WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, October 23, 2009

...บาทาลูบพักตร์...

ที่มา thaifreenews

โดย ปลายอ้อกอแขม

เห็นทีผมคงต้องเป็นธุระแทน 40 สว.ซึ่งนำโดยนายสมชาย แสวงการ และนางรสนาหน้าแป้น ที่จะต้องส่งเรื่องให้ กกต.จัดการสอบสวนฮุนเซ็นกรณีที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทักษิณที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เพื่อยุบพรรคพรรคประชาชนกัมพูชาของฮุนเซ็นให้สิ้นทราก ..เพราะยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านเลขที่ 111

และในทันทีก็จะส่งเรื่องให้ ปปช.ลงดาบสอบสวนการกระทำของฮุนเซ็นที่ย่ำยีหัวใจดวงน้อยๆและบอบบางของเหล่าแนวร่วมพันธมิตรผู้รักชาติยิ่งชีพเพื่อถอดถอนจากตำแหน่งนายกฯ ..ภายใน 3 วัน 7 วัน

จากนั้นไม่รอช้า ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเด็ดหัวฮุนเซ็นฐานหมิ่นศาลในข้อหา “รู้สึกสงสารและเห็นใจทักษิณที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง” และผิดรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 มาตราอะไรสักอย่างแล้วแต่จะหาพบ หรือไม่ก็หาเอาตามพจนานุกรมก็ได้ เพื่อเอาผิดฮุนเซ็น ให้ติดคุก ยึดทรัพย์ ริบเมีย ..เอ้อ ลืมไป ฮุนเซ็นเป็นเขมรนี่หว่า !

“จะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ในกัมพูชาอย่างสมเกียรติ จะมาเมื่อไรก็ได้ (ใครจะทำไม ?) “ ฮุนเซ็นบอก

“บาทาลูบพักตร์”ของฮุนเซ็นดอกนี้ สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของชุมชนคนเกลียดทักษิณ ชี้ให้เห็นว่าคนอย่างฮุนเซ็นไม่ได้ “แหยง”ไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์เลยแม้แต่น้อย ฮุนเซ็นย่ำยีรัฐบาลไทยตั้งแต่ด่าพ่อล่อแม่นายกฯอภิสิทธิ์ ท้าชกเหย็งๆอยู่แถวเขาพระวิหารเมื่อสองเดือนก่อน ยกสัมปทานพื้นที่ทับซ้อนให้ต่างชาติ และอีกมากมายตามแต่จะคิดได้อย่างสนุกสนาน ..อภิสิทธิ์หงอย !

ยิ่งได้เฮฮาพาทีกับเกลอเก่าอย่าง “บิ๊กจิ๋ว”ที่บินข้ามหัวอภิสิทธิ์ไปนอนกางมุ้งกินเหล้าขาวด้วยกันถึงริมทะเลสาบเขมรด้วยแล้ว ฮุนเซ็นก็เลยตั้งวงนินทาอภิสิทธิ์เป็นการใหญ่ แถมนินทามาถึงป๋าอันเป็นที่เคารพรักของบิ๊กจิ๋วด้วย ซึ่งบิ๊กจิ๋วก็มิได้ยินยอมให้ฮุนเซ็นนินทาป๋าแต่เพียงข้างเดียว พลอยผสมโรงนินทาป๋าไปด้วยอย่างเมามันส์ ..เล่นซะป๋าท้องอืด

ผมไม่แปลกใจที่ฮุนเซ็นจะแสดงน้ำมิตรกับทักษิณอย่างนี้ เพราะทักษิณเป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม ซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมาในการทำธุรกิจ และไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใดที่ทักษิณจะมีเพื่อนฝูงเป็นระดับมหาเศรษฐีและผู้นำทั่วโลก ..เพราะเขาเป็นคนน่าคบ

จึงไม่แปลกใจที่คนไทยส่วนใหญ่จะรักทักษิณ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทักษิณอยู่ในหัวใจคนไทยไม่มีวันลืมเลือน และยิ่งรักและสงสารมากขึ้นเมื่อถูกรุมกลั่นแกล้งรังแกอยู่ข้างเดียวอย่างที่เห็นๆทุกวันนี้ ทำให้นับวัน “พลัง”ของทักษิณยิ่งแข็งแกร่งและใหญ่โตมากขึ้นทุกขณะ ..ทักษิณจะเป็นตำนาน

ผมเชื่อว่า ไม่ใช่แต่ฮุนเซ็นเท่านั้นที่คิดอย่างนี้ ผู้นำประเทศในเอเชียคนอื่นๆ ก็คิดอย่างนี้กับทักษิณเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นลาว มาเลย์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย พม่า ญี่ปุ่น เกาหลีเหล่านี้ แต่ปัจจุบันเขายังคงไม่แสดงออกมาเท่านั้น เพราะเชื่อเหลือเกินว่าคนเหล่านี้มี แยกผิดแยกถูกได้จากผลประโยชน์ได้.. “มีศีลธรรมและความเป็นมนุษย์”

ฟ้าเริ่มสว่างขึ้น ๆเรื่อยๆ ลางร้ายของฝ่ายอธรรมเริ่มปรากฏชัดเข้าทุกทีจาก “บาทาลูบพักตร์”ของฮุนเซ็นเท่ากับประกาศให้รู้ว่า “ฮุนเซ็นคือเพื่อนแท้”ที่ไม่ทิ้งกันในยามยาก ผมอยากดูว่าจะมีใครบ้างที่อกแตกตาย ..จะคอยดู

ตอนนี้ ได้ข่าวแว่วๆว่า อังกฤษกำลังจะยกเลิกการห้ามทักษิณเข้าประเทศแล้วนะ ..เช็คข่าวด้วย !!!

มาร์ค พูด............fanny ขอ ตอบ

ที่มา thaifreenews

อินโฟเควสท์ (22 ต.ค. 52)


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาของชาติ
โดยเฉพาะปัญหาความ ล้มเหลวทางการเมืองที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคม ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสีเกิดขึ้นในประเทศ
ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 เดือนที่เข้ามาบริหารประเทศยังไม่สามารถยุติปัญหาดังกล่าวได้


"
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงมีบทบาทแน่นอน เพราะยังคงมีความมุ่งหมายที่จะกลับเข้ามามีอำนาจ โดยมีความพยายามที่จะล้มล้างคดีต่างๆ ซึ่งได้มีการตัดสินไปแล้ว
นั่น หมายถึงว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีการต่อสู้เพื่อเอาชนะคะคานให้ได้ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเปลี่ยน แปลงระบอบ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย
ขึ้น อยู่กับประชาชนคนไทยว่าจะมองสถานการณ์ตรงนี้ทะลุหรือไม่ อย่างไร....."นายกรัฐมนตรี ระบุในตอนหนึ่งของหนังสือ "อภิสิทธิ์คนเดิม บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี"ที่จะเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติช่วงบ่าย วันนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากวันหนึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งไป ก็อยากให้ประชาชนจดจำภารกิจที่ได้ทำในเรื่องการกอบกู้วิกฤติกับการสมานแผล หรือการทำให้การเมืองไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งเชื่อว่าถ้าทำได้อย่างนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว
แต่ถ้าคนจะมองเห็นด้วยว่า ทำสิ่งเหล่านี้ได้บนความซื่อสัตย์ไม่ละทิ้งอุดมการณ์พื้นฐานของตัวเองก็จะยิ่งวิเศษ
ซึ่งตนเองจะพยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ความสำเร็จในเรื่องดังกล่าวต้องดึงพลังส่วนดีของสังคมอออกมาให้ได้


ส่วน อนาคตทางการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังมีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการคลี่คลายความขัดแย้งในสังคม
รวมทั้งการสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน ซึ่งตลอดการบริหารประเทศที่ผ่านมานโยบายของรัฐบาลหลายเรื่องประชาชนสามารถ จับต้องได้และได้รับประโยชน์โดยตรง
และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยังทำ หน้าที่นำพรรคประชาธิปัตย์เข้าต่อสู้ในสนามเลือกตั้งต่อไป แต่ไม่คิดว่าจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคยาวนานเหมือนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค
เพราะคิดว่าขณะนี้เริ่มนับถอยหลังชีวิตการเมืองแล้ว


"
ผมใช้คำว่าเราเผาผลาญทรัพยากรทางการเมืองเร็วขึ้นกว่าเดิม อายุการใช้งานนักการเมืองสั้นลง นักการเมืองหมดอายุเร็วขึ้น
อีกอย่างหนึ่งผมมองตัวผมเองไม่ออกว่าอีกสิบกว่าปีข้างหน้าผมจะอยู่ในการเมืองได้อย่างไร ....
ผม มองไม่ออก มันไม่เหมือนกับของท่านนายกฯชวน ท่านมีเวลาสะสม สะสมเครดิตอยู่นานมากนะ เป็นยี่สิบกว่าปีใช่ไหมครับ และวันนี้ท่านก็ดำรงอยู่ในฐานะผู้ที่อาวุโสสูงสุดในสภาด้วยซ้ำ
แต่ว่า สำหรับผมมันไม่ใช่(นิ่งคิดนิดหนึ่ง) การก้าวขึ้นมามันก็ไม่ได้มีเวลาสะสมอยย่างนั้น และวันที่พ้นไปก็ไม่ใช่คนที่อาวุโส" นายอภิสิทธิ์ กล่าว



สำหรับ แนวคิดในการบริหารประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องพยายามผลักดันการแก้ปัญหาความล้มเหลวทางการเมืองต่อไป โดยนำระบบรัฐสภาเข้ามาแก้ปัญหา
ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นจุดเริ่ม ต้นในการลดเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับฉันทามติจากประชาชนด้วยการทำประชามติ

"
นักการเมืองเป็นคนหมู่น้อยที่มีอำนาจ แต่ไม่ได้หมายความว่า การมีอำนาจแล้วจะทำอะไรได้ทุกอย่าง ผมไม่คิดอย่างนั้น เพราะเห็นจากสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วว่า ถ้านักการเมืองมีอำนาจจริงก็คงแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
แต่ นี่ไม่ใช่ ผมคิดว่าจากนี้ไปเป็นจุดที่ท้าทายเรามากทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ถ้าเราพ้นตรงนี้ไปได้แล้วทำให้เราเข้มแข็งขึ้น มันเป็นโอกาสใหม่สำหรับเศรษฐกิจ
ถ้าเราถือโอกาสปรับในเรื่องพื้นฐานด้วย เช่น ภาคเกษตร ระบบสวัสดิการ ความไม่เป็นธรรมด้วย มันก็น่าจะแข็งแรงขึ้น
ส่วน การเมืองถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้ ผมว่าเราก็เหมือนกับขึ้นชั้นในแง่ของความมีวุฒิภาวะในเรื่องของระบอบ ประชาธิปไตยมากขึ้น ตรงกันข้ามถ้าเราผ่านไม่ได้ เราก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดกับดักวงจรเดิมนานแสนนานเลยกับความรุนแรง และความไร้เสถียรภาพ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ส่วนการทำงานกับพรรค ร่วมรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีความไม่เข้าใจกันบ้างแต่ก็พูดคุยด้วยเหตุและผล โดยยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และจะไม่ยอมให้มีการต่อรองในเรื่องผลประโยชน์
เพราะจะไม่ประนีประนอมกับการทุจริต เพียงเพื่อให้รัฐบาลอยู่รอด ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจดี

"
ใครที่คิดว่าการต่อรองเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หรือโครงการ คิดว่าผมจะให้ความสำคัญเพียงแต่การอยู่รอดของรัฐบาล ก็คงจะได้รับทราบจุดยืนแนวคิดของผมอย่างชัดเจนว่า ผมไม่ได้สนใจในเรื่องความอยู่รอดของรัฐบาล
แต่สนใจในเรื่องของการที่จะ ทำให้ระดับหรือมาตรฐานทางการเมืองไทยเป็นไปอย่างโปร่งใสที่จะเป็นที่พึ่งที่ หวังของประชาชนได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องมาต่อรอง
สิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้คือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการที่จะไม่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับส่วนรวม

ถ้าถึงที่สุดแล้วในทางการเมืองไม่สามารถเดินต่อไปได้ ผมก็คิดว่าน่าจะยุบสภา
ด้วย เหตุผลที่ว่าสภาชุดนี้ได้ตั้งรัฐบาลมาแล้ว ชุดนี้เป็นชุดที่สาม และดีที่สุดคือต้องกลับไปให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน"นายอภิสิทธิ์ ตอบคำถามหัวข้อ "จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดยืนอภิสิทธิ์"ซึ่งเป็นภาคผนวกของหนังสือเล่มนี้

--------------------------------------------------------

อินโฟเควสท์ (22 ต.ค. 52)


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาของชาติ
โดย เฉพาะปัญหาความล้มเหลวทางการเมืองที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคม ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสีเกิดขึ้นในประเทศ
ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 เดือนที่เข้ามาบริหารประเทศยังไม่สามารถยุติปัญหาดังกล่าวได้



แล้่วมันเพิ่งจะมาแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งสี แบ่งข้าง ตอนนี้เหรอ.....
หรือว่ามาร์คเพิ่งมามองเห็นได้ว่า สังคมไทย แตกแยกและแบ่งฝักเป็นฝ่าย เป็นสี..ก็เมื่อตอนนี้ ตอนที่มาร์คเป็น นายกรัฐมนตรี..
ตอน ที่มาร์ค เป็นฝ่านค้าน ..ตอนที่ท่านนายกฯทักษิณ เป็นนายก....ตอนที่ท่านนายกฯ สมัคร เป็นนายก...ตอนที่ท่านนายกฯ สมชาย เป็นนายก มาร์ค มองไม่เห็นเหรอ...

ตอนที่ พันธมิตร ใส่เสื้อเหลือง แล้วยึดทำเนียบรัฐบาล..ในสมัยท่านนายกฯสมัคร กว่า3-4 เดือน..มาร์คมองไม่เห็นหรือ..

หรือ ว่า หากการอันใด ที่แม้จะเป็นสิ่งที่ผิดหลัก ผิดกฏหมาย แต่หาก "เอื้อประโยชน์" ให้มาร์คแล้ว...มาร์คก็จะตาบอดชั่วขณะ ไม่รู้ ไม่เห็น...



===========================


"
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงมีบทบาทแน่นอน เพราะยังคงมีความมุ่งหมายที่จะกลับเข้ามามีอำนาจ โดยมีความพยายามที่จะล้มล้างคดีต่างๆ ซึ่งได้มีการตัดสินไปแล้ว
นั่น หมายถึงว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีการต่อสู้เพื่อเอาชนะคะคานให้ได้ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเปลี่ยน แปลงระบอบ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย
ขึ้น อยู่กับประชาชนคนไทยว่าจะมองสถานการณ์ตรงนี้ทะลุหรือไม่ อย่างไร....."นายกรัฐมนตรี ระบุในตอนหนึ่งของหนังสือ "อภิสิทธิ์คนเดิม บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี"ที่จะเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติช่วงบ่าย วันนี้


ประชาชนอ่ะ มองทะลุปรุโปร่งไปถึงไหน ๆ กันทั้งนั้นอ่ะมาร์ค....

ประชาชนไม่ได้หลงติดอยู่กับ การประดิษฐคำพูดสวยๆหรูๆ แบบเมื่อสมัยก่อน.....ตอนนี้ประชาชนเค้า "เอาหลักฐานการกระทำ" เป็นสำคัญ

ดังนั้น

1)
การพูดอย่าง...แล้วทำอีกอย่าง....
2)
การพูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่ผู้อื่น...


2
วิธีการหลัก ที่พรรคประชาธิปัตย์ ใช้ได้ผลมาตลอด..จึงขายไม่ออกในสังคมยุคนี้

===========================



นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากวันหนึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งไปก็อยากให้ประชาชนจดจำภารกิจที่ได้ทำในเรื่องการกอบกู้วิกฤติกับการสมานแผล หรือการทำให้การเมืองไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ซึ่งเชื่อว่าถ้าทำได้อย่างนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว


"
กอบกู้วิกฤติ ..การสมานแผล" ????....

แบบที่ทำ เมื่อ 13 เมษา สงกรานต์เลือด เนี่ยนะ......ที่ถือว่าเป็นเรื่องความสำเร็จของภารกิจที่อยากให้ประชาชนจดจำ..

อืมม์....แต่ก็จริงนะ....ประชาชนต้องจดจำแน่นอน...แต่จะจำในมุมองเดียวกับที่ อภิสิทธิ์คิดหรือเปล่า...
อภิสิทธิ์ ก็ต้องรอดูผล จากเวลาที่ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้วไปเดินตามท้องถนนในตลาด ดูเอาเองและกัน....


-------------------------


แต่ถ้าคนจะมองเห็นด้วยว่า ทำสิ่งเหล่านี้ได้บนความซื่อสัตย์ไม่ละทิ้งอุดมการณ์พื้นฐานของตัวเองก็จะยิ่งวิเศษ
ซึ่งตนเองจะพยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ความสำเร็จในเรื่องดังกล่าวต้องดึงพลังส่วนดีของสังคมอออกมาให้ได้



fanny
เชื่อว่า อภิสิทธิ์ เคยมีอุดมการณ์นะ....


แต่ "อุดมการณ์ " ของ อภิสิทธิ์ มันได้ถูกโยนทิ้งไปตั้งแต่วันที่ อภิสิทธิ์ "บอยคอต" การเลือกตั้งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง และ พรรคประชาธิปัตย์ แล้ว

(
แม้ว่า การบอยคอต เป็นวิธีทางประชาธิปไตย ก็จริง...แต่หากไม่ได้นำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนรวม แต่ทำเพื่อตนเอง และพรรคพวก มันก็คือการละทิ้งอุดมการณ์)


นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา นะคุณอภิสิทธิ์.. ที่ เหมือนคุณได้เดินก้าวลงจากถนนประชาธิปไตย และ ก้าวไปเดินบนถนนเผด็จการแบบเต็มตัว...
โดยการให้การสนับสนุน พันธมิตร ในการทำลายประชาธิปไตย ตลอดมา..


===============================



ส่วน อนาคตทางการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังมีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการคลี่คลายความขัดแย้งในสังคม
รวมทั้งการสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน ซึ่งตลอดการบริหารประเทศที่ผ่านมานโยบายของรัฐบาลหลายเรื่องประชาชนสามารถจับต้องได้และได้รับประโยชน์โดยตรง


ประชาชน ที่ไหนเหรอมาร์ค...ที่ได้รับประโยชน์ ?....

....
ประชาชนที่ได้รับ ปลากระป๋องเน่า....??
....
นักเรียนที่โดนหลอกว่า ได้รับหนังสือเรียนฟรี...แต่หากชำรุดบุบสลายมีรอยขีดข่วน ต้องจ่ายเงิน....??
....
ประชาชนใน โครงการชุมชนพอเพียง ที่โดนบังคับให้ ซื้ออะไรก็ไม่รู้ที่พวกเค้าไม่อยากได้...แต่บริษัทที่ร่วมโครงการยัดเยียด และ ข้าราชการบังคับให้ซื้อ..??
....
ประชาชน ที่ ต้องรับภาระจ่ายหนี้ หัวโต จากการกู้ของ มาร์ค กว่า 8แสนล้าน..โดยไม่มี project ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ จริง..
นอกจาก สารพัดโครงการ ที่ "ซื้อถูกกว่าทำไม ซื้อแพงกว่าความจริง ..สิดี" ??



....
หรือ....ประชาชนที่ถูกเข้าล้อมปราบ เมื่อสงกรานต์เลือด..??
....
หรือ ประชาชน คนเสื้อแดง ที่ถูกจับมือไขว้หลัง ซ้อมจนตาย แล้วโยนศพทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ??
....
หรือ ประชาชน อย่าง พลทหาร อภินพ ??


ประชาชนเหล่านี้หรือ...ที่ มาร์คบอกว่า

"
ตลอดการบริหารประเทศที่ผ่านมานโยบายของรัฐบาลหลายเรื่องประชาชนสามารถจับต้องได้และได้รับประโยชน์โดยตรง "


==============================


และ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะยังทำหน้าที่นำพรรคประชาธิปัตย์เข้าต่อสู้ในสนาม เลือกตั้งต่อไป แต่ไม่คิดว่าจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคยาวนานเหมือนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค
เพราะคิดว่าขณะนี้เริ่มนับถอยหลังชีวิตการเมืองแล้ว


นี่แหล่ะ....คือ คุณานุประโยชน์อันมหาศาล ที่มาร์ค จะทำเพื่อชาติได้..


============================


"
ผมใช้คำว่าเราเผาผลาญทรัพยากรทางการเมืองเร็วขึ้นกว่าเดิม อายุการใช้งานนักการเมืองสั้นลง นักการเมืองหมดอายุเร็วขึ้น
อีกอย่างหนึ่งผมมองตัวผมเองไม่ออกว่าอีกสิบกว่าปีข้างหน้าผมจะอยู่ในการเมืองได้อย่างไร ....
ผม มองไม่ออก มันไม่เหมือนกับของท่านนายกฯชวน ท่านมีเวลาสะสม สะสมเครดิตอยู่นานมากนะ เป็นยี่สิบกว่าปีใช่ไหมครับ และวันนี้ท่านก็ดำรงอยู่ในฐานะผู้ที่อาวุโสสูงสุดในสภาด้วยซ้ำ
แต่ว่า สำหรับผมมันไม่ใช่(นิ่งคิดนิดหนึ่ง) การก้าวขึ้นมามันก็ไม่ได้มีเวลาสะสมอยย่างนั้น และวันที่พ้นไปก็ไม่ใช่คนที่อาวุโส" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ที่มาร์ค พูดมาในประเด็นนี้....ตอบได้ด้วยวลี...."มะม่วง จำบ่ม" ไงมาร์ค

วลี ที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ อย่าง ท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช.. ได้ใช้เตือนมาร์คก่อนที่ มาร์คจะกลายร่าง จาก"นักประชาธิปไตย" เป็น "สมุนเผด็จการ"


การที่ "อยากเป็น"... โดยไม่รอจังหวะที่เหมาะสม...ฉกฉวยเอาในยามที่ตนเอง และ สภาวะแวดล้อมไม่พร้อม...
ก็เป็น เช่นนี้ไง...

----------

หากวันนั้น...มาร์คไม่บอยคอต...
หากมาร์คยืด หลักประชาธิปไตย...ลงเลือกตั้งตามระบอบ...ไม่ทำตามพันธมิตร ให้ล้มรัฐบาล...(เพื่อหวังเป็นนายกฯ)..
หากมาร์คออกมาเป็น ผู้นำประชาชนในคัดค้านการรัฐประหาร คมช...ช่วยท่านนายกฯทักษิณ ผู้ซึ่งมาตามระบอบประชาธิปไตย


มันอาจดูเหมือนคนโง่...ที่ทำเช่นนั้น ในการที่ไปช่วยคู่แข่งทางการเมือง...
แต่ไม่ใช่เช่นนั้นเลย..การที่มาร์คช่วยนายท่านนายกฯทักษิณ จากอุ้งมือ คมช..จะเป็นวิธีที่ทำให้มาร์ค "ชนะ" ท่านทักษิณ
เสียแต่ "กุนซือ" ของมาร์ค ไม่ฉลาดพอ...และมองการณ์ไม่ไกล...


หากวันนั้น มาร์คเลือกที่จะมองการณ์ไกล.....

วันนี้...มาร์ค จะมีความสง่างาม ไม่เป็นที่เกลียดชัง ของประชาชนเช่นนี้...
วันนี้...จะเป็น ที่พี่ง เป็นหลัก ของประชาธิปไตย.. (แทนที่ ท่านนายกฯทักษิณ ด้วยซ้ำ )


มา ร์ค จะได้เป็น นายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน....และจะได้เป็น "นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม" ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนาน กว่า เพียง 1 ปี อย่างที่เป็นอยู่นี้..


ดังนั้น คำตอบสำหรับประเด็นนี้....ก็เพราะตัวมาร์ค เลือกที่ จะกินมะม่วง ที่ ยังจำบ่ม...ยังไม่พร้อม...รสชาติจึง เปรี้ยวเข็ดฟัน
หากมาร์ค เลือกที่ "รอ" และใช้ความถูกต้อง ในการทำงานประชาธิปไตย (แทนการ เล่นบทตัวอิจฉารังแกคู่แข่ง..)
มาร์ค ก็จะได้ลิ้มรสของ มะม่วงอร่อย...ที่มีรสชาติหวานอร่อยไปได้นานๆ...

คำตอบคือ.....คุณทำลาย ตัวคุณเอง..หาได้มีใครทำลายคุณไม่....




=====================================


สำหรับแนวคิดในการบริหารประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องพยายามผลักดันการแก้ปัญหาความล้มเหลวทางการเมืองต่อไป โดยนำระบบรัฐสภาเข้ามาแก้ปัญหา

แล้วตอนพันธมิตร เข้ายึดถนน ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน....ตอนนั้นเรียก ระบบอะไร ????

----------


ซึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมือง ที่เกิดขึ้น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับฉันทามติจากประชาชนด้วยการทำประชามติ

ตอนทหารเผด็จการ ฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทำไมยอมรับหน้าชื่นตาบาน....พอประชาชนจะแก้รัฐธรรมนูญ ต้อง "ทำประชามติ"

-----------


"
นักการเมืองเป็นคนหมู่น้อยที่มีอำนาจ แต่ไม่ได้หมายความว่า การมีอำนาจแล้วจะทำอะไรได้ทุกอย่าง ผมไม่คิดอย่างนั้น

งั้นทำไม ในฐานะนายกรัฐมนตรี คุณถึง ทำอะไรเกินขอบเขตของ ฐานะหน้าที่..
เช่น การประกาศ พรบ.ความมั่นคง หากประกาศใช้แล้ว ต้องรายงานต่อรัฐสภา...

จน ถึงวันนี้ ประกาศใช้ (แบบไม่ขออนุมัติจากรัฐสภา) มากี่ครั้ง...เคยได้ทำรายงานต่อรัฐสภาเป็น ลายลักษณ์อักษร ตามกฎหมายไม๊...ว่า ได้ทำอะไรไปบ้าง...
รัฐบาลไม่ยอมทำตามกฎ ...
ทำไมไม่ทำ...เพราะอะไร...หรือมันมีบ้างเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้

=====================================



เพราะเห็นจากสถานการณ์ที่ผ่านมาแล้วว่า ถ้านักการเมืองมีอำนาจจริงก็คงแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
แต่ นี่ไม่ใช่ ผมคิดว่าจากนี้ไปเป็นจุดที่ท้าทายเรามากทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ถ้าเราพ้นตรงนี้ไปได้แล้วทำให้เราเข้มแข็งขึ้น มันเป็นโอกาสใหม่สำหรับเศรษฐกิจ
ถ้าเราถือโอกาสปรับในเรื่องพื้นฐานด้วย เช่น ภาคเกษตร ระบบสวัสดิการ ความไม่เป็นธรรมด้วย มันก็น่าจะแข็งแรงขึ้น
ส่วน การเมืองถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้ ผมว่าเราก็เหมือนกับขึ้นชั้นในแง่ของความมีวุฒิภาวะในเรื่องของระบอบ ประชาธิปไตยมากขึ้น ตรงกันข้ามถ้าเราผ่านไม่ได้
เราก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดกับดักวงจรเดิมนานแสนนานเลยกับความรุนแรงและความไร้เสถียรภาพ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ตอนที่ "วงจรอุบาทว์ " มันเป็นประโยชน์ มันเอื้อประโยชน์ ต่อ อภิสิทธิ์....ไม่เห็นนายอภิสิทธิ์พูดอะไรนี่...กลับสนับสนุนซะอีก



=================================

ส่วน การทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีความไม่เข้าใจกันบ้างแต่ก็พูดคุยด้วยเหตุและผล โดยยึดประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
และจะไม่ยอมให้มีการต่อรองในเรื่องผลประโยชน์
เพราะจะไม่ประนีประนอมกับการทุจริต เพียงเพื่อให้รัฐบาลอยู่รอด ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจดี


เข้าใจดีจ้ะ.....เข้าใจจน "อิ่ม" ไปหลายโครงการแล้วจ้ะ..

----------------

"
ใครที่คิดว่าการต่อรองเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หรือโครงการ คิดว่าผมจะให้ความสำคัญเพียงแต่การอยู่รอดของรัฐบาล ก็คงจะได้รับทราบจุดยืนแนวคิดของผมอย่างชัดเจนว่า ผมไม่ได้สนใจในเรื่องความอยู่รอดของรัฐบาล
แต่สนใจในเรื่องของการที่จะ ทำให้ระดับหรือมาตรฐานทางการเมืองไทยเป็นไปอย่างโปร่งใสที่จะเป็นที่พึ่งที่ หวังของประชาชนได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องมาต่อรอง
สิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้คือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการที่จะไม่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับส่วนรวม


มาร์ค นี่...เป็น เสาหลัก เป็น ปรมาจารย์ของ วิชา "พูดอย่าง ทำอย่าง" เลยนะ...
ไม่มีใครสามารถ ทำอย่างหนี่ง...แล้ว พูดอีกอย่างหนึ่ง....ได้เนียนทั้งใบหน้า และ น้ำเสียง ได้เท่ามาร์ค อีกแล้ว..

---------------

ถ้าถึงที่สุดแล้วในทางการเมืองไม่สามารถเดินต่อไปได้ ผมก็คิดว่าน่าจะยุบสภา
ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาชุดนี้ได้ตั้งรัฐบาลมาแล้ว ชุดนี้เป็นชุดที่สาม และดีที่สุดคือต้องกลับไปให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน" นายอภิสิทธิ์ ตอบคำถามหัวข้อ "จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดยืนอภิสิทธิ์"ซึ่งเป็นภาคผนวกของหนังสือเล่มนี้


ไม่มีทางอื่นเดินแล้วไง....แถ จนหมดทาง...ไม่มีใครเค้าเอาด้วย
ทหาร ก็ไม่เอาด้วย...พรรคร่วมก็ไม่เอา (เพราะไปหลอกให้เค้ามาร่วมรัฐบาล แล้วบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ)....

หมดทางไปแล้วไง ถึงยอมจะ "ยุบสภา"
ลองพรรคร่วม และ ทหารยังหนุน....มาร์ค ไม่พูดแบบนี้หรอก...ถ้าพูด fanny ท้า ให้เอาเท้าถีบหน้า "สาทิตย์"...ได้เลย

---------------------------------------------------------------

อ้างอิง

[url] http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=847092 [/url]

ไม่รู้จะรวยหรือซวยเละ หุ้นใหม่เนชั่นเสกพ้วงเดียว จากเน่าๆเอาล้างน้ำเข้าตลาดหุ้นเฉยเลย!

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 ตุลาคม 2552

ยิ่งสาวลึกยิ่งอื้อฉาวกรณีเนชั่นเข็นหุ้นใหม่NBCออกขายประชาชน ตรวจสอบงบการเงินแล้วกนกส่อผิดจังๆ เข้าข่ายโฆษณาอันเป็นเท็จปั่นหุ้น แฉคนจองซื้อแทนที่จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"อย่างกนกว่าอาจจะ"รับเละ" เหตุใช้กลวิธีทางบัญชีเสกพ้วงเดียว จากบริษัทที่มียอดขาดทุนสะสมบักโกรกสูงกว่าทุนจดทะเบียน กลายเป็นพลิกตาลปัตรมามีกำไรในช่วง"แต่งตัวเข้าตลาด"


ไทยอีนิวส์นได้นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันอาจเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ต่อมาเมื่อถูกทักท้วง ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นก็ไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นแล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

โดยเนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ไทยอีนิวส์ได้ตรวจสอบดูงบการเงินของNBCว่าดีถึงขั้นจะทำให้ผู้จองซื้อหุ้นตัวนี้มีโอกาส"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว"ดังที่นายกนกพูดโฆษณาชี้ชวนหรือไม่ ก็พบว่า นายกนกอาจพูดเกินจริง หรือกระทั่งเข้าข่ายพูดจาอันเป็นเท็จ เพราะบริษัทนี้ไม่กี่ปีก่อนจะ"แต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาด"ฐานะย่ำแย่ถึงขั้นส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ มียอดขาดทุนสะสมจำนวนมาก โดยเมื่อสิ้นปี2549 มียอดขาดทุนสะสมอยู่ถึง163ล้านบาท ขณะที่มีทุนจดทะเบียน140ล้านบาท ณ ปีนั้น

อย่างไรก็ตามก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง2เดือน บริษัทใช้กลวิธีทางบัญชีทำให้ยอดขาดทุนนั้นหายวับไปกับตา โดยการลดทุนจดทะเบียนลง จากนั้นก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือมาเป็นกำไรในทันควันเมื่อสิ้นงวดครึ่งปี2552นี้

พอแต่งตัวเข้าตลาดในปี50พลิกจากขาดทุนอ่วมมาเริ่มกำไร แต่ยอดขาดทุนสมบักโกรก

งบการเงินงวดสิ้นปี2550ของNBC (รายละเอียด คลิ้ก ) มีผลขาดทุนสะสมจำนวน 153 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสะสมในปีก่อนที่ขาดทุนสะสม163ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นจากที่เคยติดลบ23.8ล้านบาท พลิกมาเป็นบวก86ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิสิ้นปี50เป็นบวก10.6ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนสุทธิ41.8ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น0.54บาท จากขาดทุนต่อหุ้น3.1บาท

ส่วนงบการเงินงวดสิ้นปี2551 (รายละเอียด คลิ้ก )บริษัทรายงานว่ายอดขาดทุนสะสมลดลงเหลือ126.3ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มเป็น26.9ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มเป็น1.12บาท

เสกได้ดังใจนึกจากขาดทุนสะสมบานกลายเป็นกำไร

งบการเงินของNBCงวดล่าสุด คือสิ้นสุดไตรมาส 2/2552 สิ้นสุด30มิถุนายน ( รายละเอียด คลิ้ก )

18 กุมภาพันธ์ 52 ลดทุนจาก240ล้านบาท เหลือ120ล้านบาท โดยลดจำนวนหุ้นลงเหลือ12ล้านหุ้น ราคาพาร์10บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

21เมษายน52แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนตลาดMAI ลดราคาพาร์เหลือ1บาท แตกออกเป็น120ล้านหุ้น

จากนั้นเพิ่มทุนจาก120ล้านบาท เป็น170ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่50ล้านหุ้น รวม50ล้านบาท

ในจำนวนดังกล่าวนี้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน20ล้านหุ้นให้NMGหรือเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่99.99%ให้กรรมการและผู้บริหาร42,129หุ้น และนำมาขายประชาชนทั่วไป 30 ล้านหุ้น รวมทั้งNMGนำส่วนที่ถืออยู่มาขายด้วยรวม65ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ2.90บาท คาดว่าหากขายหมดจะได้เงินราว190ล้านบาท

จากนั้นผู้สอบบัญชีกล่าวว่าได้"คำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเสมือนว่าการแตกหุ้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันเริ่มต้นของปีแรกที่เสนอรายงานจำนวน120ล้านหุ้น" มีผลให้งบงวดครึ่งปีที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสิ้นสุด30มิถุนายน52พลิกมากำไร17ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.14บาท จากปีก่อนกำไร13ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.11บาท

ยอดขาดทุนสะสมจาก140ล้านบาท พลิกมาเป็นทุนชำระแล้ว240ล้านบาท

กนกโฆษณาอันเป็นเท็จหรือไม่ กลต.ต้องอย่านิ่งเฉย

ก่อนหน้านี้ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"นั้น มาวันนี้ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นนายกนกได้ยุติการพูดโฆษณานี้แล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

คราวนี้เนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้เนชั่นกระทำผิดกฎหมาย โดยฝ่าฝืนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 18/2547ที่กำหนดไว้ชัดเจนดังนี้

ข้อ 10 การโฆษณาผ่านสื่อจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เสนอขายหลักทรัพย์ได้ส่งข้อความ หรือตัวอย่างสื่อที่จะใช้ในการโฆษณา แล้วแต่กรณี ให้สำนักงานพิจารณาก่อนเริ่มการโฆษณา และสำนักงานมิได้แจ้งทักท้วงเนื้อหาของการโฆษณาดังกล่าวภายในสามวันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สำนักงานได้รับข้อความหรือตัวอย่างสื่อนั้น

ปัญหามีอยู่ว่าเนชั่นทีวีได้ขออนุญาตกลต.เพื่อขอโฆษณาหรือยัง เพราะหากได้รับอนุญาตก็ต้องทำตามประกาศฉบับนี้ที่กำหนดไว้ว่าการโฆษณาดังกล่าว ต้องมีข้อความต่อไปนี้แสดงในโฆษณาอย่างชัดเจนด้วย

(1) ข้อความที่เป็นคำเตือนดังนี้ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน”


(2) ข้อความอื่นใดที่สำนักงานกำหนดตามความจำเป็นและสมควรแก่กรณี ทั้งนี้โดยคำนึงถึงการมีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับผู้ลงทุน ประกอบกับภาระต้นทุนของผู้เสนอขายหลักทรัพย์

ในการแสดงข้อความตามวรรคสอง ให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่ใช้ข้อความหรือภาพ ตัวอักษรของคำเตือนต้องมีความคมชัด อ่านได้ชัดเจน และมีขนาดไม่เล็กกว่าตัวอักษรปกติที่ใช้ในการโฆษณา และในกรณีที่โฆษณาดังกล่าวมิใช่ข้อความหรือภาพนิ่ง ต้องจัดให้มีการแสดงคำเตือน (display) ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบวินาที

(2) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่มีเฉพาะการใช้เสียง ต้องจัดให้มีการอ่านออกเสียงคำเตือน โดยมีระดับเสียงและความเร็วไม่แตกต่างจากการอ่านออกเสียงถ้อยคำทั่วไปที่ใช้ในการโฆษณานั้น

อนึ่งก่อนหน้านี้นายกนกได้พูดโฆษณาผ่านทีวีและวิทยุเนชั่นก็เข้าข่ายอาจฝ่าฝืนต่อประกาศกลต.ฉบับนี้ซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อ 4 ของประกาศฉบับนี้ โดยระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูล ไม่นอกเหนือไปจากข้อมูลที่ได้แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นต่อสำนักงาน โดยมีลักษณะหรือ วิธีการแสดงข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ไม่แสดงข้อความที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) เป็นเท็จ เกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ข) เป็นการประมาณการผลตอบแทนจากการลงทุน เว้นแต่เป็นการประมาณการอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหลักทรัพย์จะได้รับตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
(ค) เป็นการประมาณการผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคตของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เว้นแต่เป็นการแสดงข้อความที่แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นต่อสำนักงาน
(ง) เป็นการชี้นำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขาย


ทั้งนี้ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลาราว09.10-09.15 นายกนกได้พูดออกทางรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นโดย
ได้โฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นจองNBC โดยชี้นำว่า"ดีมากครับหุ้นNBC คิดดูว่าขนาดคุณธีระก็ยังจองซื้อเป็นแสนหุ้น ผมก็จองซื้อเป็นแสนหุ้น ราคาก็แค่2.90บาทต่อหุ้น แค่2.90บาทครับ แล้วคิดดูว่าแค่ปันผลที่จะได้รับก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จองซื้อไว้ก็รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องครับ" โดยนายกนกย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง

ผิดกฎหมายด้วยน่าเกลียดด้วยเพราะกนก-เมียเป็นผู้บริหารบริษัทที่เสนอขายหุ้น


นอมินีของกนก-นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยาของนายกนกเป็นกรรมการของบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง(NBC) ส่วนนายกนกเป็นผู้บริหาร หรือแม้นายกนกจะให้นอมินีเป็นกรรมการบริษัทก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้นเมื่อกระทำผิด เพราะกฎหมายพรบ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1ระบุว่า"บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง"หมายถึงคู่สมรสของกรรมการบริษัทด้วย(ที่มาภาพ:บอร์ดบริษัทNBC)



เมื่อตรวจสอบจากเวบไซต์ของ NBC ก็ยังพบว่า นายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของNBCในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว(ดู ลิ้งค์ ) และนางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยานายกนก ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท(ดู ลิ้งค์ ) และยังเป็นกรรมการบริหารบริษัทอ้ีีกตำแหน่งหนึ่งด้วย( ดู ลิ้งค์ )

ทั้งนี้ NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นเรดิโอ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้

ท่านสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่วิทยุเนชั่น (คลิ้ก ) หรือเนชั่นทีวี ( คลิ้ก )

ทั้งที่นายกนกไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สามารถจะระบุคุณค่าหรือราคาที่เหมาะสม หรือแนะนำการลงทุนใดๆได้ หรือถึงเป็นนักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาตให้แนะนำการซื้อขายหุ้นได้ ก็ต้องบอกถึงความเสี่ยงต่างๆประกอบด้วย โดยที่ก.ล.ต.มักกำหนดให้แจ้งผู้ลงทุนว่า"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนพึงศึกษาจากรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน และใช้วิจารณญาณในการลงทุน"

ที่สำคัญนายกนกกระทำลงไปดังกล่าวนี้ ยังเสี่ยงเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535หมวด 8 ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ กำหนดไว้ดังนี้

-มาตรา 238 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

-มาตรา 239 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็นการแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว

-มาตรา 240 ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง


ทั้งนี้ในมาตรา 296ร ะบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 238 มาตรา 239 มาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้นๆได้รับเพราะการกระทำผิดดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นอกจากนั้นบริษัทNBCอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย เพราะมาตรา80กำหนดไว้ว่า การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์จะต้องไม่ใช้ถ้อยคำ หรือข้อความเกินจริง

มาตรา280 ระบุว่า ผู้กระทำผิดตามมาตรา80ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายชี้ทำตัวน่าเกลียดไม่เหมาะสมต้องโดนเฉดหัวพ้นผู้บริหารด้วย

ทั้งนี้ต้องนับว่านายกนกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงตามกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1 เพราะนายกนกมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร มีคู่สมรสคือภรรยาเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการบริหารบริษัท ดังนั้นอาจเข้าข่้ายกระทำผิดมาตรา89/3ซึ่งกำหนดไว้ว่า"ต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการบริษัทมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น" ซึ่งมาตรา89/4กำหนดให้พ้นตำแหน่ง เมื่อกระทำผิดดังกล่าว และจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

มาตรา89/9 วรรค3กำหนดด้วยว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารนั้น ต้องกระทำไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจนั้น

เชิญร่วมร้องเรียนกนกปั่นหุ้นและร้องให้เฉดหัวกับกลต.

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเครือเนชั่นมีพฤติการณ์ที่ใกล้ชิดเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลอาจเพิกเฉยต่อการกระทำผิดครั้งนี้
ท่านสามารถร้องเรียนพฤติการณ์นี้ทางออนไลน์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ได้ตามลิ้งค์นี้ ( คลิ้ก ร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์ )หรือโทรศัพท์ร้องเรียนทางโทรศัพท์ผ่าน Help Center ที่ 0-2263-6000


--------------------
ข่าวเกี่ยวเนื่องที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้:

*เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม
*กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน
*ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
*ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!