WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, October 2, 2009

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:2ตุลาคมนี้มีทั้งข่าวลึกข่าวลับข่าวลวงและข่าวฮา(ไม่ออก)

ที่มา Thai E-News



***ไทยอีนิวส์เปิดคอลัมน์"สังคมข่าวชาวเสื้อแดง"ขึ้นมารองรับกิจกรรมข้อมูลข่าวสารต่างๆของคนเสื้อแดง พี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยทั่วประเทศ ทั่วทุกมุมโลก ประเดิมเริ่มแรกตั้งแต่วานนี้เป็นต้นไป แจ้งข้อมูลข่าวสารรูปภาพ คลิปข่าวงานกิจกรรมส่วนรวม หรือส่วนตัวก็ไม่ขัดข้อง หรือความเคลื่อนไหวต่างๆมาได้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าลงข่าวแต่อย่างใด ส่งเมล์มาหา"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com***


***ศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2552 ขึ้น13ค่ำเดือน11 หากเบื่อสื่อเหลือง เอือมสื่อหลัก กลัวสื่อแดงปั่นหัว นี่เลยข่าวสารเที่ยงตรงจากทีมงานหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท รับข่าวสารเที่ยงตรง SMS ประชาไท AIS DTAC TRUE สมัครง่ายๆพิมพ์ R 01 แล้วส่งไปที่ 4853560 (พิมพ์Rเว้นวรรคแล้วตามด้วย01) ค่าบริการ 29 บาทต่อเดือน ทดลองใช้ฟรีก่อน 14 วัน ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์กรุณาส่งต่อให้เพื่อนๆ ด้วยจ้า***

***รายงานข่าวจากคุณ Alienet สายข่าวเจ้าเดิมจากเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ได้แต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ขึ้นรักษาการณ์ ผบ.ตร.แห่งชาติ ว่าอาจจะถูกเรียกตัวเข้าพบโดยบุคคลสำคัญในวันศุกร์นี้

"เห็นข่าวปทีป ณ สนธิลิ้ม ยิ้มร่ารักษาราชการแทนผบ.ตร. สำทับด้วยทีมวอลเปเปอร์ว่า จะให้รักษาการยาว 1 ปี จนเกษียณทั้งปทีปและจุมพล ดูช่างครึกครื้น สนุก สุขใจ กันมาก สายวันนี้มีคนจากเวปฟ้าใหม่โทรไปถามทีมวอลเปเปอร์ว่า มีพระบัญชาให้มาร์คไปเฝ้าวันพรุ่งนี้ที่ 2 ต.ค.รู้หรือเปล่า วอลเปเปอร์เหวอไปตามๆ กัน เช็คข่าวกันวุ่น ในที่สุดก็ได้รับการยืนยันจากนิพนธ์ว่าเป็นจริง ตอนบ่ายเลยระดมสุมหัวกันปรึกษาหารือ ร้องแรกแหกกะเฌอหาป๋ากันยกใหม่ แถมสำทับมาด้วยว่า ไม่ต้องอ้างแม่ เพราะจะคุยกันพร้อมหน้าทั้งลูกทั้งแม่ด้วย เป็นไง...ซ่ากันนัก โปรดติดตาม...55555"
***

***ช่วงนี้มี"ข่าวสำคัญ"ที่คนต้องซอกแซกหา ทำเอาบอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกันล่ม เพราะมีคนไปเขียนกระทู้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบุคคลสำคัญ อ้างว่าเป็นคนในแวดวงการแพทย์ ทำท่าว่ารู้ลึกรู้จริงรู้ว่าทีมแพทย์เป็นใคร ลึกตื้นหนาบางเป็นไง ทำเอาเวบซาบซึ้งฟ้าเดียวกันhttp://sameskyboard.com/ถึงกับล่มไปหลายวัน ทางทีมงานเลยต้องย้ายกระทู้สุดฮ็อตไปไว้อีกที่คือ http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=37667&st=0จะอ่านเอาเรื่อง หรืออ่านเอาขำๆก็ตามสะดวก แต่เข้าไปแล้วก็ช่วยเจ้าภาพเขาหน่อยที่มันล่มบ่อยเพราะไม่มีน้ำเลี้ยง อยากบริจาคช่วยชุมชนฟ้าเดียวกันก็หาเบอร์บัญชีบริจาคที่นี่จ้าhttp://sameskyboard.com/index.php?showtopic=38048***

***ใกล้งานรำลึก6ตุลาเลือดเข้ามาเต็มที ปีนี้จัดที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่7โมงเช้าไปยันทุ่มหนึ่ง ฟังบทกวีรำลึกวีรชน ๖ ตุลาโดย วัฒน์ วรรลยางกูล ตามด้วยกล่าวไว้อาลัยและสืบสานเจตนารมณ์วีรชน๖ตุลา ปาฐกถาประจำปี เรื่อง “ แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับ เจตนารมณ์วีรชน ๖ ตุลา ๒๕๑๙” โดย ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ต่อด้วยเสวนา “ อุดมการณ์ ๖ ตุลากับ อำมาตยาธิปไตย ”วิทยากรนำทีมโดย สุรชัย แช่ด่าน ผู้ประสานงานกลุ่มแดงสยาม ตามติดด้วยหัวข้อร้อนๆ" สรุปบทเรียน ๓๓ ปี ๖ ตุลา กับขบวนการขวาใหม่ในไทย"จัดโดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย วิทยากร ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ ๖ ตุลา จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลา ***

***สอบถามรายละเอียดกิจกรรมรำลึก33ปี6ตุลา2519ที่ โครงการกำแพงประวัติศาสตร์ โทร. ๐๒-๖๑๓ ๒๐๑๑, ๐๑-๖๑๓ ๔๗๙๒ Email: octnet72@yahoo.com หรือคนรุ่นใหม่อยากรู้จักว่าเหตุการณ์6ตุลาเลือดคืออะไร ส่งผลสะเทือนมาถึงปัจจุบันนี้เช่นไร คลิ้กดูhttp://www.2519.net/เรื่องที่หัวร่อมิได้ร้องไห้มิออกได้แต่กลอกตามีสองเรื่อง เรื่องแรกสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานเปิดงาน เรื่องที่สอง ข่าวแว่วว่าอาจจะโดนห้ามใช้ห้องจัดงานในวันงาน 6 ตุลา หากอาจารย์ฝ่ายเสื้อเหลืองในธรรมศาสตร์มาประท้วง ดังนั้นคนเดือนตุลา หรือฝ่ายประชาธิปไตยต้องไปกันให้มากๆ หรือใครอยากไปดูน้ำหน้าพวกปฏิกริยาขวาจัดพ.ศ.นี้ห้ามใช้ห้องประชุมจัดงานก็น่าจะเข้าที***

***6 ตุลาคมปีนี้ยังเป็นวันครบรอบ 99 วันของการชุมนุมหน้าโรงงาน ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ซึ่งธัญญยธรณ์ คีรีถาวรพัฒ์ รองประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ส่งข่าวมาว่า ตลอดระยะเวลาของการชุมนุมก็เผชิญกับความรุนแรงหลากหลายรูปแบบ สหภาพฯ พร้อมด้วยองค์กรเพื่อนมิตรจึงร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรุนแรงที่ถูกกระทำโดยรัฐ และเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเจตนารมณ์ของนักศึกษาและประชาชนที่ถูกปราบปรามในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 รวมถึงเพื่อให้เกิดการสรุปเป็นบทเรียนและมาตราการในการป้องกัน จัดการกับความรุนแรงดังกล่าวร่วมกัน เชิญร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร” พร้อมด้วยกิจกรรมการแสดงดนตรีของนักศึกษาสลับกับการปราศรัยของผู้นำกรรมกรต่างๆ ณ ที่ชุมนุมหน้าโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี ซอย 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.อังคารที่6ตุลาคมนี้ สอบถามเพิ่มเติมกับจิตรา คชเดช (หนิง) สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ 087-020 - 6672 Skype : Jittra08***


***ข่าวสังคมดีๆ ได้อีเมล์ร้อนด่วนๆมาจากหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ พระอาจารย์วิษณุพร ภทฺทปญฺโญ วัดพุสวรรค์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เข้าเยี่ยมสำนักงานไทยเรดนิวส์ เมื่อวานนี้(1ตุลาคม) พร้อมอาราธนาพรให้กับทีมงานไทยเรดนิวส์ หนังสือพิมพ์คนเสื้อแดง โดยมีกองบรรณาธิการ นำโดยมี ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น และ คุณสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ให้การต้อนรับท่านเกจิอาจารย์ดัง เป็นมงคลกับชาวคณะอย่างยิ่ง ชมภาพกิจกรรม คลิ้ก http://www.youtube.com/watch?v=6yK-O-Q0xVQ***

***วันเดียวกันนี้(1ตุลาคม)"กลุ่มพลังสตรีเพื่อประชาธิปไตย" นำโดยคุณณัชชา โฆษิตรัฐพรสิน(คุณน้อง)และคณะ เข้าเยี่ยมชมสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ พร้อมกับให้กำลังใจกองบรรณาธิการ ในการเป็นสื่อกลางนำเสนอข่าวสารข้อมูลเพื่อประชาธิปไตยสู่สังคมไทย โดยมี ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ และ คุณสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ให้การต้อนรับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักอบอุ่น คนคุ้นๆหน้าทั้งนั้น คลิ้กชมความสวยความหล่อได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=wJLuNgpvgdo หรือ http://www.youtube.com/watch?v=QoIaufDwMCM***

