WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 7, 2009

พม่า 2 ล้านบุก!! ไทย-พม่า จับมือ ‘เช็ค’ ขุนพล

ที่มา บางกอกทูเดย์

สมานฉันท์ข้ามแดน มา“รักประเทศไทย” กันเป็นแถวกระจายกำลังฝังตัวอยู่กับคนไทยหางานทำในไทย ได้เงินไทย แต่ส่งกลับไปพม่า...แรงงานไทยหลายราย “ตกงาน”เซ่นเศรษฐกิจ..พอๆ กับพม่าที่โดนแรงเหวี่ยงจากพิษเศรษฐกิจ แถมพิษการเมืองที่รู้กันดีว่า “พม่ามีผู้นำเอาแต่ใจขั้นเทพ”..จนปลิวว่อนมาพึ่งบารมีดินแดนสยาม..โรงงานหลายแห่งเลือกปิดกิจการก่อนบานปลายกลายเป็น “ล้มละลาย”อนิจจา สับสนชะมัด!! รัฐบาลบอกโอเคมันยอดเยี่ยมแต่ล้วงกระเป๋าสตางค์ทีไรมัน “ขัดแย้ง” กับรัฐบาลทุกที..เอวัง!! บ่นซะยาวแต่ไม่ใช่เรื่องที่จะเขียนพม่าลักลอบเข้าเมือง!  เรื่องนี้ต่างหากที่จะต้อง “หยิบ” มา “กระตุกขารัฐบาล” กันสักหน่อยปัญหาพม่าลักลอบเข้าไทย มีผลถึงความมั่นคงของประเทศ..นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการค้ามนุษย์โดยมีประเทศไทยเป็นเส้นทางการส่งออก อีกทั้งยังเป็นการเอื้อให้กลุ่มคนที่แสวงหาผลประโยชน์จากผู้อพยพกอบโกยรายได้เข้าพกเข้าหาอย่างน่าเสียดายพม่าลักลอบเข้าเมือง เป็นปัญหาที่รัฐบาลพยายามหาวิธีแก้ไข แต่ต้อง“ล่ม” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ รัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงถี่ยิบ..อดีต  พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
เคยนำทีมลงพื้นที่แก้ปัญหา “พม่าลักลอบเข้าเมือง” ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าการลงพื้นที่ครั้งนั้นเป็นการ “ปูทาง”ให้เกิดการ “ปฏิบัติ” ในเวลาต่อมากระตุกขา

นายกฯ  ปัจจุบันนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่อง “พม่าบุก”ว่า ไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาภูมิภาคเช่น การริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (บิมสเทค) และยุทธศาสตร์เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มนํ้าอิรวดี เจ้าพระยา และแม่นํ้าโขง(แอคเมคส์) เพราะเชื่อว่าจะช่วยแก้ไขผลกระทบจากการอพยพผิดกฎหมายได้สำหรับนโยบายของไทยต่อผู้อพยพนั้น รัฐบาลได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและโครงสร้างการบริหาร โดยทำให้ผู้ลักลอบเหล่านี้มีสถานภาพถูกกฎหมายนโยบายดังกล่าว!กรมการจัดหางานคือผู้รับผิดชอบ!!!นายจีรศักดิ์สุคนธชาติอธิบดีกรมการจัดหางาน ได้ดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงให้สอดรับกับการพิสูจน์สัญชาติ ประกอบด้วยลาว กัมพูชา และพม่าโดยเฉพาะพม่า ซึ่งมีสถิติระบุว่าพม่าทะลักเข้าไทยโดยผิดกฎหมายมากที่สุดประมาณ 2-3 ล้านคน(เท่าที่จับได้) แต่ไทยมีช่องทางในการพิสูจน์สัญชาติเพียง 3 จุด กรมการจัดหางานจึงเพิ่มช่องทางในการพิสูจน์สัญชาติโดยเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการพิสูจน์สัญชาติด้วย ภายใต้การเรียกเก็บค่าบริการที่กรมการจัดหางานเห็นสมควร ทั้งนี้ถือเป็นการสกัดช่องทางทำกินของนายหน้าผิดกฎหมาย10–13 ตุลาคม จะมีการประชุมร่วมกับทางการพม่า เพื่อหาทางออกในการพิสูจน์สัญชาติอันนำมาซึ่งการแก้ปัญหา “ลักลอบเข้าเมือง”ภายหลังการประชุม ก้าวของการแก้ปัญหา “พม่าลักลอบเข้าเมือง”คงจะประสบความสำเร็จ...การนำเข้าแรงงานและการเชื่อมโยงทางธุรกิจคงฉลุย! 

เปิดพิมพ์เขียว กฎหมายคุมม็อบ

ที่มา บางกอกทูเดย์

แม้จะช้าไปหน่อย สำหรับการเสนอกฎหมายเพื่อควบคุมการชุมนุม หรือคุมม็อบ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจนับตั้งแต่ผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ ที่เป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ผู้ปฏิบัติควบคุมฝูงชน เป็นผู้เสนอกฎหมายเข้าสู่ ครม.เอง หลังจากที่ก่อนหน้าที่ “ตำรวจ” กลายเป็นจำเลยเมื่อเข้าสลายม็อบ โดยเฉพาะกรณีสลายการชุมนุม 7 ตุลาฯ 51ขณะเดียวกันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา “ตำรวจ” ต้องเผชิญกับม็อบทั้งสีเหลืองและสีแดง แต่กฎหมายบางฉบับไม่ได้คุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐ“บางกอกทูเดย์” ได้เปิดพิมพ์เขียว ร่างกฎหมายฉบับนี้ว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง กฎหมายฉบับนี้ มีชื่อว่า“พระราชบัญญัติควบคุมการชุมนุมสาธารณะ”มีสาระสำคัญคือ ให้นายกรัฐมนตรี รักษาการตามมาตรา4 และแม้จะให้สิทธิการชุมนุมของประชาชนตั้งแต่10 คนขึ้นไป เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญแต่ได้กำหนดข้อจำกัดอย่างเข้มงวด และ การให้อำนาจเจ้าหน้าที่ เป็นผู้กำหนดการชุมนุม ซึ่งแกนนำ หรือผู้จัดการชุมนุม ต้องแจ้งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร มายังเจ้าพนักงานในพื้นที่ ให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับการชุมนุม ทั้งวัตถุประสงค์ รายละเอียด วิธีการ สถานที่ วัน เวลารวมถึงจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม ซึ่ง หากฝ่าฝืน ก็จะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทนอกจากนี้ ยังกำหนดเงื่อนไข ต้องไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั้งยังห้ามชุมนุมใกล้พระบรมมหาราชวังและพระตำหนักในระยะ 500 เมตร รวมทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลขณะที่เปิดทำการ หรือที่ทำการสถานที่ราชการวัด หรือ ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจที่สำคัญ ไม่ยินยอมให้มีการพกพาอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุม หากฝ่าฝืนผู้จัด

ให้มีการชุมนุม ต้องถูกจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับขณะที่การชุมนุมอย่างยืดเยื้ออาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเมื่อกฎหมายดังกล่าว...ให้อำนาจเจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม และออกไปจากสถานที่ชุมนุมโดยเร็ว หากมีการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือ น่าจะมีการกระทำอันเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ชุมนุมหรือของรัฐนอกจากนี้...ยังกำหนดความผิดสูงสุดในกรณีที่ผู้เข้าร่วมชุมนุมพกพาอาวุธปืน หรือ วัตถุระเบิด จะต้องถูกลงโทษเพิ่มเป็นสองเท่า“พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน” รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย ยืนยันว่า...กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การให้อำนาจเด็ด ขาดกับเจ้าหน้าที่เด็ด ขาดตามที่หลายฝ่ายระบุ แต่เป็นการคุ้มครองประชาชนโดยแกนนำจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนจัดการชุมนุมเพื่อเตรียมการแก้ปัญหาจราจร อำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่ รถสุขาเคลื่อนที่ และมีเงื่อนไขการชุมนุมที่เหมาะสมด้าน นางพรทิพย์ จาละ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการออกพระราชบัญญัติควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะว่า...ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้เร่งรัดกฎหมายดังกล่าว ซึ่งทาง คณะกรรมการกฤษฎีกา ยังไม่เห็นร่างอย่างเป็นทางการจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ต้องรับรองมติ ครม.ก่อน“การออกกฎหมายดังกล่าวนั้นต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากว่าจะเป็นดาบสองคมหรือไม่”ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า ไม่ใช่กฎหมายที่ออกมาจำกัดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม และเป็นสิ่งที่นานาอารยประเทศใช้ ส่วนกรณีที่พันธมิตรฯ และ ส.ว. จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ คงทำไม่ได้เพราะยังไม่มีกฎหมายนี้ดูเหมือนการติดดาบให้ เจ้าหน้าที่รัฐ ในยุคนี้อาจจะเจอ “ตอ” ได้ง่ายๆแต่ถึงอย่างไรหากกฎหมายมีความชัดเจนในการบังคับแล้ว และเป็นไปเพื่อประชาชน เชื่อว่ากฎหมายจะได้รับการตอบรับจากสังคมอย่างแน่นอน! 

ฟ้าเปลี่ยนสี...ความดีเปลี่ยนสาย

ที่มา บางกอกทูเดย์

คดีกล้ายาง 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท...ถูกเพ่งมองในสายตาวงการเมือง และวงการทั่วไป นับเป็นบทบาทก้าวแรกแห่งปรัชญา“ฟ้าเปลี่ยนสี”นํ้าตาที่ตื้นตันของมานพน้อยแห่งแดนบุรีรัมย์เห็นแล้วช่างประทับใจยิ่งนักประทับใจที่ “คิดทัน” ต่อการเปลี่ยนใจโดยพลันจากห้วงวิกฤติเลียนแบบ “ทฤษฎีเสียสัตย์เพื่อชาติ” เข้าสู่วงโคจร “งูเห่าฉกชาวนาผู้มีพระคุณ” จนพฤติกรรมเดิมเปลี่ยนไปเหมือนหน้ามือ กับหลังเท้าต่อไปนี้ชีวิตข้า จะปวารณาเพื่อปกปักรักษาสถาบันเท่านั้นอะหา...ช่างเหมือนความชั่วทั้งหลายมลายสิ้นและความดีเลิศประเสริฐศรีก็ย่างกรายเปลี่ยนสายเข้าจุกล้นจิตสำนึกไม่พอ! ยังมีอภิมหาโปรเจ็กต์ รถเมล์NGV 4,000 คัน มูลค่ากว่า 60,000ล้าน ดันหล่นทับใส่หัวแม่ตีนจนบวมปลื้มสุขอย่างหาที่สุดมิได้อีกหรือนี่ทำไมพระเจ้าช่างตอบแทนด้วยผลบุญที่ได้สร้างแต่ปางก่อนอย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้เพราะโชคข้างหน้ายังมีอีกหลายชั้นกำลังตามมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็นอำนาจเต็มในการปกครองจากมหาดไทยที่จะพลิกภาค

เหนือและภาคอีสานให้ลานตาไปด้วย“สาวกเสื้อนํ้าเงิน”แถมยังมี “เสื้อเขียว” เป็นหินแลงกำแพงเหล็กอีกชั้นคอยยันและร่วมด้วยช่วยกันไปจนถึงวาระแก้รัฐธรรมนูญในอีก 9 เดือนข้างหน้าแล้วอย่างนี้มีหรือ ที่กลุ่มเสื้อแดง และศัตรูการเมืองจากเพื่อไทยจะไม่ล่มจมธรณี จากฝีมือผู้นำเสื้อนํ้าเงิน ที่จะต้องได้บำเหน็จรางวัลซํ้าแล้วซํ้าเล่าอนิจจาประเทศไทย ประเทศที่เพียงแค่เปลี่ยนจิตวิญญาณของบางคนจากฟากหนึ่งไปคบกับอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ก็พลันทำให้ “ฟ้าเปลี่ยนสี ความดีเปลี่ยนสาย”ไปได้อย่างเหลือเชื่อมันอาจเป็นกาลสมัยที่ลํ้ายุคอย่างที่มนุษย์ทุกคนไล่ไม่ทันก็ได้ แต่ก็ต้องจดจารไว้เป็นบันทึกให้ประชาชนเรียนรู้ว่า นี่คือ “ความจริง” ที่กำลังประจักษ์ชัดขึ้นทุกวันๆ ว่าชีวิตมนุษย์นับจากนี้ต่อไป อย่าได้ยึดความซื่อสัตย์ ซื่อตรง มากไปกว่า “ความใจถึงพึ่งได้” (ช้ากว่านิยามของตำรวจรุ่นใหม่เสียอีกแน่ะ)ชีวิตของชาวบ้านทั้งหลายอย่าได้ยึดหลักความกรุณาปรานีมากไปกว่า “ไม้ล้มแล้วจงเหยียบซํ้า”.... “มองตาแล้ว จงเหน็บมีดไว้วางใจ”เนรคุณให้หนักไว้...จะได้ดีทวีคูณ ไชๆๆ โยๆๆ! 

7ตุลารำลึกวีรชนตัวจริงที่ถูกลืม:จำกัด พลางกูร

ที่มา Thai E-News


จำกัด พลางกูร เสียสละชีวิตลงในว้นที่ 7 ตุลาคม 2486 โดยเปล่งปัจฉิมวาจาว่า"เพื่อชาติ--เพื่อhumanity--" ในภายหลังม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังสิ้นสงครามโลกได้บันทึกถึงวีรชนผู้นี้ว่า "เพราะจำกัดตาย ข้าพเจ้าจึงเห็นแล้วว่า ยังมีเกียรติสูงสุดอันพึงใฝ่สูงกว่าเกียรติของการเป็นนายกรัฐมนตรี ใหญ่ยิ่งกว่าเกียรติของกษัตริย์ เกียรติอันนั้นคือ เกียรติของผู้ตายเพื่อชาติ วงศ์กษัตริย์มีวันล้ม ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีวันเปลี่ยนมือ แต่เกียรติของผู้ตายอย่างจำกัดนี้ ไม่มีใครแย่งไปจากเขาได้"


เรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา หนังสือตำนานเสรีไทย โดย ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร
7 ตุลาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อ 64 ปีที่แล้วนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการ และหัวหน้าขบวนเสรีไทยได้ประกาศสันติภาพเมื่อ 16 สิงหาคม 2488 มีผลสำคัญยิ่งยวดทำให้ไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่2 ไม่ต้องถูกยึดครองหรือแบ่งแยกจากมหาอำนาจผู้ชนะสงคราม ซึ่งมีผู้เคยกล่าวไว้ว่าไม่เช่นนั้นไทยก็คงไม่พ้นต้องเสียกรุงครั้งที่3 อันเป็นผลพวงหลักจากเคลื่อนไหวของขบวนการใต้ดินเสรีไทย อย่างไรก็ตามควรต้องจารึกไว้ด้วยว่า มีวีรชนผู้เสียสละชีพเพื่อชาติในขบวนการอย่างน้อยก็ 3 ท่าน คือการะเวก ศรีวิจารณ์ สมพงษ์ ศัลยพงษ์ และจำกัด พลางกูร สำหรับจำกัดได้เสียสละชีวิตลงในวันนี้เมื่อ 66 ปีมาแล้ว


จำกัด พลางกูร:ภารกิจเพื่อชาติ และเพื่อมนุษยชาติ


วีรประวัติ-จำกัด พลางกูร ได้รับพระราชทานยศพันตรีหลังเสียสละชีพเพื่อชาติ ขณะปฏิบัติงานเสรีไทยพร้อมกับสหายศึกร่วมขบวนการอีก 2 รายคือพันตรีการะเวก ศรีวิจารณ์ และพันตรีสมพงษ์ ศัลยพงษ์ รายนามของทั้ง 3 ท่านถูกจารึกไว้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาจนตราบทุกวันนี้

การะเวกกับสมพงษ์เป็นเสรีไทยสายอเมริกา เสียชีวิตระหว่างพยายามเล็ดลอดเข้าไทยที่ชายแดนไทย-ลาว

ส่วนจำกัดเป็นเสนาธิการเสรีไทยในประเทศ ได้รับมอบหมายจากปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทยให้ออกไปติดต่อฝ่ายสัมพันธมิตรในจีน ซึ่งอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้มหาอำนาจฝ่ายสัมพันธมิตรรับรองการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นของไทยต่อต้านการรุกรานยึดครองของญี่ปุ่น แต่เขาก็ต้องไปเสียสละชีพในจีนด้วยวัยหนุ่มแน่นเพียง 29 ปี ส่วนการะเวกกับสมพงษ์เสียสละตอนอายุเพียง 26 ปี

ชาตะ- 30 ตุลาคม 2457

มรณะ-7 ตุลาคม 2486 ขณะอายุ 29 ปี หากมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันจะมีอายุ 95 ปี

กำเนิด-บุตรคนโตสุดของพระยาผดุงวิทยาเสริม (กำจัด พลางกูร พ.ศ. 2426 - พ.ศ. 2497)เจ้ากรมแต่งตำราและเจ้ากรมสามัญศึกษา และคุณหญิงเหรียญ สกุลเดิม นิโครธานนท์



เพื่อชาติและเพื่อHumanity-ฉลบชลัยย์ส่งจำกัดผู้สามีออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเสรีไทยเมื่อ 28 ก.พ.2486 และนั่นเป็นหนสุดท้ายที่สามีภรรยาคู่นี้ได้อยู่ด้วยกัน แต่อยู่ร่วมกันตลอดมาทั้งชีวิตของเธอ ตอนเกิดเหตุปราบปรามนักศึกษา6ตุลาคม2519 วันรุ่งขึ้น7ตุลาคมครบรอบวันสามีเสียชีวิต เธอไปบริจาคเลือดให้นักศึกษา (ภาพล่าง:[ฉลบชลัยย์นั่งกลาง]กับบุตรสาวของปรีดี พนมยงค์ ขณะไปรับศพท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เมื่อปีกลาย)


สมรส-กับนางสาวฉลบชลัยย์ มหานีรานนท์ ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในเวลานี้อายุ 93 ปี ทั้งสองพบรักกันระหว่างได้ทุนเล่าเรียนหลวงที่อังกฤษทั้งคู่ เมื่อกลับประเทศได้แต่งงานในปี 2482 ฉลบชลัยย์ยึดมั่นอุดมการณ์ของสามีอย่างเหนียวแน่น เธอเคยเข้าไปมีบทบาทช่วยเหลือและให้กำลังใจนักศึกษากรณี6 ตุลาคม 2519 ในขณะที่คนทั่วไปไม่กล้าติดต่อพบปะกับนักศึกษาผู้ต้องโทษการเมืองฉกรรจ์ในขณะนั้น และมีความผูกพันแนบแน่นกับครอบครัวปรีดี พนมยงค์มาอย่างยาวนาน

การศึกษา-ประถม โรงเรียนวัดบวรนิเวศ

-มัธยม โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ และโรงเรียนBromsgrove School เมือง Worcestershire (ปู่และบิดาของจำกัดเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ)
-อุดมศึกษา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเมื่อปลายปี พ.ศ. 2474 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเมื่อ พ.ศ. 2478 ศึกษาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ เรียนจบได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยม (B.A. Hons.)

การทำงาน-หลังกลับไทยในปี2481 รับราชการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ระยะหนึ่ง และถูกให้ออกราชการเพราะมีทัศนคติต่อต้านรัฐบาลเผด็จการของจอมพลป.พิบูลสงคราม โดยได้เขียนบทความโจมตีจอมพลป.เรื่องการตั้งศาลพิเศษขึ้นมาประหัตประหารฝ่ายปฏิปักษ์ทางการเมือง จากนั้นมาเปิดโรงเรียนเอกชนชื่อดรุโณทยานในปีพ.ศ.2483

การปฏิบัติงานเสรีไทย

-8 ธันวาคม 2484 ไทยถูกญี่ปุ่นรุกรานยึดครอง โดยอ้างว่าขอใช้เป็น"ทางผ่าน" โดยรัฐบาลป.พิบูลสงครามได้ร่วมมือกับญี่ปุ่น นายจำกัดได้หารือกับเตียง ศิริขันธ์ ส.ส.สกลนครและส.ส.อีสานจะจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นต่อต้านญี่ปุ่น เย็นวันนั้นจึงพากันไปพบนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการขอให้เป็นหัวหน้า"คณะกู้ชาติ"โดยให้คำมั่นจะอุทิศตัวและยอมสละชีวิตสำหรับการทำงานเพื่อชาติ

-ต้นปี2486 ปรีดี หรือ"รูธ"หัวหน้าเสรีไทยในประเทศไทยตัดสินใจส่งผู้แทนออกนอกประเทศไปติดต่อประสานงานกับม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัคราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ซึ่งประกาศไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลป.พิบูลสงคราม และประกาศจัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้น โดยได้คัดเลือกนายจำกัดเพื่อภารกิจนี้เพราะนายจำกัดรู้จักกันดีกับเสนีย์ เพราะเป็นเพื่อนบ้านกันที่ซอยร่วมฤดี และยังจบออกซฟอร์ดเช่นเดียวกัน ภารกิจที่จำกัดต้องไปทำคือ

1)ชี้แจงต่อฝ่ายสัมพันธมิตรว่าการประกาศสงครามต่อสัมพันธมิตรของรัฐบาลป.พิบูลสงครามเป็นโมฆะ
2)ชี้แจงว่ามีองค์การต่อต้านญี่ปุ่นเกิดขึ้นในไทยแล้ว โดยปรีดีเป็นหัวหน้า และต้องการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นในดินแดนของฝ่ายสัมพันธมิตร ขอให้อังกฤษ และอเมริการับรองรัฐบาลพลัดถิ่นว่าเป็นรัฐบาลโดยชอบด้วยกฎหมาย
3)ขอให้อังกฤษกับอเมริกาปลดปล่อยเงินของรัฐบาลไทยที่ฝากไว้ในประเทศทั้งสองเพื่อให้รัฐบาลพลัดถิ่นมีทุนกู้ชาติทำสงครามต่อต้านญี่ปุ่น


-27 กุมภาพันธ์ 2486 ปรีดีให้โอวาทแก่จำกัดก่อนเดินทางไปประเทศจีน ซึ่งเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร และมีสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานที่มั่นอยู่ในประเทศนั้นว่า"เพื่อชาติ เพื่อhumanitiesนะคุณ เคราะห์ดีที่สุดอีก45วันก็คงได้พบกัน เคราะห์ไม่ดีนักอย่างช้าอีก2ปีก็คงได้พบกัน และถ้าเคราะห์ร้ายที่สุด ก็ได้ชื่อว่าสละชีวิตเพื่อชาติไป"

-28 กุมภาพันธ์ 2486 จำกัดในวัย 29 ออกเดินทางด้วยรถไฟที่หัวลำโพงพร้อมฉลบชลัยย์ผู้ภรรยาเดินทางไปส่งสามีที่ชายแดนไทย-ลาว โดยมีไพศาล ตระกูลลี้ คนไทยลูกจีนนักเรียนนอกสิงคโปร์ ซึ่งแตกฉานภาษาจีนไปเป็นล่าม เมื่อถึงอุดรธานี เตียง ศิริขันธ์ได้นำรถยนต์มารับพาไปส่งที่นครพนมเพื่อลงเรือข้ามโขงไปยังฝั่งท่าแขก ประเทศลาว เตียงได้ถอดแหวนนามสกุลของเขา และขอยืมกำไลและสร้อยล็อกเก็ตฝังเพชรของนางนิวาศน์ ภรรยาของเตียงให้จำกัดเป็นทุนเดินทาง และไว้ใช้ยามขัดสน

เตียง ศิริขันธ์กับนิวาศน์ ภรรยา ..เตียงเป็นหัวหน้าเสรีไทยสายอีสาน เขาถูกสังหารโหดในวันที่ 13 ธันาวาคม 2495 เพื่อกวาดล้างนักการเมืองสายอีสานที่สนับสนุนปรีดีให้สิ้นซาก ก่อนหน้านั้นอดีต 4 รัฐมนนตรีอีสานถูกสังหาร หลังขบวนการประชาธิปไตยกุมภาพันธ์2492ล้มเหลวกลายเป็นกบฎวังหลวง

-19 มีนาคม 2486 เดินทางถึงพรมแดนจีน ถูกทางการจีนประกบนำตัวไปที่ลิวเจา และโทรเลขติดต่อเสนีย์,จอมพลเจียงไคเช็ค หัวหน้ารัฐบาลจีนคณะชาติ ซึ่งอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรและมีนครหลวงที่จุงกิง และทูตของอังกฤษกับอเมริกาในจุงกิงตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่ดูเหมือนไม่ราบรื่นดังหวัง

-7 เมษายน โทรเลขถึงเสนีย์ว่าเขาถูกทางการจีนกักตัวไว้ 12 วันแล้วขอให้ช่วยติดต่อส่งเขาไปจุงกิงด่วน เสนีย์ตอบกลับมาในวันที่ 18 เดือนเดียวกันว่า"กำลงดำเนินการอยู่" ต่อมาเขาได้ส่งข้อความทางวิทยุเป็นรหัสว่า"จางและหลีได้มาถึงเมืองจีนแล้ว" ซึ่งฉลบชลัยย์และท่านผู้หญิงพูนสุขได้ยินข้อความทางวิทยุก็ทราบว่าจำกัด และไพศาลไปถึงจีนแล้ว

-21 เมษายน เดินทางไปจุงกิง โดยนายทหารอังกฤษให้ยืมเงิน9,300ปอนด์ เมื่อเดินทางไปถึงฝ่ายจีนแจ้งว่าอังกฤษกับอเมริกามอบหมายให้จีนจัดการเรื่องทุกอย่างในย่านเอเชีย จำกัดจึงขอเข้าพบจอมพลเจียงไคเช็คเพื่อปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา แต่ถูกหน่วงรั้งไว้ และห้ามไม่ให้ติดต่อกับอเมริกาและอังกฤษด้วย

จีนทำเช่นนั้นได้กระทบแผนซึ่งเสรีไทยวางไว้ว่าเมื่อมาถึงจีน1เดือนแล้วให้ติดต่ออังกฤษส่งเครื่องบินมารับบุคคลสำคัญของรัฐบาลพลัดถิ่นเสรีไทยที่หัวหินเดินทางไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในต่างประเทศ

-1 พฤษภาคม ได้รับแจ้งโทรเลขจากเสนีย์ให้ติดต่อกับจีนและอเมริกา ห้ามติดต่อกับอังกฤษ วันต่อมาเขาออกไปกินข้าวกับเจ้าหน้าที่อารักขาชาวจีนแล้วปวดท้องอย่างมาก(เรื่องนี้ทำให้มีข้อสงสัยในเวลาต่อมาว่าจำกัดอาจถูกวางยาพิษ)ทั้งนี้เพราะฝ่ายสัมพันธมิตรคืออเมริกากับอังกฤษก็ขัดแย้งกันเอง รวมทั้งทูตไทยในอเมริกาที่มีเสนีย์เป็นหัวหน้าเสรีไทยสายอเมริกา ก็ไม่ถูกกันกับหัวหน้าฝ่ายทหารเสรีไทยสายอเมริกาคือพ.ท.หม่อมหลวงขาบ กุญชร โดยเมื่อขาบเดินทางมาประสานงานกับจำกัด เสนีย์บอกฝ่ายจีนว่าขาบไม่ใช่ตัวแทนที่ถูกต้องของเขา

-ปลายเดือนพฤษภาคม จีนปฏิบัติต่อจำกัดเลวร้ายลง นอกจากถูกกักบริเวณเสมือนเชลยแล้ว ก็ย้ายลงไปอยู่ห้องชั้นใต้ดิน จำกัดอาหาร อาการป่วยหนักขึ้นจนข่ายเป็นเลือด และเริ่มรู้สึกหมดหวัง ขณะที่อังกฤษมีหนังสือถึงจีนว่าไม่สนับสนุนแผนการของเสรีไทยที่จำกัดเดินทางมาประสานงาน จำกัดบันทึกลงในไดอารี่ว่า องกฤษทำให้ภารกิจของเขาล้มเหลว เพราะสนใจเฉพาะกิจการสงครามในยุโรป เขารู้สึกกำลังตกอยู่ในห้วงลึกแห่งความมืดมนที่สุดของความเศร้าสลด และรู้ดีว่าคงจะพบจุดจบแห่งชีวิตในเวลาไม่นานนัก ขณะที่อาการเจ็บป่วยทรุดลง น้ำหนักลดลงราว 7 ก.ก.

-28 มิถุนายน สถานการณ์พลิกมาเป็นผลดี เขาได้รับอนุญาตเข้าพบจอมพลเจียงไคเช็คในสภาพผู้ป่วยหนัก เจียงไคเช็ครับทราบว่ามีขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่น และถือว่าสัญญาการร่วมมือกันทำสงครามของไทยกับญี่ปุ่นเป็นโมฆะ แต่การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นของไทยต้องรอฟังเสนีย์ที่กำลังส่งคนมาจีนก่อน ซึ่งจำกัดบอกว่าหากเช่นนั้นเขาก็จะรีบไปพบเสนีย์ที่อเมริกา แต่จีนไม่เห็นชอบเรื่องนี้

-สิงหาคม 2486 ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์ สวัดิวัตน (ท่านชิ้น)เสรีไทยสายอังกฤษมาพบจำกัด และได้ประสานงานเรื่องให้เสรีไทยในประเทศเตรียมมารับร.ต.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (เข้ม เย็นยิ่ง)ที่จะไปขึ้นบกที่พังงา แต่ปฏิบัติการล้มเหลว เพราะกว่าสารจากจีนจะไปถึงไทยก็เลยเวลานัดหมายแล้ว ทำให้คณะของป๋วยต้องเปลี่ยนภารกิจมาเป็นกระโดดร่มลงที่ชัยนาทในเดือนมีนาคม 2487 และถูกจับได้ เกือบถูกสังหาร ฐานเป็นจารชน แต่ในที่สุดเล็ดรอดมาพบกับ"รูธ"บรรลุภารกิจกอบกู้ชาติในที่สุด

-2 สิงหาคม จอมพลเจียงยอมให้จำกัดเดินทางไปเมริกา เพียงแต่รอเครื่องบิน

-ต้นเดือนกันยายน 2486 ปรีดีส่งคณะของสงวน ตุลารักษ์ 1 ในผู้ก่อการ 24 มิถุนายน 2475 (พี่ชายของกระจ่าง ตุลารักษ์ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 24 มิถุนายน 2552)เป็นคณะที่สองเดินทางมาจีนเพราะเห็นจำกัดเงียบหายขาดการติดต่อ

-7 ตุลาคม 2486 ระหว่างรอเดินทางไปอเมริกาเพื่อพบกับเสนีย์เพื่อบรรลุภารกิจ จำกัดถึงแก่กรรม แพทย์จีนสันนิษฐานว่าเป็นมะเร็งลำไส้ เขาเปล่งปัจฉิมวาจาว่า"เพื่อชาติ--เพื่อhumanity--"และจากไปอย่างสงบ

สงวนจัดฌาปณกิจศพให้เขาที่วัดเล็กๆแห่งหนึ่งในจุงกิง และนำอัฐิพร้อมไดอารีของจำกัดติดตัวไปที่วอชิงตันเพื่อกบกับเสนีย์แทนจำกัด และนำมอบให้ปรีดีเมื่อสิ้นสุดสงคราม

-สิ้นสุดสงคราม 16 สิงหาคม 2488-ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการ และหัวหน้าขวนการเสรีไทยประกาศสันติภาพ หลังญี่ปุ่นยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม และไม่ถูกมหาอำนาจผู้ชนะแบ่งแยกเป็นไทยเหนือ-ไทยใต้

หลังสิ้นสุดสงครามเกือบ 2 ปีหลังการเสียสละชีพของจำกัด ฉลบชลัยย์เพิ่งทราบข่าวสามีเสียชีวิตเมื่อสิ้นสุดสงครามลง ก่อนหน้านั้นทุกอย่างเป็นความลับ และจำกัดได้รับพระราชทานยศพันตรี

อัฐิของจำกัดได้รับประดิษฐานอยู่ชั้นบนตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง

-17 กันยายน 2488 เสนีย์เดินทางกลับไทยรับตำแหน่งนายกฯ


เขาเขียนบันทึกถึงจำกัดว่า
"..เพราะจำกัดตาย ข้าพเจ้าจึงเห็นแล้วว่า ยังมีเกียรติสูงสุดอันพึ่งใฝ่สูงกว่าเกียรติของการเป็นนายกรัฐมนตรี ใหญ่ยิ่งกว่าเกียรติของกษัตริย์ เกียรติอันนั้นคือ เกียรติของผู้ตายเพื่อชาติ วงศ์กษัตริย์มีวันล้ม ตำแหน่งรัฐมนตรีมีวันเปลี่ยนมือ แต่เกียรติของผู้ตายอย่างจำกัดนี้ ไม่มีใครแย่งไปจากเขาได้..เมล็ดฟืชอันใดที่จำกัดหว่านลงไว้แล้วด้วยดี เพื่อเอกราชของชาติ เราจะเก็บเกี่ยวรวงผลเอาไว้ประดับเกียรติของเขาต่อไป.."


-ค่ำวันที่ 25 กันยายน 2488 ปรีดี พนมยงค์ "รูธ"หัวหน้าขบวนการเสรีไทย กล่าวปราศรัยก่อนสลายขบวนการเสรีไทยตอนหนึ่งว่า

"ขอให้ท่านได้สำนึกถึงวีรกรรมของเพื่อนร่วมตาย ซึ่งต้องเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้คือนายจำกัด พลางกูร ,นายการะเวก ศรีวิจารณ์ และนายสมพงศ์ ศัลยพงศ์ ชีวิตเขาสิ้นไปเพื่อได้มาซึ่งเอกราช และความคงอยู่ของชาติไทย ซึ่งชาวไทยไม่ควรลืม"


ปัจจุบัน-อัฐิของจำกัดบรรจุไว้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ..ฉลบชลัยย์ ภรรยาหม้ายวัย 93 ปี ยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง และยึดมั่นอุดมคติ เพื่อชาติ และเพื่อมนุษยชาติ อย่างแน่วแน่มั่นคง

0000000000000

บันทึกเกียรติยศเกี่ยวเนื่อง:

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ:16 สิงหาคม 2488 ประวัติศาสตร์ที่ “ให้จำ” กับ “ให้ลืม”

-จารึกเกียรติยศ:การะเวก ศรีวิจารณ์ วีรชนเสรีไทยผู้สละชีพเพื่อเอกราชชาติสมบูรณ์

-จารึกเกียรติยศ:สมพงษ์ ศัลยพงษ์"ผมเป็นคนไทย มาทำงานเพื่อชาติ ไม่ควรยิงผมเลย"

-ฌาปณกิจคณะราษฎร์คนสุดท้าย ปลายทางบรรจุอัฐิกับผู้ร่วมก่อการ เผยวีรกรรมตำนานเสรีไทย

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(7ต.ค.):วันสะตอบอแหลแห่งชาติ

ที่มา Thai E-News



***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2552 เขาว่าเป็นวันตอแหลแห่งชาติ พวกสะตอบอแหลออกมารำลึกวีรบุรุษจ๊าบซีโฟร์กับวีรสตรีโบว์ปิงปอง แล้วอ้างว่ารำลึกวีรชน 7 ตุลา ทำให้วิญญาณวีรชนตัวจริงสะดุ้งโหยงอยู่ในหลุมศพ เพราะทรชนจะเป็นวีรชนไปได้อย่างไร ลองอ่านข่าวสหพันธ์นิสิตนักศึกษาฮือต้านทรชนอ้างตัวเป็นวีรชนแบบหน้าด้านได้โล่ห์ตรงข่าวยอดนิยมมุมขวามือของไทยอีนิวส์วันนี้ดู...***

***รำลึกวีรชนตัวจริงเสียงจริงครบรอบ 33 ปี 6 ตุลา 2519ไปแล้วเมื่อวานนี้ ด้วยบรรยากาศคึกคึก ทีเด็ดสุดคือบทกวีรำลึกของวัฒน์ วรรลยางกูร กวีสามัญชนคนรากหญ้าตอกหน้าแงพวกคนเดือนตุลา ยกมาบางตอนให้อ่านกัน คนเดือนตุลาที่เปลี่ยนสีแปรธาตุคนไหนได้อ่านแล้วไม่หน้าแดง แสดงว่าด้านได้โล่ห์ของแท้

เลิกรำลึกได้แล้ว6ตุลา
อายหัวโจกบงการฆ่ายังอ่าโอ่
ส่วนเพื่อนคนถูกฆ่าพาเลโล
แกล้งโง่ทำไม่รู้ใครเป็นใคร

เลือกอยู่ฝ่ายข้างชนะสิวะแน่
สู้ก็แพ้ประชาชนไม่เคยเป็นใหญ่
ไม่ว่าท้องฟ้าจะมีสีอะไร
แทงข้างไหนเมียไม่ด่าอย่าเขินอาย


ส่วนฉบับเต็มๆเดี๋ยวตอนเย็นรออ่านทางไทยอีนิวส์นะครับ***

***ดูคลิปข่าวกิจกรรมรำลึก33ปี6ตุลา คลิ้กชมที่นี่ครับ http://www.voicetv.co.th/content/4013/ญาติวีรชนร่วมงานรำลึก33ปี6ตุลา ***

***กิจกรรมวันนี้กันมั่ง ยังไงช่วยเดินห่างๆพวกทรชนโจรก่อการร้ายพันธมารการเมืองใหม่กันด้วยนะครับ งานแรกเชิญร่วมงานสัมมนา 33 ปี6ตุลา36ปี14ตุลาประชาธิปไตย ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น. วิทยากร : ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย, ประทีป, ดร.วิภูแถลง พัฒนภูมิชัย และ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ท่านที่ไม่สะดวกไปงาน เชิญชมถ่ายทอดสดทางนิวสกายไทยแลนด์เจ้าเก่าขาประจำ www.newskythailand.us www.newskythailand.com
***

***งานที่2 ขอเชิญพี่น้องชาวเสือแดงร่วมงานชุมนุมคนเสื้อแดงชมรมเสรีชน นครสวรรค์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ระหว่าง เวลา 16.00-24.00 น. บัตรราคา 50 บาท พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อบัตรติดต่อ นิภา เสรีชนนครสวรรค์ 087 5205648 หรือ 087 8380548หรือ ซื้อหน้างาน***

***ถัดไป 10 ต.ค. 52 เชิญสังสรรค์เสื้อแดงภูเก็ต และร่วมเสวนา เรื่อง "วิกฤติสังคมไทย ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน" ณ โรงแรมภูเก็ต ทาวน์ อินน์ ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 52 เริ่มงานเวลา 13.00 น. ***

***เวทีปราศรัยในโอกาสเดือนตุลาประชาธิปไตย และเสวนาหัวข้อทางวิชาการ ในหัวข้อ "คนรักความเป็นธรรม ผลักดันประชาธิปไตยเต็มใบ" นำโดย สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) อาจารย์สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์สรรเสริญ ศรีบุญเรือน คุณเล็ก เจด็จ ในวันที่ วันศุกร์-เสาร์ที่ 9-10 ตุลาคมนี้ ณ ท้องสนามหลวง เวลา 18.00 - 23.00 น.***

***วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2552 กำหนดการเดินทางของกลุ่มอาสาพยาบาลคนสีแดงRSR เพื่อเยี่ยมเยียนพี่น้องบ้านภูมิซรอล จังหวัดศรีสะเกษ เลื่อนจากวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2552 นี้ เป็น วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2552 โดยอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปเป็นผู้ใหญ่ในงานนี้ จะได้ซับน้ำตาชาวบ้านที่ถูกโจรก่อการร้ายพันธมารบุกไปรุกรานฆ่าฟันตามใจไม่เคยโดนจับโดนดำเนินคดี***

***วันที่ 11 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 40 กลุ่มคนเสื้อแดง จะไปชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องและทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 ***

***14 ตุลาคม 2552 ชุมนุมใหญ่รำลึก 14 ตุลาคม 2516***

***17 ต.ค. ซึ่งครบกำหนด 60 วัน ภายหลังรัฐบาลระบุว่าจะพิจารณาเรื่องการยื่นถวายฎีกา กลุ่มคนเสื้อแดง จะไปชุมนุมใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถาม เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลส่อเจตนาในการยื้อเวลา และประกาศรวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในคราวเดียวกัน ***

***ขณะที่ในวันที่ 24 ต.ค. จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกรัฐสภาของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยจะมีบุคคลภายนอกเข้าร่วมการอภิปรายด้วย***

***วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 พบกับทีมงานความจริงวันนี้ทั้งหมดและถ้าไอ้หมีหน้าฮาร์ก ยุบสภา พวกเราคนเสื้อแดงก็มาร่วมฉลองชัยชนะกันที่จันทบุรี จองบัตรได้ที่สจ.จันท์ 0863384988 ราคาโต๊ะละ 2000 บาท รายได้เพื่อทำวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ครับ***

***กิจกรรมดีๆแถมได้ไปเที่ยวรับลมหนาว สนับสนุน กองผ้าป่า โครงการ บ้านล้อมป่า อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ร่วมกับ www.dcm-club.comและโรงเรียน บ้านเปียงซ้อ อ.เฉลิมพระเกียรติ จว.น่าน สามารถเข้าไปดูได้ ตามนี้เลย ครับ www.piengsor.org ติดตามรายละเอียด ได้ใน ข่าวประชาสัมพันธ์ www.dmc-club.com เสื้อผ้า ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เสื้อกันหนาว หนังสืออ่านเล่น หนังสือเรียน อุปกรณ์ กีฬา และ อุปกรณ์ เครื่องเขียน จักรยาน และ ทุนการศึกษาและ เงินทุนสนับสนุน โครงการ บ้านล้อมป่า สถานที่รับบริจาค ร้าน ดีซายน์ หน้า สนามกอล์ฟ เกียรติธาดา เลขที่ 35/548 ถนน สุคนธสวัสดิ์ ลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 02 570 9624 – 5 กรุณาประสานงานก่อนนำของไปบริจาค กลุ่มแดงลำปาง ติดต่อที่ ร้าน ผึ้งน้อย เบเกอรี่ ลำปาง,กลุ่มเมือง น่าน ติดต่อที่ คุณ ออ โดเรมี หมูกะทะ ห้างนรา ไฮเปอร์มาร์ท สนันสนุนเป็นเงิน บัญชี ธนาคาร กรุงไทย สาขาย่อย ลาดพร้าว 71 ชื่อบัญชี นส.ปิยนุช คืนคงดี (ออมทรัพย์) หมายเลขบัญชี 760 - 0 –05293- 8 หลังจากโอน กรุณา แจ้ง เจ้าหน้าที่ ฝ่ายบัญชี 081 285 8320 ***

***กำหนดการทอดผ้าป่า อุทยาน ภูคา เดินทางพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน ปีนี้ ทอดองค์ผ้าป่าศุกร์ที่ 13 พย.นี้ ครับ ใครจะไปรีบแจ้งด่วน จำนวนจำกัด ไหว้พระเก้าวัด เสร็จ เดินทางกลับ วันอาทิตย์ ***


***ผู้ใช้นามแฝง"น่ารักก็ไม่บอก"แห่งประชาไทแจ้งข่าวมา เนื่องในงาน ฌาปนกิจศพ ของคุณแม่ ของกระผม วันที่ 30 ก.ย.2552 ที่ผ่านมา....ที่เมรุวัด ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ. นครราชสีมา ท่าน ส.ส.จิตรวรรณ (หน่อย) หวังศุภกิจโกศล ส.ส.เขต 2 จ.นครราชสีมา ท่านได้กรุณา รับเป็นเป็นประธาน ในพิธี และได้ให้ ผู้ช่วย ส.ส. คุณ อนัญญา ( หงส์) วณิชชากุลจิต ไปในงานนี้.....และบังเอิญ เช่นกัน ที่คุณ อนัญญา (หงส์) เป็นเพื่อนรัก กับผม ที่เคยเรียนด้วยกันมา ตั้งแต่ชั้นประถม จนจบมัธยม ปลาย... และไม่ได้พบกัน อีกเลย เพิ่งได้พบกันในงานนี้นี่เอง.... ...จึงขอกราบขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. จิตรวรรณ (หน่อย) . ส.ส.เขต 2 จ.นครราชสีมา ..มา ณ ที่นี้ ด้วยความเคารพ รักอย่างสูง..



ร้อมกันนี้..ขอบอกบุญ มายังทุกๆท่าน... ว่า.....เนื่องจาก วัดแห่งนี้ อยู่กลางป่า อุทยานแห่งชาติ ทับลาน....ไกลปืนเที่ยง เสียเหลือเกิน...ตรงบริเวณ เมรุ เผาศพ ...ไม่มีห้องน้ำ เลย....แขกที่มาในงาน ต่างถามหากันวุ่นวาย เพราะฝนตกพรำๆ....ก็ได้แต่ อดกลั้น กันเอาไว้......ผมลองถามท่านเจ้าอาวาส และ คณะกรรมการหมู่บ้านแล้วว่า อยากได้งบสัก 2หมื่นบาท พอได้สร้างห้องน้ำ สัก 2 ห้อง....หากใครมีจิตศรัทธา ก็ติดต่อ มาทางหลังไมค์ที่บอร์ดประชาไท ผมจะได้นำไปมอบให้ เจ้าอาวาส และจะตั้งกระทู้ ขอบคุณ อีกครั้งหนึ่ง หรือจะติดต่อที่วัด โดยตรง ก็ได้ แล้วแต่ ศรัทธา นะครับ...ขอบพระคุณ สำหรับ ท่านที่มีใจกุศล ล่วงหน้านะครับ***

***หาคนร่วมฝัน หาเพื่อนร่วมงาน หาพันธมิตรร่วมทุน www.dmc-club.com เป็นเว็ปชุมชนของชาวประชาธิปไตยในประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นสื่อกลางสำหรับผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศประกาศราคาขายหุ้นแก่บุคคลทั่วไปโดยมีเงื่อนไขให้แต่ละท่านมีสิทธิ์ซื้อท่านละ 1 หุ้นเท่านั้นจำนวนหุ้นที่ขาย 509 หุ้นที่ราคา 100 บาทต่อหุ้น
วัตถุประสงค์ในการขายหุ้นคือ

1. เพื่อให้เว็ปไซท์เป็นเจ้าของโดยมหาชน
2. เพื่อใช้เงินเป็นทุนเริ่มต้นการดำเนินการเว็ปไซท์ www.dmc-club.com
2. เพื่อให้ประชาชนร่วมในกิจกรรมการเรียกร้องประชาธิปไตย
3. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนโยบายการบริหารของเว็ปไซท์


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อหุ้นได้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2552 นี้เป็นต้นไป ที่ฝ่ายบัญชี 081-285-8320 หรือทางอีเมล์ admin @dmc-club.com "Democ Sam"

หมายเหตุ:

- การซื้อหุ้นสามารถซื้อในนามจริงหรือนามแฝงก็ได้ (ควรแนบบัตรประชาชน และขีดคร่อม ใช้ประกอบในการซื้อหุ้น)
- ใบหุ้นจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์หรือหากอยู่ต่างประเทศจะสแกนและส่งทางอีเมล์
- เมื่อขายหุ้นได้ครบจำนวน 509 หุ้นแล้วจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารเว็ปไซท์
รายละเอียดและวิธีการประชุมจะแจ้งให้ทราบต่อไป***

***สมัชชาสังคมก้าวหน้า ขอเชิญท่านผู้รักประชาธิปไตย ร่วมงานนิทรรศการ "เราไม่ทอดทิ้งกัน" และเสวนาเรื่อง "สิทธิมนุษยชนกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" โดยจะจัดนิทรรศการแสดงศิลปะ แสดงจดหมายที่ส่งถึงดารณี เชิงชาญศิลปกุล เหยื่อ18ปีคุกคดีหมิ่นฯ บทกวีและดนตรีให้กำลังใจคุณดา และเชิดชูเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

กำหนดการเสวนา

วันที่ 11 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุม LT 1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นิทรรศการเริ่มเวลา 12.30 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (กำลังจัดทำรูปแบบ)

13.00-13.30 น. กล่าวเปิดงานโดยตัวแทนสมัชชาสังคมก้าวหน้า และบทกวี

13.30-14.40 น. นำเสนอหัวข้อย่อย ดังนี้

1. การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังคุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล วิทยากร คุณประเวศ ประภานุกุล ทนายความคุณดารณี

2. การเซ็นเซอร์ตัวเองกรณีมาตรา 112 ของสื่อมวลชน วิทยากร คุณจอม เพชรประดับ นักสื่อสารมวลชน

3. บทบาทนักสิทธิมนุษยชนไทยกรณีคุณดา ตอร์ปิโด วิทยากร น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (อยู่ระหว่างการติดต่อ) และอ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

14.45-15.30 น. แสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์

15.30-17.00 น. งานวัฒนธรรม ได้แก่ กวี และดนตรี อ่านจดหมาย***


***ท่านที่อยากฝากข่าวกิจกรรม ข่าวพบปะสังสรรค์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวงานบุญงานกุศล ข่าวสารพัด ส่งมาถึงนักข่าวชาวรากหญ้า อีเมล์redseed1@gmail.com ลงให้ฟรีๆไม่มีค่าลงข่าว ไม่ต้องเสียสตังค์ เพื่อให้กำลังใจชาวเสื้อแดงสู้ๆกันอย่างเข้มแข็งมั่นคงต่อไป เพื่อประชาธิปไตยที่พวกเราใฝ่ฝัน***

กลุ่มพันธมิตรฯ รวมพลรำลึก 1 ปี เหตุการณ์ 7 ตุลา 51

ที่มา Voice TV
 กลุ่มพันธมิตรฯ , รำลึกครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ 7 ตุลาฯ ปี 2551 , บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า , การเมืองใหม่ , อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ขณะที่สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เผยไม่ประกาศ พ.ร.บ.มั่นคงฯควบคุม เพราะการข่าวประเมินไม่เกิดเหตุวุ่นวาย
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดงานรำลึกครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ 7 ตุลาฯ ปี 2551 ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแกนนำพันธมิตรฯ นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวบนเวทีปราศรัย สดุดีวีรชนผู้สูญเสียชีวิตในการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปีที่ผ่านมา และร่วมร้องเพลงรำลึกเหตุการณ์ 7 ตุลา พร้อมทั้งยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 2 นาที ซึ่งกิจกรรมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนราชดำเนิน เพื่อประกาศเจตนารมณ์สร้างการเมืองใหม่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนที่จะรวมตัวอีกครั้งในงานสัมมนา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในช่วงบ่าย ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯในวันนี้ว่า เป็นเพราะทางการข่าวไม่ได้รับรายงานว่า กลุ่มพันธมิตรฯ จะสร้างความวุ่นวาย ซึ่งต่างจากกลุ่มเสื้อแดงที่ประกาศจะไปบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ จึงถือเป็นการดำเนินการตามปกติ ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน

บทบาทสื่อยุค 6 ตุลา 2519

ที่มา Voice TV



อดีตขบวนการนักศึกษา 6 ตุลาระบุ สื่อที่ไม่มีจรรยาบรรณเป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรง จึงเรียกร้องสื่อยุคนี้นำเสนอข่าวให้รอบด้าน

การเมืองทำลายล้าง

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ



ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า

เป็นผู้จัดส่งคลิปภาพและเสียงของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่เคยขึ้นเวทีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แล้วอภิปรายบริภาษสมเด็จฮุน เซน ไปให้กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

โดยให้เหตุผลว่า พร้อมจะทำทุกอย่างที่จะโค่นล้มรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็เคยร่วมกับคนอีกกลุ่มหนึ่งทำลายล้างรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่เลือกวิธีมาแล้ว

ความคิดและแนวปฏิบัติเช่นนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งทั้งกับระบบการเมืองและกับสังคมไทยโดยรวม



ไม่ว่าคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ ผลที่ออกมาก็ไม่แตกต่างกัน

หากไม่มีการส่งคลิปของนายกษิตไปให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่เพียงแต่คำพูดดังกล่าวจะสำแดงถึงทัศนคติอันตราย แต่ยังเป็นการพูดเท็จที่เร่งเร้าให้บรรยากาศของการเผชิญหน้าทางการเมืองตึงเครียดยิ่งขึ้น

หรือหากมีการส่งไปจริง การเอาชนะทางการเมืองโดยไม่เลือกวิธีและไม่สนใจถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสังคมโดยรวม ก็เป็นเรื่องไม่สามารถยอมรับได้อีกเช่นกัน

แนวทางการเมืองประเภท"ถ้าข้าชั่ว เอ็งก็เลว"มิใช่สิ่งที่พึงปรารถนาในสังคมไทย

ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของฝ่ายใดก็ตามที



เพราะการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะโดยนักการเมืองหรือกลุ่มพลังต่างๆนี่เอง ที่ผลักดันให้สังคมไทยเดินลึกเข้าไปสู่วิกฤตที่ยากจะแก้ไขขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา

การเมืองแห่งการทำลายล้างโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นอย่างไรกับสังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ย่อมตระหนักได้อยู่แล้ว

หนทางในการคืนความสุขสงบสันติให้แก่คนส่วนใหญ่ในสังคม ที่ต่างเรียกร้องว่าจะต้อง"สมานฉันท์" ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในบรรยากาศการเมืองดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แน่นอน

ไม่ทำให้เกิดการเมืองสร้างสรรค์ขึ้นมา ปัญหาของสังคมไทยก็ไม่มีวันจบสิ้น

การเมืองขยับตัว

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองไทยวันนี้ต้องจับตาให้ดีห้ามกะพริบตา เพราะ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จะเขย่าอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนไปอีกขั้นหนึ่ง นั่นหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงของวิกฤติการเมืองที่ทำให้บ้านเมืองเดินสู่หนทางหายนะมาอย่างต่อเนื่อง

ที่ร้อนแรงเห็นจะเป็นขั้วการเมืองของ คุณเนวิน ชิดชอบ การที่คุณเนวินหลุดบ่วงกรรมได้ฉลุยขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดา ในขณะที่เพื่อนร่วมรบคนอื่นใกล้จะจมน้ำเต็มที ดังนั้น การก้าวย่าง ทางการเมืองของคุณเนวินต่อไปนี้ต้องจับตา

