WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 17, 2009

ชนะบนความพ่ายแพ้

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




กว่าหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับนี้จะอยู่ในมือท่านผู้อ่าน เมืองไทยก็ได้ผบ.ตร.คนใหม่แล้วเรียบ ร้อย

ยกเว้นฟ้าถล่มดินทลาย!!

แต่ไม่ว่าผบ.ตร.คนใหม่จะชื่ออะไร สีไหน

วันนี้องค์กรตำรวจเละเทะเลอะเทอะเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

จากองค์กรสีกากีเข้มข้น กลายเป็นสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง ละเลงเล่นงานกัน

จนช้ำเลือดช้ำหนองอย่างที่เห็น!

มหกรรมแต่งตั้งผบ.ตร.ครั้งนี้ ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมือง และตำรวจ

เพราะไม่เคยมีครั้งไหนสับสน วุ่นวาย ปั่นป่วนเท่าครั้งนี้

กว่าจะได้ตัวผบ.ตร. นายกฯ ต้องเสียผู้ใหญ่ เสียพี่ เสียเพื่อน เสียพวกไปมากมาย

เสียภาวะผู้นำ เสียหน้าตา เสียศักดิ์ศรี เสียเครดิต ชนิดประเมินค่ามิได้

สูญเสียขนาดคนทั่วบ้านทั่วเมืองต่างตั้งคำถาม

อะไรทำให้ใจกล้า บ้าบิ่น ดื้อรั้น ดันทุรังได้ขนาดนี้??

ที่ผ่านมานายกฯ พยายามชี้แจง

"ทุกอย่างทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม"

ถ้ากล้า บ้าบิ่น ดื้อรั้น ดันทุรัง เพื่อส่วนรวม ด้วยความถูกต้อง ชอบธรรม

ก็น่ายกย่องสรรเสริญ

แต่ถ้ารูปแบบวิธีการมันอำมหิตเลือดเย็น

แล้วยังไม่เกรงฟ้าดิน ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เกินกว่าคนปกติธรรมดาจะกล้าคิด กล้าทำ

ก็น่ากังวลและเป็นห่วง!

การเที่ยวทะเลาะกับคนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกคุณวุฒิ วัยวุฒิ แล้วชนะ

การใช้อำนาจ หน้าที่ อิทธิพลเล่นงานฝ่ายตรงข้าม แล้วชนะ

หรือการใช้กลเกมใต้ดินไล่บี้บีฑาทุกทิศ ทุกทาง แล้วชนะ

จากนี้ไปจะบริหารงาน บริหารคนอย่างไร?

ใครจะเคารพ ใครจะศรัทธา ใครจะเชื่อถือ?

ทุกวันนี้ก็ถูกค่อนขอดเรื่องความเป็นเด็ก เรื่อง ภาวะผู้นำ เรื่องสุขภาพจิต หนักหน่วงรุนแรง

แล้วกรณีเห็น "แป๊ะ" เป็นดอกบัว!

พะยี่ห้อ "เหลือง" ทั้งตัว และหัวใจ!

ก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงกระหึ่มเมือง

ชัยชนะที่ได้มาด้วยเล่ห์กล มนต์ดำ วิชามาร มันน่าภาคภูมิใจตรงไหน

ยกเว้นคนไม่ปกติ!?

เกมไต่เส้นลวด .... มันใกล้ๆ จบแล้วครับ มาร์ค?

ที่มา Thai E-News

โดย คุณเรืองยศ จันทรคีรี
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
16 กันยายน 2552

ผมคิดว่า ยังพอเป็นข้อเขียนที่หลายๆ คนอยากอ่านอยู่ครับ เรื่องเกี่ยวกับการรัฐประหารหรือไม่รัฐประหาร?

ตอนนี้ลองหันไปทางไหนก็ได้ครับ วงการเขาจะลงความเห็นคล้ายๆ กัน บอกว่า “เป็นไปได้”

เพราะเหตุผลข้อแรกนั้น เราคงมองได้ถึงสารพัดเรื่องราว ทั้งเล็กและใหญ่ ที่ต่างรุมประดังประเดกันเข้ามากระจุกตัวในเดือนนี้ ...เริ่มจากกรณีชี้มูลของ ป.ป.ช. ตอนสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่มองจากปรากฏการณ์นี้ได้หลายมุม แม้ขั้นตอนยังไม่เบ็ดเสร็จเสียทีเดียว ยังต้องส่งอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องศาลอาญาการเมือง

ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ก็ถูกคำสั่งโยกพ้นไปจากตำแหน่งโดยนายกรัฐมนตรี -นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามการคาดหมายไว้? ซึ่งก้าวเคลื่อนเรื่อง พล.ต.อ.พัชรวาทเห็นจะเป็นการชี้ชัดด้านกฎหมายของ ป.ป.ช. ส่งสัญญาณให้นายกรัฐมนตรีมีช่องทางลงดาบได้ ในลีลาของการ Play safe

อำนาจการเมืองและกฎหมายจึงแยกกันไม่ออก!

นี่เป็นไปตามกระแสกดดันจากประมุขใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฯ คือ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งได้ย้ำว่า “ขอดูความกล้าหาญของนายกรัฐมนตรี ที่จะตัดสินใจกรณีพัชรวาท...”

เหตุการณ์ข้างหน้าใกล้ๆ ที่สืบต่อจากประเด็นนี้ จะไปยังไง คงต้องตามดูไม่ให้กะพริบตานะครับ? ผมว่าเรื่องมันคงไม่จบเพียงแค่ พล.ต.อ.พัชรวาทลาออกจากตำแหน่ง น่าจะมีอะไรยาว แม้ต่อไปจากหลังวันที่ 18 กันยายนก็ตาม

ดูแล้วมันน่าจะเป็นเรื่องบาดลึกมากกว่า ...การล็อกสเปกในตำแหน่ง ผบ.ตร. มีโอกาสเป็นไปตามการตัดสินใจของสายนายกรัฐมนตรี แม้จะไม่แน่เต็ม 100% ก็ตาม แต่สะท้อนอีกว่า ความไม่พึงพอใจจากสัญญาณพิเศษ น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เหมือนอย่างผลข้างเคียงที่เกิดจากการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. ที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ออกมาให้ความเห็นไว้ว่า เป็นการโหมไฟความขัดแย้ง และไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ในประเทศชาติกำลังคิดอะไร? และ ป.ป.ช. ก็ตั้งขึ้นมาเพื่อความยุติธรรม เป็นองค์กรอิสระเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แต่ ป.ป.ช. กลับมาสร้างปัญหาเองในท้ายที่สุด?

ผมอาจอยู่วงนอกก็ได้ ทำให้ไม่มีข้อมูลรอบด้านแบบนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องไล่ขยี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ทำให้เห็นได้ชัดมากสำหรับสายสัมพันธ์ของอำนาจใหม่ หรือ “ยังเติร์ก” ในพรรคประชาธิปัตย์ กับฟากของพรรคการเมืองใหม่ หรือ สีเหลือง-กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นี่เป็นการแปรขบวนทางการเมืองที่ถลำลึก และกลายเป็นความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งยังบอกได้ว่า ความขัดกันใน Elites สายอำมาตย์พลเรือน กับอำมาตย์ขุนศึกนั้น ย่อมมีอยู่จริงๆ แต่คงคาดคำนวณไม่ได้ว่า จะกระทบบานปลายไปสักแค่ไหน? ข้อนี้ผมไม่ทราบ?

ประเด็นนี้ผมคิดว่า คงไม่ได้จบอยู่เพียงการลาออกจากตำแหน่งของ พล.ต.อ.พัชรวาท แม้จะเหลืออายุราชการอยู่ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำไป ...เรื่องนี้เรื่องเดียว มันน่าจะฉีกยาว ระนาวไปสู่อีกหลายปมปัญหาติดตามมา ครับ ...ยังอาจสร้างเป็นปมปัญหาใหม่ๆ เสียด้วย ...

โดยเฉพาะสถานการณ์ของกันยายนนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นปัญหาทางการเมือง ขมวดเข้ามารวมอยู่ด้วยกัน เหมือนเป็นการนัดหมายที่เลี่ยงไม่ได้!

เงินบริจาค 258 ล้านบาท ปมนี้ ก็ใช่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสอบผ่านสบายนัก?

เรื่องถือหุ้นในสื่อและสัมปทานของรัฐ เพิ่งขับเคลื่อนไป ซึ่งแน่นอนที่จะกลายเป็นแรงกระแทกใหญ่ทางการเมือง ผลงานเชือด 16 ส.ส. โดยมีรัฐมนตรี 3 ราย จากการชี้ขาดของ กกต. นี่เป็นอีกความสั่นคลอนไม่มากก็น้อยในคณะรัฐบาล

ยังมีเรื่องชี้ขาดพันธุ์กล้ายางพารา เรื่องเขาพระวิหาร ที่ล้วนหนักๆ และเหนื่อยๆ กันทั้งนั้น?

ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญเอย ข่าวคราวทุจริตชุมชนพอเพียง ที่ยังสงสัยกันว่า กรรมวิธีตัดตอนทุจริตนั้น จะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์เอาตัวรอดไปจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมได้จริงหรือ?...

แต่ละเรื่องนั้น เพิ่มองศาความร้อนแรงทางการเมืองได้ทั้งสิ้น ภาพรวมของสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงนี้ ไม่ต้องตรวจสอบทางด้านโหราศาสตร์ก็บอกได้ว่า ค่อนข้างเครียด เครียดขนาดบางคนถึงกับบอกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ อาจไม่มีโอกาสเดินทางกลับเข้ามาก็ได้!? ต้องเตรียมเสื้อผ้าไปเยอะๆ

ทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นมอนิเตอร์ทางการเมืองที่เป็นเข็มกระดิก บอกได้ถึงองศาความเครียด

คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจคิดว่า ตัวเองยังแบกรับได้ไว้อีกสักยก แต่ผมว่าเสี่ยงทีเดียว เขาคงไม่อาจฝืนเล่นกลเล่นเกมใดๆ ไปยาวนานมากนัก...

มันใกล้ๆ จบแล้วครับมาร์ค? ...พี่เคยเตือนมานานแล้ว

ความเสื่อมรัฐไทย

ที่มา Thai E-News

ที่มา บทบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์
โลกวันนี้
16 กันยายน 2552


จากรายงานข่าวการประชุมระดมความเห็นและชี้แจงข้าราชการระดับสูงทำเนียบรัฐบาล และผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับ "แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการตรวจราชการ พ.ศ. 2552-2556" โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนหนึ่ง ได้นำเนื้อหาในบทสรุปสำหรับผู้บริหารมาหารือในวงประชุม ซึ่งรายงานว่า

ความตกต่ำเกือบทุกด้านของรัฐไทยผ่านดัชนีชี้วัดด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีความสงบสุข การบริหารจัดการที่ดี และประสิทธิภาพของภาครัฐ ฯลฯ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ดัชนีชี้วัดจะระบุว่า ประเทศไทยมีอันดับและคะแนนที่มีแนวโน้มลดลงทุกปี นับตั้งแต่ปี 2544-2551 ยิ่งความวุ่นวายทางการเมืองยังมีแนวโน้มเกิดความรุนแรง ภาพลักษณ์ของรัฐไทยในสายตานานาชาติก็ยิ่งย่ำแย่ลงกว่าเดิม และการจัดอันดับประสิทธิภาพก็จะลงต่ำกว่าเดิม สิงคโปร์และมาเลเซียก็ยิ่งทิ้งห่างไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

เอกสารยุทธศาสตร์พัฒนาระบบการตรวจราชการ ยังระบุผลการประเมินสังคมไทยด้วยดัชนีความสงบสุขว่า ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มี ระดับดัชนีความสงบสุขระดับต่ำ โดยปี 2551 อยู่ที่ 118 แย่กว่าปี 2550 ที่อยู่อันดับ 105 จากการจัดอันดับประเทศทั่วโลก 140 ประเทศ ถือว่า ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับความสงบสุขต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และต่ำที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศพม่า (อันดับที่ 126) เพียงประเทศเดียว โดยปัจจัยเชิงลบมีทั้งปัญหาอาชญากรรมที่รุนแรงเพิ่มขึ้น เสถียรภาพรัฐบาล การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการแสดงออกด้านความรุนแรง เป็นต้น

ส่วนระบบบริหารจัดการยังมีปัญหาด้านภาพลักษณ์ ธนาคารโลกระบุว่า ประเทศไทยมีคะแนนอยู่ในระดับปานกลาง และมีแนวโน้มลดลงทุกปีนับตั้งแต่ปี 2545 ทั้งมีแนวโน้มห่างจากมาเลเซียมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ภาพลักษณ์การคอร์รัปชันช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2547-2551) จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว ทั้งสองประเทศมีค่าคะแนนมากกว่าเกือบเท่าตัว

เช่นเดียวกับผลการจัดอันดับประสิทธิภาพภาครัฐและฐานะการคลังปี 2546-2551 ประเทศไทยมีแนวโน้มแย่ลง นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านความโปร่งใส การทุจริตและประพฤติมิชอบ และการให้บริการสาธารณะ ทำให้อันดับลดลงจากอันดับที่ 21 ในปี 2547 มาอยู่ที่อันดับ 46 ในปี 2551

นี่คือความจริงที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข และแจ้งให้ประชาชนรับรู้ เพื่อร่วมกันทำให้สังคมไทยกลับสู่คำว่า “สยามเมืองยิ้ม” อีกครั้ง

การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องยึดมั่นในนิติรัฐ นิติธรรม และความเสมอภาคอย่างแท้จริง ไม่ใช่ขายฝันแบบไร้ทิศทาง หรือใช้กำลังและอำนาจเป็นเครื่องมือในการตัดสินปัญหาอย่างทุกวันนี้

ข้อคิดจากรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ที่มา Thai E-News


โดย Pegasus
16 กันยายน 2552

รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นกำหนดไว้ว่า ราชสำนักไม่สามารถรับหรือให้ทรัพย์ใดๆ หรือให้ของขวัญใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ส่วนรัฐธรรมนูญของเบลเยี่ยมกำหนดไว้ว่า พระมหากษัตริย์ไม่ทรงมีอำนาจใดๆ เกินไปกว่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ การทรงกระทำการใดๆของพระมหากษัตริย์จะไม่มีผลหากไม่มีการลงนามร่วมของรัฐมนตรี ผู้ซึ่งจะต้องมารับผิดชอบด้วยตนเอง


*หมายเหตุผู้เขียน:การแปลในครั้งนี้จะเลือกมาเพียงบางมาตราและสรุปพอได้ใจความและอาจแปลเพียงบางส่วนเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่ต้องการศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วนสมควรทำการค้นคว้าเพิ่มเติม

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขในต่างประเทศ มีประเด็นและสาระที่น่าสนใจมากมาย

ดูเหมือนว่า หลังจากมีการรัฐประหารในปี พ.ศ.2490 แล้วกลไกในรัฐธรรมนูญไทยได้ห่างไกลออกไปจากระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ จำเลยในเรื่องนี้น่าจะเป็นทหาร ฝ่ายเผด็จการและนักกฎหมายมหาชนที่รับใช้อำนาจอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด

การยกขึ้นมานี้เป็นเพียงการกระตุ้นให้ท่านผู้อ่านเกิดความรู้ว่า อะไรคือสาเหตุ และปัญหาที่จะตอบคำถามที่ใครๆสงสัยว่า ทำไมประเทศไทยที่มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมเป็นที่อิจฉาของต่างประเทศนั้น จึงไม่สามารถกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ และทำไมยิ่งมาประชาชนยิ่งยากจนขึ้นทุกขณะ นัยทางการเมืองที่เป็นปัญหานั้นอยู่ในรัฐธรรมนูญนี่เอง

ยกตัวอย่างง่ายๆคือ การที่มีการนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯถวายให้ลงพระปรมาภิไธย ทั้งๆที่มีการลงมติไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุม แล้วแอบอ้างว่ามีการลงพระปรมาภิไธยแล้วไม่สามารถทำอะไรได้

ซึ่งความจริงแล้วตามระบอบประชาธิปไตยฯ นั้นต้องมีผู้รับผิดทางการเมือง ไม่ใช่การยกเอาพระราชอำนาจมาปกป้องตัวเองของกลุ่มการเมืองเผด็จการ เพราะนั่นเป็นเสมือนการทำให้ระบอบประชาธิปไตยเปลี่ยนไปเป็นเหมือนระบอบราชาธิปไตย ซึ่งกลับจะเป็นอันตรายต่อความเข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของประชาชนอย่างไม่สามารถทำอะไรได้

การศึกษารัฐธรรมนูญในหลายๆประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบเดียวกันและนำมาใคร่ครวญอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ประเทศสวีเดน


Article 1

(1) All public power in Sweden proceeds from the people.
(2) Swedish democracy is founded on freedom of opinion and on universal and equal suffrage. It shall be realized through a representative and parliamentary polity and through local self-government.
(3) Public power shall be exercised under the law.

อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน ประชาธิปไตยสวีเดนมีพื้นฐานบนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการเลือกตั้งทั่วไปที่เท่าเทียมกัน ซึ่งจะเห็นได้จาก การเมืองแบบมีผู้แทนและรัฐสภา และ จากองค์กรปกครองตนเอง (เทศบาล อบต. อบจ.) อำนาจสาธารณะต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย


Article 2

(1) Public power shall be exercised with respect for the equal worth of all and for the freedom and dignity of the individual.
(2) The personal, economic and cultural welfare of the individual shall be fundamental aims of public activity. In particular, it shall be incumbent upon the public administration to secure the right to work, housing and education, and to promote social care and social security and a good living environment.
(3) The public administration shall promote the ideals of democracy as guidelines in all sectors of society. The public administration shall guarantee equal rights to men and women and protect the private and family lives of the individual.
(4) Opportunities should be promoted for ethnic, linguistic and religious minorities to preserve and develop a cultural and social life of their own.

