WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 22, 2009

สหภาพกับการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

โดย หมัดเหล็ก

อาการเคลื่อนไหวใน การรถไฟแห่งประเทศไทย ทำให้นึกไปถึงการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ก่อนเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬเมื่อปี 2535 ต้องยอมรับว่าสหภาพรัฐวิสาหกิจมีบทบาททั้งการเมืองและการทหาร ความเคลื่อนไหวของสหภาพแต่ละครั้งมีพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง

บางครั้ง การปฏิวัติรัฐประหาร ก็ต้องใช้การเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เป็นตัวนำร่องผู้นำสหภาพรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีเพาเวอร์ ยิ่งรวมตัวกันเคลื่อนไหวในนามสหภาพรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทยเมื่อไหร่ ก็เชื่อขนมกินได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองแน่นอน

ในอดีตไม่ว่าจะเป็น คุณอาหมัด ขามเทศทอง คุณทนง โพธิ์อ่าน คุณชูพงศ์ ถี่ถ้วน คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข และใครต่อใครอีกหลายคน เป็นที่รู้จักกันดี

สหภาพรถไฟจะเป็นแกนหลักเพราะเป็นรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ยามศึกสงครามต้องใช้รถไฟในการขนส่งยุทโธปกรณ์ต่างๆ ต่อมาก็เป็นการไฟฟ้า การประปา รถเมล์ บขส. รสพ.ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการคมนาคมของประเทศนัดหยุดงานทีก็ปั่นป่วนวุ่นวายไปทั้งประเทศ

ต่อมาสมัยที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกฯ ได้สั่งให้ดำเนินการสลายกำลังของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ไม่ให้มีอำนาจในการเคลื่อนไหวที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงทั้งของรัฐบาลเองและทั้งของประเทศ แก้ไขทั้งกฎหมายและตัวบุคคลมีแกนนำรัฐวิสาหกิจหลายคนที่หายสาบสูญ บางคนก็แปรพักตร์ทำงานให้กับรัฐบาลและกองทัพ ในลักษณะของผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าอุดมการณ์

นับตั้งแต่นั้นมาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจก็ค่อยๆหมดบทบาท

แม้สถานภาพของสหภาพรัฐวิสาหกิจยังคงอยู่ แต่ก็เป็นการต่อสู้เรียกร้องในองค์กร หรือบางครั้งก็อาจจะเพื่อสหภาพเองด้วยซ้ำไป ต่อรองได้แค่ผู้บริหารในองค์กร เป็นเรื่องของผลประโยชน์ไปฉิบ

การกลับมามีบทบาทของ สหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย เที่ยวนี้ ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกี่ยวโยงกับการเมือง อีกส่วนหนึ่งเป็นผลพลอยได้ในการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในการรถไฟ

เชื่อว่าจะมีการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในการรถไฟ หรือถึงขั้นจะปฏิรูปการรถไฟ หรือจะทำตามข้อเสนอของสหภาพแรงงาน ปัญหาก็ไม่มีทางยุติ

เพราะนี่คือการเมืองย้อนยุค

คนที่คิดมุกนี้ขึ้นมาได้ก็ต้องเป็นคนย้อนยุค สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองทีละน้อย สบโอกาสเปิดช่องเมื่อไหร่ วงจรอุบาทว์ได้ทีตีปีก เข้ามาฮุบอำนาจสมดังตั้งใจ.

'เสธ.หนั่น'แทรกคิว?

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_41338

สนั่น

จาก "กะหรี่การเมือง" มาถึง "เอาโสเภณีร่วมรัฐบาล"

โดยมาตรฐานที่อวดอ้างตัวเองว่าสูงส่งของคนยี่ห้อประชาธิปัตย์ แต่ตรงกันข้าม กลับสะท้อนจิตใจเบื้องลึกเบื้องต่ำ ฝักใฝ่อยู่กับอาจม ในอารมณ์เหยียบย่ำดูถูกคนอื่น ไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังกอดคอหนีวาระสุดท้าย

สัญญาณของการกลับสู่ที่นั่งฝ่ายค้านดักดาน ใกล้เข้าไปทุกขณะ

แต่ทั้งหมดทั้งปวงตามสถานการณ์มาถึงตรงนี้ กับปรากฏการณ์ฝุ่นตลบทางการเมือง ทั้งเรื่องศึกในพรรคประชาธิปัตย์ และศึกนอกที่สหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟฯ เปิดเกมประท้วงหยุดเดินรถ

ศึกนอกปะทุหนัก ศึกในปะทะรุนแรง

สังเกตว่า มีชื่อหนึ่งโผล่ขึ้นมามีเอี่ยวทั้ง 2 รายการ

โดยเสียงเพรียกหา "เสธ.หนั่น" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา

ทางหนึ่งแกนนำสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟฯ ก็เรียกร้องให้นั่งเป็นคนกลาง ในการเจรจาข้อพิพาท ยุติการประท้วง นัยว่า ใจถึงพึ่งได้ น่าจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่า

เบื้องต้นเลยมันก็น่าเอะใจ ในเรื่องของการเจาะจง

และในทันทีทันใดก็มีเสียงกระแอม ดักคอไปถึงขบวนการหลังฉาก "เสธ.หนั่น" ที่ถูกมองเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของรถไฟ

พวกที่ขับรถไถเพ่นพ่านในช่วงต่อสัญญาเช่าที่ดินกับห้างใหญ่แถวๆลาดพร้าว

โยงใครเชื่อมกับก๊วนไหน พอจะไล่แกะรอยกันได้

แต่ที่แน่ๆ โดยผลที่มองข้ามช็อตได้ ถ้าการเจรจาเป็นไปตามโปรแกรม สุดท้าย สหภาพการรถไฟฯเลิกประท้วง ยอมกลับมาเดินรถตามปกติ

เครดิตก็ย่อมตกอยู่ที่ "เสธ.หนั่น"

ในทางตรงข้าม ภาพก็จะไปข่มบลัฟนายกฯอภิสิทธิ์ในฐานะผู้นำที่ไร้ภาวะ จัดการทีเด็ดทีขาดไม่ได้ ขณะที่ค่ายภูมิใจไทยในฐานะเจ้าของโควตากระทรวงคมนาคมรับผิดชอบโดยตรง ก็ไม่มีน้ำยา

ต้องพึ่งพระเอกขี่ม้าขาว

ฉากฮีโร่เนียนๆแบบนี้ "เสธ.หนั่น" เคยได้รับเสียงปรบมือมาแล้ว เมื่อครั้งที่สหภาพการรถไฟฯรวมหัวประท้วงแผนปฏิรูป ป่วนมาแล้วรอบหนึ่ง

ใครเขียนบท ใครกำกับ "อภิสิทธิ์" คงกำลังหาคำตอบอยู่

ตัดฉากมาดูอีกทางหนึ่ง ก็มีการไล่เช็กปรากฏการณ์เฮี้ยวๆของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ที่กล้าเปิดศึกปะทะซึ่งๆหน้ากับ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล

กินดีหมีจากที่ไหนมา

ไล่ที่มาที่ไป ปรากฏว่า นายชาญชัยก็คือขุนศึกสายบ้านสนามบินน้ำ คนสนิทของ "เสธ.หนั่น" ที่เคยฟาดฟันกับกลุ่มผลัดใบภายใต้การบัญชาเกมของ "เทพเทือก" เมื่อครั้งเปิดศึกชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคระหว่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ยื้อยุดฉุดกระชากจนชัยชนะตกเป็นของนายบัญญัติ

