WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 2, 2009

70องค์กรสากลหนุนฟ้องศาล ยุติรัฐคุกคามสื่ออินเตอร์เน็ต

ที่มา Thai E-News


ในวันที่ 15 พ.ย. เราจะได้ยื่นเรื่องร้องเรียนแก่คณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเราจำเป็นต้องนำเรื่องนี้สู่การพิจารณาของศาล เพื่อหยุดการเซ็นเซอร์นี้ ความตื่นตัวของสาธารณชนทั้งในประเทศและในต่างประเทศสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการยื่นฟ้องดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้เราได้รับการสนับสนุนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติกว่า 70 องค์กร โลกกำลังจับตามองอยู่ การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตนั้นไม่ถูกต้อง น่ารังเกียจ และผิดกฎหมายในประเทศประชาธิปไตยอย่างประเทศไทย




ที่มา FACT – Freedom Against Censorship Thailand
แปลโดย เวบwww.liberalthai.wordpress.com(ซึ่งบัดนี้โดนICTปิดกั้นเวบไซต์อยู่)
2 พฤศจิกายน 2552


กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT)

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย ในเรื่อง การเซ็นเซอร์เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย ขอเชิญผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นข่าวสารบนอินเตอร์เน็ตของรัฐบาล ไปร่วมลงชื่อในคำร้องกันได้ ที่นี่

เรียน เพื่อนร่วมอุดมการณ์


เราได้เรียกร้องต่อรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย เราเชื่อในสิทธิเสรีภาพของสื่อและเสรีภาพที่ปราศจากการถูกเซ็นเซอร์

เราต้องการคุณ คุณจะร่วมมือกับเราหรือไม่? เพียงร่วมลงลายมือชื่อในการเรียกร้องนี้ (โปรดตอบกลับทางอีเมลพร้อมข้อมูลส่วนตัว) ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยืนหยัดต่อต้านการเซ็นเซอร์!

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคม 2547 ว่ามีเว็บไซต์ทั้งหมด 1,247 แห่ง ถูกสั่งปิดโดยระงับการเผยแพร่ในประเทศไทย

และในเดือนมกราคม 2549 จำนวนดังกล่าวนั้นเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,000 เว็บไซต์

อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 เว็บไซต์มากกว่า 12,000 แห่ง ต่างถูกระงับการเผยแพร่

จากแหล่งข่าวของเราเปิดเผยว่ากระทรวงฯ นั้นได้ว่าจ้างข้าราชการประจำมากกว่า 60-70 คน โดยมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำการปิดเว็บไซต์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่ารัฐบาลกระทำโดยปราศจากความคิดเห็นของประชาชนหรือ สามัญสำนึกใดๆ

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ทำการกีดขวางการเข้าสู่ข้อมูลผ่านพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ และหน้าที่ได้ถูกทดบันทึกไว้ (หน้าแคช) ของเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่างกูเกิล

ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน เว็บไซต์ประเภทกระดานแสดงความคิดเห็นก็ถูกปิดกั้น และการที่ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายไกรสร พรสุธี ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น ถือว่าเป็นลางร้ายอย่างยิ่งสำหรับเสรีภาพ

การจำกัดเส้นทางของประชาชนในการเข้าสู่ข้อมูล ผลงานวิจัยทางวิชาการ สื่อเสรี และการแข่งขันทางธุรกิจ และอื่นๆ ถ้าเรายอมให้สิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยเหล่านี้ค่อยๆ บั่นทอนสิทธิเสรีภาพของเรา ดังเช่นการควบคุมอินเทอร์เน็ตครั้งนี้ เสรีภาพอื่นๆ ของเราก็อาจจะโดนลดทอนตามไปด้วยในอนาคต ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแสดงความคิดเห็นออกมา

ในวันที่ 15 พ.ย. เราจะได้ยื่นเรื่องร้องเรียนแก่คณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเราจำเป็นต้องนำเรื่องนี้สู่การพิจารณาของศาล เพื่อหยุดการเซ็นเซอร์นี้ ความตื่นตัวของสาธารณชนทั้งในประเทศและในต่างประเทศสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการยื่นฟ้องดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้เราได้รับการสนับสนุนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติกว่า 70 องค์กร โลกกำลังจับตามองอยู่ การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตนั้นไม่ถูกต้อง น่ารังเกียจ และผิดกฎหมายในประเทศประชาธิปไตยอย่างประเทศไทย

ทางเรามีความยินดีในการเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ของคุณ เราต้องการเพื่อนผู้มีมันสมอง หัวใจ และความกล้าหาญ (ยืมมาจากเรื่องพ่อมดแห่งอ๊อซ) กรุณาส่งผ่านจดหมายฉบับนี้ให้เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของคุณ ที่คุณคิดว่าเขาจะสนใจหรือคุณอาจจะส่งข้อมูลติดต่อบุคคลเหล่านั้นให้แก่เรา เพื่อที่เราจะได้ทำการติดต่อเขาได้โดยตรง

ขอบคุณ

กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย
FACT – Freedom Against Censorship Thailand

Website: http://facthai.wordpress.com

Contact details ร่วมรณรงค์ครั้งนี้โดยวิธีดังนี้:
-ร่วมลงชื่อเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทางออนไลน์ คลิ้กที่ http://facthai.wordpress.com/sign/

-ติดต่อเพิ่มเติม CJ Hinke (facthai@gmail.com), tel. 087-976-1880 (English)
-สุภิญญา กลางณรงค์ Supinya Klangnarong (freemediafreepeople@gmail.com) โทร 086-788-9322 (ภาษาไทย)

เดินหน้าเปิดโปงสื่อโล้น อย่าปล่อยเนชั่นลอยนวล

ที่มา Thai E-News



ผลประโยชน์ทับซ้อน-ไม่ใช่เพียงทัศนะการเมืองที่ไปทางเดียวกันของสุทธิชัย หยุ่นกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้น แต่เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน โดยฝ่ายอภิสิทธิ์ให้เวลาฟรีทีวีแทบทุกช่องกับประเคนโฆษณาให้ ส่วนเนชั่นเป็นองครักษ์คอยพิทักษ์ปกป้องและเป็นกองเชียร์ จนเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนสำคัญกับผลประโยชน์ของสาธารณชนชาวไทย นั่นคือภาษีและทรัพยากรของประชาชน-ของรัฐตกไปเป็นของเนชั่น ส่วนเนชั่นก็ไม่ได้ทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านที่ซื่อสัตย์อีกแล้ว แต่เป็นหมาบ้าที่กัดทุกคนหากข้องแวะกับอภิสิทธิ์ และเปรม


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 พฤศจิกายน 2552


หากหวังพึ่งก.ล.ต.และกระบวนการยุติธรรมประเทศนี้อย่างเดียวอาจจะล่าช้า หรือไม่มีประสิทธิภาพ สังคมทั้งสังคมต้องผนึกพลังกดดันให้เกิดความยุติธรรมทางสังคมได้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆและจะขอบคุณอย่างยิ่ง หากท่านผู้อ่านจะเผยแพร่ข่าวชิ้นนี้ออกไปให้กว้างไกลมากที่สุดในทุกช่องทาง เป้าหมายสำคัญอันดับแรกคือเพื่อน ครอบครัว ที่ทำงาน หรือคนที่ท่านรู้จักที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย และเป้าหมายต่อมาคือสาธารณชนชาวไทย จากพฤติการณ์ของเนชั่นกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ให้พวกนายอภิสิทธิ์กับสุทธิชัย หยุ่นและเด็กๆของเขาได้ตระหนักว่า พวกเขาจะมีพฤติการณ์สมคบกันย่ำยีทำลายประชาธิปไตยอย่างไร้ยางอายเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว

ลุงอภิสิทธิ์บิ๊กของเนชั่น-นายนิสสัย เวชชาชีวะ(ซ้าย) นอกจากจะเป็นลุงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นพ่อของนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เล่ากันว่าเขาเป็นคนกดดันให้ลูกชายยุติบทบาททางการเมืองสนับสนุนทักษิณ แล้วยื่นคำขาดให้มาอยู่พรรคเดียวกับนายอภิสิทธิ์ หากยังต้องการใช้นามสกุลเวชชาชีวะอยู่ต่อไป นายนิสสัยเป็นกรรมการอิสระของเนชั่น และเป็นบอร์ดNBCชุดล้างขาดทุนสะสมนำเข้าตลาดหุ้น



ในรอบ 12 วันที่ผ่านมา ไทยอีนิวส์ได้นำเสนอข่าวเกาะติดเชิงสืบสวน(investigative news)กรณีนายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักเล่าข่าวเครือเนชั่นพูดโฆษณาผ่านทีวีและวิทยุเนชั่นให้คนจองซื้อหุ้น เนชั่น บรอดแคสติ้ง-NBCที่กำลังเปิดให้คนจองซื้อช่วงนี้ โดยบอกว่าใครจองซื้อแล้วจะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง"ซึ่งเป็นความผิดฐานปิดบังอำพรางแบบไม่เป็นธรรมมีโทษจำคุก 2 ปี