การบริหารงาน โดยเฉพาะราชการต้องส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นกรอบในทุกภาคส่วนและทุกเชื้อชาติ ศาสนา


Article 4

(1) The Parliament is the foremost representative of the people.
(2) The Parliament enacts the laws, determines taxes and decides how public funds shall be used. The Parliament shall examine the government and administration of the country

รัฐสภา เป็นองค์กรปกครองสูงสุดของประชาชน


Article 6
The Government rules the country. It is responsible to the Parliament

รัฐบาลปกครองประเทศ และ รับผิดชอบต่อรัฐสภา


Article 7

(1) There are primary and regional local government communes in Sweden. The decision-making power in the communes is exercised by elected assemblies.
(2) The communes may levy taxes in order to perform their
tasks

มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการปกครองตนเอง ต้องได้มาด้วยการเลือกตั้ง และสามารถเก็บภาษีได้เองเพื่อให้บริหารงานให้บรรลุเป้าหมาย


Article 1

(1) The Parliament is appointed by free, secret and direct elections.
(2) The Parliament consists of one chamber comprising three hundred and forty-nine members. Alternates shall be appointed for all members.

รัฐสภา มีสภาเดียว(ผู้แทนราษฎรอย่างเดียว)


Article 1
The Head of State shall be kept informed by the Prime Minister concerning the affairs of the Realm. When so required the Government shall convene in a special Cabinet meeting under the presidency of the Head of State.

ประมุขของรัฐต้องได้รับการรายงานจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกิจการในราชอาณาจักร และหากจำเป็นรัฐบาลอาจจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีวาระพิเศษโดยมีประมุขของรัฐเป็นประธานได้


Article 2

(1) Only a person who is a Swedish citizen and has attained the age of twenty-five years may serve as Head of State. The Head of State may not at the same time be a member of the Government or hold a mandate as Speaker or as a member of the Parliament.
(2) The Head of State shall consult the Prime Minister before travelling abroad.

ก่อนเสด็จไปต่างประเทศ ประมุขของรัฐจะต้องปรึกษากับนายกรัฐมนตรีก่อน


Article 3
If by reason of illness, foreign travel, or any other cause the King is prevented from carrying out his duties, then that member of the Royal Family under the valid order of succession who is not prevented therefrom shall take over and perform the duties of the Head of State in the capacity of temporary Regent.

กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ด้วยเหตุต่างๆ รัชทายาทลำดับต่อไปจะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราว


Article 4

(1) Should the Royal Family become extinct, the Parliament shall appoint a Regent to perform the duties of Head of State until further notice. The Parliament shall at the same time appoint a Deputy Regent.
(2) The same applies if the King dies or abdicates and the heir to the throne has not yet attained the age of twenty-five years.

กรณีที่ไม่มีลำดับรัชทายาทต่อไป รัฐสภาจะแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนเพระองค์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประมุข


Article 5
If the King has been continuously prevented for a period of six months from carrying out his duties, or has failed to carry them out, the Government shall notify the matter to the Parliament. The Parliament shall decide whether the King shall be deemed to have abdicated.

หากพระมหากษัตริย์ไม่อาจทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป รัฐบาลจะแจ้งให้รัฐสภาทราบ จากนั้นรัฐสภาจะลงมติว่าพระมหากษัตริย์นั้นทรงสละราชสมบัติหรือไม่


Article 6

(1) The Parliament may appoint someone, on the Government's recommendation, to serve as Temporary Regent when no one competent under Article 3 or 4 is in a position to serve.
(2) The Speaker, or, if he is prevented from attending, one of the Deputy Speakers, shall serve as Temporary Regent, on the Government's recommendation, when no other competent person is in a position to serve.

ในกรณีที่ไม่มีรัชทายาท รัฐบาลจะเสนอชื่อประธานรัฐสภาให้รัฐสภารับรองเป็นผู้สำเร็จราชการฯ


Article 2

(1) When a Prime Minister is to be appointed, the Speaker shall summon for consultation one or more representatives from each party group in the Parliament. The Speaker shall confer with the Deputy Speakers and shall then submit a proposal to the Parliament.
(2) The Parliament shall proceed to vote on the proposal, no later than the fourth day thereafter, without preparation in committee. If more than half the members of the Parliament vote against the proposal, it is rejected. In all other circumstances it is approved.

การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาจะปรึกษาตัวแทนของพรรคการเมืองในสภา ปรึกษากับรองประธานฯ แล้วเสนอชื่อต่อรัฐสภา จากนั้นจะมีการโหวตภายใน 4 วัน หากได้เสียงข้างมากก็ได้มติ แต่หากไม่ได้เสียงข้างมากก็ถือว่าถูกปฏิเสธ


Article 3
If the Parliament rejects the Speaker's proposal the procedure laid down in Article 2 shall be resumed. If the Parliament rejects the Speaker's proposal four times in succession, the procedure for appointing a Prime Minister is discontinued and resumed only after an election for the Parliament has been held. Unless ordinary elections must in any case be held within three months, an extra election shall be held within that same period.

เมื่อรัฐสภาปฏิเสธชื่อนายกรัฐมนตรีที่เสนอ ก็จะมีการดำเนินการซ้ำอีก หากครบสี่รอบแล้วยังไม่ได้ชื่อนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภารับรองก็จะให้มีการเลือกตั้งใหม่


Article 4
When the Parliament has approved a new Prime Minister, he shall inform the Parliament as soon as possible of the names of the members of his Government. Government changes hands thereafter at a special session of the Cabinet before the Head of State or, if he is prevented from being present, before the Speaker. The Speaker shall always be summoned to such a session.
The Speaker issues letters of appointment for the Prime Minister on behalf of the Parliament.

เมื่อได้ชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว ให้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุดต่อรัฐสภา จัดให้มีการรับส่งหน้าที่ต่อหน้าประมุขของรัฐหรือ หากไม่สามารถทำได้ ก็ให้ดำเนินการต่อหน้าประธานรัฐสภา การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนั้นให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามในฐานะตัวแทนของรัฐสภา


Article 1

(1) The Supreme Court is the highest court of general jurisdiction, and the Supreme Administrative Court is the highest administrative court. The right to have a case tried by the Supreme Court or by the Supreme Administrative Court may be restricted by law. A person may serve as a member of the Supreme Court or the Supreme Administrative Court only if that person has been appointed a permanent justice of that court

ศาลสูงสุดเป็นประมุขฝ่ายตุลาการ


Article 9

(1) Appointments to a post in a court or in an administrative authority under the Government shall be made by the Government or by an authority designated by the Government.
(2) When making appointments to posts within the State administration attention shall be directed only to objective factors such as merit and competence

การแต่งตั้งผู้พิพากษาหรือในส่วนบริหาร ดำเนินการโดยรัฐบาลหรือองค์กรของรัฐบาล การแต่งตั้งให้ทำเฉพาะวัตถุประสงค์เป้าหมายได้แก่ หลักคุณธรรมและหลักความสามารถ


ประเทศสเปน


Preamble
The Spanish Nation, desiring to establish justice, liberty, and security, and to promote the well-being of all its members, in the exercise of its sovereignty proclaims its will to: guarantee democratic coexistence within the Constitution and the laws in accordance with a just economic and social order;
consolidate a state of law which insures the rule of law as the expression of the popular will;
protect all Spaniards and peoples of Spain in the exercise of human rights, their cultures and traditions, languages, and institutions;
promote the progress of culture and the economy to insure a dignified quality of life for all;
establish an advanced democratic society; and
collaborate in the strengthening of peaceful relations and effective cooperation among all the peoples of the earth.

อารัมภบท กล่าวว่ารัฐสเปนสร้าง นิติธรรม เสรีภาพและความปลอดภัย และส่งเสริมการกินดีอยู่ดีของประชาชน ด้วยการประกันให้มีประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่จะทำให้เกิดระเบียบแบบแผนต่อเศรษฐกิจและสังคม เสริมสร้างนิติรัฐที่สร้างความมั่นใจว่าหลักนิติธรรมเป็นการแสดงออกของเจตจำนงของประชาชน


Article 1 [State Principles, Sovereignty, Form]

(1) Spain constitutes itself into a social and democratic state of law which advocates liberty, justice, equality, and political pluralism as the superior values of its legal order.
(2) National sovereignty belongs to the Spanish people from whom emanate the powers of the state.
(3) The political form of the Spanish State is the parliamentary Monarchy

อำนาจอธิปไตยของชาติเป็นของชาวเสปนซึ่งเป็นผู้ให้อำนาจต่อรัฐ รูปแบบการเมืองของรัฐสเปนเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข


Article 6 [Political Parties]
Political parties express democratic pluralism, assist in the formulation and manifestation of the popular will, and are a basic instrument for political participation. Their creation and the exercise of their activity are free within the observance of the Constitution and the laws. Their internal structure and operation must be democratic

พรรคการเมืองเป็นผู้แสดงออกซึ่งความเป็นพหุนิยมทางประชาธิปไตย เป็นผู้ทำให้เจตจำนงของประชาชนปรากฏขึ้นมา และเป็นกลไกพื้นฐานสำหรับการมีส่วนร่วมทางการเมือง การดังกล่าวเป็นอิสระในกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย การดำเนินการในพรรคการเมืองต้องเป็นประชาธิปไตยด้วย


Article 9 [Rule of Law]

(1) The citizens and public powers are subject to the Constitution and the legal order.
(2) It is the responsibility of the public powers to promote conditions so that liberty and equality of the individual and the groups he joins will be real and effective; to remove those obstacles which impede or make difficult their full implementation, and to facilitate participation of all citizens in the political, economic, cultural, and social life.
(3) The Constitution guarantees the principle of legality, the normative order, the publication of the norms, the non-retroactivity of punitive provisions which are not favorable to, or which restrict individual rights, legal security, and the interdiction of arbitrariness of public powers.

