WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 14, 2009

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(14ต.ค.):36ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก หากใครไม่ท้อขอจงสู้ต่อไป

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ในโอกาสรำลึกครบรอบ 36 ปี14ตุลาคม 2516 หากยังไม่ท้อขอจงสู้ต่อไป แม้ใครๆหลายคนจะเปลี่ยนสีแปรธาตุ หากเราหยัดยืนอยู่กับสัจจธรรม ความจริง มันก็คือความดีความงาม เป็นกำลังใจตลอดนาน***


***"นักข่าวชาวรากหญ้า"เห็นภาคประชาชน นักวิชาการ นักกิจกรรมทางสังคม นักสภาพแรงงาน เห็นรายชื่อจักรภพ เพ็ญแข-ใจ อึ๊งภากรณ์ ออกแถลงการณ์"สืบทอดเจตนารมณ์วีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์"เตือนไปถึงอำมาตย์และสมุนบริวารให้ยุติพฤติการณ์"อันไม่เป็นประชาธิปไตย"แล้วยอมรับว่าเห็นด้วยอย่างแรง ท่านใดยังไม่ได้อ่านให้เข้าไปอ่านกันตาม ลิ้งค์***

***36ปีผ่านไป หากเป็นคนๆหนึ่งก็ครบ3รอบพอดี แทนที่จะมีวุฒิภาวะสูงขึ้นตามกาลเวลา แต่คนเดือนตุลาหลายคนก็เปลี่ยนสีแปรธาตุน่าใจหาย ไปเป็นพวกช่วงใช้เผด็จการซะนี่ แม้กระทั่งมูลนิธิ 14 ตุลาฯก็เปี๊ยนไปนานแล้ว ดูรายชื่อกรรมการก็รู้ มีทั้งสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ดร.พิชาย ณ ภูเก็ต นักวิชาการขาประจำพันธมิตร สว.ประสาร มฤคพิทักษ์ เจ้าของคำพูด"คนรุ่น14ตุลาไม่ใช่เครื่องหมายการค้าประชาธิปไตย" ประธาน นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ ที่เคยเดินทางไปให้กำลังใจพันธมิตรยึดทำเนียบ และ ฯลฯ***

***ให้จับตาดูว่า อานันท์ ปันยารชุน เคยขอใช้มุมหนึ่งในอนุสรณ์สถาน14 ตุลาฯจัดเป็นนิทรรศการประวัติของตัวเองแบบถาวร... โดยเอาของที่ระลึกที่ได้จากประเทศต่างๆ ภาพตัวเองถ่ายรูปกับผู้นำประเทศต่างๆมาโชว์ไว้ ไม่รู้ผู้ดีอานันท์ หัวหอกอำมาตย์แกเป็นคนเดือนตุลากับเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่..?***


***คนที่ยืนหยัดมั่นคงจงสู้ต่อไป วันนี้เย็นกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยและเครือข่าย 6 องค์กร ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานรำลึกวันประชาธิปไตยสานต่อเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลา16 ยกเลิกรัฐธรรมนูญเผด็จการ ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 52 เวลา 17.00-23.00 น.ที่ท้องสนามหลวง เจ้าเก่าขาประจำเวบนิวสกายไทยแลนด์ www.newskythailand.us www.newskythailand.comถ่ายทอดสดตลอดงานเช่นเคย หรือจะดูพีแชนัล เชิญที่http://www.goo-online.com/ ใครเล่นแคมฟร็อกเชิญห้อง Camfrog SIAM_RED แต่ใครไปงานได้น่าจะต้องไป***

***
18.30 น. ร่วมกันวางหรีดแด่ ผู้ทรยศเจตนารมณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

19.00 น. ชมละครการเมือง “อำมาตยาท่าจะบ๊อง”/ขับขานบทเพลง “ปณิธานเสรีชน”

19.30 น. ฟังการปราศรัย สานต่อเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลาคม 2516

20.00 น. ชมวีดิทัศน์ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม เปิดฟ้าใหม่สู่ยุคประชาธิปไตยของประชาชน

20.30 น. ประกาศสืบทอดเจตนารมณ์ ร่วมกันยกเลิกรัฐธรรมนูญเผด็จการ ผลักดัน รัฐสภาออกกฎหมายการนิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับทุกฝ่าย ทุกประเด็น และทุกคน เพื่อการสมานฉันท์ในสังคม

22.30 น. ปิดงาน***


***งานนี้พบกับ ตัวแทนนักศึกษา ตัวแทนนักวิชาการ ตัวแทนองค์กรประชาชน อาทิเช่น ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสร็ฐ ดร.สุนัย จุลพงษ์ศธร จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ชูพงษ์ ถี่ถ้วน สมยศ พฤกษาเกษมสุข ฯลฯ จัดโดย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มไผ่แดง กลุ่มแดงตากสิน กลุ่มบางซ่อน 51 กลุ่มพลังประชาธิปไตย กลุ่มแดงพระราม 2 สอบถาม – สนับสนุน 089-5007232/081-5517017/081-4000433 ***

***ปีหนึ่งมีหนเดียว กุศลมหากุศลอย่างแรง ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน www.konthaiuk.com หมู่บ้านฅนไทย รักประชาธิปไตย ในสหราชอาณาจักร ณ วัดคีรีธรรมมาราม (วัดกาหลง) หมู่ ๑ ตำบล กาหลง อำเภอ ศรีสาคร จังหวัด นราธิวาส ,วัดเจาะไอร้อง หมู่ ๑ ตำบล จวบ อำเภอ เจาะไอร้อง จังหวัด นราธิวาส และวัดเขากง อำเภอ เมือง จังหวัด นราธิวาส ในวันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒***

***เนื่องด้วยทั้ง ๓ วัดนั้นเป็นวัดที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และ ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัดนราธิวาส อีกทั้งยังอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงซึ่งยังสุ่มเสี่ยงและล่อแหลมต่อการก่อการร้าย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ไม่สามารถจะเข้าถึงได้โดยสะดวกนัก ขณะเดียวกันวัดทั้งสองแห่งก็ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่นั้นๆและละแวกใกล้เคียงอีกด้วย ทั้งนี้ทางวัดยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนสิ่งของและปัจจัยทั้งหลาย เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ และสิ่งก่อสร้าง เช่น ศาสนสถานต่างๆ รวมถึงอาคารโรงทาน ห้องน้ำ และค่าใช้จ่ายต่างๆเช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันยานพาหนะอีกด้วย***

****ดังนั้นทางคณะกรรมการโดย เวปไซต์คนไทยยูเคดอทคอม หมู่บ้านฅนไทย รักประชาธิปไตย ในสหราชอาณาจักร จึงขอเรียนเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินครั้งนี้ด้วยกัน เพื่อยืดอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญและยั่งยืนต่อไปอีกนานแสนนาน อีกทั้งเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ในการทอดกฐินนี้ ซึ่งต้องอาศัยทั้งกำลังทรัพย์ กำลังปัญญา และ กำลังศรัทธาประกอบกันจึงสำเร็จผลขึ้นได้ ด้วยอานิสงส์แห่งบุญกฐินนี้ ผู้ที่ได้ร่วมบุญไม่ว่าจะไปเกิดในชาติใดภพใดก็จะมีความเจริญก้าวหน้า บริบูรณ์ด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องนุ่งห่มอันอลังการ อีกทั้งยังพร้อมด้วยลาภยศ สรรเสริญ ทรัพย์สมบัติบริบูรณ์มิได้ขาดมิได้พร่อง สาธุ....***

