WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 11, 2009

เปิดหลักฐานมาร์คสัมภาษณ์บลูมเบิร์กเรื่องสืบสันตติวงศ์ หนักกว่าแม้วลงTIMESทีแบบนี้ไม่ผิด!?

ที่มา Thai E-News


โดย William Mellor และ Daniel Ten Kate
ที่มา bloomberg
แปลเรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 พฤศจิกายน 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:สื่อกระแสหลัก และบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะทั้งหลาย พากันออกมาประณามอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรว่า มิบังควรที่ให้สัมภาษณ์กับTIMES ONLINE ในเรื่องเกี่ยวกับการสืบพระราชสันตติวงศ์ ขณะที่ในหลวงยังทรงพระประชวรอยู่

อย่างไรก็ดีน่าประหลาดใจว่าในเรื่องเดียวกันนี้ แต่คนพูดคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ สื่อกระแสหลักและบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะต่างเงียบเฉย...

รายงานข่าวและบทสัมภาษณ์ที่บลูมเบิร์กนำเสนอนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 8 กรกฎาคม 2552 ชื่อบทความดั้งเดิมในภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่อง"มิบังควรอย่างยิ่ง"ในวัฒนธรรมการเมืองแบบไทย เพราะน่าจะ"หนักกว่า"ชื่อบทความที่Timesตีพิมพ์บทความล่าสุดที่สัมภาษณ์ทักษิณเสียอีก เราจึงแปลให้ดูสละสลวยเข้ากับวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆเสียว่า "การเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่ได้สร้างความกังวลให้เซียนหุ้นที่ชื่อนาย"เฟเบอร์"หยุดชะงักการลงทุนเล่นหุ้นในประเทศไทย"ซึ่งมีความสำคัญบางตอนกล่าวถึงการสืบพระราชสันตติวงศ์ โดยเป็นการสัมภาษณ์พิเศษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา

....................

อภิสิทธิ์:"ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมฯเป็นพระรัชทายาทสืบต่อพระราชบัลลังก์"

ในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวเป็นพระรัชทายาทขึ้นสืบต่อพระราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว


8 กรกฎาคม 2552 (สำนักข่าวบลูมเบิร์ก)--นายกรัฐมนตรีของไทยต้องหยุดชะงักการตอบข้อซักถามและฝืนพูดต่ออย่างยากลำบากต่อคำถามที่ว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาจะเผชิญต่อชะตาอนาคตอย่างไร หากว่าชีวิตของพวกเขาซักวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นร่มโพธิสมภารแก่พสกนิกร

"ผมไม่ได้แสร้งพูด--มันจะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากยากยิ่งสำหรับพวกเราคนไทยทั้งมวล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าว เขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และยังก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาให้กับประเทศเป็นรายที่5ในรอบเพียง4ปี
(July 8 (Bloomberg) -- Thailand’s prime minister pauses briefly and swallows hard as he addresses the question few of his compatriots dare contemplate: life without King Bhumibol Adulyadej, the world’s longest-reigning monarch.

“I am under no illusion -- it will be a very difficult time for all of us,” says Abhisit Vejjajiva, who in December patched together a multiparty coalition government and became troubled Thailand’s fifth prime minister in four years.)

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

(ต้นฉบับของบลูมเบิร์กคือIn an interview at his Italianate office in Government House in Bangkok five days later, Abhisit discloses that Bhumibol, who has 4 children and 11 surviving grandchildren, has already endorsed his only son as the next king.

“The crown prince is the designated heir,” Abhisit says. )


กษัตริย์ภูมิพลมีพระราชสมภพที่สหรัฐอเมริกา พระชนมพรรษา81ชันษา พระองค์ทรงได้รับการเทิดทูนสักการะจากคนไทยจำนวนมากประดุจสมมุติเทพ พระองค์เข้ารับพระราชบัลลังก์เมื่อปีพ.ศ.2489 ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันนั้นแฮรี่ ทรูแมน ยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ในทำเนียบขาว และโจเซฟ สตาลิน ก็ยังคงทรงอำนาจเหนืออดีตสหภาพโซเวียต ทว่าพระองค์ท่านทรงครองราชบัลลังก์มาได้ต่อเนื่องยาวนานผ่านการทำรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จถึง15ครั้ง ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆที่แตกต่างกันมา16ฉบับ และมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีมากถึง27คนในรัชสมัยของพระองค์ รัฐธรรมนูญให้พระราชอำนาจที่เป็นพิธีการเพียงเล็กน้อย ทว่าทรงพระราชบารมีสูงยิ่ง อย่างน้อยก็ทรงใช้พระราชบารมีนั้นในการดับวิกฤตการณ์นองเลือดมาแล้ว2หน

ประเทศไทยในยามนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะสร้างเสถียรภาพขึ้นมาเสียใหม่จากการแตกแยกออกเป็นฝักฝ่ายในประเทศ โดยใช้สีเป็นรหัสของความแปลกแยกในสังคม ระหว่างบรรดากฎุมพีผู้มั่งคั่งในเมืองกับบรรดาคนในชนบท การสวมเสื้อสีที่เน้นถึงการแยกจากกัน เป็นสัญลักษณ์ว่าคนแต่ละฝ่ายนั้นภักดีข้างฝ่ายใด

ฝ่ายหนึ่ง เป็นชนชั้นนำในเมือง ฐานหลักอยู่ในกรุงเทพฯ พวกเขานำสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันจันทร์ อันเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯมาใส่
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนยากจนส่วนใหญ่ในชนบท ซึ่งพวกเขาบอกว่ามีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวฯเสมอเหมือนกับคนในเมือง แต่ใส่เสื้อแดงเพื่อแสดงว่าก็ให้การสนับสนุนแก่มหาเศรษฐีทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีผู้ใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งถูกโค่นจากตำแหน่งในการรัฐประหารปี2549

2ก๊ก

การเดินขบวนบนท้องถนนที่แบ่งก๊กแบ่งฝ่ายนำไปสู่การยึดสนามบินหลัก2แห่งในกรุงเทพฯเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และการยกเลิกการประชุมASEAN SUMMITเมื่อเดือนเมษายน แม้ว่าจะนำบรรยากาศไม่เป็นที่ต้อนรับต่อสาธารณชนมาสู่แดนแห่งรอยยิ้ม แต่การจัดชุมนุมของขบวนผู้ต่อต้านรัฐบาลจำนวนมากก็ยังเกิดขึ้นอีกเมื่อวันที่27มิถุนายนที่ผ่านมา และการจัดชุมนุมใหญ่ยังมีแผนการจะจัดประท้วงขึ้นอีกในเดือนหน้านี้

ในท่ามกลางความโกลาหลระส่ำระสาย แต่ก็มีนักลงทุนเซียนหุ้นบางรายมองให้เห็นเป็นโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ2ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองเพียงอินโดนีเซีย ณ วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปกว่า30%นับจากตอนต้นปี ดีกว่าดัชนีS&P500ของอเมริกาที่ตกลงมาในช่วงเวลาเดียวกัน0.8% ในช่วงเวลาที่กล่าวมานี้นักลงทุนชาวต่างประเทศเพิ่มการลงทุนในการถือครองหุ้นไทยขึ้นสุทธิ621.4ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากขายสุทธิออกมากว่า4.8พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

ตลาดหุ้นไทยมีอัตราส่วนของราคาต่อกำไร ณ สิ้นปี2552เพียง11เท่า ซึ่งก็นับว่าถูกที่สุดในย่านเอเชียรองจากตลาดหลักทรัพย์ปากีสถานแค่นั้น ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนในรูปของการจ่ายเงินปันผล4.7%เปรียบเทียบกับเพียง3%ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯจ่ายได้ และตลาดหุ้นจีนเพียง1% ทั้งนี้จากฐานข้อมูลของบลูมเบิร์ก ทำให้ตลาดหุ้นเมืองไทยน่าซื้อ เป็นคำกล่าวของมาร์ค เฟเบอร์ ซึ่งบริหารจัดการกองทุนขนาด300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกองทุนนี้มีฐานที่ตั้งในฮ่องกงชื่อบริษัทมาร์ค เฟเบอร์ จำกัด

"คุ้มค่าแก่การรอคอย"

"ผมสามารถที่จะอยู่ในตลาดหุ้นไทยได้ในยามที่เกิดภาวะถดถอย หรือธุรกิจเผชิญแนวต้าน แต่ที่สุดมันก็ให้ผลตอบแทนเป็นอัตราเงินปันผล6%หรือ7%กับผม"เฟเบอร์กล่าวในการตีพิมพ์เผยแพร่ในรายงานGloom,Boom&Doom เขาลงทุนในกลุ่มธนาคารไทยและบริษัทผู้ผลิตอาหารในปีนี้"หากคุณซื้อหุ้นในธุรกิจที่ดีมันก็จะทำเงินให้กับคุณดีๆในระยะ5หรือ10ปี โดยได้เงินปันผลจากหุ้นเหล่านี้ สำหรับประเทศไทยแล้วคุณควรจ่ายเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่คุ้มค่า"

นักลงทุนจำนวนมากก็มาถึงเวลาสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาแล้วว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากว่าประเทศไทยอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัชกาลเกิดขึ้น ความวิตกเกี่ยวกับพระชนมายุที่ทรงพระชราภาพของพระเจ้าอยู่หัวฯ และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการสืบพระราชบัลลังก์บั่นทอนความเชื่อมั่นว่าพระราชอำนาจพิเศษนั้นจะยังทรงมีพระราชบารมีดังเดิมหรือไม่อย่างไร

อิทธิพลในภูมิภาค

ไทยเคยประสบวิกฤติในปีพ.ศ.2475เมื่อคณะทหารและข้าราชการพลเรือนได้ปฏิวัติยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ลง เป็นคำกล่าวของสตีเฟ่น วิคเกอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของFTI International จำกัด ซึ่งมีฐานในฮ่องกง ทำธุรกิจให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนในประเทศไทย

"ในประเทศไทย กษัตริย์เป็นดังเทพเจ้าสายฟ้าที่ทรงกังหันไฟมาบนเฮลิคอปเตอร์"วิคเกอร์กล่าวเปรียบเทียบ"นักลงทุนทั้งหลายอยู่ได้แม้ว่าจะผ่านการทำรัฐประหารมามากครั้งและมันก็ผ่านพ้นไปได้แบบไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่การเปลี่ยนรัชกาลนั้นต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่มีนัยยะสำคัญที่ต้องตระหนักมากกว่าแต่ก่อน"

การสืบพระราชสันตติวงศ์อย่างราบรื่นเป็นเรื่องที่จะน่ายินดีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดที่มีประชากรมากกว่า573ล้านคน ความอุดมสมบูรณ์ และเป็นประเทศเขตร้อนที่มีประชากรกว่า67ล้านคนของไทย และยังเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารา และข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอ้นดับสองของภูมิภาค

แม้ว่าจะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์โดยสภาพของทรัพยากรธรรมชาติ และบรรยากาศแห่งมิตรไมตรีในการดำเนินธุรกิจ แต่ไทยก็ไม่วายได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ยอดผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปีนี้เป็น2.5%จากเพียง1.5%ในปีที่แล้ว ทั้งนี้จากการเปิดเผยของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยอดผู้ว่างงานยังคงต่ำกว่ามาตรฐานของนานาชาติ โดยยอดนตกงานระดะบสากลนั้นสูงมากกว่า7.4% นับจนถึงวันที่28พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการคาดการณ์องค์การแรงงานนานาชาติ ที่มีสำนักงานในเจนีวา

