WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, November 3, 2009

หนึ่งเรื่องสองมุม

ที่มา บางกอกทูเดย์

ต้องนับเป็น...ผู้ต้องหาระดับ วีไอพี...เพราะจำนวนของตำรวจที่ถูกส่งเข้าไปรับ นายราเกซ สักเสนาที่โดนส่งกลับมาจากแคนาดา...ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนนั้นหากไม่มี...คำสั่งเป็นพิเศษแล้ว...แค่ผู้ต้องหาที่นอนมาในรถเข็น...คงจะไม่เอิกเกริกแบบนั้นการเมืองไทยวันนี้...2 ขั้วอำนาจที่เป็นอำนาจบริหาร...นั่นคือพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์...ย้อนหลังกลับไป ปี พ.ศ. 2535 สมัย นายบรรหารศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี...นักการเมืองหนุ่มกลุ่มหนึ่งได้จับตารวมกัน...เรียกว่า “กลุ่ม 16”ว่ากันอีกว่า...การล่มสลายของ bbc นั้น...มีความเกี่ยวข้องพัวพันกันอย่างมากมายระหว่าง ราเกซสักเสนา กับนักการเมืองกลุ่ม 16ถึงแม้ว่าวันนี้...กลุ่ม 16 จะมีอันแยกย้ายกระจายตัวออก...แต่ในรัฐบาลปัจจุบัน...การเป็นรัฐบาลของประชาธิปัตย์และ...ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น...ขาข้างหนึ่งของเก้าอี้แห่งอำนาจคือกลุ่ม 16คือ...เนวิน ชิดชอบ-สุชาติ ตันเจริญ-ไพโรจน์ สุวรรณฉวี-สนธยา คุณปลื้ม-วิทยา คุณปลื้ม-สรอรรถ กลิ่นประทุม-ทรงศักดิ์ ทองศรี ฯลฯไม่มีจังหวะไหน...เหมาะสมสำหรับการกลับมาสู้คดีของ นายราเกซ ได้ดีกว่าในวันนี้ปีนี้...เพราะด้วยอำนาจและบารมี...คดีที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะออกตัวตั้งแต่ยังไก่โห่ว่า...ดำเนินคดีได้ยากเพราะหาหลักฐานลำบากนั้น...น่าสนใจน่าศึกษาอย่างยิ่ง...เพราะในอดีตพรรคประชาธิปัตย์และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...คือผู้กล่าวหาใหญ่ผู้อภิปราย...ในเรื่องราวระหว่าง กลุ่ม 16 กับ บีบีซี...และ ราเกซ สักเสนาน่าศึกษา...เพราะผู้สรุปการอภิปรายในอดีตของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ...กลายมาเป็นผู้ยืนยันว่า...จะดำเนินคดีได้ลำบาก...ซะเอง..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ออกตัวเร็วเกินไปหรือเปล่าน่าสนใจและน่าศึกษาอย่างยิ่ง...ที่ผู้วางแผนให้...ราเกซ สักเสนา เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ...เพราะนั่นคือการตั้งต้นนับ 1 ใหม่...ของคดียักยอกทรัพย์...หากหลักฐานไม่เจือสม...ในระดับตำรวจ-อัยการ ก็อาจจะไม่สั่งฟ้องในยุคประชาชนต้องมาก่อนนั้น...ราเกซ สักเสนา...คงอยู่ในอันดับต้นๆ ของประชาชนผู้ใช้บริการ...ส่วน...ค่าตั๋วผ่านทางจะราคาเท่าใดนั้น...วันหนึ่งข้างหน้า...เขาว่า...ความลับไม่มีในโลก 

พ่อใหญ่โสตาย

ที่มา บางกอกทูเดย์

เปิดเกมรุกที่น่าตื่นเต้นและเรียกแขกได้ดี สำหรับนโยบาย “ไทยร่มเย็นเป็นมิตรเพื่อนบ้าน” ของ “ขงเบ้งกองทัพ” พ่อใหญ่จิ๋ว พล.อ.ชวลิตยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการก่อนเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมาโดยหนึ่งในนโยบายดังกล่าวนี้คือการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พล.อ.ชวลิตมีกำหนดจะเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย และพบปะกับ นายนาจิบราซัก ผู้นำมาเลย์ ในช่วงกลางเดือนพ.ย.หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้นั้นหมายความว่า พ่อใหญ่จิ๋วจะมีโอกาสพบนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซียก่อนนายกรัฐมนตรีของไทย “อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ” ที่มีกำหนดการจะพบกันในเดือน ธ.ค.ถ้ามองตามหลักยุทธวิธี ถือเป็นการชิงพื้นที่ในประเทศอาเซียน ที่พรรคเพื่อไทยวางแผนมาอย่างดี ผ่านการเชื่อมต่อจากอดีตนายกรัฐมนตรี อย่างพล.อ.ชวลิต

ซึ่งดูเหมือนเวลานี้ทุกอย่างกำลังลงตัว หลังจากประสบความสำเร็จจากการเดินทางพบ สมเด็จฯ ฮุน เซนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จนเขย่าเวทีประชุมอาเซียนมาแล้วเช่นเดียวกับนโยบายดับไฟใต้ที่“บิ๊กจิ๋ว” ชูขึ้นมา เหมือนเป็นการ“ตบหน้า” รัฐบาลที่กำลังผลาญงบประมาณหลายแสนล้านบาทเพื่อดับไฟใต้“พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางนครปัตตานี ที่มีลักษณะคล้ายกับนครเชียงใหม่ คือให้มีการออกพระราชบัญญัติให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเอง โดยให้เกียรติกับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทยส่วนรายละเอียดขึ้นอยู่กับรัฐบาล”ประธานพรรคเพื่อไทย ระบุขณะเดียวกัน“พ่อใหญ่จิ๋ว”ยังแสดงให้เห็นว่าความเป็นโซ่ข้อกลาง ยังจะช่วยให้การทำงานในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ด้วยการแสดงสปิริตส่งเทียบเชิญพรรคการเมืองหลายพรรคลงพื้นที่ด้วยแต่ที่ เซอร์ไพรส์ เห็นจะเป็นการส่งเทียบเชิญ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิบุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และประธานคมช. พร้อมด้วยแกนนำพรรคมาตุภูมิซึ่งถือเป็นขุนพลจากด้ามขวาน ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาด้วย “ได้เชิญทุกท่านทั้ง พล.อ.สนธิ, นายเด่น โต๊ะมีนา อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.ปัตตานีนายอารีเพ็ญ อุตรสินธิ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคมาตุภูมิ นายแวมาฮาดี แวดาโอะส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน และนายเจ๊ะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาสพรรคประชาธิปัตย์ โดยการลงพื้นที่ก็เพื่อจะไปฟังความเห็นจากองค์กรภาคประชาสังคมที่ประกอบด้วยภาคส่วนต่างๆ ซึ่งได้ติดต่อและทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว” พล.อ.ชวลิต กล่าวขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) และประธานที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต เชิญให้ร่วมเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า...พล.อ.ชวลิต ได้ให้คนส่งหนังสือมาแต่คงไม่เดินทางไปด้วย เพราะไม่เหมาะสมเนื่องจาก พล.อ.ชวลิต เป็นประธานพรรคเพื่อไทย และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นแนวร่วมกับพรรคเพื่อไทยคำแถลงของพล.อ.ชวลิตเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้วยการตั้ง “นครปัตตานี” ถูกตอบโต้จากส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อย่างรุนแรงโดย นายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า จะไม่ร่วมคณะลงพื้นที่กับ พล.อ.ชวลิต ด้วยอย่างแน่นอนเพราะ พล.อ.ชวลิต ไม่ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้มาจากความผิดพลาดทางนโยบายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร และคิดว่า พล.อ.ชวลิต ไม่ต้องไปรับฟังอะไรในพื้นที่แล้ว แต่ต้องทบทวนตัวเองว่าทำอะไรผิดพลาดไปบ้างโดยเฉพาะเหตุการณ์ตากใบ อยากทราบว่า พล.อ.ชวลิต จะรับผิดชอบหรือไม่ส่วนแนวคิดเรื่องการตั้งนครปัตตานีนั้นนายเจ๊ะอามิง กล่าวว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัด และเทศบาลทั่วประเทศก็ดำเนินการอยู่แล้ว และเป็นการปกครองตนเองในระดับหนึ่งด้วยจึงไม่มีความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะต้องเสนอแนวคิดนี้ขึ้นมาอีกพล.อ.ชวลิต ได้ตอบคำถาม นักข่าวที่ถามเช้าวันที่ 3 พ.ย.ก่อนลงพื้นที่ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีแนวคิดจัดตั้งนครปัตตานีเป็นกบฏ ว่า“กบฏอย่างไร ซึ่งหากเป็นกบฏก็แย่ซิแนวคิดนี้เป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายไทย รัฐธรรมนูญไทยจะไปเป็นกบฏได้อย่างไร”นอกจากนี้ พล.อ.ชวลิต ได้ย้อนสื่อมวลชนว่าใครเป็นคนพูดว่าแนวคิดจัดตั้งนครปัตตานีเป็นกบฏผู้สื่อข่าวจึงได้บอกไปว่า นายเทพไทเสนพงษ์ โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรีพล.อ.ชวลิต จึงบอกว่า “คุณเทพไทมีชื่อว่าพญา แต่ถ้าสื่อมวลชนอยากรู้ต่อจะเล่าให้ฟัง” สื่อมวลชน จึงได้บอกไปว่าให้เล่าให้ฟังเลย พล.อ.ชวลิต จึงบอกว่า“พญา......อย่าเพิ่งเล่า อย่าเพิ่งเล่าแต่คนนี้เป็นคนน่ารัก แต่แกเป็นพญาจริงๆ”นักข่าวถามต่ออีกว่า นายกรัฐมนตรีเรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวเพื่อรับมือ พล.อ.ชวลิตพ่อใหญ่จิ๋ว บอกว่า “รับมือพล.อ.ชวลิต อย่ามารับเลยรับไม่ไหวหรอก”ดูบท “บู๊และบุ๋น” ของเซียนการเมือง อย่าง “พ่อใหญ่จิ๋ว” ต้องบอกว่างานนี้มันส์แน่นอน เพราะ พ่อใหญ่รีเทิร์น ขนาดนี้ ถามเป็นลูกอีสานต้องบอกว่า “พ่อใหญ่โสตาย” ลุยเต็มที่ 

1 ปีที่รัฐยื้อ! จนย้วย..

ที่มา บางกอกทูเดย์

1 ปี หรือ 365 วัน..พอดิบพอดี สำหรับการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ระหว่างวันที่ 4 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 365 วัน..กับการตรวจสอบการกระทำว่าผิดหรือถูก..ที่ยังเป็นศูนย์ขยับ ขับเคลื่อน! บ้าง... เพียงแค่..คืบหน้าไปบ้างแล้ว?!..คำตอบซํ้าๆ เดิมๆ..ที่ไม่น่า “ภูมิใจ”เอาเสียเลยกับความเสียหายนับแสนล้านบาท พร้อมๆ กับความมั่นคงของประเทศที่ “หด ลด ดับ”แบบไม่ไหลย้อนกลับซํ้าร้าย! หนึ่งในแกนนำคนสำคัญในการนำทัพ และสนับสนุน ในการยึดสนามบินกลับได้ดิบได้ดีเป็นถึง“ขุนนาง”กษิต ภิรมย์ ผู้นำยึดสนามบินในครั้งนั้น ได้รับรางวัลด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในหลายๆ ประเทศถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญอันดับสองรองจากนายกรัฐมนตรี“ผมไม่ผิด” คือ คำอ้างของ “กษิต” ที่ส่งสัญญาณ ว่า เก้าอี้นี้หอมหวาน ยังอีกนานที่กูครอบครอง..“พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)” เขยื้อน!เมื่อคณะพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ชุด “พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตาํรวจแห่งชาติฝ่ายป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 21 (ผู้ช่วย ผบ.ตร.ปป.21) ที่รับผิดชอบคีดพธม.บุกยึด “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” และ “ท่าอากาศยานดอนเมือง” สรุปสำนวนคดีเบื้องต้นแจ้งข้อหาฉกรรจ์กราวรูด

แก่ 36 แกนนำและแนวร่วมเครือข่ายคนเสื้อเหลืองเหลืองระอุ..ปรอทแตก...เรียกเสียงกระพือตีนตบให้สนั่นเกรียวกราว! เพราะคิดว่า จะปิดตำนานเกมกู้ชาติล้มกระดานสลับสีการเมืองเอาเข้าจริง!!เสียงกระพือ “มือตบ” กลับเกรียวกราวกว่า “ตีนตบ” เพราะ 365 วัน ในการสรุปสำนวนคดีก็“พลิกควํ่าคะมำหงาย”ถูกสกัดขา ตัดขาเก้าอี้ ซ่อนสำนวน..จนคดีบุกยึดสนามบินไม่ใช่เรื่อง “เร่งด่วน” เป็นแค่คดี โจรกระจอกวิ่งราวทองสองสลึง ..เอากันทุกวิธี! ให้ผู้ก่อการร้ายเป็นผู้ก่อการดี..พยายามทุกวิธี ไม่ให้แกนนำ 36 ราย และเครือข่ายอีกหลายคนต้องไปใช้ชีวิต “กินข้าวผัด – ดูดโอเลี้ยง”เห็นได้จากความวุ่นวาย “สลับ สับเปลี่ยน” ข้าราชการตำรวจความวุ่นวาย ซับซ้อนของเหลือง แดง เขียว นํ้าเงิน ฟ้า จากการจัดการของ “มือเหี่ยวๆ”ในขณะที่.. “บรรดาตีนตบ” ถูกรุกไล่ตั้งตัวไม่ติดทั้งๆ ที่ความจริง หากเทียบมูลค่าความเสียหายแล้วไม่ต่างกัน“เมษาวิปโยค” เกิดขึ้นโดยกลุ่มคนเสื้อแดง “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ”บวกกับมือที่สาม ที่ร่วมด้วยช่วยกันก่อความวุ่นวาย จนสร้างโกลาหลครั้งใหญ่ในบ้านเมืองบอมบ์เมือง เผารถ ลั่นไก ครั้งนั้น..ไม่มีอะไรบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า ความโกลาหลเกิดจากสาวกตีนตบจริงหรือไม่?แต่แกนนำคนเสื้อแดงก็ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาฉกรรจ์อย่างทันทีทันใด ชนิดไม่ต้องมีหมายเรียก?!ผิกแผกแตกต่างกัน! กับการดำเนินคดีบรรดาแกนนำมือตบ – ตีนตบ4 พฤศจิกายน วันนี้ ครบ 1 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้น..ความเสียหายย่อยยับ ยังคงยับเหมือนเดิม..พธม.ยังคงเป็น “ตัวพ่อ” ขี่คอใครบางคนเหมือนเดิม..(เพราะสลับสีการเมืองได้สำเร็จ)..ส่วนคดีบุกยึดสนามบินไม่ต้องพูดถึง อาจจะต้องสรุปสำนวนกันจนกระทั่งสีการเมืองมีการสลับ ปรับเปลี่ยนกันอีกครั้ง..อนิจจา...เป็นเช่นนี้แล 

