WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, October 24, 2009

ทักษิณเตือนอภิสิทธิ์ เคารพกัมพูชา คำนึงถึงมารยาททางการทูต

ที่มา ประชาไท

ทักษิณเตือนอภิสิทธิ์ กรณีกร้าวฮุนเซ็นให้เลือกระหว่างความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา กับทักษิณ ระบุ “เราเป็นประธานอาเซียน เป็นเจ้าภาพ ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและมารยาทในการรับแขกไม่เกรงใจท่านฮุนเซ็นก็ต้องเกรงใจผู้นำท่านอื่นบ้าง”

จากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศกร้าวให้สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเลือกระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วันนี้ เวลาประมาณ 19.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กติดต่อกัน 3 ข้อความว่า

“ทราบว่าคุณอภิสิทธิ์ได้แถลงต่อว่าท่านนายกฮุน เซ็นเรื่องผม ผมเลยขอเตือนน้องในฐานะที่อาวุโสกว่าทุกด้านว่าอย่าเอาความแค้นความปฏิปักษ์ส่วนตัวมาใช้”

“เราเป็นประธานอาเซียน เป็นเจ้าภาพ ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและมารยาทในการรับแขกไม่เกรงใจท่านฮุนเซ็นก็ต้องเกรงใจผู้นำท่านอื่นบ้าง”

“ต้องเข้าใจว่าทุกประเทศมีเอกราชและอธิปไตยของตัวเองเราจะไปบังคับหรือข่มขู่เขาแสดงอภิสิทธิเหนือเขาไม่ได้ทำได้แค่ขอความร่วมมือตามมารยาททางการทูต”

สำหรับท่าทีแข็งกร้าวของนายอภิสิทธิ์นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่สมเด็จฮุน เซ็นแถลงว่าเตรียมเชิญมาพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศกัมพูชาและจัดเตรียมที่พักให้พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ฮุนเซ็นแรง บอกทักษิณไม่ต่างกับอองซาน ซูจี

ที่มา ประชาไท

สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเดินทางถึงชะอำ แถลงยืนยันเชิญทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กัมพูชาเป็นอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ไม่ใช่เรื่องแทรกแซงการเมืองไทย ตอกกลับพูดกันแต่เรื่องนางอองซาน ซูจี ทำไมไม่พูดเรื่องทักษิณเป็นเหยื่อการเมืองบ้าง

ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซ็น เดินทางถึงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อเวลาประมาณ 16.45 น.และเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ผ่านล่ามภาษาอังกฤษ โดยสมเด็จฮุนเซ็นพูดเป็นภาษากัมพูชา

สมเด็จฮุนเซ็นกล่าวยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่เชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และขอแนะนำให้ผู้ที่เรียกร้องให้ส่งพ.ต.ท.ทักษิณกลับในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนว่า ให้ไปอ่านสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไทย-กัมพูชา ข้อ 3 (ซึ่งระบุว่าการร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหากลับนั้น จะทำไม่ได้ในกรณีที่เป็นคดีการเมือง หรือเป็นกรณีที่บุคคลนั้นถูกประเทศผู้ร้องขอลงโทษจากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือการเมือง)

สมเด็จฮุนเซ็นกล่าวด้วยว่า มีคนจำนวนมากพูดถึงนางออง ซาน ซูจี แต่กลับไม่พูดถึงทักษิณซึ่งเป็นเหยื่อเช่นกันกัน และว่าการตัดสินใจให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา และไม่ถือเป็นการแทรกแซงทางการเมืองไทย โดยระบุว่าะก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ก็ได้รับเชิญมาไทยและยังออกแถลงการณ์ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา โดยที่สถานีโทรทัศน์ในไทยก็มีการแสดงความเห็นกดดันเขาเช่นกัน

สมเด็จฮุนเซ็นยังกล่าวด้วยว่า ในประเทศไทยเองก็มีคนเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณอยู่เป็นล้านคน แล้วทำไมเขาจะสนับสนุนทักษิณไม่ได้ ท้ายที่สุด สมเด็จฮุนเซ็นกล่าวว่า การเมืองภายในประเทศไทยก็ป็นเรื่องที่ต้องจัดการกันภายในของไทยเอง และเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย และอย่ากล่าวหาว่าเขาเป็นพวกสนับสนุนทักษิณ หรือสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง

“อริสมันต์” ยื่นแถลงการณ์ถึงผู้นำอาเซียน

ที่มา ประชาไท

(23ต.ค.) เวลา 13.20 น.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายนิสิต สินธุไพร นายสุพร อัตถาวงศ์ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำคนเสื้อแดง ที่ได้รับการมอบจากนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางเข้าไปที่คาบาน่า บีซ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนซ์ ชายหาดบึกเตียน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมีคนเสื้อแดงนับร้อยคนมารอต้อนรับ ทั้งนี้นายอริสมันต์ได้มายื่นแถลงการณ์ถึงผู้นำประเทศอาเซียน จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีและอินเดีย ผ่านนาย Balakumar Palaniappan ตัวแทนเลขาธิการอาเซียน และนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นแถลงการณ์ครั้งนี้ พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการรมว.กลาโหม ได้ประสานแกนนำนปช.ให้มายื่นแถลงการณ์ที่หาดปึกเตียนและประสานให้ตัวแทนอาเซียนมารับแถลงการณ์ ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น ปลัดจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอท่ายาง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้บังคับการตำรวจ จ.เพชรบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายกระจายกำลังรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

ส่วนรายละเอียดแถลงการณ์นั้นมีดังนี้ เหตุการณ์ที่กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าไปในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยานั้น เป็นเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และทางกลุ่มเสื้อแดงไม่ได้สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นทางกลุ่มคนเสื้อแดงมีความต้องการที่จะยื่นจดหมายแสดงความไม่ถูกต้องชอบธรรมของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อผู้เข้าร่วมประชุมเท่านั้น และต้องเรียกร้องให้องคมนตรี 3 คน ประกอบด้วยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ลาออกจากตำแหน่ง

“เมื่อจดหมายได้ยื่นให้รองเลขาธิการอาเซียน ทางกลุ่มเสื้อแดงกำลังเดินทางจากโรงแรมรอยัล คลิฟฟ์ บีชรีสอร์ต กลุ่มเสื้อแดงก็ถูกทำร้ายโดยตำรวจปราบจลาจลนอกเครื่องแบบที่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งตำรวจเหล่านั้นมีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญ เราจึงตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึงส่งคนเสื้อน้ำเงินมาทำร้ายผู้ชุมนุมที่ใช้แต่สันติวิธี ขณะที่ตำรวจเหล่านั้นควรอารักขาความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประชุม เราจึงขออนุญาตที่ประชุมให้โอกาสชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” แถลงการณ์ระบุ

แถลงการรณ์ระบุต่อว่า กลุ่มคนเสื้อแดงขอยืนยันว่า เราเคารพในความจำเป็นที่ต้องให้งานของอาเซียนเดินหน้าต่อไป แม้จะคัดค้านรัฐบาลไทย ขอให้ท่านผู้นำประเทศตระหนักว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้รับเสียงส่วนใหญ่จากประชาชน และในสายตาประชาชนนับล้านมองว่าเป็นตัวแทนอันปราศจากความชอบธรรม เพราะได้มองจากกองทัพและกลุ่มอมาตยาธิปไตย

“ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวและการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนคนไทยเรา ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามในฐานะสมาชิกองค์การสหประชาชาติ เมื่อพ.ศ.2540 เราจึงมีความประสงค์ประท้วงรัฐบาลไทย” หนังสือระบุ

นายอริสมันต์ กล่าวหลังการยื่นแถลงการณ์ว่า นปช.ไม่อยากโดนกล่าวหาและเป็นจำเลยสังคมหากเกิดข้อผิดพลาดที่อาจทำให้การประชุมอาเซียนซัมมิทไม่สำเร็จ และการยื่นหนังสือผ่านตัวแทนเลขาธิการอาเซียนในวันนี้กระทำที่ใดก็ได้และถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งของ นปช.ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดในอาเซียนว่า หกเดือนที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์ที่พัทยานั้นเกิดอะไรบ้างในไทย

เมื่อถามว่า รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น นายอริสมันต์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่พัทยานั้นรัฐบาลคือฝ่ายผิดพลาด วันนั้นตนและตัวแทนคนเสื้อแดงไปยื่นหนังสือเสร็จแล้วและกำลังจะกลับ แต่แกนนำรัฐบาล เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำคนเสื้อน้ำเงิน หารือเพื่อเล่นงานตน จึงใช้คนเสื้อน้ำเงินที่อยู่หลังแนวทหารทำร้ายคนเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บจำนวนมากในหลายพื้นที่ เพราะในวันนั้นมีการพบระเบิด กระสุนปืนและระเบิดควันเขียว เรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องดำเนินการกับคนเสื้อน้ำเงิน และในวันนั้นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายอริสมันต์ กล่าวว่า วันนี้พวกตนมายื่นแถลงการณ์ฉบับนี้เหมือนองค์กรอื่นๆ เช่นเอ็นจีโอ แต่สงสัยว่าทำไมพวกตนยื่นหนังสือถึงผู้นำอาเซียนไม่ได้และโดนกีดกันและบีบให้อยู่ในกรอบกฎหมาย พวกตนพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์หลายวันและใกล้กับสถานที่ประชุมชนิดที่เรียกว่าเดินเข้าไปได้เลย แต่พวกตนสนับสนุนการประชุมครั้งนี้เพราะมีประโยชน์กับอาซียน และเมื่อยื่นแถลงการณ์เสร็จแล้วจะกลับ กทม.ทันที เพราะพวกตนให้เกียรติผู้นำอาเซียน แต่ไม่ให้เกียรติกับรัฐบาลนี้ เพราะรัฐบาลนี้ไม่มีศักยภาพใดๆ และนายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นนายกฯ และประธานอาเซียนแทนที่จะใช้เวทีการประชุมครั้งนี้สร้างประโยชน์ให้ไทย เช่นตั้งศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนหรือศูนย์การค้าเสรีอาเซียนในไทย แต่กลับทำในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ เช่น ทีวีอาเซียน หากนายอภิสิทธิ์คิดได้ก็ควรทำให้อาเซียนเป็นปึกแผ่น แต่วันนี้มันชัดเจนแล้วว่า ผู้นำหลายประเทศไม่มาร่วมในพิธีเปิดการประชุมในวันนี้ เรื่องนี้รัฐบาลต้องคิดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

นายอริสมันต์กล่าวว่า หลังจากนี้แกนนำ นปช.และแกนนำบางพรรคจะเดินสายไปเยือนผู้นำอาเซียนในประเทศนั้นๆ ด้วยเพื่อชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นกับประชาธิปไตยไทย

เมื่อถามว่า จุดยืนของ นปช.ในการยื่นแถลงการณ์ครั้งนี้ นายอริสมันต์กล่าวว่า ต้องการบอกนานาชาติว่า รัฐบาลนี้มีที่มาไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย และต้องการรัฐธรรรมนูญ 2540 เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีที่มาจาก คมช.และการที่นายอภิสิทธิ์บอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นการเตะถ่วง หากนายอภิสิทธิ์ตั้งใจจริงนั้นให้ทำประชามติว่า ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญ 2550 ถ้าประชาชนชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ต้องแก้ หรือหากประชาชนบอกว่าต้องการรัฐธรรมนูญ 2540 นายอภิสิทธิ์ต้องยุบสภาและนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาใช้หากคำตอบออกมาเช่นใดต้องยอมรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. หลังจากที่นายอริสมันต์ยื่นแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นแล้วนั้น นายอริสมันต์และคณะก็เดินทางกลับ กทม.ทันที

ที่มา: เว็บไซต์คมชัดลึก

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(24ต.ค.):งานเข้า

ที่มา Thai E-News

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ชาวบ้านร้านช่องเขาได้พัก แต่เป็นวันหนักๆชนิด"งานเข้า"ของชาวเสื้อแดงครับ เพราะส่วนใหญ่ต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตในวันทำงาน พอเสาร์-อาทิตย์ก็ได้มามีเวลาทำกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยกัน ดังนั้นสุดสัปดาห์นี้งานชุกเหมือนเคย ทั้งในประเทศ และัต่างประเทศ โปรดติดตามโดยพลัน***


***งานแรกเป็นงานใหญ่งานยักษ์ ขอเชิญเสื้อแดงทุกท่านทะลักไปให้กำลังใจคนทำงาน คนทำมาหากิน แดงทำแดงใช้ไทยเจริญ... เครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี-โอท็อป (SMOT) จัดงาน “SMOT Fair ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมอินทรา (ชั้น 4) ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 20.00 น.

กำหนดการจัดงาน “SMOT Fair ครั้งที่ 2”

สถานที่-ณ โรงแรมอินทรา (ชั้น 4) ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

วันเวลา-เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 20.00 น.

10.00 – 10.45 น. การแสดงตีกลองสะบัดชัยของคณะนักเรียนโรงเรียนอมรินทราราม

10.40 – 11.00 น. วีดิทัศน์แนะนำ SMOT และกำหนดการ

11.00 – 12.30 น. ปาฐกถา “เศรษฐกิจไทยและเอสเอ็มอี-โอท็อปจะฟื้นตัวได้อย่างไร” โดยดร.ปานปรีย์ มหิทรานุกร

12.30 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง-กาแฟ

13.00 – 14.00 น. ดนตรีโดยคุณจำรัส เศวตาภรณ์

14.00 – 14.30 น. ทิศทางการขับเคลื่อนและอนาคตของ SMOT

ดร.ปริวรรต สาคร ประธาน SMOT

14.30 – 16.00 น. การเสวนา “ความหวังและโอกาสของคนไทยต่อเศรษฐกิจปี 2553”

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง

รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดยคุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ

16.00 – 16.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง-กาแฟ

16.30 – 18.00 น. การเสวนา “คนเสื้อแดงกับประชาธิปไตยทางด้านเศรษฐกิจ”

นายแพทย์เหวง โตจิราการ

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา

18.00 – 19.00 น. การแสดงดนตรีโดยคุณวิสา คัญทัพ และคุณไพจิตรอักษรณรงค์

19.00 – 19.30 น. พิธีมอบของที่ระลึกให้กับผู้อุปการคุณ

20.00 น. ปิดงาน


ในงานพบกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอี-โอท็อป เช่น ผ้าไหม เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน หัตถกรรม และอาหารประเภทต่างๆ จำนวนกว่า 100 ร้าน***

***สอบถามเพิ่มเติมใดๆด่วนจี๋ได้ที่ฝ่ายเลขานุการ SMOT โทรศัพท์หมายเลข 02-4111818 และ 083-2983182 สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ smotthailand@gmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน และติดตามรายละเอียดที่เวบไซต์ www.smotthai.com***


***THAILANDMIRROR.COM จัดงานเสวนาน่าสนใจที่สุดแห่งปี เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันปิยะมหาราช เป็นวันที่คนไทยหวนรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในการเลิกทาสในหัวข้อที่เข้ากับวันที่จัดคือ "เลิกทางทางความคิด ปฏิรูปประชาธิปไตย"บรรยากาศแน่นขนัดไปด้วยพิธีกร วิทยากรคุณภาพ และผู้เข้าร่วมล้นห้อง นี่ขนาดต้องซื้อบัตรเข้ามาชมในราคา 300 บาท เพราะทุกคนอยากได้ความรู้ความเข้าใจร่วมกัน แถมเงินเหลือมีไปช่วยคุณดารณี เหยื่อคดีหมิ่นฯ และครอบครัววีรบุรุษประชาธิปไยลุงนวมทองด้วย***

***ตามไปชมรูปรายละเอียดสวยๆที่คุณแมวอ้วนอ้วนลงไว้ในเวบบอร์ดประชาไทยตาม ลิ้งค์ ส่วนทางเวบcbnpressเขามีคลิปการเดี่ยวไมโครโฟนของพระเอกโด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆด้วย ตามไปชมตามลิ้งค์ได้




***เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มมุสลิมรักประชาธิปไตย อ.จะนะ สงขลา และชาวบ้านใกล้เคียงประมาณ100 กว่าคนได้จัดงานพบปะสังสรรค์โดยมีกลุ่มเสื้อแดงสงขลา หาดใหญ่ได้ไปพบปะเยื่ยมเยียนทานข้าวร่วมกัน และได้มีการพูดจาปราศรัยกันพอหอมปากหอมคอ เนื้อหาอยู่ที่ว่า พวกเราเป็นผู้รักประชาธิปไตยไม่แยกศาสนาไม่แยกเชื้อชาติ และหากฝ่ายอำมาต์จะถาม ก็จะบอกดังๆว่่า "พวกเราชาวมุสลิมตรงนี้หลายพันคนต้องการประชาธิปไตยกลับคืนมา เราไม่เอาระบอบเพด็จการ!!"***


***ข่าวสังคมดีๆของพี่น้องเสื้อแดง กลุ่มนครนายกแดงสัมพันธ์เพื่อปชต. ขอเชิญสมาชิกเสื้อแดงใน อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ และ อ.ปากพลี เข้าร่วมประชุมหารือ การสร้างเครือข่ายและปลูกผังประชาธิปไตยแบบสากลแท้ๆ ในระดับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ในวันเสาร์ที่ 24 ตค. เวลา 10.00 น. ณ สวนอาหารติดแอร์ ครัวสะพานเหล็กบ้านท่าแดง ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก พร้อมกันกับ เวลา 13.30 น.เรียนเชิญเสื้อแดงในจังหวัดใกล้เคียงและผู้สนใจ ร่วมฟังบรรยายพิเศษ เรื่องปชต.สากลแท้ๆแบบกินได้ โดยอาจารย์ชูพงศ์ ถี่ถ้วน งานนี้ฟรี แล้วแต่น้ำใจช่วยกันสอบถามรายละเอีอดได้ ที่ลุงโกร่ง 080-641-5979 คุณจิราภา 089-803-9932 ลุงต้อม 080-555-5072***


***เสื้อแดงอินเตอร์เคลื่อนไหวคึกคักทั่วมุมโลก หลังจากเรารายงานกิจกรรมเสื้อแดงในอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว ล่าสุดพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย(THAI RED AUSTRALIA)แจ้งข่าวมา ขอเรียนเชิญพี่น้องผู้มีจิตใจรักในประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ และอำนาจนอกระบบ รวมถึงต่อต้านการกระทำสองมาตรฐานของทางรัฐฯไทย เข้าร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองครั้งที่ 5 ในวันอาทิตย์ที่25ตุลาคมนี้ ผู้สนใจติดต่อ thairedaustralia@hotmail.com เพราะถึงเวลาแล้วที่เราคนไทยในต่างแดนในหลายๆประเทศ จะได้รวมใจเป็นหนึ่งกับพี่น้องในเมืองไทย สู่หนทางประชาธิปไตยที่แท้จริง...เสียที***

***พี่น้องเสื้อแดงปักษ์ใต้จะปล่อยให้พันธมารผลาญเมืองคงไม่ไหว ล่าสุดเหยียบหัวใจกันถึงขั้นพันธมิตร16จังหวัดภาคใต้ออกแถลงการณ์หนุนสหภาพรถไฟหยุดเดินรถไฟ ทำร้ายคนปักษ์ใต้ ทำลายเศรษฐกิจ ทำลายการท่องเที่ยว ดังนั้นกลุ่มพิทักษ์ประชาธิปไตยภูเก็ต จึงได้กำหนดจัดการเสวนาประชาธิปไตยในหัวข้อ "ฝ่าวิกฤติการเมือง แก้วิกฤติท่องเที่ยว" ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยเชิญ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ,ดร.สุนัย จุลพงศธร พร้อมด้วยตัวแทนฝ่ายการท่องเที่ยวของภูเก็ต ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมดำเนินรายการโดย จอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ บัตรราคา 300 บาท รายได้เพื่อเป็นทุนในการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ติดต่อสำรองได้ที่ คุณเอ๋ 08-7890-3133 เลขา/ผู้ประสานงานกลุ่มฯ***

***นอกจากนี้ ท่านยังจะได้พบกับขุนพลนักพูดทางการเมืองที่ท่านชื่นชอบ อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พายัพ ปั้นเกตุ ฯลฯ อีกมากมาย ขอเรียนเชิญพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยในภาคใต้ และพี่น้องที่ต้องการปลดแอกไม่ให้พันธมารผลาญชาติย่ำยีทำลายคนปักษ์ใต้ ทำร้ายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมาพบกันสำแดงพลังกันให้เป็นประจักษ์***

***ปิดท้ายด้วยข่าวนี้หน่อย กลัวไม่ได้อ่านกัน

ฮุนเซ็นแรง บอกทักษิณไม่ต่างกับอองซาน ซูจี

สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเดินทางถึงชะอำค่ำวันศุกร์ที่23ต.ค. แถลงยืนยันเชิญทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กัมพูชาเป็นอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ไม่ใช่เรื่องแทรกแซงการเมืองไทย ตอกกลับพูดกันแต่เรื่องนางอองซาน ซูจี ทำไมไม่พูดเรื่องทักษิณเป็นเหยื่อการเมืองบ้าง

ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซ็น เดินทางถึงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อเวลาประมาณ 16.45 น.และเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ผ่านล่ามภาษาอังกฤษ โดยสมเด็จฮุนเซ็นพูดเป็นภาษากัมพูชา

สมเด็จฮุนเซ็นกล่าวยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงที่เชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และขอแนะนำให้ผู้ที่เรียกร้องให้ส่งพ.ต.ท.ทักษิณกลับในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนว่า ให้ไปอ่านสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไทย-กัมพูชา ข้อ 3 (ซึ่งระบุว่าการร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหากลับนั้น จะทำไม่ได้ในกรณีที่เป็นคดีการเมือง หรือเป็นกรณีที่บุคคลนั้นถูกประเทศผู้ร้องขอลงโทษจากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือการเมือง)

สมเด็จฮุนเซ็นกล่าวด้วยว่า มีคนจำนวนมากพูดถึงนางออง ซาน ซูจี แต่กลับไม่พูดถึงทักษิณซึ่งเป็นเหยื่อเช่นกันกัน และว่าการตัดสินใจให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนั้น เป็นอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา และไม่ถือเป็นการแทรกแซงทางการเมืองไทย โดยระบุว่าะก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ก็ได้รับเชิญมาไทยและยังออกแถลงการณ์ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา โดยที่สถานีโทรทัศน์ในไทยก็มีการแสดงความเห็นกดดันเขาเช่นกัน

สมเด็จฮุนเซ็นยังกล่าวด้วยว่า ในประเทศไทยเองก็มีคนเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณอยู่เป็นล้านคน แล้วทำไมเขาจะสนับสนุนทักษิณไม่ได้ ท้ายที่สุด สมเด็จฮุนเซ็นกล่าวว่า การเมืองภายในประเทศไทยก็ป็นเรื่องที่ต้องจัดการกันภายในของไทยเอง และเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย และอย่ากล่าวหาว่าเขาเป็นพวกสนับสนุนทักษิณ หรือสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง***



***ท่านที่ต้องการเผยแพร่ข่าวคราวกิจกรรม หรือกำหนดการงานนัดหมายต่างๆทั้งส่วนรวม ส่วนตัว ธุรกิจการค้าสารพัดสารพันงานบุญงานบวช บอกมาได้ที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"อีเมล์ thaienews@googlegroups.com แล้วเราจะตีข่าวให้ฟรีๆไม่คิดสตังค์ แถมมีคนรออ่านอยู่ทั่วโลกหลายล้านคนคะร้าบ***

โต้NGOกุนซือสมัชชาคนจน:อย่าพาคนจนไปรองรับความชอบธรรมให้หุ่นเชิดอำมาตย์

ที่มา Thai E-News


โดย สุรีย์ มิ่งวรรณลักษณ์
23 ตุลาคม 2552

ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน NGO ปัจจุบัน ซึ่งจำนวนไม่น้อยล้วนหนุนรัฐประหารที่ผ่านมา ชื่นชมระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธมิตรฯไม่ว่าจะออกหน้าหรืออีแอบก็ตาม..ขณะที่องค์กรฝ่ายประชาธิปไตยกำลังคัดค้านรัฐบาลหุ่นเชิด แต่NGOที่ปรึกษาของสมัชชาคนจน กลับนำคนจนมาสร้างความชอบธรรมให้ แบบนี้สมัชชาคนจนก็อาจจะกลายเป็นองค์กรรากหญ้าที่โดดเดี่ยวจากพลังรากหญ้าประชาธิปไตยกลุ่มอื่นๆ


*สนั่น ชูสกุล

อันเนื่องมาจากบทสัมภาษณ์ นายสนั่น ชูสกุล ในหนังสือเนชั่นรายสัปดาห์ฉบับล่าสุด “สมัชชาคนจนไม่ได้เสริมบารมีใคร” ในฐานะที่สนั่นเป็น NGO ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน โดยได้กล่าวถึงบทความเรื่อง “สมัชชาคนจน NGO: ไร้เดียงสาทางการเมือง?” ที่ลงในสื่อออนไลน์ไทยอีนิวส์ และประชาไท

ผู้เขียนในฐานะที่เขียนบทความนี้ กล่าวโดยรวมแล้วผู้เขียนเห็นด้วยกับคุณสนั่น เกือบทั้งหมดในบทสัมภาษณ์ต่อเรื่องราวปัญหาคนจน ปัญหาทางโครงสร้างของสมัชชาคนจน รากเหง้าความยากจน ฯลฯ

ยกเว้นหัวใจสำคัญ ที่คุณสนั่นกล่าวถึงบทความเหมือนกำลังคิดว่าผู้เขียนคิดว่า “รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม เพราะฉะนั้น รัฐบาลนี้จึงไม่ควรแก้ไขปัญหาให้กับคนจน” ทำให้คิดกันได้ว่าผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาของคนจน

เท่ากับคุณสนั่น อ่านบทความไม่แตกหรือไม่เข้าใจหัวใจของบทความ เพราะผู้เขียนไม่ได้ปฏิเสธการแก้ไขปัญหาของคนจนเลย ไม่เฉพาะสมัชชาคนจนเท่านั้น ทุกกลุ่มที่เดือดร้อน และไม่ว่ารัฐบาลทหาร รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลหุ่นเชิดอำมาตยาธิปไตยปัจจุบันก็เช่นกันสมควรทำหน้าที่ของรัฐที่ดีแก้ไขปัญหาของคนจน

เพียงแต่ ผู้เขียนวิพากษ์วิจารณ์ไปที่ปรึกษาสมัชชาคนจน NGO ปัจจุบัน ซึ่งจำนวนไม่น้อยล้วนหนุนรัฐประหารที่ผ่านมา ชื่นชมระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะออกหน้าหรืออีแอบก็ตาม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ก็มีจำนวนหนึ่งหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

ผู้เขียนวิจารณ์ ในฐานะพวกเขาเหล่านั้นเป็นเสนาธิการการขับเคลื่อนของสมัชชาคนจน ผู้วางแผน ผู้ประสานรัฐบาล ผู้เขียนวิจารณ์ในทางยุทธวิธี โดยที่ผู้เขียนก็เดาไม่ออกว่าเป็นความบริสุทธิ์ใจ หรือความตั้งใจกันแน่ ?

แต่ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า ไม่จำเป็นอย่างยิ่งที่การแก้ไขปัญหาคนจนในภาวะการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้นแหลมคมระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายอำมาตยาธิปไตยในปัจจุบัน หรือสถานการณ์การเมืองไม่ปกติ ที่สมัชชาคนจนกลับปล่อยให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ฉวยโอกาสสร้างภาพลักษณ์ สร้างความชอบธรรม หรือเอาสมัชชาคนจนเป็นกลไกในการสร้างความชอบธรรมของรัฐบาล ท่ามกลางการแก้ไขปัญหาคนจนโดยการมีโครงการต่างๆที่ผิดพลาด มีการคอรัปชั่นไม่สอดคล้องความเป็นจริง

เช่น โครงการจ่ายเงินให้กับคนที่มีเงินเดือนจำนวนมากอยู่แล้ว โครงการซื้อตู้หยอดน้ำ โครงการซื้ออุปกรณ์ของสาธารณสุข ฯลฯ และการไม่แก้ไขปัญหาที่ดินที่กระบี่ และสุราษฏร์ธานีเมื่อเครือข่ายเจ้าของที่ดินเป็นคนในแวดวงรัฐบาล การใช้ความรุนแรงกับสหภาพแรงงานไทรอัมพ์โดยใช้ระบบเสียงทำลายโสตประสาท ตลอดทั้งการบิดเบือนระบบที่ดินโฉนดชุมชน หรือภายใต้ที่คนจนทั่วประเทศจำนวนมากเอือมระอาต่อต้านรัฐบาลอำมาตยาธิปไตยอยู่ขณะนี้

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง สมัชชาคนจน อาจจะกลายเป็นองค์กรรากหญ้าที่โดดเดี่ยวจากพลังรากหญ้าประชาธิปไตยกลุ่มอื่นๆที่ไม่สมควรให้เกิดขึ้นอย่างยิ่งในฐานคนจนผู้รักประชาธิปไตยเหมือนกัน

แต่ทำไม NGO ที่ปรึกษาของสมัชชาคนจน จึงไม่สนใจกับเรื่องราวแบบนี้

น่าจะมีทางออกในการแก้ไขปัญหาของยายไฮ และสมัชชาคนจน โดยไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไปเอาคะแนนเอาแต้มถึงศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้าน ก็เมื่อต้องจ่ายเงินให้ยายไฮ อยู่แล้ว ตามหน้าที่ที่รัฐต้องรับผิดชอบผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้วเป็นความชอบธรรมของยายไฮ

สมัชชาคนจน เป็นองค์กรประชาชนต้องส่งเสริมประชาธิปไตย สมัชชาคนจน เป็นองค์กรคนรากหญ้า จึงต้องทำให้ประชาธิปไตยกินได้

และประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เท่านั้น จึงเป็นหลักประกันให้ปัญหาคนจนที่ต้องต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเพื่อสังคมที่ยุติธรรม มิเพียงปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ได้อย่างมีอนาคตและมีเสรีภาพ ดังนั้น สมัชชาคนจน จึงต้องเป็นแบบอย่างขององค์กรประชาชนชั้นล่างในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งเพื่อให้อำนาจทางการเมือง เป็นอำนาจอธิปไตยมาจากปวงชน เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมทางสังคม

และท่ามกลางการขับเคลื่อนเพื่อการแก้ไขปัญหาของคนจน ก็ไม่ควรปล่อยให้รัฐบาลอำมาตยธิปไตยฉวยโอกาสใช้งบประมาณแผ่นดินภาษีอาการของประชาชนทั้งประเทศจำนวนไม่น้อย ระดมทั้งทหารตำรวจ ใช้เฮลิคอปเตอร์มาอารักขานายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เพื่อมาสร้างความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาคนจนอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเพราะ สมัชชาคนจนไม่ได้เสริมบารมีใคร

แต่สมัชชาคนจนต้องเสริมสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ใช่หรือไม่?

เบื้องหลังโชคมหาศาลของเนชั่น มันคืออาชญากรรมย่ำยีชาติและประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News


เบื้องหลังโชคมหาศาลคืออาชญากรรม-ค่ายเนชั่นร่วมมือกับพรรคประชาธิืปัตย์และฝ่ายอำนาจแฝงโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลสมัคร-สมชายที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกมา แล้วหนุนนายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่ทั้งในฐานะบอดีการ์ดและกองเชียร์ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่ตามมาด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทนมหาศาล เนชั่นได้คลื่นได้เวลาทีวีช่องต่างๆ ได้เงินโฆษณาจากรัฐบาลอุดหนุนให้ จนได้ล้างน้ำกิจการที่ขาดทุนบักโกรกให้ฟื้นมามีกำไร และกำลังเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเพื่อเข้าตลาดหุ้นในเวลานี้


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ตุลาคม 2552

สื่อค่ายหยุ่นกับรัฐบาลอภิสิทธิ์สมคบกันหาผลประโยชน์ด้วยการย่ำยีประชาธิปไตย?

เครือเนชั่นของสุทธิชัย หยุ่น เป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเต็มไม้เต็มมือที่สุดหลังจากเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกตั้งมา

จากกิจการที่มีปัญหาจนต้องขายตึกมาใช้หนี้และเสริมสร้างสภาพคล่องให้กิจการ เพียงไม่ถึงปีที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าบริหารประเทศโดยวิถีทางที่น่าละอาย ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งขันของเครือเนชั่นนั้น ล่าสุดเีครือเนชั่น สามารถที่จะนำบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจโทรทัศน์และวิทยุ ซึ่งได้เวลาออกอากาศมาด้วยอิทธิพลทางการเมือง รวมทั้งรายได้จากการโฆษณา รายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆให้พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล เช่น สัมมนา เปิดงาน กิจกรรมต่างๆถ่ายทอดสดผ่านสื่อเครือเนชั่นด้วยการเอื้อเฟื่อกันเป็นกรณีพิเศษ เพราะมีความเป็นพวกเดียวกัน เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

เนชั่นนำบริษัทลูกที่ชื่อเนชั่นบรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน)-NBC เจ้าของทีวีเนชั่นแชนัล และวิทยุเครือเนชั่น เข้าจดทะเบียนเป็นหุ้นใหม่ในตลาดMAI และอยู่ระหว่างการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ทำให้นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ถึงกับทำผิดกฎหมายด้วยการสวมบทบาทนักเล่าข่าวโฆษณาขายหุ้นNBCผ่านสื่อของตัวเอง โดยชี้นำว่าหากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"เพราะเป็นหุ้นดีมาก ราคาเสนอขายก็ต่ำเพียง2.90บาทต่อหุ้น แถมยังฝ่าฝืนกฎหมายเสนอขายโฆษณาผ่านสื่อตัวเองฝ่าฝืนกฎหมายก.ล.ต.ด้วย ดังที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ไทยอีนิวส์ได้นำเสนอข่าวไปด้วยว่า จากการพิจารณางบการเงินอย่างละเอียดแล้วพบว่าNBCอาจจะไม่ได้ดีถึงขั้นที่นายกนกโฆษณา เพราะก่อนแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นยังเป็นกิจการที่ขาดทุนสะสมสูงกว่าทุนจดทะเบียน เพิ่งใช้วิธีลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม และกลายเป็นบริษัทที่มีกำไรขึ้นมา

กำไรของเนชั่นทีวีที่สวนทางกับธุรกิจเดียวกันมันคือตัวชี้ต่างตอบแทนทางการเมือง?

เครือเนชั่นของสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งมีนักเล่าข่าวผ่านโทรทัศน์อย่างกนก-ธีระ ซึ่งตั้งหน้าตั้งตาเชียร์รัฐบาล และถล่มฝ่ายทักษิณและเสื้อแดงอย่างออกหน้าออกตา ได้สร้างความประหลาดใจอย่างใหญ่หลวงให้กับวงการสื่อ เมื่อแจ้งว่าผลดำเนินงานครึ่งปีแรก2552นั้น มีรายได้จากการโฆษณาทางทีวีและวิทยุพุ่งพรวดพราดขึ้นถึง 16 % ในขณะที่ภาพรวมของการซื้อโฆษณาผ่านทางทีวีของเจ้าอื่นๆลดลง 0.95%ขณะที่ยอดซื้อโฆษณาผ่านสื่อวิทยุลดลง 13.34% ในงวด 7 เดือนแรกของปีนี้

แต่ยอดงบรวมพลิกมาขาดทุนบักโกรก เหตุเสื้อแดงบอยคอตยอดขายนสพ.ทรุดฮวบ

อย่างไรก็ตามแม้จะได้สปอนเซอร์รายใหญ่จากรัฐบาลที่เกื้อหนุนกันแบบต่างตอบแทน แต่ในงวด6เดือนปีนี้เนชั่นก็ยังขาดทุน เพราะยอดโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ทรุดหนัก เพราะยอดขายตกฮวบฮาบ โดยมีรายงานว่ายอดขายสายเหนือสายอีสานที่ต่อต้านรัฐบาลและสื่อไร้จรรยาบรรณอย่างเนชั่นเป็นไปอย่างเข้มข้น ทำให้มีหนังสือพิมพ์กลับมากองพะเนิน ส่งผลให้เอเยนซี่ถอนโฆษณา ทำให้ภาพรวมของงบงวดครึ่งปียังคงขาดทุนต่อเนื่อง ดีว่าได้รัฐบาลอุ้มช่วยซื้อโฆษณาทางทีวี-วิทยุให้

ทั้งนี้เนชั่นแจ้งสรุปฐานะการเงินรวมของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์งวดครึ่งปีนี้ว่า งบการเงินรวมของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยสำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2552 ขาดทุน 110.93 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไร 1.11 ล้านบาท

ทั้งนี้เพราะรายได้จากการขายและบริการลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551 เนื่องจาก รายได้จากการขายโฆษณาลดลงร้อยละ 27 โดยมาจากรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 36 เพราะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ในขณะที่รายได้โฆษณาจากสื่อทีวีและวิทยุเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และรายได้จากการให้บริการข่าวสารและโฆษณาผ่านสื่อระบบอิเลคทรอนิคส์ลดลงร้อยละ 8 นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายสิ่งพิมพ์ลดลงร้อยละ 19 โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ลดลงร้อยละ 8 และรายได้จากการจำหน่ายหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คส์และการ์ตูนลดลงร้อยละ 33นอกจากนี้รายได้จากบริการด้านการพิมพ์ การเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ และบริการรับขนส่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 35


ยอดซื้อโฆษณาตีปี๊บผลงานรัฐบาลแซงโค้ก-โตโยต้า-มือถือสวนทางภาพรวมทรุด

ตอนที่รัฐบาลแถลงผลงาน6เดือนนั้น ผลสำรวจของโพลล์ออกมาว่าได้แค่คาบเส้น ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผลงานรัฐบาลมีมากแต่คนไม่ค่อยรู้เพราะอ่อนประชาสัมพันธ์

อย่างไรก็ดีมีรายงานว่ารัฐบาลไม่ได้อ่อนประชาสัมพันธ์เลย กลับใช้เงินโฆษณาสูงติดอันดับ2เหนือกว่าโค้ก และโตโยต้า หรือบริษัทขายโทรมือถือยักษ์ใหญ่เสียอีก ไทยโพสต์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี เปิดเผยว่า 7 เดือนแรกปีนี้ รวมตัวเลขเดือน ม.ค.-ก.ค.มีการซื้อสื่อโฆษณารวม 49,472 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลง 4.3%

แบ่งเป็นสื่อทีวี 29,302 ล้านบาท ลดลง 0.95% สื่อวิทยุ 3,378 ล้านบาท ลดลง 13.34% สื่อหนังสือพิมพ์ 7,510 ล้านบาท ลดลง 13.82% สื่อนิตยสาร 2,895 ล้านบาท ลดลง 12.75% สื่อโรงภาพยนตร์ 2,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% สื่อกลางแจ้ง 2,351 ล้านบาท ลดลง 5.58% สื่อระบบขนส่ง 1,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.14% สื่ออินสโตร์ 471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.51% และสื่ออินเทอร์เน็ต 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.85%

นีลเส็นยังได้รายงานตัวเลขการซื้อสื่อโฆษณาในเดือน ก.ค.2552 ก็พบว่า บริษัทธุรกิจและองค์กรที่ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยูนิลีเวอร์ 507.12 ล้านบาท พีแอนด์จี 211.54 ล้านบาท สำนักนายกรัฐมนตรี 160.04 ล้านบาท ไบเออร์สดร๊อฟ 113.84 ล้านบาท และโตโยต้ามอเตอร์ 105 ล้านบาท ส่วนโค้ก,เป๊บซี่,บริษัทมือถือไม่ติด5อันดับแรกแต่อย่างใด

การที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของยอดโฆษณาทั้งหมดเป็นเงินกว่า 160 ล้านบาท ถือว่า เพิ่มขึ้นสองเท่าจากเดือนมิถุนายนที่ใช้เงินโฆษณาไป 76 ล้านบาท

แค่สองเดือน สำนักนายกรัฐมนตรี ใช้เงินโฆษณาไปแล้วกว่า 236 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ใช้ไปเท่าไรแล้ว ใครอยากรู้คงต้องไปขอข้อมูลจาก เอซี นีลสัน

ยอดการใช้เงินโฆษณาของ สำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ใน อันดับ 3 รองจาก ยูนิลิเวอร์ และ พีแอนด์จี มากกว่า ไบเออร์ รถยนต์โตโยต้า โคคาโคลา และมากกว่า เอไอเอส ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เกือบเท่าตัว เห็นไหมว่าสำนักนายกฯใช้เงินโฆษณามากมายขนาดไหนแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่เอกชนยังสู้ไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่า รัฐบาลอ่อนประชาสัมพันธ์ ได้อย่างไร

นี่แค่งบโฆษณาของหน่วยงานเดียวเท่านั้น ยังไม่นับเงินโฆษณาของกระทรวงต่างๆ ที่ทุ่มงบโฆษณากันอีกมากมาย รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร มีการโฆษณาตามสื่อทุกวัน โดยมี รัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม. เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณากันตรงๆ เลย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีแต่ละคน ยังมีการใช้งบ จ้างเอเยนซีโฆษณา และจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ แยกเป็นส่วนตัวอีกต่างหาก ขนาด รัฐมนตรีว่าการ กับ รัฐมนตรีช่วย ก็ยังจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์แยกกันเลย ของใครของมันเพื่อใช้เผยแพร่งานของตัวเอง เพื่อให้เข้าถึงสื่อและมวลชนให้มากที่สุด ตรงนี้ไม่รู้ใช้งบประมาณไปอีกกี่ร้อยล้านบาท

จ้างประชาสัมพันธ์มืออาชีพมาทำงานกันมากมายขนาดนี้ แล้วยังจะมาบอกว่ารัฐบาลอ่อนเรื่องการประชาสัมพันธ์ คงฟังไม่ขึ้น

เมื่อนับรวมเม็ดเงินทั้งหมด ที่รัฐบาลใช้ไปในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาแล้ว ประเมินคร่าวๆ ว่า น่าจะไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 160 กว่าล้านบาท

ด้วยเม็ดเงินโฆษณาประชาสัมพันธ์ขนาดนี้ คะแนนนิยมของรัฐบาลน่าจะพุ่งขึ้นไปสูงลิ่ว แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม ประชาชนรับรู้ผลงานของรัฐบาลแค่ไม่กี่เรื่อง นักธุรกิจและนักวิชาการให้คะแนนรัฐบาลแค่สอบผ่านด้วยความเกรงใจ

รัฐบาลประเคนเงินโฆษณาให้สื่อกระแสหลักช่วยเชียร์ตอบแทนเนชั่น-ไทยโพสต์สาสม

เงินงบโฆษณาพวกนี้ก็ไปเข้าทางพวกสื่อกระแสหลักที่เป็นพรรคพวกรัฐบาลที่คอยเชียร์รัฐบาล และกระทืบฝั่งทักษิณนั่นแหละครับ หลักๆก็เครือเนชั่นที่รายงานมายังตลาดหลักทรัพย์ว่า ครึ่งแรกปีนี้ยอดขายสิ่งพิมพ์ตก เพราะพวกเสื้อแดงเลิกอ่านแอนตี้ แต่กำไรมาโป่งตรงโทรทัศน์ทั้งช่องเนชั่น และช่องอื่นๆที่เนชั่นไปทำรายการ

โฆษณาจากรัฐบาลมาทั้งทางตรงคือการโฆษณาประชาสัมพันธ์ มาทั้งรูปแบบอีเว้นต์ที่เนชั่นเข้าไปเหมาหมด ตั้งแต่เป็นพิธีกรเวทีงานเล็กงานใหญ่ ถ่ายทอดสดออกเนชั่น ได้กันเป็นกอบเป็นกำ

จึงไม่แปลกที่คนเนชั่นที่ส่งไปจัดรายการตามฟรีทีวีทุกช่อง จะเก็บอาการไม่ค่อยได้ในการเชียร์รัฐบาลโจ่งแจ้ง และกระทืบเสื้อแดง กระทืบทักษิณจมธรณี

โทนโท่จนยอมจำนนต่อหลักฐาน-หลังจากถูกแฉว่าการที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารหุ้นใหม่เครือเนชั่น(NBC)อาศัยคราบของนักเล่าข่าวใช้ทีวีและวิทยุเนชั่นพูดโฆษณาให้คนจองซื้อหุ้นอันเป็นเท็จและผิดกฎหมายว่าใครจองซื้อไว้จะ"รวยเละรวยไม่รู้เรื่อง" วันต่อมาเนชั่นทำผิดกฎหมายซ้ำอีกด้วยการขึ้นข้อความโฆษณาว่า"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย ล่าสุดวันศุกร์ที่23ต.ค.นี้เนชั่นได้ยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว(ดู ลิ้งค์)


ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่23นี้สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ได้ยุติการโฆษณาขายหุ้นจองน้องใหม่ เนชั่นบรอดแคสติ้ง-NBCแล้ว หลังจากฝ่าฝืนกฎหมายมา2วันต่อเนื่อง โดยในวันที่ 21 ต.ค.นายกนกได้พูดชี้ชวนว่าเขาและนายธีระ ธัญไพบูลย์ก็จองซื้อหุ้นตัวนี้ไว้คนละเป็นแสนหุ้น หุ้นตัวนี้ดีมากราคาจองก็ถูกเพียง2.90บาทต่อหุ้น ใครจองซื้อไว้แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว "รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ซึ่งได้มีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานก.ล.ต.จำนวนมากว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ วันต่อมาคือ22ต.ค.มีการขึ้นข้อความโฆษณา"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรติดต่อ โดยที่ยังไม่แน่ชัดว่ามีการขออนุญาตจากกลต.หรือยัง และหากแม้ได้รับอนุญาตก็เป็นการกระทำผิดกฎหมายอีกเรื่อง เพราะไม่ได้ขึ้นข้อความเตือนในเรื่องความเสี่ยงในการลงทุนไว้ตามที่กฎหมายกำหนด

ไทยอีนิวส์ได้นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันอาจเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ต่อมาเมื่อถูกทักท้วง ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นก็ไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นแล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

โดยเนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ไทยอีนิวส์ได้ตรวจสอบดูงบการเงินของNBCว่าดีถึงขั้นจะทำให้ผู้จองซื้อหุ้นตัวนี้มีโอกาส"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว"ดังที่นายกนกพูดโฆษณาชี้ชวนหรือไม่ ก็พบว่า นายกนกอาจพูดเกินจริง หรือกระทั่งเข้าข่ายพูดจาอันเป็นเท็จ เพราะบริษัทนี้ไม่กี่ปีก่อนจะ"แต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาด"ฐานะย่ำแย่ถึงขั้นส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ มียอดขาดทุนสะสมจำนวนมาก โดยเมื่อสิ้นปี2549 มียอดขาดทุนสะสมอยู่ถึง163ล้านบาท ขณะที่มีทุนจดทะเบียน140ล้านบาท ณ ปีนั้น

อย่างไรก็ตามก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง2เดือน บริษัทใช้กลวิธีทางบัญชีทำให้ยอดขาดทุนนั้นหายวับไปกับตา โดยการลดทุนจดทะเบียนลง จากนั้นก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือมาเป็นกำไรในทันควันเมื่อสิ้นงวดครึ่งปี2552นี้



เชิญร่วมร้องเรียนกนกปั่นหุ้นและร้องให้เฉดหัวกับกลต.

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเครือเนชั่นมีพฤติการณ์ที่ใกล้ชิดเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลอาจเพิกเฉยต่อการกระทำผิดครั้งนี้
ท่านสามารถร้องเรียนพฤติการณ์นี้ทางออนไลน์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ได้ตามลิ้งค์นี้ ( คลิ้ก ร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์ )หรือโทรศัพท์ร้องเรียนทางโทรศัพท์ผ่าน Help Center ที่ 0-2263-6000


--------------------
ข่าวเกี่ยวเนื่องที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้:

*จำนนหลักฐานเนชั่นจ๋อย หยุดแล้วโฆษณาขายหุ้น สาวลึกเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาดขายแมงเม่า
*ไม่รู้จะรวยหรือซวยเละ หุ้นใหม่เนชั่นเสกพ้วงเดียว จากเน่าๆเอาล้างน้ำเข้าตลาดหุ้นเฉยเลย!
*เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม
*กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน
*ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
*ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!

ป้ายเกะกะเกลื่อนกรุง : ปชป.ใช้งบฯรัฐหาเสียงส่วนตัว ???

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ Bugbunny
ที่มา เวบบอร์ด
ประชาไท
23 ตุลาคม 2552

เมื่อขับรถไปตามถนนอยู่หลายวัน ผมพบอะไรที่เอามาเล่าสู่กันฟัง นั่นคือเรื่องป้ายมาร์ก ที่เกะกะเกลื่อนกรุงอยู่

ป้ายพวกนี้มีภาพของมาร์กยิ้มแย้มอยู่ท่ามกลางผู้คน หลายเพศ หลายวัย หลายอาชีพ พร้อมคำพูดทำนองว่า เขาทำแล้ว

Concept ออกมาแนวนี้ เพราะมาร์กและทีมพีอาร์ พยายามใช้มันชี้แจงคำก่นด่าของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งประสานเสียงยืนยันตรงกันว่า มา์ร์กมันไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากเกาะโพเดียม ถ่มถุยเห่าหอนไปวัน ๆ ไร้สาระที่สุด ในบรรดานายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาของประเทศไทย

ความเห็นของผมมีดังต่อไปนี้

นี่เป็นการหาเสียงส่วนตัวของมาร์กกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้งบประมาณของรัฐอย่างแน่นอน เพราะป้ายเหล่านี้ เน้นสีฟ้าของพรรคประชาธิปัตย์ แทบมองไม่เห็นโลโก และตำแหน่งของมา์ร์ก เพราะเล็กยิ่งกว่าอี๋มด ไม่ถ่างตาขยับแว่น ก็มองไม่เห็น

ราคาของบอร์ดแต่ละแผ่นพร้อมติดตั้ง น่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ส่วนป้ายสะพานลอย ก็น่าจะใกล้เคียง ต้องใช้เงินหลายสิบล้านหรืออาจเหยียบร้อยล้าน

มาร์ก และ เตี้ย หนองใน ใช้สิทธิอะไร เอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้หาเสียงส่วนตัวให้พรรคประชาธิปัตย์ นี่เป็นเรื่องไร้มารยาทที่สุดของพรรคการเมือง

ส่วนการนำเสนอตามแนวทาง Tesimonial ที่ทำิอยู่นั้น ยืนยันได้ว่า ไม่บรรลุเป้าหมายที่จะบอกว่า มาร์กทำงานเลย

คนที่ทำ Marketing Communication เป็น และคนทั่วไป ชี้ชัดได้ว่า คนที่มาแสดงร่วมในภาพของมา์ร์กนั้นเป็นนักแสดงทั้งสิ้น โดย Modeling Agency สกรีนมาถ่ายทุกคน ตั้งแต่ชาวนา เด็ก แม่บ้าน ฯลฯ เป็นคนที่เลือกมาจนดูดีกว่าคนปกติ มันทำให้ผู้พบเห็น ไม่ให้ความเชื่อถือ มาร์กและทีมงานคิดแบบฉาบฉวยเกินไป

การพีอาร์ทางการเมืองตามโจทย์นี้ ไม่้เหมือนการทำผลิตภัณฑ์ ที่คุณต้องการให้คนอยากดูดีสวยหล่อเหมือนนายแบบนางแบบ แต่โจทย์ครั้งนี้ อยู่ที่คุณจะบอกว่า คุณทำงานให้ประชาชน

เมื่อหาตัวจริงของคนที่คุณทำงานให้ มาแสดงไม่ได้ มันจึง Fake และไม่สามารถสร้าง Convincing Power ได้เลย

ส่วนผลที่ตามมา และผมพบเห็นกับตาบนถนนวิภาวดี รังสิต ลาดพร้าว จตุจักร ฯลฯ ก็คือ ประชาชนที่ทนไม่ได้กับรัฐบาลหน้าอี๋ชุดนี้ กระทำการดังต่อไปนี้

ฉีกป้ายดังกล่าวขาดวิ่นเละเทะ โดยเฉพาะบริเวณที่มีรูปของมาร์ก ป้ายที่ติดบนสะพานลอย จะถูกฉีกเป็นริ้ว ๆ ทิ้งให้ห้อยต่องแต่ง กวนตาผู้ขับขี่รถยนต์บนถนน (ซึ่งหากเป็นเอกชนแล้ว ผู้รับเหมาติดตั้ง มีหน้าที่สำรวจและแก้ไข แต่สำหรับงานชุดนี้ เชื่อว่า ผู้ทำได้รับทรัพย์ค่าทำเสร็จ ก็จะปล่อยเลยตามเลยแน่นอน เนื่องจากโดนหัวคิวไปเยอะ ไม่คุ้มกับการที่ต้องไปตามดูแลป้ายทีหลังเหมือนเอกชน)

เขียนคำประเภท ก่อหนี้ ขี้ข้าอำมาตย์ หมีหน้าฮ้าก ส้นตีน ควาย สมุนตุ๊ด ฯลฯ ลงบนป้ายเหล่านั้น พ่นสีสเปรย์คำว่า Hee (ภาษาไทย) หรือพ่นรูปเท้าบนหน้าของมาร์ก ซึ่งแปลได้ว่า หน้าอี๋ และ หน้าส้นตีน


ติดกระดาษถ่ายเอกสารเป็นรูปป๋าพร้อมข้อความ ป๋าขายตูด
รูปมาร์กพร้อมข้อความ ไอ้หน้าอี๋จอมกู้
รูปกล้าณรงค์พร้อมข้อความ ไอ้เหม่งหื่น
รูปจารุวรรณพร้อมข้อความ อีคางคก ฯลฯ ลงบนป้ายสิ่งเหล่านี้

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และเท่าที่ดูมาจากหลายกลุ่มหลายคน เพราะมีวิธีกระทำการต่อต้านที่แตกต่างกันไป ไม่ใช่รูปแบบเดียวกัน เป็นปฏิกิริยาของประชาชนที่ไม่ได้จัดตั้งมาอย่างแน่นอน

สรุปก็คือ แคมเปญจน์นี้ได้ผลในการสร้างความเคียดแค้นชิงชังในหมู่กลุ่มเป้าหมายชาว กทม ที่มาร์กอยากปลุกระดมได้อย่างดี แต่ไม่ได้ผลแก้ภาพพจน์อะไรของมาร์กเลยแม้แต่น้อย

จำนนหลักฐานเนชั่นจ๋อย หยุดแล้วโฆษณาขายหุ้น สาวลึกเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาดขายแมงเม่า

ที่มา Thai E-News


โทนโท่จนยอมจำนนต่อหลักฐาน-หลังจากถูกแฉว่าการที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารหุ้นใหม่เครือเนชั่น(NBC)อาศัยคราบของนักเล่าข่าวใช้ทีวีและวิทยุเนชั่นพูดโฆษณาให้คนจองซื้อหุ้นอันเป็นเท็จและผิดกฎหมายว่าใครจองซื้อไว้จะ"รวยเละรวยไม่รู้เรื่อง" วันต่อมาเนชั่นทำผิดกฎหมายซ้ำอีกด้วยการขึ้นข้อความโฆษณาว่า"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย ล่าสุดวันนี้เนชั่นได้ยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว(ดู ลิ้งค์)



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 ตุลาคม 2552

จำนนต่อหลักฐานเนชั่นยุติโฆษณาให้คนจองซื้อหุ้นในเครือคือNBCแล้ววันนี้ หลังจากทำผิดกฎหมายต่อเนื่อง ทั้งการโฆษณาอันเป็นเท็จเจตนาปั่นหุ้นโดยผู้บริหารบริษัทในคราบนักเล่าข่าวผ่านสื่อของตัวเองว่า "ใครจองซื้อไว้จะรวยเละรวยไม่รู้เรื่อง" แถมยังทำผิดซ้ำขึ้นป้ายโฆษณาขายหุ้นผิดกฎหมายออกทีวีหรา ยิ่งสาวลึกยิ่งอื้อฉาวแทนที่จะ"รวยเละ"อย่างกนกว่าอาจจะ"ซวยเละ"ได้ เหตุพบใช้กลวิธีทางบัญชีลดทุนล้างขาดทุนสะสม เสกพ้วงเดียว!จากบริษัทที่มียอดขาดทุนสะสมบักโกรกสูงกว่าทุนจดทะเบียน กลายเป็นพลิกตาลปัตรมามีกำไรในช่วง"แต่งตัวเข้าตลาด"


ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา!-สโลแกนที่สุทธิชัย หยุ่นคิดไว้ในอดีตคือ"ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" คือพฤติการณ์ที่ต่ำทรามทั้งหลายของวงการสื่อ ทั้งการไม่เป็นกลาง ไร้จรรยาบรรณ ตบทรัพย์ ตีเมืองขึ้น รับซองขาวนักการเมือง พ่อค้า ผู้มีอำนาจ การทำตัวเป็นช่วงใช้ผู้มีอำนาจ แสวงหาผลประโยชน์..คำถามในเวลานี้คือสุทธิชัยยังกล้ายืนยันสโลแกนนี้อยู่อีกหรือในวันนี้..?


วันนี้สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ได้ยุติการโฆษณาขายหุ้นจองน้องใหม่ เนชั่นบรอดแคสติ้ง-NBCแล้ว หลังจากฝ่าฝืนกฎหมายมา2วันต่อเนื่อง โดยในวันที่ 21 ต.ค.นายกนกได้พูดชี้ชวนว่าเขาและนายธีระ ธัญไพบูลย์ก็จองซื้อหุ้นตัวนี้ไว้คนละเป็นแสนหุ้น หุ้นตัวนี้ดีมากราคาจองก็ถูกเพียง2.90บาทต่อหุ้น ใครจองซื้อไว้แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว "รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ซึ่งได้มีผู้ร้องเรียนไปยังสำนักงานก.ล.ต.จำนวนมากว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ วันต่อมาคือ22ต.ค.มีการขึ้นข้อความโฆษณา"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรติดต่อ โดยที่ยังไม่แน่ชัดว่ามีการขออนุญาตจากกลต.หรือยัง และหากแม้ได้รับอนุญาตก็เป็นการกระทำผิดกฎหมายอีกเรื่อง เพราะไม่ได้ขึ้นข้อความเตือนในเรื่องความเสี่ยงในการลงทุนไว้ตามที่กฎหมายกำหนด

ไทยอีนิวส์นได้นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันอาจเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ต่อมาเมื่อถูกทักท้วง ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นก็ไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นแล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

โดยเนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ไทยอีนิวส์ได้ตรวจสอบดูงบการเงินของNBCว่าดีถึงขั้นจะทำให้ผู้จองซื้อหุ้นตัวนี้มีโอกาส"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว"ดังที่นายกนกพูดโฆษณาชี้ชวนหรือไม่ ก็พบว่า นายกนกอาจพูดเกินจริง หรือกระทั่งเข้าข่ายพูดจาอันเป็นเท็จ เพราะบริษัทนี้ไม่กี่ปีก่อนจะ"แต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาด"ฐานะย่ำแย่ถึงขั้นส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ มียอดขาดทุนสะสมจำนวนมาก โดยเมื่อสิ้นปี2549 มียอดขาดทุนสะสมอยู่ถึง163ล้านบาท ขณะที่มีทุนจดทะเบียน140ล้านบาท ณ ปีนั้น

อย่างไรก็ตามก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง2เดือน บริษัทใช้กลวิธีทางบัญชีทำให้ยอดขาดทุนนั้นหายวับไปกับตา โดยการลดทุนจดทะเบียนลง จากนั้นก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือมาเป็นกำไรในทันควันเมื่อสิ้นงวดครึ่งปี2552นี้

พอแต่งตัวเข้าตลาดในปี50พลิกจากขาดทุนอ่วมมาเริ่มกำไร แต่ยอดขาดทุนสมบักโกรก


งบการเงินงวดสิ้นปี2550ของNBC (รายละเอียด คลิ้ก ) มีผลขาดทุนสะสมจำนวน 153 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสะสมในปีก่อนที่ขาดทุนสะสม163ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นจากที่เคยติดลบ23.8ล้านบาท พลิกมาเป็นบวก86ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิสิ้นปี50เป็นบวก10.6ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนสุทธิ41.8ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น0.54บาท จากขาดทุนต่อหุ้น3.1บาท

ส่วนงบการเงินงวดสิ้นปี2551 (รายละเอียด คลิ้ก )บริษัทรายงานว่ายอดขาดทุนสะสมลดลงเหลือ126.3ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มเป็น26.9ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มเป็น1.12บาท

เสกได้ดังใจนึกจากขาดทุนสะสมบานกลายเป็นกำไร

งบการเงินของNBCงวดล่าสุด คือสิ้นสุดไตรมาส 2/2552 สิ้นสุด30มิถุนายน ( รายละเอียด คลิ้ก )

18 กุมภาพันธ์ 52 ลดทุนจาก240ล้านบาท เหลือ120ล้านบาท โดยลดจำนวนหุ้นลงเหลือ12ล้านหุ้น ราคาพาร์10บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

21เมษายน52แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนตลาดMAI ลดราคาพาร์เหลือ1บาท แตกออกเป็น120ล้านหุ้น

จากนั้นเพิ่มทุนจาก120ล้านบาท เป็น170ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่50ล้านหุ้น รวม50ล้านบาท

ในจำนวนดังกล่าวนี้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน20ล้านหุ้นให้NMGหรือเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่99.99%ให้กรรมการและผู้บริหาร42,129หุ้น และนำมาขายประชาชนทั่วไป 30 ล้านหุ้น รวมทั้งNMGนำส่วนที่ถืออยู่มาขายด้วยรวม65ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ2.90บาท คาดว่าหากขายหมดจะได้เงินราว190ล้านบาท

จากนั้นผู้สอบบัญชีกล่าวว่าได้"คำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเสมือนว่าการแตกหุ้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันเริ่มต้นของปีแรกที่เสนอรายงานจำนวน120ล้านหุ้น" มีผลให้งบงวดครึ่งปีที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสิ้นสุด30มิถุนายน52พลิกมากำไร17ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.14บาท จากปีก่อนกำไร13ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.11บาท

ยอดขาดทุนสะสมจาก140ล้านบาท พลิกมาเป็นทุนชำระแล้ว240ล้านบาท

กนกโฆษณาอันเป็นเท็จหรือไม่ กลต.ต้องอย่านิ่งเฉย

ก่อนหน้านี้ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"นั้น มาวันนี้ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นนายกนกได้ยุติการพูดโฆษณานี้แล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

