WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, September 17, 2009

ก็แค่จับเดิมพันวงนอก

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33586

สุเทพ - อภิสิทธิ์

ฟาวล์แล้วฟาวล์อีก เดี๋ยวก็โดนใบแดงจนได้

เอาเป็นว่า เกมไหลเตลิดมาถึงตรงนี้ กับโพยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ไม่ได้สำคัญที่ชื่อของ "ปทีป ตันประเสริฐ" หรือ "จุมพล มั่นหมาย"

คำตอบสุดท้าย กลายเป็น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ชนตออย่างจัง

และนั่นก็จะเฉลยไปถึงปริศนา ประโยคร้อนๆที่นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีของ พรรคภูมิใจไทย แกล้งพูดทีเล่นทีจริงกับนักข่าวประจำพรรค หาก ผบ.ตร.คนใหม่ ไม่ใช่ พล.ต.อ.จุมพล "ก็ตัวใครตัวมัน"

นัยความหมาย กล้า "ขัดใจ" ก็หลบกันให้ดี

เรื่องของเรื่อง โยน "ออปชั่น" ตามสัญญาณพิเศษ ให้ "อภิสิทธิ์" รับมุกแต่เพียงผู้เดียว

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ "เช็กอาการ" บรรดาขาใหญ่ ทั้งจากฝ่ายประชาธิปัตย์และฟากของภูมิใจไทย อารมณ์นี้ยังแยกกันได้ ระหว่างปมเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ กับเสถียรภาพความเป็นอยู่เป็นไปของรัฐบาล

แค่จับเดิมพันวงนอก

โดยความพยายามที่จะเคลียร์ปมไม่ให้โยงใยกัน "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ก็ยืนยันหาก ผบ.ตร.คนใหม่ ไม่ใช่ พล.ต.อ.จุมพล

ก็ขอให้ความมั่นใจว่า จะไม่กระทบกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน

เก๋าอย่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ช่วยย้ำอีกแรง คิวเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ไม่มีอะไรมากมาย และไม่คิดว่าจะเป็นความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

เชื่อว่าจะจบลงด้วยดี

ขณะที่ยี่ห้อ "เนวิน" ก็ส่งสัญญาณผ่านนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค ประกาศท่าทีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าผลการเลือกหรือแต่งตั้ง ผบ.ตร.ออกมาจะเป็นใคร เมื่อเลือกเสร็จทุกอย่างก็จบ

เลือกจบก็จบ พรรคภูมิใจไทยก็อยู่ร่วมรัฐบาลต่อไป

ไม่ถึงขั้นวงแตก

และโดยสัญญาณที่น่าจะเคลียร์กันแล้ว กับคิวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน ได้อนุมัติการแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม ตามโพยที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสังกัดพรรคภูมิใจไทยนำเสนอ

ประชาธิปัตย์ไม่ขัดใจ "เนวิน"

และล่าสุดก็น่าจะแฮปปี้แล้ว กับโพยของ "เจ๊ดัน" นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ลงทุนหิ้วนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ที่ถูกดองเค็ม ไปดักรอเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเคลียร์ปมค้างคาใจ

ถูกปล่อยให้รออยู่ 2 ชั่วโมง แสร้งทำไม่สนใจ ไม่รับไหว้

แต่ที่สุด "อภิสิทธิ์" ก็เปิดห้องให้เข้าไปนั่งคุยกันประมาณ 15 นาที ก่อนที่ "เจ๊วา" จะออกมาบอกกับนักข่าวด้วยน้ำเสียงสดใส เรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ น่าจะได้ข้อสรุปภายในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารหน้า

ยอมปล่อยโพยตามสาย "สมศักดิ์ เทพสุทิน"

แค่กั๊กไว้พอเป็นพิธี "อภิสิทธิ์" หยั่งเชิงยี่ห้อภูมิใจไทย รอจนจูนคลื่นตรงกัน

ในอารมณ์ของนักเลือกตั้งยังกอดคอไปกันได้ ตราบใดที่จัดผลประโยชน์ลงตัว

และตามเงื่อนไขนี้ รัฐบาลจะอยู่หรือไป มันจึงอยู่ที่เดิมพันวงใน

ฟันธงไปเลยที่คิวแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กับสองประเด็นใหญ่ที่ตั้งแท่นไว้แล้ว การทำสนธิสัญญาโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา และการกลับไปเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว

ถ้าเบี้ยว เพื่อนไม่คบแน่

และโดยวิสัยนักเลง "เทพเทือก" ประกาศชัดอย่างเป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ให้ความเคารพในข้อตกลงที่มีอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลในสองประเด็นนี้ โดยขั้นตอนการจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในสองประเด็นนั้น เป็นเรื่องของสมาชิกทุกพรรคจะต้องร่วมกันเข้าชื่อ

คำรามดังๆ กลบเสียง "นกแล" กับ "หมาหลง" ที่จ้องโหนพวงใหญ่ หนีบเข้าสภา

หักคอคนประชาธิปัตย์

ยอมโดนพวกเดียวกันเองถล่มจมเขี้ยว

"เทพเทือก" เลือกรักษาสัญญาลูกผู้ชาย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เดี๋ยวได้ 'แก้ผ้า' กันมั่ง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33308

"ปฏิวัติวันไหน ผมถอดเสื้อถอดผ้าเดินออกไปเลย"

ถึงขนาดเดิมพัน "แก้ผ้า" โดยลีลาที่ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ต้องออกแรงสยบกระแสร้อนๆเสียวๆ

ยืนยันไม่มีรัฐประหารซ้ำรอย 19 กันยายน 2549 แน่

แต่มันก็อย่างว่า "ปฏิวัติ" ทุกครั้ง ไม่มีใครบอกล่วงหน้า

ขึ้นอยู่กับจังหวะ และสถานการณ์พาไป

โดยเฉพาะในสถานการณ์ทะแม่งๆ บรรยากาศการเมืองแปร่งๆพิลึก อย่างที่เห็นๆกันยามนี้ ดูยังไงก็ไม่ใช่เหตุปกติที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กดปุ่มเรียกประชุมด่วนก.ต.ช. จ่อเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ทั้งๆที่กรรมการบางคนยังไม่อยู่

จ้องลักไก่กันดื้อๆ

ขณะที่อีกฝั่งก็ไม่ยอมง่ายๆ โดยสัญญาณที่ "ปู่จิ้น" นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนกราน จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน หากนายกรัฐมนตรียังคงเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เข้ารับการคัดเลือกเป“นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่

ตั้งท่าโหวตสวน

สายหนุน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ยังยึดแน่นอยู่กับสัญญาณพิเศษ ตามซิกที่รับมาจากนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ

ศึกในสะท้อนรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาลให้เห็นได้จากด้านนอก

และนั่นก็น่าจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงอาการลนลานรับมือกับศึกนอก

อยู่ๆก็คิดกันได้ รัฐบาลเปิดเกมวัดพลังมวลชน โดยการจัดให้ของยี่ห้อ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รมต.ประจำสำนักนายกฯ สั่งระดมพลโครงการ "ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง"

ประชันกับม็อบเสื้อแดง

ท่ามกลางเสียงทัก ระวังม็อบชนม็อบ คุมเกมไม่อยู่จะไปกันใหญ่

เพราะอีกทางหนึ่งก็เห็นชัดว่า "ตั้งใจ" ล็อกโปรแกรมให้ตรงกัน แกนนำพันธมิตรฯเพิ่งนัดคนเสื้อเหลืองเดินขบวนทวงคืนดินแดนเขาพระวิหารจากกัมพูชา

ถือฤกษ์ออกศึกวันที่ 19 กันยายน "หนังบู๊ชนโรง" กับโปรแกรมที่คนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ประชันเรตติ้งกันแบบซีนต่อซีน

แต่โดยเนื้อหาแล้ว ต้องบอกว่า ฉากทวงคืนเขาพระวิหารของม็อบเสื้อเหลือง ดูจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าฉากบู๊หาเรื่องแบบทื่อๆของม็อบเสื้อแดง

นั่นก็เพราะมีการชิงเฉลยบทจบออกมาจากแหล่งข่าวพรรคประชาธิปัตย์

"ปล่อยของ" ดักคอ รายการเดินขบวนทวงคืนพื้นที่ทับซ้อนชายแดนเขาพระวิหาร ก็แค่เกมตีปี๊บปั่นกระแสชาตินิยม นำร่องนโยบายหาเสียงเข้าทางค่ายการเมืองใหม่

โฆษณาขายยี่ห้อพรรคการเมืองในสังกัดม็อบพันธมิตรฯ

และสังเกตได้ อาการ "ใบ้กิน" ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จากวันนั้นที่ไปร่วมเย้วๆบนเวทีม็อบพันธมิตรฯ เป็นหนึ่งในหัวหอกตีปี๊บปั่นกระแส รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ทำไทยเสียดินแดน บี้จนนายนพดล ปัทมะ ต้องร่วงจากเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ สังเวยกระแสชาตินิยม

แต่วันนี้ ยี่ห้อ "กษิต ภิรมย์" คนเดิมเจ้าเก่า แต่สถานะเปลี่ยนมานั่งเป็น รมว.ต่างประเทศ เจอกับสถานการณ์จริงๆเข้าบ้าง ถึงได้รู้

มันไม่ง่ายเหมือนพูดเอามัน

ไม่กล้าเล่นบทห้าวใส่กุ๊ยเขมรอย่างสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

กาลพลิกตลบกลายเป็นว่า นายกษิตโดนขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯหันมารุมด่า รุมล่อเป้า ฐานไม่มีน้ำยาทวงคืนดินแดนเขาพระวิหารจากเขมร และก็เป็นนายกษิตที่ด่ากลับอดีตแนวร่วม อย่าลากเป“นประเด็นการเมือง

พวกเดียวหันมาแง่งใส่กันเอง

กลายเป็นตลกร้ายในอารมณ์คนไทย และยิ่งตลกไปใหญ่ในสายตานานาชาติ

โดยปมเขาพระวิหารที่ลากมาเป็นประเด็นการเมืองล่อกันเองในประเทศ เล่นกันเลอะเทอะ เข้าทางกัมพูชาที่เป็นฝ่ายคุมเชิงเหนือกว่าในเวทีโลก

ถึงที่สุดถ้าต้องเสียดินแดนกันจริงๆ ก็โทษใครไม่ได้

จ่าย "ค่าโง่" เกมแย่งอำนาจกันเอง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

รัฐบาลต้องมาก่อน

ที่มา ไทยรัฐ

ใกล้การชุมนุมของคนเสื้อแดงเพื่อระลึกถึงในโอกาสครบรอบ 3 ปีที่มีการ ยึดอำนาจประชาธิปไตยอ่อนแอโดยเผด็จการซ่อนรูปเท่าไหร่ รัฐบาลชุดนี้ก็ยิ่งมีปฏิกิริยามากขึ้นเท่านั้น จัดงานไทยเข้มแข็งขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน

ใกล้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินทางไปแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีโลกสำหรับการประชุมสหประชาชาติในวันที่ 20 กันยายน พยายามจะถอนเสี้ยนหนามให้เรียบร้อย ก่อนที่จะถูกหนามตำ ขืนมัวห่วงหน้าพะวงหลังจะทำให้ดูไม่สง่างาม

และเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นมาก็ยิ่งจะไม่สง่างามใหญ่

ใกล้จะมีการเกษียณอายุราชการของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข่าวการวิ่งเต้นยิ่งดังเต็มสองหู ข่าวการล้วงลูกของนักการเมือง ยิ่งดังเข้าไปใหญ่ กลับกลายเป็นว่า การโยกย้ายข้าราชการประจำปีงบประมาณนี้ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของนักการเมือง
แค่จะแต่งตั้ง ผบ.ตร.เท่านั้น พ่วงไปถึงปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยด้วย

ทำเป็นการแสดงปาหี่ไปได้

ใกล้จะสิ้นศรัทธาในอำนาจ ยิ่งกระเหี้ยนกระหือรือ ใครที่จะเข้ามาขวางทางอำนาจ ตั้งท่าจะเขี่ยให้พ้นทางโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและวิธีการ

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล

ใกล้เวลาจะทวงคืนอำนาจทางการเมือง คนที่อยู่ต่างประเทศ คะแนนนิยมดีวันดีคืน เปิดเกมรุกทุกรูปแบบ ชิงพื้นที่เอาไปเกินครึ่ง คนในประเทศ ก็เลยต้องสร้างพื้นที่แข่งขัน ทุ่มเทงบโฆษณา เช่าเวลาดาวเทียม สร้างภาพตัวเองอย่างหนัก เครื่องมือประชาสัมพันธ์ของรัฐมีกี่ขนานกี่ประเภทขนเอามาใช้หมด

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ คือภารกิจของรัฐบาลชุดนี้ทำนอง ใกล้จะเหลิงอำนาจ ถ้ารัฐบาลใจเย็นๆ เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เป็นจุดศูนย์กลาง แล้วบริหารงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แสดงอาการอดอยากปากแห้ง ปล่อยให้มีการทุจริต คอรัปชันบานเป็นดอกเห็ด

ไม่คิดว่ารัฐบาลต้องมาก่อน

ก็น่าจะเป็นเกราะป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่มีประชาชนคนไหน ที่จะคิดไล่รัฐบาลที่เข้ามาโดยระบอบประชาธิปไตยและเป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ในยามยาก

นอกจากที่มาของรัฐบาลยังคลุมเครือและไม่สามารถจะพึ่งพาอาศัยอะไรได้ วันวานยังได้ยินว่า รูปหล่อนิสัยดี แต่วันนี้เริ่มจะได้ยินว่า หล่อแต่กินไม่ได้ การบริหารประเทศไม่ใช่เกมเด็กเล่นขายของ จริงมะ.

หมัดเหล็ก

พท.หยามนายก กลัวตกเก้าอี้ เลื่อนเลือกผบ.ตร.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33556

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

เพื่อไทย ระบุ นายกฯหวั่นตกเก้าอี้ เหตุ เลื่อนเลือกผบ.ตร. แนะ "มาร์ค" เลิกเล่นเกมส์ต่อรองผลประโยชน์ จนลืมดูแลพี่น้องประชาชน ชี้ควรสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจต่อสู้ปัญหาอาชญากรรม-ยาเสพติดระบาด

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เลื่อนการพิจารณาคัดเลือกตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า คณะทำงานติดตามเรื่องดังกล่าวของพรรค ได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุการเลื่อนครั้งนี้ไว้ 3 ประเด็น คือ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่มั่นใจในข้อกฎหมายที่อาจจะมีผู้ร้องเรียนภายหลังในส่วนของตำแหน่ง รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่า จะมีสิทธิโหวตเลือกผบ.ตร.ได้ด้วยหรือไม่ เรื่องนี้อาจทำให้นายกรัฐมนตรี ต้องหลุดจากเก้าอี้ 2.นายกรัฐมนตรี ยังคงมีการต่อรองกับพรรคภูมิใจไทย ที่ยังยืนยันเสนอชื่อพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.เหมือนเดิม ประกอบกับการที่นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พยายามนำนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปพบนายกรัฐมนตรี เข้าใจได้ว่าการต่อรองแลกเปลี่ยนทั้งหมดยังไม่ลงตัว 3.นายอภิสิทธิ์ไม่มั่นใจเสียงในก.ต.ช.ว่าเมื่อทำการโหวตแล้วจะชนะ เพราะหากแพ้ขึ้นมานายกรัฐมนตรี ต้องเสียภาพภาวะผู้นำซ้ำสอง สุ่มเสี่ยงต่อการต้องยุบสภาหรือลาออก

"พรรคเพื่อไทยอยากให้นายกฯเลิกเล่นเกมส์ต่อรองผลประโยชน์ จนขาดการดูแลพี่น้องประชาชน น่าที่จะทำอะไรเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจเพื่อไปต่อสู้ปัญหาอาชญากรรม และปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดไปทั่วขณะนี้"โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

สกุลนานา บริจาคเงินให้ พรรคการเมืองใหม่

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33579

พรรคการเมืองใหม่มียอดเงินบริจาคครั้งแรกจาก "สาวิตรี นานา" ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์มียอดบริจาคเข้าพรรคมากที่สุด 49,751,900 บาท ตั้งแต่เดือนม.ค.- ก.ค. 2552

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สรุปยอดเงินบริจาคของพรรคการเมือง ประจำเดือน ก.ค.2552 เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า พรรคประชาธิปัตย์มียอดเงินบริจาคเข้าพรรคมากที่สุด 4,035,320 บาท โดยมีผู้บริจาคน่าสนใจ อาทิ นายเติมพงษ์ ตันติพิพัฒน์พงศ์ 1,000,000 บาท นายประกอบ จิรกิติ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 408,820 บาท บริษัท ชีส โมบาย คอร์ปอเรชั่น จำกัด 300,000 บาท นายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 200,000 บาท พรรคภูมิใจไทย2,000,000 บาท จากนายพิสิษฐ์ อำไพพิพัฒน์กุลพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 553,149บาท พรรคมาตุภูมิ420,000 บาทจากนายศุภกาญจนะ หิรัญญะเวช พรรคกิจสังคม 10,000 บาท จากนายสุวิทย์ คุณกิตติ ประธานที่ปรึกษาพรรกิจสังคม นอกจากนี้ พรรคการเมืองใหม่ มียอดเงินบริจาคเข้าพรรคเป็นครั้งแรกจำนวน 23,930 บาทจากนางสาวิตรี นานา

รวมยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองตั้งแต่เดือนม.ค.- ก.ค. 2552 ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์มียอดบริจาคเข้าพรรคมากที่สุด 49,751,900 บาท พรรคเพื่อไทย 17,170,000 บาท พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 8,323,149 บาท พรรคภูมิใจไทย 7,000,000 บาท พรรคชาติไทยพัฒนา 3,000,000 บาท พรรคราษฎร 1,500,000 บาท พรรคมาตุภูมิ 420,000 บาท พรรคธรรมาภิบาลสังคม 200,000 บาท พรรคกิจสังคม 120,000 บาท พรรคพลังแผ่นดินไท 34,000 บาท และพรรคการเมืองใหม่ 23,930 บาท

บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: มองนิติศาสตร์และนิติรัฐ ในสังคมอเมริกัน แล้วย้อนดูบ้านเรา

ที่มา ประชาไท


บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: ChuPitchTV #61
มองนิติศาสตร์และนิติรัฐ ในสังคมอเมริกัน แล้วย้อนดูบ้านเรา คุยกับ อ.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย
ความยาว 39 นาที

โงหัว

ที่มา บางกอกทูเดย์

แม้ต้องชง “โผ” นายทหารระดับ “บิ๊กเบิ้ม”ไปให้ คนในบ้านสี่เสาฯ ดูก่อนทุกครั้ง กระนั้นก็ต้องบอกความจริงที่ว่า...“กำแพงกองทัพ” ยังคงแข็งแกร่ง...เกินกว่าฝ่ายการเมือง จะเข้ามาล้วงลูกกันได้ง่ายๆหยั่งที่ตั้งใจ...เรียกว่า...ทั้ง “เขียวขี้ม้า” “กากีเรือ” และ“เทาอากาศ” ล้วนเป็น เขตปลอดการเมือง!จะเหลือก็แต่ “กากีโล่เงิน” ที่วันนี้...มีสภาพไม่ต่างจาก “เด็กนั่งดริ้งท์” เพราะทั้งโดนล้วง...โดนควัก กันจนเหนื่อยหอบ!หยั่งว่านั่นแหละ...แขกการเมือง เค้า“ออฟ” และจ่าย ค่าดริ้งท์ กันมาแล้ว...ก็ต้องเอาให้คุ้ม! ทั้งควักทั้งล้วงกันถึงข้างใน...ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยที่เค้าทำๆ กันทำไม? บรรดานายตำรวจใหญ่...ต้องร้องแร่แห่กระเชอกันด้วย ทำหยั่งกะไม่เคยหยั่งงั้นแหละถึงวันนี้...ตอนนี้ 3 เหล่าทัพ ยังคง แน่นปึ่ก!แน่นมากซะจน...ใครบางคนในรัฐบาล?ต้องหมั่นตรวจเช็คอาการกันถ้วนถี่!เพื่อ

ให้แน่ใจว่า...จะไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อ 3 ปีก่อนแม้ “นายกฯ มาร์ค” จะทำ ใจดีสู้เสือบอก... “ไม่มีเงื่อนไขปฏิวัติ (รัฐประหาร)”กระนั้น วงใน...ก็ “ล่วงข่าว” ออกมาเล่าให้ฟังว่า...เจ้าตัว (นายกฯมาร์ค) สั่งให้“รองฯ เทพเทือก” เสนอเงื่อนไขงบประมาณและความเป็น เขต “ปลอดการเมือง” ชนิด...กองทัพขออะไรมา รัฐบาล ก็พร้อมจะประเคนให้...แลกกับการปล่อยให้รัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศกันไปก่อนอย่างน้อย...แก้ไขในบางมาตราของรัฐธรรมนูญ ปี’50 ให้แล้วเสร็จเสียก่อน...ถึงตอนนั้น กองทัพ...คงไม่ต้องเหนื่อย“ยึดอำนาจ” กันแล้ว เพราะทั้ง พรรคร่วมฯและ ฝ่ายค้าน ก็คงจะ เล่นกันนัว เองนั่นแหละถ้าวันที่ 19 ก.ย.นี้ ไม่มีรายการ “โง่”ปล่อยให้ “มือที่สาม” สร้างเรื่อง...ป้ายสีให้กับ “พวกเสื้อแดง” เพื่อหาเหตุ...สลายม็อบเหมือนเมื่อเหตุการณ์ “สงกรานต์เลือด” ล่ะก็กองทัพทั้ง 3 เหล่า...ก็น่าจะอยู่ใน “ที่ตั้ง”ยกเว้น! บางหน่วยที่ต้องออกมาดูแลและควบคุมสถานการณ์...ฉลองครบ 3 ปีรัฐประหาร“19 ก.ย.49”หรือไม่…จะมีใครบางคน? หรือคนบางกลุ่ม?ยังอยากเห็นการ “ปฏิวัติรัฐประหาร”เพื่อนำประเทศไทย กลับไปสู่ “จุดดำดิ่ง”เพราะไม่ต้องการจะให้ “โงหัว” ขึ้นมา...เป็นเมืองไทยในลักษณะ “การเมืองใหม่”แต่คิดกันแบบ “ย้อนยุค” เลือกตั้ง 50แต่งตั้ง 50 เพื่อยื้อให้ อำมาตยาธิปไตย...คงอยู่คู่ ประชาธิปไตยครึ่งๆ กลางๆหยั่งงี้...ต่อไป!. ■

อำนาจเหนือ

ที่มา บางกอกทูเดย์

เหนือฟ้ายังมีฟ้า...เหนือคนยังมีคนที่เหนือกว่ารู้ผลเป็นที่เรียบร้อย...สำหรับ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่” ที่ต้องเข้ารับหน้าที่ปฏิบัติงานต่อจากอดีต ผบ.ตร. “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ”เป้าล๊อก หรือ เป้าหลอก...งานนี้ถูกใจผู้ชมที่นั่งเฝ้านั่งเชียร์ข้างสนาม พร้อมความคึกคักที่ได้มีการพนันขันต่อ “ติดปลายนวม”ผู้บัญชาการตำรวจข้า...ใครอย่าแตะ!ยิ่งกว่าหนังที่สร้างด้วย “ผู้กำกับ” มือฉมังกวาดรายได้ถล่มทลาย...เรียกว่างานนี้ถ้า “โปรเจคใหญ่” ลงทุนนำไปสร้าง...ไม่จำเป็นต้องเขียนสคริปใหม่กันเลยทีเดียวดุเด็ดเผ็ดมันส์...คลุกเคล้าบน “คราบน้ำตา”ใครบางคน ด้วยฝีมืออำนวยการสร้างของ “มือที่มองไม่เห็น” พร้อมผู้กำกับการแสดง “ในเงามืด”หลายบุคคล“ผู้มีอำนาจ” ยอมลงมือกระทำการทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ ผบ.ตร. ในตำแหน่งด้วยคำสั่งการ “อนุมัติ”ยอมหักกับกองทัพ...ยอมหักกับวงการสีกาสีจุดเปลี่ยนสำคัญของ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”ที่ต้องจดบันทึกไว้บน “บัญชีหนังหมา” ว่าเกิดขึ้นอีกครั้งในยุครัฐบาล “ประชาธิปัตย์”อะไรเป็นตัว “ชี้วัด” คุณสมบัติและความเหมาะสมของการคัดเลือกแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนใหม่ไม่มีอะไรชี้วัด...นอกจาก “คาถา” ของผู้มี

บารมี“มากอำนาจ” ที่บางบุคคลสถาปนาให้เป็น “ผู้มีอภินิหาร”แห่งแผ่นดินก่อนหน้านี้...มีข่าวว่า “บุคคลใหญ่กว่า” สัญญาณพิเศษจากเยอรมัน ส่งคลื่น “พลังงาน” ความถี่สูงให้นายกฯอภิสิทธิ์ ได้รับรู้ทำไม? อภิสิทธ์ จึงกล้าหักกับ นิพนธ์...อภิสิทธิ์ยอมหักกับนั่งร้าน เทพเทือก รวมถึงยอมหักกับ“พรรคร่วม” ภูมิใจไทย ในการโยงใยไปถึงการแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงอื่นหลายคนสงสัยและคาดเดา “นายกรัฐมนตรี”ได้รับข้อมูลจากแหล่งใด ทำไมมั่นอกมั่นใจ “มุ่งมาด”เพื่อตำแหน่ง ผบ.ตร. ถึงเพียงนี้นายกรัฐมนตรีของประเทศได้รับ “พลังอำนาจ”ด้วยการส่งสัญญาณที่แรงกว่า ชัดเจนกว่า...สามารถ“สั่งการ” ยอมทำทุกอย่าง โดยไม่ต้องสนใจบุคคลใดเฉกเช่นเป็น “คนในคอก” เดียวกับ “พันธมิตรฯ”เป็นโชคดีในบางบุคคลที่มี “ผู้มีอำนาจ” ยิ่งใหญ่ให้ความช่วยเหลือ...แต่เป็นโชคร้ายของประเทศที่กลุ่มคนเหล่านี้รวมตัว “สุมหัว” ประกอบกรรมชั่วบนผืนแผ่นดิน“อันศักดิ์สิทธิ์”อำนาจแม้ยิ่งใหญ่...แต่เป็นเพียง เศษเสี้ยวเท่าผงธุลีเมื่อเทียบกับผลลัพธ์แห่ง “การกระทำ”วันนี้ “ขี้กลากขึ้นหัว” แต่วันหน้าถึงเวลาล้มตัวราบลงนอนกับพื้น...ท่านว่า “นรกจะกินกบาล” ■

จับตา 19 กันยา 52

ที่มา บางกอกทูเดย์

เหลือเพียงไม่กี่วัน เหตุการณ์รัฐประหารรำลึก ก็จะหมุนเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง หากย้อนกลับไปเริ่มจากช่วงบ่ายมีคำสั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบฯ แต่ไม่มีใครเข้าร่วม(เว้นแต่ พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร.)กระทั่งมีข่าวลือปฏิวัติแพร่ไปทั่ว!เวลา 18.00 น. นายสมชาย มีเสน ผู้จัดรายการวิทยุF.M. 92.25 MHz นัดผู้ฟังรายการจำนวนหนึ่งเข้าพบพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.)เพื่อขอให้ทหารคุ้มครองกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกประมาณ 21.00 น. กำลังทหารพลร่มป่าหวาย หน่วยสงครามพิเศษลพบุรี เข้าประจำการที่ บก.ทบ.เวลา 22.00 น. ขบวนรถถังเคลื่อนเข้าคุมเชิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์และ ถ.ราชดำเนิน ไม่กี่นาทีต่อมา ทหารจำนวนมากออกมาตรึงกำลังตามถนนต่าง ๆตั้งแต่แยกเกียกกาย จนถึง ถ.ราชสีมา บริเวณสวนรื่นฤดีสี่แยกราชตฤณมัยสมาคม(สนามม้านางเลิ้ง)โดยมีทหารแต่งกายลายพรางเต็มยศเป็นผู้ควบคุมกำลังเวลา 22.54 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยออกอากาศทางสถานีทุกช่อง ขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขพร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และเปิดเพลง “ความฝันอันสูงสุด” ประกอบ

ด้านสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศ ซีเอ็นเอ็น และ บีบีซีเสนอข่าวรถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายในกรุงเทพมหานคร จากนั้น พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อดีตโฆษกททบ.5 อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ซึ่งแสดงไว้ที่หน้าจอก่อนนั้นซ้ำถึง 2 ครั้งเกือบเที่ยงคืน ผบ.ทหารทุกเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ ในหลวงที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตจากนั้นเป็นต้นมา การเมืองของประเทศไทย ก็ซวนเซง่อนแง่นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าจะยุติได้เร็ววัน ในเมื่อสีแดงและสีเหลือง ยังชิงไหวชิงพริบกันอยู่แบบนี้ใกล้ครบรอบ 3 ปี คู่กัดทางการเมือง “เหลือง-แดง”เตรียมสร้างผลงานระดับ “มาสเตอร์พีซ” กันอีกแล้วแม้จะต่างกรรรมต่างวาระ แต่ก็น่าสนใจทั้ง 2 ฝ่ายโดย “เหลืองอำพัน” ภายใต้การนำของ นายวีระสมความคิด ประธานคณะกรรมการอำนวยการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ประกาศรวมตัว เพื่อเรียกร้องและผลักดันให้ชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ประเทศไทยบริเวณเขาพระวิหาร“เรื่องนี้เราเจรจาไม่ได้ สิ่งเดียวที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ต้องทำคือ การผลักดันให้คนของเขาออกไปก่อน แล้วค่อยเจรจาพร้อมทั้งทำหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชานี่คือสิ่งที่ถูกต้อง !แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือการสั่งห้ามทหารยิง เพราะกลัวเสียความร่วมมือระหว่างกัน ผมอยากจะบอกว่าทุกประเทศที่มีเพื่อนบ้านกันมีความร่วมมือด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่มีประเทศไหนยอมให้ใครลุกล้ำพื้นที่ประเทศของตนเอง” นายวีระ กล่าวส่วน “แดงเพลิง” ของ “นายหัว” วีระ มุสิกพงษ์ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ก็ยืนยันจะมีการชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เนื่องในวันครบรอบ 3 ปีของการยึดอำนาจ แม้รัฐบาลจะประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงอีกครั้งเรียกว่า “2 วี” ไม่มีใครยอมกันเลย...แม้จะต่างกรรรมต่างวาระ แต่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552“จดหมายเหตุประเทศไทย” ฉบับใหม่พร้อมถูกจารึกไว้แน่นอน……

