WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 5, 2009

นิทรรศการเราจะไม่ทอดทิ้งกัน และเสวนากฎหมายหมิ่นฯ

ที่มา Thai E-News


โดย สมัชชาสังคมก้าวหน้า
5 ตุลาคม 2552

สมัชชาสังคมก้าวหน้า ขอเชิญท่านผู้รักประชาธิปไตยร่วมงานนิทรรศการ “เราไม่ทอดทิ้งกัน”และเสวนาเรื่อง “สิทธิมนุษยชนกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ในวันที่ 11 ตุลาคม 2552 ที่ห้องประชุม LP 1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


แนวความคิด

สมัชชาสังคมก้าวหน้าได้ดำเนินกิจกรรมรณรงค์ให้ผู้รักประชาธิปไตยเขียนจดหมายรักถึงคุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาระยะเวลาหนึ่ง

อันเป็นกิจกรรมที่ต้องการรณรงค์ให้ยุติการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการละเมิดเสรีภาพของผู้ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจรัฐ ผู้ก่อการรัฐประหาร ด้วยบทลงโทษอันร้ายแรง ไม่มีการประกันตัวและพิจารณาคดีอย่างเปิดเผย จนไปถึงการสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวที่จะวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ การเซ็นเซอร์ตัวเองของสื่อ นั่นคือการสร้างสังคมที่ปิดหูปิดตาปิดปากประชาชนคนธรรมดาที่ต้องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องการเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ

และเนื่องในโอกาสเดือนตุลาคมเดือนแห่งการรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 6 ตุลาและ14 ตุลา เราจึงจัดนิทรรศการแสดงศิลปะ แสดงจดหมายที่ส่งถึงคุณดา บทกวีและดนตรีให้กำลังใจคุณดา และเชิดชูเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งเสวนาภายใต้หัวเรื่อง “สิทธิมนุษยชนกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. ผลักดันให้นำไปสู่แนวทางการแก้ไขมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ไม่ให้ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมของประชาชน โดยเฉพาะผลักดันให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
2. หาแนวทางในการแก้ไขปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้ก่อรัฐประหาร
3. ร่วมรณรงค์ยุติการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือลงโทษผู้มีความเห็นต่างจากผู้มีอำนาจทางการเมือง



กำหนดการเสวนา

นิทรรศการเริ่มเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
13.00-13.30 น. กล่าวเปิดงานโดยตัวแทนสมัชชาสังคมก้าวหน้า และบทกวี
13.30-14.40 น. นำเสนอหัวข้อย่อย ดังนี้
1. การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังคุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล วิทยากร คุณประเวศ ประภานุกุล ทนายความคุณดารณี
2. การเซ็นเซอร์ตัวเองกรณีมาตรา 112 ของสื่อมวลชน วิทยากร คุณจอม เพชรประดับ นักสื่อสารมวลชน
3. บทบาทนักสิทธิมนุษยชนไทยกรณีคุณดา ตอร์ปิโด วิทยากร น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคุณสุนัย ผาสุก นักสิทธิมนุษยชน (อยู่ระหว่างการติดต่อ)

14.45-15.30 น. แสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์
15.30-16.00 น. ปิดงานด้วยบทกวี และดนตรี

สุเทพ เชื่อ นิพนธ์ ลาออก ไม่กระทบรัฐบาล

ที่มา MCOT News

ทำเนียบฯ 5 ต.ค.- “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เชื่อ “นิพนธ์ พร้อมพันธุ์” ลาออกจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไม่กระทบรัฐบาล ส่วนจะให้ “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” เป็นแทนหรือไม่ ต้องถามนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้ยินเรื่องปรับ ครม.

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า การลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ จะไม่มีผลกระทบอะไร เพราะนายนิพนธ์ ยังคงเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ และไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อรัฐบาล หรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

“นายนิพนธ์ และผม เป็นผู้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล มีปณิธานร่วมกันว่าจะช่วยตั้งรัฐบาล เพื่อให้ยืนหยัดอยู่ต่อไปได้” นายสุเทพ กล่าว พร้อมปฏิเสธที่จะตอบว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาในรัฐบาลหรือไม่

ต่อกระแสข่าวที่ระบุว่า จะมีการปรับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แทนนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี และในการหารือระหว่างแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล วานนี้ (4 ต.ค.) ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ รวมทั้งไม่มีใครแสดงความเห็นเรื่องการลาออกของนายนิพนธ์

“ผมไม่อยากให้เรียกว่า เป็นการนัดแกนนำรัฐบาลหารือ แต่เป็นการนัดบุคคลที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาพูดคุยเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เชื่อว่า อีก 7-8 วัน จะมีความชัดเจนมากขึ้น” นายสุเทพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องบัญญัติเงื่อนไขยุบสภาไว้ด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดกัน แต่ส่วนตัวยึดแนวทางที่นายกรัฐมนตรีบอกไว้ คือ เมื่อบ้านเมืองมีความพร้อม แก้รัฐธรรมนูญเรียบร้อย เศรษฐกิจดีขึ้น ความแตกแยกสงบลง ก็จัดการเลือกตั้งได้ ถ้ายังมีความแตกแยกอยู่ การเลือกตั้ง คงไม่ใช่บรรยากาศของประชาธิปไตย ดังนั้น หากต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้า ทุกฝ่ายต้องควบคุมตัวเอง และเคารพกฎหมาย

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลจะเป็นไปตามแนวทางที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้หารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เมื่อสัปดาหที่ผ่านา นายสุเทพ ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะไปพิจารณา

“ผมไม่ทราบว่าทั้ง 2 คน ไปทำอะไรที่ จ.สุพรรณบุรี แต่นายบรรหาร ก็เคยเชิญนายกฯ และผมไปดูมังกร ซึ่งนายกฯ รับปาก แต่ยังไม่มีเวลา ผมก็ไม่กล้าไปก่อน เพราะเกรงจะคิดเป็นอื่น” นายสุเทพ กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-10-05 11:38:07

ขอให้พบความสำเร็จ

ที่มา ไทยรัฐ

บทบรรณาธิการ

การที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย กลายเป็นข่าวฮือฮาทางการเมืองส่งท้ายสัปดาห์ เพราะถือว่าเป็นการกลับคืนสู่เวทีการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ของผู้ที่เคยยิ่งใหญ่ แต่จะว่าเป็นการหวนคืนสู่ การเมือง และเป็นสมาชิกใหม่ของพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะ "บิ๊กจิ๋ว" ไม่เคยวางมือการเมืองจริง และเคยเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ซึ่งแปลงร่างมาเป็นเพื่อไทย

ถึงแม้จะอ้างว่าเป็นการสมัครเข้าเป็นสมาชิกธรรมดา แต่ก็คาดหมายกันว่าจะเป็นบันไดขั้นต้นที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค และหัวหน้าพรรคในที่สุด ข่าวนี้จึงทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่กลายเป็นพรรคที่ไร้ผู้นำเป็นเวลานานแรมปี เป็นภาพสะท้อน แสดงว่าประเทศไทยในปัจจุบันมีปัญหาขาดแคลนผู้นำทางการเมือง จนต้องหันไปคว้าหน้าเก่าๆ

ในอดีต พล.อ.ชวลิตเคยเป็นผู้ ยิ่งใหญ่ ทั้งในวงการทหารและการเมือง เคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหาร สูงสุด ส่วนทางการเมือง เคยเป็นนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีหลายหน เคยประกาศว่า "ผมไม่เคยทำอะไรที่ไม่ประสบความสำเร็จจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ...ปัญหาบ้านเมือง ยังไม่เคยไม่ประสบความสำเร็จ" และเคยมีฉายา "ขงเบ้งกองทัพบก"

เรื่องใหญ่ๆที่ พล.อ.ชวลิตเคยทำ คือการมีส่วนในการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จแต่มีปัจจัยภายนอกช่วยเหลือ คือการแตกแยกครั้งใหญ่ของโลกคอมมิวนิสต์ นอกจากนั้นยังมีนโยบาย "อีสานเขียว" ที่ประกาศว่าจะทำให้ชาวอีสานหายยากจนให้จงได้ มิฉะนั้นจะไปกระโดดแม่น้ำโขงตาย และเศรษฐกิจพังพินาศ ในช่วงที่เป็นนายกฯเมื่อปี 2540

ในทางการเมือง ต้องถือว่า พล.อ. ชวลิตประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง สามารถสร้างพรรคความหวังใหม่ให้เป็นพรรคใหญ่ เป็น แกนนำรัฐบาล และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ภายในเวลาไม่กี่ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ แม้เศรษฐกิจจะพังครืนก็ยังไม่รู้ตัว งานใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง คือเป็นรอง นายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในรัฐบาลทักษิณ ในช่วงเวลาที่ปัญหาไฟใต้ลุกลาม และรุนแรงจนถึงวันนี้
บัดนี้ พล.อ.ชวลิตหวนคืนสู่การ เมืองอีกครั้ง หลังจากที่วางมือไปไม่ถึงปี คราวนี้

สัญญาว่าจะกลับมาแก้ปัญหาความแตกแยกในแผ่นดิน และสร้างความสมานฉันท์ในชาติ ตามแนวทางให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้อโหสิกรรม และการเจรจา พร้อมทั้งสัญญาว่าจะสร้างพรรคเพื่อไทยให้เป็นพรรคมหาชน หรือพรรคมวลชน ไม่ใช่เป็นเพียง "พรรคทักษิณ" แต่คราวนี้ไม่ได้พูดถึงโซ่ข้อกลางและรัฐบาลแห่งชาติอีก

ขอต้อนรับการกลับคืนสู่การ เมืองของ พล.อ.ชวลิต และหวังว่าคนไทยจะเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ ในการแก้ไขปัญหาความแตกแยก และสร้างความสมานฉันท์ในชาติ ไม่ใช่มุ่งช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเมืองไทยตามเสียงวิจารณ์ และหวังว่า จะประสบความสำเร็จในการสร้างพรรคมวลชน อย่าให้ล้มเหลวเหมือนกับพรรคความหวังใหม่และพรรคอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ว่าไม่เคยไม่ประสบผลสำเร็จ.

สนามเด็กเล่น

ที่มา ไทยรัฐ

จากกรณี ศาลปกครองกลาง สั่งระงับโครงการลงทุนในมาบตาพุด 76 โครงการ มูลค่า 3 แสนล้านบาท ได้ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมหลายราย อาทิ ปูนซิเมนต์ไทย ปตท.ไออาร์พีซี ปิโตรเคมิคอล ไทยออยล์ และพีทีทีเออาร์ ทุกบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ บางบริษัทอยู่ระหว่างการควบรวมกิจการ บางบริษัทมีโครงการร่วมลงทุน บางโครงการก็อยู่ระหว่างการไปลงทุนต่างประเทศ

ล้วนแต่สนับสนุนการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ

เส้นบางๆระหว่าง ธุรกิจกับสิ่งแวดล้อม ใช่จะไร้ทางแก้ไข การอยู่ร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับโรงงานในสิ่งแวดล้อมที่ดีก็สามารถทำได้ ยกเว้นแต่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนตัวมากเกินไป

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ขึ้นอยู่กับ วิสัยทัศน์ของผู้บริหารอีกนั่นแหละ การขาดวิสัยทัศน์ย่อมนำมาซึ่งปัญหาในการปกครอง รัฐบาลจะเอาใจใส่มองหาทางออกให้ทั้งสองฝ่ายก็คงไม่มีวันนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ ปตท.หรือปูนซิเมนต์ไทย แต่เป็นรัฐบาล

เป็นภาพพจน์ความเชื่อมั่นของประเทศ

อย่างที่บอก ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็น สนามเด็กเล่น ซึ่งถ้าเป็นสนามเด็กเล่นจริงก็ช่างเถอะ แต่นี่คือประเทศไทย ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่บาทสองบาท แต่ประเมินค่าไม่ได้

ในสายตาชาวโลก ความเชื่อมั่นสำคัญที่สุด

จะเล่นละครอินเตอร์อย่างไร ทุกวันนี้ต่างประเทศก็มองประชา-ธิปไตยเราล้าหลังอยู่ดี โดยมรรยาทคงจะไม่มีใครพูดตรงๆนอกจากจะให้ทุนมาปรับปรุงประชาธิปไตยและน่าจะมีประเทศเดียวในโลก

ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองที่หัวคะมำเกิดจากเนื้อในตัวเองทั้งนั้น และต่อไปนี้ภาวะผู้นำ บารมี และวิสัยทัศน์ของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังจะถูกท้าทายและพิสูจน์

จะไม่พูดเรื่องทุจริตคอรัปชันที่บานเป็นดอกเห็ด จะไม่พูดเรื่องของปัญหาสังคมทั้งยาเสพติด หวยใต้ดิน คดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ จะไม่พูดเรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เมื่อยตุ้ม

จะไม่รีเพลย์คำพูดของนายกฯในแต่ละสถานการณ์

แต่จะพูดถึงการกลับมาของอดีตนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในเชิงการเมืองเชื่อว่า พล.อ.ชวลิตอ่วมแน่ เพราะต้อง ชนกับนักการเมืองมืออาชีพ

สำหรับในเชิงวิสัยทัศน์และบารมีแล้ว ต้องจับตาให้ดี บิ๊กจิ๋ว ไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอก บิ๊กจิ๋วไม่ใช่คนไม่มีพรรคมีพวก ลำพังบิ๊กจิ๋วก็พอประมาณ แต่กำแพงที่อยู่หลังบิ๊กจิ๋วกลับน่ากลัวกว่าเยอะ

ระหว่างอนุบาลเด็กดื้อกับครูใหญ่

บทพิสูจน์อยู่ที่การทำให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ความสงบสุข หรือจะปล่อยให้ลุกเป็นไฟ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี หรืออดอยาก ไม่ใช่พิสูจน์ที่การเอาตัวรอดของนักการเมือง.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

ยังได้ระฆังพักยกช่วย

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37366

ร้อยละ 54.17 เห็นว่าการลาออกของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ แสดงให้เห็นถึงความแตกแยก แบ่งกลุ่มภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันเอง

ร้อยละ 56.86 เห็นว่าการลาออกทำให้ความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์ลดลง

ร้อยละ 59.40 เห็นว่าการลาออกของนายนิพนธ์ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดลง

ร้อยละ 34.04 เห็นว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรแก้ไขปัญหาภายในพรรคให้ยุติโดยเร็ว โดยร้อยละ 27.66 เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรแสดงความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและมีการชี้แจงให้สมาชิกพรรคและประชาชนเข้าใจ


โดยตัวเลขของสวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จากทุกสาขาอาชีพ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คิดอย่างไรกับการลาออกของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

วันเดียวกันกับกรุงเทพโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ประเมินผลงาน 9 เดือน รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จากทุกภาคของประเทศไทย พบว่าตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้คะแนนความพึงพอใจในผลงานจากประชาชน

เฉลี่ย 4.02 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

ประชาธิปัตย์พรรคแตก รัฐบาลระส่ำ ผลงานบริหารสอบตก

ตามสภาวการณ์ที่เห็นๆกันอยู่ คำตอบที่สะท้อนผ่านตัวเลขโพลสำนักต่างๆ ก็วางเดิมพันกันได้ อย่างไรเสีย


