WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 5, 2009

ไม่มีใครสามารถหยุดเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ ปูนนก
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
5 ตุลาคม 2552

การเข้ามาร่วมกิจกรรมทางการเมืองอีกครั้ง โดยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ในครั้งนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติอย่างแน่นอน

เพราะหลังจากที่ พล.อ. ชวลิต ได้เข้าร่วมในรัฐบาลท่านนายกสมชาย และรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบดูแลฝ่ายความมั่นคง และท่านต้องถูกออกจากตำแหน่ง เพราะรัฐบาลต้องล้มไปเพราะถูกยุบพรรคนั้น ทำให้บทบาทของ พล.อ. ชวลิต หายไปจากหน้าการเมืองไทยระยะหนึ่ง จนกระทั่งเกิดคำพูดที่ว่า “จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” จาก พล.อ.ชวลิต

หลังจากนั้นไม่นาน ปาฎิหาริย์ที่ว่า ซึ่งคืออะไรไม่อาจจะทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ พล.อ.ชวลิต กลับถูก ปปช. ชี้มูลความผิดว่า “มีความผิด” ในการสลายการชุมนุมของกลุ่ม พธม. ที่หน้ารัฐสภา ในวันที่ 7 ตุลาคม 2551

พล.อ. ชวลิต เป็นนายทหารที่ได้ชื่อว่า เป็นทหารนักประชาธิปไตยท่านหนึ่ง และที่สำคัญ พล.อ. ชวลิต ยังเป็นผู้ที่มีบารมี และอิทธิพลทางทหารอยู่ไม่น้อย และความสัมพันธ์กับกลุ่ม จปร. 7 ก็มีอยู่อย่างแนบแน่นพอสมควร ด้วยความที่ท่านยังมีบารมีในด้านการทหารอย่างมากทั้งภายในประเทศไทย และกับประเทศกัมพูชา ดังนั้นการเข้ามาร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยในเวลานี้ ทำให้เสริมจุดอ่อนในด้านนี้ของพรรคได้เป็นอย่างดี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่มีน้ำเนื้อต่อสายมาจากพรรคไทยรักไทย ที่มีต้นกำเนิดมาจากท่านนายกทักษิณ และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวในขณะนี้ ที่กำลังต่อสู้เพื่อนำประชาธิปไตย และความยุติธรรม กลับคืนมาสู่ประเทศไทย.....

ซึ่งภายหลังเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จมดิ่งลงสู่ความเสื่อมในแทบทุกมิติของสังคม เผด็จการอมาตย์ได้ใช้ทุกองคาพยพที่ตนมี ในการทำลายความเป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้จนแทบจะหมดสิ้น เพียงเพื่อไม่ต้องการให้อำนาจที่ตนถือครองอยู่ หลุดมือออกไปสู่ประชาชนโดยทั่วไป

รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 เป็นผลผลิตจากการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนไทย ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ โดยการเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และให้เกิดรัฐบาลของประชาชนจริงๆ ซึ่งเผด็จการอมาตย์ที่ครอบครองประเทศนี้มาช้านาน ก็ปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นมาได้ เพราะคิดว่า ในที่สุดแล้ว ก็จะสามารถใช้กองทัพหรืออำนาจของตนเองที่มีอยู่ จัดระบบประเทศให้ประชาชนกลับมาอยู่ในกรอบตามความต้องการของตนเองได้อีกครั้ง เหมือนดังที่ผ่านๆ มา.....

แต่สิ่งที่เผด็จการอมาตย์คาดคิดไปไม่ถึงก็คือว่า โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 นี้เอง ทำให้เกิดบุคคลคนหนึ่ง และพรรคการเมืองพรรคหนึ่งขึ้นมาคือ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย

ซึ่งทั้งท่านนายกทักษิณ และพรรคไทยรักไทย ได้นำเอาสิ่งที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ออกมาใช้ได้ จนกลายเป็นรูปธรรมชัดเจน ส่งผลให้นโยบายต่างๆ ที่ได้กำหนดเอาไว้ในการหาเสียง เกิดเป็นจริงขึ้นมา จนถึงขั้นที่ประชาชนชาวบ้าน เริ่มสัมผัสได้จริงๆ ว่า ประชาธิปไตยที่พวกเขาเคยต่อสู้เรียกร้องมา ตั้งแต่เมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516 และพฤษภาทมิฬ 2535 นั้น แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นอย่างไร พวกเขาได้ประโยชน์อย่างไร.....

ด้วยเหตุนี้ พอเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่เผด็จการอมาตย์คิดว่า จะเป็นการจัดระเบียบประเทศอย่างง่ายๆ เหมือนที่เคยเป็นมา มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปเสียแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีทันใดก็คือ การต่อสู้ของประชาชนธรรมดาๆ อย่างกลุ่มพิราบขาว กลุ่มรักเมืองไทย ฯลฯ ที่เป็นกลุ่มแรกๆ ของแนวร่วมประชาชน ในการลุกขึ้นต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์ และในที่สุดคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ก็แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ด้วยชีวิตของตนเองว่า “ประชาชนไทยธรรมดาๆ รักและหวงแหนประชาธิปไตยเพียงใด”

เวลานี้ กระแสการเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม โดยนำเอาประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบมาใช้นั้น ได้แผ่ขยายออกไปจนเต็มทั่วทั้งประเทศไทยในขณะนี้แล้ว เสียงเรียกร้องความเป็นธรรมของประชาชนคนในชาติทั้งจาก “ผู้ใหญ่ ผู้น้อย” ต่างก็ส่งเสียงดังกระหึ่มออกมา โดยสะท้อนให้เห็นในหลาย ๆ สถานการณ์ เช่น การลงชื่อถวายฎีกา, การจัดชุมนุมเรื่องประชาธิปไตยในแทบทุกจังหวัดของประเทศ, และล่าสุด ก็คือการลงมติเลือกตั้งนายกเทศมนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนไทยจำนวนมากเหลือเกิน ได้กำลังส่งสัญญาณไปยังเผด็จการอมาตย์ ผู้ครองอำนาจอยู่ในประเทศเวลานี้ และบอกว่า พวกเขาต้องการความเป็นธรรม และประชาธิปไตยที่ถูกแย่งชิงไป กลับคืนมา....

การกลับมาเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ในนามพรรคเพื่อไทยของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ดี การลาออกจากตำแหน่งเลขานายกของ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ก็ดี, การที่ไม่สามารถแต่งตั้ง ผบ.ตร. ได้โดยพยายามดึงดันเอา พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ มารักษาการแทน เพื่อยื้อเวลาก็ดี หรือแม้กระทั่งการ “ลนลาน และเร่งรีบ” อย่างผิดปกติของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ในการพยายามเอาใจพรรคร่วม ด้วยการผ่านโครงการรถเมล์ 4,000 คัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ นายกอภิสิทธิ์และคณะรัฐมนตรีฝ่ายประชาธิปัตย์ ต่างก็โจมตีโครงการนี้มาโดยตลอดนั้น.....

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงขั้นอันตรายว่า รัฐบาลนี้ กำลังจะไปไม่รอด และประเทศนี้จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในด้านความเป็นประชาธิปไตย เพราะไม่สามารถจะฝืนกระแสต่อไปได้อีกแล้ว.....

สำหรับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย สิ่งที่พึงกระทำได้ในท่ามกลางความชุลมุนในขณะนี้ ก็คือ “Wait and See and Ready” ให้พร้อมในทุกสถานการณ์ เพื่อได้ไม่พลาดจากการเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทยร่วมกัน

เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต........

การเข้ามาสู่พรรคเพื่อไทย ของ พล.อ. ชวลิต ในครั้งนี้ เป็นการเข้ามา (อาจจะโดยรับเชิญด้วยซ้ำ) โดยการสมประโยชน์ กันทุกฝ่าย เพราะ พล.อ. ชวลิต ท่านได้รับผลกระทบเต็มๆ จาก ปปช. ที่พิจารณาอย่าง อยุติธรรม ที่สุด (ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า ปปช. อยู่ภายใต้การบงการของเปรม).....