***เชิญทำบุญตามกำลังทรัพย์และกำลังศรัทธา ประธานอุปถัมถ์ 5,000 บาท ประธาน 1,000 บาท รองประธาน 500 บาท
กรรมการ 100 บาท สำหรับคนที่จะร่วมทำบุญกับ konthaiUKติดต่อคุณปุ้ย 081-8258661 หรือร่วมทำบุญ โดยผ่านบัญชีชื่อ วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแจ้งวัฒนะ ซอย 13 เลขที่ 097-224336-0 โอนเงินแล้วรบกวนแจ้งทางมือถือคุณปุ้ยด้วยค่ะ ***

***สุชาติ นาคบางไทร ปรากฎตัวเป็นระยะล่าสุดทางประชาไทบอร์ด เวบบอร์ดยอดฮิตของชาวเสื้อแดงที่กระทู้นี้ประชาไทบอร์ดทำให้พรรคพวกมิตรสหายสบายใจได้ว่าน้าชาติยังสุขกายสบายใจดี และวันที่1พฤศจิกายนนี้คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการจะรีเทิร์นสนามหลวงอีกรอบ***

***ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมกันแสดงความยินดีกับเพื่อนของเรา ดีเจ กุ้งกชกร เปิดร้านขนมจีน ข้าวแกง เจ้าตัวยืนยันอร่อย มากกกกกกกกกกกก โดยเปิดร้านไปแล้วตั้งแต่เที่ยงวานนี้ที่ตลาดพูนทรัพย์ ปทุมธานี หากตั้งใจไปอุดหนุน เมื่อลงทา่งด่วนบางโพธิ์ เจอธ.กรุงเทพ ถัดไปเป็นตลาดพูนทรัพย์ ร้านดีเจกุ้ง อยู่ริมถนนหน้าตลาดเลย ชาวเสื้อแดงช่วยไปให้กำลังใจกันนะครับ ช่วยกันสนับสนุนสินค้า ของชาวเสื้อแดง ท่านใดที่ต้องการสอบถามเส้นทาง 089 234 1635 หรือดูตามแผนที่ด้านล่างนี้ ***



***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงยินดีช่วยเป็นกระบอกเสียงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร งานกิจกรรม งานบุญ งานสังคม งานส่วนตัว ทำมาค้าขาย สารพัดสารพัน หากอยากฝากข่าวก็แจ้งมาที่redseed1@gmail.com หรือthaienews@googlegroups.comฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเกรงใจใดๆครับพ้ม***

ภาคประชาชนแถลงการณ์สืบทอดเจตนาวีรชน14ตุลา จี้ขจัดอิทธิพลอำมาตย์กับสมุนบริวาร

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
14 ตุลาคม 2552

องค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม นักสหภาพแรงงาน เกษตรกร และประชาชนได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลาคม ให้สมบูรณ์ และได้เตือนสถาบัน-องค์กรต่างๆที่ทำลายเจตนารมณ์วีรชน ทั้งชนชั้นสูง ข้าราชการระดับสูง ตุลาการ,ทหาร,ตำรวจ สื่อมวลชน นักวิชาการ นักกิจกรรม องค์กรพัฒนาเอกชน นักสิทธิมนุษยชน ศิลปินนักเขียน และนักการเมืองให้ยุติบทบาทการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งปวง กับเรียกร้องประชาชนผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงตามเจตนาของคณะราษฎร์-วีรชนเดือนตุลา ระยะเฉพาะหน้าเสนอนำรัฐธรรมนูญปี40ปัดฝุ่นมาแก้ไขเพิ่มอำนาจภาคประชาชน ขจัดอิทธิพลอำมาตย์ออกไป พร้อมทั้งเรียกร้องรัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินชี้ขาด


โดยรายละเอียดแถลงการณ์มีดังนี้

แถลงการณ์ สืบทอดเจตนาวีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์

ในโอกาสครบรอบ 36 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 พวกเราดังมีรายนามแนบท้ายแถลงการณ์นี้ ขอเชิดชูจิตใจ และวีรกรรมรักชาติ รักประชาธิปไตย ชิงชังเผด็จการทุกรูปแบบของวีรชนผู้เสียสละชีพ ผู้บาดเจ็บทุพพลภาพ และผู้เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนั้นให้สูงเด่น

พร้อมกันนี้ก็ใคร่ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

1.บรรดาชนชั้นนำ ขอเตือนให้ยุติการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อเจตนารมณ์ของวีรชน ด้วยการใช้อำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ ทั้งเผด็จการอำนาจนิยมจารีตนิยม เผด็จการทหาร เผด็จการซ่อนรูปด้วยการใช้หน่วยงานสถาบันต่างๆของรัฐเช่น ตุลาการ องค์กรอิสระใต้การครอบงำของชนชั้นนำ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นต้น ในการฉกฉวยคอรัปชั่นอำนาจทางการเมืองไปเป็นของชนชั้นนำ เหยียบย่ำทำลายหลักการประชาธิปไตย ดื้อรั้นไม่ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง กระทั่งการช่วงชิงอำนาจจากประชาชนอย่างไร้ยางอาย

กับขอให้ยุติการนำทรัพยากรของประเทศไปตอบสนองผลประโยชน์ของชนชั้นนำ รวมไปถึงการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อชนชั้นนำเพียงหยิบมือ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

2.บรรดาข้ารัฐการ ทั้งทหาร ตำรวจ ตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ต้องมีจิตสำนึกที่ถูกต้องว่าการเป็นข้ารัฐการในระบอบประชาธิปไตยนั้นต้องจงรักภักดีสนองพระเดชพระคุณของประชาชนผู้จ่ายภาษีให้ท่านเป็นอันดับแรก ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ เคารพรัฐบาลที่มาจากเสียงที่แท้จริงของประชาชน ต้องยุติค่านิยมศักดินาและค่านิยมอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของชาติ

3.บรรดานักวิชาการ ปัญญาชน ต้องยุติบทบาทที่สนับสนุนให้ท้ายการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งมวล เช่น การเข้าไปรับใช้ชนชั้นนำ สนองตอบผลประโยชน์ชนชั่นนำที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน ยุติการทำลายหลักการประชาธิปไตย อันกอรปไปด้วย หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน หลักเสรีภาพ หลักเสมอภาค หลักนิติรัฐนิติธรรม และหลักเสียงข้างมากแต่ไม่ละเมิดเสียงข้างน้อย

4.บรรดานักสิทธิมนุษยชน องค์กรพัฒนาภาคเอกชน นักกิจกรรมทางสังคม ต้องยุติพฤติการณ์ที่น่าละอายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงปรากฎการณ์สนับสนุนการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะการให้ท้ายอันธพาลการเมืองกลุ่มพันธมิตรอย่างไม่ลืมหูลืมตา การให้ท้ายเผด็จการปราบปรามความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย การทำตัว2มาตรฐานไปถึงไร้มาตรฐานในการให้ท้ายกลุ่มอันธพาลการเมือง แต่หนุนหลังการปราบปรามฝ่ายประชาชน รวมถึงการหน้าด้านเสนอตัวไปเป็นสว.ลากตั้ง ทั้งที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตย

5.บรรดาสื่อมวลชน สื่อกระแสหลักทั้งหลายพึงสำนึกว่า ในระยะหลายปีมานี้พวกคุณได้ร่วมกันก่อกรรมทำเข็ญต่อประชาธิปไตย ด้วยการให้ท้ายหรือสมคบคิด หรือเป็นสาวกบริวารให้กับชนชั้นนำ เผด็จการที่ทำลายประชาธิปไตย ไร้ความเป็นกลาง เต็มไปด้วยอคติเลือกข้าง และห่างไกลไปจากสภาพของ"หมาเฝ้าบ้าน"ไปทุกที ทั้งยังกัดเจ้าของบ้านอยู่เป็นนิตย์ จนพวกท่านไม่เป็นที่ต้อนรับของประชาชน ตอนนี้ยังชีพอยู่ได้ด้วยการหล่อเลี้ยงของชนชั้นนำในรูปของเงินโฆษณา การให้สัมปทานคลื่น ความถี่ต่างๆ ทำตนประดุจสุนัขรับใช้อำมาตย์ ท่านสมควรต้องปรับปรุงแก้ไขโดยไว

6.บรรดาฝ่ายซ้ายเก่า นักศึกษา ศิลปิน นักเขียน กวี การเปลี่ยนสีแปรธาตุไปเป็นลูกไล่ให้เผด็จการอมาตยาธิปไตย เป็นการกระทำทรยศต่อวีรชน14ตุลาอย่างไม่มียางอายใดๆ หากท่านจะขายวิญญาณมีพฤติการณ์อันน่าสะอิดสะเอียนนี้ต่อไป ขอให้ประกาศตนชัดเจน แสดงธาตุแท้ออกมาให้ล่อนจ้อนว่า กระทำไปโดยสันดานแท้ส่วนตนของท่าน ไม่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในกรณี 14 ตุลาคม 2516แต่อย่างใด เพื่อปกป้องเกียรติยศของวีรกรรม14ตุลาเอาไว้

7.บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ต้องยุติการแสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้า เพื่อช่วงชิงการเป็นรัฐบาล เพราะนี่ไม่ได้มีความหมายใดๆเลยต่อประเทศชาติ หากยังอยู่ใต้ระบอบอุปถัมภ์ อยู่ภายใต้อิทธิพลของอมาตยาธิปไตยชนชั้นนำ หรือต้องยุติพฤติการณ์อันน่ารังเกียจทั้งการขึ้นสู่อำนาจโดยปราศจากความเห็นชอบอันแท้จริงของประชาชน

8.เราขอเสนอแนวทางพัฒนาประชาธิปไตยในระยะกลางและระยะเฉพาะหน้าดังนี้

-ขอสนับสนุนการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เพื่อยกระดับการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ต้องยืนยันหลักการหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนว่าเป็นหัวใจของประชาธิปไตย และขอคัดค้านการเคลื่อนไหวเพื่ออำมาตยาธิปไตยทั้งทางตรงและทางอ้อม

-ขอเสนอให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องเสนอให้มีการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ทางวัฒนธรรม เหมือนเช่น ข้อเสนอของปรีดี พนมยงค์ และการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพื่อความเป็นธรรมที่สำคัญ เช่น การปฏิรูปที่ดินโดยการกระจายการถือครองทีดิน กำจัดการถือครองที่ดิน การสร้างรัฐสวัสดิการโดยการเก็บภาษีที่ก้าวหน้า ฯลฯ การสร้างประชาธิปไตยทางวัฒนธรรม โดย ยอมรับความหลากหลายของท้องถิ่น ชาติพันธุ์ จึงต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ

-ขอเสนอให้นำรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ.2540 มาใช้และปรับปรุงแก้ไข โดยมีหลักการสำคัญคือ ลดอำนาจอำมาตยาธิปไตย เช่น อำนาจขององคมนตรี อำนาจนอกระบบ อำนาจกระบวนการศาล ฯลฯ และเพิ่มพื้นที่ ประชาธิปไตย และอำนาจภาคประชาชน เช่น ให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ผู้ใช้แรงงานมีสิทธิการเลือกตั้งได้ในทุกระดับในพื้นที่ทำงาน ให้ยกเลิกการกำหนดวุฒิการศึกษาสำหรับผู้สมัครการเลือกตั้งในทุกระดับ ฯลฯ

-เสนอให้ยกเลิก หรือยุติการบังคับใช้กฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย คือพ.ร.บ.ความมั่นคง และกฎหมายอาญามาตรา112ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

-ในระยะเฉพาะหน้าขอเสนอให้รัฐบาลอันขาดความชอบธรรม ทั้งที่มาและการดำรงอยู่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดการยุบสภา เลือกตั้งใหม่และเคารพเสียงตัดสินของประชาชน และยุติ2มาตรฐานทั้งหมด

พร้อมกันนี้เราขอเรียกร้องต่อประชาชนเพื่อนร่วมชาติ ให้ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันประเทศชาติของเราก้าวไปสู่ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ สืบทอดเจตนารมณ์การปฏิวัติของคณะราษฎร สืบทอดเจตนารมณ์วีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์ ผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในประเทศของเรา และขุดโค่นอุปสรรคขัดขวาง และบรรดาองค์การ สถาบันและการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งมวลให้สูญสิ้นไปโดยไว

มีแต่หนทางดังกล่าวนี้ จึงจะได้ชื่อว่าสืบทอดเจตนาวีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์อย่างแท้จริง

ด้วยความเชื่อมั่น

14 ตุลาคม 2552

บุคคลและองค์กรที่ลงนามร่วม

เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์วีรชนเดือนพฤษภาคม
กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคม อีสาน(กสส.)
สำนักกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการปกครองตนเอง
ชมรมศิลปินเพื่อความยุติธรรม
กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยท้องถิ่น ภาคเหนือตอนล่าง
ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย
สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์หนัง แห่งประเทศไทย(ส.พ.ท.)
สหภาพแรงงานไทยอคริลิคไฟเบอร์ สระบุรี
สหภาพแรงงานสหกิจวิศาล สระบุรี
สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก
นายบุญยืน สุขใหม่ ประธานสหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาไอทีเอฟ
นายพรมมา ภูมิพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ(ส.พ.ท.)
นายวัฒนะ วรรณ องค์กรเลี้ยวซ้าย
ใจ อึ๊งภากรณ์
น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล
นายชำนาญ จันทร์เรือง
นาย ทิวากร โสภา
นายทองธัช เทพารักษ์
ครรชิต พัฒนโภคะ องค์กรเลี้ยวซ้าย
สิทธิ์ จันทาเทศ สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก
บุญผิน สุนทราลักษ์ สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก
วิทยากร บุญเรือง
คมลักษณ์ ไชยยะ สมัชชาสังคมก้าวหน้า
นายจิรวัฒน์ เทียนเงิน
นายประสิทธิ์ รวมพิมาย
นางสาวสุพิศ ศรีเจริญ
นางบุญช่วย ศรีเจิญ
พีรพัฒน์ หาญมโนวิริยะ
สุชาติ พรมมี ชมรม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พัทยา
นายทรงกลด สันตสว่าง
คุณ ทัศน์วิไล ( PICKY) กลุ่ม RED IN JAPAN
สุรเสกข์ เชษฐ์ไชย
บูรพา พินิจพรไพศาล
สุปราณี ถียัง
จุมพล สังขะเกตุ
ศรายุทธ ตั้งประเสริฐ
นายพิชิต พิทักษ์
นายพิษณุ ไชยมงคล
นายประสาท ศรีเกิด
นายเจษฎา โชติกิจภิวาทย์
อาณัติ สุทธิเสมอ
นายสมศักดิ์ ภักดิเดช
เดโช กำลังเกื้อ
รุ่งโรจน์ วรรณศูทร
กานต์ ทัศนภักดิ์
นุชจิรา แสงสุชล
จักรภพ เพ็ญแข
นุชรินทร์ ต่วนเวช
สุณี ครองพิพัฒน์สุข
ฯลฯ

มติเพื่อไทยคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50

ที่มา Voice TV



เพื่อไทยมีมติคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 แต่สนับสนุนให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อให้ประเทศเกิดความสงบสุข

แพทย์ชนบทไม่พอใจผลสอบทุจริตงบไทยเข้มแข็ง

ที่มา Voice TV



ปลัด สธ. ไม่เปิดเผยชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตไทยเข้มแข็ง ขณะที่ประธานชมรมแพทย์ชนบทไม่พอใจ ผลสอบไม่สามารถโยงถึงฝ่ายการเมือง

แม้วทอล์กสับ รธน.50 จี้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_39486

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

"ทักษิณ ชินวัตร"วอนหันหน้าหากันถวายในหลวง เรียกร้องใช้ รธน.40 ที่ประชาชนมีส่วนร่วมจัดทำ สับรธน. 50 ทำทุกอย่างถอยหลังเข้าคลอง....

เมื่อเวลา 20.30 น.ที่ผ่านมา(13 ต.ค.)พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการวิทยุออนไลน์ “ทอล์ก อะราวด์ เดอะ เวิลด์” ทาง thaksinlive.com ว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเราทรงประชวร ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครองในหลวงของเราให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พระโอสถที่ดีที่สุด ที่ประชาชนชาวไทยจะทำให้ได้ คือ การปรองดองหันหน้าเข้าหากัน ผู้มีบารมีทั้งนอกรัฐธรรมนูญ และในรัฐธรรมนูญ ต้องหันหน้าหากัน พูดคุยหาข้อยุติความขัดแย้งทั้งหลาย วันนี้เป็นโอกาสดี ใครที่บอกว่าจงรักภักดี ก็อยากให้ทำตอนนี้ พระเจ้าอยู่หัวฯทรงอยากเห็นคนไทยมีความสุข หากประชาชนทุกข์ท่านก็ทุกข์ด้วย ดังนั้นช่วยกันดีกว่า ช่วยกันทำให้ประชาชนทุกคนมีความสุข ในหลวงจะได้มีความสุขด้วย

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อยากให้นำรัฐธรรมนูญ 40 มาใช้ เพราะฉบับปี 50 มันไม่ไหว มันถอยหลังเข้าคลอง เกิดระบบ 2 มาตรฐาน ความเป็นธรรมแย่ ทำให้ความเป็นอยู่ประชาชนแย่ลง คนหมดกำลังใช้จ่าย เดือดร้อนกันมากภายใต้การเมืองระบบนี้ ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ถือว่าเป็นของประชาชน มีความละเอียดรอบคอบ ประชาชนมีปฏิสัมพันธ์ในหลายขั้นตอน

"มันไม่ใช่รัฐธรรมนูญของผม แต่เป็นของประชาชนทั้งประเทศ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่างแม้แต่นิดเดียว ก็แต่มันนำความสุขมาให้ประชาชน ใครทำอะไรผิดพลาดไปแล้วช่างมันไม่เป็นไร แก้ไขเสียเถอะ มันไม่ใช่การเสียหน้าอะไร ผมไม่ได้ผูกขาด หรืออยากกลับไปเป็นโน่นเป็นนี่แล้ว ใครแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ เอาเลยครับ ผมไม่อยากเป็นอะไรแล้วครับ แก่แล้วครับอายุ 60 แล้ว เหนื่อยแล้วครับ"อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

มติเพื่อไทย ยำ้ชัด ไม่แก้รธน.50

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_39476

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ

มติที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ยำ้ชัดเจน ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 จี้รัฐบาลนำปี 2540 กลับมาใช้ ขณะที่"วิทยา"ระบุปัญหาเกาเหลาในพรรคยุติลงแล้ว ยันพร้อทแจงที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย....

วันนี้(13 ต.ค.)เวลา 17.00 น.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธานส.ส.พรรค ได้แถลงข่าวร่วมกัน ว่า จาการหารือของส.ส.ในพรรค ได้ข้อสรุปตรงกัน โดยขอชี้แจงว่า ตลอดมาพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 มาตั้งแต่ต้น เพราะได้รณรงค์โนโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว หากต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย มีความเป็นธรรม ประชาชนมีความสุข สมานฉันท์ เราต้องใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เท่านั้น

ด้าน นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า เมื่อพรรคส่งสัญญานมาเช่นนี้ ต้องทำตาม แม้ยอมรับว่า เป็นงานที่ยากลำบาก จะต้องนำไปหารือในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านก่อน ส่วนจะไปบอกที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายอย่างไร เป็นการบ้านที่หนัก แต่ต้องยึดหลักรัฐธรรมนูญ 2540 อย่างไรก็ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันมันจบตั้งแต่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องการทำประชามติก่อน ไม่ใช่มาจบที่พรรคเพื่อไทย ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 แต่หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง ยังมีช่องทางทำได้ คือ เอารัฐธรรมนูญ 2540 มาเป็นตัวตั้ง ส่วนกรณีที่ถูกมองว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มีปัญหากับตนในมุมมองแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เรื่องนี้เคลียร์กันจบแล้ว

ขณะที่นาย พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานเลขานุการวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีนายวิทยา บุรณศิริ วันนี้ที่ประชุมพรรคเหมือนหาทางลงให้ในฐานะเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนพรรค โดยหลังจากนี้พรรคจะส่งนายวิทยาไปแจ้งที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ไปเสนอ เงื่อนไข คือ ไม่เอา 6 ประเด็นตามข้อเสนอสมานท์ และไม่เอาประชามติ ก็มาเปิดใจคุยกัน แต่หากไม่เป็นตามเงื่อนไขนี้ ก็เลิกคุย.

บทเรียนจากการล้มทหารในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
14 ตุลาคม 2552

ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ท่ามกลางการต่อสู้ของนักศึกษา กรรมกร ชาวนา และประชาชนทั่วไป เผด็จการทหารของ ถนอม กิตติขจร ประภาส จารุเสถียร และณรงค์ กิตติขจร ถูกโค่นล้มไป สามทรราชนี้ต้องหนีออกนอกประเทศ เพราะมีส่วนในการสั่งฆ่าประชาชนผู้ไร้อาวุธท่ามกลางกรุงเทพฯ ไม่ต่างอะไรจาก “อภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือด” ในยุคนี้


รัฐบาลเผด็จการทหารของ ถนอม-ประภาส-ณรงค์ เป็นรัฐบาลอำมาตย์ที่รับมรดกอำนาจจากจอมเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เราคงจำได้ว่า สฤษดิ์ เป็นนายทหารที่มีบทบาทสำคัญในการรื้อฟื้นอำนาจและบารมีของกษัตริย์ หลังจากที่ความนิยมเจ้าในไทยตกต่ำตั้งแต่ช่วง ๒๔๗๕

นอกจากถนอม-ประภาส-ณรงค์ จะรับมรดกอำนาจจาก สฤษดิ์ แล้ว ยังรับมรดกวิธีโกงกินชาติบ้านเมืองจากครูใหญ่อีกด้วย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ทหารเข้ามากินบ้านกินเมืองยกใหญ่

เวลานักศึกษานำขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย ออกจากธรรมศาสตร์ สู่ถนนราชดำเนิน มีนักศึกษาถือรูปกษัตริย์และราชินีนำหน้า ซึ่งแสดงว่านักศึกษาพวกนี้ยังต้องการพิสูจน์ความจงรักภักดีอยู่ แต่นั้นก็ไม่สามารถป้องกันเขาจากกระสุนของอำมาตย์ได้

ในช่วงท้ายของการเดินขบวนมีการอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ที่วังสวนจิตรลดาอีกด้วย ตอนนั้นฝ่าย ถนอม-ประภาส-ณรงค์ พยายามป้ายสีนักศึกษาว่าบุกเข้าไปเพื่อโค่นกษัตริย์ แต่การป้ายสีไม่สำเร็จเพราะเผด็จการทหารหมดอำนาจและความชอบธรรมไปแล้ว

ในการวิเคราะห์สถานการณ์ ในช่วง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เราควรปฏิเสธนิยาย 3 ข้อเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ

1. นิยายที่เสนอว่าประชาชน “ถูกหลอกมาเดินขบวน” เพื่อรับใช้ผู้ใหญ่ที่ขัดแย้งกัน ซึ่งนอกจากจะดูถูกวุฒิภาวะของนักศึกษาและประชาชนแล้ว ยังเป็นนิยายที่เหมือนกับคำพูดของเสื้อเหลืองที่มองว่าคนเสื้อแดงโง่ และถูกทักษิณหลอก ความคิดแบบนี้ชวนให้เราเลิกสู้และอยู่บ้าน เป็นนิยายที่หวังทำลายขบวนการประชาชน

2. นิยายที่เสนอว่าเผด็จการทหารถูกล้มเพราะนายทหารชั้นสูงขัดกันเอง ซึ่งพยายามมองแต่ผู้ใหญ่และตาบอดถึงบทบาทหลักของประชาชนหรือมวลชนในการเปลี่ยนสังคม มันเป็นมุมมองที่เชียร์อภิสิทธิ์ชน และไม่มองภาพรวม

3. นิยายที่เสนอว่าxxxออกมากู้ชาติ สร้างความสามัคคีและประชาธิปไตยในวันที่ ๑๔ ตุลาคม อย่าลืมว่าxxxร่วมกินและได้ผลประโยชน์จากเผด็จการทหารตั้งแต่สมัยสฤษดิ์ และไม่เคยออกมาวิจารณ์เผด็จการเลย ไม่เคยออกมาห้ามการยิงประชาชนด้วย สิ่งที่xxxทำในวันที่ ๑๔ ตุลา คือทำตามหน้าที่เดียวที่กษัตริย์ในระบอบรัฐสภาต้องทำ คือใช้ภาพเท็จของความเป็นกลาง เพื่อก้าวเข้ามาแทรกแซงการเมืองในยามวิกฤต โดยมีเป้าหมายเดียวคือ กู้สถานการณ์และปกป้องอำมาตย์ นี่คือหน้าที่ของกษัตริย์สมัยใหม่ทั่วโลก

ขณะที่เผด็จการทหารถูกล้มโดยประชาชนในวันที่ ๑๔ ตุลาคม โดยที่นักศึกษาสร้างความชอบธรรมให้กษัตริย์ ผ่านการถือรูปและเข้าไปที่สวนจิตรลดา xxxได้โอกาส จึงรีบก้าวออกมาเพื่อประสานงานการตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” และสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องการดำรงอยู่ของอำมาตย์ต่อไป และต้อนสังคมเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยรัฐสภา และการเลือกตั้งภายใต้ผลประโยชน์อำมาตย์ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถคุมการเคลื่อนไหวของนักศึกษา กรรมกร และชาวนาได้ จึงมีการวางแผนระยะยาวเพื่อก่อเหตุนองเลือดในสามปีข้างหน้า

ข้อผิดพลาดของฝ่ายขบวนการนักศึกษาและประชาชนในวันที่ ๑๔ ตุลา เป็นความผิดพลาดที่เราควรยกโทษให้ เพราะขบวนการนี้กำลังเรียนรู้ท่ามกลางการต่อสู้ อย่างไรก็ตาม เราสามารถมองย้อนกลับไปสรุปได้ว่าขบวนการประชาชนในยุคนั้นควรจะเตรียมตัวยึดอำนาจรัฐเอง หลังจากที่โค่นเผด็จการ ไม่ใช่นิ่งเฉยท่ามกลางความสับสน หรือไปมอบอำนาจหรือความชอบธรรมให้xxx

วิธีหนึ่งที่ขบวนการประชาชนจะเตรียมตัวยึดอำนาจรัฐ คือการสร้างพรรคมวลชน

ในยุคนั้นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยพยายามสร้างพรรคมวลชน เพื่อยึดอำนาจรัฐผ่านการสร้างกองกำลังติดอาวุธ ตามแบบของ เหมา เจ๋อ ตุง ในจีน พ.ค.ท. เชื่อว่าจะต้องยึดชนบทก่อนแล้วค่อยล้อมเมือง ดังนั้นพรรคไม่ได้เข้าไปจัดตั้งและให้ความสนใจกับการต่อสู้ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับชัยชนะในวันที่ ๑๔ ตุลาเลย

เราจะเห็นว่าพลังมวลชนเป็นสิ่งที่ชี้ขาดว่าเราจะล้มเผด็จการได้หรือไม่ แต่ถ้าเราไม่มีการจัดตั้งเป็นพรรค พลังมวลชนจะกระจายหายไป และอำมาตย์สามารถฟื้นตัวเพื่ออยู่ต่อในรูปแบบใหม่ได้เสมอ แต่การมีพรรคก็ไม่ใช่หลักประกันอะไร ถ้าพรรคเสนอแนวทางที่ผิดพลาด และไม่เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงแลกเปลี่ยน

ทั้งๆ ที่ พ.ค.ท. เข้ามามีอิทธิพลมากมายในขบวนการนักศึกษาและประชาชนหลัง ๑๔ ตุลา แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะสู้กับอำมาตย์ในเมือง ปล่อยให้ขบวนการถูกปราบไปในวันที่ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ และเมื่อนักศึกษาและประชาชนเข้าป่าไปร่วมกับพรรค ก็ไม่มีการสนับสนุนให้นำตนเอง ใช้วิธีเผด็จการของพรรคปิดกั้นไม่ให้มีการถกเถียงแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทาง และไม่มีการสนับสนุนการศึกษาทางการเมืองนอกจากการท่องหนังสือของ เหมา เจ๋อ ตุง ซึ่งทำให้สมาชิกพรรคหดหู่ไม่เข้าใจเมื่อรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์หันมาจับมือกับอำมาตย์ไทย

นอกจากนี้ไม่มีการวางแผนเพื่อสู้ในเมืองเลย ซึ่งทั้งหมดนี้เปิดโอกาสให้อำมาตย์ไทย ภายใต้แนวคิดของ เปรม ติณสูลานนท์ สามารถใช้การเมืองนำทหารดึงนักศึกษาออกจากป่าได้ จนพรรคคอมมิวนิสต์ล่มสลาย ประเด็นเหล่านี้ คนอย่าง คุณสุรชัย แซ่ด่าน (อดีต พ.ค.ท.) จะต้องอธิบายและตอบข้อสงสัยกับคนเสื้อแดง เมื่อเสนอแนวทางจับอาวุธ หรือตั้งกองกำลังในยุคนี้

เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม เกือบจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะในช่วงแรกฝ่ายเผด็จการพยายามประนีประนอม มีการปล่อยตัวคนที่ถูกจับเพราะแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และมีการ “สัญญา” ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต ถ้านักศึกษายอมถอยตอนนั้น ถนอม-ประภาส-ณรงค์ก็คงอยู่ต่อได้ เหมือนกับที่ทหารพม่าอยู่ต่อหลังจากการลุกฮือ 8-8-88 ได้เนื่องจากขบวนการพม่ายอมประนีประนอม

คนที่เสนอว่าคนเสื้อแดงยุคนี้ต้องประนีประนอมกับอำมาตย์ จะต้องอธิบายให้เราฟังได้ว่า เราจะได้ประชาธิปไตยแท้หรือไม่ หรืออำมาตย์จะอยู่ต่อหลังการประนีประนอมดังกล่าว

คนที่เสนอให้คนไทยสามัคคี เลิกความแตกแยก จะต้องพิสูจน์ว่าคุณมีวิธีใดที่จะสร้างประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และมีวิธีใดที่จะห้ามไม่ให้เกิดรัฐประหารหรือการแทรกแซงการเมืองโดยทหารโดยวิธีทางอ้อม เช่นการใช้ศาลเป็นต้น คนที่อ้างว่าเรายังต้องจงรักภักดีต่อกษัตริย์ จะต้องอธิบายว่าการกระทำแบบนั้นจะไม่เปิดช่องให้อำมาตย์ฟื้นฟูอีกได้อย่างไร เพราะเรามีข้อสรุปที่ชัดเจนจาก ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖แล้ว

พิษภัยของ “รัฐบาลห่งชาติ”

ในช่วงที่xxxมีชีวิต เขาทำหน้าที่ปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของอำมาตย์ ผ่านการสร้างภาพลวงตาเรื่องความสามัคคีหรือความเป็นกลาง ในยุคนี้ประชาชนจำนวนมากมองออกว่าเป็นแค่ภาพลวงตา แต่สิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังอย่างมากคือ เมื่อxxxตาย ฝ่ายอำมาตย์อาจจะพยายามเสนอ “รัฐบาลแห่งชาติ” เพื่อ “สามัคคีในยามเศร้า” และผู้นำเสื้อแดงบางคนอาจถูกชักชวนให้ไปประนีประนอม

“รัฐบาลแห่งชาติ” ภายใต้อำนาจและเงื่อนไขของอำมาตย์ จะไม่มีวันนำไปสู่ประชาธิปไตยแท้ และความเป็นธรรมทางสังคมได้ และเราไม่ควรหลงเชื่อว่าอำมาตย์เสนอความสามัคคี “เพราะอ่อนแอหลังxxxตาย” เนื่องจากอำนาจทหาร ศาล และข้าราชการจะยังอยู่เหมือนเดิม

ชาวเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยแท้และความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ จะต้องไม่หลงสามัคคีกับเสื้อเหลืองและอำมาตย์ เราจะต้องสู้ต่อไปเพื่อโค่นระบบเผด็จการอันเลวทรามนี้ให้ได้

วีรชน ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลา เขาเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยแท้ คนเสื้อแดงจะต้องรับภาระนี้ต่อไป เพื่อให้เราได้รับชัยชนะสักที

--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์:
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com/
http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/
-YOUTUBE videos by Giles53

ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย

ที่มา บางกอกทูเดย์

เป็นรัฐบาลอยู่แล้ว...ประชาธิปัตย์...ย่อมปรารถนาที่สุดก็คือการอยู่ให้นานที่สุด...และหวังว่าจะประสพความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดินประชาธิปัตย์...ย่อมหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับ...ฝ่ายพันธมิตรฯ ที่ประกาศอย่างชัดเจนเด็ดขาด...จะชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550ประชาธิปัตย์...พรรคใหญ่และยั่งยืนมาได้ด้วยกระแส...ย่อมไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งแบบวันแมนวันโหวต...หรือเขตเล็กเบอร์เดียว...และนั่นก็น่าจะเป็นเป้าหมายและความต้องการเดียวกันกับพรรคเพื่อไทยแต่พรรคเล็กพรรคน้อย...ต้องการวันแมนวันโหวตพรรคเล็กพรรคน้อยถึง...อยากแก้รัฐธรรมนูญความปรารถนาที่ตรงกันข้ามระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์กับแนวร่วมของเขา...ไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย...พรรคเพื่อไทยจะต้องยืนยันกับประชาชนในระหว่างการหาเสียงว่า...หากได้รับการเลือกตั้งขึ้นมาเมื่อไหร่...จะนำรัฐ

ธรรมนูญฉบับ 2540มาใช้...จะแก้ไขตรงไหนมาตราอะไร...ให้แสดงไว้กับประชาชนในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย..ต้องปฏิเสธรัฐธรรมนูญ 2550ทั้งฉบับ...เพราะที่มาของรัฐธรรมนูญ...ไม่ใช่ประชาธิปไตยและใช้อำนาจที่โลกไม่ยอมรับ...สั่งยุบพรรคต่างๆ และตั้งข้อหาเพื่อจองจำผู้คนการยอมรับการแก้ไข ไม่ว่า 1 หรือ 6 มาตรา..คือการยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้...และทรยศต่อประชาชน 10 กว่าล้านคนที่โหวตให้รัฐธรรมนูญ2540การยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ...คือการยอมรับว่า..ข้อหาและโทษที่ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้รับไปแล้วนั้น...ถูกต้องการยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้...คือการจำนนให้กับอำนาจเผด็จการทฝี่ งั ตนแทรกรา่ งอยใู่นรัฐธรรมนูญฉบับนี้...การยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้...คือการทำร้ายและทำลายแนวร่วมของพรรคเพื่อไทย...ด้วยความโง่เขลาถ้า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ปรารถนาจะถามประชามติของประชาชนแล้ว...ให้ถามอย่างที่เคยถาม...จะเอารัฐธรรมนูญ 2540 หรือ 2550...แล้วบอกประชาชนไปเลยว่า...2540 คือ ทักษิณ ชินวัตร...ส่วน 2550 คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

4 เหล่าทัพ! เข้มประชุมอาเซียน

ที่มา บางกอกทูเดย์

เรามีมาตรการเฝ้าระวังในรูปแบบ 3 มิติ คือมิติด้านก่อการร้าย มิติด้านความปลอดภัย และมิติด้านการดูแลความสงบ ทั้งนี้ ประเทศที่มาประชุมมีประเทศที่มีความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ

ในช่วงประชุมอาเซียน...อาจจะแปลกใจที่ตำรวจ-ทหารใกล้บ้านท่าน จะไม่เห็นปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนั้น ไม่ใช่เพราะลาพักร้อนหรือลากิจแต่ตำรวจทหารเหล่านี้จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยให้กับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เลื่อนมาจากช่วงก่อนสงกรานต์ที่พัทยา หลังถูกคนเสื้อแดงยกพลประท้วงระหว่างประชุมมาแล้วครั้งนี้รัฐบาลในฐานะเจ้าภาพจึงระดมกำลังพลทั้งตำรวจและทหารทุกเหล่าทัพไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งฝ่ายพลเรือนรวม 18,298 นาย ที่ต้องคอยรักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุม 23-25 ตุลาคมนี้ลองมาดูภารกิจของแต่ละเหล่าทัพว่ามีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละเหล่าทัพรับผิดชอบตรงไหนบ้างภายใต้แผนยุทธการชะอำ-หัวหิน 521 ที่มี “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะบัญชาการมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดโดยมีกำลังจากกองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 1 ดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่จะแบ่งเขตพื้นที่ออกเป็น 2 เขตคือ เขตพื้นที่หวงห้าม และเขตพื้นที่เฝ้าระวัง โดยจะปฏิบัติด้วยความเข้มงวดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนว่า ในส่วนของกองทัพเรือ เตรียมเรือตรวจการณ์ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก กว่า 10 ลำ ซึ่งยังไม่นับเรือยาง เรือของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และเฮลิคอปเตอร์ที่มี“กองทัพเรือมีความพร้อม และจะทำตามแผนที่วางแผนวางไว้และไม่ห่วงว่า การประชุมครั้งนี้จะซํ้ารอยเหตุการณ์การประชุมที่พัทยา เพราะทุกหน่วยข่าวกรองของเรามีการเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ในวันประชุมผมคงต้องลงไปดูพื้นที่ด้วยตัวเอง” พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ระบุขณะที่กองทัพอากาศซึ่งมีหน้าที่ดูแล สนามบินและน่านฟ้าไทยในช่วงการประชุม กองทัพอากาศได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจทหารอากาศ (ฉก.ทอ.) ขึ้นที่สนามบินหัวหินโดยมี พล.อ.ท.วินัย เปล่งวิทยา รองเสนาธิการทหารอากาศ

เป็นผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารอากาศโดยขณะนี้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ส่วนหนึ่งได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ณ ท่าอากาศยานนานาชาติหัวหิน เรียบร้อยแล้วกองทัพอากาศ ได้เตรียมเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นจำนวน3 หน่วยบิน โดยวางกำลังไว้ที่กองบิน 1 นครราชสีมา กองบิน4 ตาคลี และกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี เพื่อทำหน้าที่ในการบินคุ้มกันอากาศยานของบุคคลสำคัญ การบินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยพร้อมกันนี้กองทัพอากาศยังได้การจัดเครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 (AU-23A) ทำการบินถ่ายทอดภาพสถานการณ์การกำหนดเขตห้ามบินเหนือพื้นที่จัดการประชุม เฝ้าตรวจทางอากาศโดยระบบเรดาร์ในระบบงานปกติการจัดเครื่องบินลำเลียงแบบต่างๆ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อทำการบินลำเลียงสนับสนุนการเคลื่อนย้ายกำลังพลเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน และการจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันรักษาความสงบที่สนามบินเมื่อจำเป็นการตรวจหาวัตถุระเบิด ด้วยสุนัขทหาร และเครื่องมือค้นหาและการเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด ตลอดจนสารวัตรทหารอากาศและหน่วยบัญชาการอากาศโยธินในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และโรงแรมที่พักภารกิจเหล่านี้จะเป็นความรับผิดชอบของกองทัพอากาศทั้งสิ้นด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมกำลังไว้ 4,000 นายในการรักษาความปลอดภัย ในพื้นที่ชั้นในและชั้นนอกอำเภอหัวหินส่วนอีก 13 กองร้อย จะเป็นกองร้อยปราบจลาจลที่จะสนับสนุนหากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมระหว่างการประชุม“การปฏิบัติจะคล้ายกับการประชุมที่ จ.ภูเก็ต การรักษาความปลอดภัยในการประชุมอาเซียนที่ จ.เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์จะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด จึงขอเชิญชวนให้คนไทยทุกคนเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อภาพลักษณ์ของประเทศ และจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศ” พล.ท.วิศณุ ศรียะพันธุ์ โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวเมื่อ “กองทัพไทย” พร้อมรับมือกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแล้ว เหลือเพียงคนไทยที่แบ่งสีแบ่งข้าง...จะพร้อมเป็นเจ้าภาพที่ดีหรือไม่?! 

‘เหลิม’ คัมแบ็ก รัฐบาลหนาว!

ที่มา บางกอกทูเดย์

คุณค่าของมังกรการเมืองอย่างร.ต.อ.เฉลิม คือต้นตำรับของการอภิปรายแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีหลักฐานมาเป็นเครื่องประกอบการอภิปรายให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจน และสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายๆจนกลายเป็นต้นแบบของการอภิปรายที่ได้รับการยอมรับในรัฐสภาไทย และมีการลอกเลียนแบบไปใช้ไม่น้อยเลยคุณค่าของคน เป็นยิ่งกว่าพัสตราภรณ์อันมีค่า หรือเครื่องประดับราคาแพง ที่บางสังคมอาจจะให้ราคา แต่หากเป็นสังคมที่เจริญด้วยสติปัญญาแล้วไซร้ย่อมรู้ดีว่า หากเป็นคนที่มีคุณค่าที่แท้จริง ย่อมสามารถสร้างการยอมรับที่แท้จริง ย่อมได้รับการยอมรับมากกว่าคนที่พยายามปรุงแต่งให้ดูหรูหรา เพื่อหวังจะให้ชูคออยู่ในสังคมดังนั้น ในทันทีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จึงเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นในทันที ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองและรวมทั้งระบบการเมืองไทยด้วย

เป็นแรงกระเพื่อมที่มาจากคุณค่าในฐานะนักการเมืองแถวหน้าคนหนึ่งของแวดวงการเมืองไทยในยุคปัจจุบันร.ต.อ.เฉลิมอยู่ในแวดวงการเมืองมานาน พร้อมกับการพัฒนาตัวเองแบบไม่หยุดนิ่ง จนถือเป็นหนึ่งในบรรดามังกรการเมืองในยุคนี้แล้วและที่สำคัญมังกรการเมือง ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นมังกร ไม่มีวันที่จะกลายเป็นมังกือ หรือมังกุฎเหมือนใครบางคนแน่ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า การลาออกครั้งนี้ ทำไมเมื่อทาง “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาแล้ว พบว่าประชาชนยอมรับในตัว ร.ต.อ.เฉลิม และรู้สึกเสียดาย หากว่า จะลาออกจากตำแหน่ง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยจริงๆ60.93% ของคนกรุงเทพฯที่มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่า ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนที่มีบารมีทางการเมือง มีฐานเสียง มีข้อมูลมาก และมีบุคลิกเฉพาะที่เป็นสีสันทางการเมือง41.19% รู้สึกเสียดาย เพราะจะทำให้ขาดสีสันทางการเมือง โดยเฉพาะการโต้ตอบและการอภิปราย25.26% ห่วงว่าน่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอลง เกิดความแตกแยก ขัดแย้งไม่ธรรมดา อะฮ้า ไม่ธรรมดา เสียยิ่งกว่าเพลงของ ไชยา มิตรไชย เสียอีกเพราะต้องไม่ลืมว่า ที่ผ่านมา มักจะมีเสียงอ้างในทำนองที่ว่า ร.ต.อ.เฉลิมเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าบ้างล่ะ หมดยุคบ้างล่ะหรือแม้แต่กระทั่งไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนบ้างล่ะ???แต่ครั้งนี้พิสูจน์ชัดเจนด้วยการสำรวจของสถาบันที่เป็นกลาง อย่าง “สวนดุสิตโพล” ว่าไม่ใช่อย่างที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเลยแต่ของจริงก็คือของจริง คนกรุงเทพฯยังยอมรับและเห็นคุณค่าของ “ดาวสภา”ที่ชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อยู่เป็นอย่างมากเพราะคุณค่าของมังกรการเมืองอย่างร.ต.อ.เฉลิม คือต้นตำรับของการอภิปรายแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีหลักฐานมาเป็นเครื่องประกอบการอภิปรายให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจน และสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายๆจนกลายเป็นต้นแบบของการอภิปรายที่ได้รับการยอมรับในรัฐสภาไทย และมีการลอกเลียนแบบไปใช้ไม่น้อยเลยคุณค่าของ ร.ต.อ.เฉลิมในประเด็นเหล่านี้แหละ ที่สะท้อนผ่านผลโพล ว่า ถ้าขาด ร.ต.อ.เฉลิมแล้ว จะทำให้บทบาทหน้าที่ของฝ่ายค้านไม่เข้มข้น โดยเฉพาะการตรวจสอบรัฐบาล รวมไปถึงว่าประชาชนกว่า 22.04% ห่วงว่าฝ่ายค้านจะอ่อนแอลง

ฉะนั้นฉายา “สารวัตรเหลิม สิงห์ฝั่งธน” ที่ ร.ต.อ.เฉลิม ได้มา ย่อมไม่ใช่เพราะโชคช่วยหรือว่าบังเอิญอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแค่เพียงการประกาศลาออกคงไม่กระเพื่อมกันขนาดนี้ยิ่งในครั้งนี้ ประเด็นหลักที่ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมตัดสินใจประกาศลาออก เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมือง ที่จะให้ใครมาลากไปลากมา หรือวันนี้พูดอย่างพรุ่งนี้พูดอีกอย่าง เป็นสิ่งที่คงยอมไม่ได้เมื่อยอมไม่ได้ และเห็นว่าจะขัดหลักการซึ่งก็จะไปกระทบกับพรรคเพื่อไทย ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิมต้องการให้เป็นความหวังของระบบการเมืองไทย จึงทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมเลือกที่จะแสดงสปิริต ไปเสียเอง พรรคจะได้ทำหน้าที่ได้ต่อไปและ ร.ต.อ.เฉลิมก็ยืนยันว่า ไม่ใช่เพราะการเข้ามาของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แต่อย่างใด“ผมกับพี่จิ๋วพวกเดียวกันอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ใช่อย่างที่ใครบางคนไปพูดกันเลอะๆเทอะๆแน่” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวยืนยันแต่บังเอิญการตัดสินใจนั้นก่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนขึ้น ทั้งจากผลโพล และจากความรู้สึกภายในพรรคเพื่อไทยเองทำให้แม้แต่ในพรรคเพื่อไทยเอง ก็มี ส.ส.หลายคนในพรรคที่เรียกร้องให้รับตำแหน่งประธานส.ส.ต่อที่สำคัญที่สุด เรื่องนี้ “บิ๊กจิ๋ว” ถึงกับลงมือเคลียร์เองเลยทีเดียวพล.อ.ชวลิต พูดชัด “คุยกันหมดแล้ว เข้าใจกันแล้ว ทุกอย่างจบ”รวมทั้งประเด็นที่บางคน ไม่ว่าทั้งภายนอก หรือแม้กระทั่งภายในพรรคเพื่อไทยบางคน ที่ต้องการจะเขยิบตัวเองขึ้นมาให้เป็น “คนแถวหน้าทางการเมือง”บ้าง ก็มักจะพยายามอ้างตลอดว่า ร.ต.อ.เฉลิม ต้นทุนทางสังคมต่ำ ไม่ได้ยอมรับจากสังคมจนบางครั้ง ร.ต.อ.เฉลิม เองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ อย่างนั้นหรือ แต่มาครั้งนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่“ที่ผ่านมาเคยรู้สึกเป็นคนต้นทุนต่ำในการทำหน้าที่ แต่เมื่อเห็นผลสำรวจโพลหนุนการทำหน้าที่ประธานส.ส. ฉะนั้นผมก็จะมาพูดคุยกันอีกครั้งที่พรรค” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวรวมทั้งการทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป

เพราะ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดชัดเจนว่า แม้ว่าจะได้รับใบลาออกจากตำแหน่งประธาน ส.ส.ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แล้วจริง แต่ก็ไม่ได้มีการเซ็นรับรองการลาออก แค่ทำหนังสือและเซ็นรับรองส่งไปยังสภา เพื่อแจ้งว่า ร.ต.อ.เฉลิมยังทำหน้าที่ประธาน ส.ส.ในสภา ฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่า ร.ต.อ.เฉลิม ยังคงทำหน้าที่ประธาน ส.ส.ต่อไปแน่นอนว่าการจบลงแบบนี้ อาจจะทำให้ฝ่ายพรรครัฐบาลผิดหวังเอามากๆ เพราะที่แอบดีใจว่า ดีจะได้ไม่ถูกคนระดับ “ต้นตำรับ”ตรวจสอบนั้น คงเป็นไปไม่ได้แล้วยิ่งทุจริตไทยเข้มแข็ง ฉาวโฉ่แบบนี้ รอไว้ได้เลย เจอกับสารวัตรเหลิมแน่นอน!!!และหากเป็นเรื่องตรวจสอบทุจริต แล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังจะมาใช้โวหารหวังเสียดสี เหมือนเมื่อคราวที่โดนตำหนิขรมทั้งสังคม ในเรื่องกรณีตัดต่อเทปเสียง แล้วดันหยิบยกตัวอย่างแบบเสียดสีเกี่ยวกับเรื่อง“หมา”ขึ้นมานั้นทำให้นายอภิสิทธิ์เอง เสียบุคลิกผู้นำ เสียภาพระดับ “ออกซ์ฟอร์ด สไตล์”ไปหลายกิโลขีด เพราะสังคมไทยเรื่องสัมมาคารวะ กับเรื่องความก้าวร้าว เป็นสิ่งที่สังคมไทยยังให้ความสำคัญอย่างมากซึ่งนักเรียนนอกอย่างนายอภิสิทธิ์อาจจะไม่เข้าใจและนอกจากในฝ่ายรัฐบาลจะผิดหวังและต้องกลับมาหนักใจเหมือนเก่าแล้ว ว่ากันว่าใครบางคนในพรรคเพื่อไทยเอง อย่างน้อยก็คน 2 คน คงผิดหวังไม่น้อยไปกว่ากันไปสักเท่าไรแน่เพราะต้องไม่ลืมว่า ในวันนี้ไม่ใช่แค่ในพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ต่อให้ในแวดวงการเมืองทั้งระบบ ร.ต.อ.เฉลิมในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นคนการเมืองแถวหน้าคนหนึ่ง ที่แม้แต่นายอภิสิทธิ์เองในแง่การเมือง ในแง่ประสบการณ์การเมืองแล้ว ก็ยังด้อยกว่า ร.ต.อ.เฉลิม หลายขุมฉะนั้นงานนี้การเมืองไทยเดินหน้าเข้มข้นต่อไปแน่ รวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย เพราะนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ปฏิเสธชัดว่าไม่ได้ขัดแย้งกับ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะจริงๆ แล้วมีความเห็นตรงกัน คือ เอารัฐธรรมนูญ ฉบับปี 40 ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับปี 50แบบนี้รัฐบาลไม่หนาวแย่หรอกหรือ

ผลโพล ต้นทุนสังคม “เหลิม”สูง
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 2,173 คน ระหว่างวันที่ 9-10 ตุลาคม 2552สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีการลาออกจากประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
อันดับ 1 เสียดาย เพราะจะทำให้ขาดสีสันทางการเมือง โดยเฉพาะการโต้ตอบและการอภิปราย 41.19%
อันดับ 2 น่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอลง เกิดความแตกแยก ขัดแย้ง 25.26%
อันดับ 3 ทำให้บทบาทหน้าที่ของฝ่ายค้านไม่เข้มข้น โดยเฉพาะการตรวจสอบรัฐบาล 15.28%
อันดับ 4 เป็นเรื่องของเกมการเมืองที่ไม่มีอะไรแน่นอน ขึ้นอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์ 9.48%
อันดับ 5 เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยขาดเอกภาพ มีหลายกลุ่ม หลายมุ้ง ขาดหัวหน้าพรรคตัวจริงที่จะประสาน 8.79%

2. การลาออกจากประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ของ ร.ต.อ.เฉลิม มีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1 กระทบมาก 60.93% เพราะเป็นคนที่มีบารมีทางการเมือง มีฐานเสียง มีข้อมูลมาก และมีบุคลิกเฉพาะที่เป็นสีสันทางการเมือง ฯลฯ
อันดับ 2 ค่อนข้างกระทบ 23.84% เพราะมีประสบการณ์ทางการเมืองสูง มีประชาชนนิยมชมชอบมาก ฯลฯ
อันดับ 3 กระทบน้อย 10.63% เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ค่อยมีบทบาทในฐานะผู้บริหารอยู่แล้ว ฯลฯ
อันดับ 4 ไม่กระทบ 4.60% เพราะหัวหน้าพรรคตัวจริงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ฯลฯ

3. การลาออกจากประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ของ ร.ต.อ.เฉลิม มีผลกระทบต่อการเมืองไทยในภาพรวมอย่างไร ?
อันดับ 1 การเมืองไทยจะขาดสีสันลงไปมาก โดยเฉพาะการโต้ตอบและอภิปราย เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมมีประสบการณ์ทางการเมืองสูง56.60%
อันดับ 2 ฝ่ายค้านจะอ่อนแอลง 22.04%
อันดับ 3 ฝ่ายรัฐบาลจะบริหารงานได้ง่ายขึ้น...อายุรัฐบาลจะยาวขึ้น 16.52%
อันดับ 4 การแบ่งกลุ่ม แบ่งมุ้ง ในพรรคเพื่อไทยจะมากขึ้น เกิดความขัดแย้งทำให้บริหารยากขึ้น 4.84%