WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, September 6, 2009

ถอดชนวนผิด จุดตายรัฐบาล

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_31094

วิกฤติเก้าอี้ ผบ.ตร.เขย่าภาวะผู้นำ "อภิสิทธิ์"

ท่ามกลางวิกฤติของประเทศ

ที่เผชิญสารพัดปัญหาประดังประเด ถาโถมเข้าใส่

ทั้งปัญหาวิกฤติการเมือง ความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงในสังคม ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ กระทบถึงปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาด้านสังคม รวมถึงปัญหาความมั่นคง สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาใหญ่ที่รอให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้ามาดำเนินการสะสางแก้ไข

แต่ในขณะที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าคลำทาง หาทางคลี่คลายวิกฤติปัญหาต่างๆที่รุมเร้ากระหน่ำประเทศ

ปรากฏว่าต้องมาเจอกับปัญหาจุดเล็กๆที่เกิดจากสนิมเนื้อในของพรรคประชาธิปัตย์เอง

ส่งผลสะเทือน กลายเป็นวิกฤติสำคัญของรัฐบาล

เป็นปัญหาท้าทายภาวะผู้นำของนายกฯอภิสิทธิ์อย่างรุนแรง

ถึงขั้นที่อาจเป็นปัจจัยก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองกับรัฐบาลชุดนี้ ได้เร็วกว่าวิกฤติปัญหาอื่นๆที่รุมเร้ารัฐบาลอยู่ในขณะนี้

สำหรับปัญหาจุดเล็กๆ แต่ส่งผลสะเทือนรุนแรงที่ว่านั้น ก็คือ

ปัญหาเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้

โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา

นายกฯอภิสิทธิ์ ในฐานะประธาน ก.ต.ช.ได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็น ผบ.ตร. คนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท

แต่ปรากฏว่า ก.ต.ช.ส่วนใหญ่ 5 ต่อ 4 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการเสนอของนายกฯ เพราะเห็นว่าควรเสนอ

ข้อมูลของรอง ผบ.ตร.คนอื่นๆ มาให้ที่ประชุม ก.ต.ช. พิจารณาด้วย

งานนี้เหมือนเป็นการหักหน้านายกฯอภิสิทธิ์กลางที่ประชุม

ภาวะผู้นำถูกเขย่าอย่างแรง

เพราะ "อภิสิทธิ์" เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ต.ช. แต่เมื่อตัดสินใจเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ กลับถูกปฏิเสธ

ฝ่ายที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาแสดงอาการขวางลำ

โดยเฉพาะ ก.ต.ช. 3 ใน 5 เสียงที่คัดค้านการเสนอชื่อของนายกฯ คือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาสายตรง

ภาวะผู้นำของ "อภิสิทธิ์" แทบไม่มีเหลือ

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสาวไปถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการหักลำการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ของนายกฯในที่ประชุม ก.ต.ช.

ก็ปรากฏว่า มาจากสนิมเนื้อในของพรรคประชา-ธิปัตย์เอง

โดยมีการชี้เป้าว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายก-รัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เป็นผู้เดินเกมล็อบบี้แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สนับสนุน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่

จนเป็นเหตุให้เกิดรายการหักหน้านายกฯในที่ประชุม ก.ต.ช.

กระแทกกระเทือนภาวะผู้นำรัฐบาลของ "อภิสิทธิ์" อย่างรุนแรง

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น "ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" จึงขอใช้โอกาสนี้ โฟกัสไปที่ปัญหาภายในของพรรคประ-ชาธิปัตย์

โดยต้องยอมรับว่า ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็มีอาการไม่พอใจออกมาจากแกนนำบางส่วนในพรรค

ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องใช้นายสุเทพเป็นตัวช่วยในการดึงกำลังคนในพรรคให้มาสนับสนุน

นาทีนั้น แม้ทุกคนในพรรคจะมองว่านายอภิสิทธิ์ยังอ่อนบารมี แต่ก็หวังว่าคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เป็นนักการเมืองน้ำดี สามารถที่จะนำพรรคไปได้

ส่วนเรื่องบารมีทางการเมือง ยังมีเวลาบ่มเพาะ

แต่เมื่อเกิดเหตุพลิกขั้วทางการเมือง พรรคประชา-ธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทุกฝ่ายในพรรคก็ต้องยอมรับหลักการที่ว่า

เมื่อเป็นแกนนำรัฐบาล หัวหน้าพรรคก็ต้องขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ

ส่งให้นายอภิสิทธิ์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ขณะเดียวกัน ในเรื่องการประสานงานเจรจาพรรคร่วมฯจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล การเจรจาต่อรองแบ่งกระทรวง แบ่งโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี

เป็นหน้าที่หลักของนายสุเทพ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล

ส่วน "อภิสิทธิ์" มีหน้าที่เป็นนายกฯเพียวๆ

โดยนายสุเทพและแกนนำคนอื่นๆที่ให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ก็หวังกันว่านายกฯอภิสิทธิ์จะเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย

แต่เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาล วางคนลงตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้แกนนำรุ่นอาวุโสในพรรคหลายคนเกิดอาการไม่พอใจการบริหารจัดการของนายสุเทพ

เนื่องจากตัวเอง หรือพรรคพวกในสายของตัวเอง ไม่ได้รับความสำคัญ ไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

ถึงขั้นออกมาโวยวายผ่านสื่อ กระเพื่อมกันไปทั้งพรรค

เพราะไม่สมประโยชน์

ต้องเคลียร์กันหลายยก กว่าจะรักษาอาการให้อยู่ในความสงบ

แต่ความไม่พอใจของแกนนำรุ่นอาวุโสในพรรค ก็ยัง

คุกรุ่นอยู่ลึกๆภายใน พร้อมที่จะปะทุขึ้นมาได้ตลอดเวลา

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ที่ถูกดันขึ้นมานั่งเก้าอี้นายกฯ ก็อยู่ในอาการที่ต้องรับสภาพ

ปล่อยให้ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล เดินเกมไปตามสะดวก

แต่ด้วยบุคลิกของนักเรียนนอก ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เมืองแม่แบบของระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ประกอบกับเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง

"อภิสิทธิ์" ก็ไม่ได้ยอมไปซะทุกเรื่อง

โดยเฉพาะในเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ที่สถานการณ์มาถึงวันนี้ นายอภิสิทธิ์ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป

ในขณะที่นายสุเทพ และนายนิพนธ์ ก็ยังเดินเกมผลักดัน พล.ต.อ.จุมพล

ล่าสุด ถึงขั้นมีข่าวว่านายนิพนธ์มีการนัดพบหารือกับนายชวรัตน์ และนายวิชัย เพื่อล็อบบี้ให้สนับสนุน พล.ต.อ.จุมพล เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน นายชวรัตน์ให้สัมภาษณ์นักข่าวเกี่ยวกับเรื่องการโหวตเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ในที่ประชุม ก.ต.ช. ครั้งต่อไปว่า

เรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ขึ้นอยู่กับนายสุเทพและนายนิพนธ์ ถ้านายสุเทพและนายนิพนธ์เสนอใครก็จะทำตาม

พร้อมเน้นย้ำ จะยึดแนวทางของนายสุเทพและนายนิพนธ์ เป็นหลัก

ปรากฏการณ์ตรงนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เป็นปัญหาที่เกิดจากสนิมเนื้อในของพรรคประชาธิปัตย์เอง

นายกฯไปทางหนึ่ง ผู้จัดการใหญ่รัฐบาลกับเลขา-ธิการนายกฯ ไปอีกทางหนึ่ง

กลายเป็นปัญหาขัดแย้งภายในรัฐบาล แกนนำในพรรคประชาธิปัตย์หักดิบกันเอง ลุกลามไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล

ส่งผลให้ความร่วมไม้ร่วมมือและปฏิสัมพันธ์ในองคาพยพของรัฐบาล เกิดอาการปริร้าวรุนแรง

กระทบไปถึงการเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติต่างๆของประเทศ

ทั้งปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาวิกฤติการเมือง ความแตกแยกของสังคม ปัญหาความมั่นคง สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมไปถึงปัญหาที่กระทบไปถึงสถาบันเบื้องสูง

เพราะเมื่อภาวะผู้นำของนายกฯโดนทำลายจากกรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ความเชื่อมั่นต่อนายกฯในการสั่งการหน่วยราชการต่างๆ ก็หายไปหมด

ทำให้เกิดคำถามจากผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทยตามมามากมายว่า

นายกฯอภิสิทธิ์มีอำนาจสั่งการบริหารราชการประเทศ

จริงหรือไม่ เป็นแค่หุ่นเชิดหรือเปล่า และใครกันแน่ที่มีอำนาจตัวจริง

ประเด็นเหล่านี้ไม่เพียงบั่นทอนความเชื่อมั่นของ "อภิสิทธิ์" เท่านั้น

แต่ยังเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นประเทศไทยด้วย

เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าพรรคประชา-ธิปัตย์เท่านั้น แต่เป็นผู้นำรัฐบาลไทย

ขณะเดียวกัน นายสุเทพ และนายนิพนธ์ ในฐานะที่คนหนึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่รัฐบาล อีกคนหนึ่งเป็นเลขาธิการนายกฯ ก็ต้องตอบคำถามสังคมเหมือนกันว่า

เมื่อยอมรับนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำรัฐบาล ควรที่จะต้องยอมรับการตัดสินใจของนายกฯหรือไม่

ถ้าไม่ยอมรับ ก็ควรปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคไปเลย

อย่างไรก็ตาม เรื่องการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ยังไม่จบ เพราะนายกฯอภิสิทธิ์ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ พล.ต.อ. ปทีป อีกครั้ง ในการประชุม ก.ต.ช.คราวหน้า

งานนี้ ถ้า "ผ่าน" ถือว่านายกฯอภิสิทธิ์สามารถกู้สภาวะความเป็นผู้นำกลับคืนมาได้บ้าง

แค่ถ้า "ไม่ผ่าน" ก็คงต้องนำไปสู่การตัดสินใจ ทางการเมืองของนายกฯที่ไร้สภาวะผู้นำ

โดยนายกฯอภิสิทธิ์มีทางเลือกในระบอบประชา-ธิปไตย 3 ทางเลือก คือ

ปรับ ครม. ลาออก หรือยุบสภา

ทางเลือกแรก ปรับ ครม. คงไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะต้นเหตุเกิดจากสนิมเนื้อใน

ทางเลือกที่สอง ลาออก เพื่อเปิดทางให้เลือกนายกฯกันใหม่ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้

แต่ทางเลือกสุดท้าย ยุบสภา ถือว่ามีแนวโน้มสูง

เพราะถ้า "อภิสิทธิ์" จบ "ประชาธิปัตย์" ก็จบ.

"ทีมการเมือง"

เพื่อไทยเตรียมแจ้งจับกอร์ปศักดิ์-ประโภชฌ์ 7 กย.นี้

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_31250

เพื่อไทยกัดไม่ปล่อยทุจริตชุมชนพอเพียง เตรียมแจ้งความดำเนินคดี “กอร์ปศักดิ์-สุมิท-ประโภชฌ์” ต่อกองปราบปราม และดีเอสไอ 7 ก.ย. แถมบี้ตำรวจดำเนินคดี "สุรยุทธ์" คดีรุกป่าเขายายเที่ยง..

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงปัญหาการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงว่า การที่พรรคลงมติขับ ส.ข. และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ 4 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการดังกล่าวถือว่ายังไม่เพียงพอ เพราะถือว่ากระทำความผิดสำเร็จแล้ว ล่าสุด จากการลงตรวจสอบพื้นที่ในหมู่บ้านบางขันหมาก จ.ลพบุรี พบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น โดยหมู่บ้านได้ขอโครงการประปาหมู่บ้าน แต่กลับได้รับอนุมัติตู้ผลิตน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และตู้ผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจะนำผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ในฐานะอดีตประธานโครงการ และประธานอนุกรรมการโครงการชุมชนพอเพียง นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สำนักชุมชนพอเพียง และนายประโภชฌ์ สภาวสุ อดีตรอง ผอ.สำนักชุมชนพอเพียง ซึ่งทั้งสามคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการต่างๆ จึงต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยจะไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม ในวันที่ 7 ก.ย.เวลา 09.30 น. จากนั้นจะไปแจ้งต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ให้ดำเนินการต่อไป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผลสอบกรณีการครอบครองที่ดินบนเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา ว่า เป็นพื้นที่อนุรักษ์โซนซี ห้ามมีการปลูกสร้างใดๆ และให้ดำเนินคดีกับชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ดังกล่าว ยกเว้น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ยังไม่ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทราบว่า จะมีการถอนคดีออกไปนั้น อยากเตือนพนักงานสอบสวนว่า หากปล่อยให้อำนาจนอกเหนือกฎหมายมีอิทธิพลต่อการทำงานในหน้าที่ ทำงานสองมาตรฐาน จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 30 วัน ในการดูความคืบหน้าเรื่องนี้ หากไม่มีความคืบหน้าจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน และยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.สุรยุทธ์ ถ้ายังมีศักดิ์ศรีความเป็นอดีตนายกฯ ต้องลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

'อภิสิทธิ์' เตรียมขอเปิดสองสภา อภิปรายแก้ รธน.

ที่มา ประชาไท

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอ ครม. ในการประชุมวันที่ 8 กันยายนนี้เพื่อขอเปิดประชุมร่วมสองสภา อภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยันยังไงก็ต้องแก้ เลี่ยงไม่ได้ แต่การพัฒนาประชาธิปไตยไม่ใช่แค่แก้กฎหมายอย่างเดียว ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและวัฒนธรรมการเมืองของทุกฝ่ายด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาเมื่อวันเสาร์ 5 กันยายน 2552 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในหัวข้อ "อนาคตประชาธิปไตยไทย" ในงานสังสรรค์คืนสู่เหย้าราตรีประดับดาว ศิษย์เก่าสถาบันพระปกเกล้า โดยระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนหนึ่งว่า ทุกครั้งที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีความตั้งใจดีในการแก้ปัญหาการเมืองในแต่ละช่วง เช่น เมื่อพรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐธรรมนูญหลายฉบับทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เมื่อพรรคการเมืองเข้มแข็ง สภามีอำนาจมาก จนเสียงข้างมากทำในสิ่งไม่ถูกต้อง ก็มีการออกแบบองค์กรอิสระขึ้นมา คือเมื่อมีปัญหาในจุดใดก็แก้ไขในจุดเหล่านั้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนั้นเลี่ยงได้ยาก มันต้องแก้ไข เพราะการแก้ไขเป็นส่วนหนึ่งในสัญลักษณ์ เพราะการรัฐประหารในไทยหลายครั้งแม้ไม่เสียเลือดเนื้อ แต่จะทิ้งร่องรอยบาดแผลสำหรับการเมืองเสมอ ปัจจุบันก็ยังติดยึดบาดแผลของวันที่ 19 กันยายน 2549 ผู้ก่อการก็มีเหตุผลที่สะท้อนมายังนักการเมืองว่าไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนได้ เช่น การทุจริต การแทรกแซงเกินอำนาจ การสร้างความขัดแย้ง ตนคิดว่าถึงวันนี้เมื่อมีความพยายามสร้างความสมานฉันท์โดยสร้างกลไกต่างๆ ข้อเสนอหนึ่งคือการแก้รัฐธรรมนูญนั้น

"เรียนว่าปัจจุบันคณะกรรมการฯ ที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาแต่งตั้งได้รายงานว่าสมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กรรมการชุดนี้ยังไม่มีโอกาสรายงานและรับฟังความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา ดังนั้นวันที่ 8 กันยายน ผมตั้งใจให้คณะรัฐมนตรีหารือเพื่อมีมติขอเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อขออภิปรายทั่วไปในการแก้เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อปูทางไปสู่การชำระสะสางปัญหานี้ ที่ผมขอให้เป็นครั้งสุดท้าย" นายกฯ กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ปัญหาการเมืองในวันนี้และการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคตนั้น ตนไม่ได้คิดว่าแก้ได้ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะเราอาจแก้ไขสิ่งบกพร่องในหลายมาตราได้ แม้จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมอย่างไรนั้น แต่จุดท้าทายคือพฤติกรรมและวัฒนธรรมการเมืองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้มันไม่ง่ายเหมือนแก้กฎหมาย หรือเขียนอักษรบนกระดาษ เพราะหัวใจสำคัญของการก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่จะมีวุฒิภาวะสูงขึ้น คือความสามารถบริหารจัดการความขัดแย้งและความเห็นที่แตกต่างให้ได้

ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนของนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีการเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ประเด็น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าสามารถรวบรวมรายชื่อได้ 1 ใน 5 แล้วหรือยัง อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นสิทธิ์ของ ส.ส.ที่จะสามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการเสนอประเด็นและทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งวันที่ 7 กันยายน จะมีการสรุปความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ 1.พรรคร่วมรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ มาแล้ว และให้ทุกพรรคไปสอบถามมติทุกพรรค ว่าจะให้นายกรัฐมนตรีขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 179 เพื่อนำรายงานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ รวมถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาให้สมาชิกรัฐสภาได้พิจารณา และให้ทุกฝ่ายได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง

นายชินวรณ์กล่าวว่า 2.ให้แต่ละพรรคถามมติของพรรคว่ามีประเด็นอะไรบ้าง เพื่อจะได้นำไปแก้ไขร่วมกัน หากมีประเด็นที่เห็นพ้องต้องกัน พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะต้องร่วมลงชื่อในการเสนอญัตติเพื่อแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เห็นพ้องต้องกัน ส่วนประเด็นใดที่ไม่เห็นพ้องกันก็จะได้มีการทำประชามติ

3.หากจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ก็สามารถดำเนินการได้โดยการขอเข้าชื่อเสนอญัตติเพื่อขอแก้ไขเฉพาะมาตรา 291 เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาพิจารณาเฉพาะ 6 ประเด็นดังกล่าว และเสนอให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาต่อไป ซึ่งคิดว่าเรื่องดังกล่าวจะได้ข้อยุติในวันจันทร์ที่ 7 กันยายนนี้ เพื่อกำหนดทิศทางและกรอบเวลาในการดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้ข้อสรุปเกรงหรือไม่ว่าจะมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยคัดค้านเรื่องดังกล่าว ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญเมื่อพิจารณาลงไปในแต่ละประเด็น ก็พบว่ามีบางส่วนของสมาชิกรัฐสภาที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในบางประเด็น ขณะเดียวกันนักการเมืองก็คิดแต่แก้ประเด็นที่เป็นประโยนช์ของนักการเมืองอย่างเดียว จึงทำให้มีข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องคิดให้สุกงอม หากว่าต้องการแก้ไขจริงก็จะต้องอาศัยเสียงของสมาชิกรัฐสภาร่วมกัน เฉพาะลำพังพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเดียวเสียงคงไม่พอ ดังนั้นต้องเสนอในสิ่งที่เป็นไปได้หากจะร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ และก็ต้องยอมรับความเป็นจริง 2 เรื่องคือ

1.ว่าเมื่อไหร่มีการเปิดประเด็นแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องเปิดกว้าง ให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็น หรือสร้างแรงกดดันในข้อเรียกร้องที่กลุ่มนั้นๆ มีความประสงค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องรับทราบ 2.หากมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ควรที่จะมีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งต่อไป

ถามว่าจะมีแนวทางอย่างไรให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม นายชินวรณ์กล่าวว่า เราสามารถกำหนดได้แต่เฉพาะพรรคร่วม ส่วนในประเด็นที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องแก้ไขคือ มาตรา 190, 265, 266 ส่วนประเด็นอื่นๆ ยังมีข้อคิดเห็นที่ต่างกัน ทั้งในการเมืองและพรรคร่วม เช่น ประเด็นเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ก็มีหลายฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะฝ่ายที่เห็นด้วยก็ให้เหตุผลว่าเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีสิทธิ์เลือกเท่าเทียมกัน ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่าสถานการณ์ทางการเมือง ณ ขณะนี้ เราต้องการความสมานฉันท์ เพราะการเลือกแบบเขตใหญ่ จะทำให้ไม่เกิดการปะทะกันและทำให้การซื้อเสียงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

ที่มา : เว็บไซต์ไทยโพสต์

ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่12):มืดจริงหนอสถาบันอันกว้างขวาง มหาลัยใหญ่โตเหวย

ที่มา Thai E-News


เมื่อขาดโดมเจ้าพระยาท่าพระจันทร์..-ผลงานที่นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนปัจจุบันภาคภูมิใจที่สุดคือการต่อสู้กับพวกคอมฯสมัย6ตุลา19 และการได้ย้ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกไปอยู่รังสิต พ้นวงโคจรการเมืองสำเร็จ

โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกัน
6 กันยายน 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกา"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ซึ่งเคยเขียนซีรีส์ยอดฮิต"ลากไส้สื่อเหี้ย"อันลือลั่น กลับมาอีกครั้งด้วยซีรีส์ชุดใหม่ลากไส้แวดวงNGO,นักวิชาการ,นักสิทธิมนุษยชน,นักกิจกรรมสังคม,นักศิลปิน,นักธุรกิจ,ศาล,องค์กรอิสระ และฝ่ายซ้ายเก่า ซึ่งเขาได้ตีแผ่วงการด้วยสำนวนฮาร์ดคอร์ดิบเถื่อนให้เห็นว่า เพราะเหตุใดแวดวงดังกล่าวจึงได้ผิดเพี้ยนเปลี่ยนจุดยืนมาสนับสนุนขบวนการอำมาตย์ได้อย่างน่าพิศวงอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งไทยอีนิวส์ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และกรุณาตรวจทานแก้ไขก่อนการเผยแพร่เป็นตอนๆ


หลังจากผมยำใหญ่องค์กรซ่อนเงื่อนลึกลับระดับสูงไปแล้ว ก็ขอวกกลับมาหาองค์กรมือตีนทั้งหลายต่อนะครับ จะได้ต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นภาพครบทุกมุมมอง

ไม่งั้นคนก็ไม่เข้าใจว่าตัวละครที่ออกมาโลดแล่นที่ฉากหน้า ไอ้พวกที่ทำตัวดูดีมีวิชา บริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งหลาย หลังฉากนี่มันเหี้ยกันยังไงมั่ง

ผมก็ขอแวะเข้าแวดวงวิชาการสถาบันการศึกษาทั้งหลายซะหน่อย คงจะมุ่งไปที่ไอ่พวกอธิการบ่ดีก่อนหละกัน ก็คงพูดถึงหัวหน้าโจร เอ๊ย!แกนนำอธิการ ทปอ.อะไรนี่ก่อน

คือคนมักให้ค่าแวดวงวิชาการตรงความขลังของคำว่า" วิชาการ" แปลว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองไย ไม่มีนอกมีใน ไร้การเมือง...

ซึ่งคนในวงกามได้ยินแค่นี้ก็อ้วกแตกกันเป็นแถบแหละครับ

พอขาดโดม เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ ก็ขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม

เมื่อไวๆนี้นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกตำแหน่ง ได้ไปงานรวมศิษย์เก่าวชิราวุธ แล้วก็เล่าเรื่องที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขา

นั่นก็คือผลงานเรื่องย้ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปที่รังสิต เมื่อได้มานั่งเป็นนายกสภามหาลัยธรรมศาสตร์ และเรื่องที่เขาต่อสู้กับพวกคอมมิวนิสต์ที่อยู่ตามป่าเขามาอย่างสาหัสสากรรจ์ โดยเฉพาะช่วง 6 ตุลา 2519 และทุกวันนี้ก็ยังต่อสู้อยู่ ยังจำได้ดีว่าเพื่อนสนิทของเขาเคยโดนสุรชัย แซ่ด่านเอาปืนจ่อหัว

นี่เป็นเรื่องย้อนแย้งอันร้ายกาจอย่างหนึ่งของประเทศไทยแหละครับ คือสมัย 6 ตุลาคม 2519 หรือก่อนหน้านั้นคือยุค 14 ตุลาคม ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ที่ได้ชื่อว่า"มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว"เป็นแหล่งรวมศูนย์ของนักกิจกรรมนักศึกษา ปัญญาชน ชาวนา กรรมกร มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรม จนจบลงด้วยการสังหารหมู่โดยฝ่ายขวาในวันที่ 6 ตุลาคม 2519

มาวันนี้ฝ่ายขวาสุดโต่งอย่างสุเมธได้เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีอำนาจสูงสุดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แล้วย้ายธรรมศาสตร์ไปไกลๆวงโคจรการเมือง ตัดกำลังของฝ่ายประชาธิปไตยลงจนอ่อนเปลี้ย ซ้ำมิหนำยังใช้มือตีนอย่างอธิการบดีกระทืบฝ่ายประชาธิปไตยมาหลายดอก และทำตนเป็นสมุนบริวารเผด็จการอำมาตย์เค็มคราบซะงั้น

โฉมหน้ากรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยุค"ธรรมศาสตร์เปี๊ยนไป๋!"

#สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้มีอำนาจแต่งตั้งอธิการบดี

#ประเวศ วะสี กรรมการสภามหาวิทยาลัย

#สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีธรรมศาสตร์ และอุปนายกสภามหาวิทยาลัย

#ชวน หลีกภัย ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาธิปัตย์

#นรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการ50

#สมคิด เลิศไพฑูรย์ มือเขียนรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ50

#เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เจ้าของทฤษฎี2นคราประชาธิปไตย


อย่างที่ผมได้เกริ่นไปนะครับ คือคนมักให้ค่าแวดวงวิชาการตรงความขลังของคำว่า" วิชาการ" แปลว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองไย ไม่มีนอกมีใน ไร้การเมือง...

ซึ่งคนในวงกามได้ยินแค่นี้ก็อ้วกแตกกันเป็นแถบแหละครับ

เพราะในแวดวงราชการของประเทศนี้ อะไรที่เป็น"การเมือง"ที่สุดของที่สุดนี่ไม่พ้นวงกามอาจารย์มหาทะลัย เล่นกันตั้งแต่การเมืองภายในไม่พอ มาลากข้างนอกเข้าไปป่วนในมหาลัยอีกต่างหาก แล้วก็สร้างคอนเน็คชั่นกันวุ่นวายไปทั้งวงการการเมือง ตำรวจ ทหาร ศาล และแวดวงอำมาตย์ระดับสูง

ตำแหน่งแห่งหนอย่างอธิการบดีนี่บางมหาลัยก็เลือกกัน ให้คนในมหาลัยนั่นแหละทั้งอาจารย์ ข้าราชการ ลูกจ้าง นักศึกษาไปยันยามและคนรถเลือก ปัญหาที่ตามมาก็คือเล่นการเมืองภายในกันชิบหาย เตะตัดขา เลื่อยเก้าอี้ วางยา ออกใบปลิวด่ากันตามห้องน้ำ บางรายก็ขี้ไปปากัน เรื่องที่เล่นกันก็ตั้งแต่การบริหารไปยันว่าใครมีเมียน้อยอยู่ที่ไหน ชอบให้นักศึกษาปริญญาโทพาไปตีหม้อแลกเกรดที่ไหน ไปลงอ่างที่ไหน พาไปตีกอล์ฟ พาไปทัวร์เมืองนอกแลกเกรดกันยังไง...เน่าชิบหาย

บางมหาลัยก็ไม่อยากให้เน่ายังงั้นก็เอาแบบว่า อย่าเลือกตั้งเลยวะ พวกเราปัญญาชนจะให้ยามกับคนขับรถมาเลือก แล้วต้องไปยกมือไหว้นักศึกษานี่แม่งทุเรศ เอาวิธีสรรหาก็แล้วกัน คือมีชื่อขึ้นไปให้สภามหาลัยเลือก

อย่างธรรมศาสตร์นี่ตำแหน่งทั่นอธิการก็ให้สภามหาลัยแต่งตั้ง โดยสภามหาลัยนี่ก็มีดร. สุเมธ เฟอรารี่ ณ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นนายกสภา ก็เลือกสุรพลนี่มาเป็นอธิการบ่ดี

ตำแหน่งนายกสภามหาลัยธรรมศาสตร์นี่ เป็นตำแหน่งที่ต้องได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจในการดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและถอดถอนอธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ คณบดี รองคณบดี หัวหน้าแผนกอิสระ รองหัวหน้าแผนกอิสระ ผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ หัวหน้าหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ( ลิ้งค์ )

ดังนั้นท่านผู้อ่านคงไม่แปลกใจว่า ทำไมตอนแป๊ะลิ้มเริ่มต้นก่อตัวม็อบไล่เหลี่ยมมันถึงได้ไปเริ่มต้นที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ และตอนก่อนรัฐประหาร19กันยามันยกพวกมาม็อบปิดเกมที่นี่ใช้สัญลักษณ์"สี"อย่างออกนอกหน้า บอกว่า"ฟ้าเปิด"กันโจ่งครึ่งก็ที่นี่ เพราะพวกพันธมิตรมันได้รับความอนุเคราะห์ทั้งจากท่านอธิการบ่ดี และท่านนายกสภามหาเวรตะไลกันด้วยดีนี่แหละ

จะไล่เหลี่ยมมาตรา7ก็เลยเป็นคิวสุรพล รัฐประหารสำเร็จก็ต้องเอาสุรพลไปนั่งเป็นสภานิติบัญญัติเพราะแกเก่งกฎหมาย เลือกตั้งเสร็จแทนที่จะได้พวกที่อำมาตย์อยากให้เป็น คนดันไปเลือกพรรคพวกเหลี่ยมเข้ามาอีก อธิการบ่ดีสุรพลก็ต้องประชุมทปอ.ไล่สมัคร สมชาย บอกว่าอย่ารังแกม็อบพันธมิตร

วันดีคืนร้ายพวกพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ สุรพลก็ไปจับมือกับป๊อกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกแถลงข่าวให้รัฐบาลยุบสภาแก้ปัญหา อ้าว!ไอ่ชิบหาย แทนที่จะเร่งดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายปิดสนามบิน รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไอ่ป๊อกก็ไม่ยอมทำเหียกอะไรซักอย่าง

วันดีคืนดีสุรพลแกก็ไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยเกษตรมั่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีทบวงมหาทะไลมั่ง เป็นที่ปรึกษานายกฯมั่ง แต่สมัยเหลี่ยมนี่แม่งไม่ยอมใช้แกเป็นเหี้ยอะไรซักเก้าอี้เลย มันน่ามั๊ย...

ตำแหน่งอธิการเป็นมาแล้วได้อะไรมั่ง ก็ไม่ต้องเซดนะฮะ ผลประโยชน์โคตรๆทั้งนั้น คุมคนคุมงบประมาณ คุมโครงการรับเหมาก่อสร้างเป็นพันเป็นหมื่นล้านอย่างสนามกีฬาเอเชียนเกมส์ที่รังสิตงี้ แล้วไหนจะแคมปัสต่างจังหวัดอีก โครงการปริญญาโทภาคพิเศษ โครงการธรรมศาสตร์อินเตอร์ แม่งเงินทั้งนั้นเลยสัดดเอ๊ย

เรื่องของเรื่องมันก็งี้แหละครับท่านสารวัตร โดยเฉพาะการเมืองกับมหาทะลัยธรรมศาสตร์ก็เป็นงี้ สมัยดร.ปรีดีตั้งมาก็หาคนเข้าไปดูแล ก็เอาตรงนี้เป็นฐานกู้ชาติสมัยเสรีไทย แม้แต่ตอนจะทำปฏิวัติ26ก.พ.92ก็ได้ฐานลูกศิษย์ลูกหานี่แหละลุย พอปรีดีโดนขับไสไล่ส่งไปเขาก็ยึดคืน สมัยถนอมประภาส เข้าใจว่าพวกนายพลใหญ่ๆนี่มาเป็นนายกสภามหาทะลัยเลยมั้ง

ตอนนี้ยุคพอเพียงก็เลยเป็นดร.เมธ เฟอรารี่ ...


#สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ส่วนนิด้านี่ก็เน่าไปอีกแนว ที่นี่มันมหาลัยสอนผู้ใหญ่ใช่มั๊ย พวกผู้หลักผู้ใหญ่ก็แห่ไปเรียน เจ๊แดงเยาวภานี่ก็ไป คุมผัวไปด้วย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ก็ไปเป็นลูกศิษย์คณะรัฐประสาทกับศ. ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ พวกป๊อกล้านอนุพงศ์ เผ่าจินดาก็ไปเรียนโทด้วย ทั้งป๊อกและสมชายเคยเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่านิด้าด้วยกันทั้งคู่

แต่ความซวยของสมชายน้องเขยแม้วที่โดนอธิการบ่ดีสุรพลกับอิการบ่ดีสมบัติออกมาร่วมมือกับป๊อกหัวเถิกออกทีวีไล่ออกตำแหน่งนายกฯ เพราะสมชายกับเจ๊แดงดันเข้าไปเรียนตอนดร. ปรีชา จรุงกิจอนันต์เป็นอธิการNIDA ก็ตามธรรมดา เลยมีการสร้างคอรัปชั่น เอ๊ย!คอนเน็คชั่นกันขึ้น

#ปรีชา จรุงกิจอนันต์

เจ๊แดงกับสมชายก็พาดร.ปรีชาไปทำงานให้ทักษิณ ให้เป็นบอร์ดการท่าอากาศยานอะไรกันไป สนามบินหนองงูเห่าก็ได้แจ้งเกิดกันตอนนี้ ดร.ปรีชาก็มีผลงาน ตอนนั้นศ.ดร.สมบัติก็รอคั่วอยู่ ไม่เห็นแม่งลงซะที กูจะขึ้นมั่ง สมบัติก็ข้ามฟากจากคณะรัดประสาทไปคณะบริหาร(ก็อยู่ตึกเดียวกันนั่นแหละ)บอกว่า เฮ้ย งวดหน้าเอาผมเป็นอธิการนะ เอาปรีชาลง แล้วผมจะให้คณะบริหารได้เป็นรองอธิการดูแลเรื่องเงินทอง อยากสร้างอะไรอยากรับเหมาอะไร อยากเปิดโครงการภาคพิเศษ อยากเปิดอินเตอร์ อยากเปิดมินิเอ็มบีเออะไรหาแดรกกัน เอาไปเลย...

ในนิด้าคณะใหญ่สุดก็รัดประสาท รองลงมาบริหาร จับมือฮั้วกันแค่นี้สมบัติก็ลอยลำ ดร.ปรีชาก็หล่นเก้าอี้ไปตีก๊อฟ ตกเย็นสนามไดร๊ฟ์จะได้ลืมหน้าคนบางคน แต่นึกว่าจะอยู่สุข สมบัตินี่ตามไปล้างชงให้รัฐบาลหลังรัฐประหาร19กันยาตามเล่นบอร์ดการท่าอากาศยานอีกว่าโกง สนธิลิ้มก็มาตีปี๊บว่าสุวรรณภูมิร้าวห่าเหว "ซวยชิบหาย.."อาจารย์ปรีชาบ่น

สมบัตินี่ได้"หมอฟัน"คือเป็นฉายาแก ดร.ทวีศักดิ์ สูทกวาทินอะไรนี่อีกตัวมาช่วย คือแต่ก่อนแกจบปริญญาตรีหมอฟันจุฬา แต่มาเอาดีทำโทเอกทางรัดประสาท แล้วก็เป็นอาจารย์คณะรัดประสาท สมบัติก็ส่งไปสร้างคอรัปชั่น เอ๊ยคอนเน็คชั่นกับพวกทหาร ให้ไปเรียนวปอ. ก็เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับพวกทหารใหญ่ไปสิทีนี้ เวลาจะเคลื่อนไหวให้ท้ายเผด็จการ พันธมิตรแกก็ให้หมอฟันแถลงแม่งที่ตึกรัดประสาท เอาพวกนักศึกษาปริญญาโทที่ไม่รู้จะรอดไม่รอดแหล่ทั้งหลายมายกป้ายเป็นวอลล์เปเปอร์ ใครมามึงก็เอาAไป ใครหลบนี่โทษตายถึงC-

ดูแม่งทำกัน เนียนะสถาบันพัฒนบริหารสาก ไอ่เชี่ย

#ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน

สมบัตินี่ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมฉวยโอกาสมาแต่ไหนแหละ ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ที่แกมีชื่อในประวัติศาสตร์14ตุลาก็เพราะบังเอิญคิวของเลขาศูนย์ปี16มันหมุนเวียนมาที่ม. เกษตร แกก็ได้เป็น พอได้เป็นเลขาศูนย์ก็ไม่มีบทบาทห่าอะไร ก็ได้นักศึกษาติดซุปเปอร์คือจารย์เสกนี่มาเคลื่อนไหว พอจารย์เสกเคลื่อนไหวมาสวนจิตรฯบอกจะไปพึ่งบารมี สมบัติก็ไปตะโกนด่าว่าไอ่เหี้ยเสกมึงจะบุกสวนจิตรระคายเคือง มึงรับแผนคอมฯมา...ดูมันทำ

พอเขาชนะไอ่สมบัติเฮด้วย บอกผลงานกูที่เป็นเลขาศูนย์ ไปที่ไหนแม่งก็โม้ที่นั่น

แล้วก็ไปเข้าหาพวกมีอำนาจนอกระบบ ตั้งแต่ไหนแต่ไร มาวันหนึ่งสมัยจิ๋วใหญ่คับกองทัพ สมบัติก็อาศัยชื่อ14ตุลาไปนัดกินข้าวกับจิ๋วยุให้เป็นนายกฯ ตั้งแต่ยุปฏิวัติไปยันยุตั้งพรรคนั่นแหละ แล้วต่อมายุคหลังๆป๊อกไปเรียนโทด้วยที่คณะรัดประสาท สมบัติก็เกาะป๊อกนี่หาแดรก แล้วก็ทำคอนเน็คชั่นออกมาหน้าจออย่างที่พวกเราเห็นๆกันไป ไปกินตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติเงินเดือนเป็นแสนอะไรกันไป

ทีนี้ใครฟังนักวิชาการมาร แล้วบอกพวกห่านี่บริสุทธิ์ผุดผ่อง เอื้อนออกมาแต่ละทีล้วนแต่ผ่านการกลั่นกรองมองไปที่ผลประโยชน์บ้านเมืองนี่ พวกมึงคิดให้หนัก ไอ่อธิการบ่ดี อาจารย์มหาทะลัยเหี้ยทั้งหลายนี่แหละ...

แสบยิ่งกว่าทิงเจอร์ราดแผลเน่าเลยมึงเอ๊ย


อย่าพลาดซีรีส์สุดมันส์ในชุดนี้ตอนที่ผ่านมา


-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่1):เอ็นโตดี NGO พวกเขาไม่ได้โง่และไม่ได้บ้าแต่ว่าเพี้ยน..
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่2):ยอยศการเมืองภาคประชาชน นาฏกรรมบนลานกว้าง
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่3):ในนามของการหยุดทำร้ายประเทศไทย พวกเขาออกใบอนุญาตฆ่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตย
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่4):NGO-เอ็นโตดี ชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่5):ผลสำรวจเบื้องหลังคนทำโพลล์
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่6):ใครสั่งโค่นเหลี่ยม?
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่7):Conspiracy theoryชู้รักเลดี้แชตเตอร์ลีย์
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่8):ฉากและบางถ้อยคำสำคัญวันยึดอำนาจ
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่9):Between the lineของระบอบเทวดา
-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่10):ตัดหวายอย่าไว้หนามหน่อ ฆ่าพ่ออย่าไว้ลูก
ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน(ตอนที่11):กลุ่มกษัตริย์นิยมกับประชาธิปไตยแบบไท้ยไทย
00000000
บทความเกี่ยวเนื่อง:ซีรีส์สุดมันส์รวมฮิตลากไส้สื่อเห้เสร็จแล้ว เชิญโหลดกระจาย

ร้อยรักอักษราเป็นอาวุธ:ข้ามสะพาน

ที่มา Thai E-News



ต่างเดินทางมาไกลผ่านไพรดิบ
ตาเหม่อมองดาวกระพริบด้วยความหวัง
ร่วมกันเดินทางไกลเพื่อไทยยัง
เหนื่อยก็นั่งพักบ้างระหว่างไพร

ท้องนภามืดมิดให้คิดถึง
สายสัมพันธ์ลึกซึ้งน้ำตาไหล
ห่างบ้านเรือนเพื่อนผู้ที่รู้ใจ
มาอ้างว้างกลางไพรหัวใจรอน

แต่จุดยืนเด็ดขาดประกาศกล้า
จะไล่ล่าฝูงอำมาตย์ปิศาจหลอน
ถึงวันเวียนเปลี่ยนผันตะวันรอน
จะย้อนศรโครงสร้างที่ขวางลำ

เดินมาถึงตีนสะพานลำธารลึก
ในยามดึกมืดราวกับเข้าถ้ำ
เชือกเกือบขาดไม้ไร่ก็เก่าดำ
ก็ยังนำเดินข้ามไม่คร้ามกลัว

แต่บางคนเขาไม่ข้ามหาตามไม่
คงหวาดหวั่นอันตรายจึงหายหัว
เพราะแนวทางมืดมนหรือหม่นมัว
เขาเกรงกลัวจึงไม่ข้ามไม่ตามมา

นัดกันแล้วมิใช่หรือถือสัจจะ
พร้อมปะทะกันทั้งหมู่อย่างผู้กล้า
เพียงสะพานเก่าคร่ำใยนำพา
ตกธาราจักว่ายไม่ตายเย็น

สะพานเก่าเราทั้งสองต้องเดินห่าง
ถึงเลือกเดินอยู่อีกข้างยังมองเห็น
หวนรำลึกนึกหน้าน้ำตากระเด็น
มาลากเส้นแบ่งวงตรงสะพาน

ไม่โกรธหรอกเพื่อนยาเพียงปรารภ
เรื่องยังไม่ใกล้จบเพียงพบผ่าน
เราจะเดินทางไกลไปอีกนาน
ถ้าพบพานภายหน้าจะคว้ามือ

ความจำเป็นของชีวิตย่อมผิดแผก
ไม่แตกแยกในหัวใจเพราะไม่ถือ
ชูเป้าหมายโดดเด่น เป็น อยู่ คือ
มหาชนคนซื่อได้ถือครอง

ไม่อยากข้ามสะพานมาก็ลาก่อน
ยังไม่ย้อนกลับเรือนหรอกเพื่อนผอง
ถึงระกำช้ำฟกต้องตกคลอง
จะขอลองสู้ตายไว้ลายตน

เมื่อมวลชนพร้อมเพรียงถึงเพียงนี้
หากเราชี้นำไว้ต้องได้ผล
ขุนคีรีนี่แหละหนาป่าชุมชน
ช่วยทำคนให้เป็นคนดั้นด้นเดิน.


จักรภพ เพ็ญแข
หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 14
------------------------



TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน) Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

Saturday, September 5, 2009

“เพื่อไทย” ชี้ 4 อดีตสมาชิก ป.ช.ป. เป็นเพียงผู้รับคำสั่ง

ที่มา Voice TV



เพื่อไทยชี้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกลงโทษให้พ้นสมาชิกภาพเป็นเพียงผู้รับคำสั่ง พร้อมจี้พรรคฯ รีบเอาคนผิดระดับหัวหน้ามาลงโทษ
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการทุจริตโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน กล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ขับสมาชิก 4 คนออกจากพรรคเมื่อวานนี้(4ก.ย.) ถือเป็นการจัดการเฉพาะกระบวนภายในพรรคประชาธิปัตย์ แต่จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลทั้ง 4 เป็นเพียงผู้รับคำสั่งจากบุคคลระดับสูงให้ปฎิบัติการเท่านั้น ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่าการตรวจสอบดังกล่าวยังไม่ครบถ้วน ควรสอบในเชิงลึกมากกว่านี้ เพราะเชื่อว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องที่ใหญ่กว่าสมาชิกที่ถูกลงโทษ โดยขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์เร่งดำเนินการตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษทั้งทางวินัยของพรรคและทางคดีอาญา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของคณะทำงานของพรรคได้ข้อมูลเพิ่มมาก ซึ่งพยายามติดตามจะเชื่อมโยงให้เห็นการทุจริตเชิงนโยบายครั้งนี้ เนื่องจากมีการกระจายออกไปทั่วประเทศ

สำหรับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 4 คน ที่ถูกลงโทษให้พ้นสมาชิกภาพ ประกอบด้วย นายพงษ์ศักดิ์ วุฒิชัย สมาชิกสภาเขตบางกะปิ, นายศุภกิตติ สุคันธปรีย์ สมาชิกสภาเขตบางพลัด, นายเจด็จ โพธิมาก ประธานชุมชน และนายปรีชา ศรีวิลัย สมาชิกพรรคฯ

"เพื่อไทย" โชว์หลักฐานจับผิดคลิปเสียงนายกฯ

ที่มา Voice TV



พรรคเพื่อไทยเชื่อคลิปเสียงนายกฯเป็นของจริง อ้างมีหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐาน
สนง.ตร.แห่งชาติ ระบุว่ามีการตัดต่อแค่ 3 จุด
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า จากการตรวจสอบคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงของกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า น่าจะมีการตัดต่อ 3 จุดเท่านั้น แต่เป็นเพียงการตัดให้คำพูดชิดกันเท่านั้น ไม่ส่อให้เห็นว่า มีการตัดคำพูดมาร้อยเรียงเป็นประโยคอย่างที่นายกฯ ชี้แจงในรัฐสภา ส่วนเนื้อความในประโยคแทบไม่พบการตัดต่อ อีกทั้งหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงกับคำสั่งตามคลิปเสียงทั้งหมด ทำให้น่าเชื่อได้ว่าเป็นคลิปเสียงของจริง พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้นายกฯ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจนมากกว่านี้

ขณะที่ในสัปดาห์หน้า พรรคฯ จะรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อเตรียมยื่นให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากเห็นว่ากระทำของนายอภิสิทธิ์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นปช.ร้าวหนักแบนข่าว'จักรภพ'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_31134

นายจักรภพ เพ็ญแข

กลุ่มเสื้อแดงร้าวหนัก นปช. แบนข่าวความเคลื่อนไหว 'จักรภพ' เจ้าตัว แจงเหตุ ต้องวิพากษ์ 3 เกลอ ย้ำ คนเสื้อแดงต้องสู้ด้วยปัญญา ...

วันนี้ (5 ก.ย.) นายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้เขียนชี้แจงถึงปัญหาความขัดแย้งกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กลุ่มความจริงวันนี้ ลงในคอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ ไทยเรดนิวส์ ฉบับล่าสุด ตอนหนึ่งโดยยืนยันว่า การที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แกนนำกลุ่มความจริงวันนี้ ไม่ได้มาจากการขัดผลประโยชน์หรืออิจฉาริษยาความสำเร็จของกลุ่มความจริงวันนี้ แต่เห็นว่ายุทธวิธีที่ นปช. ใช้เคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ ไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ 5 ข้อ คือ 1.อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย 2.บ้านเมืองปกครองด้วยหลักกฎหมายที่ชาวไทยร่วมกำหนด ไม่ใช่ด้วยกระบวนการฝ่ายอำมาตย์ ที่แอบควบคุมสังคมไทยอยู่โดยอ้างคำว่ากฎหมาย

3.ประชาชนต้องมีเสรีภาพ 4.สังคมต้องมุ่งความเสมอภาค และ 5.รัฐบาลและผู้ใช้อำนาจอธิปไตยชาวไทยต้องมาจากการเลือกตั้ง จึงต้องออกมาตั้งคำถามกับ นปช.ว่า การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งมีมวลชนเข้าร่วมอย่างน่าปลื้มใจทุกครั้ง เรามีข้อเรียกร้องที่ใหญ่พอ และคุ้มค่าต่อความเหนื่อยกาย และเหนื่อยใจของประชาชนหรือไม่ ไม่เชื่อแนวทางจตุพรนำคนเสื้อแดงชนะ

"สังคมเสื้อแดงและฝ่ายประชาธิปไตยควรหยุดถกเถียงและใคร่ครวญเป็นระยะๆ ว่า ทิศทางของเรานำไปสู่เป้าหมายใหญ่ทั้ง 5 ข้อนี้หรือไม่ หลายท่านบอกผมว่าเราต้องแกล้งทำ ต้องลับลวงพราง และต้องใจเย็น ในใจของแต่ละท่าน คือรอให้ธรรมชาติช่วยตัดสิน แล้วทุกอย่างจะพลิกผันมาเข้าทางเราโดยอัตโนมัติ ผมต้องขอประทานโทษ ผมไม่เชื่อ เพราะสังคมไทยวันนี้ไม่ได้คลุมด้วยตาข่ายทางสังคม ที่ประชาชนเป็นใหญ่ และมีส่วนร่วมในการตัดสินชะตากรรมของตัวเอง แต่เป็นการครอบงำของสิ่งที่เรียกว่า “รัฐภายในรัฐ” นั่นคือมีรัฐบาลตัวจริง ที่คอยชี้นำทิศทางของประเทศอยู่ และชี้นำทุกอย่างไปสู่การรักษาอำนาจอันล้นเหลือ และความมั่งคั่งร่ำรวยที่อธิบายที่มาของตัวเองและพวกไม่ได้เท่านั้น" นายจักรภพ กล่าว

นายจักรภพ กล่าวย้ำอีกว่า จุดยืนของฝ่ายประชาธิปไตย คือ สู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย ต้องสู้โดยสติปัญญา ความสามารถโดยไม่ใช่เอาเลือดเข้าแลก ก้าวย่าง คือ เตรียมแผ่นดินให้พร้อม เครือข่ายของอำมาตย์ เขาก็เตรียมอยู่ต่อหลังฤดูผลัดใบเช่นกัน เพราะเขาคิดว่าเขาเป็นเจ้าของสวนพฤกษชาติแห่งนี้ เตรียมเครื่องมืออย่างหลากหลาย เพื่อกระทำภารกิจที่แตกต่างกันในแต่ละห้วงแต่ละสถานการณ์ และจุดสำคัญคือ เมื่อถึงเวลาเดินก็ต้องเดิน ไม่ใช่ชวนกันวนอยู่กับที่ เหมือนวัวพันหลัก

วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีเพิลชาแนล หรือ ดี-สเตชั่น ซึ่งเป็นสื่อโทรทัศน์คลื่นหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า มีคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงของสถานี ไม่ให้กองบรรณาธิการข่าวของพีเพิลชาแนล รายงานข่าวความเคลื่อนไหว หรือ เผยแพร่ความเห็นของนายจักรภพ และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ 2 แกนนำคนเสื้อแดง ที่กำลังมีปัญหาความขัดแย้งกับแกนนำ นปช.กลุ่มความจริงวันนี้ ในรายการข่าวของทางสถานี

ทั้งนี้แหล่งข่าวในพีเพิลชาแนล เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องห้ามนำเสนอข่าว นายจักรภพและสุรชัย เพราะไม่ยากให้คนเสื้อแดงสับสนกับแนวทางที่ทางกลุ่มความจริงวันนี้นำเสนอ นอกจากนี้ ทางผู้บริหารของสถานี ก็ไม่อยากมีความขัดแย้งกับกลุ่ม 3เกลอ ซึ่งเป็นเจ้าของรายงานความจริงวันนี้ ที่มียอดผู้ชมสูงสุดของทางสถานี

ชะตากรรม ส.ส.

ที่มา บางกอกทูเดย์

สภาพของบรรดา ส.ส.ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะโคตรยุ่งสไตล์รัฐบาลประชาธิปัตย์ด้วยแล้วไม่รู้ตัวเลยว่าชะตากรรมจะออกหัวหรือออกก้อยวันนี้เป็น ส.ส.อยู่ดีๆ พรุ่งนี้จะยังคงเป็น ส.ส.อยู่หรือไม่???...วุ่นวายตายชักจะหวังพึ่งหัวหน้ารัฐบาล ตอนนี้ลำพังแค่ตั้ง ผบ.ตร.ยังเอาตัวไม่ค่อยจะรอด ข่าวลือ ข่าวลวง ถี่ยิบไปหมดคนนั้นก็มีข้อมูลพิเศษที่ไม่อาจเปิดเผยได้ คนโน้นก็มีข้อมูลลับเฉพาะเปิดเผยไม่ได้เช่นกันเจอแต่เรื่องลับๆ แม้ว่าจะไม่มีของลับๆ อะไรเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่แค่นี้ก็วุ่นวายไม่เลิกแล้วแล้วจะมีเวลามาดูแล ส.ส. ได้อย่างไรยิ่งเจอมือตรวจสอบระดับพระกาฬอย่าง ส.ว.เรืองไกรลีกิจวัฒนะ เจ้าของฉายา “จอมสอย” ด้วยแล้ว ไม่หนาวกระดูกสันหลังยะเยือกไปถึงก้นกบก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วคนอะไรขยันทำการบ้านเสียเหลือเกินส.ส. หรือแม้กระทั่ง ส.ว.ทั้งหลาย ถือหุ้นอยู่ดีๆ ก็เข้าไปตรวจสอบเสียอย่างนั้น แน่นอนในแง่ของคนตรวจสอบก็ใช่แหละ…นี่คือการสร้างบรรทัดฐานแต่ในแง่ของคนที่ถือหุ้นนี่สิ หงุดหงิดหัวใจชนิดคันยิบๆ ชะมัดซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็อินเทรนด์กับกระแส วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 หรือที่เวลาเขียนย่อๆ ว่า 090909บรรดาคนท้องทั่วโลก

อยากจะคลอดลูกกันวันนี้จำนวนมาก ขนาดท้องแค่ 7 เดือนเศษ ยังไปถามหมอว่าหนูจะคลอดวันที่ 090909 ได้หรือไม่...เล่นเอาหมอมึนไปตามๆ กันกับกระแสฮิตแต่ กกต.นี่สิ คนอื่นเค้าจ้องจะคลอดกัน กลับดันจ้องจะเชือดเพราะ นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ออกมาเปรยแล้วว่า การประชุม กกต. วันที่ 9 ก.ย.นี้ จะสามารถลงมติกรณี 44 ส.ส. ถือครองหุ้นที่อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญได้เพราะข้อมูลที่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ส่งมาให้ครบถ้วนแล้ว มีการแยกประเภทของหุ้นในส่วนที่อนุกรรมการฯ มีความเห็นไม่ตรงกับ กกต. มาให้ตามที่ กกต. เสนอแนะไปแล้วด้วยและที่สำคัญ ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายแล้วฉะนั้นแจ้งเกิด อ้อ! ไม่ใช่สิ แจ้งดับกันได้เลยว่า 090909 ใครบ้างที่จะรอด ใครบ้างที่จะหลุดแต่ที่ไม่ได้รอฤกษ์ยามใดๆ เลย ก็เห็นจะเป็น 4 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกพิพากษาไปเรียบร้อยโรงเรียนชุมชนพอเพียง เสร็จมะก้องด้องไปแล้วเพราะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

อ้างเร่งด่วน จึงมีความจำเป็นต้องเรียกประชุมด่วนคณะกรรมการบริหารพรรคต้องการทำเรื่องปัญหาทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงให้ชัดเจนเนื่องจากสุดท้ายแล้วพบว่า มีสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องจริงๆเล่นเอานึกว่าพรรคจะกล้าฟันรายใหญ่หรือขาใหญ่จริงๆ หรือนี่แต่สุดท้ายเป็นเพียงแค่ระดับ ส.ข. และผู้ช่วย ส.ข. จำนวน 4 คน ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจึงมีมติขับออกจากพรรคที่สำคัญ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการตัดตอนเพื่อไม่ให้สาวถึงต้นตอที่แท้จริงอย่างใดทั้งสิ้นขนาดระดับเด็กๆ ยังทำได้ขนาดนี้ นี่ถ้าหากระดับที่โตๆ กันขึ้นมา นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอะไรกันได้แค่ไหน???เมื่อยืนยันว่าไม่ได้ตัดตอนก็ว่าไปตามสบายเถอะ แต่คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งก็แล้วกันนะเพราะอย่างที่บอกว่าทุกวันนี้อยู่กันอย่างวัดดวงแล้วจริง ...เอาน่าเดี๋ยวยุบสภา ก็จะมีคนตกงานไปอยู่เป็นเพื่อนอีกเพียบเลย ■

ตุลาเกิน

ที่มา บางกอกทูเดย์

ไม่มีแผ่นดินใด..จะหลีกลี้หนีเลี่ยงจากการ
กระทบกระทั่งทะเลาะวิวาทระหว่างพลเมือง
ของประเทศได้..หากว่าประชาชนในประเทศนั้น
ได้รับการปรนนิบัติที่แตกต่างกัน..
ไม่มีรัฐบาลใด..จะปฏิเสธว่าพลเมืองของ
ประเทศที่ตนเป็นรัฐบาลอยู่นั้น..เป็นคนละพวกกัน
กับรัฐบาล..เพราะประชาชนเหล่านั้น..เขาต้องตาย
บนแผ่นดินที่เขาเกิด
นอกจากรัฐบาลแล้ว..ยังมีความเป็นรัฐ
ความเป็นรัฐอันประกอบด้วย..สถาบันแห่งชาติ
ต่างๆ ที่ประกอบกันเข้ามาเป็นรัฐ..ก็จะต้องทำใจ
ให้ได้ว่า..ประชาชนทั้งหลายคือพลเมืองเดียวกัน
และจะต้องได้รับการปรนนิบัติอย่างเดียวกัน
ยุคสมัยแห่งความเป็นทาสได้ถูกปลดปล่อยไป
แล้ว..โดยพระราชอำนาจแห่งองค์พระมหาราช
ก่อนที่ประเทศจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง
จึงไม่มีเหตุผลใดๆ จะนำความเป็นทาส
กลับมาใช้ใหม่..เพียงเพราะพวกเขาเป็นผู้นิยม
ในบุคลากรที่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม..เพียงเพราะ
พวกเขาไม่หย่อนบัตรคะแนนให้กับฝ่ายเรา
หลายๆ แผ่นดินในโลก..ที่หลากหลายไปด้วย
ผู้คนที่แตกต่างกัน..แผ่นดินเหล่านั้นเป็น
มหาอำนาจเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวยขึ้นมาได้..
เพราะประชาชนของเขาเป็นพลเมืองเดียวกัน
ไม่มีชาติที่ปราศจากประชาชนปรากฏตนขึ้น
มานับตั้งแต่สร้างโลก ไม่มีมหาอำนาจชาติได้
มีประชาชนที่แบ่งแยกแตกฝ่ายออกจากกัน
แผ่นดินไทย..อยู่ยั้งยืนยงมาได้จนถึงทุกวันนี้..
ภายใต้ความเป็นพสกนิกรเดียวกันใต้เบื้องบาท
แห่งกษัตราธิราช..ตราบจนถึงวันเปลี่ยนแปลง
การปกครอง..จากนั้น..ผู้เนรคุณต่อทุนหลวงและ
ข้าวแดงแกงร้อน ก็นำประชาชนมาแอบอ้าง..และ
เริ่มมหกรรมแห่งการทำลายล้าง..สร้างบาปกรรม
ให้กับประเทศและประชาชนมาจนครบใกล้
จะ 100 ปี..
ถึงวันนี้ก็ยังมีอ้ายอีที่แอบอ้าง..อำนาจอันได้
มาจากการเปลี่ยนแปลง..ออกมาย่ำยีเหยียบย่ำ
ประชาชน..แบ่งหนึ่งเดียวของพสกนิกรออก
จากกัน..
อำนาจใหม่ “ตุลาเกิน” ออกมาชี้ผิดชี้ถูก
จำคุกผู้คนแทน “ตุลาการ”
แน่นอนว่า..ที่สุดแห่งที่สุด..ผู้ถูกกดขี่จะท่วมท้น
ล้นหลามไปด้วยผู้คน..กบฏประชาชนจะเติบใหญ่..
หากฝากาไม่เปิดออกไป..กาทั้งใบจะถูกฉีกทำลาย
จากแรงกดดัน..
มัน ไ ม่ใ ช่ค ำ พ ย า ก ร ณ์. . แ ต่มัน เ ป็น
ปรากฏการณ์ ■