ที่มา มติชน
คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12
โดย ฐากูร บุนปาน
14 ตุลาคมของปีนี้ จะครบ 36 ปี หรือ 3 รอบนักษัตรของ 14 ตุลาคม 2516
มีรายการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วีรชนประชาธิปไตยตามปกติ และมีรายการอภิปรายเพื่อทบทวนสถานภาพของสังคมไทยและประชาธิปไตยอยู่หลายรายการด้วยกัน
ทั้งที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และที่อื่นๆ
เพราะสถานการณ์ก็สมควรจะให้ทบทวนอยู่ไม่น้อย
ผ่าน 14 ตุลามาแล้วถึง 3 รอบ แต่สังคมไทยยังล้มลุกคลุกคลานอยู่บนเส้นทางประชาธิปไตย
ปฏิวัติครั้งล่าสุดเพิ่งผ่านไป 3 ปีหมาดๆ
คนจำนวนไม่น้อยในสังคม เดินไปอยู่สุดขั้วสุดปลายโดยยินยอมพร้อมใจ
ไม่เหลือพื้นที่เอาไว้ให้สำหรับความแตกต่างหรือคนที่คิดเห็นแตกต่าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่สุดของสังคมประชาธิปไตย
และความแตกต่างสุดขั้วนี้ ไม่ได้ผลิออกมาแต่ความเกลียดชังสุดขีด หรือจุดยืนทางการเมืองที่ไม่ยอมรับการประนีประนอมใดๆ อันเป็นปัญหาระยะสั้นเท่านั้น
แต่ต่างฝ่ายยังต่างเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาเอง ตามความชอบและความเชื่อของตัว
ฝ่ายหนึ่งก็น่าสงสารมาก ไม่เคยทำอะไรผิดเลยในชีวิตนี้ เพราะฉะนั้นระบบที่ลงโทษข้าพเจ้า (หรือคนที่ข้าพเจ้าบูชา) ผิดหมด ใช้ไม่ได้หมด
จะให้สังคมนี้กลับไปสู่ความสุขความเจริญ จะต้องอาศัยการนำของข้าพเจ้าเท่านั้น
จริงหรือ?
อีกฝ่ายก็พระเอกตัวพ่อเหมือนกัน ทำอะไรเท่ไปหมด คนอื่นทำอะไรที่ไม่เหมือนกับตัวเองคิดก็ผิดไปหมด
พูดอะไรก็ได้ ไม่ต้องรับผิดชอบ และไม่ต้องจำ
เพราะพูดกันวันก่อนอย่าง วันนี้อีกอย่าง
เหมือนกับคนอื่นรู้ไม่ทันหรือจำไม่ได้
แน่ใจหรือ?
ขนาดนิสิตนักศึกษาเกิดมาไม่ทัน 14 ตุลาเมื่อ 36 ปีที่แล้ว ยังสะท้อนเอาไว้ได้น่าสนใจ-ลองดู
"ในความเห็นของ สนนท.และเครือข่าย วันประชาธิปไตยในเดือนตุลา มีเพียงวันที่ 6 และวันที่ 14 เพียง 2 วันเท่านั้น
ข้อเสนอสำหรับวันอื่นรับไม่ได้
เพราะการเคลื่อนไหวที่เหมือนถอยหลังกลับไปใช้อำนาจนอกระบบ รวมถึงข้อเสนอให้แต่งตั้ง ส.ส.โดยไม่ผ่านการคัดกรองจากประชาชน ไม่ได้เป็นไปตามขบวนการประชาธิปไตย
ถึงจะเห็นใจในความสูญเสียจากการต่อสู้ แต่เมื่อการเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
คำประกาศสร้างอนุสาวรีย์แต่เพียงฝ่ายเดียวจึงไม่อาจรับได้"
ข้างต้นคือการสรุปความเห็นของนายอนุธีร์ เดชเทวพร เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
ขบวนการเคลื่อนไหวสุดปลายของทั้งสองข้างมีคนรุ่น 14 ตุลา รวมอยู่ด้วยจำนวนไม่น้อย
ในฐานะคนจุดไฟแล้วยื่นส่งต่อมาให้คนรุ่นปัจจุบัน ท่านควรจะดีใจหรือควรจะกลับไปทบทวนตัวเองดี เวลาที่ได้ยินคำให้สัมภาษณ์แบบนี้
หรือประสบการณ์สอนให้ชาชิน จนไม่รู้สึกรู้สมอะไรแล้ว
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, October 14, 2009
14 ตุลา
พลังของประชาชน
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
แม้จะมีเหตุและปัจจัยอื่นๆ หลายประการสั่งสมกันมาก่อนหน้า อันเป็นแรงผลักดันให้ความเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นวันใดวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว
แต่ก็ปฏิเสธความจริงมิได้ว่า เพราะพลังบริ สุทธิ์ของนักศึกษา-ประชาชนเรือนล้านเมื่อวันนี้ของ 36 ปีที่แล้ว จึงทำให้ระบบการเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกแผ่นดิน
จากการเมืองระบบปิดที่อยู่ภายใต้การควบ คุมของเผด็จการทหาร ก็เป็นระบบที่เปิดกว้างขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
ถึงจากนั้นมาจนปัจจุบันเส้นทางเดินของประชาธิปไตยจะขรุขระทุลักทุเล
14 ตุลาก็ยังให้ข้อคิด ข้อเตือนใจ และแรงบันดาลใจอันมีค่ามหาศาลแก่สังคมไทย
สิ่งที่ทำให้ 14 ตุลาติดตรึงอยู่ในใจของสังคมไทยมาโดยตลอด มิใช่แต่เพียงผลที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ แต่ที่มีน้ำหนักไม่แพ้กันก็คือ "จิตวิญญาณ" ของการต่อสู้และการเสียสละตนเองเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
หากขบวนการทางการเมืองใดก็ตามที่จะอ้างหรือเทียบเคียงการเคลื่อนไหวของตนเอง กับขบวนการนักศึกษาประชาชน 14 ตุลา ก็จะต้องตระหนักถึงพลังอันเกิดจากจิตวิญญาณดังกล่าวไว้ด้วย
จิตวิญญาณนี้ไม่ได้เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นของจริง หรือเป็นเพียงคำพูดสวยหรูแอบอ้าง
สังคมไทยมีบทเรียนและสติปัญญาพอที่จะแยกแยะของจริงและปลอมจากกันได้
แม้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 จะให้การรับรองสิทธิพลเมืองของประชาชนเอาไว้มากกว่าที่ผ่านมา
แต่พลังทางสังคมหรือการเมืองภาคประชา ชนอย่างแท้จริง เพื่อคานกับอำนาจอื่นๆ ที่เคยกำหนดทิศทางของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ภาคราชการ หรือภาคธุรกิจ ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นที่กระจัดกระจายและขาดอำนาจในการต่อรองที่มากพอ
หากยกย่องเชิดชูวีรกรรมและเจตนารมณ์ 14 ตุลาอย่างที่ป่าวประกาศกันจริง ก็จะต้องไม่ปล่อยให้จิตวิญญาณของ 14 ตุลาที่ผ่านมาครบ 3 รอบนักษัตรสูญเปล่า
ยังมีภารกิจที่จะต้องช่วยกันสร้างเสริมพลังทางสังคมและความเข้มแข็งของชุมชนให้เป็นจริงเป็นจังมากกว่านี้
ใบเสร็จไม่มี
ที่มา ไทยรัฐ
ผลสำรวจความเห็นประชาชนของ "เอแบคโพล" ระบุว่า ประชาชน 59 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีข่าวทุจริตคอรัปชันบานตะไท
ประชาชน 69 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าผลงานของ "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในการแก้ปัญหาทุจริตมีน้อยมาก...ถึงไม่มีผลงานเลย
สรุปว่า ผลโพลทุกสำนักย้อนหลังไป 3 เดือน ออกมาแนวเดียวกัน
คือสะท้อนภาพลักษณ์รัฐบาลที่ตกต่ำอย่างน่าตกใจ
ต้นเหตุเพราะสังคมไทยตั้งความหวังนายกฯคนนี้ไว้สูงเกินควร
แต่ "อภิสิทธิ์" ต้องโทษตัวเองด้วย ที่สร้างภาพ "ผู้นำ" ไว้สูงส่งจนเกินความเป็นจริง
เมื่อเวลาผ่านไป "อภิสิทธิ์" ไม่สามารถ ตอบสนองความคาดหวังสูงของสังคมได้ ก็เกิดความผิดหวังเป็นธรรมดา
"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่า นายกฯอภิสิทธิ์ ไม่ใช่นักการเมืองที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดทุจริตในรัฐบาล
แต่ปัญหาของ "อภิสิทธิ์" คือการแสดงออกต่อกรณีทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ ถึงพริกถึงขิงเท่าที่ควร
เริ่มตั้งแต่กรณีทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงที่ทุจริตกันอย่างมโหฬาร ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังคาราคาซัง
สังคมยังไม่เห็นการเอาจริงเอาจังในการสอบสวนหาคนผิดมาดำเนินคดี
ทั้งๆที่ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็เห็นอยู่ แล้วว่าใครเป็นใคร??