คราวนี้เนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้เนชั่นกระทำผิดกฎหมาย โดยฝ่าฝืนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 18/2547ที่กำหนดไว้ชัดเจนดังนี้

ข้อ 10 การโฆษณาผ่านสื่อจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เสนอขายหลักทรัพย์ได้ส่งข้อความ หรือตัวอย่างสื่อที่จะใช้ในการโฆษณา แล้วแต่กรณี ให้สำนักงานพิจารณาก่อนเริ่มการโฆษณา และสำนักงานมิได้แจ้งทักท้วงเนื้อหาของการโฆษณาดังกล่าวภายในสามวันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สำนักงานได้รับข้อความหรือตัวอย่างสื่อนั้น

ปัญหามีอยู่ว่าเนชั่นทีวีได้ขออนุญาตกลต.เพื่อขอโฆษณาหรือยัง เพราะหากได้รับอนุญาตก็ต้องทำตามประกาศฉบับนี้ที่กำหนดไว้ว่าการโฆษณาดังกล่าว ต้องมีข้อความต่อไปนี้แสดงในโฆษณาอย่างชัดเจนด้วย

(1) ข้อความที่เป็นคำเตือนดังนี้ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน”


(2) ข้อความอื่นใดที่สำนักงานกำหนดตามความจำเป็นและสมควรแก่กรณี ทั้งนี้โดยคำนึงถึงการมีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับผู้ลงทุน ประกอบกับภาระต้นทุนของผู้เสนอขายหลักทรัพย์

ในการแสดงข้อความตามวรรคสอง ให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่ใช้ข้อความหรือภาพ ตัวอักษรของคำเตือนต้องมีความคมชัด อ่านได้ชัดเจน และมีขนาดไม่เล็กกว่าตัวอักษรปกติที่ใช้ในการโฆษณา และในกรณีที่โฆษณาดังกล่าวมิใช่ข้อความหรือภาพนิ่ง ต้องจัดให้มีการแสดงคำเตือน (display) ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบวินาที

(2) หากเป็นการโฆษณาผ่านสื่อที่มีเฉพาะการใช้เสียง ต้องจัดให้มีการอ่านออกเสียงคำเตือน โดยมีระดับเสียงและความเร็วไม่แตกต่างจากการอ่านออกเสียงถ้อยคำทั่วไปที่ใช้ในการโฆษณานั้น

อนึ่งก่อนหน้านี้นายกนกได้พูดโฆษณาผ่านทีวีและวิทยุเนชั่นก็เข้าข่ายอาจฝ่าฝืนต่อประกาศกลต.ฉบับนี้ซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อ 4 ของประกาศฉบับนี้ โดยระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูล ไม่นอกเหนือไปจากข้อมูลที่ได้แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ได้ยื่นต่อสำนักงาน โดยมีลักษณะหรือ วิธีการแสดงข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ไม่แสดงข้อความที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) เป็นเท็จ เกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ข) เป็นการประมาณการผลตอบแทนจากการลงทุน เว้นแต่เป็นการประมาณการอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือหลักทรัพย์จะได้รับตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
(ค) เป็นการประมาณการผลการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคตของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เว้นแต่เป็นการแสดงข้อความที่แสดงไว้ในร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นต่อสำนักงาน
(ง) เป็นการชี้นำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขาย


ทั้งนี้ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลาราว09.10-09.15 นายกนกได้พูดออกทางรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นโดย
ได้โฆษณาชี้ชวนให้คนซื้อหุ้นจองNBC โดยชี้นำว่า"ดีมากครับหุ้นNBC คิดดูว่าขนาดคุณธีระก็ยังจองซื้อเป็นแสนหุ้น ผมก็จองซื้อเป็นแสนหุ้น ราคาก็แค่2.90บาทต่อหุ้น แค่2.90บาทครับ แล้วคิดดูว่าแค่ปันผลที่จะได้รับก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จองซื้อไว้ก็รวยเละ รวยไม่รู้เรื่องครับ" โดยนายกนกย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง

ผิดกฎหมายด้วยน่าเกลียดด้วยเพราะกนก-เมียเป็นผู้บริหารบริษัทที่เสนอขายหุ้น


นอมินีของกนก-นางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยาของนายกนกเป็นกรรมการของบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง(NBC) ส่วนนายกนกเป็นผู้บริหาร หรือแม้นายกนกจะให้นอมินีเป็นกรรมการบริษัทก็หนีความรับผิดชอบไม่พ้นเมื่อกระทำผิด เพราะกฎหมายพรบ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1ระบุว่า"บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง"หมายถึงคู่สมรสของกรรมการบริษัทด้วย(ที่มาภาพ:บอร์ดบริษัทNBC)



เมื่อตรวจสอบจากเวบไซต์ของ NBC ก็ยังพบว่า นายกนกยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของNBCในตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว(ดู ลิ้งค์ ) และนางลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ภรรยานายกนก ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท(ดู ลิ้งค์ ) และยังเป็นกรรมการบริหารบริษัทอ้ีีกตำแหน่งหนึ่งด้วย( ดู ลิ้งค์ )

ทั้งนี้ NBC เจ้าของเนชั่นทีวี และวิทยุเนชั่นเรดิโอ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 65 ล้านหุ้น เสนอขายราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้

ท่านสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่วิทยุเนชั่น (คลิ้ก ) หรือเนชั่นทีวี ( คลิ้ก )

ทั้งที่นายกนกไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สามารถจะระบุคุณค่าหรือราคาที่เหมาะสม หรือแนะนำการลงทุนใดๆได้ หรือถึงเป็นนักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาตให้แนะนำการซื้อขายหุ้นได้ ก็ต้องบอกถึงความเสี่ยงต่างๆประกอบด้วย โดยที่ก.ล.ต.มักกำหนดให้แจ้งผู้ลงทุนว่า"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนพึงศึกษาจากรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน และใช้วิจารณญาณในการลงทุน"

ที่สำคัญนายกนกกระทำลงไปดังกล่าวนี้ ยังเสี่ยงเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535หมวด 8 ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ กำหนดไว้ดังนี้

-มาตรา 238 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์บอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความใดโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานหรือราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

-มาตรา 239 ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้เสียในหลักทรัพย์ แพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง เว้นแต่จะเป็นการแพร่ข่าวในข้อเท็จจริงที่ได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์แล้ว

-มาตรา 240 ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่ข่าวอันเป็นความเท็จให้เลื่องลือจนอาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง


ทั้งนี้ในมาตรา 296ร ะบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 238 มาตรา 239 มาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้นๆได้รับเพราะการกระทำผิดดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นอกจากนั้นบริษัทNBCอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย เพราะมาตรา80กำหนดไว้ว่า การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์จะต้องไม่ใช้ถ้อยคำ หรือข้อความเกินจริง

มาตรา280 ระบุว่า ผู้กระทำผิดตามมาตรา80ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายชี้ทำตัวน่าเกลียดไม่เหมาะสมต้องโดนเฉดหัวพ้นผู้บริหารด้วย


กนกกับนอมินี-ภาพคู่แต่งงานของกนกกับลักขณา รัตน์วงศ์สกุล ซึ่งล่าสุดลักขณาเป็นกรรมการNBC หุ้นใหม่เครือเนชั่นที่กำลังเสนอขายต่อประชาชน ขณะที่กนกซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทด้วยได้ใช้บทบาทสื่อโหมโฆษณาผ่านทางทีวีและวิทยุเนชั่นเกินจริงให้คนซื้อแล้วจะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขัดแย้งทางผลประโยชน์ ที่สำคัญคือ"น่าเกลียด"!


ทั้งนี้ต้องนับว่านายกนกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงตามกฎหมายพ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา89/1 เพราะนายกนกมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร มีคู่สมรสคือภรรยาเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการบริหารบริษัท ดังนั้นอาจเข้าข่้ายกระทำผิดมาตรา89/3ซึ่งกำหนดไว้ว่า"ต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการบริษัทมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น" ซึ่งมาตรา89/4กำหนดให้พ้นตำแหน่ง เมื่อกระทำผิดดังกล่าว และจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

มาตรา89/9 วรรค3กำหนดด้วยว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารนั้น ต้องกระทำไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจนั้น

เชิญร่วมร้องเรียนกนกปั่นหุ้นและร้องให้เฉดหัวกับกลต.

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเครือเนชั่นมีพฤติการณ์ที่ใกล้ชิดเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากท่านเห็นว่ารัฐบาลอาจเพิกเฉยต่อการกระทำผิดครั้งนี้
ท่านสามารถร้องเรียนพฤติการณ์นี้ทางออนไลน์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ได้ตามลิ้งค์นี้ ( คลิ้ก ร้องเรียนก.ล.ต.ทางออนไลน์ )หรือโทรศัพท์ร้องเรียนทางโทรศัพท์ผ่าน Help Center ที่ 0-2263-6000


--------------------
ข่าวเกี่ยวเนื่องที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้:

*ไม่รู้จะรวยหรือซวยเละ หุ้นใหม่เนชั่นเสกพ้วงเดียว จากเน่าๆเอาล้างน้ำเข้าตลาดหุ้นเฉยเลย!
*เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม
*กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน
*ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
*ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(23ต.ค.):เลิกทาสทางความคิด ปฏิรูปประชาธิปไตยให้สมบูรณ์

ที่มา Thai E-News


งานเลิกทาสทางความคิด ปฏิรูปประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ-ทางไทยอีนิวส์เคยลงวันที่ผิดว่างานจัด22ตุลาฯ อันนี้ขออภัยอย่างแรง ขอแก้ให้ถูกเป็นวันศุกร์23ต.ค.13.00-17.00น. ร.ร.รัตนโกสินทร์ บัตร300บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล และครอบครัวลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ฟังรศ.ดร.ธเนศร์ อาภรณ์สุวรรณ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเพสัช ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จอม เพชรประดับ จรัล ดิษฐาอภิชัย ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ สมบัติ บุญงามอนงค์ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฮาเมอร์ ซาลวาลา จองที่นั่งโทร.084-0910707/089-5127566/084-9174023/085-8196127


