WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, September 18, 2009

ข้อมูลใหม่

ที่มา ไทยรัฐ

ความอลังการจนเกือบจะเป็น มหากาพย์สำหรับการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ คงสะท้านสะเทือนแวดวงสีกากีและสะเทือนระบบคุณธรรมสำหรับวงการข้าราชการ

ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธาน ก.ต.ช. ได้พยายามที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้านี้เอาไว้กับคนในตระกูลวงษ์สุวรรณซึ่งน่าจะจดจำกันไปนาน

บลัฟกันด้วยข้อมูล ข้อมูลใหม่และข้อมูลที่ใหม่กว่า ซึ่งก็ต้องบันทึกชื่อของกรรมการ ก.ต.ช.ไว้ในประวัติศาสตร์เช่นกัน นอกจาก นายกฯอภิสิทธิ์ แล้ว ยังมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายปิยะพันธ์ นิมมานเหมินท์ และ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร.

มีรสนิยมเหมือนกัน

ต่อมามี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายเรวัติ ฉ่ำเฉลิม อดีตอัยการสูงสุด นายนพดล อินนา อดีตเลขานุการ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดยุติธรรม และเดิมทีมี พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ ที่ตัดสินใจลาออกไปก่อนที่จะมีการประชุม ก.ต.ช.

ผมคงไม่ต้องเล่าเรื่องอะไรมากนัก ตอนนี้คงอ่านรายงานข่าวกันตาแฉะไปแล้ว ใครใช้วิชามาร อะไรอย่างไรไว้ก็คงไม่พ้นหูตาสื่อไปได้

ความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ต่อไปนี้ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จะเอาอะไรเป็นหลัก และจะได้ข้าราชการที่ดี ที่อยู่ในกรอบจรรยาบรรณของข้าราชการหรือไม่ หรือจะเป็น ข้าราชการอยู่ในสังกัดของนักการเมือง อย่างนั้นก็ไม่สมควรที่จะเรียกชื่อว่า ข้าราชการอีกต่อไป

เพราะข้าราชการคือผู้ที่รับใช้ประชาชนเท่านั้น

มีข้อมูลใหม่ว่า เหตุแห่งความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะต้องมีการประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉินทุก 3 เดือนโดยนายกฯเมื่อประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉินก็ต้องมีกำลังทหารไปประจำการเป็นหมื่นนาย เพราะมีกำลังไปปฏิบัติหน้าที่ก็ย่อมมีงบประมาณ เลยบานไม่หุบ

มีข้อมูลใหม่ โครงการกระสุนปืนใหญ่ ระยะกลางที่ได้มีการยกเลิกโครงการไปสมัย พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ เป็น รมว.กลาโหม เนื่องจากมีความผิดปกติในเรื่องราคาที่สูงเกินจริงคือนัดละ 160,000 บาท ใช้งบถึง 750 ล้านบาท ปีนี้มีการนำโครงการกลับเข้ามาอีก ชื่อว่าโครงการผลิตกระสุนเพื่อการส่งออก

โรงงานอยู่ที่ จ.ลพบุรี เพิ่มงบประมาณจาก 750 ล้านบาท เป็น 827 ล้านบาท ราคาต่อนัด 200,000 บาท อนิจจาราคาในท้องตลาดเพียงนัดละ 40,000 บาทเท่านั้น อนิจจารัฐบาลอนุบาลเด็กดื้อ.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

เสธ.แดงเตือน 3 เกลอแดง ระวังตกหลุมป่วน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33818

ขัตติยะ สวัสดิผล

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เตือน 3 เกลอหัวขวด คุมม็อบแดงให้อยู่ เตือนระวังตกหลุม "สีน้ำเงิน" แฝงตัวสร้างสถานการณ์ ล่อให้รัฐบาลใช้ พรก.ฉุกเฉินปราบม็อบ ยันทหารใส่เกียร์ว่าง

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ นปช. ในวันที่ 19 ก.ย. จะไม่ยืดเยื้อ ส่วนการเดินทางไปบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ เป็นเพียงการแสดงพลังเท่านั้นไม่ได้ไปบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ แต่ 3 เกลอหัวขวดจะต้องควบคุมคนจำนวนมากที่เดินทางมาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มสีน้ำเงิน ที่เคยแฝงตัวมาสร้างสถานการณ์เผารถเมล์เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ต้องตรวจสอบไม่ให้แฝงตัวเข้ามาสร้างความรุนแรง เพราะบริเวณนั้นใกล้เขตพระราชฐาน ทหารก็ต้องนำอาวุธออกมา ก็จะเกิดความเข้าใจผิด รบกันไม่เลิก ซึ่งรัฐบาลจะได้รับความชอบธรรมในปรับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ไปเป็น พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความเด็ดขาดมากกว่า

"ผมอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมรู้ว่า ทหารที่เข้าไปรักษาความปลอดภัยจะไม่นำอาวุธมาด้วย เพราะเขาเลือกที่จะเกียร์ว่าง เนื่องจากไม่พอใจที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ส่งผลกระทบความรู้สึกข้าราชกาประจำ รวมถึงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่จะเกษียณอีก 20 วันก็ยังไม่เกรงใจกัน จากเดิมวงการอำมาตย์มี 3 กลุ่ม คือ ทหาร ศาล รวมถึงองค์กรอิสระขณะนี้ทหารแยกวงไปแล้วฉะนั้น สามเกลอหัวขวดต้องควบคุมม็อบให้อยู่ เพราะเป็นพื้นที่ใกล้เขตพระราชฐาน อาจมีกลุ่มสีน้ำเงินที่ไร้ธรรมะ คุณธรรมเป็นพวกเขมรบนจะเข้ามาเผาในเขตพระราชฐาน ดังนั้นแกนนำต้องควบคุมให้อยู่" พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

เพื่อไทยจำยอม เปิดช่อง นายกฯแก้รธน.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33784

สภาป่วนรอบดึกส.ส.พรรคเพื่อไทยจำยอมพ้นห้องประชุม “ดิเรก”จี้รัฐบาลจริงใจสร้างความสมานฉันท์ ขณะที่นายกฯ ย้ำความสมานฉันท์ต้องอยู่บน 3 ด้าน....

