WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 27, 2009

สุดยอดผู้นำอาเซียน

ที่มา ไทยรัฐ

ปิดฉากการประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเนื้อหาสาระจะเป็นอย่างไร ฟังถ้อยแถลงจากโฆษกรัฐบาล คุณปณิธาน วัฒนายากร รวบหัวรวบหางว่าประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน หารือเรื่องสำคัญอย่างครบถ้วน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมเนื่องจากเป็นเรื่องระหว่าง 2 ประเทศ

ว้าเหว่

เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ระหว่าง 2 ผู้นำ ไทย-กัมพูชา คงไม่ต้องไปพูดอะไรให้เมื่อยตุ้ม พูดไปก็จะเป็นการแก้ตัวเปล่าๆ ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์นั้นถึงขั้นร้าวฉานไปแล้ว

ประเภทเกณฑ์พรรคพวกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายกฯกัมพูชา ก็ยังถือเป็นงานถนัดของรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว แต่ผู้นำประเทศไทยอดไม่ได้ ลงเวทีน้ำลายซะเอง

ดูทะแม่งไปหน่อย

ก็เอาเถอะนานาจิตตัง คนรักคนชอบนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ต้องออกมาเชียร์ให้อภิสิทธ์โต้ฮุน เซน อยู่วันยังค่ำ บ้านเราจะรักจะชอบใครไม่ค่อยจะลืมหูลืมตาซะด้วย เลยฝึกนิสัยการสร้างภาพให้ นักการเมืองจนเคยตัว ขนาดนักการเมืองทำความผิด ยังมาตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ อย่างไร้จิตสำนึกไม่มีเขินซักนิด

ก็มีเมืองไทยนี่แหละ

ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาที่ทำท่าจะบานปลาย ตอนนี้คงยากจะเยียวยา สิ่งที่รัฐบาลควรคิดเอาไว้ล่วงหน้าก็คือ สมมติเกิด พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้ามากัมพูชาจริงๆ จะดำเนินการอย่างไร

จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ไม่ได้ เพราะประกาศไว้แล้ว จะขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ก็ต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งก็น่าจะได้คำตอบล่วงหน้าอยู่แล้วเพราะนายกฯกัมพูชาประกาศเอาไว้ชัดแจ๋ว

ในด้านเนื้อหาสาระ จะว่าไปแล้วการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนี้เราละเลยอะไรไปเยอะ โดยเฉพาะเรื่อง ผลประโยชน์ของประชาชน ในย่านภูมิภาคนี้

มีแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง

ประเทศสหรัฐฯประกาศภาวะฉุกเฉินเตรียมรับมือกับ ไข้หวัดใหญ่ 2009 รอบใหม่ วัคซีนป้องกันมีเท่าไหร่ขนไปฉีดป้องกันให้กับคนอเมริกันล่วงหน้า มาก่อนฉีดก่อน

เศรษฐกิจการลงทุนจบลงด้วยระบบตัวใครตัวมัน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคนี้จะมาสนใจเศรษฐกิจประเทศอาเซียนให้เมื่อยตุ้มทำไม กัมพูชา เวียดนาม ลาว พม่า รอเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศลูกเดียว จากความได้เปรียบที่คนไทยทะเลาะกันเอง สิงคโปร์คอยจังหวะเซ็งลี้ไปเรื่อยๆตามถนัด

เหลือประเทศเจ้าภาพนี้แหละที่รับเละ

ไม่แน่ประเทศเพื่อนบ้านอาจจะโล่งอกที่ เวียดนามรับเป็นเจ้าภาพรายต่อไป ไม่ต้องมานั่งอึดอัดใจกับการเมืองภายในของ ประเทศไทย ที่จะลามไปถึงเพื่อนบ้านเหมือนทุกวันนี้.

หมัดเหล็ก

ยิ่งน่ากลัวยิ่งลากยาว

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_42491

หาวเรอรอกันไปก่อน

ตามโปรแกรมอย่างที่รู้กันทั่วไป นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอคิวจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ดึงนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี เสียบแทนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่จะหลบไปนั่งเก้าอี้เลขาธิการนายกฯ

แต่ถึงนาทีนี้ ก็ยังเป็นแค่คิวลอยๆ ไม่เป็นทางการ

นั่นก็เป็นสัญญาณว่า การขยับปรับ ครม.ยังติดขัดปัจจัยอื่น นอกเหนือจากความลงตัวในทางการเมือง

เรื่องของเรื่องมันก็ย้อนทางกับรายการ "ปล่อยของ" ออกมาจากคนประชาธิปัตย์ ส่งซิกนายกฯอภิสิทธิ์ มีคิวตรวจสมุดพกรัฐมนตรี ประเมินผลงานในรอบ 1 ปี นัยว่านำร่องรายการปรับ ครม.

เหตุผลประกอบพอเข้าใจตามได้

แต่จังหวะปล่อยข่าวไม่ได้คำนวณทิศทางลม

ในอารมณ์ที่พวกอ่านเกมขาดไม่ได้เต้นตาม

เพราะเช็กสถานการณ์ "ติดล็อก" ยากจะเกิดคิวปรับเปลี่ยนทางการเมืองในห้วงระยะเวลาพิเศษนี้

และนั่นก็ยังหมายรวมถึง "เหตุพลิกผัน"

ตามกระแสตื่นเต้น รายการโหมโรงยุทธการ "เอาคืน" ของ "นายใหญ่"

เปิดฉากเร้าเกมรบแตกหัก ด้วยการดึง "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ มาถือธงหัวขบวนพรรคเพื่อไทย พร้อมเกณฑ์ไพร่พล "ทหารเฒ่าไม่มีวันตาย" พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
พล.ท.พิรัช สวามิวัศุ์ เครือข่ายยี่ห้อ จปร.7

ชักแถวอดีตลูกรักลูกชังป๋า

เดินหมาก "รุกขุน" กระชาก "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ลงมาคลุกฝุ่นลุยโคลนการเมือง

เดิมพันข้อหาทรยศชาติ

พร้อมๆไปกับยุทธศาสตร์ "โลกล้อมประเทศไทย" อาศัยเพื่อนแท้อย่างสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศให้ได้ยินกันทั่วโลก

"อดีตนายกฯทักษิณของไทยเป็นนักโทษการเมือง" ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน

พร้อมสร้างคฤหาสน์หรูให้พำนักลี้ภัยในกรุงพนมเปญ

ระดม "ตัวช่วย" นอกประเทศ ยื้อกับ "ตัวช่วย" ในเมืองไทยของนายกฯอภิสิทธิ์

"ทักษิณ" รุกคืบเข้ามาจ่อแค่ปลายจมูก

แต่ในมุมกลับกัน ยิ่งโหมก็เหมือนช่วยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ทางอ้อม ยิ่งอดีตนายกฯทักษิณโชว์อิทธิปาฏิหาริย์ "ฆ่าไม่ตาย" ส่อเค้าจะฟื้นกลับมา

ถ้าลงเลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่ แนวโน้มพรรคเพื่อไทยเข้าป้ายแบบม้วนเดียวจบ

ตามเป้าหมายที่ประกาศล่วงหน้า จะจัดรัฐบาลพรรคเดียว ไม่แบ่งใคร

โดยเงื่อนไขมันก็ยิ่งกระตุ้นต่อม "กลัวผีทักษิณ"

ผลักพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลให้หลบไปกอดกันตัวกลมอยู่มุมห้อง

ลากถูลู่ถูกัง สู้เป็นหมู่ ดีกว่าแยกกันไปตายเดี่ยว

และก็เป็นอะไรที่ช่วยได้เยอะ กับมุก "ตบจูบ"

นายกฯอภิสิทธิ์ฝืนอารมณ์ที่ไม่ชอบนั่งโต๊ะกินข้าวกับใครหมั่นนัดเคลียร์ใจกับแกนนำตัวจริงเสียงจริงพรรคร่วมรัฐบาล

กระชับสัมพันธ์ จูนคลื่นให้ตรงกัน

นัดต่อไปวันที่ 30 ตุลาคมนี้

ยี่ห้อประชาธิปัตย์ถนัดอยู่แล้วกับเกมลากยาวอำนาจ ไปแบบกระท่อนกระแท่น

ในอารมณ์ที่ "ขาใหญ่" ตัวจริงเสียงจริงของพรรคร่วมรัฐบาลอ่านไต๋กันได้ นาทีนี้ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเล่นตามเกมล้มโต๊ะของพรรคเพื่อไทย

สะสมเสบียง แต่งตัวให้พร้อมสุดก่อนลงสนามเลือกตั้ง

ตราบใดที่คุมเสียงกันได้ ไม่สะดุดขากันล้มเอง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

“มาร์ค” สนุกอาชีพการเมือง

ที่มา thaifreenews

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ในช่วงที่นายสุทธิชัย หยุ่น เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยกล่าวถึงชีวิตการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่เคยคิดว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการตัดสินใจ ผิด เพราะเลือกที่จะมาทำงานการเมืองเอง และสนุกกับการทำงานการเมือง เพราะนอกจากการจะต้องทำตามหน้าที่แล้วยังมีความเชื่อว่าหากจะทำอะไรได้ดี ต้องสนุกกับสิ่งนั้น ถ้าไม่สนุกก็ไม่ควรทำ เพราะจะทำได้ไม่ดี และจากที่ได้อยู่กับการเมืองมาตลอดทราบดีว่าการเมืองคือการแก้ปัญหา และไม่มีวันที่ปัญหาจะหมดไป แต่จะมีปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ จึงมีหน้าที่ที่จะต้องแก้ไขปัญหาไป

การล่มสลายทางอำนาจของอมาตย์ศักดินาเกิดขึ้นได้อย่างไรในระยะเวลาเพียง 3 ปี

ที่มา thaifreenews

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า วัฒนธรรมทางความคิดของคนในประเทศไทยถูกครอบงำโดยระบบอุปถัมภ์มาอย่างยาวนาน เป็นระยะเวลาหลายร้อยปี และระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยนั้นมิได้ถูกขัดขวางโดยกระบวนการ ประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อการกดขี่ที่ได้รับ, หรือกระบวนการตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศมหาอำนาจในอดีต......

ด้วย เหตุนี้ทัศนะความคิดของคนไทยที่ถูกผูกติดอยู่กับระบบอุปถัมภ์, ความกตัญญูรู้คุณ, บุญญาบารมี, รวมถึงความไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงอย่างครอบคลุม ทำให้อำนาจของอมาตย์ศักดินา ยังคงสามารถครอบงำความคิดของคนไทยอยู่ได้อย่างไม่ถูกกระทบกระเทือน และสิ่งนี้ก็คืออำนาจที่สามารถควบคุมประชากรได้โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้อาวุธ มาบังคับข่มขู่แต่อย่างใด......

“แข่งเรือแข่งพายแข่งได้..แต่แข่ง บุญวาสนาแข่งไม่ได้”...... “ชาดจะดีไม่ต้องทาสีก็แดง”..... “เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด”.... “ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน”ฯลฯ.... ความคิดเหล่านี้เป็นความรู้สึกพื้นฐานที่ฝังอยู่ในความคิดของคนไทยแทบทุกคน อยู่แล้วโดยธรรมชาติ.... ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพื้นฐานความคิดของคนไทยเป็นคนที่นอบน้อม ว่านอนสอนง่าย ให้ความเคารพต่อผู้นำและผู้ที่ปกครองโดยเป็นการยอมรับโดยดุษฎีว่า “ตนเองไม่มีวาสนาบารมีเอง”....

อำนาจของอมาตย์ศักดินาถูกกระทบ กระเทือนอย่างรุนแรงครั้งแรกก็คือ การปฏิวัติในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยคณะราษฎร์ซึ่งที่จริงก็คือเหล่าทหารและผู้นำทางความคิดของคนในรุ่นนั้น ....แต่การปฏิวัติครั้งนั้นก็มิได้ขุดรากถอนโคนความมีอำนาจของอมาตย์ศักดินา ออกไปจากสังคมไทยอย่างแท้จริง โดยยังคงยอมให้อำนาจอมาตย์ศักดินาเข้ามามีบทบาทในการเกี่ยวข้องกับการบริหาร ประเทศต่อไปในบางด้านอยู่ และแล้วในที่สุดด้วยระบบความคิดที่ผูกติดอยู่กับอุปนิสัยและความรู้สึกของคน ไทย ประกอบกับอำนาจทางทหารบางส่วนที่อมาตย์ยังคงพอมีอยู่ ก็สามารถดึงอำนาจทางการเมืองกลับมาเป็นของเหล่าอมาตย์ศักดินาได้อย่างสิ้น เชิง อำนาจของคณะราษฎร์และเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ถูกทำลายลงไปอย่างสิ้นเชิง......

ครั้ง ที่สองที่อำนาจอมาตย์ศักดินาถูกสั่นคลอนก็คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในยุคสมัยที่ความคิดเรื่องประชาธิปไตยแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก โดยสถานการณ์สงครามเย็นระหว่างโลกเสรี และคอมมิวนิสต์กำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรง....แต่ที่สุดแล้วด้วยระบบทางความ คิดของคนไทยที่ยอมรับในเรื่อง “บุญญาบารมี, วาสนา” ก็กลับทำให้กระบวนการประชาธิปไตยที่กำลังต่อสู้เพื่อให้ได้มานั้นก็ถูกระบบ ความคิดลักษณะนี้ทำลายไปอีก โดยในที่สุดระบบความคิดแบบประชาธิปไตยก็ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และนำเอาอำนาจของอมาตย์ศักดินาเข้ามาปกครองโดยประดิษฐ์ถ้อยคำสวยหรูว่านี่ คือ “ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ”

ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 เป็นต้นมาประชาชนไทยเริ่มมีความรู้มากขึ้น จากการที่เริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นและเข้ามาทำให้ข้อมูลข่าวสารเริ่มถูกเปิดเผยมากขึ้น การรับรู้ของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปและเริ่มมองเห็นว่า การปกครองโดยมีอำนาจของอมาตย์ศักดินาเข้ามามีอิทธิพลอยู่เหนืออำนาจประชาชน (ตามแนวทางประชาธิปไตยที่แท้จริง) นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเลวร้ายในทุก ๆ มิติของสังคมไทย....ด้วยเหตุนี้ รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 จึงถูกร่างขึ้นมาโดยใช้เวลากว่า 4 ปี กว่าจะประกาศบังคับใช้ได้.....

และด้วยรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 นี้เองทำให้เกิด พรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่สามารถนำเอานโยบายที่ประกาศเอาไว้มาใช้ให้เกิดผล ได้จริงคือ พรรคไทยรักไทย.... และด้วยรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 นี้เองทำให้เกิด นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่สามารถสร้างคุณานุปการอย่างล้นเหลือให้กับประชาชนไทย ที่เป็นคนยากจน คนด้อยโอกาส รวมทั้งพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นสู่แนวหน้าของอาเซียนได้อย่างสง่า ภาคภูมิ ซึ่งนายกคนนั้นคือ ทักษิณ ชินวัตร.....

การเกิดขึ้นและการ เข้ามาสู่อำนาจของนายกทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย สร้างความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงให้กับกระบวนการทางอำนาจที่ครอบงำประเทศไทย นี้อย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะรัฐบาลไทยรักไทย ได้นำเอาแนวทางการปกครองด้วยรูปแบบประชาธิปไตยที่มีมากกว่าเดิมมาใช้อย่าง เต็มที่.... ไม่ว่าจะเป็นการนำนโยบายที่หาเสียงเอาไว้มาปฏิบัติจริง....การบริหารนโยบาย โดยทางรัฐสภาที่ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญ.... รวมถึงการบริหารงานทางเศรษฐกิจที่เป็นแนวคิดในเชิงรุกมากกว่าทำตามระบบ ราชการที่เชื่องช้าในอดีต.... สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกอย่างใหญ่หลวงต่อ ประชาชนผู้ด้อยโอกาส และเป็นคนชั้นล่างของสังคม....

การรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่เพียงแค่การรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจของอมาตย์ศักดินาดัง ที่เคยเป็นมาในอดีตเท่านั้น.... แต่การรัฐประหารในครั้งนี้ คือการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง มาสู่การปกครองด้วยอำนาจอมาตย์ศักดินาอย่างเปิดเผย...กลายเป็นการต่อสู้กัน ด้วยระบอบการปกครอง 2 ระบอบ คือประชาธิปไตยที่มีอำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน กับเผด็จการอมาตย์ศักดินา (ในคราบประชาธิปไตย) ที่มีอำนาจสูงสุดอยู่ที่คนเพียงกลุ่มเดียว....

แม้ ว่า คมช. จะสลายตัวไปแล้วแต่อำนาจอมาตย์ศักดินาที่เป็นผู้ขับเคลื่อนให้เกิดการยึด อำนาจประชาธิปไตยไปจากรัฐบาลที่มาจากประชาชนนั้นยังคงอยู่ และแผ่ขยายเงื้อมมืออำมหิตครอบคลุมและสำแดงไปในทุกส่วนของสังคมไทย...ระบบ กฎหมายที่ใช้อำนาจการพิจารณา 2 มาตรฐาน, การหนุนหลังผู้ก่อการร้ายทำลายประเทศชาติด้วยการบุกยึดสนามบิน, ยึดทำเนียบรัฐบาล, หรือแม้กระทั่งการนำกำลังทหารออกมาสลายการชุมนุมด้วยกำลังอาวุธอย่างนอง เลือด โดยไม่มีความผิดใด ๆ...เหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของอำนาจเผด็จการอมาตย์ศักดินา ที่แผ่อิทธิพลเหนือสังคมไทยอย่างชัดเจน.....

การเกิดขึ้นของกลุ่มคน เสื้อแดงแม้ในระยะแรก ๆ จะเป็นเพียงการรวมตัวกันของผู้ที่ไม่พอใจต่อการยึดอำนาจของ คมช. และต่อสู้กับเผด็จการอย่างไร้ทิศทาง.... ขาดการรวมตัวที่เป็นรูปแบบ, ขาดการนำที่ชัดเจน, ขาดยุทธศาสตร์ในการดำเนินการ, ขาดอำนาจอิทธิพลที่จะเข้ามาสนับสนุน.... แต่นานวันเข้าหลังจากผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน ผ่านความเจ็บปวด, ผ่านการสูญเสียมาด้วยกัน และที่สำคัญเมื่อความจริงได้ถูกเปิดเผย และสำแดงให้เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มบุคคลที่เรียกร้องความยุติธรรมอย่าง ไรทิศทางอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นพลังมวลชนที่ขับเคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เรียกร้องให้นำประชาธิปไตยและความยุติธรรมกลับคืนมาสู่ประเทศไทย....

พลัง มวลชนเสื้อแดงนี้ในระยะแรก ๆ ก็ยังคงมีความสับสนระหว่างทัศนความคิดที่ผูกติดอยู่กับระบบอุปถัมภ์, ความภักดี, และวัฒนธรรมความเชื่อที่เป็นพื้นฐานของคนไทย กับแนวคิดแบบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ....แต่หลังจากเวลาผ่าน ไปกว่า 3 ปี ประชาชนได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงของตนเองว่า อำนาจของประชาชนมิได้ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมของคนไทย เพียงแต่ต้องกำจัดอำนาจนอกระบบที่เคลือบคลุม และฉกฉวยโอกาสอย่างชั่วร้ายไปเสียให้พ้นจากประเทศนี้....

การล่มสลาย ทางอำนาจของอมาตย์ศักดินามิได้เกิดมาจากกองกำลังติดอาวุธใด ๆ แต่เกิดมาจากการที่ “ประชาชนได้รับการติดอาวุธทางปัญญา” และพวกเขาได้รับประสบการณ์โดยตรงต่อผลกระทบในชีวิตของพวกเขา...โครงสร้าง, และเครือข่ายอำมาตย์ศักดินา อาจจะยังคงพลังอำนาจอยู่ แต่ไม่มีวันที่จะเติบโตต่อไปได้อีกแล้วมีแต่จะรอวันที่จะเหี่ยวเฉาและสลาย ลง เพราะถึงวันนี้ขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่เป็นความขัดแย้งต่าง ๆ ของประเทศนี้ ก็เป็นเพียงแค่การดิ้นทุรนทุรายของสัตว์ร้ายตัวใหญ่ก่อนที่จะหมดลมหายใจเท่า นั้น....

ไม่ว่าจะอย่างไรอมาตย์ศักดินาได้ล่มสลายลงทางความเชื่อ ถือ, ล่มสลายลงทางความศรัทธา, อย่างสิ้นเชิงแล้ว เหลือเพียงแค่รอการล่มสลายลงทางอำนาจปกครองอีกเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อนั้นประเทศไทยก็จะได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีประชาชนเป็นผู้ใช้อำนาจย่างแท้จริงกลับมา....เพียงแต่ว่าสัตว์ร้ายตัว ใหญ่ที่กำลังจะตายตัวนี้ จะยอมให้ตัวเองตายจากไปอย่างสงบ หรือต้องให้จากไปด้วยการต่อสู้และปะทะกันด้วยกำลังของคนในชาติเดียวกันเท่า นั้น... ซึ่งเราจะต้องคอยดูกันต่อไป

ปูนนก

สื่อโล้นเย้ยกฎหมายซ้ำซาก เอาอีกแล้วขึ้นป้ายหราออกทีวีขายหุ้นจอง ไม่หวั่นเสือกระดาษกลต.

ที่มา Thai E-News


คาหนังคาเขา-1ในหลักฐานที่ประชาชนจำนวนมากได้ชี้เบาะแสร้องเรียนก.ล.ต.ให้ดำเนินคดีผู้บริหารเนชั่น คือการโฆษณาขายหุ้นผ่านหน้าจอทีวีเนชั่นด้วยคำว่า"ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ โดยอาจไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีข้อความเตือนตามกฎหมาย โดยวันนี้ขึ้นข้อความขายหุ้นจองแบบนี้อีก แต่เด่นขึ้นเพราะใส่กรอบให้เด่นชัดกว่าเดิม แม้กลต.รับเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดไว้แล้วก็ตาม ส่วนการที่นายกนกพูดว่า"จองซื้อแล้วรวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"อาจเข้าข่ายการกระทำซึ่งไม่เป็นธรรม มีโทษจำคุก 2 ปี


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 ตุลาคม 2552

คอการเมืองวิจารณ์ผ่านอินเตอร์เน็ตแซ่ด ไม่เชื่อมือกลต.จะฟันเนชั่นได้จริง แม้ทำผิดกฎหมายเต็มๆปั่นหุ้นจองน้องใหม่NBC หยันคงแค่รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้วเป่าคดีเงียบหาย ยิ่งหวังให้กนกติดคุกเพราะปากคงยากเนื่องจากเป็นองครักษ์พิทักษ์มาร์ค-เปรม จริงดังคาดวันนี้เย้ยกฎหมายขึ้นป้ายเบ้อเร่อในกรอบขายหุ้นทางทีวีตัวเองอีก นักวิเคราะห์เตือนนักเลงหุ้นคิดให้ดี อย่าเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ เหตุพบเนชั่นอาจเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาด เพราะก่อนแต่งตัวเข้าตลาดยังขาดทุนสะสมบักโกรก ใช้วิธีทางบัญชีพลิกมากำไร ที่สำคัญมีปัจจัยเสี่ยงการเมือง เพราะเครือเนชั่นแทงข้างรัฐบาลนี้ชัดเจน ทำให้ได้เวลาออกอากาศฟรีทีวีแทบทุกช่อง พร้อมประเคนงบโฆษณาให้ แต่หากการเมืองพลิกขั้วจะอันตรธานเรียบ


ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ทางเนชั่นทีวีเช้าวันนี้ ได้มีการขึ้นข้อความ"ติดต่อจองซื้อหุ้นเนชั่น"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ แม้มีประชาชนร้องเรียนก.ล.ต.ว่าเนชั่นทำผิดกฎหมายของก.ล.ต.ที่กำหนดว่าในการโฆษณาชี้ชวนขายหุ้นใหม่นั้นต้องขึ้นข้อความคำเตือนว่า"การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง"ควบคู่กันในขนาดตัวอักษรเท่ากับข้อความโฆษณาด้วย ซึ่งเป็นพฤติการณ์อันท้าทายกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง

ทั้งนี้เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น(NBC)จะเริ่มเปิดขายหุ้นจองในวันพรุ่งนี้(28ต.ค.)เป็นต้นไป

หลังจากสำนักงานคณะักรรมการ กลต.เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียนที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวค่ายเนชั่น และเนชั่นทีวีมีพฤติการณ์พูดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่นคือNBCอันอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ล่าสุดมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคอการเมืองนักท่องอินเตอร์เน็ตในเวบบอร์ดประชาไทว่า แม้อยากให้กลต.เร่งฟันคนทำผิด แต่ก็กลัวจะเป็นการ"เงื้อค้าง"เสียมากกว่า เพราะเจอกับผู้กระทำผิดเส้นใหญ่อย่างเนชั่นที่ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์มาร์ค-เปรม น่าจะมีการปกป้องพวกเดียวกัน

ชุมชนสนทนาบอร์ดประชาไทวิพากษ์วิจารณ์ว่า ขอให้กลต.เอาจริงตามกฎหมายโดยเคร่งครัดด้วย เพราะตอนนี้คนเชื่อกันว่าอาจทำอะไรได้ไม่ถนัด

"อย่างเนชั่นมีหรือว่ามันจะไม่รู้ว่าผิดกฏหมาย ถ้ากล้าทำก็แปลว่าเตรียมช่องให้ออกแล้ว ยุคนี้กฏหมายมีที่ไหนมีแต่กฏหมู่"นักท่องเน็ตคอการเมืองรายหนึ่งแสดงความเห็น

"สงสัยกลต.คงได้แต่เงื้อง่าราคาแพง จนแรงหมดไปเองละมั้ง"คอการเมืองอีกรายระบุ

อย่างไรก็ตามหลายคนก็ยังแอบหวังว่ากลต.จะไม่เป็นเสือกระดาษ ลงโทษผู้กระืำทำผิดตามกฎหมายจริงๆให้นายกนกไปเข้าคุกจริงๆตามกฎหมาย

ขณะที่อีกรายกล่าวให้ความเห็นว่า แม้มีการทำผิดกฎหมายขนาดนี้ แล้วไม่ยอมเอาผิดตามกฎหมายเพราะเนชั่นมีเส่้นเป็นพรรคพวกบริวารของเปรม เป็นองครักษ์พิทักษ์มาร์ค แต่เสื้อแดงต้องรวมพลังกันบอยคอต "ต่อให้หุ้นของมันเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ขอบอกว่า
หุ้น Nation น่ะชาวเสื้อเเดงไม่ซื้อเว้ย"

กลต.รับเรื่องร้องเรียนเนชั่นปั่นหุ้นNBCรวยเละแล้วเตรียมเงื้อดาบฟัน

นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำหกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐในการกำกับควบคุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับหุ้น ได้มีหนังสือแจ้งมายังประชาชนที่ร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.จำนวนมาก เพื่อชี้เบาะแสและให้ดำเนินคดีต่อผู้บริหารเครือเนชั่น โทษฐานปั่นหุ้น,ประกาศโฆษณาชี้ชวนซื้อหุ้นจองเครือเนชั่นคือNBCอันเป็นเท็จ หรืออำพรางให้นักลงทุนเข้าใจผิด อันเป็นการกระซึ่งไม่เป็นธรรม

หนังสือของก.ล.ต.มีรายละเอียดดังต่อไปนี้


26 ตุลาคม 2552

เรียน คุณ...
ที่ ล. 82/2552
เรื่อง การตอบรับเรื่อง

ตามที่ท่านได้มี e-mail เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ชี้เบาะแสกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นจองของ บมจ. เนชั่น บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ผ่านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักงานขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ท่านได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงาน โดยสำนักงานจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


ขอแสดงความนับถือ

(นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง)
ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ


ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
ฝ่ายงานเลขาธิการ
โทรศัพท์ 0-2263-6000
โทรสาร 0-2256-7755
E-mail : info@sec.or.th


เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาด เตือนแมงเม่าจองซื้อต้องระวัง ปัจจัยเสี่ยงการเมืองพลิกขั้ว

นักวิเคราะห์เตือนแมงเม่าระวังบินเข้ากองไฟ ชี้NBCหุ้นจองน้องใหม่เครือเนชั่นน่ากลัว เหตุเคยเป็นกิจการขาดทุนสะสมบักโกรก แต่ใส่ตะกร้าล้างน้ำเล่นกลทางบัญชีเสกพ้วงเดียวพลิกมากำไร เผยเหตุที่พลิกมากำไรยังเพราะสายสัมพันธ์หนึบกับรัฐบาลมาร์คในลักษณะต่างตอบแทน โดยแนชั่นเป็นกองเชียร์และบอดี้การ์ดให้ ฝ่ายมีอำนาจดลบันดาลคืนทั้งการให้เข้าไปผลิตรายการทางทีวี3 5 7 9 11 และประเคนงบโฆษณาให้ รวมไปถึงจัดอีเว้นต์ให้รัฐมนตรี แต่ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเพราะเลือกข้างชัด หากการเมืองเปลี่ยนขั้วจะทำให้ลำบากหนัก เหตุต้องยืมจมูกนักการเมืองหายใจ แนะหากชอบหุ้นทีวีให้ลุยหุ้นช่อง3หรือMCOTปลอดภัยกว่า


ปัจจัยบวกที่เป็นปัจจัยลบ-ความใกล้ชิดของผู้บริหารเนชั่นกับนายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดต่อNBCหุ้นใหม่เครือเนชั่น แต่ในด้านกลับก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด หากขั้วอำนาจพลิกเปลี่ยน เนชั่นก็จะลำบากไปด้วย เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของสถานี เป็นเพียงผู้ผลิตที่แล้วแต่ลมการเมืองจะพัดไปทางไหน


*ทำผิดกฎหมายโฆษณาขายหุ้นออกสื่อเนชั่นโจ่งครึ่ม

ไทยอีนิวส์นได้นำเสนอข่าวพฤติการณ์เข้าข่ายทำผิดกฎหมายปั่นหุ้นของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวโทรทัศน์สังกัดเนชั่น และยังมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ NBC โดยเมื่อวันพุธก่อนนายกนกพูดโฆษณาออกทีวีและวิทยุเนชั่น อันอาจเป็นเท็จว่า หากใครจองซื้อหุ้นตัวนี้ก็จะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ต่อมาเมื่อถูกทักท้วง ทางรายการเก็บตกจากเนชั่นก็ไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นแล้ว แต่เนชั่นก็ทำผิดกฎหมายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก

โดยเมื่อวันพฤหัสฯก่อน เนชั่นทีวีหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกนกพูดโฆษณาขายหุ้นน้องใหม่NBC แต่ขึ้นข้อความโฆษณาว่า "ติดต่อจองซื้อหุ้นNBC"พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งเป็นการทำผิดประกาศกลต.เรื่องการโฆษณาขายหุ้นผ่านสื่อที่กำหนดไว้ว่าต้องขึ้นข้อความคำเตือน"การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน"ให้เด่นชัดควบคู่กันไปด้วย

*เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าขาดทุนบักโกรกกลายเป็นกำไรชั่วพริบตาก่อนแต่งตัวเข้าตลาด

ไทยอีนิวส์ได้ตรวจสอบดูงบการเงินของNBCว่าดีถึงขั้นจะทำให้ผู้จองซื้อหุ้นตัวนี้มีโอกาส"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง แค่เงินปันผลก็รวยไม่รู้เท่าไหร่แล้ว"ดังที่นายกนกพูดโฆษณาชี้ชวนหรือไม่ ก็พบว่า นายกนกอาจพูดเกินจริง หรือกระทั่งเข้าข่ายพูดจาอันเป็นเท็จ เพราะบริษัทนี้ไม่กี่ปีก่อนจะ"แต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาด"ฐานะย่ำแย่ถึงขั้นส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ มียอดขาดทุนสะสมจำนวนมาก โดยเมื่อสิ้นปี2549 มียอดขาดทุนสะสมอยู่ถึง163ล้านบาท ขณะที่มีทุนจดทะเบียน140ล้านบาท ณ ปีนั้น

อย่างไรก็ตามก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง2เดือน บริษัทใช้กลวิธีทางบัญชีทำให้ยอดขาดทุนนั้นหายวับไปกับตา โดยการลดทุนจดทะเบียนลง จากนั้นก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือมาเป็นกำไรในทันควันเมื่อสิ้นงวดครึ่งปี2552นี้

พอแต่งตัวเข้าตลาดในปี50พลิกจากขาดทุนอ่วมมาเริ่มกำไร แต่ยอดขาดทุนสมบักโกรก

งบการเงินงวดสิ้นปี2550ของNBC (รายละเอียด คลิ้ก ) มีผลขาดทุนสะสมจำนวน 153 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสะสมในปีก่อนที่ขาดทุนสะสม163ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นจากที่เคยติดลบ23.8ล้านบาท พลิกมาเป็นบวก86ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิสิ้นปี50เป็นบวก10.6ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนสุทธิ41.8ล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น0.54บาท จากขาดทุนต่อหุ้น3.1บาท

ส่วนงบการเงินงวดสิ้นปี2551 (รายละเอียด คลิ้ก )บริษัทรายงานว่ายอดขาดทุนสะสมลดลงเหลือ126.3ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มเป็น26.9ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มเป็น1.12บาท

เสกได้ดังใจนึกจากขาดทุนสะสมบานกลายเป็นกำไร

งบการเงินของNBCงวดล่าสุด คือสิ้นสุดไตรมาส 2/2552 สิ้นสุด30มิถุนายน ( รายละเอียด คลิ้ก )

18 กุมภาพันธ์ 52 ลดทุนจาก240ล้านบาท เหลือ120ล้านบาท โดยลดจำนวนหุ้นลงเหลือ12ล้านหุ้น ราคาพาร์10บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม

21เมษายน52แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนตลาดMAI ลดราคาพาร์เหลือ1บาท แตกออกเป็น120ล้านหุ้น

จากนั้นเพิ่มทุนจาก120ล้านบาท เป็น170ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่50ล้านหุ้น รวม50ล้านบาท

ในจำนวนดังกล่าวนี้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน20ล้านหุ้นให้NMGหรือเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่99.99%ให้กรรมการและผู้บริหาร42,129หุ้น และนำมาขายประชาชนทั่วไป 30 ล้านหุ้น รวมทั้งNMGนำส่วนที่ถืออยู่มาขายด้วยรวม65ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ2.90บาท คาดว่าหากขายหมดจะได้เงินราว190ล้านบาท

จากนั้นผู้สอบบัญชีกล่าวว่าได้"คำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเสมือนว่าการแตกหุ้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันเริ่มต้นของปีแรกที่เสนอรายงานจำนวน120ล้านหุ้น" มีผลให้งบงวดครึ่งปีที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสิ้นสุด30มิถุนายน52พลิกมากำไร17ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.14บาท จากปีก่อนกำไร13ล้านบาท กำไรต่อหุ้น0.11บาท

ยอดขาดทุนสะสมจาก140ล้านบาท พลิกมาเป็นทุนชำระแล้ว240ล้านบาท

นักวิเคราะห์เตือนแมงเม่าปัจจัยเสี่ยงเพียบ เพราะเลือกขั้วการเมืองชัด


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์แห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า NBCมีปัจจัยบวกสำคัญคือมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทำให้ได้เข้าไปจัดรายการในสถานีโทรทัศน์แทบทุกช่อง และได้เงินโฆษณาจากรัฐบาลและภาครัฐ รวมทั้งการจัดกิจกรรมพิเศษ(event)ให้กับรัฐบาล ทำให้พลิกสถานการณ์จากบริษัทที่มียอดขาดทุนสะสมมาโดยตลอดกลับมาเป็นกำไร แต่ช่วงนี้ก็เป็นกำไรทางบัญชีจารการลดทุนจดทะเบียน

อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกดังกล่าว มองกลับกันก็เป็นปัจจัยลบ เพราะการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงขั้วรัฐบาลบ่อย และขั้วการเมืองเวลานี้แตกเป็นสองขั่วชัดเจน และค่ายเนชั่นก็เลือกข้างชัดเจน ทำให้ได้ผลประโยชน์จากขั้วอำนาจที่เป็นรัฐบาลในขณะนี้ แต่หากขั้วอำนาจเปลี่ยนแปลงไปอีกฝั่ง จะทำให้เจอสถานการณ์ที่ลำบาก

เตือนแมงเม่าอย่าเสี่ยงบินเข้ากองไฟ หากสนใจไปเล่นช่อง3กับMCOTเวิร์คกว่า

"เนชั่นไม่มีสถานีโทรทัศน์ ไม่มีสัมปทานเป็นของตนเอง อย่างช่องเนชั่นแชนัลทางไททีวีช่อง1ก็เป็นของคุณไกรวัฒน์ ศรีวุฒิวงศ์ ทางเนชั่นเข้าไปเช่าเวลาผลิตเท่านั้น ส่วนการเข้าไปมีรายการทีวีทางช่อง3 5 7 9 NBT ก็น่าสังเกตว่ามามียการเหล่านี้หลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ19กันยา2549 หากการเมืองพลิกขั้วก็อาจเสี่ยงหลุดหมดทุกช่อง เช่นเดียวกับโฆษณาก็ได้จากรัฐบาลเป็นหลัก หากพลิกขั้วจะทำให้ลำบาก"นักวิเคราะห์กล่าว

นักวิเราะห์หลักทรัพย์ชี้ว่า หากสนใจลงทุนหุ้นที่ทำทีวีหรือสื่อ หุ้นMCOTของอสมท. หรือBECช่อง3น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะเป็นเจ้าของสัปมทาน กิจการมั่นคง มีกระแสเงินสดในมือมาก มีอัตราการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงจากการเมืองเพราะเปลี่ยนขั้วแทบจะไม่มี

NBC แถลงข่าวว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น NBC จำนวน 65 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ไว้ที่ระดับราคา 2.90 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2552 นี้ และมีบล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บล. ไอร่า จำกัด เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ขณะเดียวกันได้เปิดให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ NBC ได้ใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้น (Pre-emptive Right) ในวันที่ 28-30 ตุลาคม 2552 โดยกำหนดสัดส่วนการจองซื้อ 9 หุ้นสามัญของ NMG ต่อ 1 หุ้นสามัญของ NBC

ทั้งนี้ คาดว่า NBC จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ โดยใช้ชื่อย่อว่า NBC

*********
รายงานข่าวเชิงสืบสวน( Investigative news) เกี่ยวเนื่องที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้:

กลต.เงื้อฟันเนชั่นปั่นหุ้นจอง กนกหายซ่าคุก2ปี
เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาด เตือนแมงเม่าจองซื้อต้องระวัง ปัจจัยเสี่ยงการเมืองพลิกขั้ว
ลากไส้สื่อโล้น:ผิดจากนี้กรูให้เหยียบ!
เบื้องหลังโชคมหาศาลของเนชั่น มันคืออาชญากรรมย่ำยีชาติและประชาธิปไตย
*จำนนหลักฐานเนชั่นจ๋อย หยุดแล้วโฆษณาขายหุ้น สาวลึกเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาดขายแมงเม่า
*ไม่รู้จะรวยหรือซวยเละ หุ้นใหม่เนชั่นเสกพ้วงเดียว จากเน่าๆเอาล้างน้ำเข้าตลาดหุ้นเฉยเลย!
*เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม
*กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน
*ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ
*ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!

สดจากหาดใหญ่:แดงใต้ในสถานการณ์ถูกคุกคาม

ที่มา Thai E-News



ไม่รู้ใครคือม็อบถ่อย?-เหตุการณ์ม็อบเสื้อเหลืองพันธมิตรสงขลาบุกเข้าคุกคามรื้อค้นที่ทำการเสื้อแดงสงขลา ขณะที่เครือข่ายเสื้อแดง14จังหวัดปักษ์ใต้กำลังทำกิจกรรมยืนไว้อาลัยอย่างสงบให้พลเอกเปรม หัวหน้าอำมาตย์เนื่องในวันเกิด26สิงหาคมที่ผ่านมา

โดย นกไฟ
26 ตุลาคม 2552



เกิดเป็นเสื้อแดงใต้แท้จริงแสนลำบาก-ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ลอบทำลายกรีดจอโปรเจ็คเตอร์ที่กลุ่มเสื้อแดงสงขลาฉายทีวีเสื้อแดงถ่ายทอดสดที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในหาดใหญ่ โดยสถานที่นี้เป็นแหล่งรวมคอการเมืองเสื้อแดง


คนเสื้อแดงปักษ์ใต้ยังถูกอันธพาลการเมืองคุกคามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเหตุเกิดในซอย 33 (หาดใหญ่ใน)อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ที่กลุ่มผู้รักประชาธิปไตยเสื้อแดงมักจะมาพบปะสังสรรค์ จิบกาแฟพลาง ดูรายการทีวีเพื่อประชาชนพลาง ถกปัญหาการเมืองบ้าง สัพเพเหระบ้าง ตามสิทธิอันพืึงมีพืงได้ของประชาชนทั่วไป ยังไม่วายถูกพวกอนธพาลการเมือง สมุนอำมาตย์มารังควานเพียงเพราะมีความเห็นต่าง โดยวิธีการอันต่ำช้าด้วยการไปกรีดจอภาพโปรเจ็คเตอร์ที่ใช้ฉายภาพรายการทีวี เพียงเพราะต้องการแสดงความต่ำช้าของตนว่า ใครมีความเห็นไม่ตรงกันคือศัตรูของพวกเขาหมด

นี่เป็นการบ่งบอกอย่างหนึ่งว่า การต่อสู้ของเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยภาคใต้เป็นการต่อสู้ที่ ลำบาก เข้มข้น เสียสละ ขนาดไหน เพราะมันแวดล้อมด้วยอันธพาลการเมือง สมุนบริวารอำมาตย์ที่เบาปัญญา อาศัยแต่กำลังอย่างชนิดเผลอเป็นไม่ได้

ไหนสื่อของพวกพันธมิตรชอบยกหางตัวเองเหลือเกินว่า เสื้อเหลืองมีแต่ปัญญาชนล้วนแต่เป็นม็อบผู้ดี ส่วนเสื้อแดงเป็นถ่อยเป็นกุ๊ย แล้วที่ทำอยู่นี้ ใครกันแน่เป็นถ่อยเป็นกุ๊ย


บ้านไกลมาก่อน-พี่น้องเสื้อแดงปักษ์ใต้บางส่วนที่ไปร่วมชุมนุมรำลึก3ปี19กันยาฯที่ลานพระรูปทรงม้า ไปถึงตั้งแต่หัววันก่อนใคร



สำหรับเหตุการณ์ที่ร้านกาแฟซอย 33 นี้ มีคนไปเห็นตอนจอโปรเจ็ตเตอร์ถูกกรีดแล้วในตอนเย็นๆ (ปรกติร้านกาแฟร้านนี้จะมีคนเสื้อแดงมานั่งชมรายการความจริงวันนี้กันจนถึงประมาณ 4 ทุ่มทุกคืน)

พอหลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงที่มานั่งกินกาแฟดูช่องเสื้อแดงทราบข่าว วันนั้นเลยมีสมาชิกมานั่งให้กำลังใจกันอุ่นหนาฝาคั่งถึงเกือบร้อยคน(ปรกติจะมากันทุกคืนประมาณ 20-30 คน) แต่ก็จับมือใครดมไม่ได้

สู้เพื่อบ้านเรา-กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจในหาดใหญ่ที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยสุดทนต่อพฤติการณ์อันธพาลการเมืองได้เริ่มออกมาพบปะหารือกันสนับสนุนคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยเสื้อแดง และเป็นแนวร่วมกับพรรคเพื่อไทย


ทั้งนี้อุปกรณ์ถ่ายทอดต่างๆไม่เกี่ยวกับทางร้านกาแฟโดยตรง เพียงแต่ได้ตั้งจอในทิศตรงข้ามกับร้านกาแฟเท่านั้น ซึ่งคนที่ช่วยค่าอุปกรณ์ต่างๆก็มาจากนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่งในหาดใหญ่ และกลุ่มพ่อค้าที่เป็นเสื้อแดงช่วยเหลือกันในค่าใช้จ่าย(ตกลงร้านกาแฟก็ได้อานิสงส์ไปด้วย เลยพลอยเอาโต๊ะรับรองลูกค้าไปตั้งเพิ่มเติม)

แต่พอเริ่มตั้งจอถ่ายทอดสดขึ้นมาก็ปรากฏช่วงหลัง เริ่มมีกลุ่มวัยรุ่นมาเที่ยวเบิ้ลรถมอเตอร์ไซค์เสียงดังๆใส่ผ่านไปผ่านมา แต่ก็ไม่มีการตอบโต้อะไรจากกลุ่มเสื้อแดง(ซึ่งจริงๆพวกเขาก็ไม่ได้ขนาดว่าใส่เสื้อแดงมาชมหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นมุสลิม และประชาชนทั่วๆไป) เพราะเสื้อแดงรักสงบ สันติกันอยู่แล้ว มีแต่ไอ้พวกอันธพาลนั่นแหล่ะที่จ้องหาเรื่องได้ทุกวี่ทุกวัน

ในหาดใหญ่พวกคลั่งเหลือง ผู้จัดการร้านอาหารบางคนขนาดห้ามพนักงานใส่เสื้อสีแดงก็ยังมี ล่าสุดกลุ่มเสื้อแดงหาดใหญ่เชิญอาจารย์สอาด จันทร์ดี มาบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ไปออกทางพีแชนัล (ซึ่งมีบางคนในซอย 33 ไปร่วมรายการด้วย)พวกนี้ยิ่งคลั่งหนัก ได้ข่าวว่า ระดับแกนนำเสื้อแดงถึงกับโดนข่มขู่โดยกลุ่มวัยรุ่นขับรถมาหาตัวกันเลย พร้อมกันพูดจาข่มขู่ตามประสานักเลงอันธพาล ลูกกระจ๊อกอำมาตย์

ในเบื้องต้นแกนนำเสื้อแดงที่โดนขู่ก็ตกใจไปเหมือนกัน แต่พอทางพวกผมทราบข่าวก็ให้กำลังใจกันไป ก็อยากแนะนำให้พี่เขาหาเจ้าหน้าที่มาดูแล แต่พี่เขาเคยบอกเอาไว้แล้วว่า เขาไม่ได้ใหญ่โตมีเส้นมีสายอะไร ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โจ แค่ไปออกรายการทีวีนั่นก็กล้าสุดๆหละ เดี๋ยวยังไงช่วงนี้เงียบๆไปก่อนดีกว่า ส่วนจอโปรเจ็คเตอร์ที่ตั้งฉายก็ฉายไปฝากคนดูแลให้แทน ถ้ามันโดนกรีดอีกก็แก้ไขกันไปแล้วกัน

โดยส่วนตัวผมเองก็เข้าใจครับว่า เสื้อแดงทางปักษ์ใต้มันจำเป็นต้องเคลื่อนไหวไม่ให้โฉ่งฉ่างบ้างเหมือนกัน การต่อสู้ต้องมียุทธวิธี เราเปิดหน้าสู้ในดงคนอันธพาลการเมือง มีสื่อเสื้อเหลืองแบ็คอัพอย่างนี้ ต้องบอกว่าสู้ไป ก็ต้องระวังความปลอดภัยของตัวเองไปด้วย

ขนาดที่ว่า กิจกรรมต่างๆของคนเสื้อแดงที่จัดกันขึ้นที่หาดใหญ่นั้น แกนนำหรือเจ้าภาพต้องคำนึงความปลอดภัย หรือSAFETY FIRSTไว้ก่อน หากสถานการณ์แรง ก็ต้องจัดงานโดยให้สถานที่ค่อนข้างจะมิดชิด ปลอดภัย เป็นที่ส่วนบุคคล เรายังไม่แน่ใจขุมกำลังเสื้อแดงตรงนี้นัก แล้วก็ไหนเลยยังมีพี่น้องที่รักประชาธิปไตย ชาวเสื้อแดงอีกส่วนที่ยังไม่กล้าออกมา ยังหลบอยู่หลังตู้เย้นอีกเล่า ยิ่งถ้ามีการปะทะพวกเขาก็ยิ่้งไม่กล้าจะออกกัน ไหนจะเสี่ยงกับธุรกิจที่เขาทำอยู่กันอีก ลูกค้าบางส่วนก็เป็นพวกกลุ่มเสื้อเหลืองซะด้วย

แกนนำเสื้อแดงเราบางครั้งบางคนขนาดบางทียังต้อง"เนียน" เช่น บางทีก็ต้องติดASTVไว้ในร้านอาหารของแกนนำเสื้อแดงคนหนึ่ง เมื่อเห็นลูกค้าเสื้อเหลืองยกพวกมาแน่นร้าน บรรยากาศทำท่า"มาคุ"ก็ต้องเปลี่ยนช่องจากทีวีเสื้อแดง หรือรายการทีสีปกติมาเปิด Astv ให้พวกนี้ดูก็ยังมี (กับอีกทางหนึ่งก็เอาไว้ดูว่าASTVเขามียุทธวิธียังไง ก็ถือเป็นการรู้เขารู้เราไปในตัว)

"เหนื่อยครับเหนื่อย แต่พวกเราเสื้อแดงใต้ไม่มีท้อ อย่างผมนี่ล่าสุดไปเปิดตัวออกรายการอาจารย์สอาด จันทรด์ดีทางพีแชนัล แล้วไปลงเบอร์โทรไว้ โดนโทรมาป่วนเลยว่า เราคนใต้จริงหรือเปล่า ถ้าใต้จริงทำไมเป็นพวกเสื้อแดง เอาหละครับถึงผมไม่ใช่คนใต้โดยกำเนิด แต่มาอยู่นานตั้ง 20 ปีแล้ว และเรื่องนี้ประเด็นไม่ใช่ว่าเป็นคนใต้หรือไม่ใช่คนใต้ แต่ที่สำคัญเลยคือเราสู้เพื่อประชาธิปไตย เขาก็ป่วนอีกว่า สู้เพื่อประชาธิปไตยจริงเร้อหรือสู้เพื่อใครกันแน่? ขอบ้านเลขที่หน่อยซิ อะไรประมาณนี้ เป็นทำนองจะมาคุกคาม เราก็ตอบกลับเขาไปดีๆว่า ตอนนี้ไม่สะดวกคุย ไว้โอกาสหน้าหละกันนะ"


และเพื่อแสดงจุดยืนอันแน่วแน่ ในวันที่ 9 พ.ย. 52 นี้"นปช.ทักษิณ สงขลา 52"ขอเชิญพี่น้องแดงปักษ์ใต้กล้าแสดงตัวออกมาร่วมงานโต๊ะจีน บนแผ่นดินเกิดนายหัววีระ บัตร ราคา 250 บาทต่อคนครับ ณ สนามโรงเรียนเถรแก้ว อ.ระโนด จ.สงขลา เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป พบกับการปราศัย จากแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน อาทิเช่น นายหัววีระ จตุพร นัฐวุฒิ แรมโบ้อิสาน วิภูแถลง อริศมันต์ฯลฯ ฟังสดๆ ตัวจริงๆ บนแผ่นดินบ้านเกิดนายหัววีระ มุสิกะพงศ์ ติดต่อสำรองบัตรได้ที่ 0844500338 และ 0815403648ครับ

ประชาชนฉบับไหน?

ที่มา Thai E-News


โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 21
26 ตุลาคม 2552

หากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สอดคล้องต่อการกำจัดเผด็จการและพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน ก็มีทางเดียวคือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาเสียเลย ภารกิจหลักคือทำลายอำนาจของ “มือที่มองไม่เห็น” และเครือข่ายของฝ่ายที่มุ่งทำลายระบอบประชาธิปไตยลงเสีย


ข้อถกเถียงว่าควรใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. ไหน หรือจะแก้ไขอย่างไรจะปฏิรูปการเมืองได้ดีกว่า ทำให้ผมระลึกนึกถึงคำพูดทีเล่นทีจริงของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านพูดหลายครั้งขณะเป็นนายกรัฐมนตรีว่า “ทำอะไรอย่าให้เป็น the tallest among the shorts”

แปลว่า จงอย่าเป็น “คนสูงในหมู่คนเตี้ย”

น่าจะคล้ายกับสำนวนอเมริกันว่า “ปลาใหญ่ในบ่อเล็ก” หรือ “big fish in a small pond” คือคนที่ประสบความสำเร็จเพราะปราศจากคู่แข่งที่สมศักดิ์ศรี หรือด้อยสมรรถภาพเสียจนชัยชนะนั้นไม่มีราคาอะไร

คนสูงและคนเตี้ย คือคำเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่มวลชนร่วมกันร่างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญที่ร่างและผ่านในยุคเผด็จการทหารครองเมืองในปี พ.ศ.๒๕๕๐ โดยประชามติที่ฝ่ายอำมาตย์ควบคุมกลไกอย่างเข้มข้น

ข้อถกเถียงในขณะนี้คือ ฝ่ายประชาธิปไตยควรเห็นคล้อยตามมติของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่รัฐสภาแต่งตั้งขึ้น โดยให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นจำนวน ๖ ประเด็นหรือไม่ ตัวแทนพรรคเพื่อไทยในคณะกรรมการฯ คือคุณวิทยา บุรณศิริ เห็นด้วย แต่บุคคลผู้มีอิทธิพลต่อความคิดความเห็นของคนเป็นจำนวนมากอย่างคุณทักษิณ เห็นว่าไม่เพียงพอ และไม่ควรตั้งธงแก้ไขอะไรกับฉบับนี้เพราะควรนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ มาใช้แทน

มวลชนเสื้อแดงก็เริ่มจะรวนเร

การถกเถียงที่จำกัดทางเลือกนั้น ความจริงออกจะอันตรายต่อวิถีประชาธิปไตยมาก ก่อนที่ทุ่มตัวเองไปในข้อถกเถียงว่า ๒๕๔๐ หรือ ๒๕๕๐ และควรแก้ไขมากหรือน้อยมาตรานั้น นักประชาธิปไตยควรย้อนไปดูสมุฏฐานของโรคเผด็จการไทยให้ชัดเสียก่อน

รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับควรมีประกาศิตและสั่งระบบการเมืองให้ซ้ายหันขวาหันได้ เพราะมีสถานะอันสูงสุดก็จริง แต่สำหรับเมืองไทยแล้ว ต้องพิจารณาด้วยว่ามีอำนาจใดที่สูงยิ่งกว่าตัวรัฐธรรมนูญและแฝงเร้นอยู่อย่างลี้ลับหรือไม่

ภาวะเผด็จการของไทยไม่เคยเกิดขึ้นจากฝ่ายการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยเลย จะมีคุณทักษิณที่ถูกกล่าวหาซ้ำซากว่าเป็นเผด็จการเลือกตั้งและละเมิดสิทธิต่างๆ มากมาย แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีหน้าไหนไม่ว่าไทยหรือฝรั่งจะสามารถเอาผิดได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว ทั้งที่หมดอำนาจราชศักดิ์แล้วอย่างนี้ ก็ต้องกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยังไม่มีรัฐบาลเลือกตั้งชุดใดกลายเป็นเผด็จการเลย

อำนาจใหญ่หลวงที่ปล้นประชาธิปไตยด้วยกำลังอาวุธ หรือบิดเบือนเจตนารมณ์ของกระบวนการยุติธรรม หรือจัดตั้งมวลชนเสื้อเหลืองมาฉีกทำลายเกียรติภูมิของชาติ หรือความเลวร้ายใดๆ ในขณะนี้ ล้วนมาจากฝ่ายตรงข้ามกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเรายังเรียกอย่างเกรงใจว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยทั้งนั้น

ระบอบนี้คือลูกที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของเชื้อโรค ๓ ชนิดคือ

๑. ระบบราชการ (ซึ่งมิได้หมายถึงข้าราชการทุกคน)
๒. อำนาจแฝงเร้นที่ทุกฝ่ายยอมเชื่อฟังทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย อย่างที่บางคนเรียกว่า “มือที่มองไม่เห็น”
๓. ระบบสนับสนุนอื่นๆ เช่น ธุรกิจแนวอนุรักษ์ นักวิชาการในสังกัดของรัฐ เป็นต้น


การจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ตามมาใช้หรือนำมาแก้ไข ต้องพิจารณาก่อนว่ามีสรรพคุณในการแก้ไขโรคร้ายดังกล่าวหรือไม่ โดยเฉพาะเชื้อโรคทั้งสามชนิดที่เขียนไว้ข้างบนนี้

ถ้ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ไม่มีคุณสมบัติหรือสรรพคุณอย่างนี้ ก็ถือว่าไร้ประโยชน์และไม่ใช่ “คนตัวสูง” ของการช่วงชิงอำนาจครั้งนี้ และเราก็ไม่ควรขอร้องมวลชนให้เสียเวลาออกมาเรียกร้องต้องการ

ไม่ต้องเอ่ยถึงฉบับปี พ.ศ.๒๕๕๐ ให้เสียปากก็ได้

ก็รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.๒๕๔๐ มิใช่หรือ ที่สร้างองค์กรอิสระมาทำลายสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของคนไทยจนแทบจะยกพวกฆ่ากันแล้วในวันนี้?

เนื้อความโดยรวมถึงจะมีมาตราดีๆ และมีลักษณะก้าวหน้า ก็ไม่ได้พาคนไทยออกจากกับดักเดิมคือระบอบอำมาตยาธิปไตย แต่ยังคลอเคลียอยู่อย่างแนบเนียน

เก็บสุนัขรับใช้ไว้ทั้งฝูง แถมยังใส่ลูกสุนัขใหม่ไว้อีกหลายตัว เพราะคนยกร่างเขาแนบแน่นอยู่กับเจ้าของหมา แต่ฝ่ายประชาชนเราไม่รู้

จริงครับ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ ทำให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยแท้ๆ ภายใต้นายกทักษิณขึ้นมาได้ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ และฝ่ายประชาธิปไตยก็มีความสุขกันมาก แต่จากนั้นมาจนกระทั่งวันนี้บรรยากาศการเมืองไทยเปลี่ยนไปราวหน้ามือกับหลังเท้า จนแทบจะแบ่งประเทศกันอยู่แล้ว เราจะหลงภาพความงดงามในอดีตอย่างนั้นกันได้หรือ

ฝ่ายอำมาตย์เขาไม่ได้โง่จนยอมให้เกิด “ทักษิณ ๒” ขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ง่ายๆ หรอกครับ

เมื่อวิจารณ์แล้วก็ต้องบอกว่าเสนออะไร

หากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สอดคล้องต่อการกำจัดเผด็จการและพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน ก็มีทางเดียวคือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาเสียเลย ภารกิจหลักคือทำลายอำนาจของ “มือที่มองไม่เห็น” และเครือข่ายของฝ่ายที่มุ่งทำลายระบอบประชาธิปไตยลงเสีย

จะรวมเขตแบ่งเขต จะนับคะแนนที่อำเภอหรือหน้าบ้าน กกต. หรือเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งทั้งหลาย ช่างมารดามันเถิดครับ

พูดเรื่องใหญ่และพูดให้ชัดว่า ต้องเขียนใหม่ได้ทุกมาตราไม่มีข้อแม้และไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีหมวดใดและมาตราใดพ้นจากมือประชาชน เพื่อย้อนกลับมาทำร้ายประชาชนด้วยอำนาจแฝงเร้นล้นพ้นได้อีก

ขณะนี้บ้านเมืองกำลังป่วยด้วยโรคที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราคงไปขุดกรุแล้วเอายาเก่ามาผสมผเสกินใหม่ไม่ได้หรอกครับ

เมื่อเกิดโรคใหม่หรือโรคเก่าที่รักษาไม่หายสักที ก็ต้องปรุงยาใหม่

เช่นเดียวกับการสลัดการเมืองแบบเก่าก็ต้องอาศัยรัฐธรรมนูญใหม่

การไปขุดเอารัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาใช้ในสถานการณ์ใหม่ เพียงเพราะมีสภาพดีกว่าฉบับทหารเพียงนิดหน่อย ก็คือการเลือกคนสูงจากกลุ่มคนเตี้ยอย่างที่พูดมาตอนต้น

เราว่าของเราสูงแล้ว แต่เอาไปแข่งบาสเก็ตบอลกับใครก็ไม่ไหว เพราะสูงไม่พอเมื่อเทียบกับเขา

จะเอาฉบับของ นายแพทย์เหวง โตจิราการ มากางก็ได้ แล้วเพิ่มส่วนที่หมอเหวงท่านยังเหนียมๆ ไม่ใส่ในตอนแรกให้มันครบ หรือจะร่วมกันยกร่างขึ้นใหม่ ให้เหมือนร่างกฎหมายเรื่องเดียวกันที่ยกร่างขึ้นหลายๆ ฉบับก็ได้ ถึงเวลาก็มาเลือกสรรและบูรณาการกัน นี่ก็เป็นวิธีการที่ทำได้ในยามสันติ

แต่ถ้าอำมาตย์ยังบ้ากันไม่พอ ยังวิ่งไล่ล่าฝ่ายประชาธิปไตยด้วยคดีความต่างๆ กันไม่หยุดจนหาเวทีสงบหรือเวทีกลางร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ นั่นก็ต้องว่ากันไปอีกทาง เพราะบ้านเมืองอาจจะมีกรรมเก่ามาก

ใครแตะเชือกก่อนในตอนนั้นก็งัดเอาฉบับของตัวเองออกมาใช้ก็แล้วกันครับ.
--------------------------------

TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน) Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

Monday, October 26, 2009

แม้วทวิตเตอร์ เย้ยรัฐบาล ผู้นำปท.อื่นบ่น

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_42451

"ทักษิณ" ทวิตเตอร์อ้างผู้นำประเทศอื่นโทรมาบ่นประชุมอาเซียนครั้งนี้เหนื่อย เพราะเจ้าภาพชอบพีอาร์ตัวเอง เลยมีพิธีการเยอะ อัดรัฐบาลมาร์คใช้งบหลวงประชาสัมพันธ์ตัวเองมากที่สุดตั้งแต่เป็นประเทศไทยมา..

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ต.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ส่วนตัว @thaksinlive ถึงการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ จ.เพชรบุรี ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค. มีผู้นำประเทศๆ หนึ่ง ที่ไม่ใช่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โทรมาบ่นว่างานประชุมครั้งนี้เหนื่อยมาก เพราะเจ้าภาพชอบพีอาร์ตัวเอง เลยมีพิธีการเยอะไปหน่อย และระบุว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลที่ใช้งบประมาณแผ่นดินประชาสัมพันธ์ตัวเองมากที่สุด ตั้งแต่เป็นประเทศไทยมา โดยสมัยตัวเขาเป็นนายกรัฐมนตรีปีหนึ่งๆ จะใช้ประมาณ 600-700 ล้านบาท

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงกรณีมีผู้วิจารณ์ว่าตัวเขาใช้ให้สมเด็จฮุน เซน ออกมาช่วยพูดให้ว่า "ผมต้องเจียมตัวครับ สถานะอย่างผมวันนี้ อย่าว่าจะไปใช้ผู้นำประเทศอื่นเลย แม้กระทั่งลูกน้องที่เคยไว้ใจ ลูกน้องที่เอาเงินผมไปใช้ยังทิ้งผมเลย ผมจะไปใช้ใครได้ มีแต่คนที่เขาทนไม่ได้ต่อความไม่เป็นธรรมที่ผมถูกรังแกอย่างทุเรศๆเท่านั้น ที่ออกมาต่อสู้ให้"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ ที่ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมยุบสภาและเลือกตั้งคราวหน้าจะสูสีกับพรรคเพื่อไทย ว่า อยากจะขอให้ยุบเลย เพราะตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าสังคมไม่เป็นประชาธิปไตยไม่เป็นธรรมลูกหลานก็ลำบาก เราจะเป็นประเทศที่ล้าหลังไม่มีใครคบ นอกจากจะมาเอาผลประโยชน์แล้วก็ไป

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด ระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สุดท้ายลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 ว่า ขอยินดีกับลิเวอร์พูลด้วย ที่ีชนะแมนฯ ยูไนเต็ดถึง 2-0 และตัวเขาเสียดายที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเขาเคยเป็นประธานสโมสรอยู่ ทำได้แค่เสมอฟูแลม 2-2

เรื่องใหญ่ของรัฐบาล เกิดขึ้น ณ...ชายแดน

ที่มา บางกอกทูเดย์

มากกว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ด้วยเรื่องเขาพระวิหาร! กลายเป็นเรื่องเล็กหากรัฐบาลหันมามองชายแดนไทย-ลาว..ชายแดนไทย-พม่า ที่ตอนนี้กำลังคึกคักว่าด้วยเรื่องปาร์ตี้ของเถื่อนคน-สัตว์-สิ่งของ...ขนง่าย-ขายคล่องชายแดนภาคเหนือด้านไทย–ลาว มีกิจกรรมทำนองเดียวกันกับทางด้านพม่าคือ การข้ามไป-มาของสิ่งผิดกฎหมายไทยไม่ค่อยมีปัญหาการลักลอบเข้าเมืองด้านลาวเหมือนกับด้านพม่า แต่มีปัญหาเรื่องชาวม้งหลบหนีเข้าเมือง โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านนอกจากไทย-พม่ายังมีคน

เกาหลีเหนือที่หลบหนีออกนอกประเทศเข้ามายังจีน และเดิน พม่าหรือลาวเข้ามายังไทยเพื่อให้สถานทูตเกาหลีใต้ในไทย จัดส่งไปตั้งหลักแหล่งในเกาหลีใต้ และมีคนจีนจากยูนานที่หลบหนีเข้าไทยผ่านลาวเพื่อประกอบอาชีพในไทยหรือผ่านไทยไปยังประเทศที่สามการข้ามพรมแดนด้านเหนือของสินค้าระหว่างลาวกับไทยมีค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพม่า ส่วนใหญ่คนลาวข้ามมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเชื้อเพลิงอุปกรณ์ก่อสร้างจากไทยยิ่งมีการขนถ่ายสินค้ามากเท่าใด สิ่งผิดกฎหมายก็จะถูกถ่ายเทเข้าไทยได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัวสิ่งที่ผิดกฎหมายจากพม่าที่ผ่านชายแดนไทย-พม่า และชายแดนไทย–ลาวเข้ามายังไทย ที่มีจำนวนมากที่สุดคือ ยาเสพติด ซึ่งมีทั้งยาบ้าเฮโรอีนและยาไอซ์ ซึ่งมีแหล่งผลิตใหญ่อยู่ในเขตอิทธิพลของว้าในพม่าเฮโรอีนนั้นถูกลักลอบส่งผ่านไทยไปยังประเทศที่สาม เช่น ไต้หวันออสเตรเลีย สหรัฐฯ เป็นต้นแต่ตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับยาบ้าและยาไอซ์คือ ไทยเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดทางภาคเหนือมองว่าสถานการณ์ยาเสพติดในชายแดนภาคเหนือของประเทศขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติกล่าวคือ มีการทะลักเข้ามาของยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าและยาไอซ์ในปริมาณที่เท่าหรือเพิ่มขึ้นกว่าช่วงก่อนที่รัฐบาลทักษิณลงมือปราบปรามอย่างจริงจังปัจจุบัน ซัพพลายด้านยาบ้าและยาไอซ์มีไม่พอกับความต้องการภายในประเทศนัยหนึ่ง ผลิตได้เท่าไรรับซื้อหมดดังนั้น ราคาจึงสูงขึ้นว่ากันว่า กลุ่มว้าเป็นผู้ผลิตยาเสพติด แต่นายทุนและนักเคมีคือชาวไต้หวันเฮโรอีนมีไม่มากเพราะทางการพม่าการปราบปรามการปลูกฝิ่นอย่างจริงจัง พื้นที่ปลูกฝิ่นน้อยลงตามหลักฐานจากภาพถ่ายดาวเทียม ส่งผลให้การผลิตยาบ้าเพิ่มขึ้น แต่ที่เพิ่มมากที่สุดคือ ยาไอซ์ปัจจุบันชาวบ้านทั่วไปเสพ

ยาบ้า แต่นักเรียนนักศึกษาเสพยาไอซ์การขนส่งยาเสพติดข้ามพรมแดนไทย จะใช้แอบฝังไว้ตามจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน เมื่อมีคนมาติดต่อซื้อก็จะไปขุดและขายแม้เจ้าหน้าที่ไทยพยายามสกัดกั้น ปราบปราม จับกุมอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถทำลายเครือข่ายและแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดเหล่านี้ได้หมดทหารและตำรวจมีแนวคิดที่แตกต่างกันสำหรับวิธีการล่อซื้อฝ่ายทหารไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าวโดยมองว่าการล่อซื้อเป็นการสนับสนุนให้มีการนำยาเสพติดเข้ามาในไทยมากขึ้น เพราะมีคนคอยซื้อแต่ฝ่ายตำรวจมองว่าขณะนี้ยาเสพติดทะลักเข้ามาในเขตไทยได้แทบจะทุกจุด และสะสมอยู่ในไทยจำนวนมหาศาลอยู่แล้วการล่อซื้อเป็นวิธีหนึ่งที่จะสกัดกั้นไม่ให้ของเหล่านี้เดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆของประเทศอย่างไรก็ตามทางการไทยเคยเข้าไปช่วยเหลือให้คำแนะนำ ในการปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทนการผลิตยาบ้า แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะพวกว้าเห็นว่าการผลิตยาบ้าและยาไอซ์ทำรายได้ได้มากกว่าและรวดเร็วกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์มีนโยบายสำคัญคือ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดด้วยมาตรการ 5 รั้ว ซึ่งนับเป็นมาตรการที่แก้ปัญหาระยะยาวแม้จะไม่รวดเร็ว หรือได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังเท่าที่ควร แต่ก็เป็นวิธีตัดปัญหามิให้เกิดเหตุเช่นในอดีตที่ผ่านมาอย่างไรก็ตามสถานการณ์ยาเสพติดในขณะนี้ รัฐบาลต้องเฉียบขาด รวดเร็ว เอาจริงเอาจังลำพังนโยบาย 5 รั้วที่ออกจากปากนายกรัฐมนตรีผ่านรองนายกฯ ด้านความมั่นคงไปถึงตำรวจ-ทหารก็มิได้ผลหากไม่จริงจังลงพื้นที่ด้วยความเด็ดขาดยิ่งเศรษฐกิจยังง่อนแง่นชาวบ้านยังต้องปากกัดตีนถีบ และรัฐบาลยังมีปัญหาค้ายาเสพติดย่อมเป็นทางเลือกเพื่อความอยู่รอดซึ่งต้องยอมรับว่า การค้ายารายได้ดีฉะนั้นหากไม่มีทางเลือก!คนไทย คนพม่า คนลาวหรือแม้แต่พวกว้า นักผลิตยาก็คงไม่ฟัง หรือฟังแต่ไม่ได้ยิน หรือได้ยินแต่ไม่ทำตาม 

เรื่องที่ไม่ได้พูด

ที่มา บางกอกทูเดย์

“ผมต้องขอบใจ ท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรแี หง่ ประเทศไทย อดตี ผบู้ ญั ชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด..ที่ให้ความกรุณาไปพบปะเยี่ยมเยียนประเทศกัมพูชาและนายกรัฐมนตรี สมเด็จฯ ฮุน เซน..ผมคิดว่าการพบปะกันระหว่างบุคคลสำคัญทั้ง 2 ท่านนั้นจะยังประโยชน์ให้กับประเทศเราทั้งสอง ซึ่งมีพรมแดนติดต่อกันยาวไกล และมีประชาชนที่ไปมาหาสู่กันตลอดพรมแดนของประเทศเราทั้งสอง และมีการลงทุนร่วมกันมากมายในภาคเศรษฐกิจในฐานะสมาชิกพรรคฝ่ายค้านไม่ทำให้การมองผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างชาติทั้งสองหรือทั้งสองชาติจะต้องมีความแตกต่างกัน เพราะเราต่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน และต้องทำงานให้กับประชาชนคนไทยไมตรีระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ความเป็นพี่เป็นน้องระหว่างประชาชนสองชาติ เป็นความสำคัญสูงสุดทั้งในวันนี้และในวันพรุ่งนี้สมาชิกพรรคการเมืองทุกพรรคในประเทศไทย ย่อมมีภาระหน้าที่อันเดียวกัน เป็นกระบวนการอันศักดิ์สิทธิ์เป็นภารกิจหนึ่งเดียวกัน เพราะท่านทั้งหลาย คือผู้แทนปวงชนชาวไทยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นผู้รับใช้ประชาชนชาวไทยด้วยเหตุดังกล่าว ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย..อยากจะชี้แจงไปยังรัฐบาลกัมพูชาและมิตรประเทศทั้งหลายว่า..คดีความของอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติอันเป็นปัจจุบันของประเทศไทยเป็นขั้นตอนของ อำนาจตุลาการ ที่ฝ่ายบริหารมิสามารถก้าวล่วงเข้าไปได้ การดำเนินการของฝ่ายบริหาร จึง

เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดส่วนการจะได้รับความร่วมมือใดๆ นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละประเทศซึ่งอาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกันและถึงแม้ว่าฝ่ายค้านจะได้มาเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีคนใหม่และข้าราชการทั้งหลาย ก็จะต้องปฏิบัติในสิ่งเดียวกันเพราะรัฐบาลก็จะต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมาย ตราบเท่าที่ความผิดต่ออำนาจตุลาการ ยังปรากฏและดำรงอยู่สำหรับการประชุมระหว่างชาติที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและประสพกบั ความยงุ่ ยากมากมายนนั้ เปน็ เพราะประเทศไทยมีความยุ่งเหยิงทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำการบำบัดและแก้ไขแต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่สะสมต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานจึงต้องใช้เวลาและความอดกลั้นอดทน รัฐบาลของแต่ละประเทศย่อมมีภารกิจมากมายในยุคที่โลกกำลังถดถอยครั้งใหญ่ในทางเศรษฐกิจ..ความพร้อมเพรียงในเรื่องเวลาจึงเป็นปัญหาใหญ่..รัฐบาลจึงขอแสดงความขอบคุณกับมิตรประเทศทั้งหลายที่กรุณาสละเวลาให้กับการประชุมและขอแสดงความเสียใจกับเหตุที่คาดไม่ถึงทั้งหลาย ไว้ ณ โอกาสนี้ในท้ายที่สุดนี้ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยขอขอบคุณประชาชนทุกกลุ่มฝ่าย ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งที่ทำให้การประชุมที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพได้จบลงอย่างดียิ่งขอขอบคุณต่อพรรคฝ่ายค้านกับการเป็นเจ้าภาพร่วมกันในนามของประเทศไทย..สวัสดี ครับ” 