WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 3, 2009

เชิญทุกท่านอบรมนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์

ที่มา Thai E-News


โดย บก.หัวเห็ดตีนขาด
ที่มา เวบนักข่าวหัวเห็ด
2 กันยายน 2552

ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย จัดอบรมคนรักประชาธิปไตยก้าวมาเป็นนักข่าวประชาชน สอนเคล็ดลับการหาข่าว,เขียนข่าว,เขียนบทความ พร้อมสร้างบล็อกข่าวกระจายข่าวสารฝ่ายประชาธิปไตยนำไปสู่ชัยชนะ ขุดโค่นเปิดโปงเผด็จการอำมาตย์ให้สิ้นจากแผ่นดินไทย โดยมืออาชีพวงการข่าวที่ยืนข้างประชาชน และผู้จัดทำเวบไซต์ที่มีชื่อเสียงคนอ่านมากกว่า 10 ล้าน ฟรีตลอดงานรับจำกัดเพียง20ท่านเท่านั้น


ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย จะจัดกิจกรรมอบรมนักข่าวหัวเห็ดเพื่อเผด็จศึกอำมาตย์ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552 นี้ เพื่อให้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย สามารถที่จะเรียนรู้การทำข่าว การเขียนข่าว การเขียนบทความ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านโลกอินเตอร์เน็ตอย่างง่าย แต่ว่าทรงพลังในการกระจายข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยบรรลุผลสำเร็จในการโค่นล้มเผด็จการอำมาตย์ และสถาปนาประชาธิปไตยที่แท้จริงขึ้นในประเทศไทย

โดยมีรายละเอียดโครงการดังนี้

สถานที่อบรม-ห้องฝึกอบรมของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ

วัน/เวลา -09.00-16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552

ผู้ฝึกอบรม-ประธานชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย,บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์แนวร่วมRED NEWS,ทีมงานไทยอีนิวส์ เวบฝ่ายประชาธิปไตย ที่มียอดผู้อ่านมากกว่า 12 ล้านครั้ง (กำลังติด่อทาบทาม อยู่ระหว่างรอการตอบรับ),บรรณาธิการสื่อคุณภาพที่ยืนหยัดเคียงข้างฝ่ายประชาธิปไตย

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

1.เป็นผู้ที่ต้องการสร้างเวบไซต์ หรือบล็อกข่าวสาร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตย ต่อต้าน เปิดโปง คัดค้านฝ่ายเผด็จการ และมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริง

2.เป็นผู้ที่ต้องการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม บันเทิง ศิลปวัฒนธรรม และข่าวด้านต่างๆที่ประสบพบเห็น เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุม การประชุม สัมมนา การสังเกต การอ่านข่าวหรือบทความจากสื่อต่างประเทศ หรือข้อมูลที่รับรู้รับทราบมา ถ่ายทอดสื่อสารไปยังผู้อ่านที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก เพื่อขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

3.เป็นผู้มีเวลาที่จะสละเวลาเพียงเล็กน้อย เช่น ไม่เกินครึ่งชั่วโมงต่อวัน ที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารดังกล่าวผ่านเวบไซต์ หรือเวบบล็อกที่ท่านจะตั้งขึ้นเอง หรือส่งไปร่วมกับเวบบล็อกที่มีอยู่แล้ว เช่น เวบไทยอีนิวส์ หรือ เวบนักข่าวหัวเห็ด เป็นต้น

หัวข้อที่จะฝึกอบรม

1.ฝ่ายประชาธิปไตยยังต้องการนักข่าวหัวเห็ดอีกมาก คุณก็เป็นคนหนึ่งที่จะเป็นนักข่าวหัวเห็ดได้ง่ายๆ ไม่ยากอย่างที่คิดเลย

2.วิธีการหาข่าวแบบต่างๆ
-การหาข่าวจากกำหนดการต่างๆ
-การหาข่าวจากวันสำคัญๆที่ต้องรำลึก หรือปฏิทินข่าวง่ายๆจากวิกิพีเดีย
-การหาข่าวภาคสนาม เช่น กิจกรรมชุมนุม ประชุม สัมมนา
-การหาข่าวจากเวบข่าวต่างประเทศ
-การหาข่าวจากเวบข่าวในประเทศ และนำไปต่อยอดขยายต่อ
-การหาข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน จากแหล่งต่างๆในโลกอินเตอร์เน็ต
-การสัมภาษณ์บุคคล ทั้งบุคคลสำคัญ และบุคคลในเหตุการณ์ บุคคลแวดล้อม
-การตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวว่าถูกต้องหรือไม่


3.การนำเสนอข่าว
-โดยการนำเสนอเป็นรายงานข่าว แบบที่หนังสือพิมพ์รายวัน หรือเวบไซต์ข่าวนำเสนอ
-โดยการนำเสนอเป็นบทความ บทวิเคราะห์ รายงานแบบสกู๊ป
-การหารูปมาประกอบเรื่องให้ชวนน่าอ่าน
-การนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยวิธีการออกโทรทัศน์ วิทยุ
-การนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านทางSMS

4.การรักษาความลับ(ในกรณีที่ท่านไม่อยากเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ)

5.การทำให้เวบไซต์ หรือเวบบล็อกของท่านติดตลาดมียอดคนอ่านเป็นล้าน หรือสิบล้าน และการหารายได้จากเวบ หรือบล็อกของท่าน

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม-ปกติ 10,000 บาทต่อท่าน แต่งานนี้ฟรีตลอดรายการ พร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม เพียงแต่ท่านควรตั้งใจที่จะนำความรู้จากการฝึกอบรมไปใช้งานจริง เพื่อประโยชน์ต่อฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อประชาชนไทยทั้งมวล และเพื่ออนาคตของลูกหลานของเรา ที่จะต้องไม่ทนเป็นทาสอำมาตยาธิปไตยกันต่อไปเหมือนคนรุ่นเรา

ติดต่อสำรองที่นั่ง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย อีเมล์ freedompress9999@gmail.com ( รับจำนวนไม่เกิน 20 ท่าน )

เกี่ยวกับชมรมฯ:สำหรับชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย เป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักข่าวฝ่ายประชาธิปไตย ที่ยืนหยัดเคียงข้างฝ่ายประชาชน ต่อต้านเผด็จการอำมาตย์ และคัดค้านสื่อกระแสหลักที่มีอคติเอียงเข้าข้างเผด็จการอำมาตย์ ริดรอนทำลายความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายประชาชน

Wednesday, September 2, 2009

กกต.เลื่อนลงมติ 258 ล้านบาท อีก 30 วัน

ที่มา Voice TV



กกต.เลื่อนลงมติ 258 ล้านบาท อีก 30 วัน
เลขาธิการ กกต.แถลงเลื่อนพิจารณากรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์อีก 30 วัน เหตุยังสอบพยานบุคคลและพยานเอกสารไม่ครบ

กต.เลื่อนลงมติ 44 ส.ส.ถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญเป็น 9 ก.ย.

ที่มา Voice TV



กต.เลื่อนลงมติ 44 ส.ส.ถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญเป็น 9 ก.ย.
เนื่องจาก กกต.ไม่ครบ 5 คนเพราะนายสมชัย จึงประเสริฐ ลาป่วย อีกทั้งต้องพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งเร่งด่วนกว่า

กองทัพพร้อม เคลื่อนทัพ รับมือเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_30471

กองทัพพร้อมเคลื่อนทัพรับมือ “ม็อบเสื้อแดง” หาก ครม.ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ระบุการชุมนุม 5 ก.ย.เป็นเป้าลวง กดดันการทำงานของรัฐบาล และจะมีการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยหากเสื้อแดงนัดชุมนุมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลในวันที่ 5 กันยายนนี้ว่า เบื้องต้นที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปตามการสิ้นสุดของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่หากหน่วยงานด้านการข่าวประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า การชุมนุมมีเหตุการณ์วุ่นวาย จะเรียกประชุมประเมินสถานการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในการประกาศใช้ พ.รบ.ความมั่นคงฯ ทั้งนี้การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ต้องผ่านเป็นมติคณะรัฐมนตรี และมอบหมายให้ ศอ.รส. เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามแผนเดิม ซึ่งโครงสร้างและอำนาจการบังคับบัญชายังคงเดิม โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบหลักด้านความมั่นคง

“อย่างไรก็ตาม ศอ.รส. ประเมินว่า หากมีการชุมนุมในวันที่ 5 กันยายนนี้ของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่น่าจะมีความรุนแรง และเชื่อว่าน่าจะเป็นเป้าลวง เพื่อกดดันการทำงานของรัฐบาล แต่อาจจะมีการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ซึ่ง ศอ.รส. มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่หากรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง”โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

ไม่แตกต่าง!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ไหนว่าเป็น รัฐบาลประชาธิปไตย...จะไม่ปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน? ไม่ควบคุมและแทรกแซงสื่อสารมวลชน?แต่ตลอดช่วงเวลา 7-8 เดือน ในการเข้าบริหารประเทศของ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีเลยหรือครับที่รัฐบาลจะไม่ควบคุมหรือแทรกแซงสื่อ?เข้ามาบริหารประเทศได้ไม่กี่ 10 วัน คุณสาทิตย์วงศ์หนองเตย ก็ใช้ความเป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสื่อของรัฐ จัดการเปลี่ยนแปลง ตราสัญลักษณ์หรือ “โลโก้” ของช่อง NBT กรมประชาสัมพันธ์เป็นตรา “หอยสังข์ม่วง”ตรงนี้ยังไม่ถือเป็นการแทรกแซงสื่อฯ หรอกนะครับแต่มันเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นชัดว่า...ถ้านักการเมืองต้องการอะไร...ก็ต้องได้!จึงมีความน่ากลัว...ปนน่าขยะแขยง!!!เพราะไม่กี่เดือนจากนั้น...ก็มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ “ช่องหอยสังข์” จากฝ่ายการเมือง
คงไม่ย้อนไปเล่าข่าวให้ฟังหรอกครับว่า...ใครเป็นคนสั่งเปลี่ยนทั้ง ผอ.ช่อง 11 และ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เปลี่ยนจากใครเป็นใคร? ไม่อยากจำและไม่คิดจะโทษ“คนใหม่” ซึ่งเข้ามาแทนที่ “คนเก่า”แต่ที่ผมติดใจ คือ คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่เคยบอกคล้ายๆ กับประโยคข้างต้น...ก่อนหน้านี้ ช่วงที่

สถานการณ์บ้านเมือง...ยังคงชุลมุนชุลเกกับปรากฏการณ์ “สงกรานต์เลือด” ข่าวการ“ปะทะ” กันระหว่าง “พวกเสื้อแดง” กับ “เสื้อน้ำเงิน”และ “ฝ่ายความมั่นคง” รวมถึง ข่าวการ “สลาย”การชุมนุมของ “คนเสื้อแดง”คนไทย...แทบไม่มีโอกาสได้ดูจากทีวีของเมืองไทยเลยยกเว้น! จะไปเปิดดูเอาจาก สถานีโทรทัศน์ต่างประเทศหรือไม่ก็ต้องดูเอาจาก “ทีวีออนไลน์” ที่มีสำนักงานในต่างแดนล่าสุด กับข่าวที่สร้างความฮือฮาสุดๆ สอดรับกับสถานการณ์การเมืองและบ้านเมืองมากที่สุด ก็คือข่าวยุบสภา ที่คุณอภิสิทธิ์ไปพูดระหว่างการบรรยายให้นักศึกษาหลักสูตร “พัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง” ของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ฟัง...เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาครั้งนั้นมีการ “ปิดกั้น” ไม่ให้ “สื่อมวลชน” เข้ารับฟังและร่วมทำข่าว ด้วยเหตุที่ คุณอภิสิทธิ์ บอกเองว่า...“ถ้าเปิดให้ฟังจะยิ่งกว่านี้อีก!”ครับ! การ ปิดกั้น ไม่ให้สื่อมวลชนไปรับฟังและทำข่าวมันก็เหมือนกับ ปิดกั้น การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนนั่นแหละครับเพราะหน้าที่และภารกิจของ สื่อมวลชน ก็คือนำข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้องไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนแต่เมื่อ สื่อมวลชน มิอาจจะทำหน้าที่ของตัวเองได้เพราะถูก ปิดกั้น! จากรัฐบาล...ประชาชน ก็ต้องถูก ปิดกั้นไปโดยปริยายเพื่อนๆ สื่อในสังกัด สื่อของรัฐ บอกตรงกัน!ไม่เคยมียุคไหน? ที่จะถูกควบคุมและโดนแทรกแซงเหมือนยุคนี้...แทบไม่ต่างจาก รัฐบาลเผด็จการทหารเมื่อครั้งอดีตเลย!!! ■

คับบ้านคับเมือง

ที่มา บางกอกทูเดย์

มนุษย์เรานี้ก็แปลก...สวมหมวก ใส่เครื่องแบบก็คิดว่าตน คือ “ผู้ยิ่งใหญ่” กลายเป็นผู้มีอำนาจบารมี ต้องให้บุคคลอื่นเกรงอกเกรงใจ “ยกมือไหว้”ที่พูดถึงนี้...หมายถึง “เฉพาะบางบุคคล”ไม่ได้เหมารวมเสียทั้งหมด...แต่สุภาษิตไทยกล่าวไว้ “ปลาเน่าตัวเดียว...เหม็นหมดทั้งข้อง”ตั้งแต่ “ผู้บังคับบัญชา” ไปจนถึง “ผู้ใต้บังคับบัญชา” หากพวกท่านไม่ยึดหลักความถูกต้อง เหมาะสมและโปร่งใสในหน้าที่วิชาชีพประเทศชาติคงเดินหน้าสู่ “ความหายนะ”เพราะที่พึ่งของประชาชนกลับกลายเป็น“ทรชน” ที่ไม่คิดปฏิบัติดีต่อบ้านเมือง...ทำตัวกร่างคุกคาม “ให้โทษ” ประชาชนสวมบท “กุ๊ย” เสมือนเอาพวก “คนถ่อย”ไม่รู้จักกาลเทศะขึ้นทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและเป็นผู้ให้บริการประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ความรู้สึกไม่ดีเมื่อต้องเห็นประชาชนตกเป็น “เบี้ยล่าง” ซึ่งเป็น “สาเหตุสำคัญ” ที่ทำให้ประเทศชาติเกิดการแบ่งแยก...ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเฉกเช่น “สิบโท” ชื่อย่อ ป.ปลา สังกัดร.152 พัน 3 ค่ายสมเด็จพระศรีสุริโย

ทัยหนองแกง อ.หัวหินนายทหารหนุ่มที่หลงใหล เยาวชนหญิงข้างห้องจนเกินงาม...ตามราวีระราน พูดจา“หมิ่นประมาท” ไม่ให้เกียรติหลายครั้งหลายหนทำตัวเป็น “ชีเปลือย” ขาดซึ่งความเป็น“สุภาพบุรุษ” ไม่สมกับเป็นนายทหารที่สวมเครื่องแบบเต็มยศอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่า เยาวชนหญิง จะกลับบ้านหรือออกไปโรงเรียน...ทหารหนุ่มจะ “ตามตื๊อ” จนพ่อของเธอต้องไปขอร้องให้ “หยุดคุกคาม”ลูกสาวตนแต่ไร้ผล...กลับมีเรื่องมีราว “ชกต่อย” กับพ่อเยาวชน ซึ่งเป็นทหารชุดเขียว “สีเลือดเดียวกัน”ถึงขั้น “สุดทน” มารดาผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความ แต่ไม่วายโดย “กมลสันดาน” สิบโทผู้นี้ที่ยังคง “ทำตัวกร่าง”อ้างรู้จักนายใหญ่...จะทำอะไรก็ย่อมได้!เรื่องนี้ต้องฝากไปถึง “พ.ต.ท.อุดม ใจนุ่ม”พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ลองตรวจสอบข้อมูลเรื่องราว “เขียวกร่าง” นั้นจริงเท็จเป็นเช่นไรที่คิดได้...สิบโทผู้นี้เป็นคน “นครศรีธรรมราช”กำลังจะขอย้ายกลับไปนครศรีฯ หากไม่ “ลงโทษ”กำราบให้หลาบจำ...เชื้อบ้าของคนบ้ามันจะแพร่พันธุ์ไปทุกพื้นที่บ้านนี้เมืองนี้มีแต่ “ผู้ยิ่งใหญ่” ครับท่าน! ■

เพื่อแผ่นดิน

ที่มา บางกอกทูเดย์

เพื่อรักษาไว้..ซึ่งบุคลากรของประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถานะรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเพื่อการสร้างสมานฉันท์ของประชาชนคนไทยในชาติในราชอาณาจักรแห่งนี้เพื่อสัมพันธไมตรีอันดีกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อบรรเทาความอึดอัดใจของมิตรประเทศทั้งหลายทั้งไกลและใกล้..จากการไล่ล่าที่ไร้ประสิทธิภาพและปราศจากประสิทธิผล กับอดีตนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยที่สูญเสีย
อำนาจจากการถูกปฏิวัติรัฐประหารเพื่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อแก้ไขปัญหาการลงทุนของคนไทยในประเทศไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคนต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทยเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวโลก ที่จะเดินทางเข้ามาพักผ่อนและท่องเที่ยวในราชอาณาจักรไทยเพื่อยุติบทบาทอันแสลงใจที่ประเทศไทยกระทำต่อประเทศพม่าจนประเทศนั้นต้องตักเตือน..โดยการระงับการส่งแก๊สเข้ามาทำไฟฟ้าใน

ประเทศไทย จนเกิดความเสียหายมหึมาเพื่อให้ไทยและกัมพูชา..สามารถหาผลประโยชน์จากปราสาทพระวิหารไปพร้อมๆ กันและยุติการบาดเจ็บล้มตายระหว่างทหารในชายแดนทั้งสองเพื่อบรรเทาเหตุร้ายใน 3 ที่กำลังจะเป็น 4 จังหวัดภาคใต้..ที่อาศัยความอ่อนแอของการเมืองในเมืองหลวงโหมโจมตีหนัก เพื่อการแบ่งราชอาณาจักรออกจากกันและสถาปนาประเทศใหม่..เพื่อกำราบปราบปรามการแพร่หลายของยาเสพติด..ที่กำลังระบาดอย่างหนัก..อันเนื่องมาจากประชาชนขาดขวัญและกำลังใจในการประกอบวิชาชีพ..และแก้ไขความยากจนส่วนตนโดยการรับจ้าง..ค้า และลำเลียงยาเสพติดเข้ามาสู่ประเทศและแหล่งขายเพื่อดำรงไว้ซึ่งศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันตุลาการ..เพื่อความรักใคร่สมานฉันท์กันในหมู่ราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..บุคลากรระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ..และดำรงไว้ซึ่งภาระหน้าที่ของชายไทย..ในการเป็นทหารฯพณฯ นายกรัฐมนตรี..ต้องลาออก ■

ตอดนิด - ตอดหน่อย

ที่มา บางกอกทูเดย์

พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์หรือพื้นที่เหตุการณ์ปกติอุตส่าห์ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประกาศให้พื้นที่ในเขตดุสิตเป็น พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์เหตุที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็ตามสูตรสำเร็จ อาจมีมือที่สามมาก่อเหตุ ซึ่งทำให้เหตุการณ์วุ่นวายลุกลามใหญ่โตได้เอาเข้าจริงกลุ่มเสื้อแดงเกิดไม่มาตามนัดเอาดื้อๆพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ ก็กลายเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ปกติครับผม!! ไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนหน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บ!!เรื่องตื้นๆ ง่ายๆ แค่นี้หน่วยงานด้านการข่าว ยังเจาะไม่แจ้ง แทงไม่ตลอดถึงว่าสิ!! ถ้ารู้จริงว่ามีมือที่สาม ป่านนี้คงจัดการกับมือที่สามไปเรียบร้อยแล้วเต้าข่าวต้มเจ้านายหรือเต้าข่าวแหกตาประชาชนเล่นหรือเปล่าไม่ทราบ??แต่ที่ทราบแน่ๆ มีมือการข่าวไม่เป็นสับปะรดขลุ่ยแบบนี้ สู้ไม่มีเสียดีกว่ามั้ง??
✮✮✮✮✮✮✮✮
ถ้าดีจริง ทำทั้งประเทศไปเลย!!
ช่างเป็นความคิดที่เลิศล้ำสุดแสนจะวิเศษจริงๆกับการที่ “มาร์คหน้าใส” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง แทบล้นมือแบบสุดๆแถมออกข้อกำหนดตามมาตรา 18 ให้อำนาจเพิ่มอีกมากมาย อะไรมันจะใหญ่โตกันปานนั้นครั้นพอกลุ่มเสื้อแดงเลื่อนการชุมนุม ก็เหมือนได้ทีขี่แพะไล่!! เกทับบลัฟแหลกเหตุที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่มาตามนัด คงเพราะไม่อยากชุมนุมให้ถูกต้องตามกฎหมายก็กฎหมายพิเศษแบบนี้ ใครๆ เขาก็เกรงกลัวกันทั้งนั้นแหละหากเป็นคนเสื้อเหลืองก็อยากรู้เหมือนกันว่า พ่อ “มาร์คหน้าใส” จะกล้าทำอย่างนี้ไหม??
✮✮✮✮✮✮✮✮
เดินมาถูกทางแล้ว??
การแก้ไขเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนก็ล้วนราคาคุย บอกเดินมาถูกทางแล้วทั้งนั้น!!สมัยรัฐบาลเขายายเที่ยง สิงห์หน้าจิต พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ออกมาจำนรรจาจ๊ะจ๊ารายวัน รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วพอมารัฐบาลเทพอุ้มสมของ “สุดหล่อ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลก็เดินมาถูกทางอีกแล้วเช่นกันก็คงเดินมาถูกทางปืน ถูกทางระเบิด มากกว่ามั้ง บาดเจ็บล้มตายถึงไม่ว่างเว้นเก่งแต่ปากอย่างเดียว บางครั้งก็แก้ปัญหาไม่ได้นะ??
✮✮✮✮✮✮✮✮
โอษฐ์ครองพิภพมากกว่ามั้ง??
พลันที่ “เหลิมดาวเทียม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยออกมาวิเคราะห์วิจารณ์กรณีคลิปเสียงของ “หนุ่มมาร์ค” อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ว่าอาจเป็นการร่วมด้วยช่วยกันหลายฝ่าย ในรูปแบบที่อาชีวะเขาเรียกกันว่า สหบาทา หรือ รุมตื้บเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัว “หนุ่มมาร์ค” ก็ออกมาโต้ทันควัน ไม่ใช่ “สหบาทา” แต่เป็น “หัตถาครองพิภพ” ชื่อเหมือนละครดังหลังข่าวที่มือมากมายมาร่วมอุ้มชู “หนุ่มมาร์ค”ก็หัตถาครองพิภพนี้ไม่ใช่หรือ ที่ทำเอาเสียงโหวตใน ก.ต.ช. แพ้ไป 4-5แบบนี้มันน่าจะเป็น “โอษฐ์ครองพิภพ” มากกว่า??
✮✮✮✮✮✮✮✮
เดินหน้าก็เสียพวก ถอยก็เสียเชิง??
แต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ก็คงไม่รีบไม่ร้อน เวลายังเหลืออีกเยอะครั้ง “มาร์คหน้าใส” จะใส่เกียร์คอยเสนอรายชื่อทั้ง “จเรอ๊อด”พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ และ “รองจุ๋ม”พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ให้ ก.ต.ช. เลือกหรือก็กลัวผิดหลักการ แถมเสียงเชิงเสียรังวัดอีกต่างหากครั้งเสนอชื่อเดียวตามที่เคยเสนอไว้หรือก็ให้สุดเสียว เพราะไม่รู้จะรับมือกับทัพหนุนอันแข็งแกร่งของ “รองจุ๋ม” ได้อย่างไร?วันนี้คงทำได้แค่ยื้อซื้อเวลาไปเรื่อยๆ รอเวลาให้ล็อบบี้ยิสต์ได้ทำงานอย่างเต็มที่เดินหน้าได้ถอยหลังเป็น เป็นเรื่องที่นักบริหารเขาเลือกทำกันนะพ่อยกแม่ยกทั้งหลายน่ากระซิบบอกพ่อ “มาร์ค” บ้างก็จะดี?

● ใต้ฟ้า ●

นิยาย 'เคาะกะลา'

ที่มา บางกอกทูเดย์

รวมกันเราอยู่...แยกหมู่เราตายสูตรเด็ดการเมือง...ที่กูรูหลายท่านยกให้เป็นการผสมผสานอันเป็นที่สุดแห่งยุค นั่นคือการจับมือร่วมกันบริหารประเทศระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ประชาธิปัตย์”สองพรรคยิ่งใหญ่ที่มีฐานเสียงครอบคลุมรวมกันเกือบทั่วทั้งประเทศยิ่งช่วงนี้มีกระแสข่าวออกมาหนาหู...จนเป็นที่น่าสงสัยว่าบุคคลใด คือ ผู้ปล่อย “ข่าวเสี้ยม” ในช่วงวิกฤติที่มีการ“ปรับยุทธศาสตร์” แผนการเมืองอย่างยิ่งยวดเรื่องเกมการเมืองสำคัญเช่นนี้ คงไม่มีใครคิดเอามาพูด“เปิดเผย” เพราะต่างฝ่ายต่างต้องแสดงออกซึ่งการไม่ยอมรับและปฏิเสธซึ่งระหว่างงานเลี้ยง พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา...ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถึงกระแสข่าวสูตรรัฐบาล 1 บวก 1 หรือประชาธิปัตย์จับมือกับเพื่อไทย“ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้กล่าวยอมรับหรือปฏิเสธ...เพียงแต่ให้คำตอบว่า “ไม่ได้คุย” เรื่องนี้เช่นเดียวกัน ขณะเดินทางไปหา“พ.ต.ท.ทักษิณ” ที่ประเทศแอฟริกาขณะที่ “คณวัฒน์ วศินสังวร” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ส.ส.ในพรรค มีการคุยกันเรื่องนี้บ้าง แต่ส่วนตัวทราบมาระยะหนึ่งแล้วน้ำกับน้ำมันไม่มีวันรวมกัน แต่หากพูดถึงตรงนี้...ไม่ใช่ว่ารัฐบาล 1 บวก 1 เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะธรรมชาติ “การเมืองไทย” ที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงและผันผวนได้ตลอดเวลาความเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นนิรันดร์...แถมเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีใครคาดเดาหรือคาดคิดความเป็นจริงรัฐบาลที่มี “เสถียรภาพ” ไม่จำเป็นต้องเป็น

พรรคการเมืองใหญ่เพียงพรรคเดียว...จะมีจำนวนเท่าใดสามารถทำได้เพียงแต่การขึ้นมามี “อำนาจ” บริหารประเทศ...ต้องมีความเป็น “เอกภาพ” ไม่มีการแทรกแซงทาง “ใต้ดิน” หรือ“ขัดแข้งขัดขา”ต้องการ “หาประโยชน์” และสร้างความดีความชอบให้กับตนและพวกพ้องในทางที่ผิดเป็นเหตุให้รัฐบาลที่มาจากพลังเสียงประชาชนไม่สามารถเข้ามาบริหารประเทศ โดยมิอาจใช้มันสมอง ความรู้ความสามารถ ได้อย่างเต็มที่แต่เสียงกับความคิดเห็นเรื่องนี้ ย่อมมีทั้งที่ เห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วยกลุ่มเห็นด้วย...กล่าวว่า “จะจับก็ได้” ประโยชน์ก็มีโดยเฉพาะเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ” คงไม่มีข้อครหาอย่างแน่นอน...ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ไม่มีใครว่าเป็น“เกมการเมือง”แต่สิ่งสำคัญ คือ “ประชาธิปัตย์” ต้องกระโดดออกจากตัก “ผู้อุปถัมภ์” หรือเหล่าอมาตย์ ที่อุ้มกระเตง“สลัดทิ้ง” ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นกลุ่มไม่เห็นด้วย...กล่าวว่า อย่าให้จับมือกันอย่างเด็ดขาดเพราะจะเกิด “เผด็จการรัฐสภา” จนไม่สามารถควบคุมกลายเป็นการ “ผูกขาดอำนาจ” เบ็ดเสร็จเด็ดขาดจับมือกันได้เมื่อไหร่...ประชาชนมีแต่จะเสียหาย ระบบการเมืองแบบนี้ให้ผลดีอยู่แล้ว เพราะมีการ “คานอำนาจ”ไว้ตรวจสอบกัน...ไม่ใช่รวมหัวกันเกมการเมือง Impossible is Nothing อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น!ว่าแต่ว่า...นี่คงเป็นกลยุทธ์ของพรรคการเมืองหนึ่งที่เก่งในเรื่อง “เดินเกม” แบบนี้ ซึ่งเป็น “นิยายเคาะกะลา”ให้ทางพรรคร่วม “ภูมิใจไทย” ได้ยินคงไม่มีใครอยากเป็น “หมาหัวเน่า” แต่เรื่อง “ถีบหัวส่ง”เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองและต้องว่ากันต่อไป!

เด่น-ด้อยของ ‘เทพเทือก’

ที่มา บางกอกทูเดย์

นาทีนี้...ไม่มีใครไม่รู้จัก “สุเทพ เทือกสุบรรณ”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง..หรือที่สื่อเรียกกันว่า“เทพเทือก”ก้าวแรกของ “เทพเทือก” บนถนนคนการเมืองคือ “กำนัน” ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา สำหรับก้าวย่างการเติบโตบนเส้นทางการเมือง

แม้ว่าคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ 1 “เทพเทือก”จะไม่ใช่ “นายกรัฐมนตรี”...ทว่าในความเป็นจริงก็รู้กันอยู่ว่า รองนายกฯ คนนี้ไม่ได้ด้อยกว่า “นายกฯ” สักเท่าไหร่?บู๊และบุ๋น!! เพื่อดัน “พรรคประชาธิปัตย์”เป็นแกนนำสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล..จนสำเร็จ..นี่คือผลงานที่ชาวสะตอต้องปรบมือดังๆ ให้เขาผู้จัดการรัฐบาล!!! จึงตกเป็นของ“เทพเทือก” ในขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็คือ นายกฯ เทพประทาน!!! นั่นล่ะ...6 เดือนท่ามกลางความวุ่นวาย!!“เทพเทือก” ต้องวิ่งเต้น หืด จับ เพราะต้องเล่นหลายบทบาท 1. เชื่อมรอยร้าว2. อุดรูรั่ว และ 3. ชดใช้หนี้บุญคุณ...สาละวนจนร่างกายอ่อนเพลีย(มั้ง) ถึงได้ลาพักร้อนสบายใจเฉิบ..การสวมบทบาท “มือประสานสิบทิศ” เป็นบทง่ายแต่จบยากเทกแล้วเทกอีกจนแทบเป็นง่อย...คล้ายว่าผู้เขียนบทไม่เสร็จสมอารมณ์หมาย..แต่ “เทพเทือก”ยังสู้โว้ย! เพราะยังยืนกรานปากหนักว่า รัฐบาลไม่มีรอยร้าวมีแต่รอยรัก..คนในพรรค-นอกพรรค ยังชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้..ว่างั้นเถอะ..เอาวะ!! ช่างแม่งเต๊อะ ถ้า “เทพเทือก” จะเป็นตัวจักรสำคัญในการควบคุมทิศทางการเมืองให้มีเสถียรภาพ เป็นเส้นตรงไม่ใช่เส้นดิ่ง จะด้วยสารพัดกลวิธีก็ไม่ว่ากัน..อย่างไรก็ตาม “เทพเทือก” ต้องไม่ลืมงานในความรับผิดชอบที่แอ่นอก “อาสา” งานนี้พี่เองงานด้านความมั่นคงของประเทศยัง “ติดลบ”“เสื้อแดง” ปฏิบัติการ “กระแทกหน้า” รัฐบาลซะฟันหลอ!!มวลชน “เสื้อแดง” เคลื่อนไหว! ท้าชนรัฐบาลแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน...รัฐบาลเสียหลักขวัญผวาจนถึงทุกวันนี้..มวลชนเสื้อแดงส่งเสียงเมื่อไหร่? รัฐบาลต้องขนกำลังทหาร-ตำรวจ เพียบประจำการ ทำอย่างกับประเทศไทยเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างนั้นล่ะ..การปิดฉากการประชุมอาเซียนที่ จ.ชลบุรี เพราะมวลชนเสื้อแดงบุกไปพังการประชุมในครั้งนั้นกลายเป็นภาพที่ติดลบให้กับรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงอย่างชัดเจน และส่งผลให้มีเสียงเรียกร้องเสนอให้ “ปลด” สุเทพพ้นจากเก้าอี้..หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ “เทพเทือก” เด้งไปดาวอังคารนานแล้ว

เหตุการณ์ความรุนแรงในเดือนเมษายน ก็เหมือนกัน“เทพเทือก” มีสิทธิ์สั่งการตำรวจควบคุมความสงบภายใน แต่กลับไม่มีคำสั่งการใดเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือแม้แต่จะมีพลังห้ามปรามสุดท้ายกลายเป็นสงกรานต์เลือด!!เงินหมด นักท่องเที่ยวหด!!ความรุนแรงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้..ที่ยังเต็มไปด้วยความรุนแรง “ผู้บริสุทธิ์” ยังเป็นเป้านิ่ง ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายยัง “ลอยนวล”เสียงปืนเสียงระเบิดยังดังก้องเขย่าขวัญคนในพื้นที่!สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องภายใต้เวทีของรัฐบาลอภิสิทธิ์..“เทพเทือก” ขุนพลของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคขวัญใจคนใต้..พกตำแหน่งดูแลความมั่นคงในกำมือ ยังมิได้ทำหน้าที่เต็มร้อยแต่เมื่อครั้ง ที่ยังเป็น พรรคฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาเอาไว้ว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในทุกด้าน พร้อมๆ กับสร้างความสงบให้เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานฉะนั้น การสร้างเอกภาพในการจัดการจะต้องมาก่อน...แต่นับจากการยึดอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2549 อำนาจในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ตกอยู่กับกองทัพเกือบ 100%ดังนั้น ภายใต้โครงสร้างของรัฐบาลปัจจุบันที่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณอันมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับกองทัพยิ่งกว่ารัฐบาลประกอบกับพรรคประชาธิปัตย์มิได้มีบทบาทกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ “เทพเทือก” ไม่มีผลงานเกี่ยวกับการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เลย...เพราะบทบาทไปตกอยู่ที่ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3)ดังนั้น ภายใต้งบประมาณด้านการทหารจำนวนมหาศาลพร้อมกับการจัดทัพทุ่มกำลังพลลงไปในพื้นที่มากกว่า50,000 นาย แม้ตัวเลขจำนวนเหตุร้ายลดลง แต่การทุ่มกำลังทหารพร้อมงบประมาณที่ต้องสั่งจ่ายไปอีกจำนวนมาก..ไม่น่าจะเป็นคำตอบของความยั่งยืนและสงบสุขสู่ด้ามขวานอย่างไรก็ตาม ความมั่นคงในการควบคุมของ “เทพเทือก” ภายใต้ข้อจำกัด..ต่างๆ นานาที่ประชาชนไม่ได้รู้เรื่องด้วยความรับผิดชอบของท่าน..ท่านต้องทำให้ดีและมีคำตอบเป็นรูปธรรมสำหรับคนไทย...หลายอย่างล้มเหลวไม่เป็นท่า..วิกฤติไฟใต้นี่ล่ะจะพิสูจน์ตัวท่าน..ว่า ไม่ได้“ด้อย” เป็นเอกลักษณ์.. ■