บทบาทของ "อภิสิทธิ์" กรณีทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงคือ ขอให้ประชาชนส่งข้อมูลหลักฐานให้รัฐบาล
ทั้งๆที่หลักฐานที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน และสื่อมวลชนได้ตรวจสอบและเปิดเผยต่อสังคมก็มากเกินพอที่ "อภิสิทธิ์" จะตัดสินใจ
กรณีทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำลังบานทะโร่หุบไม่ลง ก็อีหรอบเดียวกัน
ประธานกลุ่มแพทย์ชนบท "นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ" อุตส่าห์นำหลักฐานทุจริตไปรายงานนายกฯด้วยตัวเอง
พร้อมนำรายชื่อนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้พิจารณา
เพราะถ้าฝ่ายการเมืองไม่เปิดไฟเขียว ข้าราชการประจำฝ่ายเดียวคงไม่กล้าวางแผนทุจริตครบวงจร??
กลุ่มแพทย์ชนบทมั่นใจว่าข้อมูลที่รายงานให้นายกฯรับฟัง มีความชัดเจนมากเกินพอที่นายกฯจะตัดสินใจ
แต่ "อภิสิทธิ์" กลับขอให้กลุ่มแพทย์ ชนบทไปเขียนรายงานเสนอมาใหม่อีกที
แสดงว่านายกฯไม่ได้พยายามจัดการแก้ปัญหาทุจริตด้วยตัวเอง
คิดแต่จะรอใบเสร็จอย่างเดียว
กรณีประธานสภาอุตสาหกรรมฯ "สันติ วิลาสศักดานนท์" ที่ออกมาร้องเรียนกรณีทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีผู้ไม่ประสงค์ ออกนามเรียกค่าหัวคิว หรือค่าเก๋าเจี๊ยะ จากบริษัทเอกชนสูงถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าโครงการ
แทนที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" จะแสดงอาการร้อนอกร้อนใจ กระซิบให้คนใกล้ชิดตรวจสอบทางลับ เพื่อเล่นงานขบวนการงาบเก๋าเจี๊ยะให้จั๋งหนับบุเรงนอง
"อภิสิทธิ์" ก็ท่องคาถาเดิม ถ้ามีข้อมูลก็ขอให้ส่งมา
แปลไทยเป็นไทยคือ... "ขอใบเสร็จยืนยัน"
ถ้ามีใบเสร็จมายืนยันก็จะรับไว้พิจารณา
"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่าในฐานะนายกรัฐมนตรี เมื่อมีข่าวทุจริตเกิดขึ้นต้องรีบจัดการทันที ไม่ใช่เอาแต่รอใบเสร็จตะพึดตะพือ
เพราะการทุจริตเชิงนโยบายมันไม่มี ใบเสร็จหรอกโยม
แค่มีหลักฐานควรเชื่อว่ามีการทุจริตจริง นักการเมืองที่กำกับดูแลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ตามกฎเหล็ก 9 ข้อที่ "อภิสิทธิ์" ใช้คุมความประพฤติรัฐมนตรี
ถ้าต้องรอให้มีใบเสร็จยืนยัน แล้วจะตั้งกฎเหล็ก 9 ข้อให้เมื่อยตุ้มทำไม??
แม่ลูกจันทร์
การเมืองวาระพิเศษ
ที่มา ไทยรัฐ
ปรากฏการณ์ที่ แกนนำขั้วการเมือง ไปร่วมงานทอดกฐินกับ รองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี อย่างเนืองแน่นเมื่อวันก่อน เป็นปรากฏการณ์ของขั้วการเมืองใหม่ ที่อยากจะเรียกว่า คนละพรรคแต่พวกเดียวกัน เพราะวิกฤติลับ ลวง พราง ต่อไปนี้ เราจะได้เห็นการเมืองวาระพิเศษอย่างที่ไม่เคย เห็นมาก่อน เป็นการรวมตัวไม่เฉพาะเรื่องของผลประโยชน์เท่านั้น
แต่เป็นเส้นทางอัตโนมัติที่ต้องเดินร่วมกัน
ในพรรคประชาธิปัตย์ ในความเป็นหนึ่งของ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ กับเก้าอี้เลขาธิการพรรค กับอดีตหัวหน้าพรรคที่ชื่อ บัญญัติ บรรทัดฐาน เคยพาพรรคไปไม่ถึงดวงดาวในสนามเลือกตั้ง
ก็ต้องย้อนไปดูเส้นทางเดินของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ต้องย้อนไปดูเส้นทางของ คุณอนันต์ อนันตกูล และอีกหลายๆคน ที่เคยสัมผัสกับตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว
บนบทนิยามที่ว่าคนแตกได้แต่พรรคแตกไม่ได้
จึงมีพรรคประชาธิปัตย์มาจนถึงวันนี้ เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ได้ทุกวันนี้ ใช่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่กันอย่างสงบสุข ตรงกันข้าม การขบเหลี่ยมเฉือนคมในพรรคประชาธิปัตย์ทั้งดุดันทั้งรุนแรง
ดังนั้น การที่คุณสุเทพแสดงบารมีในพื้นที่ให้สังคมได้เห็นว่า คุณสุเทพ ไม่ได้ต้องอาศัยพรรค แค่อาศัยพวกก็อยู่ได้ แถมพวกคุณสุเทพยังมีมากกว่าพรรคด้วยซ้ำไป
ความเคลื่อนไหวของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ กับข่าวลือที่ยังรอการพิสูจน์ว่าได้พบกับ แกนนำ พันธมิตรฯ หลายครั้งต่างเวลาต่างวาระ
ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญทั้งนั้น
อีกทางพันธมิตรฯกับคุณสุเทพความสัมพันธ์เป็นเช่นไรก็รู้ๆกันอยู่ เอาเป็นว่าความมั่นคงอยู่ในมือคุณสุเทพ โดยเฉพาะกองทัพตั้งแต่ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผบ.ทบ. พล.อ.
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ในขณะที่อำนาจความมั่นคงภายในตำแหน่ง ผบ.ตร. คุณอภิสิทธิ์และคนที่อยู่เบื้องหลัง จึงจำเป็นต้องมีเอาไว้ต่อรองในมือบ้างเช่นกัน
การเมืองยุคมืดจะเดินหน้าไปได้อีกกี่น้ำ ด้วยความขัดแย้งในตัวเอง ส่งผลกระทบถึงการปกครองการบริหารประเทศไปเต็มๆ รัฐบาลอยู่ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ประเทศต้องอยู่ ประชาชนต้องอยู่
วิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในภาวะ การเมืองฝืนธรรมชาติ ต้องจับตาให้ดี เพราะอาจถึงขั้นมีการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองอีกครั้งที่ไม่ธรรมดา
การเมืองคนละพรรคพวกเดียวกัน เป็นผลมาจากการบิดเบือนหลักการประชาธิปไตยจนเพี้ยนไปหมด ความเป็นเอกภาพและเสถียรภาพทางการเมืองขึ้นอยู่กับผลประโยชน์เป็นหลัก คุยกันได้ก็จบ
คุยกันไม่ได้ก็บรรลัย.
หมัดเหล็ก
แกนนำเสื้อแดงขู่ สลายการชุมนุม 17 ต.ค. เท่ากับล้มประชุมสุดยอดอาเซียน
ที่มา MCOT News
อิมพีเรียล ลาดพร้าว 17 ต.ค.- แกนนำคนเสื้อแดงยืนยัน ชุมนุมใหญ่ 17 ตุลาคม ทวงถามความคืบหน้า “ฎีกา” ขู่ หากรัฐบาลสลายการชุมนุม เท่ากับล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ปลายเดือนนี้ ขณะเดียวกัน เรียกร้องให้เปิดรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะนักการเมือง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง แถลงวันนี้ (14 ต.ค.) ยืนยัน คนเสื้อแดงจะจัดประชุมใหญ่ วันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 60 วัน การถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามความคืบหน้าจากรัฐบาล พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมจะเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ถ้ารัฐบาลพยายามใช้ความรุนแรง หรือสลายการชุมนุม จะเกิดภาพที่ไม่ดีต่อการประชุมสุดยอดอาเซียน และอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจมาร่วมประชุมของผู้นำประเทศต่าง ๆ
“เราจะนัดรวมพล ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 13.00 น. และสลายการชุมนุม เวลา 24.00 น. วันเดียวกัน” นายณัฐวุฒิ ย้ำ และว่า วันที่ 24 ตุลาคม คนเสื้อแดงจะจัดอภิปรายนอกสภา ที่ชั้น 6 ห้างอิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว เกี่ยวกับเรื่องการทุจริต และความไม่ชอบมาพากลในรัฐบาล และระบอบอำมาตยาธิปไตย และวันที่ 14 พฤศจิกายน จะมีการจัดคอนเสิร์ตระดมทุน ภายใต้ชื่อ “เพื่อนร่วมร้อง พี่น้องร่วมรบ” ที่โรงแรมโบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
นายณัฐวุฒิ ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบ กรณีทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด ว่ามีรายชื่อนักการเมือคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง และเป็นรายชื่อเดียวกับที่ประธานชมรมแพทย์ชนบทระบุไว้หรือไม่ เพราะจากที่ได้รับรายงานทราบว่า มีการระบุชื่อบุคคลฝ่ายการเมืองด้วย แต่กลับไม่มีการแถลงรายชื่อออกมา
“หากมีรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็อยากให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่เคยพูดไว้” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ย้ำว่า หากรัฐบาลใช้ความรุนแรง หรือ สลายการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง วันที่ 17 ตุลาคม ก็จะเท่ากับรัฐบาลล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ดังนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่อย่าเข้ามาสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะมือที่ 3 พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาล เปิดเผยรายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการดูแลความปลอดภัยช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน โดยระบุให้ชัดเจนว่า มีการใช้งบประมาณไปในส่วนใดบ้าง ตั้งแต่พลทหาร – นายทหารชั้นผู้ใหญ่ เนื่องจากหลายครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณชั้น 6 อิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว มีการจัดเสวนา งานรำลึก 36 ปี 14 ตุลา จัดโดย สถานีโทรทัศน์ Tipple Channel มีอดีตคนเดือนตุลา อาทิ นายอดิศร เพียงเกษ นายสุธรรม แสงประทุม นายวัฒน์ วรรลยางกูล และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย มาร่วมสัมมนา และได้รับความสนใจจากคนเสื้อแดงมาร่วมฟังเสวนา
นายอดิศร กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของการเรียกร้องประชาธิปไตย แต่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล กลับไม่ให้ความสำคัญ ส่งเพียงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาร่วมงานเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2009-10-14 14:56:08
Asia Sentinel: อนาคตของราชวงศ์ในเอเชียอาคเนย์ The Future of Southeast Asia's Royalty
ที่มา Thai E-News
โดย Pavin Chachavalpongpun
ที่มา Asia Sentinel http://asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=2094&Itemid=594
แปลโดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
14 ตุลาคม 2552
อนาคตของราชวงศ์ในเอเชียอาคเนย์ 
ตำราการอยู่รอดของตำแหน่งและราชบัลลังค์ของคุณในขณะที่คนอื่นกำลังสูญเสียมันไป
ราชวงศ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีความสำคัญในทศวรรษที่ 21 อยู่อีกหรือ? หลายปีที่ผ่านมาการสิ้นสุดของราชวงศ์ชาห์ในประเทศเนปาลที่มีอายุ 239 ปีแสดงให้เห็นว่าสถาบันดังกล่าวยังตกอยู่ในสภาพไม่มั่นคงเป็นอย่างมากถ้ามันยังดูเหมือนเป็นปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย
ในเอเชียยอาคเนย์ ราชวงศ์บางราชวงศ์ยังสามารถปกป้องการครองราชย์ไปพร้อมกับระบอบประชาธิปไตย บางราชวงศ์ก็มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง ปัจจุบัน 4 ใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ ตั้งแต่สมบูรณาญาสิทธิราชไปจนถึงใต้รัฐธรรมนูญและเป็นพิธีการ
กษัตริย์ภูมิพลที่มีคนเคารพรักอย่างลึกซึ้งยังคงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกและเป็นจุดศูนย์กลางของการเมืองไทยถึงแม้จะมีความยุ่งเหยิงที่ทำรุมเร้าประเทศมาตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 ที่โค่นล้มนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเชื่อว่าจากน้ำมือของผู้ที่สนับสนุนจ้าว ในระหว่างที่กษัตริย์กำลังมีพระกายที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ มีความกังวลเกิดขึ้นทั่วไปว่าการสืบทอดราชบัลลังค์นั้นจะมีการจัดการอย่างไร
ในประเทศบรูไน สุลต่าน Hassanal Bolkiah ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการปรับตัวที่ดีของเขาทำให้การครองราชย์อันเด็ดขาดของเขาเป็นไปอย่างถูกต้องในยุคที่มีรัฐที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอยู่ทั่วไป กษัตริย์ Sihamoni ของกัมพูชาซึ่งมีบทบาทที่เป็นพิธีเท่านั้นยังมีส่วนในการสร้างเอกลักษณ์ของชาติเขมร
ประเทศมาเลเซียมีระบบกษัตริย์แบบเลือกตั้ง Yang di-Pertuan Agong เป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดและจัดตั้งโดยรัฐธรรมนูญของสหพันธรัฐมาเลเซีย Agong ปัจจุบันคือสุลต่าน Mizan Zainal Abidin, สุลต่านของ Terengganu และในระหว่างที่ประเทศประสบกับความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้งปี 2551 ที่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลที่มีอำนาจอยู่และมีเสียงสองในสามในสภาต้องพ่ายแพ้ และพรรค United Malays National Organization ซึ่งเป็นพรรคประจำเชื้อชาติที่ใหญ่ที่สุด ได้พยายามที่จะอ้างความไม่จงรักภักดีต่อราชวงศ์โดยหัวหน้าของพรรคฝ่ายตรงข้ามในการสร้างกระแสความไม่พอใจต่อพรรคคู่แข่ง
ที่ประเทศอื่นในโลก สถาบันกษัตริย์ได้ถูกมองว่าเป็นการเมืองที่ผิดยุคสมัยในสภาพแวดล้อมที่มีแต่สถาบันของรัฐที่เป็นประชาธิปไตย ในเอเซียอาคเนย์ร่องรอยของยุคที่ล้าสมัยของการปกครองโดยกษัตริย์และสุลต่านยังคงอยู่รอดในสมัยปัจจุบันที่เป็นประชาธิปไตย แต่จะอยู่รอดนานเท่าไร?
ความวุ่นวายที่ยืดเยื้อในประเทศไทยที่มีกลุ่มที่เป็นปรปักษ์แย่งชิงอำนาจกันอย่างดุเดือดมันได้ลากเอากษัตริย์ที่เคารพรักเข้าลึกไปในนรกการเมือง สถาบันกษัตริย์ของไทยแทบจะไม่สามารถที่จะหนีพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งภายในด้วยเหตุผลง่ายๆที่ว่ามีการชี้ว่าปัญหาการเมืองอยู่ที่ความไม่พึงพอใจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆของคนยากจนที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศที่ตำหนิชนชั้นสูงในกรุงเทพฯถึงพฤติกรรมที่กดขี่ ชนชั้นสูงเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสถาบันกษัตริย์
ที่ผ่านมาสุลต่านของบรูไนได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งท้าทายใหม่ๆ เขาได้ทำให้ความถูกต้องของเขาเข้มแข็งขึ้นโดยใช้แนวคิดของ Melayu Islam Beraja ที่ยอมให้อิสลามมีบทบาทสำคัญในระดับชาติ แต่ขบวนการนี้มันเฉพาะเจาะจงและมีความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธโดยประชากรที่ไม่ได้เป็นมุสลิม
นักวิชาการชาวอินเดีย Sreeram Chaulia โต้ว่าอนาคตของสถาบันกษัตริย์ในเอเซียขึ้นอยู่กับความสามารถหลายอย่างรวมกันทั้งทางด้านส่วนตัวและการเมืองและวิธีที่พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นปัจจัยที่ไม่เป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย พวกเขาพึ่งพาความสามารถที่จะคิดค้นตัวเองขึ้นใหม่ใน 3 ระดับคือ: ตนเอง ระดับชาติ และ ระดับสากล
ในระดับตนเองนั้นสถาบันกษัตริย์มีความจำเป็นมากยิ่งกว่าในอดีตที่จะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ และความโปร่งใสมากขึ้นในขณะที่พวกเขาอยู่เคียงข้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้แนวคิดของความเป็นเทพเจ้ากษัตริย์ยังคงมีความศักด์สิทธิ์อยู่ กษัตริย์ของไทยและกัมพูชายังคงต้องแสดงบทบาทเป็นธรรมราชาหรือทศพิธราชธรรมเพื่อที่จะเสริมบุญบารมีและต่อจากนั้นก็คือความเคารพจากบริวาร และเช่นกันสุลต่านได้ใช้ราชอำนาจของพวกเขาบนพื้นฐานของศาสนาอิสลาม
ความศักด์สิทธิ์ของบัลลังค์มันขาดไม่ได้ต่อการดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ มันเผยถึงความใกล้ชิดและการสานเข้าด้วยกันของความเป็นกษัตริย์กับศาสนา และถ้าใช้มันอย่างชาญฉลาดมันจะเสริมสร้างความศักด์สิทธิ์ของสถาบันกษัตริย์ การล้มเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของประเทศเนปาลในรัชการของ Gyanendra Bikram Dev ส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาปราศจากบารมีทางศาสนา และการที่เขาขึ้นครองราชย์จากการที่พระราชนัดดาซึ่งเป็น มงกุฏราชกุมาร ได้สังหารราชวงค์เกือบทุกพระองค์
ในระดับชาตินั้น ความคงทนของสถาบันกษัตริย์มันเกี่ยวดองอย่างละเอียดอ่อนกับความสัมพันธ์กับทหาร ตัวอย่างที่ดีคือบทบาทของทหารไทยในการโค่นล้มทักษิณและพวกเขาทำให้แน่ใจว่าผู้สนับสนุนของเขาที่เป็นสาธารณรัฐนิยมจะไม่กลับมามีอำนาจและดึงเขากลับมาอีก
โดยประวัติศาสร์แล้ว ทหารมีหน้าที่ที่จะปกป้องสถาบันกษัตริย์ กษัตริย์ในอดีตและปัจจุบันแสวงหาที่จะสร้างความสัมพันธ์กับกองทัพ และโดยแท้จริงแล้ว ทหารยังกุมอำนาจที่มีอิทธิพลในการกำหนดอายุของการปกครองหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นระบอบกษัตริย์ ระบอบเผด็จการ หรือประชาธิปไตย และหัวใจของความยั่งยืนของกษัตริย์คือสัมพันธไมตรีกับทหาร
นอกจากนั้น สถาบันกษัตริย์ในอนาคตจำเป็นจะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับพรรคการเมืองพื้นฐานที่เป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆที่มีความสำคัญในสังคมและไม่จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายขวาหรือรอยัลลิสต์ ในขณะเดียวกันพวกเขาจะต้องยึดมั่นที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการมองว่าพวกเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ของคนส่วนน้อยที่มีอภิสิทธิ์ ซึ่งมันอาจจะทำบัลลังค์ตีตัวออกห่างจากชนชั้นกลางถึงชั้นล่าง: ถ้าเสียงส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับ สถานภาพของกษัตริย์ก็จะปลอดภัย
คำแนะนำทั้งหลายนี้ที่จะช่วยให้สถาบันกษัตริย์ในเอเซียอาคเนย์ไม่ทำให้อนาคตของพวกเขาสดใสโดยอัตโนมัติปัจจัยใหม่ๆจะเข้ามาเป็นระยะๆเพื่อท้าทายความถูกต้องของการปกครองของพวกเขา ในการใช้อาวุธที่ไม่ถูกต้องอย่างเช่นการเข้าไปชักใยขบวนการยุติธรรมเพื่อที่จะต่อสู้กับความท้าทายดังกล่าวนั้นมันอาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นลบได้
ระบอบกษัตริย์ดำรงยู่มายาวนานหลายพันปี ดังนั้นกุญแจสำคัญที่จะทำให้สถาบันกษัตริย์อยู่รอดขึ้นอยู่กับแนวทางที่พวกเขาจะแสดงหรือตอบสนองในทางคล้องจองกับความปรารถนาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆของประชาชนที่ต้องการความเป็นประชาธิปไตย
Pavin Chachavalpongpun เป็น Visiting Research Fellow ที่ Institute of Southeast Asian Studies
The Future of Southeast Asia's Royalty
Monday, 12 October 2009
A survival primer for keeping your head and crown while others about you are losing theirs
Are Southeast Asia's monarchies still relevant in the 21st Century? In recent years, the demise of the 239-year old Shah Dynasty in Nepal indicates that the institution could be highly vulnerable if it appeared antagonistic toward democracy.
In Southeast Asia, some monarchies have successfully entrenched their rule alongside democracy. Some are potentially becoming the target of annihilation. At present, four of 10 Southeast Asian nations endure various kinds of monarchy, ranging from absolute to constitutional and ceremonial.
The deeply respected King Bhumibol Adulyadej remains the world's longest reigning monarch and the epicenter of the Thai political entity despite the political turmoil that has swept the country since the 2006 military coup that deposed Prime Minister Thaksin Shinawatra, allegedly at the hands of backers of the royalty. As the ageing monarch grows more frail, there are concerns about how the succession to the throne will be handled.
In Brunei, Sultan Hassanal Bolkiah of Brunei has proven his resilience in upholding the legitimacy of his absolute reign in an era of surrouonding democratic nation-states. Cambodia's King Sihamoni, whose role is largely ceremonial, nonetheless plays a vital part in the construction of a Khmer national identity.
Malaysia has a system of elective monarchy. The Yang di-Pertuan Agong is the highest ranking office created by the constitution of the federation of Malaysia. The current Agong is Sultan Mizan Zainal Abidin, the Sultan of Terengganu. As political turmoil has swept the country in the wake of 2008 elections that broke the ruling national coalition's two-thirds hold on power in the national legislature, the United Malays National Organization, the biggest ethnic party in the national coalition, has attempted to use a perceived lack of respect for the royalty by opposition leaders to whip up Malay sentiment against the opposition.
Elsewhere in the world, monarchies have been perceived as a political anachronism in the face of the prevailing democratic institutions of government. In Southeast Asia, the vestiges of the bygone era ruled by kings and sultans have been able to survive the democratic era. But for how long?
Thailand's prolonged crisis in which opposite factions have competed fiercely for ultimately the strengthening of their power position has further dragged the much-revered King deep into the political abyss. The Thai monarch could hardly escape being a casualty of the internal conflict simply because the political fault line was drawn on the growing resentment of the majority poor Thais who criticized the Bangkok elites for their despotic behavior. These elites have long claimed to represent the voice of the Thai monarchy.
The Sultan of Brunei has so far demonstrated his ability to adjust itself to meet new challenges. He solidifies his legitimacy using the ideology of Melayu Islam Beraja which allows for the significant role of Islam at the state level. But this process is exclusive and is at risk of being rejected by its non-Muslim population.
Indian scholar Sreeram Chaulia argues that the future of monarchies in Asia depends on the combination of their personal and political capabilities and how they transpire as a non-threatening factor to democracy. They reply much upon their ability to reinvent themselves at three levels: personal, national and international.
At a personal level, the monarchs more than ever need to exhibit their increased accountability, transparency and responsibility as they live side-by-side with a democratic regime. In Southeast Asia, the concept of divine kingship has remained highly sacred. The Thai and Cambodian kings are supposed to perform as Buddhist Dhammarajas, or virtual kings, so as to augment their charisma, and subsequently reverence, from their subordinates. Likewise, the sultans have been exercising their royal authority based on Islam.
The religious sanctity of the throne is indispensable for the existence of the monarchs. It unveils the close intertwining between kingship and religion, and if used wisely, it can enhance further the level of divinity of the monarchs. The abolition of the Nepalese absolute monarchy under the reign of Gyanendra Bikram Dev partly derived from the lack of his religious charisma and from the fact that he had come to the throne after his nephew, the crown prince, had murdered almost the entire royal family.
At a national level, the monarchy's endurance is intricately related to its alliance with the military, as exemplified by the Thai military's role in bringing down Thaksin and making sure the deposed prime minister's Republican supporters didn't come to power and bring him back.
Historically, the military was an obligatory defender of the royal institution. Past and present kings have sought to forge intimate alliances with armies. In fact, the military possesses a powerful mandate that often determines the lifespan of all kinds of regimes, be they monarchical, despotic or democratic. Central to the longevity of the monarchies is the loyalty of the military.
Moreover, future monarchies need to work closely with fundamental political parties which represent dominant groups in society and are not necessarily royalists. Meanwhile, they are obliged to avoid being seen as the patrons of minority privilege, as this would further separate the throne from the majority middle to lower classes: if the majority's voice is heard, the king's position is safe.
All these guides to longevity of the monarchies in Southeast Asia do not automatically offer a rosy picture for their future. New factors emerge periodically to challenge the integrity of their rule. Using illegitimate weapons, such as manipulating the legal system to fight against such challenges, may prove counterproductive.
The monarchical system has been around for thousands of years. The ultimate key to the survival of the monarchical institution, therefore, rests on the way in which it acts and reacts in a complementary manner to the rising desire of the people for democracy. Pavin
Chachavalpongpun is a Visiting Research Fellow at the Institute of Southeast Asian Studies
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(14ต.ค.):36ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก หากใครไม่ท้อขอจงสู้ต่อไป
ที่มา Thai E-News
***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ในโอกาสรำลึกครบรอบ 36 ปี14ตุลาคม 2516 หากยังไม่ท้อขอจงสู้ต่อไป แม้ใครๆหลายคนจะเปลี่ยนสีแปรธาตุ หากเราหยัดยืนอยู่กับสัจจธรรม ความจริง มันก็คือความดีความงาม เป็นกำลังใจตลอดนาน***
***"นักข่าวชาวรากหญ้า"เห็นภาคประชาชน นักวิชาการ นักกิจกรรมทางสังคม นักสภาพแรงงาน เห็นรายชื่อจักรภพ เพ็ญแข-ใจ อึ๊งภากรณ์ ออกแถลงการณ์"สืบทอดเจตนารมณ์วีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์"เตือนไปถึงอำมาตย์และสมุนบริวารให้ยุติพฤติการณ์"อันไม่เป็นประชาธิปไตย"แล้วยอมรับว่าเห็นด้วยอย่างแรง ท่านใดยังไม่ได้อ่านให้เข้าไปอ่านกันตาม ลิ้งค์***
***36ปีผ่านไป หากเป็นคนๆหนึ่งก็ครบ3รอบพอดี แทนที่จะมีวุฒิภาวะสูงขึ้นตามกาลเวลา แต่คนเดือนตุลาหลายคนก็เปลี่ยนสีแปรธาตุน่าใจหาย ไปเป็นพวกช่วงใช้เผด็จการซะนี่ แม้กระทั่งมูลนิธิ 14 ตุลาฯก็เปี๊ยนไปนานแล้ว ดูรายชื่อกรรมการก็รู้ มีทั้งสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ดร.พิชาย ณ ภูเก็ต นักวิชาการขาประจำพันธมิตร สว.ประสาร มฤคพิทักษ์ เจ้าของคำพูด"คนรุ่น14ตุลาไม่ใช่เครื่องหมายการค้าประชาธิปไตย" ประธาน นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ ที่เคยเดินทางไปให้กำลังใจพันธมิตรยึดทำเนียบ และ ฯลฯ***
***ให้จับตาดูว่า อานันท์ ปันยารชุน เคยขอใช้มุมหนึ่งในอนุสรณ์สถาน14 ตุลาฯจัดเป็นนิทรรศการประวัติของตัวเองแบบถาวร... โดยเอาของที่ระลึกที่ได้จากประเทศต่างๆ ภาพตัวเองถ่ายรูปกับผู้นำประเทศต่างๆมาโชว์ไว้ ไม่รู้ผู้ดีอานันท์ หัวหอกอำมาตย์แกเป็นคนเดือนตุลากับเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่..?***
***คนที่ยืนหยัดมั่นคงจงสู้ต่อไป วันนี้เย็นกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยและเครือข่าย 6 องค์กร ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานรำลึกวันประชาธิปไตยสานต่อเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลา16 ยกเลิกรัฐธรรมนูญเผด็จการ ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 52 เวลา 17.00-23.00 น.ที่ท้องสนามหลวง เจ้าเก่าขาประจำเวบนิวสกายไทยแลนด์ www.newskythailand.us www.newskythailand.comถ่ายทอดสดตลอดงานเช่นเคย หรือจะดูพีแชนัล เชิญที่http://www.goo-online.com/ ใครเล่นแคมฟร็อกเชิญห้อง Camfrog SIAM_RED แต่ใครไปงานได้น่าจะต้องไป***
***
18.30 น. ร่วมกันวางหรีดแด่ ผู้ทรยศเจตนารมณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
19.00 น. ชมละครการเมือง “อำมาตยาท่าจะบ๊อง”/ขับขานบทเพลง “ปณิธานเสรีชน”
19.30 น. ฟังการปราศรัย สานต่อเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลาคม 2516
20.00 น. ชมวีดิทัศน์ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม เปิดฟ้าใหม่สู่ยุคประชาธิปไตยของประชาชน
20.30 น. ประกาศสืบทอดเจตนารมณ์ ร่วมกันยกเลิกรัฐธรรมนูญเผด็จการ ผลักดัน รัฐสภาออกกฎหมายการนิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับทุกฝ่าย ทุกประเด็น และทุกคน เพื่อการสมานฉันท์ในสังคม
22.30 น. ปิดงาน***
***งานนี้พบกับ ตัวแทนนักศึกษา ตัวแทนนักวิชาการ ตัวแทนองค์กรประชาชน อาทิเช่น ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสร็ฐ ดร.สุนัย จุลพงษ์ศธร จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ชูพงษ์ ถี่ถ้วน สมยศ พฤกษาเกษมสุข ฯลฯ จัดโดย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มไผ่แดง กลุ่มแดงตากสิน กลุ่มบางซ่อน 51 กลุ่มพลังประชาธิปไตย กลุ่มแดงพระราม 2 สอบถาม – สนับสนุน 089-5007232/081-5517017/081-4000433 ***
***ปีหนึ่งมีหนเดียว กุศลมหากุศลอย่างแรง ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน www.konthaiuk.com หมู่บ้านฅนไทย รักประชาธิปไตย ในสหราชอาณาจักร ณ วัดคีรีธรรมมาราม (วัดกาหลง) หมู่ ๑ ตำบล กาหลง อำเภอ ศรีสาคร จังหวัด นราธิวาส ,วัดเจาะไอร้อง หมู่ ๑ ตำบล จวบ อำเภอ เจาะไอร้อง จังหวัด นราธิวาส และวัดเขากง อำเภอ เมือง จังหวัด นราธิวาส ในวันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒***
***เนื่องด้วยทั้ง ๓ วัดนั้นเป็นวัดที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และ ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัดนราธิวาส อีกทั้งยังอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงซึ่งยังสุ่มเสี่ยงและล่อแหลมต่อการก่อการร้าย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ไม่สามารถจะเข้าถึงได้โดยสะดวกนัก ขณะเดียวกันวัดทั้งสองแห่งก็ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่นั้นๆและละแวกใกล้เคียงอีกด้วย ทั้งนี้ทางวัดยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนสิ่งของและปัจจัยทั้งหลาย เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ และสิ่งก่อสร้าง เช่น ศาสนสถานต่างๆ รวมถึงอาคารโรงทาน ห้องน้ำ และค่าใช้จ่ายต่างๆเช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันยานพาหนะอีกด้วย***
****ดังนั้นทางคณะกรรมการโดย เวปไซต์คนไทยยูเคดอทคอม หมู่บ้านฅนไทย รักประชาธิปไตย ในสหราชอาณาจักร จึงขอเรียนเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินครั้งนี้ด้วยกัน เพื่อยืดอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญและยั่งยืนต่อไปอีกนานแสนนาน อีกทั้งเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ในการทอดกฐินนี้ ซึ่งต้องอาศัยทั้งกำลังทรัพย์ กำลังปัญญา และ กำลังศรัทธาประกอบกันจึงสำเร็จผลขึ้นได้ ด้วยอานิสงส์แห่งบุญกฐินนี้ ผู้ที่ได้ร่วมบุญไม่ว่าจะไปเกิดในชาติใดภพใดก็จะมีความเจริญก้าวหน้า บริบูรณ์ด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องนุ่งห่มอันอลังการ อีกทั้งยังพร้อมด้วยลาภยศ สรรเสริญ ทรัพย์สมบัติบริบูรณ์มิได้ขาดมิได้พร่อง สาธุ....***
***เชิญทำบุญตามกำลังทรัพย์และกำลังศรัทธา ประธานอุปถัมถ์ 5,000 บาท ประธาน 1,000 บาท รองประธาน 500 บาท
กรรมการ 100 บาท สำหรับคนที่จะร่วมทำบุญกับ konthaiUKติดต่อคุณปุ้ย 081-8258661 หรือร่วมทำบุญ โดยผ่านบัญชีชื่อ วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแจ้งวัฒนะ ซอย 13 เลขที่ 097-224336-0 โอนเงินแล้วรบกวนแจ้งทางมือถือคุณปุ้ยด้วยค่ะ ***
***สุชาติ นาคบางไทร ปรากฎตัวเป็นระยะล่าสุดทางประชาไทบอร์ด เวบบอร์ดยอดฮิตของชาวเสื้อแดงที่กระทู้นี้ประชาไทบอร์ดทำให้พรรคพวกมิตรสหายสบายใจได้ว่าน้าชาติยังสุขกายสบายใจดี และวันที่1พฤศจิกายนนี้คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการจะรีเทิร์นสนามหลวงอีกรอบ***
***ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมกันแสดงความยินดีกับเพื่อนของเรา ดีเจ กุ้งกชกร เปิดร้านขนมจีน ข้าวแกง เจ้าตัวยืนยันอร่อย มากกกกกกกกกกกก โดยเปิดร้านไปแล้วตั้งแต่เที่ยงวานนี้ที่ตลาดพูนทรัพย์ ปทุมธานี หากตั้งใจไปอุดหนุน เมื่อลงทา่งด่วนบางโพธิ์ เจอธ.กรุงเทพ ถัดไปเป็นตลาดพูนทรัพย์ ร้านดีเจกุ้ง อยู่ริมถนนหน้าตลาดเลย ชาวเสื้อแดงช่วยไปให้กำลังใจกันนะครับ ช่วยกันสนับสนุนสินค้า ของชาวเสื้อแดง ท่านใดที่ต้องการสอบถามเส้นทาง 089 234 1635 หรือดูตามแผนที่ด้านล่างนี้ ***

***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงยินดีช่วยเป็นกระบอกเสียงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร งานกิจกรรม งานบุญ งานสังคม งานส่วนตัว ทำมาค้าขาย สารพัดสารพัน หากอยากฝากข่าวก็แจ้งมาที่redseed1@gmail.com หรือthaienews@googlegroups.comฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเกรงใจใดๆครับพ้ม***
ภาคประชาชนแถลงการณ์สืบทอดเจตนาวีรชน14ตุลา จี้ขจัดอิทธิพลอำมาตย์กับสมุนบริวาร
ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
14 ตุลาคม 2552
องค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม นักสหภาพแรงงาน เกษตรกร และประชาชนได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์วีรชน 14 ตุลาคม ให้สมบูรณ์ และได้เตือนสถาบัน-องค์กรต่างๆที่ทำลายเจตนารมณ์วีรชน ทั้งชนชั้นสูง ข้าราชการระดับสูง ตุลาการ,ทหาร,ตำรวจ สื่อมวลชน นักวิชาการ นักกิจกรรม องค์กรพัฒนาเอกชน นักสิทธิมนุษยชน ศิลปินนักเขียน และนักการเมืองให้ยุติบทบาทการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งปวง กับเรียกร้องประชาชนผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงตามเจตนาของคณะราษฎร์-วีรชนเดือนตุลา ระยะเฉพาะหน้าเสนอนำรัฐธรรมนูญปี40ปัดฝุ่นมาแก้ไขเพิ่มอำนาจภาคประชาชน ขจัดอิทธิพลอำมาตย์ออกไป พร้อมทั้งเรียกร้องรัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินชี้ขาด
โดยรายละเอียดแถลงการณ์มีดังนี้
แถลงการณ์ สืบทอดเจตนาวีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์
ในโอกาสครบรอบ 36 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 พวกเราดังมีรายนามแนบท้ายแถลงการณ์นี้ ขอเชิดชูจิตใจ และวีรกรรมรักชาติ รักประชาธิปไตย ชิงชังเผด็จการทุกรูปแบบของวีรชนผู้เสียสละชีพ ผู้บาดเจ็บทุพพลภาพ และผู้เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนั้นให้สูงเด่น
พร้อมกันนี้ก็ใคร่ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
1.บรรดาชนชั้นนำ ขอเตือนให้ยุติการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อเจตนารมณ์ของวีรชน ด้วยการใช้อำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ ทั้งเผด็จการอำนาจนิยมจารีตนิยม เผด็จการทหาร เผด็จการซ่อนรูปด้วยการใช้หน่วยงานสถาบันต่างๆของรัฐเช่น ตุลาการ องค์กรอิสระใต้การครอบงำของชนชั้นนำ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นต้น ในการฉกฉวยคอรัปชั่นอำนาจทางการเมืองไปเป็นของชนชั้นนำ เหยียบย่ำทำลายหลักการประชาธิปไตย ดื้อรั้นไม่ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง กระทั่งการช่วงชิงอำนาจจากประชาชนอย่างไร้ยางอาย
กับขอให้ยุติการนำทรัพยากรของประเทศไปตอบสนองผลประโยชน์ของชนชั้นนำ รวมไปถึงการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อชนชั้นนำเพียงหยิบมือ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง
2.บรรดาข้ารัฐการ ทั้งทหาร ตำรวจ ตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ต้องมีจิตสำนึกที่ถูกต้องว่าการเป็นข้ารัฐการในระบอบประชาธิปไตยนั้นต้องจงรักภักดีสนองพระเดชพระคุณของประชาชนผู้จ่ายภาษีให้ท่านเป็นอันดับแรก ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ เคารพรัฐบาลที่มาจากเสียงที่แท้จริงของประชาชน ต้องยุติค่านิยมศักดินาและค่านิยมอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของชาติ
3.บรรดานักวิชาการ ปัญญาชน ต้องยุติบทบาทที่สนับสนุนให้ท้ายการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งมวล เช่น การเข้าไปรับใช้ชนชั้นนำ สนองตอบผลประโยชน์ชนชั่นนำที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน ยุติการทำลายหลักการประชาธิปไตย อันกอรปไปด้วย หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน หลักเสรีภาพ หลักเสมอภาค หลักนิติรัฐนิติธรรม และหลักเสียงข้างมากแต่ไม่ละเมิดเสียงข้างน้อย
4.บรรดานักสิทธิมนุษยชน องค์กรพัฒนาภาคเอกชน นักกิจกรรมทางสังคม ต้องยุติพฤติการณ์ที่น่าละอายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงปรากฎการณ์สนับสนุนการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะการให้ท้ายอันธพาลการเมืองกลุ่มพันธมิตรอย่างไม่ลืมหูลืมตา การให้ท้ายเผด็จการปราบปรามความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย การทำตัว2มาตรฐานไปถึงไร้มาตรฐานในการให้ท้ายกลุ่มอันธพาลการเมือง แต่หนุนหลังการปราบปรามฝ่ายประชาชน รวมถึงการหน้าด้านเสนอตัวไปเป็นสว.ลากตั้ง ทั้งที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตย
5.บรรดาสื่อมวลชน สื่อกระแสหลักทั้งหลายพึงสำนึกว่า ในระยะหลายปีมานี้พวกคุณได้ร่วมกันก่อกรรมทำเข็ญต่อประชาธิปไตย ด้วยการให้ท้ายหรือสมคบคิด หรือเป็นสาวกบริวารให้กับชนชั้นนำ เผด็จการที่ทำลายประชาธิปไตย ไร้ความเป็นกลาง เต็มไปด้วยอคติเลือกข้าง และห่างไกลไปจากสภาพของ"หมาเฝ้าบ้าน"ไปทุกที ทั้งยังกัดเจ้าของบ้านอยู่เป็นนิตย์ จนพวกท่านไม่เป็นที่ต้อนรับของประชาชน ตอนนี้ยังชีพอยู่ได้ด้วยการหล่อเลี้ยงของชนชั้นนำในรูปของเงินโฆษณา การให้สัมปทานคลื่น ความถี่ต่างๆ ทำตนประดุจสุนัขรับใช้อำมาตย์ ท่านสมควรต้องปรับปรุงแก้ไขโดยไว
6.บรรดาฝ่ายซ้ายเก่า นักศึกษา ศิลปิน นักเขียน กวี การเปลี่ยนสีแปรธาตุไปเป็นลูกไล่ให้เผด็จการอมาตยาธิปไตย เป็นการกระทำทรยศต่อวีรชน14ตุลาอย่างไม่มียางอายใดๆ หากท่านจะขายวิญญาณมีพฤติการณ์อันน่าสะอิดสะเอียนนี้ต่อไป ขอให้ประกาศตนชัดเจน แสดงธาตุแท้ออกมาให้ล่อนจ้อนว่า กระทำไปโดยสันดานแท้ส่วนตนของท่าน ไม่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในกรณี 14 ตุลาคม 2516แต่อย่างใด เพื่อปกป้องเกียรติยศของวีรกรรม14ตุลาเอาไว้
7.บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ต้องยุติการแสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้า เพื่อช่วงชิงการเป็นรัฐบาล เพราะนี่ไม่ได้มีความหมายใดๆเลยต่อประเทศชาติ หากยังอยู่ใต้ระบอบอุปถัมภ์ อยู่ภายใต้อิทธิพลของอมาตยาธิปไตยชนชั้นนำ หรือต้องยุติพฤติการณ์อันน่ารังเกียจทั้งการขึ้นสู่อำนาจโดยปราศจากความเห็นชอบอันแท้จริงของประชาชน
8.เราขอเสนอแนวทางพัฒนาประชาธิปไตยในระยะกลางและระยะเฉพาะหน้าดังนี้
-ขอสนับสนุนการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เพื่อยกระดับการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ต้องยืนยันหลักการหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนว่าเป็นหัวใจของประชาธิปไตย และขอคัดค้านการเคลื่อนไหวเพื่ออำมาตยาธิปไตยทั้งทางตรงและทางอ้อม
-ขอเสนอให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องเสนอให้มีการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ทางวัฒนธรรม เหมือนเช่น ข้อเสนอของปรีดี พนมยงค์ และการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพื่อความเป็นธรรมที่สำคัญ เช่น การปฏิรูปที่ดินโดยการกระจายการถือครองทีดิน กำจัดการถือครองที่ดิน การสร้างรัฐสวัสดิการโดยการเก็บภาษีที่ก้าวหน้า ฯลฯ การสร้างประชาธิปไตยทางวัฒนธรรม โดย ยอมรับความหลากหลายของท้องถิ่น ชาติพันธุ์ จึงต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ
-ขอเสนอให้นำรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ.2540 มาใช้และปรับปรุงแก้ไข โดยมีหลักการสำคัญคือ ลดอำนาจอำมาตยาธิปไตย เช่น อำนาจขององคมนตรี อำนาจนอกระบบ อำนาจกระบวนการศาล ฯลฯ และเพิ่มพื้นที่ ประชาธิปไตย และอำนาจภาคประชาชน เช่น ให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ผู้ใช้แรงงานมีสิทธิการเลือกตั้งได้ในทุกระดับในพื้นที่ทำงาน ให้ยกเลิกการกำหนดวุฒิการศึกษาสำหรับผู้สมัครการเลือกตั้งในทุกระดับ ฯลฯ
-เสนอให้ยกเลิก หรือยุติการบังคับใช้กฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย คือพ.ร.บ.ความมั่นคง และกฎหมายอาญามาตรา112ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
-ในระยะเฉพาะหน้าขอเสนอให้รัฐบาลอันขาดความชอบธรรม ทั้งที่มาและการดำรงอยู่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดการยุบสภา เลือกตั้งใหม่และเคารพเสียงตัดสินของประชาชน และยุติ2มาตรฐานทั้งหมด
พร้อมกันนี้เราขอเรียกร้องต่อประชาชนเพื่อนร่วมชาติ ให้ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันประเทศชาติของเราก้าวไปสู่ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ สืบทอดเจตนารมณ์การปฏิวัติของคณะราษฎร สืบทอดเจตนารมณ์วีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์ ผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในประเทศของเรา และขุดโค่นอุปสรรคขัดขวาง และบรรดาองค์การ สถาบันและการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งมวลให้สูญสิ้นไปโดยไว
มีแต่หนทางดังกล่าวนี้ จึงจะได้ชื่อว่าสืบทอดเจตนาวีรชน14ตุลาคมให้สมบูรณ์อย่างแท้จริง
ด้วยความเชื่อมั่น
14 ตุลาคม 2552
บุคคลและองค์กรที่ลงนามร่วม
เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์วีรชนเดือนพฤษภาคม
กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคม อีสาน(กสส.)
สำนักกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการปกครองตนเอง
ชมรมศิลปินเพื่อความยุติธรรม
กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยท้องถิ่น ภาคเหนือตอนล่าง
ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย
สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์หนัง แห่งประเทศไทย(ส.พ.ท.)
สหภาพแรงงานไทยอคริลิคไฟเบอร์ สระบุรี
สหภาพแรงงานสหกิจวิศาล สระบุรี
สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก
นายบุญยืน สุขใหม่ ประธานสหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาไอทีเอฟ
นายพรมมา ภูมิพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ(ส.พ.ท.)
นายวัฒนะ วรรณ องค์กรเลี้ยวซ้าย
ใจ อึ๊งภากรณ์
น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล
นายชำนาญ จันทร์เรือง
นาย ทิวากร โสภา
นายทองธัช เทพารักษ์
ครรชิต พัฒนโภคะ องค์กรเลี้ยวซ้าย
สิทธิ์ จันทาเทศ สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก
บุญผิน สุนทราลักษ์ สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก
วิทยากร บุญเรือง
คมลักษณ์ ไชยยะ สมัชชาสังคมก้าวหน้า
นายจิรวัฒน์ เทียนเงิน
นายประสิทธิ์ รวมพิมาย
นางสาวสุพิศ ศรีเจริญ
นางบุญช่วย ศรีเจิญ
พีรพัฒน์ หาญมโนวิริยะ
สุชาติ พรมมี ชมรม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พัทยา
นายทรงกลด สันตสว่าง
คุณ ทัศน์วิไล ( PICKY) กลุ่ม RED IN JAPAN
สุรเสกข์ เชษฐ์ไชย
บูรพา พินิจพรไพศาล
สุปราณี ถียัง
จุมพล สังขะเกตุ
ศรายุทธ ตั้งประเสริฐ
นายพิชิต พิทักษ์
นายพิษณุ ไชยมงคล
นายประสาท ศรีเกิด
นายเจษฎา โชติกิจภิวาทย์
อาณัติ สุทธิเสมอ
นายสมศักดิ์ ภักดิเดช
เดโช กำลังเกื้อ
รุ่งโรจน์ วรรณศูทร
กานต์ ทัศนภักดิ์
นุชจิรา แสงสุชล
จักรภพ เพ็ญแข
นุชรินทร์ ต่วนเวช
สุณี ครองพิพัฒน์สุข
ฯลฯ
มติเพื่อไทยคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50
ที่มา Voice TV
เพื่อไทยมีมติคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 แต่สนับสนุนให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อให้ประเทศเกิดความสงบสุข
แพทย์ชนบทไม่พอใจผลสอบทุจริตงบไทยเข้มแข็ง
ที่มา Voice TV
ปลัด สธ. ไม่เปิดเผยชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตไทยเข้มแข็ง ขณะที่ประธานชมรมแพทย์ชนบทไม่พอใจ ผลสอบไม่สามารถโยงถึงฝ่ายการเมือง