ทหารกับกองทัพ

ที่มา บางกอกทูเดย์

อีก 5 ศพของทหารไทย...กับการตายของเขา...ในสงครามใต้...อธิบายได้ว่า...ประเทศนี้และกองทัพไทยประสพกับความล้มเหลวสงครามใหญ่ขึ้น ค่าใช้จ่ายมากขึ้น409 ปีที่แล้ว...ประเทศไทยใหญ่กว่าที่เป็นประเทศอยู่นี้อีก 2 เท่า...ประเทศไทยมีภาคเหนือลึกเข้าไปในประเทศจีน...ทางตะวันตกกรุงเทพหงสาวดีเมืองหลวงของพม่า อยู่ในขอบขันธสีมาของประเทศไทย...ทางใต้ประเทศไทยลึกลงไปจนสุดแหลมมลายู...เกาะสิงค์โปร์เป็นปลายสุดแผ่นดินไทย...ทิศตะวันออกชิดชายแดนญวน...ไม่มีสิงคโปร์...ไม่มีลาว ไม่มีเขมร ไม่มีมาเลเซียอธิบายได้ว่า...คนไทยนั้น...มีความสามารถในการสู้รบ...เราสู้เราเอาชนะมาได้...หากว่า...เรามีแม่ทัพใหญ่...อย่างสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก...สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทหารไทยในอดีต...แค่กองพลอาสาสมัคร...ในภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคย...เราเผชิญหน้ากับกองทัพที่แกร่งสงครามกองกำลังของเวียดกงในสงครามอเมริกัน ญวนทหารไทย...ไม่เคยเสียชื่อ...ทหารไทยฆ่าได้อย่างมากมาย...และ

รักษาฐานที่ตั้งไว้ได้ในสงครามเกาหลี...กองทัพพยัฆน้อย...ก็ขึ้นชื่อลือเลื่องระหว่างการเติบโตของกองทัพแดง...ที่ล้มล้างการปกครองของแต่ละประเทศทั่วโลก...กองทัพไทยกับคนไทยก็รักษาระบอบการปกครองเอาไว้ได้...การแทรกแซงเข้ามาของกองกำลังต่างด้าว...ไม่ประสพความสำเร็จเพราะคนไทยที่เป็นทหารไทยประวัติศาสตร์...บันทึกไว้ว่า...เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในราชอาณาจักร สมเด็จพระไชยราชาธิราชเสด็จสวรรคอย่างกระทันหัน มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เป็นผลร้ายกับกรุงศรีอยุธยาความแตกแยกกันภายในทำให้ความรุ่งเรืองต่างๆที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยพระบรมไตรโลกนารถหมดสิ้นลง อำนาจแห่งรัฐล่มสลาย...ถูกแจกจ่ายออกไปหมู่ผู้สมรู้ร่วมคิดในการกำจัดขุนวรวงศาธิราช...และต่างก็แย่งกันเป็นใหญ่...กองทัพพม่า...ของตะเบ็งชเวตี้...ฉวยโอกาส...ยกทัพเข้าปีฑาประเทศไทย...ทำสงครามใหญ่ติดต่อกันมา . . . ใ น ที่สุดกรุงศรีอยุธยาก็แหลกยับใต้อุ้งตีนพม่า...อธิบายได้ว่า...ทุกคราวที่แผ่นดินล่มสลาย...ไม่ใช่เพราะไพร่ราบพลเลว...แต่เพราะแม่ทัพใหญ่นายกอง...มุ่งแต่อำนาจส่วนตน...ยกตนข่มท่านยกท่านข่มคน...อีก 5 ศพ...ใต้ธงชาติคลุมในสงครามใต้...บอกได้ถึงความล่มสลายในเมืองหลวง ■