เป็นหน้าที่ขององค์กรรัฐที่จะต้องส่งเสริมเงื่อนไขที่จะให้ เสรีภาพและความเท่าเทียมกันของบุคคลและกลุ่ม เป็นจริงและมีประสิทธิภาพ ขจัดอุปสรรคที่ขวางกั้นการทำการนั้น และให้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมืองในเรื่องชีวิตทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสังคม


Article 21 [Assembly]

(1) The right to peaceful, unarmed assembly is recognized. The exercise of this right does not require prior authorization.
(2) In the cases of meetings in places of public transit and of manifestations prior notification shall be given to the authorities, which can only forbid them when there are reasons based on disturbances of public order with danger for persons or property

สิทธิในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ มีเงื่อนไขในเรื่องการกีดขวางการจราจรหรือการรบกวนหรือการก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน


Article 56 [Head of State]

(1) The King is the Head of State, the symbol of its unity and permanence. He arbitrates and moderates the regular functioning of the institutions, assumes the highest representation of the Spanish State in international relations, especially with the nations of its historical community, and exercises the functions expressly attributed to him by the Constitution and the laws.
(2) His title is that of "King of Spain" and he may use the others which belong to the Crown.
(3) The person of the King is inviolable and is not subject to responsibility. His acts shall always be in the manner established in Article 64 and shall lack validity without that countersignature, except as provided for by Article 65 (2).

พระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การกระทำใดๆของพระองค์ให้เป็นไปตาม มาตรา 64


Article 59 [Minority, Incapacity]

(1) When the King is a minor, the King's father or mother, in their absence the oldest relative closest to succession to the Crown pursuant to the order established by the Constitution, shall immediately exercise the Regency during the King's minority.
(2) If the King becomes incapable of exercising his authority and this incapacity is recognized by the Parliament, the Prince heir to the Crown shall immediately begin to exercise the Regency if he is of age. If he is not, the procedure outlined in the previous paragraph will be adhered to until the Prince heir reaches adulthood.
(3) If there is no person who can exercise the Regency, it shall be appointed by the Parliament and shall be composed of one, three, or five persons.
(4) In order to exercise the Regency, it is necessary to be Spanish and of age.
(5) The Regency shall be exercised through constitutional mandate and always in the name of the King

กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ในกรณีต่างๆ ให้รัชทายาทตามลำดับขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่หากไม่มี รัฐสภาจะเป็นผู้แต่งตั้ง เป็นจำนวน 1 หรือ 3 หรือ 5 คน


Article 61 [Oath]

(1) The King, on being proclaimed before the Parliament, will swear to faithfully carry out his functions, to obey the Constitution and the laws and ensure that they are obeyed, and to respect the rights of citizens and the Autonomous Communities.
(2) The Prince heir, when coming of age, and the Regent or Regents when they assume their functions, will swear the same oath as well as that of loyalty to the King.

ก่อนขึ้นครองบัลลังก์พระมหากษัตริย์จะต้องทรงกระทำสัตย์สาบานต่อรัฐสภาว่า จะทรงซื่อสัตย์ในหน้าที่ เชื่อฟังรัฐธรรมนูญและกฎหมายและทำให้มั่นใจว่าจะมีการเชื่อฟังรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้นด้วย ตลอดจนเคารพต่อสิทธิของพลเมืองและชุมชนที่ปกครองตนเอง


Article 64 [Countersignature]

(1) The actions of the King shall be countersigned by the President of the Government and, when appropriate, by the competent ministers. The nomination and appointment of the President of the Government and the dissolution provided for in Article 93 shall be countersigned by the President of the House of Representatives.
(2) The persons who countersign the acts of the King shall be responsible for them

การกระทำใดๆ(แปลว่าทุกพระราชกรณียกิจ) จะต้องมีการลงนามร่วมโดยนายกรัฐมนตรี และหากเหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานนั้นๆ สำหรับกรณีการเสนอชื่อและการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและการยุบสภาจะเป็นการลงนามร่วมโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่ลงนามร่วมจะเป็นผู้รับผิดชอบตามนั้นแทนพระมหากษัตริย์ (กรณีอย่างนี้จะไม่เกิดเหตุกฎหมายไม่ผ่านเสียงข้างมากแล้วลงพระปรมาภิไธยโดยหาคนรับผิดชอบไม่ได้)


Article 69 [Senate]

(1) The Senate is the chamber of territorial representation.
(2) In each province, four senators will be elected by universal, free, equal, direct, and secret suffrage by the voters of each of them under the terms established by an organic law.

วุฒิสภาเป็นสภาสำหรับผู้แทนจากพื้นที่ปกครองต่างๆ


Article 98 [Composition, President, Incompatibilities]

(1) The Government is composed of the President, Vice Presidents, and in some cases the ministers and other members the law may establish.
(2) The President directs the actions of the Government and coordinates the functions of the other members of it without prejudice to their competence and direct responsibility in their activity.

รัฐบาลประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีและผู้ที่กฎหมายกำหนด


Article 99 [Election]

(1) After each renewal of the House of Representatives and in the other cases provided for by the Constitution, the King shall, after consultation with the representatives designated by the
political groups represented in parliament, and through the President of the House of Representatives, propose a candidate for the Presidency of the Government.
(2) The proposed candidate, in conformity with the provisions of the foregoing paragraph, shall submit to the House of Representatives the political program of the Government he intends to form and shall seek the confidence of the Chamber.
(3) If the House of Representatives, by an absolute majority of its members, grants its confidence to said candidate, the King will appoint him President. If said majority is not obtained, the same proposal shall be submitted to a new vote 98 hours after the former, and confidence shall be understood to have been granted if a simple majority is obtained.
(4) If after the aforementioned votes are cast, confidence is not granted for investiture, successive proposals will be made in the manner foreseen in the foregoing paragraphs.
(5) If within two months from the first voting for investiture no candidate has obtained the confidence of the House of Representatives, the King shall dissolve both Chambers and call for new elections with the concurrence of the President of the House of Representatives.

เมื่อเสร็จการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร พระมหากษัตริย์จะทรงปรึกษากับเหล่าผู้แทนจากกลุ่มการเมืองต่างๆในสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำการเสนอผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี

ผู้ได้รับการเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีจะเสนอนโยบายรัฐบาลต่อสภาและขอรับความไว้วางใจจากสภา ถ้าสภาผู้แทนราษฎรโดยเสียงข้างมากเด็ดขาด(เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนไม่ใช่ที่ประชุม)ให้ความไว้วางใจ พระมหากษัตริย์จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่ได้เสียงข้างมากจะเสนอข้อเสนอเดิมเพื่อลงคะแนนใหม่ภายใจ 98 ชั่วโมงโดยครั้งนี้จะใช้เสียงข้างมากในการประชุม

ถ้ายังไม่ได้รับความไว้วางใจอีกจะมีการจัดทำข้อเสนอใหม่และภายในสองเดือนหลังจากการลงคะแนนครั้งแรกหากไม่มีใครได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร พระมหากษัตริย์จะทรงยุบทั้งสองสภาและทรงให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยมีการร่วมมือกันประธานสภาผู้แทนราษฎร


Article 103 [Public Administration]

(1) The Public Administration serves the general interest with objectivity and it acts in accordance with the principles of efficacy, hierarchy, decentralization, deconcentration, and coordination while fully complying with the law and legality.
(2) The organs of the Administration of the State are created, governed, and coordinated in accordance with the law.

การบริหารราชการจะตอบสนองต่อผลประโยชน์ทั่วไปด้วยการทำงานใช้หลักประสิทธิภาพ สายการบังคับบัญชา การกระจายอำนาจ กระจายจุดสนใจ และมีการประสานงาน ให้เป็นไปตามกฎหมาย


Article 104 [Security Forces and Corps]

(1) The Security Forces and Corps which are instruments of the Government shall have the mission of protecting the free exercise of rights and liberties and that of guaranteeing the security of the citizens.
(2) An organic law shall determine the functions, basic principles of action, and the Statues of the Security Forces and
Corps.