แต่สุดท้าย "บัญญัติ" ก็ไปไม่รอด ต้องยอมถอยจากเก้าอี้หัวหน้าพรรค พร้อมๆกับกลุ่มทศวรรษใหม่ถูกสลายกำลัง เหลือแต่ ตอที่ยังไม่ตายดี

และก็เป็นอะไรที่ทำท่าจะฟื้นขึ้นมา

จากการอาศัยหัวเชื้อเกมแก้รัฐธรรมนูญ จอมเก๋าอย่างนายบัญญัติเปิดเกมหักเหลี่ยม "เทพเทือก" แสดงอาการขวางลำ ไม่เอาด้วยกับข้อตกลงที่นายกฯอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ไปตกปากรับคำกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะการแก้กติกากลับไปเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว

ดึงแนวร่วม ส.ส. "นกแล" ที่กลัวสอบตกมาเป็นพวก

"บัญญัติ" เสียงดังขึ้นมาทันตา

และโดยการอาศัยจังหวะเพลี่ยงพล้ำของ "เทพเทือก" ที่กำลังตกที่นั่งร้อนๆโดนคนในพรรคหมั่นไส้ ระแวงปันใจให้คนนอกพรรคแต่พวกเดียวกัน มากกว่าคนในพรรค

ล้ออาถรรพณ์ประชาธิปัตย์ เลขาธิการพรรคต้องมีอันเป็นไปทุกคน

"เทพเทือก" เซถลา "บัญญัติ" หุ้นดีดกลับ และนั่นก็เลยเป็นที่มาของเสียงแว่วๆ "เชนคัมแบ็ก" กับโปรเจกต์ใหญ่ของสายทศวรรษใหม่ ทวงอำนาจในประชาธิปัตย์

"เสธ.หนั่น" อยากกลับมาตายรัง

คล้อยตามข่าววงในที่เซียนเลือกตั้งจับอาการได้ สังเกตวงนัดเลี้ยงแกนนำตัวจริงเสียงจริงของพรรคร่วมรัฐบาล ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา "บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา จะหนีบมาแค่ "เสี่ยตือ" นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล มือขวาในคาถา นั่งประกบ

"เสธ.หนั่น" ถูกตัดออกจากสารบบ "หลงจู๊".

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ศาลยกคำร้องขอเพิกถอนหมายจับแรงงานไทรอัมพ์ กรณีชุมนุมร้อง รบ.แก้ปัญหาเลิกจ้าง

ที่มา ประชาไท

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.52 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความจากเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเพื่อเพิกถอนหมายจับแรงงานสหภาพไทรอัมพ์ฯ 2 คน กรณีชุมนุมเมื่ออวันที่ 27 ส.ค.52 เพื่อทวงถามการแก้ปัญหาเลิกจ้างจากรัฐบาล ซึ่งทีมทนายความและผู้ต้องหา รอฟังคำสั่งถึง 14.00 น. จากนั้นศาลมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนหมายจับ จึงยกคำร้องของผู้ต้องหาทั้งสอง

ทนายความจากเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิฯ กล่าวว่า ไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากตามกฎหมายแล้วกำหนดให้ศาลต้องทำการไต่สวนเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ แต่ครั้งนี้ศาลไมได้ไต่สวน กลับออกคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนหมายจับ

ทนายความเห็นว่า การที่ศาลไม่ไต่สวนแต่กลับมีคำสั่งเลย ไม่ชอบด้วยกฎหมายคือ ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. 2548 และตามรัฐธรรมนูญต้องให้สิทธิผู้ต้องหา หรือจำเลยได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ ได้แสดงพยานหลักฐาน ศาลควรรับฟังพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ทีมทนายระบุจะยื่นอุทธรร์ต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป

ทั้งนี้ ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. 2548 ข้อ 24 ระบุว่า “เมื่อมีเหตุที่จะเพิกถอนหมายจับหรือหมายค้น ให้เจ้าพนักงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง รายงานหรือแจ้งให้ศาลที่ออกหมายทราบโดยเร็ว ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้พิพากษาไต่สวนและมีคำสั่งเป็นการด่วน เมื่อผู้พิพากษา มีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับหรือหมายค้นแล้ว ให้ผู้พิพากษาแจ้งให้เจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องอาจร้องขอให้ผู้พิพากษาออกหลักฐานการเพิกถอนหมายจับหรือหมายค้นนั้นให้ก็ได้"

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร มาขอเข้าพรรคเื่พื่อไทย

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย




ผมว่าพวกพันธมิตรคงปั่นปวนจนดูไม่จืดไปต่างๆ กันนะครับ เพราะสะพรั่งคือวีรบุรุษ ของกลุ่มพันธมิตร

ตอนนี้เราเห็นอาการ "กระโดดเรือ" ของบริวารอำมาตย์ทั้งหลาย ที่พอจะประเมินอนาคตได้ว่า สัญญาณสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้ว ถึงไม่ฉลาดเท่าใด ก็พอมองอนาคตอันไม่ไกลนี้ได้ว่า "แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใกล้จะมาถึงแล้ว"

ไม่สละเรือวันนี้แล้วจะสละวันไหน เราจึงเห็นการ เหมารถปรับอากาศ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ฐานอำนาจที่โดดเด่นในอนาคต กันใหญ่โตอย่างนี้

ที่จริง หากมีการ "ดึงตัวสะพรั่ง กัลยาณมิตร" มาเข้าพรรคเพื่อไทย ผมว่าก็คงเกิดแรงสั่นสะเทือนกันอย่างมหาศาลแน่นอน

น่าจะเป็นยุทธการที่ลองดูกันบ้าง เราจะเห็นภาวะเสียขวัญในหมู่บริวารอำมาตย์กันอย่างรุนแรง

ผมฟันธง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ไม่ได้เป็น ผบ.ทบ.อย่างแน่นอน

เพราะอนุพงศ์ เผ่าจินดา เกษียณอายุในปี 2553

ตอนนี้ พล.อ.เปรม เข้าประตูสวรรค์ไม่ได้แล้ว แค่เยิ่ยมกรายไปฝั่งธนยังไม่ได้ อำนาจในการ "จัดโผทหาร" จึงหมดไป ประตูสวรรค์าทางไปฝั่งธน โดนปิดตายแล้ว

พล.อ.เปรม จะกลายเป็น "หมาหัวเน่า" ในวงการทหารภายในเวลาอันไม่นาน เพราะไม่มีทหารประจำการคนใด ที่จะกล้ารับเผึอกร้อนนี้แล้วอย่างแน่นอน

พล.อ.เปรม จึงกลายเป็นทหารแก่ ที่ดิ้นจนน่าสงสารอย่างที่สุด

เขากลายเป็นผู้ไม่มีฐานทางการเมืองมากที่สุดไปแล้ว

กลุ่มการเมืองที่น่าสงสารที่สุดในตอนนี้คือ กลุ่มเนวินครับ

มาซื้อหุ้นในขณะที่ตลาดกำลังตกนะครับ จะกลายเป็นกลุ่มการเมืองที่โดนทำลายอย่างไม่อาจเลี่ยงพ้น

ผมเดาว่า อาจมีการทรยศในกลุ่มเนวินเองก็ได้

ส่วนรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น หากพ้นเดือนธันวาคม มีสัญญาณอะไรที่ชัดเจนแล้ว

แค่พรรคของคุณบรรหาร ถอนตัวเพื่อชำระแค้น รัฐบาลนีก็จบแ้ล้วครับ

ซึ่งพรรคเพื่อไทย อาจเลี่ยงพื้นที่ให้กลุ่มบรรการสัก 30 ที่นั่ง คุณบรรหารก็ได้ชำระแค้นกลุ่มอำมาตย์ได้แล้ว