"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ก็ไม่ยอมล้มกระดาน

ไม่มีทางปล่อยให้รัฐบาลมีอันเป็นไป


ในเมื่อโอกาสหวนคืนอำนาจ แทบจะปิดประตูลงกลอน

ที่แน่ๆโดยอาการ "อ่อน" เข้าหาเพื่อน นายกฯอภิสิทธิ์ต่อสายนัดแกนนำตัวจริงของพรรคร่วมรัฐบาลตั้งวงถกที่บ้านพิษณุโลก ตามโปรแกรมว่ากันด้วยคิวแก้รัฐธรรมนูญ

สรุปคำตอบสุดท้าย

ไล่เลี่ยๆกับคิวที่นำโดยครูใหญ่อย่าง "เนวิน ชิดชอบ" นำทีมแกนนำพรรคภูมิใจไทยบุกจังหวัดสุพรรณบุรี ถิ่นของ "บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย นัยว่าจูนความเห็นตรงกันในการเร่งเกม บี้กับลูกยื้อของประชาธิปัตย์

แท็กทีมกระตุ้นต่อม "ผวา" ของพรรคแกนนำกันในที

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ โดยจังหวะที่ยังน่าจะเป็นแค่รายการ "กระตุก" ตามเหลี่ยมเชิงของเซียนการเมืองเขี้ยวลากดินยี่ห้อ "เนวิน" เล่นแต้มกับ

"บรรหาร"


"กั๊กไพ่" หยั่งเชิงกับประชาธิปัตย์

ไม่ให้นายกฯอภิสิทธิ์อาศัยหน้าตักกระแสสังคมที่เหนือกว่า "เหยียบบ่ากินรวบ"

สรุปต่างฝ่ายต่างยื้อให้มาเจอกันตรงกลาง ตามเงื่อนไขที่ประชาธิปัตย์

ก็จ้องลากเกมต่อเวลาอยู่ในอำนาจ พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องการแก้ปม

เลือกตั้งกลับไปแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเพื่อหาช่องเบียดแทรกกับค่ายการเมืองใหญ่

ภายใต้เงื่อนไขที่ยังสมประโยชน์กันอยู่

ตามคิวที่ค่ายภูมิใจไทยเพิ่งสมใจกับโปรเจกต์รถเมล์เช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน เสียงของ "ครูใหญ่เนวิน" ก็พร้อมทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

พูดกันถึงขั้นตั้งโปรแกรมรัฐบาลอยู่ครบเทอม

และตามข่าววงในล่าสุด "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ก็ต่อสายเช็กแกนนำตัวจริงพรรคร่วมรัฐบาล ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา สายที่ดีลอยู่กับนายนิพนธ์ ต่อกรณีนายนิพนธ์ลาออกจะมีปัญหาต่อสัมพันธภาพหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่มีปัญหา


สำคัญที่ "เทพเทือก" อย่าถอนสมอก็แล้วกัน


และก็เป็นอะไรที่จังหวะพอดี โดยเงื่อนเวลาที่เข้าสู่บรรยากาศงานบุญออกพรรษา เทศกาลทอดกฐิน ภารกิจประจำปีของนักเลือกตั้งอาชีพ

ตามสัญญาณที่ "เทพเทือก" บอกกับพรรคพวกระดับแกนนำรัฐบาล ขอหลบพักยาว เดินสายทำบุญออกพรรษา


ขณะที่เช็กโปรแกรมของนายพินิจ จารุสมบัติ หัวขบวนหลักของพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็มีคิวงานบุญที่ฐานใหญ่จังหวัดหนองคาย พร้อมกับเตรียมงานต้อนรับนักลงทุนคณะใหญ่จากเมืองจีน คู่หูอย่างนายปรีชา
เลาหพงศ์ชนะ ก็ติดโปรแกรมทอดกฐินที่จังหวัดอุบลราชธานี ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ก็รอจัดงานฉลองใหญ่หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

ช่วง "พักยก" การเมือง นักเลือกตั้งติดงานบุญ

ระฆังช่วย "อภิสิทธิ์" ได้พักให้น้ำหายใจหายคอ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สว.กระตุกรบ. อย่ามูมมาม เหตุกลัวอยู่ไม่นาน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37489

นายประสพสุข บุญเดช

ส.ว.จี้รบ.ทำโปร่งใสใช้เงินไทยเข้มแข็ง รองปธ.กมธ.สธ.แนะอย่ารีบทุจริตเพราะกลัวอยู่ไม่นานเรียกร้องปรับปรุงการทำโครงการ ชี้เฟส 2 ควรยกระดับทางวิชาชีพ ไม่ใช่ซื้อเครื่องมือเพื่อรอบุคลากร

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 5 ต.ค.มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยนายเจริญ ภักดีวานิช ส.ว.พัทลุง ขอหารือกรณีปัญหาความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ปัจจุบันปรากฏเป็นข่าวมาก หลายโครงการ หลายกระทรวงส่งกลิ่นทุจริต หากปล่อยให้เกิดอย่างนี้ประเทศย่อยยับ ส.ว.หลายคนจึงรู้สึกเป็นห่วง ขอให้รัฐบาลรีบสะสาง ตัดไฟแต่ต้นลม ต้องสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่ให้ได้

ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา หารือถึงปัญหาการจัดซื้อครุภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุข โดยการยกระดับสถานีอนามัยตำบาล เป็นโรงพยาบาลตำบล ถือเป็นเรื่องดี แต่การเร่งรัดจากรัฐบาล ประกอบกับการมีงบไทยเข้มแข็งเข้ามาเหมือนต้องการเร่งรัดเพื่อให้มีผลงานออกมาเร็ว ไม่รู้ว่ากลัวจะอยู่ไม่ได้นานหรือไม่ มีการกระจายงบลงไปในสถานีอนามัยตำบล 1,000 แห่ง ในปีนี้ ปีหน้าอีก 1,000 แห่ง และอีก 6 ,000 แห่งที่จะทยอยในปีต่อๆไป รวมถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์รวมแล้วใช้งบหลายหมื่นล้านบาท แต่ก็มีปัญหาไม่ตรงกับความต้องการกับพื้นที่ และแพทย์ จึงขอให้รัฐบาลปรับปรุงการทำโครงการ โดยการดำเนินการตามเฟส 2 ควรยกระดับทางวิชาชีพ ไม่ใช่ซื้อเครื่องมือเพื่อรอบุคลากร

สุเทพโยนมาร์ค แจงปรับครม. แทนนิพนธ์ลาออก

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37452

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

รองนายกฯสุเทพ แจงถกแกนนำพรรคร่วม รบ. ไม่มีการหารือประเด็นปรับครม. ย้ำ "นิพนธ์" ลาออกไม่ทำให้กระเพื่อม แจงรองหัวหน้า ปชป. ไม่มีเจตนาร้ายต่อนายกฯ-รัฐบาล

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 5 ต.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อาจตัดสินใจให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจมาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแทนนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ลาออก ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ว่า ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้คุยเรื่องนี้ เรื่องนายนิพนธ์ นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงเอง ให้ตนพูดแทนเดี๋ยวจะพูดไปคนละเรื่อง ยืนยันว่านายนิพนธ์จะยังอยู่ช่วยพรรคทำงานต่อไป ยังเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ตอนแรกเริ่มต้นตั้งรัฐบาลนายนิพนธ์กับตนทำงานด้วยกัน มีปณิธานร่วมกันว่า จะช่วยเหลือจัดตั้งรัฐบาล ดูแลให้รัฐบาลยืนหยัดอยู่ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ฉะนั้นเรื่องของบ้านเมืองจะต้องเป็นตัวตั้งเป็นตัวหลัก อยู่ตรงไหนก็ต้องช่วยกันทำงานให้บ้านเมือง

