WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 27, 2009

ยอดเยี่ยม & ยอดแย่! สุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15

ที่มา บางกอกทูเดย์

ปิดฉากอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ที่โรงแรมดุสิตธานีอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่23-25 ต.ค.ที่ผ่านมาการประชุมครั้งนี้...เป็นผลพวงมาจากการเลื่อนประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพราะถูกคนเสื้อแดงยกพลประท้วงรัฐบาลถึงโรงแรมที่ประชุมแต่ครานี้ คนเสื้อแดง เจอ พ.ร.บ.ความมั่นคง...บุกแค่ยื่นหนังสือประท้วงรัฐบาล ที่หาดปึกเตียนจ.เพชรบุรี นอกเขต พ.ร.บ.ความมั่นคงส่งผลให้การประชุมโดยรวมเป็นไปด้วยความราบรื่นเกือบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ที่กล่าวเช่นนี้เพราะว่า...การประชุมครั้งนี้ภาพรวมทั้งหมดดูเหมือนจะถูกจัดให้อยู่ใน “เกรดเอ”แต่เมื่อแยกส่วนพิจารณาดูแล้ว พบว่ามีทั้งสิ่งที่“ยอดเยี่ยมและยอดแย่”สิ่งที่ว่า “ยอดเยี่ยม” มากที่สุดเห็นจะเป็นการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับผู้นำประเทศทั้ง10 ชาติอาเซียนในพิธีเปิดซึ่งไทยสามารถจัดพิธีเปิดที่เรียบง่าย และแสดงออกถึงความเป็นไทยได้อย่างดี ด้วยการแสดงโขนที่สวยสดงดงาม...เรียกเสียงปรบมือผู้นำที่เข้าร่วมได้เป็นอย่างดี“ยอดเยี่ยม” ต่อมาเห็นจะเป็นข้อตกลงในหลายๆ เรื่องที่เห็นความคืบหน้า ทั้งการเปิดเขตการค้าเสรี ในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเป็นการยกระดับเศรษฐกิจให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนทั้งนี้ รวมไปถึงผลการหารืออาเซียนและประเทศคู่เจรจา ทั้ง ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้และจีนซึ่งทั้ง 3 ชาติ ต่างพร้อมจะให้การช่วยเหลือกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งในส่วนของไทยก็ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น การให้กู้ยืมเงินในภาคลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนทางด้านจีนยังบรรลุข้อตกลงการค้าและยกเว้นภาษีในสินค้าเกษตรและการสร้างระบบมหาศาล“ในการประชุมครั้งนี้มีผู้นำจากประเทศคู่เจรจาที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และอินเดียต่างก็พึงพอใจกับระดับความสัมพันธ์ของกลุ่มประเทศอาเซียน และจะมีความร่วมมือที่จะผลักดันเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงประเทศในอาเซียนเข้าด้วยกัน หรือจะเป็นเรื่องความร่วมมือในการเปิดเสรีทางด้านการค้า การลงทุน เพิ่มขึ้นทั้งหมดนี้ ผมถือว่าเราได้วางรากฐานที่ดีสำหรับการเดินหน้าของประชาคมอาเซียน” อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว“ยอดเยี่ยม” ต่อมาเห็นจะเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยผู้นำตลอดการประชุมที่เข้มงวดและเรียบร้อยเป็นอย่างดี สมกับที่ระดมกำลังพลกว่า18,000 ทั้งทางบก ทางอากาศและทางนํ้าตามอำนาจที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง กำหนดให้หน่วยงานด้านความมั่นคงดำเนินการ

งานนี้มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรมว.กลาโหม เป็นแม่งานหลัก พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ ที่คอยเป็นกุนซือสั่งการตลอดการประชุม“ถ้าไม่มีเหตุที่พัทยา ก็คงไม่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ ตนต้องสารภาพว่าประเมินผิดไป เพราะคิดว่าคนไทยจะไม่ทำกันถึงขนาดนั้น” นายกฯอภิสิทธิ์ ยอมรับถึงเหตุผลที่ต้องใช้กำลังตำรวจ-ทหารถึง 18,000 คนถึงตรงนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะเรียบร้อยโรงเรียนอภิสิทธิ์ ไปหมดเสียทุกเรื่อง แต่อย่างที่กล่าวไว้แต่ตอนต้นว่า...ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 มีทั้งยอดเยี่ยมและยอดแย่จัดอันดับยอดแย่ที่สุด คงหนีไม่พ้น“อาเซียนเลน” ที่เปิดให้บริการผู้นำอาเซียนโดยเฉพาะ และกำหนดช่องทางที่ชัดเจน ด้วยกรวยพลาสติก เพื่อป้องกันรถยนต์ประชาชนทั่วไปเข้ามาใช้แต่ผลจากการเปิดใช้เพียงวันแรก...รถยนต์ของรัฐมนตรีพาณิชย์ประเทศลาวก็ชนเกาะกลางถนน เพราะมีรถตู้ที่ใช้ในภารกิจอาเซียนอีกคันกำลังกลับรถทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเบรกกะทันหันเสียหลักพลิกควํ่าข้ามเกาะกลางถนน โชคดีที่คนขับไม่เป็นอะไรมากส่วนอีก 3 เหตุที่เหลือ เกิดขึ้นในวันนี้ (24 ต.ค.52) ตั้งแต่เวลา 01.30 น.บริเวณทางเข้าหมู่บ้านหนองคางรถจักรยานยนต์ประชาชน เฉี่ยวชนกับรถยนต์ของทหาร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บต่อมาในเวลา 05.30 น. บริเวณจุดกลับรถห้วยซอยใต้ รถตู้ของประชาชนกลับรถกระชั้นชิด บริเวณจุดกลับรถร่วมของอาเซียนเลน จึงเฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่วิ่งมาในช่องทางปกติ เสียหายเล็กน้อยและเมื่อเวลา 12.30 น. บริเวณจุดกลับรถแยกโรงเรียนใหม่ หรือแยกวังไกลกังวล รถยนต์ของสถานทูตจีนซึ่งขับมาในช่องทางอาเซียนเลน เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงของประชาชนที่เลี้ยวไม่พ้นอาเซียนเลน ทำให้คนขับรถจักรยานยนต์บาดเจ็บ ซี่โครงกระดูกสะโพกร้าว พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน“สาเหตุ ที่เกิดอุบัติเหตุในช่องทางอาเซียนเลน คือ การฝ่าฝืนเข้าไปใช้เส้นทางอาเซียนเลน ซึ่งกำหนดให้ผู้นำใช้ได้เท่านั้น โดยกำหนดไว้ให้ใช้ความเร็วในช่องทางอาเซียนเลนไม่เกิน90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบริเวณเส้นทางนอกอาเซียนเลนต้องไม่เกิน60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถจักรยานยนต์มักจะฝ่าฝืนเข้ามาตัดไปตัดมาในช่องทางอาเซียนเลนเพราะความเคยชิน” พล.ต.อ.วิเชียร พจนโ์พธิ์ศีรที่ปรึกษาสบ 10 รองเสนาธิการศูนย์รักษาความปลอดภัย กล่าวส่วนอีกเรื่องเห็นจะเป็นกรณีการตอบโต้ประเด็นทางการเมือง ระหว่างสมเด็จฯ ฮุน เซน และ นายอภิสิทธิ์ที่หยิบยกประเด็น พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นมาตอบโต้กัน จนทำให้บรรยากาศการประชุมถูกแย่งขโมยซีนเพราะสื่อทั้งไทยและเทศต่างจับตาท่าทีของสองผู้นำ ทำให้บรรยากาศการประชุมในช่วงต้นๆ ของการประชุมไม่ค่อยแฮปปี้เท่าที่ควรทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เรารวบรวมมาให้เห็นภาพทั้งสองด้านของการเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนครั้งที่ 15 

บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา:วงจรยุทธ

ที่มา Thai E-News


โดย วันลา วันวิไล
ที่มา หนังสือ"ตะวันตกที่ตะนาวศรี"

มีการแสดงละครหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องประวัติของวีรชนปฏิวัติ เช่น จิตร ภูมิศักดิ์ ครูครอง จินดาวงศ์ ฉากสุดท้ายของละครมักเป็นการเสียสละของวีรชน เมื่อสิ้นเสียงประทัดแทนเสียงปืนซึ่งเด็ดชีพวีรชนจนล้มลงกองกับพื้น ป่าทั้งป่าจะเงียบสงัดได้ยินแต่เสียงเพลงคลอเบาๆ ปนเสียงสะอื้นของผู้ชมเท่านั้น


5. วงจรยุทธ


ส่วนหนึ่งของโลกสร้างจากศิลปวัฒนธรรม กองทัพแม้จะเดินด้วยท้อง แต่บางครั้งก็เดินด้วยเสียงเพลง มีวงดนตรีชื่อ “วงจรยุทธ” เกิดขึ้นในป่าหลายแห่ง

หลังจากมีนักศึกษาเข้าไปในปี 2519 ทั้งภาคใต้และภาคอีสาน รวมทั้งเขตเขาตะนาวศรีด้วย คิดว่าชื่อมาพ้องกันเพราะลักษณะกลุ่มคนเล่นดนตรี ต้องสังกัดหน่วยทหารที่รบเคลื่อนที่แบบจรยุทธ

ไม่รู้ว่าที่อื่นมีเหตุผลอื่นหรือไม่ แต่ที่ตะนาวศรีเป็นวง “จรยุทธ” จริงๆ เพราะผู้เล่นแต่ละคนล้วนไม่ได้เป็นนักดนตรีที่ฝึกฝนเล่าเรียนมา ยิ่งการเล่นบนเวที ก็เพียงแต่ซ้อมกันหลวมๆ ก่อนแสดงเท่านั้น คล้ายกันกับนักรบจรยุทธส่วนใหญ่ที่อาศัยความคล่องส่วนตัวและมั่วกันเอง มีน้อยคนมากที่ได้ฝึกฝนศึกษาจริงจังจากแนวหลัง ซึ่งได้แก่ เขตที่มั่นภาคเหนือ,อีสาน หรือลาว, เวียตนาม และจีนในยุคแรกๆ

หลังจากงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเพื่อนใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2519 แล้ว ผมนึกอยากจะมีกีตาร์สักตัว ยามพักงานไร่ตอนเที่ยงขณะที่เพื่อนๆ นอนเอาแรง ฉวยขวานกับเลื่อยไปตัดไม้ไผ่ตงหลังค่าย เลือกที่ต้นแก่จัดโคนใหญ่สัก 7-8 นิ้ว ได้มาแล้วก็ผ่า 2 ปล้องด้านบนทำเป็นคอกีตาร์ส่วนปล้องสุดท้ายเจาะเป็นโพรง ไปขอสายเอ็นที่ราวตากผ้ามาได้ขึงเป็น 4 สาย พอดีดดูกลับไม่มีเสียงดังเลย

ไม่นานนักเหล่านักรบไปขอซื้อกีตาร์ของชาวกะเหรี่ยงมาตัวหนึ่ง ขุดด้วยไม้ตัวเล็กขนาดโตกว่า ซึงอีสานเล็กน้อย ลูกบิดทำด้วยไม้ขึ้นด้วยลวด 6 สาย เสียงดังพอฟัง

ได้ แต่ช่องเสียง (Fret) มีตำแหน่งไม่เป็นบันไดเสียงแบบกีตาร์ นักรบคนหนึ่งช่วยหาเหล็กมาทำเฟรทใหม่โดยเทียบเสียงกับ ฮาโมนิการ์ เย็นวันหนึ่งผมก็เล่นเพลงคนกับควายให้นักรบฟังที่หน้าโรงครัว

ต่อมาเมื่อมีเพื่อนที่เล่นกีตาร์ได้ดีมาร่วม เราก็เริ่มทำกีตาร์กันเองโดยความช่วยเหลือของลุงพร นักรบอาวุโสใจดี ใช้เวลานอนเฉพาะตอนเที่ยงไปเลื่อยไม้จำปาขนาดใหญ่กว้างศอก ยาว 3 ศอก แบกกันมาจากไร่ขุดเป็นตัวกีตาร์โดยผมเป็นคนวาดแบบให้ แบบของกีตาร์นั้นนึกเดาเอาจากที่เคยเห็นมาขนาดกว้าง , ยาว ขนาดของคอล้วนกะเอาทั้งนั้น เราใช้เวลาทำร่วมเดือน เมื่อหน่วยขนส่งเอาสายกีตาร์มาให้วันนั้นก็ได้ลองจับคอร์ดดู โอ้โฮ มันไพเราะราวกับว่าไม่มีเครื่องดนตรีชิ้นไหนในโลกจะเทียบได้

เมื่องานบันเทิงมาถึงเราก็มีกีตาร์ทำเอง 2 ตัว รวมกับกีตาร์กะเหรี่ยงอีกตัว วงดนตรีเล็กๆ ก็ได้ขึ้นเวทีแสดงเป็นครั้งแรก แต่นั้นมาวงดนตรีแบบจรยุทธก็ถูกเรียกขานว่า “วงจรยุทธ” และได้รับใช้พี่น้องนักรบและชาวบ้านกะเหรี่ยงในงานบันเทิงเกือบทุกงาน ร้องและเล่น ทั้งเพลงเพื่อชีวิตเช่นของ “คาราวาน” และเพลงที่แต่งขึ้นเองจากบรรทัดฐานทางดนตรีชั้นประถมที่รู้จักคอร์ดไมเนอร์และเซเว่นเพียงไม่กี่คอร์ดเท่านั้น

เขตอื่นที่ฐานขนาดใหญ่เขาจะมีหน่วยศิลป์ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการพัฒนางานศิลปร้องรำทำเพลงเพื่อแสดงให้ประชาชนในเขตงานหรือให้ทหารป่าได้ดูชม แต่ทีนี่เป็นหน่วยเล็กๆเรียกว่าหน่วยบันเทิง ทำหน้าที่จัดงานบันเทิงเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่หนุ่มๆสาวๆที่นั่นเกือบทุกคนจะชื่นชอบงานบันเทิงมาก เพราะนานๆครั้งเราจะได้ดูการร่ายรำ ร้องเพลง และทั้งได้แสดงให้ผู้อื่นดูด้วย รวมทั้งกลางวันจะได้กินขนมหวาน เช่น กล้วย มัน ลูกเดือย ต้มน้ำตาล หรือข้าวเหนียวปุ๊กลุ๊ก ตอนเย็นอาจเป็นอาหารอร่อยมื้อใหญ่สักมื้อหนึ่งที่มีเนื้อหมูในชามน้ำแกงให้ตักบ้างคนละ 3-4 ชิ้น

พอพลบค่ำหลังอาบน้ำอาบท่าแล้ว บรรยากาศในป่าเหมือนบ้านไร่บ้านนาที่นานๆจะมีลิเกหรือหนังกลางแปลงมาให้ดู หลายๆคนจะครึ้มอกครึ้มใจดั่งว่าได้รอวันเวลานี้มานานแล้ว

บันเทิงในป่าก็เหมือนงานวิวิธรีวิวของนักเรียนตอนปิดเทอมนั่นเอง มีทั้งร้องเพลงหมู่ ระบำรำฟ้อน ละครและดนตรี กิจกรรมที่ผู้ชมได้มีส่วนร่วมด้วยคือรำวง และตีไม้ โดยจัดเป็นรอบหญิงรอบชายไม่ให้ปนกัน การตีไม้ให้ผู้เล่นแต่ละคนถือไม้ 2 อันจับคู่กันตีและเต้นตามจังหวะ 4/4 คล้ายรำวงแต่เร็วกว่า สนุกสนานกันมากตรงที่ดนตรีเร่งเร็วขึ้นจนคนเล่นเหนื่อยเหงื่อไหลไคลย้อยกันทั่ว ส่วนทำนองดนตรีนั้นเข้าใจว่ามาจากเพลงพื้นบ้านของจีน ผมชอบทำนองนี้มากแม้บางคนจะรู้สึกว่าเป็นจีนมากไปหน่อย เคลิ้มๆไปนึกว่าเราอยู่ในมณฑลยูนาน

มีอยู่ช่วงหนึ่งเราฮิตเพลงพื้นบ้านไทยกันมากทุกงานจะมีการแต่งเพลงลำตัด,เพลงมะลิลา, เพลงอาใย และเพลงเกี่ยวข้าว เล่นกัน ผมเองก็เคยแต่งลิเกทั้งเรื่อง โดยดัดแปลงกลอนลิเกจากเพลงดาวลูกไก่ ของพร ภิรมย์ ล้อการทำรัฐประหารของพลเอกฉลาดในตอนนั้น

วัฒนธรรมที่นั้นยอมรับเฉพาะเพลงไทยที่เผยแพร่ทางสถานีวิทยุคลื่นสั้น ส.ป.ท. และเพลงจีน(ปฏิวัติ)เท่านั้น เมื่อเพื่อนนักเขียนของผมคนหนึ่งแต่งเพลงพื้นบ้านว่า โอ้เจ้าดอกเดซี่ ก็ยังถูกหลายคนค้อนให้ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย

เวทีของเราเป็นลานดิน ด้านหน้าฉากพื้นแดงมีตะเกียงเจ้าพายุที่ให้แสงนวล

ทุกครั้งที่มีงานบันเทิงก็ต้องเห็นภาพเช่นนี้ ภาพฉากซ้ำๆ แต่รายการแสดงมักไม่ค่อยซ้ำ ยกเว้นเพลงหมู่ที่น่าเบื่อหน่าย กับระบำรายการหนึ่งที่ผมประทับใจที่สุด นั่นคือ ระบำการผลิต เป็นรายการยอดนิยมชนิดเดียวที่แสดงซ้ำแล้วซ้ำเล่าและผู้ชมก็ปรบมือชื่นชมทุกครั้ง

พอกลองขึ้นจังหวะคล้ายรำวง แอคคอร์เดี้ยนก็ส่งเสียงทำนองอันไพเราะคึกคักออกมา นักระบำแต่งตัวแบบชาวนา ผ้าขะม้าคาดเอวและโพกหัวก็เต้นด้วยลีลาท่าทางอันสวยงาม ท่าเต้นดัดแปลงจากกิจกรรมในกระบวนการผลิตข้าวตั้งแต่ หว่าน ดำ ดายหญ้า ไล่นก เกี่ยวข้าว และฟาดข้าว ดนตรีเป็นท่วงทำนองพื้นบ้านจีนที่สนุกสนานทำให้ผู้ชมยิ้มแย้มแจ่มใส คล้ายกับยิ้มของชาวนา คือยิ้มที่ได้เห็นลีลาระบำของตัวเอง ระบำของผู้ทำงานไถหว่านอันยากเข็ญ

"งิ้ว" ที่มีรูปแบบเหมือนกับงิ้วล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการแสดงอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยม และเรียกเสียงหัวเราะได้เสมอ

เสื้อผ้าตัวละครงิ้วก็คือ ผ้าถุง มุ้ง ผ้าห่มนอนนั่นเอง แต่แต่งได้คล้ายของจริงมาก บทร้องจะมาจากเพลงจีนที่รู้จักกันดี เช่น จอมใจจักรพรรดิ ส่วนบทเจรจาก็ใช้ภาษาไทยแท้ เนื้อหามักเป็นไซอิ๋ว ล้อเลียนเรื่องราวต่างๆ กระทั่งล้อลัทธิแก้รัสเซียตามวิธีคิดของจีนในสมัยนั้น ผมชอบงิ้วที่รูปแบบสนุก บางครั้งยังไปช่วยตีกลองตุ้งแช่ให้เขาด้วย ส่วนเนื้อเรื่องลัทธิแก้นั้นก็ทำลืมๆ ไปบ้าง

เมื่อมีการแสดงร้องเพลงหมู่ ซึ่งมักจะเป็นเพลงมาร์ชกองทัพปลดแอก ผมมักจะหลบไปทำอย่างอื่น เพราะเพลงขลังๆพวกนี้เมื่อร้องโดยหมู่ทั้งเด็กผู้ใหญ่ บางทีก็คนเริ่มชรา ฟังแล้วมันจะเริ่มหมดอารมณ์ แต่ก็มีเพลงหมู่ที่ผมชอบ คือเพลงของชาวกะเหรี่ยง เพลงของพวกเขาบางเพลงได้รับอิทธิพลมาจากหมอสอนศาสนาคริสต์ ที่น่าแปลกก็คือเพลงที่เป็นภาษากะเหรี่ยง เนื้อหาปฏิวัติ แต่ทำนองเป็นพื้นบ้านอเมริกัน ทำนอง Clementine

ปือเสาะตาเก ลือพัวะพูตา ฮาเกเถาะ ลือตาเดอคา

เสาะไลมานี พัวะพูอากอ มาเตอดีดา เตอเกอเตอ


นอกจากนี้ ยังมีเพลงที่พวกเราคนหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษากะเหรี่ยงถึงขั้นอ่านออกเขียนได้แต่งให้พวกเขาร้อง โดยให้เนื้อร้องเป็นภาษากะเหรี่ยงที่แปลคำต่อคำมาจาก “คติพจน์” ท่อนหนึ่งของเหมาเจ๋อตง

ปือพัวะพู อูแถ่ ปือพัวะพู เลาะลือกือมาเถาะเก ตากงีตาโกล ลึกอคุครือ
ปือพัวะพู อูแถ่ ปือพัวะพู เลาะลือกือมาเถาะเก ตากงีตาโกล ลุกอคุครือ

ประชาชน มีแต่ประชาชนเท่านั้นที่เป็นพลังดัน ในการสร้างสรรค์ประวัติศาสตร์โลก
ประชาชนมีแต่ประชาชนเท่านั้นที่เป็นพลังดัน ในการสร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์โลก


มีการแสดงละครหลายครั้งซึ่งส่วนให่ญ่จะเป็นเรื่องประวัติของวีรชนปฏิวัติ เช่น จิตร ภูมิศักดิ์ ครูครอง จินดาวงศ์ เรามีทั้งนักแต่งบทละคร ผู้กำกับ และผู้แต่งกายให้กับนักแสดงที่ยอดเยี่ยม ทั้งๆ ที่ศิลปเหล่านี้ล้วนจำมาจากการได้ดู และทดลองทำเองในช่วงเวลาอันจำกัดทั้งสิ้น

ผมมักจะรับหน้าที่ทำเพลงประกอบ โดยเลือกเพลงจากเทปมาเปิด หรือบางครั้งก็เล่นและร้องสด อยู่หลังเวที ฉากสุดท้ายของละครมักเป็นการเสียสละของวีรชน เมื่อสิ้นเสียงประทัดแทนเสียงปืนซึ่งเด็ดชีพวีรชนจนล้มลงกองกับพื้น ป่าทั้งป่าจะเงียบสงัดได้ยินแต่เสียงเพลงคลอเบาๆ ปนเสียงสะอื้นของผู้ชมเท่านั้น

อารมณ์ความรู้สึกของคนเราย่อมขึ้นอยู่กับความคิดจิตใจพื้นฐาน รวมทั้งความเชื่อและศรัทธา ศิลปะที่เราเสพย์กันในเวลานั้นหากให้กลุ่มคนอีกฝ่ายหนึ่งมาดู เขาคงหัวเราะอย่างงุนงง และอาจถึงกับปรามาสอย่างคึกคะนอง หรือเมื่อเวลาผ่านเลยกับความคิดอ่านเปลี่ยนไป อารมณ์รู้สึกและความเข้าใจก็ย่อมเปลี่ยนไป ด้วยในการยอมรับ เช่นเดียวกับที่เรามักรู้สึกว่าอะไรๆ มันเชยอยู่เสมอเมื่อผ่านยุคสมัยมานาน

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ผมเห็นเพื่อนบางคนทำหน้าไม่สบายใจเมื่อได้ยินเพลงเก่าจากป่าเขา และบางคนกลับทำหน้าอิ่มเอิบเมื่อได้ยินเพลงที่เคยหันหลังให้เมื่อครั้งก่อน ผมเพียงแต่แปลกที่ระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี ซึ่งถ้าเราอยู่เหนือมิติของกาลเวลา โลกก็เหมือนกันหยุดอยู่กับที่แต่คนมักจะเปลี่ยนไป ยิ่งการครอบงำทางวัฒนธรรมและการเมืองยิ่งทำให้คนเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ

วงจรยุทธทั้งวงมีคนรู้เรื่องดนตรีน้อยมาก คนที่รู้ดนตรีขนาดอ่านเขียนโน๊ตได้จะมีก็แต่ “สหายเก่า” ผู้ที่ชื่นชอบร้องเพลงจีน ประเภท ตงฟางหง (บูรพาแดง) หรือ เหว่ยต้าตี่เป่ยจิง (ปักกิ่งที่ยิ่งใหญ่) แต่พวกเขาไม่ค่อยได้เขียนเพลง เกือบจะเป็นผมคนเดียวที่กล้าเขียนเพลงแล้วเล่นกับเพื่อน 2-3 คน ภายหลังผมถึงได้รู้สึกมีความสุขและภูมิใจ มิใช่เพราะได้เขียนและทำเพลงดีเด่นอะไร แต่เพราะผมมีเพื่อนที่ช่วยกันทำให้ครึกครื้น เป็นจริงเป็นจัง พูดคุยและฝึกซ้อมกันเพื่อจะได้เล่นให้มิตรสหายได้ดูกันสักครั้งหนึ่งในคืนที่แม้แต่จั๊กจั่นก็พลอยระริกระรี้ไปกับเราด้วย

วงจรยุทธเล่นเป็นครั้งสุดท้ายในงานฉลองเสียงปืนแตก 7 สิงหาคม 2523 หลังจากที่กลุ่มนักศึกษากลายเป็นเด็กมีปัญหาและเริ่มเข้าใจการปฏิวัติน้อยลง ผมขอให้เพื่อนที่เล่นดนตรีแต่งชุดดำทั้งหมด ไม่ได้ตั้งใจจะไว้อาลัย แต่รู้ตัวว่าคงได้เล่นเป็นงานสุดท้ายแล้ว เป็นครั้งแรกที่เอาเพลงฝรั่งมาร้อง คือ Blowing In The wind เราซ้อมมาดีแต่เล่นได้ไม่ดีนัก คืนนั้นมีเพลงชีวิตต้องสู้ หรือ Blowing In The wind ภาคภาษาไทย ฉบับของผมเอง

ภายหลังมีผู้เข้าใจว่าเราร้องเพลงประท้วง “สงคราม” เรายังได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาเมื่อปฏิเสธคำขอให้ร้องเพลง ชนบทล้อมเมือง ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนถึงยุทธศาสตร์การต่อสู้ก่อนหน้านี้ และได้ร้องเพลง ระวีสีแดง ของอดีตวงกงล้อ เป็นเพลงสุดท้ายเพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงความเชื่อ ความรุ่งโรจน์อย่างขมขื่น รายการคืนนั้นจบลงอย่างหมองๆ ไม่มีเสียงปรบมือ และแน่นอนไม่มีอีกต่อไปแล้ว

ในด้านความบันเทิงวงจรยุทธได้ทำหน้าที่ไม่ได้ดีไปกว่ากองเชียร์รำวงในงานวัด แต่จุดมุ่งหมายย่อมต่างกันลิบลับ เพลงแรกๆ ที่เราร้องอย่าง แสงดาวแห่งศรัทธา หรือ เปิบข้าว และเพลงท้ายๆ ที่ผมเขียนอย่าง บ้านป่ากระชิด แม้จะฟังไม่สนุกเท่าแต่ก็ต่างกันมากกับ หนุ่มนาข้าว-สาวนาเกลือ ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมเพียงหวังให้ลูกหลานรุ่นต่อไปอยู่ในโลกที่สดสวยขึ้นกว่าเดิม เพลงที่เคยร้อง ดนตรีที่เคยเล่นก็ล้วนหวังเช่นนี้เท่านั้น

บ้านป่ากระชิด


พักลงตรงโคน คดโค้ง กระชิดกลางดงใบดกร่มชื้น ชื่นชม
ใต้แดดอุ่นมีสายลม คอยพลิ้วพรม ให้รื่นรมย์ยามแดดกร้าน
ป่ากระชิดนี้ ที่นี่บ้านไพร กินนอนหลับฝันไม่พรั่นหวั่นไหว ใจหาญ

ปลายหนามเจ้าแหลมดำตำต้าน สู้ทนร้าวรานด้วยการหยัดกาย
ระเบิดอาจทุ่มลงตรงนี้ อย่าได้หนีขวัญหาย
หากเลือดแดงล้นโลมทราย จงซับซึมไว้ในต้น
ตอกย้ำเลือดข้นแก่คนต่อไป

นับไว้เป็นเพื่อนพึ่งพิง กระชิดเรือนอิงเจ้ามีมากมายถมไป
ป่าไม้พื้นที่กว้างใหญ่ แผ่คลุมคล้ายโอบกอดไว้เป็นวงล้อม
อบอุ่นใจนี้เดือนปีล่วงเลย หากมีชีวิตป่ากระชิดเอ๋ย ถิ่นเคยหล่อหลอม

จะกี่ชั่วกาลไกลก็ยอม เมื่อพร้อมจะอำลากลับไปหาบ้าน

*********
อ่านบันทึกก่อนหน้านี้ในซีรีส์ชุดนี้/บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา:ตะวันตกที่ตะนาวศรี

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(27ต.ค.):งานช้าง

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2552 ประเดิมด้วยงานช้างครับ ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น ผอ.หนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ จัดงาน "มหกรรมการเมืองเสริมสร้างประชาธิปไตย" ที่ ห้องคอนเวนชั่น อาคารห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ศุกร์ 30 ตุลานี้ โดยรูปแบบจะเป็นการดินเนอร์ทอล์ก เวลา19.30 น. "บีเจ-บิ๊กจิ๋ว"ซึ่งเปิดตัวเข้าพรรคไทยได้สุดฮือฮาจะขึ้นเวทีปราศรัย เปิดใจครั้งแรกถึงสาเหตุ และผลกระทบในการหวนกลับเข้ามาสู่วงการเมือง จากนั้นเวลา 20.30 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะวิดิโอลิงก์เข้ามาร่วมงานจะทักทายพูดคุยกับ พล.อ.ชวลิต ให้ผู้ที่ร่วมงานฟังด้วย***

***นอกจากนี้ ในงานจะมีนักการเมือง แกนนำ นปช.เสื้อแดง ร่วมปราศรัยกันอย่างคับคั่ง อาทิ นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล เลขาธิการมูลนิธิบ้าน 111 นพ.เหวง โตจิราการ นายอดิศร เพียงเกษ และ นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง เป็นต้น โดยจำหน่ายบัตรร่วมงานให้กับบุคคลภายนอก ราคา 800 บาท พร้อมจะมีการถ่ายทอดทางสถานี พีเพิลแชนแนล ด้วย***


***คุณทิฟฟี่ เสื้อแดงไทยในอเมริกา ฝากกลอนที่แต่งมาอวยพรย้อนหลังวันเกิดให้จักรภพ เพ็ญแข เนื่องในวันเกิด 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าตัวบอกว่าช้าหน่อยนะคะ แต่มาจากใจของพวกเราชาวเสื้อแดงในอเมริกาค่ะ..

@ 21 ตุลา....วันคนดี จุติมา รับใช่ไพร่
จักรภพ เพ็ญแข ผู้ยิ่งใหญ่
กำเนิดมา เป็นขวัญใจ มหาชน

บุญชาวไทย ได้คนดี มาจุติ
เป็นอริ ต้านอำมาตย์ ก่อนชาติป่น
หนุนทักษิน นำไทย ให้ผ่านพ้น
จากวังวน เผด็จการ ผลาญชาติไทย

นานแค่ไหน ก็จะคอย จักรภพ
ชาตินักรบ นักต่อสู้ ผู้ยิ่งใหญ่
ขออวยพร วันเกิดท่าน ผ่านแดนไกล
ปวงชนไทย ทุกดวงใจ ร่วมอวยพร



***พร้อมกันนี้ก็ได้รายงานสถานการณ์เสื้อแดงไทยในอเมริกามาว่า ตอนนี้พวกเรากำลังติดต่อที่จะนำคอนเสริต์ของคุณไพจิตร อักษรณรงค์ กับ คุณวิสา คัญทัพมาแสดงที่แอลเอนะคะ กำลังรอคำตอบอยู่ค่ะ เพราะตอนนี้คนเสื้อแดงกำลังเข้มข้น..ทั้งสองท่านก็มีคิวแน่นไปโหมด.. ก็รอลุ้นกันอยู่ค่ะ...

คนเสื้อแดงในอเมริกายังรักใครมีการปรึกษาหารือประชุมกันอยู่เสมอนะคะ... ซึ่งบางครั้งก็มีการขัดแย้งกันบ้างตามประสาประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และก็มีการโหวตยอมรับเสียงส่วนใหญ่เป็นบรรทัดฐานค่ะ...

ขอส่งกำลังใจมาให้แก่พี่น้องคนเสื้อแดงตลอดจนท่านแกนนำทุกท่านนะค๊ะ.... เสื้อแดง สู้ สู้ สู้ ค่ะ /ทิฟฟี่ สีแดง(ภาพที่นำมาฝาก ภาพบนเป็นการไปต้อนรับคณะอดีตรัฐมนตรีพงศ์เทพ เทพกาญจนา เมื่อไวๆนี้ ส่วนภาพล่างเป็นการประชุมเสื้อแดงLA ส่วนภาพสากกะเบือมาร์ค-เนรวินภาพบนสุด ไม่เกี่ยวกับเสื้อแดงเมกานะจ๊ะ เพราะเป็นเสนียด!)***

***วันที่ 9 พ.ย. 52 นปช.ทักษิณ สงขลา 52 เชิญร่วมงานโต๊ะจีน บนแผ่นดินเกิดนายหัววีระ บัตร ราคา 250 บาทต่อคนครับ ณ สนามโรงเรียนเถรแก้ว อ.ระโนด จ.สงขลา เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป พบกับการปราศัย จากแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน อาทิเช่น นายหัววีระ จตุพร ณัฐวุฒิ แรมโบ้อิสาน วิภูแถลง อริสมันต์ฯลฯ ฟังสดๆ ตัวจริงๆ บนแผ่นดินบ้านเกิดนายหัววีระ มุสิกะพงศ์ พี่น้องปักษ์ใต้สีแดงทุกท่านขอเชิญมาให้ล้นทะลัก ติดต่อสำรองบัตรได้ที่ 0844500338 และ 0815403648 นะครับ***

***รถบัสไปคอนเสิร์ตเสื้อแดงเขาใหญ่ รีบจองด่วน!!! ขณะนี้ใกล้เต็มแล้ว!!!สำหรับท่านที่จองไว้แล้วนั่น สามารถโอนชำระค่าที่นั่งได้เลยค่ะ !!!

รวมพลัง นักรบไซเบอร์คนเสื้อแดง และบุคคลทั่วไปร่วมงานคอนเสริต์สมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมการโค่นล้มอำมาตย์และ ขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยมุ่งหน้ายกคอมพิวเตอร์ ขึ้นเขาใหญ่ นอนฟังเพลง รวมพลังประชาธิปไตยกับคนเสื้อแดง ...ในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552***

***โดยออกเดินทางในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09:00 น. บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับสโมสรทหารบก เดิน ทางกลับในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา 8:00 น. จากเขาใหญ่ แวะซื้อของที่ระลึกจากโคราช และมุ่งหน้าตรงสู่กรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ รถจอดส่งบริเวณปั๊มน้ำมันปตท. ใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับสโมสรทหารบก ค่า ใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับ กรุงเทพ-เขาใหญ่-กรุงเทพ ท่านละ 500 บาท (ราคานี้ไม่รวมค่าบัตรเข้างานและที่่พัก) จองและชำระเงินก่อนวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552 รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ที่นั่ง เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศวีไอพีชั้น 1 สองชั้น สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ people_bus@hotmail.com หรือ โทรศัพท์ 081-495-0411 , 080-224-4500 ตลอด 24 ชั่วโมง งานนี้ค้างคืนหนึ่งคืน , สามารถนำเต็นท์ไปกางเองได้ค่ะ , ไม่ได้จำหน่ายบัตรคอนเสริต์ค่ะ รับจองเฉพาะรถเดินทางทางไปกลับค่ะ***

***วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 พบกับทีมงานความจริงวันนี้ทั้งหมด และถ้าไอ้หมีหน้าฮาร์ก ยุบสภา พวกเราคนเสื้อแดงก็มาร่วมฉลองชัยชนะกันที่จันทบุรี จองบัตรได้ที่สจ.จันท์ 0863384988 ราคาโต๊ะละ 2000 บาท รายได้เพื่อทำวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ครับ ***

***ขอเชิญพี่น้องชาวเสือแดงร่วมงานชุมนุมคนเสื้อแดงชมรมเสรีชน นครสวรรค์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ระหว่าง เวลา 16.00-24.00 น. บัตรราคา 50 บาท พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อบัตรติดต่อ นิภา เสรีชนนครสวรรค์ 087 5205648 หรือ 087 8380548 หรือ ซื้อหน้างาน***

***กิจกรรมดีๆ กำหนดการทอดผ้าป่า อุทยาน ภูคา เดินทางพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน ปีนี้ ทอดองค์ผ้าป่าศุกร์ที่ 13 พย.นี้ ครับ ใครจะไปรีบแจ้งด่วน จำนวนจำกัด ไหว้พระเก้าวัด เสร็จ เดินทางกลับ วันอาทิตย์แถมได้ไปเที่ยวรับลมหนาว สนับสนุน กองผ้าป่า โครงการ บ้านล้อมป่า อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ร่วมกับ www.dcm-club.comและโรงเรียน บ้านเปียงซ้อ อ.เฉลิมพระเกียรติ จว.น่าน สามารถเข้าไปดูได้ ตามนี้เลย ครับ www.piengsor.org ติดตามรายละเอียด ได้ใน ข่าวประชาสัมพันธ์ www.dmc-club.com เสื้อผ้า ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เสื้อกันหนาว หนังสืออ่านเล่น หนังสือเรียน อุปกรณ์ กีฬา และ อุปกรณ์ เครื่องเขียน จักรยาน และ ทุนการศึกษาและ เงินทุนสนับสนุน โครงการ บ้านล้อมป่า สถานที่รับบริจาค ร้าน ดีซายน์ หน้า สนามกอล์ฟ เกียรติธาดา เลขที่ 35/548 ถนน สุคนธสวัสดิ์ ลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 02 570 9624 – 5 กรุณาประสานงานก่อนนำของไปบริจาค กลุ่มแดงลำปาง ติดต่อที่ ร้าน ผึ้งน้อย เบเกอรี่ ลำปาง,กลุ่มเมือง น่าน ติดต่อที่ คุณ ออ โดเรมี หมูกะทะ ห้างนรา ไฮเปอร์มาร์ท สนันสนุนเป็นเงิน บัญชี ธนาคาร กรุงไทย สาขาย่อย ลาดพร้าว 71 ชื่อบัญชี นส.ปิยนุช คืนคงดี (ออมทรัพย์) หมายเลขบัญชี 760 - 0 –05293- 8 หลังจากโอน กรุณา แจ้ง เจ้าหน้าที่ ฝ่ายบัญชี 081 285 8320 ***

***ท่านที่ต้องการเผยแพร่ข่าวคราวกิจกรรม หรือกำหนดการงานนัดหมายต่างๆทั้งส่วนรวม ส่วนตัว ธุรกิจการค้าสารพัดสารพันงานบุญงานบวช หรืออยากแนะนำเวบไซต์ คลื่นวิทยุ สื่อต่างๆของท่าน บอกมาได้ที่"นักข่าวชาวรากหญ้า"อีเมล์ thaienews@googlegroups.com แล้วเราจะตีข่าวให้ฟรีๆไม่คิดสตังค์ แถมมีคนรออ่านอยู่ทั่วโลกหลายล้านคนคะร้าบ***
--------------------------------
รู้จักกันวันละเวบ


Thai press log
บันทึกสื่อไทย การบิดเบือน การทรยศต่อวิชาชีพและผู้รับสาร การขาดจริยธรรมและจรรยาบรรณของสื่อ

เวบไทยเพรส เป็นเวบลูกของThai-Enews ทางไทยอีนิวส์แตกตัวออกมาสำหรับทำหน้าที่ตรวจสอบสื่อกระแสหลัก ตีโต้สื่อเหลืองที่เป็นพวกบิดเบือนให้ดำเป็นขาว ทำขาวเป็นดำ มีการอัพเดตข้อมูลข่าวสารในเรื่องของสื่อหลักที่ทำผิดคิดชั่ว ไร้จรรยาบรรณทุกวัน

ตอนนี้กำลังทำข่าวเชิงสืบสวน(investigative news)กรณีสื่อเครือเนชั่นทำผิดกฎหมาย และทำตัวน่าเกลียด เอาหุ้นเน่าๆมาล้างน้ำ แล้วไปโฆษณาขายหุ้นจอง โดยบอกคนว่า เป็นหุ้นพื้นฐานดี ใครจองไว้รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง จนล่าสุดนี้กลต.ได้รับเรื่องร้องเรียน เตรียมลงดาบกับเนชั่นอยู่

นอกจากท่านจะได้ติดตามอัพเดตเป็นประจำเกี่ยวกับสื่อเน่าๆแล้ว ท่านสามารถมีส่วนร่วม โดยหากพบสื่อทำเลว ส่งมาประจาน!
หากท่านพบพฤติการณ์สื่อสารมวลชนทำผิด เลวเหลือจะรับได้ อย่าลังเลส่งข่าว รูปภาพ คลิป ลิงค์ หรือเบาะแสพฤติการณ์มาให้เราที่thaienews@googlegroups.com แล้วเราจะนำมาประจานให้

ทางเวบThai press log

เสื้อแดงเสียงแตก หนุนVSต้านรถไฟหยุดงาน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 ตุลาคม 2552

องค์กรเลี้ยวซ้าย ซึ่งเป็นองค์กรที่มีแนวทางสนับสนุนการเคลื่อนไหวของผู้ใช้แรงงานได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งสนับสนุนการนัดหยุดงานของสหภาพการรถไฟ และชักชวนคนเสื้อแดงให้ร่วมการสนับสนุนด้วย แม้ผู้นำสหภาพจะมีจุดยืนทางการเมืองสนับสนุนพันธมิตรฯก็ตาม อย่างไรก็ตามมีเสียงวิจารณ์จากคนเสื้อแดงในทิศทางที่ไม่สนับสนุนแถลงการณ์ฉบับนี้เช่นกัน


โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ในบอร์ดRedthaiต่อเรื่องนี้ดังนี้ ผู้ใช้นามว่าสมศักดิ์กล่าวแสดงความเห็นว่า

1.การจัดนัดหยุดงานหนนี้ไม่เป็นมาตรฐานสากลคือ ไม่มีการแจ้งผู้ใช้บริการล่วงหน้า ให้หาทางบรรเทาทุกข์ก่อน
2.มีการปล่อยทิ้งผู้โดยสารลงกลางทาง ซึ่งน่ารังเกียจ
3.อันนี้เป็นจุดยืนส่วนตัวของผมคือ ผมรังเกียจที่คนรถไฟมีจุดยืนที่ผิดพลาดทางการเมือง
4.ผมอยากพยายามเห็นใจ แต่ก็พบว่าการกระทำของสหภาพมีhidden agendaในการปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว หรือต่อรองทางการเมือง ส่วนข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยประชาชน ผมเห็นเป็นเพียงข้ออ้าง
5.ผมไม่เคยคิดว่าคนการรถไฟเป็นกรรมกรเลย(พวกเขาก็ไม่คิดด้วย) พวกนี้เป็นศักดินาซากเดน ดังที่เขามักอ้างเสมอว่าจะปกป้องรักษามรดกสมบัติรัชกาลที่5สร้างไว้

ส่วนผู้ใช้นามmango yo กล่าวว่า ข้ออ้างนัดหยุดงานว่า"พนักงานรถไฟกำลังประท้วงเพื่อให้รัฐบาลปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย" เป็นแค่ข้ออ้างของการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นการต่อรองผลประโยชน์ประโยชน์ของแรงงานรถไฟ ว่าเมื่อมีการแปรรูปสวัสดิการของแรงงานชนชั้นใหม่พวกนี้จะต้องดีขึ้น ผู้โดยสารจะต้องจ่ายแพงขึ้นแต่ได้รับบริการแบบอนาถาเหมือนเดิม การที่ผู้โดยสารเดือดร้อนชั่วคราวเพื่อปรับปรุงระบบรถไฟยอมรับไม่ได้ พวกสหภาพรถไฟไม่รับผิดชอบต่อการกระทำเป้นการย่ำยีเกียรติและศักศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งเป้นเพื่อนร่วมทุกข์

ส่วนในบอร์ดประชาไท ผู้ใช้นามว่า"อริน"แสดงความเห็นกลางๆว่า ก่อนการ "ผละงาน" ครั้งใหญ่ เช่น "การหยุดเดินรถ" ควรมีกระบวนการทำความเข้าใจ-ชี้แจงต่อสาธารณะ (ได้-หรือไม่ได้ผล เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งแยกจากกัน) หลักการสำคัญที่ "ผู้ใช้แรงงาน" นำมายึดถือได้ในสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ คือ"มีธรรมะคนช่วยมาก ไร้ธรรมมะคนช่วยน้อย"

จากนี้ไป ผู้ใช้เแรงงานและประชาชนวงการและกลุ่มต่่างๆ ควรใส่ใจและสร้างความจัดเจนในการ"ยกระดับการเคลื่อนไหวประจำวัน ไปสู่การเคลื่อนไหวทั่วไปทางการเมือง" และไม่แยกตัวเองจาก "ผลประโยชน์ส่วนข้างมากของประชาชน"

สำหรับแถลงการณ์ขององค์กรเลี้ยวซ้ายมีเนื้อหารายละเอียดดังต่อไปนี้

แถลงการณ์องค์กรเลี้ยวซ้ายนักประชาธิปไตย ต้องสนับสนุนการหยุดงานของสหภาพแรงงานรถไฟ องค์กรเลี้ยวซ้ายขอสนับสนุนการต่อสู้ของสหภาพแรงงานรถไฟ และเราขอชักชวนให้คนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยทุกคน ร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจกับสหภาพอีกด้วย เรามีเหตุผลดังต่อไปนี้คือ

1. พนักงานรถไฟกำลังประท้วงเพื่อให้รัฐบาลปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเป็นประโยชน์กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารหรือคนงานรถไฟ การที่ผู้โดยสารเดือดร้อนชั่วคราวเพื่อปรับปรุงระบบรถไฟเป็นเรื่องที่ประชาชนน่าจะยอมรับได้ และสิทธิเสรีภาพในการนัดหยุดงานเป็นสิทธิพื้นฐานของลูกจ้างทุกคนในระบบประชาธิปไตยแท้

2. รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยได้ละเลยการลงทุนพัฒนาระบบรถไฟ จนเครื่องจักรและส่วนอื่นๆ ของระบบรถไฟเสื่อมสภาพและด้อยพัฒนา แต่พอมีอุบัติเหตุก็หันมาลงโทษพนักงาน สหภาพแรงงานจึงมีความชอบธรรมในการหยุดงาน

3. รัฐบาลอำมาตย์ที่ขโมยประชาธิปไตยไปจากเรา มีนโยบายลดการลงทุนของรัฐในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนในขณะที่เพิ่มงบประมาณความมั่นคง งบประมาณทหาร และงบประมาณสำหรับอภิสิทธิ์ชน เราต้องการร่วมกับสหภาพแรงงานในการเรียกร้องให้มีการลงทุนในระบบรถไฟมากขึ้น และเราไม่ต้องการให้รถไฟถูกขายให้นายทุนเอกชนภายใต้คำโกหกว่าจะ “ปฏิรูป” เราต้องการให้รถไฟไทยมีคุณภาพดีขึ้น เป็นของรัฐ บริการประชาชนคนจน และมีมาตรฐานการจ้างงานที่ดี ไม่ใช่แปรรูปไปเป็นแหล่งหากินของพวกนายทุนอำมาตย์

4. การลงทุนในระบบรถไฟที่ทันสมัย ปลอดภัยและรวดเร็ว ที่ไม่เก็บค่าโดยสารแพงเกินไป เหมือนที่มีอยู่ในประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย จะสร้างงานสำหรับประชาชน เพิ่มคุณภาพสำหรับผู้โดยสารส่วนใหญ่ และช่วยลดปัญหาโลกร้อนอีกด้วย ถ้าการลงทุนแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการเก็บภาษีจากคนรวย นายทุนและบริษัทใหญ่ และต้องมีการตัดงบประมาณทหารกับงบประมาณของอำมาตย์

การนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานรถไฟ ที่นำโดยผู้นำที่หลงเข้ากับพวกเสื้อเหลือง และสนับสนุนการรัฐประหารของพวกอำมาตย์ คงสร้างความอึดอัดให้กับนักประชาธิปไตยหลายท่าน จนถึงขั้นบางคนเสนอให้รัฐเข้าไปจัดการช่องว่างทางกฎหมายเพื่อไม่ให้ คนงานรถไฟนัดหยุดงานในอนาคต แต่เหตุผลแค่นี้เพียงพอหรือไม่ที่นักประชาธิปไตย จะปฏิเสธการสนับสนุนการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานรถไฟ และหันมาใช้ความคิดเหมือนพวกอำมาตย์เองในการทำลายเสรีภาพที่จะนัดหยุดงาน

เรามีความหวังอย่างถึงที่สุดว่าในวิกฤตแรงงานปัจจุบันของพนักงานรถไฟ เขาจะเริ่มเข้าใจว่าพวกผู้นำแรงงานน้ำเน่าเสื้อเหลืองอย่าง สาวิทย์ แก้วหวาน หรือสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้แต่พาเขาไปเป็นเครื่องมือของพวกนายทุนอำมาตย์ที่มีผลประโยชน์ตรงข้ามกับประชาชน และสหภาพแรงงาน และหวังว่าสมาชิกสหภาพเองจะตรวจสอบผู้นำของตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ทิศทางการต่อสู้อันถูกต้องชอบธรรม!!

องค์กรเลี้ยวซ้าย
27 ต.ค. 52

เลิกทาสทางความคิดด้วยประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ที่มา Voice TV



นักรัฐศาสตร์มองว่าสังคมไทยยังคงเป็นทาสทางความคิด พร้อมแนะทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จึงจะแก้ปัญหาได้

เพื่อไทยทวงคืน รธน.40 พร้อมพา"ทักษิณ"กลับไทยแบบไร้มลทิน

ที่มา Voice TV



เพื่อไทย ชี้ต้องเอา รธน.40 กลับมา เพราะ รธน.50 ไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้จริง พร้อมต่อสู้ให้“ทักษิณ”กลับไทยแบบไร้มลทิน

"น้องทักษิณ"มั่นใจพี่ย่องมาเขมร น.ศ.พม่าไม่พอใจยกแม้วเท่า"ซูจี" พท.ผวาพลิกเกมชาตินิยมตี"แม้ว"

ที่มา มติชน

"น้องทักษิณ"มั่นใจพี่ย่องมาเขมร พท.ผวาพลิกเกมชาตินิยมตี"แม้ว" น.ศ.พม่าไม่พอใจยก"ทักษิณ"เท่า"ซูจี" อดีตนายกฯ บอกมีผู้นำอาเซียนโทรบ่นรัฐบาลไทยจัดพิธีการเยอะเหนื่อยมากยันไม่ใช่"ฮุน เซน" ปัดชักใยเบื้องหลังผู้นำเขมรเป็นเกียรติถูกยกเทียบ "ซูจี" อัดลูกน้องที่เคยไว้ใจเอาเงินไปใช้ยังทิ้งกันลงท้า"มาร์ค"ยุบสภา


"แม้ว"บอกมีผู้นำอาเซียนโทรบ่นรัฐบาลไทยจัดพิธีการเยอะ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ Twitter.com ว่า "เมื่อคืนนี้มีผู้นำท่านหนึ่งที่ไม่ใช่ท่านฮุน เซ็นโทรมาบ่นว่างานประชุมครั้งนี้เหนื่อยมาก เพราะเจ้าภาพชอบพีอาร์ตัวเอง เลยมีพิธีการเยอะไปหน่อย รัฐบาลบอกว่าผมใช้ท่านฮุน เซ็นออกมาพูดให้ผมโถ..ผมต้องเจียมตัวครับ สถานะอย่างผมวันนี้อย่าว่าจะไปใช้ผู้นำประเทศอื่นเลยแม้กระทั่งลูกน้องที่เคยไว้ใจ ลูกน้องที่เอาเงินผมไปใช้ยังทิ้งผมเลย ผมจะไปใช้ใครได้ มีแต่คนที่เขาทนไม่ได้ต่อความไม่เป็นธรรมที่ผมถูกรังแกอย่างทุเรศๆเท่านั้นที่ออกมาต่อสู้ให้ คนที่ออกมาสู้ให้ผมมีหลายระดับหลายฐานะและการศึกษาแต่รับรองได้คนเหล่านี้มีจิตใจเป็นธรรมไม่เชื่อลองเข้าไปดูในกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะรู้ความจริงครับ เห็นคุณอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมยุบสภาและเลือกตั้งคราวหน้าจะสูสีเพื่อไทยผมเลยอยากจะขอให้ยุบเลยครับเพราะตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วครับ"


พ.ต.ท.ทักษิณ ยังทวิตข้อคววามตอบแฟนคลับถึงความรู้สึกที่ถูกสมเด็จฯฮุนเซ็น นำไปเปรียบเทียบกับนางอองซาน ซูจี ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติครับ จริงๆก็คือเป็นผู้มาจากประชาธิปไตยโดยประชาชนแต่ถูกบี้โดยอำนาจเผด็จการและใช้กระบวนการดูเสมือนยุติธรรมอธิบาย”


นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังทวิตข้อความถึงกรณีการใช้งบประชาสัมพันธ์ในโครงการต่างๆของรัฐบาลว่า “เป็นรัฐบาลที่ใช้งบหลวงประชาสัมพันธ์ตัวเองเยอะที่สุดตั้งแต่เป็นประเทศไทยมาครับ สมัยผมถ้าจำไม่ผิดปีๆหนึ่งอยู่ราวๆ6-700 ล้านบาทครับ

เด็ก"แม้ว" ขู่เปิดข้อมูลเท็จฟ้องแน่


ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า จะทำหนังสือหรือเอกสารเปิดเผยผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และสมเด็จฯฮุน เซน ขอบอกว่าเก่งไม่กลัว กลัวช้า ขอให้รีบทำออกมาเลย เพราะที่ผ่านมา

แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะไปทำธุรกิจโทรทัศน์ในกัมพูชา ก็ไปในฐานะนักธุรกิจ ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ไม่ได้ไปร่วมทุนกับครอบครัว หรือตัวสมเด็จฯฮุน เซน เอง หากเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเท็จออกมาจะฟ้องร้องทันที และอีก 1-2 วันจะไปทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอข้อมูลที่อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อนในกัมพูชา หากมีข้อมูลเป็นเท็จก็ฟ้องร้องดำเนินคดีเช่นกัน


"ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้สมเด็จฯฮุน เซน เลือกระหว่างประเทศไทยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่าเป็นความเข้าใจผิดของ ปชป.และนายอภิสิทธิ์มาก เพราะนายอภิสิทธิ์เองไม่ใช่ประเทศไทย แต่เป็นเพียงโชเฟอร์ที่มาแทนโชเฟอร์ที่ถูกระบอบอำมาตย์ถีบออกไปจากการรัฐประหาร หากให้สมเด็จฯฮุน เซน เลือก ก็ต้องเลือกไทยอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความเลือกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จุดเริ่มต้นปัญหาคือ นายอภิสิทธิ์มีโอกาสเลือกระหว่างประเทศไทยกับนายกษิต ภิรมย์ แต่นายอภิสิทธิ์กลับเลือกนายกษิต ผู้เป็นปฏิปักษ์ทางความคิดกับประเทศเพื่อนบ้าน" นายนพดลกล่าว
นายนพดลกล่าวว่า ที่นายอภิสิทธิ์ไปใช้คำพูดว่า "เบี้ย" หรือ "เหยื่อ" กับสมเด็จฯฮุน เซน ซึ่งการพูดเช่นนี้สถาบันทางการทูตชั้นนำของโลกไม่มีใครสอนกัน เพราะเป็นการทูตแบบชี้หน้าด่าเพื่อนไม่เป็นผลดีกับคนไทย รัฐบาลชุดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตกับเพื่อนบ้านดิ่งเหวลงไป


น้องทักษิณมั่นใจพี่ย่องมาเขมร


ขณะที่ นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์จัดทำข้อมูลชี้แจงประชาชนถึงความเชื่อมโยง พ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฯฮุน เซน ว่า รัฐบาลคิดผิด เพราะหากรัฐบาลทำอย่างนั้นจะส่งผลให้สัมพันธ์ทั้งในและนอกประเทศย่ำแย่ลง พ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฯฮุน เซน เป็นเพื่อนกันมานานก่อนเป็นนายกฯ ในสมัยที่ไปลงทุนสัมปทานบริษัทไอบีซี ที่กัมพูชา ขอร้องว่าอย่านำหมวกการเมืองไปสวมให้เขา "ถ้ามีเพื่อน ผมชวนเพื่อนว่าจะมาเที่ยวบ้านเมื่อไหร่ถามว่าเสียหายไหมก็ไม่ เพราะเป็นเพื่อนกัน แต่รัฐบาลคิดอะไรขนาดนั้นจะส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งที่เรื่องนี้เป็นแค่คดีใบขับขี่เท่านั้น"


เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไปกัมพูชาตามคำเชิญหรือไม่ นายพายัพกล่าวว่า ถ้ารัฐบาลยังทำเช่นนี้ต่อไป พ.ต.ท.ทักษิณจะไปกัมพูชาอย่างแน่นอน ซึ่งมีหลายเหตุผลที่จะไป


เมื่อถามว่า นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พท. ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศไทยภายใน 60 วัน นายพายัพกล่าวว่า อาจจะเป็นจริง แต่เวลาอาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้นก็ได้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย ส่วนเรื่องกฎหมายนั้นว่าไปตามกระบวนการ สู้คดีกันไป แต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาแล้วความปั่นป่วนในบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร วันนี้ต้องถือว่ารัฐบาลเดินเกมผิด ชาตินี้ทั้งชาติก็จะสมานฉันท์ไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่เห็นใจหัวใจสีแดงของประชาชน


ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ พล.อ.ชวลิตใช้สัมพันธ์อันดีส่วนตัวเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์พยายามบิดเบือนเจตนา ทั้งที่การไปพูดคุยสมเด็จฯฮุน เซน ถือว่าดีมาก ในต่างประเทศ อดีตนายกฯหรืออดีตประธานาธิบดีที่มีความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศไปพบผู้นำประเทศ รัฐบาลมีแต่ขอบคุณ ยินดี


พท.ผวาพลิกเกมชาตินิยมตี"แม้ว"


รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แจ้งว่า ที่ประชุมวิตกกังวลในกรณีความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและสมเด็จฯฮุน เซน หลังประเมินว่า ปชป.กำลังปลุกกระแสชาตินิยมและให้ข่าวพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนชักศึกเข้าบ้าน ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาซึ่งจะไปสอดคล้องกับสิ่งที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษออกมากล่าวถึงเรื่องทรยศชาติก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความเสียเปรียบของ พท. ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่าพรรคต้องเร่งออกมาแถลงข่าวและตอบโต้ต่อสาธารณะโดยประเด็นหลักที่จะใช้ตอบโต้คือความล้มเหลวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน


"รวมถึงประเด็นที่ผู้นำสูงสุดจากประเทศหนึ่งไม่เข้าพักในบ้านพักที่รัฐบาลไทยจัดรับรอง แต่ได้พักที่บ้านพักตากอากาศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แทน ซึ่งถือเป็นการหักหน้ารัฐบาลไทย และผู้นำประเทศท่านนี้ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเมื่อครั้งที่เดินทางไปเยือนประเทศดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านก็ได้จัดบ้านพักรับรองภายในเขตพระราชวังให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ" แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยกล่าว

น.ศ.พม่าไม่พอใจยกแม้วเท่า"ซูจี"


ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวพม่าซึ่งประกอบด้วยนักการเมือง นักศึกษาพม่า และประชาชนทั่วไปตามแนวชายแดนไทย-พม่า และในพื้นที่ อ.แม่สอด ต่างไม่พอใจที่สมเด็จฯฮุน เซน ออกมาเปรียบเปรย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยเทียบชั้นนางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี และนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า เพราะส่วนใหญ่เห็นว่าไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่สามารถเคลียร์ตัวเองเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังไม่เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หากจะต่อสู้ต้องกลับมาในประเทศไทย


นายหม่อง หม่อง ยี อดีตนักศึกษาพม่า กล่าวว่า นางออง ซาน ซูจี เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่อยู่ในประเทศตลอด ไม่เคยคิดออกนอกประเทศ และต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง ต่างกับ พ.ต.ท.ทักษิณมาก จะมาเทียบชั้นกันไม่ได้

บทพิสูจน์ ..อาเซียนซัมมิท ถึงเวลา"ปชป."ตื่นจากฝัน

ที่มา มติชน



ถอนหายใจกันเฮือกใหญ่ หลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่หัวหิน ชะอำ ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม ที่จบลงไปด้วยดี

โดยคนที่โล่งอกสุดคงไม่มีใครเกิน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยจับสังเกตได้อย่างชัดเจนจากคำกล่าวระหว่างแถลงปิดประชุม

"ผมขอถือโอกาสนี้ขอขอบคุณพี่น้องชาวหัวหิน ชะอำ เพราะทราบดีว่าช่วงที่ผ่านมามีความไม่สะดวกมากมาย ผมนั่งรถผ่านทุกครั้งก็เกรงใจเวลาเห็นรถติด"

"..การประชุมครั้งนี้ที่จบลงไปด้วยดีได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเอเชีย..ต่อประเทศไทย"

ในภาพรวมของงานก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จากการอำนวยความสะดวกของทหารตำรวจนับหมื่นนายที่เดินกันขวักไขว่ทั่วเมืองหัวหิน แม้จะมีเสียงบ่นเล็กน้อยเรื่องความไม่ปลอดภัยจาก "อาเซียนเลน" ที่ทำให้รถซาเล้งขนไข่ถูกชนพังยับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโดนลูกหลงบาดเจ็บไปหนึ่งนาย

ยังไม่รวมถึงชาวบ้านอีก 4-5 คน ที่ต้องได้เปลี่ยนบรรยากาศไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลแทน !!

ที่ทำให้ใจหายใจคว่ำ ก็คือ "คิวโดด" ของ สมเด็จอัครมหาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เมื่อเดินทางถึงโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้แหวกบรรดาการ์ดรักษาความปลอดภัย เพื่อเดินไปให้ข่าวกับสื่อมวลชนประกาศให้อาเซียนและโลกได้รู้ถึง "ความรักเพื่อน" ขนาดไหน

คิวแทรกที่มาแรงของสมเด็จฯ ฮุน เซน ที่ได้ยืนยัน "อ้าแขนรับ" ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไทย ลี้ภัยในกัมพูชาโดยจะไม่ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้กับทางการไทยอย่างเด็ดขาด ก่อนยกย่อง "ทักษิณ" เทียบชั้น นางออง ซาน ซูจี ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า เจ้าของรางวัล โนเบลสาขาสันติภาพ

ทำให้เกิดวิวาทะระหว่างผู้นำกัมพูชา และไทย เกือบจะกลบไฮไลต์การประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียนไปเลยก็ว่าได้

ในสายตาของผู้เฝ้ามองการประชุม อาจจะบอกว่าผลของการประชุมครั้งนี้ "ไม่สามารถจับต้องได้" แต่เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการดึงความเชื่อมั่นของผู้คนให้กลับคืนมาสู่ประเทศไทยได้อีกครั้งไม่มากก็น้อย

และที่แน่นอนคือ จากนี้ไป "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ก็คงใช้สื่อในมือโหมประโคม "ความสำเร็จ" เพื่อให้คนไทยเคลิบเคลิ้มและร่วมฝันไปด้วยว่า การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลในอนาคต จะเป็นไปด้วยความราบรื่น เช่นเดียวกับการจัดประชุมครั้งนี้..??

แต่ "ปรากฏการณ์ ฮุน เซน" ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าผิดธรรมเนียมการทูต และพูดกันว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก ที่ผู้นำของชาติหนึ่งจะไปพูดการเมืองของอีกชาติหนึ่งในบ้านของคู่กรณี ด้วยความตั้งใจและมีวาระซ่อนเร้น ..เป็นสัญญาณว่าความฝันกับความจริงนั้นแตกต่างกันใช่หรือไม่

หากมองกว่า เป้าหมายของนายกฯกัมพูชา ต้องการช่วยเหลือ "หุ้นส่วนทางธุรกิจ" อย่างอดีตนายกฯไทย เพราะหวังจะต่อยอดความสัมพันธ์กับพรรคฝ่ายค้านที่เล็งแล้วว่าหลังการเลือกตั้งมีเปอร์เซ็นต์จะกลับมาเป็นฝ่ายบริหารสูง ก็ย่อมจะมองเช่นนั้นได้

เพราะในสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศขณะนั้น คล้อยหลังจากภาพเข้าหารือกับรัฐบาลกัมพูชาเรื่องแหล่งพลังงานในทะเลไม่นาน ก็ปรากฏภาพ พ.ต.ท.ทักษิณออกรอบกอล์ฟกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ??

แค่กรณีคู่แข่งที่อยู่เมืองนอกยังทำให้การเมืองภายในระส่ำ และถูกย่ำเกียรติผู้นำรัฐบาลในเวทีการประชุมนานาชาติ การที่รัฐบาลออกมาการันตีว่า สามารถควบคุม "สถานการณ์ภายใน" ได้อยู่หมัดแล้วคงไม่เป็นความจริง

เพราะแกนนำคนเสื้อแดงและพลพรรคฝ่ายค้านยังเดินหน้า "ล้มรัฐบาล" กันอย่างคึกคัก สหภาพรถไฟที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำคนเสื้อเหลืองบางคนก็ยังเคลื่อนไหวโดยไม่สนใจฟังคำสั่งฝ่ายบริหาร หรือความเดือดร้อนของประชาชน แถมยังมาตอกย้ำกับกรณี "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ช่วยกัน "ชักศึกเข้าบ้าน" ซ้ำอีกดอก

แม้จะเห็นภาพเอกเขนก "นอนสัมภาษณ์" บนชายหาดของนายกฯอภิสิทธิ์ ในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" แต่แน่นอนว่าเมื่อเดินทางถึง กทม. นายกฯคงต้องนั่งเครียดกุมขมับกับสารพัดปัญหาที่รออยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะปมทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง รถไฟสายใต้ยังไม่วิ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่คืบ ฯลฯ

ความฝันลำดับที่ 86 ในหนังสือ "ร้อยฝันวันฟ้าใหม่" ของนายอภิสิทธิ์ ที่บอกไว้ว่า "จะต้องหยุดการแบ่งแยกประชาชนออกเป็นกลุ่มต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม กลางเมือง" คงอีกนานกว่าจะเห็นเป็นจริง เพราะตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา ความแตกแยก และการปริแตกของผู้คนในสังคมนับวันยิ่งมีมากขึ้นๆ

หากเทียบกับการจัดประชุมผู้นำเอเปคเมื่อปี 2546 ของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ และ "ทักษิณ" ครองซีนสำคัญๆ ได้ทุกช็อตแล้ว ความสำเร็จงานอาเซียนซัมมิทของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จึงเป็นเหมือนความฝันที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา

รัฐบาลประชาธิปัตย์ควรต้องรีบตื่นจากฝัน ลุกขึ้นมาทำผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ..จะดีกว่ากระมัง !!

ลงมีดซะที

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




กลับเข้าสู่สภาวะปกติเกือบ 100% แล้ว หลังสหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทย สร้างความเสียหาย(อีกครั้ง) ด้วย การประท้วงและนัดหยุดงานแบบต่างๆ

ที่ใช้กันจนเกร่อคือการลาหยุด

แม้จะเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการสร้างความเสียหายและเดือดร้อนให้ประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าวิธีการดังกล่าวคนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ รู้เช่นเห็นชาติอย่างดีว่าเป็นแนวทางเดียวกับกลุ่มพันธมิตรฯ

การปิดถนน การยึดทำเนียบฯ และการยึดสนามบิน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเพื่อบีบบังคับอำนาจรัฐให้ยอมสยบใต้เท้าของตน

ในอดีตที่ผ่านมาสหภาพรถไฟสร้างความเสียหายและเดือดร้อนให้ประชาชนมาหลายครั้ง หลายครา

แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่เคยมีใครถูกลงโทษ ปล่อยให้ลอยนวลและมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนเดิม

เป็นการปล่อยเพื่อรอเวลาให้พวกนี้ออกมาสร้างความเดือดร้อนซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

เปรียบไปเหมือนคนร้ายที่ก่อคดี ตำรวจแทนที่จะจับหรือยัดเข้าคุกเพื่อให้หลาบจำ หรืออย่างน้อยป้องปรามคนร้ายรายอื่นๆ ทำเลียนแบบ

กลับไม่สนใจปล่อยเลยตามเลย

วันดีคืนดี โจรก็ออกมาก่อเหตุอีกเพราะรู้ดีว่าไม่มีทางถูกลงโทษ

แม้จะยอมรับในระดับหนึ่งว่าการมีสหภาพแรงงาน ขององค์กรต่างๆ ทางหนึ่งเป็นการปกป้องสิทธิพึงมี พึงได้ของพนักงาน และยังใช้จับทุจริตของผู้บริหารอย่างทรงประสิทธิภาพ

แต่เมื่อใดก็ตามที่สหภาพเริ่มล้ำเส้น พยายามแสวงหาอำนาจ เมื่อนั้นจุดมุ่งหมายสำคัญของการก่อตั้งสหภาพก็จะเปลี่ยนไป

การแสวงหาอำนาจหลักๆ มีอยู่ 2 รูปแบบ หนึ่งคืออำนาจในองค์กรของตน

อีกหนึ่งคืออำนาจทางการเมือง

ยิ่งกับสหภาพการรถไฟ ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลและอำนาจในมือไม่ธรรมดา เพราะควบคุมระบบขนส่งหลักของเมืองไทย

หากประธานสหภาพ มีใจฝักใฝ่ในการแสวงหาอำนาจและเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเมื่อไหร่ ความวุ่นวายก็จะตามมาเมื่อนั้น

ดูเหมือนประธานสหภาพรถไฟ คนปัจจุบันจะมีทั้ง 2 เงื่อน ไขที่ว่าอย่างครบถ้วน

การพยายามต่อรองเพื่อปลดคนโน้น คนนี้ ที่ไม่ทำตามประสงค์ของตัวเอง คือการแสดงออกถึงอำนาจในองค์กร

ขณะเดียวกันก็แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในพันธมิตรฯ พยายามจะมีบทบาททางการเมือง

จึงเป็นเรื่องที่สมาชิกสหภาพ การรถไฟฯ และภาครัฐ ต้องพึงสังวรให้จงหนัก ว่าจะลงมีดเพื่อแก้ไข หรือจะปล่อยให้เหตุแบบนี้เกิดต่อไปเรื่อยๆ

จะทำอะไรก็ทำสักอย่าง ยิ่งนาทีนี้ประชาชนกำลังรุมด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง

โอกาสทองฝังเพชรเลยนะนั่น!??

ใบอนุญาต 3 จี

ที่มา เดลินิวส์

ตอนแรกปล่อยข่าวว่า ใบอนุญาต โทรศัพท์มือถือ 3 จี ของ กทช. จะเคาะกันที่ใบละ 3 หมื่นล้าน เพื่อเอาเงินเข้า กทช.มาก ๆ เป็นเกียรติประวัติกับคณะกรรมการที่ใกล้จะหมดเทอม คิดได้ไงไม่รู้

ทั้งหมดมี 4 ใบ

ล่าสุด ประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกมาบอกว่า ที่ประชุม กทช.มีมติเห็นชอบ ราคาเริ่มต้น คลื่นความถี่ 10 กิกะเฮิรตซ์ ที่ 4,600 ล้าน และ 5,200 ล้าน ที่ 15 กิกะเฮิรตซ์ โดยเป็นราคาที่ประเมินจากมูลค่าความถี่ตาม ที่บริษัทเนร่าที่ปรึกษาเสนอ

พร้อมกับย้ำว่า ใบอนุญาตที่ออกมาต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ไม่ได้เป็นการเอื้อเอกชนแต่อย่างใด

ต้องบอกว่า เป็นความกล้าหาญของ กทช.ที่ต้องปรบมือให้ จากเดิมที่เหยาะแหยะ ทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพาย แทบไม่มีผลงานให้กล่าวขวัญถึง จนมีข่าวจะมีการเปิดประมูลขายใบอนุญาต 3 จี นี่ล่ะ

โดยย่อ ๆ 3 จี คือสื่อของคน รุ่นใหม่ เป็นเทคโนโลยีล่าสุด ที่หลายประเทศมีใช้แล้ว ในลาว กัมพูชา ก็ใช้ 3 จี แล้ว ระบบนี้รับส่งข้อมูลความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วมาก และมีรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น เป็นทั้งเครื่องรับ-ส่งแฟกซ์ โทรศัพท์ ต่างประเทศ ประชุมทางไกล ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ตฯ สารพัดสารเพ

เป็นมัลติมีเดียครบวงจร

การเคาะเริ่มต้นไม่โหด จะทำให้ประชาชนมีโอกาสใช้โทรศัพท์ 3 จี ในราคาไม่แพง และแพร่หลายมากขึ้น เอกชนไม่ใช่กาชาด ค่าใบอนุญาตแพงเท่าไหร่ บริษัททั้งหลายจะบวกเข้าไปเป็นต้นทุน ทั้งสิ้น

ไม่มีหรอกที่แบกไว้เอง เพราะนี่คือ ธุรกิจ ที่ต้องมีกำไร

ที่ญี่ปุ่น ไม่มีประมูล เค้าให้เอกชนรายเดิมไปเลย ขอให้ประชาชนได้แล้วกัน ที่สิงคโปร์ ใช้เกณฑ์แบบประกวดนางงาม ราคาขั้นต่ำมี แต่ไม่เน้น ที่เน้นคือเรื่อง การพัฒนา ค่าโทรฯถูก มีคนใช้มาก ๆ ของมีคุณภาพ

ที่ มาเลเซีย ใบอนุญาตไม่ถึง 2,000 ล้าน ด้วยซ้ำ !?!

กทช.เที่ยวนี้จึงควรได้รับคำชม ส่วน ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอของ “ทรู” ถือว่า กล้ามาก ที่ออกมาสู้ยิบตา เพื่อขอความเป็นธรรมบริษัทลูกไทย ที่ควรได้รับโอกาสให้สามารถต่อกรกับบริษัทยักษ์รัฐวิสาหกิจข้ามชาติได้

เสี่ยงมากนะเนี่ย

แต่ถือว่า ประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง ก็ทำไมต้องเอา “เงิน” เป็นตัวตั้งเล่า ไอทีวี ที่ต้องจอมืดและ ทุบทิ้ง กลายเป็น ไทยพีบีเอส หรือ ช่อง 11 สาขา 2 นอกจากเพราะเป็นของ “ทักษิณ” ต้องทำลายแล้ว

ยังเดินผิดทางตั้งแต่ต้น เพราะเอา ราคาประมูล ตัดสินทั้งหมดนี่ล่ะ !!!

แถมดัดจริต คิดตื้น ๆ ให้เอกชน 10 ราย ถือหุ้นคนละ 10% เท่ากัน อ้าง ไม่ให้ผูกขาด โดยไม่มองว่า ทางธุรกิจมันจะเดินยังไง ไม่มีใครทุบโต๊ะได้เลย ค่าสัมปทานก็แพงโคตร ๆ 2 หมื่นล้าน

ขาดทุนบักโกรก ตั้งแต่ตั้งไข่สิ

ความฝันที่จะให้เป็นทีวีทางเลือก ต่างจากช่องเก่า ๆ เป็นได้แค่ฝันสลาย ในที่สุด ก็เมื่อมีบทเรียนมาให้เห็นกันแบบจะจะเช่นนี้แล้ว ทำไมต้องผิดซ้ำซากอีก

ที่ กทช.ทำ จึงถูกต้องแล้ว.

ดาวประกายพรึก