ที่คุณเนวินเดินเกมจับมือกับพรรคชาติไทยพัฒนาของหลงจู๊ บรรหาร ศิลปอาชา ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ในสายตามังกรอย่างคุณบรรหารย่อมจะมองอะไรออก โดยเฉพาะอนาคตทางการเมือง มี คุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล มือขวาคุณบรรหารที่คอยสานสัมพันธ์กับคุณเนวิน มี คุณวราวุธ ศิลปอาชา ลูกท็อป ที่สายตรง กับ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตลอดเวลา

เหล่านี้เป็นสัญญาณว่าในอนาคตถึงจะไม่ถึงขั้นต้องยุบพรรครวมกัน แต่ก็จะเป็นพรรคคู่แฝด ที่สามารถชี้เป็นชี้ตายทางการเมืองได้ต่อไป

ปรากฏการณ์ความพยายามของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเชื่อมสายตรงกับพรรคเล็กอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อแผ่นดินของ คุณชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หรือพรรคกิจสังคมของ คุณสุวิทย์ คุณกิตติ หรือพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนาของ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ก็ยังหลวมเกินไป

โดยเฉพาะอาการถอดใจของเลขาธิการพรรค คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยแล้ว โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะหาแนวร่วมก็ยิ่งยากมากขึ้น

เวลาเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเปิดศึกถาวรกับเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย เป็นกระดูกชิ้นใหญ่ที่ขวางคอพรรคประชาธิปัตย์ ไปตลอดกาล
ดีไม่ดีวันหนึ่งกระดูกชิ้นที่ว่าเกิดทำให้เกิดอาการคออักเสบขึ้นมา ก็ยิ่งจะทำให้ภูมิคุ้มกันพรรคประชาธิปัตย์น้อยลง ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากยังยึดทิฐิต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆอาจพัง

และถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญเป็น แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ได้สำเร็จเมื่อไหร่ ประเมินกันว่าประชาธิปัตย์น่าจะได้กลับมาไม่ถึง 120 เสียง

ดูไปแล้วประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำทั้งขึ้นทั้งล่อง นี่ยังไม่นับการรอวันกลับบ้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภายใต้การถือธงของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ยังไม่รวมการก้าวเข้ามาเป็นคู่แข่งทางการเมืองของพรรคพันธมิตร

การเมืองไทยกำลังจะถึงจุดเดือดอีกกระทอก.

หมัดเหล็ก

วิเคราะห์การเมือง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_37860

อภิสิทธิ์ - ไตรรงค์

กองเชียร์แน่นมาเลย

โดยยี่ห้อ "สามสี ภูเขาทอง" นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จอมเก๋าแห่งพรรคประชาธิปัตย์ "ตัวเต็ง" เสียบเก้าอี้รองนายกฯด้านเศรษฐกิจแทนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่จะโดนโยกไปนั่งเป็นเลขาธิการนายกฯ แทนนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ไขก๊อกลาออกไป

แทบจะแทงหวยได้ แนวโน้มเข้าป้ายแบบม้วนเดียวจบ

ฟังน้ำเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับเป็นนัยชื่อนี้คนหนุนเยอะ ขณะที่ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ก็แบะท่าพร้อมเท 1 เสียงโหวตให้นายไตรรงค์

ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ชักธงเชียร์

ขานรับยี่ห้อ "สามสี ภูเขาทอง" กันเซ็งแซ่

นี่แหละจุดได้เปรียบทางการเมืองของนายไตรรงค์ แบบฉบับของคนยี่ห้อประชาธิปัตย์ ที่ "คบง่าย" พรรคพวกเพื่อนฝูงเยอะทั่วทุกวงการ

ถึงจังหวะลุ้นโอกาสดี ก็ไม่ต้องเจอกับแรงเสียดทานมากมาย

เป็นอะไรที่ "เด็กรุ่นน้อง" อย่างนายกฯอภิสิทธิ์น่าจะต้องศึกษาไว้เป็นแบบอย่างในการประคองเนื้อประคองตัวอยู่ในวงการนักเลือกตั้ง หากหวังจะดึงเกมระยะยาว

ต้องทำตัวเป็นคน "คบง่าย"

ขยันซื้อใจ ให้ราคาเพื่อน

เหมือนอย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์เปิดบ้านพิษณุโลก นัดแกนนำตัวจริงเสียงจริงของพรรคร่วมรัฐบาล มานั่งถกเงื่อนไขในการแก้รัฐธรรมนูญ ออกตัวชงพิมพ์เขียวเองเสร็จสรรพ โดยไม่รอให้ถูกทวงถามสัญญาลูกผู้ชาย แบะท่าคุยแบบง่ายๆ

"ได้ทั้งนั้นครับพี่"

ผลก็อย่างที่เห็นบรรยากาศขึงพืดกับพรรคร่วมรัฐบาล ผ่อนคลายลงถนัดตา และโดยบทขุนอาสา "บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ขอรับงานเจรจากับฝ่ายค้าน พรรค เพื่อไทย และเครือข่ายม็อบเสื้อแดง โดดร่วมวงอีกแรง

ได้นั่งโต๊ะพูดจาภาษาเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาลก็พร้อมเออออกับ "อภิสิทธิ์"

เต็มใจช่วยกันคนละมือคนละไม้

โดยเป้าหมายเดียวกัน กอดคอหนีผี "ทักษิณ" ยืดอายุรัฐบาล ประคองตัวสั่งสมกำลังทั้งยุทธปัจจัยและกระแส เพื่อหาช่องเบียดสู้ในสนามเลือกตั้ง

เงื่อนไขไฟต์บังคับมันมีอยู่

แต่มันอยู่ที่ "อภิสิทธิ์" จะแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสได้แค่ไหน

กับคิว "ซื้อใจเพื่อน" กอดคอหนีผี "ทักษิณ"

เพราะที่ได้ยิน ไม่ทันไรก็มีกระแสกระเส็นกระสาย แหล่งข่าวพรรคร่วมรัฐบาลระแวงเกม "เล่นสองหน้า" ทางหนึ่งนายกฯอภิสิทธิ์กับ "เทพเทือก" เออออห่อหมกบนโต๊ะถกแกนนำที่บ้านพิษณุโลก แต่ลับหลังจะยักคิ้วหลิ่วตา ให้แกนนำม็อบพันธมิตรฯออกมาอาละวาดขวางลำ

ยึกยักเกมแก้รัฐธรรมนูญ

สอดรับกับแหล่งข่าวพรรคประชาธิปัตย์ที่เปิดแผนสอง เตรียมใช้กระแสสังคมกดดันเกมแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้เข้าทางพรรคร่วมรัฐบาล

จ้องเหยียบบ่าเพื่อนตีกินกระแสไม่เลิก

มันเป็นอะไรที่ฝังลึก ยากจะสลัดกับภาพยี่ห้อประชาธิปัตย์ "คบยาก"

แต่มาถึงตรงนี้ ในสถานการณ์ที่มีตัวเลือกโผล่ออกมาเป็น ตัวแปรสำคัญ

ล่าสุดที่ประชุมใหญ่พรรคการเมืองใหม่ ชงชื่อ "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ขึ้นนั่งแท่นหัวหน้าพรรค แบบไร้คู่แข่ง

สวมคราบนักการเมืองเต็มตัว

ค่ายการเมืองใหม่พร้อมสำหรับปฏิบัติการทับสัมปทานฐานเสียงปักษ์ใต้และหัวเมืองชั้นใน แบ่งแต้มกับยี่ห้อประชาธิปัตย์

"อภิสิทธิ์" โดนพันธมิตรฯเจาะยาง

ขณะที่ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ได้เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมประชุมเป็นครั้งแรก หลังจากสมัครเป็นสมาชิกพรรค พร้อมๆกับการปรากฏตัวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำม็อบคนเสื้อแดง เดินทางมาเข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยด้วย

คู่แข่งเสริมทัพ พร้อมสำหรับเกมรักษาแชมป์พรรคอันดับหนึ่ง

ประชาธิปัตย์ "คบยาก" ก็ยิ่งยากจะมีเพื่อนคบ

โอกาสจะยื้อแย่งจัดรัฐบาลยิ่งห่างไกล.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน