WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 20, 2009

บทกวี : คนละทาง ... ไม่มี 'ทางสายกลาง'

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ โชติ วงษ์ชน
20 ตุลาคม 2552

กลับมา ตรงที่เก่า......ที่พวกเรา เคยต่อสู้
สามัคคี ตีศัตรู.......ตะโกนสู้ อยู่ด้วยกัน

ผ่านร้อนฝน กี่คืนหนาว......แต่ละก้าว สู่ความฝัน
มองตา รู้ใจกัน......ความเชื่อมั่น ไม่สั่นคลอน

นั่นคือภาพ ในอดีต......ยังตามติด เฝ้าหลอกหลอน
ทุกระยะ ทีละตอน......ยังสะท้อน วีรกรรม

อนิจจา อนิจจัง......ไม่จีรัง ดั่งสายน้ำ
จะดีชั่ว ยากชี้นำ......ได้แต่พร่ำ ช้ำทรวงใน

ขอท้าชน คนละหมัด......มึงจะซัด กับกูไหม
เลือดเพื่อน มีสีใด......จึงรับใช้ เผด็จการ

เป็นเสาหลัก ศักดินา......เป็นขี้ข้า ขุนทหาร
ทรยศ อุดมการณ์......คนละบ้าน คนละทาง

พูดไป ก็ไร้ค่า......เสียเวลา จะงัดง้าง
ไม่มี ทางสายกลาง......ความคิดต่าง ระหว่างเรา

กลับมา ตรงที่เดิม......จะฮึกเหิม ยิ่งกว่าเก่า
ไม่มีไพร่ ไม่มีเขา......มีแต่เรา สามัญชน

สหาย วัยครึ่งร้อย......มีไม่น้อย บนถนน
แม้หนัก จักอดทน......เพราะไม่สน ใครอีกแล้ว.

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(20ต.ค.):ใจ อึ๊งฯกลายเป็น"ใจอึ้งกิมกี่!?"จู่ๆเปลี่ยนLookเป็นเจ้าพ่อทุบหุ้น

ที่มา Thai E-News


ใจ อึ๊งฯ:รู้สึกดีใจที่มันประเมินผมสูงกว่าจริงจนกลัวผม ภูมิใจที่ผมคนเดียวทำให้ตลาดหุ้นลดได้ และเสียใจที่ไม่ได้ไปยื้มเงินจอร์ช โซรอสมากวาดซื้อหุ้นตอนมันตก จะได้รวยไม่ต้องทำงานอีก ขำมากครับ ทำให้อารมณ์ดีครับ ในอนาคตต้องหาทางยั่วพวกนี้อีก ให้มันโกรธจนหัวใจวาย


***คอลัมน์"สังคมข่าวชาวเสื้อแดง" ประจำวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2552 วันที่คนเสื้อแดงร้อง"อะไรๆก็กู!" หวังว่าเรื่องรถไฟปักษ์ใต้หยุดวิ่ง ทิ้งคนโดยสารข้างทาง นี่คงไม่ใช่"แผนทรยศต่อชาติ"ของพวกเสื้อแดงอีกหละ!!...หรือว่า"ทักษิณจ้างมา"อันเป็นข้อหาอมตะนิรันดร์กาลของฝ่ายอำมาตย์และทาสเผด็จการชอบใส่ไฟ***

***วันนี้คนเสื้อแดง"รวมพลคนทรยศต่อชาติ(ชั่ว)"เดินทางไปให้กำลังใจ"พ่อใหญ่จิ๋ว หวานเจี๊ยบ"-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ใครอยากเป็นส่วนหนึ่งของเหล่าเสื้อแดงที่ทรยศต่อ(ไอ้)ชาติ(ชั่ว)ขอเชิญเจอกันเลยเวลา 12.00-13.00 น.ที่ พรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 โดยล่าสุดมวลชนพี่น้องหลายกลุ่มแดงที่จะไปให้กำลังใจพล.อ.ชวลิต นัดหมายไว้แล้ว อยากไปรายกลุ่มนัดกันไป หรือลุยเดี่ยวก็เชิญตามอัธยาศัย "นักข่าวชาวรากหญ้า"เองก็อยากจะทรยศต่อชาติ(ชั่ว)กับเขาเหมือนกันนะเนี่ย ว่าไปแล้ว***

***สวะ เอ๊ย!สว.ลากตั้งสมชาย แสวงการ ลูกสมุนเผด็จการทำงานคุ้มค่ากับที่เปรมลากตั้งมาเป็นสว. ออกมาบอกว่าต้นตอข่าวลืออัปมงคลทุบหุ้นนั้นมาจากเวบไซต์ของใจ อึ๊งภากรณ์ แล้วก็เปิดชื่อย่อมั่วนิ่มออกมา เพื่อโยงไปหาทักษิณตามเคย งานนี้อาจารย์ใจฝากบอกมาว่า
"รู้สึกดีใจที่มันประเมินผมสูงกว่าจริงจนกลัวผม ภูมิใจที่ผมคนเดียวทำให้ตลาดหุ้นลดได้ และเสียใจที่ไม่ได้ไปยื้มเงินจอร์ช โซรอสมากวาดซื้อหุ้นตอนมันตก จะได้รวยไม่ต้องทำงานอีก ขำมากครับ ทำให้อารมณ์ดีครับ ในอนาคตต้องหาทางยั่วพวกนี้อีก ให้มันโกรธจนหัวใจวาย"
....***

***ลองไปดูเวบไซต์ของใจ(ซึ่งตอนนี้โดนปิดเรียบ ใครอยากดูก็ต้องผ่านพร็อกซี่ครับ)เอาซักตัวอย่าง http://siamrd.blog.co.uk/ก็จะพบเรื่องขำๆอย่างว่าจริงๆ เพราะบทความล่าสุดที่ใจเขียนไว้ไวๆนี้คือเรื่อง บทเรียนจากการล้มทหารในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖,เรื่องคัดค้านโทษประหารชีวิตในเมืองไทย เลยไปอีกหน่อยมีเรื่อง รำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หากพอจะกล้อมแกล้มหน่อยก็เรื่อง"เมื่อเขา.." แต่บทความนี้เผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนโน้นนนนแหนะ แต่เหตุการณ์ถล่มหุ้นไทยเกิดในวันที่15ตุลาคม ก็ลองตรองดูว่าเกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย!!?***



งานเลิกทาสทางความคิด ปฏิรูปประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ-ทางไทยอีนิวส์เคยลงวันที่ผิดว่างานจัด22ตุลาฯ อันนี้ขออภัยอย่างแรง ขอแก้ให้ถูกเป็นวันศุกร์23ต.ค.13.00-17.00น. ร.ร.รัตนโกสินทร์ บัตร300บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล และครอบครัวลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ฟังรศ.ดร.ธเนศร์ อาภรณ์สุวรรณ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเพสัช ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จอม เพชรประดับ จรัล ดิษฐาอภิชัย ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ สมบัติ บุญงามอนงค์ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฮาเมอร์ ซาลวาลา จองที่นั่งโทร.084-0910707/089-5127566/084-9174023/085-8196127


***กิจกรรมโรงเรียน นปช.แดงทั้งแผ่นดินหนที่4ที่เชียงใหม่ เมื่อวานนี้มีอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานเปิดงาน และครูใหญ่วีระ มุสิกพงษ์ ไปอำนวยการสอน กิจกรรมเป็นไปอย่างคึกครื้น***


***ลองอ่านพาวเวอร์พอยต์ที่อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ภริยาคู่ทุกข์คู่ยากของหมอเหวง โตจิราการ นำเสนอสอนนักเรียนดูครับ จะเห็นว่าชัดเจนตรงเป้าเพะ***


***แฟนคลับพร้อมใจกันทำบุญวันเกิดให้ “จักรภพ เพ็ญแข” วันพุธที่ 21 ต.ค. 52 ในโอกาสคล้ายวันเกิด “จักรภพ เพ็ญแข” นักสู้เพื่อประชาธิปไตยตัวจริง บรรดาแฟนคลับและมิตรรักนักเพลงเกิดความระลึกถึง จึงพร้อมใจกันทำบุญวันเกิดให้ ณ สถานีวิทยุชุมชน “รวมใจไทย” FM 105.75 ถนนลาดพร้าววังหิน ซอย 9 ใกล้วัดลาดพร้าว***

***งานแบ่งเป็น 2 ช่วง แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน ช่วงแรก เป็นพิธีสงฆ์ ทำบุญเลี้ยงพระเพล พระสงฆ์จำนวน 5 รูป ประมาณ 10.30 น. เสร็จแล้วเชิญทุกท่านรับประทานอาหารร่วมกัน

ช่วงเย็น มีการสังสรรค์แบบสนุกสนาน คลายเครียดด้วยการร้องเพลงคาราโอเกะแบบเบาๆ สบายๆ

เจ้าของวันเกิดกระซิบว่าจะโฟนเข้ามาพูดคุยกับแฟนๆ ทั้ง 2 ช่วง หรือใครไม่มีธุระปะปังอะไรที่ไหนสามารถอยู่ได้ทั้ง 2 ช่วงก็ไม่ว่ากัน
ผู้จัดบอกว่างานนี้จัดแบบสบายๆ ส่วนตัว ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คุณแอนนา 089-8862068, คุณเพลิน 086-4106911***


***ส่วนทาง "ชมรมคิดถึงเพื่อนร่วมรบ จักรภพ เพ็ญแข" มีจิตศรัทธาจะทำบุญกับผู้ด้อยโอกาส ที่อยู่บริเวณท้องสนามหลวง" เพื่อเป็นกุศลให้กับ "คุณจักรภพ เพ็ญแข" ชมรมขอเชิญท่านที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคอาหารคาว-หวาน ผลไม้ และไปร่วมแจกของแก่เพื่อนผู้ด้อยโอกาสด้วยกัน ในวันพุธที่ 21 ต.ค. 52 เวลา 17.00 น. ณ ท้องสนามหลวง (งดรับเงิน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "คุณโรจน์" 089-0165938***

***ข่าวความก้าวหน้าของพี่น้องเสื้อแดงพัทยา หลังจากนำธงแดงปักหลักภาคตะวันออกอย่างยิ่งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวดีมาบอกอีกแล้ว โดยเวบของนปช.พัทยาเปลี่ยนจาก blog ที่ wordpress มาเป็น .com ด้วยความเอื้อพื้นที่บน Server จากคุณต้น คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ขอเชิญทุกท่านเข้าเยี่ยมชม Website ของ นปช. พัทยา เพื่อเป็นแหล่งชุมนุมอีกที่ของคนเสื้อแดงที่นี่ ภาคตะวันออก และดำเนินกิจกรรมตามแนวทางของ ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ได้ที่ www.norporchorpattaya.com ***

***ท่านที่ต้องการเผยแพร่ข่าวคราวกิจกรรม หรือกำหนดการงานนัดหมายต่างๆทั้งส่วนรวม ส่วนตัว ธุรกิจการค้าสารพัดสารพันงานบุญงานบวช บอกมาได้ที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"อีเมล์ thaienews@googlegroups.com แล้วเราจะตีข่าวให้ฟรีๆไม่คิดสตังค์ แถมมีคนรออ่านอยู่ทั่วโลกหลายล้านคนคะร้าบ***

ป.ป.ช.หลายมาตรฐาน?

ที่มา มติชน

คอลัมน์ ข้าราษฎร

โดย สายสะพาย



มีการกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า มีการทำงานหลายมาตรฐานและเลือกปฏิบัติโดยเฉพาะกับกลุ่มนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นที่อยู่หรือเคยอยู่ในสังกัด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะถูกเล่นงานอย่างหนักหน่วง เช่น

-การชี้มูลความผิดทางอาญานายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในคดีมติ ครม.ให้ออกแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

-การชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก คดีการสลายม็อบ 7 ตุลา 2551 ฯลฯ

แต่กรณีดังกล่าว เป็นข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นจากฝ่ายการเมืองบนสมมติฐานที่ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตัดคดีที่เป็นประเด็นหรือเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองออกไปแล้วก็ตาม ก็ยังมีข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ให้เห็นว่า การทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีหลายมาตรฐาน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือความไร้ประสิทธิภาพของสำนักอำนวยการคณะกรรมการก็ตาม

ตัวอย่างเช่น การเผยแพร่ผลการประชุมที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รับหรือมีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนคดีต่างๆ

คำถามก็คือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ใช้หลักเกณฑ์ใดในการเลือกที่จะเผยแพร่หรือไม่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีการเผยแพร่เอกสารผ่านทางเว็บไซต์

แต่มาในระยะหลัง มีการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่องมอบอำนาจให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กลับไม่มีการเผยแพร่ข่าวดังกล่าวผ่านเว็บไซต์

เช่นเดียวกัน ปกติแล้ว ถ้ามีการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง (แม้การชี้มูลนักการเมืองท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ก็ควรเผยแพร่ด้วยก็ตาม) จะต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

แต่ปรากฏว่า ในการชี้มูลความผิดนายรังสรรค์ แสงสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กลับไม่มีการเผแยพร่ข้อมูลดังกล่าว

พฤติกรรรมเช่นนี้ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือสำนักงาน ป.ป.ช.ควรเรียกว่า หลายมาตรฐานหรือไม่

เพื่อน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




วาทกรรม "ทรยศชาติ" ที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สื่อสารถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

ผ่านมาเกือบสัปดาห์ยังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์

ใครต่อใครต่างรู้ซึ้งถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่

ปัจจุบันพล.อ.เปรมอายุ 89 ย่าง 90 ปี ขณะที่พล.อ.ชวลิต 77 ย่าง 78 ปี

วันสื่อสารถึงกันครั้งล่าสุด "ป๋า" เรียก "จิ๋ว" ว่า เพื่อน!!

สมัยยังอยู่ในกองทัพ และทำเนียบรัฐบาล

"ป๋า" คือนายหมายเลข 1 ของ "จิ๋ว"

"จิ๋ว" คือลูกน้องมือ 1 ของ "ป๋า"

ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาอย่างโชกโชน ตั้งแต่บรรดา ผบ.เหล่าทัพแวดล้อม "ป๋า" ทุกวันนี้ยังเป็นทหารเด็กๆ

เอาเฉพาะผลงานระดับตุ๊กตาทอง

"ป๋า" ไม่เคยถูกอภิปรายตลอด 8 ปีบนเก้าอี้นายกฯ

ก็เพราะ "จิ๋ว" ช่วยเคลียร์พื้นที่

"ปู่ชัย" พ่อเนวิน รู้ดีกว่าใคร ในฐานะผู้ถอนชื่อจากญัตติซักฟอกคนสุดท้าย?

"ป๋า" ปราบกบฏยังเติร์กราบคาบ 2 ครั้ง 2 ครา

ก็เพราะ "จิ๋ว" บล็อกกลุ่มก่อการทันท่วงที

มนูญ รูปขจร พัลลภ ปิ่นมณี จำลอง ศรีเมือง เป็นพยานได้?

"ปู่มาณ" ผู้นำฝ่ายค้านถล่มโจมตีรัฐบาลหนักหน่วง สุดท้ายได้ขึ้นหิ้ง

ก็เพราะ "จิ๋ว" ล็อบบี้ "น้าชาติ-เติ้ง-เหนาะ"

มีคนได้ยินเสียงนักเลงวังน้ำเย็น "ถ้าพ่อไม่ยอม ผมจะฆ่าพ่อ" ดังจากบ้านราชครู!

นั่นเมื่อ 20-30 ปีก่อน ตอนนี้เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน

หลัง "ป๋า" บอก "ผมพอแล้ว"

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ กระทั่งดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษในปัจจุบัน

ส่วน "จิ๋ว" เข้าสู่การเมืองตามรอย "ป๋า"

ประสบความสำเร็จสูงสุดขึ้นถึงนายกฯ เช่นเดียวกัน

ทว่าตอนลงต่างกันลิบลับ ยับเยินทั้งตัวและหัวใจ!!

อย่างไรก็ตามในบรรดาลูกๆ "ป๋า" เรื่องรู้จัก รู้ใจ

"จิ๋ว" ไม่เป็นสองรองใคร

เมื่อตัดสินใจนั่งรองนายกฯ รัฐบาลสมชาย น้องเขยทักษิณ

เดินหน้าเข้าพรรคเพื่อไทย ทั้งๆ ที่ได้รับสัญญาณพิเศษ

ย่อมต้องคิดละเอียดรอบคอบ พร้อมเผชิญทุกสิ่งทุกอย่างนับจากนี้?

หลังได้รับเสียงเตือนจากเพื่อนที่ชื่อ "เปรม"

น่าสนใจว่าอดีตขงเบ้งกองทัพจะทำอย่างไร ไปทางไหน

หรือสวมบท "พ่อใหญ่ลา" ตามถนัด!?

เหตุเกิดที่ศาลปกครอง

ที่มา เดลินิวส์

คุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ เขียนในคอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 ใน นสพ.มติชน ฉบับเสาร์ 3 ต.ค. 2552 หัวข้อ เหตุ (ร้าวลึก) เกิดที่ศาลปกครอง (ดูย้อนหลังที่ prasong-lert@yahoo.com)

สรุปย่อ ๆ ว่า ดร.วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ซึ่งมีโอกาสจะเป็นประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ยื่นใบลาออกกะทันหัน พร้อม นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ตุลาการอีกท่าน ซึ่งพลาดตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครอง โดยทั้ง 2 รู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีการข้ามอาวุโส และผิดข้อตกลงบางประการ

ในบทความนี้ บอกว่า ปรากฏ การณ์ครั้งนี้ อาจเป็นการสะท้อนอาการร้าวลึกของศาลปกครอง ที่เริ่มจากคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเมื่อ 28 มิ.ย. 52 ที่ให้มีการคุ้มครองชั่วคราว ห้ามนำมติ ครม. 17 มิ.ย. 51 ไปดำเนินการใด ๆ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอื่น

(คดี นายสมัคร สุนทรเวช และ นายนพดล ปัทมะ พร้อม ครม. อีก 28 คน ถูกฟ้องข้อหา ขายชาติ เพราะมีมติครม. สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก)

โดย 2 ท่านนี้ เห็นว่า ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของศาลปกครองที่จะพิจารณา เพราะเคยมีคำสั่งจากศาลปกครองสูงสุด ไม่รับคดีที่มีการฟ้องรัฐบาลขิงแก่ เรื่องการทำข้อตกลงการค้าเสรีไทยญี่ปุ่นหรือเจเทปป้า ว่าไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง เนื่องจากเป็นการกระทำของรัฐบาล มิใช่การปกครอง

ดร.อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าคณะชุดที่ 1 มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง หลัง ครม. สมัคร และกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง

(คำพิพากษาครั้งนั้นถูกนักนิติ ศาสตร์วิจารณ์มากว่า มีการเขียนกฎหมาย ขึ้นมาใหม่)

บทความนี้ จบลงว่า หลังการลาออกของ ดร.วรพจน์ และนายชาญชัย ผู้บริหารศาลปกครองจะสรุปบทเรียนอย่างไร มิให้กระทบกระเทือนต่อความน่าเชื่อถือศรัทธาของสถาบันแห่งนี้

คืบหน้าล่าสุด มีข่าวว่า ตุลาการได้มีการลงชื่อเป็นจำนวนมากเพื่อยื่นต่อ ดร.อักขราทร ให้ยับยั้งการลาออกของดร.วรพจน์ กับ นายชาญชัย เนื่องจากทั้ง 2 คน เป็นผู้บุกเบิกศาลปกครองมา

ผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป เพราะใบลาออกมีผล 1 พ.ย.นี้

หลายวันก่อน บังเอิญได้ดูวีซีดีหนัง เปาบุ้นจิ้น ทั้งสนุก และ มีข้อคิด มากมาย ใคร ๆ ก็ชอบดู ช่อง 3 น่าเอากลับมาฉายใหม่ เอาช่วงหลังข่าว 2 ทุ่มไปเลย

เรื่องมีว่า ลูกน้องท่านเปา เอาหลักฐานที่ท่านเปาตัดสินคดีเสร็จแล้วไปทำลายในตอนดึก แล้วเขียนคำตัดสินขึ้นมา ใหม่ โดยก่อนหน้านั้น ก็มีคดีที่มีการแอบเปลี่ยนคณะลูกขุน ซึ่งมีคำตัดสินไปแล้ว

ตั้งคณะลูกขุนชุดใหม่ ขึ้นมาพิจารณาให้คำตัดสิน ออกมา ตามที่ตัวเองต้องการ ทำให้ท่านเปา โกรธมาก ที่จริงหากเปลี่ยนแต่ต้น ก็ไม่เป็นปัญหา แต่นี่เป็นการเปลี่ยน หลังจากมีคำตัดสินแล้ว ถือว่า เป็นเรื่องร้ายแรงมาก

ถ้าถูกจับได้ ลูกน้องท่านเปา มีหวังถูกเครื่องประหารรูปมังกร ตัดหัวเอาง่าย ๆ หวังเฉา หม่าฮั่น งานเข้า แต่เทพบุตร จั่นเจา กลับงานหนัก ต้องสืบคดีใหม่

เพราะเรื่องนี้กระเทือน “ศาลไคฟง” รุนแรงมาก !!!.

ดาวประกายพรึก

รถไฟไทย

ที่มา ไทยรัฐ

กรณีขบวนรถไฟสายใต้ทั้งสายยาว สายสั้นประท้วงหยุดเดินรถติดต่อกันหลายวัน ทำให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟเดือดร้อนกันระนาว

แถมยังทำให้การรถไฟฯต้องสูญเสียรายได้อีกก้อนโต!!

ที่แย่มากๆคือ การขนผู้โดยสารหลายพันคน ทั้งคนเฒ่าคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไปปล่อยทิ้งกลางทางทั้งที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ถือเป็นพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารอย่างร้ายแรง

สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพพนักงานรถไฟ อ้างเหตุผลที่รถไฟหยุดวิ่งกะทันหัน เนื่องจากหัวรถจักรและอุปกรณ์ ต่างๆมีสภาพไม่สมบูรณ์
หากยังวิ่งต่อไป ผู้โดยสารอาจเกิดอันตราย

จึงต้องหยุดเดินรถเพื่อตรวจสอบสภาพหัวรถจักรทุกคัน

ถ้าการรถไฟฯไม่ซ่อมแซมหัวรถจักรและอุปกรณ์ต่างๆให้ได้มาตรฐานสากล พนักงานขับรถไฟก็จะไม่ยอมปฏิบัติงาน

คืออ้างความปลอดภัยผู้โดยสารเป็นเงื่อนไขต่อรอง

แถมยังเพิ่มแรงกดดัน โดยพนักงานขับรถและพนักงานเดินรถได้ยื่นใบลากิจและลาป่วยพร้อมกันเกือบ 100 คน

เป็นการอ้างสิทธิ์ลากิจลาป่วยเพื่อหยุดเดินรถไฟพร้อมกันหลายขบวน

พฤติกรรมอย่างนี้ ถ้าเกิดครั้งแรกก็ยังพอทำใจ แต่นี่มันเกิดขึ้นซ้ำๆซากๆจนประชาชนเอือมระอา

ภาพลักษณ์รถไฟไทยที่ติดลบอยู่แล้ว ก็ยิ่งติดลบจั๋งหนับบุเรงนอง

"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องผ่าตัดใหญ่การรถไฟฯกันซะที เพราะมันเกินจุดที่ประชาชนจะอดทนอีกต่อไป

รถไฟไทยเป็นสมบัติของประชาชนทุกคน ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพนักงานรถไฟที่จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ

ถ้าคุณจะทะเลาะกันเองก็อย่าใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน

อย่าเอาความเดือดร้อนของผู้โดยสารรถไฟเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ความจริงเรื่องนี้ก็ชัดเจนว่าเป็นปัญหาต่อเนื่องจากอุบัติเหตุรถไฟตกรางที่สถานีเขาเต่า ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต บาดเจ็บกันหลายสิบคน

ผลการสอบสวนพบว่า อุบัติเหตุเกิดจากความบกพร่องของพนักงานขับรถเป็นส่วนสำคัญ

ฝ่ายบริหารจึงลงโทษพนักงานขับรถขบวนที่เกิดอุบัติเหตุด้วยการไล่ออกจากงาน

ตรงนี้อาจทำให้พนักงานรถไฟบางส่วนเกิดความไม่พอใจ ก็เลยมีการชุมนุมขับไล่ ผู้ว่าการการรถไฟฯที่หน้ากระทรวงคมนาคม

และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็เกิดกรณีขบวนรถไฟสายใต้หยุดเดิน

ล่าสุด "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ประกาศว่า รัฐบาลจะปฏิรูปการรถไฟฯครั้งใหญ่ ภายใน 3 สัปดาห์

โดยสั่งการให้ "โสภณ ซารัมย์" รมว. คมนาคม ไปทำแผนผ่าตัดโครงสร้างและแก้ปัญหารถไฟทั้งระบบ เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา

"แม่ลูกจันทร์" หวังว่าแผนผ่าตัดใหญ่ รถไฟไทยที่จะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. จะมีการปรับโครงสร้างระบบบริหารของการรถไฟฯที่ล้าหลังเป็นเต่าล้านปี ให้มีความทันสมัยแบบเดียวกับธุรกิจเอกชน

ต้องปรับระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ มีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง

ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้รถไฟหยุดวิ่งโดยไม่มีเหตุจำเป็น

ต้องพัฒนาจิตสำนึกคนรถไฟให้เน้นการบริการประชาชนเป็นสำคัญ

ต้องแยกโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ออกจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

ต้องลงทุนพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ และจัดหาหัวรถจักรใหม่ทดแทนหัวรถจักรเก่า สำหรับวิ่งในสายยาว

ข้อสำคัญ ต้องเปิดให้เอกชนลงทุนเดินรถไฟในบางเส้นทาง

ถ้าขืนยังผูกขาดแบบนี้ ก็มีแต่เจ๊งลูกเดียว.

แม่ลูกจันทร์

สะสางสมบัติการรถไฟ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_40833

"ไม่เอาแล้ว ไม่พูดแล้วเรื่องป๋าเปรมไม่ยุ่งด้วยแล้ว อย่าไปอะไรกับท่านเลย ปล่อยท่านไป ท่านอายุมากแล้ว สงสารท่าน"

หวานซ่อนขมอยู่ลึกๆ


ในอารมณ์ที่ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ว่าที่แม่ทัพใหญ่พรรคเพื่อไทย ได้จังหวะส่งสารตอบกลับ "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แบบนิ่มๆตามสไตล์

แต่แปลไทยเป็นไทยอีกนัยหนึ่งก็คือ อย่าไปถือสาคนแก่

ที่แน่ๆโดยปมที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ "บิ๊กจิ๋ว" ยังจำหนังสือตัวแดง "ไม่ว่าง" ที่ "ป๋าเปรม" ตอบกลับ เมื่อครั้งติดต่อขอเข้าลาบวช ผ่านทาง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารใกล้ชิดประธานองคมนตรี


ลีลาเซียนเฒ่าระดับเจ้ายุทธจักร เขาหยั่งกำลังภายในกันในที

เหมือนเบาๆ แต่จริงๆแล้วซัดกันหนักเลย

"ป๋าเปรม-บิ๊กจิ๋ว" หลบกันไปเลี่ยงกันมา ถึงจุดเผชิญหน้ากันตรงๆแล้ว


และก็เป็นอะไรที่เข้าจังหวะ "เขี่ยไฟโหมโรง" กับคิวป่วนของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เจ้าประจำที่งัดมุกเก่าอาละวาดประท้วงหยุดเดินรถ

ทิ้งผู้โดยสารตกค้างกลางทางอย่างไม่ไยดี


อ้างกันทื่อๆ หยุดเพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงหัวรถจักรเพื่อความปลอดภัย เพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่ชำรุดทรุดโทรม อ้างโยงต่อเนื่องกับเหตุที่ทำให้รถไฟตกรางที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

โยงมาเป็นคนละเรื่องเดียวกัน


และโดยจังหวะที่ออกอาละวาดกันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนี่แหละ ที่มันน่าเอะใจ แม้ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จะออกตัวบอกปัด ยังไม่เห็นเบื้องหน้าเบื้องหลังเกมประท้วงของสหภาพการรถไฟฯ

แต่หลังฉากที่โยงกันอยู่ระหว่างตัวแกนนำสหภาพรถไฟฯ กับแกนนำระดับขาใหญ่ ม็อบพันธมิตรฯที่เป็นอดีตคนรถไฟ

มันก็เป็นอะไรที่เชื่อมโยงกันอยู่


ที่แน่ๆโดยสูตรของเกมเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวประกัน โดยเงื่อนไขมันก็ถอดแบบ ไม่ได้แตกต่างไปจากการบุกปิดสนามบิน สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติส่วนรวมนับแสนล้านบาท

มุกเก่าที่จับทางกันได้

แต่บังเอิญเล่นกันจนเฝือ คนดูไม่ตลกด้วย


ผลก็อย่างที่เห็นๆ ประเมินจากทิศทางข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ จับอารมณ์ของประชาชนที่ต้องเดือดร้อน

จากการถูกทิ้งขว้างตกค้างอยู่ตามสถานี บางคนตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานรถไฟ ทวงถามความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ต้องสูญไป

โดยกระแสส่วนใหญ่เชียร์ให้ยกเครื่อง ปฏิรูปใหญ่การรถไฟฯ

หมดความอดทนกับมุกของสหภาพรถไฟฯที่เอะอะก็ยึดเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวประกัน ต่อรองผลประโยชน์ เพื่อตัวเอง

ยังยึดติดว่า รถไฟเป็นสมบัติของตัวเอง นึกจะทำอะไรกันก็ได้


ตามอำเภอใจ

เกมป่วนซ้ำซาก รอบนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ


เบื้องต้นเลยคำตอบอยู่ที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จะรับมุกยังไงกับคิวกระแสตีกลับ เสียงเชียร์ให้ลุยยกเครื่องใหญ่การรถไฟฯ

ก่อนจะเจ๊งกันไปใหญ่

ลูกไหลเข้าทางแล้ว จะเล่นเป็นหรือเปล่า


เอาเป็นว่า อันดับแรกกับเผือกร้อนที่กองอยู่ตรงหน้า โครงการแอร์พอร์ตลิงค์ รถไฟฟ้าเชื่อมกลางเมืองกรุงเทพฯกับสนามบินสุวรรณภูมิที่ยังคาราคาซังกับปัญหาหวงก้างของสหภาพฯ เปิดใช้การไม่ได้ทั้งที่สร้างเสร็จแล้ว ทดลองวิ่งกันจนเก่า

"โสภณ" ต้องตอบโจทย์ให้ได้


ก่อนจะมองไกลไปถึงคำถามโคตรยาก คิวสางปัญหาการขาดทุน ซ้ำซากในการรถไฟฯ ปรับปรุงระบบบริการให้ได้มาตรฐานสากล

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ไอ้ที่เล่นบทขึงขัง ขู่ฮึ่มๆจะฟันกันท่านั้นท่านี้

ถ้าสุดท้ายแล้วเป็นมวยล้ม จบตรงที่เกี้ยเซียะ ต่อรองผลประโยชน์ลงตัวแล้วก็เจ๊ากันไป เหมือนที่ได้ใจประท้วงจับเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นตัวประกันเรื่อยมา

มีหวังเจอก้อนอิฐปา โดนโห่ไล่ทั้งยวงแน่.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แนวรบ-แนวร่วม

ที่มา ไทยรัฐ

ปรากฏการณ์ที่อดีตนายทหารลงมาเล่นการเมืองกันเป็นรุ่นๆ ปรากฏการณ์ที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลงสนามการเมืองแบบเต็มตัวอีกครั้ง ไม่เป็นแค่โซ่ข้อกลาง ให้ถูกถากถางต่อไป จะเป็นปรากฏการณ์แก้ปัญหาวิกฤติชาติที่ต้องจับตา

หนามยอกเอาหนามบ่ง

เพราะวิกฤติการเมืองที่กลายเป็นวิกฤติบ้านเมืองกัดกร่อนความเป็นประเทศไทยให้เหลือน้อยลงทุกที ดังนั้น การที่จะแก้ปัญหาวิกฤติเหล่านี้ได้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ใช่การเมือง ที่จะต้องแก้ด้วยการเมือง แต่เป็นวิกฤติที่จะต้องแก้ด้วยวิกฤติ

ความพยายามของ พล.อ.ชวลิตที่จะลงมาเป็นกาวใจ เป็นโซ่ข้อกลาง มีจุดอ่อนตรงที่ไม่มีอำนาจพอที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งอำนาจที่ว่านั้นก็คือ อำนาจจากประชาชน และต้องเป็นประชาชนจำนวนมากพอที่จะทำให้เกิดพลังขึ้นมาพอที่จะมีการเปลี่ยนแปลงได้

อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ดังนั้น การระดมสรรพกำลังของ พล.อ.ชวลิตครั้งนี้จึงเป็นการทุ่มเทสุดกำลัง แสดงถึงภาวะผู้นำในสงครามครั้งสุดท้าย เพื่อแก้ไขวิกฤติทั้งหมด
บนหนทางที่ว่าเพื่อเป็นการต่อรองเจรจาให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่ที่ตั้ง เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่ง ความเป็นประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องกันใหม่หรือจำเป็นต้องรบให้แตกหัก

ถ้าจะพูดไปแล้วในระหว่างนี้ความนัยระหว่าง พล.อ.ชวลิตกับป๋า น่าจับตามากที่สุด บางอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวย่อมมีอะไรที่ล้ำลึก ไม่ใช่เพราะมีข้อมูลใหม่ที่จะทยอยออกมาเป็นระลอก

เพราะข้อมูลสำคัญถูกเปิดเผยไปแล้ว ในเวทีชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล แต่น่าจะเป็นอาการของคนที่ร่วมทางมาด้วยกันมากกว่า

ต้องยอมรับว่าขั้วการเมือง มีจุดร่วมและจุดต่าง ที่คลุมเครือจากเงื่อนไขภาคบังคับและตัวบุคคล ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา พรรคพันธมิตร

เป็นเบี้ยที่กระจัดกระจายในกระดาน

ส่วนขุน โคน ม้า กำลังถูกกดดันให้เปิดหน้าออกมาปะทะกันโดยตรง ภาพของลับ ลวง พราง เริ่มจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหลักตรรกะที่ว่า ความลับไม่มีในโลก ความจริงย่อมหนีความจริงไม่พ้น

จึงเกิดแนวร่วมและแนวรบใหม่ขึ้นมา สู้กันด้วยข้อมูล ความลับ และพลังมวลชน ไม่ใช่แค่เพื่อชิงอำนาจเบ็ดเสร็จเท่านั้น แต่เพื่อรักษาพื้นที่ของแต่ละฝ่ายเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

จะด้วยสันติวิธีหรือแตกหักเท่านั้น.

หมัดเหล็ก

ก๊วนตท.10ซบ พท. แม้วขอบคุณ 'เพื่อนไม่ทิ้งกัน'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_40847

"จิรสิทธิ์" นำร่อง "พรชัย-พฤณฑ์” เตรียมไขก๊อก รับราชการไม่รุ่ง ช่วยพรรค "เพื่อนแม้ว" ก๊วนเตรียมทหารรุ่น 9-10 ฐานอำนาจเก่า "ทักษิณ" โฟนอินขอบคุณ "เพื่อนไม่ทิ้งกัน"มาร่วมอุดมการณ์การเมือง ...

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า หลังจากที่ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหมและ แกนนำเตรียมทหารรุ่น 10 ที่เป็นผู้ประสานงานเพื่อนร่วมรุ่นในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตีที่ประเทศดูไบ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้ พล.อ.อ.สุเมธ ได้นัดหารือ เพื่อน ตท.10 ประชุมหารือที่โรงแรม เอสซี ปาร์ค เพื่อกำหนดท่าทีในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันนี้ (20 ต.ค.) นี้ เวลา 11.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในการหารือครั้งนี้มี นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด เบื้องต้นมีผู้แสดงความจำนงสมัครเข้าเป็นสมาชิกประมาณ 35 คน ในส่วนของกองทัพอากาศ จะให้ พล.อ.อ.สุเมธ เป็นผู้ประสานงานรวบรวมรายชื่อ ในส่วนของกองทัพบก มอบหมายให้ พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี เป็นผู้ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ร่วมกับครอบครัวของสมาชิก ตท.10 ด้วย โดย ระหว่างงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุย โดยขอขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ไม่ทิ้งกัน และยังสมัครใจที่จะเข้ามาร่วมอุดมการณ์ในการร่วมงานทางการเมืองเพื่อทำ ประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

สำหรับรายชื่อ ตท.10 ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกประกอบด้วย พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล อดีตแม่ทัพน้อยที่ 1 ตท.10 ที่เคยเป็นคู่แคนดิเดท กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในการขึ้นชิงเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.เสรณี รัตนชื่น อดีต รอง .ผบ.นทพ. กับ พล.ต.ท. ฉลอง สมใจ อดีต ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.บุญเลิศ นันทวิศิษฐ์ อดีต รองผบช.ภ.1 อย่างไรก็ตาม ในงานครั้งนี้ พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต อดีต ผบ.พล.1 รอ.ซึ่งคุมกำลังช่วงปฏิวัติ 19 ก.ย. แต่ไม่สามารถต้านการรัฐประหารได้ พร้อมทั้ง พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีต ผช.ผบ.ทบ.ที่เคยมีข่าวก่อนการรัฐประหารว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะดันขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แทน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็มาร่วมงานด้วย แต่ทั้งคู่ยังอยุ่ในราชการ กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจลาออก เพื่อมาร่วมพรรคเพื่อไทยนอกจากนั้น

นอกจากนี้ ยังมีชื่อ ตท.10 ที่แสดงความประสงค์ในการสมัครเข้าพรรคประกอบไปด้วย พล.อ.สิงห์ทอง พลอยแดงกัปตันศิริเดช จุลเปรมะ พล.อ.ท. โฆษก ประคลองทรัพย์ พล.อ.ท.พงศธร บัวทรัพย์ พ.อ.ดร. วรสิทธิ์ อุชัย พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัศมี เป็นต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของเตรียมทหารรุ่น9 ที่จะทยอยพรรคเพื่อไทยตาม พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีต รองผบ.ทบ. จาก ตท.9 เช่น พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. โดย ตท.9 เคยเป็นฐานอำนาจเดิมของ พล.อ.ชวลิต เมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งมีรายงานว่า มีสมาชิกของ ตท.9-10 อีกหลายคนถูกทาบทามให้เข้ามาร่วมงาน และ ส่วนใหญ่สนใจที่จะมาเล่นการเมืองในพรรคเพื่อไทย

รายงาน: เมื่อนักการทูตอังกฤษตกม้าตาย

ที่มา ประชาไท

ไม่ใช่เพียง “บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ อาหารอร่อย” และ “กุ๊ย” เท่านั้นที่กลายเป็นชนักติดหลังนักการทูตไทยรายหนึ่งกระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยในเวลาไม่นานให้หลัง
แต่เรื่อง “พูดไม่ทันคิด” หรือ “คิดไม่ทัน(คำ)พูด” ก็กลายมาเป็นประเด็นร้อนๆ กระหนาบหลังนักการทูตเมืองผู้ดีในเวลานี้เมื่อสำนักข่าวบีบีซี หยิบเอาจดหมายอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการของบรรดา ‘ท่านทูต’ มาเปิดเผย และพบถ้อยคำที่เกินความคาดหมายหลายกรณี
หนึ่งในนั้นคือเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ. 2508-2510 ซึ่งระบุว่า “คนไทยไม่มีวรรณกรรม ไม่มีภาพวาด ที่จะมีก็คือดนตรีท่วงทำนองแปลกๆ ประติมากรรม เครื่องปั้นดินเผา และนาฏศิลป์ที่หยิบยืมมาจากที่อื่น ส่วนสถาปัตยกรรมก็มีรูปแบบเดียว และการตกแต่งภายในก็น่าเกลียด”
เรื่องที่พูดไมได้และไม่ได้พูดระหว่างดำรงตำแหน่ง
แอนดรูว์ ไบรสัน แห่งเรดิโอ โฟร์ บีบีซี รายงาน ความเพลี่ยงพล้ำของนักการทูตอังกฤษ ในจดหมายอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ระบุว่าทูตอังกฤษที่กำลังจะทำการอำลาตำแหน่งมีอิสระอย่างเต็มที่ที่กล่าวถึงสิ่งตนต้องการจะกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา รัฐบาลหรือแม้แต่เรื่องทางการทูตก็ตาม ทว่า มีทูตหลายคนที่กลายเป็นอัศวินตกม้าตายตอนจบด้วยการพูดถึงประเทศที่ตัวเองดำรงตำแหน่งแบบเสียหาย
ข้อมูลซึ่งเป็นเสมือนรอยด่างแห่งวงการทูตอังกฤษนี้ เผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุช่อง 4 บีบีซี ในวันที่ 20 ต.ค. เวลา 9.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่รายงานดังกล่าวเผยแพร่จดหมายอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการของเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศต่างๆ ซึ่งดำรงตำแหน่งทางการทูตในช่วงปี 2508-2549 แต่จดหมายบางฉบับของตัวแทนทางการทูตของอังกฤษกลับแสดงทัศนคติด้านลบต่อประเทศที่เคยไปประจำการ และบรรดาประเทศที่ถูกโจมตีในจดหมาย ก็มีประเทศไทยอยู่ด้วย
สุนทรพจน์ในจดหมายอำลาตำแหน่งของ "เซอร์แอนโทนี รัมโบลด์" อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ช่วงปี 2508-2510 วิพากษ์วิจารณ์สังคมไทยว่า
“ผู้ที่กล่าวว่าคนไทยไม่มีอะไรให้นำเสนอคงเป็นคนที่ขาดความละเอียดอ่อนหรือไม่ก็คงเป็นคนเคร่งเครียดจริงจัง แต่มันเป็นเรื่องจริงที่คนไทยไม่มีวรรณกรรม ไม่มีภาพวาด ที่จะมีก็คือดนตรีท่วงทำนองแปลกๆ ประติมากรรม เครื่องปั้นดินเผา และนาฏศิลป์ที่หยิบยืมมาจากที่อื่น ส่วนสถาปัตยกรรมก็มีรูปแบบเดียว และการตกแต่งภายในก็น่าเกลียด
“แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการพนันและการตีกอล์ฟถือเป็นความสุขอย่างยิ่งสำหรับคนรวย และกิเลสตัณหาถือเป็นความสุขอันดับต้นๆ ของพวกเขาทั้งหมด”
ส่วนสุนทรพจน์อื่นๆ ของอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษ ซึ่งแสดงความเห็นโจมตีประเทศที่ตนเคยไปดำรงตำแหน่ง ได้แก่ นายโรเจอร์ พินเซนต์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำนิคารากัว ระบุในจดหมายอำลาเมื่อปี 2528 ว่านิคารากัวเป็นประเทศที่มีแต่คนไม่ซื่อสัตย์ ป่าเถื่อน และขี้เหล้าเมายามากที่สุดในทวีปละตินอเมริกา
ด้านลอร์ด มอแรน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงออตาวา เมืองหลวงของแคนาดา เขียนจดหมายเมื่อปี 2527 ระบุว่าคนแคนาดาไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ “ใครก็ตามที่มีความสามารถพอประมาณในด้านวรรณกรรม การแสดง สกี หรืออะไรก็ตาม ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นคนสำคัญของชาติได้”
การทูตที่ดีถูกลืมไปแล้ว
อย่างไรก็ดี สุนทรพจน์อำลาตำแหน่งที่ปรากฏในจดหมายของอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษมิได้มีแต่การแสดงทัศนคติเชิงลบต่อประเทศอื่นๆ เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทางการทูตของอังกฤษอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน
เซอร์ไอวอร์ โรเบิร์ต อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอิตาลีเมื่อปี 2549ระบุว่า “การทูตที่ดีถูกลืมไปหมดแล้ว เพราะนโยบายต่างประเทศของอังกฤษถูกแทรกแซงโดยตลาดหุ้น กลุ่มทุน และบรรดาที่ปรึกษาของฝ่ายบริหาร”
เดมกลินน์-อีวานส์ อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำโปรตุเกส ระบุเมื่อปี 2547ว่ารัฐบาลอังกฤษไม่ควรทำตามความต้องการของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยการเข้าร่วมสงคราม เพราะอังกฤษควรยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องแม้จะสุ่มเสี่ยงกับการถูกอเมริกาเกลียดชังก็ตาม
การส่งจดหมายอำลาตำแหน่งทางการทูต (Valedictory)เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษซึ่งดำเนินมายาวนานเกือบ 50 ปี รายงานดังกล่าวระบุว่า ทูตทั้งหลายมีโอกาสที่จะพลาดพลั้งในการเขียนจดหมายอำลาตำแหน่ง เนื่องเพราะปราศจากความกังวลว่าจะถูกตอบโต้ หรือลงโทษ และหลายๆ คนก็ใช้โอกาสในการทำพลาดพลั้งนั้นด้วยน้ำมือของตัวเอง
“พวกเขารู้ตัวดีในสิ่งที่ตัวเองเลือกจะพูด ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำด้านนโยบายต่างประเทศ หรือจะเป็นเกร็ดตลกๆ หรือแม้แต่การกล่าวประณาม” ตามธรรมเนียมแล้ว จดหมายอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการจะถูกเผยแพร่ไปกว้างขวาง โดยจะถูกทำสำเนาเป็นร้อยๆ ฉบับแจกจ่ายให้อ่านกันในรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมการส่งจดหมายอำลาตำแหน่งทางการทูตเพิ่งถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2549 เนื่องจากสุนทรพจน์ในจดหมายของเซอร์ไอวอร์ โรเบิร์ตหลุดออกสู่สาธารณชนผ่านทางอินเตอร์เน็ต สื่อมวลชนจึงพากันเสนอข่าวโจมตีอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการทูตที่เกี่ยวข้องกับการแสดงทัศนคติด้านลบทั้งหมด
สำนักข่าวบีบีซีได้ร้องขออำนาจศาลเพื่อเรียกดูจดหมายทั้งหมดโดยอ้างกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาลและนำข้อความบงตอนมาเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ข่าวของบีบีซี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศอื่นๆ รวมถึงบล็อกเกอร์ทั่วโลกได้นำข่าวดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อทางอินเตอร์เน็ตจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในเว็บบอร์ด
สำหรับทัศนคติด้านลบต่อประเทศไทยที่อดีตทูตอังกฤษได้แสดงไว้ในจดหมายอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการนั้น ควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษคนปัจจุบันระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับความเห็นส่วนตัวของอดีตทูตอังกฤษเมื่อปี 2510 โดยกล่าวว่า
"ผมเคยมาทำงานที่สถานทูตอังกฤษเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยังคงหวังที่จะกลับมาเป็นทูตที่ประเทศไทย
เพราะรู้สึกประทับใจในประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวัฒนธรรมไทยซึ่งมีคุณค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของศิลปกรรม, ปฏิมากรรม , สถาปัตยกรรม, ดนตรี และการฟ้อนรำ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก ทูตทุกคนที่ประจำในประเทศไทยต่างรู้สึกดีใจเมื่อเห็นความสวยงามของประเทศไทย เสน่ห์และอัธยาศัยไมตรีอันดีงามของคนไทยทุกคน"