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อรับทราบรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ในช่วงหัวค่ำวันที่ 17 ก.ย.2552 ยังคงเป็นไปด้วยความจืดชืด กระทั่งเวลา 22.00 น. นายนายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลฆ่าประชาชน ทำให้ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงขอให้ถอนคำพูด แต่นายสมคิด ยังคงยืนยันไม่ถอนพร้อมกับเดินออกไปจากห้องทันที โดยที่นายประสพสุข บุญเดช ประธานที่ประชุมยังไม่ได้สั่ง ต่อมา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช กรรมการสมานฉันท์ฯ ประธานอนุกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงว่า การศึกษาจนได้ 6 ประเด็นนี้เป็นเพียงกรอบเบื้องต้น พยายามหลีกเลี่ยงไม่ยุ่งเกี่ยวบทบัญญัติรัธรรมนูญ รายงานที่ทำไม่มีกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ 50 ไม่ดี และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับองค์กรตรวจสอบ กระบวนการศาลเลย ไม่ได้หวังว่าสมาชิกจะต้องเห็นชอบด้วยทั้ง 6 ประเด็น

นายดิเรก ถึงฝั่ง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ชี้แจงว่า เวลา 2 วัน 2 คืนที่สมาชิกร่วมแสดงความเห็น ในฐานะประธานคณะกรรมการฯขอรับคำติติงไว้ บางคนเปรียบคณะกรรมการฯชุดนี้เป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง แต่เราถูกตั้งขึ้นในภาวะวิกฤต ที่ประมุข 3 ฝ่าย คือ นายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา เห็นพ้องกันตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา เป็นความชาญฉลาดที่เลือกคู่กรณีทุกฝ่ายมาร่วมกันคิด จะได้นำไปปฏิบัติต่อไปได้ หากไม่ได้คู่กรณีมานั่งคุยกันคงนำไปปฏิบัติไม่ได้ แนวทางของคณะกรรมการฯจึงเกิดจากความคิดของทุกฝ่าย กว่าจะนำมาเรียบเรียงรวมเป็นหนึ่งเดียวได้ ต้องรวบรวมจากทุกความคิด ทุกคำพูด ผิดความหมายไปก็ไม่ได้ ข้อแนะนำที่สมาชิกเสนอมา ก็อยู่ในรายงานนี้ทั้งหมด ขอให้ไปอ่านทุกตัวอักษร และนำทั้ง 3 กรอบไปปฏิบัติพร้อมกัน โดยเริ่มที่การเจรจาก็จะบังเกิดผล ขณะนี้เหลือเพียงการปฏิบัติจากฝ่ายรัฐบาลและรัฐสภา เชื่อว่า เราสมานฉันท์ได้ ถึงเวลาที่ประเทศต้องเดินไปสู่การสมานฉันท์ที่แท้จริง

จากนั้นเวลา 22.25 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นกล่าวปิดการประชุมว่า กับคำถามต่อรัฐบาลถึงจุดยืนของรัฐบาล โดยเฉพาะคำพูดของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในหลายกรณี ขณะนี้บางคดีความอยู่ในชั้นศาล ก็คงต้องรอให้ศาลตัดสิน สำหรับความสมานฉันท์ต้องอยู่บน 3 ด้านคือ ด้านนโยบาย ได้ยืนยันหลายครั้งว่า ไม่มีแบ่งแยกคนไทย ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ขอย้ำว่าทุกครั้งที่มีการรายงานความคืบหน้าแต่ละคดี ได้ย้ำเจ้าหน้าที่ทุกครั้งอย่าเลือกปฏิบัติ เราต้องหาคำตอบในเรื่องการเมือง การรัฐประหารสร้างบาดแผลให้ระบบการเมือง รัฐธรรมนูญ 50 นี้มีความก้าวหน้า แต่ที่สลัดไม่หลุดคือ สิ่งที่รัฐประหารทิ้งไว้ เพราะเป็นเชิงสัญลักษณ์ แต่หลายเรื่อง ตนเห็นด้วยที่มีการอุดช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ 40 แต่ที่สุดโต่งและสร้างปัญหาใหม่ก็ต้องแก้ไข แต่จะชั่วดีอย่างไรรัฐธรรมนูญนี้ผ่านการประชามติ ถึงบางคนบอกกระบวนการประชามติไม่เป็นธรรม แต่ภาพรวมกกต.ทำได้ดีระดับที่ยอมรับได้ เราคำนึงถึง 10 ล้านเสียงที่ไม่รับว่าคงต้องมีอะไรปรับปรุง ตนไม่เคยพูดที่ไหนว่าไม่ควรแก้ไข เพียงแต่ประเด็นที่จะแก้ยังมองต่างกัน ประเด็นที่ยกขึ้นมาถูกตั้งครหาว่าแก้เพื่อใคร

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จึงหารือกันว่าให้เอาทุกประเด็นมาวาง แต่จะให้ตนริเริ่มทำก็จะหาว่าเรามีเจตนาแอบแฝง จึงมาพึ่งประธานรัฐสภาตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมา ศึกษาเสร็จผ่านมาหลายเดือน แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเพราะอีกชุดยังทำไม่เสร็จ ถ้าตนซื้อเวลาก็ต้องอยู่เฉย แต่หารือกับประธานรัฐสภาดำเนินการตามมาตรา179 จึงไม่มีอะไรที่ตนไปบิดเบือนสิ่งที่จะทำ บางคนบอกให้ตนเลือกว่าจะเป็นทรราชย์ หรือจะเป็นวีรบุรุษ ยืนยันว่าไม่มีใครเลือกเป็นทรราชย์ และไม่มีลักษณะอะไรจะเป็นเช่นนั้น และไม่ใฝ่ฝันเป็นวีรบุรุษแต่เชื่อการทำหน้าที่ตามปกติของแต่ละคน ขอทำด้วยความสุจริตเต็มความสามารถ 9 เดือนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีประโยชน์ส่วนตัวงอกเงย ถึงตรงนี้ไม่ต้องคลางแคลงใจว่าจะมีวาระแฝง เรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดด้วย 2 ปัจจัย 1. พวกเราเองยังเห็นไม่ตรงกัน 2. มีกลุ่มวลชนเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ก็เตือนอย่ามองข้ามบทบาทการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนเสื้อแดงเองตนก็เห็นว่ามีจิตวิญญาณ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การผ่าทางตันได้ 1. ต้องไม่มีร่างแก้รัฐธรรมนูญจากพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเราจะผูกปมความขัดแย้งใหม่ โดยเอา 6 ประเด็นของคณะกรรมการฯเป็นตัวตั้ง ให้ทุกพรรคเข้าชื่อเสนอด้วยกัน 2. ถ้าทำตามปกติจะไม่รู้ว่าประชาชนจะเอาด้วยกับเราหรือไม่ ดังนั้นต้องมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจน ทำรัฐธรรมนูญฉบับสมานฉันท์นี้ออกมา บอกเสนอตั้ง ส.ส.ร.เพื่อซื้อเวลา ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะตนไม่เคยพูดถึง ส่วนประเด็นไม่ให้มีการตอบโต้กัน พูดง่ายทำยาก ทุกประเทศไม่มีที่ไหนที่การเมืองจะไม่ตอบโต้กัน ก็อยู่ในกรอบวิวาทะเชิงนโยบาย ตนรับได้ แต่บางเรื่องไม่อยู่ในกรอบเช่นเอาเรื่องเท็จมาพูดยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เกินขอบเขต อย่าไรก็ตามข้อเสนอแก้ไขใน 6 ประเด็น ส่วนตัวยังไม่เชื่อว่าปัญหาจะจบ ซึ่งหลังจากตนเดินทางกลับจากประชุมยูเอ็น อยากให้วิป3 ฝ่ายมาตกลงกัน ตนยินดีเป็นเจ้าภาพ แต่ถ้าฝ่ายค้านกลัวรัฐบาลลำเอียง จะให้รัฐสภาทำก็ยินดี ตั้งส.ส.ร.แบบเร็ว ตกลงเลยร้อยละ 25 มาจากส.ส.สัดส่วน ร้อยละ 25 วุฒิ ร้อยละ 25 จากส.ส.ร.ทั้ง 2 ชุด และอีกส่วนมาจากฝ่ายวิชาการ มาเข้าสู่กระบวนการมาตรา 291

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า หรืออีกแนวทาง คือ ยกร่างทั้ง 6 ประเด็น ให้ประชาชนตัดสินลงประชาชนมติ อย่างนี้ตอบคำถามสังคมได้ และอิงกับคณะกรรมการฯ ขณะเดียวกันก็อิงกับประชาชน ไม่ต้องมาเถียงกันว่าชอบธรรมไม่ชอบธรรม ประชามติเรียงตามประเด็น ขณะที่แนวทางที่ 3-4 ก็มี มี ส.ว.มาเสนอแนวทางให้ตั้งกรรมการอิสระก็เป็นอีกแนวทาง และแก้เสร็จจะเลือกตั้งใหม่ ก็ไม่มีปัญหา กรอบหลายอย่างเดินได้แล้ว ไม่คิดว่าจะใช้เวลาเป็นปี แต่เป็นเดือน เพียงแต่มีกระบวนการแต่ละส่วน ถ้ารับกันอย่างนี้ได้กลับจากต่างประเทศได้มาคุยกัน ให้วิป 3 ฝ่ายคุยกัน จากนั้นนายชัย ชิดชอบ ประธานที่ประชุมได้สั่งปิดการประชุมเวลา 23.55 น. โดยใช้เวลาถกเถียงรวม 2วัน รวม 30 ชั่วโมง.

ทนายแม้วเชื่อการเมืองกดดันยึดที่รัชดา

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_33757

นายพิชิฏ ชื่นบาน

อัยการ เล็ง ฟ้องเอาที่รัชดาฯ คืนจากคุณหญิงอ้อ ทีมทนายชินวัตร โต้แย้ง ยึดที่ดินรัชดา มั่นใจ หลักฐานต่อสู้ชั้นศาล 'นพดล' เชื่อ กองทุนฟื้นฟูฯ ถูกการเมืองกดดัน ...

วันนี้ (17 ก.ย.) นายพิชิฏ ชื่นบาน อดีตทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา รับผิดชอบคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และ พัฒนาสถาบันการเงิน มูลค่า 772 ล้านบาทเศษ กล่าวถึงกรณีที่ นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ส่งหนังสือถึง คุณหญิงพจมาน ทวงที่ดินบริเวณถนนรัชดาภิเษกจำนวน 33 ไร่คืน หลังสำนักงานอัยการสูงสุด ตีความว่า สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีหรือภริยา ไม่สามารถ เป็นคู่สัญญากับรัฐได้ ว่า ได้แนะนำคุณหญิงพจมาน ให้ส่งหนังสือปฏิเสธการส่งคืนที่ดินดังกล่าวให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แล้ว หลังจากได้รับหนังสือจากกองทุนฯ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ส่งคืนที่ดินภายใน 15 วัน โดยการซื้อขายที่ดินยืนยันว่าคุณหญิงพจมาน ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่กองทุนฯ จัดการประมูลทุกประการ ซึ่งคุณหญิงพจมาน ได้ชำระค่าธรรมเนียมซื้อที่ดิน 772 ล้านบาทเศษ ให้กองทุนฯ และ มีการจดทะเบียนนิติกรรม มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์เรียบร้อยทุกประการ ส่วนที่กองทุนฯ อ้างว่า หารือข้อกฎหมายกับสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว อัยการให้ความเป็นนิติกรรมเป็นโมฆะนั้น ในส่วนของคุณหญิงพจมาน ยืนยันหลักความสุจริตในการซื้อขายที่ดิน เพราะนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฯ โดยตำแหน่งเคยทำหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมทั้งให้การว่า กองทุนไม่ใช่ผู้เสียหาย และกองทุน มีอำนาจซื้อขายที่ดิน และ ขณะที่คดีอาญาที่ถูกฟ้องนั้นในเนื้อหาคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ไม่ได้ระบุว่า นิติกรรมเป็นโมฆะ และไม่มีคำสั่งให้ยึดที่ดินหรือเงินที่ซื้อขาย ซึ่งคำพิพากษาฟังได้ว่ากองทุนฯ ผู้ขาย และ คุณหญิงพจมาน ผู้ซื้อไม่มีความผิด โดยการจะมายึดที่คืนนั้นไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นเรื่องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาดังกล่าว เพราะการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกพิพากษา เป็นเรื่องการการตัดสินฝ่าฝืน พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 100 ในการเซ็นยินยอมคู่สมรสซื้อขายที่ดิน ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

นายพิชิฏ กล่าวอีกว่า หลังจากที่คุณหญิงพจมาน ส่งหนังสือปฏิเสธการคืนที่ดินที่ซื้อมาโดยสุจริตแล้ว หากกองทุน ฯ จะนำเรื่องไปฟ้องคดีแพ่ง โดยอ้างว่านิติกรรมเป็นโมฆะ เพื่อบังคับคดีในการยึดคืนที่ดิน คุณหญิงพจมาน ก็พร้อมจะต่อสู้คดี อย่างไรก็ดี คดีแพ่งที่จะฟ้องมีอายุความ 1 ปี ขณะที่คดีนี้ตัดสินเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนตั้งข้อสังเกตในการทำหนังสือของกองทุน ฯ แจ้งยึดที่ดินคืนว่า ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการกองทุนฯ แล้วหรือไม่ และมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงครอบงำ สั่งการให้กองทุนทำหนังสือดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ หากกองทุนฯ จะอ้างนิติกรรมเป็นโมฆะจริงแล้ว ตามหลักกฎหมายจะต้องถือว่าผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องกลับไปสู่ฐานะเดิมตามหลักกฎหมายของลาภที่มิควรได้ คือก องทุนต้องคืนเงินซื้อขายที่ดินให้กับคุณหญิงพจมานก่อนที่จะให้ส่งคืนที่ดิน แต่การดำเนินการเรื่องนี้ของกองทุนฯยังมีข้อผิดปกติ และสงสัยที่จะไม่เป็นธรรมต่อคุณหญิงว่า จะเรียกคืนที่ดินเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่คืนเงินซื้อขายหรือไม่

นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่อัยการได้รับการประสานให้ฟ้องคดีแพ่ง เพื่อเรียกที่ดินคืนจากคุณหญิงพจมานว่า ได้มอบหมายให้นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษรับผิดชอบดูรายละเอียดในเรื่องนี้ การฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกคืนที่ดินนั้นจะเป็นการฟ้องในลักษณะว่าเป็นลาภที่มิควรได้ หากฟ้องแล้วคุณหญิงพจมาน ผู้ซื้อที่ดินยอมคืนที่ดินดังกล่าว กองทุนจะต้องคืนเงิน 772 ล้านบาทเศษ ขณะที่การฟ้องคดีแพ่งจะมีอายุความ 1 ปี คดีนี้ศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2551 ดังนั้น ตนจึงได้เร่งให้นายเศกสรรค์ พิจารณาเรื่องนี้ให้ทันเวลา ทราบว่ายังรอเอกสารจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอยู่

ด้าน นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เบื้องต้น ตนคงชี้แจงว่ากรณีที่ดินรัชดานั้น เมื่อครั้งที่มีการซื้อขายกันนั้น กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯเองได้เชิญคุณหญิงพจมาน ไปซื้อที่ดิน และเป็นการประมูลแข่งขันกัน ไม่มีการซูเอี๋ย และนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีอำนาจกำกับดูแลกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ดังนั้นต้องยืนยันว่า การกระทำทุกอย่างเป็นไปโดยสุจริต ที่จริงกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ควรจะขอบคุณด้วยซ้ำ ที่เข้ามาช่วยซื้อที่ดินดังกล่าว นอกจากนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ได้มีคำวินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายดังกล่าวมีผลผูกพัน ดังนั้น เมื่อเป็นอย่างนี้ จะมีการฟ้องร้องเรียกคืนที่ดินได้อย่างไร

“กรณีนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ถูกฝ่ายการเมืองกดดันเยอะ ซึ่งที่จริงกองทุนฟื้นฟูฯ ต้องเข้าใจว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้มีอำนาจในกองทุนฟื้นฟูฯ ดังนั้น กองทุนฟื้นฟูฯก็ควรจะตัดสินใจเรื่องต่างๆโดยอิสระ และควรคิดถึงเมื่อครั้งที่เชิญคุณหญิงพจมานไปประมูลซื้อที่ดินด้วย” นายนพดล กล่าว

การ์ดพันธมิตรยึดศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้แล้ว

ที่มา ประชาไท

ตำรวจตั้งด่านสกัดตรวจตราเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ขณะที่ล่าสุดการ์ดพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นชุดล่วงหน้าเข้ายึดศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร และมีการบอกให้ทหารออกจากบริเวณดังกล่าวด้วย

ไอเอ็นเอ็น รายงานบ่ายวันนี้ (17 ก.ย.) ว่า ขณะนี้ตามเส้นทางจากตัวอำเภอ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ไปยังอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจเข้มตลอดเส้นทาง โดยมีการตั้งจุดตรวจที่บริเวณสี่แยกบ้านผือ ห่างจากตัว อ.กันทรลักษ์ ประมาณ 3 กม. และตั้งด่านตรวจบริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรบึงมะลู มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเข้มบุคคลและรถทุกคันที่ผ่านเข้าออกบริเวณนี้อย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกันที่บริเวณอาคารศูนย์ประสานงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวอยู่ใกล้กับด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ปรากฏว่าได้มีกลุ่มการ์ดพันธมิตรฯ จำนวนประมาณ 20 คน พากันบุกเข้าไปยึดครองปักหลักอยู่ เพื่อรอการชุมนุมทวงคืนเขาพระวิหารในวันที่ 19 ก.ย. 2552 ซึ่งฝ่ายทหารได้เข้าไปขอร้องให้ออกจากสถานที่ราชการ แต่ได้รับการปฏิเสธและมีการต่อว่านายทหารที่เข้าไปขอร้องให้ออกจากบริเวณดังกล่าวด้วย

เสรีภาพสื่อ เสรีภาพประชาชน สมาคมสื่อมุดหัวอยู่ที่ใหน

ที่มา thaifreenews

สมัยรัฐบาลทักษิณเห็นเรียกร้องหาเสรีภาพกันจัง ขนาดข่าวทุกสำนักข่าวแทบจะโจมตีรัฐบาลอยู่ด้านเดียวแล้ว ก็ยังเรียกร้องเรื่องเสรีภาพสื่อจนดูน่าเกลียด ชนิดแตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย แม้กระทั่งสำนักที่ไม่ได้กระทบอะไรกับเขาก็เข้าร่วมเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็น "คุกคามสื่อ คุกคามประชาชน" รัฐบาลแทรกแซงสื่อ บ้างหละ ทั้งๆที่ความเป็นจริง มันก็ออกข่าวโจมตีรัฐบาลทุกวันไม่ได้มีการแทรกแซงแต่อย่างใด มีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์รายการเดียวเท่านั้นแหละที่มีปัญหา เพราะพูดจาจาบจ้วงไม่เหมาะสม แต่ก็โหมโรงกันทุกสำนักจะเป็นจะตายให้ได้



มาวันนี้ รายการเอกซ์คลูซีฟ โดย จอม เพชรประดับ" ทางสถานีข่าว และสาระคลื่น 100.5 ของ อสมท. แค่มีเสียงโฟนอินของ พตท.ดร.ทักษิณ ออกอากาศเท่านั้นแหละ รัฐมนตรีเตี้ย หนองเตย เต้นเป็นจ้าวเข้า ทั้งออกข่าวผ่านสื่อต่าง ผ่าน twitter กดดันทั้งผู้อำนวยการสถานี ทั้งผู้จัดรายการ จนในที่สุด นาย จอม เพชรประดับ ที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ก็ขอยุติรายการ เพื่อไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน เหตุการณ์นี้มันสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่รักทักษิณ และคนที่ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใดจำนวนไม่น้อย แบบนี้ถือว่าคุกคามประชาชนหรือยัง แล้ววันนี้สมาคมสื่อเงียบเป็นเป่าสาก ใหนบอกว่า "คุกคามสื่อ คุกคามประชาชนไง" เนี่ยะไงคุกคามแล้ว แถลงการณ์สิ !!! หรือนายกสมาคมฯ เป็นใบ้ โธ่เอ๊ย..รู้เช่นเห็นชาติแล้วว่า ที่แท้ก็ทำเพื่อเฉพาะพรรคพวกตัวเองเท่านั้นแหละว๊า.. ทีหลังก็อย่าเอาประชาชนไปอ้างเลย มันหน้าด้านเกินไป