หน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นกลไกของรัฐบาลที่จะต้องปกป้องการใช้สิทธิและเสรีภาพที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของพลเมืองโดยให้มีการออกกฎหมายลูกมารองรับตามนี้


Title VI Judicial Power

Article 117 [Independence, Courts, Tribunals]

(1) Justice emanates from the people and is administered in the name of the King by Judges and Magistrates who are members of the judicial power and are independent, irremovable, responsible, and subject only to the rule of the law.

ความยุติธรรมได้มาจากประชาชนและการบริหารในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์โดยผู้พิพากษา


Article 122 [Organization, General Council]

(1) The organic law on judicial power shall determine the structure, operation, and administration of the Courts and Tribunals, as well as the legal status of Judges and Magistrates, who form a single body, and of the personnel at the service of the Administration of Justice.
(2) The General Council of the Judicial Power is the governing organ of the latter. The organic law shall establish its statute
and the system of incompatibilities for its members and their functions, particularly in matters of appointments, promotions, inspections, and disciplinary regime.
(3) The General Council of the Judicial Power shall consist of the President of the Supreme Court, who shall preside, and twenty members appointed by the King for a period of five years. Of these, twelve shall be Judges and Magistrates of all the judicial categories under the terms the organic law establishes; four will be proposed by the House of Representatives; and four by the Senate, elected in both cases by three-fifths majority of their members, from among lawyers and jurists of recognized competence with more than fifteen years in the exercise of their profession.

สภาทั่วไปของตุลาการประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา และ สมาชิกอีก 20 คนแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์มีวาระ 5 ปี 12 ท่านได้มาจากเหล่าผู้พิพากษาตามที่กฎหมายกำหนด การเสนอชื่อ 4 คนมาจากสภาผู้แทนราษฎร 4 จากวุฒิสภา การลงคะแนนเลือกใช้เสียง 3ใน 4 ของสมาชิก โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนักกฎหมายหรือลูกขุนที่มีความสามารถมากว่า 15 ปี


ประเทศเบลเยี่ยม


Article 1 [Federal State]
Belgium is a Federal State made up of Communities and Regions.

เบลเยี่ยมเป็นสหพันธรัฐ ประกอบด้วยชุมชนและภูมิภาค


Article 33 [Sovereignty, Rule of Law]

(1) All power emanates from the Nation.
(2) The power is exerted in the manner established by the Constitution

อำนาจอธิปไตยได้มาจากชาติ


Article 36 [Legislative Power]
The federal legislative power is exerted collectively by the King, the House of Representatives, and the Senate.

อำนาจนิติบัญญัติเป็นการใช้อำนาจร่วมกันโดยพระมหากษัตริย์ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก


Article 37 [Executive Power]
The federal executive power, as stipulated by the Constitution, belongs to the King.

อำนาจบริหารได้มาจากรัฐธรรมนูญและเป็นของพระมหากษัตริย์


Article 42 [Representation]
The members of the two Houses represent the Nation, and not only those who elected them

สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้แทนของชาติ


Article 46 [Reasons for Dissolution]

(1) The King has only the right to dissolve the House of Representatives if the latter, with the absolute majority of its members:
1) either rejects a motion of confidence in the federal Government and does not propose to the King, within three days from the day of the rejection of the motion, the nomination of a successor to the Prime Minister;
2) or adopts a motion of disapproval with regard to the federal Government and does not simultaneously propose to the King the nomination of a successor to the Prime Minister.
(2) The motions of confidence and disapproval can only be voted on after a delay of forty-eight hours after the introduction of the motion.
(3) Moreover, the King may, in the event of the resignation of the federal Government, dissolve the House of Representatives after having received its agreement expressed by the absolute majority of its members.
(4) The dissolution of the House of Representatives entails the dissolution of the Senate.
(5) The act of dissolution involves the convoking of the electorate within forty days and of the Houses within two months.

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร


Article 85 [Dynasty]

(1) The King's constitutional powers are hereditary through the direct, natural, and legitimate descent from H.M. Leopold, Georges, Chretien, Frederic of Saxony-Coburg, by order of primogeniture.


For lack of a descendant to H. M. Leopold, Georges, Chretien, Frederic of Saxony-Coburg, the King may name his successor, with the approval of the Houses, in such a manner as prescribed in Article 87.
(2) In the absence of a nomination undertaken in the above-mentioned manner, the throne shall be vacant.
พระมหากษัตริย์ของเบลเยี่ยมจะมาจากราชวงศ์ที่กำหนดไว้ ถ้าหากไม่มีรัชทายาทจากราชวงศ์ที่กำหนดให้พระมหากษัตริย์พระราชทานนามผู้สืบทอดโดยรัฐสภาให้ความเห็นชอบ(สองสภาฯ) ถ้าไม่มีการเสนอชื่อดังกล่าว ให้ถือว่าราชบัลลังก์ว่างลง


Article 88 [Responsibility]
The King's person is inviolable; his ministers are responsible

จะละเมิดพระมหากษัตริย์ไม่ได้ รัฐมนตรีจะรับผิดชอบแทน


Article 91 [King's Majority, Oath]

(1) The King attains his majority upon completion of his eighteenth year of age.
(2) The King may accede to the throne only after having taken the following oath before the united Houses: "I swear to observe the Constitution and the laws of the Belgian people, to preserve our national independence and our territorial integrity".

การกระทำสัตย์ต่อรัฐสภา(สองสภาฯ) ก่อนขึ้นครองราชย์ พระมหากษัตริย์จะทรงตรัสว่า “ข้าพเจ้าสาบานที่จะยินยอมทำตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายของประชาชนชาวเบลเยี่ยม รักษาเอกราชของชาติและบูรณภาพของดินแดน”


Article 92 [Minority Guardianship]
Should, upon the King's death, his successor be under age, the two Houses meet as a single assembly, for the purpose of regency and guardianship.

กรณีที่รัชทายาทที่จะขึ้นครองราชย์ทรงพระเยาว์ รัฐสภาจะประชุมร่วมและเสนอมติแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และผู้พิทักษ์


Article 96 [Establishing Government]

(1) The King appoints and dismisses his ministers.
(2) The Federal Government offers its resignation to the King if the House of Representatives, by an absolute majority of its members, adopts a motion of disapproval, proposing to the King the nomination of a successor to the Prime Minister, or proposes to the King the nomination of a successor to the Prime Minister within three days of the rejection of a motion of confidence. The King names the proposed successor as Prime Minister, who takes office the moment the new federal Government is sworn in.

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและยุบคณะรัฐมนตรี โดยสภาผู้แทนราษฎรด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด(เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกไม่ใช่การประชุม) ทำการรับหรือไม่รับการไว้วางใจในการแถลงนโยบายของรัฐบาล หากไว้วางใจก็ให้นายกรัฐมนตรีกระทำสัตย์ก่อนบริหารงาน


Article 98 [Royal Incompatibility]
No member of the royal family may be a minister.

ห้ามมิให้สมาชิกของราชวงศ์เป็นรัฐมนตรี


Article 102 [Exclusive Responsibility]
Under no circumstances may a written or verbal order of the King diminish the responsibilities of a minister

ห้ามมิให้ พระมหากษัตริย์ลดความรับผิดชอบของรัฐมนตรีด้วยวิธีใดๆ


Section III Responsibilities

Article 105 [Limited Powers]
The King has no powers other than those formally attributed to him by the Constitution and by specific laws established by virtue of the Constitution itself.

พระมหากษัตริย์ไม่ทรงมีอำนาจใดๆ เกินไปกว่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้


Article 106 [Countersignature]
No actions of the King may take effect without the countersignature of a minister, who, in doing so, takes responsibility upon himself.

การทรงกระทำการใดๆของพระมหากษัตริย์จะไม่มีผลหากไม่มีการลงนามร่วมของรัฐมนตรี ผู้ซึ่งจะต้องมารับผิดชอบด้วยตนเอง


Article 110 [Right to Pardon]
The King has the right to annul or to reduce sentences pronounced by judges, except for that which is statuted relative to ministers and members of Community and Regional Governments.

พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทานอภัยโทษได้ ยกเว้นกรณีของรัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐบาลท้องถิ่น


Article 111 [Limitation of Pardon]
The King may not pardon a minister or the member of a Community or Regional Government condemned by the Supreme Court of Appeal, except at the express demand of the House of Representatives or of the Council concerned.

กรณีรัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐบาลท้องถิ่นหากได้รับการรัองขอจากสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาฯที่เกี่ยวข้องแล้ว ทรงพระราชทานอภัยโทษได้


Article 114 [Military Orders]
The King may give military orders within the limits prescribed by law.

พระมหากษัตริย์อาจทรงให้คำสั่งทางทหารได้ตามที่กำหนดจำกัดไว้โดยกฎหมาย


Article 150 [Juries]
The jury is established for all criminal matters, in addition to issues of political and press wrongdoings

กรณีลูกขุนให้มีในคดีอาญาทุกกรณี


Article 151 [Nomination of Judges]

(1) Court magistrates and court judges are directly named by the King.
(2) Appeal judges and the presidents and vice-presidents of the high Courts of Justice to which they are attached are named by the King on two double lists. One is presented by the courts, the other by provincial Councils and by the Brussels Capital Regional Council, as the case may be.
(3) Judges of the Court of Cassation are named by the King on two double lists. One is presented by the Court of Cassation, the other, alternately, by the House of Representatives and by the Senate.
In both cases, candidates of one list may be placed on the other.
All presentations are made public, at least fifteen days prior to nomination.
(4) Courts choose within themselves their presidents and vice-presidents.

รายชื่อของผู้พิพากษาได้มาจากฝ่ายตุลาการเองและสภาจังหวัด ส่วนผู้พิพากษาจากศาลพิเศษ(Cassation)(ในการกลับคำพิพากษา)ได้มากจากศาลเองและจากรัฐสภา


ประเทศญี่ปุ่น


Chapter I The Emperor

Article 1 [Symbol of State]
The Emperor shall be the symbol of the State and of the unity of the people, deriving his position from the will of the people with whom resides sovereign power.

พระจักรพรรดิเป็นสัญลักษณ์ของรัฐและความเป็นเอกภาพของประชาชน ได้สถานภาพจากเจตจำนงของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย


Article 3 [Cabinet Approval and Responsibility]
The advice and approval of the Cabinet shall be required for all acts of the Emperor in matters of state, and the Cabinet shall be responsible therefor.

การทรงงานใดๆของพระจักรพรรดิในกรณีของรัฐ จะได้รับการแนะนำและยอมรับจากคณะรัฐมนตรีโดยคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้รับผิดชอบ


Article 4 [Rule of Law for Emperor]

(1) The Emperor shall perform only such acts in matters of state as are provided for in this Constitution and he shall not have powers related to government.
(2) The Emperor may delegate the performance of his acts in matters of state as may be provided by law

การทรงงานขององค์พระจักรพรรดิจะทรงได้เฉพาะกรณีของรัฐที่ได้ให้อำนาจไว้ในรัฐธรรมนูญ และ องค์พระจักรพรรดิต้องไม่ใช้อำนาจใดๆ เกี่ยวข้องกับรัฐบาล


Article 6 [Appointments]

(1) The Emperor shall appoint the Prime Minister as designated by the Diet.
(2) The Emperor shall appoint the Chief Judge of the Supreme Court as designated by the Cabinet.

พระจักรพรรดิ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีโดยการเสนอของสภา

พระจักรพรรดิ แต่งตั้งประธานศาลฎีกาโดยการเสนอของคณะรัฐมนตรี


Article 7 [Functions]
The Emperor, with the advice and approval of the Cabinet, shall perform the following acts in matters of state on behalf of the people:
1. Promulgation of amendments of the constitution, laws, cabinet orders and treaties.
2. Convocation of the Diet.
3. Dissolution of the House of Representatives.
4. Proclamation of general election of members of the Diet.
5. Attestation of the appointment and dismissal of Ministers of State and other officials as provided for by law, and of full powers and credentials of Ambassadors and Ministers.
6. Attestation of general and special amnesty, commutation of punishment, reprieve, and restoration of rights.
7. Awarding of honors.
8. Attestation of instruments of ratification and other diplomatic documents as provided for by law.
9. Receiving foreign ambassadors and ministers.
10. Performance of ceremonial functions.

พระจักรพรรดิทรงงานต่างๆเหมือนประเทศอื่น แต่จะเป็นลักษณะของพิธีการ


Article 8 [Property Authorization]
No property can be given to, or received by, the Imperial House, nor can any gifts be made therefrom, without the authorization of the Diet

ราชสำนักไม่สามารถรับหรือให้ทรัพย์ใดๆ หรือให้ของขวัญใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา


Article 41 [Legislative Power]
The Diet shall be the highest organ of state power, and shall be the sole law-making organ of the State.

รัฐสภาเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของรัฐและเป็นผู้ออกกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น (ถ้ากำหนดเสียเช่นนี้จะไม่ปรากฏการตีความในลักษณะการออกกฎหมายของบางองค์กรอิสระ.. เช่นคำว่า”อาจ” เป็นต้น เพราะเท่ากับห้ามองค์กรอื่นออกกฎหมายเอง)


Article 42 [Two Houses]
The Diet shall consist of two Houses, namely the House of Representatives and the House of Councilors

รัฐสภาญี่ปุ่นมีสองสภา


Article 65 [Executive Power]
Executive power is vested in the Cabinet.

อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรี


Article 66 [Membership, Responsibility]

(1) The Cabinet consists of the Prime Minister, who shall be its head, and other Ministers of State, as provided for by law.
(2) The Prime Minister and other Ministers of State must be civilians.
(3) The Cabinet, in the exercise of executive power, shall be collectively responsible to the Diet

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนอื่นๆจะต้องเป็นพลเรือน คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา


Article 67 [Election of Prime Minister]

(1) The Prime Minister shall be designated from among the members of the Diet by a resolution of the Diet.
(2) This designation shall precede all other business.
(3) If the House of Representatives and the House of Councilors disagree and if no agreement can be reached even through a joint committee of both Houses, provided for by law, or the House of Councilors fails to make designation within ten days, exclusive of the period of recess, after the House of Representatives has made designation, the decision of the House of Representatives shall be the decision of the Diet.

นายกรัฐมนตรีได้รับการเสนอชื่อจากทั้งสองสภา กรณีที่สองสภาเห็นไม่ตรงกันแม้ว่าจะมีการประชุมร่วมกันแล้ว หรือ สภาสูงไม่สามารถให้ชื่อได้ภายใน 10 วันหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้ตัดสินใจเลือกไปแล้ว ให้ถือว่าการเสนอชื่อของสภาผู้แทนราษฎรเป็นสิ้นสุด


Article 74 [Countersignature]
All laws and cabinet orders shall be signed by the competent Minister of State and countersigned by the Prime Minister.

กฎหมายและมติตามคำสั่งคณะรัฐมนตรีนอกจากลงนามโดยรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแล้วต้องได้รับการลงนามร่วมโดยนายกรัฐมนตรี


Article 79 [Supreme Court]

(1) The Supreme Court shall consist of a Chief Judge and such number of judges as may be determined by law; all such judges excepting the Chief Judge shall be appointed by the Cabinet.
(2) The appointment of the judges of the Supreme Court shall be reviewed by the people at the first general election of members of the House of Representatives following their appointment, and shall be reviewed again at the first general election of members of the House of Representatives after a lapse of ten years, and in the same manner thereafter.
(3) In cases mentioned in the preceding paragraph, when the majority of the voters favors the dismissal of a judge, he shall be dismissed.

ศาลฎีกาสูงสุด ประกอบด้วยประธานและสมาชิกที่เป็นผู้พิพากษาตามที่กฎหมายกำหนด โดยสมาชิกจะได้มาจากการเสนอแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี การแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลฎีกาจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยประชาชนจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ จะได้รับการตรวจสอบอีกครั้งจากการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งแรกเมื่อครบ 10ปีแล้ว หากว่าประชาชนเสียงส่วนใหญ่ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ ผู้พิพากษาชื่อนั้นจะถูกถอดถอน


Article 88 [Imperial Household]

(1) All property of the Imperial Household shall belong to the State.
(2) All expenses of the Imperial Household shall be appropriated by the Diet in the budget.

สมบัติของราชสำนักเป็นของรัฐ การใช้จ่ายใดๆของราชสำนักเป็นไปตามพระราชบัญญัติงบประมาณ(ต้องให้มีการตรวจสอบนั่นเอง)

Wednesday, September 16, 2009

แดงเมินกม.มั่นคง ขู่หากรุนแรง นายกฯไม่ได้กลับ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33282

เสื้อแดง ย้ำ ชุมนุมแน่ 19 ก.ย. ชี้ หากมีเหตุรุนแรงนายกฯอาจ​ไม่ได้กลับประเทศ พร้อมขู่ชุมนุมยืดเยื้อถ้ารัฐบาลใช้เครื่องยิงหูดับ ขณะโฆษก พท.สับใช้พรบ.มั่นคงฟุ่มเฟือย ...

วันนี้ (15 ก.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงข่าวกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 18 - 22 ก.ย. ในเขตพื้นที่ดุสิต ว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นไปตามคาดหมาย แต่กลุ่มคนเสื้อแดงยังคงยืนยันที่จะชุมนุมตามเดิมในวันที่ 19 ก.ย. เลิกชุมนุมในเวลา 24.00 น. ของวันเดียวกัน สิ่งที่เรากังวลคือการใช้กำลังทหารในระหว่างที่มีความขัดแย้งภายในรัฐบาลด้วยกันเอง อาจมีชนวนเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น ซึ่งถ้าวันที่ 19 ก.ย. มีการใช้ความรุนแรง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อาจไม่ได้กลับประเทศไทยจริงๆ ก็ได้

“วันนี้สนิมมันเกิดเนื้อใน กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเพียงปัจจัยภายนอก ปัญหามันมีทั้งเรื่องการตั้ง ผบ.ตร. การจัดโผทหาร ผมยังยืนยันว่าถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำอะไรขึ้นมา นายอภิสิทธิ์จะไม่ได้กลับประเทศไทย ขณะเดียวกันกำลังคิดอยู่ว่าจะทำหนังสือถึงยูเอ็น ว่า ถ้ากำลังมีปัญหาภายในประเทศ นายอภิสิทธิ์ จะไปร่วมประชุมได้อย่างไร” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สำหรับการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. เชื่อว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมจนเต็มลานพระบรมรูปทรงม้า ไปจนถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ ทั้งนี้ทราบว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ จะไม่อยู่ที่นั่น ดังนั้น เราจะให้พี่น้องเสื้อแดงชาวอีสาน แวะไปที่บ้านแม่ทัพ หรือ บ้านไร้กังวลเดิม ที่ จ.นครราชสีมาในช่วงเช้า ก่อนมาร่วมชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นอกจากนี้ เราจะให้ประชาชนบันทึกเทประหว่างที่มีการชุมนุม หากพบว่ามีการใช้เครื่องมือยิงหูดับ กับกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อใด ก็จะไม่เลิกชุมนุมภายใน 1 วัน อาจจะชุมนุมเป็นเดือน เป็นปี ก็ได้ ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง บอกว่าจะรับผิดชอบต่อคำสั่งในการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง อยากถามว่าตำรวจจะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน มีหลักประกันอะไรหรือไม่ วิธีการนี้อาจมีตำรวจส่วนหนึ่งที่เป็นพวกเดียวกันที่เชื่อ แต่อีก 90% เขาไม่ยอมรับ นายสุเทพ เป็นแค่คนๆหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์ไปออกปากรับผิดชอบ

ขณะที่ เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวภายหลังการประชุม ส.ส.และ คณะยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย ว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์ถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ของรัฐบาลว่า เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนที่ต้องการออกมาแสดงความต่อต้านการรัฐประหารหรือไม่ หรือว่ารัฐบาลชุดนี้เห็นด้วยกับการปฏิวัติ การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง อย่างฟุ่มเฟือยเป็นการบ่งบอกว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะมาจากค่ายทหารมากกว่าระบอบประชาธิปไตย การประกาศพ.ร.บ.ดังกล่าวยังสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่ระบุให้ประชาชนชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ขณะที่หลายฝ่ายก็ระบุว่ายังไม่มีเงื่อนไขให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง พรรคเพื่อไทยมองว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว การลงทุน และ ทำให้ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหวาดผวา ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายที่สภาในวันที่ 16-17 ก.ย. ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะเดียวกันก็จะตั้งคณะทำงานสังเกตการณ์ชุมนุม ตรวจสอบการทำหน้าที่ การใช้อำนาจรัฐ

ทักษิณส่งซิก19กย. 3ปีปฏิวัติ รำลึกชาติล้มเหลว

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33291

อดีตนายกฯทักษิณ เหน็บแต่งตั้งผบ.ตร.ไม่ลงตัว แค่หาคนมาทำคดีลอบฆ่า"สนธิ" ย้ำชุมนุมเสื้อแดง 19ก.ย. รำลึกความล้มเหลว 3ปีปฏิวัติ ยันไม่มีการส่งสัญญาณสร้างความวุ่นวาย มีเพียงสัญญาณสันติสุข

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 ก.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกรายการวิทยุออนไลน์ "ทอล์ก อะราวนด์ เดอะเวิรลด์" กล่าวถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ยังเป็นปัญหาวุ่นวายภายในรัฐบาลว่า เห็นเรื่องการหาตัวผบ.ตร.คนใหม่ยังเป็นปัญหาหักกันไปหักกันมา จะเอาเป็นเอาตาย ความจริงไม่มีอะไรเลย ใครมาทำหน้าที่ก็ต้องรักษากติกา ไม่อย่างนั้นก็จบไม่สวย วันนี้รู้สึกว่าทำมานานไม่เสร็จสักที ตนเดาเอาว่า คงสืบเนื่องจากคดีลอบฆ่านายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นการสู้กันเพื่อหาคนมาทำเรื่องนี้จนวุ่นวาย ตนก็โดนลอบฆ่ามาหลายครั้ง แต่โชคดีที่รอดมาได้ และถูกปฏิวัติออกมาข้างนอกก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่จบง่ายๆ ก็ไม่คิดว่าบ้านเมืองเราช่วงหลังจะรุนแรงฆ่ากันง่ายแบบนี้ น่าจะอภัยซึ่งกันและกัน หันหน้าเข้าหากันดีกว่าเพราะเมื่อช้างสารชนกันหญ้าแพรกก็ตายไปด้วย ประชาชน นักธุรกิจแย่มาก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลดราวาศอก พูดกันด้วยเหตุผล การแข่งขันทางการเมืองควรเหมือนการเล่นกีฬา ที่จบแล้วสามารถจับมือกันได้ อย่าไปมัดมือฝ่ายหนึ่งไว้แล้วตบซ้ายตบขวา แบบนั้นไม่ใช่ หันหน้าเข้าหากันดีกว่า ถ้าใครคิดว่าตนช่วยอะไรได้บ้างก็อยากให้บอกกันมา

พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวต่อว่า มีการบอกว่าวันชุมนุมคนเสื้อแดง 19 ก.ย. ตนจะส่งสัญญาณไปสร้างความวุ่นวาย ยืนยันว่าไม่มี สัญญาณที่จะส่งไปคือสันติสุขอันเดียวเท่านั้น การชุมนุมวันนั้นอยากให้เป็นไปด้วยความสงบ เป็นการรำลึกถึงการปฏิวัติที่ทำให้ประเทศเสียหายมา 3 ปี อยากฝากให้ประชาชนคิดว่า 3 ปีมีอะไรดีขึ้นบ้าง มีเพียงคนส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ดีขึ้น แต่ประชาชนทั้งประเทศแย่ ส่วนใหญ่เดือดร้อน เม็ดเงินหดหาย คนตกงาน ค้าขายลำบาก ความเชื่อถือประเทศลดลง เกียรติภูมิลดลง ประชาธิปไตยหาย ระบบความยุติธรรมเหลือน้อย นี่คือ 3 ปี แห่งความล้มเหลวของการปฏิวัติ ที่บอกว่าจะแก้ปัญหาความปรองดอง ก็เลวร้ายกว่าเดิม ดังนั้นต้องมาคิดว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราบอบช้ำพอหรือยัง แตกแยกพอหรือยัง เราต้องการกลับมาเป็นประเทศไทยที่เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหรือไม่ รบราฟ้องร้องกล่าวหาโกหกกันต่อไป ไม่เป็นผลดีต่อใครเลย ทุกวันนี้บันทึกได้หมด ไปสั่งการอย่างไรก็เห็นหมด อ้างว่าตัดต่อมันก็มีเนื้อส่วนหนึ่งที่เห็นกันว่าไม่ตัดแล้วสื่อความหมาย อย่างไร สำหรับการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง อย่างพร่ำเพรื่อของรัฐบาล ดูแล้วใช้เปลืองยิ่งกว่ากระดาษทิชชู ไปใช้ทัดทานเสรีภาพ ละเมิดประชาธิปไตย ไม่รู้กลัวอะไรหนักหนา อยากให้ทบทวนให้ดี มีอำนาจขอให้ใช้ในทางที่ถูก

รัฐวางก๊อก2 ยืดหนวด กม.มั่นคงรับแดง

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_33334

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ครม.หวั่นม็อบแดงยืดเยื้อ "สุเทพ" วางเกมต่ออายุ พรบ.มั่นคง รับมือ หลังประกาศใช้ 18-22ก.ย. ระบุหากยืดเยื้อ สามารถนำเข้าที่ประชุมครม. 22ก.ค.ประกาศใช้ต่อได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ย. ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณาการประกาศพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร เพื่อรองรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย. ครม.ใช้เวลาในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพียงไม่กี่นาที โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เสนอเรื่องเพียงสั้นๆ ว่าเหตุการณ์ จะเป็นทำนองเดียวกับคราวก่อน เพียงแต่เลื่อนมาประกาศบังคับใช้ในคราวนี้ โดยประกาศเขตพื้นที่เขตดุสิต เป็นพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรระหว่างวัน ที่ 18-22 ก.ย.2552

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความเป็นห่วงว่า หากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยืดเยื้อจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ถึงวันอังคารที่ 22 ก.ย.อยู่แล้ว หากยือเยื้อ ก็นำเข้าที่ประชุมครม.ในวันนั้นประกาศต่อได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการประชุมครม. นายอภิสิทธิ์ ได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมครม.ถึงการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาพ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่จะเข้าที่ประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์หน้า จะต้องมีคนของฝ่ายรัฐบาลคอยอยู่ดูแลและตอบข้อชี้แจงต่อวุฒิสภา ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจดูแลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกา ตนไปเองได้ ไม่มีปัญหาอะไร ทำให้นายกรณ์ กล่าวขึ้นว่า หากเป็นเช่นนั้นตนขอไม่เดินทางร่วมไปกับคณะนายกรัฐมนตรี จะได้อยู่ช่วยชี้แจงต่อวุฒิสภา เพราะมีอยู่มาตราหนึ่งที่วุฒิสภาไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการว่าโครงการต่าง ๆ ให้ส่งให้สภาฯพิจารณา อาจทำให้มีปัญหาได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดีแล้วจะได้มีรัฐมนตรีอยู่เป็นหลัก 2 คนในการช่วยกันตอบข้อชี้แจงได้

นายกรัฐมตรี กล่าวต่อถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 16-17 ก.ย. ว่า ขอให้ทุกคนเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยเพื่อจะได้รับฟังความ คิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเรียกร้องถอนหมายจับแกนนำสหภาพแรงงาน 3 คน พร้อมเรียกร้องตำรวจและรัฐบาลตรวจสอบการใช้ LRAD

ที่มา ประชาไท

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลดุสิต ดำเนินการเพื่อขอถอนหมายจับแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ทั้งสามคนในทันที และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในลำดับต่อไป พึงตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า การชุมนุมของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ มีวัตถุประสงค์และข้อเรียกร้องที่ชัดเจน ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด ดังนั้นการดำเนินคดีนี้ต่อไปย่อมไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อสาธารณะ และสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจเสรีภาพในการชุมนุมอันเป็นเสรีภาพของประชาชนและเป็นหลักการสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังเรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบการนำเครื่องเสียงระดับไกลดังกล่าวมาใช้ในการชุมนุมว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายประชาชนเพียงใด พร้อมทั้งดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าพนักงานที่นำเครื่องเสียงดังกล่าวมาใช้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งแถลงความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบ

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนยังเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีนโยบายที่ชัดเจนห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เครื่องเสียงระดับไกลดังกล่าวในการสลายการชุมนุมทั้งโดยชอบและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นวิธีการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวด้านสุขภาพของผู้ชุมนุม และเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีนโยบายที่ไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน อันเป็นลักษณะไม่พึงประสงค์ของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย

000


แถลงการณ์ :
กรณีการออกหมายจับแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์
เผยแพร่ ณ วันที่ 15 กันยายน 2552

ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลดุสิตได้ออกหมายจับนายสุนทร บุญยอด นางสาวบุญรอด สายวงศ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และนางสาวจิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิกตามมาตรา 215 และมาตรา 216ประมวลกฎหมายอาญา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2552 เนื่องจากการเดินทางมาชุมนุมยังทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือปัญหาการเลิกจ้างงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2552 เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนมีความเห็นทางกฎหมายต่อประเด็นดังกล่าวดังต่อไปนี้

1. การชุมนุมกันของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์เป็นการชุมนุมตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องสิทธิและแสดงออกซึ่งความเห็น เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธอันเป็นเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2550 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 ได้รองรับและคุ้มครองไว้ เจ้าพนักงานมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างถูกต้องและไม่ให้เกิดความวุ่นวาย การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเครื่องขยายเสียงระดับไกล (Long Range Acoustic Device) มาเปิดเพื่อรบกวนการชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานสตรี สตรีมีครรภ์ และแรงงานที่ใกล้เกษียณอายุ ในขณะที่ตัวแทนได้ติดต่อประสานงานเพื่อเข้าไปยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านแทนรัฐบาล จึงเป็นการกระทำไปโดยที่เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจกระทำได้ เป็นการกระทำซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และขัดกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 19 อันเป็นสิทธิที่บุคคลมีสิทธิแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง

2. การออกหมายจับแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 63 ได้รับรองและคุ้มครองไว้ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และมาตรา 216 นั้น เป็นการใช้กฎหมายอาญาที่ไม่ถูกต้องและเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายอาญามาตรา 215 และมาตรา 216 แม้จะมีขึ้นเพื่อคุ้มครอง “ความสงบสุขของประชาชน” แต่การใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 นั้น แม้โดยสภาพของการรวมตัวของบุคคลจำนวนมากอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้เสรีภาพของบุคคลอื่นอยู่บ้าง ก็เป็นไปโดยธรรมชาติของการชุมนุมของคนจำนวนมาก มิใช่เจตนาของผู้ร่วมชุมนุมแต่อย่างใด จึงไม่อาจตีความได้ว่าการชุมนุมดังกล่าว “ก่อให้เกิดความไม่สงบสุขแก่ประชาชน” ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และมาตรา 216 ได้ หากยอมรับตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตีความว่าการใช้เสรีภาพชุมนุมของสมาชิกสหภาพแรงงานเพื่อการเจรจา ยื่นหนังสือและแยกย้ายกันกลับดังกล่าวเป็นความผิดอาญา ทุกครั้งที่มีการชุมนุมของคนจำนวนมาก หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมโดยอ้างฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และมาตรา 216 ได้เสมอ ก็เท่ากับการยอมรับว่าประเทศไทยไม่ได้ปกครองโดยยึดถือหลักการปกครองโดยกฎหมายเป็นใหญ่ (The Rule of Law) อีกต่อไป เพราะเป็นการยอมให้กฎหมายอาญาที่มีฐานะต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ มีผลยกเลิกกฎหมายรัฐธรรมนูญไปโดยปริยาย

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้นเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

1. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ดำเนินการเพื่อขอถอนหมายจับแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ทั้งสามคนในทันที และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในลำดับต่อไป พึงตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า การชุมนุมของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ มีวัตถุประสงค์และข้อเรียกร้องที่ชัดเจน ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด ดังนั้นการดำเนินคดีนี้ต่อไปย่อมไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อสาธารณะ และสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจเสรีภาพในการชุมนุมอันเป็นเสรีภาพของประชาชนและเป็นหลักการสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบการนำเครื่องเสียงระดับไกลดังกล่าวมาใช้ในการชุมนุมว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายประชาชนเพียงใด พร้อมทั้งดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าพนักงานที่นำเครื่องเสียงดังกล่าวมาใช้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งแถลงความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบ

3. รัฐบาล ควรมีนโยบายที่ชัดเจนห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เครื่องเสียงระดับไกลดังกล่าวในการสลายการชุมนุมทั้งโดยชอบและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นวิธีการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวด้านสุขภาพของผู้ชุมนุม และเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีนโยบายที่ไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน อันเป็นลักษณะไม่พึงประสงค์ของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย

ด้วยจิตรักความเป็นธรรม
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

รัฐทุ่มงบ 50 ล้าน ทำทีวีออนไลน์ แพร่ข่าวทั่วโลก

ที่มา ประชาไท

นางสาวอัมพวัน เจริญกุล ผู้อำนวยการสำนักข่าวแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักข่าวแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักบริหารข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับนโยบายและกิจกรรมสำคัญของรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการรายงานข่าว รายงานพิเศษ สารคดีเชิงข่าว ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมสู่สังคมโลกมากขึ้น จึงจัดตั้งสื่อออนไลน์ใหม่ ภายใต้ชื่อเว็บไซต์ thainews.prd.go.th หรือ thainews.net พร้อมให้บริการข่าวสาร ภาษาไทย และอังกฤษ อีกทั้ง เปิดสถานีโทรทัศน์ภาษาอังกฤษ24 ชั่วโมง ในรูปแบบทีวีออนไลน์ภาครัฐแห่งแรกของประเทศไทย

ผอ.สำนักข่าวแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองในประเทศไทยมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงต้องการนำเสนอข้อเท็จจริงผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางสร้างประโยชน์ให้ประเทศ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการดำเนินงานสื่อดังกล่าว จะมีทีมงานข่าว ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน 92 คน โดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันเช่น ฝ่ายข่าว ฝ่ายวิเคระห์ และฝ่ายไอที เป็นต้น

นางสาวอัมพวัน กล่าวอีกว่า สื่อดังกล่าวเริ่มทดลองตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.2551ที่ผ่านมา และเปิดตัวเต็มรูปแบบเมื่อเดือน มิ.ย.2552 ที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเมื่อปี 2552 อยู่ที่ 50 ล้านบาท ดำเนินการติดตั้งเริ่มแรก สำหรับ ปี2553 หรือปีหน้า จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐอีกกว่า 20 ล้านบาท เพื่อใช้บริหารสื่อ โดยตั้งเป้าผู้เข้าชมกว่า 1 ล้านเพจวิว ในปี 2553 หรือปีหน้า จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 4-5 แสนเพจวิว

ผอ.สำนักข่าวแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า สำนักข่าวฯ ยังเตรียมขับเคลื่อนงานด้านประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อใหม่รวมทั้งการใช้เครือ ข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุ๊ค และทวิตเตอร์ เข้ามาเป็นเครื่องมือส่งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่คนไทยและชาวต่าง ประเทศที่อยู่ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวทีวีดาวเทียมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีก 2 ช่อง ภายในเดือน ต.ค.2553 หรือปีหน้าด้วย

ครม. ประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง เฉพาะพื้นที่เขตดุสิต 18-22 ก.ย. นี้

ที่มา ประชาไท

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 18-22 ก.ย.นี้ เพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงที่ประกาศจะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์​​อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)