และเนชั่นยังกระทำผิดซ้ำด้วยการโฆษณาทางทีวีของเนชั่น โดยไม่ขึ้นคำเตือนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีประชาชนร้องเรียนไปจำนวนมาก ซึ่งก.ล.ต.หน่วยงานควบคุมเรื่องหุ้นได้แจ้งว่าจะเข้าไปดำเนินการในกรณีนี้ ส่งผลให้เนชั่นโฆษณาโดยหลบเลี่ยงกฎหมายไม่ได้ โดยได้ขึ้นคำเตือนตามกฎหมายกำหนดแล้ว

อย่างไรก็ตามเราได้ตรวจสอบพบว่า NBCอาจไม่ใช่หุ้นดีที่ถึงกับทำให้คนจองซื้อรวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง เพราะก่อน"แต่งตัวเข้าตลาด"ยังเป็นกิจการที่ขาดทุนสะสมบักโกรก เพิ่งพลิกมาเป็นกำไรภายหลังแต่งตัวเข้าตลาด เนื่องจากวิธี"ทางบัญชี"

แต่ก็น่าสนใจว่าช่วงเดียวกันนี้เนชั่นมัลติมีเดีย(NMG)ที่เป็นบริษัทแม่ของNBCกลับขาดทุนหนักขึ้น ซึ่งจากการพิจารณางบการเงินอาจเป็นไปได้ว่ามีการยักย้ายรายได้และกำไรมาให้NBC ที่จะกลายเป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่เครือเนชั่น

ขณะที่NMGนั้นแม้จะขายตึกเนชั่นทาวเวอร์ที่บางนาไปแล้ว แต่ก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ขณะที่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเข้ามาถือหุ้นใหญ่อันดับ1ของNMGตำหนิว่าผู้บริหารNMGทำไม่ถูกที่ขายตึกออกไปใช้หนี้ ทำให้NMGไม่เหลือทรัพย์สินมีค่าแล้ว และเธออยากขายหุ้นออกหากขึ้นไปแถว10บาท

ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจเผยด้วยว่า ไม่ได้เข้ามาซื้อด้วยเหตุผลทางการเมือง เพื่อเทกโอเวอร์กิจการ หรือ"คุกคามสื่อ"เลย แต่เพราะมีความสัมพันธ์เกี่ยวดองผ่านการแต่งงานกับ"บิ๊ก"เนชั่น และทางประธานเนชั่นมาหว่านล้อมให้ไปซื้อหุ้นเพื่อให้ความสัมพันธ์เป็นทองแผ่นเดียวกัน และตอนนี้รู้สึกแยที่ต้องติดหุ้น และเจอขายตึก ซึ่งเป็นทรัพย์สินใหญ่ที่สุดออกไป ในขณะที่NBC กลับโชว์ผลกำไร เพื่อจูงใจคนมาซื้อจองหุ้นใหม่

ต่อไปนี้เป็นหนังสือของก.ล.ต. และการประมวลข่าวในรอบ 12 วันทำการที่ผ่านมาที่เรานำเสนอไป

26 ตุลาคม 2552

เรียน คุณ...
ที่ ล. 82/2552 เรื่อง การตอบรับเรื่อง

ตามที่ท่านได้มี e-mail เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ชี้เบาะแสกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นจองของ บมจ. เนชั่น บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ผ่านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักงานขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ท่านได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงาน โดยสำนักงานจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


ขอแสดงความนับถือ

(นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง)
ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ


ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
ฝ่ายงานเลขาธิการ
โทรศัพท์ 0-2263-6000
โทรสาร 0-2256-7755
E-mail : info@sec.or.th


เกาะติดรายงานข่าวเชิงสืบสวน(investigative news)กรณีเนชั่นปั่นหุ้นจองที่ไทยอีนิวส์นำเสนอมาในรอบ10วัน:

*21ต.ค.2552-ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ

*21ต.ค.2552 ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!

*22ต.ค.2552 กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน

*22ต.ค.2552 เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม

*23ต.ค.2552 ไม่รู้จะรวยหรือซวยเละ หุ้นใหม่เนชั่นเสกพ้วงเดียว จากเน่าๆเอาล้างน้ำเข้าตลาดหุ้นเฉยเลย!

*23ต.ค.2552 จำนนหลักฐานเนชั่นจ๋อย หยุดแล้วโฆษณาขายหุ้น สาวลึกเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาดขายแมงเม่า

*24ต.ค.2552 เบื้องหลังโชคมหาศาลของเนชั่น มันคืออาชญากรรมย่ำยีชาติและประชาธิปไตย

*25ต.ค.2552 ลากไส้สื่อโล้น:ผิดจากนี้กรูให้เหยียบ!

26ต.ค.2552 เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาด เตือนแมงเม่าจองซื้อต้องระวัง ปัจจัยเสี่ยงการเมืองพลิกขั้ว

*26ต.ค.2552 กลต.เงื้อฟันเนชั่นปั่นหุ้นจอง กนกหายซ่าคุก2ปี

*27ต.ค.2552 สื่อโล้นเย้ยกฎหมายซ้ำซาก เอาอีกแล้วขึ้นป้ายหราออกทีวีขายหุ้นจอง ไม่หวั่นเสือกระดาษกลต.

*28 ต.ค.2552 โบรกฯคุกคามสื่อ!เตือนแมงเม่าอย่าซื้อหุ้นจองNBC

*29ต.ค.2552 แฉ'เวชชาชีวะ'สมคบสื่อโล้นงาบผลประโยชน์ชาติ

*30ต.ค.2552 ทิ้งเนชั่นหักเหลี่ยมจึงรุ่งเรืองกิจ NBCที่มั่นใหม่หยุ่น

*2-4 พ.ย.2552 เปิดขายหุ้นจองNBCให้ประชาชนทั่วไป

*11พ.ย.2552 คาดว่าหุ้นNBCจะเปิดการซื้อขายครั้งแรกในตลาดMAI

ไทยอีนิวส์ยังจะเกาะติดและนำเสนอข่าวเชิงสืบสวนในกรณีนี้ต่อไป หากท่านผู้อ่านเกรงว่าคนที่กระทำผิดจะลอยนวล ท่านสามารถแจ้งร้องเรียน หรือชี้เบาะแสการกระทำผิดไปได้ที่

ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน

ฝ่ายงานเลขาธิการ
โทรศัพท์ 0-2263-6000
โทรสาร 0-2256-7755
E-mail : info@sec.or.th


และหากหวังพึ่งก.ล.ต.และกระบวนการยุติธรรมประเทศนี้อย่างเดียวอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ สังคมทั้งสังคมสามารถกดดันให้เกิดความยุติธรรมทางสังคมได้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆหากท่านผู้อ่านจะเผยแพร่ข่าวชิ้นนี้ออกไปให้มากที่สุด เป้าหมายสำคัญอันดับแรกคือเพื่อน หรือครอบครัว หรือคนที่ท่านรู้จักที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย และสาธารณชนชาวไทยที่เสียหายร่วมกันจากพฤติการณ์ของเนชั่นกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

จับแพะนักท่องเน็ตประชาไท-ฟ้าเดียวกัน คดีปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้น มั่วยังงี้สรยุทธก็โดน

ที่มา Thai E-News


จับมั่ว?-ตำรวจควบคุมตัวน.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน ซึ่งใช้นามแฝงbbbในเวบบอร์ดประชาไท โดยสื่อรายงานว่าเพราะเป็นตัวการปล่อยข่าวทุบหุ้น อย่างไรก็ตามเธอระบุว่าเป็นการแปลมาจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อตรวจสอบเวลาที่เธอโพสต์ลงในบอร์ดประชาไทคือเวลา17.16น.หรือหลังตลาดปิดทำการไปแล้ว และมีการจับกุมสมาชิกบอร์ดฟ้าเดียวกันที่นำข้อความไปโพสต์ต่อ หากใช้มาตรฐานเดียวกันนี้นักเล่าข่าวแบบสรยุทธ สุทัศนะจินดาที่นำมาเล่าข่าวช่วงเช้าวันที่ 15 ต.ค.อาจต้องโดนร่างแหไปด้วย เพราะอ้างอิงแหล่งข่าวเดียวกัน ที่สำคัญในวันที่15หุ้นตกหนักถึง8%


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 พฤศจิกายน 2552

จับแพะชื่อล็อกอินbbbสมาชิกประชาไทกล่าวหาออกข่าวทุบหุ้น

สื่อกระแสหลักเกือบทั้งหมดได้นำเสนอข่าวการจับกุมนักท่องอินเตอร์เน็ต2ราย โดยนำเสนอในพาดหัวข่าวทำนองว่า ทั้ง2เป็นตัวการปล่อยข่าวอัปมงคลเพื่อทุบหุ้นหาผลประโยชน์ เพราะมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ โดยสำนักข่าวINNพาดหัวข่าวว่า ตำรวจ รวบ มือปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นร่วงได้แล้ว 2ราย พบเป็นถึงระดับผู้บริหารบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

INNรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ทางตำรวจ ได้มีการควบคุมตัว นายคธา ปาจาจิรยพงษ์ พนักงานบริษัทเคที-เซฟิโก้ จำกัด ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในกรณีโพสข้อความเกี่ยวกับข่าวเสื่อมเสีย จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีมูลค่าซื้อขายตกต่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ที่อาคารลิเบอร์ตี้ ก่อนจะควบคุมตัวไปขยายผล พบเอกสารข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่นำไปเขียนลงในเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน และเชื่อมโยงไปถึง นางจีระนันท์ จึงทำให้ทางตำรวจได้ดำเนินการเข้าควบคุมตัว และจะได้นำตัวมาสอบสวน เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ตามที่ตำรวจได้จับกุมตัว น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ในข้อหา กระทำความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงต่อประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ธีรนันต์ ได้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และได้เข้าไปโพสข้อความเท็จลงในเว็บไซต์โดยใช้ชื่อย่อว่า BBB เพื่อให้มีผลต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตำรวจจึงทำการสืบทราบกระทั่งทราบว่าเจ้าของชื่อย่อ BBB คือ น.ส.ธีรนันต์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานของอำนาจศาลอาญาออกหมายจับ กระทั่งวันนี้ทราบว่า น.ส.ธีรนันต์ จะเดินทางกลับจากประเทศ ออสเตรเลีย ด้วยสายการบินออสเตเรียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่OS-025 มา ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 15.30 น. จึงดักรอและทำการจับกุมตัวได้ที่ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ พร้อมของกลาง เป็นโน๊ตบุ๊กจำนวน1 เครื่อง เมมโมรี่ จำนวน1 ตัว โทรศัพท์ มือถือจำนวน1 เครื่อง ก่อนจะทำการควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพัก และส่งกองปราบปรามดำเนินคดี

ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า น.ส.ธีรนันต์ กล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่มีท่าทีวิตกกังวล ว่า ตนได้แปลข้อความจากเว็บไซต์สำนักข่าวต่างประเทศ และนำไปโพสต์ลงในเว็บไซต์ เนื่องจากวันดังกล่าวหุ้นตกลงอย่างรุนแรงมาก ประชาชนอยากรู้ว่าเกิดจากอะไรขึ้น ไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่ข้อความเพื่อทำให้หุ้นตก

ส่วนมติชนออนไลน์ รายงานว่า เว็บไซต์น.ส.ธีรนันต์นำข้อความไปโพสคือ เว็บประชาไท

ก่อนหน้านี้ทางตำรวจ ได้มีการควบคุมตัว นายคธา ปาจาจิรยพงษ์ พนักงานบริษัทเคที-เซฟิโก้ จำกัด ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในกรณีโพสข้อความเกี่ยวกับข่าวเสื่อมเสีย จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีมูลค่าซื้อขายตกต่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ที่อาคารลิเบอร์ตี้ ก่อนจะควบคุมตัวไปขยายผลพบเอกสารข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่นำไปเขียนลงในเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน และเชื่อมโยงไปถึง นางจีระนันท์

ข้อสังเกตคือมีการโพสต์ข้อความหลังหุ้นตกหนักในช่วงหลังปิดตลาดหุ้นแล้ว

แม้ตำรวจจะตั้งข้อหาว่าทั้ง2ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ปล่อยข่าวทำให้หุ้นตก แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ใช้นามแฝงbbbได้เขียนข้อความที่แปลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กลงในบอร์ดประชาไท ในวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ในเวลานาฬิกา17.16น. อันเป็นช่วงหลังเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายประจำวันไปแล้ว โดยคำแปลบางตอนระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยได้ลดลง4.13% ณ เวลา 16.25 น.

กล่าวโดยสรุปคือ bbbเป็นเพียงผู้แปลข่าวจากบลูมเบิร์ก และบลูมเบิร์กก็รายงานภายหลังตลาดหุ้นตกไปแล้ว ดังนั้นการอ้างว่า เป็นตัวการปล่อยข่าวทำให้หุ้นตกจึงดูไม่มีเหตุผล

ตามมาตรฐานเดียวกัน"สรยุทธ"นักเล่าข่าวชื่อดังอาจซวยโดนจับด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่าสื่อกระแสหลักได้รายงานไปทำนองเดียวกันว่า ข่าวลืออัปมงคลถูกปล่อยจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ในเช้าวันรุ่งขึ้นคือ15ตุลาคมนั้น นายสรยุทธ สุทัศนจินดา นักเล่าข่าวชื่อดังได้เล่าข่าวผ่านทางช่อง3ช่วงหลังเวลา08.00น.ว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้สัมภาษณ์โบรกเกอร์สิงคโปร์รายหนึ่งที่พูดถึงข่าวอัปมงคล และเป็นเหตุให้หุ้นตกหนัก

ในวันที่15ตุลาคม ตลาดหุ้นไทยยิ่งร่วงลงหนัก ระหว่างวันลงไปถึง670จุด หรือลดลงถึง8%

จับมั่วคดีปล่อยข่าวทุบหุ้น หากยึดมาตรฐานเดียวกัน สรยุทธเล่าข่าวช่อง3ก็ไม่พ้นต้องโดนด้วย

ที่มา Thai E-News


จับมั่ว?-ตำรวจควบคุมตัวน.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน ซึ่งใช้นามแฝงbbbในเวบบอร์ดประชาไท โดยสื่อรายงานว่าเพราะเป็นตัวการปล่อยข่าวทุบหุ้น อย่างไรก็ตามเธอระบุว่าเป็นการแปลมาจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อตรวจสอบเวลาที่เธอโพสต์ลงในบอร์ดประชาไทคือเวลา17.16น.หรือหลังตลาดปิดทำการไปแล้ว หากใช้มาตรฐานเดียวกันนี้นักเล่าข่าวแบบสรยุทธ สุทัศนะจินดาที่นำมาเล่าข่าวช่วงเช้าวันที่ 15 ต.ค.อาจต้องโดนร่างแหไปด้วย เพราะอ้างอิงแหล่งข่าวเดียวกัน ที่สำคัญในวันที่15หุ้นตกหนักถึง8%


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 พฤศจิกายน 2552

จับแพะชื่อล็อกอินbbbสมาชิกประชาไทกล่าวหาออกข่าวทุบหุ้น

สื่อกระแสหลักเกือบทั้งหมดได้นำเสนอข่าวการจับกุมนักท่องอินเตอร์เน็ต2ราย โดยนำเสนอในพาดหัวข่าวทำนองว่า ทั้ง2เป็นตัวการปล่อยข่าวอัปมงคลเพื่อทุบหุ้นหาผลประโยชน์ เพราะมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ โดยสำนักข่าวINNพาดหัวข่าวว่า ตำรวจ รวบ มือปล่อยข่าวทำตลาดหุ้นร่วงได้แล้ว 2ราย พบเป็นถึงระดับผู้บริหารบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

INNรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ทางตำรวจ ได้มีการควบคุมตัว นายคธา ปาจาจิรยพงษ์ พนักงานบริษัทเคที-เซฟิโก้ จำกัด ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในกรณีโพสข้อความเกี่ยวกับข่าวเสื่อมเสีย จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีมูลค่าซื้อขายตกต่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ที่อาคารลิเบอร์ตี้ ก่อนจะควบคุมตัวไปขยายผล พบเอกสารข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่นำไปเขียนลงในเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน และเชื่อมโยงไปถึง นางจีระนันท์ จึงทำให้ทางตำรวจได้ดำเนินการเข้าควบคุมตัว และจะได้นำตัวมาสอบสวน เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ตามที่ตำรวจได้จับกุมตัว น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ในข้อหา กระทำความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงต่อประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ธีรนันต์ ได้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และได้เข้าไปโพสข้อความเท็จลงในเว็บไซต์โดยใช้ชื่อย่อว่า BBB เพื่อให้มีผลต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตำรวจจึงทำการสืบทราบกระทั่งทราบว่าเจ้าของชื่อย่อ BBB คือ น.ส.ธีรนันต์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานของอำนาจศาลอาญาออกหมายจับ กระทั่งวันนี้ทราบว่า น.ส.ธีรนันต์ จะเดินทางกลับจากประเทศ ออสเตรเลีย ด้วยสายการบินออสเตเรียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่OS-025 มา ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 15.30 น. จึงดักรอและทำการจับกุมตัวได้ที่ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ พร้อมของกลาง เป็นโน๊ตบุ๊กจำนวน1 เครื่อง เมมโมรี่ จำนวน1 ตัว โทรศัพท์ มือถือจำนวน1 เครื่อง ก่อนจะทำการควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพัก และส่งกองปราบปรามดำเนินคดี

ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า น.ส.ธีรนันต์ กล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่มีท่าทีวิตกกังวล ว่า ตนได้แปลข้อความจากเว็บไซต์สำนักข่าวต่างประเทศ และนำไปโพสต์ลงในเว็บไซต์ เนื่องจากวันดังกล่าวหุ้นตกลงอย่างรุนแรงมาก ประชาชนอยากรู้ว่าเกิดจากอะไรขึ้น ไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่ข้อความเพื่อทำให้หุ้นตก

ส่วนมติชนออนไลน์ รายงานว่า เว็บไซต์น.ส.ธีรนันต์นำข้อความไปโพสคือ เว็บประชาไท

ข้อสังเกตคือมีการโพสต์ข้อความหลังหุ้นตกหนักในช่วงหลังปิดตลาดหุ้นแล้ว

แม้ตำรวจจะตั้งข้อหาว่าทั้ง2ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ปล่อยข่าวทำให้หุ้นตก แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ใช้นามแฝงbbbได้เขียนข้อความที่แปลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กลงในบอร์ดประชาไท ในวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ในเวลานาฬิกา17.16น. อันเป็นช่วงหลังเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายประจำวันไปแล้ว โดยคำแปลบางตอนระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยได้ลดลง4.13% ณ เวลา 16.25 น.

กล่าวโดยสรุปคือ bbbเป็นเพียงผู้แปลข่าวจากบลูมเบิร์ก และบลูมเบิร์กก็รายงานภายหลังตลาดหุ้นตกไปแล้ว ดังนั้นการอ้างว่า เป็นตัวการปล่อยข่าวทำให้หุ้นตกจึงดูไม่มีเหตุผล

ตามมาตรฐานเดียวกัน"สรยุทธ"นักเล่าข่าวชื่อดังอาจซวยโดนจับด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่าสื่อกระแสหลักได้รายงานไปทำนองเดียวกันว่า ข่าวลืออัปมงคลถูกปล่อยจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ในเช้าวันรุ่งขึ้นคือ15ตุลาคมนั้น นายสรยุทธ สุทัศนจินดา นักเล่าข่าวชื่อดังได้เล่าข่าวผ่านทางช่อง3ช่วงหลังเวลา08.00น.ว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้สัมภาษณ์โบรกเกอร์สิงคโปร์รายหนึ่งที่พูดถึงข่าวอัปมงคล และเป็นเหตุให้หุ้นตกหนัก

ในวันที่15ตุลาคม ตลาดหุ้นไทยยิ่งร่วงลงหนัก ระหว่างวันลงไปถึง670จุด หรือลดลงถึง8%

บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา(9):บทเพลงแห่งฤดูหนาว

ที่มา Thai E-News


โดย วันลา วันวิไล
1 พฤศจิกายน 2552


14. บทเพลงแห่งฤดูหนาว



พอหมดฝนในต้นพฤศจิกายน สายลมเย็นก็เริ่มพัด อากาศเย็นลงเรื่อย ๆ จนหนาวสั่นเกือบตลอดวันเมื่อถึงปลายเดือนธันวาคม ยามเช้าสายหมอกสีขาวจะพาดริ้วตามภูเขา สูงขึ้นไปเป็นละอองจาง ๆ ส่วนพื้นล่างเป็นน้ำค้างเย็นเฉียบเกาะตามยอดหญ้า

ผมชอบหน้าหนาวในป่าเพราะมียุงน้อยหรือถึงจะมีบ้างตอนกลางคืนเราก็นอนคลุมโปงสบาย ผิดกันหน้าร้อนที่มียุงชุมแถมนอนคลุมโปงไม่ได้ กลางดึกหน้าหนาวมักจะตื่นขึ้นมาเพราะผ้าห่มไม่ทำให้อุ่นพอ

อยู่ในค่ายบ้านฝาขัดแตะข้างเดียวกันลมไม่ได้ต้องผูกเปลกับเสาบ้านแล้วก่อไฟผิง ไฟกองหนึ่งเพื่อน ๆ จะมาผูกเปลซ้อนกันรอบ บางทีไฟแรงร้อนเกินต้องพลิกตัวหมุนรอบ ๆ เหมือนตัวเองเป็นไก่ย่าง ถ้าอยู่ในเขตงานใกล้บ้านคนก่อไฟไม่ได้ ยามลมหนาวพัดลอดใต้เปลจะเย็นหลังวาบ ต้องใช้ผ้ามุ้งนิ่มๆพันตัวเอาไว้ มันอุ่นกว่าผ้าห่มผ้าสำลีเสียอีก

ถึงช่วงตีข้าว แม้อากาศจะเย็นตั้งแต่โพล้เพล้แต่พวกเราเหงื่อท่วมตัว เลิกงานดึกแค่ไหนก็ต้องลงไปอาบน้ำในห้วย ช่วยกันหอบฟางมาวางที่ท่าน้ำ จุดไฟกองโตขึ้น ผิงไฟพออุ่นแล้วกระโจนลงน้ำเย็นยะเยือก ทุกคนขึ้นมายืนถูสบู่รอบกองไฟเสร็จแล้วกัดฟันกระโจนน้ำอีกที พอได้ใส่เสื้อผ้าอุ่นก็เดินโม้กลับที่พักได้ ส

ำหรับคนหนุ่มสาว ความหนาวเย็นในป่าเขาประเทศเมืองร้อนไม่ได้เลวร้ายเลยสักนิด เช่นเดียวกับสิ่งที่พวกเราคิดและทำ เพราะเราเลือกเราฝันที่จะแก้ไขความทุกข์ยากของคนยากจน ใฝ่หาสังคมที่ดีกว่า แม้ผู้คนจำนวนหนึ่งสาปแช่งเกลียดชังก็ไม่ได้ทำให้เราเหน็บหนาวหัวใจเพิ่มขึ้น

ฤดูหนาวทำให้ความคิดคนเปลี่ยน ผมสรุปเช่นนี้เพราะเห็นว่า สิ่งใหม่ๆมักเกิดขึ้นเมื่อฤดูหนาวผ่านไป ต้นไม้ต้นไล่ก็ผลิแตกหน่อใหม่หลังจากสะสมความอุดมสมบูรณ์ไว้ก่อนหน้านั้น และตระเตรียมอย่างเงียบๆกลางฤดูหนาว

ผมเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมดาๆคนหนึ่ง นอกจากเรียนหนังสือก็เล่นกีฬากับเพื่อนๆ เพื่อให้มีสังคมปะทะสังสรรค์เท่านั้น

แต่พอฤดูหนาวมาถึงในปีหนึ่ง ผมเริ่มอ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์และการเมือง กลางคืนที่หนาวเย็น ผมออกไปติดโปสเตอร์กับเพื่อน สนับสนุนการเรียกร้องของชาวไร่ชาวนาในยุคนั้น ผมใส่เสื้อม่อฮ่อม บางครั้งก็เสื้อชาวเลสีเขียว นั่งคุยกับเพื่อนกลางลานสนามหญ้าจนดึกดื่น และรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป

ปกติเด็กไทยและคนไทยที่เติบโตมา มักจะถูกสอนให้ว่านอนสอนง่าย ตกกันเป็นทอดๆมานานแล้ว สังคมนี้ไม่เคยต้อนรับคนขบถ ความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากจึงลงเอยด้วยการเหยียบย่ำทำลายกันในปี 2519 ฤดูหนาวปีนั้น ผมก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เปลี่ยนเป็นใส่ชุดดำ และชุดทหารป่า

ถึงฤดูหนาวปี 2521 ผมเกือบจะกลายเป็นนักปฏิวัติเต็มตัว ดูเหมือนว่าความคิดผมกำลังเป็นไปในแนวทางของพรรคฯเต็มที่ เหลือเพียงความรู้สึกและความเข้าใจบางอย่างเท่านั้นที่ยังเป็นช่องว่างอยู่

ในงานฉลองวันพรรค ฯ ผมแต่งเพลงขึ้น 2 เพลง เพลงหนึ่ง ชื่อ ป่าเขาสีแดง เขียนขึ้นบนเปลในคืนมืดใต้เงาทึบของไม้ใหญ่ ท่วงทำนองเลียนแบบเพลงของ “วงจันทร์ ไพโรจน์” ให้คุณดวง (เสียชีวิตแล้ว) เป็นคนร้อง ป่าสีแดง หมายถึง ป่าแห่งการต่อสู้ ดังท่อนสุดท้ายว่า