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาล ทำงานเข้ารูปเข้ารอยแล้วและทำไปได้ คงไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมาก นายนิพนธ์ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรต่อรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี ตรงกันข้ามมีเจตนาดี ปวารณาตัวไว้ว่าอะไรที่จะทำให้พรรคหรือบ้านเมืองได้ก็ยินดี จนถึงวันนี้ก็ยังยืนแน่นอน เรื่องผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนเป็นหน้าที่ของพวกเราที่เป็นนักการเมืองจะต้องดูแล

เมื่อถามว่า ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลได้พูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลตัวจริงเรื่องการปรับ คณะรัฐมนตรี (ครม.)หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ได้คุยกันเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีเรื่องปรับ ครม.ใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าถ้าเป็นการปรับเฉพาะในพรรคประชาธิปัตย์ไม่จำเป็นต้องคุยหรือแจ้งให้ พรรคร่วมรัฐบาลทราบ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าไม่มีเรื่องปรับครม.ก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องไปตีความให้เละเทะไปอีก เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าจะไม่มีการแต่งตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากผู้เป็นรองนายกรัฐมนตรี แล้วใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เอาเป็นว่าขณะนี้ตนไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดว่าจะปรับครม.แต่ประการใดทั้งสิ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนวิเคราะห์ผลกระทบจากการที่นายนิพนธ์ลาออกกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่วิเคราะห์ แต่แก้ไขปัญหาไปตามความเป็นจริงไม่ต้องวิเคราะห์หรือคาดการณ์

รถไฟตกรางหัวหิน ตาย 7 เจ็บอื้อ หยุดเดินรถสายใต้

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37506

"มานิต" รมช.สาธารณสุข ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตเหตุรถไฟตกรางตายแล้ว 7 รายเป็นหญิงล้วน และมีเด็ก 2 ขวบรวมอยู่ด้วย ขณะที่ผู้ว่าการ รฟท.สั้งตั้งกรรมการสอบด่วนใน 5 วัน มุ่งปมที่ขบวนรถแล่นฝ่าสัญญาณให้หยุดรอ..

ความคืบหน้าเหตุการณ์รถไฟขบวนที่ 84 วิ่งจาก จ.ตรัง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตกรางที่สถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 ต.ค. นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้เสียชีวิต ณ ขณะนี้มีทั้งหมด 7 รายเป็นผู้หญิงทั้งหมด อยู่ที่ รพ.หัวหิน โดย 1 ใน 7 รายเป็นเด็กหญิงอายุ 2 ขวบ และ 3 รายญาติยืนยันชื่อแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บเวลานี้อยู่ที่ รพ.หัวหิน มี 16 คน ผ่าตัดด่วน 3 ราย รพ.ปราณบุรี 3 ราย รพ.ซานเปาโล 6 ราย และ รพ.ค่ายธนะรัชต์ 2 ราย ผู้ที่ต้องการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ สามารถโทรไปสอบถามได้ที่ รพ.หัวหิน หมายเลข 032-523-000 ต่อ 8131 เนื่องจากเป็นจุดศูนย์รวมในการรับผู้บาดเจ็บ

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุ รถไฟขบวนดังกล่าวได้แล่นฝ่าสัญญาณให้หยุดช่วงระยะทางประมาณ 9 กิโลมตรก่อนถึงสถานีเขาเต่า ซึ่งที่สถานีเขาเต่ามีรางรถไฟ 2 ราง รางหนึ่งมีขบวนรถสินค้าจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าลงภาคใต้ ทางเจ้าหน้าที่สถานีกำลังสับรางหลีกให้ขบวนรถสินค้า เมื่อขบวนรถไฟแล่นมาถึงในระยะกระชั้นชิดเบรกอย่างแรง 2 ครั้ง ก่อนจะเสียหลักตกรางไปทั้งหมด 9 โบกี้ เป็นตู้นอนปรับอากาศทั้งหมด

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 5 วัน เบื้องต้นได้มุ่งไปที่ประเด็นการส่งสัญญาณระหว่างสถานีวังพง กับขบวนรถไฟ ว่าเกิดเหตุขัดข้องอย่างไร ทำให้ขบวนรถดังกล่าวไม่หยุดรอสัญญาณ กลับแล่นฝ่าไปจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่สถานีเขาเต่า ประเด็นความเร็วของขบวนรถไฟที่คาดว่าน่าจะถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายยุทธนา กล่าวว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น ทาง รฟท.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยผู้เสียชีวิตจะจ่ายชดเชยให้รายละ 80,000 บาท จากนั้นจะมีการเจรจาจ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติมให้เป็นรายๆ ไป และได้สั่งให้กองการสวัสดิการ รฟท.ดูแลให้ความช่วยเหลือในส่วนของผู้โดยสารที่ตกค้าง

ส่วนการเก็บกู้ขบวนรถไฟที่ตกรางกีดขวางทางเดินรถไฟสายใต้นั้น เวลานี้ รถเครนกำลังยกโบกี้ออกจากราง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 วันเพื่อแก้ไข สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางล่วงหน้า แต่ไม่สามารถเดินทางได้ ในวันนี้ (5 ต.ค.) ติดต่อขอคืนตั๋วได้ตามสถานีที่ซื้อตั๋ว หรือมีเหตุขัดข้องสามารถสอบถามข้อมูลการเดินรถได้ที่ 1690

ไม่มีใครสามารถหยุดเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ ปูนนก
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
5 ตุลาคม 2552

การเข้ามาร่วมกิจกรรมทางการเมืองอีกครั้ง โดยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ในครั้งนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติอย่างแน่นอน

เพราะหลังจากที่ พล.อ. ชวลิต ได้เข้าร่วมในรัฐบาลท่านนายกสมชาย และรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบดูแลฝ่ายความมั่นคง และท่านต้องถูกออกจากตำแหน่ง เพราะรัฐบาลต้องล้มไปเพราะถูกยุบพรรคนั้น ทำให้บทบาทของ พล.อ. ชวลิต หายไปจากหน้าการเมืองไทยระยะหนึ่ง จนกระทั่งเกิดคำพูดที่ว่า “จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” จาก พล.อ.ชวลิต

หลังจากนั้นไม่นาน ปาฎิหาริย์ที่ว่า ซึ่งคืออะไรไม่อาจจะทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ พล.อ.ชวลิต กลับถูก ปปช. ชี้มูลความผิดว่า “มีความผิด” ในการสลายการชุมนุมของกลุ่ม พธม. ที่หน้ารัฐสภา ในวันที่ 7 ตุลาคม 2551

พล.อ. ชวลิต เป็นนายทหารที่ได้ชื่อว่า เป็นทหารนักประชาธิปไตยท่านหนึ่ง และที่สำคัญ พล.อ. ชวลิต ยังเป็นผู้ที่มีบารมี และอิทธิพลทางทหารอยู่ไม่น้อย และความสัมพันธ์กับกลุ่ม จปร. 7 ก็มีอยู่อย่างแนบแน่นพอสมควร ด้วยความที่ท่านยังมีบารมีในด้านการทหารอย่างมากทั้งภายในประเทศไทย และกับประเทศกัมพูชา ดังนั้นการเข้ามาร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยในเวลานี้ ทำให้เสริมจุดอ่อนในด้านนี้ของพรรคได้เป็นอย่างดี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่มีน้ำเนื้อต่อสายมาจากพรรคไทยรักไทย ที่มีต้นกำเนิดมาจากท่านนายกทักษิณ และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวในขณะนี้ ที่กำลังต่อสู้เพื่อนำประชาธิปไตย และความยุติธรรม กลับคืนมาสู่ประเทศไทย.....

ซึ่งภายหลังเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จมดิ่งลงสู่ความเสื่อมในแทบทุกมิติของสังคม เผด็จการอมาตย์ได้ใช้ทุกองคาพยพที่ตนมี ในการทำลายความเป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้จนแทบจะหมดสิ้น เพียงเพื่อไม่ต้องการให้อำนาจที่ตนถือครองอยู่ หลุดมือออกไปสู่ประชาชนโดยทั่วไป

รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 เป็นผลผลิตจากการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนไทย ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ โดยการเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และให้เกิดรัฐบาลของประชาชนจริงๆ ซึ่งเผด็จการอมาตย์ที่ครอบครองประเทศนี้มาช้านาน ก็ปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นมาได้ เพราะคิดว่า ในที่สุดแล้ว ก็จะสามารถใช้กองทัพหรืออำนาจของตนเองที่มีอยู่ จัดระบบประเทศให้ประชาชนกลับมาอยู่ในกรอบตามความต้องการของตนเองได้อีกครั้ง เหมือนดังที่ผ่านๆ มา.....

แต่สิ่งที่เผด็จการอมาตย์คาดคิดไปไม่ถึงก็คือว่า โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 นี้เอง ทำให้เกิดบุคคลคนหนึ่ง และพรรคการเมืองพรรคหนึ่งขึ้นมาคือ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย

ซึ่งทั้งท่านนายกทักษิณ และพรรคไทยรักไทย ได้นำเอาสิ่งที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ออกมาใช้ได้ จนกลายเป็นรูปธรรมชัดเจน ส่งผลให้นโยบายต่างๆ ที่ได้กำหนดเอาไว้ในการหาเสียง เกิดเป็นจริงขึ้นมา จนถึงขั้นที่ประชาชนชาวบ้าน เริ่มสัมผัสได้จริงๆ ว่า ประชาธิปไตยที่พวกเขาเคยต่อสู้เรียกร้องมา ตั้งแต่เมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516 และพฤษภาทมิฬ 2535 นั้น แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นอย่างไร พวกเขาได้ประโยชน์อย่างไร.....

ด้วยเหตุนี้ พอเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่เผด็จการอมาตย์คิดว่า จะเป็นการจัดระเบียบประเทศอย่างง่ายๆ เหมือนที่เคยเป็นมา มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปเสียแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีทันใดก็คือ การต่อสู้ของประชาชนธรรมดาๆ อย่างกลุ่มพิราบขาว กลุ่มรักเมืองไทย ฯลฯ ที่เป็นกลุ่มแรกๆ ของแนวร่วมประชาชน ในการลุกขึ้นต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์ และในที่สุดคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ก็แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ด้วยชีวิตของตนเองว่า “ประชาชนไทยธรรมดาๆ รักและหวงแหนประชาธิปไตยเพียงใด”

เวลานี้ กระแสการเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม โดยนำเอาประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบมาใช้นั้น ได้แผ่ขยายออกไปจนเต็มทั่วทั้งประเทศไทยในขณะนี้แล้ว เสียงเรียกร้องความเป็นธรรมของประชาชนคนในชาติทั้งจาก “ผู้ใหญ่ ผู้น้อย” ต่างก็ส่งเสียงดังกระหึ่มออกมา โดยสะท้อนให้เห็นในหลาย ๆ สถานการณ์ เช่น การลงชื่อถวายฎีกา, การจัดชุมนุมเรื่องประชาธิปไตยในแทบทุกจังหวัดของประเทศ, และล่าสุด ก็คือการลงมติเลือกตั้งนายกเทศมนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนไทยจำนวนมากเหลือเกิน ได้กำลังส่งสัญญาณไปยังเผด็จการอมาตย์ ผู้ครองอำนาจอยู่ในประเทศเวลานี้ และบอกว่า พวกเขาต้องการความเป็นธรรม และประชาธิปไตยที่ถูกแย่งชิงไป กลับคืนมา....

การกลับมาเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ในนามพรรคเพื่อไทยของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ดี การลาออกจากตำแหน่งเลขานายกของ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ก็ดี, การที่ไม่สามารถแต่งตั้ง ผบ.ตร. ได้โดยพยายามดึงดันเอา พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ มารักษาการแทน เพื่อยื้อเวลาก็ดี หรือแม้กระทั่งการ “ลนลาน และเร่งรีบ” อย่างผิดปกติของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ในการพยายามเอาใจพรรคร่วม ด้วยการผ่านโครงการรถเมล์ 4,000 คัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ นายกอภิสิทธิ์และคณะรัฐมนตรีฝ่ายประชาธิปัตย์ ต่างก็โจมตีโครงการนี้มาโดยตลอดนั้น.....

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงขั้นอันตรายว่า รัฐบาลนี้ กำลังจะไปไม่รอด และประเทศนี้จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในด้านความเป็นประชาธิปไตย เพราะไม่สามารถจะฝืนกระแสต่อไปได้อีกแล้ว.....

สำหรับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย สิ่งที่พึงกระทำได้ในท่ามกลางความชุลมุนในขณะนี้ ก็คือ “Wait and See and Ready” ให้พร้อมในทุกสถานการณ์ เพื่อได้ไม่พลาดจากการเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทยร่วมกัน

เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต........

การเข้ามาสู่พรรคเพื่อไทย ของ พล.อ. ชวลิต ในครั้งนี้ เป็นการเข้ามา (อาจจะโดยรับเชิญด้วยซ้ำ) โดยการสมประโยชน์ กันทุกฝ่าย เพราะ พล.อ. ชวลิต ท่านได้รับผลกระทบเต็มๆ จาก ปปช. ที่พิจารณาอย่าง อยุติธรรม ที่สุด (ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า ปปช. อยู่ภายใต้การบงการของเปรม).....

ขณะเดียวกัน ชื่อชั้นบารมีของ พล.อ. ชวลิต ก็เข้ามาปิดช่องว่าง ในด้านกำลังทางทหาร ที่คนเสื้อแดงตกเป็นรองอยู่

พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่กำลังได้รับการหล่อหลอม ให้กลายเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีประชาชนเป็นผู้ขับเคลื่อน การเลือกตั้งเล็กๆ หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อไปนี้พรรคการเมืองตัองพึ่งประชาชน ไม่ใช่พึ่งบารมีใคร

ดังนั้นโดยสรุปก็คือ ต่อไปนี้ ประชาชนจะกลายเป็นผู้กำกับ ให้ตัวละคร แต่ละคน เล่นในบทบาทใดทางการเมืองครับ

และนี่แหละคือ "ประชาธิปไตยของประชาชน" อย่างแท้จริง

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(5ต.ค.):กิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตยคึกทั่วหล้า

ที่มา Thai E-News


***สังคมสร้างสรรค์ ข่าวลึกข่าวลับข่าวฝาก ข่าวกิจกรรมของพี่น้องฝ่ายประชาธิปไตย จัดมาให้ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม มี"นักข่าวชาวรากหญ้า"ว่าบรรเลงสังคมข่าวชาวเสื้อแดง"ตามเคย คอลัมน์นี้มีขึ้นมารองรับกิจกรรมข้อมูลข่าวสารต่างๆของคนเสื้อแดง พี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยทั่วประเทศ ทั่วทุกมุมโลก ท่านที่อยากจะแจ้งข้อมูลข่าวสาร รูปภาพ คลิปข่าวงานกิจกรรมส่วนรวม หรือส่วนตัวก็ไม่ขัดข้อง ส่งมาแล้วจะลงให้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าลงข่าวแต่อย่างใด ส่งเมล์มาหา"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com ***


***ตื่นมาเช้านี้ชาวเสื้อแดงฝ่ายประชาธิปไตยฉลองชัยชนะเหนือขี้ข้าอำมาตย์ทาสเผด็จการ เมื่อชาวนครเทศบาลเชียงใหม่ให้ของขวัญล้ำค่ากากบาทให้เบอร์2คนของพรรคเพื่อไทยชนะท่วมท้นขาดลอยทิ้งที่สองเท่าตัว ที่สำคัญคือทิ้งขาด"เดือนเต็มดวง"คนของพรรคแมงสาบลุ่ย หล่นไปอยู่ที่สาม ทั้งอภิมหาคลิป ทั้งการปักฐานแน่นปั๊กว่าคนเชียงใหม่เขารักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม นี่เป็นคำตอบสุดท้าย"

***กลุ่มพลังสตรีเพื่อประชาธิปไตย ขออาสาสมัครร่วมกิจกรรมภาคสนาม เพื่อจัดกิจกรรมภาคสนามครั้งที่ 3 ในวันที่ 6 ตุลาคม นี้ โดยจะเดินทางไปยื่นหนังสือแถลงการณ์แก้วิกฤตชาติสูงสุด ณบ้านสี่เสาเทเวศน์และสำนักงานตำรวจนครบาล โดยมีกำหนดการดังนี้

เวลา 09.30 น. รวมพลังสตรีฯ (บุรุษ)หน้ามูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย
เวลา 10.00 น. เดินทางไปบ้านสี่เสาฯ เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์
เวลา 11.00 น. เดินทางไปยื่นแถลงการณ์ ณ. บช.น.
หลังจากนั้น กลับมารวมกันที่มูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย อีกครั้ง


สอบถามเพิ่มเติม และ ลงชื่อเพื่อรับเสื้อพลังสตรีฯ ได้ที่ 08 4768 9139 หรือ 08 1772 6210 และสำหรับท่านที่มีเสื้อแล้วใส่ตัวเดิมมาได้เลยนะค่ะ....คุณนู๋น้องแจ้งข่าวมาจ้า***

***วันพรุ่งนี้แล้วงาน33ปีรำลึก6ตุลาเลือด สดุดีวีรชนกล้าสู้กล้าชนะ ปีนี้จัดที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่7โมงเช้าไปยันทุ่มหนึ่ง ฟังบทกวีรำลึกวีรชน ๖ ตุลาโดย วัฒน์ วรรลยางกูล ตามด้วยกล่าวไว้อาลัยและสืบสานเจตนารมณ์วีรชน๖ตุลา ปาฐกถาประจำปี เรื่อง “ แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับ เจตนารมณ์วีรชน ๖ ตุลา ๒๕๑๙” โดย ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ต่อด้วยเสวนา “ อุดมการณ์ ๖ ตุลากับ อำมาตยาธิปไตย ”วิทยากรนำทีมโดย สุรชัย แช่ด่าน ผู้ประสานงานกลุ่มแดงสยาม ตามติดด้วยหัวข้อร้อนๆ" สรุปบทเรียน ๓๓ ปี ๖ ตุลา กับขบวนการขวาใหม่ในไทย"จัดโดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย วิทยากร ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ ๖ ตุลา จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลา ***

***สอบถามรายละเอียดกิจกรรมรำลึก33ปี6ตุลา2519ที่ โครงการกำแพงประวัติศาสตร์ โทร. ๐๒-๖๑๓ ๒๐๑๑, ๐๑-๖๑๓ ๔๗๙๒ Email: octnet72@yahoo.com หรือคนรุ่นใหม่อยากรู้จักว่าเหตุการณ์6ตุลาเลือดคืออะไร ส่งผลสะเทือนมาถึงปัจจุบันนี้เช่นไร คลิ้กดูhttp://www.2519.net/เรื่องที่หัวร่อมิได้ร้องไห้มิออกได้แต่กลอกตามีสองเรื่อง เรื่องแรกสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานเปิดงาน เรื่องที่สอง ข่าวแว่วว่าอาจจะโดนห้ามใช้ห้องจัดงานในวันงาน 6 ตุลา หากอาจารย์ฝ่ายเสื้อเหลืองในธรรมศาสตร์มาประท้วง ดังนั้นคนเดือนตุลา หรือฝ่ายประชาธิปไตยต้องไปกันให้มากๆ หรือใครอยากไปดูน้ำหน้าพวกปฏิกริยาขวาจัดพ.ศ.นี้ห้ามใช้ห้องประชุมจัดงานก็น่าจะเข้าที***

***6 ตุลาคมปีนี้ยังเป็นวันครบรอบ 99 วันของการชุมนุมหน้าโรงงาน ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ซึ่งธัญญยธรณ์ คีรีถาวรพัฒ์ รองประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ส่งข่าวมาว่า ตลอดระยะเวลาของการชุมนุมก็เผชิญกับความรุนแรงหลากหลายรูปแบบ สหภาพฯ พร้อมด้วยองค์กรเพื่อนมิตรจึงร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรุนแรงที่ถูกกระทำโดยรัฐ และเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเจตนารมณ์ของนักศึกษาและประชาชนที่ถูกปราบปรามในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 รวมถึงเพื่อให้เกิดการสรุปเป็นบทเรียนและมาตราการในการป้องกัน จัดการกับความรุนแรงดังกล่าวร่วมกัน เชิญร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “สืบสานเจตนารมณ์ 6 ตุลากับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร” พร้อมด้วยกิจกรรมการแสดงดนตรีของนักศึกษาสลับกับการปราศรัยของผู้นำกรรมกรต่างๆ ณ ที่ชุมนุมหน้าโรงงาน นิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี ซอย 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.อังคารที่6ตุลาคมนี้ สอบถามเพิ่มเติมกับจิตรา คชเดช (หนิง) สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ 087-020 - 6672 Skype : Jittra08***

***หากเบื่อสื่อเหลือง เอือมสื่อหลัก กลัวสื่อแดงปั่นหัว นี่เลยข่าวสารเที่ยงตรงจากทีมงานหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท รับข่าวสารเที่ยงตรง SMS ประชาไท AIS DTAC TRUE สมัครง่ายๆพิมพ์ R 01 แล้วส่งไปที่ 4853560 (พิมพ์Rเว้นวรรคแล้วตามด้วย01) ค่าบริการ 29 บาทต่อเดือน ทดลองใช้ฟรีก่อน 14 วัน ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์กรุณาแจ้งต่อให้เพื่อนๆ ด้วยจ้า อย่าลืมให้กำลังใจทีมงาน ทดลองฟรีๆก่อน ถูกใจก็เป็นสมาชิก ไม่ถูกใจก็ให้รับข่าวที่อื่นต่อ อย่างนี้แฟร์ดี..***


***ไพโรจน์ จันทรนิมิ ประธานชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยแจ้งข่าวมา หากท่านใดอยากเป็นสมาชิกชมรมก็เชิญแจ้งความจำนงมาได้ทางอีเมล์ freedompress9999@gmail.com ครับ และท่านที่อยากทำงานด้านสื่อประชาธิปไตย ทนไม่ไหวกับสภาพเผด็จการ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ทางชมรมฯของเรามีจัดอบรมให้ฟรี โดยวิทยากรนักข่าวมืออาชีพที่มีประสบการณ์ มีจรรยาบรรณ มีใจรักประชาธิปไตย รักประชาชน รักความเป็นธรรม ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ รายละเอียดดูที่ www.thaifreedompress.blogspot.com/***

***ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยแจ้งข่าวเรียนเชิญลงทะเบียนยืนยันเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์ 11ต.ค.บ่ายโมง รายละเอียดมีดังนี้

เรื่อง แจ้งกำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์(ครั้งที่2)+เชิญยืนยันการเข้าร่วมงาน
เรียน ผู้เข้าอบรมโครงการนักข่าวหัวเห็ดฯทุกท่าน



เนื่องจากการอบรมโครงการนักข่าวหัวเห็ดเผด็จศึกอำมาตย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมานั้น ได้เน้นหนักไปในเรื่องตำรา ทฤษฎี แนวคิดเป็นพื้นฐาน ทำให้มีเวลาน้อยมากในการอบรมเชิงปฏิบัติการ(ทำเวิร์คช็อป)

ดังนั้นทางชมรมฯจึงจะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีประสบการณ์และทักษะ สามารถนำไปปฏิบัติการได้จริง จึงได้กำหนดโครงการครั้งที่2ขึ้นดังนี้

สถานที่ ที่ทำการชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ถนนวิภาวดี

วัน/เวลา 13.00-17.30น. วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม2552 (หนนี้จัดเฉพาะช่วงบ่ายนะครับ)

-กรุณาลงทะเบียนเข้างานก่อน13.00น.เพราะเริ่มตรงเวลา(งานนี้ฟรีไม่ต้องจ่ายตังค์ เพราะมีค่าเบรกมื้อเดียว ทางคณะผู้จัดเขาจัดให้ฟรี)

-13.00-14.30น.คุณสมศักดิ์ ภักดิเดช บก.ไทยอีนิวส์ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการงานเขียนข่าวลงบล็อกwww.blogger.comในสไตล์ไทยอีนิวส์(www.thaienews.blogspot.com)บล็อกข่าวที่มีผู้ชมมากกว่า12ล้านคลิ้ก

*ขอให้ท่านสมัครสมาชิกgmailแล้วไปสมัครเป็นสมาชิกฟรีของwww.blogger.comไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันงาน/รบกวนท่านที่สะดวกนำเครื่องโน้ตบุ๊คมาด้วย ที่งานมีสัญญาณไวร์เลสอินเตอร์เน็ตให้

*ขอให้ท่านอ่านเอกสาร"คู่มือนักข่าวหัวเห็ด"ที่เคยส่งไปทางเมล์ให้อ่านด้วยครับ เพื่อจะได้เข้าใจเรื่องงานข่าวทั้งหมด และมีตัวอย่างประกอบไว้ชัดเจน(กรณีที่ท่านเพิ่งมาหนแรกในครั้งนี้ จะจัดส่งไปให้ทางเมล์อีกครั้ง)

*จะสอนลงมือทำตั้งแต่การสัมภาษณ์แหล่งข่าว/การค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อหาข่าว/การนำเสนอเขียนข่าวลงเวบลงบล็อก/การหารูปภาพประกอบเรื่องประกอบข่าวจากgoogle/การพาดหัวข่าว/การโปรยข่าวที่ดึงดูดใจคนอ่าน

*ท่านที่เขียนบล็อกเสร็จจะนำมาประชาสัมพันธ์ให้ทางเวบของชมรม และเวบของสมาชิกชมรม เช่น ไทยอีนิวส์

14.30-16.30 น.คุณบังสุกุล ผู้ดูแลเวบถ่ายทอดวิทยุ+ทีวี20กว่าเวบสอนฝึกหัดให้ลงโปรแกรมถ่ายทอดสดทางวิทยุ+ทีวีภาคปฏิบัติ

*ท่านที่ได้โปรแกรมไปแล้วจากการอบรมครั้งก่อน กรุณาลงโปรแกรมให้เรียบร้อย หากขัดข้องให้โทรปรึกษาคุณบังสุกุลก่อนถึงวันงาน(กรณีท่านมาหนแรกให้ไปลงโปรแกรมที่งานอบรม)

16.30-17.00 คุณจักรภพ เพ็ญแข ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์โฟนอินเข้ามาร่วมประชุมกับผู้ฝึกอบรม(รอยืนยัน)

17.00-17.30 คุณไพโรจน์ จันทรนิมิ ประธานชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยจัดประชุมคณะกรรมการและสมาชิกที่เข้าอบรมเพื่อกำหนดกิจกรรม เช่น การร่วมมือระหว่างสมาชิก,เวบไซต์ต่างๆ,สื่อฝ่ายประชาธิปไตย,โครงการจัดตั้งศูนย์ข่าว หรือสำนักข่าวฝ่ายเสื้อแดงร่วมกัน และกิจกรรมต่างๆ

จึงขอรบกวนให้ท่านที่เข้าอบรมครั้งที่1และประสงค์จะลงลึกในการจัดทำเวิร์คช็อป(เชิงปฏิบัติการ)ในการอบรมครั้งที่2ให้เป็น และฝึกทักษะประสบการณ์กรุณาตอบยืนยันการเข้าร่วมงานมาทางอีเมล์freedompress9999@gmail.comด้วย***

***RSRอาสาพยาบาลคนเสื้อแดงประกาศแจ้งเลื่อนการเปลี่ยนแปลงการเดินทางไป บ้านภูมิซรอล จังหวัดศรีสะเกษ ของทีมงานRSRอาสาพยาบาลคนเสื้อแดง ตามที่หมายกำหนดการเดิมที่เราจะไปที่บ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องชาว บ้านภูมิซรอล กับคณะผู้ใหญ่ผู้ประสานงานคนเสื้อแดงและทีมผู้สื่อข่าว ในวันที่ 3ตุลาคม2552 ตามกำหนดการเดิมนั้น ทางเราได้รับแจ้งจากคณะแกนนำที่จะนำไปว่า ขอเลื่อนการเดินทางออกไปเป็นในวันที่9ตุลาคม2552เ นื่องจากได้รับแจ้งจากทางทีมงานของผู้สื่อข่าวว่าทาง พรรคเพื่อไทย จะมีทีมงานเดินทางไปด้วย ซึ่งงานนี้มีท่านอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และโฆษกพรรคเพื่อไทย คุณพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ จะร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้***

***และ เพื่อยืดเวลาในการรับบริจาคสิ่งของที่จะนำไปช่วยเหลือไปด้วย และมีอีกหลายท่านที่ติดต่อมาว่ามีความประสงค์อยากจะร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนี้ แต่ทางเรามีรถที่จะไปนั้นมีจำนวนจำกัด จึงขอให้ท่านติดต่อสอบถามได้ที่ คุณปุ๊ก 089-2001237 หรือเมล์ติดต่อมาที่ pooky_usa@hotmail.com ส่วนหมายกำหนดเวลาเดินทางจะแจ้งมาให้ทราบอีกเป็นระยะ เนื่องจากทางผู้ใหญ่หลายฝ่ายกำลังหารือนัดหมายกันอยู่ จึงขอประกาศมาให้ทราบ ผู้ประกาศ : RSR06 (ยรรยง ลูกชาวดิน)***

***เสื้อแดงไม่ได้บ้าแต่การเมืองเหมือนใครค่อนขอด ก็คนทำมาหากินนี่แหละ เหมือนที่ไทยอีนิวส์สำรวจไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ พ่อค้า ชนชั้นกลางทำมาค้าขาย ขอแจ้งข่าวทำมาค้าขายให้ทราบว่า เปิดแล้ว วันนี้ ตลาดกลางซื้อขายสินค้า ของคนเสื้อแดง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เชิญพี่น้องทุกท่าน โพสต์ขายสินค้ากันได้ ฟรี หากโพสต์ไม่เป็นโปรดติดต่อทีมงาน ช่วยเหลือฟรี ที่ http://www.redzonemarket.com หรือ"เรด โซน มาร์เกต"***

***ที่ตลาดออนไลน์แห่งนี้ เป็นแหล่งศูนย์รวม เพื่อช่วยส่งเสริม อาชีพ คนตกงาน ว่างงาน ต้องการหาคนงาน ใครมีความถนัดอะไร อยู่แถวไหน ลงโพสต์ตามแต่ละภาคได้เลย ของมือสองก็เอามาขาย มาแลกกัน เพื่อให้เป็นแหล่งช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน และสินค้าโอทอป สามารถลงประกาศขายได้ตามแต่ละภาคไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น จะขายขนมครก ข้าวต้มมัด หรือขายข้าวแกง อยู่แถวไหนก็ลงประกาศได้ ประชาชนจะเสื้อสีไหน ก็ลงประกาศได้ ทั้งนั้น พักรบชั่วคราว หันมาค้าขายกัน หาทุนหาเสบียงไว้เป็นทุน ต่อไป นะครับ***

***ทีเด็ดคือมี Blogส่วนตัวให้ใช้ได้ด้วย เอาไว้เพิ่มรายละเอียดส่วนตัว หรือเพิ่มเติมสินค้า หรือ สร้างร้านส่วนตัว แถมมีห้องแช็ทออนไลน์ ให้ไว้สอบถามพูดคุยหน้าเวป โดยพิมพ์ข้อความในช่องด้านล่างแล้วคลิก ปุ่ม 'shout Now'ง่ายๆ สมัครหรือใช้เวปไม่เป็น ติดต่อมาที่เมล์ support@redzonemarket.com ให้ความช่วยเหลือ ฟรี อ่านวิธีสมัคร วิธีใช้ที่http://www.redzonemarket.com/bbs/forumdisplay.php?fid=22

***ข่าวทำมาค้าขายกันต่อกับงานยักษ์ของคนเสื้อแดง 24ตุลาคมนี้ร่วมกันจับมือกันฝ่าฝันวิกฤติเศรษฐกิจ ด้วย 2 มือของผู้รักประชาธิปไตย เราจะยืนด้วยสองมือสองเท้าของพวกเรา ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เราจะร่วมสู้ด้วยกัน ด้วยการตีฆ้องสะบัดชัย หมุนตามโลก เท่าเทียมโลกด้วยกัน ***

***กำหนดการคร่าวๆตีกองสะบัดชัย ครบชุด แล้ว ฟังปาฐกถาพิเศษ พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวเศรษฐกิจ3 ปีข้างหน้าของไทยแลนด์
โดย ดร.สุชาติ ธาดาธำดงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง

เที่ยงบ่ายอ่อน ๆ คอนเสริท์เล็ก ๆ เสียงเพลงเบา ๆ ของต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของนักร้องเสียงน้ำแซะทราย จำรัส เศวตาภรณ์

บ่าย ๆ รายการ สถานีประชาธิปไตย เพื่อการเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ทางด้านเศรษฐกิจ โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รศ.ดร พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ดำเนินรายการ โดย คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ
เย็น ๆ ตอบรับแล้ว จะได้ฟังเสียงเพลง นพ.เหวง โตจิราการ สำหรับ อ.จรัส ดิษฐาอภิชัย (รอคำตอบอ่ะค่ะ) และอาจมี จอบ เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ค่ำ และปิดรายการโดย โด่งอรรถชัย อนันตเมฆ

***ในงานมีออกบู๊ท จำหน่ายสินค้ามากกว่า 100 บู๊ท มีโซนจำหน่ายสินค้า 5-6 โซน ตอนนี้มี smot ประจำจังหวัดประมาณเกือบ 20 จังหวัด ที่เป็นสมาชิกของเรา สินค้าหลากหลายมาก ๆ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเพลิงเพลิน และเราจะจัดขายส่งด้วยเพื่อให้ผู้ขายปลีกสามารถนำสินค้าไปขายได้***

***งานนี้ ประเด็นคือ พวกเราเตรียมให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ระยะยาว เตรียมให้พร้อมสำหรับธุรกิจ เตรียมให้พร้อมที่จะไม่ให้เงินหมดจากกระเป๋า เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เรารอการช่วยเหลือหรือร้องขอ เมื่อนั้นเราจะปราศจากอิสระภาพ ทั้งความคิดและการกระทำ***

***ช่วงนี้มี"ข่าวสำคัญ"ที่คนต้องซอกแซกหา ทำเอาบอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกันล่ม เพราะมีคนไปเขียนกระทู้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบุคคลสำคัญ อ้างว่าเป็นคนในแวดวงการแพทย์ ทำท่าว่ารู้ลึกรู้จริงรู้ว่าทีมแพทย์เป็นใคร ลึกตื้นหนาบางเป็นไง ทำเอาเวบซาบซึ้งฟ้าเดียวกันhttp://sameskyboard.com/ถึงกับล่มไปหลายวัน ทางทีมงานเลยต้องย้ายกระทู้สุดฮ็อตไปไว้อีกที่คือ http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=37667&st=0 (21ก.ย. 22ก.ย. 23ก.ย. 24ก.ย. 25ก.ย. 26ก.ย. 27ก.ย. 28ก.ย. 30ก.ย./1 30ก.ย./2 1ต.ค. 2ต.ค.) จะอ่านเอาเรื่อง หรืออ่านเอาขำๆก็ตามสะดวก แต่เข้าไปแล้วก็ช่วยเจ้าภาพเขาหน่อยที่มันล่มบ่อยเพราะไม่มีน้ำเลี้ยง อยากบริจาคช่วยชุมชนฟ้าเดียวกันก็หาเบอร์บัญชีบริจาคที่นี่จ้าhttp://sameskyboard.com/index.php?showtopic=38048***




***ข่าวบุญข่าวกุศลมั่ง พรุ่งนี้ออกพรรษาลาพระเจ้า จากนั้นก็เป็นหน้ากฐินสามัคคี คุณrider ขาประจำเวบบอร์ดประชาไทบอกบุญมา ขอเชิญทุกท่านร่วมกันเป้นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีเพื่อสมทุนสร้างวิหารจตุรมุข ทอด ณ วัดบางช้างเหนือ ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 52 ตั้งองค์กฐิน ณ ศาลาการเปรียญวัดบางช้างเหนือ วันเสาร์ที่ 10 ต.ค. 52 เวลา 08:00 น. รับเงินบริจาคติดพุ่ม เวลา 10:00 น. นำผ้ากฐินถวายในอุโบสถ เวลา 11:00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่อเป็นการฉลอง เวลา 12:00 น. เจ้าภาพกฐินทุกท่านร่วมรับประทานอาหาร งานนี้กุศลแรง**

***วันนี้ว่ากันพอหอมปากหอมคอ ความจริงยังเหลือข่าวฝาก ข่าวกิจกรรม ข่าวสังคมอีกเพียบ จะทยอยจัดไปวันละหน อย่าลืมครับพี่น้องเสื้อแดงท่านใดมีข่าวคราวกิจกรรม ความเึคลื่อนไหว นัดพบปะสังสรรค์ ข่าวสังคม งานบุญงานบวชงานสวดงานแต่ง ขึ้นบ้านใหม่ ขายรถเก่า ทำมาค้าขาย มีสินค้า บริการอะไรอยากประชาสัมพันธ์ อยากซื้ออยากขาย โฆษณาสารพัดบอกมาได้ หรือจะฝากตามหาญาติมิตรที่ห่างหายยังไงได้เสมอ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใดๆทั้งสิ้น หากมีรูปมีคลิปทั้งลับและไม่ลับก็แนบไฟล์มาด้วย แล้วแจ้งมาที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"เบอร์อีเมล์ thaienews@googlegroups.com หรือredseed1@gmail.com***


=+=นักข่าวชาวรากหญ้า=+=