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม 2552 ชอบใจบทความอาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ ที่เขียนออกมาแนววิชาการได้น่าอ่านน่าคิด การเลิกทาสไม่ใช่เรื่องความเมตตาของใคร แต่สอดคล้องกับการที่รัชกาลที่5ล้มเลิกระบอบศักดินาโบราณ เปลี่ยนมาเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เต็มตัวในทางการเมือง ดังนั้นในทางเศรษฐกิจต้องปลดปล่อยไพร่ทาสให้เป็นแรงงานตอบสนองระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโดยรัฐ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นสะสมทุนของพระราชาในยุคนั้น และสืบทอดมรดกความมั่งคั่งมาถึงเวลานี้ ใครยังไม่ได้อ่าน เชิญคลิ้กที่นี่ **

***คุณน้อง กลุ่มพลังสตรีเพื่อประชาธิปไตยแจ้งมาว่า จะจัดกิจกรรมภาคสนามครั้งที่ 4 ในวันที่ 23 ตุลาคม 2552 เป็นวันปิยะมหาราช โดยจะเดินทางไปวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ต้องการผู้ร่วมทางจำนวน 30 ท่าน (หากมีเสื้อพลังสตรีขอให้ท่านใส่เสื้อมานะค่ะ) พบกันเวลา 12.00 น.ที่หน้าสวนอัมพร และในเวลา 12.30 น. วางพวงมาลาและดอกไม้ ไปไม่ถูกโทรถามคุณน้อง08 4768 9139***

***เสื้อแดงอินเตอร์เคลื่อนไหวคึกคักทั่วมุมโลก หลังจากเรารายงานกิจกรรมเสื้อแดงในอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว ล่าสุดพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย(THAI RED AUSTRALIA)แจ้งข่าวมา ขอเรียนเชิญพี่น้องผู้มีจิตใจรักในประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ และอำนาจนอกระบบ รวมถึงต่อต้านการกระทำสองมาตรฐานของทางรัฐฯไทย เข้าร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองครั้งที่ 5 ในวันอาทิตย์ที่25ตุลาคมนี้ ผู้สนใจติดต่อ thairedaustralia@hotmail.com เพราะถึงเวลาแล้วที่เราคนไทยในต่างแดนในหลายๆประเทศ จะได้รวมใจเป็นหนึ่งกับพี่น้องในเมืองไทย สู่หนทางประชาธิปไตยที่แท้จริง...เสียที***

***พี่น้องเสื้อแดงปักษ์ใต้จะปล่อยให้พันธมารผลาญเมืองคงไม่ไหว ล่าสุดเหยียบหัวใจกันถึงขั้นพันธมิตร16จังหวัดภาคใต้ออกแถลงการณ์หนุนสหภาพรถไฟหยุดเดินรถไฟ ทำร้ายคนปักษ์ใต้ ทำลายเศรษฐกิจ ทำลายการท่องเที่ยว ดังนั้นกลุ่มพิทักษ์ประชาธิปไตยภูเก็ต จึงได้กำหนดจัดการเสวนาประชาธิปไตยในหัวข้อ "ฝ่าวิกฤติการเมือง แก้วิกฤติท่องเที่ยว" ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยเชิญ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ,ดร.สุนัย จุลพงศธร พร้อมด้วยตัวแทนฝ่ายการท่องเที่ยวของภูเก็ต ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมดำเนินรายการโดย จอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ บัตรราคา 300 บาท รายได้เพื่อเป็นทุนในการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ติดต่อสำรองได้ที่ คุณเอ๋ 08-7890-3133 เลขา/ผู้ประสานงานกลุ่มฯ***

***นอกจากนี้ ท่านยังจะได้พบกับขุนพลนักพูดทางการเมืองที่ท่านชื่นชอบ อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พายัพ ปั้นเกตุ ฯลฯ อีกมากมาย ขอเรียนเชิญพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยในภาคใต้ และพี่น้องที่ต้องการปลดแอกไม่ให้พันธมารผลาญชาติย่ำยีทำลายคนปักษ์ใต้ ทำร้ายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมาพบกันสำแดงพลังกันให้เป็นประจักษ์***

***อันนี้ไม่รู้ข่าวจริงข่าวลือหรือข่าวลวงข่าวปล่อยหรือเปล่า พี่น้องเสื้อแดงรายหนึ่งแจ้งข่าวมาว่า ในช่วงนี้มักได้ยินข่าวแปลกๆ ที่น่าเสียใจสำหรับคนเสื้อแดงที่ทุ่มเทแรงใจ บางท่านทุ่มเทแรงเงิน ทุ่มเทเวลา สารพัดสารเพ กลับได้ยินข่าวจากวงในว่า วันที่ 23-24 ต.ค.นี้ ไอ้ห้อยเนรวิน กำลังแอบเจรจายอมความกับเสื้อแดงผ่านผู้ที่มีศักดิ์เป็นอาของท่านนายกฯทักษิณที่ชื่อเจนวิทย์ ชินวัตร แถมยังมีไอ้พวกลิ้มทองกุล มีศักดิ์เป็นพี่ชายของมัน ที่ชื่อ นายศักดิ์ ลิ้มทองกุลเข้าร่วมวงขอขมาลาโทษด้วย โดยมีการนัดพบกันที่สุรินทร์ ในงานแต่งงานของพี่น้องชาวตำบลเมืองที อำเภอเมือง แล้วไปจัดเลี้ยงกันที่ โรงแรมมาเจสติก ในจังหวัดสุรินทร์...จริงหรือลวง หน่วยข่าวกรองโปรดพิจารณา หากจริงก็นับว่าความลับไม่มีในโลก***

***พี่น้องเสื้อแดงอีกท่านส่งข่าวมาว่าขอแสดงความไว้อาลัยแด่ท่าน ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้ประกอบคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ด้วยดีมาตลอดชีวิต ทั้งครอบครัว และการรับราชการ ผู้มีความซื่อสัตย์ต่อมวลชนโดยรวม ซึ่งกระผมทราบดีเพราะ ได้รู้จักท่านมาตั้งแต่กระผมในวัยเยาว์ ถึงปัจจุบัน ท่านได้สั่งสอนให้เป็นฅนดีในสังคม รับใช้ประเทศชาติ ท่านได้เคยกล่าวถึง"ฅนเสื้อแดง" ต่อกระผมไว้ดีมาก เชื่อมั่นในแนวทางของ "ฅนเสื้อแดง" ท่านได้ถึงแก่กรรมในวันนี้ 22 ตุลาคม 2552 ญาติได้ตั้งศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส ขอให้ศาลฯได้จำหน่ายคดี ถอนหมายจับในคดีความ ที่กล่าวหาโดยไร้เหตุผล และสาระ ด้วย ***

***ข่าวสังคมดีๆของพี่น้องเสื้อแดง กลุ่มนครนายกแดงสัมพันธ์เพื่อปชต. ขอเชิญสมาชิกเสื้อแดงใน อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ และ อ.ปากพลี เข้าร่วมประชุมหารือ การสร้างเครือข่ายและปลูกผังประชาธิปไตยแบบสากลแท้ๆ ในระดับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ในวันเสาร์ที่ 24 ตค. เวลา 10.00 น. ณ สวนอาหารติดแอร์ ครัวสะพานเหล็กบ้านท่าแดง ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก พร้อมกันกับ เวลา 13.30 น.เรียนเชิญเสื้อแดงในจังหวัดใกล้เคียงและผู้สนใจ ร่วมฟังบรรยายพิเศษ เรื่องปชต.สากลแท้ๆแบบกินได้ โดยอาจารย์ชูพงศ์ ถี่ถ้วน งานนี้ฟรี แล้วแต่น้ำใจช่วยกันสอบถามรายละเอีอดได้ ที่ลุงโกร่ง 080-641-5979 คุณจิราภา 089-803-9932 ลุงต้อม 080-555-5072***


***งานใหญ่งานยักษ์ เครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี-โอท็อป (SMOT) จัดงาน “SMOT Fair ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมอินทรา (ชั้น 4) ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 20.00 น.

กำหนดการจัดงาน “SMOT Fair ครั้งที่ 2”

สถานที่-ณ โรงแรมอินทรา (ชั้น 4) ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

วันเวลา-เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 – 20.00 น.

10.00 – 10.45 น. การแสดงตีกลองสะบัดชัยของคณะนักเรียนโรงเรียนอมรินทราราม

10.40 – 11.00 น. วีดิทัศน์แนะนำ SMOT และกำหนดการ

11.00 – 12.30 น. ปาฐกถา “เศรษฐกิจไทยและเอสเอ็มอี-โอท็อปจะฟื้นตัวได้อย่างไร” โดยดร.ปานปรีย์ มหิทรานุกร

12.30 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง-กาแฟ

13.00 – 14.00 น. ดนตรีโดยคุณจำรัส เศวตาภรณ์

14.00 – 14.30 น. ทิศทางการขับเคลื่อนและอนาคตของ SMOT

ดร.ปริวรรต สาคร ประธาน SMOT

14.30 – 16.00 น. การเสวนา “ความหวังและโอกาสของคนไทยต่อเศรษฐกิจปี 2553”

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกฯและรมว.คลัง

รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดยคุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ

16.00 – 16.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง-กาแฟ

16.30 – 18.00 น. การเสวนา “คนเสื้อแดงกับประชาธิปไตยทางด้านเศรษฐกิจ”

นายแพทย์เหวง โตจิราการ

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา

18.00 – 19.00 น. การแสดงดนตรีโดยคุณวิสา คัญทัพ และคุณไพจิตรอักษรณรงค์

19.00 – 19.30 น. พิธีมอบของที่ระลึกให้กับผู้อุปการคุณ

20.00 น. ปิดงาน


ในงานพบกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอี-โอท็อป เช่น ผ้าไหม เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน หัตถกรรม และอาหารประเภทต่างๆ จำนวนกว่า 100 ร้าน***

***ท่านที่จะไปงานหรือออกร้านติดตอด่วนจี๋ได้ที่ฝ่ายเลขานุการ SMOT โทรศัพท์หมายเลข 02-4111818 และ 083-2983182 สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ smotthailand@gmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน และติดตามรายละเอียดที่เวบไซต์ www.smotthai.com***

***ท่านที่ต้องการเผยแพร่ข่าวคราวกิจกรรม หรือกำหนดการงานนัดหมายต่างๆทั้งส่วนรวม ส่วนตัว ธุรกิจการค้าสารพัดสารพันงานบุญงานบวช บอกมาได้ที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"อีเมล์ thaienews@googlegroups.com แล้วเราจะตีข่าวให้ฟรีๆไม่คิดสตังค์ แถมมีคนรออ่านอยู่ทั่วโลกหลายล้านคนคะร้าบ***

สมเด็จฮุนเซ็นยืนยันไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ไทย

ที่มา Voice TV



เพราะเป็นสิทธิภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และจะตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ศก.ด้วย ขณะที่อริสมันต์ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำอาเซียนแล้ว