วันนี้ "เมื่อสัญญาณแผ่นดินไหว" ชัดเจนขึ้น อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2009, 11:56:50 pm โดย ลูกชาวนาไทย »

…หลักสูตรการทรยศชาติ สาขาวิชาการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย…

ที่มา thaifreenews

โดย ปลายอ้อกอแขม

ครั้นจะไม่พูดถึง “คนทรยศชาติ” ที่กำลังฮิตฮ็อตเสียเลยก็จะตกเทรนด์ไป เพราะสังคมที่เป็นสังคังกำลังวิเคราะห์กันขนานใหญ่ถึงการเป็นผู้ทรยศชาติ ซึ่งคำๆนี้หลุดออกมาจากปากของท่านเอกอัครมหารัฐบุรุษของพวกเรา ..พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

แต่ก่อน ผมเข้าใจว่า การจะเป็นผู้ทรยศชาติ หรือประสงค์ร้ายต่อชาตินั้น จะต้องจบ “หลักสูตรว่าด้วยการทรยศชาติ” ด้วยสาขาวิชาต่างๆ เช่น สาขาวิชาการพวกค้ายาเสพติด สาขาวิชาการแบ่งแยกดินแดนเช่นพวกโจรใต้ สาขาวิชาปิดสนามบินและยึดทำเนียบ สาขาวิชาใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น สาขาวิชาการก่อจลาจลและล้อมรัฐสภา เป็นต้น ..เป็นความรู้เดิม

เดี๋ยวนี้ ได้ทราบจากท่านเปรมของผมว่า บัดนี้ ท่านได้กรุณาบรรจุสาขาเพิ่มเติมลงไปในหลักสูตรการทรยศชาติอีกหนึ่งสาขาวิชา นั่นคือการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ..สาขาใหม่

หลักสูตรวิชาการทรยศชาติว่าด้วยการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ท่านเปรมคิดขึ้นมานั้น เป็นถือเป็นหลักสูตรใหม่ล่าสุดที่ท่านเปรมของผมต้องการจะเปิดสอน “บิ๊กจิ๋ว”เพื่อนเลิฟเมื่อสอง-สามวันก่อน แต่กลับกลายเป็นวิชาที่หลายคนอยากเรียนกันเป็นแถวๆ ..ล่าสุด ! ไม่เว้น ตท.10 อีกจำนวน 52 คนที่ย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย

การทรยศต่อชาติของท่านเปรมของผมนั้น ก็คือการเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แม้คำนี้จะพูดถึงบิ๊กจิ๋วคนเดียว แต่ความหมายก็คือ ท่านเปรมต้องการจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยคือพรรคที่ทรยศต่อชาติ ฉะนั้น สส.พรรคเพื่อไทยก็คือ สส.ที่ทรยศชาติ ความหมายของมันยังขยายไปถึงประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ก็คือประชาชนที่ทรยศชาติด้วยเช่นกัน ..รวมผมอยู่ด้วยแน่นอน !

ยังไม่รู้เหมือนกันว่าหลักสูตรนี้จะเปิดสอนในมหาวิทยาลัยแห่งใดของไทย ใครจะเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชา แต่ถ้าให้เดาก็น่าจะเปิดที่นิด้าโดยมีท่านศาตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์เป็นอาจารย์ประจำวิชา ..น่าเรียนเป็นอย่างยิ่ง

การที่ท่านเปรมเป็นโต้โผออกมาประกาศชัดอย่างนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าท่านเปรมต้องการเปิดศึกกับประชาชนอีกฝ่ายที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งทำให้ข้อสงสัยต่างๆที่ยังคลุมเครือเกี่ยวกับพล.อ.เปรมยิ่งชัดจน แจ่มแจ๋ว และคมชัดว่าท่านคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ..ที่สำคัญเป็นการตอกย้ำความแตกแยกระดับสูงอีกระลอก

ผมไม่ทราบในใจท่านเปรมคิดอะไรอยู่ แต่คำพูดที่หลุดออกมานั้น มันได้ทำให้คนทั้งประเทศหลับตาปี๋ แยกเขี้ยว ยิงฟันสั่นหัวกันเป็นระนาว เพราะไม่นึกว่าคนระดับประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษผู้บรรลุนิติภาวะแล้วอย่างท่าน จะสามารถพูดจาออกมาได้ขนาดนี้ ..หมดกัน !

ท่านเปรมใช้ “เท้าถีบ”คนฝั่งตรงข้ามเหย็งๆชนิดเมามันส์ ส่วนปากก็พล่ามพูดเป็นต่อยหอยว่า “ผมไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ผมเป็นกลาง” บ่งบอกถึงการกระทำที่สวนทางกับคำพูดอย่างชัดเจนอย่างนี้ ..ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ ?

ผมได้ยินสปอร์ตโฆษณาเป็นเสียงของท่านเปรมที่เปิดตามวิทยุ เชิญชวนให้คนไทย“แทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”อยู่บ่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า “การแทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”นั้น ..เป็นอย่างไร ?

ด้วยการอยู่บ้านหลวงฟรีๆหรือ? ใช้เงินภาษีของชาวบ้านจ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟค่าอาหารอย่างสบายใจหรือ ? ใช้ตำแหน่งของตนไปเป็นที่ปรึกษาของเอกชนรับเงินเดือนๆละเป็นล้านๆหรือ ? ด้วยการเอาทหารระดับยศต่างๆมาเป็นทหารรับใช้ส่วนตัวเช่น พล.อ.พะจุณณ์อย่างนั้นหรือ ? ด้วยการเที่ยวแทรกแซงองค์กรต่างๆโดยอ้างสถาบันอย่างนั้นหรือ ?..ใช่มั๊ยครับ ?

ถ้า “การแทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”อย่างที่ท่านพูด แล้วกลับมีพฤติกรรมการกระทำที่ผมกล่าวมาแล้วละก็ ผมก็คงหมดโอกาสเป็นคนดีทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ..ยอมเป็นคนทรยศชาติอยู่อย่างนี้

แต่ท่านครับ “การแทนคุณแผ่นดินด้วยการเป็นคนดี”อย่างที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้ แถวๆบ้านผมเขาไม่เรียกคนอย่างนี้ว่า “คนดี”หรอกครับ !!!

“ชวลิต”บินกัมพูชาพบฮุนเซน ปัดคุยกรณีพระวิหาร

ที่มา thaifreenews

“ชวลิต”บินกัมพูชาพบฮุนเซน ปัดคุยกรณีพระวิหาร

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยก่อนเดินทางไปพบ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ของประเทศกัมพูชา ว่า ตนไปตามคำเชิญของสมเด็จฮุนเซน ในฐานะเพื่อนเก่า โดยได้ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ทหารคนสนิทเป็นผู้ประสานให้ ทั้งนี้โดยส่วนตัวตน คงไม่หยิบยกกรณีข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหารขึ้นมาหารือ ขึ้นอยู่กับสมเด็จฮุนเซน ซึ่งตนยินดีที่จะช่วยรัฐบาล อย่างไรก็ดี ตนเห็นว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระองค์ที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากที่สุด เนื่องจาก พระองค์ท่านทรงเสด็จทรงงานและเคยประทับอยู่ที่ประเทศกัมพูชา จนชาวกัมพูชารู้จักและเคารพพระองค์มาก โดยปัญหาที่เกิดขึ้นของ ทั้ง 2 ประเทศ อาจเกิดจากความเข้าใจผิดเล็กน้อย ซึ่งตนเชื่อว่า ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ จะไม่เปลี่ยนแปลง

พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวถึง กรณีที่ อดีตนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 10 เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยวานนี้ว่า มีบางคนแหย่ว่า พรรคเพื่อไทย กำลังจะตั้งกองทัพขึ้นมาเสียเอง โดยหลังจากนี้จะมีผู้ใหญ่ที่เคยทำงานให้กับบ้านเมือง แต่อาจไม่เป็นที่รู้จักเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนมุ่งหวังที่จะช่วยประเทศ ขณะที่ตนก็ไม่ได้หวังที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่หลายฝ่ายระบุ เพียงแต่ต้องการทำหน้าที่ของสมาชิกพรรคให้ดี

บัวแก้วเตือน “บิ๊กจิ๋ว” อย่าปากโป้งนำข้อมูลลับราชการบอกฮุนเซน

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผช.รมว.ต่างประเทศ กล่าวเตือน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินทางไปพบ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในวันนี้ว่า หากจะไปพูดอะไรในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเขาพระวิหารกับผู้นำกัมพูชา ก็ควรให้ข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลของทางกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ควรนำข้อมูลลับของทางราชการไปบอกกับผู้นำกัมพูชาโดยเด็ดขาด หรือหากจะเป็นเรื่องอื่นก็ขอให้เป็นเรื่องที่ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศเอาไว้

www.dailyworldtoday.com/hotnews.php

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(22ต.ค.):กราบแทบเท้า พณะฯสว(ะ)คลำนูน สิทธิสัดหมามาอย่างแรง

ที่มา Thai E-News


ชาวไทย:เฮ้อ!ทำไมพวกกระผมต้องเปลี่ยนเสื้อบ่อยจัง
ขุนศึกไทย:ก็เพราะพวกอั๊วอยากให้พวกลื้อใส่เสื้อที่สะอาดสุดๆหนะสิ แล้วพวกอั๊วก็เป็นคนที่เมตตาหามาให้พวกลื้อใส่ซะด้วย


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันพหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2552 ขึ้น 4 ค่ำเดือน 12 วันนี้หุ้นตกอีกแล้ว เอ้า!มีใครเป็นอะไรอีกหละครับพี่น้อง ว่าแล้วก็อยากฮาพวกที่ตามล่าคนทุบหุ้นซักที คุณพี่ครับคนในวงการหุ้นเขากำลังขำว่าพวกพี่นี่ปล่อยไก่ซะหมดเล้า วงการเขาว่างี้ครับ"คนปวดท้องอึ พระจะสึก คนท้องแก่จะคลอด หุ้นจะตกมันเป็นเรื่องปกติ จะไปห้ามจะไปอั้นมันไม่ได้หรอก" คือมันจะตกก็ต้องตกก็แค่นั้นเอง ไม่มีข่าวมันก็ตก เรื่องของตลาดหุ้นเป็นอย่างนี้นี่เอง คือพอตกหนักหรือขึ้นแรง "ข่าว"จะโผล่มาอธิบายตอนหลังว่าทำไมตกหรือขึ้น...ไม่ใช่ว่าพอมีข่าวแล้วมันก็เลยขึ้นหรือตก***

***โทษคนโน้นคนนี้ทุบหุ้น อพิโถ!พูดยังกับคลำนูน สิทธิสัดหมา กับสมชาย แสวงกาม ไม่เคยเล่นหุ้นซะยังงั้น หันไปหันมาไม่รู้จะไปลงที่ไหนไปโทษอาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ เวรกรรม!คุณใจแกเป็นนักสังคมนิยมครับ เกลียดตลาดหุ้นที่เป็นหัวใจทุนนิยมอย่างกับขี้ แกไม่เอาไม้สั้นมารันขี้ให้เสียพะยี่ห้อมาร์คซิสม์ของแกหรอก***

***ปกติ"นักข่าวชาวรากหญ้า"เป็นคนพูดจาสุภาพนะครับ แต่เจอพวก สว(ะ)แบบนี้ เที่ยวพูดพล่อยๆป้ายขี้ให้คนโน้นทีคนนี้ทีแบบดำน้ำบุ๋มๆๆๆ แหนเต็มหัว แล้วเสือกมั่วไปเรื่อย มั่วไม่มั่วเปล่า จะหาคุกหาตารางหาเรื่องหาคดียัดให้คนที่พวกมันป้ายสีแบบมั่วๆนี่ ขออภัยที่ไม่สุภาพ 1 วัน***

***พอรู้ว่าไปทางอาจารย์ใจน่าจะผิดคน นายคลำนูน สิทธิสัดหมา เลยหันมาทางสื่อฝ่ายประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่โตว่า มีขบวนการปล่อยข่าวตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค. โดยมีการปล่อยข่าวในเว็บไซต์ต่างๆ เช่น เสรีชน ประชาไท และไทยอีนิวส์ และขบวนการนี้ยังได้ฟอร์เวิดเมลล์ข้อความต่างๆ ไปยังกลุ่มบุคคลทั้งในเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ซึ่งทางกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า ขบวนการดังกล่าวอาจต้องการให้ เกิดเรื่องนี้ขึ้นในวันที่ 14 ต.ค. โดยโยงไปให้คิดในเชิงสัญลักษณ์พ้องกับเหตุการณ์ 14 ตุลาในอดีต ซึ่งส่งผลเสียหายต่อประเทศไทย โดยผ่านเครือข่ายนักเล่นหุ้น เชื่อมต่อไปยังสำนักข่าวต่างประเทศจึงได้กำหนดดีเดย์ในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเชื่อว่าหากมีการสืบสวนตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างจริงจัง รัฐบาลจะหาผู้เกี่ยวข้องในขบวนการได้***

***อะไรมันจะฮาขนาดนี้ คนที่เกี่ยวข้องกับ14ตุลาก็ต้องเป็นคลำนูนซีครับ เพราะเป็นนักศึกษาหัวเอียงซ้ายนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ จนได้เป็นเลขาธิการศูนย์นักศึกษาสมัยโน้น มันจะมาเกี่ยวอะไรกับไทยอีนิวส์ แต่ก็ต้องขอขอบคุณที่เอ่ยชื่อมาเต็มปากเต็มคำ ผมลองเข้าgoogleไปเสิร์ซหาคำว่า"ไทยอีนิวส์"หลังจากท่านคลำนูนพูดโฆษณาเวบให้นั้นมีคนคลิ้กหาคำนี้ 5,700,000กว่าๆ จากก่อนหน้านั้นมีคนหาคำนี้ไม่ถึงหมื่น...กราบขอบพระคุณคร๊าบท่านสว(ะ)เปรมตั้ง***

***ถามทีเหอะสื่อทั้งหลาย ไอ้ที่ลือๆว่ามีคนทุบหุ้น ทั้งที่มั่วโคตรๆ เป็นการประจานตัวเองว่าพวกคุณไม่รู้เรื่องหุ้นกันซักนิด ให้คนเล่นหุ้นเขาทุเรศนี่นะ ทีของจริงๆแบบที่ไทยอีนิวส์เล่นข่าวมา2วันแล้วเรื่องที่คนเครือเนชั่นไปพูดปั่นหุ้นผิดกฎหมายออกสื่อของตัวเอง มีโทษจำคุก2ปี ผิดทั้งพรบ.หลักทรัพย์ ผิดทั้งประกาศกลต. ทำไมพวกคุณเงียบเป็นเป่าสาก...ไหนตอบมาซักคำดิ๊***

