WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 6, 2009

ก้าวสู่ปีที่4ไทยอีนิวส์:พลานุภาพของท่านผู้อ่าน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
6 พฤศจิกายน 2552


ในวาระครบรอบ 3 ปี ย่างก้าวสู่ปีที่4ของไทยอีนิวส์ มาทำความรู้จักกันหน่อยว่า ท่านผู้อ่านของเราคือใคร? จากการจัดสำรวจพบว่า ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นเพศชาย วัยผู้ใหญ่อายุระหว่าง40-60ปีมากที่สุด จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุดคือ 49% จบสูงกว่าปริญญาตรี 33 % เป็นผู้อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมากที่สุดคือ44% อาศัยในต่างประเทศ11% มีอาชีพเป็นนักธุรกิจ,เจ้าของกิจการมากที่สุด รองลงมาเป็นนักวิชาชีพและนักบริหาร ทัศนะทางการเมืองเป็น"นักปฏิรูป"มีความปรารถนาอยากให้ไทยมีระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญแบบอังกฤษ-ญี่ปุ่นมากที่สุด ส่วนใหญ่ต้องการแก้วิกฤตประเทศ โดยเสนอให้นำรัฐธรรมนูญปี40กลับมาใช้ แล้วจัดเลือกตั้งใหม่ และต้องเคารพผลตัดสินของประชาชนอย่างแท้จริง รองลงมาเสนอแก้รธน.ขจัดอำนาจผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญออกไป โดยหากมีการจัดเลือกตั้งใหม่จะเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยอย่างท่วมท้น อย่างไรก็ตามท่านผู้อ่านของเราได้ก้าวข้ามพ้นประเด็น"ทักษิณ"ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ท่านผู้อ่านของเราเทใจให้พรรคเพื่อไทยท่วมท้น

และเมื่อสำรวจครั้งล่าสุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ภายใต้หัวข้อว่า "ถ้ามีการจัดเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ท่านจะเลือกพรรคใด?" มีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 4,122 ท่าน ผลสำรวจออกมาเป็นดังนี้

-พรรคเพื่อไทย 3,856 ท่าน คิดเป็น 93%ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด
-พรรคประชาธิปัตย์ 107 ท่าน คิดเป็น 2% ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด
-พรรคการเมืองใหม่ 50 ท่าน คิดเป็น 1% ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด
-ใช้สิทธิ์ไม่ลงคะแนนให้พรรคใด 57 ท่าน คิดเป็น 1%
-ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 22 ท่าน ไม่ถึง1%
-พรรคภูมิใจไทย 9 ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา 2 ท่าน พรรคอื่นๆ 16 ท่าน ไม่ถึง 1%



ใครคือผู้อ่านไทยอีนิวส์?

ก่อนหน้านี้ไทยอีนิวส์ได้สำรวจพื้นฐานท่านผู้อ่านของเราในเรื่องเพศ วัย การศึกษา อาชีพ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน โดยมีผลสำรวจเป็นดังนี้

1.ผู้อ่านไทยอีนิวส์เป็นเพศชายมากที่สุด ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่อายุระหว่าง40-60ปี

ไทยอีนิวส์สำรวจฐานท่านผู้อ่านล่าสุดระหว่างวันที่ 7-11 ก.ย.2552 ในเรื่องเพศและอายุ มีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 3,292 ท่านผลการสำรวจเป็นดังนี้

-เป็นเพศชายมากที่สุด 1,553 ท่าน
-รองลงมาเป็นเพศหญิง 661 ท่าน
-เพศที่สาม 27 ท่าน

อายุระหว่าง41-50ปีมากที่สุด จำนวน 1,175 ท่าน
อายุระหว่าง 51-60ปีรองลงมา จำนวน 915 ท่าน
อายุระหว่าง 31-40ปีรองลงมา จำนวน 627 ท่าน
อายุระหว่าง20-30ปีรองลงมา จำนวน 245 ท่าน
อายะระหว่าง61-70ปี จำนวน 222 ท่าน
อายุต่ำกว่า 20 ปีลงมา จำนวน 45 ท่าน
อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ท่าน


2.ผู้อ่านไทยอีนิวส์เป็นนักธุรกิจมากที่สุด ตามมาด้วยข้าราชการ นักวิชาชีพ ปัญญาชน

ผลการสำรวจเรื่องอาชีพของผู้อ่านไทยอีนิวส์ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม -1 กันยาน 2552 มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,580 ตัวอย่าง มีผู้ประกอบอาชีพมากที่สุดเรียงตามลำดับ ดังต่อไปนี้

-มากที่สุดอันดับ 1 คือนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ 589 ตัวอย่าง คิดเป็น 22% ของผู้อ่านทั้งหมด
-รองลงมาเป็นอาชีพข้าราชการในระดับปฏิบัติงาน 330 ตัวอย่าง คิดเป็น 12 %
-ตามมาด้วยนักวิชาชีพด้านแพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี นักวิทยาศาสตร์ 232 ตัวอย่าง หรือ 8%
-พนักงานบริษัทเอกชนในระดับปฏิบัติงาน 189 ตัวอย่าง คิดเป็น 7%
-นักวิชาการ อาจารย์สถาบันการศึกษา 179 ตัวอย่าง คิดเป็น 6%
-เกษียณแล้ว 180 ตัวอย่าง คิดเป็น 6%
-นักบริหารระดับกลางในธุรกิจภาคอกชน 139ตัวอย่าง คิดเป็น 5%
-นักบริหารระดับกลางในภาคราชการ 134 ตัวอย่าง คิดเป็น5%
-นักเรียน นักศึกษา 103 ตัวอย่าง คิดเป็น 3%
-นักบริหารระดับสูงในภาคธุรกิจอกชน 61 ตัวอย่าง คิดเป็น 2%
-ผู้ใช้แรงงาน 76 ตัวอย่าง คิดเป็น 2%
-ผู้ว่างงาน 73 ตัวอย่าง คิดเป็น 2%
-เกษตรกร 43 ตัวอย่าง คิดเป็น 1%
-นักบริหารระดับสูงในภาครัฐบาล 32 ตัวอย่าง คิดเป็น 1%
-ศิลปิน นักแสดง นักเขียน นักวิจารณ์ 33 ตัวอย่าง คิดเป็น 1%
-สื่อมวลชน 26 ตัวอย่าง คิดเป็น 1%
-ที่ไม่แจงนับถึง1%ได้ มีNGO นักสิทธิมนุษยชน องค์การมหาชน 12 ตัวอย่าง,ตุลากร อัยการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 13 ตัวอย่าง และอาชีพอื่นๆนอกจากขางต้นนี้ 136 ตัวอย่าง คิดเป็น 5%


3.ผู้อ่านของเรามีการศึกษาระดับปริญญาตรีสูงที่สุด ตามมาด้วยจบสูงกว่าปริญญาตรี

ไทยอีนิวส์มีการนำเสนอผลการสำรวจระดับการศึกษาของผู้อ่านไทยอีนิวส์ที่ที่จัดสำรวจระหว่างวันที่ 12-15 สิงหาคม 2552 มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,534 คน ผลเป็นดังนี้


-มีการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จำนวน 257 ตัวอย่าง คิดเป็น 16 %
-มีการศึกษาในระดับปริญญาตรี จำนวน 766 ตัวอย่าง คิดเป็น 49 %
-มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี จำนวน 511 ตัวอย่าง คิดเป็น 33 %


4.มีที่อยู่ในกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ และอยู่เมืองนอกอีกไม่น้อยกว่า10%

ไทยอีนิวส์ยังได้เปิดเผยผลสำรวจที่อยู่ปัจจุบันของผู้อ่านไทยอีนิวส์ระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม 2552 มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 3,182 ท่าน ผลการสำรวจเป็นดังนี้


-อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,420 ตัวอย่าง คิดเป็น 44 %ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด
-รองลงมาอาศัยในเขตภาคเหนือ 529 ตัวอย่าง คิดเป็น 16 %
-ตามมาด้วยอาศัยอยู่ในภาคอีสาน 352 ท่าน คิดเป็น 11 %
-อาศัยอยู่ในเขตภาคกลางและตะวันออก 299 ท่าน คิดเป็น 9%
-อาศัยอยู่ในต่างประเทศโซนทวีปอเมริกา 210 ท่าน คิดเป็น 6 %
-อาศัยอยู่ในเขตภาคใต้ 153 ท่าน หรือคิดเป็น 4 %
-อาศัยอยู่ต่างประเทศ โซนทวีปยุโรป 118 ท่าน คิดเป็น 3 %
-อาศัยอยู่ในต่างประเทศโซนเอเชีย 55 ท่าน คิดเป็น 1 %
-อาศัยอยู่ในต่างประเทศ โซนออสเตรเลีย 36 ท่าน คิดเป็น 1%
-อาศัยอยู่ในต่างประเทศโซนอาฟริกา 3 ท่าน ไม่แจงนับเป็นร้อยละได้
-อาศัยอยู่ในที่อื่นๆนอกจากข้างต้น 7 ท่าน ไม่แจงนับเป็นร้อยละได้


เมื่อพิจารณาโดยสรุปแล้ว มีผู้อ่านไทยอีนิวส์เป็นผู้มีที่อยู่ปัจจุบันในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ และมากที่สุดในกรุงเทพฯและปริมณฑล รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางและตะวันออก และภาคใต้ ตามลำดับ

ขณะที่มีผู้อ่านซึ่งมีที่อยู่อาศัยปัจจุบันอยู่ในต่างประเทศ 11 % มากที่สุดคือโซนอเมริกา รองลงมาคือยุโรป ทวีปออสเตรเลีย เอเชีย และอาฟริกา ตามลำดับ

ผู้อ่านไทยอีนิวส์ก้าวพ้นประเด็นทักษิณไปแล้ว แต่อำมาตย์ยังงมโข่ง

ผลการสำรวจล่าสุดของไทยอีนิวส์โพลล์ ชี้แนวโน้มคนเสื้อแดงก้าวข้ามประเด็น"ทักษิณ"ไปแล้ว โดยกว่า50%ชูข้อเรียกร้องหลักเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ เร่งนำรธน.40กลับมาใช้เร่งจัดเลือกตั้งใหมให้เสียงประชาชนชี้ขาด ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์และสมุนบริวารยังงมโข่งท่องคาถาเดิมว่าสู้"เพื่อทักษิณคนเดียว"


ไทยอีนิวส์ได้สำรวจความคิดเห็นท่านผู้อ่านของเราในหัวข้อ"ภารกิจใดที่แกนนำเสื้อแดงควรเร่งทำก่อน?"ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2552 มีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้นจำนวน 2,085 ท่าน ผลการสำรวจเป็นดังนี้

-เร่งนำรัฐธรรมนูญปี2540กลับมาใช้ และเร่งจัดการเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนชี้ขาด จำนวน1,006 ท่าน คิดเป็น 48%
-รองลงมาเร่งเอาผิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และสมุนบริวารที่ทำลายประชาธิปไตย 330 ท่าน คิดเป็น 15%
-เร่งเอาผิดผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินและยึดทำเนียบรัฐบาลเพราะจวนครบ1ปีแล้ว 244 ท่าน คิดเป็น 11%
-เร่งสร้างสื่อครบวงจรเพื่อให้สามารถสู้ในสงครามข่าวสารกับสื่อเหลืองและสื่อหลักได้ 172 ท่าน คิดเป็น 8%
-เร่งสร้างเอกภาพในหมู่แกนนำเสื้อแดงให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน 167 ท่าน คิดเป็น 8%
-เร่งติดตามฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาบริหารประเทศ 60 ท่าน คิดเป็น 2%
-เร่งยกเลิกพรบ.ความมั่นคงและยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯและปลดปล่อยเหยื่อคดีหมิ่นฯ 57 ท่าน คิดเป็น2%
-เร่งประนีประนอมสมานฉันท์กับทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งภายในชาติ 49 ท่าน คิดเป็น 2%


ผลการสำรวจครั้งนี้มีข้อที่น่าสังเกตว่า ท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์ได้"ก้าวข้าม"ประเด็นทักษิณไปแล้ว คือการที่อดีตนายกฯทักษิณจะได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วกลับมาบริหารประเทศหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และน่าจะเป็นการตอบข้อครหาที่ฝ่ายเหลืองและอำมาตย์โจมตีว่าเสื้อแดงสู้เพื่อ"ทักษิณคนเดียว"นั้นประเมินผิดพลาด

ผลสำรวจนี้มีแนวโน้มที่จะชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายเสื้อแดงนั้นก้าวข้ามพ้น"ทักษิณ"ไปเป็นการต่อสู้ในเชิงหลักการ เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ นั่นก็คือการเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยปี40กลับมาใช้ และเร่งจัดการเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนชี้ขาดอนาคตของประเทศ

อนึ่งอดีตนายกฯทักษิณได้โฟนอินเข้ามายังที่ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อวันที่17ต.ค.2552ว่า เขาไม่อยากให้แกนนำเสื้อแดงหวังเกินไปว่าฎีกาพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้จะสำเร็จ แต่ขอให้คนไทยทุ่มเทการต่อสู้ไปที่การนำรัฐธรรมนูญปี40กลับมา และสร้างประชาธิปไตยขึ้นในประเทศเป็นหลัก อันสอดคล้องกับผลการสำรวจล่าสุดของไทยอีนิวส์

