WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 8, 2009

ไอ้มาร์คเว้ย......ขนาดร้านกล้วยแขก...ยังร้องโฮก... โดย สายลมรัก

ที่มา thaifreenews

ไอ้มาร์คเว้ย......ขนาดร้านกล้วยแขก...ยังร้องโฮก...

โดย สายลมรัก

วันอังคารที่ผ่านมา ไปตีกอล์ฟที่สามพราน จ.นครปฐม กับพรรคพวกเพื่อนฝูงเก่า ๆ มา

นั่งคุยกันไปกันมาแล้วได้แต่เศร้าใจ ปนสังเวช ร้องไห้ ร้องไห้

สมัยทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศ ประชาชนหน้าตาใสผ่อง มีกินมีใช้

สนามกอล์ฟ ทั่วไป ในวันหยุด อย่างกับตลาดนัด กว่าจะได้ขึ้นตี ตามเวลา ไม่ต้องพูดถึง

อย่างน้อยก็ต้องรอกันร่วม ๆ 30 นาที เพื่อต้องรอให้ก้วนส์ก่อนหน้าออกไปก่อน (ตามเวลาที่จอง)

พอมาถึงยุค "กู้แหลก แดรกกันทั่วหน้า"

สนามกอล์ฟ ส่วนมาก ขอบอกว่าตีสบาย ก้วนส์ไม่ติด เพราะไม่ค่อยมีคนมาเล่น (ฮา)

ไอ้ข้อนั้นยังไม่เท่าไหร่ กีฬากอล์ฟ เป็นกีฬาฟุ่มเฟือย ช่วงนี้ให้ถือซะว่าน้องแมว (แค๊ดดี้) กำลังอยู่ในช่วงลดความอ้วน

อยู่กันอย่างพอเพียง (ฮา) แบบแดรกไม่ครบมื้อ

แต่ที่มันสะอึกตอนตีเสร็จแล้วมานั่งกินข้าวในคลับเฮ้าส์

พี่ชายในก้วนส์ท่านหนึ่งก็คุยกันเรื่องทั่วไป ระหว่างนั้นดันมีคำถามว่า ตัวพี่กับพรรคพวกพี่ตอนนี้เป็นงัยบ้าง (ธุรกิจ)

แกหัวเราะ หึ หึ หึถามกลับมาว่า "เอ็งรู้จักร้านกล้วยแขกเจ้านึงที่ดังมาก แถว ๆ ซอยนานามั้ย (ว๊ะ)"

ในโต๊ะส่ายหน้า...(ใครจะไปกินแถวนั้นหนอ รถมันติด)

แกอธิบายต่อไปว่า..."เจ้านี้ดังมาก ขายดีมาก คนแถวนั้นชอบ เอาเป็นว่า คนแถว ๆ นั้นจะรู้กันว่าไม่เกินบ่ายสอง ขายหมดเกลี้ยง"

วันนั้นบ่ายสี่ ผมขับรถผ่านเห็นยังขายอยู่เลยจอดรถที่ปั้มฝั่งตรงข้ามแล้วลงไปซื้อ

เลยถามว่า "ทำไมยังไม่หมดอีก"

คนขายตอบมาว่า "นี่ลดจำนวนกล้วยที่ทอดแล้วนะ..บ่ายสี่ยังขายไม่หมดเลย"

แล้วก็พูดถึงฝีมือนายกฯ รูปหล่อในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่า " !@#$%^&*()_+ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" (อยากรู้ว่าอะไรไปเปิดดิกฯ แปลเอาเองมันเป็นภาษาบาฮามาส) ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

"ขนาดกล้วยแขกยังแย่ แล้วธุรกิจของผมจะเหลือหรือ" (แกเป็นเจ้าของตึกที่เปิดให้เช่าเป็นออฟฟิตตึกนึงแถว ๆ สุขุมวิท)

นี่คือคำตอบที่พี่เขาตอบกลับมา

ต่อจากนั้นก็คุยกันเรื่อยเปื่อย ทอดกฐิน อาหารอร่อย ฯลฯ จนมีน้องคนหนึ่งในโต๊ะที่ตอนนี้ตกงานตั้งคำถามตบท้าย ว่า....

มันจะเอาเงินเตี่ย มาสร้างหอพัก 3 ชั้นเล็ก ๆ ราว ๆ 15 ห้อง ไว้ทำแก้เซ็ง เลยถามวิศวกร (ในก้วนส์) ว่าคำนวนให้หน่อยสิพี่ ราคาเท่านี้อยู่มั้ย

พร้อมหยิบแบบมาให้ดู

วิศวกรบอกว่า คิดตามพื้อที่เป็นตารางเมตร ต่ำสุดแล้วก็ยังหมื่นต้น ๆ ถ้าจำไม่ผิดมันบอกราว ๆ ตารางเมตรละ 1.2 หมื่นบาท

ไอ้น้องมันโวยวาย บอกว่า แพง.... แบบนี้มันตั้งหลายล้านนะเพ่ เกินงบ

เดี๋ยวเตี่ยไม่ให้ตังค์มาสร้าง

ก็เลยมีการถกกันเรื่องข้อเท็จจริงงบการก่อสร้าง ราคาเหล็ดวัสดุ อุปกรณ์ ฯลฯ ว่าจริง ๆ แล้วเขาทำกันต่ำสุดเท่าไหร่ สูงสุดเท่าไหร่

ไอ้ผมมันคันปาก เลยถามวิศวกรเพื่อนรัก (ไอ้นี่เหลืองอ่อน ๆ ) ว่า

เฮ้ย...ไอ้ ส. (ชื่อย่อมัน) แล้วทำไมคฤหาส์ ของคุณหญิง ป. ผู้โด่งดังในเรื่องคุณธรรมนำไทย

"ทำไมสร้างได้แค่ 4 ล้านบาท (ว๊ะ)"

ไอ้ ส. มันหันขวับมาตอบว่า ไอ้ห่าเมิงไปเอาตัวอย่าง อีห่านี่นั่นมาทำไม มันตอแห..................ล

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ...สงสัยมันลืมตัวว่ามันเหลือง (อันนี้ผมแอบขำ)

เอหรือว่าเพื่อนรักเปลี่ยนสีแล้วก็ไม่รู้

อีกอย่างบนโต๊ะอาหารในวันนั้นไม่ได้คุยเรื่องการเมืองเลยสักนิดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เรามาถูกทางแล้ว เราแก้ได้ผลแล้ว มันดีขึ้นแล้ว ดีขึ้นตรงไหนว๊ะเนี่ย (อันนี้ผมคิดในใจ)

เก็บตกควันหลง จากสนามกอล์ฟสามพรานมาเล่าสู่กันฟังครับ...

สงครามจุดยืน:สามัคคีประเทศใคร?..

ที่มา Thai E-News


เมื่อพวกอำมาตย์และเครือข่ายพยายามเบี่ยงเบนประเด็น ความขัดแย้งในสังคมที่ประชาชนต้องการประชาธิปไตย ด้วยการยัดเยียดแนวคิดชาตินิยม ภายใต้สโลแกน “สร้างความสามัคคีของชาติ” ผ่านกิจกรรมการร้องเพลงชาติ 76 จังหวัด สิ่งที่พวกอำมาตย์กำลังพยายาม คือ การครองใจในทางความคิด (hegemony) ของคนในสังคมผ่าน แนวคิดชาตินิยม


โดย วัฒนะ วรรณ
ที่มา หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ฉบับออนไลน์




เมื่อพวกอำมาตย์และเครือข่ายของเขา พยายามเบี่ยงเบนประเด็น ความขัดแย้งในสังคมที่ประชาชนจำนวนมากต้องการประชาธิปไตย และความอยู่ดีกินดีจากนโยบายรัฐบาลประชาธิปไตย ด้วยการยัดเยียดแนวคิดชาตินิยม ภายใต้ สโลแกน “สร้างความสามัคคีของชาติ”

ผ่านกิจกรรมการร้องเพลงชาติ 76 จังหวัด การออกโฆษณาตรงๆ ผ่านสื่อ หรือโฆษณาแฝง ตามรายงานต่างๆ ถึงขั้นรุนแรงแบบที่พวกพันธมิตรฟาสซิสม์ ทำที่ปราสาทพระวิหาร สิ่งที่พวกอำมาตย์กำลังพยายาม คือ การครองใจในทางความคิด (hegemony) ของคนในสังคมผ่าน แนวคิดชาตินิยม

แนวคิดชาตินิยม เป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ปกครอง มาอย่างยาวนาน เพื่อใช้สำหรับเบี่ยงเบนประเด็นหรือลดกระแสการต่อสู้ทางชนชั้นของคนจนในสังคม เพราะเวลาประชาชนออกมาสู้นั้น ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อเรียกร้องสิทธิทางการเมือง หรือไม่ก็เรียกร้องความอยู่ดีกินของปากท้อง ซึ่งข้อเรียกร้องแบบนี้ไปลดทอนอำนาจของพวกชนชั้นนำในสังคมทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับปัจจุบัน ที่แนวคิดชาตินิยม ที่พูดถึงความสามัคคีของคนในชาติ แลกทะเลาะกันให้คิดประเทศชาติเป็น หรือไม่ก็ไม่ว่าเราจะสีอะไรก็เป็นคนไทยเหมือน หรือหันมาร่วมกันพัฒนาประเทศชาติกันดีกว่า ข้อความต่างๆเหล่านี้ ล้วนสะท้อนกรอบคิดของชาตินิยมทั้งสิ้น

โดยเฉพาะแนวคิดชาตินิยมที่ถูกใช้โดยชนชั้นผู้ปกครอง

เราจึงจะเห็นว่า เวลาพวกเขาพูดถึงความสามัคคีในชาติ ก็เท่ากับเป็นการแช่แข็ง สาเหตุของความขัดแย้งแต่แรกของสังคม ไม่ต้องพูดการรัฐประหาร ความยากจน การถูกเลิกจ้าง คนที่จนก็ต้องจนต่อไป ส่วนคนรวยก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ต่อสังคม เสพสุขในความร่ำรวยของตนเองต่อไป มันจึงถูกพิสูจน์ได้ชัดเจน ว่าผู้ที่เสนอแนวคิดเช่นนี้ ล้วนทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และอำนาจของตนเองเพียงเท่านั้น

แนวคิดชาตินิยม จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งของพวกผู้ปกครองในการ “ครองใจ ในทางความคิด” ของคนในสังคม นอกเหนือจากเครื่องที่ใช้ปราบปรามประชาชน เช่น กองทัพ คุก ศาล ทหาร ตำรวจ หรือที่เรียกว่าอำนาจรัฐ

อันโตนิโอ กรัมชี่* นักปฏิวัติสังคมนิยม ชาวอิตาลี(1891-1937) จึงได้เสนอว่านอกจากเราต้องทำ “สงครามขับเคลื่อน” คือการเคลื่อนไหวกดดันด้วยรูปแบบต่างๆ ที่เราพยายามทำกันอยู่แล้ว

เรายังจำเป็นต้องทำ “สงครามจุดยืน” เพื่อต่อสู้การผู้ขาดทางความคิดของพวกอำมาตย์ ซึ่งรูปธรรมคือ เราต้องเน้นแนวคิดสากลนิยม เพื่อคัดค้านแนวชาตินิยม สนับสนุนแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย คัดค้านการส่งทหารลงไปในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

แต่ควรเปิดพื้นที่ประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีสิทธิในการตัดสินอนาคตตนเอง เราต้องตั้งคำถามแต่แรกว่าพรมแดนที่มีอยู่ในปัจจุบัน มันเกิดขึ้นมาอย่างไร ทำไม่ต้องมีภาษาราชการเพียงภาษาเดียว ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยพูดกันหลายภาษา

เรามีรูปแบบครอบครัวอื่นๆ ได้อีกหรือไม่ ที่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวแบบปัจจุบัน และเราต้องพยายามพูดคุยกันถึงสังคมใหม่ สังคมในฝันของผู้รักประชาธิปไตย ว่ามีหน้าตาอย่างไรกันบ้าง มีระบบเศรษฐกิจแบบใด ระบบขนส่งมวลชนเป็นอย่างไร ระบบการศึกษาเป็นอย่างไร ระบบการปกครองทั้งระดับประเทศและระท้องถิ่นเป็นอย่างไร ระบบสวัสดิการอื่นๆ เป็นอย่างไร

และนำออกมาเสนออย่างเป็นรูปธรรม ต่อคนในสังคม เพื่อแข่งแนวกับพวกอำมาตย์ที่ต้องการแช่แข็ง ความยากจน ความไร้สิทธิเสรีภาพ ของพวกเราไว้

000000000

*ดู อันโตนิโอ กรัมชี่ ใน หนังสืออะไรนะลัทธิมาร์ค เล่ม 2 สำนักพิมพ์ ชมรมหนังสือประชาธิปไตยแรงงาน(องค์กรเลี้ยวซ้าย)

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(8ต.ค.):เกาะติดกิจกรรมเสื้อแดงโกอินเตอร์

ที่มา Thai E-News


***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดง โดย"นักข่าวชาวรากหญ้า"วันนี้ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2552 ตรงกับแรม 4 ค่ำเดือน 11 วันนี้พาไปติดตามความเคลื่อนไหวของพี่น้องชาวเสื้อแดงโกอินเตอร์กันซะหน่อย หลักๆไปที่อเมริกาแล้วก็ญี่ปุ่น 2 ประเทศยักษ์ใหญ่มหาอำนาจเศรษฐกิจการเมืองโลก คนไทยไปปักหลักปักฐาน ทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่แยะ คนไทยไปที่ไหนก็มีคนเสื้อแดงที่รักชาติ รักประชาธิปไตย รักประชาชน รักในความเป็นธรรมไปอยู่ในทุกๆถิ่น***

***คุณทิฟฟี่สีแดง สาวน้อยเสื้อแดงประจำUSAส่งภาพถ่ายกิจกรรมของเสื้อแดงไทยในเมกามาให้ดูความคึกครื้น 2 รูปแรกนี้มีขึ้นที่เมืองอาเคเดีย รัฐแคลิปฟอร์เนีย ต้อนรับพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรียุติธรรม และเลขานุการส่วนตัวนายกฯทักษิณ ชินวัตร กับคณะ***

***ส่วนอีกรูปเป็นกิจกรรมต้อนรับรัฐมนตรีพงศ์เทพที่นครชิกาโก รัฐอิลินอยส์ นอกเหนือจากจัดกิจกรรมต้อนรับแล้วก็ได้ฟังบรรยายพิเศษจากทั้งคุณพงศ์เทพ คุณพิชิต ปลั่งศรีสกุล ทีมทนายความนายกฯทักษิณ ที่สำคัญงานอย่างนี้แกนนำคนเสื้อแดง หรือคนที่ไปจากเมืองไทยไม่ได้ไปอย่างเจ้าใหญ่นายโต แต่ไปแบบคนกันเองครื้นเครงแบบได้เนื้อหาสาระ ไม่มีไถขอค่าเครื่องบินไปเหมือนพวกพรรคการมารใหม่พันธมาร ไปถึงจัดเก็บค่าบัตรผ่านประตู ขากลับได้เงินไปช็อปปิ้งร้านสินค้าปลอดภาษีเหมือนพวกระยำทำลายชาติ***


***คนเสื้อแดงเมกาก็ไม่ใช่ว่าร่ำรวยมากมาย แต่จัดงานแบบนี้ไม่ต้องเดือดร้อนใคร แถมเห็นใจคนที่ขับรถข้ามรัฐข้ามวันข้ามคืนมายังจะไปไถหนักๆเพื่อเป็นค่าเครื่องบินค่าที่พักหรูค่าพ็อคเก็ตมันนี่แบบผู้ก่อการร้ายพันธมิตรทำเป็นประจำเขาไม่ทำกัน***

***สาวน้อยทิฟฟี่ สีแดงแห่งUSA ฝากบอกกล่าวข่าวสารถึงคนในเมืองไทยความว่า"สมาชิกคนเสื้อแดงที่นี่อยากให้คนเสื้อแดงที่เมืองไทยรู้ว่าที่เมกาก็มีคนเสื้อแดงอยู่ด้วยค่ะ และก็กำลังจะค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ช้าหน่อยเพราะทุกคนก็ทำงานทำการกันแต่ก็มั่นคงค่ะ"...พี่น้องชาวไทยอยากคุยกับฝ่ายประสานงานคนขยันท่านนี้ก็เมล์ไปให้กำลังใจได้ที่tiffyvor@yahoo.com ขอให้สู้ๆชูสองนิ้วเหมือนในรูปตลอดกาล***

***ไปต่อที่เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นกันต่อ คุณ pickky สาวสวยคนขยันแห่งแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในญี่ปุ่น หรือ นปช.ญี่ปุ่น แจ้งข่าวเคลื่อนไหวมาว่า เสื้อแดงญี่ปุ่นเป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมาบริหารประเทศไทยอีกครั้ง มีสัญลักษณหลักของกลุ่มคือเสื้อแดงและสีแดง โดยได้มีการรวมตัวกัน เพื่อต่อต้านการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจุบัน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังเกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล และได้มาซึ่งอำนาจอันไม่ถูกต้อง ได้จัดกิจกรรมมาหลายหน รวมทั้งการรวมตัวกันเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาที่วัดไทยในญี่ปุ่น เพื่อส่งใจมายังพี่น้องเสื้อแดงไทยที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเข้มข้นในเวลานั้น***

***เมื่อไวๆนี้เพิ่งจัดกิจกรรมรวมตัวกันมีนายกฯทักษิณโฟนอินมาให้กำลังใจสู้ และส่งความห่วงใยมาถึง ตอนนี้นปช.ไทยในในประเทศญี่ปุ่น มีกำหนดจัดงานสัมนาครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 ตุลาคม 2552 ณ เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทยในญี่ปุ่น รวมถึงผู้สนใจซึ่งมาจากหลายท้องถิ่น ได้พบปะและร่วมหารือเกี่ยวกับการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจุบัน รวมถึงการร่วมกำหนดแนวทางของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติในญี่ปุ่น ให้สามารถประสานงานกันอย่างเป็นระบบ เกิดความคล่องตัว***

***โดยงานนี้นปช.ไทยในญี่ปุ่นจะแต่งตั้งผู้แทนแนวร่วมจากแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายสัมพันธ์ของกลุ่มภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้การจัดงานมีระเบียบเป็นไปด้วยความราบรื่น จึงขอให้พี่น้องที่รักประชาธิปไตยชาวไทยในญี่ปุ่นที่ประสงค์เข้าร่วมงานสัมนากรอกแบบตอบรับการเข้าร่วม เพื่อความสะดวกรวดร็วในการยื่นและกรอกเอกสารหน้างาน และจัดลำดับที่ในการร่วมรับประทานอาหารกลางวัน กรณีที่ท่านมีข้อสงสัยประการใดกรุณาติดต่อฝ่ายประสานงาน คุณปิ๊คกี้ โทรศัพท์ 090-2720-4029 อีเมล์tatswilai@hotmail.com***

***ย้ำอีกทีสำหรับพี่น้องไทยในญี่ปุ่น งานสัมนาหนนี้มีขึ้นภายใต้ชื่องาน ถึงเวลา "อำลารัฐบาลไก่อ่อน" ครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 ตุลาคม 2552 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างเครือข่าย เพิ่มความแข่งแกร่ง งานจัดขึ้นที่ SAMMU-SHI CHIBAKEN 221 OOKI 221 ติดต่อได้ที่คุณ pickky 090-2720-4029
เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป***

***คุณปิคกี้ฝากข่าวถึงพี่น้องเสื้อแดงในไทยที่ถนัดจัดกิจกรรมและทำป้ายโปสเตอร์หรือป้ายบนเวทีสวยๆทั้งหลาย เนื่องจากทีมงานทางญี่ปุ่นไม่สันทัดในเรื่องนี้ เลยขอคำแนะนำด้วยจ้า หรือหากจะกรุณาส่งรูปป้ายโปสเตอร์ยักษ์ที่ว่าไปให้เลยยิ่งดี จะคิดตังค์ก็แจ้งมาแต่ขอราคามิตรภาพ หรือใครจะส่งไปให้ฟรีก็จะดีใจมากๆ เบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ก็ตามนั้นจ้า***

***ทางอังกฤษตอนนี้คุณพี่วัฒนา แอบเบ็จช์ แห่งคนไทยUKขยันเพิ่มขึ้นอีกหลายกิโล หลังจากที่ท่านอาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ มีเหตุต้องเดินทางจากเมืองไทยไปดูงานที่สหราชอาณาจักรแบบยังไม่มีกำหนดวันกลับแน่ชัด ก็คงจนกว่าชัยชนะจะเป็นของฝ่ายประชาธิปไตย เลยได้หัวเรี่ยวหัวแรงจัดกิจกรรมสารพัน ขอฝากกำลังใจสู้ๆมาในโอกาสนี้***

***ส่วนทางออสเตรเลีย นิวซีแลนด์กำลังมีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมคึกคักไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน ส่วนคนที่ขยันเสมอต้นเสมอปลายยังคงเป็นคุณพี่อาคมซิดนีย์เจ้าเก่า ใครคิดถึงก็คลิ้กไปฟังทีเด็ดหมือนเดิมจากอาคมซิดนีย์ตามนี้จ้า http://www.mediafire.com/download.php?xq21rakiidt อย่างไรก็ดีโปรดใช้วิจารณญาณประกอบการฟังให้มากๆนะครับท่าน***

***พี่น้องเสื้อแดงทั้งในไทยและเทศ ไม่ว่าท่านจะอยู่ซอกไหนหลืบไหน เมืองไทยเมืองนอกหรือบ้านนอกตามป่าตามเขาบนยอดดอย หรือลอยเรืออยู่ในอ่าวไทย หากมีข่าวคราวกิจกรรมความเคลื่อนไหวใดๆงานบุญงานบวช งานแต่ง งานส่วนรวมส่วนตัว ส่งมาให้นักข่าวชาวรากหญ้าเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ได้ฟรีๆไม่ต้องเสียสตังค์ จะเป็นข่าว เป็นกำหนดการ รูปภาพ รูปถ่าย คลิปลับหรือไม่ลับ ก็ยินดีเผยแพร่ให้ ส่งมาที่เมล์thaienews@googlegroups.com***

ขอเชิดชู และสดุดีวีรชน ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 ตุลาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:คำกล่าวในวาระครบรอบ ๓๓ ปี เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เมื่อ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ โดย นายสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ประธานอนุกรรมการประสานงาน ตัวแทนคณะกรรมการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์


การเกิดขึ้นของเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น เป็นจุดแตกหักอันเป็นผลต่อเนื่องมาจากสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองอันแหลมคมที่ดำเนินมาก่อนหน้านั้น

ระหว่างพัฒนาการของพลังแห่งขบวนการนักศึกษาประชาชนฝ่ายก้าวหน้าที่ก้าวข้ามขั้นตอนเรียกร้องเสรีภาพ ประชาธิปไตย มุ่งสู่ความเป็นธรรมในสังคมเพื่อราษฎรทุกชนชั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจฝ่ายหนึ่ง กับการต่อต้านทุกรูปแบบของพลังแห่งขบวนการอนุรักษ์นิยมขวาจัด ขุมพลังคลั่งชาติ ซากเดนความคิดศักดินา เผด็จการนิยม ที่มีผลประโยชน์อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมหาศาลอีกฝ่ายหนึ่ง

เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ได้เสนอทรรศนะเรื่อง “จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน ๑๔ ตุลาคม” ต่อสังคมไทย เพื่อให้ขบวนการนักศึกษาประชาชนฝ่ายก้าวหน้าได้ตระหนัก

แต่ด้วยพลังแห่งจิตใจอันเร่าร้อนเจิดจ้า ไม่กลัวยากลำบาก ไม่กลัวการเสียสละ มุ่งไปข้างหน้าด้วยอุดมการณ์ที่เต็มไปด้วยหัวใจบริสุทธิ์อย่างเดียว ทำให้ขบวนการนักศึกษา ประชาชน ฝ่ายก้าวหน้าต้องตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ จากฝ่ายตรงข้ามทั้งเป็นผู้กำหนด และสร้างสถานการณ์

กระแสลมแห่งการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมได้พัดพาขบวนการนักศึกษา ประชาชน ฝ่ายก้าวหน้า มุ่งสู่พลังสามประสาน อันได้แก่ นักศึกษา กรรมกร ชาวนาชาวไร่

แต่ต้องถูกบีบรัดด้วยสถานการณ์แห่งความรุนแรงไปจนถึงจุดแตกหัก เมื่อเกิดการล้อมปราบและสังหารโหดเมื่อวันพุธที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามมาด้วยการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ทำให้นักศึกษา ประชาชน ฝ่ายก้าวหน้าส่วนหนึ่ง ตัดสินใจเดินทางเข้าสู่ชนบท ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธเพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐ

ในขณะนั้น ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ พำนักอยู่ ณ บ้านพักอองโตนี ชานกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยความห่วงใยยิ่ง ก่อนหน้านี้ท่านพยายามให้แง่คิดและเตือนสติขบวนการนักศึกษา ประชาชน ฝ่ายก้าวหน้า ท่านไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจะนำพาไปสู่ความเลวร้ายยิ่งขึ้น

ขบวนการนักศึกษา ประชาชน ฝ่ายก้าวหน้าในช่วง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จนถึง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ได้สร้างคนหนุ่มสาวผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์อันมุ่งมั่นไปสู่สังคมดีงาม หากไม่มีเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มาทำให้ต้องสดุดหยุดชะงักแล้ว ขบวนการนี้คงได้หลอมรวมระหว่าง ความมุ่งมั่น เพื่อความเป็นธรรมในสังคมกับเจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ อย่างมีพัฒนาการไปสู่คุณภาพ และน่าจะปรากฎผลที่งดงามกับสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมไม่มากก็น้อย

เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผ่านพ้นไป ๓๓ ปีแล้ว บัดนี้คนหนุ่มสาวเหล่านั้นได้เปลี่ยนสถานะไปตามเหตุปัจจัย วัน เวลา ผ่านไป ทิ้งรอยแผล ซากปรักหักพังไว้เบื้องหลัง ในขณะที่สภาพทางสังคมได้ปรับตัว เดินไปอย่างไม่หยุดยั้ง สถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นทับซ้อนสถานการณ์เดิม เกิดเรื่องราวทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่ดำรงด้วยปัญหาให้ต้องแก้ไข ครั้งแล้วครั้งเล่า

ณ วันนี้ สำหรับคนหนุ่มสาวรุ่นปัจจุบัน ควรได้มีโอกาสเรียนรู้ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เพื่อเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้ศึกษา ให้ได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของกระแสธารการต่อสู้ไปสู่ความเป็นธรรมในสังคม และประชาธิปไตยสมบูรณ์ ที่จะไม่สิ้นสุดลงในระยะเวลาอันใกล้นี้

00000000000
ชมคลิปข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวเนื่อง:

*รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ วิเคราะห์ 14ตุลา, 6 ตุลา
http://baygon5.no-ip.org/upfiles/tammpa/อ.พิชิต33@36Years2009-10-07.mp3

*แม่เล็ก วิทยาภรณ์ ที่ธรรมศาสตร์
http://www.voicetv.co.th/content/4015/แม่ผู้สูญเสียเรียกร้องรัฐบาลชำระประวัติศาสตร์6ตุลา19

รอม้าขาว-ควายดำ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




เกิดจากพนักงานขับรถหลับใน

คำแถลง นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟ

สรุปสาเหตุขบวนรถไฟตกรางที่สถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผู้โดยสารเสียชีวิต 7 ศพ บาดเจ็บอีกนับร้อย!

ถ้าเป็นประเทศที่นักการเมืองมีสปิริต ผู้รับผิดชอบมีสำนึก

รมว.คมนาคมต้องจูงมือผู้ว่าการรถไฟลาออกตั้งแต่หลังเกิดเหตุ

เผลอๆ อาจมีนายกฯ ครม. ผู้บริหารรถไฟตามไปด้วย

ไม่ใจหนา หน้าทนเหมือนบางประเทศอย่างนี้แน่?

อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ ก็จริง

ไม่มีใครอยากให้เกิด ก็ใช่

แต่มันควรเกิดจากเหตุสุดวิสัย นอกเหนือการควบคุม เช่น ภัยธรรมชาติ ฝนตก น้ำท่วม แผ่นดินไหว ฯลฯ

ไม่ใช่จากความบกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพของคน

หรือการชำรุด ทรุดโทรม เสื่อมคุณภาพของเครื่องมือ

หายนะที่เขาเต่า มันใช่หมดเลย

ทั้งคน ทั้งเครื่องมือ!!

ยิ่งข้อมูลหลั่งไหลออกมาหลังสังเวยผู้โดยสารไป 7 ชีวิต

ก็ยิ่งเห็นความอัตคัด อนาถา ไม่เข้าท่าของรถไฟไทย

ทุกวันนี้มีรถโดยสารและดีเซลราง 1,352 คัน แต่ใช้งานได้ 60%

กว่า 500 คันอยู่ในโรงซ่อม?

รถจักรมี 256 คัน รุ่นจีอีเอ ใช้งานมาแล้ว 13 ปี

รุ่นฮิตาชิ ใช้งานมาแล้ว 16 ปี

รุ่นอัลสธอม ใช้งานมาแล้ว 34 ปี

และ รุ่นจีอี ใช้งานมาแล้ว 43-45 ปี

ไม่เคยได้รับอนุมัติจัดซื้ออีกเลย??

ความต้องการใช้งานจริง 155 คันต่อวัน แต่ให้บริการจริงได้เพียง 137 คันต่อวัน

ขณะที่รางอยู่ในสภาพดีมาก 24%

สภาพดี 38.6%

สภาพพอใช้ได้ 28.5%

รถไฟไทยก่อตั้งมา 113 ปี เป็นอันดับ 2 ของเอเชียต่อจากอินเดีย

ด้วยพระวิสัยทัศน์ และสายพระเนตรยาวไกลของรัชกาลที่ 5

พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ให้เพียบพร้อมสมบูรณ์

โดยเฉพาะที่ดินจำนวนมากทั่วประเทศ

ไม่ต้องเช่า ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องเวนคืนเหมือนหน่วยงานอื่น

แล้วยังสามารถพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมหาศาล?

ทว่าที่ผ่านมา นักการเมืองคนแล้วคนเล่าตั้งหน้าโกงกิน

ผู้บริหารรุ่นแล้วรุ่นเล่าตั้งตากอบโกย

แม้พนักงานระดับล่างจะทุ่มเทแค่ไหน อย่างไร ก็ไปไม่รอด

กลายเป็นหน่วยงานทุจริตอันดับต้นๆ และขาดทุนต่อเนื่องมาตลอดหลายสิบปี?

ทรุดโทรม ตกต่ำทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะหัวใจสำคัญอย่างการ บริหาร บริการ พัฒนา และแข่งขัน

ทั้งๆ ที่เป็นสาธารณูปโภคผูกขาด จำเป็นต่อการคมนาคมขนส่งในปัจจุบัน

รถไฟไทยต้องปฏิวัติใหญ่มานานแล้ว

แต่ยังไม่มี "อัศวิน" ผู้เก่งกล้ามาจัดการ!

ม้าขาว หรือควายดำตัวไหนก็ได้

ช่วยพามาด้วย!?

รถไฟตกราง

ที่มา เดลินิวส์

บ้านเมืองเหมือนลิงแก้แห ยิ่ง แก้ ยิ่งพัน ยิ่งนาน ยิ่งไม่รู้จะออกทาง ไหน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมรับแล้ว ได้รับใบลาออกของเลขาธิการนายกฯ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ตั้งแต่ 30 ก.ย. แล้ว และมีผลวันนั้นแหละ

เรื่อง ผบ.ตร. นายกฯรูปหล่อ ยังยืนยัน เป็นอำนาจผมที่จะเสนอชื่อ ก็ เอาเถอะ ว็อทเอเวอร์ วิวบี วิวบี๊.... อะไรจะเกิด ก็ต้อง เกิด ขอให้ท่านนายกไปตลอด รอดฝั่งนะ อย่าเหมือนรถไฟตกรางสยองที่ เขาเต่า หัวหิน ล่ะ

ที่นั่น ตาย 7 คน เจ็บเกือบร้อย ใครจะส่งสัญญาณเตือน กำลังสับราง ยังไง โชเฟอร์ตีนผี ก็ไม่สน ห้อตะบึงลูกเดียว กลายเป็น “โศกนาฏกรรม” ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแม่ที่ต้องเสียลูกสาว 2 คน ในคราเดียวกัน

เป็นที่โศกาอาดูรยิ่งนัก

สหภาพรถไฟ ฉวยโอกาส ออกแถลงการณ์ เพราะมีการลดกำลังคน เลยทำให้คนขับต้องควง 7 วันรวด ถ้าจริง ฝ่ายบริหารทำอะไรอยู่ นโยบายลดคน ตั้งแต่ปี 43 แล้วไม่ไช่หรือ สหภาพล่ะ เคยโผล่หัวมาเตือนมั้ย ไม่มีเลย

มาพูดเพื่อเล่นเกม ลับ ลวง พราง หรือไง

ที่ มาบตาพุด ระยอง รถไฟ ก็ตกรางครั้งใหญ่ เมื่อ ศาลปกครองกลาง มี คำสั่งเบรก 76 โครงการ ที่ลงทุนไปกว่า 4 แสนล้านไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอื่น

นั่นคือ จนกว่าจะทำตาม ม.67 ในรัฐธรรมนูญ มีผลศึกษาสิ่งแวดล้อม (EIA) ผลกระทบสุขภาพ (HIA) รวมทั้งทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ด้วย ฟังดูดี๊ดี แต่ทั้ง 3 เรื่อง ยังไม่มีบรรทัดฐานสักเรื่อง

ขณะที่โครงการต่าง ๆ เดินหน้าไปไกลแล้ว โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ลงทุนกับเรื่องป้องกันมลพิษเป็นหมื่น ๆ ล้าน เพราะไม่อยากมีเรื่อง

แต่ไม่วายโดนกวาดเรียบ

ประธานสภาอุตสาหกรรม หอการค้า สมาคมธนาคารไทย เต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะสมาชิกล้มทั้งยืน เฉพาะ ปตท.ค่ายเดียวมี 25 โครงการโดนกระทบ และ ใน 76 โครงการนั้น อยู่ในตลาดหุ้นตั้ง 14 บริษัท

นายกฯ ไม่เต้นได้ไง ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง สั่งยื่นอุทธรณ์ด่วน กลัวนักลงทุนเก็บเสื้อผ้าไปเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย หมด ไม่เอาแล้ว ประเทศนี้ คนจะตกงานเป็นแสน ปัญหาสังคมจะบานตะไท

ยังไม่รู้ผลอุทธรณ์จะเป็นยังไง

แต่จะว่าไป 3-4 ปี ที่ผ่านมา เพื่อกำจัดคน ๆ เดียว ทุกอย่างมันก็สุดโต่งอยู่แล้ว ม.67 ก็อยู่ใน รธน. ปิศาจนี่แหละ ใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน ฝ่ายหนึ่งยังขาวจั๊วะ อีกฝ่ายหนึ่งยังดำปี๋

เรื่องมาบตาพุด อุทธรณ์ก็จริง แต่อีกด้าน นายกฯ ก็สั่งสภาพัฒน์ ศึกษาว่า ปิโตรเคมี เหล็กต้นน้ำ โรงกลั่น จำเป็นหรือไม่ จะเอาท่องเที่ยวหรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (ที่ยังไม่รู้ อะไรแน่ ) มาทดแทน ได้หรือไม่

รถไฟตกรางที่ประจวบฯ ยังพอกู้ได้ แต่รถไฟสายประเทศไทย ตกรางมรณะ มานาน 3-4 ปีแล้ว โชเฟอร์ตีนผี รวยอู้ฟู่ไปแล้ว แต่คนกู้จะชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล หรือเปล่าล่ะเนี่ย

ตอนนี้ได้เป็น หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เรียบร้อยแล้ว เฮ.....

ดาวประกายพรึก

ตามฟอร์ม

ที่มา ไทยรัฐ

กรณีทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งจัดซื้อเครื่องมือแพทย์แปดหมื่นหกพันล้านบาท ทำให้นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เจ้าของฉายาคุณชายสะอาด ต้องเสียรังวัด 3 เด้ง ซ้อนในรอบเดือน 9

เพราะข่าวทุจริตที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1, กรณีทุจริตปลากระป๋องเน่า 2, กรณีทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง และ 3, กรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องมือแพทย์

ทั้ง 3 เรื่อง 3 รส 3 ลีลา อยู่ในการกำกับ ดูแลของรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเดียว

ไม่มีรัฐมนตรีพรรคอื่นผสมโรง

ถึงแม้จะอ้างว่าการทุจริตทั้ง 3 กรณี รัฐมนตรีไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ แต่เมื่อเรื่องมันบานทะโร่ขึ้นมาแล้ว รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างไร?

"แม่ลูกจันทร์" กระชุ่น นายกฯอภิสิทธิ์ กำชับรัฐมนตรีประชาธิปัตย์ทุกคนให้ควบคุมการใช้เงินโครงการไทยเข้มแข็งให้เข้มแข็งจริงจัง

อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือน 3 กรณีอื้อฉาวที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม กรณีอื้อฉาวทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข จะต้องตอบสังคมให้ได้ว่าใครเป็นไอ้โม่งตัวจริง??

เพราะพฤติกรรมล็อกสเปกระดับนี้ต้องทำเป็นขบวนการ

ต้องร่วมมือกันหลายฝ่ายเหมือนกฐินสามัคคี

รมว.สาธารณสุข "วิทยา แก้วภราดัย" ในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์

แต่ถ้าคณะ กก.ตรวจสอบของกระทรวงฯ สอบไม่เสร็จตามกำหนด ก็จะตั้ง "คนนอก" เข้าไปตรวจสอบทุจริตซ้อนเข้าไปอีกทีม

เพื่อป้องกันข้อครหาว่าซูเอี๋ยกัน

"แม่ลูกจันทร์" หวังว่าการตรวจสอบทุจริตจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ จะไม่ "หน่อมแน้ม" เหมือนการตรวจสอบทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงที่ตั้งคนในพรรคเดียวกันมาตรวจสอบกันเอง

สุดท้ายได้แค่ปลาซิว 2 ตัว ให้ชาวบ้านดูเล่นแก้เซ็ง

อย่างไรก็ตาม...เพื่อให้การตรวจสอบทุจริตจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เดินหน้าได้อย่างสะดวกโยธิน

"แม่เลี้ยงติ๊ก" ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เลขาฯ รมว.สาธารณสุข สุรเชษฐ์ อาแวแซ ผู้ช่วยรัฐมนตรี และทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีอีก 8 คน ได้ตัดสินใจประกาศลาออกล้างสต๊อกยกพวง

เหตุผลที่ลาออกยกทีม มี 3 ประการ

1, เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบทุจริตอย่างอิสระโปร่งใส โดยไม่ต้องเกรงใจนักการเมือง

2, เพื่อป้องกันไม่ให้ รมว.สาธารณสุข ตกเป็นเป้าโจมตี

3, เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ที่มีผู้กล่าว หาว่าคนใกล้ชิดรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีบางคนเข้าไปมีเอี่ยวในการล็อกสเปกซื้ออุปกรณ์การแพทย์ในราคาแพงเกินจริง

พิเชฐ พัฒนโชติ ตัวแทนที่ปรึกษารัฐมนตรี แถลงยืนยันว่า ฝ่ายการเมืองไม่ได้ เข้าไปแทรกแซงข้าราชการประจำให้ล็อกสเปกขายสินค้าราคาแพงอย่างที่กลุ่มแพทย์ ชนบทโจมตี

เพราะการกำหนดสเปกสินค้า และการกำหนดราคากลางเป็นเรื่องของข้าราชการประจำ

นักการเมืองจะรู้รายละเอียดเครื่องมือแพทย์ได้อย่างไร??

แม้แต่ราคาเสาธงโรงพยาบาลตำบลที่ตั้งราคากลางไว้เสาละห้าแสนบาท ฝ่ายข้าราชการประจำก็ออกแบบเอง

การกล่าวหาว่านักการเมืองรับประทานเสาธงโรงพยาบาลจึงเป็นข้อหาที่ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง

เอาเถอะ...ใครเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวยังต้องมีหลักฐานยืนยัน

ถ้าหลักฐานโยงไม่ถึงนักการเมืองก็จนปัญญา

ฟันธง ข้าราชการประจำโดนเช็กบิลตามฟอร์ม.

แม่ลูกจันทร์

'เวลคัม' ยินดีต้อนรับ?

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_38108
ไชโย หลังจากปฏิวัติครบ 3 ปี เราก็ได้หัวหน้าม็อบ หัวหน้าคณะปฏิวัติ มาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองคนละพรรค หลังจากได้ร่วมกันล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชน พรรคของหัวหน้าม็อบ และพรรคของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ก็คงร่วมกับพรรคของหัวหน้า บอยคอตการเลือกตั้ง ท่านเห็นทีมสมรู้ร่วมคิดล้มล้างอำนาจประชาชนแล้วยัง"

ในจังหวะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทีโพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ รวบรัดสั้นๆ 4 บรรทัด

สรุปได้แบบ "เข้าเนื้อ" เลย


และก็เข้าทางเหมือนกัน ในลีลาของ "บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้คิวย้อนคอหอยกันในที

"ว่าแล้ว เดาไม่ผิด เชื่อขนมกินได้ เมื่อก่อนก็ว่าไม่เอา แต่ก็ดี ลงมาเถอะ จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ขอให้เข้ามาในลักษณะสร้างสรรค์เสียหน่อย อย่างไรก็ตาม การเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง กับหัวหน้าสีเสื้อมันไม่ง่าย"

ในอารมณ์เดียวกับ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่บลัฟแดกดันกันเป็นนัย

"ที่ผมดีใจคือการที่กลุ่มพันธมิตรฯเลือกที่จะเข้ามาทำงานการเมืองในรูปแบบของพรรคการเมืองเต็มรูปแบบก็จะได้ไม่ต้องไปเคลื่อนไหวข้างนอก ก็จะได้มีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น"

เวลคัม ยินดีต้อนรับ "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล

"ทักษิณ'บรรหาร'เทพเทือก" แท็กทีมรับน้องใหม่กันครึกครื้น


และก็เป็นอะไรที่ต้องพร้อมรับสภาพ เมื่อยี่ห้อ "เดอะลิ้ม" โดดลงสนามรับตำแหน่งหัวหน้าค่ายการเมืองใหม่ สวมคราบนักการเมืองเต็มตัว ก็ต้องเตรียมใจไว้

ด่าคนอื่นมันปากฝ่ายเดียวไม่ได้อีกต่อไป

และก็ไม่แน่ใจว่าจะมีศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปหรือไม่ กับคิวที่แกนนำขาใหญ่ประกาศระดมพันธมิตรฯชุมนุมใหญ่ ขวางลำการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ "หน้าแหลมฟันดำ"

ยังกั๊กเกมม็อบกดดัน

เอามันทั้งการเมืองในสภา และการเมืองบนถนน

แต่ก่อนอื่นเลย เตรียมตัวตั้งรับกันให้ดีกับคิวล่อบาทา ในเมื่อพรรคการเมืองใหม่


ไปทับสัมปทานฐานเสียงกับยี่ห้อประชาธิปัตย์ในปักษ์ใต้ และเขตหัวเมืองชั้นใน

ตีท้ายครัวเจ้าถิ่นแบบเจ็บแสบ

แบบว่าครั้งหนึ่งประชาธิปัตย์ลงทุนจัดรถให้หัวคะแนน ระดมขนชาวบ้านฐานเสียงในปักษ์ใต้มาร่วมม็อบเสื้อเหลืองที่กรุงเทพฯ โหมโรงหักดิบรัฐบาลเครือข่าย "ทักษิณ" จนพังพาบ

แต่สุดท้ายแฟนๆเคลิ้มตามเวทีม็อบพันธมิตรฯกู่ไม่กลับ


ว่ากันว่ายามนี้ ฐานเสียงเขตเมืองในปักษ์ใต้ จังหวัดใหญ่ๆทั้งสุราษฎร์ธานี สงขลา ปันใจออกห่างยี่ห้อประชาธิปัตย์ มาปักใจกับสีเสื้อพรรคการเมืองใหม่ แอบอิงกับยี่ห้อม็อบพันธมิตรฯ

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะอยู่เฉยๆให้โดนเจาะยางจนแฟบ ก็ให้รู้ไป

แต่ที่แน่ๆตามน้ำเสียงที่จับอารมณ์ได้ "เทพเทือก" ตอบนักข่าวกรณีที่ยังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคน ยังคาบเกี่ยวระหว่างพรรคการเมืองใหม่กับพรรคประชาธิปัตย์

"เดี๋ยวคงต้องแยกชัดเจนว่าใครจะไปสังกัดพรรคไหน เพราะคนหนึ่งจะสังกัดอยู่สองพรรคไม่ได้"


ตั้งท่าเคลียร์บัญชี "ข้าวนอกนา"

และนั่นก็ทำให้ต้องรีบแสดงตัวแสดงตนก่อนใคร นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ โควตาม็อบพันธมิตรฯ รีบประกาศจุดยืนขออยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

ไม่ขอซบพรรคการเมืองใหม่ เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกันแล้ว


แต่ทั้งหมดทั้งปวง โดยยี่ห้อประชาธิปัตย์ถนัดอยู่แล้วเรื่องเสียบสกัด เตะตัดขาดาวรุ่ง

โดยคิวที่ค้างคาของ "เดอะลิ้ม" ทั้งคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน คดียึดทำเนียบรัฐบาล สารพัดคดีหมิ่น
ประมาท

อาหารอันโอชะของเสือ สิงห์ เขี้ยวลากดิน

ตามเกมก็อย่างที่เกลอเก่า "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาแย็บเป็นนัยๆ ต่อไปนี้นายสนธิจะต้องเตรียมคำพูดหาเสียง และพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี

"แต่ก็หวั่นใจแทน เพราะเท่าที่ถูกคดีทั้งหมด จำคุก 7 ปี ไม่รอลงอาญาทั้งนั้น จึงไม่รู้จะไปรอดหรือไม่"


"เขี่ยแผล" รอย้ำกันเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ประชาธิปัตย์ในอนาคต

ที่มา ไทยรัฐ

เรื่องราวของ พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องราวของพรรคร่วมรัฐบาล และเรื่องราวของ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจกล่าวได้ว่า เป็นมรสุมวิกฤติการเมืองที่กำลังบานปลายเป็น วิกฤติชาติ ไม่ใช่แค่ที่เห็นแต่เป็นวิกฤติที่ซ้ำซ้อนเป็นภูเขาไฟที่อยู่ใต้น้ำรอวันปะทุ

พรรคประชาธิปัตย์วันนี้ไม่เหมือนกับประชาธิปัตย์เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว บุคลากรทางการเมือง ของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า คุณภาพสู้บุคลากรในยุคที่ผ่านมาไม่ได้ ในที่นี่ ไม่ใช่แค่ความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ คุณธรรมทางการเมือง ก็แตกต่างกัน

วันนี้ประชาธิปัตย์ไม่มีพลังในตัวเอง ไม่มีบารมีที่จะสร้างอำนาจด้วยตัวเอง เหมือนดาวเคราะห์ ประชาธิปัตย์ต้องอาศัยอำนาจแฝงมากมายกว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลได้สำเร็จ เงื่อนไขในการทำงานจึงมีมากมายเช่นกัน คงไม่ต้องอธิบายรายละเอียดที่ต้องไปผูกโยงอยู่กับพันธมิตรฯ ไม่เช่นนั้นคนในพันธมิตรฯ ก็คงไม่ได้ดิบได้ดีในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาล

ประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์อันดีกับ คนในอดีต คมช. ไม่เช่นนั้น ทายาท คมช. ก็คงไม่เข้ามาเป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น ถ้าจะตั้งข้อสังเกตว่าสีเหลืองและสีเขียวยังมีอิทธิพลต่อพรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ผิดนัก

อีกสีหนึ่งก็คือสีน้ำเงิน แม้จะไม่ได้อยู่ในเครือข่ายมาตั้งแต่ต้นแต่ก็เป็นหลักสำคัญที่ทำให้ประชาธิปัตย์ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลเช่นกัน ถ้าไม่มีสีนี้ประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้อีกต่อไป

นี่คือสภาพของพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้

ไม่แปลกที่พรรคประชาธิปัตย์จะเครียดกับ ภาวะผู้นำของหัวหน้าพรรค เนื่องจากจะกลายเป็นวิกฤติสองเด้งกระทบถึงศรัทธาที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ และไม่แปลกที่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ใช่แค่การปรับ ครม.เท่านั้นที่จะทำให้ประชาธิปัตย์ฉีกหนีจากวิกฤติออกมาได้ แต่ต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้ารัฐบาลด้วย

เพราะถ้าไม่เปลี่ยน วันข้างหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะถึงจุดจบ

ระหว่างความขัดแย้งทางวุฒิภาวะในพรรค ความเป็นเด็กดื้อ ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคถอดใจไปตามๆกัน แม้แต่คนที่ปั้นมากับมืออย่างคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังส่ายหน้า

วันนี้ แกนนำพันธมิตรฯ สนธิ ลิ้มทองกุล ก้าวขึ้นมาบนเวทีการเมืองเต็มตัว และอีกไม่กี่วัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ก็จะขึ้นมาผงาดบนเวทีการเมืองเช่นกัน รัศมีแรงข่ม ก็จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น อนาคตพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ถึงกับสูญพันธุ์เพราะมีฐานภาคใต้ที่เหนียวแน่น แต่อนาคตนายกฯ อภิสิทธิ์ น่าคิด ไม่ว่าจะเดินหน้าเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

เจอแต่ทางตัน.

หมัดเหล็ก

ทักษิณทวิสเตอร์ ถ่ายทำทีวี จ่อออกอากาศ1พ.ย.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_38116

อดีตนายกฯ ทักษิณ โพสต์ข้อความ และรูปภาพลงทวิสเตอร์ โดยระบุว่า "เช้านี้ทีมงานได้มาถ่ายทำเปิดตัวช่องที่ผมเคยสัญญาไว้ รอติดตามชมนะครับ" ซึ่งคาดว่าจะออกอากาศทางทีวีดาวเทียม 1พ.ย.นี้ ...

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (7ต.ค.) ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความ และ รูปภาพลงทวิสเตอร์ โดยระบุว่า"เช้านี้ทีมงานได้มาถ่ายทำเปิดตัวช่องที่ผมเคยสัญญาไว้ รอติดตามชมนะครับ"

ทั้งนี้ รูปภาพดังกล่าว คาดว่าเป็นการการถ่ายทำเพื่อเตรียมจะไปออกใน ทีวี ดาวเทียม ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยบอกไว้ว่า จะเปิดถึง 100 ช่อง โดยจะมีช่องที่เกี่ยวกับประเทศไทย 3 ช่อง ได้แก่ ช่องโอทอป ช่องการศึกษา และช่องพระราชกรณียกิจ

นาย นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับ ทีวีดาวเทียม 100 ช่อง จะเริ่มออกอากาศใน วันที่ 1 พ.ย. 2552 นี้ โดยจะเป็นการทยอยทดลองออกอากาศไปเรื่อยๆ ซึ่งประชาชนสามารถชมได้ทั่วโลก ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขณะนี้อาศัยอยู่ที่ดูไบ และสุขสบายดี