***ผิดกันเต็มๆตีนเลยนะครับที่กนกทำ เพราะเป็นผู้บริหารบริษัทNBCที่กำลังนำเสนอขายหุ้นใหม่ ทั้งเมียของกนกก็เป็นกรรมการบริษัท แล้วไปพูดออกสื่อของตัวเองทางเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นชี้นำว่า"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องหากใครจองหุ้นNBC แค่ปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว" แถมวันนี้เนชั่นทำผิดซ้ำเขียนหน้าจอทีวีเบ้อเร่อบอกไว้ว่า"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"แล้วให้เบอร์โทรไว้เสร็จสรรพ โดยไม่ได้ขึ้นคำเตือนว่า"การลงทุนมีความเสี่ยง"ตามประกาศกลต. ของอย่างนี้สื่อเทวดาอย่างพวกคุณทำอะไรไม่ผิดใช่ไหม เพราะเป็นพวกกองเชียร์รัฐบาลอภิสิทธิ์ และเพราะพวกคุณมีอภิสิทธิ์ฐานันดรสี่ เอาหละในชั้นนี้กลต.ยังไม่ลงดาบ ก็ยกประโยชน์ให้ว่า ยังไม่รู้เรื่อง งั้นพวกเราโทรไปบอกกลต.หน่อย ที่ 0-2263-6000 หรืออีกทางก็แจ้งไปทางออนไลน์ คลิ้กร้องเรียนกลต. ***


***ช่วงนี้ประชุมอาเซียน ผู้นำเพื่อนบ้านเขารุมฉีกหน้ารัฐบาลหุ่นเชิดอำมาตย์กันคึกครื้น วานก่อนพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยไปพบ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุนเซ็นบอกว่าในฐานะเพื่อน ผมรู้สึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง ประสบเคราะห์กรรม แต่ผมกับทักษิณยังเป็นเพื่อนกัน ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ประเทศมานาน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ผมมีความรู้สึกเจ็บปวดในเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทย ผมและคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องนี้ ภรรยาผมถึงกับร้องไห้ และมีความเห็นที่จะสร้างบ้านให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาอยู่ในกรุงพนมเปญ ในฐานะเพื่อนอย่างมีเกียรติ ***

***วันก่อนเบิร์ธเดย์จักรภพ เพ็ญแข มิตรร่วมรบจัดงานบุญให้ที่สนามหลวง ถือโอกาสเลี้ยงข้าวคนด้อยโอกาสเร่ร่อนที่สนามหลวงไปในตัว พร้อมกันนั้นก็มีแฟนๆมาชุมนุมอวยพรวันเกิดกันคึกครื้น คุณจักรภพเลยพูดอะไรไปหลายเรื่อง ลองคลิ้กตามนี้ครับ http://www.mediafire.com/download.php?05mlgtznkym ตอนหนึ่งจักรภพบอกว่า ช่วงประชุมอาเซียนซัมมิทนี้กษัตริย์บรูไนที่เสด็จมาร่วมประชุมในฐานะผู้นำประเทศได้ปฏิเสธที่จะอยู่โรงแรมที่รัฐบาลไทยจัดให้ โดยไปพักที่บ้านพักตากอากาศหัวหินของอดีตนายกฯทักษิณแทน นี่ไม่แปลว่า พระองค์ท่านกำลังตบหน้ารัฐบาลหุ่นเชิด กับอำมาตย์ชักไย และยังยอมรับคุณทักษิณว่าเป็นบุคคลที่ยังมีความชอบธรรมทางการเมืองอยู่อีกรึ?!***

***พล.ท.มนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 10 (ตท.10) ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพรรคพวกแห่เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น 52 คน ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อนายทหารและตำรวจระดับสูง ตท.10 เข้าพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมที่จะเผชิญกับแรงบีบคั้นทุกรูปแบบที่คิดจะทำลายเพื่อไทยและทักษิณ โดยเฉพาะอำนาจนอกระบบ หรือแม้แต่ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญจากบ้านสี่เสาเทเวศร์ พูดไว้ชัดๆด้วยว่า
"ฝ่ายตรงข้ามเรา พวกอำนาจนอกระบบ ผู้มีบารมีทั้งหลายกำลังมีปัญหาเรื่องอายุขัย ถามว่าวันนี้อายุเท่าไหร่แล้ว อยู่อีกไม่นาน ท่านเกินอายุขัยแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว จะอยู่ได้นานขนาดไหน ผู้มีบารมีและอำนาจนอกระบบที่คิดจะมาทำอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทย วันนี้จะอยู่ได้อีกไม่นาน บิ๊กป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.) ก็กำลังหาทางลง ทุกอย่างมันใกล้จบแล้ว"
...ฟังแล้วหนาวไหมหัวโจกอำมาตย์***

***ข่าวสังคมดีๆของพี่น้องเสื้อแดง กลุ่มนครนายกแดงสัมพันธ์เพื่อปชต. ขอเชิญสมาชิกเสื้อแดงใน อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ และ อ.ปากพลี เข้าร่วมประชุมหารือ การสร้างเครือข่ายและปลูกผังประชาธิปไตยแบบสากลแท้ๆ ในระดับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ในวันเสาร์ที่ 24 ตค. เวลา 10.00 น. ณ สวนอาหารติดแอร์ ครัวสะพานเหล็กบ้านท่าแดง ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก พร้อมกันกับ เวลา 13.30 น.เรียนเชิญเสื้อแดงในจังหวัดใกล้เคียงและผู้สนใจ ร่วมฟังบรรยายพิเศษ เรื่องปชต.สากลแท้ๆแบบกินได้ โดยอาจารย์ชูพงศ์ ถี่ถ้วน งานนี้ฟรี แล้วแต่น้ำใจช่วยกันสอบถามรายละเอีอดได้ ที่ลุงโกร่ง 080-641-5979 คุณจิราภา 089-803-9932 ลุงต้อม 080-555-5072***



งานเลิกทาสทางความคิด ปฏิรูปประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ-ทางไทยอีนิวส์เคยลงวันที่ผิดว่างานจัด22ตุลาฯ อันนี้ขออภัยอย่างแรง ขอแก้ให้ถูกเป็นวันศุกร์23ต.ค.13.00-17.00น. ร.ร.รัตนโกสินทร์ บัตร300บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล และครอบครัวลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ฟังรศ.ดร.ธเนศร์ อาภรณ์สุวรรณ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเพสัช ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จอม เพชรประดับ จรัล ดิษฐาอภิชัย ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ สมบัติ บุญงามอนงค์ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฮาเมอร์ ซาลวาลา จองที่นั่งโทร.084-0910707/089-5127566/084-9174023/085-8196127



***งานใหญ่งานยักษ์ เครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี-โอท็อป (SMOT) จัดงาน “SMOT Fair ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมอินทรา (ชั้น 4) ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 20.00 น.

กำหนดการจัดงาน “SMOT Fair ครั้งที่ 2”

สถานที่-ณ โรงแรมอินทรา (ชั้น 4) ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

วันเวลา-เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 20.00 น.