ศ.นพ.ประเวศ วะสี นักคิดปัญญาชนสำคัญของฝ่ายอำมาตย์ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงทักษิณวานก่อนนี้ โดยคงเนื้อหาสาระสำคัญว่าอดีตนายกฯทักษิณมีอิทธิพลชี้เป็นชี้ตายทำให้เกิดความสงบหรือปั่นป่วนในประเทศได้ หากทักษิณหวังดีต่อบ้านเมืองจริง ก็ต้องยุติความเคลื่อนไหวทางการเมืองเสีย(อ่านจดหมายเปิดผนึกประเวศ วะสีถึงทักษิณ คลิ้ก )

ท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์เป็นนักปฏิรูปอยากให้นำรธน.40มาแก้ไขวิกฤตประเทศ

เรายังได้จัดทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นของท่านผู้อ่านในหัวข้อเรื่อง"ประเทศไทยควรมีหนทางออกจากวิกฤตการเมืองอย่างไร?" โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 2,261 ท่าน ผลการสำรวจเป็นดังนี้

-กลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี40แล้วจัดเลือกตั้งใหม่ และต้องเคารพเสียงตัดสินของประชาชน971ท่าน คิดเป็น42%
-แก้รัฐธรรมนูญเพื่อขจัดอำนาจผู้มีบารมีนอกรธน.แล้วจัดเลือกตั้งใหม่ และเคารพเสียงตัดสินประชาชน633ท่าน หรือ27%
-แก้รธน.ให้ไทยเป็นสหพันธรัฐ มีรัฐบาลท้องถิ่น กับมีรัฐบาลกลางตามเสียงประชาชนเลือกตั้ง 297ท่าน หรือ13%
-แบ่งแยกประเทศเป็นไทยเหนือ+อีสาน,ไทยใต้+ไทยกรุงเทพฯ เป็นต้น 123 ท่าน คิดเป็น5%
-ทำสงครามกลางเมืองแบบแตกหักให้รู้แพ้ชนะกันไปข้าง 82 ท่าน คิดเป็น 3%
-ยุบสภาแล้วจัดเลือกตั้งใหม่ตามรธน.ปี50และต้องเคารพเสียงตัดสินของประชาชน63ท่าน คิดเป็น2%
-อภิสิทธิ์ลาออก จัดตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ยกเลิก2มาตรฐาน 60 ท่าน คิดเป็น2%
-เห็นว่าที่เห็นอยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไร 12 ท่าน ไม่แจงนับเป็นเปอร์เซ็นต์ได้
-อื่นๆอีก20ท่าน ไม่แจงนับเป็นเปอร์เซ็นต์ได้


ปรารถนาระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ใต้รธน.แบบอังกฤษ-ญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ เราได้สุ่มสำรวจความเห็นของท่านผู้อ่านของเราในหัวข้อ"ท่านมีความปรารถนาอยากให้ประเทศไทยปกครองแบบใดที่สุด?" โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,956 ท่าน ผลการสำรวจ เป็นดังนี้

-ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ แบบเดียวกับอังกฤษ และญี่ปุ่น จำนวน 843 ท่าน คิดเป็น 43%
-รองลงมาคือประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ แบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา หรือสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 370 ท่าน คิดเป็น18%
-รัฐสวัสดิการที่มีกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญแบบสแกนดิเนเวีย(สวีเดน เดนมาร์ค นอรเวย์)จำนวน 340 ท่าน คิดเป็น 17%
-ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐฝรั่งเศส หรือเยอรมนี จำนวน 340 ท่าน คิดเป็น 15%
-สังคมนิยมที่มีเศรษฐกิจเสรีนิยมแบบจีน จำนวน 34 ท่าน คิดเป็น 1%
-ประชาธิปไตยแบบไทยๆเหมือนในปัจจุบัน จำนวน 26 ท่าน คิดเป็น1%
-กลับไปเป็นราชาปไตยเหมือนก่อนปีพ.ศ.2475 จำนวน 22 ท่าน คิดเป็น1%
-เผด็จการแบบเกาหลีเหนือ หรือพม่า คิวบา จำนวน 6 ท่าน ไม่สามารถแจงนับเป็น%
-อื่นๆ จำนวน 11 ท่าน ไม่สามารถแงนับเป็น%ได้

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(6พ.ย.):นโยบายล้าหลังคลั่งชาติกระหายสงครามของรัฐบาลหุ่นเชิด ผิดต่อเจตจำนงสันติภาพของปวงชนชาวไทย

ที่มา Thai E-News


***หลังกษัตริย์และรัฐบาลกัมพูชาตั้งอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจประเทศกัมพูชา มาวานนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เรียกทูตไทยประจำกัมพูชากลับ เพื่อลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลง สำนักข่าว AFP อ้างคำกล่าวของมาร์คว่าเพื่อแสดงความไม่พอใจของประชาชนชาวไทย -We have recalled the ambassador as the first diplomatic retaliation measure to let the Cambodian government know the dissatisfaction of the Thai people"...ช่างพูดได้ไม่อายสุนัข อ้างอะไรก็อ้างไป อย่ามาอ้างว่ากระทำในนามของปวงชนชาวไทย เพราะคุณไม่ได้เป็นนายกฯที่คนไทยเลือกมา และปวงชนชาวไทยต้องการมีมิตรไมตรีมีสันติภาพกับเพื่อนบ้าน หากอ้างว่าทำเอาใจพ่อทูนหัวสนธิลิ้มค่อยเข้าเค้าหน่อย คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศเขาไม่เห็นด้วยกับการปลุกกระแสคลั่งชาติมากลบขี้ความล้มเหลวของรัฐบาลหุ่นเชิดไปด้วยหรอก และขอประกาศ ณ ที่นี้เลยว่า ปวงชนชาวไทยขอประกาศต่อชาวโลกว่า รัฐบาลหุ่นเชิดกระทำไปโดยพลการ หาใช่การกระทำในนามของปวงชนชาวไทยแต่อย่างใดไม่!***


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552 ขอกราบขอบพระคุณมาอย่างสุดซึ้งในโอกาสนี้ที่ท่านผู้อ่านส่งความปรารถนาดีและกำลังใจมาในโอกาสครบรอบ 3 ปีไทยอีนิวส์ ย่างก้าวสู่ปีที่4 และยังคงขออนุญาตแจ้งต่อทุกท่านที่จะส่งข่าวสารต่างๆมาเผยแพร่ เนื่องจากเราได้เปลี่ยนแปลงอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ....***

***ไทยอีนิวส์ของท่านผู้อ่าน เริ่มต้นก้าวแรกวันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว วันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2549 จากวันแรกที่ยังไม่มีใครรู้จักไทยอีนิวส์เลย มีคนคลิ้กเข้ามาอ่านวันละ 5 คลิ้ก วันไหนถึง 10 คลิ้กก็นับเป็นกำลังใจต่อทีมงานอย่างยิ่งแล้ว มาถึงวันนี้มีท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์รวมเฉียดๆ 13 ล้านคลิ้ก***

***ทีมข่าวไทยอีนิวส์ไม่มีสำนักงาน ไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทน และไม่ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลใดๆ เพราะการทำเวบไทยอีนิวส์นั้น สิ่งที่เราทุ่มเทลงไปคือ"แรง และ ใจ" รวมๆคือ"แรงใจ" เวบนี้จึงไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องลงเงิน ไม่ต้องมีค่าจ้าง ไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายรับ ดังนั้นก็ไม่มีค่าใช้จ่าย เราจึงไม่แสวงหารายได้ใดๆ และไม่ขอรับการอุดหนุนช่วยเหลือจากใคร เพื่อที่เราจะได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ***

***ประการหนึ่งทีมข่าวไทยอีนิวส์เป็นทีมอาสา โดยอาสาสมัครแต่ละรายมีงานประจำของตน และเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว นี่เป็นจุดที่เราอยากบอกใครต่อใครในวาระนี้ว่า นี่คือสื่อภาคพลเมืองที่แท้จริง ป่วยการที่จะนินทาว่าเราเป็นสื่อของเสื้อแดง หรือเสื้อสีไหน หากแม้รับเงินทองจากทักษิณ ชินวัตร หรือจากใครมาแม้แต่สลึงเดียว ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ย่อมไม่ใช่เราแน่นอน ไม่ว่าจะเอาไปฆ่าให้ตายก็ต้องยืนยันสัจจะข้อนี้ ดังนั้นก็ไม่ต้องมาหาความเชื่อมโยงอะไรระหว่างเรากับทักษิณ หรือแกนนำเสื้อแดง***

***สังคมข่าวดีๆกันมั่ง RedNews USA แวะไปเยี่ยมเยียนเลี้ยงส่งคุณหยกแดงกลับเมืองไทย...เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พวกเราได้พากันไปกู่ก้องร้องตะโกนว่าเสื้อแดง สู้ สู้ อยู่ที่ ริมหาด San Diego ซึ่งเป็นชายฝั่งทะเลที่ติดกับประเทศ Mexico ....สีแดงสดของเสื้อที่ทุกคนใส่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับเมื่อเวลาบ่ายสองโมง พวกเราพากันยืนเรียงหน้ากระดานมาดเท่ห์อยู่บนสะพานที่ทอดยาวไปสู่ทะเลเรียกความสนใจจากผู้ที่พบเห็น..เป็นอย่างยิ่ง..บางคนหยุดถามว่า Truth Today และ ความจริงวันนี้ที่พิมพ์อยู่บนเสื้อที่พวกเราใส่หมายความว่าอย่างไร... สบโอกาสเขาละ..คุณแดงเนตร ..จัดแจงเล่าให้ฟังถึงความเป็นไปของคนเสื้อแดงให้พวกเขาฟัง...สมาชิกคนอื่น ๆ ก็ช่วยแย่งกันเล่า...ซึ่งก็ได้รับความสนใจมากจากประชาชน นักท่องเที่ยว..แถบนั้น..มีเด็ก ๆ วัยรุ่นวิ่งมาขอถ่ายรูปด้วย...***

***คุณหยกแดงก็เลยกลายเป็นช่างภาพบรรดาศักดิ์ชนิดที่ช่างภาพมืออาชีพกินไมลง... พอแดดอ่อน ๆ พวกเราก็พากันเดินกลับไปที่ร้านอาหารของพี่นิดหน่อยและพี่ชูชาติที่จัดเตรียมอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้เต็มโต๊ะ...วันนั้นเราได้สมาชิกคนเสื้อแดงเพิ่ม...ทุกคนดีใจสนุกสนานพูดคุยแจกข่าวกันจนลืมเวลาว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องกลับไปทำงานกัน.. ขอบคุณพี่ทั้งสองสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ...***


***คุณอ้อ-วรนาถจากเมืองย่าโม โคราชแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์"งานฉลอง วันแห่งชัยชนะสมเด็จพระเจ้ตากสินมหาราชกู้ชาติไทย"ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552 จึงขอเชิญชวนคนเสื้อแดงในโคราชและจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมงาน มีอาหารฟรีตลอดงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณวรนารถ (อ้อ) 044-262198-9***

***สรุปงานเสวนา จัดตั้งศูนย์ประสานงานกลาง แดงเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตยวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา ณศูนย์อบรมพรรคเพื่อไทย อำเภอสันกำแพงเชียงใหม่ วิทยากรผู้ให้ความรู้ สองท่านคือ อ.สุนัย จุลพงศธร และ อ.ธเนศวร์ เจริญเมือง ผู้เข้าร่วมอบรมเสวนา 250 ท่าน พร้อมทั้งการแต่งตั้งกรรมการประสานงานระดับอำเภอ 15 อำเภอ และ 6 องค์กรแนวร่วม พร้อมเลือกตั้งเลขาธิการศูนย์ฯ และรองเลขาธิการศูนย์ 2 ท่าน จะมีดนัดประชุมใหญ่เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานกันอีกครั้ง วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้***

***เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2552ที่ผ่านมา ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น ผู้อำนวยการและบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ คุณสุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ศ.ดร.บุญทัน ดอกไธสง พ.ต.ท.พิสุทธิ์ ศิริมังคลา ตัวแทนกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 27 ปีการก่อตั้งศูนย์สรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ (บริษัทลาดพร้าวพลาซ่าจำกัด) ภายใต้การบริหารงานของ คุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ที่เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี คุณสุดาวรรณ ผุยเบ้า และคุณภัทรา มยุเรศ ผู้จัดการฝ่ายขาย ให้การต้อนรับด้วยความอบอุ่น ใครเป็นใครคลิ้กชม http://www.ireport.com/docs/DOC-349108***

***ชาวเสื้อแดงวัดสระมะเกลือ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี ขอเชิญประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและประชาชนในจังหวัดใกล้เคียง ร่วมพิธีบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 11.00 น. พร้อมรับแจกวัตถุมงคล องค์สมเด็จพระเจ้าตากรุ่นเราสู้ อธิษฐานจิต โดยหลวงพ่อเพี้ยนวัดเกริ่นกฐิน เกจิดังแห่งลพบุรี เปิดรับจองวัตถุมงคลเพื่อสบทบสร้างเมรุวัดสระมะเกลือ สนใจติดต่อ 081-307-2757 คุณธีระ ว่องไว***


***คนรักประชาธิปไตยเชียงรายจัดงาน วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 เวลาบ่ายสามโมงเป็นต้นไป ที่ห้องฑิฆัมพร โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท แอนด์ สปา บ้านใหม่ซอย 1 บ้านใหม่ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง สามมุมมอง + 1 กับ สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) นักประกอบการทางสังคม อ.ณัฐกร วิทิตานนท์ (อ.แบ๊งค์) นักวิชาการ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นักการเมือง และสุดท้ายพบกับ จักรภพ เพ็ญแข ดำเนินรายการโดยจุฬาพงษ์ หาญเจริญ สื่อสารมวลชนภูธร ถ่ายทอดสดตลอดรายการผ่าน www.newskythailand.us โดยทีมงาน www.chiangraipower.us***


****วันที่ 8 พ.ย. 2552 ขอเชิญผู้รักประชาธิปไตยชาว สงขลา และ จังหวัดใกล้เคียง ร่วมชุมนุมพบปะเสวนาเพื่อต่อต้านเผด็จการและระบอบอมาตยาธิปไตย ที่ ชั้น 2 โรงแรมไดอิชิ หาดใหญ่ งานนี้ผู้จัดได้เตรียมรายการยาวจนถึงค่ำ เพื่อผู้เข้าร่วมงานจะได้พูดคุยกันให้จุใจ งานนี้ฟรี แต่ท่านใดจะร่วมบริจาคช่วยงานตามกำลังและศรัทธาก็ไม่ปฎิเสธค่ะ ติดต่อ โทร.089-8788636***

***งานนี้มีชาวเสื้อแดงหาดใหญ่ สงขลา เป็นโต้โผ เริ่มงานตั้งแต่เวลาประมาณ บ่ายโมง ยาวไปจนถึง ประมาณ สามทุ่ม ความจริงในตอนแรกได้เชิญพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร มาเป็นวิทยากรทรงคุณวุฒิ(แต่ตอนนี้พลเอกชัยสิทธิ์ประสบอุบัติเหตุ อาจจะมาไม่ทัน)ตลอดจนวิทยากรจากทางส่วนกลางมาให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวมวลชนขับเคลื่อนประชาธิปไตย ตลอดจนแกนนำและมวลชนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆในพื้นที่ เจ้าภาพบอกว่า คนใต้ไม่เอาเผด็จการเยอะมาก แต่ยังไม่อยากกล้าแสดงตัว ก็เลยถือโอกาสขอเชิญผู้ที่ยังหลบอยู่หลังตู้เย็นมาแสดงพลังกันนะครับ และเพื่อความสบายใจ ในเบื้องต้นทางผู้ัจัดงานได้ตระเตรียมเ้จ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูแลความเรียบร้อยให้ด้วย***

***อาทิตย์ที่ 8 พ.ย.ขอเชิญพี่น้องเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงร่วมรับฟังการปราศรัย"ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยจริงหรือ?"

โดย อาจารย์ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์(แซ่ด่าน)ประธานกลุ่มแดงสยาม
ดร. สุนัย จุลพงศธร มังกรผู้กล้าแห่งปากน้ำโพ(พรรคเพื่อไทย)
อาจารย์ ธเนศ เจริญเมือง นักวิชาการจากมหาลัยเชียงใหม่
คุณ เมธี อมรวุฒิกุล ดาราหนุ่มนักสู้เพื่อประชาธิปไตย


ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ณ บริเวณคันคลองชลประทาน เยื้องสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติมกับคุณปารัชนันท์ 081-8644199***

***กิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์นี้คึกคักทั่วประเทศ อันนี้ก็เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมอีกเรื่อง ขอความร่วมมือพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมทุกท่าน ให้กำลังใจ พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว นายตำรวจที่ถูกระบบ 2 มาตรฐานเล่นงานจนถูกปลดออกจากราชการในที่สุด ทั้งที่ทำหน้าที่ระงับเหตุไม่ให้ม็อบพันธมิตรเส้นใหญ่บุกเข้าไปฆ่าฟันส.ส.และคนที่อยู่ในสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เราพี่น้องผู้รักประชาธิปไตย สมควรอย่างยิ่งที่จะพากันไปให้กำลังใจ เป็นสัญลักษณ์ ว่าเรารักความถูกต้อง สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่อันชอบธรรมของ จนท.ตร.ทุกนายในวันนั้น***

***่จึงขอเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดงผู้รักความเป็นธรรม ไปร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ ตร.ที่ทำดี แต่ถูกกลั่นแกล้ง ขอให้พวกเราช่วยกันใส่เสื้อหลากสีสันไปร่วมกับ อาสาสมัคร ตำรวจชุมชน ข้าราชการตำรวจนอกเครื่องแบบ นัดหมายเจอกันในวันเสาร์ ที่ 7 พย. 52 เวลา 07.00 น ที่ อู่บางเขน ( เขตการเดินรถที่ 1 ขสมก. ) อยู่ฝั่งขาออก ก่อนถึงวัดพระศรีมหาธาตุ ( เลย ม.ศรีปทุม ตรงข้าม ราบ 11 ) หรือใครสะดวกไปที่บ้านท่านได้ ที่ สี่แยกวังหิน ซอย 4 โทร.สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณปุ๊ก 085-118-7680 , 089-200-1237 ขอแรงพี่น้องช่วยกันอีกสักครั้ง เพื่อแสดงให้สังคมได้รับรู้ว่า เราคนไทย ขอต่อต้านระบบ 2มาตรฐาน ต่อต้านการหระทำของม็อบพันธมิตร และคัดค้านเส้นใหญ่ที่อยู่ฉากหลังอยุติธรรมอำมหิต และความอยุติธรรม ของระบบ อำมาตย์อย่างถึงที่สุด ***

***กิจกรรมของคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่ เดือนพฤศจิกายน ( งานชุมยิ่งกว่างานกฐินผ้าป่าฯ ) ให้แปะไว้ข้างฝาด้วย เดี๋ยวงงเพราะขยันกันได้ใจจริงๆ

7 พฤศจิกายน 2552
เวทีคนเสื้อแดง บ้านต้นเปา (บ่อสร้าง) อำเภอสันกำแพง
17.00 น. เป็นต้นไป พบกับ อ.สุนัย , อ.สุรชัย , อ.ธเนศวร์ และ คุณเมธี อมรวุฒิคุณ
จัดโดย กลุ่มสันกำแพงรักประชาธิปไตย

8 พฤศจิกายน 2552
เวทีคนเสื้อแดง อำเภอดอยสะเก็ด เปลี่ยนสถานที่มาเป็น ณ บริเวณคันคลองชลประทาน เยื้องสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติมกับคุณปารัชนันท์ 081-8644199
17.00 น. เป็นต้นไป พบกับ อ.สุนัย , อ.สุรชัย , อ.ธเนศวร์ และ คุณเมธี อมรวุฒิคุณ
จัดโดย กลุ่มดอยสะเก็ดรักประชาธิปไตย

9 พฤศจิกายน 2552
เวทีคนเสื้อแดง อำเภอสารภี
17.00 น. เป็นต้นไป พบกับ อ.สุนัย , อ.สุรชัย , อ.ธเนศวร์
จัดโดย กลุ่มสารภีรักประชาธิปไตย

11 พฤศจิกายน 2552
เวทีความจริงวันนี้สัญจร เมืองแกนพัฒนา อำเภอแม่แตง
17.00 น. เป็นต้นไป พบกับแกนนำความจริงวันนี้ชุดใหญ่ อาจารย์ใหญ่วีระ คุณจตุพร คุณณัฐวุฒิ ครบทีม

14 พฤศจิกายน 2552
เวทีคนเสื้อแดง เวียงกุมกาม อำเภอสารภี
ใจประสานใจ ร่วมสร้างประชาธิปไตย เพื่อประชาชน
18.00 น. เป็นต้นไป พบกับ อ.สุนัย , อ.สุรชัย , อ.ธเนศวร์
ณ.ร้านลาบปลาเพี้ย หน้าโกลบอล เวียงกุมกาม
มีลาบปลา ลาบหมู ลาบควาย แก๋งอ่อม เครื่องดื่มพร้อมมิกเซอร์
โต๊ะละ 500 บาท 5 ท่าน (กิ๋นลาบฟังการเมืองหัวละร้อย)
จัดโดย กลุ่มเวียงกุมกามรักประชาธิปไตย (ป้าแดง 089 - 9526886)

21 พฤศจิกายน 2552
เวทีคนเสื้อแดงบ้านกาด อำเภอแม่วาง
17.00 น. เป็นต้นไป ชมคอนเสิร์ตอริสมันต์
และพบกับ อ.สุนัย , อ.สุรชัย , อ.ธเนศวร์
จัดโดย กลุ่มแม่วางรักประชาธิปไตย (หาทุนทรัพย์ตั้งสถานีวิทยุ)

22 พฤศจิกายน 2552
เวทีคนเสื้อแดง อำเภอฮอด
17.00 น. เป็นต้นไป พบกับ อ.สุนัย , อ.สุรชัย , อ.ธเนศวร์
จัดโดย กลุ่มฮอดรักประชาธิปไตย ***




***สังคมข่าวดีๆของชาวเสื้อแดงกันมั่ง งานกอล์ฟสามัคคี คนเสื้อแดง จัดขึ้น ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ณ สนามกอล์ฟ เบสท์ โอเชียน จ.สมุทรสาคร(ทีกระเด็น) ก๊วนแรก เริ่มเวลา 12.00 น. และ 17.00 น. (งานเลี้ยงอาหารค่ำ+สุรา+ไวน์) ขอทำตัวเลิศหรู ให้มันดูว่าจะจ้างพวกกรูมาก่อม็อบคนละเท่าไหร่***

***ตอนนี้ยังมีที่เหลือ สำหรับสมาชิกบอร์ดประชาไท โดยเฉพาะ นักกอล์ฟหัวใจแดงแปร๊ด เราเก็บค่ากรีนฟี + อาหาร ท่านละ 1500 บาท ขาดตัว สุรายาเมาฟรี ตามที่เราจะจัดกฐินสามัคคี (คือใครหิ้วมา ก็มาลงกองกลาง ตอนนี้ มีแบ็ลกเลเบิ้ล 2 ลิตรไว้เป็นทุนแล้ว)
สำหรับท่าน ๆ ที่ ยังตีกอล์ฟไม่เป็น ทานอาหารอย่างเดียว 400 บาท (บุฟเฟ่ต์)ใครที่ไม่อยากตกรถด่วนขบวนสุดท้าย อดได้โชว์วงสวิง ให้รีบติดต่อด่วนจี๋ตามกระทู้นี้ที่ประชาไท คลิ้กโลด***

***ข้อมูลข่าวสารดีๆ อันนี้ฟรีของอดีตนายกฯทักษิณ สมัครได้โดยพิมพ์ TS แล้วส่งไปที่ 426425 (ต้องเสียค่าสม้ครเพื่อรับข่าวสารครั้งแรกครั้งเดียว เพียง 3 บาทเท่านั้น ที่เหลือฟรีตลอดงาน)***

***ส่วนอันนี้TPnews โดยทีมข่าวชาวเสื้อแดง รายงานข่าวชาวเสื้อแดงเป็นหลัก มีสารพัดข่าว การเมือง เศราฐกิจ สังคม รวมฮิตกิจกรรมชาวเสื้อแดง รู้ลึกรู้ไวก่อนใคร รวมทั้งข่าวหุ้น แต่ไม่ปล่อยข่าวทุบหุ้น นอกจากจะได้ข้อมูลข่าวสารดีๆยังได้สนับสนุนกิจกรรมของฝ่ายประชาธิปไตย สมัครง่ายๆแค่พิมพ์PNส่งไปที่4552146เดือนละไม่กี่ตังค์ แต่ให้พลังใจคนทำงานเพื่อพวกเราชาวเสื้อแดง***


***ขอเชิญพี่น้องชาวเสือแดงร่วมงานชุมนุมคนเสื้อแดงชมรมเสรีชน นครสวรรค์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ระหว่าง เวลา 16.00-24.00 น. บัตรราคา 50 บาท พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อบัตรติดต่อ นิภา เสรีชนนครสวรรค์ 087 5205648 หรือ 087 8380548 หรือ ซื้อหน้างาน***

***คุณน้อง พลังสตรีเพื่อประชาธิปไตยแจ้งข่าวดีๆฟรีๆมา วันนี้มีงานมาประชาสัมพันธ์อีกแล้วนะค่ะ รับ 15 ท่าน อบรมฟรีค่ะ

ชื่อโครงการ : เป็นโครงการอบรมคอมพิวเตอร์ให้บุคคลทั่วไปเพื่อสร้างรายได้เสริมด้วยการออกแบบโปสการ์ดค่ะเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องการเลือกใช้กระดาษ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การประกอบชิ้นงาน และช่องทางการขายออนไลน์

วันที่จัดอบรม : วันเสาร์ที่ 7 พ.ย. 2552
สถานที่ : ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ
เวลา : เปิดรับ 2 กลุ่ม
ช่วงเช้า เวลา 09.30 -11.30 น.
ช่วงบ่าย เวลา 13.30 -15.30 น.
สนใจส่งชื่อและเบอร์โทรฯมาที่เมลล์ young-angel-nong26@hotmail.com ได้เลยนะค่ะ ถ้ามีข้อสงสัยทุกท่านสามารถติดต่อได้โดยตรงที่08 4768 9139 ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ**

***กิจกรรมดีๆ กำหนดการทอดผ้าป่า อุทยาน ภูคา เดินทางพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน ปีนี้ ทอดองค์ผ้าป่าศุกร์ที่ 13 พย.นี้ ครับ ใครจะไปรีบแจ้งด่วน จำนวนจำกัด ไหว้พระเก้าวัด เสร็จ เดินทางกลับ วันอาทิตย์แถมได้ไปเที่ยวรับลมหนาว สนับสนุน กองผ้าป่า โครงการ บ้านล้อมป่า อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ร่วมกับ www.dcm-club.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 081 285 8320 ***


***ไปที่ความเคลื่อนไหวของเสื้อแดงทั่วโลกกันมั่ง พี่น้องเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นบอกกล่าวและขอความอนุเคราะห์ผู้รู้มาว่า ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นมีข่าวว่ามาร์คจะมาเยือนญี่ปุ่นไม่เกินปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรนัก หากท่านใดเป็นคนแวดวงในพอจะทราบกำหนดการสถานที่ วัน ว. เวลา น.แน่ชัด ช่วยแจ้งไปที่เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น อีเมล์ tatswilai@hotmail.com เพื่อที่คนไทยที่นั่นจะได้ต้อนรับมาร์คให้สมเกียรติ หึหึหึ***

***เสื้อแดงไทยในเยอรมันแจ้งข่าวมาว่า ขอชะลอการออกอากาศของสถานีวิทยุคนไทเยอรมนีออกไป เนื่องจากมีการเปลี่ยนทีมงานทำเว็บไซต์และวิทยุ เมื่อพร้อมออกอากาศเมื่อไหร่จะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบอีกครั้งหนึ่ง ต้องขออภัยสำหรับท่านที่กำลังรอคอยไว้ ณ โอกาสนี้ ..ก็ขอให้กำลังใจเสื้อแดงไทยในเยอรมันมา ณ โอกาสนี้นะครับ สู้ๆคร้าบ***

***แจ้งอีกหน่อยย้ำๆมายังแฟนๆไทยอีนิวส์ มิตรรักนักรบทั้งหลาย ท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่เบอร์นี้ กราบขออภัยในความไม่สะดวก***


0000000000รู้จักกันวันละเวบ00000000

ครบรอบ3ปีไทยอีนิวส์:ไม่ขอดอกไม้ ไม่ขอคำอวยพร...ขอประชาธิปไตย


โดย กองบรรณาธิการ ไทยอีนิวส์
5 พฤศจิกายน 2552

ไทยอีนิวส์ของท่านผู้อ่าน เริ่มต้นก้าวแรกวันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว วันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2549 ด้วยบทความแรกชื่อ"แถลงการณ์ขบวนทัพประชาชน"

ซึ่งบทความชิ้นแรกที่เผยแพร่ในไทยอีนิวส์ขึ้นต้นว่า
"ประชาชนไทยทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของประชาชนทุกคนเสมอกัน ไม่ใช่ของพวกอภิสิทธิ์ชน เผด็จการอำนาจนิยม ในระบอบอมาตยาเปรมาธิปไตย ตามที่เขายัดเยียดให้"


บทความชิ้นนั้นลงท้ายว่า
"ขอให้มีความเชื่อมั่นในพลังของขบวนทัพประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย มีความศรัทธาในเกียรติประวัติการต่อสู้ของพวกเรา และแน่นอนว่า ชัยชนะของประชาชนกำลังจะมาถึง พวกอสัตย์อธรรมกำลังจะพบจุดจบในไม่ช้านี้"


จากวันแรกที่ยังไม่มีใครรู้จักไทยอีนิวส์เลย มีคนคลิ้กเข้ามาอ่านวันละ 5 คลิ้ก วันไหนถึง 10 คลิ้กก็นับเป็นกำลังใจต่อทีมงานอย่างยิ่งแล้ว มาถึงวันนี้มีท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์รวม 12,828,951 ( สิบสองล้าน แปดแสน สองหมื่น แปดพัน เก้าร้อย ห้าสิบเอ็ด )ครั้ง รวมๆเฉลี่ยมีท่านผู้อ่านเข้ามาอ่านวันละ 40,000 คลิ้ก ในวันที่สถานการณ์การเมืองเข้มข้นอาจเลยทะลุไปที่แสนคลิ้กต่อวัน

ทีมข่าวไทยอีนิวส์คืออาสาสมัครสื่อภาคพลเมืองจุดยืนประชาธิปไตย

ไทยอีนิวส์เป็นการรวมตัวกันของอาสาสมัครภาคพลเมือง ที่มีจุดยืนเพื่อประชาธิปไตย โดยเราเคยเป็นเพียงนักท่องอินเตอร์เน็ตที่เข้าไปเยี่ยมชมและแสดงความเห็นในเวบบอร์ดราชดำเนิน เวบพันทิป แต่ต่อมาพันทิปมีการเซ็นเซอร์ตัวเองเข้มงวดขึ้น หลังรัฐประหาร19กันยายน2549

ขณะที่สื่อกระแสหลักต่างก็เซ็นเซอร์ตัวเองอย่างระมัดระวัง บางสำนักบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หันไปมอมเมาให้ยาพิษแก่ประชาชน สนับสนุนให้ท้ายเผด็จการ กลุ่มพันธมิตรที่ต่อต้านประชาธิปไตย ชนชั้นนำที่ทำทุกอย่างในการแทรกแซงการเมืองทำลายประชาธิปไตยของประชาชนไทย

เราจึงได้เปิดสื่อทางเลือกคือไทยอีนิวส์ขึ้น เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน เปิดโปงฝ่ายเผด็จการทำลายชาติต่อต้านประชาธิปไตย แสดงจุดยืนสนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชนไทยที่ต่อต้านคัดค้านเผด็จการ และเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย และความเป็นธรรม

ทีมข่าวไทยอีนิวส์ไม่มีสำนักงาน ไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทน และไม่ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลใดๆ เพราะการทำเวบไทยอีนิวส์นั้น สิ่งที่เราทุ่มเทลงไปคือ"แรง และ ใจ" รวมๆคือ"แรงใจ" เวบนี้จึงไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องลงเงิน ไม่ต้องมีค่าจ้าง ไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายรับ ดังนั้นก็ไม่มีค่าใช้จ่าย เราจึงไม่แสวงหารายได้ใดๆ และไม่ขอรับการอุดหนุนช่วยเหลือจากใคร เพื่อที่เราจะได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

ประการหนึ่งทีมข่าวไทยอีนิวส์เป็นทีมอาสา โดยอาสาสมัครแต่ละรายมีงานประจำของตน และเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว นี่เป็นจุดที่เราอยากบอกใครต่อใครในวาระนี้ว่า นี่คือสื่อภาคพลเมืองที่แท้จริง ป่วยการที่จะนินทาว่าเราเป็นสื่อของเสื้อแดง หรือเสื้อสีไหน หากแม้รับเงินทองจากทักษิณ ชินวัตร หรือจากใครมาแม้แต่สลึงเดียว ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ย่อมไม่ใช่เราแน่นอน ไม่ว่าจะเอาไปฆ่าให้ตายก็ต้องยืนยันสัจจะข้อนี้


ไม่หวังดอกไม้ คำอวยพรใด..เราขอประชาธิปไตยก็พอ

บนหนทางเพื่อประชาธิปไตย และเพื่อความเป็นธรรม ความยากลำบากเป็นปกติธรรมดา เราเจอมาหมดแล้ว ตั้งแต่สถานเบาคือการข่มขู่ หนักขึ้นมาอีกหน่อยคือปิดกั้นเวบ ปิดเวบ ทั้งในนามของกฎหมายเผด็จการ ประกาศฉุกเฉิน หรือการบีบผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตปิดกั้น หนักหนากว่านั้นคือสถานการณ์ที่ยุ่งยากถึงตัวทีมงานอย่างยากจะอธิบายได้ในวันเวลานี้ วันที่บ้านเมืองไร้ประชาธิปไตย เต็มไปด้วยเผด็จการทุกย่างก้าว

เช่นเดียวกับท่านผู้อ่านของเรา นับจากก้าวแรกในการเริ่มต้นมาจนวันนี้ครบขวบ 3 ปี ก้าวย่างสู่ปีที่4 สิ่งที่เราพึงหวังไม่ใช่คำสรรเสริญให้กำลังใจ ดอกไม้ หรือคำอวยพร...เพียงแค่ประชาธิปไตย และบ้านเมืองที่เป็นธรรม นั่นคือสิ่งที่เราปรารถนาร่วมกัน

ประชาชนไทยทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของประชาชนทุกคนเสมอกัน ไม่ใช่ของพวกอภิสิทธิ์ชน เผด็จการอำนาจนิยม ในระบอบอมาตยาเปรมาธิปไตย ขอให้มีความเชื่อมั่นในพลังของขบวนทัพประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย มีความศรัทธาในเกียรติประวัติการต่อสู้ของพวกเรา และแน่นอนว่า ชัยชนะของประชาชนกำลังจะมาถึง พวกอสัตย์อธรรมกำลังจะพบจุดจบในไม่ช้านี้


ในนาม กองบรรณาธิการไทยอีนิวส์

5 พฤศจิกายน 2552


00000000000000000000000000

**บทความแรกที่เผยแพร่ในไทยอีนิวส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2552(คลิ้กอ่านฉบับเผยแพร่ครั้งแรก)**


แถลงการณ์ขบวนทัพประชาชน

ประชาชนไทยทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของประชาชนทุกคนเสมอกัน ไม่ใช่ของพวกอภิสิทธิ์ชน เผด็จการอำนาจนิยม ในระบอบอมาตยาเปรมาธิปไตย ตามที่เขายัดเยียดให้

บรรดาเผด็จการอำนาจนิยม พวกอภิสิทธ์ชนกี่ยุคสมัยไม่เคยเปลี่ยนธาตุแท้ของพวกเขาเลย นั่นก็คือการกดขี่หยามเหยียดประชาชนร่วมชาติ ร่วมแผ่นดินให้อยู่ภายใต้การปกครองเยี่ยงทรราชย์ โดยไม่ยินยอมให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงมีเสรีภาพ มีการตั้งตัวแทนของตนขึ้นปกครองบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย

เมื่อครั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475 พวกอภิสิทธิ์ชนก็บังอาจอ้างว่า ประชาชนทั่วไปยังโง่อยู่ จึงไม่ยอมให้ในหลวงรัชกาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนูญตามพระราชประสงค์ จนต้องมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ผ่านไป70ปีเศษ คณะรัฐประหาร19กันยายน2549 ก็บังอาจกล่าวอ้างอย่างซ้ำซากว่า ประชาชนยังโง่อยู่ เลือกผู้บริหารประเทศตามอามิสสินจ้าง แล้วก็ยึดอำนาจรวบรัดกลับไปยังพวกตน ทั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 15 ตุลาคม 2549 ดังที่ทราบกันทั่วไป แม้การกระทำอันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นนี้ พวกซากเดนล้าหลังอภิสิทธิ์ชนก็บังอาจกระทำลงไป

อีกประการหนึ่งที่พวกซากเดนล้าหลังอภิสิทธิ์ชน เผด็จการอำนาจนิยมมักเข้าใจผิดก็คือ ดูถูกหมิ่นแคลนไม่มีความเชื่อมั่นศรัทธาในพลังสามัคคีของประชาชนอันกว้างใหญ่ไพศาล มักคิดสั้นๆว่าเมื่อเด็ดหัวขบวนผู้นำการต่อสู้แล้ว ขบวนแถวของประชาชนผู้รักชาติจะล่มสลายลง ซึ่งเป็นการคิดผิดทุกครั้ง

อาทิในคราวการลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ14ตุลาคม 2516 พวกเผด็จการอำนาจนิยมได้จับกุมผู้นำการเรียกร้องรัฐธรรมนูญไป 13 ราย โดยคิดว่าจะกำหราบให้อยู่หมัด แต่มวลมหาประชาชนก็ได้เคลื่อนขบวนทัพออกมาเรือนล้านจนโค่นล้มพังทลายคณะผู้เผด็จการลงไปอย่างราบคาบ

หรือในคราวการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 ในช่วงของการต่อสู้อันแหลมคมนั้น พวกเผด็จการอำนาจนิยมได้จับกุมพลตรีจำลอง ศรีเมือง ผู้นำขบวนการต่อสู้ในขณะนั้น โดยหวังว่าขบวนทัพประชาชนจะยอมแพ้ แต่เท่ากับจุดประกายให้ประชาชนผู้รักชาติขยายวงการต่อสู้ออกไปอย่างกว้างขวาง และโค่นล้มผู้เผด็จการออกไปในท้ายที่สุด