ขณะเดียวกัน ชื่อชั้นบารมีของ พล.อ. ชวลิต ก็เข้ามาปิดช่องว่าง ในด้านกำลังทางทหาร ที่คนเสื้อแดงตกเป็นรองอยู่

พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่กำลังได้รับการหล่อหลอม ให้กลายเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีประชาชนเป็นผู้ขับเคลื่อน การเลือกตั้งเล็กๆ หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อไปนี้พรรคการเมืองตัองพึ่งประชาชน ไม่ใช่พึ่งบารมีใคร

ดังนั้นโดยสรุปก็คือ ต่อไปนี้ ประชาชนจะกลายเป็นผู้กำกับ ให้ตัวละคร แต่ละคน เล่นในบทบาทใดทางการเมืองครับ

และนี่แหละคือ "ประชาธิปไตยของประชาชน" อย่างแท้จริง

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(5ต.ค.):กิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตยคึกทั่วหล้า

ที่มา Thai E-News


***สังคมสร้างสรรค์ ข่าวลึกข่าวลับข่าวฝาก ข่าวกิจกรรมของพี่น้องฝ่ายประชาธิปไตย จัดมาให้ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม มี"นักข่าวชาวรากหญ้า"ว่าบรรเลงสังคมข่าวชาวเสื้อแดง"ตามเคย คอลัมน์นี้มีขึ้นมารองรับกิจกรรมข้อมูลข่าวสารต่างๆของคนเสื้อแดง พี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยทั่วประเทศ ทั่วทุกมุมโลก ท่านที่อยากจะแจ้งข้อมูลข่าวสาร รูปภาพ คลิปข่าวงานกิจกรรมส่วนรวม หรือส่วนตัวก็ไม่ขัดข้อง ส่งมาแล้วจะลงให้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าลงข่าวแต่อย่างใด ส่งเมล์มาหา"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com ***


***ตื่นมาเช้านี้ชาวเสื้อแดงฝ่ายประชาธิปไตยฉลองชัยชนะเหนือขี้ข้าอำมาตย์ทาสเผด็จการ เมื่อชาวนครเทศบาลเชียงใหม่ให้ของขวัญล้ำค่ากากบาทให้เบอร์2คนของพรรคเพื่อไทยชนะท่วมท้นขาดลอยทิ้งที่สองเท่าตัว ที่สำคัญคือทิ้งขาด"เดือนเต็มดวง"คนของพรรคแมงสาบลุ่ย หล่นไปอยู่ที่สาม ทั้งอภิมหาคลิป ทั้งการปักฐานแน่นปั๊กว่าคนเชียงใหม่เขารักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม นี่เป็นคำตอบสุดท้าย"

***กลุ่มพลังสตรีเพื่อประชาธิปไตย ขออาสาสมัครร่วมกิจกรรมภาคสนาม เพื่อจัดกิจกรรมภาคสนามครั้งที่ 3 ในวันที่ 6 ตุลาคม นี้ โดยจะเดินทางไปยื่นหนังสือแถลงการณ์แก้วิกฤตชาติสูงสุด ณบ้านสี่เสาเทเวศน์และสำนักงานตำรวจนครบาล โดยมีกำหนดการดังนี้

เวลา 09.30 น. รวมพลังสตรีฯ (บุรุษ)หน้ามูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย
เวลา 10.00 น. เดินทางไปบ้านสี่เสาฯ เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์
เวลา 11.00 น. เดินทางไปยื่นแถลงการณ์ ณ. บช.น.
หลังจากนั้น กลับมารวมกันที่มูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย อีกครั้ง


สอบถามเพิ่มเติม และ ลงชื่อเพื่อรับเสื้อพลังสตรีฯ ได้ที่ 08 4768 9139 หรือ 08 1772 6210 และสำหรับท่านที่มีเสื้อแล้วใส่ตัวเดิมมาได้เลยนะค่ะ....คุณนู๋น้องแจ้งข่าวมาจ้า***

***วันพรุ่งนี้แล้วงาน33ปีรำลึก6ตุลาเลือด สดุดีวีรชนกล้าสู้กล้าชนะ ปีนี้จัดที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่7โมงเช้าไปยันทุ่มหนึ่ง ฟังบทกวีรำลึกวีรชน ๖ ตุลาโดย วัฒน์ วรรลยางกูล ตามด้วยกล่าวไว้อาลัยและสืบสานเจตนารมณ์วีรชน๖ตุลา ปาฐกถาประจำปี เรื่อง “ แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับ เจตนารมณ์วีรชน ๖ ตุลา ๒๕๑๙” โดย ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ต่อด้วยเสวนา “ อุดมการณ์ ๖ ตุลากับ อำมาตยาธิปไตย ”วิทยากรนำทีมโดย สุรชัย แช่ด่าน ผู้ประสานงานกลุ่มแดงสยาม ตามติดด้วยหัวข้อร้อนๆ" สรุปบทเรียน ๓๓ ปี ๖ ตุลา กับขบวนการขวาใหม่ในไทย"จัดโดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย วิทยากร ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ ๖ ตุลา จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลา ***

***สอบถามรายละเอียดกิจกรรมรำลึก33ปี6ตุลา2519ที่ โครงการกำแพงประวัติศาสตร์ โทร. ๐๒-๖๑๓ ๒๐๑๑, ๐๑-๖๑๓ ๔๗๙๒ Email: octnet72@yahoo.com หรือคนรุ่นใหม่อยากรู้จักว่าเหตุการณ์6ตุลาเลือดคืออะไร ส่งผลสะเทือนมาถึงปัจจุบันนี้เช่นไร คลิ้กดูhttp://www.2519.net/เรื่องที่หัวร่อมิได้ร้องไห้มิออกได้แต่กลอกตามีสองเรื่อง เรื่องแรกสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานเปิดงาน เรื่องที่สอง ข่าวแว่วว่าอาจจะโดนห้ามใช้ห้องจัดงานในวันงาน 6 ตุลา หากอาจารย์ฝ่ายเสื้อเหลืองในธรรมศาสตร์มาประท้วง ดังนั้นคนเดือนตุลา หรือฝ่ายประชาธิปไตยต้องไปกันให้มากๆ หรือใครอยากไปดูน้ำหน้าพวกปฏิกริยาขวาจัดพ.ศ.นี้ห้ามใช้ห้องประชุมจัดงานก็น่าจะเข้าที***

***6 ตุลาคมปีนี้ยังเป็นวันครบรอบ 99 วันของการชุมนุมหน้าโรงงาน ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ซึ่งธัญญยธรณ์ คีรีถาวรพัฒ์ รองประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ส่งข่าวมาว่า ตลอดระยะเวลาของการชุมนุมก็เผชิญกับความรุนแรงหลากหลายรูปแบบ สหภาพฯ พร้อมด้วยองค์กรเพื่อนมิตรจึงร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรุนแรงที่ถูกกระทำโดยรัฐ และเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเจตนารมณ์ของนักศึกษาและประชาชนที่ถูกปราบปรามในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 รวมถึงเพื่อให้เกิดการสรุปเป็นบทเรียนและมาตราการในการป้องกัน จัดการกับความรุนแรงดังกล่าวร่วมกัน เชิญร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร” พร้อมด้วยกิจกรรมการแสดงดนตรีของนักศึกษาสลับกับการปราศรัยของผู้นำกรรมกรต่างๆ ณ ที่ชุมนุมหน้าโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี ซอย 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.อังคารที่6ตุลาคมนี้ สอบถามเพิ่มเติมกับจิตรา คชเดช (หนิง) สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ 087-020 - 6672 Skype : Jittra08***

***หากเบื่อสื่อเหลือง เอือมสื่อหลัก กลัวสื่อแดงปั่นหัว นี่เลยข่าวสารเที่ยงตรงจากทีมงานหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท รับข่าวสารเที่ยงตรง SMS ประชาไท AIS DTAC TRUE สมัครง่ายๆพิมพ์ R 01 แล้วส่งไปที่ 4853560 (พิมพ์Rเว้นวรรคแล้วตามด้วย01) ค่าบริการ 29 บาทต่อเดือน ทดลองใช้ฟรีก่อน 14 วัน ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์กรุณาแจ้งต่อให้เพื่อนๆ ด้วยจ้า อย่าลืมให้กำลังใจทีมงาน ทดลองฟรีๆก่อน ถูกใจก็เป็นสมาชิก ไม่ถูกใจก็ให้รับข่าวที่อื่นต่อ อย่างนี้แฟร์ดี..***


***ไพโรจน์ จันทรนิมิ ประธานชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยแจ้งข่าวมา หากท่านใดอยากเป็นสมาชิกชมรมก็เชิญแจ้งความจำนงมาได้ทางอีเมล์ freedompress9999@gmail.com ครับ และท่านที่อยากทำงานด้านสื่อประชาธิปไตย ทนไม่ไหวกับสภาพเผด็จการ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ทางชมรมฯของเรามีจัดอบรมให้ฟรี โดยวิทยากรนักข่าวมืออาชีพที่มีประสบการณ์ มีจรรยาบรรณ มีใจรักประชาธิปไตย รักประชาชน รักความเป็นธรรม ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ รายละเอียดดูที่ www.thaifreedompress.blogspot.com/***

***ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยแจ้งข่าวเรียนเชิญลงทะเบียนยืนยันเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์ 11ต.ค.บ่ายโมง รายละเอียดมีดังนี้

เรื่อง แจ้งกำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์(ครั้งที่2)+เชิญยืนยันการเข้าร่วมงาน
เรียน ผู้เข้าอบรมโครงการนักข่าวหัวเห็ดฯทุกท่าน



เนื่องจากการอบรมโครงการนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมานั้น ได้เน้นหนักไปในเรื่องตำรา ทฤษฎี แนวคิดเป็นพื้นฐาน ทำให้มีเวลาน้อยมากในการอบรมเชิงปฏิบัติการ(ทำเวิร์คช็อป)

ดังนั้นทางชมรมฯจึงจะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีประสบการณ์และทักษะ สามารถนำไปปฏิบัติการได้จริง จึงได้กำหนดโครงการครั้งที่2ขึ้นดังนี้

สถานที่ ที่ทำการชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ถนนวิภาวดี

วัน/เวลา 13.00-17.30น. วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม2552 (หนนี้จัดเฉพาะช่วงบ่ายนะครับ)

-กรุณาลงทะเบียนเข้างานก่อน13.00น.เพราะเริ่มตรงเวลา(งานนี้ฟรีไม่ต้องจ่ายตังค์ เพราะมีค่าเบรกมื้อเดียว ทางคณะผู้จัดเขาจัดให้ฟรี)

-13.00-14.30น.คุณสมศักดิ์ ภักดิเดช บก.ไทยอีนิวส์ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการงานเขียนข่าวลงบล็อกwww.blogger.comในสไตล์ไทยอีนิวส์(www.thaienews.blogspot.com)บล็อกข่าวที่มีผู้ชมมากกว่า12ล้านคลิ้ก

*ขอให้ท่านสมัครสมาชิกgmailแล้วไปสมัครเป็นสมาชิกฟรีของwww.blogger.comไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันงาน/รบกวนท่านที่สะดวกนำเครื่องโน้ตบุ๊คมาด้วย ที่งานมีสัญญาณไวร์เลสอินเตอร์เน็ตให้

*ขอให้ท่านอ่านเอกสาร"คู่มือนักข่าวหัวเห็ด"ที่เคยส่งไปทางเมล์ให้อ่านด้วยครับ เพื่อจะได้เข้าใจเรื่องงานข่าวทั้งหมด และมีตัวอย่างประกอบไว้ชัดเจน(กรณีที่ท่านเพิ่งมาหนแรกในครั้งนี้ จะจัดส่งไปให้ทางเมล์อีกครั้ง)

*จะสอนลงมือทำตั้งแต่การสัมภาษณ์แหล่งข่าว/การค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อหาข่าว/การนำเสนอเขียนข่าวลงเวบลงบล็อก/การหารูปภาพประกอบเรื่องประกอบข่าวจากgoogle/การพาดหัวข่าว/การโปรยข่าวที่ดึงดูดใจคนอ่าน

*ท่านที่เขียนบล็อกเสร็จจะนำมาประชาสัมพันธ์ให้ทางเวบของชมรม และเวบของสมาชิกชมรม เช่น ไทยอีนิวส์

14.30-16.30 น.คุณบังสุกุล ผู้ดูแลเวบถ่ายทอดวิทยุ+ทีวี20กว่าเวบสอนฝึกหัดให้ลงโปรแกรมถ่ายทอดสดทางวิทยุ+ทีวีภาคปฏิบัติ

*ท่านที่ได้โปรแกรมไปแล้วจากการอบรมครั้งก่อน กรุณาลงโปรแกรมให้เรียบร้อย หากขัดข้องให้โทรปรึกษาคุณบังสุกุลก่อนถึงวันงาน(กรณีท่านมาหนแรกให้ไปลงโปรแกรมที่งานอบรม)

16.30-17.00 คุณจักรภพ เพ็ญแข ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์โฟนอินเข้ามาร่วมประชุมกับผู้ฝึกอบรม(รอยืนยัน)

17.00-17.30 คุณไพโรจน์ จันทรนิมิ ประธานชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยจัดประชุมคณะกรรมการและสมาชิกที่เข้าอบรมเพื่อกำหนดกิจกรรม เช่น การร่วมมือระหว่างสมาชิก,เวบไซต์ต่างๆ,สื่อฝ่ายประชาธิปไตย,โครงการจัดตั้งศูนย์ข่าว หรือสำนักข่าวฝ่ายเสื้อแดงร่วมกัน และกิจกรรมต่างๆ

จึงขอรบกวนให้ท่านที่เข้าอบรมครั้งที่1และประสงค์จะลงลึกในการจัดทำเวิร์คช็อป(เชิงปฏิบัติการ)ในการอบรมครั้งที่2ให้เป็น และฝึกทักษะประสบการณ์กรุณาตอบยืนยันการเข้าร่วมงานมาทางอีเมล์freedompress9999@gmail.comด้วย***

***RSRอาสาพยาบาลคนเสื้อแดงประกาศแจ้งเลื่อนการเปลี่ยนแปลงการเดินทางไป บ้านภูมิซรอล จังหวัดศรีสะเกษ ของทีมงานRSRอาสาพยาบาลคนเสื้อแดง ตามที่หมายกำหนดการเดิมที่เราจะไปที่บ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องชาว บ้านภูมิซรอล กับคณะผู้ใหญ่ผู้ประสานงานคนเสื้อแดงและทีมผู้สื่อข่าว ในวันที่ 3ตุลาคม2552 ตามกำหนดการเดิมนั้น ทางเราได้รับแจ้งจากคณะแกนนำที่จะนำไปว่า ขอเลื่อนการเดินทางออกไปเป็นในวันที่9ตุลาคม2552เ นื่องจากได้รับแจ้งจากทางทีมงานของผู้สื่อข่าวว่าทาง พรรคเพื่อไทย จะมีทีมงานเดินทางไปด้วย ซึ่งงานนี้มีท่านอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และโฆษกพรรคเพื่อไทย คุณพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ จะร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้***

***และ เพื่อยืดเวลาในการรับบริจาคสิ่งของที่จะนำไปช่วยเหลือไปด้วย และมีอีกหลายท่านที่ติดต่อมาว่ามีความประสงค์อยากจะร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ แต่ทางเรามีรถที่จะไปนั้นมีจำนวนจำกัด จึงขอให้ท่านติดต่อสอบถามได้ที่ คุณปุ๊ก 089-2001237 หรือเมล์ติดต่อมาที่ pooky_usa@hotmail.com ส่วนหมายกำหนดเวลาเดินทางจะแจ้งมาให้ทราบอีกเป็นระยะ เนื่องจากทางผู้ใหญ่หลายฝ่ายกำลังหารือนัดหมายกันอยู่ จึงขอประกาศมาให้ทราบ ผู้ประกาศ : RSR06 (ยรรยง ลูกชาวดิน)***

***เสื้อแดงไม่ได้บ้าแต่การเมืองเหมือนใครค่อนขอด ก็คนทำมาหากินนี่แหละ เหมือนที่ไทยอีนิวส์สำรวจไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ พ่อค้า ชนชั้นกลางทำมาค้าขาย ขอแจ้งข่าวทำมาค้าขายให้ทราบว่า เปิดแล้ว วันนี้ ตลาดกลางซื้อขายสินค้า ของคนเสื้อแดง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เชิญพี่น้องทุกท่าน โพสต์ขายสินค้ากันได้ ฟรี หากโพสต์ไม่เป็นโปรดติดต่อทีมงาน ช่วยเหลือฟรี ที่ http://www.redzonemarket.com หรือ"เรด โซน มาร์เกต"***

