ที่มา Voice TV
อดีตนายกฯ จะส่ง SMS ผ่านมือถือ 1 พ.ย.สมัครสมาชิกฟรี พร้อมเปิดทีวีช่องโอทอป-การศึกษาและเปิด twitter ใหม่พูดคุยกับนักธุรกิจ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่าน http://twitter.com/Thaksinliveว่าในวันที่ 1 พ.ย.จะส่งข้อความเอสเอ็มเอสผ่านมือถือทุกระบบ โดยเป็นข่าวสารที่เป็นสาระจากต่างประเทศ ซึ่งหากใครสนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ฟรีทุกระบบขณะเดียวกันอดีตนายกฯ ยังระบุว่าในวันที่1 พ.ย.นี้ จะเริ่มมีการทดลองออกอากาศทีวีช่องโอทอปและช่องการศึกษาตามที่ได้บอกไว้เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วนอกจากนี้ อดีตนายกฯ ยังได้เปิดเผยอีกว่า จะเปิดจะมีการเปิด twitterใหม่ เป็นการคุยกันเฉพาะนักธุรกิจหรือผู้ที่อยากคุยกับเขาในเรื่องการค้าการขายและเรื่องราวของเศรษฐกิจไทยและของโลก
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, October 24, 2009
ดีเดย์ 1 พ.ย."ทักษิณ"ส่ง SMS ผ่านมือถือ พร้อมเปิด TV ช่องโอทอป
Friday, October 23, 2009
‘จิ๋ว’ โหมโรง ปชป. สะดุ้ง!
ที่มา บางกอกทูเดย์
สมเด็จฮุน เซน ย้ำ ‘ทักษิณคือ เพื่อน’การไปพบปะสมเด็จฮุน เซน ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นการโชว์ประสิทธิภาพ “โซ่ข้อกลาง” ระดับอินเตอร์ ที่ทำให้การเมืองของไทยต้องจับตาอย่ากระพริบ หมากเตะแต้มแรกของบิ๊กจิ๋ว จึงเล่นบท “โซ่ข้อกลาง”ระหว่างประเทศมันเสียเลยถ้าบิ๊กจิ๋วลบรอยร้าวไทย-กัมพูชา สามารถจบปัญหาตึงเครียดบริเวณพื้นที่ทับซ้อนได้ ให้ประชาชนในพื้นที่ของทั้ง 2 ประเทศกลับมาทำมาค้าขายกันได้เหมือนเดิมตามปกตินี่คือ ผลงานที่เด่นชัด นี่คือ ประสิทธิภาพของโซ่ข้อกลางที่แม้แต่ระดับประเทศยังเชื่อมได้
ขึ้นชื่อว่า “เสือ” ก็ต้องเป็น “เสือ” วันยังค่ำฉะนั้นผู้หลักผู้ใหญ่จึงมักจะเตือนอยู่เสมอๆ ว่า อย่าแหย่เสือหลับ... เพราะเสือจะลุกขึ้นมาขย้ำหัวเอาเมื่อไรก็ได้
แล้วบรรดานายทหาร แม่ทัพ นายกอง ทั้งหลายที่ปกป้องประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มาอย่างยาวนั้น... เด็กวานซืนดันมามองว่าเป็นเสือหลับ หรือเป็นแมว ก็เท่ากับผิดพลาดอย่างมหันต์วันนี้หลังจากที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินหน้าเข้าไปเป็นประธานพรรคเพื่อไทย เป็นการกลับมาเป็น “เสือ” ที่ต้องตื่นขึ้นมาทำหน้าที่เพื่อบ้านเพื่อเมืองอีกครั้งและพลอยทำให้กองทัพเสือทั้งหลาย นวยนาดยุรยาตรเข้าร่วมพรรคเพื่อไทยกันเป็นทิวแถวสะดุ้งเฮือกกันไปหมดไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และพลพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อยไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล ก๊วนการเมือง และบรรดาผู้มีอำนาจบารมีทั้งหลายแม้แต่กระทั่งประเภทที่ถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี แต่ก็ซ่าออกหน้าทางการเมืองไม่หยุดหย่อน ก็ยังสะดุ้งหลายตลบ
เพราะกระแสเรื่องอายุรัฐบาลนับถอยหลังแล้วตอนนี้ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้แล้ว
ยิ่งเมื่อ พล.อ.ชวลิต จับประเด็นทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง เพราะแทนที่จะเริ่มต้นด้วยการเป็นโซ่ข้อกลางให้กับปัญหาการเมืองในประเทศ ซึ่งนอกจากสถานการณ์ยังไม่สุกงอมพอ แต่ยังเพราะมีการล่อกันฝุ่นตลบ จากผู้ที่กำลังจะสูญเสียอำนาจแถมใครต่อใครก็ปรามาสว่าเป็นโซ่ข้อกลางที่ขึ้นสนิมแล้วฉะนั้นเรื่องอะไรที่จะไปเดินตามเกมที่ ก๊วนการเมืองจับตารอวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เพราะจริงๆ ปัญหาของประเทศไทยในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองในประเทศที่แตกแยกแบ่งสี ซึ่งจนถึงวินาทีนี้ยังไม่มีใครยอมใครและไม่ใช่แค่เรื่องทุจริตฉาวโฉ่ที่ผุดราวกับดอกเห็ดหน้าฝน แต่เป็นทุจริตเบ่งบานเพราะฤดูกาลเงินกู้ ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลคงต้องใช้เสียงข้างมากลากถูลู่ถูกังกันไป โดยไม่ยอมลดราวาศอกง่ายๆ แน่ๆแต่ยังมีเรื่องปัญหากระทบกระทั่งกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไล่มาตั้งแต่ตัวนายอภิสิทธิ์เอง หรือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการประสานสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านแต่เพราะปากเป็นเหตุ จนทำให้ยากที่จะทำหน้าที่ หรือสร้างผลงานประสานรอยร้าวระหว่างประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทเขาพระวิหารในขณะที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ล้วนจับตามองอยู่ว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร จะทำให้จบแบบลบรอยร้าวระหว่างประเทศได้หรือไม่ มีน้ำยากันแค่ไหน เพราะสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวใส่รัฐบาลอภิสิทธิ์มาโดยตลอด ขู่เป็นระยะๆ ว่าพร้อมรบพร้อมปะทะแม้แต่การประชุมสุดยอดอาเซียน ที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ เป็นผู้นำกลุ่ม สมเด็จฮุน เซน ก็ไม่มาร่วมพิธีเปิด แต่จะมาประชุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศกัมพูชาตบหน้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ และนายกษิต อย่างเห็นได้ชัดนี่คือ ช่องโหว่ของปัญหาระหว่างประเทศที่บิ๊กจิ๋วมองทะลุว่า รัฐบาลเด็กเมื่อวานซืนกับรัฐมนตรีปากไม่มีหูรูด ยากที่จะแก้ปัญหาได้แน่หมากเตะแต้มแรกของบิ๊กจิ๋ว จึงเล่นบท “โซ่ข้อกลาง”ระหว่างประเทศมันเสียเลย
ถ้าบิ๊กจิ๋วลบรอยร้าวไทย-กัมพูชา สามารถจบปัญหาตึงเครียดบริเวณพื้นที่ทับซ้อนได้ ให้ประชาชนในพื้นที่ของทั้ง 2 ประเทศกลับมาทำมาค้าขายกันได้เหมือนเดิมตามปกตินี่คือ ผลงานที่เด่นชัด นี่คือ ประสิทธิภาพของโซ่ข้อกลางที่แม้แต่ระดับประเทศยังเชื่อมได้เมื่อตุนคะแนนแต้มแรกจากเรื่องระหว่างประเทศได้แล้ว ความน่าเชื่อถือในการจะเป็นโซ่ข้อกลางยุติความบาดหมางในประเทศก็จะเพิ่มมากขึ้น ความน่าเชื่อถือก็จะมีมากขึ้นดังนั้น การเปิดเกมด้วยการไปสัมผัสมือและกอดรัดกับสมเด็จฮุน เซน ที่บ้านพักรับรองในกรุงพนมเปญ จึงสร้างความสะท้านขึ้นมาในแวดวงการเมืองอย่างรุนแรงจากที่เดิมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พูดเองว่า รัฐบาลไม่ได้มีข้อห่วงใยอะไร พล.อ.ชวลิต สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ และเชื่อว่าคนที่เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ คงไม่ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศไทย “รัฐบาลไม่ได้คิดเรื่องข้ามหน้าข้ามตาอะไร หากเดินทางไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ก็ต้องขอบคุณด้วยซ้ำ จึงไม่มีอะไรที่กังวลใจ ไม่จำเป็นต้องจับตาการเดินทางไปกัมพูชาครั้งนี้ ของ พล.อ.ชวลิต เป็นพิเศษ”แต่เมื่อภาพที่ออกมาผ่านสื่อมวลชนทั่วโลก ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ และนายสุเทพเองก็ต้องกลับมาคิดใหม่เพราะความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ชวลิต พุ่งปรี๊ด แต่ความน่าเชื่อถือของนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต หล่นฮวบยิ่งสมเด็จฮุน เซน ระบุชัดถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพล.อ.ชวลิต และความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชากับพรรคเพื่อไทย ถึงขนาดแต่งตั้งพล.อ.เตียบันห์ ให้เป็นหัวหน้าคณะประสานงานพรรคการเมืองทั้งสอง โดยทางพรรคเพื่อไทยจะเสนอตั้งพล.อ.วิชิต ยาทิพย์ เป็นหัวหน้าคณะประสานงานของพรรคเพื่อไทยแต่ที่ร้อนฉ่าก็คือ การประกาศว่าพร้อมจะสร้างบ้านให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
“ผมมีความสัมพันธ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะเพื่อน มีความรักความผูกพันกันมาตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักธุรกิจจนกระทั่งลงมาเล่นการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังผูกพันธ์เหมือนเดิมทุกอย่าง ในฐานะเพื่อนมีความรู้สึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง ประสบเคราะห์กรรม แต่ผมกับทักษิณก็ยังเป็นเพื่อนกัน ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ประเทศมานาน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ผมมีความรู้สึกเจ็บปวดในเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทย ผมและคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องนี้ ภรรยาผมถึงกับร้องไห้ และมีความเห็นที่จะสร้างบ้านให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาอยู่ในกรุงพนมเปญ ในฐานะเพื่อน อย่างมีเกียรติ” นายกฯ กัมพูชา กล่าวเป็นข่าวดังออกไปทั่วโลก และทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ คมช. คตส. รวมทั้งกระบวนการลับ ลวง พราง แผนบันได 4 ขั้น สะดุ้งเฮือกไปตามๆ กัน กับมุมมองที่ตรงไปตรงมาเรื่อง “ความเป็นธรรม” ทางการเมืองเมื่อก่อนบรรดาประเทศต่างๆ อาจจะมีการพูดคุยกันในหมู่นักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ระดับประเทศระดับโลก ว่า เกิดเรื่อง 2 มาตรฐานขึ้นในประเทศไทย แต่ก็เป็นการกระซิบพูดไปทั่วในลักษณะของการรักษาหน้าประเทศไทยไม่เหมือนครั้งนี้ที่ดังไปทั่วโลกฉะนั้นไม่แปลกที่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ต้องประเมินเกมใหม่หมดขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ทวิตเตอร์ ว่าขอขอบคุณ สมเด็จฮุน เซน ที่กรุณาบอกต่อสาธารณะชนว่าตนเองเป็นเพื่อน และยินดีให้การต้อนรับทุกเวลา และยังได้กรุณาจัดบ้านให้ไปอยู่ที่พนมเปญ รวมทั้งยังได้ขอขอบคุณ พล.อ.ชวลิต และ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ ตลอดจนเพื่อนๆ เตรียมทหารรุ่น 10 ที่โตมาด้วยกันและรู้จักตนเองดีว่า การกล่าวหาว่า ไม่จงรักภักดีไม่เป็นเรื่องจริงเห็นหรือยังว่าการที่ พล.อ.ชวลิต ในฐานะประธานพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรอง ผบ.ทบ. พล.ท.พิรัช สวามิวัสดุ์ และ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต เดินทางไปกัมพูชาครั้งนี้ เป็นการเปิดเกมรุกแต้มแรกที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่งจริงๆ... และเชื่อเถอะว่า เกม 2 เกม 3 ยังมีตามมาให้รัฐบาลเด็กดื้อ ต้องพล่านยิ่งกว่านี้แน่
“เทพเทือก” ทำใจดีสู้เสือ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีสมเด็จฮุน เซน จะสร้างบ้านไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ว่า คงไม่มีอะไร และไม่ใช่เรื่องที่ต้องแปลกใจอะไร เป็นเรื่องปกติ“ท่านบอกผมมาเองว่า ไม่ต้องกังวลใจเรื่องกรณีคุณทักษิณ ท่านแยกแยะได้ว่าเรื่องความเป็นเพื่อนก็เป็นเพื่อนกันอยู่ ท่านบอกว่าคนเป็นเพื่อนก็คบกันเป็นเพื่อน แต่เรื่องภาระหน้าที่ของบ้านเมืองในการเป็นหัวหน้ารัฐบาล ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องแยกกัน ตอนนั้นท่านพูดกับผมอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น”“การที่นายกรัฐมนตรีของประเทศหนึ่งจะมีเพื่อนสักกี่คนก็เป็นสิทธิของท่าน ถ้าท่านเป็นเพื่อนกับคนที่มีปัญหากับเรา แล้วเราจะต้องไปโกรธทั้งประเทศก็ไม่มีเหตุผล หรืออย่างถ้าผมเป็นเพื่อนกับใครสักคน ซึ่งบังเอิญเป็นคนที่สมเด็จฮุน เซนไม่ชอบ ก็ไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้เขมรกับไทยต้องโกรธกัน” นายสุเทพ กล่าวส่วนเรื่องที่สมเด็จฮุน เซน บอกว่าการเมืองไทยแก้ได้ด้วยการอโหสิกรรมนั้น คิดว่าจะทำตามที่แนะนำหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ก็ดี ก็ฟังท่านไว้ คนไทยก็อโหสิกันเป็นประจำ”
รักกันจะตาย
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค และ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แตะมือกันออกมาร่วมกันแถลงกรณีความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าสื่อตีความเอาเองว่าเป็นความแตกแยก
พร้อมกับอ้างว่าขณะนี้มี 2 ยุทธศาสตร์ที่จ้องทำลายพรรคประชาธิปัตย์
หนึ่ง ทำให้สังคมเห็นว่าพรรคมีความแตกแยกหรือมีความขัดแย้ง
สอง กล่าวหาว่ารัฐบาลมีการทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน
สำหรับกรณีที่ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นคร นายก งัดเอกสาร "ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่าง" ระบุ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ เคยทำสัญญากับทหารและส.ส.ร. 2550 ในส่วนของการเพิ่มเติมเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ไว้
โดยเฉพาะการไม่เอาระบบปาร์ตี้ลิสต์หรือส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ
นายอภิสิทธิ์ก็ออกมายอมรับเองว่า เคยเสนอไปจริง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาขู่กัน
แต่นายสุเทพกลับพูดไปอีกอย่างว่า ไม่เคยมีข้อตกลงลับใดๆ กับทหาร
ก็ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับว่าเคยรับเงื่อนไขพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขนาดนัดแกนนำตัวจริงหารือที่บ้านพิษณุโลกว่าจะเดินหน้าต่อ
ขณะที่นายบัญญัติส่งเสียงค้าน ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้พรรคกลายเป็นตำบลกระสุนตก
พร้อมกับย้ำว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยว่าขณะนี้มีแผ่นดินไหวแล้ว ส่วนสึนามิจะมาหรือไม่ก็ให้ไปคิดกันเอาเอง
ต่อมาเด็กในคาถาของกลุ่มทศวรรษใหม่ออกมารับลูก ตั้งป้อมขู่บอยคอตจะไม่ร่วมลงชื่อ มิหนำซ้ำว่าจะงัดธรรมนูญพรรคมาไล่นายสุเทพออกจากเก้าอี้อีกต่างหาก
แถมมีข้อเสนอจาก นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ขอให้ไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ โดยขอให้ชะลอแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อน
จะให้มองว่าพรรคประชาธิปัตย์รักกันได้อย่างไร
อย่างกรณี นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี กับ นายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชายนายสุเทพ ที่ออกมาซัดกันจะจะ
เป็นความรักใคร่ กลมเกลียวกันดี อย่างนั้นหรือ
ในเมื่อคนในบ้านทะเลาะกันเอง แล้วเสียงเอะอะโวยวาย ท้าตี ท้าต่อย เล็ดลอดออกมาถึงหูชาวบ้านทั้งบาง
จริงอยู่นักการเมือง คิดต่างเห็นแย้งกันได้ แม้จะอยู่ในพรรคเดียวกัน แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ
ไม่ใช่เที่ยวโทษคนอื่นไปเสียทั้งหมด
หรือคนบ้านนี้เขากำลัง "รักกันจะตาย" อยู่แล้ว!!
อ่านเกม"จิ๋ว"พบ"ฮุนเซน"
ที่มา ข่าวสด
รายงานพิเศษ
เมื่อ บิ๊กจิ๋ว-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แกนนำพรรคเพื่อไทย บินไปจับเข่าคุยกับ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
การไปกัมพูชาครั้งนี้มิใช่แค่ไปพบปะในฐานะเพื่อนเก่าเท่านั้น เพราะท่าทีของสมเด็จฮุนเซน หลังพล.อ. ชวลิตเข้าพบ ได้พูดโยงใยไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
ทั้งกรณีที่เห็นใจว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือการประกาศสร้างบ้านพักหรู พร้อมให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาเข้าพำนักในกัมพูชาได้ตลอดเวลา
ส่งผลให้การเมืองไทยร้อนฉ่า โดยเฉพาะกลุ่ม 40 ส.ว. ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกฯอภิสิทธิ์ ตอบโต้นายกฯกัมพูชาอย่างเป็นทางการ
และยังโจมตีพฤติกรรมของพล.อ.ชวลิต ว่า เป็นการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน เพื่อปูทางขึ้นสู่บัลลังก์นายกฯ อีกครั้ง
ผลพวงจากการเดินสายพบปะผู้นำประเทศเพื่อนบ้านของพล.อ.ชวลิต หลังจากกัมพูชาแล้ว ยังมีคิวเดินทางไปพบปะผู้นำประเทศพม่าและมาเลเซียในเร็วๆ นี้อีกด้วย
จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์กับรัฐบาลประเทศเหล่านั้นหรือไม่
นักการเมืองตลอดจนนักวิชาการด้านการต่างประเทศได้สะท้อนไว้ ดังนี้
สุริชัย หวันแก้ว
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
การเดินสายไปพบผู้นำกัมพูชา หรือการจะไปพบผู้นำพม่าและมาเลเซียของพล.อ.ชวลิตนั้น ไม่คิดว่าจะมีอะไรกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เรื่องนี้เป็นการทดสอบวุฒิภาวะของทุกคน ไม่ใช่ใครพูดอะไรออกมาก็เป็นอารมณ์ เราต้องดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ไปได้ หรือใครจะเกเรอะไร เราอย่าไปสนใจมาก
สุริชัย หวันแก้ว/ปณิธาน วัฒนายากร/พิเชต สุนทรพิพิธ |
ประเทศไทยเคยจัดประชุมอาเซียนล่มมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้น ควรตั้งสติให้เป็นผู้ใหญ่ ดูแลบรรยากาศสังคมให้ดี อย่าปล่อยให้เป็นอารมณ์แม้จะมีอะไรไม่สบอารมณ์ก็ตาม
แต่ยอมรับว่าเรื่องมันมีกระบวนการที่พยายามทำอะไรกันอยู่
สนใจเรื่องนี้ได้แต่อย่าลุ้นให้เป็นกระแส อย่าไปสนใจมาก พวกเพ้อเจ้ออย่าไปสนใจหรือเปลืองเวลากับคนบางคน ต้องทำใจคอหนักแน่น ไม่ใช่พอโทรศัพท์โฟนอิน วิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาทีก็น้ำตาไหล
พล.อ.ชวลิตอายุ 70 กว่าแล้ว ยังออกมาเต้นแร้งเต้นกา ท่านเป็นถึงอดีตนายกฯ เป็นผู้ใหญ่มาก ผมประหลาดใจว่าทำไมเลือกพูดเลือกทำโดยไม่มีกาลเทศะว่าตอนนี้จะมีการประชุมอาเซียนซัมมิท
ไม่เข้าใจพล.อ.ชวลิต ท่านอาจทำสิ่งที่ถูกก็ได้แต่ผมไม่เข้าใจ และไม่ทราบว่าท่านตั้งใจหรือไม่ตั้งใจทำเรื่องนี้ ท่านน่าจะสุขุมเช่นวัยหนุ่ม ตอนเข้าพรรคเพื่อไทยยังไม่คิดอะไรเหมือนที่ทำตอนนี้
การสร้างกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เราจะดีใจหรือหากจะพยายามปลุกให้มีการประท้วงจากคำพูดของสมเด็จฮุนเซน ไปฮึ่มๆ กันอีก ดังนั้น ต้องนำเสนอให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดสติของคน
เรื่องนี้เป็นการเมือง ให้ระวังจะมีคนรักชาติที่รับกรรม จะมีไปเผาชายแดน มีการใช้กำลังรุนแรงกันอีก
ปณิธาน วัฒนายากร
รองเลขาธิการนายกฯ
มองว่าการเดินทางไปครั้งนี้ของพล.อ.ชวลิต ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อรัฐบาล หรือต่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศเพื่อนบ้าน
เพราะพล.อ. ชวลิตไปในฐานะส่วนตัว ไม่ได้ไปในนามพรรค การ เมือง หรือในนามผู้นำฝ่ายค้านที่ได้รับโปรดเกล้าฯ การพูดคุยจึงไม่ ใช่การเจรจาหารืออย่างเป็นทางการ
ส่วนเรื่องต่างๆ ที่กัมพูชาออกมาระบุ และเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของรัฐบาล ไม่ว่าเรื่องเขาพระวิหารหรือพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หรือการดำเนินนโยบายด้านต่างประเทศ
คนที่ตัดสินใจคือรัฐบาล ดังนั้นการพูดคุยจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล พล.อ.ชวลิตไม่มีอำนาจไปเจรจาหรือตัดสิน
ผมคิดว่าไม่น่าส่งผลกระทบกับรัฐบาล ถึงแม้จะไปในนามผู้นำฝ่ายค้านก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา พม่าหรือมาเลเซีย ไปเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
ผมมองว่าดีด้วยซ้ำที่ไปอย่างเปิดเผย มีสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปด้วย
ถ้าไปเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไม่คิดว่าเป็นปัญหา เป็นเรื่องปกติเพราะการทำงานในสภาไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ หากสิ่งนั้นเป็นผลดีกับส่วนรวมและประเทศ
เพราะสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำฝ่ายค้านก็เคยเดินทางไปพบปะประเทศต่างๆ
ส่วนที่มองว่าการเดินทางของพล.อ.ชวลิต เป็นไปตาม ที่พ.ต.ท.ทักษิณต้องการเพื่อให้สร้างภาพได้กลับประเทศนั้น เป็นมุมมองของแต่ละฝ่าย
แต่ผมมองว่าเป็นผลดีกับตัวพล.อ.ชวลิตเอง ถ้าการพูดคุยเป็นผลดีแล้วประชาชนยอมรับ แต่ถ้าประชาชนไม่ยอมรับก็ติดลบ
ส่วนที่มีการพูดคุยถึงพ.ต.ท.ทักษิณถือเป็นเรื่องภายในของกัมพูชา เราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะถือเป็นอธิปไตยของเขาที่จะให้ใครก็ได้เดินทางเข้าออกประเทศ
แต่ถ้ามีคนไทยที่ต้องคำพิพากษา ตามธรรมเนียมปฏิบัติคงต้องดูในหลักกฎหมายว่าสามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่
และหากมีคนของเขาเข้ามาลี้ภัย เราต้องดูและประเมินผลกระทบเช่นกัน
พิเชต สุนทรพิพิธ
ส.ว.สรรหา
ที่ปรึกษากมธ.การต่างประเทศ วุฒิสภา
กรณีพล.อ.ชวลิต เยือนประเทศกัมพูชา ผมมองเกมของพล.อ.ชวลิต ออกมาได้ 2 ทาง
ทางแรก ต้องยอมรับว่าพล.อ.ชวลิตมีความสนิทสนมคุ้นเคยส่วนตัวกับสมเด็จฮุนเซน และพล.อ.เตีย บันห์ รมว. กลาโหมกัมพูชา เป็นอย่างดี
หากใจท่านปรารถนาดีที่จะช่วย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ง่อนแง่นอยู่ในขณะนี้ไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นได้ เพราะท่านเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ดีมากคนหนึ่ง ล่าสุดมีสัญ ญาณที่ดีจากสมเด็จฮุนเซนแล้วว่า ยินดีที่จะพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนร่วมกัน
ทางที่สอง หากพล.อ.ชวลิตมีความปรารถนาไปทางอื่น การที่ท่านสวมหมวกพรรคเพื่อไทย ประกอบกับการให้ข่าวของสมเด็จฮุนเซน ที่ยินดีปลูกบ้านให้พ.ต.ท.ทักษิณพำนักในประเทศได้ ย่อมส่งผลกระทบสำคัญต่อรัฐบาล
โดยเฉพาะสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ไทยกับกัมพูชาทำร่วมกัน ตรงนี้การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะมีปัญหาเมื่อผู้นำประเทศมีความเห็นไปทาง สนธิสัญญาไปอีกทาง การที่รัฐบาลไทยจะคาดหวังอะไรก็แทบเป็นศูนย์
ดังนั้น รัฐบาลต้องไม่ตอกลิ่มหรือหาเรื่องอะไรเพื่อตอบโต้กับพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะถ้ายิ่งทำจะเกิดการปะทุและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกันได้
กล้าขัดคอ
ที่มา ไทยรัฐ
นโยบายใหม่แกะกล่องของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.คือ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนชราภาพ
หรือกองทุนการออมแห่งชาติ (ชื่ออย่างเป็นทางการ)
จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ 24 ล้านคน ให้เข้าสู่ระบบการออมเงินเพื่ออนาคต โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินสมทบอีกตามสมควร
เมื่อเข้าสู่วัยชราหมดแรงข้าวต้มที่จะทำมาหากินอย่างเดิม ก็จะได้รับบำเหน็จบำนาญพอเลี้ยงชีวิตต่อไปได้จนถึงวันสิ้นลม
ไม่ต้องแบมือขอเงินลูกหลานให้ ลำบากใจ
แบบเดียวกับที่ข้าราชการ และพนักงานบริษัท เมื่อเกษียณอายุแล้วจะได้เงินกองทุนบำนาญเลี้ยงชีพ ฉะนั้นแล
กติกาก็คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนการออม จะต้องจ่ายเงินสะสมขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท (แต่ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท) จนถึงอายุ 60 ปี
ผู้ที่มีอายุ 20-30 ปี รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเดือนละ 50 บาท
อายุ 31-50 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบให้เดือนละ 80 บาท
อายุ 50-60 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบเพิ่มให้เดือนละ 100 บาท
เมื่ออายุครบ 60 ปี ก็จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญจากเงินออมที่สะสมไว้ และจากเงินที่รัฐบาลจ่ายสมทบให้ตลอดอายุขัยของแต่ละคน
"แม่ลูกจันทร์" สนับสนุนนโยบายจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติของรัฐบาล เพราะจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยเห็นประโยชน์ของการออมเงินเพื่ออนาคตในระยะยาว
แต่ "แม่ลูกจันทร์" มีข้อห่วงใยฝากไว้ 3 ประเด็น
1, เมื่อรัฐบาลตั้งกองทุนการออมแห่งชาติขึ้นมาหมายความว่ารัฐบาลต้องมีภาระในการจ่ายเงินสมทบอีกปีละประมาณสองหมื่นล้านบาท (หรือมากขึ้น) ตลอดไป
2, อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยที่สูงขึ้น หรือคนแก่จะตายช้าลง จะทำให้รัฐบาลต้องแบกภาระจ่ายเงินอัดฉีดมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
3, เงินออมของประชาชนที่เก็บได้แต่ละปีเป็นเงินก้อนใหญ่
ถ้ารัฐบาลจะเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์เพิ่มเติม ย่อมเป็นเรื่องที่ดี
แต่ระวังจะขาดทุนบานทะโร่ซ้ำรอยกอง ทุน กบข.นะตัวเอง??
นี่คือข้อห่วงใย 3 ประเด็น ที่ฝากให้ "นายกฯอภิสิทธิ์" ไปพิจารณาทบทวน
อ้อ...มีพ่วงอีกประเด็นที่ฝากให้ "อภิสิทธิ์" คิดเล่นๆแก้เซ็ง
เมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนวางแผนการออมเงินเพื่ออนาคตของตัวเอง
แต่รัฐบาลเองไม่เคยเป็นตัวอย่างที่ดีในการเก็บออม
รัฐบาลคิดแต่จะกู้เงินมาใช้ตะพึด ตะพือ
กู้แบบไม่บันยะบันยัง เหมือนเงินกู้เป็นเงินแจกฟรี
ฉายาประชาธิปัตย์ถนัดกู้คือใบเสร็จยืนยัน
ถนัดกู้แต่ไม่ถนัดใช้หนี้ ระวังหนี้จะท่วมประเทศไทย!!
ล่าสุด มีเสียงเตือนจากอธิบดีกรมบัญชีกลาง "พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์" ว่าการกู้เงิน
ก้อนโตมโหฬารในโครงการไทยเข้มแข็ง จะทำให้การคลังของประเทศอ่อนแอ
เพราะรัฐบาลจะมีภาระในการใช้หนี้เงิน กู้มากถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งจะทำให้ยอดการขาดดุลการคลังพุ่งกระฉูดถึง 7 เปอร์เซ็นต์
สัดส่วนหนี้สาธารณะจะแหกเพดานทะลุเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี
ขณะที่รายจ่ายประจำ (จากนโยบายประชานิยม) ก็บานทะโร่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ถ้าภายใน 5 ปี รัฐบาลปรับโครงสร้างการคลัง (รายรับ-รายจ่าย) ให้สมดุลไม่ได้ก็จบกัน
"แม่ลูกจันทร์" ชื่นชมอธิบดีกรมบัญชีกลางที่กล้าออกมาขัดคอรัฐบาล
ข้าราชการที่ "กล้า" ขัดคอรัฐบาล สงสัยจะมีคนเดียว??
แม่ลูกจันทร์
จ่อแค่ปลายจมูกแล้ว
ที่มา ไทยรัฐ
"ไม่แน่ ทำเป็นเล่นไป"
ในลีลาทีเล่นทีจริงของ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามนักข่าวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชา
พร้อมกับ "ข่าวใหญ่" ระดับประเทศ
โดยบท "เพื่อนกันตลอดกาล" ที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศว่า ได้สร้างคฤหาสน์หรูกลางกรุงพนมเปญ ไว้รอต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
อ้าแขนรับให้ถิ่นพำนัก
"ในฐานะเพื่อน ผมรู้สึกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง ประสบเคราะห์กรรม แต่ผมกับทักษิณยังเป็นเพื่อนกัน ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ประเทศมานาน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ผมมีความรู้สึกเจ็บปวดในเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทย ผมและคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องนี้ ภรรยาผมถึงกับร้องไห้"
เล่นบทให้ใจกันซะขนาดนี้
ฉะนั้น กับประเด็นที่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาพำนักอยู่กับนายกฯฮุน เซน ในประเทศกัมพูชา แม้ "บิ๊กจิ๋ว" จะแกล้งอำ "ไม่แน่ ทำเป็นเล่นไป"
ของจริงคือ ไม่ใช่พูดกันเล่นๆ
ตามโปรแกรมที่เขาวางกันไว้แล้ว "ทักษิณ" มาแน่
และก็เป็นอะไรที่น่าจะไม่ใช่แค่คิวของกัมพูชา ตามข่าวที่รายงานว่า หลังคิวเข้าพบนายกฯฮุน เซน ก่อนที่ "บิ๊กจิ๋ว" จะขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย อดีตนายกฯทักษิณได้ต่อสายตรงข้ามประเทศเช็กข่าวดีกับ "พี่จิ๋ว"
พร้อมทั้งขอให้ พล.อ.ชวลิต ไปประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพม่า และลงไปแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ติดกับพรมแดนมาเลเซีย
ตะวันออก "กัมพูชา" เหนือ "พม่า" ใต้ "มาเลเซีย"
จากเกมตีฆ้องร้องป่าวให้โลกจับจ้อง ผู้นำพลัดถิ่นที่หากินในฐานะนักธุรกิจระดับอินเตอร์เป็นที่รู้จักกันในระดับสากล ถึงตอนนี้ตีวงแคบใช้เพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนล้อมประเทศไทย โดยยุทธศาสตร์ "นายใหญ่" ก้าวไกลเกินกว่าที่จะมองกันแค่แผนป่าล้อมเมืองในอดีต
ฝ่ายไล่ล่ายากจะตามเกมทันก็แล้วกัน
ที่แน่ๆ ถ้ามาป้วนเปี้ยนๆใกล้แค่ปลายจมูกขนาดนี้ กับข่าวที่อดีตนายกฯทักษิณเคยมีแผนจะมาซุ่มโป่งอยู่แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเดินเท้ากลับประเทศไทย โดยมีม็อบคนเสื้อแดงล้อมเป็นเกราะกำบัง วัดใจฝ่ายคุมเกมอำนาจ
ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่นั่นคงเป็นมุกสุดท้าย ก็อย่างที่นายแพทย์ประเวศ วะสี นักคิดนักอ่านชั้นนำของเมืองไทย ร่อนจดหมายเปิดผนึกผ่านสื่อถึงอดีตผู้นำ ประเมินศักยภาพของอดีตนายกฯทักษิณ มีมากกว่าการแก้แค้น ทวงคืนอำนาจในประเทศไทย
ในอารมณ์ยกก้น ปลอบประโลม
กระตุกต่อมให้ "ทักษิณ" ลดพยศ โน้มน้าวให้ใช้แสนยานุภาพไปในทางสร้างสรรค์ ในสถานการณ์ "ขึงพืด" ที่เห็นอนาคตกันลางๆ
ถ้าเปิดฉากรบกันเองเมื่อไหร่ ประเทศไทยคงเหลือแต่ซาก
เร้ากับสัญญาณแตกหัก ยุทธศาสตร์ที่เห็นได้ชัด จากการเปิดตัวเชนคัมแบ็กของ "บิ๊กจิ๋ว" ชักแถวรวมพล "อดีตลูกรัก" จงใจพุ่งเป้ากระแทกไปที่ขุนอย่าง "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
ซัดกันด้วยเดิมพัน "ทรยศชาติ"
แล้วก็เป็นลูกข่าย "นายใหญ่" ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย และกองทัพเสื้อแดงที่รับลูกเล่นต่อ พาเหรดออกมาทุบราคา "ป๋าเปรม"
ทั้งแจ้งความดำเนินคดี ลากประเด็นไปถามกระทู้สดในสภาฯ
กระชาก "ป๋าเปรม" ลงมาคลุกฝุ่น เปื้อนโคลนแบบจงใจ
ลากให้เป็นคู่ต่อสู้ทางการเมือง
เรื่องของเรื่อง ไม่กริ่งเกรงบารมีกันอีกต่อไป
แต่อีกบทหนึ่งก็ยังกั๊กเผื่อไว้ ในอารมณ์ใฝ่สมานฉันท์ "บิ๊กจิ๋ว" ก็วางโปรแกรม ขอนัดจับเข่าคุยกับ "มหาจำลอง" พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวขบวนม็อบพันธมิตรฯ
ตั้งท่ารบแรงกับหัวแถว "อำมาตย์" แต่กั๊กเจรจาม็อบเสื้อเหลือง
โดยลีลายังอยู่ในเงื่อนไข ขู่ไปด้วย ต่อรองไปด้วย.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ถึงคราวประชาธิปัตย์
ที่มา ไทยรัฐ
อานุภาพการทำลายล้างของ แผนบันไดสี่ขั้น นั้น รุนแรงกว่าที่คาดเอาไว้มากมาย ไม่นึกว่าแม้แต่กลไกที่อยู่ในขบวนการก็ พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากพรรคการเมืองอื่นๆที่ถูก กับดักลับ ลวง พราง เข้า เต็มเปา
คดีความทางการเมืองที่ค้างคากันอยู่ก็เป็นอีกกับดักทางการเมืองหนึ่งที่พร้อมจะกลับมาเชือดคอตัวเอง อาทิ เรื่องของ เงินบริจาค 258 ล้านบาท ดีไม่ดีถึงกับถูกยุบพรรคเอาง่ายๆ
เวลานี้พยานคนสำคัญอย่าง คุณประชัย เลี่ยวไพรัช ไม่ยอมมาให้การกับ กกต. คดีความก็เลยยืดออกไปอย่างไม่มีเหตุผล ไม่อยากจะก้าวล่วงถึงการทำหน้าที่ของ กกต.ว่ามีมาตรฐานหรือไม่มีอย่างไร
วันนี้ไม่ต้องอธิบายความอะไรกันมาก
สังคมเข้าใจ ประชาชนเข้าใจ และรอวันพิพากษา เพราะวันนี้คนดีที่พยายามยกย่องเชิดชูกลับเต็มไปด้วยข้อกล่าวหาที่โจ๋งครึ่ม ทั้งทุจริตคอรัปชัน ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงาน ขาดภาวะผู้นำครบชุด
ในพรรคประชาธิปัตย์เองก็หนีไม่พ้น วงเวียนกับดัก การเคลื่อนไหวของ คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก ถึงกรณี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เซ็นสัญญาอะไรไว้กับ คมช. และ ส.ส.ร. 50 เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีใบเสร็จพร้อม
หรือกรณีของ คุณประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี หรือที่ยังจะออกมาอีกหลายกระทอก เพื่อจุดประสงค์ในการคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ คุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพ จะตีสองหน้าเหมือนที่ถูกวิจารณ์กันอยู่หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือนัยสำคัญบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์
ความจริงก็คือ ในช่วงวิกฤติการเมือง ประชาธิปัตย์เปิดรับคนนอกเข้ามาตามสัญญา เพราะคิดว่าจะสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ คนนอกที่ว่ามีทั้งคนของพันธมิตรฯและอดีต คมช. แต่ผลออกมาผิดคาด แผนบันไดสี่ขั้นต้องสะดุด
เมื่อถึงวันหนึ่งที่ประชาธิปัตย์ต้องขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลด้วยวิธีพิเศษ จะต้องมาเล่นตามกติกาลับลวงพรางที่เขียนขึ้นไว้เอง จึงทำงานด้วยความยากลำบากและตกหลุมกับดักตัวเอง
แตะไปที่ไหนก็มีแต่กับระเบิด แม้แต่ในพรรค
อำนาจเถื่อนบวกอำนาจนอกระบบเข้าครอบงำพรรคประชาธิปัตย์ในยามนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถทำอะไรให้จบในพรรคได้อีกต่อไป เพราะประชาธิปัตย์วันนี้มีทั้งพันธมิตรฯ อดีตร่าง ทรง คมช.
ในขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้เป็นเอกภาพต่อไป โดยเฉพาะคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่พันธมิตรฯถือว่าเป็นศัตรูสำคัญจึงต้องหันไปจับมือกับการเมืองนอกพรรคเพื่อต่อรองอำนาจการครอบงำในพรรคเช่นกัน ไม่แตกต่างถ้าจะมองว่าคุณสุเทพถูกครอบงำโดยพรรคร่วม หรือถ้าจะมองว่าคุณอภิสิทธิ์ก็ถูกครอบงำโดยพันธมิตรฯ ด้วยเงื่อนไขบางอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ยังแตกไม่ได้ แต่ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ก็เน่าใน.
หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com
เปิดประชุมอาเซียน ไม่รอ4ผู้นำ 'ฮุนเซน' ร่วมมื้อค่ำ
ที่มา ไทยรัฐ
พิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนฯ จะเริ่มขึ้นในเวลา 09.45 น. ขณะที่ผู้นำ4ประเทศไม่สามารถเดินทางมาร่วมได้ คาด"ฮุนเซน" ถึงไทยบ่าย 3 จะร่วมมื้อค่ำด้วย "มาร์ค"กดปุ่มเปิดอาเซียนทีวี ...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 15 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ในเวลาประมาณ 09.45 น. ของวันนี้ (23 ต.ค.) และจะประชุมไปจนถึง 25 ต.ค. สำหรับผู้นำที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีเปิดได้ คือ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย, นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย, ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทั้งนี้ มีการยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนพิธีเปิดอย่าแน่นอน ส่วนของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย จะเดินทางมถึงที่ประชุมเช้าวันนี้
อย่างไรก็ดี พิธีเปิดอาจจะเลื่อนเวลาออกไปไม่มาก เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ จะกดปุ่มเปิดอาเซียนทีวี สถานีผ่านดาวเทียมสถานีแรกของโลก ที่จะเสนอภารกิจการประชุมของอาเซียน ซึ่งออกอากาศทางช่อง MCOT2 ตลอดช่วงการประชุม จะมีการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนรัฐสภาอาเซียน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน และภาคประชาสังคมอาเซียน นอกจากนี้ ยังรับรองแถลงการณ์หัวหิน-ชะอำว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการธิการ ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา และการเปลี่ยนแปลงภูมิภาคทางอากาศ
ส่วนกรณีของสมเด็จฮุนเซนนั้น คาดการณ์ว่าจะเดินทางมาถึงในเวลา 15.00 น. โดยดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เผยว่า สมเด็จฮุนเซน ติดภารกิจต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลี ไม่ใช่เพราะมีปัญหาขัดแย้งใดๆ
กำหนดการช่วงกลางวันจะมีพิธีเฉลิมฉลองงานเลี้ยงอาหารกลางวัน และจะมีกาหารือกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ อาเซียน และปิดท้ายที่งานเลี้ยงมื้อค่ำ นายอภิสิทธิ์ จะเป็นประธานในการจัดงาน คาดว่าสมเด็จฮุนเซนจะเข้าร่วมงานนี้ด้วย
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์: ผ่าขุมทรัพย์ 3G ตอน1: ขุมทรัพย์แสนล้านของใคร?
ที่มา ประชาไท
ต้องการดูให้ครบคลิ้กที่นี่
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ประโยชน์ที่จะได้รับ | มูลค่าที่ประมาณการ | วิธีการประมาณการ |
1. กำไรจากการให้บริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง | เทียบเคียงจากมูลค่าการประมูลเฉลี่ยในต่างประเทศ ปรับด้วยขนาดเศรษฐกิจไทย | |
2. การลดเงินที่ต้องจ่ายให้รัฐ ในช่วง 5-8 ปีข้างหน้า จากการโอนย้ายลูกค้า | AIS จะได้ 7.2 หมื่นล้านบาท DTAC จะได้ 6.1 หมื่นล้านบาท True Move จะได้ 1.9 หมื่นล้านบาท | ประมาณการโดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ อาจแตกต่างไปบ้างแล้วแต่สมมติฐานว่า การโอนย้ายลูกค้าเกิดขึ้นเร็วเพียงใด |
3. การได้สิทธิให้บริการหลังสัมปทานหมดอายุไปอีก 8-10 ปี | ไม่น้อยไปกว่าส่วนที่สอง | ประมาณการโดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ |
ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เลือก "ชวรงค์" นั่งปธ.คนแรก
ที่มา ประชาไท
เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า วันนี้ (22 ต.ค.) ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 ของชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ที่ได้ร่วมกันลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิ ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ ให้ประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตระหนักในคุณค่าของงานสร้างสรรค์ที่ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์
จากนั้น ที่ประชุมใหญ่มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษา บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด ในเครือบริษัทวัชรพล (www.thairath.co.th) เป็นประธานชมรมฯ คนแรก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเลือกกรรมการบริหารชมรม ประกอบด้วย นายนิรันดร์ เยาวภาว์ ASTV ผู้จัดการ เป็นรองประธานคนที่ 1 (http://www.manager.co.th) นางสาวเย็นจิตร์ สถิรมงคลสุข บรรณาธิการข่าวเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์มติชน (http://www.matichon.co.th) เป็นรองประธานคนที่ 2 นางสาวชุตินธรา วัฒนกุล บริษัทเนชั่นบรอดคาสติ้งคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) (www.nationmultimedia.com) เป็นเลขานุการ
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังมีมติเลือกนางสาวสุธิดา มาไลยพันธุ์ บริษัท โพสต์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) (http://www.bangkokpost.co.th) เป็นผู้ช่วยเลขานุการ นางสาวกนกนภัส บุญแนบ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (www.dailynews.co.th) เป็นเหรัญญิก นายกิตติ พฤกษาเกื้อกาญจนา หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่ (www.daradaily.com)
สำหรับตำแหน่งนายทะเบียนที่ประชุมมีมติเลือก นายก้าวโรจน์ สุตาภักดี หนังสือพิมพ์สยามกีฬา (www.siamsport.co.th) เป็นประชาสัมพันธ์ นายสวิชย์ บำรุงสุข หนังสือพิมพ์สยามรัฐ (http://www.siamrath.co.th) เป็นกรรมการ นายชุมชัย แก้วแดง สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น (http://www.innnews.co.th) เป็นกรรมการ นางประหยัด เวศนารัตน์ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
(http://www.thannews.th.com) เป็นกรรมการ และนายเฉลิมชัย ยอดมาลัย หนังสือพิมพ์แนวหน้า (http://www.naewna.co.th) เป็นกรรมการ
นายชวรงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงแผนการดำเนินงานของชมรมที่จะเร่งกำหนดกรอบในการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างชมรมกับเว็บไซต์ต่างๆ ที่ต้องการนำข่าวจากเว็บไซต์ของสมาชิกชมรมไปใช้ จากนั้น จะเชิญผู้แทนเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารไปจัดทำแนวปฏิบัติที่เป็นข้อตกลง ร่วมกันในการนำเสนอข่าวของสมาชิกชมรมเพื่อนำมาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งต่อไปด้วย
ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์