การกระตุ้นเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยติดลบ7.1%ในช่วงไตรมาสแรกของปี เป็นสถิติแย่ที่สุดนับแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชียเมื่อปี2541 ยอดการส่งออกทรุดตัวลง26.5% และยอดผลผลิตอุตสาหกรรมลดลง10%ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการตกต่ำต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่เจ็ดทั้ง2รายการ ในเดือนมิถุนายนสถาบันจัดอันดับสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์สเปิดเผยว่าอาจจะลดอันดับเครดิตของประเทศไทยลงจากระดับBBB+ ในเดือนพฤษภาคมฟิตซ์เรทติ้ง บริษัทจัดอันดับอีกรายได้ลดเครดิตลงสำหรับหนี้ต่างประเทศของไทย นับเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ โดยลดเครดิตลงสู่ระดับBBB ซึ่งเป็นอันดับการลงทุนที่อยู่ท้ายตารางน่าลงทุนเพียง2อันดับเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออกมาตรการเมื่อวันที่29พฤษภาคมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า1.4ล้านล้านบาท(ราว41พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ให้มีอัตราขยายตัว หากแผนการสำเร็จ เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวเป็นบวกราว3.5%ในปีนี้ ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของรัฐมนตรีคลัง

พระมหากษัตริย์นักลงทุน

อิทธิพลของกษัตริย์ที่มีต่อเศรษฐกิจ เฉพาะที่เป็นเรื่องส่วนพระองค์ พระองค์ท่านเป็นผู้นำนักลงทุนในประเทศ จากการจัดการทรัพย์สินของพระราชวงศ์ ผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงถือครองอสังหาริมทรัพย์และหุ้นเป็นมูลค่ามากกว่า33พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้จากการเปิดเผยของพอพันธ์ อุยยานนท์ นักวิชาการชาวไทยที่ได้ทำการศึกษาเรื่องการเงินของพระราชวงศ์

การลงทุนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯนั้นรวมถึงการถือหุ้นใหญ่ของธนาคารใหญ่ที่สุดอันดับ2ของประเทศ จากขนาดมูลค่าตลาด คือธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทโฮลดิ้งขนาดใหญ่ที่สุดคือเครือซิเมนต์ไทย และเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทโรงแรม ชะตาของอาณาจักรธุรกิจ--ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ถือครอง--ฉันใดการสืบทอดพระราชสันตติวงศ์ก็ย่อมเป็นไปตามเงื่อนนี้ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการของสำนักงานทรัพย์สินฯด้วย

ภายใต้รัฐธรรมนูญแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯสามารถเลือกพระรัชทายาทได้โดยพระองค์เอง รัฐบาลได้เปิดเผยว่าพระมหากษัตริย์องค์ต่อไปจะเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา57 พระองค์ท่านเป็นทหาร ไม่เหมือนพระขนิษฐาโสดซึ่งทรงเป็นที่นิยม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระชนมพรรษา 54 ชันษา พระองค์เคยเป็นว่าที่พระรัชทายาทพระองค์หนึ่งสำหรับพระราชบัลลังก์ ทรงมีบทบาททรงงานเพื่อการกุศล ส่วนมกุฎราชกุมารทรงหย่ามาแล้ว2ครั้ง พระราชจริยาวัตรส่วนพระองค์สำหรับสาธารณชนดูไม่เป็นที่ปลาบปลื้มนัก

9กษัตริย์

อย่างใดก็ตามในระบบการปกครองตลอด227ปีของพระราชวงศ์จักรี ซึ่งมีพระมหากษัตริย์มาแล้ว9พระองค์ก็ยังเหนียวแน่นอยู่กับแผ่นดินที่มีความยุ่งเหยิงทางการเมืองอยู่ถี่ๆ เสด็จทวดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าซึ่งรอดเจอร์และแฮมเมอร์สไตน์เคยนำมารังสรรค์เป็นละครเพลงเรื่องเดอะคิงแอนด์ไอ และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์นำโดยดาราชาวรัสเซียยูล บรีนเนอร์ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการที่ประเทศไทยขาดความจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์เลยแต่อย่างใด

พระราชจักรีวงศ์มีประวัติศาสตร์การสืบพระราชสันตติวงศ์ที่คลุมเครือ พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่7คือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าทรงสละราชบัลลังก์ในปี2478เพียง3ปีให้หลังที่ทรงสูญเสียพระราชอาญาสิทธิ์จากการทำรัฐประหารโดยทหารและข้าราชการระดับสูง พระราชบัลลังก์ได้ตกทอดมาถึงยุวกษัตริย์พระชนมพรรษาเพียง10ชันษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหกิดล พระเชษฐาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ของรัชสมัยของพระองค์ท่านในการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่สวิตเซอร์แลนด์ และไม่ได้มีพระชนมายุยืนนานพอที่จะเข้าสู่พิธีพระบรมราชาภิเษก

ในเดือนมิถุนายน2489ในพระชนม์20ชันษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลถูกพบนอนสวรรคตอยู่บนพระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน บรมมหาราชวังกรุงเทพฯโดยลูกกระสุนผ่านพระนลาฎ และมีปืนพกโคลท์วางอยู่ข้างพระบรมศพ ชาย3คนถูกตัดสินลงโทษว่าเป็นฆาตกรถูกประหารชีวิตในปี2498 ขณะที่นักประวัติศาสตร์บางคนอธิบายว่ากรณีสวรรคตนั้นยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ถูกสะสาง

กษัตริย์ที่ทรงมีพระราชสมภพที่บอสตัน

ผู้สืบทอดพระราชสันตติวงศ์ลำดับถัดมาคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ทรงมีพระราชสมภพที่บอสตันในขณะที่พระราชบิดาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ทรงไปศึกษาวิชาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เช่นเดียวกับพระเชษฐา กษัตริย์ภูมิพลทรงได้รับการศึกษาที่สวิตเซอร์แลนด์และเสด็จนิวัติพระนครหลังจากทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปี2493 และเสด็จมาประทับที่กรุงเทพฯในปีถัดมา เป็นเวลานานกว่า16ปีก่อนหน้านั้นที่ประเทศไทยไม่มีกษัตริย์ประทับอยู่ในประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลทรงมีพระราชวิริยะอุตสาหะในการกอบกู้ชื่อเสียงของพระราชวงศ์กลับคืนมา โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังชนบทและสร้างโครงการเกษตรกรรมและโครงการชลประทาน พระราชบารมีอันมาจากความนิยมเทิดทูนพระองค์ท่านทำให้ทรงมีพระราชอำนาจในการยับยั้งผู้นำทางทหารที่เข้มแข็งไม่ให้ใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยในปี2516ทรงเปิดพระราชวังสวนจิตรลดาเพื่อรับนักศึกษาที่หนีเข้ามาพึ่งพระบารมีจากการกวาดล้างของเผด็จการทหาร หลังจากกองกำลังเปิดฉากยิงนักศึกษาผู้ประท้วง

ในปี2535ชาวไทยได้รับชมโทรทัศน์ผู้นำทางทหารที่ใช้อำนาจทำรัฐประหารและใช้กองกำลังทหารติดอาวุธยิงใส่ผู้ประท้วงชนชั้นกลางซึ่งไร้อาวุธที่ออกมาประท้วงต่อต้านเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ผู้นำทหารและผู้นำการประท้วงเข้าเฝ้าฯ หลังจากมีพระราชดำรัสให้ยุติความขัดแย้ง ผู้นำการรัฐประหารได้สละอำนาจลง

ดินแดนแห่งรอยยิ้ม

ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ได้ตกเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศตะวันตกนักล่าเมืองขึ้น เป็นประเทศที่สนับสนุนสหรัฐฯในระหว่างทำสงครามเวียดนาม เป็นประเทศชายแดนติดกับพม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ดินแดนแห่งรอยยิ้มแห่งนี้มีรอยยิ้มให้เห็นเป็นปกติ กระทั่งเกิดบรรยากาศหน้าทางการเมืองอย่างในเวลานี้

การสร้างฐานะทางการเงินสำหรับเศรษฐกิจแบบใหม่มาจากค่าจ้างแรงงานที่ถูกแต่มีทักษะช่วยให้ประเทศไทยเข้าสู่ระดับโรงงานโลกที่สร้างผลผลิตตั้งแต่รถยนต์ไปยันดิสค์ไดรฟ์ จากการเปิดเผยของไมเคิล ดูนน์ กรรมการผู้จัดการเอเชียแปซิฟิคของเจ.ดี.พาวเวอร์แอนด์แอสโซซิเอต ซึ่งมีฐานในเซี่ยงไฮ้ บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารการตลาด"ที่นี่เป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมญี่ปุ่น--ที่นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว"เขากล่าว

ในปี2521เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัว10%เป็นครั้งแรก จากปี2530-2536มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย10.1% ไม่มีที่ไหนทำได้แบบนี้นอกจากที่จีน

วิกฤตอัตราแลกเปลี่ยน

แม้ว่าไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีเยี่ยมดังกล่าวมาแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นในช่วงหลังของทศวรรษ2533"ไทยตกลงไปในหลุมพรางหนี้สินลึกเกินไป,มีการลงทุนในโครงการจำนวนมากที่ไม่เหมาะสม และมีการปล่อยให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์จนนำไปสู่การวิบัติ"UNDPหรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติรบุในรายงานเมื่อปี2550

ในเดือนกรกฎาคม2540ไม่สามารถที่จะตรึงระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลเงินบาทไว้ได้ต่อไป จากที่มีอัตราแลกเปลี่ยนตายตัวที่25บาทต่อ1ดอลลาร์ ภายในเวลา6เดือนค่าเงินบาทดิ่งลงฮวบฮาบ และกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สินที่ถูกปล่อยสินเชื่อโดยธนาคารไทยกลายเป็นหนี้เสีย หลายร้อยบริษัทล้มละลายลง

ภายในชั่วสัปดาห์ความโกลาหลในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนลุกลามไปทั่วทั้งเอเชีย จากที่เคยเป็นมหัศจรรย์แห่งเอเชียตะวันออก วิกฤตการณ์ครั้งนั้นก็สร้างวิกฤตการณ์ทางการเงินไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียเช่นกัน

สวรรค์วันหยุดพักร้อน

ประเทศไทยเป็นที่ที่มีวัดส่องแสงสีทองอร่ามและมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ เป็นแหล่งที่ดึงดูดใจบรรดานักท่องเที่ยว เต็มไปด้วยความหลายหลาก ตั้งแต่โรงแรม5ดาวไปยันบังกาโลว์มุงสังกะสี มีบาร์สำหรับเต้นรำ ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว14.6ล้านคน และทำรายได้กว่า27.4พันล้านดอลลาร์เมื่อปีกลาย จากการเปิดเผยของรัฐบาลระบุว่า จากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงต่างๆจะมีผลกระทบต่อสวรรค์วันหยุดของนักท่องเที่ยว ให้ลดจำนวนผู้มาเยือนลงเหลือราว10ล้านคนในปีนี้

ประเทศไทยมีการขยายโรงงานออกไปมาก อย่างเช่น โรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า อิซูซุ ฮอนด้า เจเนรัลมอเตอร์ส์ และฟอร์ด ผลิตรถยนต์มากกว่า1.4ล้านคัน มูลค่ามากกว่า20พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และส่งออกไปจำหน่ายยัง130ประเทศทั่วโลก จากการเปิดเผยของเจ.ดี.พาวเวอร์

ในท่ามกลางความเจริญมั่งคั่ง ช่องว่างระหว่างผู้มั่งมีกับคนยากจนก็ถ่างกว้างขึ้น ในขณะที่นักลงทุนที่มีฐานที่อยู่ในกรุงเทพฯพากันร่ำรวยในปีที่เศรษฐกิจบูม ทว่าชาวนาตามชนบทก็ไม่ได้ประโยชน์โภชน์ผลอะไรไปด้วย อัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของชาวนครหลวงกรุงเทพฯอยู่ที่35,000บาทในปี2550จากการเปิดเผยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีรายได้ต่อครัวเรือนเพียง340ดอลลาร์ และในนี้ราว13%มีรายได้น้อยกว่า1.35ดอลลาร์ตต่อวัน จากการเปิดเผยของสำนักงานเกี่ยวกับความยากจนระบุ

รหัสสีแห่งความขัดแย้ง

นั่นเป็นเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองของคนในประเทศให้แบ่งแยกด้วยสี สีเหลืองมีฐานหลักในกรุงเทพฯ นครหลวงของไทยที่มีประชากรราว9ล้านคน เมืองที่มีการจราจรติดขัดคับคั่ง ที่ที่มีรถเมอร์ซีเดสเบ๊นซ์หรูหราขับไปเคียงข้างกับรถตุ๊กตุ๊ก บางครั้งคราวก็มีช้างร่อนเร่ขอทานริมถนน

ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใส่เสื้อสีแดง เป็นประชากรส่วนใหญ่ที่ยากจน และส่วนใหญ่มีฐานที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พวกเขาสนับสนุนทักษิณ อายุ59 นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้ซึ่งออกจากประเทศไทยเมื่อ3ปีที่แล้วจากการถูกทำรัฐประหาร โดยทหารอ้างว่าเขาคอร์รัปชั่น วีระ มุสิกพงศ์ ผู้นำเสื้อแดงบอกว่ามันไม่ใช่สีของการปฏิวัติอะไรที่ไหนหรอก เขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ให้เผอิญว่าสีแดงนั้นมันขับผิวดำของเขาให้เด่นขึ้น

ในการเลือกตั้ง4ครั้งที่ผ่านมานับจากปี2544ถึง2550ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงพากันเทคะแนนสนับสนุนทักษิณ ใน3ครั้งที่ผ่านมารัฐบาลจากการเลือกตั้งถูกโค่นจากอำนาจโดยผสมผสานกันจากการประท้วงบนท้องถนน,การกดดันจากทหาร และการตัดสินจากศาล

ปลดปล่อยชนบท

ในปี2541ทักษิณ ซึ่งเป็นอดีตตำรวจและก้าวมาเป็นมหาเศรษฐีธุรกิจการสื่อสารได้ตั้งพรรคการเมืองของเขาชื่อไทยรักไทย จากนั้นอีก3ปีพรรคของเขาชนะการเลือกตั้ง248ที่นั่งจากทั้งหมด500ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร

ภารกิจแรกของรัฐบาลทักษิณก็คือการให้สินเชื่อขนาดย่อมแก่หมู่บ้านเพื่อเริ่มต้นธุรกิจชุมชน และแนะนำโครงการสุขภาพราคาถูก ซึ่งได้รับการต้อนรับจากหมู่ประชาชนที่ยากไร้ขนานใหญ่ เพราะไทยมีผู้ติดเชื้อHIVอยู่ราว1.4% จากการคาดการณ์ของสหประชาชาติในปี2551 ขณะเดียวกันก็ส่งตำรวจออกปราบปรามผู้ค้ายาขนานใหญ่ ประชาชนกว่า2,500คนตายในปฏิบัติการนั้น ซึ่งผู้ที่ตายก็ไม่ใช่ว่าทั้งหมดที่พัวพันกับการค้ายาเสพติด ปฏิบัติการนั้นถูกประณามจากองค์การนิรโทษกรรมสากลว่าโหดร้ายทารุณ

ในปี2549ทักษิณชนะการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง โดยคว้าเก้าอี้ในสภามากกว่า377ที่นั่ง และในปีเดียวกันนั้นเอง ผู้นำเสื้อเหลืองคือสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตผู้สนับสนุนทักษิณเริ่มต้นการประท้วงบนท้องถนนเพื่อต่อต้านนายกรัฐมนตรีทักษิณ โดยกล่าวโจมตีว่าทักษิณใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกื้อหนุนผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง

บอยคอตการเลือกตั้ง

ในเดือนมกราคม2549ครอบครัวของทักษิณขายหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คือบริษัท ชินคอร์ปแก่เทมาเส็กโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นสำนักการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ด้วยมูลค่า2.15พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งดีลการซื้อขายดังกล่าวคนในตระกูลชินว้ตรไม่ต้องจ่ายภาษี กลายเป็นการจุดประเด็นโจมตีจากเสื้อเหลืองในกรุงเทพฯที่นำโดยเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือสนธิ ลิ้มทองกุล ทักษิณกล่าวว่าการประท้วงนั้นแรงจูงใจที่แท้จริงของสนธิเกิดจากพลาดหวังไม่ได้สัมปทานสถานีโทรทัศน์ที่เขาปฏิเสธไม่ช่วยเหลือ

ทักษิณแสดงความรับผิดชอบโดยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่แบบกระทันหัน ส่งผลให้พรรคการเมืองใหญ่3พรรคบอยคอตไม่เข้าแข่งขันส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง หลังจากทักษิณชนะการเลือกตั้งแบบไร้คู่แข่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงส่งสัญญาณการเข้ามามีบทบาททางการเมืองเป็นหนแรกนับจากปี2535ที่เกิดการนองเลือดขึ้น พระองค์ท่านทรงมีพระบรมราโชวาทในเดือนเมษายนว่าการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะว่าไม่มีฝ่ายค้านลงเลือกตั้ง หลังจากนั้น2สัปดาห์ศาลได้ตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และทักษิณคงยังเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการบริหารประเทศต่อไป

ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม คณะทหารเข้าทำการรัฐประหารยึดอำนาจเสียก่อนในวันที่19กันยายน2549 ระหว่างที่ทักษิณอยู่ในมหานครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ

พลังประชาชน

ในเดือนธันวาคม2550รัฐบาลที่คณะรัฐประหารสนับสนุนได้จัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้น ขณะที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณชื่อพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์2551ทักษิณเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เขาต้องเดินทางออกนอกประเทศ6เดือนหลังจากนั้นเพื่อหลีกหนีการดำเนินคดีฐานคอรัปชั่น โดยระบุว่าเขาได้รับการพิจารณาตัดสินที่ไม่เป็นธรรม ในเดือนตุลาคม2551เขาถูกตัดสินให้จำคุก2ปีโดยศาลตัดสินว่าเขาใช้ตำแหน่งขณะเป็นนายกรัฐมนตรีช่วยให้ภริยาซื้อที่ดินของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีคนแรกของพรรคพลังประชาชนคือสมัคร สุนทรเวช อายุ74ปีพ้นตำแหน่งหลังจากอยู่มา9เดือน โดยศาลตัดสินเกี่ยวกับเรื่องเงิน--ว่าเขามีรายได้ราว2,345ดอลลาร์จากการเป็นผู้ดำเนินรายการทำกับข้าวทางโทรทัศน์ พรรคเลยเลือกน้องเขยของทักษิณคือสมชาย วงศ์สวัสดิ์ วัย61ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยผ่านการโหวตของสภาฯ

ในเดือนพฤศจิกายน เสื้อเหลืองที่โทโสผู้อ้างว่าทักษิณซื้อเสียงจากชาวนาผู้โง่เขลาบุกเข้าปิดสนามบินหลัก2แห่งในกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างมากกว่า400,000คนเป็นเวลากว่าสัปดาห์ และสร้างความเสียหายให้ประเทศมากกว่า8พันล้านดอลลาร์(ราว270,000ล้านบาท)จากการขาดรายได้จากผู้โดยสารทางอากาศและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จากการเปิดเผยของธนาคารแห่งประเทศไทย

การประท้วงที่ท่าอากาศยาน

หลังจากนั้น1สัปดาห์ ศาลได้ตัดสินให้ยุบรัฐบาลจากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง จากการส่งฟ้องของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่บชี้ว่านักการเมืองอาวุโสของรัฐบาลบางรายถูกตรวจสอบพบว่ากระทำผิดฐานซื้อเสียง ทำให้การประท้วงปิดสนามบินต้องยุติลงไปด้วย

ในเดือนกรกฎาคมมีการออกหมายเรียกดำเนินคดีแกนนำเสื้อเหลืองที่นำการประท้วงยึดสนามบิน ซึ่งมีการดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการเดินทางทางอากาศ และกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยได้ลงนามผูกพันไว้ด้วย จากการรายงานของหนังสือพิมพ์ไทย ผู้ถูกดำเนินคดีนั้นก็รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย นายกษิต ภิรมย์ด้วย โดยเขารีบไปรายงานตัวต่อตำรวจในวันที่6กรกฎาคมเพื่อรับฟังข้อกล่าวหา โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ธานี ทองภักดีได้ยืนยันกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก กษิตเพิ่งบอกกับนักข่าวในกรุงเทพฯเมื่อเร็วๆนี้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด โฆษกกระทรวงกล่าวว่าใครที่ไปขึ้นเวทีต่อหน้าฝูงชนในการประท้วงยึดสนามบินระหว่างการประท้วง ก็ควรยังต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรีได้ต่อไป

บอนไซประชาธิปไตย

"ประเทศไทยมีการบอนไซประชาธิปไตย"จรัล ดิษฐาภิชัย แกนนำเสื้อแดงกล่าว"เมื่อไหร่ที่ประชาธิปไตยเจริญเติบโต ใครบางคนก็จะตัดตอนให้มันแคะแกรน"

ในเดือนเมษายนเสื้อแดงพากันลุกฮือประท้วงเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่ และขวางการจัดประชุมอาเซียนซัมมิตในเมืองพัทยา การประชุมนี้เต็มไปด้วยผู้นำเอเชียที่ทรงอิทธิพล รวมทั้งนายกรัฐมนตรีจีนเหวินเจียเป่า พากันหนีออกที่นั่นด้วยเฮลิคอปเตอร์

แม้ว่าทักษิณซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัยในต่างประเทศจะกล่าวต่อผู้สนับสนุนเขาที่ลุกฮือขึ้นประท้วงผ่านทางภาพที่เผยแพร่มายังที่ประท้วง โดยเรียกขานการลุกฮือประท้วงครั้งนั้นว่า"ปฏิวัติประชาชน"หรือการ"ทำการยึดอำนาจโดยประชาชน"หรือไม่ก็ตาม ทักษิณ--ผู้ซึ่งลี้ภ้ยอยู่ที่ไหนไม่แน่ชัด--ก็ระมัดระวังเสมอที่จะกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

คำกล่าวของเขานั้นสอดคล้องกับผู้นำชาวคลองเตยกว่า80,000คน ครูประทีป อึ๊งทรงธรรมฮาตะ สตรีที่มีความสูง5ฟุต(152เซ็นติเมตร)นักกิจกรรมผู้ที่รู้จักกันดีในประเทศไทยว่าเป็น"เทพธิดาสลัม"ผู้เกิดในคลองเตย ใช้ชีวิตวัยรุ่นในการจัดการชุมชนสลัมให้ชาวสลัมได้มีบ้านพักอาศัย และเป็นแกนนำการเรียกร้องประชาธิปไตยในปี2535

ไม่มีความหวัง

"ในอดีตนั้นประชาชนไร้ความหวัง"ประทีป วัย57กล่าว"แต่หลังจากทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ประชาชนก็ได้เห็นประชาธิปไตยที่สัมผัสและกินได้ พวกเขามีสุขภาพที่ดีขึ้น มีอาหารมากขึ้นและมีโอกาสที่จะมีงานทำ แต่เดี๋ยวนี้ประชาชนพบว่าประชาธิปไตยนั้นมี2ระดับชั้น"

ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า95%เป็นชาวพุทธ ตอนนี้มีปัญหาทางด้านความมั่นคง--อันเนื่องมาจากความไม่สงบใน3จังหวัดภาคใต้ติดกับพรมแดนมาเลเซียลุกขึ้นเรียกร้องการปกครองตนเอง คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า3,400คนนับจากปี2547เป็นต้นมา อภิสิทธิ์กล่าวว่าไทยอาจอนุญาตให้มีการปกครองตนเองมากขึ้น รวมทั้งให้ใช้กฎหมายชาเรียะห์ซึ่งเป็นกฎหมายอิสลามเพื่อลดเหตุการณ์ไม่สงบลงมา

เมื่อเปรียบเทียบกัน การขับเคี่ยวต่อสู้ระหว่างเหลือง-แดงก็นับว่าปัญหาน้อยกว่ามากนัก ในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งเพียง7ราย และหลายร้อยคนบาดเจ็บในการปะทะบนท้องถนน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาสนธิผู้นำเสื้อเหลืองก็เพิ่งรอดพ้นการสังหารด้วยการระดมยิงใส่รถที่เขานั่งมากว่า50นัดจากมือปืนมาได้ ขณะที่ผู้นำเสื้อแดงอ้างว่าคนเสื้อแดงอย่างน้อย10คนถูกสังหารไประหว่างการประท้วงในเดือนเมษายนเช่นกัน

การคาดเดาถึงพระพลานามัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงอยู่เหนือการเมืองเรื่องที่มีการขัดแย้งกัน เมื่อปีกลายการไม่ปรากฎพระองค์ในพระราชพิธีสำคัญหลายครั้ง ทำให้สื่อมวลชนต่างประเทศพากันคาดเดาไปถึงพระพลานามัยของพระองค์ เมื่อวันที่5ธันวาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงไม่ได้เสด็จลงพระราชทานพระราโชวาทต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นหนแรกในวาระเฉลิมพระชนม์พรรษา พระองค์ท่านมีพระวรกายที่ค้อมลงด้วยทรงพระชราภาพ ปรากฎพระองค์ล่าสุดในเดือนมิถุนายนในการพระราชพิธีทางพุทธศาสนาเพื่อเสด็จพระราชกุศลแด่พระเชษฐาที่สวรรคต และในวโรกาสได้รับรางวัลด้านสิทธิบัตรจากภาพข่าวประจำพระราชสำนักเมื่อวันที่24มิถุนายน

ส่วนงานของรัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพในมือของนายกรัฐมนตรีวัย44อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำซึ่งสะท้อนภาพของนักการเมืองสหราชอาณาจักร เกิดในนิวคาสเซิล อังกฤษ เป็นบุตรของศาสตราจารย์นายแพทย์ เขาเรียนที่อีตันคอลเลจ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนายกรัฐมนนตรีอังกฤษ18คนเคยเรียนที่นั่น ก่อนจะมาจบปริญญาสาขาการเมือง ปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด

ดาวรุ่ง

อภิสิทธิ์กลับสู่ประเทศไทยในปี2529เขาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนนายร้อยจปร.ก่อนจะลงเลือกตั้งในปี2535กับพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เป็นพรรคศูนย์กลาง-ขวาคือประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคที่เชิดชูระบบรัฐสภาที่เดินตามระบบรัฐสภาอังกฤษ ในปี2540หลังประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลผสมและมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ให้อำนาจแก่สภามากขึ้น เขาได้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย

ในปี2548เพียง4ปีให้หลังที่ประชาธิปัตย์สูญเสียอำนาจให้กับพรรคทักษิณ อภิสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้าน รัฐบาลผสมของเขาตอนนี้มี280จากทั้งหมด480เสียงในสภา ส่วนพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณตอนนนี้ชื่อพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นพรรคการเมืองที่มีส.ส.มากที่สุดในเวลานี้

เพื่อให้การเมืองสงบลง อภิสิทธิ์ได้เสนอแผนการให้เกิดปรองดองกันขึ้น รวมทั้งกำหนดการเลือกตั้งใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง อาจเป็นไปได้ที่จะมีการนิรโทษกรรมทางการเมือง และให้คำมั่นจะจัดการเลือกตั้งใหม่หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เสถียรภาพการเมือง

"คำถามก็คือ:รัฐบาลจะสามารถรับประกันว่าจะประสบผลสำเร็จทั้งการสืบพระราชสันตติวงศ์และทำให้การเมืองมีเสถียรภาพได้หรือไม่?"แคนเตอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ กล่าว"นี่จะนำไปสู่เรื่องที่ง่ายขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ปกติ แทนที่จะนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจ"

เสถียรภาพเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นข่าวที่รอคอยสำหรับผู้ประกอบการอย่างบิลล์ ไฮเนคเก้ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เครือโรงแรมและภัตตาคารซึ่งเป็นที่สนพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงเข้าไปถือหุ้นไว้ราว4%

บุตรชายของนักข่าวเสียงอเมริกา,ไฮเนคเก้มาที่กรุงเทพฯตั้งแต่วัยรุ่นในยุคทศวรรษ2503 ตอนนี้ธุรกิจของเขามีโรงแรมในเครือ27แห่ง รวมทั้งโรงแรมโฟร์ซีซั่นและแมริออต และเครือรีสอร์ตอนันธารา

ในการประท้วงปิดสนามบินเมื่อเดือนธันวาคม ยอดผู้เข้าพักของแมริออต กรุงเทพฯตกลงมามีผู้เข้าพักเพียง20%จาก80% และฟื้นตัวเป็นยอดผู้เข้าพัก65%ในไตรมาสแรกปีนี้ หุ้นMINORขึ้นมาราว700%จากปี2541ถึงปี2551 ปีนี้ตกลง1%ซื้อขายที่ราคา7.8บาทเมื่อวันที่7กรกฎาคม

กลับไปสู่ธุรกิจ

เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติกลับมา อภิสิทธิ์ใช้เวลาไปฮ่องกง1วันเมื่อ15พฤษภาคม และตามมาด้วยการไปสิงคโปร์ และจีนในเดือนมิถุนายน

"ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไปและกลับมาสู่ธุรกิจ"เขากล่าวต่อที่ประชุมสื่อมวลชนในฮ่องกง อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ดี"ผมบอกคุณได้เลยว่าพระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ดียิ่ง ความต่างๆทรงทราบถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและทรงพิจารณาได้สอดคล้องเหมาะสมต่อสถานการณ์"

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

(ต้นฉบับของบลูมเบิร์กคือIn an interview at his Italianate office in Government House in Bangkok five days later, Abhisit discloses that Bhumibol, who has 4 children and 11 surviving grandchildren, has already endorsed his only son as the next king.

“The crown prince is the designated heir,” Abhisit says. )

เราเดินทางไปเยือนบ้านของนักลงทุนเซียนหุ้นเฟเบอร์700กิโลเมตรทางเหนือของกรุงเทพฯ ไฮไลต์ของการไปหนนี้ก็มีทั้งมนต์เสน่ห์ของประเทศไทย และความเสี่ยงในอนาคตของการลงทุน

เฟเบอร์เป็นคนสวิสโดยกำเนิดเดินทางมาเที่ยวไทยเมื่อ36ปีก่อน และย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่เมื่อปี2543 ทุกวันนี้เขามีชีวิตราวกับท่านบารอนผู้โอ่อ่ามั่งคั่ง มีหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรกของอาดัม สมิธเรื่องความมั่งคั่งแห่งชาติวางอยู่ข้างๆ บนเรือนไม้สักริมแม่น้ำปิง นอกกำแพงเมืองโบราณอายุนาน1,000ปีของกำแพงคูรอบนครเชียงใหม่

เมื่อพลบค่ำลงมาในนครที่มีวัดส่องประกายสีทอง เฟเบอร์ตัดสินใจออกไปหาละเลียดเบียร์ โดยโดดขึ้นคร่อมคาวาซากิขนาด1,150ซีซี มอเตอร์ไซค์คู่กาย ไม่กี่นาทีก็มาถึงบาร์ติดแสงไฟนีนอน ที่ซึ่งมีเพื่อนสาวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้ยากจนมานั่งคอยเอาอกเอาใจอย่างฉันมิตร โดยเธอเป็น"สาวนั่งดริ๊งค์"ในราคาเพียง80บาท

สูงขึ้นไปจากพื้นถนน10เมตรนั้นมีภาพเขียนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตระหง่านอยู่พร้อมกับข้อความ"ทรงพระเจริญ" นี่เป็นความรู้สึกของนักลงทุนแบบไทยๆ พวกเขาคงต้องยอมรับอย่างเงียบๆว่า แดนแห่งรอยยิ้มนี้ก็คงวันใดวันหนึ่งที่ต้องหลั่งน้ำตาให้กับการผลัดแผ่นดินเปลี่ยนรัชกาล
............

ติดต่อผู้สื่อข่าวที่เขียนรายงานข่าวนี้: William Mellor in Hong Kong at wmellor@bloomberg.net; Daniel Ten Kate in Bangkok at dtenkate@bloomberg.net
0000000000

ปัญหาไทย-กัมพูชา ในทัศนะ"อ.สุรชาติ บำรุงสุข"

ที่มา Voice TV



ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เตือนรัฐหยุดปลุกกระแสชาตินิยมแบบไม่มีสติ เพียงเพื่อหวังคะแนนนิยมทางการเมือง

สมเด็จฮุนเซนเปิดบ้านต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ

ที่มา Voice TV



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากสมเด็จฮุนเซน หลังจากเดินทางถึงประเทศกัมพูชาวานนี้
หลัง จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางมาถึงสนามบินของกองทัพกัมพูชาด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมด้วยผู้ ติดตามราว 10 คน โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางสู่กรุงพนมเปญ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากองครักษ์ของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ของกัมพูชาได้แพร่ภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับสมเด็จฮุนเซน ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลของกัมพูชาเตรียมไว้ต้อนรับ ซึ่งทางสถานีฯได้บรรยายการพูดคุยกันในครั้งนี้ว่า เหมือนการพบปะกันระหว่างครอบครัว โดยมีสมเด็จฮุนเซน พร้อมภริยา และ ครอบครัว รวมทั้งนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพบปะในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท. ทักษิณ ขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ที่ไว้วางใจและแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา โดย พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดการบรรยายเรื่องเศรษฐกิจในวันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ย. ให้กับนักธุรกิจกัมพูชากว่า 300 คน

ต้องดำเนินการ

ที่มา มติชน

บทนำมติชน



เมื่อการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้เกิดเหตุการณ์ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ในวงการตำรวจขึ้นมา โดยการพิจารณาในวาระการสอบสวนการกล่าวหาว่า มีการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปรากฏว่า ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่ง ได้นำเอาหลักฐานเป็นเอกสารพร้อมลายเซ็นของกรรมการข้าราชการตำรวจบางคน ที่ทำถึง พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อฝากให้พิจารณานายตำรวจบางคนในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ จนเป็นเหตุให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะประธานในที่ประชุมได้สักพักการประชุม และเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด ก่อนเดินทางกลับ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ได้สะท้อนภาพหลายๆ อย่างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะภาพแห่งการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะวัตถุประสงค์ในการตั้งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจขึ้นมา โดยกำหนดหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจนั้น เนื่องจากต้องการให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นไปตามระบบคุณธรรม ยึดอาวุโส ความสามารถ และความเหมาะสมตามหลักตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมาในรูปคณะกรรมการ และคาดหวังว่าการดำเนินการเช่นนี้ จะทำให้การแทรกแซงจากอำนาจการเมืองยุติลง ขณะเดียวกันก็ปรากฏอยู่เสมอว่า แม้จะมีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นจากการแทรกแซงจากอำนาจฝ่ายต่างๆ ได้ บางครั้งถึงกับมีการกล่าวหาว่า กรรมการข้าราชการตำรวจเองก็ "แบ่งเค้ก" แลกเปลี่ยนตัวบุคคลในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำครหา หาได้มีตัวผู้กล่าวหา และมีพยานหลักฐานใดๆ ไม่

แต่การอภิปรายพร้อมแสดงหลักฐานของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กลางที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลับมิได้เป็นข้อกล่าวหาเหมือนอย่างที่เคย หากแต่มีทั้งผู้กล่าวหา คือ ร.ต.อ.ปุระชัย ที่เป็นถึงกรรมการข้าราชการตำรวจ มีทั้งข้อกล่าวหาคือ การฝ่าฝืนจริยธรรมในการบริหารงาน มีทั้งหลักฐานคือ เอกสารและหลักฐานเป็นลายมือและลายเซ็นของกรรมการข้าราชการตำรวจบางคนที่เขียนฝากให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ สมัยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาคุณสมบัติของนายตำรวจบางคนในการแต่งตั้งโยกย้าย และมีตัวผู้ถูกกล่าวหาคือ กรรมการข้าราชการตำรวจ บางคนที่ ลงลายมือและลายเซ็นเพื่อสนับสนุนให้นายตำรวจบางคนได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาที่ครบองค์ประกอบที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของนายสุเทพ เทือกสบุรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องพิจารณาถึงข้อกล่าวหาที่ ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวหา เพื่อเป็นบรรทัดฐานของกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติว่า การดำเนินการฝากนายตำรวจของกรรมการข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายด้วยนั้น มีความผิดหรือไม่ประการใด มีความควรหรือไม่บังควรเช่นไร หรือไม่ประการใด ตัวกรรมการข้าราชการตำรวจที่ดำเนินการดังกล่าว สมควรจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่อย่างไร เพราะนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ถือเป็นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์เองก็เป็นตัวแทนฝ่ายการเมืองที่ต้องการสร้างบรรทัดฐานการบริหารงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เกิดขึ้น ดังนั้น ทั้งนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ควรมีคำตอบในข้อกล่าวหาที่ ร.ต.อ.ปุระชัยนำเสนอขึ้นมาในที่ประชุม อย่าปล่อยให้ทุกอย่างเหือดหายไปตามกระแส โดยไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

คอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว

ที่มา มติชน

โดย "วิหคเหินฟ้า"



.....ถือเป็น "มวยรอจังหวะ" ระดับ "ซือแป๋เรียกอาจารย์" รอให้ "ฮุน เซน-ทักษิณ" และ "บิ๊กจิ๋ว" เล่นเกม "เพื่อนบ้านล้อมไทย" จนถลำลึก "อภิสิทธิ์ ลูกเจ้าแม่ยึกยัก" ก็เสียบเข่า "รักชาติ" เข้าปลายคาง

.....เป็นลีลาเดียวกับเมื่อครั้งเล่นงาน "ม็อบเสื้อแดง" เมื่อเดือนเมษายน ที่ปิดอนุสาวรีย์ชัยฯ-บุกพัทยา ล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน พอกระแสสังคมรับไม่ไหว "อภิสิทธิ์" ก็สั่งสลายม็อบ เปิดเกมรุกทางการเมืองทันที

.....คนไทยส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ที่ออกมาตอบโต้ "ฮุน เซน" แต่ที่ "เสียงแตก" คือ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการเล่นแรงถึงขั้นเรียกทูตกลับนั้นเหมาะสมแล้ว แต่อีกฝ่ายบอกว่า "แรงเกินไป" เล่นกับ "ความสะใจ" ไม่สนใจ "ปัญหา" ที่จะตามมา

.....ในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย" ทาง "อภิสิทธิ์" ระบุชัดว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลไทยรับไม่ได้คือกัมพูชาตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "กระบวนการยุติธรรม" ของไทย และเรื่อง "ความเที่ยงธรรม"

.....ตามหลัก "กาลามสูตร" ก่อนจะ "เชื่อ" เรื่องอะไร ต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ และเปรียบเทียบ "น้ำหนัก" ของปัญหา กับมาตรการตอบโต้ของรัฐบาลไทยว่าเป็นการตัดสินใจที่มี "เหตุผล" หรือใช้ "อารมณ์"

.....แถลงการณ์ของ "กัมพูชา" ฉบับนี้ต้องการอุ้ม "ทักษิณ" อย่างชัดเจน ยกหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาอ้างอิงว่าทำไม "กัมพูชา" ไม่ส่ง "ทักษิณ" ให้ไทยในฐานะ "ผู้ร้ายข้ามแดน" โดยหยิบยกกรณี "ญี่ปุ่น-เปรู" และ "อังกฤษ-รัสเซีย" ที่ "ญี่ปุ่น-อังกฤษ" ปฏิเสธคำร้องขอ ด้วยเหตุผลว่าเป็นเรื่อง "การเมือง"

.....ประเด็นปัญหาคือย่อหน้านี้ "ในกรณีของทักษิณ กัมพูชาเห็นว่ามีเหตุทางการเมืองอย่างชัดเจนในการโค่นทักษิณลงจากตำแหน่งด้วยการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในขณะที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่สหประชาชาติ คดีความมากมายที่ตามมาหลังจากนั้น รวมทั้งการตัดสินลงโทษต่อตัวท่านทั้งสิ้น ล้วนเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น"

.....แม้จะเป็น "คำวิจารณ์" ที่พื้น-พื้นมากในเมืองไทย แต่เมื่อรัฐบาลกัมพูชาวิจารณ์ "กิจการภายใน" รัฐบาลไทยก็ต้องตอบโต้เป็นธรรมดา แต่ควรจะถึงขั้นรุนแรงระดับ "ทุบสะพานทิ้ง" เรียกทูตกลับประเทศหรือเปล่า ลองใช้วิจารณญาณดู

....."สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" อดีต รมต.ต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ยืนอยู่คนละฝั่งกับ "ทักษิณ" เป็นห่วงประเทศไทยเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ยกตัวอย่างความไม่พอใจของ "พม่า" ที่ "อภิสิทธิ์" ออกแถลงการณ์ในนามประธานอาเซียน และไม่ใช่แค่วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมพม่า แต่ถึงขั้นขอให้ปล่อยตัว "ออง ซาน ซูจี"

....."ออง ซาน ซูจี" เป็น "วีรสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" ของโลก แต่ในพม่าเธอเป็น "นักโทษ" และผ่านคำตัดสินจากกระบวนการยุติธรรมของพม่า ครั้งนั้นรัฐบาล "พม่า" ไม่ได้ตอบโต้ไทยด้วยการเรียกทูตกลับประเทศ แต่ใช้วิธีออกแถลงการณ์อัด "อภิสิทธิ์"

....."การดำเนินการต่อนางออง ซาน ซูจี เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุกประเทศ และเป็นกิจการภายในของพม่า ดังนั้น แถลงการณ์ของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน เบี่ยงเบนไปจากหลักการในกฎบัตรของอาเซียน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการแทรกแซงกิจการภายในของพม่า" จากนั้น "พม่า" ก็ยกเลิกกำหนดการเยือนพม่าของ "อภิสิทธิ์" ในวันที่ 31 พฤษภาคม

.....ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเป็น "เรื่องใหญ่" ที่ต้องมอง "ทางรุก" และ "ทางถอย" ให้ดี "ป๋าเปรม" เคยสอน "ลูกน้อง" ว่า ทุกครั้งที่ตัดสินใจ ไม่ว่าทางการเมืองหรือการทหาร ต้องรักษา "ทางเลือก" ของตนเองให้มากที่สุด อย่าปิด "ทางเลือก" ของตนเองเป็นอันขาด

"มาร์ค"เครียด เตือน"ฮุนเซน"ทบทวนท่าที บัวแก้วยื่นขอเขมรส่งตัวทันที "แม้ว"วอนสื่อให้ความเป็นธรรม

ที่มา มติชน



"ทักษิณ"ถึงเขมร วอนสื่อให้ความเป็นธรรม เพื่อไทยเบรกส.ส.บินไปพบ บัวแก้วจับตาใกล้ชิด ยื่นขอเขมรส่งตัวทันที ขอนานาชาติกดดัน"มาร์ค"เครียด - ชี้กัมพูชาให้ข่าวสับสน เตือน"ฮุน เซน"ทบทวนท่าที ชายแดนเขาพระวิหาร ทหาร2ฝ่ายตึงเครียด


"แม้ว"ถึงเขมร-บัวแก้วจับตาใกล้ชิด


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกฯกัมพูชา และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา เดินทางถึงประเทศกัมพูชาแล้วเมื่อเช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน เพื่อไปบรรยายเรื่องเศรษฐกิจ ให้นักธุรกิจฟังที่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 12 พฤศจิกายน ขณะที่อัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ดำเนินการส่งเรื่องขอให้กัมพูชาส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวถึงท่าอากาศยานแห่งชาติพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน และประสานไปยังอุปทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างใกล้ชิด


"ทักษิณ"วอนสื่อให้ความเป็นธรรม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความในเว็บไซด์ www.twitter.com ของตัวเองถึงการเดินทางไปกัมพูชาเพื่อบรรยายเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง กัมพูชาและกระแสข่าวการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศกระทบสถานบันเบื้องสูงว่า “ วันนี้ผมมาถึงพนมเปญแล้วครับ คิดถึงบ้านมากครับ คืนนี้จะพบและรับประทานอาหารกับครอบครัวท่านฮุน เซน ขอย้ำครับว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ในใจตลอด ” พร้อมทั้งระบุว่า “อากาศสบายดีครับ แต่ยังไม่ได้ไปไหนเลย ต้องเตรียมพูดวิทยุและพบกับครอบครัวท่านฮุน เซนครับ"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังตอบข้อความที่มีคนมาให้กำลังใจว่า “ ขอบคุณครับ มันคงไม่มีอะไรแย่กว่าที่เคยโดนมาแล้วละครับ เพียงแต่อยากให้สื่อและทุกฝ่ายเป็นกลางและเป็นธรรม บ้านเมืองจะได้คืนสู่ภาวะปกติ ” และข้อความที่ว่า “ ที่สำคัญถูกปิดสื่อครับ ต้องวิงวอนสื่อช่วยให้ความเป็นธรรมผมบ้างครับ ผมคนไทยนะครับ อย่างน้อยผมเคยทำประโยชน์ให้สังคม ขอความเป็นธรรมผมบ้าง ”


บัวแก้วยื่นขอเขมรส่งตัว"แม้ว"ทันที


วันเดียวกัน นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า อัยการได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องการทำหนังสือขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสำนักงานต่างประเทศ ทำคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และรายละเอียดเอกสารหลักฐานสำคัญเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนเสนอให้รองอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลางให้ความเห็นชอบ คาดว่าภายในวันเดียวกันนี้จะส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งหนังสือขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ไปยังรัฐบาลกัมพูชา ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย -กัมพูชาต่อไป

นายศิริศักดิ์กล่าวว่า หลังกระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว คงต้องรอดูว่าทางรัฐบาลกัมพูชาจะมีท่าทีอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน หากกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ก็คงต้องมีมาตการหลายอย่างตามขั้นตอน

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากอัยการแล้วจะเร่งส่งหนังสือเป็นโทรเลขด่วนไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาให้ดำเนินการร้องขอไปยังทางการกัมพูชาทันที


ขอนานาชาติกดดันถ้าเขมรปฏิเสธ


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากได้รับการยืนยันที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณในกัมพูชาก็จะส่งหนังสือขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้ คิดว่าคงทันเวลาที่พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ในกัมพูชาถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน จากนั้นขึ้นอยู่กับศาลกัมพูชาจะพิจารณาคำขอของรัฐบาลไทย ตนเชื่อมั่นในศาลกัมพูชา รวมถึงหลักฐานที่ไทยจะส่งไปให้ ที่มีความชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดอาญา ไม่ใช่ความผิดทางการเมืองและไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน คิดว่าน่าจะส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสมเด็จฯฮุน เซน ไม่ให้ความร่วมมือส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้จะทำอย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า ก็คงต้องขอความร่วมมือนานาชาติให้ร่วมกันกดดัน เพราะการจะปกป้องใครจะต้องมีเหตุมีผลที่รับฟังได้ หากนายกฯกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือตามกรอบกติการะหว่างประเทศ ก็จะกระทบกับความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งนี้ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พูดคุยกับทูตหลายประเทศ ซึ่งต่างตอบรับจะให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการทำความเข้าใจ เช่นกรณีที่มีข่าวว่ามีการบอยคอตสินค้าไทยซึ่งไม่เป็นความจริง


"สุเทพ"ประสานตร.สากลรวบตัว


ส่วนกรณีจะส่งตำรวจเข้าไปจับตัว พ.ต.ท.ทักษิณระหว่างการบรรยายให้นักธุรกิจที่ประเทศกัมพูชาหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงประสานกับตำรวจสากลอยู่

เมื่อถามว่า ความพยายามในจับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มีมา 3 ปีแล้วเหตุใดจึงคิดว่าครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ นายปณิธาน กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนแปลงไป
1.พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวเปิดเผยมากขึ้น เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจคนไทยส่วนใหญ่
2.พ.ต.ท.ทักษิณมาเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนบ่อยขึ้น และ 3.กิจกรรมทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณมีมากขึ้น เพราะขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะไปเคลื่อนไหวในประเทศที่สามารถดำเนินการทางการเมืองได้ ต่างจากในอดีตที่มักเคลื่อนไหวอยู่ในตะวันออกกลาง

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงาน คงไม่อยู่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จะเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ในประเทศที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับประเทศไทยจนทำให้เกิดช่องโหว่ ส่วนใหญ่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามอุดช่องโหว่นั้นอยู่


"เทพไท"ซัด"แม้ว"ถึงเขมรยังกลัวตาย


ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การเดินทางไปกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพฤติกรรมขี้ขลาดตาขาว แม้จะรักเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท แต่ก็รักชีวิตมากเช่นกัน เห็นได้จากก้าวแรกที่เหยียบกัมพูชา ก็มีทีมอารักขาแน่นหนามาก และรายงานว่าหลังจากพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปกัมพูชา ก็มีการปล่อยข่าว 2 เรื่อง 1.การปิดพรมแดนและจะมีมาตรการบอยคอตกัมพูชา เพื่อปลุกระดมชาวกัมพูชาให้เกลียดชังคนไทย 2.มีการพูดถึงสมเด็จฯ ฮุน เซนจะปูนบำเหน็จยศให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถ้าพ.ต.ท.ทักษิณได้รับยศจากกัมพูชา ก็ต้องตัดยศพ.ต.ท.และตำแหน่งอดีตนายกฯ ของไทยออก เป็นเพียงนายทักษิณ

"ภาพที่ปรากฎคือมีผู้นำ 2 ชาติคือพระยาละแวกจากกัมพูชา และพระยาละวอกจากประเทศไทย " นายเทพไท กล่าวและว่า พฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณที่จาบจ้วงเบื้องสูงก็ปรากฎชัด จึงขอเรียกร้องนายทหารในพรรค พท. ที่ออกมาการันตีความจงรักภักดีพ.ต.ท.ทักษิณ จะยังอยู่เคียงข้างพ.ต.ท.ทักษิณอีกหรือไม่ ในฐานะที่เป็นนายทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สังคมต้องถามว่าคนเหล่านี้จะเลือกสถาบันพระมหากษัตริย์หรือจะเลือกความจงรักภักดีที่มีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ


พท.เบรกส.ส.บินไปพบ"ทักษิณ"


วันเดียวกัน รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมวาระพิเศษแกนนำพรรคเพื่อไทยและตัวแทนคณะกรรมการประสานงานภาคต่างๆ ที่มูลนิธิไทยคม ถนนราชวิถี เพื่อหารือถึงแนวทางการตอบโต้และชี้แจงในประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา โดยที่ประชุมเห็นว่า ไม่ต้องการให้ส.ส.เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่กัมพูชา ตามที่นัดหมายไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะนำไปใช้เป็นประเด็นโจมตีว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยรู้เห็นและรู้ที่อยู่พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ปิดบัง ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐในการขอตัวกลับประเทศ

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรค พท. และรองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การที่กัมพูชาให้การต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างสมเกียรติที่เดินทางไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลควรภูมิใจในความรู้ความสามารถของคนไทยด้วยกันแทนที่จะดิสเครดิต ทั้งนี้พรรค พท.เห็นว่าการที่นายอภิสิทธิ์ และนายกษิต โจมกรณีกัมพูชาที่ตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเพราะความอิจฉา จึงใช้วิธีปลุกกระแสคลั่งชาติและเอาสถาบันเป็นเครื่องมือ


ครม.ส่งรัฐสภายกเลิก"เอ็มโอยู"


วันเดียวกัน มีการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) เพื่อพิจารณาการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ซึ่งมีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นเป็นผู้ลงนาม กับนายซก อัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาในขณะนั้น

รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ในการประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้สอบถามประเด็นข้อกฎหมายว่า การยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าว เข้าข่ายมาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือไม่ ซึ่งคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นว่า หากเอ็มโอยูดังกล่าวถือเป็นสัญญาระหว่างประเทศ ต้องส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณา ตามมาตรา 190 ขณะอธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ระบุชัดเจนว่า เอ็มโอยูฉบับดังกล่าวคือสนธิสัญญาระหว่างประเทศแน่นอน ดังนั้นต้องให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณา ครม.จึงมีมติให้นำเอ็มโอยูดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

รายงานข่าวแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ กำชับให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งนำเอ็มโอยูดังกล่าวเข้าบรรจุเ พื่อพิจารณาของรัฐสภาให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ให้ครม.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา มีความสัมพันธ์อันดีมาตลอด มีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนค้าขายกัน แต่หลังมีตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาก็เกิดปัญหาขึ้น


ครม.ส่งรัฐสภายกเลิกเอ็มโอยู


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งใช้เวลาประชุมเพียง 1.30 ชม. ว่า ครม.รับทราบกรณีที่กระทรวงต่างประเทศให้ยุติบันทึกความร่วมมือไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 โดยให้กระทรวงต่างประเทศ ทำหนังสือขอยุติบันทึกความร่วมมือดังกล่าวให้รัฐสภาเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ก็จะทำหนังสือส่งให้รัฐบาลกัมพูชารับทราบต่อไป

นายปณิธานกล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่ขอยกเลิกบันทึกความร่วมมือฉบับนี้เนื่องจาก
1.การแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณมีความรู้ความเข้าใจข้อมูลตามบันทึกความร่วมมือดังกล่าว อย่างลึกซึ้ง ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข
2.ความคืบหน้าตามความร่วมมือในการกำหนดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศช่วง 8 ปีที่ผ่านมามีน้อยมาก ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ เนื่องจากทางรัฐบาลกัมพูชาเน้นด้านการพัฒนาเท่านั้น แต่การปักปันเขตแดนกลับไม่มีความคืบหน้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวแทนเข้าชี้แจงวาระพิจารณาให้ยกเลิกเอ็มโอยูพื้นที่ทางทะเลในที่ประชุมครม. ประกอบนายวศิน ธีรเวชญาณ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) นายพฤทธิพงศ์ กุลทนันทน์ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายอิทธิพร บุญประคอง รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตประจำกรุงเตหะราน และตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา


"มาร์ค"เครียด - ชี้เขมรให้ข่าวสับสน

ก่อนการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ มีสีหน้าเคร่งเครียด และยอมรับว่า “ช่วงนี้เครียด” เมื่อถามว่า เครียดเรื่องอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ เครียดเพราะช่วงนี้ เวลามีน้อย แต่วาระมีเยอะ หลังประชุม ครม.เสร็จต้องรีบร่วมประชุมสภาฯ และเวลา 11.00 น. ก็ต้องไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมพิธีศพมารดาของนางอัญชลี วาณิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ต่อมานายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภา ว่า ที่ประชุม ครม.มีการหารือว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกัมพูชา ก็จะทำหนังสือขอตัวตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยกเลิกเอ็มโอยูเรื่องพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีปไทย-กัมพูชา โดยต้องเสนอให้รัฐสภาพิจารณา เพราะเห็นว่าข้อตกลงนี้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กัมพูชาและการเจรจาตามเอ็มโอยูในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และไม่ครอบคลุมประเด็นที่อยู่ในเอ็มโอยูด้วย


เมื่อถามว่า จะต้องแจ้งมติ ครม.ให้กัมพูชาทราบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กัมพูชาทราบอยู่แล้ว แต่ไม่มีปัญหาอะไรและจะชี้แจงไป ตอนนี้กัมพูชากำลังให้ข่าวจนทำให้คนสับสนมาก เช่นไปพูดถึงบันทึกข้อตกลงอะไรต่างๆ เยอะแยะไปหมดรวมถึงเรื่องพรมแดน เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไร ก็อยากให้ช่วยกันให้ข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการนั้นมีอะไรบ้างและอยู่บนเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงจากการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นหลัก


เตือน"ฮุน เซน"ทบทวนท่าที


เมื่อถามว่า การเดินทางไปกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้จะส่งผลอะไรกับไทยและกัมพูชา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเจตนาที่เขาแสดงออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็เดินตามขั้นตอนของเรา"


เมื่อถามว่าหากกัมพูชาไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยนั้นจะทำอย่างไรต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "เมื่อสิ่งที่เขากระทำมากระทบกับความสัมพันธ์ในเรื่องใด เราต้องมาทบทวนตามความเหมาะสม เช่น การตั้งเป็นที่ปรึกษาฯก็ต้องไปดูเรื่องบันทึกข้อตกลง ตอนนี้ก็ต้องดูขั้นต่อไปเพราะผมกำลังเร่งให้หน่วยงานทำหนังสือไปแต่ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่นานเท่าใด"

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณมักจะเดินทางไปประเทศต่างๆ และไม่พำนักในประเทศใดนานๆ จะเป็นอุปสรรคในการขอตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องในทางปฏิบัติ แต่จะเร่งทำหนังสือไปเพราะโดยหลักการนั้นต้องมีการระบุที่อยู่ที่ชัดแจ้งไป เมื่อถามว่า จะระบุให้ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องการให้กัมพูชากระทำสิ่งใด เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับมาดังเดิม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กัมพูชาต้องคิดว่าทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีผลประโยชน์ขัดกันแบบนี้ เรื่องการเจรจาต้องกลับมาตั้งต้นใหม่หมดนั้น มันเพื่ออะไรและการแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมไทยนั้น เหมาะสมหรือไม่ เมื่อถามว่าจะให้กัมพูชาขอโทษหรือเปลี่ยนท่าทีอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ให้เขาพิจารณา อย่าไปพูด เดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้"


