WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 7, 2009

รู้ตัวเจ้าของรถ คาร์บอมบ์ จนท.เร่งควานหา

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37944

เจ้าหน้าที่รู้ตัวเจ้าของรถคาร์บอมบ์ เป็นหนุ่มปัตตานี เร่งควานหาตัวเพื่อขยายผล ขณะกล้องวงจรปิดเจ๊ง 5-6 ตัวเนื่องจากโดนฟ้าผ่า ส่วนเหยื่อระเบิด ตายเพิ่ม 1 ราย ...

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าร้านขายเครื่องสำอางนพรัตน์ ถนนเจริญเขต ตรงข้ามโรงแรมเมอลิน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วานนี้ ล่าสุด เมื่อเวลา 00.15 น.วันนี้ (7 ต.ค.) ร.ต.ท.วิรกิจ แก้วนวลจริง ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งมีผู้ป่วยจากเหตุระเบิดเข้ารับการรักษาและได้เสียชีวิตที่หอผู้ป่วยหนัก รพ.ศูนย์ยะลา จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวิทย์ เขียวไสว พงส.(สบ.3)รักษาการ รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าที่พิมพ์มือรุดไปสอบสวน พบผู้เสียชีวิต ชื่อ นางโนรุ่งชนะ แวนาแว อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/19 ซอย 9 ถนนทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เสียชีวิตอยู่บนเตียงในห้องไอซียู

นายแพทย์คทารัตน์ บุญนิธิพันธุ์ แพทย์เวรแจ้งว่าผู้ป่วยเสียโลหิตมาก ทำให้ความดันโลหิตลดจนเกิดอาการช็อก เบื้องต้น ทราบว่านางโนรุ่งชนะ แวนาแว เป็น 1 ในจำนวน 27 ราย ที่เป็นเหยื่อระเบิดคาร์บอมบ์หน้าโรงแรมเมอร์ลินสุไหงโก-ลก เมื่อตอนบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ถูกนำส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก แพทย์เยียวยาเบื้องต้นแล้วรีบส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลา กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว หลังชันสูตรได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปจัดการตามประเพณีต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบและเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พบว่า รถยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะ บรรทุกระเบิดแสวงเครื่อง ที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊ส หนัก 50 กิโลกรัม และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารแบบมือถือนั้น เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีบรอนส์ ทะเบียน กค-1204 ยะลา เลขเครื่องยนต์ 3A 26612-07972 เลขตัวรถ MRH3A2660T-A 07972 นั้น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ บริษัท จี.อี.แคปปิตอล ออโต้ลีส ส่วนผู้ครองครองคือ นายอับดุลการิม เจะมะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/2 หมู่ 4 ต.ละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้ พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลที่บริษัทดังกล่าว รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามตัวนายอับดุลการิม ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนขยายผล

นอกจากนี้ พ.ต.ท.มงคล บัวจันทร์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ยังได้เตรียมเรียกพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์มีจำนวนกว่า 10 คน ที่จำใบหน้ารูปพรรณของคนร้ายที่ขับรถยนต์เก๋งบรรทุกระเบิดแสวงเครื่องมาจอดเพื่อก่อวินาศกรรมในครั้งนี้มาให้ปากคำ ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่าส่วนใหญ่จดจำใบหน้าคนร้ายได้แม่นยำ ซึ่งมีด้วยกันไม่ต่ำกว่า 6 คน ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้ามาอย่างดี และในจำนวนคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ พยานบางคนยังเห็นเดินปะปนกับชาวบ้านมาสังเกตการณ์แถมใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพผลงานเอาไว้ด้วย

ในส่วนของพยานหลักฐานที่สำคัญที่อีกชิ้นหนึ่ง คือ ภาพโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตามเสาไฟฟ้าจุดเกิดเหตุ จำนวน 5-6 ตัวนั้น ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สุไหงโก-ลก ได้เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่า ส่วนใหญ่ใช้การไม่ได้ เนื่องจากถูกฟ้าผ่าช่วงฝนตกหนัก เมื่อ ประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่พยายามหาวงจรปิดที่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด เพื่อใช้ประกอบหลักฐานทางคดี

ส่วนเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า ยิงถล่มใส่ร้านอาหาร จำนวน 3 จุด และก่อนหลบหนีได้ใช้ระเบิดขว้างใส่ซ้ำ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชาวบ้านและเด็กเสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 13 ราย ขณะนี้ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สุไหงโก-ลก จำนวน 9 ราย อาการสาหัส 2 ราย คือ 1.นายอโณชา ถนัดกิจพาณิชย์ อายุ 25 ปี และ 2.จ.ส.ต.ประสิทธิชัย ชูพิฤทธิ์ อายุ 35 ปี

รวมบทกวีรำลึก 6 ตุลาฯ หน้ากำแพงประวัติศาสตร์ มธ.

ที่มา ประชาไท

6 ตุลาคม 2552 มีการจัดพิธีรำลึกถึงผู้สูญเสียในเหตุการณ์เหมือนเช่นทุกปี ในปีนี้เป็นไปอย่างเงียบๆ เรียบง่าย (เหมือนเช่นทุกปี ?) โดยพิธีกรรมในช่วงเช้ามีการอ่านบทกวี 3 ชิ้น คือ “6 ตุลา 2552” ของวัฒน์ วรรลยางกูร, “Red October” ของ ไม้หนึ่ง ก.กุนที, “หลับเถิด...หนุ่มสาวผู้บริสุทธิ์” ของ Homo erectus และ เพียงคำ ประดับความ ในนามของสมัชชาสังคมก้าวหน้า
6 ตุลาคม 2552
วัฒน์ วรรลยางกูร
เบื่อเต็มทีรำลึก 6 ตุลา
รำลึกว่า 30 ปี ไม่มีเปลี่ยน
รถถังยังโง่งงแล่นวงเวียน
ฉีกแล้วเขียนเขียนแล้วแก้โคตรพ่อโคตรแม่ – รัดทำมะนวย-
เลี่ยนจริงๆ รำลึก 14 ตุลา
เห็นลอยหน้าเกลื่อนกล่นวีรชนห่วยๆ
ด็อกต้งด็อกเต้อนักวิชการวิชากวย
เฮงซวยกอดเก้าอี้ไม่มีอุดมการณ์
เคยแลกชีวิตเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
กลับสิ้นสูญความจำทำอลหม่าน
หยามหมิ่นมหาชนเพ้อลนลาน
หนุนรัฐประหารหวังเป็นใหญ่เป็นโต
เลิกรำลึกได้แล้ว 6 ตุลา
อ้ายหัวโจกบงการฆ่ายังอ่าโอ่
ส่วนเพื่อนคนถูกฆ่าพาเลโล
แกล้งโง่ทำไม่รู้ใครเป็นใคร
เลือกอยู่ข้างฝ่ายชนะสิวะแน่
สู้ก็แพ้ประชาชนไม่เคยเป็นใหญ่
ไม่ว่าท้องฟ้าจะมีสีอะไร
แทงข้างไหนเมียไม่ด่าอย่าเขินอาย
รำลึกไปได้แค่งานเช็งเม้ง
ร้องบรรเลงเพลงกวีไม่มีความหมาย
เลิกร้องเพลงเปิบข้าว แสงดาวแห่งศรัทธา คนกับควาย
ดินสอโดมเดียวดายเหลืออาลัย
ดูสิ ประชาธิปไตยไทยมีชีวิตชีวา
โอ่เย...สื่ออเมริกาว่าไว้
คอมเมนต์การเมืองเรื่องไทยๆ
เยส...ออไรต์โคตรมีชีวิตชีวา
ฉีกรัฐธรรมนูญเกือบยี่สิบฉบับ
ขี้เกียจนับถ้วนทั่วกลัวเป็นบ้า
กลุ่มคนครึน่าเบื่ออยู่เหนือประชา
เลือกตั้งมาไม่ถูกใจแม่ง.. ไล่ทุกที
นักเลือกตั้งก็ตั้งตาหาทางรอด
ผลประโยชน์ใบ้บอดกอดเก้าอี้
หลักประชาธิปไตยยังไม่มี
นี่แหละชีวิตชีวาบ้าๆ บอๆ
เอาบ้างสิรัฐประหารโอบาม่า
จะได้มีชีวิตชีวาโรคติดต่อ
เดโมแครตเป็นงูเห่าเข้าพันคอ
ลับลึกก็มอแดนไอแคนเซย์
วันนี้ยังต้องรำลึก 6 ตุลา
คิดจริงจังอาจเป็นบ้าเหงาว้าเหว่
พูดความจริงถูกขังเข้าซังเต
พูดความเท็จถ่อยเท่เพื่อนวีรชน
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ไม้หนึ่ง ก.กุนที
การเช็งเม้ง และระลึกถึงผู้วายชนม์ในวาระครบรอบวันตายของพวกเขา หามีแก่นสารอยู่บ้าง ก็ตรงที่ทำให้เราจำขึ้นมาได้ว่า พวกเขาเป็นใคร ทำอะไรมา ตายยังไง และตายเพื่ออะไร
แต่ความรู้สึกแค่นี้ก็คงไม่ให้อะไรมากไปกว่างานเลี้ยงรุ่น งานรวมญาติ แล้วนำไปสู่ความอ่อนไหวทางจิต เหมือนดั่งบทกวีของตู้มู่ เขียนไว้ว่า
“ เทศกาลเช็งเหม็ง ฝนโปรยปราย
ผู้มาไหว้บรรพชน หัวใจสลาย
ถามหาสุรา อยู่ที่ใด
เด็กเลี้ยงวัวชี้ไป...ที่กระท่อมดอกเห็ด!
จบงาน พวกเราก็แห่กันไปเป็นกลุ่ม หรือแยกย้ายกันเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อกินอาหาร ดื่มเครื่องดื่มตามรสนิยม ในเสียงเพลงดราม่าเก่าๆ
มีกี่คนที่ระลึกอยู่เสมอถึงสาระหลักของงาน แก่นสารที่ว่าผู้ที่ตาย ตายเพื่ออะไร ความฝันใฝ่และเป้าหมายที่เขาตายเพื่อ บรรลุผลหรือยัง! และใครฆ่าเขา!
ผมกำลังพูดถึงการล้างแค้น และงานที่คั่งค้าง
เหตุการณ์ 6 ตุลาได้เผยโฉม อสูรกายหลักที่กัดกินสังคมไทยมาโดยตลอด
อสูรกายนี้แหละที่เข่นฆ่าวีรชนของเรา
อสูรกายนี้แหละที่ครอบงำสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และกระบวนการทางความคิดให้สับสนวุ่นวาย
ขณะนี้คนเป็นจำนวนมากได้เห็นพ้องกันแล้วว่า อสูรนี้เป็นปัญหาแห่งการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดเจน
วีรชน 6 ตุลา ตายเพื่ออะไร?
เขาตายเพื่อสังคมประชาธิปไตยที่เป็นจริง มิใช่หรือ
คนที่ฆ่าเขาคือใคร?
ก็คืออสูรร้ายที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยนั่นเอง!
ดูเหมือนว่าการงานอันคั่งค้างตั้งแต่ 77 ปีก่อน ที่หลอมรวมกันมาถึงปัจจุบัน ได้รวมศูนย์ปัญหามาอยู่ที่จุดเดียวกันทั้งสิ้น
ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือที่งานระลึก 6 ตุลาครั้งนี้จะยกระดับไปสู่การก่อขบวนคนยากครั้งสำคัญ ที่จะสะสางภารกิจที่เหลือของเพื่อผู้วายชนม์ให้เสร็จสิ้น เพื่อแผ่นดินประชาธิปไตยได้เป็นของปวงชนชาวไทยโดยสมบูรณ์
Red October
ผ่านตุลา มากี่ ตุลาแล้ว
ล่วงแนวแตก แหวกรบ ศพสหาย
ลับไปกับ ความฝัน เพริดพรรณพราย
ราษฎร ยึดครองได้ แค่สายลม
เราบุกบั่น บรรลุอีก ตุลาหนึ่ง
อึงคะนึง ราชดำเนิน จะถล่ม
เนิ่นนานถัก ทางทาส ทางระทม
เขาไม่ล้ม เราไม่รู้ อยู่อย่างไร
ประชาชน ทนทุกข์โต้ ชะตากรรม
ดาหน้านำ ประเทศสู่ ตุลาใหม่
ตีนที่กล้า ขาต้องก้าว ตัดทางไกล
สร้างรัฐไทย สิทธิสาธารณะ
เมื่อสังคม ทิ้งเปลือก เลือกเอาแก่น
ทั้งแผ่นดิน เดินเข้าถึง ซึ่งสัจจะ
หลังเศษปรัก หักพัง ซากปะทะ
พลเมือง วัฒนะ ใหม่ทั้งมวล
เพื่อประชาธิปไตยได้เป็นจริง
จงทิ้งเท็จ เอาแท้ ทุกภาคส่วน
มหาชน กระแสสูง ก่อขบวน
ใครคิดหวน คืนล้าหลัง พังทลาย
ผ่านตุลา มากี่ ตุลาแล้ว
ล่วงแนวแตก แหวกรบ ศพสหาย
ประวัติศาสตร์ ปลุกลุก แล้วเปล่าดาย
ผู้วางวาย ไม่ได้สู้ เพื่อสายลม
เราบุกบั่น บรรลุอีก ตุลาหนึ่ง
อึงคะนึง ราชดำเนิน จะถล่ม
ถนนทาส ต้องผุเปื่อย เป็นเลนตม
ทางระทม ต้องเปลี่ยนเป็น ถนนไท
ประชาชน ทนทุกข์โต้ ชะตากรรม
กำลังนำ ประเทศสู่ ตุลาใหม่
ตีนที่กล้า ขาต้องก้าว ตัดทางไกล
สร้างรัฐไทย สิทธิสาธารณะ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
หลับเถิด...หนุ่มสาวผู้บริสุทธิ์

Homo erectus และ เพียงคำ ประดับความ


หลับเถิด...หนุ่มสาว...ผู้บริสุทธิ์
ความเป็นไทย...คร่าฉุด...ชีวาเจ้า
6 ตุลา...นองน้ำตา...ฟ้าสีเทา
สังเวยแด่...อำนาจเก่า...สังคมไทย

ในนามแห่ง...ปฏิกิริยา...พวกขวาจัด
อุดมการณ์...นิยมกษัตริย์...โถมซัดใส่
ความเป็นคน...สูญสลาย...มลายไป
เพียงชั่วเหยี่ยว...กระหยับปีกไกว...ในเมฆา

ในนามแห่งความ...จงรักภักดี
มวลชนพร้อม...ยอมพลี...เพื่อการฆ่า
กระทิงแดง...นวพล...ใครบัญชา
สนองต่อ...สักการ์...คาเลือดคาว

กำแพงธรรม...แห่งศาสตร์...มิแกร่งพอ
มิต้านต่อ...การคลุ้มคลั่ง...ครั้งอื้อฉาว
ชาติราชา...นิยม...จึงยืนยาว
สามสิบสามปี...มิก้าว...พ้นขื่อคา

คือนิทาน...เรื่องเก่า...มาเล่าใหม่
คือตำนาน...พิฆาตซ้าย...ของฝ่ายขวา
คือเหลี่ยมเล่ห์...กลเกม...อำมาตยา
ตีตรวนตรา...ตอกตรึง...จึงดักดาน

หลับเถิด...หนุ่มสาว...ผู้บริสุทธิ์
ก้าวล่วงรุด...สู่ดินแดน...อันไพศาล
เราจะสืบ...ทอดต่อ...อุดมการณ์
มิยอมแหลก...มิยอมราญ...อีกต่อไป

หลับเถิด...หนุ่มสาว...ผู้บริสุทธิ์
ภายใต้การ...สิ้นสุด...แห่งยุคสมัย
ดื่มด่ำเถิด...ปีกฝัน...ขอบฟ้าไกล
เสรีภาพ...ประชาธิปไตย...อีกไม่นาน

ดื่มด่ำเถิด...ปีกฝัน...ขอบฟ้าไกล
เสรีภาพ...ประชาธิปไตย...อีกไม่นาน

หมายเหตุ - แก้ไขล่าสุด 11.20 น.(7 ตุลาคม 2552)

เพิ่มเติมบทกวีของไม้หนึ่งฯ บทที่ 5 ขออภัยในการตกหล่นมา ณ ที่นี้

อย่าพลาดหนัง Hitler โวยมาร์ค

ที่มา thaifreenews

ใครคือ Hitler เมืองไทย ใครคือมาร์คเมืองไทย
กับหนังตัวอย่าง เรื่อง

Hitler โวย...Clip มุกแป๊ก

หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงที่เป็นข่าว Base on The truth news.
ถ่ายทำโดย Ottosongs ฉายที่ Youtube.com



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมื่อวานนี้ เวลา 06:06:06 pm โดย TFN »

ยังจำได้ไหม

ที่มา thaifreenews

วิเคราะห์สรุปข่าวโดย ice angel

หลายๆ คนเขาทวงถามมาว่า ยังจำได้ไหม คุณสนธิ เคยพูดอะไรไว้ในอดีต

จากข่าวการได้รับเลือก ตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล
ด้วยคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคทั้งหมด 6,556 คน ลงคะแนนเลือกนายสนธิ
ให้เป็นหัวหน้าพรรคด้วยคะแนนถล่มถลาย 1,741 เสียง
งดออกเสียง 61 และบัตรเสีย 73 หุหุ อีกหลายพันเสียงหายไปไหน

การเลือกตำแหน่งหัวหน้าพรรค มันสำคัญไม่ใช่หรือ แต่ก็เอาเถอ ข่าวที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล
ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ในครั้งนี้ไปไปมามา
ไม่รู้ว่านายสนธิ จะออกมาพูดแก้เก้อ กันโดนรองเท้าตบหน้า คนถุยน้ำลายใส่หรือไม่

หรือในอนาคต นายสนธิ อาจจะออกมาพูดว่า
ผมไม่ได้อยากแต่พี่น้องเขาอยาก เหมือนที่มักพูดว่าประโคมข่าวว่า พวกผมไม่ได้ก่อการร้าย แต่ก่อการดี
ดูเอากับมัน แต่หลักฐานที่นายสนธิ หนีไม่พ้น ก็คงจะเป็นเรื่องในอดีตที่เคยพูดให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกับพิธีกร
นางสาว สโรชา ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของรายการข่าวภาคภาษาอังกฤษผ่านระบบดาวเทียม ด้วยหลักฐานที่ว่า
จากบทสัมภาษณ์ ที่ว่า

สโรชา - มารยาททางการเมืองต้องมีคำว่า ควรหรือไม่ควร

สนธิ - คือ คุณสโรชาและพ่อแม่พี่น้องที่นั่งอยู่ในที่นี้และนั่งอยู่ข้างนอก
วันนี้ผมอยู่ในสภาพที่ผมกลับไปเป็นนายสนธิคนเดิมไม่ได้แล้ว
ผมไปกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ครูบาอาจารย์เอาธรรมมาสอนผม บอกว่า
สนธิ ชีวิตคือความว่างเปล่าแต่ถ้าเราทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนแล้ว
ถึงตายก็คุ้มค่า ผมไม่ใช่คนไม่เคยทำความผิด คุณสโรชา 58 ปีที่ผ่านมานี้
ชั่วก็เคยทำ ผิดก็ไม่น้อย แต่ว่าอยากจะใช้ส่วนที่เหลือของชีวิตทำเพื่อชาติบ้านเมือง
ทำเพื่อประชาชนในฐานะที่เป็นสื่อ แต่เป็นสื่อคนละแบบที่มีอยู่ทุกวันนี้
คือเป็นสื่อที่ถึงตรงกับประชาชน ไม่ใช่สื่อซึ่งจะต้องไปนั่งกินข้าวกับนายกฯ
หรือไม่ใช่สื่อที่จะต้องไปพึ่งพาคนโน้นคนนี้

เพราะเดี๋ยวนี้ผมจะทำอะไรผมจะถามความเห็น
ผมจะทำข่าวผมต้องถามความเห็นประชาชนก่อนแล้ว เพราะว่าผมไม่ใช่นายสนธิคนเก่าอีกต่อไป

ผมถือโอกาสขอขมาลาโทษพ่อแม่พี่น้องทุกคนว่า
อดีตที่ผมเคยทำผิดพลาดอะไรไปถ้ามีการทำก็ขออภัย ขอขมา
แต่ว่าจากนี้เป็นต้นไปผมจะยึดถือบทบาทที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พูดอยู่ออกมาตลอดเวลา ว่า ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์แบบ
และประชาชนจะไม่มีปัญหา สังคมไทยจะไม่มีปัญหา ผมขอยึดถือตรงนี้

แล้วพ่อแม่พี่น้องประชาชน ตลอดจนคุณสโรชาด้วย จำเอาไว้
วันไหนในอนาคต ตราบจนกระทั่งผมตาย ถ้าผมไปรับตำแหน่งอะไรทางการเมือง
แล้วถ้าผมไม่ใช่สื่อมวลชนของท่านต่อไป เจอหน้าที่ไหน ถุยน้ำลายใส่หน้าผม ถอดรองเท้าตบหน้าผมได้ทันที


สโรชา - คุณสนธิยืนยันชัดเจน แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ

แจ้งข่าวสารความจริง โดย UDD Billy Thailand

ที่มา thaifreenews

สวัสดีครับ :"Thaifreenews cyber warrior": แจ้งข่าวสารความจริง
โดย UDD Billy Thailand
ที่มา Hi 5 Thaifreenews


- ข้ออ้างนายกฯ อภิสิทธิ์ ในการทำประชามติ ที่ต้องใช้งบประมาณเป็นพันล้านบาท

ว่าเป็นการให้ประชาชนตัดสินใจ หรือเป็นการลงทุนในการพัฒนาประชาธิปไตย
หรือแท้จริงเป็นการหวังผลทางการเมือง
เมื่อเทียบความคุ้มค่าดูแล้ว หากนำงบประมาณจำนวนนี้มาสร้างอาคารเรียน
เพื่อให้มีการศึกษาและเรียนรู้ ประชาธิปไตยจริงๆ สมมติอาคารเรียนหลังละ 2 ล้านบาท
ก็ได้ 500 หลังแล้ว ใช้งานได้อย่างน้อยก็ 20 ปี


- ตั้งองค์คณะถอดถอน ป.ป.ช. ทั้งคณะ 9 คน ออกจากตำแหน่ง

ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา มีวาระพิจารณาคำร้องที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย
ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา กรณีถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่ชี้มูลความผิดการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร
ปิดล้อมหน้า อาคารรัฐสภา มิชอบด้วยกฎหมาย ผิดวินัยร้ายแรง และกรณีมีมติไล่นายตำรวจออกจากราชการ


- อาการของคนกลัว "ท่านทักษิณ "

กลุ่มอำมาตย์ โดยรัฐ รวมถึงเหล่าทัพ ตั้งโฆษกพรรคแถลงรายวัน
ซึ่งได้ละเลยหน้าที่ประจำของตัวเอง หันมาสนใจเรื่องส่วนตัว ต่อรองและแบ่งผลประโยชน์
นอกเหนือจากนั้นทุกฝ่ายสร้างภาพให้ตัวเอง เอาความผิดให้คนอยู่ต่างประเทศ แล้วก็ตามล่าตามจับ
ไม่เป็นอันทำงานทำการ จนประเทศเกิดการทุจริต หลายโครงการ 3 ชายแดนภาคใต้เกิดเหตุร้ายแรง
อุบัติเหตุต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงอาจจะได้เสียดินแดนจากผลงานนายกษิตคนพาล

ซึ่งทำหน้าที่ได้สุดห่วย แต่กลัวจะหมดความชอบ เลยขุดคุ้ยแต่เรื่องท่านทักษิณเพื่อให้ตัวเองดูดี
กลบเกลื่อนผลงานตัวเอง

นายกษิตคนBa ! คงทำหน้าที่ได้แค่ การ สะ หมาน นะ ฉัน ( สมานแผลตัวเอง )


- ปิดท้ายข่าวนายสนธิ ประกันตัวคดีหมิ่นนายนพดล จะไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่

ในการประชุมการประชุมใหญ่สมาชิกพรรค วันที่ 6 ต.ค.นี้
หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนตนก็พร้อมที่จะทำหน้าที่

.............ก็ดีครับ ลงมาเล่นตามกรอบและกติกาในระบอบสภา ฯ อย่าเล่นแบบเห่า อ้างเฝ้าแผ่นดิน
เพราะตอนนี้ ท่านบิ๊กจิ๋ว ก็พร้อมแล้ว.. แต่ต้องระบอบประชาธิปไตย ไอ้การเมืองใหม่ ( อมาตยาธิปไตย ) ไม่เอาเฟ้ย...


- การลงประชามติ ทอดเวลาให้รัฐบาลอยู่ต่ออีกนาน

เหตุเพราะพรรคร่วมก็ยังไม่ต้องการที่จะให้ยุบสภาในตอนนี้ เนื่องจากกลัวจะสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้

รองบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งที่มีเม็ดเงินมหาศาล และโครงการต่างๆที่ยังไม่ได้เดินหน้า

.............ถ้าจะไม่ยุบและยังต้องยื้อ นายอภิสิทธิ์ ต้องลาออก ซึ่งจะทำให้รัฐบาลหายใจได้อีกเฮือกครับ !


- เมื่อ พล.อ.ชวลิต ทิ้งโซ่ข้อกลาง เพราะทนเห็นความไม่ยุติธรรม และสถาบันหลักสั่นคลอน !

เชื่อว่า พล.อ.ชวลิต ในเชิงวิสัยทัศน์ และบารมีแล้ว ต้องจับตาให้ดี พล.อ.ชวลิต ไม่ใช่คนไม่มีพรรคมีพวก ลำพังตัวท่านเองก็พอประมาณ ถึงเวลาที่.. ครูใหญ่ต้องลงมือปราบอนุบาลเด็กดื้อสักที

พล.อ.ชวลิต ได้กล่าวว่า.......

" ผม และหลายคนที่มาด้วยกันมีความตั้งใจที่จะกลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง เพราะทนเห็นประเทศชาติอยู่ในลักษณะนี้ไม่ได้อีกแล้ว เกิดความแตกแยกรุนแรง สถาบันหลักได้รับความกระทบกระเทือนมาก "

" ผมไม่ได้เลือกเข้ามาอยู่พรรคเพื่อไทย แต่คนส่วนใหญ่ทั้งคนยากจน ทหาร ตำรวจ พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เลือกให้ผมมาอยู่พรรคนี้ "

" ผมไม่ต้องการเข้ามาแก่งแย่งชิงดีแข่งขันกับใครที่มีอำนาจรับผิดชอบในบ้านเมืองนี้อยู่ แต่จะมาร่วมมือทำงานให้บ้านเมือง สิ่งที่ยึดเหนี่ยวอยู่ในหัวใจคือพระราชดำรัสพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่าประเทศชาติจะล่มจมแล้ว "

จากประสบการณ์สร้างความสมานฉันท์

1.ต้องให้เกียรติกับคู่ต่อสู้หรือคู่ขัดแย้งของเรา ถ้าไม่ให้เกียรติไปชี้หรือต่อว่าเขาเป็นคนทรยศ หักหลังแผ่นดินก็ไม่ต้องทำอะไรกัน
2.ต้องอโหสิกรรม ลืมเรื่องเก่า อโหสิกรรมได้แล้วจะเกิดความเข้าใจกัน
3.เปิดการเจรจาในลักษณะเข้าใจกัน แค่นี้ก็จบ


- ปรากฏการณ์ "นิพนธ์"ลาออก ! และเขาเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ อภิสิทธิ์

นอกจากความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร อีกหลายประเด็นที่เป็นมรสุมมาร์ค ผู้ด้อยประสบการณ์ ยังมี..

โครงการชุมชนพอเพียง หลังตรวจสอบพบว่ามีการนำสินค้าถูกไปเสนอขายให้กับชุมชนในราคาแพง แถมบางชุมชนยังได้สินค้าไม่ตรงกับความต้องการของชุมชน

โครงการไทยเข้มแข็ง เรื่องปูดจากการทุจริตของกระทรวงสาธารณสุข

..........พล.อ.เปรม เคยพร่ำอยู่เสมอว่าให้ทุกคนเสียสละเพื่อบ้านเมืองเสียสละเพื่อในหลวง และต่างๆ อีกมากมาย !
นี่ก็คงเป็นการเสียสละเงินภาษีของราษฎรให้กับพวกพ้องตัวเองอย่าง พธม.ในวันเกิดท่านที่ให้ช่องทีวี TAN
และประชาธิปปัตย์ ทุจริตโครงการจากเงินกู้มา รวมถึงโครงการ รถเมล์ NGV.ที่เคยค้านเอาเป็นเอาตายตอนที่เป็นฝ่ายค้าน

เราเห็นว่า ประชาชนที่ต้องการความเสียสละในเวลานี้คือ " ต้องการให้ พล.อ.เปรม เสียสละเพื่อบ้านเมืองเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต " โดยลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรีไปเสีย ทำให้เป็นตัวอย่างแก่คนอื่นๆ เชื่อว่าคนอื่นๆ จะเริ่มเสียสละตามมาอย่างที่ พล.อ.เปรมเรียกร้อง !


- ปิดท้ายข่าว ผลการเลือกตั้งนายกฯ เล็กเชียงใหม่ ทัศนัย ขวัญใจชาวเสื้อแดง

"ทัศนัย บูรณุปกรณ์ " คว้าชัยนำห่างแชมป์เก่า "ดร.แป้ง " ขาดลอย !
นี่ก็เป็นเหตุผลของรัฐบาล และพรรคร่วมที่ต้องเล่นเกม ยื้อเวลา เพราะรู้สถานการณ์ดีครับ

ย้อนรอยสมรภูมิเลือด7ตุลาทมิฬ..ใครทมิฬ?

ที่มา Thai E-News


การปะทะกันครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกยิงบาดเจ็บ 2 นาย นายหนึ่งโดนยิงเข้าที่ราวนมขวา อีกนายหนึ่งโดนที่ไหปลาร้าขวา ฉากใช้มีดกรีดเอาลูกกระสุนออกที่ผมเคยดูในหนัง ครั้งนี้ผมเลยได้เห็นสดๆ เพราะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้เนื่องจากประตูทางออกรัฐสภาถูกปิด


ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ฉบับวันที่ 11 ตุลาคม 2551



การสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงเหมือนน้ำมันราดกองไฟ พันธมิตรระดมคนจากทำเนียบมาสมทบ เปลี่ยนเป้าจากการปิดรัฐสภาไม่ให้เข้า เป็นการปิดล้อมรัฐสภาไม่ให้คนออก และครั้งนี้อารมณ์ของผู้ชุมนุมดูรุนแรง เพราะเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

11 โมง พันธมิตรระดมพลมาสมทบบริเวณประตู 2 จุดเดิม และผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่จนถอยร่นไปยังถนนพิชัยไปสุดที่สี่แยกพิชัย ฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย จุดนี้เกิดความรุนแรงขึ้นเช่นกัน

พันธมิตรใช้ด้ามธง ไม้หน้าสามและไม้กอล์ฟเป็นอาวุธ หลังสถานการณ์คลี่คลายพบเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกแทงด้วยด้ามธงเข้าที่ท้องทะลุปอด บาดเจ็บสาหัส 1 นาย


สกล ทองหมี นักข่าวสายการเมือง ระบุว่า เมื่อตามติดไปถึงแยกพิชัย รถตำรวจที่จอดอยู่ทุกคันยางแฟบหมด ถนนพิชัยถูกปิด ไม่ให้รถผ่านเข้าออก

นักข่าวที่ประจำตามจุดต่างๆ ดูข่าวและโทรศัพท์คุยกันตลอด ทำให้ทราบว่าสถานการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งวัน

บ่ายสี่โมงเย็น เจ้าหน้าที่เข้าสลายม็อบอีกรอบจากหน้าม.ราชภัฏสวนดุสิต ไล่มาที่แยกการเรือนและถนนอู่ทองใน เที่ยวนี้ไม่ใช่แค่แก๊สน้ำตา แต่มีการยิงกระสุนยางพร้อมๆ กันอย่างต่อเนื่อง จนผู้ชุมนุมถอยร่นไปถึงหน้าเขาดิน

ขณะที่รถพยาบาลและอาสาสมัครพยาบาลลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่เป็นแผลฉีกขาดทั้งบริเวณแขนขา และตามลำตัว ที่ตั้งข้อสงสัยกันว่าแก๊สน้ำตาไม่น่าจะมีอานุภาพร้ายแรงขนาดนั้น

เท่าที่ผมสังเกตดูเมื่อเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาตกลงบนกองขวดน้ำ แพ็กขวดน้ำจะแตกกระจาย

นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยแก๊สน้ำตาลงท่อระบายน้ำ ผู้ชุมนุมต้องนำขวดและผืนผ้าพลาสติกที่รองนั่งมาอุด เพราะพันธมิตรปิดล้อมไม่ให้คนในรัฐสภาออก เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจสลายการชุมนุมในจุดนี้อีกครั้ง

ช่วง 5 โมงเย็น ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ระดมยิงแก๊สน้ำตา มีระเบิดขวด 2 ลูกขว้างเข้ามาในกลุ่มเจ้าหน้าที่และมีเสียงปืนดังติดๆ กัน 6 นัด เจ้าหน้าที่วิ่งหนีกระเจิงเข้ามาที่ประตู 2 และล็อกประตู


การปะทะกันครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกยิงบาดเจ็บ 2 นาย นายหนึ่งโดนยิงเข้าที่ราวนมขวา อีกนายหนึ่งโดนที่ไหปลาร้าขวา ฉากใช้มีดกรีดเอาลูกกระสุนออกที่ผมเคยดูในหนัง ครั้งนี้ผมเลยได้เห็นสดๆ เพราะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้เนื่องจากประตูทางออกรัฐสภาถูกปิด

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังระดมยิงลูกแก้ว หัวนอตเข้ามาด้านในรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง

นายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. ที่ประชุมเสร็จถูกกักในรัฐสภา

สุมณฑา บุญคุ้ม นักข่าวสายทำเนียบ เล่าว่า ตอนแรกแค่ลือกันว่า นายกฯ และคณะ ประกอบด้วย ลูกสาว - ชินณิชา อ.ชูศักดิ์ ศิรินิล นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เลขาฯ ส่วนตัว พร้อมรปภ.อีก 1 นาย ปีนรั้วออกทางด้านหลังรัฐสภาไปที่พระที่นั่งวิมานเมฆ

เช็กจนรู้ว่าเป็นข่าวจริง แต่นายกฯ ก็ไปติดอยู่ที่พระที่นั่งวิมานเมฆ นาน 2 ช.ม. กว่าจะมี ฮ. มารับไปประชุมที่กองทัพไทย

นุเทพ สารภิรมย์ นักข่าวสายการเมือง เล่าว่า ช่วงที่ ฮ. เข้าไปรับนายกฯ และคณะที่ปีนรั้วหลบออกจากรัฐสภาเข้าไปในพระที่นั่งวิมานเมฆ มีสื่อมวลชนและผู้ชุมนุมปีนขึ้นไปบนหลังคาป้ายรถเมล์ที่อยู่ติดกับกำแพงของพระที่นั่ง เพื่อดูว่า ฮ. มารับใคร โดยประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้ตะโกนด่า บ้างก็ขว้างปาสิ่งของขึ้นไปในอากาศ

พันธมิตรส่วนหนึ่งวิ่งกรูเข้าไปยังหน้าประตูทางเข้า ขอให้เปิดประตู ก่อนที่แกนนำพันธมิตรจะมาเจรจาให้ยุติ

อภิมาศ พงษ์ไพบูลย์ ที่ทำข่าวในห้องประชุมแถลงนโยบาย เล่าว่า การประชุมเป็นไปอย่างทุลักทุเลเพราะถูกตัดไฟ แถมมีเวลาจำกัดจำเขี่ยแค่ 7 ชั่วโมง แต่แถลงจริงแค่ 2 ชั่วโมง มีเสียงด่าทอ เสียงตู้มๆ ต้ามๆ จากภายนอกดังลอดเข้ามาเป็นระยะ

ปิดประชุมเกือบบ่ายโมง รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. รีบออกจากทำเนียบ รถหรูราคาแพง รถนำขบวนนายกฯ และครม. ต่อแถวยาวเหยียด แต่ติดแหง็ก ก่อนจะจอดรถลงมาสังเกตการณ์อยู่หน้าอาคารรัฐสภาและตึกวุฒิ หลายคนถอดสูท เก็บบัตรสมาชิกรัฐสภาทำตัวกลมกลืนไปกับข้าราชการจะได้ไม่เตะตาม็อบ แรกๆ ก็ยังคุยกันเอิ๊กอ๊าก แต่รอนานเข้าพากันเครียด

ศันสนีย์ โตสวน นักข่าวการเมืองอีกคนเสริมว่า ระหว่างประชุมมีเสียงด่าทอรัฐบาล ทั้งฟากรัฐบาล พรรคร่วม ที่กำลังประชุม ก้นร้อนนั่งกันไม่ติด ต้องขอเวลานอกออกมาสังเกตการณ์บริเวณชั้นลอย และด้านล่างอาคารรัฐสภา 1 ขณะที่ส.ส.ฮาร์ดคอร์บางคน ขอไปสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เดินลงไปมองชัดๆ ถึงรั้วด้านหน้าถนนอู่ทอง

ระหว่างที่ถูกกักตัว รัฐมนตรี ส.ส. ข้าราชการ นักข่าว หลายร้อยชีวิต ต้องหิ้วท้อง ส.ส.บางคนเตรียมพร้อมทั้งมาสก์ปิดจมูก ผ้าเช็ดหน้าพร้อมน้ำเปล่า รับมือแก๊สน้ำตา เพราะมีประสบการณ์มาก่อน พร้อมจับกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์เป็นฉากๆ ขณะที่ส.ส.หญิงออกอาการวิตกเห็นได้ชัด


เมื่อรู้ข่าวนายกฯ หนีขึ้น ฮ. หลบออกไปแล้ว บรรดาส.ส.จึงตัดสินใจหาช่องทางออกไปจากสภาเช่นกัน โดยออกไปด้านหลังอาคารรัฐสภา 3 เพื่อปีนข้ามไปสู่บริเวณพระที่นั่งวิมานเมฆ

ส.ส.พลังประชาชน ชุดแรกทำหน้าที่นำร่องปีนข้ามไปก่อน ตามมาด้วย นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา รัฐมนตรี ข้าราชการ ที่กระหืดกระหอบ ทยอยกันปีนป่ายข้ามกำแพงที่สูงเกือบ 2 เมตรไปได้อย่างทุลักทุเล เพราะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ในสภาจะรุนแรงถึงขั้นใด

อรุณวดี แสนวิเศษ นักข่าวที่โดนกักอยู่ในรัฐสภา เล่าว่า ลูกน้องของรัฐมนตรีหลายคนหาช่องทางออกให้นาย ก่อนทยอยไปปีนกำแพงด้านหลังที่ติดกับพระที่นั่งวิมานเมฆ เพราะทราบว่าเจ้าหน้าที่ทางนั้นอนุญาตให้ปีนข้ามไปได้ หลายคนเลยกระปรี้กระเปร่าขึ้น ปีนข้ามไปโดยไม่หวั่นว่าตัวเองใส่กระโปรง สูงอายุ หรือขาเจ็บ

เป็นวันแห่งความเศร้าสลดที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์จะต้องจดจำไปอีกนาน

หน้าด้าน!ทรชนดื้อตาใส โมเมเป็นวีรชนเดือนตุลา ทั้งที่สหพันธ์นักศึกษาฮือต้านให้เลิกอ้าง

ที่มา Thai E-News


โมเมชั่น-เวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตรโหมโฆษณาชวนเชื่อมาหลายวันเรื่องจัดงาน"๗ตุลารำลึกวีรชน"

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 ตุลาคม 2552

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และองค์กรแนวร่วมนักศึกษา ได้ออกแถลงการณ์ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ไม่ยอมรับการก่อความรุนแรงของพันธมิตรว่าเป็นวีรกรรมเดือนตุลา ไม่ยอมรับการบิดเบือนแอบอ้างให้เป็นวีรชน เพราะพันธมิตรทำในสิ่งที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของวีรชนเดือนตุลา ดังแถลงการณ์ดังต่อไปนี้


แถลงการณ์
เครือข่ายนิสิตนักศึกษาผู้ห่วงใยในประชาธิปไตย



เนื่องจากสถานการณ์การปะทะกันเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เป็นที่น่าเป็นห่วงแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐตามระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง

การชุมนุมเรียกร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตามกระบวนการของกฏหมายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย หากแต่ทว่าต้องอยู่ในขอบเขตของการแสดงออกทางความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง ซึ่งกรณีการปิดล้อมรัฐสภาที่กำลังจะทำหน้าที่ตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่ได้ดำเนินไปได้โดยปกตินั้น เป็นการกระทำที่เกินกว่าขอบเขตของการชุมนุม และเป็นการยั่วยุอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นความรุนแรงจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้สถานการณ์มีความคลี่คลายในระดับหนึ่ง การใช้แก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมจึงมีความจำเป็นไม่เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เนื่องจากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต้องการเย้ยหยันอำนาจรัฐและละเมิดกฎหมาย โดยการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่าต้องปฏิบัติ อันได้แก่การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และยังบุกรุกสถานที่ราชการอย่างอุกอาจเสมอมา แต่ทั้งนี้การกระทำของรัฐต้องตราบที่ไม่เป็นการใช้มากเกินกว่าเหตุโดยจงใจให้มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต

ซึ่งกรณีของการมีการใช้ระเบิดซึ่งมีเศษแก้วยังเป็นที่คลุมเครือไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ใช้กันแน่จึงเป็นการสมควรที่ทางการและผู้เกี่ยวข้องจะต้องออกมาตรวจสอบโดยเร็วที่สุด การที่มีตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเสาปลายธงแทงก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าความรุน
แรงได้ถูกใช้อย่างไร้สติแล้วในที่สุด

เพื่อการคลี่คลายสถานการณ์ให้เป็นไปได้โดยดีต่อทั้งระบอบประชาธิปไตยและความปลอดภัยต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราขอเรียกร้องดังนี้

๑.ขอให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ใช้สติทบทวนตนเองและแนวทางที่ตนเองทำ และยุติการปิดล้อมรัฐสภา เพื่อให้สถานการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรงมีความคลี่คลายลงมาในระดับที่เหมาะสม

๒.ขอให้รัฐบาลมีการตรวจสอบการใช้กำลังทั้งของกลุ่มพันธมิตรฯ และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ให้ละเอียดแน่ชัด โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรกลาง เพื่อความชัดเจนและการหาคนผิดมาลงโทษได้โดยกระบวนการยุติธรรม

๓.ทั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงการเคารพกฎหมายบ้านเมือง ขอเรียกร้องให้แกนนำการชุมนุมที่ผ่านมาทุกฝ่ายเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามหลักการอารยะขัดขืนที่ผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายยกขึ้นอ้าง

๔.ขอให้มีการเจรจากันจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและรัฐบาล เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ยุติธรรมที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย

๕.ในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีการแอบอ้างเหตุการณ์เดือนตุลาฯ ในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยมาใช้ เราขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว เนื่องจากประวัติศาสตร์เดือนตุลาฯ คือการเคลื่อนไหวของประชาชนที่เป็นการเรียกร้องภายในหลักการของกฏหมายอย่างแท้จริง ไม่ใช่โดยใช้กำลังหักหาญช่วงชิงอย่างดื้อรั้น และเป็นการอยู่ภายใต้การเคารพเสียงของคนส่วนใหญ่อย่างยิ่ง ซึ่งผิดกับสิ่งที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังทำอยู่


๖.ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โปรดใช้สติปชัญญะไตร่ตรองด้วยเหตุและผลในการที่จะเข้าร่วมการชุมนุม ว่าแนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯ ถูกต้องเหมาะสม และสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยหรือไม่ โดยเฉพาะบรรดานิสิต นักศึกษา ซึ่งสามารถใช้เป็นข้ออ้างว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ได้

๗.เพื่อพิสูจน์ความเคารพในเสียงของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยจริง เราขอเรียกร้องให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งพรรคการเมือง ลงหาเสียงและให้การศึกษาแก่ประชาชนตามวิธีการประชาธิปไตย และลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าแนวทางพันธมิตรถูกต้องแน่ชัดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการกระทำที่น่าชื่นชมว่ามีความเคารพในเสียงประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

๘.ขอคัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบ เช่น การรัฐประหาร หรือการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ไม่ว่าจะด้วยโดยอำนาจของผู้ใด เพราะขัดต่อหลักการประชาธิปไตย และเป็นการแทรกแซงทางการเมืองที่ไม่อาจหาความชอบธรรมได้ไม่ว่าในมุมใดๆ

เรามีความคาดหวังว่าสถานการณ์จะมีการคลี่คลายไปได้โดยดี โดยที่ทุกคนจะสามารถใช้สติสัมปชัญญะ ความคิดกันอย่างมีเหตุผล คำนึงและเคารพในเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ และการพัฒนาตามรูปแบบประชาธิปไตยให้ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมและกรอบของกฏหมาย


ด้วยความสมานฉันท์และความห่วงใยต่อประชาธิปไตยไทย
๗ ตุลาคม ๒๕๕๑



ทั้งนี้โดยรายนามดังต่อไปนี้


เสียงส่วนหนึ่งในองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
ฝ่ายการเมือง องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ชมรมนักสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลุ่มราษฎรเดินนำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อภิสิทธิ์-พันธมิตร ... สองมาตรฐานที่มีจริง ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา Thai E-News

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




วันนี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอปิดถนน ปิดลานพระบรมรูปทรงม้า จัดงานรำลึกเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.2551

เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยรองผบช.น.ฝ่ายจราจร อนุมัติให้เป็นที่เรียบร้อย

รัฐบาลไม่มีการเรียกประชุม ครม. ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง หรือสั่งระดมกำลังทหาร ลากลวดหนาม และยุทโธปกรณ์ เหมือนกับกรณีอีกม็อบจัดชุมนุม

สำหรับเหตุการณ์วันดังกล่าว เมื่อปีที่แล้ว มีการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ ที่มีการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อขึ้น

แต่ก็ได้รับการประทับตราความชอบธรรมไปแล้วในเบื้องต้น

เมื่อป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทั้งทางด้านอาญาและวินัยร้ายแรงแก่อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรองนายกฯ อดีตผบ.ตร.และอดีตผบช.น. ในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนอีกจำนวนมาก ที่กังขากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ายังมีข้อเท็จจริงอีกด้านหรือไม่

สำหรับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่งัดหลักการวันละสามเวลา พูดคำเท่ทุกครั้งว่าทุกคนต้องเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไรก็ตาม

แต่คดียึดทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผ่านมาจะครบปีแล้ว กลับเดินหน้าไปอย่างช้าๆ

แกนนำหลายคนก็เพิ่งจะเข้ามอบตัวเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนคดียึดสนามบินนานาชาติ ซึ่งเจอข้อกล่าวหาหนักถึงขั้นก่อการร้าย ก็เพิ่งจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2

หลังเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนมาหลายครั้ง

สะท้อนว่าการปฏิบัติสองมาตรฐานมีจริง ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

แกนนำม็อบแรงงานเสื้อชั้นใน ชุมนุมปิดถนนโดนหมายจับทันควัน

แกนนำเสื้อแดงถูกไล่ล่าออกหมายจับ ถูกเรียกตัวไปดำเนินคดีคนแล้วคนเล่า

แต่แกนนำพันธมิตรยังอยู่สบายดี ด้วยการไม่ยอมรับ ข้อกล่าวหาอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ยังประวิงเวลา ยื้อสถานการณ์ ด้วยการไม่ยอมแต่งตั้งผู้นำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประโยชน์บางอย่าง

การใช้กฎหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่

ชาวบ้านไม่ได้กินแกลบ

นายกรัฐมนตรี บรรดารัฐมนตรี รวมถึงส.ส.ประชาธิปัตย์จำนวนมาก แห่กันไปร่วมเปิดสถานีโทรทัศน์ สื่อของแกนนำพันธมิตรบางคนอย่างเอิกเกริก ออกหน้าออกตา

ทำให้ย้อนนึกถึงคำพูดแกนนำพันธมิตรบางคน ที่ปรามาสพรรคประชาธิปัตย์ว่าถ้าไม่มีพันธมิตร ชาติหน้า ก็ไม่มีทางได้เป็นรัฐบาล

จึงต้องตอบแทน ทดแทนบุญคุณเป็นการใหญ่

นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งมีปัญหาพูดจาหยาบคายกับผู้นำเพื่อนบ้าน ได้บำเหน็จเก้าอี้รมว.ต่างประเทศ

แต่พอกรณีคลิปมาเป็นข่าวอีกครั้ง ก็กลายเป็นว่าไม่ รักชาติ

ทั้งๆ ที่เป็นข้อเท็จจริง เกิดขึ้นมาก่อน

และแพร่หลายมานานแล้ว!!

พฤติกรรมเด็กเกเร ของคนที่เรียกตัวเองว่า นายกรัฐมนตรี !!!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ วงศ์ ตาวัน
ที่มา เวบไซต์ ข่าวสด
7 ตุลาคม 2552

นักการเมืองในยามไร้อำนาจวาสนา มักพูดจาอยู่ในหลักการ ยึดมั่นในจิตวิญญาณประชาธิปไตยอย่างสูงยิ่ง

แต่เปลี่ยนฐานะเมื่อไร มีอำนาจเต็มมือวันใด คำว่า ผมมีอำนาจตามกฎหมาย มักจะมาแทนที่เสรีภาพข้อมูลข่าวสาร และความคิดเห็นของผู้อื่น

นักข่าวหลายคน รู้สึกถูกหมิ่นแคลน กับคำพูดคำจาของนายกรัฐมนตรี ที่ใช้ในการตอบโต้คำถาม

โดยเมื่อถามถึงกรณีนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ลาออกจากเลขาธิการนายกฯ

ถามถึงกรณีนายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ลาออกจากการเป็นกรรมการก.ต.ช.

นอกจากจะไม่ยอมตอบด้วยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาแล้ว กลับย้อนใส่นักข่าวว่า มีคนขยันให้ข่าวจริง!?!

ทั้งที่ประเด็นอยู่ที่ว่า เรื่องลาออกของคนเหล่านี้ เป็นความจริงหรือไม่จริง

แล้วสุดท้ายผ่านไปหลายวัน นายกฯ จึงยอมรับว่า เป็นเรื่องจริงทั้งสองราย

ไม่รู้ทำไม นายกฯ จึงรู้ช้าจัง ตอบช้าจัง

ส่วนประเด็นที่ว่า ทำไมนักข่าวจึงรู้ได้เร็วและเสนอข่าวได้ฉับไว อันนั้นเป็นกระบวนการทำงานของสื่อสารมวลชน นักข่าวย่อมต้องมีแหล่งข่าว เมื่อได้ข่าวแล้ว เขาย่อมต้องตรวจสอบก่อนนำเสนอ

จะมีคนขยันให้ข่าว อย่างที่นายกฯ กล่าวอ้างหรือไม่นั้น ไม่ว่าจะอย่างไร นักข่าวเขามีกระบวนการตรวจสอบ

ถ้ามีคนกุข่าวแล้วไม่ตรวจสอบก่อน อันนั้นแหละเป็นเหยื่อข่าวปล่อย!?

กรณีนายนิพนธ์และนายปิยพันธุ์ มีการกลั่นกรองแล้วว่า เป็นข่าวจริงแท้ จึงนำเสนอไป

สุดท้ายก็พิสูจน์แล้วว่า ข่าวทั้งสองนี้ถูกต้องแม่นยำ

คล้ายๆ กับพฤติกรรมที่พบกันบ่อยๆ ในทั่วทั้งสังคม เมื่อมีการตรวจพบว่า เกิดเรื่องผิดปกติขึ้น แล้วเรียกคนที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบมาสอบถาม มักจะได้คำตอบโดยอัตโนมัติว่า ใครนะช่างฟ้อง!!

แทนที่จะตอบว่า จริงหรือไม่จริง กลับพยายามถามหาว่า ใครเป็นคนเอาข้อมูลมาบอก

เป็นวิธีการของเด็กเกเร ที่มักได้ประสบพบกันบ่อยๆ

แต่ถ้าเป็นบุคคลระดับรับผิดชอบประเทศชาติ คงไม่ดีแน่

อีกทั้งเมื่อนักข่าวถามถึงสาเหตุแห่งการลาออกยังตอบอีกว่า ไม่เกี่ยวกับปัญหาแต่งตั้ง ผบ.ตร.!

จากใจจริงของคนไทยที่อยู่ในต่างแดน !!!

ที่มา Thai E-News


โดย คุณนักรบเพื่อเสรีภาพ
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
7 ตุลาคม 2552

ให้สงสัยพรรคการเมืองใหม่จัง ทำไมได้สิทธิ์พิเศษอะไรถึงตั้งพรรคได้?

ธรรมดาแล้ว คนที่ก่อความวุ่นวายให้ประเทศเสียหาย ขนาดยึดสถานที่ราชการ ยึดสนามบินนานาชาติ เป็นคนที่มีคดีติดตัว กฏหมายในต่างประเทศ ไม่อนุญาตให้ตั้งพรรคการเมืองใดๆ

ดูอย่างประเทศเยอรมนี ไม่อนุญาตให้ตั้งพรรคนาซี อนุญาตให้ฝ่ายซ้ายตั้งพรรคได้ แต่ก็ไม่มีคนนิยมเลือกแพ้ตลอดเวลา

กฏหมายไทยอนุญาตเฉยเลย แถมเลือกหัวหน้าพรรคให้ขึ้นมาบริหารอย่างโจ่งครึ่ม โดยไม่มีสุนัขหน้าไหนเห่าหอนทักท้วง เงียบเป็นเป่าสาก

นี่ถ้าลองเป็นของฝ่ายเสื้อแดงกระทำ พวกสุนัขทั้งหลายเห่าหอนเป็นทอดๆ ต่อต้านกันให้เกรียว

ประเทศไทย ยิ่งนับวันยิ่งมีอะไรพิเรนทร์เข้าทุกวัน เรามาดูความระยำกันต่อไปว่า วันนี้ พรุ่งนี้ พวกระยำจะทำอะไรกันอีก เพราะบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป ไม่มีใครเกรงกลัวใคร ทหารตำรวจมีใว้ใช้เฉพาะกิจ ประชาชนไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากคนพวกนี้ นอกจากลูกปืน

จะเห็นได้จากการกระทำที่ผ่านมา ดังนั้น ทุกวันนี้ประชาชนต้องพึ่งตัวเอง พึ่งคนพวกนี้ไม่ได้ เขาไม่ใช่พวกเรา ดีไม่ดี เขาลั่นกระสุนฆ่าเราดังเช่นผักปลาได้ง่ายๆ สมัยนี้ใว้ใจไม่ได้แล้ว

ทหารไม่ใช่รั้วของชาติเหมือนสมัยก่อน ทหารสมัยนี้ เห็นประชาชนเป็นศัตรู หากเขาเห็นประชาชนเป็นมิตรเขาคงไม่ลั่นกระสุนฆ่าพวกเรา

ส่วนตำรวจสมัยก่อน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ จับโจรผู้ร้าย ดูแลความทุกข์สุขของประชาชน

ณ บัดนี้ ตำรวจไทยถูกเปลี่ยนระบบ ให้โจรจับตำรวจแทน ให้โจรขับรถทับตำรวจปางตาย ห้ามตำรวจมีอาวุธติดมือ แต่โจรเหลืองมีอาวุธครบมือ

วันนี้ที่ 7 ตุลาคม ผลงานดีเด่นที่เห็นตำรวจไทยถูกโจรเหลืองทำร้ายอาการสาหัส เพราะมีคนสั่งไม่ให้ตำรวจถืออาวุธเข้าสู้โจรเหลือง ให้ใช้มือเปล่าสู้โจร

แล้วเป็นอย่างไร ผลที่ออกมาตำรวจเจ็บระนาว นักรบเองยังส่งเงินมาช่วยเหลือตำรวจไทย ในนามคนไทยในสหภาพยุโรปร่วมกับคนไทยในอเมริกา โดยให้คุณแมวอ้วนอ้วนแห่งไทยฟรีนิวส์เป็นตัวแทน

นี่คือเรื่องจริง สอบถามไปได้ที่เว็บไทยฟรีนิวส์ ฉะนั้นสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย คนไทยที่อยู่ยังต่างประเทศไม่ได้นิ่งเฉย ต่างช่วยเหลือเท่าที่สามารถช่วยได้

เพราะพวกเรา ไม่อยากเห็นบ้านเมืองต้องวุ่นวายเดือดร้อน ระส่ำระสาย

พี่น้องในไทยเจ็บ พวกเราที่นี่ก็เจ็บเช่นกัน เพราะพวกเราคือคนไทยสายเลือดสีแดงเช่นกัน แม้จะอยู่ยังต่างประเทศ แต่ก็ไม่ลืมเลือดไทยที่เข้มข้น และยึดถือความเป็นคนไทยชั่วนิรันดร...