WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 28, 2009

เสียหายกว่า40ล้าน รถไฟหยุดวิ่ง โสภณขู่เล่นหัวโจก

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_42776

นายโสภณ ซารัมย์

รมว.คมนาคม รายงาน ครม. สร.รฟท.ป่วน สร้างความเสียหาย 41.59 ล้าน ผู้โดยสาร 2.4แสนคนเดือดร้อน ครม.ไฟเขียว บรรจุพนง.ใหม่ 171 อัตรา ชูหมายศาลขู่แกนนำห้ามป่วนซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 27 ต.ค. นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รายงานสถานการณ์การหยุดเดินรถของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ให้ครม.รับทราบ พร้อมเสนอขอความเห็นชอบให้ร.ฟ.ท.ยกเว้นการปฏิบัติตามติครม.เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2541 โดยอนุมัติให้ ร.ฟ.ท.รับบรรจุพนักงาน ร.ฟ.ท. จำนวน 171 อัตราจากผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ประกอบด้วยตำแหน่งช่างเครื่อง 121 อัตราและตำแหน่งพนักงานสถานีและบำรุงทาง 50 อัตรา โดยสรุปว่าตั้งแต่วันที่ 16-26 ต.ค. พนักงาน ร.ฟ.ท.ในพื้นที่เส้นทางภาคใต้ได้ยื่นขอลาป่วยพร้อมกันจำนวนมากผิดปกติ สถานีชุมทางหาดใหญ่ มีพนักงาน ร.ฟ.ท.ลาป่วย 49 คนจาก 121 คิดเป็นร้อยละ 40.50 ต่อมาอ้างว่าหัวรถจักรอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้มีการหยุดเดินรถไฟเส้นทางภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นรถขบวนท้องถิ่น รวมทั้งสิ้น213 ขบวน ทำให้มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 243,500 คน

นายโสภณ รายงานต่อว่า ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.สามารถเดินรถได้เป็นปกติทุกเส้นทาง ยกเว้นเส้นทางตั้งแต่สถานีหาดใหญ่-สุไหงโกลก เนื่องจากพนักงานรถจักรแขวงรถจักรหาดใหญ่ 91 นาย แยกเป็นพนักงานขับรถ 41 นาย ช่างเครื่อง 50 นายไม่ยินยอมปฏิบัตินห้าที่ด้วยเหตุผลว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่สบายใจ โดยใช้ข้ออ้างจากบันทึกการเจรจาระหว่างสหภาพรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) สาขาหาดใหญ่กับผู้เกี่ยวข้องในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้และผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ยังต้องเจรจากันต่อไป ศูนย์ภาคใต้ฝ่ายการเดินรถได้ประสานกับแม่ทัพภาคที่ 4 และได้รับแจ้งยืนยันรับรองความปลอดภัย โดยฝ่ายเครื่องกลได้ซ่อมบำรุงรถจักรที่โรงรถจักรหาดใหญ่มีจำนวนพร้อมใช้การ ได้ทั้งหมด 13 คัน เพียงพอในการจัดทำขบวนรถไฟเส้นทางสายใต้ 3 จังหวัด และฝ่ายการช่างกลได้ออกคำสั่งให้พนักงานรถจักรแขวงหาดใหญ่เข้าปฏิบัติ หน้าที่ตามปกติตามคำสั่งจัดพนักงานทำการประจำวันให้เรียบร้อย ทั้งนี้สถานะความเสียหายจากเหตุการณ์หยุดเดินรถของพนักงาน ร.ฟ.ท. ณ วันที่ 26 ต.ค. ประมาณ 41.59 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า นายโสภณ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องนั้น ร.ฟ.ท.ได้มอบหมายอณาบาล(ฝ่ายกฎหมาย) ไปร้องต่อศาลจังหวัดสงขลา ห้ามไม่ให้สร.ร.ฟ.ท. กับพวกรวม 7 คน คือ สร.ร.ฟ.ท.จำเลยที่ 1 นายสาวิทย์ แก้วหวาน นางสุนันทา สว่างแก้ว นายบรรจง บุญเนตร นายารา แสวงธรรม นายภิญญโญ เรือนเพ็ชร และนายเหลี่ยม โมกงาม เป็นจำเลยที่ 2-7 กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง และห้ามไม่ให้พนักงานรฟทงหรือบุคคลอื่นเข้าไปในเขตทางรถไฟของร.ฟ.ท. เพื่อขัดขวาง เพื่อขัดขวางไม่ให้มีการเดินขบวนรถไฟตามปกติ ห้ามไม่ให้บุคคลใด ๆ กระทำการอันเป็นการขัดขวางการเดินขบวนรถไฟของรฟท.ได้ตามปกติ ทั้งที่ชุมทางสถานีรถไฟหาดใหญ่และชุมทางสถานีรถไฟต่าง ๆทั่วประเทศ ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอแล้ว และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสงขลาได้ออกประกาศเจ้าพนักงานบังคัคดี คดีหมายเลขดำที่926/2552 ลงวันที่ 23 ต.ค. 2552 ว่าศาลจังหวัดสงขลาได้คำสั่งตามหมายห้ามชั่วคราวไม่ให้จำเลยทั้ง 7 กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปฯ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ถ้าระหว่างที่เราไปเอาหัวรถจักรคือ แล้วมีการต่อต้านอีกโดยบุคคลที่ถูกดำเนินคดีอยู่แล้วก็ต้องโดนดำเนินคดีซ้ำ อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงกำชับขอให้ทางกระทรวงคมนาคมดูเรื่องการรักษาความปลอดภัย ใด้ดีที่สุด และแน่ใจนะว่าบุคคลทั้ง 171 ตำแหน่งที่จะบรรจุเข้าไปทดแทนจะไปเป็นพวกฝ่ายสร.ร.ฟ.ท.ประท้วงอยู่ ถ้ายังไม่แน่ใจก็ชะลอไว้ก่อน นายโสภณ ได้แต่รับฟังนิ่ง ๆ

กลาโหมล่ำซำรับ เพิ่มงบลับ อีก 12 ล้าน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_42773

กลาโหม ซุ่มเงียบเสนอขออนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบปฯ2553 จำนวน 12 ล้านบาท โดยใช้จ่ายในลักษณะเงินราชการลับ ภารกิจด้านความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 27 ต.ค. ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ช่วงท้ายก่อนเลิกการประชุมนายอภสิทิธิ์ ได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันในการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ได้ประสบความสำเร็จ ผู้นำต่างชาติหลายคนต่างพอใจ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้หยิบยกผลการหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆ มาพูดคุยกับครม. โดยเฉพาะได้เร่งรัดผลการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกรัฐมนตรีของจีนระบุว่าต้องการอยากเห็นความก้าวหน้าการดำเนินโครงการระบบ ขนส่งมวลชนทางราง ขอให้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปเร่งรัดการพิจารณาโครงการให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ว่าจะมีการเชื่อมโยงกับระบบรถไฟรางคู่หรือจะเชื่อมโยงรถไฟรางเดี่ยว อย่างไร โดยทางจีนพร้อมที่จะให้ไทยกู้เงินมาดำเนินการโครงการอยู่แล้ว 400ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ได้ร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรีจีนด้วยกล่าวเสริมว่า เรื่องนี้น่าจะคุยกัยทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไปด้วยเลย ว่าถ้าจะมีการจัดซื้อหัวรถจักรโดยผ่านระบบจีทูจี รัฐบาลจีนก็รับปากพร้อมจะจัดหาหัวรถจักรที่ดีในราคาถูกมาให้ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าจะสามารถนำเสนอแผนโครงการดังกล่าวได้ในการประชุมครม.เศรษฐกิจ ครั้งหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการประชุมครม. วันเดียวกันในช่วงที่ครม.ได้พิจารณาเรื่องข้อสรุปเกี่ยวกับการขออนุมัติก่อ หนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณค่าเช่ารถยนต์เพื่อใช้ในราชการของกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักเลขาธิการวุฒิสภาตามที่สำนักงบประมาณเสนอนั้นปรากฎว่านายกรัฐมนตรี ได้ติติง ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ว่าส่วนใหญ่พอใกล้สิ้นปีงบประมาณ มักจะเอาเงินเหลือจ่ายไปจัดซื้อรถหรือจัดประชุมสัมมนา การที่มาขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณค่าเช่ารถมาแบบนี้ก็ไม่ต้องพิจารณาแล้ว เพราะข้ามปีงบประมาณมาแล้ว ต่อไป หากมีงบประมาณเหลือเช่นนี้ ถ้ามาขออนุมัติงบกลางอยู่ก็จะไม่ให้แล้ว

ในการประชุมประชุม วันเดียวกันนี้ กระทรวงกลาโหม ซุ่มเงียบเสนอขออนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ 2553 จำนวน 12 ล้านบาท โดยใช้จ่ายในลักษณะเงินราชการลับ ในการขออนุมัติกระทรวงกลาโหมระบุเพียงนำไปใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง และมีความจำเป็นเนื่องจาก กระทรวงกลาโหมมีงบประมาณจำกัด โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เสนอเรื่องนี้เป็นเรื่องลับ เก็บเอกสารกลับออกจากครม.และห้ามไม่ให้มีการแถลงเผยแพร่ข่าวสารแต่อย่างใด

ถกผู้นำมาเลย์ จิ๋วแย่งซีน นายกมาร์ค

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_42748

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

"บิ๊กจิ๋ว" ไม่หวั่นถูกกล่าวหา "ชักศึกเข้าบ้าน" ยันเป็นการเข้่าใจคลาดเคลื่อน เดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนใต้ พบนายกมาเลย์ 3พ.ย. ก่อนหน้า นายกฯอภิสิทธิ์ ที่จะหารือ"นาจิบ ราซัค" ต้นเดือน ธ.ค.

ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 27 ต.ค. ตัวแทนกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิประมาณ 5-6 คน เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แกนนำพรรคเพื่อไทย เพื่อให้กำลังใจในต่อสู้ อย่าหวั่นไหวต่อการสร้างกระแสรักชาติเพียงคนเดียวโดย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ขอรับรอง จะไม่ไปไหน เพราะเป็นภารกิจสุดท้าย ที่ต้องทำให้ได้ 71 ปี แล้วยังทำไม่สำเร็จ แต่จะต้องทำให้ได้

จากนั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวตอบข้อถามผู้สื่อข่าวกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ชักศึกเข้าบ้าน หลังเดินทางไปพบ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า บ้านไหน อย่าไปต่อว่าเขา เพราะทุกคนห่วงใยบ้านเมือง ในรายละเอียดอาจจะเข้าใจผิดกันได้ แต่ ไม่เป็นไร พี่น้องกันทั้งนั้น แต่เมื่อพูดมา ก็ต้องพึงระวังในการทำงานให้บ้านเมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ก็จะยิ่งมีปัญหา แต่ก็เข้าใจว่าที่พูดนั้นเป็นความหวังดี เมื่อถามถึงบทบาทที่จะเดินทางไปเยือนประเทศสหภาพพม่าและมาเลเซียจะเป็นอย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ปกติแล้วจะต้องลงไปที่ 5 จังหวัดภาคใต้ในวันที่ 28 ต.ค. แต่ต้องชี้แจงกับพรรคเพื่อไทยในวันที่ 29 ต.ค. จึงต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 3 พ.ย. เพื่อไปดูว่าจะจัดการอย่างไรกับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สื่อมวลชนคนไหนอยากไปก็ไปด้วยได้ นี่ก็เป็นการทำงานให้บ้านเมืองเหมือนกัน

เมื่อถามอีกว่า จะเดินทางไปสหภาพพม่าเพื่อพบใคร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ก่อนเดินทางไปพม่าต้องไปมาเลเซียก่อน จะมีจดหมายเชิญมา อาจจะเป็นปลายอาทิตย์นี้หรือต้นอาทิตย์หน้า นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เคยเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเช่นเดียวกับตนในช่วงเวลานั้น คงจะมีโอกาสได้เจอ และพูดคุยแลกเปลี่ยนกันตามประสาเพื่อนบ้าน

พล.อ.ชวลิตกล่าวต่อกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า บังเอิญอยู่ในความสนใจของประชาชนจึงกินพื้นที่ข่าวที่ต้องการให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เช่น การลดการเผชิญหน้า พื้นที่ติดต่อค้าขายซึ่งกันและกัน รวมถึงข้อขัดแย้งที่มีมานาน และอยากให้องค์กรที่จัดตั้งขึ้นร่วมกันมาทำงานต่อไป ตรงนี้ตนไปทำงานให้กับกรรมาธิการกิจการชายแดน สภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้บอกให้ใครรู้ ที่ถามว่าคิดอย่างไรกับการที่มีคนมาบอกว่าขายชาตินั้น ตนเคารพการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะก็หวังดีกันทั้งนั้น

ต่อข้อถามว่า ผู้นำพม่ามีความสนิทกับพ.ต.ท.ทักษิณและประเทศก็ไม่เป็นประชาธิปไตย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า 20 กว่าปีที่รู้จักกัน ตนเป็นคนแรกที่เดินทางไป เพราะในขณะนั้นไม่มีใครอยากจะไป จึงมีความเป็นมิตรผูกพันกันมา และ ไม่ได้ไปยุ่งกิจการภายในของเขา เมื่อถามว่า จะเดินทางไปพบนางออง ซาน ซู จี ด้วยหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า แค่นี้ก็ยุ่งพอแล้ว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน ที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณี นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่ต้องจัดเป็นเขตปกครองพิเศษอย่างแท้จริงว่า หากดูรายละเอียดทั้งหมดจะเห็นว่าเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลทำ เพียงแต่ต้องสามารถผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเดินทางมาเยือนไทย ในลักษณะการปรึกษาหารือประจำปี ตนและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีกำหนดการที่จะเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยกัน

ทนาย 'ดา ตอร์ปิโด' ยื่นอุทธรณ์คดีหมิ่น

ที่มา ประชาไท

วันที่ 27 ต.ค. 2552 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ศาลอาญา รัชดา นายประเวศ ประภานุกูล เดินทางไปพร้อมด้วยสมาชิกสมัชชาสังคมก้าวหน้าและประชาชนผู้ติดตามคดีของน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด และตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง ลาดพร้่าว เพื่อยื่นอุทธรณ์ในคดีที่ น.ส. ดารณี ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 18 ปี ในความผิดตามมาตรา 112 โดยการกล่าวปราศรัยที่เวทีสนามหลวง 3 ครั้ง หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

ทนายความของ 'ดา ตอร์ปิโด' และตัวแทนกลุ่มสมัชชาัสังคมก้าวหน้า พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงลาดพร้าว ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าศาลอาญารัชดา ก่อนยืนอุทธรณ์คดี

นายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ กรรมการผู้ประสานงานสมัชชาสังคมก้าวหน้ากล่าวกับประชาไทว่าทางกลุ่มฯ จะติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกกระบวนการ และขณะนี้ ทางกลุ่มกำลังริเริ่มกิจกรรมระดมหนังสือเพื่อบริจาคให้กับห้องสมุดของทัณฑสถานหญิงกลาง โดยจะเน้นเรื่องวรรณกรรม สารคดี และศิลปวัฒนธรรม และหนังสือธรรมะ ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มได้รวบรวมหนังสือและเริ่มได้รับหนังสือบริจาคบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้นายชัยนรินทร์ กล่าวว่าหนังสือที่รวบรวมบรืจาคไม่มีหนังสือที่มีเนื้อหาทางการเมืองเพราะเป็นข้อห้ามของทางเรือนจำ

สำหรับผู้สนใจบริจาคหนังสือสามารถติดต่อได้ที่ น.ส.บุญธิดา ผ่านทางอีเมล์ mosquito_kae@hotmail.com

คุกคามสื่อ กดดัน \"ดารุณี กฤตบุญญาลัย\"

ที่มา thaifreenews

คุกคามสื่อ กดดัน ดารุณี กฤตบุญญาลัย

โดย ice angel ไทยฟรีนิวส์

ดีเจ ดารุณี กฤตบุญญาลัย ยุติบทบาทตำแหน่งดีเจ รายการลูกทุ่งมหานคร

คลื่นวิทยุอสมท FM 95 MHz

กระแสข่าวการยุติบทบาทการเป็นดีเจจัดรายการวิทยุของเธอครั้งนี้

เกิดขึ้นและสะสมมาจากสมัยที่คมช.ทำการรัฐประหาร เธอเชื่อว่าสมัยนั้นหัวหน้าสถานีได้รับการกดดันจากคมช. จีงได้มีการพูดเตือนมายังเธอในตำแหน่งดีเจว่า

ห้ามพูดเรื่องการเมือง

เธอเข้าใจเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี และมาในสมัยรัฐบาล นายกสมัคร- นายกสมชายเรื่องการห้ามไม่ให้เธอพูดเรื่องการเมืองผ่านในรายการที่เธอจัดอยู่ดูเหมือนจะผ่อนคลายลงไป

แต่แล้วกระแสการกดดันห้ามพูดเรื่องการเมืองผ่านรายการก็กลับมากดดันดีเจดารุณีอีกครั้ง จนถึงขนาดที่เธอตัดสินใจขอยุติบทบาทการทำงาน

เธอเล่าว่า "รูปแบบรายการของเธอที่ทำคือเปิดเพลงลูกทุ่งตามคำขอจากแฟนรายการ สลับกับ อ่านกลอน สอนให้คนคิดเป็น สอนให้คนมีพลังในการต่อสู้กับชีวิตและให้กำลังใจพร้อมกับอ่าน sms จากแฟนคลับคนอื่นๆ ที่ส่งข้อความเข้ามาในรายการและเธอก็อ่านออกอากาศ"

สำหรับ sms แฟนรายการของเธอมันจะเขียนเล่าถึงชีวิตส่วนตัว บ้างก็พรรณาถึงภาวะความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งเธอก็จะใช้ประสบการณ์วิชาปริญาโทที่ได้ร่ำเรียนมาตอบคำถามเหล่านั้น และแทบจะเกือบทุกๆ sms ที่ส่งเข้ามา เธอก็อ่านออกอากาศตามความเป็นจริง ชมก็อ่าน แซวก็อ่าน แม้บางคนเขียน sms ข่มขู่เธอ เธอก็ยังอ่าน เธออ่านข้อความให้ฟังพร้อมเบอร์โทรศัพท์คนที่ส่ง sms นั่นคือสไตล์การจัดรายการวิทยุของเธอ

เธอยังเล่าต่ออีกว่า "ระยะหลังๆ สมัยรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ เธอมักจะได้รับการสะกิดและพูดเตือนผ่านเข้ามาให้เธอได้ยินหลายครั้ง จากหัวหน้าสถานีว่า ห้ามไม่ให้เธอพูดถึงเรื่องการเมือง ทั้งๆ ที่เธอก็พูดตาม sms ที่แฟนคลับส่งเข้ามาในรายการเท่านั้น ไม่ได้พยายามชี้นำทางการเมืองแต่อย่างใด"

จากการเตือนหลายๆ ครั้งของหัวหน้าสถานนีทำให้เธอรู้สึกว่าถูกกดดันด้านอิสรเสรีภาพของการจัดรายการวิทยุอีกครั้งหนึ่ง

และแล้วก็มาถึงวันที่เธอตัดสินใจขอยุติบทบาทการทำงานด้านดีเจวิทยุรายการลูกทุ่งมหานคร เธอเล่าว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอก็จัดรายการวิทยุอย่างปกติไสตล์ดารุณี

เธออ่าน sms ออกอากาศเหมือนที่ผ่านๆ มา ล่าสุดมีการแซวเธอและท้าเธอให้อ่านออกอากาศ เธอก็อ่าน นั่นคือไสตล์ของเธอ แต่ครั้งนั้นกลับทำให้เธอถูกเรียกพบจากหัวหน้าสถานีรายการวิทยุ และออกคำสั่งห้ามเธอพูดเรื่องการเมืองเด็ดขาด โดยในครั้งนั้นหัวหน้าสถานนีวิทยุพูดกับเธอว่า

ไว้รอให้ทักษิณได้กลับมาเป็นนายกค่อยจัดรายการแบบนี้

ที่นี่ไม่ใช่วิทยุชุมชน และห้ามพูดเรื่องการเมืองเด็ดขาด

เธอเล่าเสริมพร้อมกับตั้งคำถามว่า "คลื่นลูกทุ่งมหานครอุดมปัญญา แปลว่าอะไร ?"

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเกิดจากการสะสมการกดดันการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอมองย้อนไปว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวกล่าวหารัฐบาลนายกทักษิณต่างๆ นาๆ ว่า คุกคามสื่อ แต่มาวันนี้เธอกลับได้รับสัมผัสผลกระทบนี้ด้วยตัวเอง หากแต่ว่าเป็นการ คุกคามสื่อ จากรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นเอง

ถอดยศพันตำรวจโท ได้ยศใหม่ทักษิณมหาราษฎร์

ที่มา Thai E-News



โดย ไทยอีนิวส์
27 ตุลาคม 2552


ชื่อ-ยศ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ
คดี ฆ่าแม่ลูกตระกูลศรีธนะขันฑ์
คำตัดสิน ศาลฎีกาตัดสินประหารชีวิต เมื่อ 16 ต.ค.2552
ปัจจุบัน ยังมียศพลตำรวจโท

ชื่อ-ยศ พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ
คดี ฆ่าผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร
คำตัดสิน ศาลฎีกาตัดสินให้ประหารชีวิต เ้มื่อ 29 ก.ย.2549
ปัจจุบัน ยังมียศพันตรี

ชื่อ-ยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
คดี เซ็นชื่อรับรองให้เมียประมูลซื้อที่ดินรัฐในราคาสูงกว่าราคากลาง
คำตัดสิน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก 2 ปี เมื่อ 21 ต.ค.2551
ปัจจุบัน คณะกรรมการกฤษฎีกาแทงความเห็นให้ถอดยศ และเรียกคืนเครื่องราช เพราะคดีถึงที่สุดแล้ว

ลดอำนาจสถาบันกษัตริย์ไทย ให้อยู่ในระดับที่ไม่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News


โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา ประชาไทบอร์ด
27 ตุลาคม 2552

ทั้งหมดนี้ ความจริง รวมกันแล้ว ไม่ใช่การ "ล้มเจ้า" เลย แต่เป็นเพียงการทำให้ (ถ้าพูดแบบรูปธรรมให้เห็นชัด) สถาบันกษัตริย์ไทย = สถาบันกษัตริย์ญี่ปุ่น


หมายเหตุผู้เขียน:ข้อความต่อไปนี้ ความจริง เป็นการไปเขียนตอบกระทู้ ของ ธนาพล ที่ฟ้าเดียวกัน
http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=39071ในขณะที่ ข้อความข้างล่างนี้สามารถอ่านเข้าใจในตัวเองได้ ผมแนะนำว่า จะเข้าใจยิ่งขึ้นหากลองกลับไปอ่านกระทู้ดังกล่าวด้วย และ กระทู้ที่เกี่ยวข้องกัน http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=39016 โดยเฉพาะในส่วนที่แลกเปลี่ยน กับ อ.ปิยบุตร

....................



ผมไม่คิดว่า สถาบันไทย และพวกสถาบันนิยมของไทย มีความเป็นไปได้ ที่จะยอมรับ ข้อเสนอทำนองนี้

1. ยกเลิก มาตรา 8 เพิ่มมาตรา ในลักษณะเดียวกับ รธน.27 มิ.ย. 2475 (สภาพิจารณาความผิดของกษัตริย์)
2. ยกเลิก ม.112
3. ยกเลิก องคมนตรี
4. ยกเลิก พรบ. จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ 2491
5. ยกเลิก การประชาสัมพันธ์ด้านเดียวทั้งหมด การให้การศึกษาแบบด้านเดียวเกี่ยวกับสถาบันทั้งหมด
6. ยกเลิก พระราชอำนาจ ในการแสดงความเห็นทางการเมืองทั้งหมด (4 ธันวา, 25 เมษา "ตุลาการภิวัฒน์" ฯลฯ)
7. ยกเลิก พระราชอำนาจ ในเรื่อง โครงการหลวง ทั้งหมด
8. ยกเลิก การบริจาค / รับบริจาค โดยเสด็จพระราชกุศล ทั้งหมด


ทั้งหมดนี้ ความจริง รวมกันแล้ว ไม่ใช่การ "ล้มเจ้า" เลย แต่เป็นเพียงการทำให้ (ถ้าพูดแบบรูปธรรมให้เห็นชัด) สถาบันกษัตริย์ไทย = สถาบันกษัตริย์ญี่ปุ่น(ประเด็นต่างๆ ที่ลำดับข้างต้น ส่วนใหญ่ ญี่ปุ่น เคยมีมาก่อนเช่นกัน จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 อเมริกา มายกเลิกให้ทั้งหมด)

ที่สำคัญ ผมเข้าใจว่า (ดูที่ผมแลกเปลี่ยนกับปิยบุตร ในอีกกระทู้หนึ่ง เรื่อง "ประธานาธิบดี") นี่คือ maximum ที่สามารถเรียกร้องได้ โดยไม่ผิดกฎหมายในขณะนี้

ส่วน ideal form ของรัฐ ควรเป็นอย่างไร ผมเคยนำเสนอในลักษณะ "เชิงทฤษฎี" (คือไม่เจาะจงกรณีไทย) - ข้อเสนอเรื่อง "Secular Democratic Republic" - ในที่สัมมนามนุษยศาสตร์ ที่ มธ.เป็นเจ้าภาพ เมื่อ 3 ปีก่อน (พ.ย.49)

ปล. ผมขอเพิ่มเติมเล็กน้อย ถ้าใครตามวิวาทะที่ผมไปเปิดที่ประชาไท (เช่น ในกระทู้เรื่องวีระล่าสุด) จะเห็นว่า จริงๆแล้ว บรรดาเสื้อแดงเชียร์ทักษิณส่วนใหญ่ ไม่ได้มีความเข้าใจโดยแท้จริง เกี่ยวกับปัญหาอำนาจของสถาบัน แต่อย่างใด (รวมทั้งกรณี ผู้ใช้นาม"ลูกชาวนาไทย" ด้วย) เช่น ประเด็นองคมตรี ที่ยังพูดว่า "เป็นอำนาจที่ละเมิดไม่ได้" ฯลฯ

เรื่องนี้ ในช่วงฎีกา ก็เช่นเดียวกัน ที่แกนนำออกมาโฆษณาชวนเชื่อ (หลอกคน) ย้ำว่า เป็น "อำนาจเด็ดขาด" ของกษัตริย์ "ก้าวล่วง" ไม่ได้ แล้วบรรดาลิ่วล้อ ก็ขานรับกันใหญ่ โดยไม่มีความเข้าใจเลยว่า นี่ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชแล้ว การที่มี ระเบียบต่างๆ ที่กำหนดในวิอาญา เกี่ยวกับ ขั้นตอนในการยื่น ก็เพราะถือว่า กษัตริย์ ไมใช่สมบูรณาญาฯ แล้ว

โดยความเป็นจริง พวกเสื้อแดงเชียร์ทักษิณส่วนใหญ่ (เช่นเดียวกับทักษิณ) พอใจเพียงแค่ จะได้เห็นคนอย่างเปรม ฯลฯ "หลุดไป" แต่อื่นๆทั้งหมด เกี่ยวกับ พระราชอำนาจ คงอยู่เหมือนเดิม ลองเอา list ข้างต้น ให้คนเหล่านี้ดูก็ได้ ว่า พวกเขาคิดถึงเรื่องเหล่านี้เีพียงใด

กรณีหันมา "เชียร์ เบอร์ 4" ที่ "ลูกชาวนาไทย" เป็นคนนำคนหนึ่งเลย สะท้อนให้เห็นเรื่องนี้ ว่า ไม่เข้าใจเรื่องอำนาจที่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตยของสถาบันฯ ในขณะนี้เลย ("ไม่เคยรังแกประชาชน อย่างมากแค่ตัวบุคคล")

Tuesday, October 27, 2009

สมัครรับข้อความ ThaksinLiveSMS

ที่มา ThaksinLive

มาร์คเริ่มเดือด ถูกท้ายุบสภา เชื่อ'ฮุนเซน'จบ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_42660

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

"มาร์ค" ชักไม่พอใจถูกสื่อถาม "ทักษิณ" ท้ายุบสภา ตอบกลับห้วนๆ เกี่ยวอะไรด้วย ยันไม่หวั่นโดนเกมกดดันขอเดินหน้าทำงานลูกเดียว ลั่นใครมีเป้าอะไรอย่าให้ชาติเดือดร้อน เชื่อ "ฮุนเซน" คงไปทบทวนแล้ว..

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท้าให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า "มันเกี่ยวอะไรกับท่าน" เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เพราะนายกฯ บอกว่าเลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนสูสีกับพรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ ตอบห้วนว่า "อันนั้นเรื่องของผม"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา ตนมีโอกาสคุยกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ การทำงานอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจที่ดี กรณีของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าใจว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว เชื่อว่าน่าจะเข้าใจดีขึ้นเพราะไม่เห็นว่าจะมีการแสดงความคิดเห็นอย่างใดเพิ่มเติม เมื่อถามว่า แต่ภายในประเทศมีความไม่พอใจ ล่าสุด มีประชาชนไปประท้วงหน้าสถานทูตกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราในฐานะประเทศ ตนและพี่น้องประชาชนได้แสดงออกคิดว่าทางกัมพูชาเข้าใจและรับทราบความรู้สึก ของเราแล้ว คงจะต้องใจเย็นและรอดูต่อไปว่ามันจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ตนยังเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ลุกลามไป

ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่ยืดเยื้อในเดือน พ.ย.นั้น นายกฯ กล่าวว่า เป็นความพยายามของบางฝ่าย แต่รัฐบาลมีหน้าที่แก้ปัญหาของประชาชน ตนพยายามเดินหน้าทุกโครงการอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันรายได้เกษตรกร การทำงานด้านต่างประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายกฯ เคยให้สัมภาษณ์ทำนองกลัวว่าจะมีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามา แก้ปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้บอกว่ากลัวจะมีการใช้อำนาจนอกระบบ แต่บอกว่าไม่ควรใช้อำนาจนอกระบบเท่านั้นเอง เพราะมันมีบางฝ่ายเคลื่อนไหวอยู่ว่าเคลื่อนไหวทุกรูปแบบแต่ผมก็มีหน้าที่ไม่ ให้มันกระทบผลประโยชน์ของประชาชนก็ทำเต็มที่ ก็อยากจะบอกไปว่าใครมีเป้าหมายอะไรก็แล้วแต่อย่าทำให้ประเทศเดือดร้อน"

วิวาทะ กัมพูชา-ไทย

ที่มา บางกอกทูเดย์

แผ่นดินนั้น เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ประเทศหนึ่งตั้งอยู่ี ณ ตำแหน่งใดมันก็จะตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งนั้นตลอดกาลรัฐบาลนั้น เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีรัฐบาลใดดำรงตนอยู่ได้ตลอดกาล มันมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาจึงไม่แปลก ที่รัฐบาลไทยได้รับการสนองตอบอย่างกระอักกระอ่วนใจ จากผู้นำรัฐบาลแห่งประเทศทั้งหลาย ในการประชุมนานาชาติ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยรัฐบาลของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและยิ่งไม่แปลกใจ สำหรับราชอาณาจักร กัมพูชาที่มีพรมแดนยาวติดไทย 750 กิโลเมตร ยิ่งจะต้องระมัดระวังใหญ่ ระหว่างมิตรภาพในปัจจุบัน กับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือมิตรภาพในวันฝ่ายค้านต้านทักษิณเพราะไม่มีใครเชื่อว่า ณ วันนี้บัดนี้ คณะปฏิวัติ คมช.กับรัฐบาลผสมเผด็จการประชาธิปไตยที่ครองอำนาจอยู่จะสามารถครองอำนาจได้ตลอดไป ในประเทศที่เขาต้องใช้กองทัพคุ้มครองตัวเองทุกครั้งที่ออกไปนอกกรุงเทพฯ ทุกวันเวลาที่มีประชุมใหญ่ทุกๆ ประเทศ แน่ใจว่า ประชาชนคนไทยจะนำรัฐบาลประชาธิปไตยของเขากลับมา เมื่อถึงวันเลือกตั้งครั้งหน้า หรือเมื่อวันเวลาของมันมาถึงทุกๆ ประเทศ เชื่อว่า ประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยพร้อมจะเป็นระเบิดและกองไฟ หากความต้องการประชาธิปไตยของเขา ไม่ได้รับการสนองตอบประเทศทั้งหลาย จึงลำบากใจอย่างยิ่งในการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับรัฐบาลไทยใส่ท็อปบู๊ทปัจจุบันของประเทศไทย และไม่ให้รัฐบาลประชาธิปไตยในอนาคตแค้นเคืองบรูไน- มาเลเซีย- สิงคโปร์- ศรีลังกา คงจะต้องขอบคุณต่อ สมเด็จอัครมหาเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักร กัมพูชา ที่กล้าแสดงความรู้สึกออกมา ในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณชินวัตร แห่งประเทศไทยเขาคิดได้คล้ายกัน แต่ สมเด็จฯ ฮุน เซน คือคนกล้าพูดกล้าบอกฟังเขาแล้วเอามาไตร่ตรอง มองครบทุกด้านแล้วท่านจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งผองลองดู อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