***ที่ตลาดออนไลน์แห่งนี้ เป็นแหล่งศูนย์รวม เพื่อช่วยส่งเสริม อาชีพ คนตกงาน ว่างงาน ต้องการหาคนงาน ใครมีความถนัดอะไร อยู่แถวไหน ลงโพสต์ตามแต่ละภาคได้เลย ของมือสองก็เอามาขาย มาแลกกัน เพื่อให้เป็นแหล่งช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน และสินค้าโอทอป สามารถลงประกาศขายได้ตามแต่ละภาคไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น จะขายขนมครก ข้าวต้มมัด หรือขายข้าวแกง อยู่แถวไหนก็ลงประกาศได้ ประชาชนจะเสื้อสีไหน ก็ลงประกาศได้ ทั้งนั้น พักรบชั่วคราว หันมาค้าขายกัน หาทุนหาเสบียงไว้เป็นทุน ต่อไป นะครับ***

***ทีเด็ดคือมี Blogส่วนตัวให้ใช้ได้ด้วย เอาไว้เพิ่มรายละเอียดส่วนตัว หรือเพิ่มเติมสินค้า หรือ สร้างร้านส่วนตัว แถมมีห้องแช็ทออนไลน์ ให้ไว้สอบถามพูดคุยหน้าเวป โดยพิมพ์ข้อความในช่องด้านล่างแล้วคลิก ปุ่ม 'shout Now'ง่ายๆ สมัครหรือใช้เวปไม่เป็น ติดต่อมาที่เมล์ support@redzonemarket.com ให้ความช่วยเหลือ ฟรี อ่านวิธีสมัคร วิธีใช้ที่http://www.redzonemarket.com/bbs/forumdisplay.php?fid=22

***ข่าวทำมาค้าขายกันต่อกับงานยักษ์ของคนเสื้อแดง 24ตุลาคมนี้ร่วมกันจับมือกันฝ่าฝันวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วย 2 มือของผู้รักประชาธิปไตย เราจะยืนด้วยสองมือสองเท้าของพวกเรา ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เราจะร่วมสู้ด้วยกัน ด้วยการตีฆ้องสะบัดชัย หมุนตามโลก เท่าเทียมโลกด้วยกัน ***

***กำหนดการคร่าวๆตีกองสะบัดชัย ครบชุด แล้ว ฟังปาฐกถาพิเศษ พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวเศรษฐกิจ3 ปีข้างหน้าของไทยแลนด์
โดย ดร.สุชาติ ธาดาธำดงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง

เที่ยงบ่ายอ่อน ๆ คอนเสริท์เล็ก ๆ เสียงเพลงเบา ๆ ของต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของนักร้องเสียงน้ำแซะทราย จำรัส เศวตาภรณ์

บ่าย ๆ รายการ สถานีประชาธิปไตย เพื่อการเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ทางด้านเศรษฐกิจ โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รศ.ดร พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ดำเนินรายการ โดย คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ
เย็น ๆ ตอบรับแล้ว จะได้ฟังเสียงเพลง นพ.เหวง โตจิราการ สำหรับ อ.จรัส ดิษฐาอภิชัย (รอคำตอบอ่ะค่ะ) และอาจมี จอบ เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ค่ำ และปิดรายการโดย โด่งอรรถชัย อนันตเมฆ

***ในงานมีออกบู๊ท จำหน่ายสินค้ามากกว่า 100 บู๊ท มีโซนจำหน่ายสินค้า 5-6 โซน ตอนนี้มี smot ประจำจังหวัดประมาณเกือบ 20 จังหวัด ที่เป็นสมาชิกของเรา สินค้าหลากหลายมาก ๆ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเพลิงเพลิน และเราจะจัดขายส่งด้วยเพื่อให้ผู้ขายปลีกสามารถนำสินค้าไปขายได้***

***งานนี้ ประเด็นคือ พวกเราเตรียมให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ระยะยาว เตรียมให้พร้อมสำหรับธุรกิจ เตรียมให้พร้อมที่จะไม่ให้เงินหมดจากกระเป๋า เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เรารอการช่วยเหลือหรือร้องขอ เมื่อนั้นเราจะปราศจากอิสระภาพ ทั้งความคิดและการกระทำ***

***ช่วงนี้มี"ข่าวสำคัญ"ที่คนต้องซอกแซกหา ทำเอาบอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกันล่ม เพราะมีคนไปเขียนกระทู้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบุคคลสำคัญ อ้างว่าเป็นคนในแวดวงการแพทย์ ทำท่าว่ารู้ลึกรู้จริงรู้ว่าทีมแพทย์เป็นใคร ลึกตื้นหนาบางเป็นไง ทำเอาเวบซาบซึ้งฟ้าเดียวกันhttp://sameskyboard.com/ถึงกับล่มไปหลายวัน ทางทีมงานเลยต้องย้ายกระทู้สุดฮ็อตไปไว้อีกที่คือ http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=37667&st=0 (21ก.ย. 22ก.ย. 23ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26ก.ย. 27ก.ย. 28ก.ย. 30ก.ย./1 30ก.ย./2 1ต.ค. 2ต.ค.) จะอ่านเอาเรื่อง หรืออ่านเอาขำๆก็ตามสะดวก แต่เข้าไปแล้วก็ช่วยเจ้าภาพเขาหน่อยที่มันล่มบ่อยเพราะไม่มีน้ำเลี้ยง อยากบริจาคช่วยชุมชนฟ้าเดียวกันก็หาเบอร์บัญชีบริจาคที่นี่จ้าhttp://sameskyboard.com/index.php?showtopic=38048***




***ข่าวบุญข่าวกุศลมั่ง พรุ่งนี้ออกพรรษาลาพระเจ้า จากนั้นก็เป็นหน้ากฐินสามัคคี คุณrider ขาประจำเวบบอร์ดประชาไทบอกบุญมา ขอเชิญทุกท่านร่วมกันเป้นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีเพื่อสมทุนสร้างวิหารจตุรมุข ทอด ณ วัดบางช้างเหนือ ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 52 ตั้งองค์กฐิน ณ ศาลาการเปรียญวัดบางช้างเหนือ วันเสาร์ที่ 10 ต.ค. 52 เวลา 08:00 น. รับเงินบริจาคติดพุ่ม เวลา 10:00 น. นำผ้ากฐินถวายในอุโบสถ เวลา 11:00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่อเป็นการฉลอง เวลา 12:00 น. เจ้าภาพกฐินทุกท่านร่วมรับประทานอาหาร งานนี้กุศลแรง**

***วันนี้ว่ากันพอหอมปากหอมคอ ความจริงยังเหลือข่าวฝาก ข่าวกิจกรรม ข่าวสังคมอีกเพียบ จะทยอยจัดไปวันละหน อย่าลืมครับพี่น้องเสื้อแดงท่านใดมีข่าวคราวกิจกรรม ความเึคลื่อนไหว นัดพบปะสังสรรค์ ข่าวสังคม งานบุญงานบวชงานสวดงานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่ ขายรถเก่า ทำมาค้าขาย มีสินค้า บริการอะไรอยากประชาสัมพันธ์ อยากซื้ออยากขาย โฆษณาสารพัดบอกมาได้ หรือจะฝากตามหาญาติมิตรที่ห่างหายยังไงได้เสมอ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใดๆทั้งสิ้น หากมีรูปมีคลิปทั้งลับและไม่ลับก็แนบไฟล์มาด้วย แล้วแจ้งมาที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com***


=+=นักข่าวชาวรากหญ้า=+=

อินโดฯ ท้อ หมดหวังพบผู้รอดชีวิตเหตุแผ่นดินไหว

ที่มา Voice TV



ทีมกู้ภัยเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเริ่มหมดหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตภายใต้ซากปรักหักพังของอาคาร
สี่วันหลังจากเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 7.6 ริกเตอร์ซึ่งทำลายล้างหมู่บ้านในเมืองปาดังจนราบเป็นหน้ากลอง ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 809 คน แต่คาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตสูงถึงราวหนึ่งพันราย และยังมีผู้สูญหายอยู่อีก 3,000 คน

ร้านค้าหลายร้านเริ่มเปิดให้ทำการอีกครั้ง และไฟฟ้าได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้ได้อีกครั้งในบางบริเวณ ส่วนบรรยากาศในโรงพยาบาลในเมืองซึ่งก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวนั้น ในตอนนี้บรรยากาศเริ่มคงที่และสงบลงบ้างแล้ว ขณะที่แพทย์ในโรงพยาบาลเปิดเผยว่าพวกเขาสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้นหลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งทางด้านยาและด้านกำลังคน

Muslim Kasim นายกเทศมนตรีเขต Padang Pariaman กล่าวว่า เครื่องมือขุดถูกส่งไปยังบริเวณบางแห่งแล้ว แต่ผู้รอดชีวิตยังต้องการเต็นท์และผ้าห่มเป็นจำนวนมาก

ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตในเมืองปาดังก็เริ่มลางเลือนลงทุกที โดยที่ทหารนายหนึ่งซึ่งอยู่ในทีมกู้ภัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวรอยเตอรส์ว่า เมื่อวานพวกเขายังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้รอดชีวิต แต่วันนี้พวกเขาไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรเลย ขณะที่
ฮิเดะฮิโระ มูราเสะ หัวหน้าทีมกู้ภัยจากญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าว AP ว่า ทีมกู้ภัยและสุนัขตำรวจของพวกเขาไม่พบสัญญาณของผู้รอดชีวิตใดๆ เลย

จุดเกิดเหตุที่หน่วยกู้ภัยระดมให้ความช่วยเหลือเป็นการใหญ่คือโรงแรมแอมบาจังในเมืองปาดัง ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีแขกประมาณ 200 คนเข้าพักในโรงแรม โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยมีความหวังเล็กน้อยหลังจากได้รับข้อความเอ็สเอ็มเอสจากผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างในโรงแรม แต่หน่วยกู้ภัยไม่สามารถระบุตำแหน่งของผู้รอดชีวิตได้

ทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกทยอยเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในเมืองปาดังเพื่อเตรียมช่วยบรรเทาทุกข์เหตุแผ่นดินไหวร้ายแรงครั้งนี้ ขณะที่พลโทซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน่ ได้สั่งการให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว

ไต้ฝุ่น “ป้าหม่า” ถล่มฟิลิปปินส์ ตาย 17 จ่อขึ้นฝั่งไต้หวันต่อ

ที่มา Voice TV



ไต้ฝุ่น“ป้าหม่า”ที่พัดขึ้นฝั่งที่เกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ ทำให้ดินถล่ม มีผู้เสียชีวิต 17 คน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังไต้หวันเป็นรายต่อ
ถนนหนทางในจังหวัดบาเกตของฟิลิปปินส์ไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ เนื่องจากน้ำท่วม และมีต้นไม้ที่หักโค่นลงมาและเศษซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนกีดขวางอยู่ ไฟฟ้าและระบบการติดต่อสื่อสารถูกตัดขาด ทำให้เจ้าหน้าที่ประสบปัญหาในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต พร้อมกับประเมินความเสียหายที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นได้อย่างแม่นยำ

ไต้ฝุ่น “ป้าหม่า” พัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกบนเกาะลูซอนไม่ได้มีปริมาณสูงเหมือนที่คาดการณ์เอาไว้ ขณะที่บริเวณบางส่วนบนเกาะลูซอนยังไม่ทันฟื้นตัวจากการถูกพายุไต้ฝุ่นกฤษณาถล่มเมื่อเจ็ดวันที่แล้วและทำให้มีผู้เสียชีวิต 300 คน

ก่อนที่ไต้ฝุ่น “ป้าหม่า” จะเคลื่อนตัวมาถึง รัฐบาลได้ออกคำเตือนไปยังประชาชนกว่าครึ่งล้านคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านพักชั่วคราวว่ายังไม่ควรเดินทางกลับบ้านเนื่องจากอาจต้องเผชิญกับฝนตกและน้ำท่วม

เลขาธิการกระทรวงการเกษตรเปิดเผยว่าฟิลิปปินส์อาจต้องนำเข้าข้าวจากประเทศอื่นในช่วงต้นปีหน้า เนื่องจากพืชผลของเกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ไต้หวันที่ยังบอบช้ำอยู่จากฤทธิ์ของไต้ฝุ่นมรกตเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ก็เตรียมอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตภูเขาก่อนที่พายุไต้ฝุ่น “ป้าหม่า” จะพัดขึ้นฝั่ง โดยประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว และคณะรัฐมนตรีออกตรวจมาตรการต้านไต้ฝุ่นตามแนวชายฝั่ง และกองทัพอพยพชาวบ้านจากภูเขา ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นกรุงไทเป สะสมกระสอบทรายเพื่อแจกฟรีให้ราษฎรใช้ป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน

นายกฯ พร้อมเจรจากับ "พลเอกชวลิต"

ที่มา Voice TV



นายกรัฐมนตรียินดีเจรจากับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แต่หากเป็นเรื่องนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการกม.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์" ว่า ยินดีเจรจากับพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งเพิ่งเข้าสังกัดสมาชิกพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีท่าทีประนีประนอม แต่หากจะคุยเรื่องการนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีคดีที่ยังไม่ได้สะสางอีกหลายคดี และเมื่อเป็นคำพิพากษาของศาลทุกคนก็ต้องปฎิบัติตาม

ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่งเทปคำพูดของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่โจมตีสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเรื่องปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา กรณีพิพาทที่ดินทับซ้อนปราสาทพระวิหารนั้น

นายกรัฐมนตรี เห็นว่าร.ต.อ.เฉลิมต้องตอบคำถามว่าทำเพื่ออะไร ทั้งนี้ประเมินว่าเทปที่ส่งไปน่าจะเป็นเทปเก่า แต่ในส่วนของรัฐบาลได้มีการทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง และอยากให้ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า พร้อมย้ำว่าถ้าเป็นตนเองจะไม่ทำเช่นนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการแก้ปัญหาข้อพิพาทตามแนวชายแดน เพราะในระดับของรัฐบาล และความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสมเด็จฮุนเซ็นเป็นไปในบรรยากาศที่ดี และขอยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังเดินหน้า อีกทั้งสมเด็จฮุนเซ็น ยังย้ำเสมอว่าไม่ต้องการให้เรื่องปราสาทพระวิหารเป็นอุปสรรคในการเดินหน้าความร่วมมือระหว่างสองประเทศ และควรแก้ปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธี

ไฟเขียวแก้รธน. 6ประเด็น โยนปชช.ตัดสิน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37371

นายสุเทพ เทือกสุบรร--นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ

แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น พร้อมกำหนดแนวทางการยกร่างแก้ไข 6 ร่าง ทำก่อนทำประชามติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน.....

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 4 ต.ค.2552 ที่บ้านพิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล หารือถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีแกนนำทั้ง 6 พรรคการเมือง เดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคม นายพินิจ จารุสมบัติ และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน

โดยภายหลังการหารือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้พาคณะไปรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ย่านถนนวิทยุ โดยแกนนำปฏิเสธให้สัมภาษณ์ มีเพียงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ถึงการหารือว่า นายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรค ร่วมได้เห็นชอบร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น พร้อมกำหนดแนวทางการยกร่างแก้ไข 6 ร่าง เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและหลังผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 และวาระที่ 2 จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปทำประชามติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด และจะแถลงรายละเอียดในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการด้วยตัวเอง นายเนวิน ยืนยันการพบกันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีการหารือประเด็น การปรับคณะรัฐมนตรี.

เพื่อไทยแฉอีก ขอไก่ได้เห็ด คุ้ยทุจริตพอเพียง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37397

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

พรรคเพื่อไทยตามติดลากไส้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง พบไม่ชอบมาพากลแล้ว 31 ชุมชน วงเงินกว่า 6 ล้าน พร้อมคุ้ยทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ แฉเปลี่ยนสเปคโครงการที่ทางโรงเรียนได้นำเสนอไป ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ทางโรงเรียนเสนอ...

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประชาชน จ.สระบุรี ร้องเรียนพรรคเพื่อไทยว่า มีการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยจึงได้ลงพื้นที่และพบปัญหาในโครงการชุมชนพอเพียงที่ ส่อไปในทางไม่สุจริตที่ อ.แก่งคอย อ.หนองแซง และอ.หนองแค จ.สระบุรี จำนวน 31 ชุมชน วงเงิน 6,360,000 บาท เช่น ชุมชนบ้านบึงไม้ ได้งบประมาณ 250,000 บาทขอเครื่องทำปุ๋ยชีวภาพแต่ได้ประปาชุมชนราคา 150,000 บาท ทำให้งบหายไปทันที 100,000 บาท ที่ชุมชนบ้านหนองจอก ได้งบประมาณ 200,000 บาทขอโรงสีข้าวเครื่องมือเกษตรแต่ได้เครื่องกรองน้ำประปาวงเงิน 150,000 บาท เงินหายไป 50,000 บาท ที่ชุมชนบ้านสองคอนใต้ ได้รับงบประมาณ 200,000 บาท ขอตู้ทำน้ำดื่มแต่ได้เครื่องปั่นไฟราคา 150,000 บาทเงินหายไป 50,000 บาท และที่ชุมชนป่าไผ่ใต้ ได้รับงบประมาณ 200,000 บาท ขอโรงเรือนไก่ไข่แต่กลับได้โรงเรือนเพาะเห็ดราคา 150,000 บาท เงินหายไป 50,000 บาท ทั้งนี้ โครงการชุมชนพอเพียงมีขบวนการจัดการทั้งข้าราชการ นักการเมือง และพ่อค้า โดยให้สินค้าไม่ตรงตามความต้องการของประชาชน โครงการชุมชนพอเพียงเหมือนแผลเน่าที่รัฐบาลไม่ยอมรักษา เป็นโรคร้ายที่รัฐบาลไม่ยอมเยียวยา ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์และชุมชนอ่อนแอ

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า มีข้าราชการครูสพฐ 7 จากจ.นครราชสีมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อพรรคเพื่อไทยว่าโรงเรียนการศึกษา ขั้นพื้นฐานเขต 7 จ.นครราชสีมากว่า 20 โรงเรียนได้นำเสนอโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงศึกษาธิการ แต่น่าจะเกิดการทุจริตขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนสเปคโครงการที่ทางโรงเรียนได้นำเสนอไป ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ทางโรงเรียนเสนอ โดยเสนอสร้างอาคารเรียนแต่กลับได้ห้องประชุมทั้งๆที่โรงเรียนและประชาคมไม่ ต้องการเพราะไม่มีความจำเป็น รวมทั้งการซื้อวัสดุครุภัณฑ์ที่โรงเรียนเสนอซื้อสินค้าที่โรงเรียนต้องการ เกี่ยวกับการเรียนการสอนที่มีความจำเป็นในท้องถิ่น แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงสินค้าวัสดุครุภัณฑ์ที่มาคาแพงกว่าท้องตลาดและ โรงเรียนไม่ต้องการมาให้แทน ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 5 ต.ค.พรรคจะส่งคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

“โครงการไทยเข้มแข็งที่ใช้เงินนอกงบประมาณสำหรับกระทรวงศึกษาธิการน่าจะมี การทุจริตเกิดขึ้นเป็นขบวนการใหญ่เหมือนโครงการชุมชนพอเพียงและโครงการไทย เข้มแข็งที่มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข นี่คือการทุจริตเชิงนโยบาย เป็นการปล้นภาษีประชาชนกลางวันแสกๆ นายอภิสิทธิ์ ต้องไปกู้เงินทั้งต้นทั้งดอกมาดำเนินการแต่ขาดการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ปล่อยให้มีการทุจริตในหลายพื้นที่ เหล่านี้คือการบริหารของรัฐบาลระบอบอภิสิทธิ์ชนที่ทำอะไรก็ไม่ผิด”โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

งานรำลึก 6 ตุลา ครบรอบ 33 ปี : ประชาธิปไตยสมบูรณ์...?

ที่มา ประชาไท

คนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่าสามสิบปีส่วนใหญ่ คงไม่รู้ว่า 6 ตุลา 2519 คืออะไร แต่ในความทรงจำของคนรุ่นก่อน 6 ตุลา หรือคนเดือนตุลา 6 ตุลาอาจเปรียบเช่นเส้นไหมที่สวยงาม รอการถักทอเป็นผืนผ้า หรือเปรียบดั่งลวดหนามที่ร้าวราน บ่งบอกถึงบาดแผลที่เกรอะกรัง
3 ปีที่แล้วเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การรัฐประหารครั้งใหม่ เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ก็มีส่วนช่วยในการปกป้องสังคมไทยมิให้ตกไปเป็นเหยื่อของความรุนแรง
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยเชื่อว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ละเลยประโยชน์ของคนส่วนน้อย ระบอบนี้มุ่งเน้นให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง
หากแต่ว่าการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยที่ผ่านมา 77 ปี ยังคงประสบปัญหาหลากหลายประการที่ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยไม่บรรลุผล ขณะที่ความขัดแย้งสำแดงพลังเป็นฝักเป็นฝ่ายจนกลายปรากฏการณ์แย่งชิงมวลชน แย่งชิงพื้นที่สื่อ
เพราะฉะนั้น วันนี้หากถามว่า ประชาธิปไตยคืออะไร ...ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตยคือเผด็จการใช่หรือไม่ …ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้มารึยัง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจริงหรือ...ความเสมอภาคมีหน้าตาอย่างไร...ใครกันที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง?
เมื่อคณะราษฎรทำการปฏิวัติ คำประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1โดยท่านปรีดี พนมยงค์ ได้เขียนไว้ว่า “รัฐบาล......(ก่อนหน้าการปฏิวัติ 2475) กล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณ เสียภาษีอากรให้......ได้กินว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรยังโง่ ถ้าราษฎรโง่ ......ก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน” ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ปัจจุบันมีการกล่าวกันว่าราษฎรไม่ควรมีสิทธิทางการเมือง ไม่ควรได้รับสิทธิเลือกตั้ง 1 สิทธิ์ 1 เสียง เพราะราษฎรโง่
จริงๆ แล้วราษฎรโง่หรือใครโง่กันแน่?
เมื่อ 33 ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นทุนอนุรักษ์นิยม ทุนขุนนาง ขุนศึก ต่างร่วมมือกันเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ทุกกลุ่มมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ระบอบใหม่อันเป็นระบอบประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่
พวกเขาชูคำขวัญ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ” มาสร้างความชอบธรรมในการปราบปราม นักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้อำนาจป่าเถื่อน ใช้ความรุนแรงเข้าประหัตประหาร เข่นฆ่า จับกุม ตั้งข้อหาสารพัด ทั้งข้อหากบฏ และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตยที่เบ่งบานจากการปฏิวัติ 14 ตุลา 2516 จึงตายไปพร้อมๆ กันในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
เจตนารมณ์ของวีรชน 6 ตุลา ส่วนหนึ่งคือการต่อต้านเผด็จการ ในกรณีจอมพลถนอมบวชเณรกลับเข้าไทย หลังจากถูกขับไล่ออกไปเมื่อ 14 ตุลา แต่แล้วการรัฐประหาร 19 กันยายน ปี 2549 ก็นำเผด็จการทหารกลับมาอีกครั้ง
คำถามคือ ประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้เป็นประชาธิปไตยของใคร
เมื่อโลกต้องเผชิญกับวิกฤตทุนนิยม แนวคิดสังคมนิยมกำลังได้รับการรื้อฟื้น แม้ พ.ร.บ. คอมมิวนิสต์จะถูกยกเลิกไปนานแล้ว แต่วันนี้มีการปลุกผีคอมมิวนิสต์ ผ่านสื่อของฝ่ายเสื้อเหลืองและสื่อของรัฐอย่างเป็นระบบ ทั้งๆ ที่ไม่ว่าเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงต่างก็มีสมาชิกเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ อดีตคนเข้าป่า มีการเชื่อมโยงถึงการโค่นล้มสถาบันอันเป็นที่เคารพ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้จนกลายเป็นกระแส มีความพยายามยกเลิกอำนาจอธิปไตยของปวงชนไทย
จากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 26 เมษายน 2549 ในหลวงทรงตรัสถึงความหมายของประชาธิปไตยไว้ว่า “..... ขอยืนยันว่า มาตรา 7 ไม่ได้หมายถึงมอบให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรตามชอบใจ ไม่ใช่ มาตรา 7 พูดถึงการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้บอกว่าให้พระมหากษัตริย์ตัดสินใจทำได้ทุกอย่าง ถ้าทำ เขาก็จะต้องว่าพระมหากษัตริย์ทำเกินหน้าที่ ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยขอ ไม่เคยทำเกินหน้าที่ ถ้าทำเกินหน้าที่ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย”
ขณะที่กลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่งกำลังสร้างสถานการณ์นำไปสู่ประชาธิปไตยสมบูรณาญาสิทธิ์ฯ อดีตซ้ายเก่าเหมาอิสต์บางกระแสเสนอว่า ต้องเร่งสร้างประชาธิปไตยนายทุนให้เต็มใบ ทั้งๆ ที่สังคมไทยก็เป็นประชาธิปไตยนายทุนมานานแล้ว ประชาธิปไตยของประชาชนคนยากคนจน คนส่วนใหญ่คงต้องรอไปก่อน...
“ แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับเจตนารมณ์วีรชน 6 ตุลา 2519” คืออะไร ปาฐกถา ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จะค้นคว้ามานำเสนอ ประกอบกับหนังสือ “เราจะต่อต้านเผด็จการได้อย่างไร” โดย อ.ปรีดี พนมยงค์ในวันอังคารที่ 6 ตุลาคมปีนี้ เวลา 9.30 น.-12.00 น. ณ ห้องแอลที คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ความขรุขระบนหินรูปเขื่อนสีเลือดเกรอะกรังของชิ้นงานประติมากรรม 6 ตุลา 2519 ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สะท้อนให้เห็นด้านที่อัปลักษณ์ของสังคมไทย เตือนใจให้จำเหตุการณ์ทารุณโหดร้าย เตือนสติแก่ทุกคนว่า เหตุการณ์เช่น 6 ตุลาจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต
6 ตุลาปีนี้ ครบรอบปีที่ 33 แล้ว จึงอาจจะเป็นได้ทั้งวิกฤต และโอกาส
-----------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ
- อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลา คลิก www.2519.net
- วิภา ดาวมณี ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นกรรมการโครงการกำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย กรรมการเครือข่ายเดือนตุลา และผู้ประสานงานคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

วิกฤตชาติ โอกาสกองทัพ?

ที่มา ประชาไท

ท่านผู้อ่านคงยังไม่ลืมวาทะอันลือลั่นของ ท่านรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ว่า ทหารเปรียบเหมือนม้าแข่ง รัฐบาลคือจ๊อกกี้ขี่ม้าแข่ง เมื่อเสร็จภารกิจแข่งม้าแล้ว จ๊อกกี้ต้องคืนม้าให้เจ้าของคอกม้า”

คำถามคือ ใครคือเจ้าของคอกม้าตัวจริง?
ที่น่าจะเป็นคำตอบคือ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดวาทกรรม “ทหารของพระราชา” และจึงเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ” (คมช.ที่ปัจจุบันถูกสื่อล้อเลียนว่า “คณะมั่งมีแห่งชาติ”)
หลังรัฐประหาร 19 กันยา ผลที่ตามมาก็คือความจริงที่ว่า นอกจากประเทศชาติจะบอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ก็ถูกซ้ำเติมด้วยการแตกแยกเป็นฝักฝ่ายของประชาชนในชาติอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง และต่อมายังถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่รุมเร้าหนักหน่วง
แต่ในภาวะวิกฤตเช่นนี้กลับเป็น โอกาสทอง” ของกองทัพ เพราะนับแต่รัฐประหาร 19 กันยา กองทัพกลับมามีอำนาจต่อรองทางการเมืองอย่างสูงยิ่งอีกครั้งหนึ่ง
เห็นได้จากงบประมาณปี 2552 กระทรวงกลาโหม ได้รับ 169,092,000,000 บาท และงบประมาณปี 2553 ได้รับ 154,708 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบฯปี 2552 ลดลง 14,384 ล้านบาท แต่ยังถือเป็นหน่วยราชการอันดับ 4 ที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด และยังมีโครงการใหญ่ที่รอการอนุมัติเงินงบประมาณจากรัฐบาลหลายโครงการ อาทิ โครงการการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ 17 จากรัสเซีย ของกองทัพบก โครงการจัดซื้อเรือฟริเกตและจัดซ่อมเรือฟริเกต 6 ลำ วงเงิน 3 พันล้านบาท การปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ของเรือรบ ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น ทดแทน C-801 พร้อมลูกอาวุธปล่อยนำวิถีให้กับเรือฟริเกตชุดเรือรบหลวงเจ้าพระยา วงเงิน 1,599 ล้านบาท ของกองทัพเรือ และโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนของกองทัพอากาศ เฟส 2 อีก 6 ลำ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท
และการจัดสรรงบประมาณล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ ครม.อนุมัติให้กองทัพบกจัดซื้ออากาศยานฝึกเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา 16 ลำ วงเงินกว่า 1,100 ล้านบาท และโครงการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์แบบใช้งานทั่วไประยะที่ 2 (ทบ.1395) วงเงิน 980,336,050 บาท และอนุมัติงบประมาณปี 2552 เพิ่มเติมเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 234 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการชุมนุมของ “คนเสื้อแดง” (มติชนรายวัน,02/10/2552)
อย่างไรก็ตาม หากมองอย่างรวมๆ ดูเหมือนจะเป็นโอกาสของกองทัพทั้งกองทัพ แต่ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียด ก็เป็นดังที่เราได้ทราบจากข่าวและญาติมิตรเพื่อฝูงซึ่งเป็นทหารชั้นผู้น้อยที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เบี้ยเลี้ยงไม่ออก หรือออกช้าเกินเหตุ เงินตามสิทธิ์ที่พึงได้ต่างๆ ก็ลือกันว่าเห็นแต่ตัวเลขแต่ยังไม่เห็นตัวเงิน
ขณะเดียวกันเราคงอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมบรรดา ผู้นำเหล่าทัพ” จึงร่ำรวยอู้ฟู่กันเหลือเกิน อย่างที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าลำพังเงินเดือนแล้ว ต่อให้ไม่ใช้ไม่กินอะไรเลยจนเกษียณ ก็ไม่มีทางมีเงินมหาศาลถึง 90 ล้าน 100 ล้าน หรือมากกว่านั้น
ยิ่งเมื่อมาดูทรัพย์สินของ “หัวหน้า” กลุ่มผู้ก่อรัฐประหารแต่ละยุค ยิ่งน่าอัศจรรย์ในความร่ำรวย เช่น “บิ๊กบัง” หรือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีทรัพย์สินกว่า 90 ล้านบาท “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่ทำรัฐประหารโค่นรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และเป็นผู้ให้ “สัมปทานดาวเทียมสื่อสาร” แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภายหลังที่เขาเสียชีวิต ก็เกิดศึกชิงมรดกประมาณ 3,900 ล้านบาท ระหว่างเมียหลวง-เมียน้อย ขณะที่จอมพลถนอม กิตติขจร มีทรัพย์สินประมาณ 700-800 ล้านบาท และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีทรัพย์สินประมาณ 2,800 ล้านบาท (มติชนสุดสัปดาห์ 2-8 ต.ค.2552 น.12)
ดังนั้น คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ว่า “หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คนไทยไม่ได้อะไรเลย นอกจากได้เศรษฐีใหม่ส่วนใหญ่เป็นยศพลเอกและได้ทหารที่เข้มแข็งมีอาวุธมากขึ้น” จึงสะท้อนสัจธรรมของรัฐประหารทั้งในปัจจุบันและย้อนไปถึงอดีต
ทหารที่เข้มแข็งมีอาวุธมากขึ้น มีอำนาจต่อรองทางการเมืองมากขึ้น เนื่องจากเป็นผู้ค้ำบัลลังก์รัฐบาล ย่อมเป็นปรากฏการณ์ที่สวนทางกับความเป็นประชาธิปไตยของการเมืองภาคนักการเมืองที่อ่อนแอลง เป็นการเมืองที่มีพลังเพียงสร้างรัฐบาลภายใต้การกำกับของอำมาตย์ ซึ่งไม่อาจตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วนได้อย่างเป็นอิสระ
แต่อย่างไรก็ตาม ในด้านกลับกันเราพบว่า การเมืองแบบมวลชนเข้มแข็งขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และด้วยความเข้มแข็งของการเมืองแบบมวลชนเท่านั้นที่จะดึงการเมืองภาคนักการเมืองออกมาจากการครอบงำกำกับของอำมาตยาธิปไตยและกองทัพได้
หากมวลชนเสื้อเหลือง-เสื้อแดง เรียนรู้จากบทเรียนในอดีตและเท่าทันกลเกมของอำมาตยาธิปไตยและกองทัพที่โดยความจริงแท้แล้วเป็นพวกหวงอำนาจ โลภจัด และคิดได้เฉพาะวิธีที่จะช่วงชิงเอาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติมาเป็นของส่วนตัวเท่านั้น (แม้ว่าประเทศชาติจะตกอยู่ในภาวะวิกฤตเพียงใดก็ตาม) แต่ไม่มี “กึ๋น” ที่จะสร้างความอยู่ดีกินดีแก่ประชาชน
ดังนั้น ก้าวต่อไปของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของมวลชนทั้งสองฝ่าย จะต้องเรียกร้องหรือไม่ลืมที่จะหาแนวทางทำให้กองทัพเป็นของประชาชน เป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่มาจากประชาชน และเป็นกองทัพที่อยู่ในอำนาจการกำกับตรวจสอบของประชาชนอย่างแท้จริง

‘6 ตุลา’ กับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร

ที่มา ประชาไท

6 ตุลาคม 2519 หรือเมื่อ 33 ปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์ที่เป็นความรุนแรงโดยรัฐและฝ่ายขวา หรือเรียกว่า “ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย” ซึ่งได้กระทำต่อนักศึกษาและประชาชนผู้มีแนวคิดที่ก้าวหน้า จากการที่เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มที่รัฐให้การสนับสนุน ได้เข้าไปล้อมจับกุมและสังหารนักศึกษาและประชาชนภายในบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งกำลังชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่จอมพลถนอม กิตติขจร ออกนอกประเทศ ในเหตุการณ์นี้ ตำรวจตระเวนชายแดน นำโดยค่ายนเรศวรจากหัวหิน กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน ตำรวจ และกลุ่มคนที่ตั้งโดยงบ กอ.รมน. คือ กลุ่มนวพล และกลุ่มกระทิงแดง ได้ใช้กำลังอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้ที่บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายเป็นจำนวนมาก

หากย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ที่เป็นชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยโดยการนำของนักศึกษาและประชาชน หลังจากนั้นถือเป็นช่วงที่ขบวนการที่ก้าวหน้าก็ได้เติบโตขึ้นมากในสังคมไทย ทั้งกรรมกรและชาวนา กรรมกรนัดหยุดงานเพิ่มมากขึ้นกว่า 300 ครั้ง และในปีถัดมา กระแสการนัดหยุดงานก็พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 700 ครั้ง ถึงขนาดสามารถกล่าวได้ว่า ขบวนการกรรมกรร้อยละ 80 เคยนัดหยุดงานในช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้วทั้งนั้น
ปัญหาการนัดหยุดงานของกรรมกร เกิดจากสภาพความบีบคั้นแร้นแค้นที่สะสมมานานจนเกิดแรงระเบิดขึ้นในระยะดังกล่าว ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องขอเพิ่มค่าจ้างและสวัสดิการ รวมทั้งหลักประกัน ในการทำงาน จนกระทั่งปี 2517 กรรมกรก็ชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่ท้องสนามหลวง สามารถเรียกร้องให้รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ออกประกาศกำหนดค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศได้สำเร็จ และนำไปสู่การออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานในวิสาหกิจต่างๆ แล้วเติบโตขยายตัวก่อตั้งองค์กรกลางสหภาพแรงงานและองค์การสภาลูกจ้างแรงงานในที่สุด (ข้อมูลจาก http://www.geocities.com/Thaifreeman)
การลุกขึ้นมาต่อสู้ทั้งกรรมกรและชาวนานี้ ส่งผลให้ฝ่ายที่สูญเสียผลประโยชน์จากการที่เคยกดขี่เริ่มรุกกลับ จึงเกิดปรากฏการณ์ “ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย” โดยก่อนถึงเหตุการณ์ใหญ่อย่าง 6 ตุลา 19 นั้น ผู้นำกรรมกรและชาวนาถูกลอบสังหารจำนวนมาก โดยในส่วนของกรรมกรนั้น ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2518 เกิดการนัดหยุดงานของกรรมกรหญิงโรงงานกระเบื้องเคลือบวัฒนาวินิลไทม์ อำเภอกระทุ่มแบน ฝ่ายนายจ้างใช้อันธพาลเข้าคุ้มครองโรงงาน เกิดการปะทะกับฝ่ายกรรมกร เป็นเหตุให้ น.ส.สำราญ คำกลั่น กรรมกรหญิงอายุ 15 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในการนัดหยุดงาน
หลังจากนั้น นับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2518 กรรมกรหญิงโรงงานฮาร่าก็เริ่มนัดหยุดงาน เพื่อเรียกร้องขอขึ้นค่าแรงและปรับปรุงสวัสดิการ การนัดหยุดงานครั้งนี้ กลายเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและดุเดือดที่สุด เพราะฝ่ายนายจ้างไม่ยอมเจรจา และยังมีคำสั่งไล่คนงานที่ประท้วงออกจากงาน การประท้วงดำเนินไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2518 กรรมกรได้ยึดโรงงาน และทำการผลิตสินค้าออกมาขาย โดยใช้วัตถุดิบที่เหลืออยู่ และตั้งชื่อโรงงานว่า “สามัคคีกรรมกร” มีการขอระดมทุนช่วยเหลือ โดยการขายหุ้นให้ประชาชนหุ้นละ 20 บาท ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2519 ฝ่ายตำรวจได้บุกเข้ายึดโรงงานคืน จับนักศึกษาและกรรมกรหลายคนไปคุมขังไว้ในข้อหาผิดกฎหมายโรงงาน ความรุนแรงทวีเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเกิดการล้อมปราบนักศึกษาประชาชน ตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 6 ตุลา 2519
เป็นเวลา 33 ปีผ่านมาแล้ว ความรุนแรงยังไม่ได้จางหาย กรรมกรทั่วประเทศทั้งไทยและแรงงานข้ามชาติยังถูกกระทำทั้งโดยนายจ้างและรัฐ และนอกจากจะเป็นวันครบรอบ 33 ปี 6 ตุลา 19 แล้ว ยังเป็นวันที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ได้ชุมนุมมาครบ 99 วัน โดยตลอดเวลาของการชุมนุม นอกจากการเมินเฉยจากรัฐบาลที่จะเข้ามาแก้ปัญหาการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแล้ว การออกไปเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐยุติการเพิกเฉย ก็ถูกโต้กลับด้วยการพยายามสลายการชุมนุมในวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ที่บริเวณหน้ารัฐสภา ด้วยเครื่องทำลายประสาท (LRAD) พร้อมกับการออกหมายจับซ้ำเติมอีก
และแน่นอนความรุนแรงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับกรรมกรไทรอัมพ์ฯเพียงที่เดียว

หมายเหตุ : เนื่องในโอกาสครบรอบทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ พร้อมด้วยองค์กรเพื่อนมิตร ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสรุปบทเรียน พร้อมทั้งหามาตรการร่วมกันในการป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ภายใต้ชื่อกิจกรรมเสวนา “สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร”
17.00 – 20.00 น.
6 ตุลาคม 2552
ที่ชุมนุมหน้าโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี ซอย 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
17.00 น. กล่าวเปิดงาน โดย ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ คุณสุจิตรา ช้อยขุนทด
17.30 น. เสวนา “สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร”
โดย ตัวแทนจากคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)
วิภา ดาวมณี กรรมการเครือข่ายเดือนตุลา
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.จุฬาฯ
บุญยืน สุขใหม่ กรรมกรจากภาคตะวันออก
จรรยา ยิ้มประเสริฐ โครงการณ์รณรงค์เพื่อแรงงานไทย
เก่งกิจ กิติเรียงลาภ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
จิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่/ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ
ดำเนินรายการ เทวฤทธิ์ มณีฉาย นศ.ปริญญาโท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
19.00 น. กิจกรรมบนเวที
- โชว์จากกรรมกรไทรอัมพ์ฯ
- ดนตรีจากนักศึกษา
- การปราศรัยจากผู้นำแรงงาน
21.00 น. จุดเทียน สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลาและต่อต้านความรุนแรงจากรัฐร่วมกัน