***คนจะดังเอาช้างฉุดไว้ก็ไม่อยู่"โน้ต-อุดม แต้พานิช"เจอคู่แข่งซะแล้ว เมื่อท่านดร.สุนัย จุลพงศธรเปิด "เดี่ยวไมโครโฟน เสวนาระบอบอำมาตย์กับทางออกสังคมไทย" โดย คุณสุนัย จุลพงศธร พร้อมฟังกวีประชาชนคนรากหญ้า ไม้หนึ่ง ก.กุนที ณ ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ บัตรราคาเบาๆแค่ 300 บาท อุดหนุนได้ที่หน้างาน หรือ ถามรายละเอียดให้คนทำงานมีกำลังใจสู้ๆเพื่อประชาธิปไตยได้ที่ คุณทรงชัย 081 4000 433 จัดโดย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยของสมยศ พฤกษาเกษมสุข เงินรายได้ ไว้ใช้จัดงาน รำลึก เดือนตุลา และ เผยแพร่ประชาธิปไตย..งานนี้จะเอาฮาก็ไหว จะเอาเนื้อๆก็ได้ อย่าลืมให้กำลังใจกันและกันนะชาวเสื้อแดง***

***สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการ ภาพคัตเอาท์การเมืองเดือนตุลา และ35ปีแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย(ในวาระครบรอบ ๓๕ ปี แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย) วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ชมวิดีทัศน์ สร้างสาน ตำนานศิลป์ แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย พิธีเปิดนิทรรศการ โดยชมรมโดมรวมใจ ชมรมเพื่อนจุฬา ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เลขที่ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ E-mail: banomyong_inst@yahoo.com ร่วมเสวนา“ มองย้อน-ร่องรอยศิลปะกับการเมืองเดือนตุลา ในทัศนะของคนต่างรุ่น” แถมท้ายดูหนังหาดูยากเวลา ๑๖.๑๕ น. เรื่อง“JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL 1973” colour 99 minutes ใครที่ยัง"แสวงหา"อยู่น่าไปดู ใครเลิกแสวงหาแต่ยังไม่แสวงเหาใส่หัวยิ่งน่าไป***

***พันธ์ศักดิ์ ซาบุ หัวหน้าสถานี วิทยุชุมชนคนรักไทย FM 95.25 MHz.ขอแรงเพื่อนเสื้อแดงให้กำลังใจวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อหาทุนชำระค่าเครื่องส่งใหม่ของสถานีวิทยุชุมชนคนรักไทย ในวันที่อาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ สมาคมนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ ถ.ประชาชื่น เขต จตุจักร ใกล้กับ โรงเรียนเพร็ชรัตน์ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีน ติดต่อส่งกำลังใจไปกันให้ล้นหลาม โทรศัพท์. 089-019-6935 หรือ ส่งแฟกซ์ 02-690-0416 เพื่อให้คนเสื้อแดงมีสื่อเหลือไว้ให้ฟังกันมั่งก็ยังดี ไม่งั้นรัฐมนตรีเตี้ยหนองในมันก็ขย่มเขย่าเอาล่อเอาเถิดไม่เลิก***

***คุณPickyเสื้อแดงญี่ปุ่นแจ้งข่าวล่ามาช้าหน่อย เพราะมัวแต่ปลื้ม เมื่อวันที่20 กันยายนที่ผ่านมา ที่จังหวัดชิบะ เขตอาซาฮิ ประเทศญี่ปุ่น คนเสื้อแดงแดนปลาดิบมีความคึกคักเข้มเข็งอย่างมาก เมื่อมีการโฟนอินของท่านนายกฯทักษิณมายังนปช.ไทยในญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 20นาที ทำให้เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นมีกำลังใจในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง การจัดงานชุมนุมครั้งนี้เป็นการพบปะสังสรรค์ ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ทำให้พวกเรามีพลังที่จะลุกขึ้นมาแสดงความเห็นทางการเมืองย่ำแย่ที่บริหารงานโดยรัฐบาลโอบ้ามารค์ชุดนี้***

***แกนนำสุภาพสตรีที่แจ้งข่าวมายัง"นักข่าวชาวรากหญ้า"บอกว่า จากการโฟนอินของท่านทักษิน เราชาวสีแดงในญี่ปุ่นได้ข้อคิดมากมาย ดิฉันก็เป็นคนหนี่งที่ได้สนทนากับท่านทักษิน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้ให้คำแนะนำและให้ข้อคิด ส่วนตัวการจัดงานครั้งนี้ถึงแม้จะติดขัดอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นไปด้วยความสนุกสนานที่ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะทางความคิด พวกเรารู้สึกยินดีที่ท่านทักษินไม่ทอดทิ้งคนที่อยู่แดนไกลทั้งตอนที่เป็นรัฐบาล และตอนที่โดนปล้นอำนาจ ท่านก็ไม่ทอดทิ้งพวกรา ทำให้พวกเรามีแรง มีพลังในการขับเคลื่อนจัดกิจกรรมทางการเมืองอย่างถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยต่อไป***

***ดิฉันกับนปช.ญี่ปุ่นจะจัดงานชุมนึงอีกครั้ง ก่อนวันที่14 ตุลาที่จะถึงนี้ ภายใต้ชื่องาน "อำลารัฐบาลไก่อ่อน" จึงขอเรียนปรึกษาเสื้อแดงทางเมืองไทยเรื่องโปสเตอร์รูปท่านทักษินค่ะ คืออยากได้แบบใหญ่มากๆไว้ติดหน้างาน หรือเป็นแบ็คกราวนด์ ค่าจัดส่งทางดิฉันกับนปช.ญี่ปุ่นจัดเองได้ค่ะ เพราะเห็นว่า ทางเมืองไทยมีการจัดงานหลายครั้งน่าจะพอมีใครให้คำแนะนำดีดี (หรือให้ฟรีก็ดีนะคะ) ทางเรารวบรวมพลังในการขับเคลื่อนครั้งนี้มากค่ะ ใช้พลังในการบอกต่อและเรียนเชิญ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคงให้คำแนะนำได้...เอ้าพี่น้องเสื้อแดงในเมืองไทยใครมีประสบการณ์มีฝีมือทางนี้ติดต่อคุณPickyไปโดยตรงที่อีเมล์tatswilai@hotmail.com ไม่ต้องผ่านลุงหนวดแต่อย่างใด***

***วันนี้ว่ากันพอหอมปากหอมคอ ความจริงยังเหลือข่าวฝาก ข่าวกิจกรรม ข่าวสังคมอีกเพียบ จะทยอยจัดไปวันละหน อย่าลืมครับพี่น้องเสื้อแดงท่านใดมีข่าวคราวกิจกรรม ความเึคลื่อนไหว นัดพบปะสังสรรค์ ข่าวสังคม งานบุญงานบวชงานสวดงานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่ ขายรถเก่า ทำมาค้าขาย มีสินค้า บริการอะไรอยากประชาสัมพันธ์ อยากซื้ออยากขาย โฆษณาสารพัดบอกมาได้ หรือจะฝากตามหาญาติมิตรที่ห่างหายยังไงได้เสมอ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใดๆทั้งสิ้น หากมีรูปมีคลิปทั้งลับและไม่ลับก็แนบไฟล์มาด้วย แล้วแจ้งมาที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com***


=+=นักข่าวชาวรากหญ้า=+=

ข่าวเชิงลึกจาก Alienet: มาร์คโดนเรียกหลังแต่งตั้งปทีป

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 ตุลาคม 2552

รายงานข่าวจากคุณ Alienet สายข่าวเจ้าเดิมจากเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ได้แต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ขึ้นรักษาการณ์ ผบ.ตร.แห่งชาติ ว่าอาจจะถูกเรียกตัวเข้าพบโดยบุคคลสำคัญในวันพรุ่งนี้

"เห็นข่าวปทีป ณ สนธิลิ้ม ยิ้มร่ารักษาราชการแทนผบ.ตร. สำทับด้วยทีมวอลเปเปอร์ว่า จะให้รักษาการยาว 1 ปี จนเกษียณทั้งปทีปและจุมพล ดูช่างครึกครื้น สนุก สุขใจ กันมาก สายวันนี้มีคนจากเวปฟ้าใหม่โทรไปถามทีมวอลเปเปอร์ว่า มีพระบัญชาให้มาร์คไปเฝ้าวันพรุ่งนี้ที่ 2 ต.ค.รู้หรือเปล่า วอลเปเปอร์เหวอไปตามๆ กัน เช็คข่าวกันวุ่น ในที่สุดก็ได้รับการยืนยันจากนิพนธ์ว่าเป็นจริง ตอนบ่ายเลยระดมสุมหัวกันปรึกษาหารือ ร้องแรกแหกกะเฌอหาป๋ากันยกใหม่ แถมสำทับมาด้วยว่า ไม่ต้องอ้างแม่ เพราะจะคุยกันพร้อมหน้าทั้งลูกทั้งแม่ด้วย เป็นไง...ซ่ากันนัก โปรดติดตาม...55555"

ไทยอีนิวส์เปิดคอลัมน์"สังคมข่าวชาวเสื้อแดง":ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไม?

ที่มา Thai E-News

***ไทยอีนิวส์เปิดคอลัมน์"สังคมข่าวชาวเสื้อแดง"ขึ้นมารองรับกิจกรรมข้อมูลข่าวสารต่างๆของคนเสื้อแดง พี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยทั่วประเทศ ทั่วทุกมุมโลก ประเดิมเริ่มแรกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แจ้งข้อมูลข่าวสารงานกิจกรรมส่วนรวม หรือความเคลื่อนไหวต่างๆมาได้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าลงข่าวแต่อย่างใด ส่งเมล์มาหา"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com***


***เริ่มจากข่าวเป็นมงคล ได้เมล์ร้อนด่วนๆมาจากหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ พระอาจารย์วิษณุพร ภทฺทปญฺโญ วัดพุสวรรค์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เข้าเยี่ยมสำนักงานไทยเรดนิวส์ พร้อมอาราธนาพรให้กับทีมงานไทยเรดนิวส์ หนังสือพิมพ์คนเสื้อแดง โดยมีกองบรรณาธิการ นำโดยมี ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น และ คุณสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ให้การต้อนรับท่านเกจิอาจารย์ดัง เป็นมงคลกับชาวคณะอย่างยิ่ง ชมภาพกิจกรรม คลิ้ก http://www.youtube.com/watch?v=6yK-O-Q0xVQ***

***วันเดียวกันนี้(1ตุลาคม)"กลุ่มพลังสตรีเพื่อประชาธิปไตย" นำโดยคุณณัชชา โฆษิตรัฐพรสิน(คุณน้อง)และคณะ เข้าเยี่ยมชมสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ พร้อมกับให้กำลังใจกองบรรณาธิการ ในการเป็นสื่อกลางนำเสนอข่าวสารข้อมูลเพื่อประชาธิปไตยสู่สังคมไทย โดยมี ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ และ คุณสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ให้การต้อนรับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักอบอุ่น คนคุ้นๆหน้าทั้งนั้น คลิ้กชมความสวยความหล่อได้ที่http://www.youtube.com/watch?v=wJLuNgpvgdo หรือ http://www.youtube.com/watch?v=QoIaufDwMCM***

***คนจะดังเอาช้างฉุดไว้ก็ไม่อยู่"โน้ต-อุดม แต้พานิช"เจอคู่แข่งซะแล้ว เมื่อท่านดร.สุนัย จุลพงศธรเปิด "เดี่ยวไมโครโฟน เสวนาระบอบอำมาตย์กับทางออกสังคมไทย" โดย คุณสุนัย จุลพงศธร พร้อมฟังกวีประชาชนคนรากหญ้า ไม้หนึ่ง ก.กุนที ณ ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ บัตรราคาเบาๆแค่ 300 บาท อุดหนุนได้ที่หน้างาน หรือ ถามรายละเอียดให้คนทำงานมีกำลังใจสู้ๆเพื่อประชาธิปไตยได้ที่ คุณทรงชัย 081 4000 433 จัดโดย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยของสมยศ พฤกษาเกษมสุข เงินรายได้ ไว้ใช้จัดงาน รำลึก เดือนตุลา และ เผยแพร่ประชาธิปไตย..งานนี้จะเอาฮาก็ไหว จะเอาเนื้อๆก็ได้ อย่าลืมให้กำลังใจกันและกันนะชาวเสื้อแดง***

***สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการ ภาพคัตเอาท์การเมืองเดือนตุลา และ35ปีแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย(ในวาระครบรอบ ๓๕ ปี แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย) วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ชมวิดีทัศน์ สร้างสาน ตำนานศิลป์ แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย พิธีเปิดนิทรรศการ โดยชมรมโดมรวมใจ ชมรมเพื่อนจุฬา ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เลขที่ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ซอยทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐-๒๓๘๑-๓๘๖๐-๑ โทรสาร ๐-๒๓๘๑-๓๘๕๙ E-mail: banomyong_inst@yahoo.com ร่วมเสวนา“ มองย้อน-ร่องรอยศิลปะกับการเมืองเดือนตุลา ในทัศนะของคนต่างรุ่น” แถมท้ายดูหนังหาดูยากเวลา ๑๖.๑๕ น. เรื่อง“JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL 1973” colour 99 minutes ใครที่ยัง"แสวงหา"อยู่น่าไปดู ใครเลิกแสวงหาแต่ยังไม่แสวงเหาใส่หัวยิ่งน่าไป***

***พันธ์ศักดิ์ ซาบุ หัวหน้าสถานี วิทยุชุมชนคนรักไทย FM 95.25 MHz.ขอแรงเพื่อนเสื้อแดงให้กำลังใจวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อหาทุนชำระค่าเครื่องส่งใหม่ของสถานีวิทยุชุมชนคนรักไทย ในวันที่อาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ สมาคมนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ ถ.ประชาชื่น เขต จตุจักร ใกล้กับ โรงเรียนเพร็ชรัตน์ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีน ติดต่อส่งกำลังใจไปกันให้ล้นหลาม โทรศัพท์. 089-019-6935 หรือ ส่งแฟกซ์ 02-690-0416 เพื่อให้คนเสื้อแดงมีสื่อเหลือไว้ให้ฟังกันมั่งก็ยังดี ไม่งั้นรัฐมนตรีเตี้ยหนองในมันก็ขย่มเขย่าเอาล่อเอาเถิดไม่เลิก***

***คุณPickyเสื้อแดงญี่ปุ่นแจ้งข่าวล่ามาช้าหน่อย เพราะมัวแต่ปลื้ม เมื่อวันที่20 กันยายนที่ผ่านมา ที่จังหวัดชิบะ เขตอาซาฮิ ประเทศญี่ปุ่น คนเสื้อแดงแดนปลาดิบมีความคึกคักเข้มเข็งอย่างมาก เมื่อมีการโฟนอินของท่านนายกฯทักษิณมายังนปช.ไทยในญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 20นาที ทำให้เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นมีกำลังใจในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง การจัดงานชุมนุมครั้งนี้เป็นการพบปะสังสรรค์ ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ทำให้พวกเรามีพลังที่จะลุกขึ้นมาแสดงความเห็นทางการเมืองย่ำแย่ที่บริหารงานโดยรัฐบาลโอบ้ามารค์ชุดนี้***

***แกนนำสุภาพสตรีที่แจ้งข่าวมายัง"นักข่าวชาวรากหญ้า"บอกว่า จากการโฟนอินของท่านทักษิน เราชาวสีแดงในญี่ปุ่นได้ข้อคิดมากมาย ดิฉันก็เป็นคนหนี่งที่ได้สนทนากับท่านทักษิน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้ให้คำแนะนำและให้ข้อคิด ส่วนตัวการจัดงานครั้งนี้ถึงแม้จะติดขัดอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นไปด้วยความสนุกสนานที่ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะทางความคิด พวกเรารู้สึกยินดีที่ท่านทักษินไม่ทอดทิ้งคนที่อยู่แดนไกลทั้งตอนที่เป็นรัฐบาล และตอนที่โดนปล้นอำนาจ ท่านก็ไม่ทอดทิ้งพวกรา ทำให้พวกเรามีแรง มีพลังในการขับเคลื่อนจัดกิจกรรมทางการเมืองอย่างถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยต่อไป***

***ดิฉันกับนปช.ญี่ปุ่นจะจัดงานชุมนึงอีกครั้ง ก่อนวันที่14 ตุลาที่จะถึงนี้ ภายใต้ชื่องาน "อำลารัฐบาลไก่อ่อน" จึงขอเรียนปรึกษาเสื้อแดงทางเมืองไทยเรื่องโปสเตอร์รูปท่านทักษินค่ะ คืออยากได้แบบใหญ่มากๆไว้ติดหน้างาน หรือเป็นแบ็คกราวนด์ ค่าจัดส่งทางดิฉันกับนปช.ญี่ปุ่นจัดเองได้ค่ะ เพราะเห็นว่า ทางเมืองไทยมีการจัดงานหลายครั้งน่าจะพอมีใครให้คำแนะนำดีดี (หรือให้ฟรีก็ดีนะคะ) ทางเรารวบรวมพลังในการขับเคลื่อนครั้งนี้มากค่ะ ใช้พลังในการบอกต่อและเรียนเชิญ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคงให้คำแนะนำได้...เอ้าพี่น้องเสื้อแดงในเมืองไทยใครมีประสบการณ์มีฝีมือทางนี้ติดต่อคุณPickyไปโดยตรงที่อีเมล์tatswilai@hotmail.com ไม่ต้องผ่านลุงหนวดแต่อย่างใด***

***วันนี้ว่ากันพอหอมปากหอมคอ ความจริงยังเหลือข่าวฝาก ข่าวกิจกรรม ข่าวสังคมอีกเพียบ จะทยอยจัดไปวันละหนสองหน อย่าลืมครับพี่น้องเสื้อแดงท่านใดมีข่าวคราวกิจกรรม ข่าวสังคม งานบุญงานบวชงานสวดงานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่ ขายรถเก่า ทำมาค้าขาย มีสินค้า บริการอะไรอยากประชาสัมพันธ์ โฆษณาสารพัดบอกมาได้ หรือจะฝากตามหาญาติมิตรที่ห่างหายยังไงได้เสมอ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใดๆทั้งสิ้น แจ้งมาที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com***


=+=นักข่าวชาวรากหญ้า=+=

คนเสื้อแดง แม้จะรอก็รอไม่นาน อาจไวกว่าที่คิดเสียด้วย

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

คือสถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ ที่ผมประเมินได้คือ ความแตกแยกในกลุ่มคนชั้นสูง เกี่ยวกับปัญหา การสืบทอดอะไรนี่แหละ แต่ก่อนพวกเขาคิดว่าสามารถถ่วงเวลาไปได้อีกอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 5 ปี คนอาจลืมทักษิณ แล้วก็สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมให้ย้อนกลับไปสู่สถานการณ์ดั้งเดิมได้ เหมือนสภาพการเมืองก่อนปี 2540 ทำให้การเมืองอ่อนแอ มีระบบหลายพรรค และพยายามชูเนวินขึ้นมาเพื่อให้คนอีสานเสียงแตก พรรคการเมืองที่อำมาตย์สนับสนุน คือ พรรคประชาธิปัตย์ที่อาศัยกุมฐานที่มั่นในภาคใต้ได้ และอาศัยกระแสสามารถกุมเสียง กทม.ได้สักครึ่งหนึ่ง ก็สามารถกลายเป็นพรรคอันดับหนึ่ง หรือพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างที่เคยเกิดขึ้นในยุคนายชวน หลีกภัย หรืออาจใช้เล่ห์เพทุบายโดยยืมมือตุลาการ ทำให้เกิดสภาพแบบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์อย่างที่เราเห็น


ยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงที่เคยทุ่มกำลังอย่างเต็มที่จัดชุมนุมใหญ่ในช่วงสงกรานต์ซึ่งมีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 400,000 คน ทำให้แกนนำส่วนใหญ่คิดว่าจะสามารถใช้ม็อบล้มรัฐบาลได้ แต่ยุทธศาสตร์นี้ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล ทำให้มีการปรับปรุงแนวคิดในการต่อสู้กันครั้งใหญ่ของขบวนการประชาธิปไตยคนเสื้อแดง โดยเน้นยุทธศาสตร์การขยายเครือข่าย สร้างแกนนำกลุ่มย่อยต่างๆ และขยายฐานมวลชนทั้งปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งเปิดแนวรบด้านสื่อ เพื่อเปิดเจาะแนวรบด้านสื่อที่เคยถูกล้อมกรอบโดย สื่อที่สนับสนุนอำมาตยาธิปไตยทั้งหลาย โดยรวมแล้วยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงคือ การใช้กลยุทธ์ "รอคอยให้สถานการณ์ในแผ่นดินเปลี่ยนแปลง" แล้วจึงเคลื่อนไหว เป็นกลยุทธ์ที่สุมาอี้ใช้รบชนะขงเบ้ง เมื่อรู้ว่า กำลังรบด้านการทหารของฝ่ายตนเป็นรองกลศึกของขงเบ้ง แต่ก็รู้ว่ากองทัพของขงเบ้งมีทรัพยากรน้อย และไม่อาจต่อสู้ในสงครามยืดเยื้อได้ การรอคอยเวลา จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับปะทะกับกองทัพที่เข็มแข้งด้านการทหาร แต่อ่อนแอด้านมวลชน

ต้องรอคอยนานแค่ไหน?

นั่นคือคำถามของคนเสื้อแดงที่อารมณ์ร้อน เลือดในกายคุกรุ่นทั้งหลาย

คำตอบของคนส่วนใหญ่ที่พอประเมินได้คือ รอคอยให้มีการ "เปลี่ยนผ่านอันยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน" (ม. 112) หรือในฐานปฏิบัติคือรอคอยการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ ม. 112 ก็อาจนาน

แต่นั้นเป็นสถานการณ์ก่อนหน้าเดือนนี้ ที่ยังไม่มีวี่แววการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

แต่อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ "สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง" การเปลี่ยนแปลงในสังขารอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นชาวพุทธทุกคนควรนึกถึง "มรณานุสติ" เอาไว้ให้มั่น เพราะความตายนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เรื่องสังขาร นี่เองทำให้สถานการณ์ทางการเมืองไทย เกิดความไร้เสถียรภาพขึ้นในกลุ่มคนชั้นนำอย่างรุนแรง จนสังคมสามารถจับแรงกระเพื่อมนั่นได้ จากข่าวลือต่างๆ นานา ซึ่งข่าวลือเหล่านี้ หากมีความจริงอยู่บ้าง (คงไม่เท็จทั้งหมด) ก็กระทบ "แรงยึดเหนี่ยว" สำคัญของคนชั้นสูงทันที

เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงจริง สถานการณ์ทางการเมืองไทยจะกลับตาลปัตรอย่างรุนแรง เพราะสถานการณ์ของคนเสื้อเหลือง จะกลับกลายเป็นตรงกันข้ามทันที เพราะใครๆ ก็รู้ว่า "คนเสื้อเหลือง" นั้น "ยึดถือตัวบุคคล" มากกว่ายึดถือโครงสร้างหรือสถาบันทั้งหลาย เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ สถานการณ์ของคนเสื้อเหลือ เรื่อง Lese majesty ที่เคยเอามาใช้เป็นอาวุธเพื่อทำลายล้างคนเสื้อแดงนั้น ก็จะย้อนกลับเข้าไปทำลายล้างคนเสื้อเหลืองทันที

หลังพิงของอำมาตยาธิปไตยที่เป็นกำแพงใหญ่มหึมาของสังคม ที่คนเสื้อแดงยากที่จะลุยผ่านไปได้ "กำแพงอันนี้" กลับหายไปในทันที กลุ่มอำมาตย์ที่เคยมีกำแพงอันยิ่งใหญ่คอยค้ำจุน โดยไม่ต้องพึ่งฐานประชาชนเท่าใดนัก แต่เมื่อกำแพงหายไป และขาดฐานประชาชน สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นอำมาตย์ไร้อำนาจ ไร้ทรัพยากรทางการเมืองไปทันที

ยิ่งสถานะของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยิ่งดูไม่จืด จากสถานการณ์ที่ต้องหนีม็อบเสื้อแดงอย่างหัวซุกหัวซุน อย่างที่ไม่เคยมี "ประธานองคมนตรีคนไหนในประวัติศาสตร์ชาติไทย" เคยเจอมาก่อน ก็จะต้องหนี "มหาภัย" ไร้พลังไปทันที ข่าวลือตอนนี้คือ "หลบไปอยู่ในกลุ่มทหารที่เป็นคนสนิทในภาคใต้ แต่ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่

แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่จริง "กองทัพก็กลายเป็นที่พึ่งของอำมาตย์ไม่ได้" เพราะกองทัพก็ไร้กำแพงพึ่งพิงเหมือนกัน แหละหากต้องเป็นศัตรูกับประชาชน สถานการณ์ของกองทัพยิ่งแย่ ประเทศไทยตอนนี้ไม่ใช่ปี พ.ศ. 2375 ยุคพระเจ้าบรมโกศแย่งอำนาจทางการเมืองกับโอรสขุนหลวงท้ายสระ ทหารปัจจุบันเมื่ออำนาจอื่นหายไป ก็ต้องนึกถึงอาชีพของตัวเองเป็นสำคัญ ที่จะเอาชีวิตและอนาคตไปเสี่ยงกับ พล.อ.เปรม ที่ไม่มีทั้งอำนาจทางจารีตหนุนหลังและแข็งข้อกับ อำนาจทางจารีตใหม่นั้นคงยากที่จะมีใครไปเสี่ยงด้วย

โลกทุกวันนี้แคบ หากไม่รวยจริงก็ไปอยู่ต่างประเทศแบบทักษิณไม่ได้




คนผมขาว ที่เคยทำกับทักษิณไว้จนไม่มีแผ่นดินอยู่ สถานการณ์กำลังจะย้อนรอย กรรมกำลังไล่ล่าอย่างรุนแรง และอาจไม่มีแผ่นดินอยู่ยิ่งกว่าทักษิณ เพราะตอนนี้แม้ว่าจะอยู่ในประเทศได้ ก็ไม่สามารถอยู่ที่บ้านพักตนเองได้อย่างมีความสุขเหมือนแต่ก่อน

ผมคิดว่า คนผมขาวกับพวกเดินเกมพลาดอย่างรุนแรงที่ ผลักไส "คนเสื้อแดง" ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไปเป็นพวกของ อำนาจทางจารีต 4 ทางอ้อม

แผนการสร้างเทพเจ้าอีกคน เพื่อทดแทนคนเดิม เป็น Goddess ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากเสื้อแดงแล้ว "ความนิยมส่วนบุคคล" ถูกความขัดแย้งทางการเมือง" ในสามปีมานี้ "ทำลายไปหมดสิ้นแล้ว" คนเสื้อแดง มองไปยังยุทธศาสตร์มากกว่าที่จะหลงใหลกับ ความนิยมส่วนบุคคล goddess ที่อยากให้เกิดก็ไม่ได้รับการยอมรับในแบบจำลองนี้สำหรับคนเสื้อแดงไปแล้ว

การรอคอยของคนเสื้อแดงที่คิดว่าจะนาน อาจไม่นานอย่างที่เราคิดกันก็ได้

ปล.ข่าวลือทั้งหลายในตอนนี้ อาจเกินเลยไปบ้าง แต่เมื่อเอาข่าวลือ และข่าวที่เป็นทางการบวกกัน ก็สามารถประเมินได้คร่าวๆ ว่า สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ อาจหนักกว่าที่เป็นข่าวทางการ จนทำให้เกิดความไม่มั่นใจกันขึ้น

The Straits Times: การประชวรของกษัตริย์ไทยยิ่งทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น - Thai King's illness deepens uncertainty

ที่มา Thai E-News

โดย Pavin Chachavalpongpun
ที่มา The Straits Times:ใน Malaysianinsider: http://www.themalaysianinsider.com/index.php/opinion/breaking-views/39086-thai-kings-illness-deepens-uncertainty--pavin-chachavalpongpun
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 ตุลาคม 2552

การประชวรของกษัตริย์ไทยยิ่งทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น

คนไทยที่รักสถาบันฯได้ตั้งค่ายอยู่นอกรพ.ศิริราชมากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วเพื่ออวยพรให้กษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดชที่เป็นที่เคารพรักทรงหายจากการประชวรไวๆ พระองค์ได้เข้ารับการรักษาที่รพ.ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน หลังจากที่มีพระปรอทและอาการเหนื่อย พระองค์ซึ่งมีพระชนมายุ 81 พรรษาอาจจะมีพระอาการดีขึ้น แต่การเมืองไทยยังอยู่ในภาวะไข้สูงอยู่

กษัตริย์ภูมิพลซึ่งครองสิริราชสมบัตินานที่สุดในโลกได้กระทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม 2493 ในช่วงที่สถาบันกษัตริย์อ่อนแอและอ่อนไหว ในปี 2475 ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิวัติโดยทหารครั้งแรกของไทยได้โค่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่มีอายุนานกว่า 150 ปีในช่วงของราชวงศ์จักรี และได้เปลี่ยนโฉมของการเมืองไทยตั้งแต่นั้นมา

หลังจากนั้น 20 ปี ชาวไทยได้อยู่ในความกลัวที่ว่าสถาบันกษัตริย์ของพวกเขาอาจจะสูญสิ้นไปในที่สุด การดำรงอยู่อันยาวนานได้แปรสภาพสถาบันฯไปสู่การเป็นเสาหลักที่สำคัญของรัฐไทย ดังนั้นสำหรับคนไทยการดำรงอยู่โดยปราศจากกษัตริย์นั้นมันสุดที่จะคนึงคิด

แต่ความกลัวนั้นมันค่อยๆจางหายไปเมื่อกษัตริย์ภูมิพลได้ขับเคลื่อนแผนการที่ใช้เวลาชั่วชืวิตในการพลิกสถาบันกษัตริย์ที่ไม่สำคัญมาเป็นส่วนประกอบที่อธิบายโดยนักข่าวชาวอเมริกันนายพอล แฮนด์ลี่ว่า มีอิทธิพลที่สุดในรัฐไทยในยุคสากลเลยทีเดียว

กษัตริย์ภูมิพลถูกมองโดยคนไทยว่าเป็นกึ่งเทพเจ้า และได้มาเป็นหลักประกันของความมีเสถียรภาพ โดยเข้าไปแทรกแซงทางการเมืองโดยตรงในช่วงวิกฤตเป็นบางครั้งบางคราว และในบางโอกาสการแทรกแซงของพระองค์ได้ยุติข้อพิพาทระหว่างคู่อริทางการเมือง ภาพข่าวของพล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้ซึ่งมาจากนายพลเป็นนายกฯและเป็นหนึ่งในผู้นำในรัฐประหารปี 2534 และคู่อริของเขา จำลอง ศรีเมือง ผู้นำของผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านทหาร ที่หมอบลงกับพื้นต่อหน้ากษัตริย์เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2535 เป็นภาพที่ถูกจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์สากลของไทย

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น พล.อ.สุจินดา ได้สั่งให้มีการปราบปรามผู้ประท้วงที่เรียกร้องให้รัฐบาลที่สนับสุนโดยทหารของเขาลาออก การแทรกแซงของกษัตริย์ได้ดึงประเทศกลับขึ้นมาจากสภาวะล่อแหลมที่เกือบจะเข้าสู่ความหายนะ

คนไทยหลายคนกลับได้มีความหวังว่ากษัตริย์จะเข้ามาช่วยให้ความสมดุลย์ทางการเมืองมีอยู่ตลอดไป ถึงแม้ว่าพระองค์ยังคงความเป็นกลางทางการเมือง

แต่ระยะหลัง ความสมดุลย์ทางการเมืองนี้ได้ถูกรบกวน ฝ่ายรอยัลลิสต์ได้กล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ว่ามีแผนที่จะล้มสถาบันกษัตริย์ ข้อกล่าวหาถึงความไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ของเขาเป็นข้ออ้างอย่างหนึ่งในการก่อรัฐประหารเมื่อปี 2549 ที่โค่นล้มเขาไปในที่สุด

สามปีหลังจากรัฐประหาร กษัตริย์ได้มีพระดำรัสถึงความสำคัญที่ประชาชนไทยควรจะรักษาความสามัคคี แต่พระองค์ยังมีท่าทีเงียบเฉยต่อวิธีการแก้ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อดยู่ในปัจจุบัน

การเงียบเฉยของพระองค์ได้ทำให้คนไทยต้องคาดเดาว่าพระองค์มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง พระองค์ได้ละเว้นจากการให้พระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นโอกาสที่คนไทยตั้งอกตั้งใจรอฟัง หลายคนเป็นห่วงถึงการเงียบเฉยของพระองค์ พวกเขาได้รอการตัดสินพิพากษาของพระองค์เพื่อจะยุติวงจรเกมส์การเมืองที่เลวร้าย

แต่ถึงกระนั้นในประเทศไทยเองก็ยังไม่สามารถที่จะสนทนากันเรื่องจุดยืนของสถาบันกษัตริย์เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เพราะฉะนั้นมันไม่มีความพยายามที่แท้จริงในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันกษัตริย์ ความปราศจากความเข้าใจนี้อาจนำไปสู่การเข้าใจผิดของอิทธิพลของสถาบันกษัตริย์ในเวทีการเมืองและอาจทำให้ความพยายามที่จะทำให้สถาบันฯเข้มแข็งไปพร้อมกับระบอบประชาธิปไตยนั้นยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น

ด้วยสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนปัจจุบันประกอบกับการประชวรของกษัตริย์ ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองไม่ถูกสนับสนุนให้มีการคาดการณ์อนาคตของประเทศไทยและรวมถึงสถบันกษัตริย์ด้วย สำหรับพวกที่รออยู่หน้ารพ.ศิริราชอาจจะไม่ต้องการที่จะจินตนาการว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรถ้าปราศจากกษัตริย์ภูมิพลที่เคารพรักอย่างยิ่ง

แต่การที่ไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ อาจจะทำให้เกิดความสับสน และยุ่งเหยิง หรือแม้แต่ความรุนแรงเมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


Thai King's illness deepens uncertainty - Pavin Chachavalpongpun

OCT 1 — Thai royalists have been camping for over a week outside Siriraj Hospital in Bangkok to wish the much beloved King Bhumibol Adulyadej well. Hospitalised since Sept 21 after suffering from fever and fatigue, the 81-year-old King may be recovering, but Thai politics remains at fever pitch.

King Bhumibol, the world's longest-serving monarch, was crowned on May 5, 1950, at a time when the monarchy was weak and vulnerable. In 1932, what is believed to be Thailand's first military coup ended 150 years of absolute monarchy under the current Chakri dynasty and changed the face of Thai politics.

For the next 20 years, Thais lived in fear that their monarchy might actually become extinct. Its long existence had transformed the institution into one of the main pillars of the Thai state. Therefore, for Thais, living without a king was, and is, almost unimaginable.

But the fear gradually subsided as King Bhumibol embarked on a lifelong project to turn the marginalised monarchy into what American journalist Paul Handley has described as the single most powerful component of the modern Thai state.

Regarded by the Thais as semi-divine, King Bhumibol has emerged as a guarantor of stability, occasionally intervening directly in times of political crisis. On occasion, his interventions have stopped the bloodletting between political opponents. The footage of General Suchinda Kraprayoon, a general-turned-prime minister who was one of the leaders of the February 1991 coup, and his opponent Chamlong Srimuang, leader of anti-military demonstrators, prostrating themselves before the King in May 1992 is one of the most memorable images in modern Thai history.

A few days earlier, Suchinda had ordered a brutal crackdown on street protesters demanding that his military-backed government step down. The King's intervention pulled Thailand back from the verge of catastrophe.

Many Thais have come to expect that the King will ensure the political equilibrium is always maintained, though he has remained firmly apolitical.

Lately, that political equilibrium has been disturbed. Thai royalists have accused former Prime Minister Thaksin Shinawatra of scheming to belittle the monarchy. His alleged disloyalty towards the King was one of the justifications for the 2006 military coup that ousted him.

In the three years since the coup, the King has spoken about the need for Thais to uphold unity but has remained silent on the solution to the current political stalemate.

His silence has kept Thais guessing about how he views the political situation. He skipped his birthday speech last year, a much-anticipated event. Some have voiced their concern over the King's silence. They have been waiting for the nation's referee to end the vicious political game.

In Thailand, however, it is almost impossible to discuss the position of the monarchy as it is a taboo subject. Hence, no real attempt to understand the role of the monarchy has ever been undertaken. This lack of understanding may lead to misinterpretations of the influence of the monarchy on Thai politics, and may complicate efforts to strengthen it alongside democracy.

With the current political uncertainty and the King's hospitalisation, political observers have been discouraged from predicting the future of Thailand, and indeed that of the monarchy. Those waiting near Siriraj Hospital may not even want to imagine what Thailand would be like without the much-revered King Bhumibol.

But not knowing what to expect in the future, especially with regard to the monarchy, could create confusion, chaos or even violence when change inevitably comes. — The Straits Times

Thursday, October 1, 2009

2ขาใหญ่ขู่ฆ่าหมอขวางงาบหมื่นล้าน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_36712

พท.แฉ 2 ขาใหญ่ อักษรย่อ ต.-ม. ขู่ แพทย์ชนบท ห้ามขวางงาบงบหมื่นล้านจัดซื้อครุภัณฑ์ มิเช่นนั้นอาจมีอันตรายถึงชีวิต...

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาระเบียบวาระที่สนใจ คือ น.พ.ชลนาน สรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และการพัฒนาการด้านการแพทย์ สาธารณสุข ในโครงการไทยเข้มแข็ง และการจัดแผนการใช้จ่างงบประมาณ มูลค่า 8.6 หมื่นล้านล้านบาท ขณะนี้มีหลักฐานที่สงสัยว่ามีหลายรายการที่อยู่ในข่ายสุ่มเสียงว่าทุจริตและจัดซื้อโดยพื้นที่ไม่ได้ร้องขอ เช่น เครื่องฆ่าเชื้อด้วยรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต ราคาเครื่องละ 4 หมื่นบาท เครื่องตรวจสารเคมีในเลือด ราคาเครื่องละ 3 ล้านบาท สูงกว่าราคากลาง 30-40% เครื่องช่วยหายใจแพงกวาที่ควรจะเป็นอีกทั้งสิ่งก่อสร้างและรถพยาบาล โดยเฉพาะในส่วนของรถพยาบาล 800 คันทั่วประเทศ ตั้งราคาไว้ที่คัน 1.8 ล้านบาท แต่ราคาปี 2551 แค่ 1.7 ล้านบาท เมื่อคำณวนค่าครุภัณฑ์ทั้งหมดรวมประมาณ 4 หมื่นล้าน ขณะเดียวกันมีรายการกำหนดราคาสิ่งก่อสร้าง เช่น หอพักพยาบาล 24 ห้อง ปกติราคาแค่ 6.6-7 ล้านบาท แต่ได้กำหนดราคากลาง 9 ล้านบาท ที่สำคัญในโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลชุมชน ยังมีรายการจัดซื้อที่แปลกๆ เช่น ราคาค่าเสาธง 4.9 แสนบาท จึงอยากถามว่ากระทรวงกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร เพื่อไม่ให้ทุจริต

โดยนายวิทยา ได้ลุกชึ้นขี้แจงว่า ส่วนตัวได้กำหนดมาตรการเบื้องต้นไว้ว่า การจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการนี้จะต้องโปร่งใสมากที่สุด และใช้ที่ไหนก็ให้จัดซื้อที่นั่น เช่น การประมูลรถพยาบาล 1พันคัน ถ้าโรงพยาบาลไหนจะจัดซื้อให้ตั้งคณะกรรมการประมูลที่นั่น มีผวจ.อนุมัติ ถ้าวงเงินเกินอำนาจอนุมัติให้เสนอขึ้นมาให้ รมว.สาธารณสุขตามลำดับ และให้กำหนดคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งาน ขณะนี้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบแล้ว โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการสอบ มีการเชิญทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ และพร้อมให้คณะกรรมาธิการการสาธารสุข สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปตรวจสอบด้วย ทั้งนี้เมื่อมีเรื่องอื้อฉาวจะให้ยกเลิกโครงการทั้งหมดตามที่หลายฝ่ายเสนอคงไม่ใช่หน้าที่ แต่จะต้องต้องคณะกรรมการตราวจสอบตามให้พบ

นพ.ชลน่านถามอีกว่า ขณะนี้มีพฤติกรรมของคนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์อย่างเหิมเกริม โดยข่มขู่แพทย์ในชนบทว่าถ้าไม่กำหนดคุณสมบัติครุภัณฑ์ตามราคาส่วนกลางระวังจะมีอันเป็นไป เชื่อว่าไม่ใช่ข้าราชการทั่วไปแต่ต้องเป็นผู้มีอำนาจระดับสูง ต้องมีฝ่ายการเมือนหนุนหลัง ถือว่าเป็นเรื่องที่อาจหาญ อุกฉกรรจ์ ไม่มีทางที่ข้าราชการจะทำในลักษณะทุบหม้อข้าวตัวเอง มีการระบุชื่อย่อว่า“ต.กับ ม.” อยากให้นายวิทยาทำการลากไส้คนกลุ่มนี้ออกมาให้หมด ทำให้ประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท และที่สำคัญเมื่อสร้างโรงพยาบาลตามชุมชน จะต้องมีบุคคลากรเข้าไปประจำ จึงอยากทราบว่าจะหามาตรการรองรับอย่างไร

นายวิทยาตอบว่า กระทรวงมีแผนเพิ่มบุคคลาการทางการแพทย์ ภายในเวลา 6 ปี อย่างไรก็ตามยอมรับว่านักการเมืองมักถูกมองว่าทุจริต เมื่อมาอยู่กระทรวงที่มีประวัติอย่างนี้ต้องระวัง แต่ขอให้มั่นใจว่าจะจับมือกับหาหมอสร้างกระทรวงให้สะอาดอย่างโปร่งใส

จากนั้นนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้สดเรื่องที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน ประกาศให้ทหารกัมพูชาเตรียมพร้อมหากมีการล่วงล้ำเข้าไปสามารถยิ่งได้ทุกคน ปัญหาชายแดนไทยใหญ่ที่สุด ขอให้นายกฯชี้แจงกับประชาชนให้คลายใจว่าจะอยู่อย่างไร และจะเอาพื้นที่ 4.6 ตร.กม.คืนได้อย่างไร เพราะทหารกัมพูชาตรึงกำลังเต็มพื้นที่ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ

นายกฯตอบว่า สมเด็นฮุนเซนพูดเพื่อประโยชน์ภายในของกัมพูชา และเราได้ติดตามสถานการณ์ตลอด นายสุนัยถามอีกโดยพยายามยั่วไปที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ครม.ติดนายกฯว่า ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาเกิดจากความบาดหมางจิตใจเริ่มจากนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่เป็นโมฆะรมต. จนวันนี้ยังระหองระแหง สถานการณ์หนักกว่าเดิม ล่าสุดได้รับแจ้งว่ากัมพูชาเสริมกำลังทหารและอาวุธหนัก ดังนั้นน่าจะปรับเปลี่ยนรมว.ต่างประเทศ นายกฯตอบว่า สมเด็นฮุนเซนพูดเพื่อประโยชน์ภายในของกัมพูชา และเราได้ติดตามสถานการณ์ตลอด นายสุนัยถามอีกโดยพยายามยั่วไปที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ครม.ติดนายกฯว่า ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาเกิดจากความบาดหมางจิตใจเริ่มจากนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่เป็นโมฆะรมต. จนวันนี้ยังระหองระแหง สถานการณ์หนักกว่าเดิม ล่าสุดได้รับแจ้งว่ากัมพูชาเสริมกำลังทหารและอาวุธหนัก ดังนั้นน่าจะปรับเปลี่ยนรมว.ต่างประเทศ

นายกฯตอบว่า หลังจากได้เป็นรัฐบาล รมว.ต่างประเทศได้ทำงานร่วมกับกัมพูชาหลายเรื่อง ความจริงปัญหาเริ่มต้นจากนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ที่คิดลงนามแถลงการณ์ร่วมให้ปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลกเป็นของกัมพูชา จนรัฐบาลชุดนี้ต้องตามแก้ไขโดยตลอด รัฐบาลพร้อมปกป้องอธิปไตยทุกประการ ความขัดแย้งจะรุนแรงหรือไม่ การรักษาผลประโยชน์ของประเทศต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

นายกฯย้ำสัมพันธ์ยังแน่นปึ๊ก ขณะที่นายสุนัยได้ลุกถามอีกครั้งว่า นายกฯทำไมชอบโยนกลองให้นายนพดล และยังไปกล่าวหาสมเด็จฮุนเซน เพิ่งรู้ว่านายกฯกับโมฆะรมต.พูดคล้ายกัน แต่ท่านพูดสุภาพกว่า ไม่ไดพูดคำว่ากุ๊ยออกมาเท่านันเอง และที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน มีนโยบายความสัมพันธ์ในกลุ่มประเทศอาเซียนแบบวิจารณ์ได้ เป็นตราบาปให้ประเทศเพื่อนบ้านระแวง อยากถามว่าท่านไปพบนายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ฃที่ได้พูดถึงเรื่องกัมพูชาด้วย แสดงว่าไม่ใช่เรื่องเล็กถึงหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ไปพูดคุยอะไรบ้าง ขอให้บอกว่าจะกระทบต่อปัญหาในกลุ่มอาเซียนอย่างไรต่อนโยบายดังกล่าว เพราะตอนนี้เราเสียดินแดนจริงในรัฐบาลนี้ ที่มีการเสริมอาวุธหนักและกองกำลัง

นายกฯตอบว่า ไม่มีเจตนาโยนความผิดให้ใคร เมื่อถามมาต้องตอบไป และไม่ได้ไปกล่าวหา สมเด็จฮุนเซน ความสัมพันธ์ในภาพรวมไม่มีปัญหา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมายังได้ตกลงการค้าชายแดนด้านปอยเปต เราจะไม่ปล่อยให้ปัญหาปราสาทเขาพระวิหารเป็นข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาจุดนี้ต้องบริหารจัดการต่อไป เล็งเสนอกรอบเจรจาให้สภาชี้ขาดนายกฯกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกองกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่นั้น ขอบอกว่าเข้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่เช่นนั้นรัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่ทำเรื่องกรอบเจรจาถอนกำลังสองฝ่ายเข้าหารือในที่ประชุมสภา ส่วนการพบเลขาธิการสหประชาชาตินั้น ได้พูดคุยในหลายประเด็น รวมถึงได้ยืนยันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยสันติ สรุปคือรัฐบาลมีนโยบายแน่ชัดแก้ไขปัญหานี้โดยสันติ และกองทัพ รัฐบาล มีความพร้อม ดำเนินการโดยรอบคอบที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มร้อย ทั้งนี้เมื่อนายกฯพูดจบ นายสุนัยพยายมจะถามต่อเนื่องอีก ทั้งที่ครบ 3 คำถามตอบข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้แล้ว ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ด่าหน้าขึ้นมาประท้วง จน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดสวน ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องใช้สิทธิ์ลุกขึ้นอภิปรายชี้ให้ประธานเห็นว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต้องฟัง นายสุนัยพูดก่อน ถึงประท้วงได้ ในที่สุดประทานในที่ประชุมได้ตัดบทให้นายสุนัยลุกขึ้นอภิปรายได้ว่า นายกฯพยายามระบุว่าเหตุการณ์ไม่รุนแรง แต่สิ่งที่ทำข้อตกลงเรื่องเขตการค้านั้นทำหลังจากที่ฮุนเซนพูด นายกฯตอบว่า ความสัมพันธ์ในภาพรวมเดินหน้าไปได้ดี แต่ไม่ประมาทว่าตรงนี้ไม่มีอะไร จึงเตรียมเสนอกรอบเจรจาต่อที่ประชุมสภาถึงปัญหาดังกล่าว

หวังรบ.สมานฉันท์ ดึง'บิ๊กจิ๋ว' เพื่อไทยผนึกปชป.

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_36707

พรรคเพื่อไทย ปลื้ม พล.อ.ชวลิต ร่วมงานพรรค เผย ยังมีมาอีกเพียบ คาด 'ทักษิณ' ทาบทาม ยอมรับมีแนวคิดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์กับปชป. กั๊กดันเป็นหัวหน้าพรรคฯ ในอนาคต ...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (1 ต.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ร่วมแถลงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะเข้ามาเป็นประธานพรรคเพื่อไทย โดย นายยงยุทธ กล่าวว่า พรรคมีมติเอกฉันท์เชิญ พล.อ.ชวลิต เข้าเป็นสมาชิกพรรค โดยพรรคเพื่อไทย รู้สึกอบอุ่น และเป็นเกียรติที่จะได้พล.อ.ชวลิตอย่างมาก เบื้องต้นพล.อ.ชวลิตจะขอเข้ามาเป็นสมาชิกของพรรคเพียงอย่างเดียว ส่วนจะอยู่ในตำแหน่งใดนั้น เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะวางตัวพล.อ.ชวลิต ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ตรงนี้ยังเป็นเรื่องของอนาคต

เมื่อถามว่า ใครเป็นฝ่ายติดต่อให้ร่วมงานกัน นายยงยุทธ ตอบว่า เป็นเรื่องของคนรักกันจะแต่งงานกัน จะเริ่มที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ต้องเห็นตรงกันทั้งสองฝ่าย เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เพราะ พล.อ.ชวลิต ยังมีคดีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด กรณีการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค 2551 ซึ่งศาลฎีกายังไม่ได้วินิจฉัยความผิด นายยงยุทธตอบว่า ไม่กังวล เนื่องจากยังไม่มีการตัดสินในชั้นศาล จึงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับ นายศรชัย มนตริวัต ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ซึ่งบอกสาเหตุที่ พล.อ.ชวลิต ตัดสินใจเข้าพรรคเพื่อไทยเพราะต้องการกลับเข้าการเมืองเคยผ่านวิกฤติสงครามการเมืองมาแล้ว และเห็นว่าทหารกับการเมืองต้องไปด้วยกัน เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ทาบทาม พล.อ.ชวลิต ให้เข้ามาร่วมงานหรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงพูดคุยและทาบทามแล้ว เพราะทั้ง 2 คนรู้จักกันมานาน ไม่เช่นนั้น พล.อ.ชวลิต คงไม่ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม คิดว่าการที่ พล.อ.ชวลิต ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรค เพราะมองว่าพรรคเพื่อไทย จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

เมื่อถามว่า ในอนาคตพรรคเพื่อไทย จะชู พล.อ.ชวลิต เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า ถ้ามองเชิงคุณสมบัติ พล.อ.ชวลิต มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก เชื่อว่าจะเป็นศูนย์รวม และจุดดึงดูดของหลายฝ่าย จึงขอให้จับตาว่าจะมีอีกหลายคนที่จะมาร่วมงานกับเรา ต่อข้อถามถึงแนวโน้มที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ตอบว่า คิดว่า พล.ต.อ.พัชรวาท คงต้องต่อสู้ในเรื่องคดีความก่อน เมื่อเป็นข้าราชการประจำและถูกรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ต้องเข้าสู่ถนนการเมือง ในฐานะที่ตนเป็น ส.ส.ลพบุรี ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และ พล.ต.อ.พัชรวาท ยืนยันว่าในอนาคตทั้ง 2 คนจะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน และอาจมีนายทหารและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางคน เช่น พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี มาร่วมด้วย นอกจากนี้ขอฝากไปถึง นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หากจะมาร่วมงานกับพรรคก็ยินดี

เมื่อถามว่า สาเหตุการดึง พล.อ.ชวลิต กลับมาร่วมงาน เพื่อหวังเปลี่ยนขั้วการเมืองหรือรวมเป็นรัฐบาลสมานฉันท์หรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า ยอมรับว่ามีแนวคิดเช่นนั้น โดยตนเสนอให้ใช้สูตรรัฐบาล 1 บวก 1 ให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรี มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่การบริหารงานกระทรวงจะให้พรรคอื่นเข้ามาร่วม โดยที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ตอดนิด - ตอดหน่อย

ที่มา บางกอกทูเดย์

เป็นปฏิกิริยา “ลูกโซ่” ออกมาเป็น“นักเลงโต” ของเขมร!!
คำรามขู่ฟอดๆ ของ “สมเด็จฯ ฮุน เซน”...เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองกันทุกประเด็น??และที่เป็นปัญหาเผชิญหน้า...ไม่น่ามาจากกรณี “เขาพระวิหาร”...แต่เป็นเรื่อง “พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล” ระหว่าง “ไทยกับเขมร” ที่ตึงเครียดกันมายาวนานทันทีที่ “นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เหินฟ้าสู่ “เมืองอเมริกา” นั้น... “สมเด็จฯ ฮุน เซน” ก็ให้สัมปทานการขุดเจาะ ก๊าซและน้ำมัน ในพื้นที่ทับซ้อนกลางทะเล แก่ “บริษัทข้ามขาติฝรั่งเศส” ทันควันเป็นวันเดียว กับวันที่ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งสวมสีเสื้อรักษาการนายกรัฐมนตรี...ก็อนุมัติงบเทกระจาด ให้เหล่าทัพ ซื้อแสนยานุภาพล๊อตใหญ่ หมื่นกว่าล้าน ให้แก่ทหารอย่างเสร็จสรรพ!!กรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล...นับว่า.เป็นปมหักเห?...หมิ่นเหม่ อย่างมากส์เลยล่ะครับ??
✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮
เป็นประโยชน์ “หยิบปลามัน”แสนมหาศาล!!
“สมเด็จฯ ฮุน เซน” ผู้นำเขมรเป็นนกรู้ ถึงพื้นที่ทับซ้อนกลางทะเลอ่าวไทย กับเขาเหมือนกัน??ดังนั้น จึงชิงตัดหน้า ให้ “ฝรั่งเศส” ซึ่งเป็น “ลูกพี่ใหญ่” และเป็น“ผู้มีอุปการคุณ” ได้สัมปทานนี้ไปจับจองเพราะรู้มาเช่นกัน “รัฐบาลไทย” ต่อสายตรง ชงเรื่องไปยัง “บริษัทยูโนแคล” ยักษ์ใหญ่ขุดเจาะก๊าซและน้ำมันระดับโลก ของ “สหรัฐฯ”เพื่อให้ได้สัมปทานนี้ ไปครอบครองโดยมี “ขวัญถุง” เงิน “ติดปลายนวม” ไม่น้อยกว่า “50,000 ล้านบาท” เป็นของ “ชำร่วย” ในการอนุมัติสัมปทานในครั้งนี้!!อย่าได้เอา “ประโยชน์เข้ากระเป๋า”....แล้วดึงประเทศไทยของเรา!....เข้าสู่สถานการณ์สงคราม เลยนะพี่??????
✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮
ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง!!
เป็นความภาคภูมิใจ อย่างใหญ่หลวง ของพี่น้องชาวตรังที่ “3 นายกรัฐมนตรี” มากระทบไหล่กัน จนทำให้เมือง “หมูย่าง” เศรษฐกิจฟูเฟื่องเพราะการโคจร ไปร่วมงาน “เปิดกีฬาตรังเกมส์” ของ “นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”, “อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย” และ “นายกฯ บรรหารศิลปอาชา” เป็นเรื่องที่ ชาวตรังต่างดีใจกันจริงจริงแต่ที่เซอร์ไพรส์มากที่สุด...เมื่อเกิดเสียงห้วนๆ ห้าวๆ ใช้วาจารุนแรง ของ “ท่านชุมพล ศิลปอาชา” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ผู้เป็น น้องชายสุดเลิฟ ของ“มังกรบรรหาร”... ที่พูดกระแทกเข้าใส่ “อดีตนายกฯ ชวน” เจ้าของบ้าน ..เขาว่า รุนแรงอย่างยิ่งทำให้หลายคนอึดอัดใจ และ ข้องใจ เหตุใด.. “ท่านรัฐมนตรีชุมพล” จึงใช้วาทศิลป์เช่นนี้..ซึ่งเท่ากับเป็นการแสดงออก ของ “มังกรบรรหาร” ไม่มีผิด!!บรรยากาศที่ครื้นเครง......พอ “รัฐมนตรีชุมพล” ออกมาล้งเล้ง?....ความวังเวง ก็เหยียบย่าง เข้ามาแทน เสียสนิท??????????
✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮
การเมืองไทยไม่มี“สูตรตายตัว”!!
“ประชาธิปัตย์” กับ “เพื่อไทย” จะผสมพันธุ์ เป็นไปได้เหมือนกันนะทูนหัว??โดยเฉพาะกับ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ ผู้จัดการรัฐบาล เคยทอดสะพาน ยื่นไมตรีจิต ดึง“อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร” มาเป็น “เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์” ..แม้แต่ “อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย” ก็รู้ถึงจะแยกเขี้ยวยิงฟันกันมั่ง.. ก็เป็นเกมการเมือง ไม่ถึงปึงปังเป็นศัตรูแต่กับ “สูตรพรรคเพื่อไทย” แล้วให้ “ภูมิใจไทย” ของ “กลุ่มเพื่อนเนวิน ชิดชอบ” เข้ามาเสียบ ร่วมยีนผสมพันธุ์ด้วยกันนั้น..ตอนนี้ต้อง“เมิน” กันไปนาน หลายๆ สิบปี!!เพราะ “เพื่อไทย” ไม่อยากเป็น “ชาวนาเลี้ยงงูเห่า”...เลี้ยงดีแต่เสียเปล่า?...เมื่อเขา ลอบกัดทุกที???????????
✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮✮
พิสูจน์กันชัดชัด!!
จะได้เห็น “มาตรฐาน” ของ “นายกฯ ทารกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เมื่อ “สีเหลือง” ส่ง “นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ผู้อำนวยการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน..ยกทัพประชิดเมือง..ขอใช้พื้นที่เหมือน “คนสีแดง”..โดยขอใช้พื้นที่รอบลานพระรูปทรงม้า จัดงาน “ตุลาฯ ไม่สูญเปล่า”ยกกำลังแก๊งค์ข้างถนน..มาตะเภาเดียวกับ “กลุ่มเสื้อแดง” เขาก็ไม่รู้ว่า “นายกฯ อภิสิทธิ์” จะให้ “อภิสิทธิ์ชน” กับ “คนเสื้อเหลือง” ผู้มี “พระเดชพระคุณ” ก่อหวอดสร้างความเสียหายให้กับประเทศแล้วท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี..อยากถามท่านจะออก “พรบ.ความมั่นคง” มาคุมสถานการณ์ในวันที่ 7 ตุลาฯ หรือไม่..เพราะทีกับ “เสื้อแดง” ท่านเล่นไม้แข็ง กับเขาจมเขี้ยว!!ถ้าไม่ออก “พรบ.ความมั่นคง”..นี่เท่ากับฟันธง?...มีการเสริมส่ง“เสื้อเหลือง” กันเต็มเหนี่ยว????

การบูร

พระวิหารพ่นพิษ จุดเชื้อไฟศึกในบ้าน

ที่มา บางกอกทูเดย์

มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ(ป.ป.ช.)เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีลงมติเห็นข้างมาก 6 ต่อ 3 ชี้มูลความผิดทางอาญา ของอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ กำลังจะกลายมาเป็นประเด็นที่เปิดศึกภายในบ้านของรัฐบาล เพราะประเด็นนี้ผู้ที่ถูกชี้มูลล้วนแต่เป็นคนในเครือข่ายทักษิณ โดยเฉพาะตัวนายนพดล ที่เคยทำหน้าที่ทนายส่วนตัวตระกูลชินวัตร ก่อนจะเข้ามาชิมรางวงการ การเมือง พร้อมกับนั่งเก้าอี้ใหญ่ เป็นเจ้ากระทรวงมาแล้วศึกภายในบ้านที่ว่านี้ เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งหลังเครือทักษิณ เริ่มถูก “สอย”ในคดีการเมืองที่ติดพันมาจากครั้งที่ “คมช.”ยึดอำนาจไปเมื่อ 19 ก.ย.2549 โดยครม.รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่างมีคดีติดตัวกันแทบทุกคน ขึ้นอยู่กับความแรงของแต่ละคน

โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. เป็นผู้เช็คบิล อดีตรัฐมนตรีรัฐบาลทักษิณ ซึ่งก็มีรัฐมนตรีที่รอดคุก และไม่รอดคุก บางคนถึงขั้นต้องหนีออกนอกประเทศ แต่สำหรับกรณีคดีเขาพระวิหาร ที่ครม.นายสมัคร มีมติสนับสนุนกัมพูชาให้ขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนี้ ถือเป็นการเก็บตก เครือข่ายทักษิณ อีก 1 คดี นางสาวสมลักษ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช .กล่าวว่า ป.ป.ช.จะเร่งทำสำนวนการชี้มูลความผิดนายสมัคร และนายนพดล ส่งให้อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปถึงแม้ทั้ง 2 คนจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง5ปี ส่วนกรณีนายนพดลออกมาประกาศไม่ยอมรับผลการชี้มูล และอาจฟ้องกลับ ป.ป.ช.ด้วยนั้น ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ “ยืนยันว่าผลวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ได้ยึดตามตัวบทกฎหมาย ที่มีหลักฐานแน่นหนาว่า การกระทำในลักษณะนี้เข้าองค์ประกอบมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยยืนยันไม่มีการเมืองแทรกแซง”ขณะที่นายนพดล เปิดแถลงข่าวตอบโต้กรณีนี้ทันที ว่า มติดังกล่าวของ ป.ป.ช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อเท็จจริง และไม่เป็นธรรม เป็นการตัดสินโดยให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานจากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกับพ.ต.ท.ทักษิณ

พร้อมยืนยันว่าแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวไม่ใช่สนธิสัญญา เป็นเพียงแถลงการณ์ทางการเมือง ซึ่งทำเพื่อปกป้องดินแดน และเป็นเอกสารชิ้นเดียวที่กัมพูชายอมรับว่า มีพื้นที่ทับซ้อนอยู่จริง และแถลงการณ์ดังกล่าว ได้พิจารณาและเห็นชอบร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งจากข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการเหล่าทัพในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ซึ่งตามกฎหมายถือว่าต้องรับผิดชอบร่วมกัน“มติดังกล่าว เหมือนจงใจเลือกดำเนินการเพียงตนเองกับนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นฝ่ายเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตาม เห็นว่า การชี้มูลของ ป.ป.ช.เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น และมีหลายคดีที่ศาลยกฟ้อง จึงพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งหวังว่า จะได้รับความเป็นธรรมจากศาล และวุฒิสภา” ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มองว่า ทุกอย่างมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว คงไม่วิพากษ์วิจารณ์ อีกด้านหนึ่งคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อยู่ในต่างแดน ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นนี้เช่นกัน โดยโพสต์ข้อความสั้นผ่านทวิตเตอร์ ในทำนองที่ว่า คำตัดสินของ ป.ป.ช.เป็นการทำเกินกว่าเหตุและจงใจกลั่นแกล้ง พร้อมกับโทรศัพท์สอบถามเรื่องนี้กับนายนพดลในวันที่ป.ป.ช.มีมติ ในขณะที่ศึกนอกบ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มตรึงเครียดอีกครั้ง กองกำลังทั้งสองฝ่ายต่างระดมกำลังประชิดชายแดน ตรึงกำลังท่ามกลางความตรึงเครียดทางการเมือง ภายหลังที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ประกาศยิงทันทีหากมีคนไทยบุกเข้าไปในเขตกัมพูชา เช่นเดียวกับศึกในบ้านที่กำลังคุกรุ่น จากรณีคำติดสินคดีพระวิหาร แต่ดุจากรูปการณ์แล้ว “ศึกนอก”คงไม่ห่วงมากนัก ที่น่าห่วงเห็นจะเป็น “ศึกใน”บ้านที่ยังหาหนทางสมานฉันท์ไม่เจอ

สังคมกระอัก!

ที่มา บางกอกทูเดย์

อดโซ โก้หรูของชาวบ้าน สะท้อนถึงฐานะของชาติ เราก้าวผ่านปี 2551 สู่ปี 2552 มาด้วย “ความเสียวปนความกล้า” ไม่ต่างกับการเดินผ่าน “สะพานแขวนผุๆ” ที่กำลังจะหมดความ “แข็งแกร่ง” ปี 2552 เอาง่ายๆ และชัดๆ คือ ภาพวุ่นวายของพ่อแม่ผู้ปกครองเร่งเปียแชร์ ตั้งหน้าตั้งตากู้ยืมเงิน ส่วนหนึ่งต้องเข้าโรงรับจำนำของรัฐและเอกชนเพื่อเอาของใช้ส่วนตัวไปแลกเปลี่ยนเป็นเงิน สำหรับค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรหลาน ปีนี้ เป็นปีที่มีผู้ใช้บริการโรงรับจำนวนมากที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะเศรษฐกิจเป็นพิษ แม้โรงรับจำนำเตรียมเงินสำรองไว้มากมาย แต่ก็ยังไม่พอกับผู้มาใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 25-30% จากปีก่อน ดัชนีชี้วัดอีกตัวหนึ่ง คือ คนตกงานมากขึ้น เพราะธุรกิจถึงทางตีบตัน ทางออกคือ การปลดคนงานเพื่อความอยู่รอด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาหารจานหลักของคนบางกลุ่ม.. โดยปกติต้นเดือนกินร้านอาหาร ปลายเดือนกินบะหมี่สำเร็จรูป แต่เดี๋ยวนี้กินบะหมี่สำเร็จรูปกันตั้งแต่ต้นเดือน แสดงว่าคนจนลง หรือต้องประหยัดมากขึ้นการก่ออาชญากรรม ปล้น จี้ชิงวิ่งราว ตามด้วยการเสี่ยงโชค เสี่ยงตายเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว วัยรุ่นเริ่มติดยาและเข้าสู่เส้นทางค้า ผู้ปกครองหลายรายหวัง “มีเงิน” จาก “ดวง” เรือประมงต้องหยุดหาปลา เจ้าของเรือหลายรายขายเรือเพื่อนำรายได้ไปทำธุรกิจอย่างอื่น รถทัวร์จำนวนไม่น้อยรอให้ธนาคารและเจ้าของเงินกู้มายึด ทั้งหมดเป็นเพราะสู้ราคาน้ำมันไม่ไหว ภาคธุรกิจก็จุกหนักเพราะความสามารถในการทำกำไรลดลง ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง เป็นผลมาจากการบริโภคของประชาชนลดลงเมื่อ “เงิน” ไม่มี งานหมด สตางค์หด คนหยุดใช้จ่าย..รายได้หลักของกระทรวงการคลังจากภาษีแวต 7% ก็พลอยหดหาย ถังที่ปริร้าวอาจแตกกระจายก็คราวนี้ ทั้งหมดเป็น “วังวน วงเวียน” ที่น่าหดหู่ของ “ปากท้องคนไทย” แต่รัฐบาลกลับใช้จ่ายสะเปะสะปะ! กระบวนการบริหาร “วุ่นวาย” บ้างขี้ข้าทำตัวเป็นเจ้านาย บ้างก็ดื้อหัวชนฝา ศึกนอก-ศึกใน..มาทักทายรัฐบาลให้ “ตั้งรับ” หนักหน่วง..ก็อย่างว่า มัวแต่เอ่อ เอ่อ!! อ้าปากค้างเน้นตั้งรับ ไม่พร้อมรุกสักที!!! อีกไม่กี่ปีก็คงสบาย เพราะกระอักเลือดตาย.. อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า กายสลายคือ การพ้นทุกข์