แล้วเตี้ย หนองเตยก็มาออกข่าวบอกว่า รัฐไม่ได้แทรกแซงสื่อ จอม เพชรประดับ แสดงความรับผิดชอบเอง เป็นเรื่องภายใน อสมท. อ้าวอ้ายเว...ระ แล้วที่เป็นข่าวอยู่ไม่ใช่ไปกดดันเขาหรอกหรือ การจัดรายการวิทยุ แล้วให้คนไทยคนหนึ่ง ที่เคยสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองพูดออกรายการมันผิดตรงใหน ต่อให้เชิญเป็นโจรมาพูดเลยหากการพูดนั้นไม่ใช่คำที่ผิดกฎหมาย พูดออกวิทยุมันผิดตรงใหน ถ้ามีเสรีภาพจริง เขาจะจัดรายการอย่างไร เชิญใครมาออกรายการก็เรื่องของเขาถ้าไม่มีอะไรผิดกฎหมาย คนฟังเขาเลือกฟังได้ถ้าไม่ดีไม่มีประโยชน์คนก็เลิกฟังไปเอง เหมือนกับรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย แต่ไม่ไว้ใจอภิสุด" ไง ผมไม่อยากดูผมก็ไม่ดู ผมเลือกของผมเองได้ แต่ผมก็ไม่ได้เรียกร้องให้ปิด จะเป็นบ้านั่งพูดออกอากาศอยู่คนเดียวก็ทำไป



อยากถามเตี้ย หนองเตย ว่า ตกลงสื่อของรัฐจะนำเสนอข่าวสารหรือเรื่องราวเฉพาะฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายพวกตนเท่านั้นใช่หมัย คนอื่นที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายตนจะรู้สึกอย่างไรช่างหัวมันใช่ไหม สื่อของรัฐมาจากภาษีของประชาชน ที่เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นใช่หมัย ก็ออกกฏหมายใหม่มาเลยสิวะ ว่า คนเสื้อแดง คนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล มีหน้าที่จ่ายภาษีอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์ดู ไม่มีสิทธิ์นำเสนอเรื่องราวหรือข่าวสารออกทางสื่อของรัฐที่ตนเองเป็นคนจ่ายภาษีให้ และการเชิญแขกมาร่วมรายการถ้าไม่ใช่ เจิมสาก หรือ เสรี นะย๊ะ หรือนักวิชาเกิน ที่เป็นพันธมิตร ห้ามสถานีของรัฐเชิญมาออกรายการ ใช่หมัย



เกิดมาทั้งที หัดสร้างความดีซะบ้าง อย่างมุ่งแต่ทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม จนลืมความถูกต้องชอบธรรม เด๋วกรรมมันจะตามสนอง เด๋ยวเกิดชาติหน้าจะเตี้ยกว่าเดิมอีก จริงๆผมก็ไม่ใช่คนสูงหรอกนะ แต่ก็พยายามทำความดี เกิดมาชาตินี้ก็ทำบุญและสร้างความดีไว้เยอะๆ เกิดชาติหน้าเผื่อจะได้สุงกับเขาบ้าง หากเตี้ยบางเตยจะทำแบบผมบ้างก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ไม่ถือว่าลอกการบ้านหรอก

โดย คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง

ทำไมพวกท่านถึงหน้ามึนตาใส แบบนี้ครับ

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

ทำไมพวกท่านถึงหน้ามึนตาใส แบบนี้ครับ

หากยังจำกันได้ หลังเกิดเหตุอัปยศปล้นอำนาจกันกลางเมืองเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ โครงการทำ ดีให้เด็กดู คุณธรรมนำไทย ก็ถูกยิงเป็น Spot โฆษณาสมัย ในสมัยรัฐบาลขิงแก่ หรืออีกนัยหนึ่งยุคที่ปืนครองเมือง ก็ถูกยิงออกมาจากสื่อโทรทัศน์ของรัฐ ถี่ยิบ ราวกับว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาวะว่าเป็นโรคขาดสารอาหาร คุณธรรม จริยธรรม อย่างรุนแรงเข้าขั้นวิกฤต หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการประกาศศักดาว่า ดูซะ ๆ ประชาชนตาดำ ๆ พวกเราทำเพื่อสิ่งถูกต้อง พวกเราทำเพื่อผดุงคุณธรรม พวกเราทำเพื่อสังคม ฉะนั้นพรรคพวกของเราที่แต่งตั้งมานั่งเสวยสุขในองค์กรอิสระ หลังจากปล้นอำนาจรัฐเสร็จ เพื่อจับผิดฝ่ายตรงข้ามอย่างเดียว ..แหะ ๆ ไม่ใช่สิมานั่งผดุงความยุติธรรมในสังคมไทยหนะ พวกเราพิจารณาแล้วว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีความเหมาะสม ที่สำคัญเปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม อยู่เหนือคนธรรมดามากมายหลายกิโลขีดยิ่งนัก ไม่ต้องจับได้ว่ามีการทุจริต เอาแค่มีกลิ่นไม่ดี ก็ต้องแสดงสปิริต แห่งคุณธรรมออกมาให้สังคมประจักษ์ไปทั่วประเทศแล้ว

ประชาชนคนไทยเกือบจะเคลิ้ม เกือบจะฝันหวานไปถึงขนาดที่ว่า ต่อไปนี้เราอาจมีบุคลากรระดับเปาบุ้นจิ้น เข้ามานั่งผดุงความเป็นธรรมในสังคมไทยในองค์กรอิสระมากมาย เช่น คตส. ปปช. กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ถ้า.......ความจริงบางอย่างไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสังคมไทย ทำให้เกิดคำถามในใจทั่วสังคมว่า คุณธรรม และจริยธรรมที่พยายามกรอกหูคนไทยทั้งประเทศ นั้น

มาตรฐาน มันอยู่ตรงจุดไหน ? ? ? ?