ขอดูท่าที"เขมร"ก่อนตอบโต้


เมื่อถามว่า หากกัมพูชาไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ มาตรการต่อไปคืออะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ของแบบนี้ไม่พูดล่วงหน้า เมื่อถามว่า หากมีความจำเป็นจะยกระดับมาตรการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ต้องรอดูว่าเขาจะทำอะไร" เมื่อถามว่า มาตรการเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณในนิตยสารไทมส์ ออนไลน์นั้นจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือชี้แจงไปแล้วและกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เมื่อถามว่า จะฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบคำถามและขึ้นรถส่วนตัวเดินทางออกไปทันที


ชายแดนเขาพระวิหาร ทหาร2ฝ่ายตึงเครียด


ผู้สื่อข่างรายงานว่า ที่จุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวันเปิดตลาดนัดประจำวันอังคาร มีชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งเข้ามาซื้อสินค้าค่อนข้างบางตา ขณะที่มีทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่งแต่งกายเป็นพลเรือนเข้ามาหาซื้อสินค้าด้วย ซึ่งฝ่ายทหารและตำรวจที่รักษาการณ์ ด่านช่องสะงำ จับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่า อาจจะมีคนร้ายลักลอบเข้ามาก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การตรึงกำลังระหว่างทหารไทย กับทหารกัมพูชารอบเขาพระวิหาร บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด ทหารทั้ง 2 ฝ่ายระมัดระวังตัวกันอย่างเต็มที่ หลังมีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา แม้กัมพูชาจะถอนกำลังทหารหน่วยรบพิเศษออกไปจำนวนหนึ่งแล้ว แต่มีทหารกัมพูชาชุดใหม่เข้ามาตรึงกำลังเช่นเดิม


ชาวเขมรแห่ซื้อของ-สะพัดไทยปิดด่าน


ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด สถานการณ์การค้าตามแนวชายแดนเป็นไปตามปกติ ยังมีชาวกัมพูชามารอคิวเข้าทำการค้าขายที่ฝั่งไทย และชาวเขมรพยายามซื้อของมากักตุน เนื่องจากมีข่าวสะพัดตลอดทั้งวันว่า ไทยอาจจะปิดด่าน จากกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา

ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝั่งตรงข้ามบ่อนกาสิโน โอเสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย มีพ่อค้าและชาวกัมพูชา 50 คน เปิดร้านค้า และซื้อสินค้าที่ตลาดช่องจอม และมีนักแสวงโชคคนไทยที่พักค้างคืนในบ่อนกาสิโน 10 คน เดินทางขึ้นมาฝั่งไทย

บัวแก้วเชิญ7ผู้ว่าฯจ.ชายแดนติดกัมพูชา อัพเดทสถานการณ์


เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายชัช กิตตินภดล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ภายหลังที่กระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดติดชายแดนประเทศกัมพูชา ที่กระทรวงการต่างประเทศ ว่า ในวันนี้ (10 พ.ย.) กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลต่อกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ให้กับผู้ว่าฯ ได้รับทราบ เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง พร้อมกับระบุว่า แม้ไทยจะโต้ตอบทางการทูตกับกัมพูชา แต่ในส่วนความสัมพันธ์ระดับอื่นๆ ยังคงเป็นในทางที่ดีเหมือนเดิม

นายชัช กล่าวว่า ขณะเดียวกันผู้ว่าฯ จากแต่ละจังหวัดได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดให้กระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบเช่นกัน โดยที่จังหวัดสระแก้ว ยังมีคนไทยข้ามไปฝั่งกัมพูชาเป็นปกติ ประมาณวันละ 5,000 คน ส่วนการค้าขายก็เป็นปกติเช่นกัน อย่างไรก็ตามมีผู้ว่าราชการจังหวัดตราดรายงานว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวที่จังหวัดตราด มีคนไทยเดินทางข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาลดลงไปบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นน่าเป็นห่วง

สู้ด้วยความรู้

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




นายกฯ มาร์คกำลังนำพาประเทศไทยเข้าสู่ความขัดแย้งกับฮุนเซน นายกฯ เขมรเต็มรูปแบบ

ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ตาม แต่ตอนนี้ผู้นำทั้ง 2 ชาติ กลายเป็นศัตรูกันเรียบร้อย

รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์บริหารบ้านเมืองมาหลายยุคหลายสมัย

ขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องเล่นการเมือง?

ไม่ว่าใน หรือนอกสภา ไม่ว่าในอดีต หรือปัจจุบัน

ส่วนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ศึกฮุนเซนครั้งนี้คือบททดสอบครั้งสำคัญ

โดยมีประเทศไทย กับประชาชนไทยเป็นเดิมพัน!!

เพราะนายกฯ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง รมว.ต่างประเทศ ล้วนสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

ในอดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยฝากฝีมือในบทบาทรมว.ต่างประเทศให้ประจักษ์มาแล้ว

พ.อ.ถนัด คอมันตร์ รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลถนอม

คือผู้ก่อตั้งกลุ่มประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน

ปฏิญญากรุงเทพ จุดกำเนิดของอาเซียนลงนามกันที่วังสราญรมย์ เมื่อปี 2510

ศักดิ์ศรีประเทศไทยในอาเซียนอยู่ระดับหัวแถวมาตั้งแต่วันนั้น?

นายพิชัย รัตตกุล รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

คือผู้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศใหม่ ด้วยการไปเยือนเวียดนาม ลาว และเขมร เมื่อปี 2519

สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต หลังทั้ง 3 ประเทศเปลี่ยนแปลงการปกครอง พร้อมๆ กับความพ่ายแพ้ของอเมริกา

โดยมีทีมงานนำโดยนายอานันท์ ปันยารชุน ปลัดกระทรวงบัวแก้วขณะนั้น เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก

ผลงานวันนั้นในวันนี้พิสูจน์แล้วว่า เยี่ยมยอด ถูกต้อง เหมาะสม

ทว่าวันนั้นทั้งนายพิชัย นายอานันท์ ถูกฝ่าย "คลั่งชาติ" ตั้งข้อหา ขู่อาฆาต พยาบาท เอาเป็นเอาตาย??

ปัจจุบันนายพิชัยยังความจำดี สุขภาพแข็งแรง

ศึกฮุนเซนครั้งนี้ไม่ทราบว่านายกฯ มาร์ค ได้เข้าขอความรู้หรือยัง?

ถ้ายังก็ไม่ควรรีรอ และถ้ารวมนายอานันท์ด้วยอีกคน ก็จะยิ่งดีเลิศประเสริฐสุด

ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรค อดีตรมว.ต่างประเทศ อดีตทีมงานของประเทศ ที่ผ่านประสบการณ์กับเพื่อนบ้านมาอย่างโชกโชน

และรู้จริง!?

สื่อนอกมอง"มาร์ค-แม้ว-ฮุนเซน"

ที่มา ข่าวสด

รายงานพิเศษ




หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายแดนนี่ เคมป์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอเอฟพี เขียนบทวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน กับกัมพูชา ซึ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ หลังรัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึก ษาเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่าจะไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ทาง การไทย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเหยื่อทางการเมือง

พร้อมส่งเทียบเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปเยือนกรุงพนมเปญ เพื่อเปิดบรรยายพิเศษให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชาวกัมพูชาฟัง ที่กระ ทรวงการคลัง กรุงพนมเปญ ในวันที่ 12 พ.ย.

บทวิเคราะห์ของ นายแดนนี่ เคมป์ มีรายละเอียดดังนี้



"การเดินทางเยือน (กรุงพนมเปญ) ของทักษิณ อาจผลักไทยและกัมพูชาเข้าสู่สงคราม"

โดย แดนนี่ เคมป์ , กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2552


เคมป์เริ่มต้นรายงานข่าวว่า การเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประ โยชน์แก่ทั้งตัวอดีตผู้นำไทยเองและเจ้าภาพอย่างกัมพูชา แต่อาจฉุดรั้งให้ทั้งสองประเทศหวนกลับสู่ความขัดแย้งด้านพรมแดนอีกครั้ง

นายกรัฐมนตรีฮุนเซนและทักษิณ ซึ่งเป็นคู่หู ก๊วนกอล์ฟเดียวกันยามว่าง กำลังใช้ความขัดแย้งจากกรณีการแต่งตั้งอดีตนายกฯไทยรายนี้เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ มาแก้แค้นรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ขณะนี้ทั้งฮุนเซนและทักษิณ กับรัฐบาลกรุงเทพฯ ซึ่งเดือดดาลเต็มที่ กำลังติดอยู่ในเกมที่ต่างฝ่ายต่างทำให้เห็นว่าประเทศของตนตกอยู่ในอันตราย

อาจจุดชนวนความขัดแย้งกรณีปราสาทเขาพระวิหารรอบใหม่ จนเกิดการปะทะถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อขึ้นอีกครั้ง

"สถานการณ์ใหม่นี้ได้ทำให้ไทยและกัมพูชาขยับเข้าไปใกล้จุดแตก" พอล แชมเบอร์ส นักวิจัยอาวุโสด้านการเมืองไทย ประจำมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์ก ประเทศเยอรมนี บอกกับเอเอฟพี

ทักษิณและฮุนเซนมีความสนิทสนมกันนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2546 เมื่อเกิดเหตุจลาจลชาวกัมพูชาเผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ผู้นำทั้งสองจึงต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสายสัม พันธ์ดังกล่าวยังคงสืบสานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แม้ทักษิณถูกคณะรัฐประหารโค่นอำนาจ เมื่อปี 2549

นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิเคราะห์การ เมือง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ กล่าวว่า ความโกรธที่เกิดขึ้นจากการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ช่วยให้ฮุนเซนสามารถดำเนินแผนการล้างแค้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย

นายฐิตินันท์กล่าวด้วยว่า ฮุนเซนต้องการทำให้อภิสิทธิ์อับอายขายหน้า หลังจากไม่ยอมเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ (นายกษิต ภิรมย์) ตราหน้าเขาว่าเป็น "อันธพาล"

ทั้งนี้ นับตั้งแต่คณะกรรมการมรดกโลกประ กาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ก็เกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเขาพระวิหารหลายครั้ง มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 7 นาย

นักวิเคราะห์ระบุว่า ผู้นำรัฐบาลกัมพูชาต้องการทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลไทย ซึ่งมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ โดยหวังว่าถ้ารัฐบาลไทยล้มครืนลงเมื่อไหร่ จะเปิดช่องให้พ.ต.ท.ทักษิณและพันธมิตร ของเขากลับคืนสู่อำนาจ

และเป็นที่น่าสงสัยอีกประการว่า ฮุนเซนจงใจเลือกเงื่อนเวลาสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ กำลังจะทำหน้าที่ประธานกลุ่มอาเซียน โดยมีกำหนดการเปิดประชุมร่วมกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในวันอาทิตย์

ขณะเดียวกัน งานใหม่ของพ.ต.ท.ทักษิณ (ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจกัมพูชา) ทำให้อดีตเจ้า ของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้คนนี้ มีฐานที่มั่นใกล้กับประเทศไทย เพื่อเคลื่อนไหวกลับคืนสู่อำนาจ ภายหลังผ่านพ้นเหตุการณ์รัฐประหารมา 3 ปี

และกัมพูชายังเป็นจุดที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด นับตั้งแต่หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เพื่อหนีโทษจำคุกคดีทุจริต

"ฮุนเซนแค่พยายามยั่วยุรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้โอเวอร์รีแอ๊ก ทำอะไรเกินกว่าเหตุ เป็นความสัมพันธ์ในลักษณะเกื้อกูลกันของฮุนเซนและทักษิณ ที่ยืนอยู่บนผลประโยชน์ มันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา" นายฐิตินันท์กล่าว

นักวิเคราะห์และนักการทูตชี้ว่า การเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของประธานพรรคเพื่อไทย (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) ซึ่งสนับสนุนพ.ต.ท. ทักษิณนั้นคือ หลักฐานแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังเดินหมากเคลื่อนไหว

"คนที่จะยั่วยุรัฐบาลไทยได้ดีพอๆ กับทักษิณ ก็คงหนีไม่พ้นฮุนเซน" นักการทูตในกรุงพนมเปญ กล่าว

แรงกดดันขณะนี้จึงไปตกอยู่กับรัฐบาลไทย ซึ่งไม่ควรทำตัวโอเวอร์รีแอ๊ก หลังจากเพิ่งโกรธจัดจนสั่งถอนเอกอัครราชทูตออกจากกรุงพนม เปญเมื่อสัปดาห์ก่อน และฉีกข้อตก ลงด้านการสำรวจพลังงานและก๊าซธรรมชาติกับกัมพูชา

กลุ่มชาตินิยมในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "กลุ่มคนเสื้อเหลือง" ซึ่งก่อเหตุปิดสนามบินกรุงเทพเมื่อปีก่อน เรียกร้องให้รัฐบาลใช้นโยบายแข็งกร้าวมากขึ้น

"สถานการณ์จะเลวร้ายขนาดไหน ขึ้นอยู่กับว่าอภิสิทธิ์จะสามารถระงับอารมณ์และต้าน ทานแรงกดดันจากกลุ่มคนที่จงใจทำให้เหตุขัดแย้งบานปลายได้หรือไม่ ถ้าเขายังคงออกแถลงการณ์เหมือนๆ กับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สถาน การณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ" ไมเคิล มอนเตซาโน นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ประเทศสิงคโปร์กล่าว

นักวิเคราะห์ระบุด้วยว่า ทั้งสามฝ่ายอาจแพ้กันทั้งหมด ถ้าอุณหภูมิความขัดแย้งปะทุขึ้นและการปะทะครั้งใหม่เกิดขึ้นระหว่างทหารตามแนวชาย แดน

โดยฝ่ายฮุนเซน ซึ่งมีกำลังทหารน้อยกว่าประ เทศไทย กำลังเล่นเกมที่อันตรายมาก

ด้านทักษิณเสี่ยงจะถูกมองว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศไทย

ส่วนอภิสิทธิ์อาจทำลายชื่อเสียงภาพลักษณ์ของตัวเขาเองและประเทศไทยในเวทีโลก

"สถานการณ์ตอนนี้เปราะบางมาก และเป็นการดำเนินนโยบายที่อาจนำไปสู่หายนะ"

ชักจะไปกันใหญ่

ที่มา ไทยรัฐ

สังคมโลกที่กำลังจับตา ปัญหาวิกฤติการเมือง ในบ้านเราและกำลังจะเกิดวิกฤติความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง

เกิดสงครามไทย-กัมพูชาขึ้นมาได้งามหน้า

ก็มีนักวิเคราะห์พยากรณ์กันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ระหว่างสองประเทศธรรมดาเพื่อหวังผล คะแนนนิยมของผู้นำทั้งสองประเทศ เพราะฉะนั้น ไม่มีสงครามเกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างประเทศแต่เป็นข้อพิพาทระหว่างตัวบุคคล

แต่ของอย่างนี้ประมาทไม่ได้ เพราะสงครามระหว่างประเทศหรือสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ก็เกิดจาก น้ำผึ้งหยดเดียวนี่แหละ เรากับกัมพูชาก็มีข้อบาดหมางกันหลายครั้ง แม้แต่ดาราดังบ้านเราก็ยังเคยตกเป็นคู่กรณีทำให้คนเขมรลุกขึ้นมาเผาสถานทูตไทยที่กัมพูชาจนได้

แต่กว่าที่จะมีการสู้รบกันก็ต้องผ่านขั้นตอนของความขัดแย้งพอสมควร เมื่อไหร่ที่เกิดสงครามขึ้น ไม่พ้นองค์กรสากลที่จะยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ถึงวันนั้นไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ดีไม่ดีจะเหมือนอิรักเอา

ที่ไม่อยากเห็นการกระทำของรัฐบาลก็คือ อย่าพยายาม ดึงเอาประชาชนมาเป็นแนวร่วม ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐแก้ง่ายกว่า ตั้งโต๊ะเจรจาทำความเข้าใจในกรอบของกติกาสากลก็ยังพอทุเลาความขัดแย้งไปได้ แต่ถ้าปลุกระดมประชาชนให้รู้สึกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นความรู้สึกระหว่างประชาชนกับประชาชน

จะแก้ยาก

วันนี้ดูเหมือนว่ามีความพยายามที่จะลากทุกสิ่งทุกอย่างที่ไปเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นศัตรูของคนไทย เป็นศัตรู ของประเทศไทยไปหมด รัฐบาลจะตามขุดรากถอนโคนคุณทักษิณอย่างไรก็ว่ากันไปตามสะดวก แต่อย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

จากความรักชาติจะพาชาติล่มจม

ยกตัวอย่างเรื่องของการปลุกระดมขับไล่รัฐบาลชุดก่อน ดึงเอาเรื่องขายชาติ ไม่รักชาติ ดึงเอาสถาบันมาเป็นเงื่อนไข ชุมนุมประท้วงกันเกินกรอบของประชาธิปไตย กลายเป็นลัทธิความเชื่อ

ประเทศไทยเลยแตกเป็นเสี่ยงๆอย่างที่เห็น

ขืนปลุกระดมเรื่องรักชาติโดยไม่มีเหตุผลขึ้นมาเที่ยวนี้ไม่เฉพาะในประเทศ ต่างประเทศก็ร้าวฉาน ยังสรุปไม่ได้ว่าวันนี้พรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่ไม่ควรจะให้บานปลายไปกว่านี้

อันที่จริงตั้งใจจะคุยเรื่องวุ่นๆใน ก.ตร.ที่ยังงัดข้อกันไม่ลงตัว เจอ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีต มท.1 แฉซ้ำอีกกระทอก ตายไปเลย เอาช่างทาสีมาซ่อมบ้าน อย่างดีก็ได้แต่ทาสีดูให้ใหม่ ไว้เท่านั้น

ดีแต่รูปจูบไม่หอม.

หมัดเหล็ก

สภาล่มสัญญาณอวสาน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_45937

มาตามนัด

ล่าสุดช่วงสายวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เหินฟ้าถึงท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาแล้ว ท่ามกลางการต้อนรับของสมเด็จฯฮุน เซน ที่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปรอรับถึงบันไดเครื่อง พร้อมกับส่งทีมการ์ดส่วนตัวไปคุ้มกัน มีรถนำขบวนตลอดเส้นทาง

ทีวีเขมรถ่ายทำข่าวแบบเกาะติดช็อตต่อช็อต

ท่ามกลางการเกาะติดสถานการณ์ของสำนักข่าวยักษ์ใหญ่ ทั้งเอเอฟพี สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น สำนักข่าวซินหัวของจีน ฯลฯ ประโคมข่าวไปทั่วโลก

"ทักษิณ" อยู่ห่างเมืองไทยแค่ชายแดนกั้น

โดยเกม "Catch me if you can" ท้าทายรัฐบาลประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และฝ่ายถืออำนาจจะโชว์ทีเด็ดอะไร

ที่มากกว่าใช้ปากขู่คำรามออกอากาศ จะเผด็จศึกกันท่านั้นท่านี้

หรือว่าทำได้แค่ "เทกแอ็กชั่น" โหนกระแสชาตินิยม ปั่นแต้มโพลได้แค่นั้น

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ภายใต้ฉากเตรียมบู๊ใหญ่ โดยเกมเร้าสงครามขั้นแตกหักของอดีตนายกฯทักษิณที่บินมาจ่ออยู่แค่ปลายจมูกของฝ่ายถืออำนาจในเมืองไทย

ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็เดินหน้าแท็กทีม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาลรับลูกจากแกนนำม็อบพันธมิตรฯ

ส่งสัญญาณจะดำเนินมาตรการขั้นรุนแรงตอบโต้หนักขึ้นเป็นลำดับ

โดยสงครามรบกับ "นายใหญ่" รัฐบาลประชาธิปัตย์ยังมี "ตัวช่วย" ในประเทศอีกเยอะ "อภิสิทธิ์" ยังถือแต้มต่ออยู่หลายช่วงตัว

แต่ในสถานการณ์มั่วๆ "รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน" จะคว่ำหรือหงาย

คำตอบมันอยู่ที่เสียงในสภาผู้แทนราษฎรต่างหาก

กับสัญญาณใกล้ถึงฉากอวสาน ล่าสุดการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) มีอันต้องแท้งกลางคัน

องค์ประชุมสภาล่มซ้ำซากติดๆกันเป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 8 เดือน

ต้องบันทึกเป็นสถิติใหม่

ท่ามกลางเสียงโห่ไล่ของ ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ให้ยุบสภาไปเลย

แน่นอนฝ่ายค้านก็ต้องเล่นตามเกมอยู่แล้ว แต่งานนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลเต็มๆที่ต้องคุมเสียงในสภาฯให้แน่นตลอดเวลา

และก่อนหน้านี้ก็เห็นอาการเคร่งเครียดเอาจริงเอาจังของ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล เทกแอ็กชั่น สั่งกำชับเรื่องการประชุมของผู้แทนฯในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันเอง รวมไปถึงการกำชับวิปรัฐบาล

รู้อยู่เต็มอกว่า การคุมเสียงกำลังมีปัญหา

แต่ก็ยังเกิดคิวสภาล่มซ้ำซาก ประจานรัฐบาลคุมเสียงไม่อยู่

ที่แน่ๆถ้าเบื้องหลังเป็นอย่างที่นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ตั้งแง่สงสัยเป็นทำนอง "ตอกลิ่ม" ก่อนถึงคิวการพิจารณาบันทึกการประชุมเจบีซี มีคนอยู่ในที่ประชุม 400 กว่าคน

แต่เมื่อฝ่ายรัฐบาลเสนอประชุมลับขณะที่ ส.ว.กับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลบางพรรคคัดค้าน โดยขอให้ประชุมเปิดเผย จึงมีการต่อรองกันจนต้องถอนเรื่องออกจากวาระก่อนองค์ประชุมสภาล่ม

แสดงถึงการบริหารเสียงไม่มีประสิทธิภาพ อยู่ต่อไปก็ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

โดยจังหวะ "ตัวแปร" อยู่ที่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมวงกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ในซีกที่ไม่เอาด้วยกับรัฐบาลประชาธิปัตย์

เปิดช่องให้ฝ่ายค้านตอกลิ่มขยายผล

ลึกๆพรรคร่วมรัฐบาลกับแกนนำอย่างประชาธิปัตย์ก็มี "อาการทางใจ" กันอยู่

ไม่ต้องเจาะลึกอะไร เอาแค่ตามร่องรอยที่ปรากฏให้เห็นรายวัน

ล่าสุดกับปรากฏการณ์ "ปล่อยของ" ออกมาจากฝ่ายประชาธิปัตย์ อ้างว่าเป็นคนสาย "เทพเทือก" ออกตัว ปัดคิววุ่นๆในการประชุม ก.ตร.จัดโผโยกย้ายบิ๊กตำรวจที่คาราคาซัง จบไม่ลงเสียที ไม่ใช่เพราะติดเด็กเส้นในโพยของ "เทพเทือก" ที่ไปทับสัมปทานกับโพยบน "วอลเปเปอร์" ของนายกฯอภิสิทธิ์

ประชาธิปัตย์ไม่ได้แย่งชามน้ำข้าวกันเอง

แต่คิวที่วุ่นวาย เป็นเด็กฝากจากค่ายภูมิใจไทยต่างหาก

เอะอะก็โบ้ยขี้ใส่เพื่อน มันจะอยู่กันได้ยังไง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน