WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 4, 2009

พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร” ไม่อยู่ภายใต้ข้อระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศ

ที่มา thaifreenews

บทความพิเศษ

อดีตข้าราชการตำรวจ “พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร” ไม่อยู่ภายใต้ข้อระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 และ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติปี 2547

กระแสข่าวปัจจุบันต่างให้ความสนใจกับการที่รัฐบาลดำเนินการถอดยศของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร แต่กลับไม่มีสื่อแขนงใด ให้ความสนใจ ในตัวบทกฎหมายและระเบียบปฏิบัติในเรื่อง การที่รัฐบาลจะใช้อำนาจในการถอดยศของอดีตนายกรัฐมนตรี ว่าทำได้แค่ไหน เพียงใด ผู้เขียนเห็นว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นชี้ขาดและสำคัญอย่างยิ่งว่าสิ่งที่รัฐบาลจะกระทำมีกฎหมาย หรือระเบียบรองรับหรือไม่ ผู้เขียนเห็นว่ารัฐบาลไม่มีกฎหมายให้อำนาจที่จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติในการถอดยศ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้ เพราะ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติปี 2547 มาตรา 4, มาตรา 11 ใช้บังคับเฉพาะบุคคลซึ่งยังคงรับราชการเป็นตำรวจอยู่เท่านั้น ดังนั้นการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาศัยความตาม มาตรา 11 ออกระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ไว้ในข้อ 1 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจถอดถอนผู้ที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้วจึงเป็นการขัดต่อ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 โดยชัดแจ้ง กล่าวคือ ถ้าดูตาม มาตรา 4 จะเห็นได้ว่า “ ข้าราชการตำรวจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือน จากเงินงบประมาณ หมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึง ข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย ส่วน มาตรา 11 อยู่ในลักษณะ 2 ว่าด้วยการจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้วางหลักเกณฑ์สำหรับการบริหารราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยระบุดังนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าส่วนราชการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และลำดับความสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติราชการที่นายกรัฐมนตรี และ ก.ต.ช.กำหนด รวมทั้งกำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(2) ……..

(3) ..........

(4) วางระเบียบ หรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่องไว้ให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น

จากมาตรา 11 (4) ข้างต้นเห็นได้โดยแจ้งชัดว่า ระเบียบซึ่งออกโดยอาศัยมาตรานี้ ต้องเป็นเรื่องที่ออกไว้ให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติเท่านั้น ไม่มีเนื้อความใดๆที่ให้อำนาจในการออกระเบียบไปบังคับใช้กับอดีตข้าราชการตำรวจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2547 ว่าด้วยการถอดยศตำรวจโดยอ้างหรืออาศัยอำนาจตาม มาตรา 11 (4) ดังกล่าวข้างต้น ก้าวล้วงไปถึงการถอดยศคนที่พ้นจากการเป็นตำรวจแล้วย่อมเป็นการออกระเบียบที่ผิดกฎหมาย หรือไม่มีกฎหมายให้อำนาจ พูดง่ายๆ หรือกล่าวโดยสรุปคือ ระเบียบดังกล่าวถือเป็นโมฆะ หรือเท่ากับเป็นระเบียบเถื่อน

แม้คณะกรรมการกฤษฎีกา จะตีความประเด็นการถอดยศ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถกระทำได้ ผู้เขียนในฐานะเป็นนักกฎหมายคนหนึ่งไม่อาจจะยอมรับได้เพราะมาตรา 4 ประกอบมาตรา 11 ดังที่ได้นำเรียนเสนอข้างต้น เป็นเนื้อความที่ชัดแจ้ง เข้าใจง่ายแทบไม่ต้องอาศัยการตีความใดๆ ดังนั้นการที่รัฐบาลจะสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรโดยอาศัยระเบียบเถื่อนหรือระเบียบที่ตกเป็นโมฆะจึงเป็นประเด็นที่พึงสังวรณ์ให้จงหนัก และผู้เขียนอยากเรียกร้องให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงตำรวจทั้งที่รับราชการอยู่หรืออดีตข้าราชการตำรวจ ตลอดจนนักการเมือง ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมจะต้องช่วยกัน หยิบยกประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นมาพิจารณาเพื่อให้รัฐบาลหันกลับมาพิจารณาว่าการจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องตระหนักคือกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นหลักเกณฑ์ของบ้านเมือง รวมทั้งต้องตีความหรือบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา ปราศจากอคติและการเลือกปฏิบัติโดยเฉพาะ เมื่อผู้เขียนชี้ประเด็นให้เห็นว่าระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจปี 2547 ข้อ 1 ที่อาศัยความตามมาตรา 11 (ซึ่งไม่ได้ให้อำนาจไว้) ไปถอดยศคนที่พ้นจากการเป็นตำรวจแล้ว จึงเป็นการผิดกฎหมายโดยแจ้งชัด

บทสรุปรัฐบาลควรจะหยุดการไล่ล่าบุคคลคนเดียวกลั่นแกล้งทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงกฎระเบียบของบ้านเมือง ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น เศรษฐกิจไม่ได้รุ่งเรือง ปากท้องประชาชนไม่ได้รับการดูแล รัฐบาลจึงควรเอาเวลามาทุ่มเทให้กับการพัฒนาประเทศ และจัดการกับการคอรัปชั่นของโครงการต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่งจะเป็นการดีกว่า

อาจารย์ มธ.เสื้อแดง

30 ตุลาคม 2552

ผมเห็นด้วยว่าควรมี นครรัฐปัตตานี หรือตั้งเป็น Autonomous Area

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย

ผมจำได้ว่าแต่ก่อนสมัยที่ผมออกความเห็นอยู่ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คอลัมน์ "เซี่ยงเส้าหลง" สมัยที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ยังดีอยู่ ไม่ได้บ้าเหมือนทุกวันนี้ ผมเป็นคนแรกๆ ที่เขียนความเห็นและบทความเกี่ยวกับการสนับสนุนให้ตั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น "เขตปกครองตนเองอิสระ" หรือ Autonomous Area แต่ผมเลิกความคิดนี้เมื่อมีการก่อความไม่สงบในภาคใต้ขึ้น และเกิดบ้ากระแส "ชาตินิยม" เช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย

มาใน พ.ศ.นี้ ผมเบื่อหน่ายกับกระแสชาตินิยม และแนวคิดเรื่อง ราชอาณาจักรไทยต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นี้เสียแล้ว เนื่องจากผม "สูญเสียศรัทธากับหลายสิ่งหลายอย่างในประเทศไทย" ทำให้ "ความคลั่งชาติ" ของผมลดน้อยลง เมื่อความคลั่งชาติ คลั่งบางอย่างลดลง ทำให้ผมมองปัญหาต่างๆ แบบเป็นมนุษย์มากขึ้น

ที่จริงการปกครองในโลกนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียว แบบรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลางอย่างเดียว ทั่วโลกมีรูปแบบการปกครองหลายแบบ เช่นแบบสหพันธรัฐ เช่น อเมริกา เยอรมนี อังกฤษ (สหราชอาณาจักรคือสหพันธรัฐ) และในเอเชียก็มีเช่นมาเลยเชีย สมัยก่อนประเทศไทย ก็แบ่งการปกครองออกเป็น เมืองเอก โท เมืองพระยามหานคร และหัวเมืองประเทศราช ประเทศไทยก็ยังคงยืนยงมาได้กว่า 700 ปี

แนวคิดเรื่องรัฐเดี่ยว เพิ่งจะมีมาหลังจากสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เริ่มดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง ยกเลิกเมืองประเทศราช เช่น เชียงใหม่ น่าน ปัตตานี ต่างๆ ไป ก่อนหน้านั้นไทยก็เป็นรูปแบบสหพันธรัฐ ที่จริงเราเริ่มเป็นรัฐเดี่ยวเมื่อประมาณ 100 ปีมานี่เอง ไม่ได้นานเท่าใดนัก

ทุกวันนี้ประเทศทั่วโลกไม่มีเมืองขึ้นในด้านชื่อ แต่ระบบการปกครองก็ยังคงมีรัฐกึ่งอิสระ ที่เรียกว่า Autonomous Area ในหลายประเทศ เช่น จีน รัสเซีย อิตาลี สเปน เป็นต้น

ผมได้เคยศึกษาเรื่องนี้และอ่าน "ธรรมนูญเขตปกครองพิเศษ" ของหลายชาติ เช่น สเปน เขาจะมีกฎหมายพิเศษที่เรียกว่า Statute of Autonomy เช่น Statute of Autonomy of Catalonia เป็นต้น เหมือนกฎหมายรัฐธรรมนูญย่อยของเขตปกครองพิเศษนั้น ซึ่งตัวกฎหมายนี้จะกำหนดโครงสร้างของเขตปกครองนั้น เช่น มีสภา มีฝ่ายบริหารต่าง ๆ เป็นต้น อำนาจหน้าที่ ก็เป็นเรื่องกิจการภายใน เช่น การศึกษา สาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งการเก็บภาษีบางอย่างด้วย ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากมายกับ "พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร" อะไรนั่น เพียงแต่แนวคิดคนละอย่างเท่านั้นเอง แต่อำนาจหน้าที่ใกล้ๆ กัน แต่เขตปกครองพิเศษ อำนาจของ ราชการบริหารส่วนกลาง เช่น มหาดไทยอาจครอบคลุมไม่ถึงในเรื่องการปกครองภายในเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่สำคัญแต่อย่างใด

ที่จริง ปัตตานี เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย หากเราจะให้กลับไปเป็นเมืองขึ้น "แบบประเทศราช" อีกครั้งหนึ่งก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร แต่อาจเรียกชื่อใหม่ เช่น เขตปกครองพิเศษ หรือ "นครปัตตานี" ตามแนวคิดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นต้น

ทำไมประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยว ในเมื่อแนวคิดนี้มันนำความสงบมาสู่มนุษยชาติในเขตนี้ไม่ได้

โลกนี้แคบลงทุกวัน และเหมือนเป็น "ยานอวกาศขนาดใหญ่" แม้จะกั้นห้องแยกกันอยู่ในยาน แต่มันก็ยังอยู่บนยานลำเดียวกันนั่นเอง แล้วเราจะไปแคร์ หรือโวยวายอะไรกับการที่ เอาผนังบางๆ มากั้นเขตให้คนในสามจังหวัดภาคใต้เขาบ้างไม่ได้ และเขาก็ยังคงอยู่ในห้องเดียวกับเรา เดินเข้าไปก็ไม่จำเป็นต้องผ่านประตู เพียงแต่กั้นเป็นที่เป็นทางให้ "มนุษยชาติกลุ่มนั้น" เท่านั้น

หากจะให้ก้าวหน้า (ที่จริงไม่ได้ก้าวหน้าสมัยโบราณก็เคยทำ) ก็ให้มีสุลต่าน ปัตตานี เป็นผู้นำศาสนาและทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นก็ได้ แค่รับรู้สถานะกันเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเอกราชแต่อย่างใด

ในอนาคตหากปัตตานีต้องการเป็นเอกราช ก็คงรบกัน (ตอนนี้ยังไม่เป็นก็รบกันตายหลายพันแล้ว) และผมคิดว่าพวกเขาก็คงไม่เสี่ยงที่จะรบ สู้อยู่แบบ "กึ่งอิสระ" และยอมรับอำนาจจากส่วนกลางบางระดับไม่ได้ อย่างน้อยปัตตานี ก็สามารถส่งสินค้า ค้าขายกับดินแดนส่วนอื่นๆ ของประเทศโดยไม่ต้องเสียภาษี เดินทางโดยไม่ต้องมีพาสปอร์ต เป็นต้น

คือแต่ก่อนกระแส "คลั่งชาติ" คลั่งบางสิ่งบางอย่างมันขวางอยู่ ทำให้ตาบอดไปพักหนึ่ง ตอนนี้ ผมไม่แคร์อะไรอีกแล้ว ประเทศวุ่นวายไม่สงบสักที เพราะกระแสบ้าบอพวกนั่นแหละ

สรุปผมเห็นด้วยกับแนวความคิดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในเรื่อง แนวคิดเกี่ยวกับนครปัตตานี

ตอนนี้ คนเสื้อแดง "ตาสว่าง" เยอะแล้ว เลิกครั้งบางสิ่งบางอย่างแล้ว ผมว่าคนเสื้อแดงสนับสนุนแนวคิดนี้ได้โดยไม่ยาก เลิกคลั่งชาติ กันเสียที แล้วทำสิ่งต่างๆ อย่างมีเหตุมีผล ในฐานะมนุษยชาติ ที่ต้องอาศัยอยู่บนยานอวกาศโลก ท่องไปในจักรวาลด้วยกัน จะเป็น นครปัตตานี หรือเขตปกครองพิเศษอะไร เราก็ยังอยู่ในโลกใบเดียวกัน

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(4พ.ย.):เอ้า...กราบ เพื่อความซาบซึ้งโดยทั่วกัน

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง มีกระผมบก.หัวเห็ดตีนขาด"มาว่าราชการแทน"นักข่าวชาวรากหญ้า"ซึ่งมีภารกิจติดงานยาว พร้อมกันนี้ขอแจ้งมายังแฟนๆไทยอีนิวส์ มิตรรักนักรบทั้งหลาย ท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่อีเมล์แอดเดรสนี้ กราบขออภัยในความไม่สะดวก....***

***ยังมั่วกันต่อไปสำหรับการไล่ล่าคนไซเบอร์ที่รักความยุติธรรมในข้อหาปล่อยข่าวอัปมงคลทุบหุ้น ทั่วโลกได้ยินแล้วใครก็หัวร่อให้ฟันหัก คนอยากทุบหุ้นดันไปปล่อยข่าวที่เวบบอร์ดการเมืองอย่างประชาไท-ฟ้าเดียวกัน แทนที่จะไปปล่อยข่าวตามเวบไซต์หุ้นที่มีอยู่เป็นร้อยเป็นพันเวป แถมยังเป็นการแปลข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศมาโพสต์ และโพสต์ตอนเย็นหลังตลาดหุ้นเป็นการซื้อขายไปแล้ว มันก็เลยช่วยไม่ได้ที่คนจะคิดไปว่าฝ่ายอำมาตย์หาเรื่องกวาดล้างภาคพลเมืองที่เขาต่อต้านอำมาตย์ โดยยกอ้างเรื่องปล่อยข่าวอัปมงคลมาหาเหตุ เรื่องของเรื่องเลยยิ่งทุเรศเข้าไปใหญ่***


***ตอนนี้ตลาดหุ้นไทยเลยเละเป็นโจ๊กหมดความเชื่อถือ ฝรั่งเทขายทุกวัน เพราะพอเกิดเรื่องนี้ฝรั่งมันก็ส่ายหน้าครับว่า กูไม่เอากับพวกมึงแล้ว ว่าแล้วมันก็เทขายหุ้นทุกวัน วันละ2-3พันล้าน มันก็คงขายเสร็จเปิดตูด เพราะบ้านเมืองนี้มันประสาทไปแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน fact คือข้อเท็จจริงว่าหุ้นตก ก็จะไปจับมัน พอจับมันไม่ได้ก็มาจับคุณbbb อ้างว่าเป็นผู้บริหารโบรกเกอร์ใหญ่UBSของฝรั่ง ก็เท่ากับว่าพวกคนไทยที่โง่ๆไม่รู้เรื่องรู้ราว แถมยังเอาการเมืองมายุ่งกับการค้าทุบทำลายความเชื่อมั่นในตลาดทุนพังยับ***

***ที่ไทยอีนิวส์ได้รายงานข่าวจริงๆให้คนเห็นความจริงมาแต่วันแรกว่าเป็นการจับแพะ และหวังจะสยบความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาชนพลเมืองที่เคลื่อนไหวต่อต้านอำมาตย์ทางโลกไซเบอร์ เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ให้คนที่เหลือละทิ้งการต่อสู้ทางโลกออนไลน์ ในการนี้เราจึงขอประกาศยืนเคียงข้างสนับสนุนคุณbbbสมาชิกประชาไท คุณwet dreamสมาชิกฟาเดียวกัน กับคนที่ถูกขบวนการอยุติธรรมกระทำต่อในคราวนี้ และขอแหกปากร้องไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งไทยและนานาชาติทำหน้าที่ที่สมควรต้องทำของพวกท่าน งานเข้าแล้วอย่าเงียบ หากเงียบก็เลิกเป็นนักสิทธิมนุษยชนซะ ไปขายเต้าฮวยหรือก๋วยเตี๋ยวก็ตามใจ อายแทนพวกคุณหวะ***

***อันนี้ก็เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมอีกเรื่อง ขอความร่วมมือพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมทุกท่าน ให้กำลังใจ พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว นายตำรวจที่ถูกระบบ 2 มาตรฐานเล่นงานจนถูกปลดออกจากราชการในที่สุด ทั้งที่ทำหน้าที่ระงับเหตุไม่ให้ม็อบพันธมิตรเส้นใหญ่บุกเข้าไปฆ่าฟันส.ส.และคนที่อยู่ในสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เราพี่น้องผู้รักประชาธิปไตย สมควรอย่างยิ่งที่จะพากันไปให้กำลังใจ เป็นสัญลักษณ์ ว่าเรารักความถูกต้อง สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่อันชอบธรรมของ จนท.ตร.ทุกนายในวันนั้น***

***่จึงขอเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดงผู้รักความเป็นธรรม ไปร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ ตร.ที่ทำดี แต่ถูกกลั่นแกล้ง ขอให้พวกเราช่วยกันใส่เสื้อหลากสีสันไปร่วมกับ อาสาสมัคร ตำรวจชุมชน ข้าราชการตำรวจนอกเครื่องแบบ นัดหมายเจอกันในวันเสาร์ ที่ 7 พย. 52 เวลา 07.00 น ที่ อู่บางเขน ( เขตการเดินรถที่ 1 ขสมก. ) อยู่ฝั่งขาออก ก่อนถึงวัดพระศรีมหาธาตุ ( เลย ม.ศรีปทุม ตรงข้าม ราบ 11 ) หรือใครสะดวกไปที่บ้านท่านได้ ที่ สี่แยกวังหิน ซอย 4 โทร.สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณปุ๊ก 085-118-7680 , 089-200-1237 ขอแรงพี่น้องช่วยกันอีกสักครั้ง เพื่อแสดงให้สังคมได้รับรู้ว่า เราคนไทย ขอต่อต้านระบบ 2มาตรฐาน ต่อต้านการหระทำของม็อบพันธมิตร และคัดค้านเส้นใหญ่ที่อยู่ฉากหลังอยุติธรรมอำมหิต และความอยุติธรรม ของระบบ อำมาตย์อย่างถึงที่สุด ***

***สังคมข่าวดีๆของชาวเสื้อแดงกันมั่ง งานกอล์ฟสามัคคี คนเสื้อแดง จัดขึ้น ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ณ สนามกอล์ฟ เบสท์ โอเชียน จ.สมุทรสาคร(ทีกระเด็น) ก๊วนแรก เริ่มเวลา 12.00 น. และ 17.00 น. (งานเลี้ยงอาหารค่ำ+สุรา+ไวน์) ขอทำตัวเลิศหรู ให้มันดูว่าจะจ้างพวกกรูมาก่อม็อบคนละเท่าไหร่***

***ตอนนี้ยังมีที่เหลือ สำหรับสมาชิกบอร์ดประชาไท โดยเฉพาะ นักกอล์ฟหัวใจแดงแปร๊ด เราเก็บค่ากรีนฟี + อาหาร ท่านละ 1500 บาท ขาดตัว สุรายาเมาฟรี ตามที่เราจะจัดกฐินสามัคคี (คือใครหิ้วมา ก็มาลงกองกลาง ตอนนี้ มีแบ็ลกเลเบิ้ล 2 ลิตรไว้เป็นทุนแล้ว)
สำหรับท่าน ๆ ที่ ยังตีกอล์ฟไม่เป็น ทานอาหารอย่างเดียว 400 บาท (บุฟเฟ่ต์)ใครที่ไม่อยากตกรถด่วนขบวนสุดท้าย อดได้โชว์วงสวิง ให้รีบติดต่อด่วนจี๋ตามกระทู้นี้ที่ประชาไท คลิ้กโลด***

***ข้อมูลข่าวสารดีๆ อันนี้ฟรีของอดีตนายกฯทักษิณ สมัครได้โดยพิมพ์ TS แล้วส่งไปที่ 426425 (ต้องเสียค่าสม้ครเพื่อรับข่าวสารครั้งแรกครั้งเดียว เพียง 3 บาทเท่านั้น ที่เหลือฟรีตลอดงาน)***

***ส่วนอันนี้TPnews โดยทีมข่าวชาวเสื้อแดง รายงานข่าวชาวเสื้อแดงเป็นหลัก มีสารพัดข่าว การเมือง เศราฐกิจ สังคม รวมฮิตกิจกรรมชาวเสื้อแดง รู้ลึกรู้ไวก่อนใคร รวมทั้งข่าวหุ้น แต่ไม่ปล่อยข่าวทุบหุ้น นอกจากจะได้ข้อมูลข่าวสารดีๆยังได้สนับสนุนกิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตย สมัครง่ายๆแค่พิมพ์PNส่งไปที่4552146เดือนละไม่กี่ตังค์ แต่ให้พลังใจคนทำงานเพื่อพวกเราชาวเสื้อแดง***

***ข่าวกิจกรรมมั่ง ชาวแดงแห่งบ้านโป่งในนาม(นปช.บ้านโป่ง52) นัดรวมพลเช็คขุมกำลัง เตรียมความพร้อม ขอฝากส่งสารถึงพี่น้องรอบๆบ้านโป่งเรา ร่วมด้วยท่าน สุรชัย แซ่ด่าน และท่าน สุนัย จุลพงศธร รับเชิญมาอภิปรายในแนวทางร่วมกัน พี่น้องอย่าพลาดและให้กำลังใจเปิดตัวพี่น้องที่เตรียมพร้อมไปนอน ณ ทำเนียบ ห้ามพลาด 5 โมงเย็น พุธที่ 4 พ.ย.ณ ลานวัดดอนตูม อาหารฟรีสอบถามรายละเอียดที่ k.บริบูรณ์ 0818907921 และ k แต๋ม 0804229622***

***ศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชน ได้ดำเนินการจัดโครงการสัมมนา ร่วมกำหนดอนาคตคนสงขลา “บนฐานทรัพยากรที่ยั่งยืน”ขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อร่วมกันเสนอข้อคิด แนวทางและนโยบายสาธารณะการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลา ในวันพุธ ที่ ๔ พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๓๐น. ห้องประชุมเกษม ลิ่มวงศ์ อาคารศูนย์ประชุมคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา สอบถามเพิ่มเติมเพื่อร่วมงานกับสุรัตน์ 086-9666147***

***ขอเชิญพี่น้องชาวเสือแดงร่วมงานชุมนุมคนเสื้อแดงชมรมเสรีชน นครสวรรค์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ระหว่าง เวลา 16.00-24.00 น. บัตรราคา 50 บาท พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อบัตรติดต่อ นิภา เสรีชนนครสวรรค์ 087 5205648 หรือ 087 8380548 หรือ ซื้อหน้างาน***

***คุณน้อง พลังสตรีเพื่อประชาธิปไตยแจ้งข่าวดีๆฟรีๆมา วันนี้มีงานมาประชาสัมพันธ์อีกแล้วนะค่ะ รับ 15 ท่าน อบรมฟรีค่ะ

ชื่อโครงการ : เป็นโครงการอบรมคอมพิวเตอร์ให้บุคคลทั่วไปเพื่อสร้างรายได้เสริมด้วยการออกแบบโปสการ์ดค่ะเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องการเลือกใช้กระดาษ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การประกอบชิ้นงาน และช่องทางการขายออนไลน์

วันที่จัดอบรม : วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. 2552
สถานที่ : ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ
เวลา : เปิดรับ 2 กลุ่ม
ช่วงเช้า เวลา 09.30 -11.30 น.
ช่วงบ่าย เวลา 13.30 -15.30 น.
สนใจส่งชื่อและเบอร์โทรฯมาที่เมลล์ young-angel-nong26@hotmail.com ได้เลยนะค่ะ ถ้ามีข้อสงสัยทุกท่านสามารถติดต่อได้โดยตรงที่08 4768 9139 ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ**

***กิจกรรมดีๆ กำหนดการทอดผ้าป่า อุทยาน ภูคา เดินทางพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน ปีนี้ ทอดองค์ผ้าป่าศุกร์ที่ 13 พย.นี้ ครับ ใครจะไปรีบแจ้งด่วน จำนวนจำกัด ไหว้พระเก้าวัด เสร็จ เดินทางกลับ วันอาทิตย์แถมได้ไปเที่ยวรับลมหนาว สนับสนุน กองผ้าป่า โครงการ บ้านล้อมป่า อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ร่วมกับ www.dcm-club.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 081 285 8320 ***


***ไปที่ความเคลื่อนไหวของเสื้อแดงทั่วโลกกันมั่ง พี่น้องเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นบอกกล่าวและขอความอนุเคราะห์ผู้รู้มาว่า ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นมีข่าวว่ามาร์คจะมาเยือนญี่ปุ่นไม่เกินปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรนัก หากท่านใดเป็นคนแวดวงในพอจะทราบกำหนดการสถานที่ วัน ว. เวลา น.แน่ชัด ช่วยแจ้งไปที่เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น อีเมล์ tatswilai@hotmail.com เพื่อที่คนไทยที่นั่นจะได้ต้อนรับมาร์คให้สมเกียรติ หึหึหึ***

***เสื้อแดงไทยในเยอรมันแจ้งข่าวมาว่า ขอชะลอการออกอากาศของสถานีวิทยุคนไทเยอรมนีออกไป เนื่องจากมีการเปลี่ยนทีมงานทำเว็บไซต์และวิทยุ เมื่อพร้อมออกอากาศเมื่อไหร่จะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบอีกครั้งหนึ่ง ต้องขออภัยสำหรับท่านที่กำลังรอคอยไว้ ณ โอกาสนี้ ..ก็ขอให้กำลังใจเสื้อแดงไทยในเยอรมันมา ณ โอกาสนี้นะครับ สู้ๆคร้าบ***

***แจ้งอีกหน่อยย้ำๆมายังแฟนๆไทยอีนิวส์ มิตรรักนักรบทั้งหลาย ท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่เบอร์นี้ กราบขออภัยในความไม้สะดวก

*****

รู้จักกันวันละเวบ


*******

โด่งดังที่สุดเวลานี้มี2เวบ เพราะตำรวจไปจับตัวสมาชิกที่โพสต์ลง และนำไปโพสต์ต่อ คือ เวบประชาไท กับ ชุมชนฟ้าเดียวกัน เมื่อวานว่าถึงประชาไท วันนี้ขอว่าถึงเวบฟ้าเดียวกันมั่ง

*ธนาพล อิ๋วสกุล

เดิมทีเวบไซต์ฟ้าเดียวกัน หรือwww.samesky.orgเป็นส่วนหนึ่งของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เจ้าของนิตยสารฟ้าเดียวกัน และสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เปิดขึ้นมาเพื่อให้บรรดานักคิดนักเขียนนักวิชาการ พลเมืองชาวเน็ตเข้ามาแลกเปลี่ยนสนทนากันในเรื่องแวดวงวิชาการและบ้านเมืองแบบไม่จำกัดเพดาน

*สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ฟ้าเดียวกันก็เลยได้แฟนๆที่ไปคุยสนทนาที่ไหนก็ลำบาก เพราะส่วนมากมีการจำกัดเพดานการสนทนามารวมตัวกันที่นี่ มีบิ๊กเนมอย่างดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ใช้ชื่อนามสกุลจริงในการโพสต์ข้อความ และมีแฟนๆจำนวนหนึ่ง แต่บอร์ดสนทนาฟ้าเดียวกันมาคึกคักกันมากช่วงหลังเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคม 2551 เรียกกันว่า"วันตาสว่างแห่งชาติ" คนเลยทะลักเข้ามาหนาแน่นมาก

เจ้าหน้าที่ทั้งICT สันติบาลก็แวะเวียนไปเยี่ยมมอนิเตอร์บอร์ดเป็นประจำ เจ้าของบอร์ดคือคุณธนาพลก็ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ตามที่ถูกเรียกอยู่เรื่อยๆ หลังๆมาช่วงไม่กี่เดือนมานี้ก็เลยตัดใจตัดขาดบอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกันออกไปให้เด็ดขาดจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และตัวคุณธนาพล

มีทีมงานใหม่เข้ามารับช่วงบอร์ดสนทนาฟ้าเดียวกันไปแล้ว และเปลี่ยนชื่อทางเข้าเป็น http://sameskyboard.com ช่วงที่ผ่านมาจึงถือว่าบอร์ดสนทนาฟ้าเดียวกันไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และคุณธนาพลโดยสิ้นเชิง เพียงแต่อนุญาตให้ใช้ชื่อ"ฟ้าเดียวกัน"ได้ต่อไป ส่วนคนเข้ามาใหม่ได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ประมาณ 180 คนเป็นคณะกรรมการชุมชนร่วมกันดูแลบอร์ด และมีสมาขิกทุกคนเป็นเจ้าของเวบบอร์ดนี้ร่วมกัน

แต่หากจะถามว่าใครคือผู้บริหารหรือผู้รับผิดชอบต้องไปตอบคำถามต่างๆต่อเจ้าหน้าที่ คำตอบคือเขาชื่อ"คุณซาบซึ้ง"ซึ่งมีอัตลักษณ์คือมีความซาบซึ้งน้ำตาไหลพรากๆอยู่ตลอดเวลาผู้นี้นี่เอง

*คุณซาบซึ้ง ปาง8ทิศ

บอร์ดสนทนาฟ้าเดียวกันนอกจากจะเป็นการสนทนาอย่างไม่จำกัดเพดาน แต่ว่าสมาชิกก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเองแล้ว ก็ยังมีกระดานให้สนทนาเรื่องศิลปะ บันเทิง หนังสือ ภาพยตนร์ เพลง วรรณกรรม และไลฟ์สไตล์อีกด้วย

เชิญแวะเยี่ยมชมบ่นสนทนากับคุณซาบซึ้งและชาวฟ้าเดียวกันได้ที่ กระดานสนทนาฟ้าเดียวกัน

ปิดฝาโลงเนชั่น เปิดสัมพันธ์แก๊งหยุ่นเปรมมาร์ค

ที่มา Thai E-News



สงขลาคอนเน็คชั่น-พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เคยเชียร์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไว้ว่า เป็นโชคดีของคนไทยที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งความจริงก็คงใช่ โดยเฉพาะคนไทย ชาวสงขลาบ้านเดียวกับเปรมที่ชื่อว่าสุทธิชัย หยุ่น


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 พฤศจิกายน 2552

รายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน(investigative news)ชุด"เปิดโปงเนชั่นปั่นหุ้นจองNBC" เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายในวันนี้ หากให้ว่ากันตามตรงแบบปลงๆก็คงต้อง"ชี้ลงไปให้ชัดๆ"ว่า เราไม่ได้หวังว่าจะพึ่งพาก.ล.ต.หรือกระบวนการยุติธรรมประเทศนี้ได้หรอก แต่ผู้อ่านทุกท่านนั่นเองที่จะช่วยกันใช้พลังทางสังคมกดดันให้เกิดความยุติธรรมทางสังคมได้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆหากท่านผู้อ่านจะเผยแพร่ข่าวชิ้นนี้ออกไปให้มากที่สุด เป้าหมายสำคัญอันดับแรกคือเพื่อน หรือครอบครัว หรือคนที่ท่านรู้จักที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย และสาธารณชนชาวไทยที่เสียหายร่วมกันจากพฤติการณ์ของเนชั่นกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และเปรมผู้มีเงาทอดทมึนอยู่ฉากหลัง


องครักษ์พิทักษ์เปรม ล่าสุดแก้ต่างให้กรณีสัมพันธ์ล้ำลึกหนุ่มเสก

กล่าวกันว่าคนปักษ์ใต้นั้นรักพวกรักพ้องในปริมาณและคุณภาพที่สูงกว่าคนในภูมิภาคอื่นๆ และว่ากันอีกว่าในบรรดาคนปักษ์ใต้ที่รักพวกรักพ้องมากนั้น คนสงขลารักพวกพ้องมากสุดๆ และในบรรดาคนสงขลาที่รักพวกพ้องสุดๆนั้น คนที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์นั้น เป็นที่สุดของที่สุดในด้านนี้

ในวิชาชีพนักสื่อสารมวลชนนั้น สุทธิชัยมักสั่งสอนคนข่าวเครือเนชั่นว่า คนที่เป็น"บุคคลสาธารณะ"นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบ โดยไม่มีข้อยกเว้น...แต่สุทธิชัยก็มักยกเว้นให้พลเอกเปรมเสมอ

ไม่เพียงยกเว้นให้ แต่ในทุกโอกาสที่อำนวยให้ สุทธิชัยจะทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้พลเอกเปรมโดยตลอดเช่นกัน

ซึ่งก็รวมทั้ง"ข่าวร่ำลือ"มานานหลายทศวรรษเรื่องความสัมพันธ์อันไม่ธรรมดาของ"เปรมVSหนุ่มเสก"

เมื่อไวๆนี้สุทธิชัย หยุ่นเพิ่งเขียนลงบล็อกของเขา เมื่อ 30 พฤษภาคม 2552 เพื่อแก้ต่างให้กับเปรม โดยยกบทสัมภาษณ์ที่ไทยโพสต์ตีพิมพ์สัมภาษณ์"หนุ่มเสก"เสกสรร ชัยเจริญ ที่ตกเป็นขี้ปากของคนมาตลอดว่าสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ"ป๋าเปรม"

เปิดใจเป็นครั้งแรกเมื่อ "หนุ่มเสก" หรือ "เสกสรร ชัยเจริญ" อดีตนักร้องชื่อดังเปิดเผยให้ "ไทยโพสต์" ทราบถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "ป๋า" พลเอกเปรม ติณสูลานนท์...6 ปีแล้วที่ไม่ได้พบ "ป๋า" ทรมานใจ และรักเหมือนพ่อ

ตอนหนึ่งของคำให้สัมภาษณ์ที่ "หนุ่มเสก" บอกอนุญาตให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ตีพิมพ์คือ

"ถ้ากล้าถาม ก็กล้าตอบ และยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เอ้า...พูดตรง ๆ เลยว่า แค่หอมแก้ม เพราะผมเคารพรักท่าน ท่านก็เหมือนพ่อ ผมรักท่านเหมือนพ่อ ท่านเป็นผู้มีพระคุณ...6 ปีแล้วที่ไม่ได้พบป๋า...มีคนพยายามกีดกันไม่ให้พบ..."



เชิดชูครูเปรมเอาใจเต็มพิกัด


อาจจะเป็นเพราะมีหนังสือเกี่ยวกับพลเอกเปรมในทำนองเชิดชูยกย่องไปเยอะแล้ว สุทธิชัยก็เลยพิมพ์หนังสือ"ครูเคล้า คชาฉัตร ครูของรัฐบุรุษ"ที่พลเอกเปรมบอกว่ารักเคารพเหมือนพ่อเพื่อเอาอกเอาใจเปรม

หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ในนามของสำนักพิมพ์เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด มหาชน ของสุทธิชัย ซึ่งนับเป็นกรณีพิเศษ เพราะปกติสุทธิชัยมีสำนักพิมพ์อยู่แล้วคือสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ แต่คราวนี้พิมพ์ในนามบริษัทมหาชนเสียเลย

หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกและวางขายในเดือนตุลาคม 2549 พูดง่ายๆว่าหลังรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน 2549เพียงไม่กี่วัน

พลเอกเปรม ได้เขียนคำนิยม ในหนังสือ "ครูเคล้า คชาฉัตร ครูของรัฐบุรุษ "ตอนหนึ่งไว้ ว่า....."สำหรับผม ครูเคล้าเป็นมากกว่าครู ครูเคล้าเป็น "ทั้งครูและพ่อผมในเวลาเดียวกัน"

"คราใดที่ครูเคล้ามองผม ผมจะมองเห็นแววตาแห่งความรัก ความเมตตาความห่วงอาทรของครูเคล้าเสมอ คราใดที่สั่งสอนผม ผมจะได้ยินคำสั่งสอนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี ห่วงใย และบริสุทธิ์ เหมือนพ่อสั่งสอนลูก ผมจึงรักครูเคล้ามาก และจากสายตาและคำพูด ผมรู้ว่า ครูเคล้าก็รักผมมาก"

ครูเคล้าเป็นครูประจำโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา บ้านเกิดเปรม ซึ่งเปรมบอกว่า เป็น"ครูผู้มีส่วนสำคัญสำหรับชีวิตผม ทำให้ผมเป็นผมจนถึงทุกวันนี้"

หลังรัฐประหาร19กันยายน2549 สุทธิชัยหยุ่นได้เวลาเข้าไปทำรายการทางฟรีทีวีแทบทุกช่องคือ 3 5 9 11 ส่วนTPBSเทพชัย หย่อง น้องชายเข้าไปทำ และกลายเป็น"จุดเด่น"สำคัญให้เขานำมาเป็นข้อมูลชี้ชวนขายหุ้นจองNBCในช่วงนี้

ไม่มีใบเสร็จ ไม่มีหลักฐานใดๆว่าเปรมเป็นผู้ดลบันดาลรายการฟรีทีวีต่างๆให้สุทธิชัยเนชั่นหรือไม่ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ต้องมีหลักฐานใด แต่คนที่ยังมี"สามัญสำนึก"ไม่บกพร่องก็เชื่อมโยง และสรุปฟันธงไม่ยากนัก

เป็นขาใหญ่วงการสื่อเคลียร์ให้นักข่าวสยบรัฐประหาร19กันยา

ไอ้ผู้ใหญ่ที่ว่าคือหยุ่นเนชั่น แล้วก็พี่มานิจ สุขสมจิตร ผู้อาวุโสจากไทยรัฐ ทำตัวเป็นขาใหญ่เรียกไอ้ภัทระ ไอ้เอ๋ เจ๊หยัดมา แล้วก็เรียกเด็กนักข่าวสนามพวกต่อต้านมากินข้าวเกี่ยเซี้ยกันที่รอยัลพรินเซส ตรงหลานหลวง ฝ่ายนักข่าวสนามก็ยื่นคำขาดให้ถอนตัว ส่วนไอ้ภัทระก็โน้มน้าวว่าให้พวกกูเป็นเหอะน้ะนะๆๆ

แล้วก็มันจะเหลือเรอะ เพราะคนที่บอกว่าเป็นกรรมการกลางอย่างหยุ่นเนชั่นก็รู้อยู่ว่ามันเกลียดเหลี่ยมเป็นขี้ แล้วปฏิวัติคราว19กันยาฯนี่บังก็แค่นอมินีของป๋าเปรม คนสงขลาบ้านเดียวกับหยุ่น เรื่องอะไรจะไปขัดใจป๋า หยุ่นแม่งก็โน้มน้าวโน่นนี่สารพัด สรุปฟันธงว่าพวกมึงนายก3สมาคมเป็นเลย...เชี่ยมั๊ยหละสัดด


หลังเกิดการรัฐประหาร19กันยายนใหม่ๆ ทางเปรมและคณะรัฐประหารอยากตอบแทนสื่อที่ช่วยกันโค่นล้มทักษิณ จึงยื่นข้อเสนอให้ตัวแทนสมาคมสื่อ3สมาคมเข้าไปเป็นสมาชิกสภานิจิบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

ตัวแทนสมาคมสื่อตอนนั้นมี

-ภัทระ คำพิทักษ์ จากโพสต์ทูเดย์ เป็นนายกสมาคมนักข่าวฯ
-ตัวแทนสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีบัญญัติ ทัศนียเวศ เป็นประธานสภา
-ตัวแทนของสมาคมนักข่าวโทรทัศน์วิทยุ มีสมชาย แสวงการ เป็นนายก


เรื่องไม่ได้ง่ายนัก เพราะนักข่าวภาคสนาม53คน ส่วนใหญ่เป็นนักข่าวสายประจำรัฐสภา และเป็นคนข่าวค่ายเนชั่นซะเยอะ แสดงความไม่เห็นด้วย ทั้งล่ารายชื่อคัดค้านอยากให้ตัวแทนสมาคมถอนตัว เพราะไม่อยากให้เกิดconflict of interst หรือเป็นภาพน่าเกลียดว่าสื่อโค่นทักษิณสำเร็จแล้วมารับรางวัลจากคณะรัฐประหาร


ผู้ใช้นามแฝง"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"เขียนถึงฉากตอนนี้ในบทความชุด"ลากไส้สื่อเห้"อันลือลั่นของเขาไว้ว่า...คือโดยปกติอาชีพสื่อนี่ไม่เคยนะครับที่จะร่วมมือกับฝ่ายอำนาจฝ่ายการเมืองกันแบบนี้ ยิ่งเป็นตัวแทนสื่อแล้วแม่งน่าเกลียด ก็ถึงขั้นที่ว่ามีการเขียนในข้อกำหนดว่าห้ามนักข่าวไปดำรงตำแหน่งการเมือง

แต่ไอ้เหี้ยนายกสมาคมนักข่าวนี่เสือกหน้าด้านอยากเป็นขึ้นมา แต่จะเป็นคนเดียวแม่งก็จะน่าเกลียด เลยทำฟอร์มว่าขอไปปรึกษาพรรคพวกหน่อยนะท่านบัง เสร็จก็มาล็อบบี้นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ คือไอ้เอ๋สมชาย แล้วก็เจ๊หยัดตอนนั้นเจ๊เป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์ ไอ้เหี้ยนี่ก็ไปโน้มน้าวว่า ตอนทักษิณนี่พวกเราโดน"คุกคามสื่อ"เยอะ มาตอนคมช.ปฏิวัติก็บอกให้พวกเราใช้วิจารณญาณห้ามออกข่าวเหลี่ยมเด็ดขาด หากใครฝืนออกบังมันจะมาใช้วิจารณญาณแทนพวกเราคือสั่งปิดหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ

นี่บังเขาก็มีไมตรีเชิญไปเป็นสนช. ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เข้าไปปกป้องไม่ให้คุกคามสื่อ เพราะมันมีกฎหมายเยอะแยะ อย่างน้อยพวกเราก็จะได้ท้วงหากกฎหมายไหนออกมาคุกคามสื่อ....(ดูมันตอแหล!)

เจ๊หยัด(บัญญัติ ทัศนียเวช)วงการรุ่นหลังเขาเรียกป้าหยัด แต่ผมเรียกเจ๊หยัดก็บอกว่าชั้นไม่เอาด้วยหรอก สื่อที่ไหนเคยไปเป็นตำแหน่งการเมืองแบบนี้ มันมีconflict of interest เธอว่าไงเอ๋?(หันมาถามสมชาย นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์) ไอ้เอ๋แม่งแสบครับ แทนที่จะค้านเหมือนเจ๊หยัด ดันข้างๆคูๆเข้าข้างไอ้ภัทระ เลยเสร็จโจร...

เจ๊หยัดก็ตกกระไดพลอยโจร คือหากจะเป็นก็ต้องเป็นทั้ง3สมาคม หากเจ๊หยัดถอน ไอ้2ตัวนั่นอดแดกไปด้วย แกก็ไม่อยากมีปัญหากับเด็กรุ่นหลัง ก็เอาวะเป็นก็เป็น แต่อย่าทำให้น่าเกลียดก็แล้ว ต้องอธิบายสังคมให้ได้

สรุปแม่งก็กลับไปหาบังว่า บังครับที่บังเชิญผมเป็นสนช.นี่ "ผมขอสาม" เพราะพวกผมสมาคมสื่อมี3สมาคมไปไหนไปด้วย ถ้าคนหนึ่งไม่ไป มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ บังก็กัดฟันยกให้สามต้องไปตัดโควต้าเด็กเส้นเด็กฝากลงเพียบ เพราะถ้าได้ใจสื่อ ต่อไปอะไรมันก็โล่ง ทำชั่วก็ผ่อนเบา ทำดีแม่งก็ตีปี๊บเชียร์ ปากกาอยู่ในมือพวกมัน...

แต่เรื่องก็ไม่หวานคอเหี้ยซะทีเดียวหรอก...

ความที่มันกระสันก็ดันไปปล่อยข่าวไปทั่วว่า กูจะได้เป็นสนช.กินเงินเดือนแสนสองโว้ย เรื่องมันก็หึ่งออกไป พวกนักข่าวสนามแถวใต้ถุนสภาก็เฮ้ย!นายกสมาคมกูเหี้ยแล้วมั๊ยสัดด ดันมารับใช้ทหารที่ปฏิวัติเข้าไปนั่งในสภาซะเอง แล้วงี้สื่อก็โดนด่าสิว่าตกลงพวกมึงจะเป็นเหี้ยอะไรแน่ระหว่างสื่อกับนักการเมือง จะเป็นสื่อหรือเป็นเบ๊คณะปฏิวัติ.....

ไอ้พวกนี้ก็รวมหัวกันเขียนหนังสือหางว่าวส่งไปต่อต้านว่า พวกกรูไม่เห็นด้วยที่นายกสมาคมจะไปเป็นสนช. ให้พวกมึงถอนตัวก่อนจะเสียหายวงการ

ไอ้ภัทระก็นะ คนมันเงี่ยนได้ที่หงี่เต็มพิกัด ก็วิ่งหาผู้ใหญ่ในวงการสื่อ เพราะมันเป็นนายกสมาคม แต่เด็กนักข่าวในสนามก่อกบฎเข้าให้แล้ว(ก็มันเหี้ย เขาก็ต้องก่อกบฎ)

ไอ้ผู้ใหญ่ที่ว่าคือหยุ่นเนชั่น แล้วก็พี่มานิจ สุขสมจิตร ผู้อาวุโสจากไทยรัฐ ทำตัวเป็นขาใหญ่เรียกไอ้ภัทระ ไอ้เอ๋ เจ๊หยัดมา แล้วก็เรียกเด็กนักข่าวสนามมากินข้าวเกี่ยเซี้ยกันที่รอยัลพรินเซส ตรงหลานหลวง ฝ่ายนักข่าวสนามก็ยื่นคำขาดให้ถอนตัว ส่วนไอ้ภัทระก็โน้มน้าวว่าให้พวกกูเป็นเหอะน้ะนะๆๆ

แล้วก็มันจะเหลือเรอะ เพราะคนที่บอกว่าเป็นกรรมการกลางอย่างหยุ่นเนชั่นก็รู้อยู่ว่ามันเกลียดเหลี่ยมเป็นขี้ แล้วปฏิวัติคราว19กันยาฯนี่บังก็แค่นอมินีของป๋าเปรม คนสงขลาบ้านเดียวกับหยุ่น เรื่องอะไรจะไปขัดใจป๋า หยุ่นแม่งก็โน้มน้าวโน่นนี่สารพัด สรุปฟันธงว่าพวกมึงนายก3สมาคมเป็นเลย...เชี่ยมั๊ยหละสัดด

ไอ้พวกนักข่าวสนามก็ใบ้แดก เพราะไอ้พวกที่ลงชื่อในบัญชีหางว่าวต่อต้านในงานนี้นี่..ก็ลูกน้องกินเงินเดือนหยุ่นซะเยอะ มันก็ไปไม่ถูก เลยบอกงั้นเอางี้ ให้พวกนายกสมาคม3ตัวนี่ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมสื่อซะ แล้วก็จะไปเป็นอะไรก็ไป หากไม่ลาออกแล้วถ่างขาควบ2เก้าอี้นี่อย่าเลย พวกกูอายหมามัน....

สรุปพวกนายก3สมาคมยอมลาออกจากตำแหน่งสมาคมสื่อ ไปเป็นสนช.เงินเดือนคนละแสนสอง สุทธิชัยก็คาบข่าวไปบอกใครบางคนว่า
"ผมเคลียร์พวกสื่อกบฎจบแล้วครับป๋า..."


เปรมกับสื่อโล้นโยนมุกรับมุกกันสนุก ปากมันภาษีกลายเป็นค่าโฆษณา เชิดชูเผด็จการระรานเสื้อแดง

นอกจากเปรมจะประเคนฟรีทีวีให้หยุ่นเป็นรางวัล และเป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายเผด็จการ คอยระรานดิสเครดิตกระทืบฝ่ายประชาธิปไตยแล้ว ก็ยังมีลูกเล่นมีน้ำจิ้มมีชุดใหญ่ประเคนให้หยุ่นตามมาอีกเพียบ

ก็อย่างเช่นโทรทัศน์เนชั่นแชนัลของนายสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งอาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพลเอกเปรมมักจะคว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการที่อภิสิทธิ์ไปเกาะโพเดียมพูดทุกนัด ยังกับหวยล็อกไว้ ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ถ่ายทอดสดฟรี แต่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งแน่นอนว่าคนจ่ายคือรัฐบาลอภิสิทธิ์(แน่นอนอีกทีคือมาจากภาษีประชาชน) หลายครั้งทางเนชั่นก็เป็นคนครีเอตeventพวกนี้ขึ้นมากับมือ

จะบอกว่าน้ำขึ้นให้รีบตักก็ได้ แต่เอาให้ตรงกว่าก็คือทำเหมือนตายอดตายอยากมานาน พอโค่นรัฐบาลประชาชนเลือกตั้งมาได้ และเอาพวกตัวเองขึ้นได้ ก็มูมมามสวาปามกันเต็มพิกัด จนเข้าข่ายน่าเกลียด พรรคพวกวงการสื่อ และพวกเอเยนซี่ร้องเซ็งกันเป็นแถว เพราะยุคนี้อะไรๆก็ต้องประเคนให้เนชั่น...โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีจริงๆ

ส่วนเปรมจะปรากฎตัวไปงานทำนองนี้ไม่บ่อยนัก แต่งานประจำที่ต้องไปคืองานของสปอนเซอร์พันธมิตรรายสำคัญ คืองานแฟร์ประจำปีของเครือสหพัฒน์

แน่นอนอยู่แล้วว่าเนชั่นแชนัลได้สิทธิในการถ่ายทอดสดงานสหกรุ๊ปแฟร์ โดยพิธีกรคู่หูกนก-ธีระ กล่าวถึงพลเอกเปรมว่า"ฯพณฯท่านพลเอกเปรม"ทุกคำ ตรงข้ามตอนพูดถึงอดีตนายกฯทักษิณ สองคนนี้จะพูดแค่"ทักษิณ"เฉยๆ หรือบางทีก็เรียกแบบยาวๆว่า"นักโทษชายทักษิณที่อยู่ระหว่างหนีคดี"

ก่อนการถ่ายทอดสดประจำปีนี้จะเริ่มขึ้นนั้น ก็มีบทวิเคราะห์ของสุทธิชัยออกทางเนชั่นแชนัลเรื่อง"แผนตากสิน2"โดยอ้างตามสูตรว่าหากมีแผนนี้จริงๆทักษิณต้องเป็นคนรับผิดชอบ

พอเปรมไปปรากฎตัวที่งานสพัฒน์ก็ปรากฎว่าให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องแผนตากสิน2เป็นตุเป็นตะ แต่พูดราวกับก๊อปปี้มาจากสุทธิชัย ยังไงยังงั้น

โบรกใหญ่ฟันธงไม่แนะนำจองซ้อหุ้นNBC

ด้วยเหตุนี้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์ใหญ่แห่งหนึ่งจึงให้ความเห็น"ไม่แนะนำให้จองซื้อหุ้นใหม่NBC"เนื่องจากแม้สายสัมพันธ์ทางการเมืองของเนชั่นจะแนบแน่นกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ และพลเอกเปรม จนได้เวลาทำฟรีทีวีแทบทุกช่อง และได้โฆษณาจากรัฐบาลจนพลิกสถานการณ์ให้เนชั่นบรอดแคสติ้ง(NBC)จากมียอดขาดทุนสะสมบักโกรกมามีกำไร

แต่ในด้านกลับกันก็เป็นจุดอ่อนของเครือเนชั่น เพราะหากเปรมกับอภิสิทธิ์หมดอำนาจไป ก็ไม่วายถูกฝ่ายประชาธิปไตยที่อยู่ตรงข้ามเช็คบิล แน่นอน!
***********

เกาะติดรายงานข่าวเชิงสืบสวน(investigative news)กรณีเนชั่นปั่นหุ้นจองที่ไทยอีนิวส์นำเสนอมาในรอบ14วันที่ผ่านมา:

*21ต.ค.2552-ร้องกลต.ฟันกนกคุก2ปีลูกพี่หยุ่นโดนด้วย ซี้ปึ๊กมาร์คเย้ยกฎหมายปั่นหุ้นเนชั่นกลางอากาศ

*21ต.ค.2552 ใครทุบหุ้นยังไม่แน่ แต่คนปั่นหุ้นคาหนังคาเขา มันเป็น"พวกเรา"-มาร์คว่าไง?!

*22ต.ค.2552 กนกปั่นหุ้นคุก2ปีไม่พอ กฎหมายชี้ต้องโดนเฉดหัวด้วย รู้แกวส่งเมียเป็นนอมินี จี้กลต.เร่งฟัน

*22ต.ค.2552 เอาอีกแล้วสื่อโล้นกระบอกเสียงมาร์ค ไม่กลัวเสือกระดาษกลต. ตีปี๊บขายหุ้นผิดกม.โจ่งครึ่ม

*23ต.ค.2552 ไม่รู้จะรวยหรือซวยเละ หุ้นใหม่เนชั่นเสกพ้วงเดียว จากเน่าๆเอาล้างน้ำเข้าตลาดหุ้นเฉยเลย!

*23ต.ค.2552 จำนนหลักฐานเนชั่นจ๋อย หยุดแล้วโฆษณาขายหุ้น สาวลึกเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาดขายแมงเม่า

*24ต.ค.2552 เบื้องหลังโชคมหาศาลของเนชั่น มันคืออาชญากรรมย่ำยีชาติและประชาธิปไตย

*25ต.ค.2552 ลากไส้สื่อโล้น:ผิดจากนี้กรูให้เหยียบ!

26ต.ค.2552 เนชั่นเล่นกลเสกหุ้นเน่าเข้าตลาด เตือนแมงเม่าจองซื้อต้องระวัง ปัจจัยเสี่ยงการเมืองพลิกขั้ว

*26ต.ค.2552 กลต.เงื้อฟันเนชั่นปั่นหุ้นจอง กนกหายซ่าคุก2ปี

*27ต.ค.2552 สื่อโล้นเย้ยกฎหมายซ้ำซาก เอาอีกแล้วขึ้นป้ายหราออกทีวีขายหุ้นจอง ไม่หวั่นเสือกระดาษกลต.

*28 ต.ค.2552 โบรกฯคุกคามสื่อ!เตือนแมงเม่าอย่าซื้อหุ้นจองNBC

*29ต.ค.2552 แฉ'เวชชาชีวะ'สมคบสื่อโล้นงาบผลประโยชน์ชาติ

*30ต.ค.2552 ทิ้งเนชั่นหักเหลี่ยมจึงรุ่งเรืองกิจ NBCที่มั่นใหม่หยุ่น

*2 พ.ย.52-เดินหน้าเปิดโปงสื่อโล้น อย่าปล่อยเนชั่นลอยนวล

3พ.ย.52-ลากไส้แก๊งเด็กนรกNATION

*2-4 พ.ย.2552 เปิดขายหุ้นจองNBCให้ประชาชนทั่วไป

*11พ.ย.2552 คาดว่าหุ้นNBCจะเปิดการซื้อขายครั้งแรกในตลาดMAI

อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวล

ไทยอีนิวส์ยังจะเกาะติดและนำเสนอข่าวเชิงสืบสวนในกรณีนี้ต่อไป หากท่านผู้อ่านเกรงว่าคนที่กระทำผิดจะลอยนวล ท่านสามารถแจ้งร้องเรียน หรือชี้เบาะแสการกระทำผิดไปได้ที่

ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน

ฝ่ายงานเลขาธิการ
โทรศัพท์ 0-2263-6000
โทรสาร 0-2256-7755
E-mail : info@sec.or.th


และหากหวังพึ่งก.ล.ต.และกระบวนการยุติธรรมประเทศนี้อย่างเดียวอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ สังคมทั้งสังคมสามารถกดดันให้เกิดความยุติธรรมทางสังคมได้ เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆหากท่านผู้อ่านจะเผยแพร่ข่าวชิ้นนี้ออกไปให้มากที่สุด เป้าหมายสำคัญอันดับแรกคือเพื่อน หรือครอบครัว หรือคนที่ท่านรู้จักที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย และสาธารณชนชาวไทยที่เสียหายร่วมกันจากพฤติการณ์ของเนชั่นกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

ใต้เท้าขอรับ: ไม่มีปั่นหุ้น มีแต่ ‘ปั่นข่าว’

ที่มา Thai E-News

โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
ที่มา เว็บไซต์ประชาไท
4 พฤศจิกายน 2552

คุณธีรนันต์ วิภูชนันธ์ กับคุณคธา ปาจาจิริยะพงษ์ เป็นเหยื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และนักสิทธิมนุษยชน และผู้รักความเป็นธรรมควรจะต้องรีบออกมาปกป้อง

ข่าวลือที่แรงในระดับทำให้ดัชนีหุ้นรวมตกกว่า 30 จุดในวันแรก ก่อนจะดีดกลับมาตกที่ 15 จุด และตกแรงประมาณ 60 จุดในวันต่อมา ก่อนจะกลับมายืนแค่ระดับการตกที่ประมาณ 30 จุด

วันแรก หรือ 14 ตุลาคม 2552 ที่ข่าวลืออันไม่เป็นมงคลสะพัดในตลาดหุ้น เมื่อไปดูข้อมูลก็จะพบว่า การตกของหุ้นนั้นมาจากการเทขายทำกำไรของนักลงทุนต่างประเทศ การตกในระดับที่ 15 จุดเมื่อปิดตลาด ว่าไปมันก็เป็นตัวเลขการตกธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ส่วนวันที่สองซึ่งน่าจะชัดแล้วว่า ‘ข่าวลือ’ ก็คือข่าวลือที่เชื่อถือไม่ได้ ก็เป็นการขายของกองทุนในประเทศ ซึ่งมีข้อมูลประกอบการลงทุนที่ดีกว่า

พูดง่ายๆ ก็คือ หากลองไปถามเซียนหุ้นดูก็จะรู้ว่า ไม่มีทางที่การปั่นหุ้นชนิดที่ทำให้ตัวเลขขึ้นลงทั้งกระดานจะเกิดขึ้นจากนักลงทุนรายย่อย และย่อมไม่ได้เกิดจากการโพสต์ข้อความของคนเพียง 2 หรือ 3 หรือแม้กระทั่งมากกว่านั้น

และแน่นอนคุณธีรนันต์ กับคุณคธา ย่อมไม่ใช่นักลงทุนรายใหญ่หรือมีตำแหน่งแห่งหนที่จะบงการการปั่นหุ้นได้ ยังไม่ต้องนับว่า ข้อความที่เขาโพสต์นั้น ไม่ใช่เรื่องข่าวลือ แต่เป็นการแปลรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศว่าเกิดข่าวลือขึ้นในตลาดหุ้นต่างหาก ซึ่งนั่นหมายความว่า เป็นการโพสต์ข่าวแปลที่เกิดหลังหุ้นตกไปแล้ว และเป็นการแปลตามประสาพลเมืองที่ดีที่นำข่าวมาบอกกัน และเป็นผู้เล่นเว็บบอร์ดที่มีเนื้อหาสาระเหมือนที่นักวิชาการทั้งหลายเรียกร้องอยากให้เว็บบอร์ดเป็นนั่นเอง

แต่แน่ละ ไม่มีใครปฏิเสธว่า ในสองวันนั้นมีข่าวลือที่ไม่เป็นมงคลแพร่สะพัดอยู่ด้วย แต่ข่าวลือนั้นเกิดขึ้นเพื่อหวังผลในการปั่นหุ้นจริงหรือ หรือหากหวังผลเช่นนั้น ข่าวลือเช่นนั้นจะได้ผลหรือไม่ก็ยิ่งน่าสงสัย

เช่นเดียวกับในทุกวี่วันที่มีสารพัดข่าวลือที่วนเวียนอยู่ในตลาดให้นักเก็งกำไรหรือนักลงทุนต้องวิเคราะห์อยู่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องได้ผลเสมอไป

แม้แต่เด็กๆ แถวบ้าน ยังสามารถท่องได้เลยว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน”

อย่าลืมทีเดียวเชียวว่า หลังเหตุการณ์หุ้นตกเพราะเชื่อว่ามาจากข่าวลือนั้น รัฐบาลเองก็ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องออกมาจัดการแต่อย่างใด กระทั่งเกิดการปั่นข่าวเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมืองของ ‘นักการเมืองในสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง’ และ ‘นักการเมืองนอกสภาที่รอวันจะลงเลือกตั้งไปนั่งในสภาของผู้แทนราษฎร’ เท่านั้นแหละ รัฐบาลจึงออกมาเดินตามราวกับลูกที่ดี

แต่สมมติว่า การตกของหุ้นนั้นมาจากข่าวลือที่มีใครก็ตามตั้งใจปล่อยล้วนๆ ข่าวลือที่แรงระดับนี้ก็น่าจะมาจากความตื่นตระหนกรวมหมู่ ซึ่งมีอยู่เป็นพื้นฐานในสังคมไทย อันสะท้อนว่า สังคมเศรษฐกิจไทยหวั่นไหวเพียงใดในสถานะทางการเมืองที่ไม่มั่นคงอยู่นี้ และโครงสร้างตลาดทุนไทยก็ช่างเปราะบางเกินกว่าจะรับกับข่าวลือสารพัดได้ ซึ่งหากรัฐบาลปรารถนาจะดึงนักลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย รัฐบาลเองก็ต้องหาทางรับมือกับสารพัดข่าวลือแบบนี้ให้มันเกิดข้อเท็จจริงขึ้นอย่างทันท่วงที แทนที่จะจัดการไปในทางที่มีผลทำให้คนไม่กล้าพูด ซึ่งมีแต่จะดำรงไว้ซึ่ง ‘ข่าวลือ’ ให้ลืออยู่เช่นนั้น

คุณธีรนันต์ กับคุณคธา จึงเป็นเหยื่ออย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทำไมต้องเป็น 2 คนนี้ ทั้งๆ ที่มีคนโพสต์เรื่องนี้มากมาย ทั้งก่อนหน้าและหลัง หรือเขาเป็นสองคนแรกที่ปล่อยข่าวกระนั้นหรือ

หรือเพราะเขาเป็นคนโพสต์ข้อความในหลายที่ กระนั้นเอาอะไรไปตัดสินว่า การโพสต์ข้อความแม้จะในหลายๆ ที่จะเป็นความจงใจทำให้เกิดกระแส เพราะโดยปกติ การโพสต์ข้อความในเว็บบอร์ดหลายๆ แห่งนั้นเกิดขึ้นได้เป็นปกติสำหรับคนที่อยู่ในชุมชนคนเล่นบอร์ด ซึ่งไม่ได้เอาตัวเองไปสังกัดเว็บบอร์ดใดๆ เพียงแห่งเดียว ถ้าสมมติเขาโพสต์สัก 10 บอร์ด นั่นแสดงความว่า เขาจงใจปั่นหุ้นเช่นนั้นหรือ

แล้วเราจะเรียก นักการเมืองที่ให้ข่าวเล่นข่าวย้ำๆๆๆๆๆ ถึงข่าวลือๆๆๆๆ นี้ว่าอย่างไร

ยังไม่ต้องพูดว่า มันตลกเพียงใด หากเขาจงใจปั่นหุ้น โดยมาปล่อยข่าวในเว็บบอร์ดอย่าง ‘ประชาไท’ และ ‘ฟ้าเดียวกัน’ เพราะแม้แต่ห้องสินธร แห่งเว็บบอร์ดพันทิพ อันเป็นชุมชนคนเล่นหุ้น การปล่อยข่าวเพื่อหวังให้เกิดแรงกระเพื่อมของตัวเลขในกระดานขึ้นลงก็แทบจะไม่เคยได้ผล

ยังไม่ต้องนับว่า ข่าวลืออันไม่เป็นมงคลนี้เกิดขึ้นในเว็บบอร์ดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ แค่ ‘ประชาไท’ หรือ ‘ฟ้าเดียวกัน’ มาก่อนหน้าแล้ว แต่กลับจงใจให้ข่าวราวกับว่า ต้นตอการปั่นหุ้นมาจาก ‘ประชาไท’ หรือ ‘ฟ้าเดียวกัน’

ยังไม่นับว่า นี่จะเป็นการจับตาม ‘พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์’ แบบไร้เหตุผลเพียงใด

แน่ละ คงต้องรอดูว่า จะมีข้อมูลเรื่องการปั่นหุ้น และความผิดตามข้อหากฎหมายหลักทรัพย์ตามมาหรือไม่ และอย่างไร

แต่กรณีนี้น่าจะชัดเจนแล้วว่า ‘พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์’ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐแบบกว้างขวางและเหวี่ยงแหชนิดไม่ละอายต่อบาปและการใช้เหตุผล กระทั่งอยู่ในสถานะ ‘พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นแม่มด’ ของหมอผีครองเมืองทั้งหลาย ที่พร้อมจะนำไปแปะป้ายใครก็ตามที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม หรือต้องการจะเล่นงานเพื่อหวังผลทางการเมือง

น่าสงสัยด้วยว่ามีการใช้อำนาจนอกเหนือกฎหมายด้วยการลอบขโมยข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เอง ซึ่งน่าจะเป็นการบ้านให้กับเหยื่อได้ศึกษาเพื่อการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

ในท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่ามีการปั่นหุ้นหรือไม่ แต่ชัดเจนยิ่งว่า มีการ ‘ปั่นข่าว’ โดยอาศัยหุ้นตกและอาศัยข่าวลือที่เกิดขึ้นแน่ๆ เพราะสมมติว่ามีการปั่นหุ้น อย่างมากคนปั่นก็ได้แค่เงิน แต่คนปั่นข่าว ได้ประจบสอพลอและอำนาจ และยังได้เล่นงานฝ่ายที่เห็นต่างอีกด้วย

ก็แล้วทำไมไม่บอกไปตรงๆ เลยล่ะว่า

“เล่นเน็ตมีความเสี่ยง ผู้เล่นควรควรเลือกข้าง ‘หมอผี’ ก่อนการเล่น”

เอกยุทธ แฉตัวการใหญ่ทุบหุ้นอยู่สิงคโปร์

ที่มา Thai E-News

โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
4 พฤศจิกายน 2552

“เอกยุทธ” ชี้ 2 ผู้ต้องหาทุบตลาดหุ้นเป็นแค่เด็กปลายแถว ไม่ใช่ต้นตอ ตัวการใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานเครือโอเรียลเต็ลมาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า การจับกุม 2 คนที่แปลข้อความที่ไม่บังควรแล้วโพสต์ในเว็บไซต์นั้นเป็นการจับแพะ ทั้งสองคนเป็นแค่คนที่ติดตามข่าวสารแล้วขยายความต่อ แต่คนที่เป็นต้นตอส่งข่าวนี้อยู่ที่ตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่เทขายหุ้นล็อตใหญ่ในช่วงก่อนวันที่ 14 ต.ค.และมาช้อนซื้อกลับไปในช่วงที่หุ้นลงหนักๆ รัฐบาลควรจะไปตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มไหนในตลาดหลักทรัพย์มีเอกสารซื้อขายทั้งหมด หากจะสอบสวนจริงตนพร้อมเป็นพยานชี้ให้ดูเลยว่าควรจะตรวจสอบตรงไหนก่อน

“งานนี้คนที่ได้ประโยชน์มีทั้งคนในอำนาจเก่าและคนบางคนในรัฐบาลชุดนี้ได้กันไปไม่ต่ำกว่า 4 - 5 พันล้านบาท จากข่าวนี้ โดยเฉพาะคนในรัฐบาลถามว่าเหตุใดเมื่อมีข่าวปล่อยมาในวันพุธที่ 14 ต.ค. จึงไม่ออกปฎิเสธข่าวทันที แต่ปล่อยให้มีการซื้อขายกันต่อเพื่อจะหากำไรกันอีกรอบ” นายเอกยุทธ กล่าว

บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา(10):สมปอง Man of Tanaowasri

ที่มา Thai E-News


บันทึกของสมปอง-ในขบวนคนดี ข้าพเจ้าจะเป็นคนดีที่สุด ข้าพเจ้าไม่กล้าสั่งสอนใคร แต่ข้าพเจ้าคือจะเป็น และจะทำ เช่น เมื่อวันวานข้าพเจ้าปฏิวัติ ทำมันได้ถึง 2 กะละมัง (ภาพ:จากภาพยนตร์เรื่อง"ฟ้าใสใจชื่นบาน)

โดย วันลา วันลิไล
3 พฤศจิกายน 2552

ดอน กีโฮเต้ ก็คือ อลองโซ กีฮานา คนแก่คนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นอัศวินผู้อภิบาลความดี และจะต่อสู้กับความชั่วร้าย

ส่วน สมปอง ลูกชายชาวไร่อ้อยคนหนึ่งก็คิดว่า เขาคือทายาทที่จะนำการปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ แน่นอนเขาจะเป็นคนดีที่สุดของบ้านเมืองนี้ . . . . .


15. สมปอง Man of Tanaowasri



15.1 ฟ้าไม่มืดมาก ตะวันเพิ่งจะลับเหลี่ยมเขาไปหยกๆ เหลือแต่แสงสีส้ม ๆแสด ๆ ซีด ๆ ราดอยู่ตามขอบฟ้าต่ำ คนเหน็ดเหนื่อยพอกินอิ่มก็คึกคักขึ้น

เสียงขึ้นกลองตึงตังดังแข่งกับเสียงจั๊กจั่น บางคนเริ่มร้องเพลงรำวง ในครัวสงบ ไฟในเตาค่อย ๆ มอดดับ ยังแต่ความร้อนอุ่น ๆ ของกองขี้เถ้าพอจะช่วยย่างกางเกงที่อาจจะแห้งไม่ทันใส่ในวันรุ่งขึ้น

อากาศยามเย็นน่าครื้นเครงเช่นนี้มีเพียง สมปองคนเดียวเท่านั้นที่ยังล้างชามอยู่ในครัว เขาเติมน้ำลงในกะละมังขี้เถ้าจนเต็ม เอาผ้าขี้ริ้วจากปลายขากางเกงใครก็ไม่รู้ ชุบน้ำปนขี้เถ้าขัดลงบนหม้อและกระทะ ท่าทางทำงานอย่างมีรสชาด

อาการขัดหม้อดูเหมือนกับวาทยากรหน้าวงซิมโฟนี ช่างเรียบไหลต่อเนื่องและมีจังหวะที่พร่างพราย

สมปอง(คงจะเป็นน้องของสมชายอีกที)เป็นคนดีในสายตาของทุก ๆ คน ในขณะที่หลายคนกินอิ่มแล้วไปตีกลอง ร้องเพลง เขาจะเช็ดโต๊ะอาหารอยู่เงียบ ๆ แล้วลงไปล้างชามและหม้อไหอยู่คนเดียว มีพักต้องเป็นเวรพี่เลี้ยง(คนทำครัว) ทุกวันเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าฝนจะตก, แดดจะออก, พายุจะโหม หรือสายน้ำจะคลั่ง

ในวันที่ยืดยาว สมปองทำงานหนักไม่แพ้อดีตชาวไร่ชาวนา ยามกินก็เพียงข้าวปนมันกับผักต้มน้ำเปล่าในเกลือแกง ยามถ่ายก็สามารถนั่งเรียงแถวหน้ากระดานปล่อยลงหลุมพร้อมกันกับคนอื่น

ด้วยหน้าตาคมสันและรูปร่างสมส่วนทะมัดทะแมง เขาจึงเป็นกำลังหลักเกือบทุกเรื่อง ตั้งแต่งานไร่ไปจนถึงเต้นรำและเล่นละคร ในด้านหลัก กล่าวสำหรับสถานการณ์สู้รบตบมือ งานหนักเท่านั้นจึงจะเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า ผู้ที่เดินตามแนวทางทั่วไปนี้ต้องเรียกร้องตนเองอย่างเข้มงวดในเรื่องนี้ และสมปองก็เป็นลูกที่ดีเลิศคนหนึ่ง

ฟ้ามืดนานแล้ว หลายคนเข้านอนเก็บความอ่อนเพลียซ่อนเอาไว้ สมปองนั่งอยู่ที่โรงพยาบาลตึกชั้นเดียวหลังคามุงจาก เขาป้ายยาแดงลงบนแผลถลอกขนาดใหญ่บนหัวเข่า รำพึงให้พยาบาลที่คิ้วขมวดย่นฟังว่าแผลสดอันยิ่งใหญ่นี้เกิดจากการฝึกฝนเพื่อที่จะรับช่วงการนำงานปฏิวัติอันมีเกียรติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ กับสถานการณ์ยากลำบากพวกเรามีแต่ต้อง ด้านหนึ่ง อดทน อีกด้าน
หนึ่ง ถนอมรักษาสุขภาพตัวเอง

ว่าแล้วสมปองก็ราดยาแดงทั้งขวดลงบนแผล

15.2 ฟ้ามืดมาก มองไม่เห็นกระทั่งทางเดินทรายขาวที่เคยเรือง ๆ พอแสงไต้ว็อมแวมมาหยุดตรงหน้าโรงพยาบาล ใครคนหนึ่งโยนไก่ตัวหนึ่งลงบนพื้น

“ไก่ใช่ไหม โอ” สมปองถามขึ้น

"ทำไงตาย ?" เขาก้มตัวลงหยิบไก่ขึ้นมาส่องดูกับไฟตะเกียง

ไก่ตัวนั้นคอพับติดกับปีกเนื้อตัวเลอะขี้โคลน เมื่อจับคอหงายขึ้นก็เห็นรอยเชือดเป็นทางยาว แผลลึกเข้าไปบาดหลอดลมขาดออกจากกันมีเลือดติดกรัง สมปองวางไก่ลง จุ๊ปาก 2-3 ที พร้อมกับเอานิ้วชี้ปาดที่คอตัวเอง

“อย่างนี้ไม่ตายจะอยู่ไหวหรือ !” แล้วก็ซี้ดปากอีกที

หลังจากทุกคนกลับไปนอน สมปองย่องกลับที่นอนตนเอง หยิบสมุดบันทึกออกมาเขียนขยุกขยิกแล้วเก็บไว้ใต้หมอนดังเดิม


15.3 ฟ้าไม่มืดมาก แต่ใจของสมปองกลับมืดและหดหู่ลงกว่าเดิม ด้วยแรงกระทบจากความแตกแยก เพื่อนนักศึกษาส่วนหนึ่งกลับบ้านไปแล้ว ทำให้เขาเริ่มขาดความเชื่อมั่นและนับถือตนเอง

ขณะที่นั่งล้างจานจู่ ๆ ก็ร้องไห้คร่ำครวญ และวิ่งไล่เตะเพื่อน ๆ รอบข้างด้วยความรู้สึกว่า ทุกคนทำร้ายเขา ต่างยัดเยียดภาระหน้าที่อันหนักหน่วงให้ หวังให้เขาสืบทอดการชี้นำ แต่แล้วก็กลับทอดทิ้งไป ทำให้เขาไม่อาจบรรลุภาระหน้าที่ได้ จะกลับไปไร่อ้อยที่บ้านก็เกรงว่าแม่และพี่น้องไม่ยอมรับ ไหนจะแปลกแยกกับผู้คนและถิ่นฐานอาศัย ไหนจะภาระกิจที่คั่งค้างจะมอบหมายให้ใครรับช่วงอีก

สมปองมีอาการหนักขึ้น เขาว้าวุ่นมากและไม่เป็นสุขจนต้องหาทางส่งกลับบ้านในเวลาต่อมา เมื่อเขาจากไปแล้วมีคนพบสมุดบันทึกที่เขียนด้วยลายมือสับสน ตัวหนังสือโต ๆ และขีดฆ่าเลอะเทอะ ในนั้นมีอยู่ตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า

ข้าพเจ้า คิด นึก หวังไว้ว่า
ในขบวนคนดี
ข้าพเจ้าจะเป็นคนดีที่สุด
ข้าพเจ้าไม่กล้าสั่งสอนใคร
แต่ข้าพเจ้าคือจะเป็น และจะทำ
เช่น เมื่อวันวานข้าพเจ้าปฏิวัติ
ทำมันได้ถึง 2 กะละมัง


15.4 สมปองเป็นเพื่อนที่ผมรักคนหนึ่ง เขาชื่นชมเพลงที่ผมแต่งมากที่สุด และบอกใครต่อใครว่า ผมแต่งเพลงทุกเพลงเพื่อเขาคนเดียว

อีก 4 ปีต่อมาเราได้พบกันอีกโดยบังเอิญที่สมุทรปราการ ผมดีใจที่เห็นเขาปกติดี จึงชวนเขาไปดูหนังเรื่อง Star Wars : The Empire Strike Back ที่หน้าโรงหนังมีตู้เพลงให้วัยรุ่นหยอดเหรียญฟังเพลง “Subaru” ภาคภาษาไทย ซึ่งร้องโดย ดอน สอนระเบียบ

ในขณะนั่งรถเมล์กลับบ้าน สมปองพูดคุยกับผมอย่างสนุกสนานและบอกว่าหนังที่ดูนั่นเป็นเรื่องของเขา และเพลงนั้นก็มีคนร้องเพื่อเขา

ต่อมาเมื่อผมได้ดูละครเรื่อง ดอน กีโฮเต้ Man of La Mancha หรือ อัศวิน(เพี้ยน)ผู้ใฝ่ฝันแห่งลามันชา ซึ่งประพันธ์โดย มิเกล เดอ เซรบานเตส ชาวสเปน ทำให้นึกถึงเขา และนึกถึงทุกครั้งที่หยิบวีดีโอเรื่องนี้มาดู

แท้จริง ดอน กีโฮเต้ ก็คือ อลองโซ กีฮานา คนแก่คนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นอัศวินผู้อภิบาลความดี และจะต่อสู้กับความชั่วร้าย

ส่วน สมปอง ลูกชายชาวไร่อ้อยคนหนึ่งก็คิดว่า เขาคือทายาทที่จะนำการปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ แน่นอนเขาจะเป็นคนดีที่สุดของบ้านเมืองนี้ . . . . .

ดอน สมปอง Man of Tanaowasri ของผม

*******
บันทึกทั้งหมดในตอนที่ผ่านมา:บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา:ตะวันตกที่ตะนาวศรี

Tuesday, November 3, 2009

เพื่อไทยโต้รัฐ-ปชป.บิดเบือนนโยบายดับไฟใต้ของ พล.อ.ชวลิต

ที่มา MCOT News



พรรคเพื่อไทย 3 พ.ย. - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทย ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เสนอแนวความคิดในโครงการไทยร่มเย็น เป็นมิตรเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ชวลิต ได้กล่าวถึงการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เช่น เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร และนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการปกครองแบบนครรัฐปัตตานี หรือการแบ่งแยกรัฐเหมือนที่รัฐบาลและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนกล่าวหา การพูดดังกล่าว เป็นเพียงการใส่ร้ายป้ายสีทำลายล้าง พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย เพื่อหวังผลทางการเมือง พรรคจะยังสนับสนุนนโยบายไทยร่มเย็น เป็นมิตรเพื่อนบ้านเพื่อสร้างความสมานฉันท์ต่อไป พล.อ.ชวลิต ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อน จึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะมีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนของประเทศไทยอย่างแน่นอน .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-03 17:14:43

ณัฐวุฒิ เชื่อประชุม ก.ตร. 6 พ.ย. ยังแต่งตั้งนายตำรวจไม่ได้


พรรคเพื่อไทย 3 พ.ย.- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวถึงปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจว่า เชื่อว่าการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) วันที่ 6 พฤศจิกายน จะไม่สามารถดำเนินการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ เพราะยังมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างคนในพรรคร่วมรัฐบาล และไม่ได้นำผลงานมาเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการอยู่นั้น เชื่อว่ารัฐบาลจะให้ดำรงตำแหน่งรักษาการ ผบ.ตร. ไปตลอดปี 2553 จึงอยากให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-03 17:32:47


พร้อมพงศ์ เตรียมยื่น กกต. ชี้กระบวนการอนุฯ สอบคดี 258 ล้าน ไม่ถูกขั้นตอน กม.



พรรคเพื่อไทย 3 พ.ย. - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ย.) ตนพร้อมด้วยนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัตน์แห่งประเทศไทย จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านกระบวนการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการ กกต. กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพบว่าไม่ชอบด้วยขั้นตอนตามกฎหมาย เนื่องจากอนุกรรมการ กกต. ได้ส่งสรุปสำนวนให้ กกต.ชุดใหญ่ โดยที่ไม่ได้สอบสวนนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้บริหารบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า หากในที่สุดแล้ว การพิจารณาคดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า สำนวนการไต่สวนบกพร่อง เพราะเหตุไม่ได้สอบสวนนายประชัย คณะอนุกรรมการ กกต. ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และขอให้ กกต. ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายประชัย ด้วย.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-03 16:35:30

พล.อ.ชวลิต ลงพื้นที่ปัตตานี อาสาแก้ปัญหาให้ชาวใต้


ปัตตานี 3 พ.ย.- “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ยกต้นตระกูลเคยใช้ชีวิตในพื้นที่ จึงขอทำงานให้ชาวใต้ พร้อมเผยทฤษฎีแก้ปัญหา ทั้งโซ่ข้อกลาง ดอกไม้หลากสี ถึง นครปัตตานี วอนอย่าคิดต้องการแบ่งแยกดินแดน ขณะเดียวกัน ขอให้พี่น้องขบวนการคิดถึงอนาคตที่สดใสของลูกหลาน

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมประชุมองค์กรประชาสังคมเพื่อสันติสุขชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมเซาท์เทิร์น วิว จ.ปัตตานี โดยมีตัวแทนชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนา มาร่วมประชุมกว่า 1,000 คน

โอกาสนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ที่ตัดสินใจเข้ามาทำงานในพื้นที่ภาคใต้ เพราะเป็นห่วงประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากต้นตระกูลเคยมาใช้ชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ ดังนั้น จะพยายามแก้ไขปัญหาจนกว่าจะสำเร็จ และว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือ ประเทศยังอยู่ในช่วงวิกฤต ความแตกแยกของคนในชาติ ความเห็นที่แตกต่าง มีอยู่ทุกแห่ง ทุกองค์กร อย่างน่าเป็นห่วง แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่เห็นใคร หรือหน่วยงานใด เสนอแนวคิดมาเร่งแก้ปัญหาของคนในชาติได้เลย

“ผมได้ติดตามมาตลอด และค่อยๆ วางแนวทางแก้ไข เพื่อให้ปัญหาหมดไปโดยเร็ว โซ่ข้อกลางเป็นแนวทางหนึ่งที่ผมเสนอ แต่คนที่มาอยู่ตรงกลาง ต้องมีอำนาจ มีกำลัง มีพลังเหมือนสหประชาชาติ ที่ดูแลประเทศต่างๆ ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง” พล.อ.ชวลิต กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวถึงทฤษฎีดอกไม้หลากสี ถอยคนละก้าว เพื่อเปิดพื้นที่เจรจา รวมถึงแนวคิดนครปัตตานี ซึ่งต้องการฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ และประชาชน อย่ามองเป็นเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน เพราะพวกเขาไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น และอยากอยู่ใต้พระบารมี

“ผมอยากวิงวอนพี่น้องขบวนการ จะทำอะไรให้คิดถึงอนาคต เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ขอให้ยุติหรือเบาบาง เพื่อให้ลูกหลานมีอนาคตสดใส เป็นคำร้องขออย่างง่ายๆ” พล.อ.ชวลิต กล่าว และว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความสงบสุข และสันติ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม

พล.อ.ชวลิต ยังมีแนวคิดที่จะสร้างศูนย์กลางทางศาสนา และการศึกษาของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นว่าควรจะมีการสร้างมัสยิดขนาดใหญ่ ที่เป็นศูนย์กลางของประชาชน จุคนได้เป็นหมื่นคน เพื่อเป็นเกียรติยศให้กับชาวมุสลิมในพื้นที่.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-03 16:35:00

พรรคเพื่อไทยห่วง ราเกซ ถูกปิดปาก จี้รัฐคุ้มกัน

ที่มา MCOT News


พรรคเพื่อไทย 3 พ.ย. - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยวันนี้ (3 พ.ย.) ได้สอบถามถึงคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) ซึ่ง ส.ส.เพื่อไทย เห็นว่าผู้เกี่ยวข้องไม่ได้อยู่ในพรรคเพื่อไทย แต่อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาล จึงเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการตามที่เคยอภิปรายไว้สมัยเป็นฝ่ายค้าน และให้ดูแลนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดีดังกล่าวให้ดี เพราะมีข่าวว่าอาจจะถูกปิดปาก อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะตั้งกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง นำเอกสารถอดเทปคำอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี อภิปรายรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) และเปิดเผยว่า นายสุเทพเคยบอกว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ได้ ปัจจุบันรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แต่กลับไม่ดำเนินการใด ๆ นั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะขณะนี้มาเป็นรัฐบาลร่วมกันใช่หรือไม่ .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-03 18:37:29

กกต.เตรียมลงมติเงิน258ล้าน ปชป.10พ.ย.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_44286

กกต. เตรียมมติชี้ขาด ปมเงินบริจาค 258 ล้าน พรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 10 พ.ย. หลัง อภิชาติ สุขัคคานนท์ แจกสำเนาสรุปผลการไต่สวนให้ กกต.ทั้ง 4 แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ได้แจกสำเนาสรุปผลการไต่สวนกรณีสำนวนเงิน 258 ล้านบาทที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่าได้รับจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เมื่อปี 2548 ซึ่งอาจเป็นการกระทำต้องห้ามตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ให้แก่ที่ประชุม กกต.ในวันเดียวกันนี้แล้วเพื่อนำไปศึกษาภายใน 7 วันก่อนที่ กกต.จะนัดพิจารณาผลการไต่สวนในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้