พวกเผด็จการอำนาจนิยม ซากเดนอภิสิทธิ์ชนล้าหลังไม่เคยสำนึกในประวัติศาสตร์ความพ่ายแพ้ของฝ่ายตนเลย ล่าสุดกำลังย้ำรอยความพ่ายแพ้ให้แก่พวกเขา เมื่อคิดว่าเด็ดยอดขจัดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกไปจากเวทีการเมืองแล้วจะสลายพลังของขบวนทัพประชาชนลงได้

พวกเผด็จการอำนาจนิยม ซากเดนอภิสิทธิ์ชนทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ทักษิณก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ของฝ่ายประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ต่างไปจากพลตรีจำลองในเดือนพฤษภาคม2535 หรือ13กบฎในกรณี14ตุลาคม2516 แม้จะเด็ดยอดจับกุมคุมขัง หรือขจัดให้พ้นเวทีการเมืองไปได้ แต่ไม่มีทางเลยที่จะหยุดยั้งขบวนทัพอันเกรียงไกรของประช่าชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมได้

เพราะขบวนทัพของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรม ในทางประวัติศาสตร์ไม่เคยขึ้นตรงต่อผู้ใด ธรรมชาติเป็นไปเพื่อการปกปักรักษามรดกประชาธิปไตยอันเป็นของปวงชนเอาไว้ด้วยเลือดเนื้อชีวิต และจักสืบสานการต่อสู้สืบทอดต่อไปยังอนุชนในอนาคต

พลังบริสุทธิ์ของผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อเผด็จการอำนาจนิยม ระบอบอภิสิทธิ์ชนล้าหลัง มีแต่เกียรติประวัติแห่งชัยชนะ ดังนั้นระบอบอมาตยาเปรมาธิปไตย ก็เตรียมตัวเป็นรายต่อไปที่จะถูกบดขยี้ให้พังพินาศในเร็ววัน

ประชาชนไทยทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของประชาชนทุกคนเสมอกัน ไม่ใช่ของพวกอภิสิทธิ์ชน เผด็จการอำนาจนิยม ในระบอบอมาตยาเปรมาธิปไตย ขอให้มีความเชื่อมั่นในพลังของขบวนทัพประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย มีความศรัทธาในเกียรติประวัติการต่อสู้ของพวกเรา และแน่นอนว่า ชัยชนะของประชาชนกำลังจะมาถึง พวกอสัตย์อธรรมกำลังจะพบจุดจบในไม่ช้านี้

ขบวนทัพประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

3 ตุลาคม 2549

หมายเหตุ:แถลงการณ์ฉบับนี้เผยแพร่ในห้องราชดำเนิน เวบพันทิปเป็นครั้งแรก และไทยอีนิวส์ได้นำมาเสนอเป็นบทความแรกของเรา

บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา(บทสุดท้าย): ตะวันตกที่ตะนาวศรี

ที่มา Thai E-News


โดย วันลา วันวิไล
ที่มา หนังสือตะวันตก
5 พฤศจิกายน 2552

สิ่งที่ผมทำอาจไม่มีคุณูปการใด ๆ เลย แต่อย่างน้อยก็เป็นการบอกกล่าวต่อสังคมว่า เราไม่ได้นิ่งเฉยดูดายกับความไม่เป็นธรรม วันนี้สงครามได้จบลงแล้ว แต่ความรุนแรงในสังคมไม่ได้ราบคาบลงด้วย วันข้างหน้าอาจไม่มีการก่อการเช่นนี้อีก แต่เชื่อว่าอุดมการณ์เพื่อสังคมคงไม่สูญหายไปไหน

ถ้าเป็นเพื่อนพี่น้องที่ไม่เคยรู้เห็นเรื่องเหล่านี้ก็ขอเพียงให้รู้ว่ามันเคย "มี" เรื่องเช่นนี้ก็พอแล้ว


17. บทสุดท้าย

เช้ามืดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2519 ผมเดินทางจากกรุงเทพฯด้วยรถดีเซลรางจากสถานีบางกอกน้อย ไปถึงเขตชายป่าตะวันตกเมื่อมืดค่ำลงมี “สหาย” 4 คนมารับ จำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นฝ่ายนำท่านหนึ่ง เดินเลียบไร่ชาวบ้าน และไต่ไปตามตีนเขาเตี้ย ๆ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เมื่อถึงที่พักได้นอนเปลผ้าใบเป็นคืนแรก

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 2 เท้าเดินย่ำไปในป่าเขา บางครั้งก็โดดเดี่ยวอ้างว้าง บางครั้งก็หัวเราะร้องเพลง มืดค่ำนอนใต้ผ้ายางหลังคา ใต้แสงเดือนดาวและเวิ้งฟ้าอันไพศาล

จนสิ้นสุดการเดินทางในป่าเปลี่ยวลงเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2523 รวมเวลาได้ 1,428 วัน

ทั้งหมดนั้นไม่รู้ว่าจะนับเป็นความอ่อนหัดหรือองอาจกันแน่ สิ่งที่ผมทำอาจไม่มีคุณูปการใด ๆ เลย แต่อย่างน้อยก็เป็นการบอกกล่าวต่อสังคมว่า เราไม่ได้นิ่งเฉยดูดายกับความไม่เป็นธรรม

แม้วิธีการจะผิดพลาดและเจ็บปวด แต่เราก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ไขปัญหา เราเป็นประชาชนของประเทศนี้และมีสำนึกบริสุทธิ์ต่ออนาคตของบ้านเมือง

ความรู้สึกร่วมกันของชนในชาติไม่ใช่เป็นนามธรรมแค่ “รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ” แต่ต่างรู้สึกเป็นเจ้าของแผ่นดินทั้งผืน ตั้งแต่ทุ่งดอกบัวตองที่ดอยแม่อุคอ เมฆหมอกแห่งทุ่งแสลงหลวง ลำน้ำน่านจากภูแว ลุ่มน้ำสงครามกับดอกจานสีสด ต้นกระชิดริมเทือกเขาตะนาวศรี และอำเภอสุไหงปาดี ที่นราธิวาส

วันนี้สงครามได้จบลงแล้ว แต่ความรุนแรงในสังคมไม่ได้ราบคาบลงด้วย วันข้างหน้าอาจไม่มีการก่อการเช่นนี้อีก แต่เชื่อว่าอุดมการณ์เพื่อสังคมคงไม่สูญหายไปไหน คนรุ่นหลังจะสืบทอดต่อไปด้วยความคิด ความเข้าใจและวิธีการเรียกร้องต่อสู้ต่าง ๆ กัน ตราบเท่าที่ผู้คนยังทุกข์ตรม และอำนาจรัฐยังไม่สามารถจัดการแบ่งสรรทรัพยากร และศักดิ์ศรีอย่างเป็นธรรม

สิ่งที่ผมได้รับจากป่าไม่ใช่ความสามารถในการทำมาหากิน ไม่ใช่ความสามารถในการคิด และไม่ใช่ความดีงามที่จะโอ้อวดใคร แต่เป็นความกล้าที่จะแสดงความรู้สึกรักความเป็นธรรม และกล้าที่จะไม่ยอมรับความบูดเบี้ยวของสังคม

ในวันเวลาที่ล่วงเลย ขณะที่เศรษฐกิจและสังคมพัฒนาไป คนจำนวนหนึ่งมีฐานะและความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ความคิดใฝ่หาความจริงกลับลดน้อยลง ผู้คนบ้านเมืองนี้ไม่ค่อยกล้าชี้ว่าสิ่งนี้เอา สิ่งนั้นไม่เอา และส่วนหนึ่งก็ถูกคำพูดเพียงไม่กี่คำว่า “ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” ปิดปากเอาไว้

การล้มละลายของความคิดแบบสังคมนิยมและปรัชญาชีวิตในทศวรรษ 70 ทำให้วิถีของทุนนิยมและปัจเจกชนนิยมเบ่งบานเต็มที่

สังคมก้าวผ่านสู่ปัญหาใหม่ที่เศรษฐกิจผูกติดกับทุนทั้งในและนอกประเทศจนมิติของสังคม วัฒนธรรม และการรวมกลุ่มเพื่อแก้ปัญหาโดยรวมอ่อนแอลง

วิธีคิดและการดำเนินชีวิตของผู้คนบิดเบี้ยวไป สิ่งศักดิ์สิทธิ วัตถุมงคล และพิธีกรรมเพื่ออภินิหารเต็มบ้านเต็มเมือง ครอบคลุมตั้งแต่วัยรุ่นยุคใหม่จนถึงคนที่ได้รับการศึกษาชั้นสูง

การขูดรีดเอาเปรียบกันกลายเป็นจริยธรรมใหม่ที่ได้รับการยอมรับในนามของเสรีทางการเงินและการค้า แม้การปกครองระบอบประชาธิปไตยจะก้าวหน้าไป แต่บุคลากรทางการเมืองยังล้าหลัง คดโกง และไม่สามารถจัดการหรือผลักดันปัญหาที่ซับซ้อนให้คลี่คลายได้

ผ่านมาหลายปีแล้ว ทุกครั้งที่ผมขับรถผ่านไปทางตะวันตก ยังคงมองทิวทัศน์ของเทือกเขาตะนาวศรีเสมอ ขุนเขายังคงยืนยงไม่ว่าคนจะอยู่หรือไป เฉกเช่นความรู้สึกงดงามยังคงซึมซับอยู่ในใจ ไม่ว่าใครจะชื่นชมหรือดูแคลน. . . .

ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณตะนาวศรีที่ทำให้ชีวิตผมไม่เรียบลื่นและเหลวไหลเกินไป

บทส่งท้าย


มีหนังสือหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับการเข้าร่วมกับกองกำลังติดอาวุธของ พ.ค.ท. ในป่าเขา ทั้งในรูปของเรื่องเล่า บันทึก เรื่องสั้น และนวนิยาย ในจำนวนเหล่านั้น ส่วนมากมักจะถูกกลั่นกรองจากสายตาและทัศนะของนักเขียน ศิลปิน อดีตผู้นำนักศึกษาในยุค 14 ตุลา ตลอดจนผู้นำในขบวนการปฏิวัติ

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผมตั้งใจจะเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่งเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมขบวนการในป่ายุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา นั้น แต่ด้วยสายตาและทัศนะของผู้ปฏิบัติงาน "ระดับล่างสุด" เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ตามสภาพที่เกิดขึ้นจริง เชื่อมโยงกับความเข้าใจพื้นๆโดยไม่ต้องมีทฤษฎีวิเคราะห์ใดมาชี้นำ

อย่างไรก็ตาม ผมทิ้งบันทึกคร่าวๆไว้ร่วม 20 ปี จึงได้จับมาปัดฝุ่นแล้วเรียบเรียงเป็นหนังสือเล่มนี้ ด้วยความปรารถนาจะให้เหตุการณ์ผ่านไปให้เนิ่นนานพอที่จะให้เหลียวแลไปข้างหลังแล้วมองปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นอย่างพินิจพิจรณาและไม่มีฉันทาคติ รวมทั้งเอาความรู้สึกนึกคิดในปัจจุบันที่เติบโตและเป็นผู้ใหญ่กว่าแต่ก่อนมาจับและอธิบาย

ผมไม่เคยเชื่อในหลักความเป็นกลาง แต่ไม่ได้ต้องการจะโน้มน้าวใครด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ทัศนะที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ แม้จะเป็นเพียงความรู้สึก ไม่ได้มีข้อทฤษฎีทางวิชาการใดมาสนับสนุน แต่ผมก็เชื่อและคิดอย่างที่เขียน

แม้จะไม่ค่อยหวังว่าจะมีคนอ่านมากนัก แต่สำหรับผู้ที่ได้อ่าน ถ้าเป็นผองเพื่อนที่เคยผ่านร้อนหนาวคล้ายกันก็ให้ถือเสียว่าเป็นการอ่านแก้เหงาดีกว่าอยู่เปล่าๆ

ถ้าเป็นเพื่อนพี่น้องที่ไม่เคยรู้เห็นเรื่องเหล่านี้ก็ขอเพียงให้รู้ว่ามันเคย "มี" เรื่องเช่นนี้ก็พอแล้ว ผมไม่เคยต้องการคำถามและคำตอบที่ชัดเจน และเชื่อว่าสิ่งที่เราอยากรู้ต่อไปมันอยู่ในอนาคต

และการใฝ่หาของทุกคนมากกว่า @

*************
อ่านบันทึกครบชุดย้อนหลัง:
บันทึกอดีตสหายเดือนตุลา:ตะวันตกที่ตะนาวศรี

องค์กรสิทธิสื่อโลกจี้ไทยถอนคดีจับแพะคดีทุบหุ้น

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าว AFP
5 พฤศจิกายน 2552

สำนักข่าวAFP รายงานวันนี้ว่า องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน หรืออาร์เอสเอฟ( Reporters Without Borders -RSF) ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกการตั้งข้อหาที่ “ไม่มีหลักฐาน” ต่อ 3 ผู้ต้องสงสัยคดีโพสต์ข้อความข่าวอัปมงคลลงในเว็บไซต์ประชาไท เพราะข้อกล่าวหาเช่นนี้ไม่มีหลักฐาน และละเมิดสิทธิที่จะรายงานเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ


RSFซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์ด้านสิทธิของสื่อมวลชนทั่วโลกระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ซึ่งถูกจับไม่นานมานี้ ถูกใช้เป็น “แพะ” สำหรับคดี ที่สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของชาติ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จากข่าวลืออันไม่เป็นมงคล

แถลงการณ์ของอาร์เอสเอฟระบุว่า “เราขอเรียกร้องให้ยกเลิกการตั้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้ง 3 ราย”

กลุ่มเรียกร้องสิทธิสื่อให้เหตุผลว่า ข้อกล่าวหาเช่นนี้ไม่มีหลักฐาน และละเมิดสิทธิที่จะรายงานเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเหตุการณ์ที่ตลาดหุ้นตกอันสืบเนื่องมาจากข่าวลืออัปมงคงนั้น ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ หรือความมั่นคงแห่งชาติ ของไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1พ.ย.)ตำรวจได้จับกุมตัวนายคธา ปาจริยพงศ์ อายุ 37 ปี พนักงานบริษัทหลักทรัพย์เคที-ซิมิโก้ จำกัด และน.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี กรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ยูบีเอส ด้วยความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอื่น และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมีพฤติกรรมเป็นผลเสียต่อประเทศชาติ

หลังจากนั้น ในวันอังคาร (3พ.ย.) ที่ผ่านมา นายสมเจตน์ อิทธิวรกุล อายุ 38 ปี เจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์ ใน จ.ชลบุรีก็ถูกจับในข้อหาเดียวกัน ภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากพบว่าพวกเขากระทำผิดจริง จะต้องเผชิญโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

อย่างไรก็ตาม RSFยังชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเพียงโพสต์ข้อความลงบนอินเทอร์เน็ต โดยน.ส.ธีรนันท์เป็นเพียงผู้แปลบทความจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก หลังตลาดหุ้นตกไปแล้ว และเธอก็ไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด

“มันเหมือนว่าการแปลข้อความจากบลูมเบิร์กเป็นเพียงหลักฐานสำคัญชิ้นเดียวในแฟ้มคดีของอัยการ การสอบสวนไม่ได้อ้างถึงบทความต้นฉบับ และอ้างถึงเพียงแต่การแปลเท่านั้น ซึ่งเสริมให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกใช้เป็นแพะสำหรับเหตุหุ้นตกครั้งนี้” แถลงการณ์ของRSFระบุ

RSFระบุในเอกสารเผยแพร่ในเวบไซต์ ด้วยว่า ทางการไทยได้ปิดกั้นเวบไซต์มากกว่า55,000เวบไซต์ โดยส่วนใหญ่อ้างว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และมีผู้ถูกดำเนินคดีหมิ่นฯ34ราย

Thursday, November 5, 2009

อย่าเอาแต่สะใจ

ที่มา มติชน

บทนำมติชน



ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วยยะลา นราธิวาส ปัตตานี และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเวลานี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่มีตำแหน่งทางการเมืองและไม่มีตำแหน่งทางการเมืองเพื่อชิงไหวชิงพริบ เอาดีเอาเด่นและมุ่งจะทำลายความน่าเชื่อถืออีกฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็หวังว่าตนเองและฝ่ายของตนจะได้ชื่อว่า เก่งและฉลาดกว่าอีกฝ่าย ดังจะสังเกตได้จากทันทีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงเปิดตัวนโยบายด้านความมั่นคงและต่างประเทศของพรรคเพื่อไทย ภายใต้ชื่อ "ไทยร่มเย็น เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน" ในวันที่ 2 พฤศจิกายนพร้อมกับเสนอแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยการจัดรูปแบบการกระจายอำนาจเป็น "นครปัตตานี" ปรากฏว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตอบโต้ทันที ในจำนวนนั้นมีนายเจเอามิง โต๊ะจาหยง ส.ส.นราธิวาส รวมอยู่ด้วยซึ่งได้กล่าวว่า พล.อ.ชวลิตอย่าจุดไฟเพิ่ม อีกคนคือนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บอกว่า ถ้าเป็นรัฐอิสระจะเข้าข่ายมีความผิดฐานเป็นกบฏในราชอาณาจักร

ดูเหมือนการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อคัดค้าน ขัดขวางจะกระทำได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก หรือว่านี่คือธรรมชาติถาวรของนักการเมืองไทยที่ถนัดแต่การใช้วาจาหักหาญ เชือดเฉือนจิตใจผู้คนมากกว่าการใช้เหตุผลและสติปัญญามาขบคิด หาทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ทั้งๆ ที่ พล.อ.ชวลิตยังไม่มีรายละเอียดว่า นครปัตตานีที่ควรจะจัดตั้งขึ้นมีโครงสร้างแบบใด เพียงแต่พูดคร่าวๆ ว่านครปัตตานีจะมีลักษณะเช่นเดียวกับนครเชียงใหม่และกรุงเทพมหานครซึ่งจะต้องออกพระราชบัญญัติ "เป็นการให้เกียรติ ให้มีขอบเขตและขีดความสามารถในการดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะวิถีชีวิตของชาวมุสลิม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าศึกษา ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นโทษต่อประเทศไทยเลย ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายของไทยและรัฐธรรมนูญ"

จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ พล.อ.ชวลิตและรวมถึงพรรคเพื่อไทยที่จะต้องอธิบาย ชี้แจงต่อสังคมอย่างเป็นทางการถึงที่มาที่ไปของการจัดตั้งนครปัตตานีเพื่อให้ข้อเสนอดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ ในฐานะได้ผ่านการศึกษา วิเคราะห์วิจัยอย่างมารอบคอบแล้ว มิใช่เสนอออกมาจาก พล.อ.ชวลิตแล้วก็เหมารวมเอาว่านี่คือนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะดูจะง่ายไปสักหน่อยกับการเสนอนโยบายเพื่อนำไปสู่การสร้างความสงบและสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สะสมและหมักหมมกันมานานเกือบจะครบ 6 ปีเต็ม

การนำเสนอนโยบายในด้านรูปแบบการปกครองที่จะให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนมาเป็นผู้บริหารและการพัฒนาท้องถิ่นเป็นวิธีการหนึ่ง กระนั้นก็ตาม ควรจะมีการยอมรับของคนในพื้นที่และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มบุคคลที่ก่อความไม่สงบซึ่งมีแผนจะแบ่งแยกดินแดนไปเป็นรัฐอิสระเพื่อปกครองตนเองจะต้องไม่ปฏิเสธ นั่นหมายความว่า พล.อ.ชวลิตและพรรคเพื่อไทยต้องมีข้อเท็จจริงมาประกอบเพื่อทำให้ข้อเสนอนี้มีน้ำหนักมากพอที่จะได้รับการสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย ที่สำคัญคือคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในด้านกลับกัน สำหรับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อตอบโต้ข้อเสนของ พล.อ.ชวลิตก็ชอบที่จะมีคำตอบในทางนโยบายและยุทธศาสตร์ว่าสิ่งที่ทำอยู่จะดับไฟใต้ลงได้อย่างไร ใช้เวลาอีกนานแค่ไหน สิ่งที่เคยพูดว่าจะใช้ "การเมืองนำการทหาร" ก็ดี "จะให้ผู้ที่หลงผิดกลับมามอบตัวแล้วจะไม่ดำเนินคดีก็ดี การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯแทน พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในบางพื้นที่ก็ดี การจะออกกฎหมายว่าด้วยศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ดี ฯลฯ ได้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างไร เหนืออื่นใดหน่วยงานด้านความมั่นคงไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองที่เป็นข้าราชการประจำก็ควรจะมีข้อเสนอระดับนโยบายและวางยุทธศาสตร์ในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติและมีหน้าที่โดยตรง แต่น่าเสียดายที่หน่วยงานเหล่านี้ไม่มีข้อเสนอ ทำให้เกิดคำถามว่า ในภาวะที่ไฟใต้โหมกระพือเผาบ้านเรือนและชีวิตผู้คนในพื้นที่นั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงมีศักยภาพมากพอที่จะดูแลบ้านเมืองหรือไม่

"กษิต"ไม่ตอบ"ฮุน เซน"ตั้ง"แม้ว"ที่ปรึกษา มท.1ถามเกี่ยวอะไรกับไทย แกนนำ40ส.ว.จี้ตัดสัมพันธ์เขมร

ที่มา มติชน

แกนนำกลุ่ม40ส.ว.เต้นรบ.กัมพูชาตั้ง"ทักษิณ"ที่ปรึกษา ซัดหมิ่นศักดิ์ศรีกระบวนการยุติธรรมไทย เอานักโทษหนีคดีมาช่วย เรียกร้องปชช.จี้รบ.ไทยออกแถลงการณ์ตองโต้-ประณาม แนะตัดสัมพันธ์ทันที จวก"สุเทพ"ไร้น้ำยา อ้างเรื่องส่วนตัว"ฮุนเซน"ให้ลาออกไปเลย


มท.1ย้อนถาม"ฮุน เซน"ตั้ง"ทักษิณ"กุนซือ เกี่ยวอะไรกับไทย

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ถึงกรณีสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านเศรษฐกิจส่วนตัวของสมเด็จฯ ฮุน เซน รวมถึงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา ว่า เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย


เมื่อถามว่า เหมือนเป็นการรุกคืบเข้ามาใกล้ประเทศไทยมากขึ้นหรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า ถึงไม่เป็นที่ปรึกษาที่กัมพูชา พ.ต.ท.ทักษิณก็รุกเข้ามาได้อยู่แล้ว


"กษิต"ไม่ตอบ"ฮุน เซน"ตั้ง"แม้ว"ที่ปรึกษา โยนถาม"มาร์ค"


ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 พ.ย. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่พยายามสอบถามท่าทีกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกกีมพูชา แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ โดยตอบเพียงว่า "ให้รอฟังจากนายกฯ"

"เทพไท"ไม่อยากให้"ฮุนเซน"เห็นกงจักรเป็นดอกบัว


ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสมเด็จฮุนเซน แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านเศรษฐกิจและที่ปรึกษาส่วนตัวว่า คงเป็นการปลอบใจในฐานะเพื่อน และไม่ใช่การแต่งตั้งของรัฐบาลกัมพูชา ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องกิจการภายในกัมพูชา ทางการไทยคงไม่ไปแทรกแซง และไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ได้ไปทำงานจริง และสมเด็จฮุนเซนคงไม่ได้หวังผลใช้งาน แต่ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ไปพำนักที่นั่น รัฐบาลไทยต้องดำเนินการตามกฎหมายขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

"ข้อสังเกตคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปเสนอถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ และคนอื่นๆที่ทำความผิดแล้ว และยังมีกรณีเสนอริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่สมเด็จฮุนเซน กลับตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา ก็สื่ออะไรบางอย่างแล้ว ขอเตือนไปยังสมเด็จฮุนเซน เพราะไม่อยากให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว อย่าเอาประโยชน์ของคนๆเดียวมาตั้งมากกว่าประโยชน์ของชาติ" นายเทพไท กล่าว



แกนนำ40ส.ว.จี้รบ.ตอบโต้ประณามรบ.กัมพูชา หมิ่นศักดิ์ศรีไทย

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวและเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาและยืนยันจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้กับทางการไทย ว่า การกระทำดังกล่าวถือว่า รัฐบาลกัมพูชา กล่าวหากระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างรุนแรง เพราะรู้อยู่แล้วว่า คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคดีการทุจริตซึ่งเป็นคดีอาญา ฉะนั้น รัฐบาลไทยต้องออกแถลงการณ์ตอบโต้และประณามรัฐบาลกัมพูชาที่กระทำการหมิ่นศักดิ์ศรีประเทศไทย และต้องตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลกัมพูชาทันที อย่าบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซน หรือถ้าคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซนจริงๆ ก็ตัดความสัมพันธ์กับนายฮุนเซนไปเลย ไม่ควรจะบอกว่า ไม่เป็นไร หรืออยู่เฉยๆ ซึ่งจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

"เรื่องนี้ ประชาชนต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตอบโต้กัมพูชา เพราะถือเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีประเทศ รัฐบาลไทยต้องบอกว่า การเอานักโทษหนีคดีจากประเทศของเราไปเป็นที่ปรึกษาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ต้องบอกให้เขาเลิก ซึ่งทำได้ไม่ยาก ในเมื่อเขาแถลงออกมา เราก็แถลงตอบโต้ไปว่าเรารู้สึกอย่างไร ไม่ใช่แค่ยืนให้สัมภาษณ์ โดยรัฐบาลไทยต้องมีท่าทีที่เข้มแข็งเหมือนรัฐบาลเวียดนามที่มีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับกัมพูชา และออกแถลงการณ์โจมตีกัมพูชาทันที จนสมเด็จฮุนเซนไม่กล้าพูดอะไร ทั้งนี้ เวียดนามสามารถแสดงท่าทีดังกล่าวได้ เพราะเอาประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่บ้านเราที่ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวกระทบกับความมั่นคงด้านผลประโยชน์ของตัวเอง" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซน ว่า นายกฯและรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงของไทย ที่มีท่าทีอ่อนแอ ไร้น้ำยา ควรพ้นตำแหน่งไปได้แล้ว หากไม่ดำเนินการเรื่องนี้ซึ่งเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม

"สุเทพ"ไม่สนกัมพูชาตั้ง"ทักษิณ"เป็นที่ปรึกษาชี้เป็นเรื่องภายใน

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ไม่สนรัฐบาลกัมพูชาตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัว ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า เป็นเรื่องภายในของกัมพูชา เราไม่มีสิทธิไปขัดขวาง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังคงอยู่ ทั้งนี้หากมีข้อมูลที่ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พักพิงในกัมพูชาจะส่งหนังสือไปขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนทันที และถ้าทำตามกฎหมายแล้วกัมพูชายังไม่ยอม ก็จะดูว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศที่มีต่อกันหรือไม่ ถึงเวลานั้นคงต้องพิจารณากันอีกที ขอให้แยกแยะ อย่าเหมารวมในทุกประเด็น ระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัว กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

"แม้ว"ทวิตขอบคุณ"กษัตริย์เขมร"ลงพระนามแต่งตั้งที่ปรึกษาศก. "นพดล"เย้ยรบ.อย่าหวั่นไหวปัดเกี่ยวลี้ภัย

ที่มา มติชน

"กษัตริย์กัมพูชา"ลงพระนามแต่งตั้ง"ทักษิณ"เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว"ฮุน เซน" "แม้ว"ทวิตขอบคุณสำเนาลงพระนาม "นพดล" เย้ยรัฐบาลอย่าหวั่ไหว ยันไม่เกี่ยวการเมือง-ลี้ภัย เผย"นายใหญ่"ยังไม่ไปเขมร อ้างรอคำสั่งทางการก่อน


"นพดล"เย้ยรัฐอย่าหวั่นไหว เขมรตั้ง"ทักษิณ"เป็นที่ปรึกษา

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประเทศกัมพูชาแต่งตั้งให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาและเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ด้านเศรษฐกิจส่วนตัว ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ท่านรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและยินดีที่จะให้คำปรึกษาในเรื่องที่ท่านมีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้นที่แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา ก่อนหน้านี้ก็มีหลายประเทศที่แต่งตั้งและเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเป็นที่ปรึกษา ดังนั้นรัฐบาลไม่ต้องกังวลหรือหวั่นไหว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองและไม่เกี่ยวข้องกับการลี้ภัยใดๆ ทั้งสิ้น

"นพดล"เผย"แม้ว"ติดภารกิจที่ดูไบยังไม่ไปเขมรนั่งที่ปรึกษาฮุนเซน

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศและอดีตที่ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันที่ 5 พฤศจิกายนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทราบเรื่องการที่ประเทศกัมพูชา ตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านต่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะตามขั้นตอน ต้องมีคำสั่งอย่างเป็นทางการออกมาก่อน และส่งไปให้พ.ต.ท.ทักษิณทราบ จึวไม่มีความจำเป็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเดินทางไปกัมพูชา เพราะยังมีภารกิจอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ แต่ในอนาคต คงได้เดินทางมา

เมื่อถามว่า การแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาประเทศกัมพูชาถือเป็นผลสำเร็จตามยุทธศาสตร์ตามยุทธศาสตร์โลกล้อมไทย หรือไม่ นายนพดลปฎิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โลกไม่ล้อมไทยเพื่อโจมตีรัฐบาล มีแต่โลกจะมาช่วยไทยในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะ กัมพูชา เพราะเขาเห็นศักยภาพ พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้รับการแต่งตั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้นที่แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา ก่อนหน้านี้ก็มีหลายประเทศที่แต่งตั้งและเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเป็นที่ปรึกษา ดังนั้นรัฐบาลไม่ต้องกังวลหรือหวั่นไหว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมืองและไม่เกี่ยวข้องกับการลี้ภัยใดๆ ทั้งสิ้น

"กษัตริย์เขมร"ลงพระนามแต่งตั้ง"ทักษิณ"เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว"ฮุน เซน"

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ว่า รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รวมถึงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันแห่งกัมพูชา ได้ทรงลงพระนามรับรองพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชาเมื่อเวลา ประมาณ 21.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นวันที่ 4 พ.ย. และเนื้อหาในแถลงการณ์ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่าข้อกล่าวหาที่รัฐบาลไทยมีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประเด็นทางการเมือง พร้อมยืนยันว่าหากอดีตนายกรัฐมนตรีไทยตัดสินใจจะพำนักที่กัมพูชาก็จะไม่มีการส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมายังไทยเป็นอันขาด และรัฐบาลกัมพูชาอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศได้ตามสะดวก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษารัฐบาล


สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานเพิ่มเติมด้วยว่าแถลงการณ์ของกัมพูชาอาจส่งผลกระทบระลอกใหม่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา หลังจากที่สมเด็จฯ ฮุน เซน เคยสร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลไทยเมื่อครั้งเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมอาเซียน ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนด้วยการประกาศให้ที่พำนักในกัมพูชาแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ

"แม้ว"ทวิตขอบคุณ"ฮุน เซน"ส่งสำเนา"กษัตริย์เขมร"ลงพระนามแต่งตั้ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความลงเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ ว่า "ขอบคุณ ท่านฮุน เซน เพิ่งส่งสำเนาที่Kingสีหมุนี ทรงโปรดเกล้ามาให้ผมก็นับเป็นเกียรติ แต่คงไม่สนุกเหมือนลงมือทำเองให้คนไทยหายจนครับ"

พท.ประชุม"ส.ส.-สมาชิก" ทั่วปท.


ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท.) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พท.กำหนดจัดประชุมสมาชิกพรรค และ ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายนนี้ โดยกำหนดใช้หอประชุมสนามกีฬา จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นสถานที่เหมาะสม กว้างขวางและเป็นสถานทางเข้าออกทางเดียว ง่ายต่อการดูแลและการรักษาความปลอดภัย ในวันดังกล่าวจะมีบุคคลสำคัญของพรรค อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดจนแกนนำของพรรคมาเป็นจำนวนมาก


ตร.ชงสลค.ถอดยศ"แม้ว"พ.ย.


วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานพิจารณากรณีการถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเมื่อถึงวาระการประชุม นายประชา และนายสุทัศน์ เงินหมื่น กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ ต่างจี้ถามถึงกระบวนการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณเทียบเคียงกับกรณีของรายอื่นอย่างละเอียด และเหตุใดถึงถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงรายเดียว ขณะที่ไม่มีการถอดยศกับข้าราชการตำรวจรายอื่นที่ศาลพิจารณาถึงที่สุด อาทิ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตรอง ผบ.ตร.ในคดีอุ้มฆ่า


ทาง พ.ต.อ.โชติกร สีมันตร รองผู้บังคับการกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาการ ผบ.ตร.ให้มาชี้แจง กมธ.กล่าวว่า รายชื่อข้าราชการตำรวจที่ถูกเสนอให้ถอดยศในวาระต้นของปี 2552 มีจำนวน 15 ราย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหนึ่งในนั้น กรณีพ.ต.ท.ทักษิณเป็นประเด็นสนใจของสังคม ผบ.ตร.จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เนื่องจากเป็นกรณีแรกที่มีการถูกพิพากษาโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลัง พล.ต.อ.ปทีปลงนามแล้วจะส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายในเดือนพฤศจิกายน แต่จะถอดยศเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัย ยืนยันว่าไม่มีผู้ใดมาเร่งรัด


สลค.เสนอถอดเครื่องราชฯทุกชั้น


ด้านสมชาย พฤฒิกัลป์ ผู้อำนวยการสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สลค. ชี้แจงว่า เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนจากรักษาการ ผบ.ตร. ทาง สลค.จะส่งต่อให้นายกฯให้ความเห็นชอบ ซึ่งปกติมีแนวปฏิบัติอยู่แล้วประกอบกับได้ยกร่างคำกราบบังคมทูลไว้รอแล้วดังนั้นกระบวนการในชั้นของ สลค.คาดว่าภายใน 3 วันทำการก่อนส่งเรื่องกราบบังคมทูลไปยังสำนักราชเลขาธิการ และ สลค.ปฏิบัติเหมือนกันทุกกรณี และไม่มีใครมาเร่งรัด


ขณะที่นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความไม่สบายใจกรณีให้เรียกคือเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เนื่องจากเป็นเครื่องราชฯที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ในกรณีพิเศษ ถือเป็นเรื่องพระราชอัธยาศัย ดังนั้น หากมีการเรียกคืนจริงจะถือว่าก้าวล่วงพระราชอำนาจหรือไม่


นายสมชายชี้แจงว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าต้องเรียกคืนทุกชั้นตรา แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีกรณีการเรียกคืนเครื่องราชฯตระกูลจุลจอมเกล้ามาก่อน เพราะถือเป็นเรื่องที่พระองค์ท่านพระราชทานมาโดยตรง ดังนั้น เรื่องนี้อาจจะขอคำปรึกษาสำนักราชเลขาธิการว่าการดำเนินการเป็นเรื่องของสำนักราชเลขาธิการหรือไม่


กฤษฎีกายันไม่มีใครมาไล่บี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.หลายรายได้ซักถามในประเด็นว่าการพิจารณากรณีพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการเร่งด่วนมีอะไรพิเศษหรือไม่ และมีระเบียบการไล่เรียงเรื่องพิจารณาอย่างไร ซึ่งตัวแทนฝ่ายกฤษฎีกาชี้แจงไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรือได้รับแรงกดดันจากใคร ทำตามหน้าที่ตามที่ ตร.ได้หารือมา ตามข้อ 1 (1) ของพ.ร.บ.ตำรวจ และสิ่งที่ออกมาก็เป็นเพียงความเห็นเท่านั้นว่าคำพิพากษาเป็นเหตุให้ถอดยศได้ ซึ่งไม่ใช่คำวินิจฉัยให้ถอดยศ


นอกจากนี้ กมธ.โดยเฉพาะนายประชาและนายสุทัศน์ยกกรณีนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการ สธ.ที่ถูกตัดสินจำคุกจากคดีทุจริตยา มาเปรียบว่าเหตุใดถึงไม่มีการเรียกคืนเครื่องราชฯทั้งที่เป็นคำพิพากษาถึงที่สุดและเป็นข้อหาทุจริต ทาง สลค.ได้ชี้แจงว่า ขั้นตอนการเรียกคืนเครื่องราชฯ หน่วยงานต้นสังกัดซึ่งเป็นผู้ทำเรื่องขอเครื่องราชฯจะต้องเป็นผู้ทำเรื่องเรียกคืน กรณีนายรักเกียรติหน่วยงานดังกล่าวไม่ได้ทำเรื่องส่งมา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจที่อยู่ระหว่างเสนอถอดยศ ที่ฝ่ายตำรวจนำมาแสดงต่อกรรมาธิการมีจำนวนทั้งสิ้น 20 คน มี พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในลำดับที่ 15 และมีชื่อของ พล.ต.ท.ชลอ และ พ.ต.ท.ศักดา ช่างเรือ อดีตรองผู้กำกับการจราจร สน.ลุมพินี ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุก 14 ปี 4 เดือน ในคดีร่วมกันพรากผู้เยาว์ กระทำอานาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ในลำดับที่ 16 และ 17 ตามลำดับ โดยบุคคลทั้งสอง ตร.อยู่ระหว่างดำเนินการขอคัดสำเนาผู้พิพากษาและสอบเครื่องราชฯ


"เตีย บันห์"ยัน"แม้ว"ยังไม่เข้าเขมร


พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทเขาพระวิหารว่า ตนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย พูดจากันรู้เรื่องอยู่แล้ว ตอนนี้คิดมากกันไปเองเรื่องความสัมพันธ์ทางทหารกับทหารนั้น ทั้งสองกองทัพไม่มีปัญหา และยังแน่นปึ้กกันอยู่


เมื่อถามถึงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณมาลอยกระทงกับสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า ไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณคงไม่ได้เดินทางมา ทางที่ดีจะต้องไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณเองว่าจะมากัมพูชาเมื่อไหร่ แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้เดินทางเข้ามา

ออกนอกหน้า

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




นับวันการแสดงออกของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะชัดเจนมากขึ้นว่าชอบ "สีเหลือง" เหลือเกิน

แม้จะพูดมานานและแสดงออกมาตลอดตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านที่แวะไปเยี่ยมเยียนม็อบพันธมิตรฯ ที่กำลังยึดทำเนียบรัฐบาล

ตลอดจนการแต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ จากพันธมิตรฯ ขึ้นมาเป็นรมว.ต่างประเทศ

ที่เหลือจากนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นเช่นไร

มาถึงเหตุการณ์ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เอาอีกแล้ว เมื่อทาบทามพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ อดีตรักษาการผบ.ตร. มาช่วยงานด้านความมั่นคง!?

กรณีพล.ต.อ.ธานี นั้นหากดูคุณสมบัติ และประสบ การณ์ในวงการสีกากีก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียด หากอยากให้มาช่วยงานรัฐบาล

แต่บังเอิญเป็นที่รับรู้กันถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพล.ต.อ.ธานี กับแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ว่าแนบแน่นขนาดไหน

พรรคเพื่อไทยดักคอล่วงหน้ากรณีพล.ต.อ.ธานี ว่า นายกฯอาจจะอยากให้มาดูแลตร.แห่งชาติ

เพราะที่ผ่านมาขัดแย้งกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคงอยู่เนืองๆ ใหญ่ๆ ก็เช่นแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ที่วันนี้ยังเคลียร์ไม่ลงตัว แม้จะผ่านเวลามาเป็นเดือนแล้ว

จนถึงการแต่งตั้งโผนายพลในครั้งล่าสุด

ว่ากันว่าหนึ่งในเหตุสำคัญที่นายสุเทพ สั่งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) วาระแต่งตั้งนายพล เพราะปัญหาบางเก้าอี้ที่คุยกันไม่ได้

เนื่องจากเป็นความบังเอิญที่นายอภิสิทธิ์ และแกนนำม็อบ ใจตรงกันที่ชื่นชอบนายพลบางคนเป็นพิเศษ

แต่นายสุเทพ ไม่เห็นด้วยเพราะปัญหาอาวุโส และความสนิทสนมกับแกนนำม็อบ

เรียกว่ามาอีหรอบเดียวกับปัญหาผบ.ตร.ใหม่ นั่นแหละ

การวางตัวของนายสุเทพ กับนายอภิสิทธิ์ ในเรื่องเกี่ยวกับม็อบสีต่างๆ เป็นอีกหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความ "เก๋าเกม" ที่แตกต่างกัน

นายสุเทพ ถึงจะฮึ่มใส่ม็อบเสื้อแดง แต่ก็ไม่เคยแสดงอย่างออกนอกหน้าว่าเชิดชูหรือเป็นพวกม็อบสีเหลือง

ส่วนนายอภิสิทธิ์ไม่ต้องพูดถึง ชัดเสียเกินกว่าเหตุ

จะชื่นชอบในแนวคิด อุดมการณ์ หรือมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรก็ตาม

แต่เป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ช่วยสงวนท่าที สักหน่อยเถอะ

อย่าให้มันออกนอกหน้านักเลย!?

ข้อเสนอจิ๋ว

ที่มา เดลินิวส์

เอาเข้าไป สนุกสนานกันจัง ระบายสี สาดโคลนใส่คนอื่น ผูกขาดความจงรักภักดี ผูกขาดความรักชาติ ใครบังอาจเห็นต่าง กลายเป็นทรยศชาติบ้าง ขายชาติบ้าง ชักศึกเข้าบ้านบ้าง

ถามจริง ๆ เคยเห็นบ้านเมืองไหน ที่มีแต่การใส่ร้ายป้ายสี แล้วเจริญบ้าง แต่เกิดความ แตกแยก นองเลือด น่ะ

มีให้เห็นบ่อย

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่โดน ไล่บี้ ไล่บด อยู่ขณะนี้ ก็เพราะดันเข้า พรรคเพื่อไทย ที่ฝ่ายกุมอำนาจ กลุ่มอำมาตย์ คนแก่เมาอำนาจ ตีตราซะแล้วว่า เป็นศัตรูชาติ เลย เละเป็นโจ๊ก

ก็จริง บิ๊กจิ๋ว มีจุดอ่อนไม่น้อยอย่าง ใจใหญ่ แต่ใจง่าย เพราะอยากให้คนรักทั้งโลก เลย หวานเจี๊ยบ ไปเรื่อย แต่ก็มีคุณความดีมากมาย อย่าง นโยบาย 66/23 ใช้การเมืองนำการทหาร นิรโทษกรรมให้นักศึกษา ประชาชน ที่หนีเข้าป่า ก้าวพ้นสงครามนองเลือด ซ้าย ขวา ที่รุนแรงสุดไปได้

แม้แต่การเป็นนักประชาธิปไตย จิ๋ว นี่ล่ะ ถอดเครื่องแบบ ผบ.ทบ. ทิ้ง แล้วเดินเข้าสู่การเมืองแบบสง่างาม ดีกว่าพวกปากยึดมั่นรัฐสภา แต่ไม่เคยเอาชีวิตเข้าแลก กลับอิงแอบท็อปบู๊ต ตั้งรัฐบาล

ข้อเสนอล่าสุดของจิ๋ว ที่เสนอ ให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็น นครปัตตานี ที่ อยู่ภายใต้กฎหมาย และ รธน. จะ ว่าไป ก็มีข้อเสนอมาแล้วให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตปกครองพิเศษ ก็เพื่อ “ดับไฟใต้” ที่ลุกโชนไม่เลิก

ปชป. คิดอะไรไม่ออก ก็ขุด ศอ.บต. ขึ้นมาใหม่ ตั้งเป้าเป็นแก้วสารพัดนึก ถือตัวว่าเป็นเจ้าของภาคใต้ รู้ปัญหาลึกสุด ดีสุด แต่เป็นรัฐบาลเกือบปี ไฟใต้มอดลงมั้ย หรือ ดีแต่พูด ยังดี ที่ นายกฯ ยอมรับ ตัวเลขก่อเหตุร้าย แม้ลดลง แต่พฤติกรรมกลับโหดเหี้ยมขึ้น คาร์บอมบ์ ธรรมดาแล้ว ก้าวมาเป็น ฆ่าหมู่คามัสยิด

สะเทือนขวัญทั่วโลก!!!

เรื่องจะเอา ศอ.บต.กลับมา ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เหมือน นครปัตตานี ก็ต้องช่วยกันศึกษาดูนายกมาเลย์ นาจิบ ราซัค ก็เสนอให้เป็นเขตปกครองพิเศษ อภิสิทธิ์ ก็ทำท่าเห็นด้วย

แล้วทำไมกับข้อเสนอจิ๋วถึงปล่อยลิ่วล้อปากมอม ดาหน้ามาประณามว่า เป็นกบฏ คนอย่างนี้หรือกบฏ

ใจเล็กเท่าอวัยวะมด

เช่นกัน นโยบาย ไทยร่มเย็น เป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้าน ที่จิ๋วจะเดินสายไปเยือนเพื่อนบ้าน ไม่ใช่เพราะที่ผ่านมา เอาคนยึดสนามบินมาเป็นรัฐ มนตรีหรือ เที่ยวด่า “ฮุนเซ็น” เป็นกุ๊ยข้างถนน

ยักคิ้วให้พวกคลั่งชาติ เย้ว ๆ จะเอาเอฟ 16 ไปถล่มเขมร ยึดเขาพระวิหารคืน มี ส.ส.ในพรรคขึ้นเวที ร่วมด้วยช่วยถล่ม ที่ไม่ขึ้น ก็แห่ไปให้กำลังใจออกนอกหน้าซะขนาดนั้น

แล้วจะให้ ผู้นำเขมร พึงพอใจสุดขีด งั้นหรือ การอนุญาตให้ทักษิณไปอยู่ จึงแค่ปลายเหตุ หัดถามตัวเองบ้างสิ ชักศึกเข้าบ้าน ก่อนหรือเปล่า อย่าเก่งแต่โยนชั่วให้คนอื่น แล้วจะสมานฉันท์ได้หรือ

เหมือนจะปฏิรูปรถไฟ รมว. โสภณ ซารัมย์ ไล่ออก หัวโจกตัวแสบที่จับผู้โดยสารเป็นตัวประกัน เค้าจะอุทธรณ์ก็ว่าไป แต่นายหัว ชวน หลีกภัย ลงใต้ ไปโอ๋ เหมือนรับประกันความชอบธรรมให้ แล้วจะปฏิรูปยังไง

ทำอะไรอยู่เนี่ย ???.

ดาวประกายพรึก

เขาโกงแบงก์บีบีซีกันอย่างไร

ที่มา ไทยรัฐ

แม้จะได้ตัว แขกราเกซ สักเสนา กลับมาดำเนินคดีในเมืองไทย แต่วันนี้คนไทยส่วนใหญ่ก็คงลืมกันไปแล้ว พวกเขาโกง แบงก์ บีบีซีธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ กันอย่างไรจนแบงก์เจ๊ง ระบบแบงก์เจ๊ง ระบบการเงินเจ๊ง

วันนี้ผมขอลอกคำอภิปรายในสภาของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง หัวหอกฝ่ายค้านในสมัยนั้น ซึ่งอภิปรายไว้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2539 นสพ.ไทยโพสต์ นำมาลงเตือนความจำ

รัฐมนตรีกลุ่ม 16 ที่ถูก นายสุเทพ ระบุไว้ในคำอภิปรายครั้งนั้นก็มี นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยคลัง และรัฐมนตรีกลุ่ม 16 คนอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้ง นายเกริก- เกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายเอกชัย อธิคมนันทะ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ นายราเกซ สักเสนา ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่

มาอ่านคำอภิปรายของนายสุเทพกันครับ เขาโกงแบงก์บีบีซีกันอย่างไร

"คนเหล่านี้เขาทำกันอย่างไร เขาทำกันโดยไปจดทะเบียนตั้งบริษัทขึ้นตามที่ต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาศัยชื่อบริษัทนิติบุคคลเหล่านี้ ไปขอกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด ในลักษณะที่เรียกว่า เงินกู้เบิกเกินบัญชีหรือเงินโอดี แล้วเอาเงินกู้เหล่านี้ ไปกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดต่างๆหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย

เป็นที่ดินที่พวกเหล่านี้ไม่ได้ลงทุนเลย ไปเบิกเงินโอดีจากธนาคาร แล้วเอามากว้านซื้อที่ดิน ไร่ละพันกว่าบาท สองพันกว่าบาท แล้วเอาที่ดินนั้นไปออกเอกสารสิทธิ เพราะที่ดินส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ ใช้อิทธิฤทธิ์ใช้อำนาจ ในฐานะที่เป็นนักการเมือง กลุ่มการเมืองที่คนเขาเกรงกลัวว่า เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล

ออกเอกสารสิทธิได้แล้ว ไม่ได้สนใจหรอกครับว่า น.ส.3 ที่ออกไปนั้น ไปทับที่ดินของชาวบ้าน หรือว่าไปทับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ คนพวกนี้เขาไม่ใส่ใจเลย เขาเอาแต่ น.ส.3 ไปให้บริษัทประเมินราคาหลักทรัพย์ ทำการตีราคาประเมินหลักทรัพย์ แล้วเอามาทำโครงการกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด อีกรอบหนึ่ง

กู้โอดีไปได้ก้อนหนึ่ง ไปกว้านซื้อที่ดินมาทำเอกสารสิทธิได้แล้ว เอากลับมากู้ธนาคารอีกรอบหนึ่งถึงได้เงินจำนวนมากมายมหาศาลไปหมุนกันทำธุรกิจ จนเกิดความเสียหายกับบ้านเมือง

เงินกู้ที่ได้จากการจำนองที่ดินนี้ เอาไปใช้ในตลาดหลักทรัพย์ ไปเลือกเอาบริษัทที่กิจการไม่ค่อยสู้จะดี ซื้อหุ้นเหล่านี้ เทกโอเวอร์เข้าครอบงำกิจการของบริษัทเหล่านั้น ทั้งๆที่คนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหลาย นักเล่นหุ้นทั้งหลายเขารู้ว่าหุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นเน่า หุ้นที่ไม่มีราคา หุ้นที่ไม่มีผลประกอบการดี

แต่เวลาทำเรื่องขอกู้เงิน คนพวกนี้เขาบอกกับธนาคารว่า เขาทำโครงการกู้เงินนี้เพื่อเข้าไปเทกโอเวอร์ครอบงำกิจการของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เหล่านั้น แล้วจะบริหารให้มันดีขึ้น เสนอร่างกับกรรมการควบคุมตลาดหลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกัน

กิจการที่เอาไปครอบงำซื้อหุ้นเทกโอเวอร์หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด 39,592 ล้านบาท ในจำนวนนี้ปล่อยในหมู่พวกเดียวกัน 39,592 ล้านบาท ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติตรวจสอบแล้วบอกว่า เป็นหนี้เสีย เป็นหนี้ที่ด้อยคุณภาพ 24,653 ล้านบาท ให้ กู้ไป 39,000 ล้านบาท เสียซะ 24,000 ล้านบาทเศษ"

คำอภิปรายของ นายสุเทพ จบลงแค่นี้ หลังจากนั้นเป็นการ ประชุมลับกว่าสองชั่วโมง แต่คำอภิปรายแค่นี้ก็พอจะเห็นแล้ว คนพวกนี้โกงแบงก์ บีบีซี โกงชาติกันอย่างไร สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องเอาเงินภาษีประชาชนไปจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าหลักฐานเหล่านี้นายสุเทพยังเก็บอยู่ตามวิสัยนักการเมือง

แต่วันนี้ อดีตรัฐมนตรีกลุ่ม 16 ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจให้บริหารประเทศ นายสุเทพกลับอ้าแขนรับเข้าร่วมรัฐบาล แถมยังให้คุมกระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจการเมืองทั้งหมด มีอำนาจครอบงำเหนือรัฐบาลอีกต่างหาก แล้วคดีเหล่านี้จะเป็นอย่างไร แล้วเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ว้าเหว่นะครับ ประเทศไทยของเรา.

"ลม เปลี่ยนทิศ"