10.00 – 10.45 น. การแสดงตีกลองสะบัดชัยของคณะนักเรียนโรงเรียนอมรินทราราม

10.40 – 11.00 น. วีดิทัศน์แนะนำ SMOT และกำหนดการ

11.00 – 12.30 น. ปาฐกถา “เศรษฐกิจไทยและเอสเอ็มอี-โอท็อปจะฟื้นตัวได้อย่างไร” โดยดร.ปานปรีย์ มหิทรานุกร

12.30 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง-กาแฟ

13.00 – 14.00 น. ดนตรีโดยคุณจำรัส เศวตาภรณ์

14.00 – 14.30 น. ทิศทางการขับเคลื่อนและอนาคตของ SMOT

ดร.ปริวรรต สาคร ประธาน SMOT

14.30 – 16.00 น. การเสวนา “ความหวังและโอกาสของคนไทยต่อเศรษฐกิจปี 2553”

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง

รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดยคุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ

16.00 – 16.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง-กาแฟ

16.30 – 18.00 น. การเสวนา “คนเสื้อแดงกับประชาธิปไตยทางด้านเศรษฐกิจ”

นายแพทย์เหวง โตจิราการ

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา

18.00 – 19.00 น. การแสดงดนตรีโดยคุณวิสา คัญทัพ และคุณไพจิตรอักษรณรงค์

19.00 – 19.30 น. พิธีมอบของที่ระลึกให้กับผู้อุปการคุณ

20.00 น. ปิดงาน


ในงานพบกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอี-โอท็อป เช่น ผ้าไหม เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน หัตถกรรม และอาหารประเภทต่างๆ จำนวนกว่า 100 ร้าน***

***ท่านที่จะไปงานหรือออกร้านติดตอด่วนจี๋ได้ที่ฝ่ายเลขานุการ SMOT โทรศัพท์หมายเลข 02-4111818 และ 083-2983182 สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ smotthailand@gmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน และติดตามรายละเอียดที่เวบไซต์ www.smotthai.com***

***ท่านที่ต้องการเผยแพร่ข่าวคราวกิจกรรม หรือกำหนดการงานนัดหมายต่างๆทั้งส่วนรวม ส่วนตัว ธุรกิจการค้าสารพัดสารพันงานบุญงานบวช บอกมาได้ที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"อีเมล์ thaienews@googlegroups.com แล้วเราจะตีข่าวให้ฟรีๆไม่คิดสตังค์ แถมมีคนรออ่านอยู่ทั่วโลกหลายล้านคนคะร้าบ***

เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม

ที่มา Thai E-News






สื่อเทวดาเย้ยกฎหมายอีกแล้ว-เนชั่นทีวีขึ้นข้อความ"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย(ดู ลิ้งค์)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ตุลาคม 2552


เอาอีกแล้วสื่อกระบอกเสียงมาร์คเย้ยกฎหมาย คราวนี้โฆษณาโต้งๆให้คนจองซื้อหุ้นใหม่เครือเนชั่นผ่านNATION TVพร้อมเบอร์โทรเสร็จสรรพ ฝ่าฝืนประกาศกลต.ที่ออกกฎเข้มต้องมีข้อความคำเตือน"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง"ควบคู่กัน หลังโดนแฉกนกพูดปั่นหุ้นจองซื้อแล้ว"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"หากไม่มีอภิสิทธิ์คุ้มหัวมีโทษจำคุก2ปี เผยทำน่าเกลียดเพราะกนกเป็นผู้บริหาร ตั้งเมียเป็นนอมินีคุมบอร์ดNBC แต่ใช้สิทธิ์ในฐานะคนสื่อพูดโฆษณาขายท้ากฎหมายโจ่งครึ่ม ชาวบ้านทนไม่ไหวแห่ร้องกลต.เร่งฟันทั้งหนกและลูกพี่หยุ่น


หลังจากที่ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือNBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"นั้น มาวันนี้ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นนายกนกได้ยุติการพูดโฆษณานี้แล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

คราวนี้เนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้เนชั่นกระทำผิดกฎหมาย โดยฝ่าฝืนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 18/2547ที่กำหนดไว้ชัดเจนดังนี้

ข้อ 10 การโฆษณาผ่านสื่อจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เสนอขายหลักทรัพย์ได้ส่งข้อความ หรือตัวอย่างสื่อที่จะใช้ในการโฆษณา แล้วแต่กรณี ให้สำนักงานพิจารณาก่อนเริ่มการโฆษณา และสำนักงานมิได้แจ้งทักท้วงเนื้อหาของการโฆษณาดังกล่าวภายในสามวันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สำนักงานได้รับข้อความหรือตัวอย่างสื่อนั้น

ปัญหามีอยู่ว่าเนชั่นทีวีได้ขออนุญาตกลต.เพื่อขอโฆษณาหรือยัง เพราะหากได้รับอนุญาตก็ต้องทำตามประกาศฉบับนี้ที่กำหนดไว้ว่าการโฆษณาดังกล่าว ต้องมีข้อความต่อไปนี้แสดงในโฆษณาอย่างชัดเจนด้วย


(1) ข้อความที่เป็นคำเตือนดังนี้ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน”


(2) ข้อความอื่นใดที่สำนักงานกำหนดตามความจำเป็นและสมควรแก่กรณี ทั้งนี้โดยคำนึงถึงการมีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับผู้ลงทุน ประกอบกับภาระต้นทุนของผู้เสนอขายหลักทรัพย์

ในการแสดงข้อความตามวรรคสอง ให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่ใช้ข้อความหรือภาพ ตัวอักษรของคำเตือนต้องมีความคมชัด อ่านได้ชัดเจน และมีขนาดไม่เล็กกว่าตัวอักษรปกติที่ใช้ในการโฆษณา และในกรณีที่โฆษณาดังกล่าวมิใช่ข้อความหรือภาพนิ่ง ต้องจัดให้มีการแสดงคำเตือน (display) ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบวินาที

(2) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่มีเฉพาะการใช้เสียง ต้องจัดให้มีการอ่านออกเสียงคำเตือน โดยมีระดับเสียงและความเร็วไม่แตกต่างจากการอ่านออกเสียงถ้อยคำทั่วไปที่ใช้ในการโฆษณานั้น

อนึ่งก่อนหน้านี้นายกนกได้พูดโฆษณาผ่านทีวีและวิทยุเนชั่นก็เข้าข่ายอาจฝ่าฝืนต่อประกาศกลต.ฉบับนี้ซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อ 4 ของประกาศฉบับนี้ โดยระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูล ไม่นอกเหนือไปจากข้อมูลที่ได้แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นต่อสำนักงาน โดยมีลักษณะหรือ วิธีการแสดงข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ไม่แสดงข้อความที่มีลักษณะดังต่อไปนี้


(ก) เป็นเท็จ เกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ข) เป็นการประมาณการผลตอบแทนจากการลงทุน เว้นแต่เป็นการประมาณการอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหลักทรัพย์จะได้รับตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
(ค) เป็นการประมาณการผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคตของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เว้นแต่เป็นการแสดงข้อความที่แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นต่อสำนักงาน
(ง) เป็นการชี้นำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขาย


ทั้งนี้ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลาราว09.10-09.15 นายกนกได้พูดออกทางรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นโดย
ได้โฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นจองNBC โดยชี้นำว่า"ดีมากครับหุ้นNBC คิดดูว่าขนาดคุณธีระก็ยังจองซื้อเป็นแสนหุ้น ผมก็จองซื้อเป็นแสนหุ้น ราคาก็แค่2.90บาทต่อหุ้น แค่2.90บาทครับ แล้วคิดดูว่าแค่ปันผลที่จะได้รับก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จองซื้อไว้ก็รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องครับ" โดยนายกนกย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง

ผิดกฎหมายด้วยน่าเกลียดด้วยเพราะกนก-เมียเป็นผู้บริหารบริษัทที่เสนอขายหุ้น



นอมินีของกนก-นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยาของนายกนกเป็นกรรมการของบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง(NBC) ส่วนนายกนกเป็นผู้บริหาร หรือแม้นายกนกจะให้นอมินีเป็นกรรมการบริษัทก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้นเมื่อกระทำผิด เพราะกฎหมายพรบ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1ระบุว่า"บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง"หมายถึงคู่สมรสของกรรมการบริษัทด้วย(ที่มาภาพ:บอร์ดบริษัทNBC)



เมื่อตรวจสอบจากเวบไซต์ของ NBC ก็ยังพบว่า นายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของNBCในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว(ดู ลิ้งค์ ) และนางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยานายกนก ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท(ดู ลิ้งค์ ) และยังเป็นกรรมการบริหารบริษัทอ้ีีกตำแหน่งหนึ่งด้วย( ดู ลิ้งค์ )

ทั้งนี้ NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นเรดิโอ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้

ท่านสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่วิทยุเนชั่น (คลิ้ก ) หรือเนชั่นทีวี ( คลิ้ก )

ทั้งที่นายกนกไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สามารถจะระบุคุณค่าหรือราคาที่เหมาะสม หรือแนะนำการลงทุนใดๆได้ หรือถึงเป็นนักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาตให้แนะนำการซื้อขายหุ้นได้ ก็ต้องบอกถึงความเสี่ยงต่างๆประกอบด้วย โดยที่ก.ล.ต.มักกำหนดให้แจ้งผู้ลงทุนว่า"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนพึงศึกษาจากรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน และใช้วิจารณญาณในการลงทุน"

ที่สำคัญนายกนกกระทำลงไปดังกล่าวนี้ ยังเสี่ยงเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535หมวด 8 ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ กำหนดไว้ดังนี้

-มาตรา 238 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

-มาตรา 239 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็นการแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว

-มาตรา 240 ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง


ทั้งนี้ในมาตรา 296ร ะบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 238 มาตรา 239 มาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้นๆได้รับเพราะการกระทำผิดดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นอกจากนั้นบริษัทNBCอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย เพราะมาตรา80กำหนดไว้ว่า การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์จะต้องไม่ใช้ถ้อยคำ หรือข้อความเกินจริง

มาตรา280 ระบุว่า ผู้กระทำผิดตามมาตรา80ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายชี้ทำตัวน่าเกลียดไม่เหมาะสมต้องโดนเฉดหัวพ้นผู้บริหารด้วย

ทั้งนี้ต้องนับว่านายกนกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงตามกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1 เพราะนายกนกมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร มีคู่สมรสคือภรรยาเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการบริหารบริษัท ดังนั้นอาจเข้าข่้ายกระทำผิดมาตรา89/3ซึ่งกำหนดไว้ว่า"ต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการบริษัทมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น" ซึ่งมาตรา89/4กำหนดให้พ้นตำแหน่ง เมื่อกระทำผิดดังกล่าว และจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

มาตรา89/9 วรรค3กำหนดด้วยว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารนั้น ต้องกระทำไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจนั้น

เชิญร่วมร้องเรียนกนกปั่นหุ้นและร้องให้เฉดหัวกับกลต.

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเครือเนชั่นมีพฤติการณ์ที่ใกล้ชิดเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลอาจเพิกเฉยต่อการกระทำผิดครั้งนี้
ท่านสามารถร้องเรียนพฤติการณ์นี้ทางออนไลน์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ได้ตามลิ้งค์นี้ ( คลิ้ก ร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์ )หรือโทรศัพท์ร้องเรียนทางโทรศัพท์ผ่าน Help Center ที่ 0-2263-6000


--------------------
ข่าวเกี่ยวเนื่องที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้:

*กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน
*ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
*ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!

ไทยอีนิวส์โพลล์:เสื้อแดงก้าวพ้นทักษิณแล้ว แต่อำมาตย์ยังแบกไว้หลังแอ่น รบปีศาจที่วาดกับมือ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ตุลาคม 2552

ผลการสำรวจล่าสุดของไทยอีนิวส์โพลล์ ชี้แนวโน้มคนเสื้อแดงก้าวข้ามประเด็น"ทักษิณ"ไปแล้ว โดยกว่า50%ชูข้อเรียกร้องหลักเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ เร่งนำรธน.40กลับมาใช้เร่งจัดเลือกตั้งใหมให้เสียงประชาชนชี้ขาด ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์และสมุนบริวารยังงมโข่งท่องคาถาเดิมว่าสู้"เพื่อทักษิณคนเดียว"


ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยอีนิวส์ได้สำรวจความคิดเห็นท่านผู้อ่านของเราในหัวข้อ"ภารกิจใดที่แกนนำเสื้อแดงควรเร่งทำก่อน" มีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้นจำนวน 2,085 ท่าน ผลการสำรวจเป็นดังนี้

-เร่งนำรัฐธรรมนูญปี2540กลับมาใช้ และเร่งจัดการเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนชี้ขาด จำนวน1,006 ท่าน คิดเป็น 48%
-รองลงมาเร่งเอาผิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และสมุนบริวารที่ทำลายประชาธิปไตย 330 ท่าน คิดเป็น 15%
-เร่งเอาผิดผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินและยึดทำเนียบรัฐบาลเพราะจวนครบ1ปีแล้ว 244 ท่าน คิดเป็น 11%
-เร่งสร้างสื่อครบวงจรเพื่อให้สามารถสู้ในสงครามข่าวสารกับสื่อเหลืองและสื่อหลักได้ 172 ท่าน คิดเป็น 8%
-เร่งสร้างเอกภาพในหมู่แกนนำเสื้อแดงให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน 167 ท่าน คิดเป็น 8%
-เร่งติดตามฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาบริหารประเทศ 60 ท่าน คิดเป็น 2%
-เร่งยกเลิกพรบ.ความมั่นคงและยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯและปลดปล่อยเหยื่อคดีหมิ่นฯ 57 ท่าน คิดเป็น2%
-เร่งประนีประนอมสมานฉันท์กับทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งภายในชาติ 49 ท่าน คิดเป็น 2%

ผลการสำรวจครั้งนี้มีข้อที่น่าสังเกตว่า ท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์ได้"ก้าวข้าม"ประเด็นทักษิณไปแล้ว คือการที่อดีตนายกฯทักษิณจะได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วกลับมาบริหารประเทศหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และน่าจะเป็นการตอบข้อครหาที่ฝ่ายเหลืองและอำมาตย์โจมตีว่าเสื้อแดงสู้เพื่อ"ทักษิณคนเดียว"นั้นประเมินผิดพลาด

ผลสำรวจนี้มีแนวโน้มที่จะชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายเสื้อแดงนั้นก้าวข้ามพ้น"ทักษิณ"ไปเป็นการต่อสู้ในเชิงหลักการ เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ นั่นก็คือการเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยปี40กลับมาใช้ และเร่งจัดการเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนชี้ขาดอนาคตของประเทศ

อนึ่งอดีตนายกฯทักษิณได้โฟนอินเข้ามายังที่ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาไม่อยากให้แกนนำเสื้อแดงหวังเกินไปว่าฎีกาพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้จะสำเร็จ แต่ขอให้คนไทยทุ่มเทการต่อสู้ไปที่การนำรัฐธรรมนูญปี40กลับมา และสร้างประชาธิปไตยขึ้นในประเทศเป็นหลัก อันสอดคล้องกับผลการสำรวจล่าสุดของไทยอีนิวส์

ศ.นพ.ประเวศ วะสี นักคิดปัญญาชนสำคัญของฝ่ายอำมาตย์ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงทักษิณวานก่อนนี้ โดยคงเนื้อหาสาระสำคัญว่าอดีตนายกฯทักษิณมีอิทธิพลชี้เป็นชี้ตายทำให้เกิดความสงบหรือปั่นป่วนในประเทศได้ หากทักษิณหวังดีต่อบ้านเมืองจริง ก็ต้องยุติความเคลื่อนไหวทางการเมืองเสีย(อ่านจดหมายเปิดผนึกประเวศ วะสีถึงทักษิณ คลิ้ก )

กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน

ที่มา Thai E-News


กนกกับนอมินี-ภาพคู่แต่งงานของกนกกับลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ซึ่งล่าสุดลักขณาเป็นกรรมการNBC หุ้นใหม่เครือเนชั่นที่กำลังเสนอขายต่อประชาชน ขณะที่กนกซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทด้วยได้ใช้บทบาทสื่อโหมโฆษณาผ่านทางทีวีและวิทยุเนชั่นเกินจริงให้คนซื้อแล้วจะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขัดแย้งทางผลประโยชน์ ที่สำคัญคือ"น่าเกลียด"!


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ตุลาคม 2552

ยิ่งสาวยิ่งโฉ่กรณีกนกใช้ทีวี-วิทยุเนชั่นปั่นหุ้นน้องใหม่เครือสุทธิชัยหยุ่นกลางอากาศ ชวนคนจองซื้อบอกใครจองจะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ทั้งที่ให้เมียเป็นนอมินีนั่งเป็นกรรมการบริษัท ขณะที่กนกเองก็มีตำแหน่งผู้บริหาร แต่ใช้สถานะสื่อคนเล่าข่าวไปตีปี๊บโฆษณาเกินจริง เผยผิดพรบ.หลักทรัพย์โทษจำคุก2ปี และต้องโดนเฉดหัวออกจากตำแหน่งผู้บริหารบริษัทด้วย แต่ยุคนี้ซี้มาร์คเป็นใหญ่เพราะเป็นกองเชียร์รายหลัก หากไม่อยากให้ลอยนวล ขอเชิญร้องเรียนกลต.ทั้งสายด่วนและออนไลน์ให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้ยังปกครองด้วยกฎหมายอยู่อีกหรือไม่?


นอมินีของกนก-นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยาของนายกนกเป็นกรรมการของบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง(NBC) ส่วนนายกนกเป็นผู้บริหาร หรือแม้นายกนกจะให้นอมินีเป็นกรรมการบริษัทก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้นเมื่อกระทำผิด เพราะกฎหมายพรบ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1ระบุว่า"บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง"หมายถึงคู่สมรสของกรรมการบริษัทด้วย(ที่มาภาพ:บอร์ดบริษัทNBC)


แฉกนกทั้งผิดกฎหมายโทษถึงคุก2ปี ทั้งทำตัวน่าเกลียด

หลังจากเมื่อวานนี้ไทยอีนิวส์ได้นำเสนอข่าวนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พูดโฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นน้องใหม่เครือเนชั่น คือบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC ในลักษณะ"เกินจริง"ว่าใครจองซื้อหุ้นตัวนี้"แค่ปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว รวยเละ รวยไม่รู้เรื่้อง" ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจฝ่าฝืนต่อกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

เมื่อตรวจสอบจากเวบไซต์ของ NBC ก็ยังพบว่า นายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของNBCในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว(ดู ลิ้งค์ ) และนางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยานายกนก ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท(ดู ลิ้งค์ ) และยังเป็นกรรมการบริหารบริษัทอ้ีีกตำแหน่งหนึ่งด้วย( ดู ลิ้งค์ )

ทั้งนี้ NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นเรดิโอ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้ แต่แล้วก็เกิดปัญหาหมิ่นเหม่การกระทำเข้าข่ายอาจผิดกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ขึ้น

เนื่องจากช่วงสายวานนี้(21ต.ค.)ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ทางเนชั่นทีวี และวิทยุเครือเนชั่น ช่วงเวลาราว09.10-09.15 น.ดำเนินรายการโดยนายกนก รัตน์วงศ์สกุล และนายธีระ ธัญไพบูลย์ นั้น หลังจากเล่าข่าวเรื่องการทุบหุ้นและโยงไปว่าอาจเกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรแล้ว นายกนกก็ได้โฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นจองNBC โดยชี้นำว่า"ดีมากครับหุ้นNBC คิดดูว่าขนาดคุณธีระก็ยังจองซื้อเป็นแสนหุ้น ผมก็จองซื้อเป็นแสนหุ้น ราคาก็แค่2.90บาทต่อหุ้น แค่2.90บาทครับ แล้วคิดดูว่าแค่ปันผลที่จะได้รับก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จองซื้อไว้ก็รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องครับ" โดยนายกนกย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง

ท่านสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่วิทยุเนชั่น (คลิ้ก ) หรือเนชั่นทีวี ( คลิ้ก )

ทั้งที่นายกนกไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สามารถจะระบุคุณค่าหรือราคาที่เหมาะสม หรือแนะนำการลงทุนใดๆได้ หรือถึงเป็นนักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาตให้แนะนำการซื้อขายหุ้นได้ ก็ต้องบอกถึงความเสี่ยงต่างๆประกอบด้วย โดยที่ก.ล.ต.มักกำหนดให้แจ้งผู้ลงทุนว่า"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนพึงศึกษาจากรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน และใช้วิจารณญาณในการลงทุน"

ที่สำคัญนายกนกกระทำลงไปดังกล่าวนี้ ยังเสี่ยงเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535หมวด 8 ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ กำหนดไว้ดังนี้

-มาตรา 238 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

-มาตรา 239 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็นการแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว

-มาตรา 240 ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง


ทั้งนี้ในมาตรา 296ร ะบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 238 มาตรา 239 มาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้นๆได้รับเพราะการกระทำผิดดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นอกจากนั้นบริษัทNBCอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย เพราะมาตรา80กำหนดไว้ว่า การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์จะต้องไม่ใช้ถ้อยคำ หรือข้อความเกินจริง

มาตรา280 ระบุว่า ผู้กระทำผิดตามมาตรา80ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายชี้ทำตัวน่าเกลียดไม่เหมาะสมต้องโดนเฉดหัวพ้นผู้บริหารด้วย

ทั้งนี้ต้องนับว่านายกนกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงตามกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1 เพราะนายกนกมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร มีคู่สมรสคือภรรยาเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการบริหารบริษัท ดังนั้นอาจเข้าข่้ายกระทำผิดมาตรา89/3ซึ่งกำหนดไว้ว่า"ต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการบริษัทมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น" ซึ่งมาตรา89/4กำหนดให้พ้นตำแหน่ง เมื่อกระทำผิดดังกล่าว และจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

มาตรา89/9 วรรค3กำหนดด้วยว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารนั้น ต้องกระทำไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจนั้น

เชิญร่วมร้องเรียนกนกปั่นหุ้นและร้องให้เฉดหัวกับกลต.

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเครือเนชั่นมีพฤติการณ์ที่ใกล้ชิดเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลอาจเพิกเฉยต่อการกระทำผิดครั้งนี้
ท่านสามารถร้องเรียนพฤติการณ์นี้ทางออนไลน์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ได้ตามลิ้งค์นี้ ( คลิ้ก ร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์ )หรือโทรศัพท์ร้องเรียนทางโทรศัพท์ผ่าน Help Center ที่ 0-2263-6000


--------------------
ข่าวเกี่ยวเนื่องที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้:

*ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
*ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!