พรรคภูมิใจไทยแสดงความชัดเจนมาโดยตลอดว่า ประเด็นใดที่ต้องฟังความเห็นจากประชาชน สำหรับฝ่ายบริหาร ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่า จะอยู่ช่วยกันแก้ปัญหาของประเทศไปก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรมนูญประเด็น วันแมนวันโหวต นายกรัฐมนตรีแสดงความชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย นายศุภชัยตอบว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของมติส่วนรวมว่าจะเห็นอย่างไร เห็นพ้องต้องกันอยู่แล้ว เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเห็นพ้องตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพราะเป็นคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้ตั้งขึ้นเอง เมื่อถามว่า หากมีคืบหน้าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายศุภชัยกล่าวว่า กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องไปตามขั้นตอน แต่ไม่ถึงขนาดที่ว่า หากไม่รีบแก้ แล้วจะเกิดความขัดแย้ง ส่วนหากพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันไม่เห็นด้วยนั้น ทุกเรื่องสามารถคุยกันได้ เชื่อว่าสามารถอธิบายให้ประชาธิปัตย์เห็นชอบตามได้

ภท.ปัดต่อรอง ตั้งผบ.ตร.แลกจัดโผผู้ว่าฯ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_30305

วอลเปเปอร์อ้าง “นิพนธ์-สุเทพ” งัดข้อนายกฯ กรณีแต่งตั้งผบ.ตร. เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย เชื่อนายกฯพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย มั่นใจไม่จุดชนวนความขัดแย้งพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่ภูมิใจไทยปัดต่อรองตั้งผบ.ตร.กับโผแต่ตั้งผู้ว่าฯ

นายศิริโชค โสภา ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์เรื่องเสนอชื่อ ผบ.ตร.คน ใหม่ที่นายกรัฐมนตรี กับ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีมีความเห็นไม่ตรงกันว่า เรื่องความเห็นต่างกัน เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย ถ้าเสนออะไรแล้วทุกคนเห็นพ้องกันหมด อย่างนี้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่สุดท้ายนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะเป็นผู้ตัดสิน โดยนายกฯพร้อมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายก่อนจะตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่ได้ชื่อ พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย เป็นผบ.ตร. จะทำให้พรรคภูมิใจไทยมีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายศิริโชคตอบว่า ไม่ว่า ผบ.ตร. จะเป็นใครก็ไม่มีปัญหา ขอให้ทำงานร่วมกับนายกฯ ได้ เพราะผบ.ตร. เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสงบเรียบร้อยให้แก่รัฐ

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ว่า คงไม่จำเป็นต้องมีการคุยกันนอกรอบ เพราะพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า เป็นอำนาจของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรมว.มหาดไทย ซึ่งมีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณา

ส่วนกรณีที่มีส.ส.ประชาธิปัตย์บางคนแสดงความไม่พอใจนายชวรัตน์นั้น โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิในการแสดงความเห็น แต่ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาปรามให้สังวรในหน้าที่ตัวเองว่า เรื่องใดควรแสดงความเห็นหรือไม่ควรแสดงความเห็นแล้ว ซึ่งนายชวรัตน์ไม่ถือสาอะไร ส่วนกระแสข่าวเรื่องต่อรองเรื่องการแต่งตั้งผบ.ตร.กับอำนาจการแต่งตั้งผู้ ว่าราชการจังหวัดนั้น ยืนยันไม่มีการต่อรอง เพราะเป็นคนละตำแหน่งกัน จะไปต่อรองข้ามตำแหน่งได้อย่างไร.

ครม.ถกวางเกม รับม็อบแดง ระดมล้มล้างรบ.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_30314

คณะรัฐมนตรีถกประกาศใช้กม.ความมั่นคงฯชี้ 19 ก.ย.ม็อบแรง “เทือก”กำชับรัฐมนตรีร่วมรับผิดชอบถกฉุกเฉิน ขณะที่ รมว.คลัง อ้างนักธุรกิจหนุนใช้กม.ความมั่นคงฯ ชี้ไม่กระทบท่องเที่ยว น่ากลัวน้อยกว่าไข้หวัด2009...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในช่วงใกล้เที่ยงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ได้เสนอให้ ครม.รับทราบมติของที่ประชุม ศอ.รส.เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้สรุปเป็นเอกสารเสนอ ครม.จำนวน 2 แผ่น มีนายสุเทพ อ่านเอกสารชี้แจงต่อ ครม.จากนั้นก็ได้ขอเก็บกลับคืนเนื่องจากเป็นเอกสารตีตราลับ

ทั้งนี้นายสุเทพ ได้อ่านรายงานว่า ผลการดำเนินการตาม พ.ร.บ.การรักษาความั่นคงภายในราชอาณาจักร ในช่วงที่ผ่านมา มีการใช้กำลัง 37กองร้อย จำนวนการตั้งด่านจุดตรวจ ส่วนการวิเคราะห์ประเมินการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ทางศอ.รส.ระบุว่า ในช่วง 2 สัปดาห์นี้จะไม่มีการชุมนุมอะไรที่รุนแรง หรือมีกลุ่มผู้ชุมนุมขนาดใหญ่ แต่หลังวันที่ 19 ก.ย.แล้วเชื่อว่า น่าจะมีการชุมนุมโดยอิงกับสัญลักษณ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี ของการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งทำให้เกิดแรงจูงใจให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก

นายสุเทพ รายงานต่อว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ชี้ชัด การชุมนุมมีวัตถุประสงค์ ต้องการจะล้มล้างรัฐบาล โดยรูปแบบการชุมนุมจะยือเยื้อ และมีทัศนคติเหมือนกับการชุมนุมกลุ่มอื่นที่เคยกระทำมา สำหรับแนวทางการป้องกันนั้น ถ้ามีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แล้วไม่ตรงกับช่วงวันอังคารที่ ครม.ประชุม ก็สามารถที่จะเรียกประชุม ครม.ฉุกเฉินขึ้นมาได้ เพราะถ้าหากมีการประชุมครม.แล้วประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯออกไป อาจจะทำให้เกิดปัญหาว่า มติ ครม.การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความั่นคงฯ ดังกล่าวเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้นถ้าหากมีการข่าวอะไรที่จะชี้ให้เห็นว่า จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงขอให้ ครม.ทุกคนเตรียมพร้อมมาร่วมประชุม ร่วมรับผิดชอบในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ด้วย

ทั้งนี้นายกฯได้สอบถามทางเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยว่า นายกฯต้องเซ็นยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่ประกาศใช้ตั้งแต่วัน ที่ 29 ส.ค.-1 ก.ย.ที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อมีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ก็มีคนนำมาให้เซ็นยกเลิก และถ้าต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความั่นคงฯ จะต้องเรียกประชุม ครม.ชุดใหญ่เต็มคณะหรือไม่ ซึ่งคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบชี้แจงว่า ถ้ากรณีประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยมีวาระเริ่มต้นและกำหนดปิดท้าย นายกฯก็ไม่ต้องเซ็นยกเลิก แต่ถ้าเป็นการประกาศที่มีแต่วันเริ่ม แต่ไม่มีวันปิดก็ต้องไปประกาศยกเลิก สำหรับเรื่ององค์ประชุม ครม.นั้นโดยปกติองค์ประชุม ครม.ให้นับเสียง 1 ใน 3 แต่ในกรณีฉุกเฉินก็สามารถเรียกประชุม ครม.นัดฉุกเฉินเฉพาะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ก็ถือเป็นองค์ประชุมแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯแสดงความเห็นว่า หากจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ก็น่าจะขอมติ ครม.โดยให้อนุมัติในหลักการไว้ก่อนเลยจะได้หรือไม่ ซึ่งคุณพรทิพย์ โต้แย้งว่า คงทำไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องขององค์ประชุม และหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามที่ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการประชุม ครม.ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังได้สอบถามถึงผลกระทบจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยนายกฯได้สอบถามขึ้นมาว่า จะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับผู้นำทางธุรกิจต่างชาติ รวมทั้งนายแบงค์ต่างสนับสนุนการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพราะจะช่วยทำให้เกิดความมั่นใจและรักษาภาพความสงบเรียบร้อยในประเทศได้ดี ด้านนายสุเทพ ก็กล่าวเช่นกันว่า เท่าที่ได้คุยกับนักธุรกิจส่วนหนึ่งยังเสนอตนเลยว่า ให้ประกาศใช้ยาวไปเลยจะได้ทำให้เกิดความมั่นใจและเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาคส่ง ออกและการท่องเที่ยว เพราะช่วงเดือนต.ค. รือพ.ย.ก็คงไม่กระทบเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นชี้ไม่กระทบท่องเที่ยว น่ากลัวน้อยกว่าหวัด09

ขณะที่นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ผลกระทบที่จะมีต่อการท่องเที่ยวแบบฉับพลันทันทีคงไม่มี ตอนนี้ไม่มีการยกเลิกทัวร์ หรือเที่ยวบิน แต่ในระยะยาวอาจจะส่งผลกระทบทางด้านจิตวิทยาบ้าง แต่ก็สนับสนุนจะประกาศใช้ก็ประกาศ หวังในภาพรวมมากกว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯไม่น่ากลัวเท่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อีก และมั่นใจว่า ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยว 14.5 ล้านคนสามารถทำได้แน่.

นักธุรกิจไม่เชื่อ ศก.ฟื้นตัว เป็นรูปตัววี

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_30304

นายอนันต์ อัศวโภคิน

3 นักธุรกิจชื่อดัง ไม่เชื่อเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเป็นรูปตัววี ตามที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ เหตุความขัดแย้งทางการเมือง การชุมนุมประท้วงยังมีอยู่...

นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในการสัมมนา เรื่อง "กลยุทธ์ หลังวิกฤติทิศทางปี 2553" เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า ไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเป็นรูปตัววี ตามที่มีการคาดหมาย เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประกอบกับยังมีความขัดแย้งทางการเมือง มีการชุมนุมประท้วง หากไม่มีม็อบเศรษฐกิจจะดีขึ้น ส่วนภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ที่่ผ่านมา ยอดขายบ้านยังไปได้ดี โดยยยอดขายบ้านเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า ส่วนราคาที่ดินในปีนี้ มั่นใจว่าไม่มีการปรับลงอย่างแน่นอน เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายผังเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2 ปี จึงจะแก้ไขได้

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซิเมนต์ไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ ฟื้นตัว ไม่รวดเร็วเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียที่จะฟื้นตัวเป็นรูปตัว วี โดยเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาส 4 ปีนี้จะเป็นบวก เนื่องจากจีดีพีในไตรมาส 4 ปีที่แล้วต่ำมาก แต่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ต้องขึ้นอยู่กับความมั่นใจ หากความมั่นใจดีขึ้นจะมีผลต่อยอดการขายปูนซีเมนต์ให้ขยับขึ้นตาม ยอดขายในเดือนก.ค.และ ส.ค. 2552 ดีขึ้นจากช่วง 6 เดือนแรกที่ลดลงร้อยละ 7

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่ฟื้นตัวเร็วเป็นรูปตัว วี แต่จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้ราคาพลังงานไม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ส่วนราคาขายปลีกประมาณลิตรละ 30 บาท เป็นราคาที่ผู้ผลิตและผู้บริโภครับได้

กระทรวงยุติธรรมยังไม่ตัดสินใจ ฎีกาเสื้อแดง ถวายได้หรือไม่ ระบุไม่เคยมีมาก่อน

ที่มา ประชาไท

กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ เผยสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณาละเอียดกรณีคนเสื้อแดงถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณ ระบุ แตกต่างจากฎีกาที่เคยมีมาทั้งหมดจึงจำเป็นต้องมีการวินิจฉัยประเภทของฎีกาว่าเป็นฎีการ้องทุกข์หรือฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่ตัวผู้ต้องโทษไม่อยู่ในประเทศ ไม่ได้เป็นขอฎีกาเองแต่มีประชาชนจำนวนมากเป็นผู้ขอให้

เว็บไซต์มติชนรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าได้รับรายงานเรื่องฎีกาของคนกลุ่มเสื้อแดงจากนายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว โดยกระทรวงได้เรียกประชุมผู้บริหารและส่งเรื่องดังกล่าวให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้พิจารณารายละเอียดในแง่กฎหมาย เนื่องจากฎีกาดังกล่าวถือว่ามีลักษณะพิเศษ แตกต่างจากฎีกาที่เคยมีมาทั้งหมดจึงจำเป็นต้องมีการวินิจฉัยประเภทของฎีกาว่าเป็นฎีการ้องทุกข์หรือฎีกาของพระราชทานอภัยโทษ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่ตัวผู้ต้องโทษไม่อยู่ในประเทศ ไม่ได้เป็นขอฎีกาเองแต่มีประชาชนจำนวนมากเป็นผู้ขอให้

ทั้งนี้จึงเห็นว่าเพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นไปตามหลักของกฎหมายจึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปค้นคว้า ตรวจสอบว่ากรมกราชทัณฑ์เคยมีประสบการณ์ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวหรือไม่ ขณะนี้จึงถือว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการทำงานของข้าราชการประจำซึ่งต้องหาข้อมูลประกอบการพิจารณาที่เป็นประโยชน์เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยจะพยายามจะเร่งหาข้อสรุปให้ได้เร็วที่สุด

นายกิตติพงษ์ กล่าวอีกว่าได้มีโอกาสพิจารณารายละเอียดของฎีกาดังกล่าวแล้วพบว่าไม่ใช่แบบฟอร์มฎีกาปกติ โดยเบื้องต้นในวรรคสุดท้ายของฎีกามีการพูดถึงการขอพระราชทานอภัยโทษในคดีที่ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี แต่ข้อความก่อนหน้านั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ดังนั้นตนจึงยังไม่อยากให้ความเห็นสรุปไปก่อนว่าเป็นฎีกาประเภทใด และไม่ขอตัดสินไปก่อนว่าเป็นฎีกาที่จะสามารถถวายได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าหลังได้ข้อสรุปประเด็นในข้อกฎหมายจากฝ่ายกฎหมายแล้วจะมีการเรียกประชุมฝ่ายบริหารอีกครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีปัญหาทางข้อกฎหมายจำเป็นต้องมีหน่วยงานกลางขึ้นมาเพื่อพิจารณาข้อกฎหมายหรือไม่ นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นฎีกาถือว่ายังไม่ชัดเจนต้องมีการสอบถามไปที่กรมราชทัณฑ์ว่าเคยมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ หากไม่มีก็ต้องมีการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือกรมราชทัณฑ์ในการหาทางออกต่อไป

สำหรับการที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งอาจมีการทวงถามถึงเรื่องดังกล่าวด้วยนั้น นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนตัวไม่ได้กังวลกับการชุมนุมดังกล่าว อีกทั้งฝ่ายการเมืองก็ไม่ได้มีการเร่งรัดใด ๆ ทั้งสิ้น

ไอซีทีเล็งปิดประชาไท อ้างแพร่คลิปมาร์ค

ที่มา ประชาไท

ปลัดไอซีทีเล็งขออำนาจศาลปิดกั้น 8 เว็บ รวม “ประชาไท” ด้วย อ้างเป็นแหล่งเผยแพร่คลิปมาร์ค ลั่นถ้ามีการเผยแพร่อีกจะฟ้องหลายกระทง ด้านศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ก.ไอซีที เผย ปิดไปแล้ว 18,390 เว็บ อ้างเป็นเว็บกระทบความมั่นคง 10,578 เว็บ

รัฐมนตรีไอซีทีลั่นคลิปมาร์คตัดต่อแน่นอน
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึงกรณีการเผยแพร่คลิปเสียงที่มีเสียงคล้ายนายกรัฐมนตรี ว่า คลิปเสียงดังกล่าวมีความยาวประมาณ 3 นาที โดยได้เริ่มมีการเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนวันที่ 26 สิงหาคม 2552 หรือช่วงเช้าของวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ซึ่งกระทรวงไอซีทีไม่ได้นิ่งนอนใจกับการกระทำดังกล่าว และได้ดำเนินการส่งคลิปเสียงให้บริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับในระดับเอเชียแปซิฟิกตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เป็น คลิปเสียงที่มาจากการตัดต่อเสียงอย่างแน่นอน จึงได้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการตัดต่อเสียงในช่วงใดบ้าง
ด้านนายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “จากการตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าวไปแล้ว 80% พบว่ามีการตัดต่อเสียงอยู่ทั้งหมด 16 แห่ง และหากตรวจสอบครบทั้ง 100% คาดว่าจะพบจุดที่มีการตัดต่อเสียงประมาณกว่า 20 แห่ง ซึ่งจากการตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าวพบว่ามีความผิดปกติที่ใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดหลาย ลักษณะ เช่น บรรยากาศและเสียงรบกวนมีความไม่คงที่ ไม่สม่ำเสมอ ถ้อยคำในคลิปเสียงไม่สมบูรณ์มีคำขาดหาย รวมทั้งรูปประโยคก็ไม่สมบูรณ์ จังหวะการอ่านไม่เป็นธรรมชาติ เป็นต้น”
เล็งขออำนาจศาลปิด 8 เว็บ พ่วง “ประชาไท”
ดังนั้น กระทรวงไอซีทีจึงได้ประสานกับทาง ISP และขออำนาจศาลเพื่อปิดกั้นการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้ว 8 เว็บเพจ (URL) โดยปิดกั้นคลิปเสียงทั้งที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ประชาไท ยูทูบ และอื่นๆ ซึ่งหากพบว่ามีการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวผ่านทางอินเทอร์เน็ตอีก กระทรวงฯ จะดำเนินการเอาผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (2) และ (3) ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุป คือ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน รวมถึงเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ที่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา จะมีความผิดตามมาตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรานี้ทั้ง (1) (2) หรือ (3) ถือเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 14 (5) และได้รับโทษเช่นเดียวกัน
ระนองรักษ์เล็งเอาผิดทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญา
ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ ISOC ติดตามร่องรอยการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว โดยร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติค้นหาต้นทางแหล่งที่มาของการเผยแพร่และสืบค้นหาผู้กระทำความผิด ซึ่งขณะนี้ทราบเบาะแสการเผยแพร่แล้ว โดยกระทรวงฯ จะสืบค้นจนระบุตัวบุคคลผู้กระทำความผิดแล้วประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อขอหมายศาลเข้าจับกุมและดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทั้งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายอาญา เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีเจตนามุ่งหวังที่จะให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นภายในประเทศและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศด้วย”
อย่างไรก็ตาม หากการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวมีต้นทางการเผยแพร่อยู่ในต่างประเทศแต่ผลของการกระทำนั้นมาปรากฏอยู่ในประเทศไทยก็สามารถใช้กฎหมายไทยในการเอาผิดได้ และเมื่อมีการนำคลิปเสียงมาเผยแพร่ต่อในประเทศไทยก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายไทยเช่นกัน ส่วนกรณีการเผยแพร่ผ่านสัญญาณดาวเทียมของต่างประเทศนั้นกระทรวงฯ ไม่สามารถดำเนินการสกัดกั้นหรือรบกวนสัญญาณได้ กระทรวงฯ จะดำเนินการได้เฉพาะการเผยแพร่ผ่านดาวเทียมที่เป็นของประเทศไทย เช่น ดาวเทียมไทยคมเท่านั้น แต่หากมีการนำคลิปเสียงมาเผยแพร่ต่อก็จะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
สำหรับกรณีที่จะมีการนำคลิปเสียงไปเผยแพร่ในการชุมนุมทางการเมืองนั้น ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้เข้าไปดำเนินการเอาผิด แต่ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของกระทรวงไอซีที
ไอซีทีปิดไปแล้ว 18,000 เว็บ อ้างกระทบความมั่นคง 10,000 เว็บ
ส่วนการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสมต่างๆ ของกระทรวงไอซีทีผ่านทางศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ ISOC นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วรวม 18,390 URL แบ่งเป็นเว็บไซต์ที่กระทบกับความมั่นคง 10,578 URL เว็บไซต์ที่เผยแพร่ซึ่งข้อมูลเข้าข่ายลามกอนาจาร 7,690 URL เว็บไซต์ขายยา 50 URL และเว็บไซต์การพนัน 72 URL

ครม. ยกเลิกประกาศใช้ พรบ. ความมั่นคงช่วงวันที่ 29 ส.ค. - 1 ก.ย. แสตนบายอีกที 19 ก.ย.

ที่มา ประชาไท

นายนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำวันที่ 1 กันยายน 2552ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง รายงานผลการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ซึ่ง คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการว่า หากกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมก็สามารถเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษได้ทันที เพื่อประกาศใช้ พ.รบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน ที่ประชุมประเมินสถานการณ์ว่า ในวันที่ 5 กันยายนนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงอาจจะไม่ชุมนุม แต่คาดว่าจะชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน อย่างแน่นอน

รายงานข่าวระบุว่า นายสุเทพ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ศอ.รส. รายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมแจกจ่ายเอกสารตีตรา "ลับมาก" จำนวน 4 หน้าให้แก่ ครม. ทุกคน ก่อนเก็บกลับหลังการประชุมเสร็จ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ศอ.รส. ประเมินว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะไม่มีการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล แต่จะมีความเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 19 กันยายน คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาโค่นล้มรัฐบาล และกลุ่มอื่นๆ ที่ต้องการแสดงออกถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยมีความพยายามจะชุมนุมยืดเยื้อ

"เพื่อความไม่ประมาท ผมอยากขอความร่วมมือรัฐมนตรีทุกท่านให้สแตนด์บายในช่วงนี้ เพราะถ้าการข่าวรายงานข้อมูลมา อาจมีความจำเป็นต้องเรียกประชุม ครม. ฉุกเฉิน เพื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง หากรู้ล่วงหน้า 3 วันว่าจะมีการชุมนุม การเตรียมการรับมือก็จะพร้อมสมบูรณ์หมด" แหล่งข่าวกล่าวอ้างคำพูดนายสุเทพ

อภิสิทธิ์ไม่กลัวซ้ำรอย ไปต่างประเทศถูกยึดอำนาจ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าจากการติดตามสถานการณ์ช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้ายังมีความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนถึงความรุนแรงของการเคลื่อนไหวจะเป็นไปในลักษณะใด สิ่งที่เสนอให้ ครม.เห็นชอบคือกรณีที่มีข่าวว่าการชุมนุมที่อาจทำให้เกิดปัญหากระทบกับความมั่นคง จะนัดประชุม ครม.เพื่อประกาศพื้นที่ความมั่งคงในกรณีที่จำเป็น แต่ชั้นนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มที่จำเป็นจะต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในช่วงนี้ แต่ ครม.อยู่บนความไม่ประมาท

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 19 กันยายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการปฏิวัติและเป็นช่วงเดียวกับที่นายกฯจะเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่สหรัฐอเมริกา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้รักษาการรับผิดชอบการดูแลความสงบเรียบร้อย

เมื่อถามว่า นายกฯกลัวอาถรรพ์วันที่ 19 กันยายน ที่มีอดีตนายกฯถึง 2 คนที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่กลัวเพราะเงื่อนไขมันต่างกันเยอะ เมื่อถามต่อว่า มีอะไรที่ต่างกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมว่าไม่ต้องอธิบายดีกว่า"

เสื้อแดงยัน ชุมนุมวันที่ 5 ก.ย. แน่

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งประกาศเลื่อนการชุมนุมจากวันที่ 30 ส.ค. มาเป็นวันที่ 5 ก.ย. นั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ว่า คนเสื้อแดงยังกำหนดการชุมนุมวันที่ 5 กันยายนเช่นเดิม หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะนัดประชุมเพื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ขอให้เห็นใจผู้มีหน้าที่ติดรั้วลวดหนามบ้าง การออก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไม่มีความจำเป็น เพราะคนเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบอยู่แล้ว หากท้ายที่สุดรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงในวันที่ 5 กันยายนนี้ คนเสื้อแดงก็จะเลื่อนการชุมนุมออกไปเป็นวันที่ 12 กันยายน และหากยังจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก คนเสื้อแดงก็จะนัดชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการรัฐประหารอย่างแน่นอน โดยจะรวมตัวกันที่พระบรมรูปทรงม้าเวลา 13.00 น. ก่อนที่จะเดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล และจะสิ้นสุดการชุมนุมในเวลา 24.00 น. วันเดียวกัน

นายจตุพรกล่าวว่า กรณีที่นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่ม นปช.ที่แยกตัวมาตั้งกลุ่ม "สยามแดง" ร่วมกับนายจักรภพ เพ็ญแข ระบุว่า กลุ่มสามเกลอสู้เพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีมากกว่าสู้เพื่อประชาชนนั้น ขอยืนยันว่าเป็นความเท็จทั้งสิ้น โดยเฉพาะที่นายสุรชัยระบุว่า พวกตนแอบไปพบกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพราะการพูดเช่นนี้ถือเป็นการกระทำที่เลวที่สุด จะเป็นการทำลายกระบวนการของคนเสื้อแดง หากตนไม่ตอกกลับบ้างคนฟังก็จะคิดว่าเป็นเรื่องจริง วันต่อมานายสุรชัยก็จะไปพูดอีกว่าพวกตนนัดเจอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในที่สุดอาจจะบอกว่าพวกตนไปกินข้าวกับนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น ตนจะปรึกษาฝ่ายกฎหมายให้ดำเนินคดีกับนายสุรชัย เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่หยุด

Tuesday, September 1, 2009

"พ.ต.ท.ทักษิณ" เปิดวิทยุออนไลน์คืนนี้

ที่มา Voice TV

 วิทยุออนไลน์ , ทักษิณ ชินวัตร , thaksinlive.com , โฟนอิน , วีดีโอลิงค์


"พ.ต.ท.ทักษิณ" เปิดวิทยุออนไลน์คืนนี้
"พ.ต.ท.ทักษิณ" เปิดวิทยุออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์ thaksinlive เพิ่มช่องทางสื่อสารกับคนไทยจากต่างแดน หลังใช้โฟนอินและวีดีโอลิงค์
ทีมงานเว็บไซต์ www.thaksinlive.com กำลังเร่งดำเนินการติดตั้งโปรแกรมถ่ายทอดเสียง ลงในเว็บไซต์http://www.thaksinlive.com/radio_test เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวอย่างเปิดทางการของสถานีวิทยุอินเตอร์ ทักษิณไลฟ์ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ดำเนินรายงานเอง ในวันนี้(1ก.ย.52) เวลา 20.30 น.การดำเนินการจัดตั้งวิทยุอินเตอร์เน็ตในครั้งนี้ถือเป็นสื่อ มัลติมีเดียชนิดที่ 3 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บริหารจัดการด้วยตัวเอง เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับคนไทยเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เดินทางไปพบเห็นมา ในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจเป็นแนวทางเพื่อให้คนไทยปรับปรุงแก้ไขใช้ทำมาหากินได้ รวมทั้งเป็นข้อคิดให้รัฐบาลนำไปใช้แก้ปัญหาของประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แต่อาศัยสื่อของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น สถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร, สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีเพิลชาแนล, สถานีวิทยุชุมชนเชียงใหม่ 51 และเว็บไซต์ต่างๆ เป็นกระบอกเสียงนอกเหนือจากการโฟนอินและวิดีโอลิงค์ในเวลาที่มีการจัดชุมนุม ของคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างๆขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะจัดรายการวิทยุทางอินเทอร์เน็ตวันแรกค่ำวันนี้ว่า สามารถทำได้แต่ในส่วนของเนื้อหาคงต้องระมัดระวังอย่าให้กระทบต่อความสงบของประเทศ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลได้ตั้งทีมงานคอยติดตามข้อมูลเนื้อหารายการต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งหากพบมีเรื่องผิดกฎหมายหรือพูดพาดพิงบุคคลใด ก็จะมีหลักฐานไว้ดำเนินการ