WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, September 11, 2009

ทำนาย'มาร์ค' หมดอำนาจ ดาบจะคืนสนอง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_32319

"อชิรวิทย์" เผย ตร.เห็นตรงกัน ป.ป.ช.ฟังความข้างเดียว ทั้งที่ผลพิสูจน์แก๊สน้ำตายังคลุมเครือ และศาล ปค.กลางชี้ว่าการชุมนุม พธม.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เตือน "อภิสิทธิ์" วาระนายกฯ 8 ปี แต่อายุความยังไม่หมด..

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ก.ย. พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร. กล่าวในรายการ"ช่วยคิดช่วยทำ" ทางโทรทัศน์ช่อง 3 กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ.4 อดีต ผบช.น. จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ว่า จากการเข้าร่วมประชุมสัมมนานายตำรวจ พนักงานสอบสวน 250 คนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการได้มาซึ่ง ป.ป.ช.ชุดนี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมาจากคำสั่งคณะปฏิวัติ และการใช้ดุลพินิจของ ป.ป.ช.ไม่เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะเป็นการพิจารณาโดยฟังความข้างเดียว

อดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คำชี้มูลเรียงตามตัวบุคคลระบุชัดเจนว่า ไม่มีส่วนใดที่เป็นคุณกับตำรวจ ทั้งโลกที่เป็นสากลต่างมีอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะในการระงับ ปราบปรามการจลาจลจากการชุมนุมที่ละเมิดกฎหมาย ซึ่งการชุมนุมของพันธมิตรฯ นั้น ศาลปกครองกลางได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2551 หลังเกิดเหตุ 2 วันว่าการชุมนุมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการบาดเจ็บของตำรวจที่เข้าสลายการชุมนุม ไม่ว่าจะบาดเจ็บเล็กน้อยหรือสาหัส แต่ ป.ป.ช.กลับไม่นำมาพิจารณา

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า จากคำแถลงของ ป.ป.ช.ตอนหนึ่งระบุว่ามีการตาย ขาขาดอันเนื่องมาจากแก๊สน้ำตา แต่จนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการพิสูจน์ชัดเลยว่า การตายครั้งนั้น มาจากแก๊สน้ำตาจริงหรือไม่ แก๊สน้ำตาชนิดเดียวกันถูกใช้ในการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 29 ส.ค. 2551 ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ก็ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หรือสาหัส ผู้ปฏิบัติการในครั้งนั้นก็ไม่ได้รับโทษทางอาญาใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีอาญา และอัยการสั่งฟ้องแล้วด้วย

ทั้งนี้ ปัญหาของบ้านเมืองเรา ใครกุมอำนาจรัฐ คนนั้นกุมตำรวจ และการกุมอำนาจรัฐนั้นสำคัญที่สุดคือว่า คุณใช้อำนาจยังไง ผลที่มันเกิดขึ้นกับรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต โดยการเข้าระงับปราบปรามการชุมนุม ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันต่อไป ว่าในการใช้เพียงแก๊สน้ำตา ไม่ได้ใช้อาวุธอย่างอื่นเลย กับการชุมนุมเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้อาวุธด้วย มีคนบาดเจ็บถูกกระสุนจากการเข้าสลายการชุมนุม

"คำทำนายผมนะ วันใดที่ไม่ได้มีอำนาจรัฐเหมือนที่นายกฯ ท่านบอกว่าท่านอยู่ 8 ปี แต่อายุความมันไม่หมด วันหนึ่งอำนาจรัฐเปลี่ยนมือ อายุความยังไม่หมด สถานการณ์อย่างเดียวกันจะเกิดขึ้น" อดีตรอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า เวลานี้รู้สึกเป็นห่วงขวัญกำลังใจของตำรวจชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ปฏิบัติการ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป จะทำอย่างไร มีคนถามตนว่าตำรวจจะมาแบบสหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนอยากสื่อไปยังเพื่อนข้าราชการตำรวจ ขอให้อดทน ให้นึกถึงคำสัตย์ปฏิญาณ อุดมคติตำรวจ เราจะต้องปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าการปฏิบัติหน้าที่จะทำให้เราได้รับผลกระทบต่อจิตใจมากน้อยแค่ไหนก็ตาม สักวันหนึ่งถ้าวิบากกรรมการเมืองในประเทศไทยมันพ้นไปแล้ว คนต้องคิดถึงค่าของตำรวจ

จตุพรซัดนายกฯ 2 มาตรฐานเร่งฟัน 'พัชรวาท'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_32269

แกนนำคนเสื้อแดงฉะนายกญตั้ง“ธานี”เคลียร์พันธมิตรฯพิชิตสีเขียว ยุทหารปฏิวัติล้างแค้นถูกเหยียบหน้า เตือน"มารค์"เลือกผบ.ตร.มีข้าราชการโหวตสวน

วานนี้(10 ก.ย.)นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อตีตผบ.ตร. ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกนายกฯเซ็นคำสั่งย้ายไปประจำสำนักนายกฯ ว่า กรณีนี้สังเกตได้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯทำการเร่งรัดข้ามขั้นตอน แตกต่างจากกรณีนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงคลัง ที่ใช้เวลา 3 เดือน ทั้งที่โดนข้อหาเดียวกัน การตัดสินของป.ป.ช.กรณีนี้มีธงไว้แล้ว เพราะถ้าสมมุติในวันที่ 7 ต.ค. ผู้ที่ถูกชี้มูลทั้งหมดเพิกเฉยไม่ดำเนินดคีจะมีความผิดละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ ดังนั้นไม่ว่าเฉยก็ผิด ปฏิบัติก็ผิด ส่วนตัวทราบว่าในส.ต.ช.มีความท้อแท้ หดหู่ ต่อคำตัดสินของป.ป.ช.มาก เพราะสำนวนของ ป.ป.ช.ไม่มีการพูดถึงความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืน ใช้ระเบิดปิงปอง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับการตั้งการตั้ง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.มาเป็นรักษาการผบ.ตร. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นการเอามากลบเรื่องคลิปเสียงนายกฯ และช่วยเหลือคดีความของกลุ่มพันธมิตรฯ และมาสอบสวนคดีลอบยิงนายสนธิ ซึ่งจะนำไปสู่การปลด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เนื่องจากมีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองผบ.ทบ.ว่า จะมานั่งเป็นรมวกลาโหม.แทนหลังจากหายหน้าไปนานและกลับมานั่งกินข้าวกับ นายสนธิ ซึ่งจะนำมาขี่คอ พล.อ.อนุพงษ์

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า สภาพของ พล.อ.ประวิตร จากหัวหน้ากลุ่มบูรพาพยัคฆ์ กลายเป็นบูรพาแมวเหมียว เพราะขนาดน้องชายตัวเองแท้ๆยังปกป้องไม่ได้ และลูกน้องที่วางไลน์ไว้ 4-5 รุ่นจะไปดูแลได้อย่างไร ถูกทำลายเกียรติยศ เกียรติภูมินักรบ ถ้าไม่ทำอะไรเสียเชิงนักเลง ซึ่งพล.อ.ประวิตร คงไม่โง่ รู้ดีว่าการตั้งพล.ต.อ.ธานี มาเพื่ออะไร ตั้งมาเพื่อจัดการ รมว.กลาโหม ไม่เช่นนั้นพล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ จะไปอังกฤษทำไม เมื่อดูบรรยากาศขณะนี้อยากให้จับตาดูก่อนและหลังวันที่ 19 ก.ย. ว่าบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้นเพราะประวัติศาสตร์การปฏิวัติแทบทุกครั้ง เกิดจากการปลดนายทหารทั้งสิ้น

สำหรับการหาตัวผบ.ตร.คนใหม่ที่จะมีการโหวตในการประชุมก.ต.ช.นั้น ่นายจุตพร กล่าวว่า หลังจากที่ปลดพล.ต.อ.พัชรวาท และนำพล.ต.อ.ธานี มาดำรงตำแหน่งแทน รวมทั้งไปกดดันปลัดกระทรวงมหาดไทยจากกรณีที่ดินอัลไพน์ฯ ถ้ามองตามหลักความเป็นจริงจะทำให้นายอภิสิทธิ์ มีเสียง 7ต่อ 4 แต่ขอเตือน นายอภิสิทธิ์ว่า น่าจะปลดปลัดกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากระยะหลังมีท่าทีรับฟังนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯมากกว่า ถ้าให้ข้าราชการระหว่างฟังนายอภิสิทธิ์ และนายนิพนธ์ เชื่อว่า เขาคงฟังนายนิพนธ์มากกว่าเพราะรู้ว่านายนิพนธ์ ไปฟังใครอีกคนมาอีกที ส่วนคนที่ตนหมายถึงใครนั้นต้องไปถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ อย่างไรก็ตามนายสุเทพ อยู่ในช่วงหมดสภาพหลังเดินสายประสานกับบุคคลต่างๆ และไม่ค่อยประสบความสำเร็จ และเมื่อดูจากประวัติศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ พบว่า เลขาธิการของพรรคทุกคนที่ผ่านมาจะพบจุดจบ 2 แบบ คือ ตาย หรือต้องออกจากพรรคไม่เคยมีใครสามารถลงจากตำแหน่งแล้วดำรงอยู่ในพรรคได้ ขึ้นอยู่กับว่านายสุเทพ จะเลือกทางไหนระหว่างออกจากพรรค กับตาย.

คิดถึงมิตรร่วมรบ..จักรภพ เพ็ญแข(ฟังคลิปเสียง+ภาพกิจกรรม)

ที่มา Thai E-News



มิตรร่วมรบ-บรรยากาศงานชมรมคิดถึงเพื่อนร่วมรบ จักรภพ เพ็ญแข เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ มีสุรชัย แซ่ด่าน กับชูพงศ์ ถี่ถ้วน เป็นผู้ดำเนินรายการ ท่ามกลางแฟนคลับจักรภพแน่นห้องประชุม (ดูภาพทั้งหมด:CBNPRESS)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 กันยายน 2552


วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2552-รายการคิดถึง...เพื่อนร่วมรบจักรภพ เพ็ญแข

กลุ่มแฟนคลับจักรภพ พ็ญแข ในกรุงเทพฯจัดกิจกรรมร่วมพบปะสังสรรค์ในรายการ “คิดถึง...เพื่อนร่วมรบจักรภพ เพ็ญแข” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. เพื่อให้กำลังใจจักรภพ

โดยภายในงานมี นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม และนายชูพงศ์ ถี่ถ้วน อดีตแกนนำ นปก.รุ่น 1 ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย ฟังโฟนอินจาก นายจักรภพ เพ็ญแข แบบเต็มอิ่ม ไม่มีเบรก

ฟังคลิปเสียงเต็มๆคลิ้ก http://baygon5.no-ip.org/upfiles/tammpa/JAKPOP@RattanaKosin2009-09-10.mp3

ขอแรงศรัทธาของพี่น้องเสื้อแดง ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากสงกรานต์เลือดด้วยครับ...

ที่มา Thai E-News


ที่มา เวบคนไทยยูเค
10 กันยายน 2552

ในขณะนี้มีพี่น้องเสื้อแดงเราอีกหลายสิบท่าน ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงสงกรานต์ ทั้งจากภาครัฐ และภาคประชาชน ต้องขอขอบคุณพี่น้องในประชาไท ท่านลุงธรรม และภรรยา ที่ช่วยเป็นธุระติดต่อประสานงานให้ตั้งแต่วันแรกที่บาดเจ็บ จนกระทั่งทุกวันนี้ทั้ง 2 ท่านยังคงให้ความดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

แต่เนื่องด้วยพี่น้องที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นั้นมีจำนวนมาก และบางส่วนได้กลับบ้านไปก่อนที่จะมีการสำรวจ และขาดการติดต่อ
จากทุกฝ่าย จนกระทั่งเพื่อนบ้าน หรือ คนรอบข้างได้ทราบข่าว การจ่ายเงินค่าชดเชยของคณะกรรมการที่ทางภาครัฐจัดตั้งขึ้น เพื่อสอบปากคำ และจ่ายเงินค่าชดเชยให้ภายในกำหนดระยะเวลา 60 วัน นับจากวันเกิดเหตุ หลายท่านได้รับเงินชดเชยที่ว่าไปแล้ว แต่หลายท่านยังไม่ได้รับ สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากไม่ทราบข่าวว่า มีการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าว และมาทราบในภายหลัง ซึ่งเลยกำหนด 60 วันที่งถาครัฐตีกรอบเอาไว้ และคณะกรรมการนั้นได้ยกเลิกไปแล้ว.

มีพี่น้องบางท่านได้ไปลงชื่อไว้ที่ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย และมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 แต่ไม่ได้รับคำชี้แจงในรายละเอียด ว่าให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร จึงทำให้เสียโอกาสดังกล่าว ในจำนวนนี้มีหลายท่านที่ประสบความเดือดร้อนทางครอบครัวเป็นอย่างมาก ในเรื่องค่าใช้จ่าย และค่ารักษาพยาบาล ในวันนี้มีอย่างน้อย 2 ท่านที่เดือดร้อนมาก.

ท่านแรกถูกตีหูดับทั้งสองข้าง และในปัจจุบันมีอาการปวดหูทั้ง 2 ข้าง เป็นอย่างมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และยังต้องเข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รายละเอียดของพี่น้องผู้บาดเจ็บ ดังต่อไปนี้

ชื่อ: คุณรังสันต์ รัตนวัน
สาเหตุ: ถูกตีสลบ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันที่ 9 เมษายน 2552
รักษาตัว: เบื้องต้นเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลวชิระ
อาการปัจจุบัน: หูหนวกทั้ง 2 ข้าง และมีอาการปวดรุนแรงในบางครั้ง.


ใคร่อยากขอวอนพี่น้องเสื้อแดงผู้มีจิตศรัทธา ช่วยบริจาคเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการยังชีพ และค่ารักษาพยาบาล แก่พี่น้อง
ผู้เสียสละจนกระทั่งตนเองต้องบาดเจ็บถึงขั้นพิการได้ที่บัญชีข้างล่างนี้

นายบัวพันธ์ สีหบุตร (คุณลุง ของผู้บาดเจ็บ)
บัญชี ธนาคารออมสิน สาขาราษีไศล
บัญชีเลขที่ 06-4803-2005 977 89

หมายเลขโทรศัพท์ คุณรังสรรค์ รัตนวัน 086-172-7880
หมายเลขโทรศัพท์ คุณบัวพันธ์ สีหบุตร 089-424-8769




รายที่ 2 คือคุณ วันชัย นาสมบูรณ์ อายุ 56 ปี เป็นคนกรุงเทพฯ ประกอบอาชีพเป็น รปภ.ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
เหตุเกิดวันที่ 11/04 ในระหว่างเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังจากไปร่วมประท้วงที่พัทยากับพี่น้องเสื้อแดง อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง
ได้ถูกกลุ่มคนเสื้อสีน้ำเงินขับรถปาดหน้า จนกระทั่งรถยนต์ที่โดยสารมาเกิดอุบัติเหตุ เป็นผลให้ คุณวันชัย นาสมบูรณ์ สมองได้รับความ
กระทบกระเทือนทางสมองถึงขั้นความจำเสื่อม ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในปัจจุบัน. และได้แจ้งข้อมูลผู้นี้ให้กับทางมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไปแล้ว แต่ในระหว่างนี้ทางครอบครัวของผู้บาดเจ็บได้รับความเดือดร้อนมาก

จึงใคร่ขอวิงวอนพี่น้องเสื้อแดงผู้มีจิตศรัทธา ช่วยบริจาคเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการยังชีพตามที่เห็นสมควร รายละเอียดมีดังต่อไปนี้;

ชื่อบัญชี นายวันชัย นาสมบูรณ์
บัญชี ธนาคารออมสิน สาขาชะอำ
บัญชีเลขที่ 02-1104-2005 008 51

หมายเลขโทรศัพท์ คุณอ้อย(นายจ้าง) 087-331-6445


ขอขอบคุณ ลุงธรรม และ ผบ.สูงลิ่ว เป็นอย่างสูงสำหรับความมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากมา ณ.โอกาสนี้ด้วยครับ...

ขอบคุณพี่น้องทุกท่านอย่างสูงครับ,

สละเงินคนละนิด ต่อชีวิตผู้เสียสละ เพื่อประชาธิปไตย...

กิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยวันนี้-6ตุลา52คึกคัก

ที่มา Thai E-News


กิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตย-นอกจากไฮไลต์3ปีรัฐประหาร19กันยาแล้ว ตลอดเดือนนี้ไปถึงเดือนหน้า ปฏิทินกิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตยคึกคัก โปรดสำรวจวันเวลา และกิจกรรมได้ในข่าวนี้

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 กันยายน 2552

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2552-รายการคิดถึง...เพื่อนร่วมรบจักรภพ เพ็ญแข

กลุ่มแฟนคลับ นายจักรภพ ใน กทม. จะจัดกิจกรรมร่วมพบปะสังสรรค์ในรายการ “คิดถึง...เพื่อนร่วมรบจักรภพ เพ็ญแข” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. เพื่อให้กำลังใจนายจักรภพ

โดยภายในงานจะมี นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม และนายชูพงศ์ ถี่ถ้วน อดีตแกนนำ นปก.รุ่น 1 ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย ฟังโฟนอินจาก นายจักรภพ เพ็ญแข แบบเต็มอิ่ม ไม่มีเบรก บัตรราคา 100 บาท (จำหน่ายหน้างาน)
จัดโดย...มวลชนแดงศิวิไลย์

โครงการเขียนจดหมายถึงดารณี:เราจะไม่ทอดทิ้งกัน



“อิสรภาพก็คือคุก ตราบเท่าที่ยังมีคนอยู่เยี่ยงทาสแม้แต่เพียงคนเดียวในโลก”-อัลแบร์ กามู นักเขียนรางวัลโนเบลชาวฝรั่งเศส


สมัชชาสังคมก้าวหน้าขอเชิญท่านผู้รักประชาธิปไตยร่วมโครงการ “เขียนจดหมายรักถึงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”

ที่มาของโครงการ-สมาชิกของสมัชชาสังคมก้าวหน้าได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจคุณดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล (ดา ตอร์ปิโด) นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคนหนึ่ง ที่ถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ณ เรือนจำคลองเปรม จากนั้นเรามองว่า ควรทำกิจกรรมให้กำลังใจคุณดาต่อไป จึงได้ริเริ่มโครงการ “เขียนจดหมายรักถึงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งมีคำขวัญของโครงการนี้ว่า “เราจะไม่ทอดทิ้งกัน” โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. มนุษย์ตามระบอบประชาธิปไตยย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ควรถูกรังแกและถูกคุมขังในระหว่างที่ถูกกล่าวหา เพราะถือว่าบุคคลนั้นยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ว่ามีความผิดจริง

2. กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ถูกนำมาใช้ลงโทษผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง โดยเฉพาะผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งต้องมีการทบทวนกฎหมาย ดังนั้นผู้ถูกกุมขังในขณะนี้จึงเป็นเพียงเหยื่อทางการเมือง กรณีคุณดา ตอปิโดได้ถูกพิพากษาจำคุกถึง 18ปีไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2552

สมัชชาสังคมก้าวหน้าจึงขอเป็นหัวขบวนเปิดโครงการ โดยจะเขียนจดหมายส่งคุณดาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ฉบับอย่างต่อเนื่อง และท่านผู้รักประชาธิปไตยสามารถเขียนจดหมายรักหรือส่งโปสการ์ด ตามเงื่อนไข ดังนี้
1. ห้ามเขียนหรือกล่าวถึงเรื่องการเมืองและห้ามส่งภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปเนื่องจากเป็นระเบียบของเรือนจำ
2. เขียนด้วยลายมือ เพื่อแสดงมิตรไมตรีระหว่างคนกับคน เพราะคุณดาและผู้ถูกกุมขังอื่นถูกลดฐานะความเป็นมนุษย์ จึงต้องการแสดงออกที่เป็นการคงสถานะความเป็นมนุษย์นี้ไว้
3. ระบุที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ของท่านเพื่อที่เราจะติดต่อกลับไป หากมีจดหมายตอบกลับจากคุณดา
4. สมัชชาสังคมก้าวหน้าขอเปิดจดหมายของท่านก่อนที่จะส่งต่อถึงคุณดา เพื่อถ่ายสำเนาจดหมายของท่านไว้และนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เช่น ในบล็อกประชาไท และให้คุณดาตอบจดหมายท่านผ่านตู้ป.ณ.ของเรา ซึ่งเราก็จะขอเปิดจม.ก่อนนำส่งต่อ เพื่อสำเนาไว้เช่นเดียวกัน

เนื่องจากเราจะรวบรวมสำเนาจดหมายทั้งหมดไปแสดงนิทรรศการงานศิลปะเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 6 ตุลาคม 2552 ซึ่งจะประชาสัมพันธ์งานนี้อีกครั้งหนึ่ง

ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ไชยวัฒน์ 0851883102 คมลักษณ์ 0834430758 หรืออีเมล์patchanee.k@gmail.com

กรุณาส่งจดหมายมายัง ตู้ ปณ. 58 ปณศ. (พ) พระโขนง กรุงเทพฯ 10110 (ไม่ต้องระบุชื่อผู้รับ)

วันอาทิตย์ 13 กันยายน 2552 -กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย นนทบุรี จัดเสวนาประชาธิปไตย


ตั้งแต่บ่ายโมง - 4 ทุ่ม ณ ศาลาวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ถ. นนทบุรี 1 ต. บางกระสอ อ. เมือง จ. นนทุบรี (ใกล้สี่แยกพระนั่งเกล้า/รพ. พระนั่งเกล้า)

ผู้ปราศรัยรับเชิญในงาน

1. อ. สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์
2. อ. ชูพงศ์ ถี่ถ้วน
3. ดร. วิบูลย์ แช่มชื่น
4. คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข
5. คุณจักรภพ เพ็ญแข (โฟนอิน)

สอบถามรายละเอียดงานได้ที่ 089-536-7454, 081-400-5331, 085-317-1656

เสาร์ 19 กันยายน 2552-ชุมนุมรำลึก 3 ปีรัฐประหาร 19 กันยาฯ


-พบกันที่สนามหลวง นำทีมปราศรัยโดย 3 เกลอ
-ขอเชิญ สมาชิกในห้อง Sapalanna_Red1 (โปรแกรมแคมฟรอก) และผู้สนใจ ร่วมสนับสนุน น้ำดื่ม ผ้าเย็น ซึ่งต้องการจำนวนมาก เพื่อแจกให้ผู้ชุมนุมวันที่ 19 กันยายน นี้ สะดวกวิธีใด โทรสอบถามได้ 083-999-8017

วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 52 -คนเสื้อแดงสุราษฎร์ธานี จัดเลี้ยงโต๊ะจีน สำหรับผู้รักประชาธิปไตย

ที่ห้องอาหาร "ร้อยเกาะ" ตรงข้ามห้างโลตัสสุราษฎร์ธานี
ตั้งแต่เวลา 16.00 น.
มีแกนนำจากส่วนกลางเป็นวิทยากร มีการโฟนอิน ฯลฯ
บัตรราคาหัวละ 250 บาท หรือโต๊ะละ 2,500 บาท
ติดต่อสำรองที่นั่งหรือซื้อบัตรได้ที่ คุณปุ๊ก 089-551493

วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 52-กำหนดการอบรมนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์


สถานที่อบรม-ห้องฝึกอบรม ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ถนนรามคำแหง ผู้อบรม 1 ท่านต่อคอมพิวเตอร์เพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ 1 เครื่อง กรณีเกิน 20 ท่าน ให้นำโน้ตบุ๊คมา (หากมี) มีไวร์เลสให้

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552 เวลา -08.30-17.00 น.-อบรมนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์

คณะผู้ฝึกอบรม
1.คุณจักรภพ เพ็ญแข อดีตผู้ดำเนินรายการวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์
2.บรรณาธิการแนวร่วมRED NEWSรายสัปดาห์ ประสบการณ์งานข่าว 30 ปี
3.คุณอริน ประสบการณ์งานข่าว 27 ปี
4.คุณบก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามองค์ ประสบการณ์ทำสื่ออินเตอร์เน็ตรณรงค์การเมือง สังคม
5.คุณวัฒนะ วรรณ และคณะ สมัชชาสังคมก้าวหน้า ประสบการณ์รณรงค์ใต้บรรยากาศเผด็จการสุดๆ
6.คุณบังสุกุล เวบเสรีชน ผู้เชี่ยวชาญการทำรายการวิทยุ+ทีวีผ่านอินเตอร์เน็ต

ลงชื่อสำรองที่นั่งการอบรมได้ที่ thaifreedompress9999@gmail.com (ขณะนี้ครบ 20 ท่านแล้ว สามารถสำรองที่นั่งเพิ่มเติมได้อีก 5 ท่าน แต่ท่านควรนำโน้ตบุ๊คมาเอง)

เสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2552 - ภาพคัตเอาท์การเมืองเดือนตุลา และ35ปีแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย



สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการ ภาพคัตเอาท์การเมืองเดือนตุลา (ในวาระครบรอบ ๓๕ ปี แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย) วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ชมวิดีทัศน์ สร้างสาน ตำนานศิลป์ แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย พิธีเปิดนิทรรศการ โดยชมรมโดมรวมใจ ชมรมเพื่อนจุฬา

เวลา ๑๔.๐๐ -๑๖.๐๐ น. เสวนาหัวข้อ“ มองย้อน-ร่องรอยศิลปะกับการเมืองเดือนตุลา ในทัศนะของคนต่างรุ่น”
วิทยากร รศ.ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
อาจารย์สิทธิเดช โรหิตะสุข คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ สถาบันปรีดี พนมยงค์
ดำเนินรายการ จารุนันท์ พันธชาติ ศิลปินกลุ่มบี-ฟลอร์
พิธีกรตลอดรายการ สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย อดีตผู้ประสานงานแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ๒๕๑๘

เวลา ๑๖.๑๕ น. ฉายภาพยนตร์เรื่อง“JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL 1973” colour 99 minutes
บทเพลง-ความบันดาลใจ จาก JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL: โดย ชัยพร นามประทีป

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๓ จนถึง ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เลขที่ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ)
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ E-mail: banomyong_inst@yahoo.com

อาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552โต๊ะจีนหาทุนจ่ายค่าเครื่องส่งใหม่วิทยุ 95.25 MHz


สถานีวิทยุชุมชนคนรักไทย FM 95.25 MHz. จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อหาทุนชำระค่าเครื่องส่งใหม่ของสถานีวิทยุชุมชนคนรักไทย ในวันที่อาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ สมาคมนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ ถ.ประชาชื่น เขต จตุจักร ใกล้กับ โรงเรียนเพร็ชรัตน์ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีน ราคา โต๊ะละ 5,000 บาท และ 10,000 บาท ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยกว่า700 คน ทางคณะผู้จัดงานขอเชิญท่านให้เกียรติเข้าร่วมงาน และขอรับการสนับสนุนโต๊ะจีนจากท่านด้วย

ติดต่อสนับสนุนวิทยุเพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงที่คุณ พันธ์ศักดิ์ ซาบุ หัวหน้าสถานี โทรศัพท์ 089-019-6935 หรือ ส่งแฟกซ์ 02-690-0416

กำหนดการ

เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ของสถานีเข้าจัดเตรียมพื้นที่ จัดงาน (กรณีใช้ลานหน้าอาคาร)

เวลา 16.00 น. ประชาชนเข้าร่วมงาน

เวลา 17.00 น. งานบนเวทีเปิดทำการแสดงด้านความบันเทิง มอบให้ข้าวเหนียวเป็นผู้ดำเนินการ

เวลา 18.00 น.อาหารโต๊ะจีนเริ่มออกวางตามโต๊ะ

เวลา 19.00 น. ประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย (ดร.วิบูรย์ แช่มชื่น...)

การแสดงของกลุ่มต่างที่เข้าร่วมงาน
กิจกรรมบนเวที ตามที่จัดไว้ นักร้องรับเชิญ ที่เข้าร่วมงาน
หัวหน้าสถานี ชี้แจงการจัดงาน และขอบคุณผู้เข้าร่วมงาน
ประมูลของผู้ดำเนินรายการหรือสิ่งของที่บุคคลอื่นมอบให้
เชิญผู้เข้าร่วมงาน ขึ้นร้องเพลงบนเวที
เชิญแกนนำที่ได้รับเชิญขึ้นพูดบนเวที
เวลา 23 .00 น. กล่าวปิดงานโดย นายนิยม เตี่ยวอู๋ ประธานบริหาร

โครงการกำแพงประวัติศาสตร์ : ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จัดงานรำลึก ๓๓ ปี ๖ ตุลา ณ สวนประติมากรรมประวัติศาสตร์


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
..............................................

(ร่าง) กำหนดการ วันอังคารที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒


๐๗.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๓๔ รูป ที่บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่

๐๘.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. กล่าวเปิดงาน โดย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บทกวีรำลึกวีรชน ๖ ตุลาโดย วัฒน์ วรรลยางกูล

กล่าวไว้อาลัยและสืบสานเจตนารมณ์วีรชน๖ตุลา

โดย -ตัวแทนญาติวีรชน ๖ ตุลาคม

-ตัวแทน ๑๘ ผู้ต้องหา

-เลขาธิการเครือข่ายเดือนตุลา

-เลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

-ตัวแทน องค์กรนักศึกษา กลุ่มต่างๆ

-ตัวแทนกรรมกร ชาวนา สมัชชาคนจน/ สหพันธ์-สหภาพแรงงาน

-ตัวแทนกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย


๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ ปาฐกถาประจำปี เรื่อง แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับ เจตนารมณ์วีรชน ๖ ตุลา ๒๕๑๙
โดย ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล

และ วิจารณ์ โดย ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ดำเนินรายการโดย อ.วิภา ดาวมณี



....................เสร็จพิธีในภาคเช้า.............................


สอบถามรายละเอียดที่ โครงการกำแพงประวัติศาสตร์
โทร. ๐๒-๖๑๓ ๒๐๑๑, ๐๑-๖๑๓ ๔๗๙๒
Email: octnet72@yahoo.com

Thursday, September 10, 2009

ผบ.ตร.ฟ้อง 8 ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 10 ก.ย.- ผบ.ตร. ฟ้อง 8 ป.ป.ช.เสียงข้างมากปฏิบัติหน้าที่มิชอบไต่สวนชี้มูลสลายม็อบเสื้อเหลือง 7 ต.ค. ขัดกฎหมาย ไม่เปิดโอกาสให้นำพยานเข้าสอบเพิ่ม แถม “วิชา” ขาดคุณสมบัตินั่งเก้าอี้กรรมการ ศาลนัดไต่สวน 14 ธ.ค.นี้

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. , นายกล้านรงค์ จันทิก นายใจเด็ด พรไชยา นายประสาท พงษ์ศิวาภัย นายภักดี โพธิศิริ นายเมธี ครองแก้ว นายวิชา มหาคุณ และ นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. เสียงข้างมาก 8 เสียง ที่มีมติชี้มูลความผิด คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาฯ วันที่ 7 ต.ค.51 เป็นจำเลยที่ 1- 9 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157

คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องสรุปว่า ระหว่างเดือน ต.ค.51 - ก.ย.52 จำเลยทั้ง 9 ร่วมกันวินิจฉัยชี้มูลความผิดโจทก์ โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 86 (2) เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ซึ่งมีชื่อถูกตรวจสอบด้วย ได้ยื่นฟ้องพวกจำเลยต่อศาลอาญาในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่ไม่ยุติการสอบสวนเพื่อชี้มูลความผิด หลังจากที่คดีดังกล่าวมีผู้ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ตัวโจทก์ และ พล.ต.ต.อำนวย กับพวกไว้แล้ว นอกจากนี้จำเลยทั้ง 9 ยังกระทำการขัดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 19 (3) และมาตรา 26 (1) ที่ไม่รวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน หลังจากที่โจทก์ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้ไต่สวนพยานเอกสารเพิ่มเติม ขณะเดียวกันระหว่างการไต่สวนเรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 52 โจทก์ยังได้ยื่นหนังสือคัดค้านคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.ของ นายวิชา มหาคุณ ด้วยว่าขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 11 (1) เพราะระหว่างดำรงตำแหน่ง นายวิชา ประกอบอาชีพอิสระอื่น เป็นอาจารย์บรรยายพิเศษหลักสูตรนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และที่สำคัญในการไต่สวนชี้มูลความผิดจำเลยทั้ง 9 ยังได้นำเอกสารการตรวจสอบกรณีดังกล่าวของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาพิจารณาประกอบ ทั้งที่เอกสารดังกล่าวไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2542 ข้อ 22

การที่พวกจำเลยได้ร่วมกันวินิจฉัยชี้มูลความผิดโจทก์ ในการสั่งสลายการชุมนุม และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทำนองว่าโจทก์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าทันทีหลังถูกชี้มูลความผิด เป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และต้องพ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร.ก่อนเกษียณอายุ จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ 2172 /2552 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

ด้าน นายบัญชา กล่าวว่า นอกจากศาลกำหนดวันนัดไต่สวนแล้ว เบื้องต้นยังได้กำหนดนัดคู่ความเพื่อไกล่เกลี่ยกัน ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งตนจะแจ้งให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ทราบต่อไป แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท จะตัดสินใจร่วมไกล่เกลี่ยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-09-10 19:28:04

ชื่อนั้น? สำคัญไฉน

ที่มา บางกอกทูเดย์

หลายทศวรรษในพื้นที่ “สามจังหวัดชายแดนใต้”ถูกเปลี่ยนให้เป็น “สมรภูมิรบ” มีการเข่นฆ่า...สร้าง“ความสูญเสีย” ทุกครั้งที่ผู้บริสุทธิ์ต้องมีอันเป็นไป“ต้นเหตุ” แห่งปัญหาที่ถูกมองข้าม...เริ่มต้นจากจุดเล็กๆนำไปสู่ปัญหาที่ “ใหญ่โตบานปลาย” ในปัจจุบันไทยพุทธ...ไทยมุสลิม...ไทยคริสต์ มีความ “แตกต่าง”กันอย่างไร? ในเมื่อประชากรร่วม 60 ล้านชีวิต อาศัยอยู่บน“ผืนแผ่นดินไทย” เดียวกันโดยเฉพาะ “สามจังหวัดชายแดนใต้” ทำไมหน่วยงานราชการรวมถึง “ผู้มีอำนาจ” มักชอบลั่นวาจากล่าวถึง...เรียกประชาชนเหล่านั้นว่า “ไทยมุสลิม”มุสลิม คือ ผู้นับถือ “อิสลาม” เป็นกลุ่มคนที่อาศัยครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรไทย...ไม่เฉพาะแต่ในพื้นที่ “สามจังหวัดชายแดนใต้”พวกเขาเป็น “คนไทย” ไม่ใช่แขกที่ข้าราชการ “ในเครื่องแบบ”ใช้อคติใส่ความคิดร้ายว่า...พวกเขามิใช่คนไทย“ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ข้าราชการในบริเวณนั้นเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่มีเครื่องแบบ เขาไม่ชอบพวกผมเพราะเห็นว่าพวกผมไม่ได้เป็นคนไทย...เป็นพวกแขกเกิดเหตุอะไรร้ายแรงขึ้นมา เขาก็เอาพวกผมเป็นแพะไว้ก่อน”ปัญหาต่างๆ เป็นเพราะไทยแยกไทย โดยขาดการคิดให้รอบคอบและลึกซึ้ง

หรือไม่?สังเกตได้จาก บัตรประชาชน รูปแบบใหม่ ซึ่งระบุตัวเลขจำนวน 16 หลัก พร้อมที่อยู่ “ถิ่นฐาน”ปัจจุบันไม่มีการระบุว่า...ผู้ถือบัตรนับถือ “ศาสนา”ใด...แต่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขลงข้อความพิมพ์ด้านบนด้วยข้อความเดียวกัน“Thai National ID Card” ทุกคนที่ถือบัตรนี้เป็น“คนไทย”ศาสนาไม่มีการแบ่งแยก...และผมก็เชื่อว่า “คนไทยภาคใต้”ส่วนใหญ่ พวกเขาอยากมี บัตรประจำตัวประชาชน อันแสดงถึงการเป็นคนไทย โดยครบถ้วนสมบูรณ์มิใช่บัตรหลักบัตรเสริมหรือบัตรประจำตัวใบที่สองใบที่สามอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้สิ่งเหล่านี้เกิดจากการ “ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ” และเกิดจากการที่คนไทยส่วนหนึ่งมองพวกเขาว่า เป็น “พลเมืองชั้นสอง”แค่หน่วยงานราชการเขียน “คำร่าง” อ้างอิงพูดถึงว่าเขาเป็น “ไทยมุสลิม” มันได้เกิดการแบ่งแยกขึ้นแล้วในตัวด้วยน้ำมืออ้ายอีผู้มี “จิตใจคับแคบ”ศรีสะเกษก็มีมุสลิม...กรุงเทพฯ ก็มีมุสลิม ทั้งหมดไม่เคยถูก “ค่อนแคะ” กระแหนะกระแหนแบ่งแยกเป็น“ไทยมุสลิม”ในเมื่อเราอยากมี “สมานฉันท์” เราอยากอาศัยร่วมกันด้วยความ “ปกติสุข” ทำไมไม่ใคร่รู้จักที่จะ “เรียนรู้”คิดแต่ผลักไสไล่ส่ง...ให้บุคคลเหล่านั้นใช้ชีวิตเกลือกกลั้วอยู่ใน “สังคมร้าว” ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่สนใจไยดีแล้ว “มนุษย์หน้าไหน” มันคิดจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกถูกกดขี่ข่มเหง...เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูงขนาดไทยยังเรียกขานไทยด้วย “คำพูด” ที่แบ่งแยก...อย่าไปหวัง แดง เหลือง เขียว น้ำเงิน สมัครสมานกลมเกลียวล้มเหลวแถมยังเป็นคำพูดที่ “เหม็นขี้ฟัน” ■

บิ๊กป้อม

ที่มา บางกอกทูเดย์

ย้อนหลังกลับไปไม่ถึงเดือน เหตุเกิดเมื่อ13-14 สิงหาคม 2552 คนไทยมากมายรวมทั้ง“นักการเมือง” ต่างเกิดอาการ “ขี้หดตดหาย”จากการกรีธาทัพไป “ราชการ” ของ รมว.กลาโหมที่ประเทศสิงคโปร์พล.อ.ประวิตร ในช่วงนั้น มีสถานะเหมือนเป็น ผู้จัดการรัฐบาลมาร์คตัวจริง!!เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและหารือข้อราชการร่วมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหมประเทศสิงคโปร์เป็นการเดินทางอย่างเปิดเผย แต่คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มองว่ามันน่าจะมี “วาระเร้นลับ”ไปสิงคโปร์กันยกคณะนั้นอาจเป็น “การสร้างภาพเพื่อต่อรอง” กับรัฐบาลที่มี มาร์ค-อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเหมือนรู้ล่วงหน้าว่ากองทัพจะต้องเจอมรสุม!!การเดินทางเยือนประเทศสิงคโปร์ของบรรดา“บิ๊กเหล่าทัพ” ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรมว.กลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ที่ออกเดินทางไปยังสิงคโปร์ด้วยเครื่องบินแอร์บัส 319ของกองทัพอากาศ ว่าไปก็คือ...สัญญาณเตือนครั้งที่ 1แต่เอาเข้าจริง การเตือนนั้นกลับไม่ได้ผล!!เพราะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่แสดงอาการยินดียินร้ายอะไร แต่กลับลุย พล.ต.อ.พัชรวาทน้องชายในไส้ของ พล.อ.ประวิตร หนักข้อเข้าไปอีกจนทำให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ต้องลาออกจากราชการในวันนี้ ทั้งที่ยังเหลืออายุราชการอีกเพียง 21 วัน และแสดงความไม่เกรงใจใครมากกว่านั้น ด้วยการตั้งรอง ผบ.ตร. ที่เหลืออายุราชการ 21 วันมารักษาราชการแทน!!ข้ามประเด็นเหล่านี้ไป มาเน้นมาวิเคราะห์กันดูว่า...ณ บัดนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังคงเป็น “ผู้นำของน้องๆ” ที่เป็นผู้นำเหล่าทัพทุกกองทัพอยู่อีกหรือไม่??ผบ.เหล่าทัพทั้งหลายจะคิดอย่างไร??จะทำอะไรต่อไป? หากว่า “สถานะ” การเมืองในรัฐบาล อันหมายถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำลังตกที่นั่งง่อนแง่น?? ■

วิบัติชาติ

ที่มา บางกอกทูเดย์

สำหรับชีวิตของคนๆ หนึ่ง..เกือบ 800 ปี..อาจจะยาวนานจนเกินกว่าจะให้ความสนใจ..แต่สำหรับประเทศประเทศหนึ่งแล้ว..เวลา 800 ปีสะสมเรื่องราวไว้มากมาย..และหากนำไปเทียบเปรียบกับชีวิตของโลกแล้ว มันเป็นแค่เสี้ยวเศษของวินาที800 ปีแห่งความเป็นชาติ..ที่พวกเราคนไทยสามารถถอยกลับไปหาวันวาน..มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น..ที่ประเทศนี้และเผ่าพันธุ์นี้เสี่ยงต่อการสิ้นสูญ..ครั้งแรกเมื่อปี 2112 และครั้งที่ 2 คือปี 2310แผ่นดินถูกทำลาย ชนชาติไทยกลายเป็นทาสของชาติผู้ชนะ..ยิ่งการพ่ายแพ้ครั้งหลัง..แผ่นดินพังย่อยยับ วัดวาอารามและราชวังกลายเป็นเถ้าถ่าน..ชาติผู้ชนะ..คือ ชาวพม่า..ในสงครามที่รบพุ่งติดพันกันมาอย่างยาวนานนั้น..แพ้ชนะระหว่างคน 2 เผ่าพันธุ์..สลับกันไปมา..คราครั้งที่ไทยมีสามัคคีแน่นหนา..ได้ผู้นำที่เก่งกล้าไม่อ่อนแอ..พม่ายังต้องเผาเมืองทิ้งหนีกองทัพไทย..หายนะของแผ่นดิน..จึงไม่ใช่ที่คนไทยไม่กล้าหรือทหารไทยสู้ไม่ไหว..หายนะทั้ง 2 ครั้ง 2 ครา..เป็นหายนะอันเนื่องมาจากการแตกสามัคคี..ระหว่างคนไทยกับคนไทย..หายนะที่ถูกบันทึกไว้..ทุกครั้งที่บ้านเมืองมีอาเพศมีเหตุวิปริต..อุบัติขึ้น..นานไปจากนั้นวันแห่งหายนะจึงมาถึง..กรุงศรีอยุธยา..แหลกเหลวผุพังจากข้างใน..เผ่าพันธุ์ข้าศึกเพียงแต่อาศัยความอ่อนแอของไทยเข้ามาปล้นบ้านเผาเมืองเพราะชนชั้นนำ..เอาแต่ประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง..ความยุติธรรมจึงเสื่อมสลาย..จัญไรชนเติบใหญ่ ผู้รักใคร่ในชาติถูกใส่ร้ายกลายเป็นจำเลยเสียหัว..ประชาชนประชาราษฎร์..กระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ท่ามกลางความยากไร้..หดหู่อยู่กับปัจจุบัน และไม่เห็นแสงสว่างแห่งอนาคต..สังคมมากมายไปด้วยความสับสน..หายนะทั้ง 2 ครา..ต่างเวลากัน 200 ปี..วันสิ้นสุดอยุธยาราชธานี..ถึงวันนี้ 200 ปีเพิ่งผ่านไป..แต่อาถรรพณ์แห่งอดีตยังดำรงอยู่..ประชาชนกับประชาชนใส่เสื้อต่างสีคิดต่างกัน..หลายศพสูญสิ้นทุกแผ่นดินปริแยก..หลายๆ คนเสียอวัยวะให้กับความแปลกแยก..ข้าราชการเสียขวัญ..ขุนทหารถูกกล่าวหา..ฯลฯณ บัดนี้..สถาบันการเงินหลากหลายกลายเป็นเนื้อนาของคนต่างชาติ..โรงงาน ร้านค้า.. ■

999 วันที่(ไม่)รอคอย

ที่มา บางกอกทูเดย์

หลายคนบอกว่า วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 ถือเป็นวันมงคล แต่สำหรับใครบางคนอาจจะนึกค้านอยู่ในใจว่า วันที่ 9 เดือน 9 เป็นวันสุดแสนจะยาวนานและทรมานที่สุดต่างหากโดยกลุ่มคนที่ว่านี้ คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ 3 รัฐมนตรีกับ 13 ส.ส. ที่ต้องถูกลงดาบความผิดฐานถือหุ้นต้องห้าม หรือหุ้นในบริษัทที่ทำสัมปทานกับรัฐ และหุ้นในบริษัทสื่อรายแรก วันที่ 9 เดือน 9 เป็นเหมือนวันที่เขารอคอยจังหวะมานานแล้วว่าทุกอย่างจะต้องลงเอยด้วยการยื่น “ใบลาออก” จากเก้าอี้ ผบ.ตร. ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในอีก 20 วันตลอดช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ผบ.ตร.คนนี้ ถือได้ว่าเป็น ผบ.ตร. ที่ถูกเกมการเมืองเล่นงานมากที่สุดนับตั้งแต่ข้อหาเป็น “ตอ” ที่ทำให้การสืบสวนคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุลแกนนำพันธมิตรฯ ไม่คืบหน้าข้อหาแต่งตั้งลูกสาวเป็นข้าราชการตำรวจไม่เหมาะสม ข้อหาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจปี 2551 ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ สตช. หรือแม้แต่ข้อหาทุจริตงบประชาสัมพันธ์มูลค่า 15 ล้านบาทและส่งท้ายก่อนลาออกจากตำแหน่ง ด้วยข้อหาสั่งสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551ทั้งหมดล้วนแต่เป็นข้อหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือนของการทำหน้าที่ผบ.ตร. ในช่วงโค้งสุดท้ายของ “บิ๊กป๊อด” ที่อยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายฝ่าย จนทำให้คนในครอบครัว “วงษ์สุวรรณ” ไม่พอใจกับเกมการเมืองที่ออกมาในรูปแบบนี้แน่นอนว่า...

พี่ชายอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ย่อมเป็นผู้ที่ไม่พอใจมากที่สุดในสิ่งที่น้องชายตัวเองได้รับ จนถึงกับออกปากในช่วงที่ผ่านมาว่า “พัชรวาทผิดอะไร” นั่นเป็นสิ่งที่ผู้เป็นพี่ชายแสดงออกมาเท่าที่จะทำได้แม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผาก็ตามแต่จากนี้ไปไฟที่ปะทุข้างในอกผู้เป็นพี่ อาจปะทุออกมาข้างนอกให้เห็นก็เป็นได้เพราะหลายฝ่ายเริ่มหันมาจับตามองแล้วว่า “บิ๊กป้อม” อาจไขก๊อกตามน้องชายเพื่อเป็นการแสดงสปิริต “สู้เพื่อน้อง” ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลกับกองทัพห่างเหินกันอีกครั้งอย่างไรก็ตาม เป็นเพียงการคาดเดาจากรูปการณ์ของ “คอการเมือง”ที่เฝ้าจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้เท่านั้น การเมืองไทยยังต้องเช็กข่าวแบบนาทีต่อนาทีขณะที่อีกด้านหนึ่ง 3 รัฐมนตรี “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รมช.มหาดไทย“มานิต นพอมรบดี” รมช.สาธารณสุข “เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร”รมช.คมนาคม3 รมต. จาก 2 พรรคการเมือง คือ ภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา ที่ถูกกกต. ฟันดาบลงมาว่า “ผิด” ที่ถือหุ้นต้องห้าม กำลังปวดเศียรเวียนเกล้ากับคำตัดสินของ กกต. แม้ผลของคำตัดสินจะไม่มีผลต่อการทำหน้าที่ รมต.ทันทีก็ตาม แต่ก็ส่งผลต่อความรู้สึกของทั้ง 3 รมต.แม้ว่าจะยังไม่มีใครประกาศลาออกจากตำแหน่งหรือจากความเป็น ส.ส.และมีท่าทีที่จะต่อสู้กับคดีนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกศักดิ์ศรีกลับคืนมา เช่นเดียวกับ13 ส.ส. ที่ถูกวินิจฉัยในเรื่องเดียวกันที่แสดงทีท่าว่าจะสู้ไม่ถอยอุณหภูมิการเมืองต่อจากนี้ไปจึงร้อนแรงและยากจะคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เพราะวันนี้อาจเป็นมิตร แต่พรุ่งนี้ไม่แน่อาจต้องอยู่กันคนละขั้ว เรื่องแบบนี้มีให้เห็นมานักต่อนักแล้วในการเมืองไทยวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 จึงเป็นเหมือนวันที่บางคนไม่อยากจดจำแต่ก็ลืมไม่ได้ แม้จะไม่ได้รอคอยก็ตาม ■