ป่าภูเขาที่มีสีแดง ด้วยเลือดคนไทยไหลแรง

สีแดงลงซับซึมซ่าน ธงสีแดงจึงโบกพลิ้วนาน

คนไทยจะได้ชื่นบาน ไม่นานได้ปลดปล่อยเอย


อีกเพลงหนึ่ง ชื่อ ชนบทล้อมเมือง เนื้อร้องพูดถึง ยุทธศาสตร์การต่อสู้แบบป่าล้อมเมือง ทำนองและจังหวะเป็นรำวงสนุก ๆ ทั้งเนื้อร้องและทำนองแสดงออกอย่างรวบยอดที่สุด สำหรับความคิดความเข้าใจรวมทั้งประสบการณ์แต่งเพลงของผมในช่วงนั้น

ยุทธศาสตร์ยุทธวิธี พรรคฯเราได้ชี้ไว้ไม่ใช่คุยเขื่อง

ชนบทนั้นอ่อนเปราะ เราจึงต้องค่อยเลาะตัดออกจากเมือง

สะสมกำลังจากป่าเขา สุดท้ายเราจึงเข้ายึดเมือง



ดอกไม้มักจะสวยเสมอ ไม่ว่ามันจะผลิดอกบานในฤดูอะไร แต่ผมมักจะชื่นชมดอกไม้เล็กๆในป่าหน้าหนาวเป็นพิเศษ ยามเงียบเหงาและเย็น ผมมักจะดูดอกไม้ คิดไป ฝันไป ผมรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดมาแล้วยิ่งใหญ่ และสมดั่งหวังแต่ผมก็ชอบที่บางครั้งตัวเองเพ้อฝัน เบื้องหลังความคิดและความฝัน นั่นคือความเปลี่ยนแปลง

เมื่อลมหนาวปี 2523 เริ่มพัด ผมก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว

พวกเรา(นักศึกษา) ได้ข้อสรุปว่ายุทธศาสตร์ยุทธวิธีและวิธีการต่อสู้เช่นนั้นไม่อาจจะสำเร็จได้ ไม่อาจแก้ปัญหาได้ อาจสร้างปัญหาอื่นที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิมอีก ผมกับเพื่อนประมาณ 15 คนก็บอกกับ “สหายนำ” ขอออกจากป่าเป็นชุดแรก ที่เหลือราว 30 คนขออยู่ช่วยเกี่ยวข้าวก่อน พอลมหนาวระลอกสุดท้ายพัดผ่านพวกเขาก็ตามออกมาเป็นชุดที่สอง


หนาวลมพอสะท้านเบา ๆ

ทำให้ป่าเงียบวังเวง

แหงนหน้ามองภูเขาทิศใต้

เห็นไม้ไผ่ตายขุยสีส้มซีดตลอดแนวสันสูง

มันยอมตายทั้งหมดเพื่อทิ้งดอกและเมล็ด

ให้รุ่นหลังเติบโตขึ้นแทน

รุ่นใหม่ที่แข็งแรงกว่า งดงามกว่า

เช่นนี้ มันจึงดำรงพันธุ์ไผ่อันยอดเยี่ยม

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปเช่นไร

ไม้ไผ่ยังคงเป็นหญ้าที่สูงกว่าหญ้าอื่นใด

ไม่ว่าลมหนาวจะพัดมาอีกหรือไม่

ไม้ไผ่ก็ไม่เคยกังวล

***************
บันทึกในตอนที่ผ่านมาทั้งหมด:
บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา(8):รุกในยุทธวิธี/ปะตี้ทูโด๊ะ

ฝันร้ายในเมืองบาป

ที่มา บางกอกทูเดย์

สงครามมีมากกว่า 1 แบบ 2 รูปแบบของสงครามคือ สงครามตัวแทน กับสงครามระหว่างคู่สงครามสงครามระหว่างคู่สงครามด้วยกันนั้น..มันจะเกิดขึ้นเมื่อการเจรจากันไม่เป็นผล..เขาก็จะเคลื่อนกำลังพลเข้าต่อสู้กัน..สงครามชนิดนี้ จะไม่ใช้เวลาเนิ่นนาน..แพ้ชนะจะปรากฏทันทีเมื่อการปะทะใหญ่สิ้นสุดแต่ในสงครามตัวแทนนั้น จะกินเวลาเนิ่นนานและกำหนดแพ้ชนะได้ลำบากเพราะขึ้นอยู่กับกำลังสนับสนุนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังและการวางแผนที่ต้องปรับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลาสงครามตัวแทนเกิดขึ้นบนแผ่นดินใด ความล่มจมพินาศวอดวายจะเกาะกินแผ่นดินนั้นหากเกิดขึ้นในประเทศหนึ่งประเทศใด..ก็เป็นบาปเป็นกรรมของประดาผู้อยู่อาศัยในแผ่นดินนั้น..เพราะเมื่อสงครามเกิดขึ้นความเป็นปรกติสุขก็จะจากไป จากนั้นการทำมาหากินก็มีปัญหา..นำมาสู่ภาวะข้าวยากหมากแพงชีวิตผู้คนจะถูกลง..สังคมจะเต็มไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบทุกชีวิตจะตะเกียกตะกายเพื่อเอาตัวเองรอด..อนาคตที่หดหายจะทำให้ชีวิตทั้งหลายดำเนินไปวันต่อวันผู้อยู่เบื้องหลัง..ของสงครามตัวแทนจะสู้กันด้วย..แผนและงบประมาณ...ฝ่ายใดหมดก่อนก็จะประสพกับความพ่ายแพ้..และเมื่อใกล้จะพ่ายแพ้..เขาจะเปลี่ยนเป็นสงครามแตกหักยกตัวอย่างสงครามเวียดนาม..อเมริกันนั้นถึงมีทรัพยากรมากมาย..แต่เมื่อสงครามใช้เวลานานเกินไป..ประชาชนก็เบื่อหน่ายและกดดัน..แต่เวียดนามเหนือนั้นได้เปรียบที่ค่าใช้จ่าย..เขาจึงดึงสงครามให้ยาวนานด้วยการตั้งโต๊ะเจรจา..เวียดนามหัวชนฝาและไม่ยอมถอยในทุกหัวข้อ..การเจรจายิ่งยาวนาน..อเมริกันยิ่งเปลืองทั้งงบประมาณและชีวิตไพร่พล..จนเมื่อประชาชนอเมริกันเบื่อหน่ายถึงขีดสุด และอเมริกามาถึงวันเลือกตั้ง..นโยบายสงครามจึงเปลี่ยนไป เวียดนามเหนือใช้จังหวะพลิก..สงครามตัวแทนให้เป็นสงครามแตกหัก..กองทัพอันดับ 1 ของโลก..ปราชัย..ผู้ยิ่งใหญ่ยอมพบกับความอับอาย..เวียดกง..โผล่ขึ้นมาจากเมืองใต้ดิน..เปลี่ยนไซ่ง่อนเป็นโฮจิมินห์ซิตี้..ประเทศไทย..วันนี้...การเมืองนอมินีกำลังสร้างสงครามตัวแทนขึ้นมาเผาผลาญแผ่นดิน...ไม่มีใครไม่รู้ใครสู้กับใคร..แต่ไม่มีใครมีปัญญาเข้ามาแก้ไข..ประชาชนที่ยากไร้และเดือดร้อน..อยากให้ชนะให้แพ้กันไปสักข้าง...แต่มันเป็นฝันร้ายในเมืองบาป..ครับ...ฝันร้ายในเมืองบาป 

ส่องการศึกษาไทยยุคใหม่ไร้คุณธรรม

ที่มา บางกอกทูเดย์

พฤศจิกายน..เดือนแห่งการ “ชำระจับจ่าย” เพราะเป็นช่วงของการเปิดเทอมแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศให้เรียนฟรี!15 ปี...แต่ยกเว้น “ค่าบำรุง” ที่ทางสถาบันเรียกเก็บและผู้ปกครองต้องควักเงินจ่ายเองบวก ลบ คูณ หาร ค่าบำรุง จำนวนก็ไม่ได้ทิ้งห่าง “ค่าเทอม” สักเท่าไหร่?สำหรับผู้ปกครองแล้ว การสนับสนุนการศึกษาให้ลูกหลาน ไม่ใช่ปัญหา ทว่าปัญหาอยู่ที่ “คุณภาพการศึกษา”ของไทย..ที่ยังมีความเหลื่อมลํ้าต่างระดับ ระหว่างคนจน คนรวยคนเมือง คนชนบทถึงฤดูแห่งการเปิดเทอมบางกอกทูเดย์จึงถือโอกาสหยิบยกมา“เอ็กซเรย์” กันสักหน่อย..คะแนนสอบ กลายเป็นเป้าหมายของการศึกษา.. ในขณะที่มาตรการการศึกษาหรือแม้แต่การวัดผลในแต่ละสถาบันต่างกันโดยสิ้นเชิงวิชา ที่ได้รับการจับตาและหยิบยกขึ้นเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ความเก่ง คือวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์สังคมมองผ่านความจริง .. ความจริงที่ว่าสมองมี 2 ซีก แบ่งเป็นซีกซ้ายและซีกขวา ฉะนั้นมนุษย์จึงไม่จำเป็นต้องเก่งวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์เหมือนๆ กันระบบการศึกษามิควรผูกขาดกับ “ระดับคะแนน”หัวใจสำคัญคือการมอบความรู้ควบคู่กับการปลูกฝังให้เด็กคิดเป็น มิใช่เรียนเพื่อหวังกอบโกย แข่งขันชัยชนะคือเป้าหมายการสอนให้เด็กคิดเป็น มีความสำคัญมากกว่าสอนให้เด็กทำคะแนนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนลืมเรื่องคุณธรรม เหลือเพียงการเอาชนะอย่างไร้เหตุผลชัยชนะที่นำมาซึ่งหน้าตาให้ตนเอง พ่อแม่ โรงเรียน และครูอาจารย์เท่านั้นระบบการศึกษาที่ใช้ตัวเลขเป็นตัวชี้วัดคุณภาพ ส่งผลให้แต่ละโรงเรียนต้องเร่งระดมเพิ่มตัวเลขกันขนานใหญ่ครอบครัวก็ส่งเสริมเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้กับลูกด้วยการเร่งรัดเรียนกวดวิชา ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนเข้ามหาวิทยาลัยชีวิตของเด็กจึงเต็มไปด้วยตัวเลขตอนเด็กก็เป็นตัวเลขเกรดเฉลี่ยยามโตขึ้นตัวเลขก็เปลี่ยนเป็นรายได้ชีวิตจึงเต็มไปด้วยการคำนวณเป็นตัวเลขรายได้ มากกว่าคำนวณเป็นคุณภาพในการ “ให้” แก่สังคมการศึกษาไทยหากต้องมีการรักษา ก่อนลงมือผ่าตัด คงต้องเอ็กซเรย์กันทุกส่วนเพราะมันเป็นการศึกษาไทยป่วยเรื้อรัง

มานานผู้ใหญ่ในสังคมควรทำตัวให้เป็นแบบอย่าง เพราะเด็กมักซึมซับพฤติกรรมของผู้ใหญ่ได้ดีจากการดู การเห็นจนกลายเป็นความเคยชิน มากกว่าการสอนด้วยคำพูดปัจจุบัน “รัฐบาล” ปฏิบัติการด่ากันเพื่อชาติ ทุกวัน หรือประเภท“ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ” ก็มีเกลื่อนมีให้เลียนแบบโดยไม่ต้องดิ้นรนในส่วนของการจัดการศึกษาในโรงเรียน การพาณิชย์เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษา ส่งผลให้คุณภาพการศึกษาไทย“ติดลบ”ปัญหาของการศึกษาไทยการขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย คือส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ที่ทำให้“การศึกษา”ด้อยคุณภาพการที่รัฐเสียงบประมาณเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ อาจไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปจำนวนมหาศาลปัญหาของการจัดการ การศึกษาส่วนหนึ่งอยู่ที่สอนอย่างไรเด็กจึงจะคิดให้เป็น ส่วนสำคัญคือ คุณครูที่ต้องมีความพร้อมในการสอนปัจจุบัน มีความเหลื่อมลํ้าระหว่างครูแต่ละวิชา บางโรงเรียนมีครูบางสาขาวิชาน้อยเกินไปไม่พอเพียงบางวิชามีมากเกินความจำเป็นหลักสูตรการศึกษา เปลี่ยนแปลงกระทั่งคุณครูปรับตัวไม่ทัน!ปัญหาคุณภาพการศึกษาไทยที่ต้องผ่าตัด คือ ทำอย่างไรเด็กถึงจะมีคุณธรรม จริยธรรมปัญหานี้ต้องวางแผนกันตั้งแต่ในระดับนโยบาย มากกว่าที่จะโยนให้ครูในโรงเรียนรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวการสร้างคุณธรรมคือการปลูกฝัง!!การให้เขียนรายงานบันทึกการทำความดีมันเป็นเพียงเปลือก เพราะการเขียนกับทำจริงมันคนละเรื่องงานการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเล็กๆเมื่อประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ลูกหม้อประชาธิปัตย์ คุมกระทรวงศึกษาธิการเราเลยมีความหวังว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะ “ยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย”ให้ดีขึ้นได้ เพราะที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ประกาศเสมอว่า ให้ความสำคัญกับการศึกษาเยาวชน1 ปี สำหรับการบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังไม่มีอะไรเป็นหน้าเป็นตาจากกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยโชว์ฝีมือทีเถอะ เพราะ “จุรินทร์” ไม่ใช่รัฐมนตรีขัดตาทัพและมิได้เป็นรัฐมนตรีนอมินีที่ไม่เคยล่วงรู้ไม่สนใจงานด้านการศึกษาไม่ใช่หรือ?.

มาร์คลุย เดินหน้าดับไฟใต้

ที่มา บางกอกทูเดย์

สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงต้องประคับประคองเพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้น ท่ามกลางการจับตาจากภาครัฐ ที่หวังจะหาทุกวิถีทางเพื่อนำสันติสุขมาสู่ปลายด้ามขวาน หลังนายกฯ นาจิบ ราซัก แห่งมาเลเซีย ออกมาให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ สัญชาติไทยอย่าง “เดอะเนชั่น”ถึงการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า...ควรให้สิทธิการปกครองตนเองในบางระดับแก่ประชาชนในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่ผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวเช่นกันพร้อมระบุว่า...เขาจะหารือถึงแผนการสำหรับเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่ติดต่อกับมาเลเซีย เมื่อเขาพานายกรัฐมนตรีนาจิบเดินทางเยือนพื้นที่ดังกล่าว ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือไทย-มาเลเซียประจำปีในเดือน ธ.ค.นี้ก่อนหน้านี้ นายนาจิบ ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นของไทย ซึ่งตีพิมพ์ในฉบับวันจันทร์ (26 ต.ค.) ว่า...ประเทศไทยควรที่จะให้สิทธิปกครองตนเอง “บางรูปแบบ” แก่ดินแดนดังกล่าวที่มีผู้คนเสียชีวิตไปกว่า 3,800 คนนับแต่ที่ความรุนแรงซึ่งมุ่งหมายที่จะแบ่งแยกดินแดนปะทุขึ้นในเดือนมกราคม ค.ศ.2004นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้พูดถึงความเห็นนี้ว่า “นั่นเป็นวิธีการที่ถูกต้อง” และ “รัฐบาลของผมกำลังทำงานเพื่อทำให้กลายเป็นจริงขึ้นมา โดยในต้นเดือน ธ.ค.นี้ผมและนายกฯ มาเลเซียก็จะไปเยือนพื้นที่ภาคใต้ด้วย”เช้าวันที่ 2 พ.ย. ภารกิจแรกของนายกรัฐมนตรี คือการเปิดบ้านพิษณุโลก เพื่อหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงแทน “สุเทพเทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงที่มีอาการป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ก็สยบข่าวลือ “เกาเหลา” กับ“รองสุเทพ” ที่ไม่พอใจที่จะนำ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาช่วยงานงานนี้เลยกระทบชิ่งไปถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ที่ต้องเลื่อนออกไปก่อนหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รองสุเทพ ยืนยันว่า วันที่2 พ.ย.จะเริ่มประชุม ก.ตร.ได้ ส่วนงานนี้จะเป็นเกมป่วยการเมืองหรือไม่ รองสุเทพฯ น่าจะเป็นคนที่รู้ดีกว่าใครๆส่วนการหารือที่บ้านพิษณุโลก ครั้งนี้ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาฯสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) วีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพร้อมด้วย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี ราว 40 นาทีหลังการประชุมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า...เป็นการหารือเพื่อรับฟัง

ความเห็นของ “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ”ซึ่งมีบทบาทเป็นตัวแทนภาคประชาชนในการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ หลังการรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อความไม่สงบในพื้นที่รวมถึงการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละหมู่บ้านในพื้นที่ซึ่งการแก้ปัญหาความไม่สงบอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีพร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธถึงการหารือกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เข้าพบนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา และการเตรียมเดินทางไปประเทศสหภาพพม่าและมาเลเซียส่วนกรณีการใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 4 อำเภอ จ.สงขลา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้พูดคุยกับทุกฝ่ายแล้วเพื่อปรับลดอำนาจเจ้าหน้าที่จริงอีกด้านหนึ่ง...สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังตำรวจทหารและฝ่ายพลเรือน ต้องทำงานหนักขึ้นเพราะเช้าวันที่ 2 พ.ย. เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เลือกใช้สำหรับออกสร้างสถานการณ์ที่จังหวัดปัตตานี โรงเรียนกว่า 300 โรง เปิดเรียนตามปกติโดยช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทหารได้นำเครื่อง GT200 ตรวจหาวัตถุต้องสงสัยบริเวณโรงเรียนและโดยรอบอย่างละเอียดส่วนตามเส้นทาง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังยืนประจำจุดตลอดเส้นทางที่นักเรียนและครูจะต้องเดินทางผ่านสำหรับโรงเรียนในพื้นที่สีแดง ได้นำรถ V150 ติดอาวุธนำขบวนและปิดท้าย รับ-ส่งถึงโรงเรียน ควบคู่กับการเฝ้าระวังทางเฮลิคอปเตอร์เช่นเดียวกับที่ จ.ยะลา มีกำลังทหาร ตำรวจเข้มงวดดูแลความปลอดภัยครู นักเรียนตลอดเส้นทางส่วนครูที่อย่นู อกพื้นที่มชี ุดทหารค้มุครองดแู ลความปลอดภัยระหว่างเดินทางจนถึงโรงเรียน โดยมีการเตรียมพร้อมตรวจหาวัตถุต้องสงสัยโดยรอบบริเวณโรงเรียนก่อนเปิดเทอมด้วยสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงต้องประคับประคองเพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้น ท่ามกลางการจับตาจากภาครัฐที่หวังจะหาทุกวิถีทางเพื่อนำสันติสุขมาสู่ปลายด้ามขวานงานนี้จึงเห็น นายกฯ อภิสิทธิ์ เดินเกมดับไฟใต้ ท่ามกลางไฟใต้และไฟการเมืองที่กำลังร้อนแรง! 

ส่งสัญญาณขู่? กลุ่ม16!

ที่มา บางกอกทูเดย์

นายกอร์ปศักดิ์บอกว่ามีเอกสารคำพูดของนายราเกซ ที่นายราเกซลงนามรับรองเอาไว้ด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยออกมาซึ่งน่าประหลาดใจว่า เรื่องนี้เป็นคดีอาญา เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย เอกสารหลักฐานต่างๆ หรือแม้แต่เอกสารที่เกี่ยวข้องล้วนมีความสำคัญต่อรูปคดีทั้งสิ้น แต่ทำไมนายกอร์ปศักดิ์ซึ่งเป็นรัฐบาลอยแู่ท้ๆทำไมจึงไม่เปิดเผยเอกสารเหล่านั้นอย่างเป็นทางการแต่กลับมาปล่อยข่าว ราวกับจะต้องการแค่สื่อความถึงใครบางคนบางกลุ่มว่าอย่าได้ซ่าเป็นอันขาด อย่างนั้นใช่หรือไม่?

เต่าใหญ่ไข่กลบ ในทางชีววิทยา การที่เต่าพยายามที่จะกลบไข่ของตนเองนั้นมี 2 เหตุผลก็คือเพื่อให้อุณหภูมิของทรายที่กลบฝังไข่อยู่นั้น ช่วยในการฟักไข่ให้ลูกเต่าเป็นตัวกับประการที่ 2 เพื่อเป็นการป้องกันภัย ให้กับไข่เต่าเหล่านั้นไม่ถูกเอาไปกินเสียก่อนที่จะฟักเป็นตัวจึงได้มีการนำพฤติกรรมของเต่ามาเป็นสำนวนภาษิตสอนใจ ว่าคนที่พยายามกลบ พยายามปิดบังอย่างเต็มที่นั้น ย่อมจะต้องมีห่วงมีผูกพันอยู่กับสิ่งที่กลบซ่อนอย่างมิดชิดนั้นแน่นอน2 คดีดังทางเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแล้วเชื่อมโยงกับการเมืองในเวลานี้ กำลังถูกสังคมจับตามองว่า จะเป็นกรณี“เต่าใหญ่ไข่กลบ” หรือไม่นั่นก็คือ คดีนายราเกซ สักเสนาและคดีปล่อยข่าวลือทุบหุ้นซึ่งในบรรยากาศของการเมือง ที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังเสียท่ากับเรื่องภาพลักษณ์ทุจริตโกงกินโครงการไทยเข้มแข็ง เสียภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ทั้งจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 15และในด้านสัมพันธไมตรีกับประเทศกัมพูชารวมทั้ง แรงกดดันว่ารัฐบาลไม่มีผลงาน และท้าให้ยุบสภามาเลือกตั้งใหม่พิสูจน์ศรัทธาประชาชนกันให้เห็นจะๆ

แจ้งๆ กันไปเลยท่ามกลางพายุการเมืองที่รุนแรงจู่ๆก็ได้คิดปล่อยข่าวลือทุบหุ้นมาเป็นตัวช่วยเบี่ยงเบนกระแสกดดันทางการเมืองยิ่งกรณีนายราเกซ ด้วยแล้วยิ่งกลายเป็นตัวช่วยชั้นดี กลบกระแสข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้ง ไปได้สนิทจนแม้แต่คนระดับที่ปรึกษาที่ทำหน้าที่ให้กับผู้ใหญ่ใ่นพรรคประชาธิปัตย์บางคนยังถึงกับหลุดปากออกมาในวงสนทนามื้อเย็นว่า“เรื่องแบบนี้ประชาธิปัตย์เขาเก่งสร้างสตอรี่มากลบข่าวได้ทุกครั้งเวลาที่จวนตัว”ซึ่งความจริงที่ปรากฏในวันนี้ คงต้องยอมรับว่า เรื่องแบบนี้ประชาธิปัตย์ถนัดจริงๆแม้ว่ากรณีของนายราเกซ ที่ยักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การหรือ BBC ไปในช่วงปี 2538 – 2539จะมีข้อสงสัยและเชื่อกันมาโดยตลอดว่าทุจริตหรือโกงแบงก์ครั้งมโหฬารจะต้องมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนจนทำให้กระแสข่าวช่วงนี้โฟกัสมาว่านายราเกซ ซึ่งถูกนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนจะมีการเอ่ยชื่อนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเหล่านั้นหรือไม่เนื่องจากเชื่อว่านายราเกซได้มีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาลไปให้กับนักการเมืองหลายคน ในช่วงที่มีอำนาจในการบริหารแบงก์บีบีซีจริงๆเพียงแต่การจ่ายเงินในลักษณะดังกล่าว เชื่อว่าส่วนใหญ่อาจจะไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการกระทำความผิดที่จะนำ เอาไปใช้ในการทำ คดีเพื่อสาวไปถึงนักการเมืองเหล่านั้นได้ทั้งหมด เพราะนักการเมืองที่เกี่ยวข้องคงไม่ยอมทิ้งใบเสร็จเอาไว้มัดตัวเองแน่ที่พอจะเป็นไปได้ก็คือ นายราเกซน่าจะยังคงมีหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเช็คที่สั่งจ่ายให้กับนักการเมือง หรือรายละเอียดสำคัญอื่นๆ ที่สามารถจะระบุถึงการให้เงินกับนักการเมืองบางคนได้ ว่ามีความสนิทชิดเชื้อถึงขั้นให้เงินรับเงินกันแต่รับเป็นค่าอะไร ให้เพราะเสน่หาหรือให้เพราะอะไรเชื่อว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์แน่ เพราะนักการเมืองจะต้องมีข้ออ้างแน่นอนว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทุจริตแบงก์บีบีซี แต่เป็นเรื่องอื่นเพราะแม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังรีบออกมาบอกว่าการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทำได้ยาก เพราะเวลาผ่านมานานแล้วแต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำไปตามกฎหมาย

ส่วนการที่เอาผิดได้ยาก เพราะมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า นี่คือเหตุผลที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายซึ่งหากเจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือจากพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับข้อมูลการทุจริตก็พร้อมที่จะไปบอก ส.ส.ที่มีข้อมูลให้มาช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพแม้ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์บ้างก็ตามในขณะที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ก็ให้ข้อมูลว่า ในทางกฎหมาย คำให้การซัดทอดของจำเลยในชั้นศาล ถือว่ามีนํ้าหนักน้อย เว้นแต่คำ ให้การซัดทอดนั้นจะมีพยานแวดล้อมอื่นมาสนับสนุนจนมีนํ้าหนักน่าเชื่อถืออย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่านายราเกซจะให้การอย่างไรจึงยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้แต่ที่น่าจับตาอย่ากะพริบ ทั้งในแง่มุมของการขบเหลี่ยมภายในพรรคประชาธิปัตย์และในการช่วงชิงการเป็นต่อจะได้ขี่คอพรรคการเมืองอื่นๆ ก็คือเรื่องที่ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ออกมาโพสต์ผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว ว่า ข้อต่อสู้ของนายราเกซอาจทำให้ใครบางคนนั่งไม่ติดเพราะนายราเกซได้ฉายาว่าเป็นพ่อมด ต้องไม่ธรรมดา เชื่อได้ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไป ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใครแบบไหน อย่างไร ก็น่าจะมีหลักฐานเก็บไว้มากพอสมควรที่สำคัญนายกอร์ปศักดิ์ ผู้ถูกจับตามองว่าจะไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแทนนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ลาออกไปซึ่งจะทำให้ความแน่นแฟ้นกับนายอภิสิทธิ์มีมากขึ้น ก็ยังได้มีการให้ข้อมูล เหมือนกับจะให้นักการเมืองที่เกี่ยวข้องอยู่กับนายราเกซ และกรณีแบงก์บีบีซีอดที่จะรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้ก็คือนายกอร์ปศักดิ์บอกว่ามีเอกสารคำพูดของนายราเกซ ที่นายราเกซลงนามรับรองเอาไว้ด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยออกมาซึ่งน่าประหลาดใจว่า เรื่องนี้เป็นคดีอาญา เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทยเอกสารหลักฐานต่างๆ หรือแม้แต่เอกสารที่เกี่ยวข้องล้วนมีความสำคัญต่อรูปคดีทั้งสิ้น แต่ทำไมนายกอร์ปศักดิ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลอยู่แท้ๆทำไมจึงไม่เปิดเผยเอกสารเหล่านั้นอย่างเป็นทางการแต่กลับมาปล่อยข่าว ราวกับจะต้องการแค่สื่อความถึงใครบางคนบางกลุ่มว่าอย่าได้ซ่าเป็นอันขาดอย่างนั้นใช่หรือไม่?หรือนี่คือสัญญาณขู่กลุ่ม 16โดยเฉพาะหากเอกสารคำพูดของนายราเกซที่มีการลงนามกำกับยอมรับเอาไว้มีจริงนายอภิสิทธิ์ ควรที่จะสั่งการให้นายกอร์ปศักดิ์นำส่งเป็นเอกสารพยานในคดีนี้

หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดเล่นเกมอะไรจากคดีนี้จริงๆเหมือนกับกรณีการปล่อยข่าวลือทุบหุ้น ที่ประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระเหี้ยนกระหือเหลือเกิน จนทำให้มีการออกข่าวอักษรชื่อย่อกันออกมาและทำให้คนที่มีชื่อ ย.ยักษ์ มีชื่อ ว.แหวน กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายคนทั้งๆ ที่สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ออกหมายจับกุมคือ น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน และ นายคชา ปาจริยะพงศ์ แม้จะมีตัว ย. ตัว ว. อยู่ใู่นชื่อแต่ก็ไม่ได้อยู่ใู่นตำแหน่งที่มนุษย์ทั่วไปใช้ใบ้ชื่อแต่ผลจากการไล่บี้ของนายกรณ์ ทำให้ทาง พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่นรองผู้บัญชาการตาํรวจสอบสวนกลาง ออกมาบอกว่า จะขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีปล่อยข่าวลือทุบหุ้นอีกไม่ตํ่ากว่า 2 - 3 คน ในเร็วๆ นี้ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาชุดใหม่นี้ ไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้า แต่อย่างใดซํ้าในการสอบปากคำ น.ส.ธีรนันต์และ นายคชา ก็ยังไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนมีความเชื่อมโยงกันแต่อย่างใดแสบที่สุดในสายตาของนักลงทุนที่หงุดหงิดอย่างมากที่นายกรณ์ ให้ข่าวในเรื่องนี้อย่างมากมาย ไล่บี้หน่วยงานทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำ นักงานคณะ

กรรมการกำ กับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต. อย่างหนักจนนักลงทุนตกอกตกใจกันยกใหญ่และพลอยชะลอการลงทุนไปไม่น้อยแต่เอาเข้าจริงๆ สุดท้าย ผู้ถูกจับกุมทั้ง 2 คน อาจจะเป็นเพียงความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา14 (2) ที่ต้องโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเพราะเรื่องการแพร่ข่าวทางอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่ความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และที่จะจับเพิ่มอีก 2 คนที่พัวพันคดีโดย 1 คน เป็นชาย ก็มาอีหรอบเดิมคือมีพฤติการณ์เข้าไปโพสต์ข้อความใน เว็บไซต์ ฟ้าเดียวกัน และ ประชาไทเล่นเอานักลงทุนเซ็งในอารมณ์ไปตามๆ กันเพราะลำพังช่วงวัน 2 วันที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ก็ตกอย่างหนักและพลอยลากให้ตลาดหุ้นของไทยตกตามลงมาด้วยอยู่แล้ว ยังมาเจอเรื่องการเมือง ที่พยายามจะลากเอาตลาดหุ้นเข้าไปเกี่ยวข้องให้ได้อีกนักลงทุนก็เลยกลายเป็นเหยื่อชะตากรรมไปตามๆ กันเพราะในขณะที่ให้ข่าวการจับกุมครึกโครม แต่สุดท้ายแม้แต่นายอภิสิทธิ์ เองก็ยังยอมรับว่า ข้อมูลขณะนี้เป็นเรื่องความผิดส่วนบุคคลแต่อยู่ระหว่างสืบสวนต่อไปว่าเกี่ยวข้องกับใคร หรือไม่อย่างไรการเมืองอาจจะสนุก การเมืองอาจจะได้ประโยชน์ในการเอาข่าวคดีนายราเกซและคดีปล่อยข่าวลือทุบหุ้นมาใช้อย่างได้ผลแต่นักลงทุนไม่สนุกด้วยแน่นอน...อภิสิทธิ์ - กรณ์ ทราบแล้วเปลี่ยน 

Sunday, November 1, 2009

กมม.ท้าปชป. บอกให้ชัด เป็นศัตรูกันไหม

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_43827

วงแตก "บักใส-สำราญ" นอตหลุด จวก"อาคม" กล่าวหาหนุน รถไฟหยุดงาน ท้า ปชป. ประกาศตัวให้ชัดว่า ต้องการเป็นศัตรูกันใช่หรือไม่ โอ่แล้วจะรู้ว่าคนใต้จะเลือกใครระหว่าง ประชาธิปัตย์ กับ การเมืองใหม่

ที่บ้านพระอาทิตย์ บ่ายวันที่ 1 พ.ย. นายสุริยะใส กตะศิลา ว่าที่ เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ และผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายสำราญ รอดเพชร ว่าที่ โฆษกพรรคการเมืองใหม่ ร่วมแถลงถึงการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ว่า แท้จริงเล้วพรรคการเมืองใหม่มีความประสงค์ที่จะ สนับสนุนให้มีการปฏิรูปเกิดขึ้นแต่เกรงว่าจะเกิดปัญหาใหญ่คือการคอรัปชั่น ส่วนต้นตอของปัญหาในการรถไฟเกิดขึ้นจากนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ประเด็นเรื่องการทุจริต และจากกรณี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เล่นเรงกับสร.ร.ฟ.ท. คงเพราะมีการเจรจากับเอกชนเรียบร้อยเเล้ว ส่วนกรณีพรรคประชาธิปปัตย์ กล่าวหาว่าพรรคการเมืองใหม่ และกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นผู้สนับสนุนการหยุดงานของ สร.ร.ฟ.ท. นายสุริยะใส กล่าวว่า จะประกาศตัวเป็นศัตรูหรือไม่ ถ้าอยากเป็นศัตรูควรจะแสดงออกให้ชัดเจน แล้วให้มองเสียงของคนในภาคใต้จะเลือกใครระหว่างพรรคการเมืองใหม่กับประชาธิปปัตย์ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

ด้าน นายสำราญ กล่าวว่า การป้ายสีพรรคการเมืองใหม่อยู่เบื้องหลัง สร.ร.ฟ.ท. นั้น นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่พรรคประชาธิปปัตย์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นการกล่าวหาชุ่ยๆ จงใจ ดิสเครดิตอย่างโจ่งแจ้ง พรรคประชาธิปปัตย์ไม่ควรเอาเรื่องปัญหารถไฟมาเล่นเกมทางการเมือง สิ่งที่ควรจะทำคือทำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสร.ร.ฟ.ท.กับกระทรวงคมนาคม เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลาย ขอยืนยันว่าพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอนเนื่องจาก ความขัดแย้งภายในระหว่างสร.ร.ฟ.ท.กับฝ่ายบริหาร ร.ฟ.ท. เพียงแค่พรรคการเมืองใหม่เห็นด้วยที่สร.ร.ฟ.ท.ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการทุจริตใน ร.ฟ.ท.มีมายาวนานและมหาศาล