WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, November 12, 2009

ยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชาไม่ง่ายอย่างที่คิด!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทย –กัมพูชา กรณีที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของไทยเป็นที่ปรึกษา พร้อมปฏิเสธการส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับรัฐบาลไทย ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนจนนาํมาสกู่ ารตดั สนิ ใจของคณะรฐั มนตรีเมื่อวันที่ 10 พ.

ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมติยกเลิก บันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู ระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณอ่าวไทย ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544บนเนื้อที่ 2.6 หมื่นตารางกิโลเมตรโดยการยกเลิกเอ็มโอยู ถือเป็นมาตรการขั้นที่ 2 ของรัฐบาลไทยที่ตอบโต้กัมพูชา หลังจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยใช้ยาแรงเรียกทูตประจำกรุงพนมเปญกลับไทยการยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ ตามข้อเสนอของกระทรวงต่างประเทศ ที่ให้เหตุผลว่าเป็นการลงนามโดย พ.ต.ท.ทักษิณ กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่มีตกลงด้านความร่วมมือต่างๆ 14 ข้อ โดยเน้นรายละเอียดเรื่องการแสวงประโยชน์

จากแหล่งปิโตรเลียมเป็นหลัก ที่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบได้นอกจากบันทึกความตกลงในเรื่องดังกล่าวแล้ว ไทย-กัมพูชา ยังมีบันทึกความตกลงร่วมกันอีก 17 ฉบับอาทิ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว, การจัดตั้งคณะกรรมการชายแดน, ความร่วมมือด้านการค้าเศรษฐกิจ วิชาการ และ วัฒนธรรม, ด้านการปราบปรามการค้ายาเสพติด, สนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดน, บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และความร่วมมือด้านสารสนเทศและกิจการวิทยุกระจายเสียงและ กิจการวิทยุโทรทัศน์ไทย –กัมพูชาส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกMOU ดังกล่าว จะต้องปฏิบัติการรัฐ

ธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ต้องนำเข้าขอความเห็นจากที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่นั้นมีความเห็นจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดย นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า ต้องดูที่เจตนารมณ์ก่อนว่าเข้าหลักเกณฑ์ มาตรา 190 หรือไม่ซึ่งเรื่องนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ส่งเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ แต่มองว่า ต้องดูที่เงื่อนไขการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศด้วย ว่าจะสามารถยกเลิกฝ่ายเดียวได้หรือไม่ขณะที่ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลับเห็นว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะไปยกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ เพราะการที่อีกฝ่ายจะยกเลิกได้ ต้องมีอีกฝ่ายทำผิดเงื่อนไขข้อตกลงแต่กรณีนี้เหมือนรัฐบาล

ดำเนินการยกเลิกฝ่ายเดียว พร้อมเห็นว่า เรื่องดังกล่าว ไม่มีข้อขัดแย้งในข้อกฎหมายจึงไม่น่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเข้าข่ายมาตรา 190 หรือไม่กอ่ นหนา้ นี้นายวาร ์กมิ ฮง ผเู้จรจาเขตแดนของกัมพูชา ออกมายืนยันในทำนองเดียวกันว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ฉบับดังกล่าว ไม่สามารถยกเลิกได้หากไม่ได้รับการยินยอมกับคู่สัญญาซึ่งเรื่องนี้ นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ ระบุว่าเป็นการตีความของกัมพูชาที่แตกต่างกับฝ่ายไทยซึ่งแต่ละฝ่ายอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันเหมือนกับกรณีก่อนหน้านี้ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยตีความว่าไม่สามารถส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ

ชินวัตร ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้กับไทย ขณะที่ฝ่ายไทยก็ตีความว่าสามารถส่งตัวมาได้อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยโดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่ามีหลายมาตราในอนุสัญญาเวียนนา ค.ศ.1958 เปิดช่องให้สามารถยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าวได้กรณียกเลิกเอ็มโอยูไทย-กัมพูชานอกจากจะลดความสัมพันธ์กับกัมพูชาแล้ว มาตรการดังกล่าว ยังเป็นการลดความสัมพันธ์ในรัฐสภาไทยด้วยเช่นกัน ดังที่เห็นภาพการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณายกเลิกเอ็มโอยูเมื่อวันจันทร์ที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมาต้องบอกว่าสภาไทยป่วนอีกครั้งเพราะข้อหารือ ที่ถูกฝ่ายการเมืองนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองตอบโต้กันในสภาให้มันส์ปากเท่านั้นส่วนนอกสภาหินอ่อนความเห็นจากฝ่ายที่สนับสนุนรัฐ อย่างพรรคการเมืองใหม่และกลุ่มพันธมิตรฯก็ออกมาสนับสนุนให้ยกเลิกเอ็มโอยูดัง

กล่าว พร้อมกับชื่นชมการกล้าตัดสินใจของรัฐบาลด้านฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลก็มองว่าการตอบโต้ดังกล่าวเป็นท่าทีที่แข็งกร้าวเกินไปส่งผลเสียกับประเทศมากกว่าแม้เวลานี้ จะยังไม่สามารถยกเลิกเอ็มโอยูระหว่างไทย-กัมพูชา ได้ดังที่รัฐบาลต้องการแต่สิ่งหนึ่งเห็นจากการออกมาตรการนี้คือความขัดแย้งภายในคนไทยด้วยกันเองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามและไม่พยายามทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น มุ่งแต่ตอบโต้ซึ่งกันและกัน จนอาจลืมผลประโยชน์ของชาติหรือนักการเมืองไทยต้องทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในเรื่องรักชาติกันใหม่ ก็ไม่ทราบ 

ตัดเชือกมวยคู่เอก

ที่มา บางกอกทูเดย์

ดวลกันมาก็หลายยก แพ้-ชนะ ยังไม่ปรากฏ..มีแต่นั่งซด “ใบบัวบก”แก้ชํ้าต่างฝ่ายต่างชํ้า เพราะอีกคนหมัดเหล็ก(ชั้นเชิงสูง) อีกคนหมัดหนัก (แบ็คหนา)คนเชียร์ “ตูดไม่ติดเก้าอี้” เพราะคู่ชกแรงเกิน100 ดีกรี!ถ้าเพิ่งออกจากถํ้าก็คงไม่รู้จักมวยคู่เอก “แม้ว-มาร์ค”2 มวยคู่เอก แม้บางครั้งจะอยู่ข้างเวที แต่ก็มีขุนพลผู้

ภักดี วาดลีลาแทนนาย! ตามประสา“นายกูใครอย่าแตะ”การต่อสู้ทางการเมืองระหว่าง ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยังไม่เคยถึงตอนจบ..แม้บางครั้งต่างฝ่ายต่าง “จุก” จนนอนกลิ้ง..แต่ให้นํ้าพักเดียวก็มีเรี่ยวแรง “ง้างหมัด”ไม่ได้ตั้งใจ! แต่ประชาชนก็ยกให้ “มาร์คอยู่เสาเหลือง” – “แม้วอยู่เสาแดง”ลั่นระฆัง “เหลือง-แดง” เจอกันก็สั่นทั้งประเทศ..แย็บซ้าย แย็บขวา มาหลายปี..สิ้นปี 2549ต้องยกให้ฝั่งมารค์ ได้เปรียบดีกีรรัฐบาลบริหารประเทศ..มีสิทธิ์วางเกม กำหนดกติกาได้โดยไม่มีใคร “กล้าขัด”ยิ่งมีผู้สนับสนุนเต็มที่ อย่างแอนตาซิล เอ๊ย!“สนธิ ลิ้มทองกุล” ทุ่มหมดตัว.. งาน

นี้มาร์คเลยคะแนนพุ่ง กรรมการกดคะแนนแทบไม่ทันฟากแม้ว! แม้จะเป็นอดีตรัฐบาล แต่ ได้ใจเพราะโดน “จวก” ทีเผลอ..ดวลยกล่าสุด!ฝ่ายเสียเปรียบด้านอำนาจ “ทักษิณ ชินวัตร”โดนโจมตีด้วยหมัดของไทม์ โฟกัสตรงเบ้าตาหวังให้ “บอดสนิท”อีกไม่นาน มวยคงเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ! หรืออาจจะได้ผู้ชนะในเร็วนี้ชัยชนะอาจจะไม่ใช่เพราะลีลา ทว่าเป็นเพราะสะดุดขาตัวเอง..ฉะนั้น มวยเอกขึ้นเวทีเมื่อไหร่ อย่ากะพริบตา!ที่สำคัญต้องดูด้วยสติ อย่าหน้ามืดมองดูแค่การต่อสู้ ชิงไหวชิงพริบบนเวทีเท่านั้น เพราะนั่นเป็นเพียงลีลาที่มองเห็น แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการแย็บ การฮุคคนไทยต้องดูอย่างเป็นกลาง

และ “ตีความ”ให้ได้ เพราะแม้เป็นนักยุทธศาสตร์ แต่การเดินหมากทางยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดก็อาจทำให้คนเดินหัวคะมำอย่างไรก็ตาม “นํ้าใจนักกีฬา” น่าจะเป็นคำตอบและทางออกที่ไม่ควรปฏิเสธเวลานี้เวียดนาม เยอรมนี เกาหลี และอีกหลายประเทศพยายามรวมชาติที่แตกแยกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแต่ไทยกลับพยายามสวนทาง พยายามแตกแยกเป็นหลายฝ่ายในเมื่อบรรพบุรุษได้มอบมรดกความเป็นชาติให้เรา เราก็ควรส่งมอบมรดกความเป็นชาติอันมีค่าให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปไม่ใช่มอบประเทศที่แตกละเอียดให้กับคนรุ่นหลังและให้คนรุ่นหลังมาก่นด่าได้ในภายหลังผู้ชนะที่แท้จริง คือ ผู้เสียสละ... 

TIMESการันตีแม้วไม่หมิ่นซักคำ สื่อไทยเฉยหลังรุมตื้บหนำใจ แถมละเว้นมาร์คจ้อสื่อนอกหนักกว่า

ที่มา Thai E-News


ที่มา TIMES ONLINE
แปลเรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 พฤศจิกายน 2552
*อ่านบทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตรลงTHE TIMESฉบับเต็มที่เวบลิเบอรัลไทย คลิ้กที่นี่

สันดานสื่อทรราชออกลายอีกแล้ว หลังจากTIMESเขียนบทบรรณาธิการ การันตีทักษิณไม่ได้พูดหมิ่นแม้แต่คำเดียว แถมกล่าวยกย่องเชิดชูสถาบันไม่ขาดปาก แต่สื่อกระแสหลักพากันเงียบเป็นเป่าสากไม่ยอมนำเสนอ หลังจากพากันโหมกระหน่ำรุมตื้บมาก่อนนี้ ที่สำคัญสื่อหลักยังเงียบเฉยต่อการที่มาร์คเคยให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กเรื่องทำนองเดียวกัน แต่ดูจะหนักกว่าแม้วให้สัมภาษณ์เดอะไทม์ส


THE TIMES ONLINEได้แสดงจุดยืนในบทบรรรณาธิการ ในหัวข้อเรื่อง"Siamese spat:
Thais should be free to understand more about the role of their own monarchy"(วิวาทะสยาม:ชาวไทยควรมีอิสระที่จะตระหนักถึงบทบาทสถาบันกษัตริย์ให้มากขึ้น") โดยเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์THE TIMESได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ถูกโค่นอำนาจของไทย ผลลัพธ์จากการแสดงความคิดเห็นของเขาต่อพระราชวงศ์ไทย ทำให้บทความที่เผยแพร่ของTHE TIMESถูกปิดกั้นโดยทางการไทย ในทางทฤษฎีแล้วทักษิณและบรรณาธิการประจำภาคพื้นเอเชียอาจต้องเผชิญกับคดีที่มีโทษจำคุกสูงถึง 15 ปีในฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งนี่เป็นพฤติการณ์การกระทำแบบเด็กๆ

แต่ในการให้สัมภาษณ์กับTHE TIMESนั้นความจริงแล้วทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย เขาไม่ได้กล่าวหมิ่นประมาทพระราชวงศ์ หรือแม้กระทั่งพยายามหาทางให้ร้ายใดๆ ในทางตรงกันข้ามทักษิณกลับได้ตอบสัมภาษณ์ในประเด็นความเชื่อมโยงของสถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทยในทำนองเทิดทูนยกย่อง(To those unversed in the peculiarities of the Thai system, Thaksin’s alleged offence may be hard to discern. He did not abuse the Royal Family, or even find fault with them. Instead, he merely discussed the link between the monarchy and Thai politics)

คำพูดของทักษิณในการให้สัมภาษณ์ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่เป็นไปในทำนองวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์หรือราชวงศ์ แต่เขาได้วิจารณ์"คนวงในวัง"บางคนเท่านั้นที่เข้ามาแทรกแซงการเมือง(In Thaksin’s words, either way, one finds neither criticism nor violation of the monarchy. Instead we find something that the Thai Establishment regards as equally taboo — the mere acknowledgement that some in the royal circle may have some involvement in Thai politics.)

ในการให้สัมภาษณ์นี้ทักษิณได้กล่าวถึงอิทธิพลต่อสาธารณชนไทยว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อพระเจ้าอยู่หัวฯองค์ปัจจุบันส่งต่อพระราชบัลลังก์ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งTHE TIMESหวังว่าชาวไทยจะตระหนักว่า จะรักสถาบันกษัตริย์ให้ถูกทางอย่างไร ไม่ใช่ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วก็นำมาเป็นเครื่องมือทำลายกัน

เพราะแม้แต่ในหลวงของปวงชนชาวไทยนั้น พระองค์ท่านก็เคยตรัสไว้เมื่อพระชนมายุครบ78ชันษาว่า"หากถือว่าThe king can do no wrong หรือพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยทำอะไรผิด แล้วก็ไม่วิพากษ์วิจารณ์ ก็จะทำให้พระเจ้าอยู่หัวลำบาก"

ท้ายสุดTHE TIMESชี้ว่า การที่ทางการไทยจะนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาดำเนินคดีกับใครไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดเลย แต่จะได้ประโยชน์กว่าหากมีเสรีและตรงไปตรงมาในการถกแถลงระบบการเมืองของประเทศไทยได้ ไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลไทยกำลังทำอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่านับถือ

สื่อกระแสหลักเงียบไม่ลงบทบรรณาธิการTIMES ไม่ลงข่าวมาร์คสัมภาษณ์บลูมเบิร์กเรื่องสืบสันตติวงศ์

เท่าที่เราตรวจสอบดูแม้บทบรรณาธิการTIMESออกมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีสื่อกระแสหลักที่ไหนนำมาลงข่าวเผยแพร่ข้อยืนยันของTIMESเองว่าทักษิณไม่ได้พูดหมิ่นหรือก้าวล่วงสถาบันฯ

หลังจากที่ก่อนนั้นสื่อกระแสหลัก และบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะทั้งหลาย พากันออกมาประณามอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรว่า มิบังควรที่ให้สัมภาษณ์กับTIMES ONLINE ในเรื่องเกี่ยวกับการสืบพระราชสันตติวงศ์ ขณะที่ในหลวงยังทรงพระประชวรอยู่

นอกจากนั้นก็น่าประหลาดใจว่าในเรื่องเดียวกันนี้ แต่คนพูดคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ สื่อกระแสหลักและบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะต่างเงียบเฉย (ดูลิ้งค์อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์ก)

รายงานข่าวและบทสัมภาษณ์ที่บลูมเบิร์กนำเสนอนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 8 กรกฎาคม 2552 ชื่อบทความดั้งเดิมในภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่อง"มิบังควรอย่างยิ่ง"ในวัฒนธรรมการเมืองแบบไทย เพราะน่าจะ"หนักกว่า"ชื่อบทความที่Timesตีพิมพ์บทความล่าสุดที่สัมภาษณ์ทักษิณเสียอีก เราจึงแปลให้ดูสละสลวยเข้ากับวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆเสียว่า "การเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่ได้สร้างความกังวลให้เซียนหุ้นที่ชื่อนาย"เฟเบอร์"หยุดชะงักการลงทุนเล่นหุ้นในประเทศไทย"ซึ่งมีความสำคัญบางตอนกล่าวถึงการสืบพระราชสันตติวงศ์ โดยเป็นการสัมภาษณ์พิเศษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา
....................

อภิสิทธิ์:"ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมฯเป็นพระรัชทายาทสืบต่อพระราชบัลลังก์"

ในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวเป็นพระรัชทายาทขึ้นสืบต่อพระราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว


8 กรกฎาคม 2552 (สำนักข่าวบลูมเบิร์ก)--นายกรัฐมนตรีของไทยต้องหยุดชะงักการตอบข้อซักถามและฝืนพูดต่ออย่างยากลำบากต่อคำถามที่ว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาจะเผชิญต่อชะตาอนาคตอย่างไร หากว่าชีวิตของพวกเขาซักวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นร่มโพธิสมภารแก่พสกนิกร

"ผมไม่ได้แสร้งพูด--มันจะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากยากยิ่งสำหรับพวกเราคนไทยทั้งมวล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าว เขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และยังก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาให้กับประเทศเป็นรายที่5ในรอบเพียง4ปี
(July 8 (Bloomberg) -- Thailand’s prime minister pauses briefly and swallows hard as he addresses the question few of his compatriots dare contemplate: life without King Bhumibol Adulyadej, the world’s longest-reigning monarch.

“I am under no illusion -- it will be a very difficult time for all of us,” says Abhisit Vejjajiva, who in December patched together a multiparty coalition government and became troubled Thailand’s fifth prime minister in four years.)

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

(ต้นฉบับของบลูมเบิร์กคือIn an interview at his Italianate office in Government House in Bangkok five days later, Abhisit discloses that Bhumibol, who has 4 children and 11 surviving grandchildren, has already endorsed his only son as the next king.

“The crown prince is the designated heir,” Abhisit says. )

"แม้ว"เตรียมบินกลับดูไบ13พ.ย.พท.แห่เยี่ยม ด้นสดบรรยายเศรษฐกิจให้เขมร "ดีสเตชั่น"เตรียมแพร่ภาพคืนนี้

ที่มา มติชน

"ทักษิณ"บรรยายสดไร้สคริปให้เขมรฟังเรื่องเศรษฐกิจ คาด"ดีสเตชั่น"เตรียมแพร่ภาพคืนนี้ "นพดล"เผยนายเตรียมบินกลับดูไบ13พ.ย.นี้ "ประชา"พาเพื่อนส.ส.ใกล้ชิด10คนเดินทางไปเยี่ยม


"แม้ว" ด้นสดบรรยายศก.ให้เขมร "ดีสเตชั่น"เตรียมเผยแพร่ภาพคืนนี้


เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยว่า ในเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา จะขึ้นเวทีปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนาการด้านเศรษฐกิจ ชนบท การลงทุน และการแก้ไขปัญหาความยากจน ให้บรรดา ส.ส.และข้าราชการกัมพูชาได้รับฟัง การขึ้นปราศัยในครั้งนี้จะเป็นการพูดปราศัยแบบสดๆ โดยไม่มีสคลิป และน่าจะมีการเผยแพร่การปาฐกถาดังกล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นในช่วงค่ำวันนี้ ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางออกจากประเทศกัมพูชาเมื่อใดนั้นเท่าที่ตนเองสอบถามไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบว่าจะเดินทางออกจากประเทศกัมพูชากลับเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในวันที่ 13 พ.ย. ส่วนเวลาที่แน่ชัด รวมทั้งนายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะเดินทางไปส่งด้วยตนเองหรือไม่นั้นตนเองยังไม่ทราบ


ด้านนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วย ส.ส.เพื่อไทย ราว 10 คน มีแผนจะเดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 13 พ.ย. โดยเลื่อนจากกำหนดเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางไปในวันนี้ เนื่องจากติดภาระกิจต้องเข้าร่วมประชุมสภา ส่วนที่มีออกข่าวใหญ่โตว่า จะมี ส.ส.เพื่อไทย เกือบ 100 คน เดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ตนเองขอยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ และไม่รู้ว่าข่าวดังกล่าวมีที่มาที่ไปจากไหน และในส่วนทีมของตนเองนั้น ก็จะไปเฉพาะกับบรรดา ส.ส.ที่ใกล้ชิดกันเท่านั้น


"แม้ว"ทวิตบอกนอนดึก ต้องเตรียมร่างบรรยายด้านศก.ให้เขมร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 11 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวิตผ่าน twitter.com/Thaksinlive ระบุว่า "คืนนี้คงต้องอยู่ดึก เพราะจะบรรยายพรุ่งนี้ (12 พ.ย. ) แล้วยังไม่ได้เตรียมร่างเรื่องที่จะพูดเลยครับก็จะเน้นเรื่องความยากจนและทิศทางของโลกหลังวิกฤตเศรษฐกิจ"

"ไทม์ส"ตีพิมพ์ค้าน กม.หมิ่นฯ อ้างไม่มีประโยชน์กับใคร ชี้คนไทยควรมีเสรีเข้าใจบทบาท"ระบอบกษัตริย์"

ที่มา มติชน

"บก.ไทม์ส"ตีพิมพ์ค้านกม.หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อ้างไม่เป็นประโยชน์กับใคร คนไทยควรมีเสรีในการเข้าใจบทบาทของระบอบกษัตริย์มากขึ้น กต.ส่งทูตที่ลอนดอนชี้แจง ทรงอยู่เหนือการเมือง ตร.กร้าวใครแปล-เผยแพร่ โดยข้อหาแน่


ตร.เร่งรวมหลักฐานหมิ่นเบื้องสูง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สน.ดุสิตเร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับนายใจ อึ๊งภากรณ์ และเว็บไซต์เรดสยามดอทเน็ต (www.redsiam.net) พร้อมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เว็บไซต์ไทม์สออนไลน์ และนายริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี่ บรรณาธิการข่าวเอเชียของไทม์สออนไลน์ ภายหลังนายสมชาย แสวงการ นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. และ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ และตัวแทนกลุ่มสยามสามัคคี แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในข้อหาเดียวกัน


พ.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบก.อก.บช.น. ในฐานะผู้ช่วยโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน ว่า พนักงานสอบสวน สน.ดุสิตกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน จะส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)ภายใน 3 วัน ผบช.น.จะมอบหมายให้รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานสอบสวน พื้นที่ บก.น.1 ดูแล หากพบว่าสมควรสั่งไม่ฟ้องให้เสนออัยการ หากสมควรสั่งฟ้องแต่หลักฐานไม่พอก็หาเพิ่มเติม แต่หากเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ ก็สามารถส่งฟ้องอัยการได้ ต้องตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร จากทั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สันติบาล กองการต่างประเทศ และผู้ชำนาญการ


เกินอำนาจสันติบาลให้"กต."สอบ


ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันว่า กรณีนี้เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นนอกประเทศ ทางสันติบาลไม่มีอำนาจดำเนินการเรื่องนี้มีเพียงกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ที่ดำเนินการได้ ซึ่ง กต.ต้องตรวจสอบ 2 ประเด็น ประเด็นแรกมีการพูดจริงหรือไม่ ประเด็นที่ 2 คำแปลที่แปลออกมานั้นถูกต้องหรือไม่ หาก กต.พบว่ามีการกระทำความผิดต้องส่งเรื่องให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ เช่น ตำรวจ อัยการสูงสุด


พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวว่า สันติบาลกำลังตรวจสอบว่ามีการนำบทสัมภาษณ์และคำแปลดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อหรือไม่ ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบคดีหมิ่นสถาบันของ ตร.เกาะติดอยู่ตลอด จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการนำมาเผยแพร่ต่อ หากตรวจสอบว่าต้นฉบับเข้าข่ายหมิ่น ผู้ที่แปลแล้วนำมาเผยแพร่ต่อจะมีความผิดด้วย


ชี้"พท."แปลเสี่ยงหมิ่น-เผยแพร่


ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จะแปลบทสัมภาษณ์แล้วแจกจ่ายนั้น พล.ต.ท.ธีระเดชกล่าวว่า หากต้นฉบับเข้าข่ายหมิ่น แล้วมีคนเอามาแปลตามนั้นและเอามาเผยแพร่ บุคคลนั้นก็มีความผิด ทั้งหมิ่นและเผยแพร่


ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แกนนำ พท. กล่าวว่า หากอ่านบทความทั้งหมดจะพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์อย่างเทิดทูนสถาบันและมีความจงรักภักดี แต่ผู้สื่อข่าวของไทม์สถามคำถามนำตลอด หากคนที่มีใจเป็นธรรมได้อ่านบทสัมภาษณ์จะทราบว่าไม่มีอะไร ขณะนี้พรรคมีแนวคิดแปลบทสัมภาษณ์เป็นภาษาไทย เพื่อให้ความกระจ่างขึ้นว่า พ.ต.ท.ทักษิณโดยเนื้อแท้แล้วต้องการจะสื่ออะไร


"ไทม์ส"วิจารณ์ค้าน กม.หมิ่น


วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์ เดอะ ไทม์ส ออฟ ลอนดอน ตีพิมพ์บทบรรณาธิการ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณและเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องหลังจากนั้น โดยพุ่งเป้าไปที่ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในหัวข้อ "Siamese spat" หรือ "วิวาทะแห่งสยาม" โดยขยายความไว้ในหัวรองลงมาว่า คนไทยควรมีเสรีที่จะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของระบอบกษัตริย์ของตนเอง เนื้อหาแสดงความกังวลต่อการที่ในทางทฤษฎีแล้วนายริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี่ และ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งมีระวางโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และแสดงทรรศนะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว เพราะเชื่อว่าไม่เป็นผลประโยชน์สำหรับใครทั้งสิ้น


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า เนื้อหาของบทสัมภาษณ์ที่สรุปมาในบทบรรณาธิการชิ้นนี้ ยังคงยืนยันเนื้อหาเดิมที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ โดยไม่ได้เอ่ยถึงการถูกกล่าวหาจาก พ.ต.ท.ทักษิณว่า บิดเบือนและรายงานไม่ตรงกับความเป็นจริงแม้แต่น้อย


ทูตอังกฤษนัดพบย้ำข้อเท็จจริง


จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ดำเนินการชี้แจงและทำความเข้าใจกับหนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์สนั้น เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นายกิตติ วะสีนนท์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์สแล้ว พร้อมทั้งได้ขอให้บรรณาธิการตีพิมพ์หนังสือชี้แจงในเดอะ ไทม์ส ในโอกาสแรกด้วย นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตได้หารือโดยตรงกับนายริชาร์ด บีสตัน บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับกรณีที่หนังสือพิมพ์เผยแพร่รายงานข่าวและบทสัมภาษณ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย โดยได้เน้นถึงบทบาทและสถานะตามรัฐธรรมนูญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงอยู่เหนือการเมือง รวมทั้งสถานะในปัจจุบันของ พ.ต.ท.ทักษิณ และกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตมีกำหนดการที่จะพบกับนายบีสตันอีกครั้ง เพื่อหารือและย้ำข้อเท็จจริงเพื่อให้หนังสือพิมพ์ มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองไทยและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์

ปมการเมืองในเขมร แฉแผน"ฮุนเซน"ยืมมือ"แม้ว"

ที่มา ข่าวสด

สัมภาษณ์พิเศษ



สื่อทั่วโลกกำลังจับตาการเดินทางเยือนกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ

ประชาธิปัตย์โจมตีเป็นเกมยืมมือเพื่อนบ้าน ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เสียงวิจารณ์อีกมุมมองว่านายกฯ ฮุนเซน ต้องการใช้ข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ มากลบข่าวด้านลบของตัวเองในเขมรเช่นกัน

บุญเรือง คัชมาตย์ นักวิชาการท้องถิ่น ที่คลุกคลีกับปัญหาในเขมรมายาวนาน วิเคราะห์เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของฮุนเซน ไว้ดังนี้



ครม.มีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา

ตามความคิดของผมรัฐบาลอาจทำรวดเร็วไป รีบร้อนมากไปหรือเปล่า น่าจะศึกษาอะไรให้ดีก่อน การทำอะไรวู่วามประเทศชาติเสียหาย อย่างการเรียกทูตไทยกลับประเทศไม่ได้ทำตามขั้นตอนทางการทูต ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น

ตามขั้นตอนเรียกทูตกลับเลยทีเดียวไม่ได้ ถ้ามีปัญหาต้องเรียกทูตมาเตือน หรือพูดคุยกันก่อนตกลงว่าจะเอาอย่างไร แต่ตอนนั้นเราเรียกกลับมาเลย เขาก็เรียกกลับเช่นกัน มันข้ามขั้น

การทำตามขั้นตอนจะทำให้เรามีเวลาคิดตรึกตรองว่าควรแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามมากไปกว่านี้ ผมเชื่อว่าทั้งไทยและเขมรไม่ต้องการเพิ่มปัญหา

การเรียกทูตกลับ การยกเลิกเอ็มโอยูยังถือเป็นการทำลายอาเซียนด้วย



การดำเนินการของฮุนเซน แข็งกร้าวกว่าไทย

เขาทำได้เพราะรัฐบาลเขาเป็นเผด็จการ แต่ของเราเป็นประชาธิปไตยพร่ำเพรื่อ ไม่พอดีพองาม ไม่เป็นประชาธิปไตยที่พอเพียง

ถ้าเมืองไทยดำเนินการปฏิรูปมาสู่ประชาธิปไตยที่พอเพียงบ้านเมืองจะเป็นสุข แต่ประชาธิปไตยของเราพร่ำเพรื่อเกิน

เอ็มโอยูเป็นประโยชน์ของทั้งสองชาติ ซึ่งได้ตกลงกันแล้วตั้งแต่รัฐบาลนายชวน หลีกภัย และมาเซ็นสัญญากันในช่วงรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

การยกเลิกของรัฐบาลดูรีบร้อนเกินไป

คิดว่ารัฐบาลต้องการสร้างชื่อเสียงในเรื่องนี้ด้วยเพราะที่ผ่านมารัฐบาลพลาดพลั้งในหลายเรื่อง อาจต้องการกลบกระแสตรงนี้เพื่อให้เปลี่ยนมาพูดคุยเรื่องอื่น



กลายเป็นเรื่องการเมือง

เรื่องนี้เป็นปัญหาภายในของเรา ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องการเมืองภายในของเขมรเช่นกัน

ฮุนเซนก็มีปัญหาการเมืองของเขาเยอะ และเปิดช่องให้ สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้าน มีเรื่องมาต่อต้านรัฐบาลในหลายแง่มุม นายกฯ ฮุนเซน จึงต้องการปกปิดข้อมูลโดยชักใยเรื่องนี้ขึ้นมา



ปัญหาการเมืองในเขมรที่ฮุนเซนต้องการกลบ

ตั้งแต่เรื่องเขตแดนด้านตะวันออกของกัมพูชาซึ่งติดเวียดนาม ปัจจุบันชาวเวียดนามรุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินเขมร ไม่ใช่ปัญหาที่ทับซ้อน แต่เป็นการถอนหลักที่ปักอยู่ขยับกินเข้ามาในพื้นที่ของเขมรตลอด

อุปนิสัยของเวียดนามเป็นคนสามัคคี พอเขารุกเขมรกลัว ก็ย้ายหนี เวียดนามก็ขยับกินแดนเข้ามาเรื่อยๆ

ฝ่ายค้านโดย สม รังสี พยายามคัดค้านและพูดว่าเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไข

ขณะที่ฮุนเซน ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเวียดนามช่วยเขาให้ได้เป็นนายกฯ จึงต้องการกลบเรื่องนี้ เพราะช่วงสงครามกลางเมือง ฮุนเซน เป็นเขมรแดงที่หนีออกจากเขมรก่อนที่เวียดนามจะยกทัพ 14 กองพลเข้าตีเขมร

จุดสำคัญอีกคือตรงไหนที่เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เช่น รอบๆ ทะเลสาบ ฮุนเซนก็พยายามส่งชาวเวียดนามเข้าไปอยู่ คนเขมรไม่ชอบแต่ก็ไม่มีบทบาทที่จะลุกขึ้นมาต่อต้าน

ยังมีเขตทับซ้อนทางทะเล แหล่งพลังงานธรรมชาติ มีคูเวต ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอาจมีอเมริกา ร่วมกันสำรวจพบมีก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมหาศาล

ถึงขนาดมีการพูดกันว่าอีก 5 ปี เขมรจะเป็นผู้ส่งออกน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย

ซึ่งพื้นที่เลยเกาะกงตรงนี้ติดกับไทย ดังนั้น จึงรู้ใช่ไหมว่าทำไมพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงไปเขมร อาจมองเห็นเรื่องนี้ ขณะที่ไทยก็ต้องคิดดูเพราะมีทั้งข้อดีและไม่ดี


บุญเรือง คัชมาตย์




ฝ่ายไทยระบุแหล่งพลังงานธรรม ชาติอยู่ในพื้นที่ของไทยมากกว่าเขมร การตกลงเรื่องผลประโยชน์วันนี้จึงยังไม่จบ

ฝ่ายเขมรก็อ้างว่าอยู่ในพื้นที่ของเขามากกว่า ปัญหาของเรื่องนี้ที่ยังไม่จบคือต่างคนต่างแย่งแก่ง มีโอกาสต้องรอมชอม



มีการพูดกันว่าช่วงเป็นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณได้ผลประโยชน์จากตรงนี้ด้วย

ผมว่าก็น่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ยังเคยสร้างถนนจากจ.ตราดไปเกาะกง

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการพิจารณาคดีของเขมรแดงที่พิจารณาไม่ได้ การสืบสวนสอบ สวนทำไปก็เจอตอ คดีไม่มีความคืบหน้า การดำเนินคดีจึงลักลั่น

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่ รัฐ มนตรีในรัฐบาลกัมพูชาหลายคน และคนที่ใหญ่กว่าฮุนเซน คือเจีย ซิม ประธานวุฒิสภา ก็มาจากเขมรแดงสายเวียดนามกลุ่มเดียวกับฮุนเซน เวียดนามตั้งขึ้นมาทั้งนั้น เป็นการซ้อนแผนเขมรแดงของเวียดนาม

ประเด็นที่เป็นปัญหาของเขมร เรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยเป็นข่าวปรากฏ แต่ในเว็บไซต์มีการพูดถึง



ฮุนเซน ก็ไม่น่าไว้ใจ เพราะยืมมือเวียดนามก่อนขึ้นเป็นใหญ่

ผมว่าดีไม่ดี พ.ต.ท.ทักษิณจะโดนหลอก หรือเป็นคนที่เจ็บช้ำที่สุดในโลกก็ได้ หรือไม่แน่ ฮุนเซนอาจถูกพ.ต.ท.ทักษิณใช้ แต่อย่าลืมว่าคนที่อยู่เหนือฮุนเซนคือเวียดนาม

จงเข้าใจว่าเขาจะไม่ยุติการขยายดินแดน หรือโดมิโนของโฮจิมินห์ คือการยึดครองเขมร ลาว ไทย มาเลเซีย

ลุงโฮบอกว่าสูเจ้าจงมองไปด้านทิศตะวันออก มองไปให้ไกล ณ ที่นั่น เอาตะเกียบไปปักดินไม้ไผ่ก็ขึ้นแล้ว

นั่นแสดงว่าดินแดนเขมร ไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ที่ผมฝังใจเรื่องนี้เพราะเวียดนามเขาไม่เคยลืม มีการเรียนการสอนทฤษฎีเหล่านี้ในโรงเรียน

ผมคลุกคลีกับเขมร เวียดนามรู้วิถีชีวิตของเขาอย่างดี ในช่วงเวียดนามตีเมืองจำปา ยึดครองเขมรตะวันออกบางส่วนเรื่อยมา และเขาขยับมาเรื่อย

ขณะที่ในลาว เวียดนามก็เดินนโยบายเต็มอัตราศึก เดี๋ยวนี้ในเวียงจันทน์ จะเห็นหนังสือเวียดนามวางขายมากขึ้น เพราะมีคนเวียดนามเข้ามามีอำนาจในวงการบริหาร วงการการศึกษาของลาว

หนังสือของลาวทุกวันนี้ก็มีที่โจมตีไทย บางเล่มเขียนถึงไทยเขาเรียกว่าศักดินาสยาม



บรรยากาศบ้านเมืองเขมรต่อปัญหาไทย-เขมร

คนเขมรส่วนหนึ่งนิยมเวียดนาม ไม่เข้าใจคนไทยก็มี จึงมี 2 พวก 2 กลุ่ม จึงอยากให้รัฐบาลไทยเดินรุกเข้าเขมรให้มากกว่านี้ ขณะเดียวกันวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏของเราก็คนเขมรเข้ามาเรียน

ขณะนี้มีการปลุกกระแสรักชาติ

ปลุกขึ้นแน่ เพราะคนธรรมดาเขาจะจูงไปอย่างไรก็ไปได้ง่าย แต่ผลประโยชน์ของชาติไม่ดีเลย การปลุกกระแสจะยิ่งเกิดความขัดแย้งกันมากขึ้น ควรให้อยู่ในความสงบก่อน อย่างเหลือง จะออกมาประท้วงปัญหาก็เริ่มแล้ว

คนที่ไม่รู้เรื่องไปร้อนในสิ่งไม่รู้เรื่อง ผู้เสียหายคือประเทศชาติ รัฐบาลต้องรอบคอบกว่านี้



ประวัติและผลงานอ.บุญเรือง

นักธรรมชั้นเอก, เปรียญตรี. (เปรียญธรรม 3 ประโยค) พธ.บ. (พุทธศาสตรบัณฑิต; สาขาเอเชียอาคเนย์) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ศศ.ม. (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต; สาขาเขมรศึกษา) มหาวิทยาลัยศิลปา กร อดีตเป็นล่ามให้กับเจ้าหน้าที่สถานทูตและทหารกองรบพิเศษสหรัฐอเมริกา ที่ 42 อดีตครูฝึกอบรมวิชาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน องค์การบรรเทาทุกข์ชายแดนแห่งสหประชาชาติ

แปลพระราชนิพนธ์ เรื่อง "พระชนก" ฉบับภาษาไทยเป็นภาษาเขมร เขียนหนังสือเกี่ยวกับเขมรหลายเรื่อง เช่น บันทึกความทรงจำ "สงครามล้างเผ่าพันธุ์ และศูนย์อพยพเขมรในประเทศไทย" และยังแปลหนังสือเขมร เช่น พระราชพงศาวดารเขมร ปัจจุบันเป็นผู้ชำนาญการภาษาเขมร และอาจารย์พิเศษ มหาวิทยา ลัยราชภัฏสุรินทร์

ทัศนคติอันตราย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกยึดอำนาจจากทหาร ก็ด้วยความเป็นคนมี "ทัศนคติอันตราย"

จนกองทัพมองว่าขืนปล่อยให้พ.ต.ท.ทักษิณมีอำนาจต่อไป คงไม่เป็นการดีต่อสถาบันเบื้องสูง

เพราะเขามีการแสดงออกบางประการ ที่พานให้คนหลายๆ คน มองไปในทางร้าย

จนเมื่อหลุดจากอำนาจ ต้องเร่ร่อนอยู่ในต่างแดน พ.ต.ท.ทักษิณก็พยายามชี้แจงเป็นระยะ

ว่าตนมีความจงรักภักดีเสมอมา

แต่ขณะที่ปากพูดเช่นนั้น เกมการเมืองของเขาก็เล่นแบบ "คาบลูกคาบดอก"

เช่น ตั้งตาตั้งหน้าโจมตีไปถึงประธานองคมนตรี

ทั้งแสดงออกผ่านคำพูดกร้าวๆ ทั้งแสดงออกผ่านม็อบเสื้อแดง

การเคลียร์ตัวเองว่าจงรักภักดี จึงไม่ค่อยก้าวหน้า

เหมือนปากพูดอย่าง แต่ใจคิดอีกอย่าง?

ล่าสุด ดูเหมือนพ.ต.ท.ทักษิณจะถลำลึกไปอีกไกล

เมื่อหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อังกฤษ Times Online แพร่คำสัมภาษณ์พิเศษพ.ต.ท.ทักษิณออกมาทั่วโลก

แล้วจากฉบับย่อสั้นๆ ก็กลายเป็นฉบับเต็ม 12 หน้า หลังโดน พ.ต.ท.ทักษิณปฏิเสธคำสัมภาษณ์และประณามใส่

ไม่มีสื่อมวลชนใดในเมืองไทย กล้าแปลคำสัมภาษณ์นี้ออกมาเผยแพร่!

เพราะดีกรีคำพูด หมิ่นเหม่อย่างน่ากลัว

พ.ต.ท.ทักษิณเอ่ยถึงในหลวง ราชินี พระบรมฯ ที่ไม่เหมาะสม

ทั้งคำตรงๆ ตามตัวหนังสือ

และทั้ง "ความระหว่างบรรทัด" ที่ผู้อ่านสามารถตีความเข้าใจได้

ตอกย้ำ "ทัศนคติอันตราย" อีกหน

เมื่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ Times ดังกระหึ่มเมืองไทย

พ.ต.ท.ทักษิณคงเห็นแล้ว คราวนี้ "งานเข้า"

จึงชิงกล่าวขอพระราชทานอภัยโทษอย่างไม่รอช้า

แล้วก็นั่งยันยืนยันถึงความจงรักภักดีของตน

นอกเหนือจากการพาดพิงสถาบันแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณยังโดน "ต้อน" จากนักข่าวฝรั่งผู้สัมภาษณ์ด้วย

เพราะนายคนนี้ดันจำคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณได้ เคยประกาศต่อ ม็อบคนเสื้อแดงช่วงสงกรานต์เลือด

บอก "เสียงปืนแตก" เมื่อไร จะกลับเข้าไทยทางชายแดนทันที เพื่อมาเป็นผู้นำม็อบเอง

เพราะเรื่องนี้ในตอนนั้น ก็มีคนมองว่าพ.ต.ท.ทักษิณเว่อร์เกิน

พูดกระตุ้นชาวบ้านให้ฮึกเหิมระหว่างการชุมนุม จนเกินความจริง!

ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ต้องขอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน

อย่างไรก็ดี มีสิ่งที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับพ.ต.ท.ทักษิณบ้าง

เห็นจะเป็นคำพาดหัวของบทสัมภาษณ์นี้ ที่ฟังดุเดือดรุนแรงสุดๆ

มีลักษณะของการ "ตีความ" คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ นำมาประ ดิษฐ์เป็นคำพาดหัวอีกที

ซึ่งในเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนไทยแล้ว ไม่บังควรกระทำเช่นนี้

นอกจากคนไทยรู้สึกระคายเคือง คนให้สัมภาษณ์เอง ก็รู้สึกว่ามีการประโคมดีกรีข่าวให้แรงๆ เข้าไว้

เพราะความจริงตามตัวหนังสือ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดเช่นนั้น

มันเป็น"ความระหว่างบรรทัด"

MOUขายชาติ??

ที่มา เดลินิวส์

เชื่อแล้วว่า กระบวนคน หาเรื่องใส่ตัว หาเหาใส่หัว ไม่เคยมีใครเกินคนชื่อ ทักษิณ จริง ๆ ตามปกติการให้สัมภาษณ์นั้น คนจะให้สัมภาษณ์สามารถถามหัวข้อนักข่าวได้อยู่แล้ว จะคุยกันประเด็นไหนหรือ

หาก ไทมส์ออนไลน์ บอก มีหัวข้อ พาดพิงสถาบันเบื้องสูง ก็สมควรตอบ ปฏิเสธไป หรือ แม้แต่ระหว่างสัมภาษณ์ นักข่าวแวบเข้าเรื่องสถาบัน คนถูกสัมภาษณ์ ก็มีสิทธิเต็มที่ ปฏิเสธไม่พูดได้

บอกไปเลย สถาบันหลัก อยู่เหนือการเมือง คนไทยทุกคนย่อมรู้ดี อะไรควร ไม่ควร

เกิดเรื่องขึ้นแล้วจะว่า เขาพาดหัวผิด หรือ จตุพร พรหมพันธุ์ มาอ้าง มีคนไทย 2 คน บินไปนิวยอร์ก แล้วเล่นเกม วางแผน นำไปบิดเบือนก็ฟังไม่ขึ้น โทษตัวเองแหละดีสุด ตายเพราะปาก อีกแล้ว คุ้มกันหรือ

รู้ทั้งรู้ ตัวเองมีจุดอ่อน เรื่องความจงรักภักดี ถูกหยิบเอามาเล่นงานไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมไม่เข็ดหลาบ ลงเอยทีไร พังพาบทีนั้น ลำพังตัวเองตายน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก

แต่พลอยทำให้พรรคการเมืองที่ตัวเองปลุกปั้น คนสู้เพื่อประชาธิปไตย พลอยรับผลสะเทือนไปด้วย ทั้งที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจเลย มันสมควรแล้วหรือ ???

เรื่องนี้เข้าทาง ปชป. ที่จะเอามาขยายผลต่อ ตอกย้ำที่จุดอ่อน เรื่องความจงรักภักดี แต่นั่นแหละ ระวังจะกลายเป็นเอาสถาบันมาหาผลประโยชน์ให้ตัวเองก็แล้วกัน สำเหนียกกันไว้บ้าง

อย่าจงรักภักดีแต่ปาก

วันอังคารที่ผ่านมา ทักษิณ ก็ไปกัมพูชาแล้ว โดยเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัว มี สมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชามารอรับถึงสนามบิน และวันนี้ พฤหัสบดี ทักษิณ จะไปพูดกับนักธุรกิจกัมพูชากว่า 300 คน

เดาได้ล่วงหน้า รัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธส่งตัวทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนแน่ รัฐบาลมาร์คทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะเป็นอธิปไตยของเค้า ที่ทำได้ คือ มติ ครม. 10 พ.ย. ฉีกทิ้งบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนในไหล่ทวีปทางทะเล 2.6 หมื่นตร.กม. ซึ่งเชื่อว่าอุดมด้วยแก๊สธรรมชาติ

ลงนามสมัยรัฐบาลทักษิณ แต่ริเริ่ม สมัย ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ

MOU ฉบับนี้ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.การต่างประเทศ ยืนยันเป็นแค่ข้อตกลงว่า ไทยและกัมพูชา จะริเริ่มเจรจาเรื่องผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนในทะเล ยังไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนเลย 8 ปี ทำได้แค่นั้น

เลิกก็เลิกสิ!!!

แต่เหนืออื่นใด MOU นี้ ดร. สุรเกียรติ์บอก ไทยเสนอเป็นแพ็กเกจ หากจะเจรจาผลประโยชน์ทางทะเล ต้องเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางบกด้วย (รวมทั้ง 4.6 ตร.กม.) และให้ยึดหลักเขตแดนที่เป็นกฎหมายสากล

แสดงว่าบันทึกนี้เป็นผลดีต่อไทย ก็ปราสาทพระวิหาร ที่ไทยแพ้คดีในศาลโลก ก็เพราะใช้แผนที่ฝรั่งเศส 1 ต่อ 200,000 ตร.กม. นี่ล่ะ หากเขมรยอมรับ ก็เท่ากับต่อไปจะใช้ “สันปันน้ำ” แทน ซึ่งไทยสู้มานานแล้ว

หรือจะเหมาว่า ดร.สุรเกียรติ์ ขายชาติ อีกคน !!!

แล้วทำไมบันทึกช่วยจำ หรือ MOU ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ตอนเป็น รมช.การต่างประเทศ ไปลงนาม 14 มิ.ย. 2543 ยอมรับอัตรา 1 ต่อ 200,000 ตร.กม. ทำไมไม่ยกเลิกด้วย เก็บไว้ทำไมเล่า ???

แกนนำพันธมิตรฯที่เข้าพบนายกฯ ที่ทำเนียบฯ เย้ว ๆ ให้จัดการเขมรขั้นเด็ด ขาด ก็จี้ให้ยกเลิก MOU ฉบับนี้ ด้วย กล่าวหา ปชป.ขายชาติ มาแล้วไม่เจ็บปวดบ้างรึ.

ดาวประกายพรึก

ข่าวลือ-ข่าวร้าย

ที่มา ไทยรัฐ

ชักจะเลยเถิดกันไปใหญ่ เมื่อรัฐบาลใช้อาวุธไม้ตาย รักชาติ รักสถาบัน เข้าต่อกรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การเมืองก็เลยเข้มข้นขึ้นทันตาเห็น กระตุ้นเกมการเมืองให้เพิ่มดีกรีความร้อนแรงอีกกระทอก และดูเหมือน จุดอ่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะอยู่ที่ความรักชาติและสถาบันนี่แหละ

การหยิบยกเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ ไทม์สออนไลน์ เอาไว้เปิดเกมโดยสื่อพันธมิตรฯ กษิต ภิรมย์ รับลูกออกแถลงข่าวใหญ่โต รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับลูกอีกต่อ สั่งการเอาเรื่องเอาราวให้ถึงที่สุด

ได้ผลเบื้องต้นคะแนนนิยมทักษิณหล่นลงมาทันตาเห็นรัฐบาลได้คะแนน พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องร่อนแถลงการณ์ชี้แจงไม่ได้มีเจตนาให้สัมภาษณ์หมิ่นสถาบัน เป็นเพราะการพาดหัวข่าวของไทม์สต่างหาก

ผู้บริหารไทม์สก็เลยต้องชี้แจงพร้อมนำต้นฉบับการให้ สัมภาษณ์มายืนยันตามระเบียบ โกโซบิ๊ก จากน้ำผึ้งหยดเดียวตอนนี้จะเป็นสงครามกลางเมืองให้ได้

สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันสูงสุดที่ คนไทยหวงแหน ใครจะมาแตะต้องไม่ได้ แต่ฝรั่งจะเข้าใจวัฒนธรรมเราหรือเปล่าเป็นอีกเรื่อง

พูดกันตรงไปตรงมา มีนิตยสารสื่อสิ่งพิมพ์หรืออินเตอร์เน็ตต่างประเทศหรือบางขบวนการที่ลงภาพลงข่าวเกี่ยวข้องกับสถาบันอย่างมิบังควร คนไทยได้เห็นข่าวเหล่านี้ทั้งเจ็บทั้งโกรธ

เพราะนี่คือสิ่งที่คนไทยเคารพเทิดทูนมากที่สุดในชีวิต

สิ่งที่เราคนไทยช่วยกันได้ก็คือ ช่วยกันปกป้องสถาบันไม่ให้มัวหมอง เพราะเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่เอาข่าวทำนองนี้มาขยายความเพื่อประโยชน์ทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง

จะยิ่งเป็นการซ้ำเติม

ข่าวที่ได้ยินมาหนาหูขึ้นทุกวัน สถาบันกองทัพเฝ้าจับตาดูวิกฤติการเมืองที่เละเทะ มาตลอด ซึ่งบางครั้งกองทัพก็เข้าไปแปดเปื้อนด้วย จนทำให้ภาพพจน์ของกองทัพแย่ลง

มี นายทหารยังเติร์ก หลายคนไม่พอใจกับวิกฤติบ้านเมืองที่ตกต่ำสุดขีดขณะนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่กระทบถึงสถาบันและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

คิดจะทำอะไรอยู่ในใจ

ความเหล่านี้ได้ยินไปถึงหูของผู้อาวุโสในกองทัพ ก็เลยคิดจะตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ชิงลงมือทำก่อน ส่วนจะจบหรือไม่จบ จะสะเด็ดน้ำหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่อง

คุยกันในวงสนทนาการเมืองชนิดไม่เลือกข้าง ตั้งคำถามยอดฮิตว่า เหตุการณ์บ้านเมืองจะลงเอยอย่างไร เสียงส่วนใหญ่ตอบว่าน่าจะจบที่ปลายกระบอกปืนอีกครั้ง ก็มีเสียงข้างน้อยแย้งว่าจะจบหรือหนักกว่าเดิม เมื่อถามหาทางออกกันอีกครั้งทุกคนส่ายหัว ถึงทางตัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด.

หมัดเหล็ก

รอยร้าวตามอุดให้ทัน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_46167

เอาหัวโขกโต๊ะทำโทษตัวเองไปแล้ว

ไม่รู้จะไถ่โทษได้แค่ไหน กับคิวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สารภาพผิดออกอากาศทางสถานีดีสเตชั่น กรณีให้สัมภาษณ์ "ไทม์สออนไลน์" หมิ่นเหม่กระทบเบื้องสูง

ยอมรับว่า "พลาด" เต็มปากเต็มคำ

ลงทุนสาบานให้ตายกันข้าง ท้าให้กระทืบ ถ้ามีจิตใจเบื้องลึกไม่จงรักภักดี

"ทักษิณ" น่ะพลาดแล้วเห็นๆ แต่ปัญหาอยู่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะฉวยจังหวะเร่งแซงขึ้นนำได้หรือเปล่า

ในสถานการณ์เครื่องรวน นอตหลวมเต็มแก่


ตามข้อมูลวงใน นับแต่วงแตกแยกทางกันเพราะคิวหัก "สัญญาณพิเศษ" นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ร่อนใบลาออกจากเก้าอี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ "นิพนธ์" ก็ไม่เคยพูดกับคนชื่อ "อภิสิทธิ์" อีกเลย

และโดยสถานภาพความสัมพันธ์ที่เปราะบาง ก็โยงไปถึงน้องเขยของนายนิพนธ์อย่าง "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ที่กำลัง "โดดเดี่ยว"

เป็นตัวล่อเป้าของคนพรรคเดียวกันอยู่ในประชาธิปัตย์


วันนี้ยังเจอกับรายการเตะตัดขา เกมเลื่อยเก้าอี้จากทีมงาน "วอลเปเปอร์" รอบข้างนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ได้รับซิก ยักคิ้วหลิ่วตาให้ปีนเกลียว "เทพเทือก"

ทอนพลังอำนาจกันทุกจังหวะ

เอาเป็นว่า ถ้า "เทพเทือก" เซ็งถึงขีดสุดทนเมื่อไหร่ หนีอาถรรพณ์ยี่ห้อประชาธิปัตย์ไม่พ้น คนเป็นเลขาธิการพรรคต้องมีอันเป็นไป บทจบสุดท้ายพรรคแตกระหกระเหิน

ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้า "เทพเทือก" จะล้มโต๊ะตัดญาติกับ "อภิสิทธิ์"

หันไปแท็กทีมกับเพื่อนสนิทต่างพรรคอย่างนายเนวิน ชิดชอบ สานขั้วอำนาจใหม่ ในทีมภูมิใจไทย


จากร่องรอย "สนิมเนื้อใน" พรรคประชาธิปัตย์ หันไปสำรวจรอยร้าวในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล

ชัดเจน รอยปริแยกแตกห่างขึ้นทุกวัน กับคิว "ผูกปิ่นโตเกาเหลา" ระหว่างนาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ กับ "เจ๊วา" นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทย โควตาทีมมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

จ้องฟัดกันทุกช็อต ไม่เว้นทั้งเรื่องข้าวเจ้า ข้าวโพด มันสำปะหลัง

กลายเป็นอารมณ์จงเกลียดจงชังซะมากกว่าจะมองเป็นเรื่องการทำงานทีมเวิร์ก

บังเอิญคิวนี้ "เนวิน" ไม่ได้เกี่ยวโดยตรง


แต่ที่เกี่ยวโดยตรงกับครูใหญ่ของค่ายภูมิใจไทยเลย ตามข่าววงในว่ากันว่า ไฟเริ่มจากคิวเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ตำบลด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา ต่อเนื่องกับคิวเหมากฐินหลง 239 วัด ในเมืองโคราช ที่ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี บอสใหญ่ค่ายเพื่อแผ่นดิน เปิดปฏิบัติการกระตุ้นกระแส ชิงฐานเสียง

โชว์ศักยภาพความเป็น "กระบี่มือหนึ่ง" ในเมืองย่าโม

โดยจังหวะไปเหยียบตาปลาเต็มๆกับนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย จากค่ายภูมิใจไทย ในฐานะลูกน้องเก่า อดีตเด็กปั้นของว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์เอง ที่กำลังถีบตัวเองขึ้นมาเป็น "ขาใหญ่" ในจังหวัดนครราชสีมา เหมือนกัน

งานนี้เลยต้อง "ถอน" ไม่ยอมให้ฝังรากกันง่ายๆ

และด้วยดาบ มท.2 ที่มีอยู่ในมือ "บุญจง" ฟันแหลก ไม่ไว้หน้า "ไพโรจน์"


เล่นแบบฟัดไม่เลิก จากปมเล็กๆในพื้นที่โคราช ก็กำลังบานเป็นแผลใหญ่ คีย์แมนพรรคเพื่อแผ่นดินเริ่มเหล่สายตาไปที่ครูใหญ่อย่างเนวิน ที่ปล่อยให้เด็กในคาถาอย่างนายบุญจง ชกข้ามรุ่นลามปาม "ไพโรจน์" ในฐานะอดีตกลุ่ม 16 ร่วมก๊วนกับ "เนวิน"

ขอกันกินดีๆไปแล้วหลายรอบ ก็ยังไม่เป็นผล

งานนี้คีย์แมนเพื่อแผ่นดินเลยส่งสัญญาณเข้มๆพร้อมหักเป็นหัก โยนบทตัดสินใจยากไปตกอยู่ที่ครูใหญ่อย่าง "เนวิน" ถ้าเลือกถือหางลูกน้อง ก็ต้องขัดข้องหมองใจกับเพื่อน

กระเทือนไปถึงยุทธศาสตร์การแตะมือเป็นพันธมิตรฯเพิ่มอำนาจต่อรองในรัฐบาล

ทั้งหมดทั้งปวง โดยร่องรอยอาการเปราะบางในพรรคประชาธิปัตย์ เอง รวมไปถึงรอยปริแยกในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล

หลายจุดที่ต้องตามอุด น่าจะไม่ทัน

แม้โดยเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ร่วมของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลอยากกอดคอสานผลประโยชน์กันไปเรื่อยๆ

หนีผี "ทักษิณ" ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

แต่โดยธรรมชาติของนักการเมือง เมื่อผลประโยชน์ขัดขาก็อยู่กันยาก

ยังไงก็หนีวงแตกไม่พ้น.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน