WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, October 12, 2009

‘ป๊อก’ฉุน! ไฟใต้โชน

ที่มา บางกอกทูเดย์

“ทุกวันนี้เราพยายามทำเต็มที่แล้ว แต่ต้องเข้าใจว่าอีกฝ่ายเขาจ้องที่จะทำ มันก็ป้องกันยาก เพราะวันนี้ถ้าทำไม่ได้ เขาก็ไม่ทำ ไปทำวันอื่นหรือพื้นที่อื่น อย่างในงานกาชาดยะลา เราคุมเข้มมาก ไม่มีช่องว่างเลย เขาก็ไปก่อเหตุข้างนอก ที่ผ่านมาผมก็ไล่บี้ให้ตั้งด่าน ตรวจเข้ม ทำเต็มที่ ทหารต้องไม่นอนที่ฐาน ต้องออกตรวจตลอด”

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าร้านขายเครื่องสำอาง ตรงข้ามโรงแรมเมอร์ลินในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ห่างจากสภ.สุไหงโก-ลก เพียง 100 เมตร เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ต.ค.2552 จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 ราย ร้านค้าได้รับความเสียหาย 6 ร้านจนนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์ถึงประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายความมั่นคง เพราะมีประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบรถต้องสงสัยก่อนแล้ว แต่กลับไม่พบระเบิด ทว่าสุดท้ายกลับเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงนั้นแต่งานนี้ผู้ที่รับบทหนัก เห็นจะเป็น พล.ท.พิเชษฐ์วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ที่กำกับดูแลสถานการณ์ในภาคใต้จนต้องลุยงานสืบสวนด้วยตนเองแว่วมาว่า “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ถึงกลับออกอาการ “ฉุน” ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แถมยังยกหูต่อสายตรงถึงแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วยตนเองทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ได้กำชับให้ พล.ท.พิเชษฐ์ สกัดการก่อเหตุรุนแรงของคนร้ายให้ได้โดยเฉพาะการลอบวางเพลิงเผาสถานที่ราชการและวางระเบิดในย่านชุมชนซึ่งข้อมูลการข่าวระบุว่ากลุ่มก่อความไม่สงบพยายามจะก่อเหตุอีกในบางพื้นที่ โดยหากเป็นไปได้ไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุร้ายซํ้าอีก อย่างน้อยก็ในระยะนี้ภายหลังรับนโยบายจาก ผบ.ทบ. ปรากฏว่า พล.ท.พิเชษฐ์ ได้มอบหมายให้ พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร สั่งการไปยังทุกหน่วยให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และของทางราชการในระดับสูงสุดพร้อมถ่ายทอดคำสั่งของ ผบ.ทบ.ไปยังผู้บังคับหน่วยกำลังทุกหน่วยด้วยในช่วงที่ผ่านมา แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยพล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสและคณะ ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดี

และเยี่ยมปลอบขวัญผู้ได้รับบาดเจ็บโดย พล.ท.พิเชษฐ์ เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดก็ได้รับการร้องเรียนว่า...ยังไม่ทราบจะนำเงินจากที่ไหนมาซ่อมแซมเนื่องจากบริษัทประกันภัยไม่ยอมจ่าย เพราะความเสียหายจากระเบิดอยู่นอกกรมธรรม์ที่ทำไว้กับบริษัท และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่อยากตำหนิใครถือว่าเป็น “เวรกรรม” ของชาวบ้าน เพราะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบรถต้องสงสัยแล้ว แต่กลับตรวจไม่เจอสิ่งผิดปกติ จึงไม่รู้ว่าความปลอดภัยของชาวบ้านอยู่ตรงไหนท่าทีของประชาชนในละแวกดังกล่าว ทำให้ พล.ท.พิเชษฐ์ถึงกับหน้าสลด และได้กล่าวกับผู้เสียหายว่าจะพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และขอขอบคุณทุกคนที่เป็นหูเป็นตาให้กับทางการเสมอมาและเหตุที่เกิดขึ้นขอรับผิดชอบเอง โดยจะนำไปปรับปรุงแก้ไขในทุกเรื่อง ทั้งเครื่องมือและความพร้อมของเจ้าหน้าที่รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน“ที่สำคัญทหารไม่ได้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอย่างเดียว แต่เราต้องทำถึงวันละ 2,600 ภารกิจทั้งคุ้มครองครู รปภ.รถไฟ คุ้มกันพระ รวมทั้งทำงานมวลชน สร้างความเข้าใจอีกต่างหาก ฉะนั้นเราทำหน้าที่100% แต่ช่องโหว่แค่ 1% ก็อาจทำให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นได้ ฉะนั้นเราต้องบริหารคน บริหารพื้นที่” พล.ท.พิเชษฐ์ เผยความในใจจากข้อจำกัดที่เผชิญอยู่ ทำให้ พล.ท.พิเชษฐ์ เปิดใจว่าเวลาเกิดอะไรขึ้นจึงไม่อยากตำหนิลูกน้องเลย เพราะเข้าใจกับสถานการณ์และปัญหาที่ต้องเจอนั้นหมายความว่า หากเกิดเรื่องขึ้น “นาย” จะเป็นคนรับ แทน “ลูกน้อง” แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นบางมุมของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ท่ามกลางภาวะกดดัน !! 

สองพันล้าน...ประชามติ ปชช. ได้อะไร?

ที่มา บางกอกทูเดย์

การแก้กฎหมายทั้ง 6 ประเด็น...เท่าที่เข้าใจเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักการเมืองทั้งสิ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคประชาชนเลยแม้แต่น้อยเมื่อนึกย้อนกลับไปในวันที่มีคนออกมาบอกว่า...ให้รับๆ ไปก่อน แล้วค่อยมาแก้ไขกันในคราวหลังมาถึงวันนี้เป็นอย่างไร...วุ่นวายไม่เลิกวุ่นวายไม่จบ เพราะใครเป็นคนทำ?จำนวนเม็ดเงินกว่า “สองพันล้านบาท”ที่เป็นเงินจากภาษีประชาชน โดยจะทำการโยนลงไปเพื่อให้เกิด การทำประชามติหากทำจริง! เม็ดเงินก้อนนี้น่าเสียดายเป็นอย่างมากในยุคที่ “ข้าวยากหมากแพง”เงินหายาก เศรษฐกิจไม่ดีทำไมรัฐบาลไม่คบคิดให้รอบคอบ...โดยเอาเม็ดเงินก้อนนี้ไปพัฒนาให้กับประชาชนที่ยังลำบากนั้นคงจะดีกว่าเปรียบเสมือนการ เอาเงินไปฉีกทิ้ง เพราะเงินสองพันล้านบาทสามารถสร้างประโยชน์ทำอะไรได้มากกว่านี้อีกเยอะแยะทั้งในด้านการพัฒนาการบริหารจัดการและดูแลประชาชนเข้าใจ นายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า...การทำประชามตินี้อย่างน้อยยังเป็น เกราะป้องกันตัวได้ดีชนิดหนึ่ง หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆด้วยลีลาท่วงท่ากับคำว่า ประชาชนเห็นด้วยให้มีการแก้ไข...เพราะอย่างไรเสีย...ก็คิดเพียงแต่แค่ซื้อเวลาเท่านั้นเองในยามนี้ความจริงประเด็นทั้ง 6 ข้อที่ต้องการแก้ไข...ได้อาศัยอำนาจบทบาทหน้าที่ของผู้ที่ทำหน้าที่ในรัฐสภาสามารถดำเนินการได้แล้วไม่จำเป็นต้องไปถามประชาชน!หากเป็นการไปถามไถ่...โดยรัฐไม่ต้องเอาภาษีของประชาชนลงไปด้วย...ก็ควรถามไปเถอะ แต่หากต้องใช้เงินแล้ว...ควรเก็บเงินเอาไว้ไปพัฒนาส่วนอื่นจะดีกว่าหรือไม่เพราะประเด็นการแก้ไขทั้ง 6 นั้นประชาชนไม่ได้อะไรเลยจริงๆ...กลับกันหากจะต้องใช้เงินทั้งทีแล้วควรหาประเด็นที่ใหญ่กว่านี้ขึ้นมา

เช่น ถามประชาชนเลยว่า รัฐธรรมนูญปี 50ที่มาจากปลายกระบอกปืนนั้น กับ รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนโดยแท้จริงเมื่อปี 40ประชาชนคิดเห็นว่า...จะเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใด อย่างนี้ดูเข้าท่าเข้าทางกว่าเยอะแต่มองว่ารัฐบาลไม่กล้า... คิดที่จะเอาประเด็นนี้ไปถามประชาชนอย่างแน่นอนเพราะอย่าลืมว่า...สาระสำคัญภายในรัฐธรรมนูญปี 40 อันมีที่มาจากประชาชนแท้ๆที่มี ส.ส.ร.ร่วมพิจารณานั้น...เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเหมาะที่สุดสำหรับประเทศไทยนี้เพราะการเมืองก็จะเป็นการเมืองแท้ๆเป็นการเมืองจริงๆ ไม่ใช่การเมืองที่แอบแฝงไปด้วยระบบอื่นเข้ามาแทรกแซงอย่างเลือดเย็นและน่ากลัวน.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า...การประชุมของวิป 3 ฝ่ายเพื่อผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่ามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องส่วนการทำประชามตินั้นพรรค ปชป.เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ...เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดควรได้รับฉันทามติจากอำนาจสูงสุดของประชาชนจำได้ว่า...ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองนี้หลายท่านที่เคยกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้วเมื่อได้รัฐธรรมนูญ 40 และใครอีกหลายคนต่างกล่าวว่าเป็น“รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด”ตามความเป็นจริงของสัจธรรมนั้น...นักการเมืองจะดีหรือชั่ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญแต่ขึ้นอยู่กับการกระทำตัวและการบริหารจัดการในสิ่งต่างๆ นานาไม่เข้าใจว่า...ประเทศไทยต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญอีกกี่สิบฉบับจึงจะเหมาะสมกับบ้านนี้เมืองนี้หากคิดจะเปลี่ยนทั้งทีก็ควรเอารัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนขึ้นเป็นตัวแม่ ตัวหลัก ไม่ใช่มานั่งเอารัฐธรรมนูญที่มาจากปลายกระบอกปืนเป็นตัวหลักประเทศไทยที่ไม่ได้ก้าวเทียบนานาอารยะประเทศ...เพราะระบบการเมืองไทย นักการเมืองไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยต่างคิดเพียงอย่างเดียวว่า...จะหาเม็ดเงินจากการทำงานการเมืองได้อย่างไร ในรูปแบบใดเชื่อว่า...หากมีบุคคลหนึ่งทำงานมีเงินเดือนเท่ารัฐมนตรีในช่วงอายุ 40 ปี แล้วทำไปจนอายุครบ60 ปี ซึ่งแม้จะทำงานสายตัวแทบขาด แต่ก็ยังไม่รํ่ารวยเท่ารัฐมนตรีในบ้านนี้เมืองนี้เลยเพราะอะไร...คำตอบรู้อยู่แก่ใจ! 

แดงไทยในญี่ปุ่นจัดสัมมนาอำลารัฐบาลไก่อ่อน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 ตุลาคม 2552

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในญี่ปุ่น หรือ นปช.ญี่ปุ่น แจ้งว่า จะจัดกิจกรรมสัมมนาภายใต้ชื่องาน "ถึงเวลาอำลารัฐบาลไก่อ่อน" ครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2552 เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของชาวไทยในญี่ปุ่นที่รักชาติรักประชาธิปไตย และสร้างเครือข่ายเพิ่มความแข่งแกร่ง ขึ้นที่ SAMMU-SHI CHIBAKEN 221 OOKI 221 เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ โดยได้ประสานงานเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์เข้ามายังเวทีสัมมนาด้วย

จึงขอเชิญพี่น้องคนไทยในญี่ปุ่นเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนานัดนี้ โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่อีเมล์
tatswilai@hotmail.com หรือติดต่อสอบถามได้ที่คุณ pickky 090-2720-4029


งานสัมมนาหนนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทยในญี่ปุ่น รวมถึงผู้สนใจซึ่งมาจากหลายท้องถิ่น ได้พบปะและร่วมหารือเกี่ยวกับการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจุบัน รวมถึงการร่วมกำหนดแนวทางของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติในญี่ปุ่น ให้สามารถประสานงานกันอย่างเป็นระบบ เกิดความคล่องตัว

เสื้อแดงญี่ปุ่นเป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมาบริหารประเทศไทยอีกครั้ง มีสัญลักษณหลักของกลุ่มคือเสื้อแดงและสีแดง โดยได้มีการรวมตัวกัน เพื่อต่อต้านการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจุบัน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังเกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล และได้มาซึ่งอำนาจอันไม่ถูกต้อง ได้จัดกิจกรรมมาหลายหน รวมทั้งการรวมตัวกันเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาที่วัดไทยในญี่ปุ่น เพื่อส่งใจมายังพี่น้องเสื้อแดงไทยที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเข้มข้นในเวลานั้น

เมื่อไวๆนี้เพิ่งจัดกิจกรรมรวมตัวกันมีนายกฯทักษิณโฟนอินมาให้กำลังใจสู้ และส่งความห่วงใยมาถึง จึงได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องขึ้นอีกครั้ง

โดยงานนี้นปช.ไทยในญี่ปุ่นจะแต่งตั้งผู้แทนแนวร่วมจากแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายสัมพันธ์ของกลุ่มภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้การจัดงานมีระเบียบเป็นไปด้วยความราบรื่น จึงขอให้พี่น้องที่รักประชาธิปไตยชาวไทยในญี่ปุ่นที่ประสงค์เข้าร่วมงานสัมนากรอกแบบตอบรับการเข้าร่วม เพื่อความสะดวกรวดร็วในการยื่นและกรอกเอกสารหน้างาน และจัดลำดับที่ในการร่วมรับประทานอาหารกลางวัน กรณีที่ท่านมีข้อสงสัยประการใดกรุณาติดต่อฝ่ายประสานงาน คุณปิ๊คกี้ โทรศัพท์ 090-2720-4029 อีเมล์tatswilai@hotmail.com

กลุ่มคนเสื้อแดงยุติชุมนุมช้ากว่ากำหนดราว 2 ชม.

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 12 ต.ค.-เวทีกลุ่มคนเสื้อแดงยุติล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 2 ชั่วโมง

หลังการขึ้นปราศัยของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนสลายการชุมนุมซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยแกนนำขอให้กลับมาชุมนุมอีกครั้งวันที่ 17 ตุลาคม และจะมีการชุมนุมตลอดทั้งเดือน โดยนัดรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนเคลื่อนไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามความคืบหน้าการยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-10-12 03:11:28

กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่ยุติการชุมนุม

กรุงเทพฯ 12 ต.ค.-กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่ยุติการชุมนุม แม้ก่อนหน้านี้จะประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 24.00 น.

ถึงแม้ก่อนหน้านี้แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศยุติการชุมนุมเวลาประมาณ 24.00 น. แต่เมื่อเลยเวลา 24.00 น.มาแล้ว ยังมีแกนนำขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 2540 พร้อมทั้งประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมารวมตัวกันอีกครั้งวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนบรรยากาศผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับหลังการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-10-12 01:13:45

โอกาสกลับไปเป็นศูนย์

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_39037

ประเมินตามราคาทองคำรูปพรรณ ณ วันที่ 10 ตุลาคม ราคาซื้ออยู่ที่ประมาณบาทละ 16,200 บาทกว่าๆ ขณะที่ราคาขายอยู่ที่บาทละ 16,950 บาท

ถ้าคิดตัวเลขกันตามนี้ แหวนทองคำหนึ่งสลึงของแม่ใหญ่เหม็ง ยารักษ์ ที่สวมนิ้วก้อยมั่นหมายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สานต่อภาคสองตำนานแหวนหมั้นเขยอีสาน ก็จะมีมูลค่าประมาณ 4,000 กว่าบาท

ไม่ขาดไม่เกินสักเท่าไหร่

ที่แน่ๆโดยบทไหวตัวของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ต้องรีบออกตัวกับนักข่าวที่ตั้ง' วงถกเถียงกันในแง่ของกฎหมาย ป.ป.ช.ที่ห้ามนักการเมืองรับของขวัญมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท

“นางเหม็งบอกว่า ทองคำที่นำมาให้นายกฯ ซื้อมาสมัยทองคำราคาบาทละ 400 บาท ซึ่งมองดูแล้วไม่มีค่างวด หากนายกฯคืนกลับไปก็จะเป็นการหมิ่นน้ำใจคนให้”

รีบตัดไฟกันก่อนเลย

ยังไม่นับเหล็กไหลหนึ่งห่อใหญ่ของพ่อเฒ่ามา นิยมชาติ ชาวบ้านอำเภอม่วงสามสิบ ที่มีศักดิ์เป็นหลานชายของยายเนียม พันธ์มณี ยกให้นายกฯอภิสิทธิ์ เพื่อบูชาให้อยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยมเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน

“ของขลัง” ประเมินมูลค่าไม่ได้

เอาเป็นว่างานนี้เข้าทางหน่วยจ้องจับผิด “เสด็จพี่” นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย งานเข้าอีกแล้ว

ฝ่ายค้านตามจิกแน่

แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็ต้องยกให้ฝ่ายจัดคิว “วงศ์หนองเตยสร้างสรรค์” ที่กำกับฉากนายกฯอภิสิทธิ์หวนคืนถิ่นเมืองอุบลฯ ให้ออกมาในอารมณ์คึกคักม่วนซื่น

สาวแก่แม่ม่ายมะรุมมะตุ้มแย่งกันจุ๊บแก้มนายกฯรูปหล่อ แม่ใหญ่พ่อใหญ่แห่ผูกข้อไม้ ข้อมือ มอบผ้าขาวม้าคาดเอว ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญกันคึกคัก

ตามภาพที่ปรากฏในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ในเช้าวันถัดมา

กลบฉากหลังแทบจะสนิท

ประเภทช็อตที่นายกฯอภิสิทธิ์และคณะ ลงเครื่องบินที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี แล้วต้องโดยสารเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ต่อไปยังจุดที่อยู่ใกล้สุดของงานตามโปรแกรม

เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับม็อบเสื้อแดงที่กระจายกำลังดักเส้นทาง

ขณะที่หน่วยรักษาความปลอดภัยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 5,000 นาย ตั้งด่านตรวจ และนำรถควบคุมผู้ต้องหาจอดปิดกั้นถนนที่จะเข้าสู่บริเวณจัดงาน เพื่อสกัดกลุ่มคนเสื้อแดงที่เตรียม “ระเบิดปลาร้า” มาประท้วงขับไล่

ปิดเส้นทางสัญจร กั้นห่างนับสิบๆกิโลเมตร กันไม่ให้ม็อบป่วนเข้าถึงตัวนายกฯ

โดยเฉพาะกับฉาก “กินใจ” ที่ซ่อนไว้ แม่ใหญ่มั่น พาเลิศ อายุ 77 ปี นักสู้คู่หูยายไฮ ขันจันทา ได้เดินทางจากอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลฯ มายืนเกาะประตูเหล็กทางเข้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า จนเกือบเที่ยง เพื่อดักรอนายกฯอภิสิทธิ์

สุดท้ายต้องยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมผ่านนักข่าวไปถึงนายกฯ ขอให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยเหมือนกับที่จ่ายให้ยายไฮ เพราะที่นารวม 16 ครอบครัวก็เสียหายเหมือนกับยายไฮ

เป็นแค่ข่าวต่อเล็กๆที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์

สรุปยุทธการชิงกระแสชั่วครู่ชั่วยาม นายกฯอภิสิทธิ์กลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

ก็เป็นอันจบข่าว

แต่โดยปรากฏการณ์ที่จะต้องตามกันต่อไป และส่อเค้าจะแรงขึ้นตามลำดับ

ตามรอยจากทหารเลียบค่ายสายฮาร์ดคอร์ ทั้งนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ที่บินตรงไปรับซิกจากดูไบ กลับมายืนยันตรงกันว่า สัญญาณจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ

ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ก็เห็นด้วยกับนายใหญ่ จึงเป็นที่มาของการแถลงไม่ร่วมสังฆกรรมของ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

สายฮาร์ดคอร์พรรคเพื่อไทย ตั้งท่าแว้งกลับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ฐานที่ไปนั่งแถลงเห็นดีเห็นงามกับที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ฝืนสัญญาณไม่ร่วมวงแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ชัดเจนว่า คำตอบสุดท้าย “นายใหญ่” ตีธง “ล้มกระดาน”

เร่งเกมไล่บี้รัฐบาลประชาธิปัตย์ออกจากอำนาจให้ได้สถานเดียว

ในอารมณ์ที่นายกฯอภิสิทธิ์ ก็ออกท่าออกทาง เริ่มหมดความอดทน หากมีความขัดแย้ง ความคิดเห็นไม่ตรงกันจากหลายฝ่าย ก็จะไม่เดินหน้าต่อในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โอกาสลุ้นปลดชนวนประเทศไทย ไหลกลับไปที่ศูนย์.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ยายไฮสัญญาณการเลือกตั้ง

ที่มา ไทยรัฐ

สาระสำคัญของการเดินทางไปภาคอีสานเพื่อมอบเงินทดแทนให้ ยายไฮ ของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งนี้ไม่ใช่ อยู่ที่จะมีเสื้อแดงมาป่วนหรือไม่ หรือไม่ใช่อยู่ที่ว่า นายกฯอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่ภาคอีสานได้แล้วถือเป็นชัยชนะทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสานก็ไม่ใช่อีก

แต่อยู่ที่ว่าจะแก้ปัญหาของคนจนได้อย่างไร

ไม่อยากจะเอาความเห็นของคนที่อยู่ต่างประเทศมาเปรียบเทียบ แต่หลักใหญ่ใจความของการแก้ปัญหาคนจนที่ไม่สะเด็ดน้ำซะทีก็คือ ความไม่จริงใจและไม่ถาวรในนโยบายรัฐบาล

สักแต่จะทำเพื่อการสร้างคะแนนนิยมมากกว่า

ในความเห็นส่วนตัวการที่รัฐบาลจัดงบประมาณไปชดเชยให้กับยายไฮอาจจะทำให้นายกฯอภิสิทธิ์เป็นภาพเป็นข่าว ทำให้รัฐบาลดูมีกิจกรรมกับคนในภาคอีสาน แต่เชื่อว่าปัญหาของคนอีสานปัญหาของคนจนก็ยังเป็นปัญหาที่นักการเมืองพยายามจับเอามาเป็นตัวประกันในเวลาต้องการคะแนนเสียงอยู่ดี

การตัดสินใจจัดโปรแกรมให้ นายกฯลงพื้นที่ภาคอีสาน หรือเตรียมที่จะขึ้นไปภาคเหนือเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง อย่างน้อย ก็สัญญาณการเลือกตั้ง

ท่ามกลางวิธีการล้างแค้นเอาคืนของคนที่ไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้ กำลังตกผลึก คนเสื้อแดงที่ออกมาตะโกนไล่รัฐบาลก็ส่วนหนึ่งแต่คนส่วนใหญ่ คนที่ตาสว่างและตัดสินใจกำหนดทิศทางการเมืองเอาไว้แล้ว

รอวันลงคะแนนเลือกตั้ง

การขยับเขยื้อนในพรรคเพื่อไทยก็เช่นกัน ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะคู่แข่งแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จำเป็นต้องปรับความเข้มแข็งภายในพรรคอย่างน้อยให้อยู่ในระนาบเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะตัวบุคคลและนโยบาย ต้องสูสีหรือดีกว่ารองรับกระแสตีกลับ

จึงต้องวัดพลังในพรรค ปรากฏการณ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธเข้าไปมีบทบาทในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคก็ดี หรือความขัดแย้งต่อแนวทางในการแก้รัฐธรรมนูญระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. กับ คุณวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านก็ดี

การปรับโครงสร้างและตำแหน่งในพรรคเพื่อไทยคงจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ บทพิสูจน์อยู่ที่ว่า พล.อ.ชวลิตจะแสดงความสามารถการสร้าง ความสมานฉันท์ ในพรรคเพื่อไทยได้อย่างไรและร.ต.อ.เฉลิม กับ คุณวิทยา ใครจะมีความรู้ความสามารถในการรับตำแหน่งสำคัญในพรรค อาทิตำแหน่งเลขาธิการพรรคได้ดีที่สุด และสามารถที่จะทำงานคู่เข้าขากับ พล.อ.ชวลิต ได้เป็นอย่างดี

ทัพหน้า คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นำลงพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือเป็นแค่น้ำจิ้ม บวกพลังเสื้อแดง บวกคนรักทักษิณ บวกกับความฮึดสู้ของคนที่อยู่ต่างประเทศ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปห้ามกะพริบตา

จากยายไฮสู่สนามเลือกตั้งจนได้.

หมัดเหล็ก

นิทรรศการ ‘จดหมายถึงดารณี’ – เสวนาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับกฎหมายหมิ่นฯ

ที่มา ประชาไท

11 ต.ค.52 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัชชาสังคมก้าวหน้าได้จัดนิทรรศการจัดนิทรรศการแสดงศิลปะ เพื่อแสดงจดหมายต่างๆ ที่ส่งถึงดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังจากที่สมัชชาสังคมก้าวหน้าได้รณรงค์ให้ผู้รักประชาธิปไตยเขียนจดหมายรักถึงดารณี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเรื่อง “สิทธิมนุษยชนกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” และการอ่านบทกวี การแสดงดนตรี โดยกลุ่มผู้สนใจหลากหลายกลุ่ม
ทั้งนี้ สมัชชาสังคมก้าวหน้าได้ระบุวัตถุประสงค์ในการจัดงานไว้ว่าเป็นไปเพื่อ 1.ผลักดันให้นำไปสู่แนวทางการแก้ไขมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ไม่ให้ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมของประชาชน โดยเฉพาะผลักดันให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่หาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว 2. หาแนวทางในการแก้ไขปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้ก่อรัฐประหาร 3. ร่วมรณรงค์ยุติการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือลงโทษผู้มีความเห็นต่างจากผู้มีอำนาจทางการเมือง
ภายในวงเสวนา ประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้เล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ภายในเรือนจำของลูกความว่า เธอได้รับการเลือกปฏิบัติตั้งแต่แรกที่เข้าไป เพราะโดยปกติผู้ต้องขังจะโดนกักเดี่ยวประมาณ 1 เดือน แต่ดากลับโดน 3 เดือน นอกจากนี้ยังมีการนำชื่อไปแปะบอร์ดเป็น 1 ใน 5 ผู้ต้องหาคดีอุจฉกรรจ์ของเรือนจำตั้งแต่แรกเข้า รวมถึงการดูและเป็นพิเศษว่ากระทำความผิดอะไรหรือไม่แล้วลงโทษ ซึ่งล่าสุดมีการภาคทัณฑ์ไว้ว่าจะไม่ให้เยี่ยมญาติด้วย
เขายังกล่าวถึงโรคขากรรไกรอักเสบของดาด้วยว่า ปัจจุบันนี้อาการทรุดหนักลงซึ่งแพทย์ในราชทัณฑ์ระบุว่าอาจเป็นเพราะความเครียด ก่อนหน้านี้เขาเคยยื่นต่อศาลขอปล่อยตัวชั่วคราวออกมาผ่าตัดแต่ศาลให้เหตุผลว่าภายในทัณฑสถานก็มีสถานพยาบาล
“ในความเป็นจริงในนั้นไม่มีความพร้อมเลย หมอบอกดาเองว่า ถ้าออกไปได้ช่วยเปิดรับบริจาคเครื่องมือทางการแพทย์หน่อย เพราะขาดแคลนมาก... ทุกวันนี้ดาอยู่ได้ด้วยการซื้อนมกินเสียเป็นส่วนใหญ่ ข้าวในนั้นแทบจะไม่ได้ทานเลย” ประเวศกล่าว พร้อมทั้งตำหนิสื่อมวลชนไทยที่ไม่ยอกนำเสนอเรื่องนี้มากนัก
จอม เพชรประดับ นักสื่อสารมวลชนชื่อดัง อดีตผู้สื่อข่าวโทรทัศน์หลายสถานี กล่าวว่าเขามาพูดวันนี้ด้วยความหวั่นไหว ไม่มั่นใจนัก เพราะมีความจริงอีกด้านของสังคมที่ถูกทำให้กลัว ถูกทำให้ไม่กล้ายอมรับ แต่ก็ตัดสินใจมาเพื่อระลึกถึงดา และพยายามยืนยันว่าคนไทยควรมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเขาเองก็ย่อมมีเสรีภาพเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เขาไม่แปลกใจที่สื่อจะเฉยเมยต่อเรื่องดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย มั่นคงของตนเอง
เขากล่าวว่า มันอาจจะเร็วหรือไกลไปที่จะนำมาซึ่งสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเราไมได้ปูพื้นฐานอะไรไว้แม้แต่ในตำราเรียน เพื่อให้คนเข้าในบทบาททางการเมืองของสถาบันต่างๆ ประวัติศาสตร์ เรื่องความเท่าเทียม เรื่องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย
“เราไม่เคยพูดเรื่องเหล่านี้กันอย่าจริงจัง มีเหตุมีผล อย่างเป็นระบบ เป็นหลักวิชาการเลย เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ถูกทำให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง และทำให้มีเหยื่อทางการเมืองอีกดังที่เราเห็นมาตั้งแต่อดีต” จอมกล่าว
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกฎหมายในมาตรา 112 นั่นมีความกำกวมทั้งในถ้อยคำและการตีความ ซึ่งท้ายที่สุดทุกอย่างเป็นเอกสิทธิ์ของศาลในการตีความ นอกจากนี้มันยังมีลักษณะพิเศษที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็มีความผิด ไม่ว่าจะใช้ถ้อยคำสุภาพหรือหยาบคายก็มีความผิดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตีความที่กว้างขวางกันแบบนี้แล้วก็ยังไม่สามารถปกป้องสถาบันกษัตริย์ได้ เนื่องจากสังคมไทยมักใช้ช่องทางของการซุบซิบนินทาแทน
สุธาชัย กล่าวว่า ในที่สุดกฎหมายเช่นนี้จะสร้างผลร้ายในสังคม โดยเฉพาะผลร้ายต่อกระบวนการทางการเมืองและสังคม เพราะมันได้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองตลอดมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พร้อมกันนี้สุธาชัยยังได้ยกตัวอย่างการใส่ร้ายป้ายสีเรื่องดังกล่าวไล่ตั้งแต่ พ.ศ.2490 ในกรณีสวรรคต จนถึงกรณีปัจจุบันซึ่งมีผู้โดนคดีนี้ไปแล้วเกือบยี่สิบคน และส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่อยู่ฝั่งเสื้อแดง ซึ่งย่อมแสดงให้เห็นถึงปัญหาของกระบวนการยุติธรรม
“ท้ายที่สุดมันกลายเป็นเครื่องมือทำให้คนตาบอด พร้อมลุกขึ้นมาฆ่าคนอื่นในนามของความจงรักภักดี” สุธาชัยกล่าว

“เสื้อแดง” ชุมนุม 11 ตุลา ทวงคืน “รัฐธรรมนูญ 40” ประกาศล่า 1 ล้านชื่อถอดถอนนายกฯ

ที่มา ประชาไท


ที่มา: ประชาไท

ที่มา: คุณ Kamkerng กระดานข่าวพันทิพ ห้องราชดำเนิน

11 ต.ค.52 เวลาประมาณ 16.00 น.ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากทยอยเข้าร่วมตั้งแต่บ่ายโดยมีการปราศัยทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40 และกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเย็นมีการถือป้ายผ้าขนาดยาวหลายร้อยเมตรเขียนข้อความว่า “กูต้องการรัฐธรรมนูญ 40 คืนมา” โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมถือและเดินไปตลอดถนนราชดำเนิน

นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การชุมนุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในวันที่ 15 ต.ค.นี้ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทวงคืนรัฐธรรมนูญ 40 เนื่องจากวัน ที่ 11 ต.ค.เมื่อปี 2540 เป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งถือว่ามีความผูกพันกับประชาชนมากที่สุด นอกจากนี้ยังจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการรวบรวมรายชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ในวันที่ 24 ต.ค. ซึ่งจะเป็นการอธิบายและให้เหตุผลการถอดถอนอย่างเป็นระบบและมีหลักฐานยืนยันไม่ต่างจากการอภิปรายในสภา เบื้องต้นรวบรวมได้ 7 ประเด็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นและการทำผิดกฎหมายของรัฐบาล

นายจตุพร กล่าวว่า รูปแบบการรวบรวมรายชื่อนั้นจะคล้ายกับการรวบรวมรายชื่อถวายฎีกา ซึ่งจะรวบรวมผู้มีสิทธิถูกต้องถามกฎหมายผ่านเครือข่ายคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไป โดยคาดว่าจะรวบรวมรายชื่อได้ถึง 1 ล้านชื่อ ภายใน 1 เดือน แม้ว่าในกฎหมายจะระบุรายชื่อที่ถอดถอนนายกฯ เพียง 20,000 รายชื่อก็ตาม และยังต้องรายงานตนพร้อมส่งมอบรายชื่อกับประธานวุฒิสภา แต่คนเสื้อแดงไม่ให้ความเชื่อถือในกระบวนการดังกล่าวจึงจะรวบรวมชื่อจำนวนมากเพื่อสะท้อนกระแสสังคมว่าประชาชนไม่อาจยอมรับต่อรัฐบาลนี้ และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ พื่อนำรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้โดยจะใช้ช่องทางรวบรวมชื่อของสมาชิกรัฐสภาที่ได้จากการเลือกตั้งใหม่มานี้เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นช่องทางตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ 50 ที่ใช้บังคับอยู่

เขายังกล่าวถึงข้อเสนอการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลนำเสนอว่า เป็นเพียงการยื้อเวลา และไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง โดยเหตุผลที่นายกฯ ต้องหาทางออกเช่นนี้เป็นเพราะในด้านหนึ่งนายอภิสิทธิ์ ยืนอยู่กับกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีกด้านได้รับปากกับพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่ากับนายเนวิน ชิดชอบ นายบรรหาร ศิลปอาชา เมื่อครั้งจัดตั้งรัฐบาลว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชน เพราะยังมีเงื่อนปมความไม่ชอบธรรมในหลายประเด็นที่ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมา

จตุพร กล่าวถึงกิจกรรมตลอดเดือนตุลาคมของคนเสื้อแดงว่า ในวันที่ 17 ต.ค.52 ซึ่งครบกำหนด 60 วัน การยื่นถวายฎีกาโดยคนเสื้อแดง จะมีการชุมนุมทวงถามการถวายฎีกาต่อสำนักราชเลขาฯ โดยอาจมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อนำถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหายจากอาการประชวรด้วย วันที่ 24 ต.ค.จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา และในวันที่ 31 ตุลาคม จะมีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงลุงนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ที่สละชีวิตต่อต้านการรัฐประหาร

รายงานเสวนา: บทบาทสื่อภาคประชาชนในสถานการณ์ขัดแย้ง

ที่มา ประชาไท

สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ ร่วมกับคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) และมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม จัดการเสวนา “บทเรียนสื่อ จาก ‘14 ตุลา’ ถึงรัฐประหาร...ครั้งสุดท้าย ?” เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน

จอน อึ๊งภากรณ์ ประธานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ปาฐกถาในหัวข้อ “บทเรียนสื่อ จาก ‘14 ตุลา’ ถึงรัฐประหาร...ครั้งสุดท้าย?” ว่า ประชาธิปไตยของสื่อและประชาธิปไตยของการเมืองนั้นไม่ได้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะประชาธิปไตยของสื่อนั้นคิดว่ายังไม่ได้มา เห็นได้จากกรณีคลิปวีซีดีตากใบในสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่รัฐบาลบอกว่า ใครมีคลิปนี้เป็นการผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับในสถานการณ์ความขัดแย้งปัจจุบันที่มีการส่งต่อคลิปข่าวที่ไม่ถูกเผยแพร่ในสื่อหลัก
จอน กล่าวว่า เสรีภาพสื่ออย่างที่ควรจะเป็นยังไม่เกิด ทั้งในยุครัฐบาลเผด็จการและรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แม้เราจะมีพัฒนาการทางประชาธิปไตย แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเสรีภาพสื่ออยู่ดี เพราะสื่อมักรับใช้ผู้มีอำนาจ และผู้มีอำนาจก็อาศัยสื่อที่เขาควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ส่วนสื่อที่ตอนนี้ผู้มีอำนาจกลัวมากที่สุดก็คือ สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสื่อของประชาชน เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคที่การปิดกั้นสื่อทำไม่ได้แล้ว เห็นได้จากเมื่อก่อน หากเกิดรัฐประหาร ประชาชนจะไม่มีสิทธิรู้ข่าวสาร ยกเว้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ สมัยก่อนโทรศัพท์มือถือก็ยังไม่มี การจะสื่อสารว่าเกิดอะไรขึ้นทำได้ยาก วิทยุโทรทัศน์ก็จะเปิดแต่เพลงมาร์ชและถ่ายทอดเฉพาะข่าวจากคณะปฏิวัติ แต่ปัจจุบันมีอินเทอร์เน็ตที่ให้ข้อมูลข่าวสารได้ อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ตก็เป็นมุมมองของประชาชนแต่ละกลุ่ม
เขาเล่าว่า แม้แต่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยสื่อก็ยังไม่เกิดขึ้น เช่น วิทยุบีบีซีของอังกฤษ ที่แม้เป็นสื่อสาธารณะแต่ก็ยังเป็นสื่อกระแสหลักและเสนอมุมมองแบบคนอังกฤษต่อสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม สื่ออย่างบีบีซีหรืออัลจาซีราห์นั้นมีจรรยาบรรณของสื่อ คือพยายามเสนอข่าวอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
จอน กล่าวว่า การปิดกั้นเสรีภาพประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อนั้น หลายครั้งเอาเรื่องของสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือ เช่น ในเหตุการณ์พฤษภา 35 อ้างว่าจะมีขบวนเสด็จที่ถนนราชดำเนิน หรือในปัจจุบันก็มีการอ้างเรื่องของสถาบันฯ เพื่อควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ตด้วย
ในสภาพการณ์ที่คลื่นความถี่ยังมีจำกัด จอนมองว่า สื่อวิทยุโทรทัศน์น่าจะพัฒนาไปสามรูปแบบ โดยควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกัน ได้แก่ 1) สื่อสาธารณะ ที่เป็นสื่อระดับประเทศของส่วนรวม 2) สื่อท้องถิ่น ซึ่งเป็นสื่อของแต่ละจังหวัด กลุ่ม หรือชนชาติ 3) สื่อชุมชน โดยสื่อที่ไม่ควรมีคือสื่อของรัฐที่ไม่ใช่สื่อสาธารณะ แต่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ทั้งนี้ ในบริบทของพื้นที่ที่จำกัดนั้น จะต้องควบคุมจริยธรรมของสื่อ โดยองค์กรสื่อกันเองด้วย โดยสื่อไม่ควรโฆษณาชวนเชื่อ ไม่สร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มบุคคลใด ไม่ลามกอนาจาร แต่ก็ต้องพูดเรื่องเพศได้
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องคลื่นความถี่เลย เขาคิดว่าก็ไม่ควรต้องมีการขออนุญาตเปิดหรือปิดสื่อ แต่สื่อก็ยังต้องมีจริยธรรมอยู่
จอน กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้เกิดจากการเสนอด้านเดียว ซึ่งเป็นปัญหา เพราะคนไม่ได้ดูส่วนอื่นๆ และดูแล้วค่อนข้างเชื่อตาม แต่การจะปิดกั้นสื่อประเภทนี้ก็เป็นเรื่องยาก เพราะปัจจุบันใครๆ ก็มีช่องทีวีดาวเทียมได้ ดังนั้น คงต้องรณรงค์เรื่องการรู้เท่าทันสื่อให้มาก และแม้ว่าเสรีภาพสื่อจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีขอบเขตเลย ดังนั้น สื่อภาคประชาชนก็จะต้องสร้างกรอบจริยธรรมของตัวเอง สร้างกระบวนการให้สาธารณชนตรวจสอบได้ มีระบบควบคุมตัวเอง โดยไม่ใช่ให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาควบคุม
จากนั้น มีการเสวนาในหัวข้อ “บทบาทสื่อภาคประชาชนในสถานการณ์ขัดแย้ง” ผู้ร่วมเสวนา คือ ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการนิตยสารสารคดี สมเกียรติ จันทรสีมา หัวหน้าโต๊ะนักข่าวพลเมือง ทีวีไทย และเสาวลี วีรกุล เลขานุการวิทยุชุมชนบางสะพาน ดำเนินรายการโดย สุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการ คปส.
สื่อกับความขัดแย้ง
ชูวัส กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะ 3-4 ปีนี้ ความซับซ้อนของความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น โดยสื่อเองก็เป็นกลจักรสำคัญที่สร้างความขัดแย้ง การตอกย้ำปัญหาหรือแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ก่อให้เกิดความขัดแย้งตลอด 40-50 ปีที่ผ่านมาในท้องถิ่นต่างๆ ดังนั้น เพียงแค่การเสนอข่าวของสื่อก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้แล้ว ถ้าสื่อไม่ได้มีเจตจำนงในการเข้าใจมนุษย์เข้าใจสังคม เพราะสื่อจะกลายเป็นตัวสร้างความขัดแย้งในตัวของมันเอง ดังนั้น หน้าที่ของสื่อจึงไม่ใช่การเดินตามกระแสหลัก แต่สื่อต้องทวนกระแสด้วยการตั้งคำถาม
เขากล่าวว่า จากวิดีทัศน์ที่ได้ดูก่อนหน้าทั้งที่พูดสื่อในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 หรือ 6 ตุลา 19 หรือเมื่อเดือนพฤษภา 35 จะเห็นประเด็นร่วมกันของเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า มีการใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือและข้ออ้างในการปราบปรามประชาชน ลดความชอบธรรมการชุมนุม เพราะเราถูกปลูกฝังมาว่า เรื่องชาติ ศาสนา มหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว โดยไม่ตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้ เมื่อสื่อเดินตามก็กลายเป็นเครื่องมือให้เกิดความขัดแย้ง ประเด็นไม่ใช่เรื่องเห็นด้วยหรือไม่ แต่สื่อไม่มีสิทธิเดินตามความเชื่อเดิมๆ โดยไม่ตั้งคำถามหรือเสนออีกด้านหนึ่ง
วันชัย กล่าวว่า ทุกวันนี้ สังคมไทยบริโภคสื่อกันมากขึ้น ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และล่าสุด คืออินเทอร์เน็ต แต่จะได้ประโยชน์อะไรจากสื่อเหล่านั้นหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องทบทวน
วันชัยเล่าว่า เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งเคยบอกกับเขาว่า คนไทยถูกสอนมาอย่างผิดๆ ที่บอกว่าต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ เขาคิดว่า เราไม่ควรจะเชื่อฟังใคร หากแต่เราควรจะฟังทุกคนที่พูดไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน ปัญหาในทุกวันนี้คือ หลายครั้งเราจะพบว่า เราถูกยัดเยียดให้ฟังฝ่ายหนึ่ง และหลายครั้งก็ถูกยัดเยียดให้ฟังอีกฝ่ายหนึ่ง จนกลายเป็นว่า ทุกคนเลือกฟังสิ่งที่ตัวเองเชื่อแล้ว
วันชัย กล่าวว่า สื่อมีความสำคัญมากในการทำให้บ้านเมืองสงบสันติ ที่จริงสิ่งที่สื่อต้องทำนั้นมีข้อเดียว นั่นคือ สร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูล สื่อต้องแสวงหาข้อเท็จจริง แต่อย่ายึดมั่นว่าข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 400 ปีก่อนกาลิเลโอพิสูจน์ว่า โลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ขนาดความจริงของศาสนจักรยังเปลี่ยนแปลงได้ นับประสาอะไรกับข่าวที่ถูกรายงานในแต่ละวัน
บก.นิตยสารสารคดี กล่าวว่า การที่คนไทยไม่ได้แสวงหาความจริงรอบด้าน แต่ชอบแสดงความเห็น และยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น เห็นได้จากเว็บบอร์ดในเมืองไทย ที่ผู้เห็นต่างจะถูกถล่ม ถ้าใครไม่เห็นด้วยในเรื่องภาคใต้ก็จะถูกถามว่า เป็นคนไทยหรือเปล่า ทั้งที่เว็บบอร์ด คือ พื้นที่ที่ให้แต่ละคนมาดีเบตกันเพื่อหาความจริงที่มากกว่านั้น
เขาเสนอว่า บรรณาธิการและคนทำสื่อต้องเป็นชาที่ไม่ล้นแก้ว ไม่บอกว่ารู้เรื่องนั้นๆ ดีอยู่แล้ว ทั้งที่ไม่เคยลงพื้นที่ แต่คิดว่ารู้และตัดสินและพาดหัวข่าวที่ตัวเองเชื่อ เมื่อหัวหน้าไม่ฟังข้อมูลรอบด้าน นักข่าวในพื้นที่ก็มีความเชื่อแบบยึดมั่นถือมั่น ทั้งหมดจึงไม่เป็นผลดีกับสังคมไทย สื่อควรจะทำหน้าที่เป็นคนส่งสารรายการข่าว โดยไม่ต้องชี้นำ ถ้าคิดว่าคนไทยมีคุณภาพในการรับรู้ มีสติปัญญาพอที่จะเชื่อก็ต้องให้เกียรติเคารพการตัดสินของเขา
ด้านสมเกียรติ จันทรสีมา หัวหน้าโต๊ะนักข่าวพลเมือง ทีวีไทย กล่าวถึงการรายงานข่าวกรณีความขัดแย้งในภาคใต้ของสื่อว่า นับจากเหตุการณ์ตากใบ สื่อก็ยังรายงานข่าวเหมือนเดิม ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับสังคมได้ ทำให้มีการปรับตัวของสื่อใหม่เกิดขึ้น อาทิ ศูนย์ข่าวอิศราฯ ในปี 2548 วิทยุชุมชน เว็บบล็อกของโอเคเนชั่นที่เรื่องเล่าต่างๆ ที่บรรณาธิการตัดทิ้งจะไปอยู่ในนั้น สามจังหวัดภาคใต้มีเว็บไซต์สื่อสารภาษาอาหรับกับมุสลิมประเทศต่างๆ ดังนั้นจะเห็นว่า การจะเปลี่ยนแปลงสังคมนั้นไม่ใช่เพียงเริ่มจากสื่อกระแสหลัก แต่เป็นบทบาทของสื่อสาธารณะ สื่อชุมชน สื่อท้องถิ่น ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา ที่จะต้องเชื่อมต่อกับสื่อหลัก หรืออาจเชื่อมร้อยกันเองโดยไม่ต้องสนใจสื่อใหญ่ก็ได้
นักข่าวพลเมืองกับการเสนอข่าว
เสาวลี วีรกุล เลขานุการวิทยุชุมชนบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะที่สื่ออาจจะเป็นตัวสร้างความขัดแย้ง แต่ส่วนตัวมองว่า ความขัดแย้งในพื้นที่ก็ก่อให้เกิดสื่อภาคประชาชนขึ้น ถ้าไม่มีความขัดแย้งเรื่องการพัฒนาของเอกชนกับรัฐที่จะให้บางสะพานเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหล็กก็คงไม่เกิดสื่อวิทยุชุมชนขึ้นมา โดยเมื่อรู้ว่าจะมีโครงการนี้ คนกลุ่มเล็กๆ ได้รวมตัวกัน หาข้อมูลผลกระทบอีกด้านที่คนในชุมชนไม่ได้รับทราบมานำเสนอ
เสาวลี เล่าว่า ตนเองซึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาเข้ามารับหน้าที่ทำข่าว และส่งไปตามเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ ไทยเอ็นจีโอ ประชาไท ขณะที่สื่อหลักส่วนมากแล้วเข้าไม่ถึง ต่อมา ทีวีไทยได้อบรมนักข่าวพลเมือง ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะทีวีไทยนับเป็นช่องทีวีกระแสหลัก ที่ทุกบ้านเปิดรับชมได้ อย่างไรก็ตาม เธอแสดงความเห็นว่า บางครั้งการเสนอข่าวอยู่ที่ความเป็นชาวบ้าน อยู่ที่ความบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อทำเข้าไป ก็มีการตีกลับให้แก้บท ถ้าเป็นเช่นนี้ ต่อไป นักข่าวพลเมืองจะกลายเป็นนักข่าวกระแสหลัก กลายเป็นต้องสร้างจริตสื่อขึ้นมา
เลขานุการวิทยุชุมชนบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะสื่อภาคประชาชนที่เกิดจากสถานกาณ์ความขัดแย้ง เวลาประชุมกัน วิทยุชุมชนพูดกันตลอดว่า เวลานำเสนอ ต้องถอดความเป็นเสื้อเขียว (สัญลักษณ์ของการต่อต้านโรงไฟฟ้า) ออก และต้องให้ข้อมูลว่าโรงไฟฟ้าไม่ดีอย่างไร แต่ด้วยความที่ขัดแย้งแบบนี้ ชาวบ้านในพื้นที่มีธงอยู่แล้วว่าไม่เอาร้อยเปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่สถานการณ์ความขัดแย้งแบบนี้ ประชาชนเป็นกลางได้จริงหรือ
ด้านหัวหน้าโต๊ะข่าวพลเมือง ทีวีไทย แสดงความเห็นในประเด็นนี้ว่า เข้าใจว่าคนที่เจอปัญหาก็อยากจะสื่อสาร แต่การเสนอในช่วงนักข่าวพลเมืองในทีวีไทยอาจไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเท่าที่ควร เพราะเป็นช่วงของการเปิดประเด็นเท่านั้น นักข่าวพลเมืองต้องทำงานร่วมกับสื่ออื่นๆ และขับเคลื่อนในพื้นที่ด้วย
สมเกียรติ กล่าวว่า การเชื่อมสื่อเข้าด้วยกันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะด้วยข้อมูลที่รอบด้านจะทำให้สื่อมืออาชีพทำงานอย่างสมบูรณ์มากขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เชิญนักวิชาการมาพูดเรื่องเขื่อนเพราะเป็นต้นเหตุที่ทำลายชายหาด ไม่ใช่คลื่นทำลายชายหาด ซึ่งชาวบ้านอาจรู้มานานแล้ว แต่ผู้สื่อข่าวไม่รู้ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องเปิดประเด็นใหม่ๆ กันต่อไป และต้องคิดด้วยว่า ทำอย่างไรให้คนในองค์กรเองและผู้ชมดูแล้วเข้าใจ
ขณะที่ วันชัย แลกเปลี่ยนว่า เวลาที่มีเอ็นจีโอมาสมัครงานที่นิตยสารสารคดี เขาจะแนะนำให้เปลี่ยนหมวก เวลาเป็นเอ็นจีโออาจจะปกป้องคนด้อยโอกาสในสังคม แต่สื่อคือการเสนอข้อมูลที่รอบด้านให้คนอ่าน โดยยกตัวอย่างบทละครเรื่อง Public Enemy ที่ชาวบ้านประท้วงว่า โรงงานปล่อยน้ำเน่า สื่อก็ประโคมข่าวว่า โรงงานทำน้ำเสีย สุดท้ายเมื่อเรื่องไปถึงศาลและมีการตรวจสอบก็พบว่า น้ำเน่าเกิดจากโรงงานสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือชุมชนเป็นสาเหตุ ดังนั้น จะเห็นว่า ไม่ใช่ว่าประชาชนทำอะไรแล้วจะถูกต้องเสมอ
บก.นิตยสารสารคดี บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยอาจเคยมองว่านักการเมือง นายทุนสกปรก แต่สังคมซับซ้อนขึ้น สังคมเป็นสีเทาจำนวนมาก ไม่มีใครถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ การเมืองไม่ใช่เรื่องของคุณธรรม ความดี ความชั่ว แต่การเมืองคือการแลกเปลี่ยนของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ถ้าเข้าใจตรงนี้จะเข้าใจว่า เราไม่ได้มารับประกันว่าใครดีเลวร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราจะบอกสังคมอย่างรอบด้าน ถ้าทำได้ก็จะลดความแตกแยกในสังคมลงไป
วันชัย กล่าวว่า เมื่อก่อนมีรัฐกับประชาชน เดี๋ยวนี้ก็มีประชาชนในวงเล็บว่าฝ่ายไหน หากนำเสนอรอบด้านและน่าเชื่อถือ คนก็จะดูมากขึ้น สำหรับข่าวบางสะพานนั้น คนดูมีรีโมทในมือ ถ้าไม่พอใจเขาก็เปลี่ยนช่อง แต่ถ้าเสนออย่างรอบด้าน ไม่มีฝ่ายใคร ก็จะทำให้คนอยากดูมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ สื่อชุมชนเองก็ต้องรับใช้กลุ่มเป้าหมายซึ่งก็คือคนในชุมชนที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกาารสร้างโรงไฟฟ้า การทำให้ทุกฝ่ายเชื่อถือและรับใช้คนในชุมชนได้ ก็คือ การรายงานว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขามองว่า ถ้านักข่าวมีธงในใจ สังคมไม่มีวันสงบสุขได้ ต้องเริ่มที่นักข่าวที่เป็นมืออาชีพ เพราะคนที่จะทำหน้าที่สื่อไปสู่หลายล้านคนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเสนอไป รวมถึงการกลั่นกรองก็สำคัญมาก จึงต้องมี บก. โต๊ะข่าว ที่ต้องเป็นมืออาชีพที่จะมองว่า เนื้อหาครบถ้วนหรือเปล่า จริงหรือเปล่า
ด้านชูวัส เห็นด้วยว่า ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่ต้องมี ไม่เฉพาะกับการเสนอข่าว แต่เป็นเรื่องสำคัญในฐานะความเป็นมนุษย์ที่ต้องไม่โกหกกันอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือชาวบ้านที่เป็นคู่ขัดแย้งกับโรงถลุงเหล็ก หรือโรงไฟฟ้า จะให้เสนอรอบด้านได้อย่างไร เขามองว่า ปัญหาคือการเมืองและวิธีคิดแบบศีลธรรมที่ทำให้มองอีกฝ่ายเป็นมารต่างหาก เช่นมองว่า ภาคประชาชนต้องดี ต้องถูกเสมอ หรือพูดในประเด็นเชิงศีลธรรม ที่ทำให้คนอื่นเถียงไม่ได้ เช่น ไม่เห็นใจผู้ด้อยโอกาสเท่ากับเป็นคนเลว หรือพูดในนามชาติ ในนามพระเจ้า ในนามพระมหากษัตริย์ ใครจะกล้าเถียง หรือถ้ามองเรื่องดี-ชั่ว ถามว่า กรณีมาบตาพุดเราต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่สมมติที่ประธานสภาอุตสาหกรรมบอกว่าการระงับ 76 โครงการจะมีคนตกงานเป็นแสนคน สมมติถ้าเป็นเรื่องจริง อย่างนี้เป็นบาปหรือไม่ ถ้าเช่นนั้นแล้วอะไรคือศีลธรรม
ชูวัส เสนอว่า มองควรเป็นเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์ นักข่าวพลเมืองต้องมองออกไปให้ไกลกว่าตัวบุคคลว่าดีหรือชั่ว แล้วคิดว่าสิ่งที่โรงเหล็กทำเป็นเรื่องผลประโยชน์ เพื่อให้สู้ได้อย่างน่าเชื่อถือ ให้ศัตรูยอมรับ เป็นความขัดแย้งที่คุยกันได้เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความขัดแย้งแบบเผชิญหน้า นอกจากนี้ สิ่งที่ควรจะทำคือ การรณรงค์และเปลี่ยนความคิดความเชื่อ ไม่ใช่การปิดหูปิดตาและผูกขาดพื้นที่
ชูวัส กล่าวด้วยว่า การเกิดของสื่อพลเมือง วิทยุชุมชน บล็อกเกอร์ กำลังลดทอนพลังของสื่อกระแสหลัก ท้าทายความคิดความเชื่อเดิมที่ไม่หลากหลาย เช่น การนึกว่าโลกมีหกศาสนา ทั้งที่จริงมีเยอะกว่านั้น และศาสนาก็เริ่มจะตายไปเพราะแต่ละคนมีนิยามในการบรรลุความจริงของตัวเอง ความหลากหลายที่เกิดขึ้นในโลกและสื่อใหม่ได้ท้าทายความเชื่อกระแสหลัก ท้าทายวาทกรรมที่ผูกขาด ความคิดชุดเดียว รัฐเดียว อุดมคติเดียว ซึ่งสุดท้ายเชื่อว่า มนุษย์จะเรียนรู้ที่จะอยู่ท่ามกลางความหลากหลาย จนเชื่อว่าไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอน ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เกิดสันติ
อย่างไรก็ตาม เขามองว่า สื่อชุมชนยังมุ่งสู่กระแสหลักมากเกินไป ซึ่งปัญหาของเรื่องนี้ไม่ใช่สื่อหลัก แต่เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ มีการเสนอโรงเหล็กที่บางสะพาน ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ต้องแก้ไขได้เบ็ดเสร็จ แต่พอแก้ไม่ได้ ก็กลายเป็นเรื่องของระดับนโยบาย ปัญหาวิ่งสู่ส่วนกลาง ทำให้ชุมชนก็ต้องเข้าสู่ส่วนกลาง และในรอบสิบปีมานี้ ชุมชนตื่นตัวเยอะมาก ถ้าวิ่งไปที่ส่วนกลางทั้งหมดจะเอาพื้นที่สื่อจากไหนการรองรับ ดังนั้นแทนที่จะทำให้ประเด็นใหญ่ขึ้น ด้วยการวิ่งหาสื่อระดับชาติ อาจจะต้องคิดและทำเรื่องการกระจายอำนาจให้มากขึ้น เพื่อทำให้รัฐเล็กลง
................................
ฟังเสียงการเสวนาทั้งหมดได้ที่

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 10-16 ตุลาคม 2552

ที่มา ประชาไท

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์

อมาวสี วันที่ 18 ตุลาคมนะคะ

เอ๊ะ! พี่โด้ไปไหน

ตะกี้ยังอยู่กับน้องอองอยู่เลย

เผลอไปดูอะไรเดี๋ยวเดียว

โน่นไงๆ ไปไหนๆ พี่โด้

ทำหน้าเบื่อใครเหรอ

หรือมีอะไรให้คิด?

ดูอะไรอยู่? (น้องอองอยากรู้ไปหมด)

อ๋อ ก็ดอกไม้นี่เอง ไม่เห็นมีอะไร

นี่ไง น้องอองอยู่นี่ (ดูน้องอองดีกว่า)

มาหาถึงที่แล้วด้วยๆๆๆ

ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วพี่โด้ (.....>>>กลุ้ม พี่โด้คิด)


งั้นน้องอองไปก็ได้ มีไรหนุกๆ ไม่รู้ด้วยนะ!

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Empress การวางแผนชีวิตครอบครัว สนับสนุนคนรักหรือคู่ครองให้อยู่ในจุดที่มีความพร้อม ความสมบูรณ์ หรืออำนาจ และยังหมายถึงโอกาสตั้งครรภ์ การสมรสสมรักด้วยค่ะ

ความรัก ความสัมพันธ์ King of Cups มีข่าวคราวจากคนรักไหมคะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ไกลกัน หรือมีคนเจ้าเสน่ห์เดินทางเข้ามา? หมายถึงความรู้สึกนึกคิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรัก ความสัมพันธ์ที่เริ่มมาแล้วระดับหนึ่งด้วยนะ

สถานการณ์การเงิน Three of Cups มีความรื่นเริงเบิกบานใจ อาจเป็นข่าวดี นิมิตหมายที่ดีเรื่องรายได้ ทรัพย์สิน บางคนมีเพื่อนฝูงนำโชคลาภมาให้ หรือมีรายได้พิเศษเข้ามา

ธุรกิจ การงาน Page of Swords อาจมีปัญหามาจากหลายทิศทาง แต่ส่วนมากอาจเป็นข่าวลือก็ได้ อย่าเพิ่งปักใจเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสียจนเสียศูนย์ การร่วมงานกับบุคคลอายุน้อยกว่า หรืออ่อนประสบการณ์กว่ามีแววปวดหัว

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Fool การผจญภัยที่ไม่รู้มาก่อนว่าจะเสี่ยงขนาดนี้ โอกาสใหม่ที่มาพร้อมกับปัญหาแฝงอยู่

คำแนะนำพิเศษ Justice หากคุณเป็นผู้มีอำนาจ กำลังอยู่ระหว่างตัดสินผู้อื่น หรือเข้าไปมีส่วนเพื่อแก้ปัญหา ขอให้ใช้ความยุติธรรมให้มาก แต่หากคุณเป็นฝ่ายร้องขอความเที่ยงธรรมอยู่ จะได้รับตามสมควร


ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ten of Cups ความสุขในชีวิตครอบครัว ความอบอุ่น การรวมหัวใจเป็นปึกแผ่น ให้ความช่วยเหลือญาติพี่น้องของคนรัก อาจแสดงถึงการเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ความรัก ความสัมพันธ์ Queen of Cups เกี่ยวพันกับเรื่องรัก ในกรณีมีคู่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมักเป็นคนอ่อนหวาน อ่อนโยน อบอุ่น (ถ้าเป็นบุคลิกมีแววเจ้าเนื้อด้วยนะ) แต่ความสัมพันธ์ยังแฝงเรื่องเศร้าเอาไว้ หากคุณเป็นคนโสด มีใครในความคิดฝันอยู่อย่างลึกลับ

สถานการณ์การเงิน Eight of Cups อาจพบเรื่องไม่ได้ดั่งใจในเรื่องการเงิน ผิดหวัง เสียใจ หรือใช้จ่ายอย่างไม่เต็มใจ มีปัญหาเกี่ยวกับการเดินทาง ต้องจ่ายเพิ่ม ต้องใช้เงินในการแก้ไขสิ่งที่แล้วก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไร

ธุรกิจ การงาน The Hierophant ไพ่ของคำแนะนำ คำเตือน ซึ่งอาจมาจากผู้อาวุโส คนที่มีประสบการณ์มากกว่า หรือให้คุณลองฟังเสียงจากคนที่ปรารถนาดีดูบ้าง อาจล้าสมัยแต่ใช้ได้ผลกับเรื่องบางอย่างจริงๆ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Queen of Swords การสู้กับอุปสรรคอย่างหนักหนาสาหัส ต้องหยัดยืนเข้มแข็งแม้ในเวลาที่ล้าเต็มทน

คำแนะนำพิเศษ Six of Wands มีวินัยให้มากเข้าไว้ งานใดที่คุณทำคั่งค้างมานานใกล้ถึงจุดหมายแล้วเต็มที แต่ถ้าช่วงนี้เพิ่งเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ อย่าประมาท อย่าชะล่าใจ

ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ten of Swords ปัญหาอาจมาจากผู้คนที่มีลักษณะเป็นพวกพ้องกัน เป็นกลุ่มเป็นทีม หรือหมายถึงญาติพี่น้องคุณเองก็ได้ อีกเรื่องยุ่งๆ ซวยๆ หากได้เกิดแล้วยากจะหยุดไว้ได้

ความรัก ความสัมพันธ์ Temperance สำหรับคู่รักอาจเป็นช่วงของการปรับตัวหากัน การพยายามประนีประนอม อยู่บนพื้นฐานความจริงทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าเป็นคนโสดขอให้ยอมรับความจริงว่าคุณยังไม่สะดวกพอจะมีใครในช่วงนี้

สถานการณ์การเงิน Ace of Pentacles ข่าวดีด้านการเงิน การลงทุน ธุรกิจต่างๆ จะให้ผลดี มีโอกาสทำกำไร ได้ค่าตอบแทนก้อนใหม่ หรือได้ทุนมาก่อตั้งกิจการ มีนิมิตหมายที่ดี

ธุรกิจ การงาน Strength คุณสามารถจัดการกับอุปสรรคต่างๆ ผ่านฉลุยอยู่แล้ว มีความเข้มแข็ง มีพลังในตัว แต่สิ่งที่ต้องระวังไว้บ้างคือการควบคุมหรือกดดันคนอื่น แถมบางทีทำแบบนั้นกับตัวเองอีกด้วย!

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Judgement คำประกาศหรือตัดสินที่ทำให้คุณไม่มีความสุข สถานการณ์ที่เปิดเผยขึ้นมา ให้เห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น

คำแนะนำพิเศษ Five of Swords หากคุณกำลังมีเรื่องยุ่งวุ่นวาย ให้ลองปลีกตัวออกจากผู้คนหรือสถานการณ์เหล่านั้นสักพัก การถอย การปรับยุทธวิธีอาจดีที่สุดในเวลานี้


ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Eight of Pentacles โอกาสดีด้านการเงิน การขยายขอบข่ายงานซึ่งหมายถึงค่าตอบแทนที่จะเพิ่มมากขึ้น ใครที่ทำงานด้วยทักษะเฉพาะ ความสามารถที่คนอื่นยากจะลอกเลียนได้ ตำรากล่าวว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างมาก

ความรัก ความสัมพันธ์ The Magician สิ่งที่คุณไม่คาดหวังอาจเกิดขึ้นมา อาจหมายถึงความสัมพันธ์ที่ไม่นึกไม่ฝัน การคืนดี การพบคนใหม่ การที่โชคชะตาเผยให้คุณเห็นแง่มุมของความรัก ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในเวลานี้

สถานการณ์การเงิน Queen of Pentacles ความมั่นคงทางการเงิน ความเชี่ยวชาญและการจัดการที่ดี บ่งบอกถึงช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรน่ากังวล นอกเสียจากคุณจะงกมากไปสักหน่อย :-)

ธุรกิจ การงาน The Devil ระวังการงานที่ทำด้วยความโลภ พันธะระยะยาวที่นำความเหน็ดเหนื่อยสุดๆ มาให้ แต่ก็ไม่สามารถปล่อยวางได้เพราะคุณเลือกทำเช่นนั้นเอง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Moon จิตใจสับสน ความมืดมน ความคลุมเครือ ที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ

คำแนะนำพิเศษ Two of Swords ให้ความสำคัญกับเรื่องการสื่อสารให้มาก อย่างที่มีคนกล่าวว่า ภาษาคือต้นเหตุของความเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องตัวเอง การพยายามทำความเข้าใจคนอื่น อาจมีสิ่งที่ทำให้เกิดความสะดุด เข้าใจกันผิดพลาด พูดกันไม่รู้เรื่องโดยไม่ได้ตั้งใจ


ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Five of Wands การงานของคุณอยู่ในจุดที่เปราะบางทีเดียว อาจมีการร่วมทีมทำงานกับคนที่มีปัญหากันอยู่ก่อนแล้ว หรืออาจมีการแตกคอกันทีหลัง ทัศนคติของกลุ่มคนที่คุณทำงานด้วยก็อาจไปคนละทิศละทาง การขอความร่วมมือต่างๆ ยากจะสำเร็จ

ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Pentacles ในกรณีคนรักกัน หลายครั้งไพ่แสดงถึงผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายมอบให้กัน แต่บางครั้งก็เป็นคำเตือนให้ระวังความสัมพันธ์ที่แฝงด้วยผลประโยชน์ หรืออาจเป็นคุณเองที่มองเห็นช่องทางดังกล่าวจากคนที่คบหากันอยู่

สถานการณ์การเงิน Three of Wands จะมีรายได้ใหม่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะจากงานที่ก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง การขยายแวดวงงาน ถือว่าเป็นไพ่ที่ดี

ธุรกิจ การงาน The High Priestess คุณอาจร่วมงานกับคนที่มีโลกส่วนตัวสูง มีสิ่งซ่อนไว้ในใจ หรือตัวคุณเองก็มีความคิดหลายประการแฝงอยู่เช่นกัน ใช้สัญชาตญาณอย่างระมัดระวังไว้

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Swords การต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ยากจะเป็นไปได้

คำแนะนำพิเศษ Four of Wands หากช่วงนี้คุณมีการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ โครงการใหม่ ถือว่าจะได้รับผลดีไปข้างหน้า จะมีความมั่นคงไปตามลำดับ ได้หุ้นส่วนที่ดี แต่ก็ดูแลเรื่องพื้นฐานให้แน่นหนาด้วย

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Knight of Wands การทำงานด้วยความกระตือรือร้น มีเป้าหมายที่ต้องการไปถึงในเร็ววัน เป็นช่วงกระฉับกระเฉง ตื่นตัวเป็นพิเศษ บางคนมีการเดินทาง

ความรัก ความสัมพันธ์ Six of Swords หากคุณเคยมีปัญหากับคนรัก หลายอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายออกไป กาลเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหา แต่ก็ยังต้องอดทน ใจเย็น ค่อยๆ ดูกันไป แต่ถ้าปัญหาเพิ่งเกิดใหม่ๆ คงต้องทำใจเหงายาว

สถานการณ์การเงิน Six of Pentacles การกู้ยืม การขอเครดิต การขอรับความช่วยเหลือต่างๆ จะประสบความสำเร็จดั่งหวัง หากคุณมีปัญหาทางการเงินจะมีคนยื่นมือเข้ามาดูแล แต่ในเวลาเดียวกันอย่าลืมแบ่งปันหรือให้คนอื่นในรูปแบบต่างๆ บ้าง

ธุรกิจ การงาน Knight of Pentacles ความก้าวหน้าในเรื่องงาน ซึ่งนำไปสู่โอกาสทางการเงิน การวางแผนจัดสรรเงินทอง การทำงานที่ผ่านเวลามาแล้วระดับหนึ่ง กำลังรอค่าตอบแทน

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hermit อยู่ๆ ก็หลงทาง ทั้งที่กำลังคิดว่าแสวงหาอยู่ดีๆ บางทีเขาวงกตในใจคุณนั่นเอง ซับซ้อนเกินไป ในบางคนอาจต้องเจอความสันโดษที่ไม่ปรารถนา

คำแนะนำพิเศษ Four of Swords คุณอาจมีความเครียดอยู่ลึกๆ มีความเหนื่อยล้า ต้องการเวลาที่จะพักเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายหรือจิตใจ ไพ่แนะนำให้สำรวจดูตัวเอง และถ้าหากมีสถานการณ์ใดที่ทำให้คุณต้องหยุด ต้องชะลอ ให้ถือว่าเป็นเวลาในการปรับตัว จะให้ผลดีไปข้างหน้า

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Pentacles การเงินก้อนใหญ่ โอกาสสู่ความสำเร็จ การเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินจำนวนมาก การรับงานโครงการใหญ่ การจัดการอย่างมืออาชีพ

ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Swords ดูเหมือนจะมีเรื่องทำให้คุณเป็นทุกข์ กังวลอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน (ใช่หรือเปล่านะ?) ปัญหาอาจเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หรือเรื่องที่จับต้องไม่ได้ก็ได้ เป็นเพราะจิตใจคุณไม่มีความปลอดโปร่งที่แท้จริงหรือเปล่า

สถานการณ์การเงิน King of Pentacles ไพ่แสดงถึงการเงินที่ดี หรือมีความสมบูรณ์ ความพร้อม ไม่ใช่ไพ่ของคนลำบาก แต่ก็อาจมีสิ่งที่คุณไม่พึงพอใจ มีความสับสน ความปั่นป่วน จะว่าไม่รู้จักพอก็ไม่ใช่ หรืออาจเพราะคุณรู้ดีว่าตัวเองตามใจตัวเองแค่ไหน

ธุรกิจ การงาน The Sun มีโอกาสที่ดีอย่างมาก คุณจะได้รับความสำเร็จ ได้ข่าวดี หรือมีเกียรติยศชื่อเสียงจากงานที่ทำอยู่ ได้รับแรงสนับสนุน มีเรื่องทำให้ปลอดโปร่งใจมากขึ้นเรื่อยๆ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Page of Cups ความอ่อนไหวที่รบกวนชีวิต ความคิดเกี่ยวกับงานศิลปะ งานอดิเรก งานแห่งความสุข ที่ไม่ได้ทำเสียที

คำแนะนำพิเศษ The World อาจมีงานบางอย่างมาถึงจุดสิ้นสุด จบโครงการ หรือบางอย่างเดินมาถึงปลายทางแล้วจริงๆ แต่ทันทีที่คุณตระหนักถึงจุดสุดท้าย การเริ่มต้นใหม่จะเกิดขึ้น และนำคุณไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำไป


ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Five of Pentacles ระวังเงินขาดมือ ปัญหาเงินรั่วไหล ค่าใช้จ่ายจุกจิกที่มองไม่เห็น การจัดการเรื่องเงินที่บกพร่อง ทุกอย่างรวมกันเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ เป็นเวลาที่จะขอความช่วยเหลือได้ยากลำบากด้วย

ความรัก ความสัมพันธ์ Ten of Pentacles คุณอาจใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อครอบครัว หรือเต็มใจที่จะเหน็ดเหนื่อยเพื่อมอบความสุขแก่คนรัก ซึ่งในเวลาเดียวกันก็เป็นความสุขของคุณด้วย แต่บางครั้งอาจแสดงถึงความคาดหวังในการสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้มั่งคั่งกว่าเดิม

สถานการณ์การเงิน Knight of Swords ยังมีปัญหานักรอคุณอยู่ ความพยายามที่จะฝ่าฟันไปข้างหน้าถูกปิดกั้นเป็นช่วงๆ การเงินไม่ราบรื่น ค่าใช้จ่ายใหญ่ๆ อาจกำลังมา

ธุรกิจ การงาน King of Wands แต่ในด้านการงาน คุณน่าจะได้รับมอบหมายงานใหญ่ งานสำคัญ หรือได้แสดงฝีมือ มีคนชื่นชมยกย่อง มีงานที่สร้างความกระตือรือร้น มุ่งหวังจะไปให้ถึงเป้าหมาย

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Cups การเริ่มต้นที่ล้มเหลว ความขาดแคลนที่ไม่อาจเติมเต็ม

คำแนะนำพิเศษ Seven of Pentacles การวางแผนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น การวางรากฐานแข็งแรงจะนำคุณไปสู่ความสำเร็จที่มั่นคงในอนาคต ไม่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ดูเหมือนมาได้ครึ่งทางแล้ว และประสบการณ์ก็ดี สิ่งที่สั่งสมมาก็ดี จะไม่สูญเปล่า


ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Star ความสุขสงบกำลังจะมาเยือน หรืออาจมาถึงแล้วก็ได้ มิตรภาพ คนที่มีอุดมคติเดียวกันจะทำให้คุณมีความสุขขึ้น หากมีปัญหาใดๆ จะได้รับการรักษาเยียวยา

ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Wands คุณกับคนรัก อาจต่างฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ของตนเอง มีงานต้องฝ่าฟันไป อุปสรรคเฉพาะหน้าก็มีเข้ามาเรื่อยๆ จึงมีบ้างที่จะคัดง้างกันเอง หรือไม่มีเวลาให้กันพอ

สถานการณ์การเงิน Three of Swords อาจมีอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เกิดค่าใช้จ่าย หรือมีเรื่องขุ่นเคืองใจ การเงินเกิดข้อขัดข้อง ชวนหงุดหงิด

ธุรกิจ การงาน Six of Cups คุณอาจทำงานหรือได้งานจากคนที่เคยคบหากันมายาวนาน เป็นสายสัมพันธ์จากอดีต หรือได้ใช้ประสบการณ์เก่าเก็บในงานใหม่ๆ บางคนได้หวนกลับไปทำสิ่งคุ้นเคย ได้อยู่ในบรรยากาศชวนระลึกความหลังน่าดู

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Nine of Wands ความไม่พอใจต่อการงาน อยากเปลี่ยนแปลงแก้ไขบางอย่าง แต่ก็ทำไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะจิตใจคุณเองก็โลเล พอใจอะไรๆ ได้ยาก

คำแนะนำพิเศษ Two of Cups หากคุณมีคนรัก ให้ตระหนักถึงสิ่งดีๆ ที่สองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนหรือมอบให้กัน การช่วยเติมเต็มในส่วนบกพร่อง แต่ถ้าคุณไม่มีใคร มองหาได้แล้วกระมัง

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ace of Wands การเริ่มต้นงานใหม่ การวางแผนงาน การต่อยอดจากโครงการเดิมที่ประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว บางคนมีโอกาสเข้าทำงานใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ มีแรงจูงใจสำคัญเกิดขึ้น

ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Cups บางครั้งไพ่ใบนี้แสดงถึงคนรักเพศเดียวกัน หรือรักที่ไม่เปิดเผย การที่คู่สัมพันธ์สองฝ่ายมีเรื่องลับๆ เร้นๆ อยู่ในชีวิต อาจเป็นกิ๊กกัน หรือมีคู่ซ้อนเสียเอง บางทีก็หมายถึงการที่เก็บงำความสุขบางอย่างเอาไว้ในโลกส่วนตัว

สถานการณ์การเงิน Page of Wands คุณอาจใช้เงินเพื่อบุตรหลาน บริวาร หรือมีรายได้ก้อนใหม่เข้ามา เป็นเงินก้อนเล็ก เงินจากงานพิเศษ งานอดิเรก แต่ถ้าใครทำเกี่ยวกับการเรียนการศึกษา ถือว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดี

ธุรกิจ การงาน Four of Pentacles คุณอาจกำลังมีความลังเลต่อเรื่องบางเรื่อง รู้สึกไม่พอใจ หรือไม่มั่นคงเท่าที่ควรเป็น มีความยึดมั่นถือมั่นบางประการ บางคนพยายามยึดงานเก่าเอาไว้แนบแน่น

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Queen of Wands มีอำนาจเต็มที่ แต่ไม่มีความสามารถที่จะจัดการอะไรได้อย่างแท้จริง

คำแนะนำพิเศษ Eight of Swords คุณอาจพบช่วงเวลาที่ปัญหาเข้ามาล้อมตัว เหมือนถูกมัดมือชก ตกในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อย่างที่บอกเสมอเมื่อไพ่ใบนี้เปิดขึ้น อดทนและมีสติไว้ค่ะ จะใช้ความสงบสยบความปั่นป่วนก็ดีนะ

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ten of Wands งานมากๆๆๆ งานเยอะๆๆๆ นั่นเป็นความหมายหลักค่ะ หรืออาจเป็นเวลาที่คุณต้องทำงานให้เสร็จพร้อมกันหลายอย่าง ได้รับมอบหมายงานมากกว่าเดิม บางคนเข้าช่วยเหลือกิจการของครอบครัว ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ

ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Wands คุณอาจได้ช่วยเสริมความรู้หรือเพิ่มทักษะให้กับคนรัก หรืออีกฝ่ายได้มอบสิ่งเดียวกันแก่คุณด้วย หมายถึงชีวิตความสัมพันธ์ที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง อยู่บนพื้นฐานความจริง การสนับสนุนกันในเรื่องงาน และไม่แปลกถ้าคุณจะได้งานจากสายสัมพันธ์

สถานการณ์การเงิน Two of Wands คุณอาจได้ใช้เงินกับการทำงาน การเสริมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ หรือให้การสนับสนุนคนอื่น หากมีการเริ่มต้นธุรกิจใดๆ ในช่วงนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดี

ธุรกิจ การงาน Four of Cups อาจมีงานเข้ามาให้เลือก ให้ตัดสินใจ แต่คุณอาจรู้สึกตกลงใจได้ยาก หรือไม่พอใจเงื่อนไขที่เสนอเข้ามา เป็นไพ่ที่มักแนะนำให้เลือกดีๆ ดูความต้องการแท้จริงของตัวเอง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Swords ระวังการสูญเสียทรัพย์สิน ถูกยักยอก ถูกหลอกลวง มีคนใช้เล่ห์เหลี่ยมด้วย

คำแนะนำพิเศษ The Lovers ชีวิตรักชีวิตคู่ อาจมีทั้งแง่ดีและร้าย มีทางแยกสำคัญให้คุณต้องเลือกหรือตัดสินใจเสมอ ไตร่ตรองให้ดีถึงผลกระทบที่จะตามมา

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Pentacles มักหมายถึงบุคคลที่มีทรัพย์สินอยู่มากทีเดียว หรือได้ค่าตอบแทนจากการทำงานหนักที่ผ่านมา แต่คุณอาจใช้จ่ายมากอยู่กับเรื่องความรัก เรื่องเสน่หา หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว รวมถึงการรักษาสถานภาพต่างๆ

ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Pentacles ระวังปัญหาทางการเงิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างคู่รัก หรือคนที่คุณรักทำให้มันเกิดขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือมีความวุ่นวายหลายอย่างในความสัมพันธ์ อาจเสียทั้งเงินทั้งเวลาในความพยายามทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น

สถานการณ์การเงิน Wheel of Fortune จะมีจังหวะดีๆ เข้ามา สถานการณ์กระเตื้องขึ้น หากคุณทำธุรกิจส่วนตัวจะมีช่วงได้โชคลาภ บางคนมีเกณฑ์รับมรดก ได้ลาภจากครอบครัว

ธุรกิจ การงาน King of Swords มีปัญหาหนักทีเดียว อาจจากบุคคลที่คุณยากจะต่อกรได้ เป็นคนมีอำนาจ หรือไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ ด้านสถานการณ์ไม่มีอะไรราบรื่น

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Tower การมาถึงของความปั่นป่วนสับสน สิ่งที่ทลายลงในฉับพลันทันที ระวังอุบัติเหตุ เรื่องไม่คาดฝันต่างๆ

คำแนะนำพิเศษ The Chariot หากคุณมีการเดินทาง จะพบปัญหาหลายอย่าง แต่ที่สำคัญสุดคือการรักษาเป้าหมายของตัวเอง การมีวินัย การพยายามไปให้ถึงจุดแห่งความสำเร็จให้ได้ ถ้าเป็นด้านการงาน ใครที่อยู่ในธุรกิจการเดินทาง การขนส่ง การเคลื่อนที่ต่างๆ ถือว่าจะมีจังหวะที่ดี