สารพัดศัตรู พุ่งชน ปชป.!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ยิ่งนายอภิสิทธิ์ ด้วยแล้ว การที่มีมือหนุนหลัง ผนวกกับภาพลักษณ์ของออกซ์ฟอร์ด สไตล์ ยิ่งทำให้ในวันนี้ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาแล้ว แม้แต่คนในพรรคเดียวกันเอง ต่อให้ระดับอาวุโสอย่างนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หรือแม้แต่กระทั่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งสู้อุตส่าห์ทำตัวเป็นข้ารับใช้ในทุกเรื่องอย่างเต็มที่ยังถูกนายอภิสิทธิ์ข้ามหน้าข้ามตาหลายต่อหลายครั้งแล้วขนาดคนในพรรคเดียวกันยังถูกเหยียดหยามขนาดนี้ แล้วพรรคร่วมรัฐบาลจะเหลืออะไร

เล่นเกมให้เป็น ต้องเล่นให้ได้ประโยชน์ทุกครั้ง และเล่นเกมทุกครั้งต้องไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ!!!นักการเมืองหลายคน โดยเฉพาะบรรดาคนในพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในบ้านเมืองนี้ ดูจะคุ้นเคยเป็นอย่างมากไม่ว่าคู่ปรับทางการเมืองจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน เจอการเล่นเกมสไตล์ประชาธิปัตย์ขนานแท้ หากไม่ทันเกมก็เสียท่าให้พรรคประชาธิปัตย์มาแล้วทั้งนั้น จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันก็ขนาดคนในพรรคเดียวกันเอง ยังเล่นเกมจนระเห็ดระเหเร่ร่อน กระดอนกระเด็นออกจากพรรคประชาธิปัตย์กันให้เห็นไม่รู้จักเท่าไหร่แล้วกรณีการประท้วงของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) ที่ขณะนี้ตึงเครียดมากขึ้น จากวิธีการแก้ปัญหาของนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เลือกเล่นไม้แข็งกับหัวโจก สร.ร.ฟ.ท.ภายใต้การอมยิ้มตุ่ยนั่งดูเกมนี้อย่างสนุกสนานจากพรรคแกนนำรัฐบาล และจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแบบนี้จะไม่ให้มองว่าเป็นเกมการเมืองได้อย่างไรเพราะในขณะที่นายโสภณเล่นไม้แข็ง เชือด เชือด เชือด และเชือดแต่พรรคประชาธิปัตย์กลับเหนือเมฆ ทั้งส่งนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปเล่นบทปลอบใจถึงสงขลาในขณะที่นายอภิสิทธิ์นั่งตีขิมอยู่บนกำแพง รอคอยให้แกนนำ สร.ร.ฟ.ท. วิ่งเข้าหา???ทั้งหมดล้วนเป็นข้อสงสัย และเป็นสิ่งที่นายโสภณ และพรรคภูมิใจไทยจับตามองดูอยู่อย่างไม่กระพริบเพราะดูเหมือนว่านับวันพรรคประชาธิปัตย์จะเล่นเกมกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย และยิ่งเฉพาะลงไปอีก คือกับก๊วนเพื่อนเนวินมากเกินไปแล้วหรือไม่???คำพูดของนายโสภณ สะท้อนอารมณ์ชัดเจนที่ระบุว่าจะทำให้เห็นว่าตัวตนที่แท้จริงของร.ฟ.ท.ว่าเป็นอย่างไร เป้าหมายการดำเนินการในเรื่องนี้ก็คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับร.ฟ.ท. ถือเป็นการทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ทั้งต่อร.ฟ.ท.และประเทศชาติประชาชนโดยพัฒนา ร.ฟ.ท.ให้มีความเจริญมากขึ้น “ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่อยากให้องค์กรตัวเองพัฒนา จึงอยากขอความร่วมมือ การดำเนินการจะต้องยึดหลักระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ หากผู้ว่ากระทำนอกเหนือกฎหมายผู้ว่าก็จะต้องรับผิดชอบไม่มีการกลั่นแกล้งกัน” นายโสภณ กล่าวแถมนายโสภณยังยืนยันด้วยว่า ขณะนี้องค์กรรถไฟถือว่าเป็นคนป่วยที่เข้าขั้นโคม่าและปัญหาต่าง ๆ ก็สุกงอมแล้ว หมอจะต้องให้ยาแรงและให้ยาที่ตรงกับโรค หากมีการวินิจฉัยผิดก็จะต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวว่าใครจะโดนออกหรือไม่โดนออก อยู่ที่คนในองค์กรจะต้องเคารพกฎเกณฑ์ซึ่งกันและกัน

ใครถูกลงโทษก็ต้องถือว่า แล้วแต่กรรมที่ใครทำอะไรกันไว้ แต่ประโยคที่ซ่อนนัยทางการเมือง พร้อมกับสะท้อนระดับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ“ผมก็อยากถามเหมือนกันว่าทำไมภาคอื่นไม่เห็นมีปัญหา แล้วทำไมมามีปัญหาที่ภาคใต้ภาคเดียว ก็ไม่เข้าใจ และยืนยันว่านายถาวรไม่ได้มาหารือกับผมก่อน รู้ ๆ ก็คือ ไปคุยกันเสร็จแล้ว ทั้งๆ ที่กระทรวงคมนาคมก็แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่ เพราะหากแก้ไขปัญหาด้วยการไปรับปากอย่างที่สหภาพต้องการเรื่องดังกล่าวก็จบไปนานแล้ว แต่ที่ล่าช้าเพราะทางกระทรวงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ผมไม่อยากให้ทำเป็นมวยล้มต้มคนดู ต้องทำให้ถูกต้อง” นายโสภณระบายความรู้สึกออกมาเป็นชุดแม้ว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะออกมาไกล่เกลี่ยทำนองว่า ที่นายถาวร ไปเจรจากับแกนนำสร.รฟท. ภาคใต้ คงมีเจตนาดีที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา แต่อาจขาดการติดต่อสื่อสารกับนายโสภณก่อน“แม้มหาดไทยจะดูแลปัญหาของประชาชนทุกจังหวัด แต่การเข้าไปแก้ไขปัญหารถไฟ ควรให้กระทรวงคมนาคมเป็นหลัก นายถาวรน่าจะพูดคุยกับนายโสภณก่อนที่จะไปหารือกับสหภาพฯ แต่นายถาวรคงเจตนาดี และไม่ได้รับปากกับสหภาพฯ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร”นายชวรัตน์ กล่าวอย่างไรก็ตาม นายชวรัตน์ ยอมรับว่า ลิ้นกับฟันอยู่ใกล้กันก็ต้องกระทบกันบ้าง แต่ถ้าทุกคนเข้าใจ เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้การทำงานของสองพรรคยังเป็นไปด้วยดี ส่วนตัวยังรับได้แต่เกมนี้อย่าเพิ่งคิดว่า ประชาธิปัตย์จะเหนือเมฆกับภูมิใจไทยและก๊วนเพื่อนเนวินได้ง่ายๆเพราะนอกจากนายโสภณจะรู้ทัน รวมทั้งมีการออกหมัดตอบโต้แล้วบรรดาส.ส.พรรคภูมิใจไทยยังมีการขาดประชุม ให้วิปรัฐบาลหวาดเสียวเล่นเอาดื้อๆ ในภาวะที่รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย การที่เสียงส.ส.ที่สนับสนุนรัฐบาลหายไปหลายเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ แต่ที่น่าห่วงก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ที่เล่นเกมนี้อย่างประเจิดประเจ้อ เพราะเชื่อมั่นว่ามีอำนาจทหาร รวมทั้งผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนค้ำชูให้เป็นรัฐบาลอย่างเหนียวแน่น ก็เลยความเชื่อมั่นขึ้นสูงระดับปรอทแตก

ยิ่งนายอภิสิทธิ์ ด้วยแล้ว การที่มีมือหนุนหลัง ผนวกกับภาพลักษณ์ของออกซ์ฟอร์ด สไตล์ ยิ่งทำให้ในวันนี้ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาแล้ว แม้แต่คนในพรรคเดียวกันเอง ต่อให้ระดับอาวุโสอย่างนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หรือแม้แต่กระทั่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งสู้อุตส่าห์ทำตัวเป็นข้ารับใช้ในทุกเรื่องอย่างเต็มที่ยังถูกนายอภิสิทธิ์ข้ามหน้าข้ามตาหลายต่อหลายครั้งแล้วขนาดคนในพรรคเดียวกันยังถูกเหยียดหยามขนาดนี้ แล้วพรรคร่วมรัฐบาลจะเหลืออะไรการวางท่าทีและเดินเกมอย่างอหังการในอำนาจเช่นนี้ งานก็เลยย้อนกลับมาเข้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างช่วยไม่ได้เหมือนกันเพราะพรรคร่วมที่พยายามวางตัวเป็นกลางอย่างพรรคชาติไทยพัฒนายังอดรนทนดูไม่ได้ ต้องออกมากระแอมกระไอว่า พรรคสนับสนุนให้ใช้วิธีการทางกฎหมายหรือข้อบังคับที่มีอยู่ ดำเนินการแก้ไขไปตามเหตุและผล ที่สำคัญหากมีกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดที่อยู่เบื้องหลังความเดือดร้อนของคนทั้งประเทศ ขอให้ยุติการเคลื่อนไหวด้วยวิธีการนี้ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน... นี่คือ จุดยืนของชาติไทยพัฒนาเช่นกันกับพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งถูกมองว่าสนิทชิดเชื้ออย่างมากกับบรรดาสหภาพรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะกับ สร.ร.ฟ.ท. เนื่องจากนายสาวิทย์ แก้วหวาน ถือเป็นศิษย์คนโปรดของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯแห่งพรรคการเมืองใหม่นั่นเองเกมนี้แรงไม่แรง ก็ขนาดที่ว่านายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ นอกจากจะออกมาแก้ต่างว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง หรือสนับสนุนให้ สร.ร.ฟ.ท.ประท้วงแต่อย่างใดแล้วยังสวนกลับด้วยว่า ให้ประชาธิปัตย์ถามตัวเองให้ดีว่า คิดจะเป็นศัตรูทางการเมืองกับพรรคการเมืองใหม่หรือไม่?... แสบไปถึงทรวงนายอภิสิทธิ์เลยทีเดียวร้ายกว่านั้นคือ การตอกหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตรงๆ ว่า คำสั่งไล่ออกสร.ร.ฟ.ท. ครั้งนี้หวังฉวยโอกาสลักไก่เดินหน้าแผนการขายกิจการรถไฟเพื่อหาเงินเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรีชุดนี้โดยการผลักดันของกระทรวงคมนาคม ได้ออกแบบและคุยกับเอกชนบางกลุ่มไว้แล้ว แผนดังกล่าวมีปัญหาและกำลังจะเปิดช่องให้มีการคอรัปชั่นอย่างใหญ่โต

เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันของคนในพรรคประชาธิปัตย์บางกลุ่มกับคนในพรรคภูมิใจไทย ที่หวังทั้งผลประโยชน์และคะแนนเสียงทางการเมือง แล้วมาใส่ไคร้บิดเบือนว่าพรรคการเมืองใหม่เกี่ยวข้อง และอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของสร.ร.ฟ.ท. “ถ้าคนในรัฐบาลเล่นเกมสกปรกแบบนี้และบีบเรามากเกินไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคการเมืองใหม่ก็อาจจะปรึกษาหารือกับสร.ร.ฟ.ท. อาจไม่มีทางเลือกหากจำเป็นต้องเคลื่อนไหวใหญ่”พร้อมกับย้ำว่าฝ่ายการเมืองต้องทบทวนมติไล่สร.ร.ฟ.ท.ออก!!!งานเข้าเต็มอกประชาธิปัตย์ไปเลย เมื่อเจอผู้มีบุญคุณขู่ฟ่อๆแถมกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยังลงมาเล่นเกมนี้ด้วยแล้วว่า การที่รัฐมนตรีคมนาคม และผู้บริหาร ร.ฟ.ท. ประกาศปลดแกนนำ 6 คน ของสร.ร.ฟ.ท. และยื่นฟ้องเอาผิดกรรมการ สร.ร.ฟ.ท. 7 คน พร้อมเรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาท จากการหยุดวิ่งรถไฟ ถือเป็นคำสั่งและการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เป็นการจงใจทำลายระบบการตรวจสอบของ สร.ร.ฟ.ท.และเบี่ยงเบนประเด็น ความไม่โปร่งใส ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารกิจการรถไฟจึงได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอภิสิทธิ์ 6 ข้อคือ 1. ยกเลิกคำสั่งไล่ออกและถอนฟ้องกรรมการ สร.ร.ฟ.ท. 2. ปลด นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. เนื่องจากบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ 3. เปิดเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความเห็นประชาชนประเด็นความปลอดภัย 4. จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อปรับปรุงพัฒนา ร.ฟ.ท. 5. ให้สื่อของรัฐเสนอข้อเท็จจริงกรณีปัญหาร.ฟ.ท.ให้รอบด้าน และ 6. ยุตินโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบดังนั้น งานนี้นายอภิสิทธิ์ ซึ่งสนุกสนานกับการเล่นเกมสารพัดเรื่อง เพราะเป็นโลกทัศน์การเมืองที่เด็กอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่เคยสัมผัสมาก่อนวันนี้จึงรับเผือกร้อนไปเต็มๆนัดหมายที่ว่าจะเชิญ ตัวแทนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บริหาร ร.ฟ.ท. มาพูดคุยกันเพื่อคลี่คลายปัญหาอาจจะไม่ทันกับการเปลืองตัวก็ได้งานนี้

6 ข้อขีดเส้นตายขึงพืด‘มาร์ค’
เกมประท้วง สร.ร.ฟ.ท.บานปลายหนักขึ้นเรื่อยๆ พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคการเมืองใหม่ กดดันทั้งนายกฯอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง ความสามัคคีไม่เหลือซาก

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(3พ.ย.):ยังฮาได้อีก..แฟนๆประชาไทให้ไวเข้ามาดู

ที่มา Thai E-News



จับแพะ-เป็นเรื่องกังขาและโจษจันกันขึ้นมาในการจับกุมคุณbbbและผู้ชายอีกคนที่นำไปโพสต์ต่อ เพราะเวลาที่โพสต์ลงเวบประชาไทคือช่วง6โมงเย็น หลังจากตลาดหุ้นตกไปแล้ว และตลาดก็ปิดทำการไปแล้ว ตอนนี้ทั้งรัฐมนตรีคลังและสื่อกระแสหลักเริ่มออกตัวกันแล้ว


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง หายไป1วันเนื่องจาก"นักข่าวชาวรากหญ้า"มีภารกิจจำเป็นบางประการ งานนี้เลยเป็นภารกิจของ"บก.หัวเห็ดตีนขาด"มาว่าราชการแทน นับตั้งแต่วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน หลังลอยกระทง1วันเป็นต้นไป เผลอๆอาจรับหน้าที่แทนยาว ขอฝากเนื้อฝากตัวและหัวใจกับแฟนๆเสื้อแดงทั่วราชอาณาจักร และทั่วทุกมุมโลกไว้ในอ้อมใจ รักเสื้อแดงทุกคนนะ แต่ไม่แสดงออก จู๊บๆ***

***พร้อมกันนี้ขอแจ้งมายังแฟนๆไทยอีนิวส์ มิตรรักนักรบทั้งหลาย ท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่เบอร์นี้ กราบขออภัยในความไม้สะดวก....-กทม.***

***ฮาๆๆๆยังขำได้อีกครับ ทั้งตำรวจไทยใจกล้าหาญผู้ถนัดวิชามาร ผสมวิชาแพะ กับสื่อกระแสหลักจอมดักดาน ไปตีข่าวใหญ่โครมครามว่า"จับตัวการปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้นได้แล้ว"เป็นสุภาพสตรี ฉายาbbbแห่งบอร์ดประชาไท จากนั้นมีคนนำไปโพสต์ต่อที่บอร์ดฟ้าเดียวกัน โดยทั้ง2คนเป็นคนในแวดวงค้าหลักทรัพย์ทั้งคู่ เพื่อจะโยงไปว่าทุบหุ้นแล้วได้ผลประโยชน์***

***พี่จะบ้าเหรอครับ ปล่อยข่าวทุบหุ้นนี่นะ ใช้สามัญสำนึกก็คือแปลว่า ต้องปล่อยข่าวออกมาก่อน จากนั้นมีผลให้หุ้นตกหนัก แต่พอไปตรวจสอบดูที่คุณbbbแปลข่าวต่างประเทศจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กมาลงนั้น ข่าวบางตอนมันเขียนไว้ชัดมากว่า"ในวันที่14ตุลาคม2552 ณ เวลา 16.25 น.นั้นตลาดหุ้นไทยร่วงลงมา4.13%" ก็แปลว่า หุ้นมันตกมาตลอดวันแล้ว สำนักข่าวฝรั่งค่อยรายงานทีหลัง แล้วคุณbbbค่อยนำมาโพสต์ลงประชาไทตอนเวลา18.09น. คือตอนหลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการแล้ว***

***"บก.หัวเห็ดตีนขาด"ไม่ได้รู้เรื่องหุ้นอะไรหรอก แต่ชอบดูข่าวทางทีวี ตรงข้างล่างจอมันจะมีตัวหุ้นวิ่งๆอยู่ ดูมาหลายปีก็เลยรู้ว่าอ๋อ!ตลาดหุ้นเขาเปิดทำการซื้อขายเอาตอน4โมงเช้า 10นาฬ่กา มาปิดการซื้อขายประจำวันเอาตอน16.40น. เพราะบังเอิญมีญาติชอบแทงหวยหุ้นมันจะมาดูดัชนีตลาดหุ้นปิดเวลานี้ทุกที***

***ทีนี้บลูมเบิร์กรายงานข่าวว่า ในช่วงเวลา 16.25 น.ของวันที่4ตุลาคม หุ้นไทนฃยตก4.13% ก็ต้องแสดงว่าหุ้นมันตกมาตลอดวันแล้ว แล้วเขาก็มารายงาน หากดูตามนี้ผมว่าข่าวนี้น่าจะเผยแพร่เร็วที่สุดก็ตอน16.30หรือหลัง16.40น.คือปิดตลาดไปแล้ว และคุณbbbนำไปแปลงที่ประชาไทเวลาเขาขึ้นไว้ตอน6โมงเย็น ซึ่งก็แปลว่าโพสต์ลงตลาดหุ้นปิดทำการซื้อขายไปแล้วเกือบ2ชั่ว แล้วมันจะไปทุบหุ้นได้ประสาอะไรครับพี่....คิดสิ คิด!!***

***ทีนี้เรื่องจริงๆเนี่ยหุ้นมันตกหนักจริงๆคือวันรุ่งขึ้น15ตุลาคมครับ วันนี้ร่วงจาก735จุด ลงไปลึกสุดๆ670จุด ลงมาก็8% เกือบต้องปิดตลาด เพราะตามกฎแล้วหากลงมา10%ต้องพักการซื้อขาย1ขั่วโมง เหตุการณ์ก่อนหุ้นจะตกในวันนี้ก็คือว่าสื่อกระแสหลักทั้งหลายไปตีข่าวลงหนังสือพิมพ์ ไปออกข่าววิทยุ หรือเช้าวันที่15ตอนซักช่วงหลัง8โมงเช้าพวกนักเล่าข่าวทางทีวีช่องต่างๆเอาไปพูดกันให้เลื่องลือ ผมยกตัวอย่างง่ายๆรายการ"เรื่องเล่าเช้านี้"สรยุทธ สุทัศนะจินดา เอาไปพูดซะนานเลย พูดด้วยนะว่ามีโบรกเกอร์สิงคโปร์ชื่อนายโทนี่ เหลียงพูดข่าวในทางอัปมงคลยังงั้นยังงี้...พอเปิดตลาดหุ้นมาตอน10โมงเช้าก็ลงกันโครมใหญ่8%อย่างที่บอกไป***

***หากใช้มาตรฐานเดียวกันจับbbbประชาไท และคนที่นำไปโพสต์ต่อที่ฟ้าเดียวกัน มันไม่ต้องซวยกันหมดเหรอครับ ก็ต้องจับสรยุทธ สุทัศนะจินดากับพวกใครต่อใครอีกบานเลย...แล้วทำไมไม่จับ บ้าไปแล้วครับพี่ ถึงว่าตำรวจถึงต้องกลายเป็นลูกไล่ให้พันธมิตรเขาจะสับโขก จะโยกจะปลดยังไงก็ได้ จะไปเรียกผู้ก่อการร้ายกลายเป็นผู้ก่อการดีก็ทำโดยไม่มีศักดิ์ศรี ในเมื่อคนถือกฎหมายโอนเอนตามลมการเมือง ไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม***

ใครว่าเสื้อแดงมีแต่รากหญ้า?-คุณbbbสมาชิกน้ำดีฝีมือยอดเยี่ยมในทางแปลข่าวต่างประเทศมาลงบอร์ดประชาไทเป็นประจำ โดนตำรวจไปดักจับตอนลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ หลังจากไปเที่ยวที่เวียนนา ออสเตรเลียกลับมา กำลังมุ่งหน้ากลับคฤหาสถ์200ตารางวาย่านรัชดา เจ้าตัวเจอข้อหานี้ได้แต่ทำหน้า"ขำๆ"(ใครว่าเสื้อแดงจน มีแต่รากหญ้าฮึ!!?)

***หลังจากวันนั้นมาเวลานี้ฝรั่งมันส่ายหน้าครับว่า กูไม่เอากับพวกมึงแล้ว ว่าแล้วมันก็เทขายหุ้นทุกวัน วันละ2-3พันล้าน มันก็คงขายเสร็จเปิดตูด เพราะบ้านเมืองนี้มันประสาทไปแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน fact คือข้อเท็จจริงว่าหุ้นตก ก็จะไปจับมัน พอจับมันไม่ได้ก็มาจับคุณbbb อ้างว่าเป็นผู้บริหารโบรกเกอร์ใหญ่UBSของฝรั่ง ก็เท่ากับว่าพวกคนไทยที่โง่ๆไม่รู้เรื่องรู้ราว แถมยังเอาการเมืองมายุ่งกับการค้าทุบทำลายความเชื่อมั่นในตลาดทุนพังยับ***

***คนอื่นจะโง่หรือแกล้งโง่นี่ไม่เท่าไหร่ แต่ขุนคลังก้านยาว กรณ์ จาติกณิช ดันแกล้งบื้อไปด้วยนี่อนาถจิตจริงๆ เพราะกรณ์มีชีวิตร่ำรวยขึ้นมาจากหุ้น เคยเป็นผู้บริหารโบรกเกอร์ใหญ่JFมาก่อน หากขืนยังบื้อเล่นตามลมที่พวกพันธมาร พวก40สว.กันอยู่ ระวังพรรคพวกฝรั่งในวงการมันจะหัวร่อสมเพชกรณ์เอาได้ เพราะข้อเท็จจริงมันชัดเจนแจ่มแจ็วว่าจับกันโคตรมั่ว ***

***อย่ากระนั้นเลยเพื่อไม่ให้มันมั่วต่อไป เมื่อวานค่ำๆก้านยาว ออกมาให้ข่าวแล้วว่าเรื่องนี้มั่วจริงๆ โดยกรณ์ บอกว่าได้หารือกับเลขาธิการ ก.ล.ต. และกรรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์วางแนวทางรับมือข่าวทุบหุ้น ส่วนกรณี 2 ผู้ต้องหา เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติในการซื้อขายหุ้น และไม่พบความเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์ที่ได้ประโยชน์

โดย ก.ล.ต.ได้รายงานว่า การซื้อขายหุ้นของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไม่พบสิ่งผิดปกติในการซื้อขายก่อนการปล่อยข่าวลือ แต่เป็นเพียงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทาง ก.ล.ต. ได้มีหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่งให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหุ้นของ 2 ผู้ต้องหาดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังการซื้อขายหุ้นให้กับผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลในสกุลเดียวกันว่าได้รับประโยชน์จากการปล่อยข่าวลือหรือไม่ และไม่พบความเกี่ยวโยงระหว่างผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย กับโบรกเกอร์ที่ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้***

***ส่วนนักเล่าข่าวทั้งหลายก็เริ่มไหวตัวและออกตัวกันเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เช้าๆทางช่อง9ที่เครือเนชั่นไปเล่าข่าว จอมขวัญ หลาวเพชรที่พอรู้เรื่องหุ้นอยู่มั่งพูดว่า จากการไปดูเรื่องวันเวลาแล้ว คุณbbbมีการแปลข่าวออกมาหลังจากเกิดเหตุการณ์หุ้นตกไปแล้วจริงๆ...ก็สาธุ!ยังอุตส่าห์เคารพสัจจะอยู่บ้าง ไม่ตะพึดตะพือตะแบง ส่วนกนก รัตน์วงศ์สกุลที่นั่งอยู่ข้างๆก็ไม่ได้ขัดคออะไร พยักหน้าหงึกหงักตามน้ำ***

***สังคมข่าวดีๆของชาวเสื้อแดงกันมั่ง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เริ่มเปิดบริการทีวี100ช่อง และส่งข่าวถึงแฟนๆทางSMSแล้ว โดยเป็นการทดลองออกอากาศ 2 ช่องก่อน คือ

1. O channel เป็นช่องโทรทัศน์สำหรับสินค้า OTOP

2. Clever channel เป็นช่องโทรทัศน์เพื่อการศึกษา โดยเชิญผู้สอนจากโรงเรียนดัง อาทิ มงฟอร์ด เตรียมอุดมฯ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิไทยคม

สามารถรับชมได้โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่ http://www.100channeltv.com หรือ http://210.1.61.9/ และภายหลังออกอากาศได้ระยะหนึ่ง จะมีการพิจารณาเรื่องจานรับสัญญานดาวเทียมต่อไป

ปัจจุบัน ประชาชนสามารถสื่อสารกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้หลากหลายช่องทาง

1. ทาง twitter โดยคลิกไปที่เวบไซต์ http://twitter.com/thaksinslive เป็นการพูดคุยข่าวสารทั่วไป

2. ทาง twitter ที่พูดคุยเน้นเรื่องทาง business คลิกไปที่เวบไซต์ http://twitter.com/thaksinbiz

3. ทางเวบไซต์ http://thai.thaksinlive.com/ ซึ่งสามารถฟังรายการ talk around the world ย้อนหลังได้ทุกตอนทางเวบไซต์นี้

4. ทางรายการวิทยุออนไลน์ 'talk around the world' ทุกวันอังคาร 20.30 - 21.30 น. โดยคลิกไปฟังได้ที่ http://sites.google.com/site/thaksinlive/ หรือ http://sites.google.com/site/thaksinlive/home/th1 หรือ
http://sites.google.com/site/thaksinlive/home/th2 หรือ
http://sites.google.com/site/thaksinlive/home/usa1 หรือ
http://sites.google.com/site/thaksinlive/home/usa2

5. ทาง facebook ที่ http://www.facebook.com/thaksinlive

6. ทาง โทรทัศน์ 100 ช่อง ที่ http://100channeltv.com หรือ http://www.210.1.61.9/

7. ทาง SMS รับข้อความจาก ดร.ทักษิณ ฟรี เริ่ม 1 พย.52 ท่านที่สนใจ สมัครได้โดยพิมพ์ TS แล้วส่งไปที่ 426425 (ต้องเสียค่าสม้ครเพื่อรับข่าวสารครั้งแรกครั้งเดียว เพียง 3 บาทเท่านั้น)


***ชาวแดงแห่งบ้านโป่งในนาม(นปช.บ้านโป่ง52) นัดรวมพลเช็คขุมกำลัง เตรียมความพร้อม ขอฝากส่งสารถึงพี่น้องรอบๆบ้านโป่งเรา ร่วมด้วยท่าน สุรชัย แซ่ด่าน และท่าน สุนัย จุลพงศธร รับเชิญมาอภิปรายในแนวทางร่วมกัน พี่น้องอย่าพลาดและให้กำลังใจเปิดตัวพี่น้องที่เตรียมพร้อมไปนอน ณ ทำเนียบ ห้ามพลาด 5 โมงเย็น พุธที่ 4 พ.ย.ณ ลานวัดดอนตูม อาหารฟรีสอบถามรายละเอียดที่ k.บริบูรณ์ 0818907921 และ k แต๋ม 0804229622***

***ศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชน ได้ดำเนินการจัดโครงการสัมมนา ร่วมกำหนดอนาคตคนสงขลา “บนฐานทรัพยากรที่ยั่งยืน”ขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อร่วมกันเสนอข้อคิด แนวทางและนโยบายสาธารณะการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลา ในวันพุธ ที่ ๔ พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๓๐น. ห้องประชุมเกษม ลิ่มวงศ์ อาคารศูนย์ประชุมคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา สอบถามเพิ่มเติมเพื่อร่วมงานกับสุรัตน์ 086-9666147***

***ขอเชิญพี่น้องชาวเสือแดงร่วมงานชุมนุมคนเสื้อแดงชมรมเสรีชน นครสวรรค์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ระหว่าง เวลา 16.00-24.00 น. บัตรราคา 50 บาท พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อบัตรติดต่อ นิภา เสรีชนนครสวรรค์ 087 5205648 หรือ 087 8380548 หรือ ซื้อหน้างาน***

***คุณน้อง พลังสตรีเพื่อประชาธิปไตยแจ้งข่าวดีๆฟรีๆมา วันนี้มีงานมาประชาสัมพันธ์อีกแล้วนะค่ะ รับ 15 ท่าน อบรมฟรีค่ะ

ชื่อโครงการ : เป็นโครงการอบรมคอมพิวเตอร์ให้บุคคลทั่วไปเพื่อสร้างรายได้เสริมด้วยการออกแบบโปสการ์ดค่ะเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องการเลือกใช้กระดาษ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การประกอบชิ้นงาน และช่องทางการขายออนไลน์

วันที่จัดอบรม : วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. 2552
สถานที่ : ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ
เวลา : เปิดรับ 2 กลุ่ม
ช่วงเช้า เวลา 09.30 -11.30 น.
ช่วงบ่าย เวลา 13.30 -15.30 น.
สนใจส่งชื่อและเบอร์โทรฯมาที่เมลล์ young-angel-nong26@hotmail.com ได้เลยนะค่ะ ถ้ามีข้อสงสัยทุกท่านสามารถติดต่อได้โดยตรงที่08 4768 9139 ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ**

***กิจกรรมดีๆ กำหนดการทอดผ้าป่า อุทยาน ภูคา เดินทางพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน ปีนี้ ทอดองค์ผ้าป่าศุกร์ที่ 13 พย.นี้ ครับ ใครจะไปรีบแจ้งด่วน จำนวนจำกัด ไหว้พระเก้าวัด เสร็จ เดินทางกลับ วันอาทิตย์แถมได้ไปเที่ยวรับลมหนาว สนับสนุน กองผ้าป่า โครงการ บ้านล้อมป่า อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ร่วมกับ www.dcm-club.comและโรงเรียน บ้านเปียงซ้อ อ.เฉลิมพระเกียรติ จว.น่าน สามารถเข้าไปดูได้ ตามนี้เลย ครับ www.piengsor.org ติดตามรายละเอียด ได้ใน ข่าวประชาสัมพันธ์ www.dmc-club.com เสื้อผ้า ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เสื้อกันหนาว หนังสืออ่านเล่น หนังสือเรียน อุปกรณ์ กีฬา และ อุปกรณ์ เครื่องเขียน จักรยาน และ ทุนการศึกษาและ เงินทุนสนับสนุน โครงการ บ้านล้อมป่า สถานที่รับบริจาค ร้าน ดีซายน์ หน้า สนามกอล์ฟ เกียรติธาดา เลขที่ 35/548 ถนน สุคนธสวัสดิ์ ลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 02 570 9624 – 5 กรุณาประสานงานก่อนนำของไปบริจาค กลุ่มแดงลำปาง ติดต่อที่ ร้าน ผึ้งน้อย เบเกอรี่ ลำปาง,กลุ่มเมือง น่าน ติดต่อที่ คุณ ออ โดเรมี หมูกะทะ ห้างนรา ไฮเปอร์มาร์ท สนันสนุนเป็นเงิน บัญชี ธนาคาร กรุงไทย สาขาย่อย ลาดพร้าว 71 ชื่อบัญชี นส.ปิยนุช คืนคงดี (ออมทรัพย์) หมายเลขบัญชี 760 - 0 –05293- 8 หลังจากโอน กรุณา แจ้ง เจ้าหน้าที่ ฝ่ายบัญชี 081 285 8320 ***

***แจ้งอีกหน่อยย้ำๆมายังแฟนๆไทยอีนิวส์ มิตรรักนักรบทั้งหลาย ท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่เบอร์นี้ กราบขออภัยในความไม้สะดวก

*****
รู้จักกันวันละเวบ


*******

โด่งดังที่สุดเวลานี้มี2เวบ เพราะตำรวจไปจับตัวสมาชิกที่โพสต์ลง และนำไปโพสต์ต่อ คือ เวบประชาไท กับ ชุมชนฟ้าเดียวกัน วันนี้ขอว่าด้วยประชาไทก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปว่าถึงบอร์ดฟ้าเดียวกัน ฟันเดียวก๊า

ประชาไท

ประชาไทมีผู้ก่อตั้งคืออาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ บุตรชายคนดีที่ไม่กะล่อน ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์(งานนี้ไม่เกี่ยวใดๆกับใจ อึ๊งภากรณ์ น้องชายของอาจารย์จอน)

อาจารย์จอนเดินตามรอยผู้พ่อในการอุทิศตนให้ประเทศชาติ และผู้ด้อยโอกาส เคยได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสังคม เช่นเดียวกับบิดาเคยได้รับ และเคยเป็นสว.กรุงเทพฯ เคยเป็นผู้ประสานงาน กป.อพช. หรือNGO ช่วงหลังหันมาให้ความสนใจงานด้านเอดส์ และกฎหมายต่างๆ ก่อตั้งเวบประชาไทขึ้นเพื่อให้เป็นสื่อออนไลน์ ที่เป็นสื่อทางเลือกสำหรับภาคประชาชน

ช่วงแรกๆคนที่เข้ามาเล่นมาอ่านประชาไทจึงเป็นNGOพรรคพวกของอาจารย์จอนเป็นหลัก แต่หลังรัฐประหาร19กันยายน2549 นักท่องเน็ตผู้นิยมประชาธิปไตย และจำนวนมากคือผู้ให้การสนับสนุนดร.ทักษิณ ชินวัตร ต้องหนียะย่ายพ่านจะแจจากบอร์ดราชดำเนิน พันทิป ที่ประจำการเดิม เพราะนโยบายผู้บริหารพันทิปเข้มงวดในหลายๆด้าน เกิดการยึดล็อกอินอมยิ้มกันง่ายๆเป็นเวลาเล่น คนเหล่านี้จึงพากันอพยพมาปักหลักที่บอร์ดของประชาไท

ประชาไทบอร์ดหลังจาก19กันยายนเป็นต้นมาจึงเป็นแหล่งหลักของฝ่ายต่อต้านเผด็จการ โปรประชาธิปไตย หรือสนับสนุนทักษิณ โดยที่ไม่เกี่ยวกับนโยบายใดๆของอาจารย์จอน รวมทั้งทีมงานอย่างจีรนุช เปรมชัยพร และชูวัส ฤกษ์ศิริสุข ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นคนที่โปรประชาธิปไตย แต่ไม่ได้โปรทักษิณอย่างใด

อย่างไรก็ดีในฐานะผู้ดูแลเวบบอร์ด จีรนุชต้องรับบทหนัก โดนไปหลายคดี รวมทั้งโดนบุกไปจับที่สำนักงาน โทษฐานลบที่สมาชิกบอร์ดประชาไทโพสต์ไปในทางหมิ่นเหม่ไม่ไวพอ ทางรัฐบาลตั้งข้อหาให้สารพัด และหากจะต้องถูกลงโทษตามนี้ก็ต้องติดคุกซัก100ปี ยิ่งกว่าราเกซปล้นแบงก์สตางค์แดงซะอีก...โห!!!

ล่าสุดเกิดเรื่องอีกเมื่อคุณbbbสมาชิกน้ำดีฝีมือยอดเยี่ยมในทางแปลข่าวต่างประเทศมาลงบอร์ดประชาไทเป็นประจำ โดนตำรวจไปดักจับตอนลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ หลังจากไปเที่ยวที่เวียนนา ออสเตรเลียกลับมา กำลังมุ่งหน้ากลับคฤหาสถ์200ตารางวาย่านรัชดา(ใครว่าเสื้อแดงจน มีแต่รากหญ้าฮึ!!?)

เนื่องจากประชาไทมีคนมีนักข่าวเยอะ สปอนเซอร์ก็ไม่มี แถมสมาชิกก็นะ มีเรื่องมาให้ทีมงานอยู่เสมอๆ(รู้หรอกว่าไม่ตั้งใจ)หากอยากให้ทีมงานประชาไทชื่นใจ โปรดอุดหนุนกันหน่อย วิธีก็มีงี้

1.ร่วมสมัครสมาชิกอุดหนุนประชาไท คลิ้กโลด

2.สมัครประชาไท SMS เพียง 29 บาท/เดือน
ทดลองใช้งานฟรี 14 วัน เพียงพิมพ์ข้อความ R 01 และส่งมาที่หมายเลข 4853560 (ใช้ได้ทุกระบบ AIS, DTAC, True Move)

3.ใครเอ็นดูคุณจีรนุชไม่อยากให้ติดคุก100ปี(จากผลงานท่านสมาชิก ที่ก็ไม่ได้ตั้งใจกันหรอกนะ)ร่วมลงชื่อสนับสนุนการรณงค์ให้รัฐยกเลิกการละเมิดสิทธิสื่อทางอินเตอร์เน็ต คลิ้กที่นี่

ลากไส้แก๊งเด็กนรกNATION

ที่มา Thai E-News



ผิดจากนี้กูให้เหยียบ-การนำเสนอ เล่าข่าวด้วยความอคติ ลำเอียง ยืนเคียงเผด็จการ ขายวิญญาณให้ปีศาจ ขาดการตรวจสอบรอบด้าน พิพากษาชี้นำทำลายความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ไร้ความเป็นวิชาชีพ หากผิดจากนี้ก็ไม่ใช่เรา


โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
3 พฤศจิกายน 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เคยนำเสนอเผยแพร่ไปแล้วครั้งหนึ่ง การนำมาเสนออีกครั้งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข่าวเจาะเชิงสืบสวนประเด็นNBC-เนชั่นปั่นหุ้นจอง ที่นำเสนออย่างเกาะติดในขณะนี้


สรยุทธ-กนก-ธีระ:หุ่นยนต์พิฆาตค่ายเนชั่น

ใน3-4ตัวนี่ว่าไปแล้ว สรยุทธ์น่าเห็นใจมันนะ ชั่วดีถี่ห่างมันก็ยังพยายามจะบอกว่ามันคือมืออาชีพ แต่อีก2ตัวนั่นมันเบ๊หยุ่นเขาหนะ เบ๊ก็ต้องอ่านว่าเบ๊แปลว่าเบ๊ จะให้มันทำเหี้ยอะไรมากกว่านี้ก็คงลำบาก

สรยุทธ์นี่ว่าไปแล้ว อย่างน้อยมันก็ยังมีพื้นฐานเป็นคนข่าวมามั่ง อย่างน้อยก็ไปหาข่าวใต้ถุนสภาปี2ปี ไปทำข่าวรังนกกระจอกอยู่ปี2ปี ก่อนจะมาเล่าข่าวได้ อย่างน้อยมันก็ร่ำเรียนมา หรือเคยอยู่งานสนามมามั่ง แต่อีก2ตัวนี่แม่งไม่มีพื้นฐานงานข่าวสนามมาเลยซักนิด

อันนี้ผมแทรกหน่อยนึง คนข่าวรุ่นลุงรุ่นพ่อนี่ไม่ใช่ทำข่าว2-3ปีมาเป็นบก.ได้นะ เริ่มต้นก็ต้องเป็นนักข่าวตระเวณก่อน ไปตามโรงพัก ไปตามที่มีเรื่องปล้นจี้กัน แล้วค่อยไปทำข่าวกระทรวง มือดีก็ไปทำข่าวกรมตำรวจ เจ๋งขึ้นมาก็สภา ทำเนียบ สายทหารอะไรงี้

อยู่จนโชกโชนเป็น10ปี ชักแก่ถึงได้ประจำกองบก. แล้วไม่ใช่เป็นบก.หรือบรรณาธิการเลยนะ มึงก็ต้องไปเริ่มที่ตรวจปรู๊ฟก่อน แล้วมาเป็นรีไรเตอร์(คือเรียบเรียงข่าวที่ไอ้พวกนักข่าวสนามส่งเข้ามา แล้วเอามายำ หรือรับข่าวทางโทรศัพท์จากนักข่าวสนามแล้วเรียบเรียง) ฝีมือดีหน่อยก็มาเป็นหัวหน้าข่าว ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยบก. เป็นบก. สุดท้ายแก่ได้ที่ไปหาข่าวเองไม่ไหว เป็นบก.ก็ชักหูตาลาย ก็ไปเป็นคอลัมนิสต์...แล้วอย่านึกว่าเป็นลุงแก่ๆประจำโรงพิมพ์นะ ไอ้พวกคอลัมนิสต์นี่ตัวมีอิทธิฤทธิ์เลยนะสัดด....นักการเมืองใครไปใครมาเป็นรัฐบาล ต้องขอกินข้าวมาซูฮกไอ้พวก18อรหันต์นี่หมด ไม่งั้นเจอรุม

ทีนี้ยุคหลังสื่อต้องเบ่งให้ตัวพอง ทำแค่หนังสือพิมพ์ไม่พอ มันก็แตกหน่อเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน เข้าไปทำวิทยุ ไปทำทีวีสารพัดที่เรียกว่าmulti-media มันไม่มีคนพอใช้ จะทำไงดี ก็ต้องเอาไอ้พวกวิ่งข่าวสนามนี่แหละมาเป็นมะม่วงบ่มแก๊ส คือลากมาประจำกองบก.หรือออกทีวีแม่งเลย



สรยุทธ์เขาก็มาเกิดในสถานการณ์ยังงี้ คือตอนนั้นหยุ่นไปได้สัมปทานITVแล้วออกหนังสือพิมพ์หัวสีคมชัดลึกมาแข่งไทยรัฐ เดลินิวส์ อยากจะโฆษณาแฝง ก็ไปมีรายการคมชัดลึกทางITV แรกๆหยุ่นก็ทำเอง แต่มันเป็นนายทุนมัวออกทีวีไม่ไหว เพราะเดี๋ยวต้องนัดป๋า นัดทหาร ตำรวจม นักการเมืองพอ่ค้ากินข้าวเย็น business talk ก็เลยบอก เฮ้ย!ไอ้เผือก(ชื่อเล่นสรยุทธ์) เอ็งมาทำทีวีคู่พี่หน่อยวะ คมชัดลึกนะ

ไอ้เผือกก็ไปไม่ค่อยเป็นตอนแรก ตื่นกล้องก็ตื่นกล้อง หน้าตาแม่งก็ออกตี๋ๆ หยุ่นก็บอกเอางี้ให้ช่างแต่งหน้าทำผมเอ็งนี่ หวีเรียบแปล้ขึ้นไปข้างบน น้ำมันชโลมหน่อย เอ็งก็ออกมาดูแก่แล้ว แว่นก็หาหนาๆหน่อย ดูแล้วแม่งมีภูมิ

ไอ้เผือกก็เลยมีlookอย่างที่ว่า แต่ก็เงอะๆงะๆตื่นกล้อง แล้วก็ต้องเดินแนวทางกับหยุ่นคือทำสีหน้าท่าทางมือไม้ให้แม่งดูเครียด คนดูก็ดูไปจะหงิกแดกตามมันไป...หยุ่นก็บอกไอ้เผือกท่าจะไม่รอดแล้วเว้ย คนดูบอกดูมึงแล้วไม่บันเทิง รายการทีวีที่ดีแม่งต้องบันเทิง มึงลดความเครียดลงหน่อยซิวะ

ไอ้เผือกก็ไปไม่ค่อยเป็น ไอ้เชี่ยก็กูเห็นพี่หยุ่นออกแนวเครียดๆ"นะกรั๊บๆ พูดมาฟันธงให้ชัดๆเลยกรั๊บ"กูก็เอาอย่างมั่ง ทำไมคนดูชอบพี่หยุ่น มาดูกูเสือกบ่นเครียด...สรุปคือตอนแรกไอ้เผือกก็ไม่ได้แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างนะ คือมันก็พยายามจะเป็นสุทธิชัยหยุ่น2 แล้วใครมันจะไปก๊อปปี้ใครได้

หยุ่นเลยแก้ปัญหาให้ว่า เอางี้ลดโทนจากเครียดๆวิเคราะห์การเมืองแบบฮาร์ดคอร์นี่ลงมาให้มันดูบันเทิงให้entertainคนดูหน่อย เอาเป็นแบบnews talkแล้วกัน หยิบข่าวมาพูดแล้วแสดงความเห็นหยอกมุกอะไรเข้าไป..ไอ้เผือกบอกพี่ผมเล่นไม่เป็น เอาไงดี

หยุ่นก็เลยไปลากเอากนกนี่มาเป็นตัวชงมุกให้ไอ้เผือกเป็นคนตบ ไอ้หนกชง ไอ้เผือกตบหน้าเน็ต...คนดูก็ชอบเพราะมันแปลกใหม่ อันนี้คือรายการเก็บตกจากเนชั่น แต่มาแจ้งเกิดนี่ทางNation channelคือTTVของลุงไกรวัฒน์นะ คนดูก็จำกัดเขตกรุงเทพฯปริมณฑล

ไอ้หนกนี่จบวารสาร ธรรมศาสตร์ เอกหนังสือพิมพ์ แต่จบมาแม่งไม่มีแวว เคยไปเป็นเด็กฝึกงานที่เนชั่น เขาก็ไม่เอาหนกทำงาน มันก็ไปสมัครที่ไหนเขาก็ไม่เอา ก็เลยไปเป็นดีเจจัดเพลงทางวิทยุ พวกเพลงป๊อบทั้งหลาย แล้วก็เอาข่าวนู่นนี่มาพูดหน่อยพอกล้อมแกล้ม ก็เงียบๆไม่ดัง หลังๆมาก็มาสมัครทำเป็นดีเจจัดข่าวกับหยุ่น

หยุ่นเห็นว่าเสียงไอ้หนกออกแนวFMก็ให้มันจัด เพราะเนชั่นก็ขยายงานไปสารพัดอย่างที่ว่าไปแล้ว ต่อมาก็เลยลากมันมาเป็นตัวชงให้ไอ้เผือกทางเนชั่นแชนัล แต่ชงไปชงมายังไงไม่รู้ ด้วยความที่ไอ้หนกมันไม่มีพื้นฐานเป็นนักข่าวสนามมาเลย มันก็ออกทะเลอยู่เรื่อย ไอ้เผือกตอนแรกก็เริ่มหงุดหงิด ก็กัดแม่งกลางจอ

กัดทีงี้เหวอะ...กะจะเอาให้ตายคาจอ เพราะไอ้เผือกติดนิสัยลูกพี่หยุ่นมา กูเอาใครมาออกทีวีนี่ขอกรูทำตัวเป็นนักฆ่าหน้าจอต้อนแม่งจนกระดาน หรือกัดมันเลือดสาดออกจอ สะใจคนดูซาดิสม์

แต่ไอ้เรื่องที่ไอ้เผือกกัดไอ้หนกเหวอะ กลายเป็นเรื่องคนดูทีวีเนชั่นเสือกชอบเว้ยเฮ้ย...ไอ้คนดูแม่งก็ซาดิสม์ได้เรื่องเหมือนกัน จากที่เริ่มมาจะเป็นตัวชง ไอ้หนกเลยกลายเป็นตัวลูกไล่ให้เผือกกัด...คนดูก็ออกแนวสงสารเห็นใจมัน เห็นตัวเล็กๆเตี้ยๆเท่าลูกหมา เสียงก็FMหน้ามันก็ออกทางหนูไม่รู้ประจำ คนก็เอ็นดู ก็เลยกลายเป็นรายการบันเทิงชนิดหนึ่งขึ้นมา...

กัดกันไปกัดกันมาจนดังได้ที่ ก็ไปเข้าตามิ่งขวัญตอนนั้นมาปลุกปั้นแดนสนธยาช่อง9ให้เป็นโมเดิร์นไนน์ มิ่งขวัญก็ช็อปตัวสรยุทธไปทำรายการคล้ายๆคมชัดลึกเดิม รอบค่ำ4ทุ่ม

ตอนบินหนีจากเนชั่นไปอยู่ช่อง9ทำรายการ"ถึงลูกถึงเมีย” เอ๊ย ถึงลูกถึงคนนี่ ไอ้เผือกก็เป็นเผือกnew lookแล้ว คือไม่ใช่ไอ้ตี๋หน้าจืด เสยผมเรียบแปล้ ยกมือไม้พูดจาทีคนดูหงิกแดก เพราะเครียดกับมันอย่างตะก่อนแล้ว

ไอ้เผือกรู้แล้วว่า การทำทีวี แม้จะเป็นเรื่องจริงจังอย่างเล่าข่าว มันก็ต้องEntertainคนดูด้วย

ที่สำคัญต้องจับประเด็นที่ผู้คนสนใจ หรือที่วงการเรียกว่าhuman interesting พูดง่ายๆคือหากเทียบการทำหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบNation หรืออย่างกรุงเทพธุรกิจ มติชน มันต้องจับกลุ่มเป้าหมายใหญ่แบบบ้านๆอย่างไทยรัฐ เดลินิวส์

คนที่เอามาสัมภาษณ์ก็ไม่จำเป็นต้องผูกไท ใส่สูท อย่างพวกท่านปลัด อธิบดี รัฐมนตรี นายกฯห่าเหว แต่ต้องหาคนสนุกๆมีสีสันอย่างชูวิทย์อ่าง หมอพรทิพย์พุดเดิ้ล เจ๊เจ้าของบ้านสีดำ ยายไฮพังเขื่อน หรือผู้การวิสุทธ์มือปราบน้องแน็ตอะไรประมาณนี้....ไอ้เผือกก็เลยดังระเบิด ด้วยเรื่องบ้านๆ การมงการเมืองนี่ก็นานๆที แต่ขออย่าง กูต้องไม่หาศัตรูแบบหยุ่นทำ

หยุ่นก็แค้นตาแม้น กูอุตส่าห์ปั้นมา ไอ้เผือกหนีไปแจ้งเกิดรวยซะแล้ว ก็ดันไอ้หนกขึ้นเป็นเบอร์1ของเก็บตกเนชั่น แล้วก็หาคู่หูมาให้ หาใครก็ไม่ได้ เลยเหล่ไปเจอเด็กที่เคยยกกล้องแบกกล้อง ต่อมาให้เป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์(คือตำแหน่งขี้ข้าสารพัดในรายการทีวีหนะแหละ เช่น โทรนัดแขกมาออกรายการ ยกน้ำเสิร์ฟแขก เตรียมออกรายการ ประสานกล้อง ช่างทำหน้าทำผม ชงกาแฟให้คนดำเนินรายการ"

"เฮ้ย!ไอ้ฮุย พี่จะให้เอ็งออกกล้องมึงสนมั๊ย"หยุ่นพูดขึ้นในวันหนึ่ง หลังจากเหล่หาใครไม่เจอว่าจะเอาใครมาเป็นลูกไล่ให้ไอ้หนก

ไอ้ฮุยที่ว่านี้ มีชื่อจริงตามสำเนาทะเบียนบ้านว่า ธีระ ธัญไพบูลย์


คุณๆสังเกตกันไหม แก๊งเด็กนรกเนชั่นนี่จะมีความเหมือนๆกันอยู่2-3อย่างคือ

1.ไม่ได้เป็นนักข่าวสนามมาก่อน(ยกเว้นไอ้เผือก-สรยุทธ มีประสบการณ์ข่าวสนามมาบ้าง2-3ปี) อย่างไอ้หนกนี่เป็นดีเจจัดรายการเพลงอัสนี-วสันต์ อ้อมสุนิสา พี่เบิร์ดมา ไอ้ฮุย-ธีระนี่เด็กยกฉากแบกกล้องชงกาแฟ โทรสายต่อแขก จอมขวัญก็มาจากแปลข่าวต่างประเทศก๊อกๆแก๊กๆ อันนี้มันก็ทำให้พื้นไม่แน่น โดยเฉพาะหากมึงต้องมาว่าด้วยเรื่องข่าวการบ้านการเมือง คือพวกมึงไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ มันก็เลยฟ่ามๆ

2.ไม่ได้เป็นactivistหรือเด็กกิจกรรมมาก่อน ซึ่งอันนี้จะต่างจากหลายๆค่าย อย่างผู้จัดการ มติชน อาทิตย์ของชัชรินทร์ แนวหน้า ไทยรัฐ เดลินิวส์ INN บางกอกโพสต์ ไทยโพสต์ เขาจะเลือกเด็กActivistมาก่อน ข้อดีคือไอ้พวกนี้มันกระฉับกระเฉงลุยงาน ข้อเสียคือไอ้พวกนี้มันมีชุดความคิดบล็อกในหัวมาแล้ว พูดง่ายๆว่าปกครองยาก ล้างสมองก็ยาก เพราะเด็กมันแก่แดด หยุ่นเอาอย่างแก๊งเด็กนรกที่ไม่ใช่Activistมาทำงานก็สบายยังงี้ คือพวกนี้มันเด็กว่าง่าย เอาอะไรใส่หัวให้มัน มันก็รับไว บอกให้มึงศรัทธาใคร เกลียดใคร ให้พวกมันไปกัดใครแทน มันก็ทำถวายชีวิต...

จะต่างจากพวกเด็กกิจกรรมมหาลัย ไอ้พวกนี้ไม่ได้ทำงานให้ใครเพราะมันศรัทธา แต่มันจะซักจะถามจะสงสัย และมีกรอบแนวคิดชนิดหนึ่งว่า ที่มันต้องทำลงไปนั้น เป็นประโยชน์หรือผลเสียแก่บ้านเมืองส่วนรวม...คนอย่างนี้ไม่ได้เกิดที่Nation คือมันก็เป็นเวรกรรมของหยุ่น คือตอนมันหนุ่มๆมันไปทำกับเจ้านายเก่าไว้มาก หักเขาไปทั่ว แก่ตัวมามันเลยหาเด็กๆโนเกี๊ยะหัวอ่อนมาใช้ดีกว่า เอาอะไรยัดใส่กบาลมันก็รับหมด จะให้มันเป็นม้าใช้ ส่งไปกัดใคร มันเหมือนหุ่นยนต์พิฆาต ไม่ต้องเคยถามว่า ที่เราทำๆนี่มันไม่เหี้ยหรือครับพี่ บ้านเมืองเสียหายนะพี่...ไม่มี!

3.ทั้งหมดนี่เป็นคนกรุงเทพฯ สเป็คตี๋หมวยถูกจริตคนกรุงเทพฯ ถึงหยุ่นจะเป็นคนสงขลาบ้าสะตอ แต่พอจะหาเด็กออกหน้าจอนี่เห็นไหม ไม่มีเลยที่เป็นเด็กสะตอ จะต่างจากค่ายอื่นๆ หากคุณๆว่างไปเดินเล่นใต้ถุนสภา หรือรังนกกระจอกทำเนียบนี่ ก็ต้องคิดไว้ก่อนว่าภาษาทองแดงถือเป็นภาษาราชการของนักข่าว ส่วนภาษากลางนี่เอาไว้ใช้ถามแหล่งข่าวก็พอ พวกมันคุยกันเองก็สะตอแตกทั้งนั้น...

เด็กกรุงเทพฯไม่พอ ต้องมีเชื้อด้วย คือต้องกากี่นั้งทั้งไอ้เผือก ไอ้หนก ไอ้ฮุย จอมขวัญอะไรพวกนี้กากี่นั้งหมด เพราะมันต้องทำรายการเอาใจคนดูชาวกรุง แล้วก็คนเมือง ซึ่งเป็นกากี่นั้งด้วยกัน ส่วนพวกทองแดง หรือออกลาวนี่หยุ่นก็มีไว้มั่งเป็นไม้ประดับไว้ออกข่าวภูมิภาคอะไรกันไป...ไม่เคยมีใครดูพวกมันหรอก

4.ไอ้พวกนี้ต้องแสดงออกทางสีหน้าท่าทางกวนตีนกันทุกตัว อันนี้มันก็ไม่ได้เป็นมาแต่เกิดนะ พ่อหยุ่นสอนมัน พ่อหยุ่นบอกว่าการทำรายการทีวีมันต้องมีภาษากายแบบรายการทีวีฝรั่ง พวกมึงจะมานั่งทื่อมะลื่อนี่ไม่ได้ เอาให้คนดูเห็นๆว่าพวกมึงเกลียดโกรธ บูชาๆคนที่มึงสัมภาษณ์ หรือกำลังพูดถึงให้เห็นตำตาเลย

ดังนั้นเวลาแก๊งเด็กนรกนี่ออกหน้าจอมันก็ทำตามพ่อหยุ่นมันฝังใส่กบาลมานั่นแหละ...

เดี๋ยวไปว่าต่อแต่ละตัว อันนี้ถือว่าแทรกมุก ให้รู้จักแบ็คกราวนด์ตัวละครพอสังเขป



พื้นฐานไอ้ฮุยนี่ก็ไม่ได้เป็นนักข่าวสนามมาเหมือนไอ้หนก ความคิดความอ่านการเมืองก็ไม่มีห่าอะไรเลย ก็เหมือนเด็กทั่วๆไปที่เกิดแล้วรู้ความสมัยป๋าเป็นนายกฯ คือวันๆก็โดนกรอกหูกรอกตาด้วยเรื่องซาบซึ้งน้ำตาไหลพราก

ไอ้ฮุยนี่เป็นเอามากถึงขั้นเมียมันจะคลอดวันที่14ธันวานะ แล้วมันนี่ได้ชื่อว่าเป็นคนกลัวมอสระเอียชนิดได้โล่กับเขาคนหนึ่ง ยังอุตส่าห์พาเมียไปผ่าลูกออกก่อนกำหนด คุณๆเดาไม่ผิดหรอกมันผ่าออกตอนวันที่5ธันวาคมพอดี๊พอดี

เพราะงั้นเวลาไอ้ฮุยเล่าข่าวว่าไอ้เหลี่ยมจะล้มล้าง หรืออีเพ็ญจะจับอาวุธลุยถั่วล้มล้าง หรือไอ้พวกเสื้อแดงหมิ่นอะไรต่างๆนี่ มันก็เลยจะออกมาธรรมชาติมากๆ อันนี้พ่อหยุ่นไม่ต้องล้างสมองมา มันเป็นงี้มาแต่เกิด

แล้วเพราะความฟ่ามของไอ้ฮุย ไอ้หนก จอมขวัญที่ว่ามันไม่มีพื้นฐานงานข่าวสนามมาก่อนหนึ่งหละ แล้วก็ไม่เคยผ่านการเป็นเด็กแอ๊คทิวิสต์ในมหาลัยมาด้วยหละ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าconceptual frameworkของมันเรื่องของกิจการบ้านเมือง เรื่องในเชิงidealisticsอะไรทั้งหลายแหล่เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อสังคมส่วนรวม เพื่อคนด้อยโอกาสคนยากคนจนนี่เลยไม่ต้องมี มันมองไปเจอเสื้อแดงมากันเป็นแสนหลายแสนนี่ ที่มันคิดคือสามแสนคน หัวห้าร้อย คุณกันแล้ว ไอ้เหลี่ยมต้องควักเท่าไหร่วะ?....ขี้ชัดๆนะในหัวไอ้พวกเหี้ยนี่

การทำรายการทางเนชั่นมันก็เลยออกมาอย่างเห็นๆ แม่งจะแสดงภูมิปัญญาอะไรได้เพื่อประเทศชาติบ้านเกิด คุณคิดเหรอว่างาช้างมันจะงอกออกมาจากปากหมาเน่าๆอย่างไอ้เหี้ยสองตัวนี่

ไอ้หนกก็นะ ตอนแรกทำรายการไอ้เผือก เป็นลูกไล่ไอ้เผือกออกแนวหงิมๆคนก็เอ็นดูสงสารมัน มันก็เอาใหญ่อ้อนแฟนๆว่า ผมเป็นคนจีนก็จริงแต่ยากจนอนาถา ตอนเด็กมีแฟนอยู่คน มีปัญญาแค่ซื้อแอ็ปเปิ้ลให้กิ๊กกินลูกเดียว จากนั้นก็พลัดพรากจากกัน...พอมามีหนังแฟนฉันเข้าโรงดังบึ้ม ไอ้นี่ก็เข้าไปเขียนประกาศในห้องเฉลิมไทย เวบไซต์พันทิป สะดีดสะดิ้งบอกอยากพาแฟนฉันสมัยเด็กไปตีตั๋วดูหนังรำลึกความหลังกัน....ไอ้ดอก!ลูกผัวเค๊ามีมันคิดมั่งมั๊ย


นอมินีของกนก-ลักขณา รัตน์วงศ์สกุล อดีตเลขานุการผู้บริหารเครือNATION ภรรยาของกนก รัตน์วงศ์สกุล ตอนนี้เป็นกรรมการบริหารบริษัทเนชั่นบรอดแคสติ้ง จำกัด(มหาชน)-NBCหุ้นน้องใหม่ที่กำลังเปิดขายในตอนนี้ และจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นMAIในวันที่11พ.ย.นี้ ขณะที่"เมีย"เป็นกรรมการบริหารบริษัทนั้น กนกซึ่งเป็น"สามี"สวมบทคนเล่าข่าวของเนชั่นได้โหมโฆษณาผ่านทางทีวีและวิทยุเนชั่นเกินจริงให้คนซื้อแล้วจะ"รวยเละ รวยไม่รู้เรื่อง" ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีโทษจำคุก 2 ปี ที่สำคัญคือ"น่าเกลียด"!(อ่านรายละเอียดข่าวนี้ คลิ้่กที่นี่)


ไอ้พวกเฉลิมไทยก็สะดีดสะดิ้งตอแหลลุ้นไปกับไอ้เหี้ยหนกกันยกใหญ่ ติดตามกันเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวพระราชสำนัก เอาไปเอามาไอ้หนกต้องเอาจริงเพราะแรงยุของพวกสะดีดสะดิ้งปัญญาสะตึในเหลิมไทย ผู้หญิงเขาไม่ยอมออกมา ไอ้ห่ารากนี่เอารถไปตามเขาถึงบ้าน ลากเมียเขาออกมา...ผัวเขาก็นั่งกัดฟันกรอดๆรออยู่ที่บ้าน ไอ้เชี่ย แฟนฉันก็จริง แต่อีนี่มันเมียกูนะสัดดด...!

ส่วนเมียไอ้หนกก็เรื่องรัยจะปล่อยแม่งไปแหววกับแฟนฉันสองต่อสอง แฟนฉันก็ใช่ แต่ไอ้หนกนี่ผัวกูนะอีดอก มันก็เลยไปนั่งคั่นกลาง...คนทั้งโรงก็ดูไปฮากันไป ส่วนไอ้หนกกับเมียพร้อมกิ๊กนี่นั่งหายใจฟืดฟาดๆๆ กว่าจะจบเรื่องได้ ลงท้ายไอ้เจี๊ยบอีน้อยหน่าไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งยังไง

ไอ้หนกกับเมียมัน รวมทั้งแฟนฉันและผัวเขา ก็แทบจะบ้านแตกฉันนั้น...

กลับมาฝั่งไอ้เผือกมั่ง ตอนนี้ต้องใช้คำว่าเสี่ยนำหน้าแล้ว เพราะรายการถึงลูกถึงเมียฮิตระเบิด เจ๊มิ่งก็เลยจะเปิดรายการใหม่ให้เป็นเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ไอ้เผือกเลยต้องไปทาบไอ้หนกมาเป็นลูกไล่ที่ช่อง9 ไอ้หนกเลยได้อาศัยเกาะไอ้เผือกดัง เพราะมันทำตัวน่าเอ็นดูให้ไอ้เผือกสับโขกเล่นเป็นที่บันเทิงของคนดู

ไอ้เผือกก็สร้างวีรกรรมไว้เยอะที่ช่อง9อย่างรู้ๆกัน เรื่องเงินๆทองๆทั้งนั้น ทั้งอมเงินค่าโคดสะนา100กว่าล้าน ทั้งเรื่องให้คนดูส่งSMSมารายการแล้วแทนที่มันจะแบ่งให้ช่อง9เขา ไอ้ห่ารากนี่อมซะเอง ไหนจะเรื่องtry in หรือโคดสะนาแฝงเวลาเชิญแขกเชิญใครมาออกรายการที่พอจะมีตังค์ไถได้

แต่คุณงามความดีมันก็มากคือมันสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการเยอะมาก แล้วก็ให้ผมพูดตรงๆนะ มันสลัดเงาของหยุ่นได้พอสมควร คือไม่ต้องเป็นขี้ตีนรับใช้เป็นหุ่นยนต์พิฆาตให้หยุ่น ดังนั้นพวกเสื้อแดงอาจจะไม่ถูกใจมัน แต่อย่าลืมว่าไอ้พวกเสื้อเหลืองก็ด่ามันยับ หาว่ามันเป็นคนของระบอบทักษิณ...ผมว่ามันก็ตรงไปตรงมา อย่างตอนไอ้พวกเหี้ยเหลืองยึดสนามบิน มันก็เล่นตรงๆว่า80ลำนะเว้ยเฮ้ย พวกมึงยึดเขาไว้ มันก็กดดันให้เหี้ยเหลืองปล่อยเครื่องบินตัวประกันได้ พวกมุสลิมก็ได้ไปเมกกะห์ก็เพราะมันออกแรง ไม่งั้นก็แห้งตายอยู่สุวรรณภูมิ....

ไอ้เผือกนี่อย่างน้อยมันก็มีพื้นฐานนักข่าวสนามมา มันมีconceptualของมัน ถึงใครจะด่าว่าออกดัดจริต แต่การที่มันเน้นเรื่อง”สามัคคีประเทศไทย รักในหลวง บลาบลาบลา”…ผมก็ว่ามันไม่ได้เหี้ยเหมือนไอ้หนก ไอ้ฮุยที่มีแต่”คอนเซ็ปชั่ว”ลูกเดียวนะ ว่ามั๊ยสัดดด?

ว่ากันตรงๆคือมันก็คือ”พ่อค้า”คนหนึ่งแหละ มันถือตำรากากี่นั้งว่า”กินขี้หมาดีกว่าค้าความ”มันไม่อยากหาศัตรู จะได้ทำมาหาแดกไปได้เรื่อยๆ แสดงออกว่ากรูเดินสายกลาง ไม่เข้าใครออกใคร

แต่อย่ามีลูกหลุดถึงตีนกูนะ อย่างรถแก๊สดินแดงตอนสงกรานต์ มันก็ต้องตามน้ำว่า”ก็นี่แหละครับ!”ซักหน่อย....ไอ้เรื่องจะเหี้ยก็คือว่าการที่จะสืบเสาะหาข้อเท็จจริงนี่เสือกไม่ทำ ว่ากันไปตามกระแส ไม่รู้แม่งจริงไม่จริง มันก็ตามน้ำไปก่อน..”ก็นี่แหละครับ คุณผู้ชมครับ”...มึงก็ทำการบ้านหน่อยซีว้าไอ้เผือก....อย่าเสือกมักง่าย มึงมักง่ายก็ต้องโดนกูด่า ...ก็นี่แหละครับ

หลังรัฐประหาร19กันยา เจ๊มิ่งไป ไอ้เผือกก็หลุดช่อง9 ไปประจำช่อง3มันก็ไม่เดือดร้อนหรอก ก็ยังเป็นเสี่ยเหมือนเดิม จะเดือดร้อนหน่อยก็ไอ้เตี้ยหนกนี่เสือกด่าไล่หลังเพื่อนว่า”กูทำงานกับคนโกงไม่ได้”

..อ้าว!ไอ้เตี้ยนี่ออกลายเนรคุณเพื่อน มาได้เกิดช่อง9ก็ไอ้เผือกลากมา ไม่งั้นก็แคระตายอยู่ช่องเนชั่น พอเพื่อนล้มไอ้เตี้ยโดดข้ามไม่พอ แม่งขอตื้บฟรี1ดอก ไอ้สัดดด

พอหลัง19กันยาก็อย่างที่เห็นคือไอ้หนกคนเดียวไม่พอ ไอ้ฮุยตามมาด้วย จอมขวัญตามมาติด หยุ่นตัวพ่อก็มาโผล่ เล่นแม่งเป็นลูกระนาด3 5 7 9 NBT ส่วนTPBSนี่ให้หย่องแดกเรียบ เพราะมันมีข้อตกลงกับปีศาจอย่างที่ผมว่ามาก่อนๆนี้

บางทีหาเรื่องเล่นไม่เจอ ไอ้ฮุยก็มามุกด้านๆเลย บอกได้ฟอร์เวิร์ดเมล์จากทางบ้าน(ก็ไอ้พวกเหี้ยเหลืองนะแหละ)บอกวันนี้ให้ใส่เสื้อเหลืองทั้งประเทศนะ เพราะหมอผีเขมรเล่นของสะกดเมืองไทยให้ยกเขาพระวิหารให้มัน....ขอเชิญชวนประชาชนไทยนะ
ครับทั้งชาติแค่รวมใจใส่เสื้อเหลืองแก้เคล็ด วันนี้เห็นมั๊ยผมยังใส่เสื้อเหลืองออกทีวีเลย

วีณารัตน์ แซ่เล้านั่งจัดคู่ด้วยอายก็อาย ทุเรศก็ทุเรศเลยแขวะไอ้ฮุยว่าเธอนี่ก็เป็นเอามากนะ จะเล่นของไปถึงไหน เมืองไทยก็มีพระสยามเทวธิราชปกป้องคุ้มครองอยู่แล้ว ไอ้ฮุยนี่มีเคืองออกหน้าจอให้เห็น พอพักโคดสะนากลับมามันก็แก้ตัวดิบๆเลยว่า หันไปเล่นมุมว่ากูนี่ไม่ได้บ้าไสยศาสตร์เว้ย กูนี่ก็วิทยาศาสตร์เหมือนกัน

ว่าแล้วไอ้ฮุยก็เล่าข่าวว่า นอกจากเรื่องไสยดำมนต์เขมรแล้วเนี่ย พอดีวันนี้เกิดสุริยุปราคาด้วย แล้วก็เล่าว่าอันนี้เป็นปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์นะ โลกบังดวงจันทร์บังอาทิตย์กี่องศาฟิลิปดาห่าเหวยาวเลย วีณารัตน์ แซ่เล้าได้ทีแขวะว่า”อ่า ไปดูสุริยุปราคานี่ไม่ต้องใส่เสื้อเหลืองดูหรอกนะ...”

ไอ้ฮุยเสือกไม่ขำ รายการจบพอดี วีณารัตน์ แซ่เล้าโดนไอ้ฮุยตบคว่ำหรือเปล่า ข่าวไม่ได้แจ้ง

********************
อ่านซีรีส์สุดมันส์ทั้งชุด ลากไส้วงการสื่อทุกขด:


อ่านรวมฮิต"ลากไส้สื่อเห้"โดยคลิ้กดาวน์โหลดที่นี่http://www.4shared.com/file/108373645/c6fbb65d/Bad_Media_Series-.html

สารบัญซีรีส์สุดมันส์ลากไส้สื่อเห้

(-ตอน1):ค่ายเนชั่นข้อตกลงกับปีศาจ เบื้องหลังโชคมหาศาล มันคืออาชญากรรม
(-ตอน2):จากไดโนเสาร์กลายพันธุ์มาเป็นเหี้้ย
(-ตอน3):ลิ้มนักแบล็กเมล์เจอแบล็กลิสต์ เจาะลึกสำราญ รอดเพชร
(-ตอน4):สมาคมสื่อโจร พวกมึงแหละตัวดีที่ต้องหยุดทำร้ายประเทศไทย
(-ตอน5):ขุดประจานแก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก สรยุทธ
(-ตอน6):ชื่อของนก นามของไม้ ศักดิ์ศรีของคนชายคามติชน
(-ตอน7):เปลว สีเงินปฏิบัติการแค้นฝังเหลี่ยม
(ตอน8)'จารย์เจิมเสือเจ็บร้อง"เอ๋ง"!
(-ตอน9):ชำแหละอ.ย.ม.ชัยอนันต์ สู่อ.ล.ม.กุนซือลิ้ม
(-ตอน10):ภารกิจลับระดับสูงของปีย์-พญาไม้-ไพศาล
(-ตอน11):แทงกั๊กสไตล์ไทยรัฐมีตั้งแต่เหลืองอื๋อไปยันแดงแปร๊ด
(-ตอน12):อัญชะนีชีวิตนี้พลีเพื่อเฮียเอี่ยม
(-ตอน13):เปิดโฉมหน้าอรหันต์คอลัมนิสต์ไทยรัฐ
(-ตอน14):บุญเลิศ ช้างใหญ่,นงนุช สิงหะเดชะ,ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์
(-ตอน15):อาจารย์สุนันท์ ศรีจันทรา-โสภณ องค์การณ์ แสบคูณสอง
(-ตอน16):ยำใหญ่คนอ่านข่าวหน้าจอทีวี พวกเขากับเจ้าหล่อนคือใคร?
(-ตอน17):ประชาทรรศน์ ไฮทักษิณ ประดาบ สื่อลูกกะโปกห้อย
(-ตอนจบ):กำเนิดและอวสานของมหากาพย์ถลกหนังสื่อเหี้้ยมม.ม้าหาย

(ตอนพิเศษ):แฉ!เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้านTNEWSกับภารกิจ"ลึกลับระดับสูง"จากพฤษภาทมิฬสู่การปูดข่าวป้ายสีเสื้อแดงล้มสถาบัน

หรือคลิ้กอ่านรวมบทความทุกตอนที่ลิ้งค์นี้ http://www.thaienews.blogspot.com/2009/05/blog-post_7852.html

เกิดอะไรที่"ปักษ์ใต้"

ที่มา มติชน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12

โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ



เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ มีฐานการเมืองที่มั่นคง โดยเฉพาะในภาคใต้ แทบไม่มีใครเชื่อว่าพรรคการเมืองไหนจะเข้าไปแทนที่พรรคประชาธิปัตย์ในใจประชาชนได้

ก่อนหน้านั้น มีการประเมินว่าหลังการสร้างฐานมวลชนอย่างเป็นระบบของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ "ม็อบเสื้อเหลือง" ที่ต่อมาพัฒนาสู่การก่อตั้ง "พรรคการเมืองใหม่" เพื่อเข้ามาเล่นการเมืองในระบบจะเป็นพรรคที่แย่งฐานเสียงภาคใต้ของประชาธิปัตย์ได้

แต่หลายฝ่ายเห็นว่าการประเมินแบบนั้นเป็นการมองพรรคประชาธิปัตย์ในราคาต่ำเกินจริง

ไม่มีทางที่พรรคการเมืองใหม่จะเข้ามาแทนพรรคประชาธิปัตย์ในหัวใจประชาชนภาคใต้ ที่คนภาคใต้จำนวนมาก "ใส่เสื้อเหลืองเข้าร่วมกับม็อบ" เพียงเพราะแนวทางของ "ม็อบเสื้อเหลือง" มุ่งล้มรัฐบาลก่อนหน้านั้น เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลแทน

คนใต้ไม่ได้ยืนอยู่ด้วยความเชื่อในแกนนำม็อบเสื้อเหลือง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีไหนก็เปลี่ยนใจคนใต้ส่วนใหญ่ที่ภักดีกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้

คือเรื่องที่นักประเมินทางการเมืองเชื่อก่อนหน้านั้น

แต่ถึงวันนี้มีเค้ารางบางอย่างที่ให้กลิ่นแปลกๆ ทางการเมืองภาคใต้เสียแล้ว

เมื่อสหภาพรถไฟสั่งหยุดการเดินรถสายภาคใต้ และเกิดความขัดแย้งกับผู้บริหาร มี ส.ส.ประชาธิปัตย์บางคนเห็นว่า "ม็อบเสื้อเหลือง" หนุนหลังสหภาพรถไฟ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

ปรากฏว่า ผู้นำม็อบเสื้อเหลืองออกมาถล่มพรรคประชาธิปัตย์เสียยับทำนองว่าโยนเผือกร้อนมาให้พวกตัว

ประเด็นที่ชวนให้ตื่นเต้นคือคำของ สุริยะใส กตะศิลา ในฐานะว่าที่เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ แกนนำคนสำคัญของ "ม็อบเสื้อเหลือง" ที่ออกมาท้าทายตรงๆ กับพรรคประชาธิปัตย์

"ขอฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอาคม เอ่งฉ้วน และนายประมวล เอมเปีย ที่ออกมากล่าวหาพรรคการเมืองใหม่ หรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย ว่า ถือเป็นการกระทำเพื่อประกาศการเป็นศัตรูใช่หรือไม่ หากต้องการเป็นศัตรูก็ขอให้พูดมาเลยอย่าหลบซ่อน ไม่มีใครกลัวอยู่แล้ว จะได้รู้ว่าคนภาคใต้จะเลือกใครระหว่างพรรคการเมืองใหม่กับพรรคประชาธิปัตย์"

แบบนี้ไม่น่าจะธรรมดา "สุริยะใส" เป็นแกนนำระดับวงในของ "พรรคเสื้อเหลือง" ย่อมมีข้อมูลประเภท "รู้เขารู้เรา" ไม่น้อยกว่าใคร ลองกล้าท้าทายขนาดนี้ แสดงว่ามีความเชื่อมั่นว่า ฐานเสียงภาคใต้แปรเป็นเสื้อเหลืองแท้ๆ ไปแล้วไม่น้อย

ที่น่าสังเกตก็คือ ปกติคนพรรคประชาธิปัตย์หากถูกท้าทายแบบนี้ ไม่มีทางอยู่เฉยๆ โดยเฉพาะโฆษกแบบ เทพไท เสนพงศ์ จะต้องประดิษฐ์คำมาโต้ให้เลือดพล่านกันไปข้าง

แต่งานนี้สารพัดโฆษกเงียบกริบ กระทั่ง "อาคม เอ่งฉ้วน" ที่ถูกพาดพิงยังต้องปิดปาก

ที่สำคัญทั้ง ถาวร เสนเนียม และ ชวน หลีกภัย ต้องวิ่งโร่ไปดูแล "ผู้นำสหภาพรถไฟ" จน โสภณ ซารัมย์ ที่สั่งให้เอาจริงกับพวกสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ต้องถามพรรคพวกว่า "ประชาธิปัตย์" เล่นอะไรอีก เพราะปกติคนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมเสียหลักการถึงขนาดนี้

"พรรคเสื้อเหลือง" มีอะไรเด็ดจึงท้าทายขนาดนั้น หนำซ้ำประชาธิปัตย์ยังออกอาการหงอเอาดื้อๆ

หรือว่า "การเมืองใหม่" ความหมายที่แท้จริงอยู่ที่การทำให้พรรคเก่าแก่อย่าง "ประชาธิปัตย์" ตกเวที

ก่อนการยุบสภา เรื่องราวของฐานการเมืองในภาคใต้ เป็นเรื่องที่ควรติดตามยิ่ง

"จิ๋ว"เปิด"ไทยร่มเย็นฯ" ดัน"นครปัตตานี"แก้ไฟใต้

ที่มา ข่าวสด

รายงานพิเศษ




พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงเปิดนโยบาย "ไทยร่มเย็น เป็นมิตรเพื่อนบ้าน" เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา

เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะใช้ขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน มีรายละเอียดดังนี้

ที่ผ่านมาบ้านเรามีปัญหาเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติมาตลอด และเริ่มรุนแรงมากขึ้นหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดมากขึ้น

ความขัดแย้งได้แบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งหลังรัฐ ประหาร รัฐบาลหวังแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง แต่แก้ไม่ถูก แก้ไม่เป็น จึงเห็นใจรัฐบาลที่มารับผิดชอบเพราะเขาอยากทำให้ดีที่สุด

แต่รัฐบาลไม่มีแนวทางที่ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าจะแก้ได้

เนื่องจากมุ่งเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งที่ความเป็นจริงการแก้เศรษฐกิจไม่ใช่ปัญหาหลักของชาติ หากแก้ปัญหาความขัดแย้งคนในชาติได้ การลงทุนจากภายนอกจะหมุนไปตามวงจรของมันเอง

ความขัดแย้งในชาตินั้นส่งผลถึงประเทศเพื่อนบ้าน เพราะประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในอาเซียน เป็นความหวังจากมิตรประเทศที่จะผลักดันในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่ออาเซียน ซึ่งเขารู้สึกผิดหวังเรา ดังนั้น ความสัมพันธ์เรากับเพื่อนบ้านจึงน่าห่วงใย

สาเหตุที่ออกมาชี้แจงไม่ได้มุ่งหวังกล่าวโทษนำสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้องมาพูด แต่หวังว่าแนวทางพรรคเพื่อไทยเพื่อจะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งคนในชาติ

ขณะเดียวกัน เรื่องความขัดแย้งพื้นที่ 3 จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามายังไม่เห็นการแก้ไขเหมือนกัน

แม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะเป็นคนขยัน ตั้งใจทำงาน แต่แก้ไม่ตรงกับปัญหา

การที่นายกฯ ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปพบนักธุรกิจ 5 จังหวัดใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และพูดทุกปัญหา แต่ไม่ได้กล่าวถึงความขัดแย้งคนในพื้นที่ ซึ่งน่าเสียดาย

เราบอกกับสังคมมาตลอดว่าความขัดแย้งวันนี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่ และเรายังไม่มีรัฐบาลโดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งนี้จึงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข ดังนั้น เราจึงต้องเสนอแนวทางแก้ปัญหา

ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในอดีตแก้มามากแล้วถึง 18 ฉบับ แต่ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติก็ยังแก้ไขไม่ได้ ทางที่ดีควรรวมพลังมาทำงานให้ประชาชนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

อย่างรัฐบาลจีน ถึงแม้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ให้ความสำคัญกับประชาชนก่อน จากนั้นจึงมาแก้ไขพัฒนาเรื่องการปกครอง ซึ่งต่างจากสหภาพโซเวียต สมัยประธานาธิบดีมิกฮาอิล กอร์บาชอฟ ขณะนั้นที่มัวยึดหลักระบบให้เป็นไปโดยประชาชน เพื่อประชาชน มุ่งเน้นแก้รัฐธรรมนูญ จนประเทศเกิดความเสียหาย

ที่ยกตัวอย่างเพราะไม่อยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ถูกทาง การแก้ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็น แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการ จึงเป็นห่วงว่าถ้ายังเป็นเช่นนี้พี่น้องจะลุกขึ้นมาแก้

และวันนั้นเราจะเสียใจที่สุดคือการใช้ความรุนแรง

สำหรับการสร้างความเป็นธรรมในภาคใต้ไม่ใช่ เรื่องยาก ปัญหามาจากความคับแค้น เพราะการเมืองการปกครองที่ไม่เป็นธรรม หากจับจุดตรงนี้ได้ก็แก้ปัญหาได้

พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทาง "นครปัตตานี"

มีลักษณะคล้ายกับนครเชียงใหม่ คือ ให้มีการออกพระราชบัญญัติกำหนดให้ประชาชนดูแลตัวเอง โดยให้เกียรติกับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังอยู่ภายใต้รัฐ ธรรมนูญและกฎหมายไทย ส่วนรายละเอียดขึ้นอยู่กับรัฐบาล

วันที่ 3 พ.ย.นี้ ผมจะลงไปในพื้นที่ปัตตานีเพื่อร่วมสัมมนากับภาคประชาชนและองค์กรต่างๆ คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานกว่า 2,000 คน

ถึงเราไม่ได้มีอำนาจ งบประมาณ หรือกำลังทหาร แต่คนในพื้นที่ยังมีน้ำใจให้กับเรา ตอบรับร่วมดำเนินงานกับเรา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลมากกว่าเงินทอง

ส่วนนโยบายเป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีความสำคัญมาก แต่ไม่เข้าใจทำไมผู้ปกครองของเราถึงไม่เข้าใจตรงนี้ อยากให้เข้าใจคติที่ว่าสิ่งใดที่อยู่ใกล้สำคัญกว่าสิ่งที่อยู่ไกล ภายในสำคัญกว่าภายนอก

ถ้าตระหนักจุดนี้จะรู้และแก้ไขปัญหาและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ได้ เพราะประเทศเพื่อนบ้านเขาหวังว่าจะได้น้ำใจและความจริงใจจากเราโดยไม่ได้ต้องการเข้ามาฉกฉวยอะไร

เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการมาตลอด ดังนั้น ต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญ และเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านมีความสำคัญสูงสุดต่อเราเช่นเดียวกัน

ล่าสุดทราบว่าผู้นำเพื่อนบ้านไม่สบายใจกับผู้ปกครองของเราเกี่ยวกับการที่ผมเดินทางไปประเทศกัมพูชา ทั้งที่มีจุดประสงค์เพื่อไปพูดคุยด้วยความจริงใจ ให้เกิดประโยชน์กับประเทศ แต่ข่าวที่พูดกันนั้นกลับตรงกันข้าม

ส่วนที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พูดถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะเขารักที่ตัวพ.ต.ท. ทักษิณด้วยความจริงใจ จึงไม่เห็นมีปัญหาอะไร หรือไปกระแทกจิตใจคนบางคนได้อย่างไร

ช่วงกลางเดือนพ.ย. ผมจะเดินทางไปเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือถึงการแลกเปลี่ยนการทำงานร่วมกัน เช่น เรื่องการปลูกข้าว ปลูกยางและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล

จากนั้นจะไปประเทศพม่า เวียดนาม ก่อนจะไปเยือนประเทศลาวและจีน ตามลำดับ

ยืนยันว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยมีเจตนาต้องการนำความสงบสุขมาสู่พี่น้องคนไทย ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

การลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จะเชิญ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิ ไปด้วยหรือไม่

เชิญทุกท่าน ทั้งพล.อ.สนธิ นายเด่น โต๊ะมีนา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายแวมะหะดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์

การลงไปครั้งนี้จะไปฟังความเห็นองค์กรประชาสังคมที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ เราได้ติดต่อและทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว ที่ไม่ได้ลงไปก่อนหน้านี้เพราะเกรงว่าจะไปขัดขวางการทำงานรัฐบาล

แต่วันนี้ต้องขออนุญาต การแก้ปัญหาทุกอย่างไม่มีคำว่าพรรคหรือพวกมีแต่ประเทศไทยที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ

ได้เชิญ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. หรือไม่

ไม่ได้เชิญ แต่ทุกคนมีสิทธิ์ลงไปได้หมด ถ้าอยู่ในห้องสัมมนาไม่ได้ อยู่ข้างนอกก็ได้

เหตุใดรัฐบาลให้ความสำคัญกับพ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่าการแก้ปัญหาให้ประเทศ

ไม่ทราบจริงๆ เดี๋ยวไปถามรัฐบาลให้

นายกฯ หารือกับผบ.ทบ. และแสดงความแปลกใจกับการลงพื้นที่ของประธานพรรคเพื่อไทย

ท่านคงเป็นอย่างนั้นเอง ที่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นธรรมดา

อย่าแกล้งลืม

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ เหล็กใน




พรรคประชาธิปัตย์กับนักการเมืองกลุ่ม 16 เป็นคู่อาฆาตทางการเมือง จนแทบจะผีไม่เผา เงาไม่เหยียบกันมานาน

วันนี้ กลับมากอดมาหอมกันได้ ก็เพราะผลประโยชน์ทางการเมือง

พรรคประชาธิปัตย์เคยล้มไม่เป็นท่า นายชวน หลีกภัย ต้องยุบสภาเพราะการแจกสปก.4-01 นั้น ส่วนหนึ่งก็มีมาจากการขุดคุ้ยของกลุ่ม 16 ด้วย

จากนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะเอาคืน ล้มรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ด้วยการเปิดโปงทุจริตในธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ ที่โยงใยเกี่ยวข้องกับกลุ่ม 16 เช่นกัน

นักการเมืองกลุ่ม 16 ที่ตกเป็นเป้าหมายการอภิปรายในครั้งนั้น

ถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะดูได้ ว่ามีใครบ้าง

หลังศาลแคนาดาส่งตัวนายราเกซ สักเสนา ที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตบอสใหญ่บีบีซี กลับมาดำเนินคดีในเมืองไทย

เงื่อนงำ ความเกี่ยวโยงจนทำให้บีบีซีพังพินาศ ก็ต้องได้รับการสะสางพร้อมๆ กัน

นายอภิสิทธิ์จะต้องมีมาตรฐานเดียว ใช้กฎหมายดำเนินการ แบบไม่ลูบหน้าปะจมูก

จะเอาตัวรอดไปวันๆ เพียงเพื่อจะอยู่เป็นรัฐบาลต่อ คงจะไม่ได้

ที่บอกว่าต้องดูตามข้อเท็จจริง และให้สอบสวนขยายผลกันไปนั้น ก็ต้องมีผลในทางปฏิบัติด้วย

ไม่ใช่ยักคิ้วหลิ่วตาให้กระบอกเสียงออกมาพูดว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซง

จะต้องไม่มีศรีธนญชัยหน้าไหน ออกมาตีความคำว่า"แทรกแซง"กับ"การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ละเว้น"เป็นคำเดียวกัน

สำหรับนายสุเทพ ซึ่งมีข้อมูล รู้ดี รู้ลึกถึงเส้นสนกลในว่าใครฟาดเงินบีบีซีบ้าง ก็จะต้องกล้าลุยล่าตัวจับกุมคนที่ร่วมกันยักยอกเงินธนาคารมาลงโทษให้ได้

คนผิดจะต้องถูกดำเนินการแบบเดียวกับนายเกริกเกียรติ นายราเกซ ตลอดจนผู้ต้องหาคนอื่นๆ ในคดีนี้

ข้ออ้างที่บอกว่าได้ทำหน้าที่ในสภาอย่างสมบูรณ์แล้วในขณะนั้น ในขณะนี้ไม่ใช่หน้าที่ของตน พร้อมกับโยนให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่น่าจะรับฟังได้

ก็ในเมื่อนายสุเทพ ที่ตอนนี้ได้เป็นรัฐบาล มีตำแหน่งเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ดูแลทั้งทหารตำรวจ

โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จู่ๆ ก็มาปัดความรับผิดชอบ บอกไม่ใช่หน้าที่ได้อย่างไร

ยกเว้นแต่จะเห็นว่าถ้าหากดำเนินการไปแล้ว จะทำให้คนที่เคยเป็นศัตรู แต่ตอนนี้เป็นไม้ค้ำยันให้รัฐบาลเดือดร้อน

ถ้าหากนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน หรือได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

ท่าทีแบบนี้ ไม่มีทางได้เห็นกันอย่างแน่นอน!!

ถอดยศแม้วมัวช้าอยู่ไย

ที่มา เดลินิวส์

ปีที่แล้วข้าวมีค่าเยี่ยงทองคำ ข้าวหอมมะลิ เกือบ 3 หมื่นต่อเกวียน ชาวนาต้องนอนเฝ้านาป้องกันถูกปล้น ปีนี้รัฐบาลเลิกระบบรับจำนำข้าว เปลี่ยนมาเป็นประกันรายได้หรือประกันราคาแทน

ข้าวความชื้น 15% รับประกันเกวียนละหมื่นบาท

ราคาอ้างอิง หรือราคาตลาด (ที่คาดว่าจะเป็น) ตั้งเป้า 8,400 บาท เท่ากับรัฐจ่ายเพิ่ม 1,400 บาท เป็น 10,000 บาท แต่เอาเข้าจริง โรงสีอ้าง ข้าวไม่แห้ง ชื้นเกินกำหนด ขายได้แค่ 5,000 ต่อเกวียน เอาเงินจากรัฐอีก 1,400 บาท

รวม 6,400 บาท แค่นั้น

ห่างราคาประกันอื้อ ชาวนาเลยว้าก เพ้ยไม่เกรงใจ จนต้องอัด 2 หมื่นล้าน ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเมื่อวานเป็นวันแรก นี่แสดงว่า ช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่เตรียม การ ระบบก็ยุ่ง มีทั้ง ราคาประกัน ราคาอ้างอิง ราคาโรงสี แต่ข้าวที่ราคาตกรูด มโหฬาร กลับประจานคนเกี่ยวข้อง

เป็นคุณชายละเอียดซะ เอาเข้าจริง ท่าดีทีเหลว (อีกแล้ว) ส่วน รมว.พาณิชย์ เจ๊วา ก็ไม่รู้ทะเลาะกับรมช.จ้อน เสร็จหรือ ยัง ปกติเธอก็งั้น ๆ อยู่แล้ว เรื่องข้าว ยิ่งไม่หมู ถ้าราคาข้าวดิ่งเหว รัฐบาลอยู่ไม่ ได้หรอก

เดินขบวนทั่วประเทศแน่

กลับมาที่ข่าวคกก.กฤษฎีกาชุดที่ 1 ภายใต้การนำของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ทำหนังสือถึงเลขาธิการครม.ว่า สามารถถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวม ทั้งเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกระดับชั้นได้

เพราะถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี คดีซื้อที่ดินรัชดาฯ และระเบียบ สตช.2547 ถือว่า ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยัน เรื่องนี้ เป็นการเอาคืนกรณี ฮุนเซน อุ้ม ทักษิณ ขณะที่รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ชี้ ข่าวปล่อย เพื่อให้มั่ว ๆ เข้าไว้ แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับบอก ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ รมต.คุมสื่อ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ย้ำ ทำช้าไปด้วยซ้ำ ที่จริงจะทำมานานแล้ว รอกฤษฎีกาชี้ขาด

ตอนนี้ชี้แล้ว

ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็ถอน พาสปอร์ตเล่มแดง หรือพาสปอร์ตทูต (ที่เคยให้อดีตนายกฯทุกคน) ไปแล้ว ตอนนั้นพวก ม็อบเหลือง ยังบอกไม่พอ ต้องถอนพาสปอร์ตทุกชนิด เอาให้ขาดจากความเป็นคนไทยไปเลย

จะรุกต่อ ถอดยศ ริบเครื่องราช ก็ย่อมได้ แล้ว มัวช้าอยู่ไย เมื่อทำตามขั้นตอน รีบทำเถอะ ไม่เช่นนั้น นายกฯ อาจเจออาญาม.157 ฐานละเว้นปฏิบัติ หน้าที่นะ หรือจะขอเขมรส่งแม้วเป็นผู้ร้ายข้ามแดน หากแม้วไปลอยกระทงแล้วถือโอกาสพำนักที่พนมเปญ ก็ทำเลย อย่าช้า

อยากรู้เขมรจะตอบยังไง !!!

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็ย้อนนึกถึงตอนปชป.เป็นรัฐบาล มีท่าน ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯและรมว.กลาโหม ก็ได้เซ็นแกร๊ก อวยยศเป็นพิเศษ ให้อดีต “ทรราช” ที่สั่งเข่นฆ่านักศึกษาตอน 14 ตุลาคม และลามถึง 6 ตุลาคมด้วย

ฝ่ายประชาธิปไตยหัวใจสลาย รับไม่ได้ ออกมาด่ากันขรม แต่ท่านชวน ยืนยัน การ “อวยยศ” เป็นเรื่องขั้นตอนปกติ แทนที่จะเสนอให้ ถอดยศ ลูกเดียว เพราะ มือเปื้อนเลือด ขนาดนั้น ก็นี่แหละ

ปชป. ผู้ยึดมั่นในประชาธิปไตยมา 60 กว่าปีล่ะ.

ดาวประกายพรึก