เละเทะมาตั้งแต่ต้น หากทำใจเป็นกลางกันจริง ๆ ประชาชนทั้งประเทศคงดูได้ไม่ยากว่า บุคคลแต่ละคนที่เข้าไปนั่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ โดยคำสั่งของ คมช. นั้น โดนสั่งให้มาปฏิบัติการตามล้างตามเช็ด ของตนเพียงคนเดียวเท่านั้น อันนั้นก็ยังพอทำใจได้ว่า ผู้ชนะจากการปล้นสำเร็จเป็นผู้กำหนดเกม แต่ที่มันอดสงสัยไม่ได้ก็คือทำไม คนดี คนมีคุณธรรม คนมีจริยธรรม ทำไมแผลในเบื้องหลังถึงได้เพียบขนาดนี้

ยกตัวอย่างเช่น ภรรยาโกงที่ดินจนโดนศาลตัดสินให้แพ้คดี จบปริญญาโทโดยลอกวิทยานิพนธ์ มาจนถึงกลิ่นฉาวโฉ่ กับการพาลูก ๆ ไปเที่ยวต่างประเทศ ในนามของหน่วยงานรัฐ และซุกราคาบ้านและที่ดินอันแท้จริง เพื่อปกปิดว่าตนเองร่ำรวยผิดปกติ ยิ่งสาวไปสาวมานานวันทำไมหน้ากากคุณธรรม มันเริ่มหลุดล่อนจนแทบไม่มีเหลืออยู่เลยว่า จริง ๆ แล้วคนเหล่านี้มีคุณธรรมหรือไม่

เอาเถอะ แม้นสังคมไทยจะยินยอมแกล้งโง่ เป็นใบ้ ตาบอด หูหนวก กับการแถไปหน้าด้าน ๆ ของบุคคลบางคนที่พยายามบอกว่าตนเองเป็นคนดีมีจริยธรรมอย่างไม่อายปาก อายฟ้า อายดิน อายพระเจ้าได้ แต่สิ่งที่คนไทยทั้งประเทศสุดจะทนและสงสัยที่สุดก็คือ ทั้งผู้แต่งตั้ง คมช. และผู้ถูกแต่งตั้ง ปปช.ละเมิดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์หรือไม่ การเข้ากระทำการโดยพละการโดยยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แบบนี้ ผู้ถือปืนปล้นอำนาจรัฐ และพรรคพวกสามารถกระทำการตามอำเภอใจได้หรือ ? ? ? ข้อนี้แหละเป็นสิ่งสำคัญที่คนไทยถือมากที่สุด

เท่าที่ฟังฝ่ายตั้งคำถาม ถามเรื่องนี้อย่างสุภาพ และตรงไปตรงมาตรง ที่สุด ในหลายกรรมหลายวาระ ก็ยังไม่มีคำตอบจากสวรรค์ นอกจากจะลอยหน้าลอยตาแถลง แถไป แถมา ข้าง ๆ คู ๆ ๆ ชนิดที่น้ำยาซักผ้าขาวไฮเตอร์ ก็เข้ามาช่วยไม่ได้ ซ้ำร้ายยังทำท่าจะฆ่าปิดปาก ผู้ที่เอื้อเฟื้อ คนตั้งคำถามนี้แทนคนไทยทั้งประเทศ ต่อพวกท่านโดยตรงเสียด้วย

แบบนี้เขาเรียกว่าคุณธรรมจริยธรรมหรือครับ กระผมสงสัยเสียเหลือเกินว่าวิชาคุณธรรมจริยธรรมที่ท่านกับผมได้ยินมา มันคงจะสะกดต่างกันกระมัง เขาถามข้อสงสัยในสถานะอันถูกต้องของพวกท่าน คำหยาบสักตัว คำสบถซักคำ ก็ไม่เคยหลุดจากปาก หนำซ้ำยังบอกท่านเสียด้วยซ้ำว่าหากข้อสังสัยของพวกเขาไม่เป็นความจริง ก็ให้ฟ้องร้องต่อกระบวนการยุติธรรมได้ พวกเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบ ท่านกลับไม่ตอบกลับจะฆ่าปิดปากแทน แบบนี้จะไม่ทำให้คนไทยทั้งประเทศมีเครื่องหมายคำถามติดอยู่กลางหน้าผากทุกคนได้อย่างไร

หากท่านทั้งหลายความจำไม่สั้น โดรงการทำดีให้เด็กดู ในยุคที่ท่านเรียกร้องให้คนไทยทั้งประเทศกระทำคุณงามความดี เป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ ในประเทศดูเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างนั้น วิธีนี้ใช่ไหมครับที่ท่านกำลังทำอยู่ ละอายใจ กระดากใจ ยังพอสะกดเป็นไหม หน้ามึนตาใส คำคำนี้คงต้องยืมมาจากประธาน คมช. มาใช้ถามกับพวกท่านว่า จริง ๆ แล้วเขาหมายถึงพวกท่านทั้ง ๙ คน ให้ท่องไว้เป็นคาถาประจำใจใช่ไหมครับ

วันนี้สังคมคงไม่ตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของพวกท่านในองค์กรอันทรงเกียรติ์นั้นอีกแล้ว เพราะถามมาจนคนถามอายแทนพวกท่านไปแล้ว เพราะวิธีการที่ท่านออกมากระทำนั้นมันตอบกับสังคมได้อย่างชัดเจนแล้วว่า พวกท่านก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเกาะเก้าอี้แน่นไว้อย่างไม่สะทกสะท้านเช่นเดิม

ผมว่าท่านทั้งหลายที่กล่าวถึงนี้น่าจะรับ Job ไปเป็นพรีเซนเตอร์นะครับ

กระเบื้องปูหลังคาบ้านงัยครับ ไอ้ยี่ห้อที่มันมีสโลแกนว่า ห้าห่วงทนหายห่วง แต่ของท่านก็เปลี่ยนแค่นิดหน่อยว่า เก้าห่วงทนหายห่วง รับรองขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ ๆ ของเขาทนจริง ๆ

วิกฤติการเมืองไทยครั้งนี้อาจมีทางออกเดียวคือ การปฎิวัติสังคม ?

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่แล้ว ผมลองทบทวน ทฤษฎีการเมืองดูว่า จริงๆ แล้วประเทศไทยมันเกิดอะไรขึ้น

มีคนพยายามเสนอวิธีการแก้วิกฤติมากมาย แต่ผมรู้สึกว่า วิธีการที่เสนอล้วนแต่แก้ไขไม่ได้ทั้งสิ้น

หากเปรียบว่าตอนนี้ประเทศไทยติดอยู่ในถ้ำมืด ประตูออกมีทางเดียว คือ "อำนาจเก่าแก่ต้องเลิกยุ่งการเมือง" ไม่มีประตูอื่น

ปัญหาหลักของเราคือ มีการแทรกแซงการเมืองจากอำนาจ "ที่สาม" ที่ควบคุมประเทศไทยมาตลอด แต่เป็นอำนาจที่ไม่มีใครกล้าที่จะพูดถึง ว่าคือ "รากเหง้าแห่งปัญหาที่แท้จริง" หาก "รากเหง้าแห่งปัญหา" ยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ถอนตัวออกไปจากการเมือง ปัญหาก็ยังไม่จบ และวิกฤติการณ์ การเมืองไทยจะยังคงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อยก็สิ้นทศวรรษนี้

เมื่อทางออกมีแต่ทางนั้นเท่านั้น ดังนั้นใครจะเสนอวิธีแก้ปัญหาอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่กล้า ชี้ทางออกว่าคือประตูนั้น

รากเหง้าที่แท้จริงแล้ว มาจากรากฐานความเชื่อทางการเมือง ผมจึงไปทบทวนทฤษฎีทางการเมืองเกี่ยวกับแนวคิดของพวก Conservative หรือ ชนชั้นนำที่ครอบงำประเทศทั้งหลาย สรุปแล้วพวกเขามีความคิดและความเชื่อทางการเมือง แยกได้ คือ พวกเขาต้องการ

- ความสงบเรียบร้อยของสังคม Social Order
- อำนาจการปกครอง Authority
- ระเบียบวินัย Discipline

เขาคิดว่าเป้าหมายของประเทศหรือสังคม ควรเป็นแบบสามประการนั้น

พวก เขาเชื่อว่า ประเทศเหมือนครอบครัว ลูกๆ จะต้องเชื่อฟังพ่อแม่ นักเรียนต้องเชื่อฟังครูอาจารย์ ประชาชนต้องทำตามผู้ปกครอง สังคมจึงจะสงบ มีวินัย ไม่วุ่นวาย เขาเน้นความสงบเรียบร้อยของสังคมมาตลอด

แต่แนวคิดแบบเสรีนิยมที่เป็นรากฐานแนวคิดของสังคมสมัยใหม่ คือ ประชาชนจะเชื่อในเสรีภาพส่วนบุคคล เป้าหมายสูงสุดของสังคมต้องตอบสนองความต้องการของปัจเจกบุคคล คือ ความกินดีอยู่ดี มีเสรีภาพอย่างเต็มที่ สถาบันใดที่ไม่มีประโยชน์ ปรับตัวไม่ได้ควรยกเลิก (หากปรับตัวได้มีประโยชน์ก็ไม่มีปัญหาอะไร)

สรุปวิกฤติการครั้งนี้ คือ Civilization Clash ครับ จะเกิดขึ้นในทุกสังคมที่พัฒนามาถึงรอยต่อทางประวัติศาสตร์ของยุคสมัย ของการเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม

เป็นการปะทะกันระหว่างความเชื่อ ของผู้ปกครองยุคเก่า กับ ประชาชนที่เกิดหลังปี 2500 ประชาชนมีความเชื่อที่เปลี่ยนไป รัฐบาลต้องตอบสนองประชาชนได้ ไม่ใช่ความ "สงบเรียบร้อยของชาติ" ความสงบแบบนั้นไม่มีประโยชน์อะไร หากมันไม่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น

การปะทะกันทางความเชื่อนี้ อาจนำไปสู่การ "ปฎิรูป" หรือ "ปฎิวัติสังคม" ซึ่งผมก็ยังไม่กล้าเดา ว่าจะออกไปในรูปใด แต่สังคมไทยไม่อยู่กับที่แน่นอน เพราะ "โปรแกรมหรือ software ใน "ใจมนุษย์" ที่เป็นคนไทยเปลี่ยนไปแล้ว ความคิดความเชื่อที่เป็นรากฐานเดิมได้เปลี่ยนไปแล้ว เป็นการเปลี่ยนไปอย่างมีคุณภาพ และเกิดขึ้นเกือบทั้งสังคม

หากเราสมมุติให้ คนไทยเป็น AI หรือ ภูมิปัญญาประดิษฐ์ แบบหุ่นยนต์ชีวภาพ ที่ประกอบขึ้นจากโครงสร้างของไฮโดรคาร์บอน ความคิดในหุ่นมนุษย์นี้คือ โปรแกรม AI ตอนนี้ คนไทยได้ install โปรแกรม version ใหม่เข้าไปแล้ว เรื่อง เสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน และความยุติธรรม

ความเชื่อพื้นฐานของโปรแกรม ไม่ใช่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แค่นี้อีกแล้วแล้ว แต่เป็น ชาติ ประชาชน และประชาธิปไตย อะไรประมาณนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิม

ผมไม่รู้จุดจบอยู่ที่ใด ทางออกที่ผมว่าจะไปถึงหรือเปล่า แต่เชื่อว่าอย่างไร ก็ต้องออกประตูนั้น จะโดนบังคับให้ออก หรือ เจ้าของประตูเปิดประตูเอง ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องออกทางนั้น ไม่มีทางอื่นไปได้

จุดจบของปัญหามีแน่ แต่ไม่เหมือนก่อนปี 2549 แล้ว

เพราะรากฐานของ AI Software เปลี่ยนไป พฤติกรรมทัศนะคติ ย่อมเปลี่ยนไป

สถานการณ์ตอนนี้คือ สงครามสนามเพลาะ

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

ตอนนี้สถานการณ์ทางการเมือง ไม่ได้มีการเปลียนแปลงอะไรมากนัก ต่างก็กุมกำลังอยู่ในสนามเพลาะของตน คนเสื้อเหลือง พธม. หลบเข้าไปในรูในสนามเพลาะหมดสิ้น อำมาตย์ กับ คนเสื้อแดงต่างก็คุมเชิงกันอยู่

แม้วันที่ 19 กย. 52 นี้ คนเสื้อแดงจะได้รวมพลบุกแนวรบของฝ่ายอำมาตย์ และ่ฝ่ายอำมาตย์ก็ได้รวบรวมกำลังทหารหลายกองร้อย เอาไว้ต่อต้านการบุก ผมคาดว่าวันที่ 19 กย. ก็คงมีการยิงปืนใหญ่ถล่มกันเหมือนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีการรุกและการรับ แม้่จะบุกเจาะแนวรบฝ่ายตรงข้ามได้บ้าง ก็คงไม่มีผลต่อสถานการณ์สงครามเท่าไหร่

เรียกสถานการณ์ตอนนี้ว่าเป็น "การตรึงกำลังกันทั้งสองฝ่าย" รบกันก็ประปราย"

สงครามสนามเพลาะเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกน่าจะเป็นสงครามกลางเมืองอเมริกัน ค.ศ. 1861-1865 หลังจากนายพลลี แม่ทัพฝ่ายใต้ เพลี้ยงพล่ำที่สมรภูมิ Gettysburg (มีคนตายจาการรบในวันเดียว 50,000 คน) ก็ถอยทัพแต่ไม่ได้แพ้ ก็สร้างแนวรบสนามเพลาะรบต่อได้อีกสองปี ก่อนที่เศรษฐกิจฝ่ายใต้จะพังทลาย และแพ้ไปในที่สุด

สงครามสนามเพลาะที่สอง คือ สงครามโลกครั้งที่ 1 ตรึงแนวรบกันกว่า 4 ปี ก่อนที่เยอรมันจะหมดเสบียง เศรษฐกิจล่มจม เกิดรัฐประหาร และแพ้ไปในที่สุด

จะเห็นได้ว่า "ปัจจัยสำคัญของสงครามสนามเพลาะคือ ความอึด ใครอึดกว่าคนนั้นชนะ

สงครามระหว่างอำมาตย์ กับ เสื้อแดง ตอนนี้ก็ตรึงกำัลังกันอยู่ แม้จะมีบุกกันบ้าง ก็ไม่มีผลต่อสถานการณ์แพ้ชนะโดยรวมมากนัก

ผมฟันธงว่า เสื้อแดงอึดกว่า เพราะเป็นชาวบ้านธรรมดา ลำบากอยู่แล้ว ส่วนอำมาตย์นั้น" แก่หง้ำเหงือก" แทบทุกคน

สิ่งที่เสื้อแดงมีคือ เวลา แต่ไม่มีอำนาจ อำมาตย์มีอำนาจ แต่เวลาเหลือไม่มาก

ส่วนเสบียงนั้น "ทักษิณ" ไปตกอู่ข้าวอู่น้ำของตะวันออกกลาง" โดนเนรเทศไปอยู่ต่างแดน แทนที่จะตกระกำรำบาก ดันตกบ่อเงิน Petro dollar แทน เสบียงจึงไม่ขาดแคลน และจะมีบริบูรณ์ในระยะยาว

แม้จะอยู่ดูไบ ผมก็ได้เห็นข่าวมีคนไปเยี่ยมแทบทุกวัน หัวกระไดไม่แห่ง

ปลอดภัยกว่าอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้าเยอะ

อ.ใจ อึ้งภากรณ์ วิเคราะห์ว่า แนวทางของเสื้อแดงตอนนี้มีสองแนวทางคือ

แนวทางแรกคือ แนวปฎิรูป หัวขบวนคือ สามเกลอ กับ นปช. แนวร่วมมีจำนวนมาก ตัวผมเองก็อยู่แนวทางนี้

แนวทางที่สอง คือ แนวทางปฎิวัติ มี่แดงสยาม สุรชัย จุดพลุ จักรภพคอยเชียร์ห่างๆ มี่แดงค่อนไปทางซ้าย สนับสนุน เช่น อ.ใจสนับสนุน ในเว็บบอร์ด ที่เห็นเชียร์ ก็มี "แดงฯเทียม คุณมังกรดำ บังสกุล jimbo เป็นต้น

สรุปคือ ไม่ว่าแนวปฎิรูป หรือแนวปฎิัวัติ สงครามก็ยังไม่จบเร็ววัน เป็นสงครามยืดเยือ

ผมฟันธงว่าอำมาตย์ไม่ชนะแน่นอน และทักษิณจะเป็นผู้มีบารมีคับแผ่นดินในทศวรรษหน้า บารมีจะโดดเด่นเหนือ "องค์กรเก่าแก่"

ตลก 96!

ที่มา บางกอกทูเดย์

“ตัวใครตัวมัน” ประโยคร้อนๆ ที่ “เนวิน” เดินไปบอกนักข่าวประจำพรรคภูมิใจไทยเมื่อถูกถามว่า...ถ้า บิ๊กจุ๋ม จุมพล มั่นหมายไม่ได้เป็น ผบ.ตร. แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?สุดท้าย แม้เจ้าตัวจะฝาก ลูกน้อง มาบอกว่า...แค่ล้อเล่น! แต่ คนฟัง เค้าเชื่อไปแล้วนี่หว่า จะให้เลิกเชื่อกันได้ยังไง?แต่ถึง “เนวิน” จะเป็นหยั่งงี้? ใครที่คบไว้เป็นพวก ล้วนแต่ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า หนัก...เบา...ช้า...เร็ว ยังไง ก็ต้องได้!ดูหยั่ง...บรรดาข้าราชการฝ่ายปกครองนั่นปะไร? คนในสายนี้...ล้วนได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า ก็อย่าได้แปลกใจ! หากวันนี้...ถนนทุกสายจะพุ่งตรงไปยังบ้านบางหลังที่บุรีรัมย์เดินเกมหยั่ง “เนวิน” น่ะ! ใครจะมาจะไป...เมื่อเป็น แกนหลักจัดตั้งรัฐบาล ก็คงต้องหนีบเอาคนพวกนี้ไว้เป็น “พวก” กันบ้างแหละ (ว่ะ!)ต่างกันหยั่งสิ้นเชิง! กับพวก พรรคใหญ่ๆ หากไม่ได้เป็น แกนหลักตั้งรัฐบาล ก็

อาจต้องไปนั่งเป็น...ฝ่ายค้านบางคน...ไม่ใช่เป็นแค่ หัวหน้าฝ่ายค้านแต่อาจ ติดคุก! เป็นของแถมฟัง อดีตรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช บอกแล้ว ก็ต้องคิดตาม! เอ...แม้จะเป็น นายกฯ 2 สมัยติด! แต่มันก็แค่ 7 ปีเศษ ยังไงๆ ก็ไม่เกิน 8 ปี หากสิ้นสุดความเป็น นายกฯ ขณะที่ อายุความที่มีถึง 10 ปียังไม่หมดดูท่าว่า...นายกฯอภิสิทธิ์ จะ ไม่ปกติสุข!เอาซะแล้วไม่ปกติสุข เพราะตอนนี้ ตำรวจไทยทั่วประเทศ เริ่มจะไม่พอใจทั้ง ป.ป.ช. และ นายกฯ อภิสิทธิ์ กันบ้างแล้ว เมื่อไม่พอใจ...แม้จะแสดงออกอะไรไม่ได้มาก ในยามที่ ศัตรูยังเป็น “ใหญ่” และมี “กระ บองโต” เอาไว้คอยป้องกันตัวเอง และระรานคนอื่น?แต่ในยาม...สิ้นอำนาจวาสนา? ชะตากรรม! อาจเล่นตลก “69” จากที่เคยดี ก็อาจกลาย เป็นเลว! ที่ถูกก็จะกลายเป็นผิด! หรืออะไรๆ ที่เคยปกปิดเอาไว้ ก็อาจจะถูกเปิดโปงได้...ว่าแต่ กว่าจะสิ้นสุดปีที่ 7 เศษๆ น่ะ มันปาเข้าไปตั้งปี 2558 นั่นเลยนะ แถมถึงตอนนั้น แม้ นายกฯอภิสิทธิ์ จะไม่ได้เป็น นายกฯ และดันเกิดเป็น นายกฯเนวิน หรือ นายกฯเทพไท ล่ะก็ดูท่าว่า...แผนการ “เอาคืน” ของตำรวจไทย คงจะเป็นหมัน? ซะล่ะกระมัง (ฮา!). ■