WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 13, 2009

"สมชาย"ขยายความ "แม้ว-ฮุนเซน"คุยกันทั้งคืน

ที่มา ข่าวสด

ลับพอสมควร

ศันสนีย์ โตสวน รายงาน




หลังควง เจ๊แดง- เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ บินไปพบเสี่ยแม้วถึงกรุงพนมเปญ

กลับถึงกรุงเทพฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถือโอกาสเปิดบ้านพักในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ ย่านแจ้งวัฒนะ

นัดเลี้ยงข้าวเย็น ส.ส.เพื่อไทย กว่า 50 ชีวิต

ระหว่างกินข้าวก็เล่าบรรยากาศเสี่ยแม้วพบกับฮุนเซนให้ส.ส.ฟัง เป็นการเรียกน้ำย่อย

ก่อนส.ส.เพื่อไทยจะยกคณะเดินทางไปพบเสี่ยแม้ว

สุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ที่นั่งอยู่ในวงสนทนา เม้าธ์ต่อกับนักข่าวทันที

"นายกฯ กัมพูชา เปิดบ้านพักรับรองจัดสำรับทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารไทย ต้อนรับท่านทักษิณอย่างดี"

ถามว่าแล้วอดีตนายกฯ เป็นอย่างไรบ้าง?

เสี่ยสุชาติบอกเท่าที่ฟังน้องเขยท่านเล่าให้ฟัง

"ท่านทักษิณดูอารมณ์ดี หน้าตาแจ่มใส"

"วันแรกที่เจอกัน ฮุนเซนยังพักที่บ้านรับรองกับท่านทักษิณด้วย อยู่คุยกันถึงตีหนึ่งตีสอง"

"รอบๆ บ้านมีรปภ.ตรวจดูความเรียบร้อย 24 ชั่วโมง"

แล้วทักษิณคุยกับฮุนเซนเรื่องอะไร

เสี่ยสุชาติหยุดคิดก่อนตอบ

"เป็นเรื่องทั่วๆ ไป ส่วนที่เป็นข่าว นายกฯ กัมพูชาก็บอกว่าไม่ได้มีปัญหากับเรา"

ถ้ามีปัญหาจะขนาดไหน?

ผลงานพันธมิตร

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




หุ้นรัฐบาลประชาธิปัตย์กระเด้งพรวดพราดขึ้นทันตาภายหลังใช้มาตรการ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" กับรัฐบาลกัมพูชาของนายกฯ ฮุนเซน

ที่ดันทะเล่อทะล่าประกาศตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษารัฐบาลและที่ปรึกษาส่วนตัว

คะแนนนิยมของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เดิมเคยเบียดบี้ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะกับพ.ต.ท.ทักษิณ

เลยพุ่งแรงแซงห่างฝ่ายหลังไปหลายช่วงตัว

รวมถึงกรณีบทสัมภาษณ์ "ไทมส์ออนไลน์"

กว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะรู้ว่าตัวเองเดินหมากผิดพลาดจนต้องมาตายเพราะปาก

ก็สายเกินไปเสียแล้ว

รัฐบาลประชาธิปัตย์ฉวยโอกาสฟันกำไรจากความผิดพลาดของทักษิณครั้งนี้ไปเต็มๆ

อย่างไรก็ตามถึงแม้ที่ผ่านมา 10 เดือนเศษ

พรรคประชาธิปัตย์โดยนายอภิสิทธิ์ จะรื้อทำลาย "หุ้นส่วน" การเมืองไปเป็นจำนวนมาก

แต่ที่ยังเหนียวหนึบไม่ไปไหนจนถึงปัจจุบัน

คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

โดยเฉพาะกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่

ที่เพิ่งตั้งโต๊ะแถลงข่าวจัดการชุมนุมใหญ่วันที่ 15 พ.ย.นี้

กลุ่มพันธมิตรฯ นั้นมักนำคำว่า "จงรักภักดี" มาเคลื่อนไหวเป็นประโยชน์กับตัวเองเสมอมา

และใช้คำเดียวกันนั้นในการทำลายศัตรูคือพ.ต.ท. ทักษิณ

กับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างนายกฯ ฮุนเซน

ก็เคยถูกกลุ่มพันธมิตรฯ ลากขึ้นไปกระทืบด้วยคำพูดบนเวทีจนยับเยินมาแล้วสมัยประเด็นปราสาทพระวิหารกำลังฮอตๆ

ครั้งนี้ก็เช่นกันในจังหวะที่ "ทักษิณ-ฮุนเซน" เผลอกระโดดเอาหัวโขกกันเองในสนาม

จนลูกบอลปลิ้นมาเข้าทางรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ง้างเท้ารออยู่แล้ว

ทำให้โกยคะแนนความดีความชอบไปคนเดียว

แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่

เลยต้องออกมาจุดพลุนัดชุมนุมใหญ่เพื่อแสดงความมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของผลงาน

กระทืบซ้ำ "ทักษิณ-ฮุนเซน"

โดยแกล้งลืมเหตุการณ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ใครยกพวกนับพันคนบุกไปทวงพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารจากประเทศกัมพูชา ที่บ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ

กระทั่งเกิดเหตุปะทะกับชาวบ้านคนไทยด้วยกันเองถึงขั้นเลือดตกยางออก

นั่นแหละคือผลงานม็อบพันธมิตรฯ ในประเด็นเกี่ยวกับกัมพูชาที่แท้จริง

โลกวันนี้

ที่มา ไทยรัฐ

ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย.นี้ จะมีการประชุม สุดยอดผู้นำเอเปค ที่ประเทศสิงคโปร์ งานนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะผู้นำคนสำคัญของโลกจะเดินทางมาร่วมประชุมด้วยหลายคน หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ว่ากันว่าโอบามากำลังจะสร้างบทบาททางด้านความมั่นคง ในฐานะประเทศผู้นำ เวทีประชุมผู้นำเอเปคถูกจับตาว่าโอบามาจะแสดงท่าทีต่อประชาธิปไตยในประเทศพม่าอย่างไร

มีเสียงเรียกร้องให้กดดันพม่าเพื่อปล่อยตัวอองซาน ซูจี

ไม่ลำพังสหรัฐฯเท่านั้น ประเทศผู้เข้าร่วมประชุมอื่นๆก็พลอยถูกกดดันให้มีความเห็นสอดคล้องกับสหรัฐฯไปด้วย ตามเนื้อผ้า สหรัฐฯเข้ามามีบทบาทในเอเชียมากขึ้น หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หลังมีปัญหาเรื่องของการก่อการร้ายสากล ประเทศในแถบเอเชียถูกจับตาเป็นพิเศษ

เพราะความไม่ค่อยจะเป็นสากลหรือ ไม่ค่อยจะมีมาตรฐานอะไรก็แล้วแต่ ในภูมิภาคนี้ถูกมองจากตำรวจโลกว่าเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่างๆ

รวมทั้งเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดความผันผวนมากที่สุดในภูมิภาคนี้เช่นกัน ดังนั้น สหรัฐฯจึงต้องการเข้ามามีบทบาทให้มากขึ้น ทั้งนี้ ไม่ใช่เพราะมีเจตนาที่จะมาแสวงหาอำนาจในย่านนี้มากขึ้น หรือจะเป็นคู่แข่งสำคัญกับประเทศยักษ์ใหญ่ อย่างประเทศจีน

แต่เป็นเพราะต้องการจะทุเลาปัญหาความมั่นคงและ เศรษฐกิจโลกมากกว่า

ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายอีกต่อไป แต่รวมกันแสวงหาผลประโยชน์มากกว่า การเอารัด เอาเปรียบจากประเทศยักษ์ใหญ่จึงสะดวกและราบรื่น

สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ถูกเข้ามา แทรกแซงทางด้านเศรษฐกิจและการให้ความช่วยเหลือ มากกว่าที่จะสนับสนุนเรื่องของอาวุธหรือยุทธศาสตร์การรบ

เพราะเชื่อว่าโลกในอนาคตจะศิวิไลซ์มากขึ้นกว่าที่จะมารบราฆ่าฟันกันอย่างไม่มีเหตุผล การฝึกรบร่วมกับสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ดูจะเบาบางลงมาก และถ้ามองโลกให้กว้างขึ้น การทำสงครามยังเหลือไม่กี่ประเทศบนโลกนี้ ในตะวันออกกลางก็น้อยลง ย่านนี้ก็มีเกาหลีเหนือที่กำลังถูกบอยคอต สุดท้ายสะสมกำลังอาวุธไว้ก็ไม่รู้จะไปรบกับใคร เพราะไม่มีใครอยากรบด้วย

เพราะฉะนั้นการเกิดสงครามหรือการสู้รบในปัจจุบัน จะถูกชาวโลกมองว่า เป็นประเทศที่ยังไม่พ้นความป่าเถื่อน เป็นประเทศที่ล้าหลังทางประชาธิปไตยและด้อยพัฒนาเกรดต่ำ

ระหว่างไทยกับกัมพูชายิ่งตะเบ็งกันไปเท่าไหร่ เรื่องของการไล่ล่าทักษิณกระเหี้ยนกระหือรือเท่าไหร่ก็ยิ่งประจานตัวเองเท่านั้น ยังภาวนาอยู่ว่าอย่ามีใครเอาเรื่องขายหน้าเหล่านี้ไปหารือในวงประชุมเอเปคเลย

แค่นี้ก็ต้องเอาปี๊บคลุมหัวแล้ว.

หมัดเหล็ก

ทุบไม่ลงไม่ให้เลือกตั้ง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_46359
ก็ขนาดเจ้าตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังออกตัวเองเลยว่า เรียนจบในเมืองไทย เพิ่งมีโอกาสไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาตอนเรียนปริญญาโท

ภาษาอังกฤษเลยไม่ค่อยแข็งแรง


โดยความแม่นเรื่องสำนวนภาษา ไม่มีทางสู้นักเรียนอังกฤษอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ไปเรียน "อีตัน" ตั้งแต่เด็ก ก่อนจบมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

เติบโตมาในถิ่นผู้ดีแทบจะกลืนเป็นเนื้อแท้

และที่แน่ๆ "ทักษิณ" อาจไม่รู้ แต่ว่ากันในหมู่คนวงในพรรคประชาธิปัตย์ ขนาดตอนสนทนากับ "เดอะวอลเปเปอร์" นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา คนสนิท ที่จบจากอังกฤษเหมือนกัน คู่หูยังสปีกอิงลิชกันเป็นไฟ

พูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา นัยว่าคนขับรถไม่มีทางรู้ คุยความลับอะไรกัน

ทั้งหมดทั้งปวง มันเป็นอะไรที่ต้องยอมรับกัน โดยความน่าเชื่อถือ ความแม่นในสำนวนภาษาอังกฤษยังไงก็ต้องอยู่ที่ "อภิสิทธิ์"

ฉะนั้นก็ป่วยการเปล่า กับคิวที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย แบไต๋ พรรคมีแนวคิดแปลบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ให้สัมภาษณ์ "ไทม์สออนไลน์" ออกแจกจ่าย เพื่อให้เกิดความกระจ่าง

เนื้อแท้แล้วอดีตนายกฯทักษิณต้องการสื่ออะไร

หรือการที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช. ออกหน้ามาช่วยการันตี กลุ่มคนเสื้อแดงได้แปลความหมายคำพูดของอดีตนายกฯทักษิณที่ถูกต้องออกมาแล้ว พบว่า ไม่มีคำพูดใดไปหมิ่นเบื้องสูง

ดิ้นยังไง "นายใหญ่" ก็แต้มเป็นรอง

ดีไม่ดีจะเข้าเนื้อ อย่างที่ พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ออกมาเตือนล่วงหน้า หากต้นฉบับเข้าข่ายหมิ่นเหม่ แล้วมีคนเอามาแปลตามนั้น และเอามาเผยแพร่ บุคคลนั้นก็มีความผิด ทั้งหมิ่นและเผยแพร่

เดี๋ยวจะยิ่งเฉียดคุกเข้าไปใหญ่

โดยเกมไหลมาถึงตรงนี้ ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ ต้องถือว่า "นายใหญ่" พลาดเข้าทางของฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยที่ดักตะลุมบอน


ทุบจุดอ่อน "ไม่จงรักภักดี" ขยายปมด้อย "ตัวเป็นไทยใจเขมร"

กระทืบ "ทักษิณ" ให้จมธรณี


ก็อย่างที่ฝ่ายคนเสื้อแดงเองก็จับทาง ดักคอล่วงหน้า การชุมนุมใหญ่ ของม็อบพันธมิตรฯในวันที่ 15 พฤศจิกายน เพื่อประท้วงอดีตนายกฯทักษิณ และสมเด็จฮุน เซน จะได้เห็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประชาธิปัตย์ กับพันธมิตรฯ

เตรียมตัวเจอกับคิวสหบาทา

ตามจังหวะโหมไฟตีเหล็กกำลังร้อน

แต่ถ้ายังพลิกกระแสนิยมยี่ห้อ "ทักษิณ" ไม่ได้ เอา "นายใหญ่" ไม่ลง


โดยเกมจุดพลุกระแสชาตินิยมในประเทศไทย กระตุกต่อมตื่นตัวได้แค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว คึกคักกันเฉพาะพื้นที่สีเหลืองกับกองเชียร์ ประชาธิปัตย์

จัดฉากยั่วกันแล้ว "ทักษิณ" ก็บินกลับดูไบ


รอคิดมุกใหม่มาเล่นเกมการตลาด ปั่นกระแสขี่ประชาธิปัตย์


"นายใหญ่" ตีหัวเข้าบ้าน ทิ้งไว้แค่บทอหังการของนายกฯฮุน เซน ที่ประกาศกร้าว ศึกนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตัวเองกับนายกฯอภิสิทธิ์

ผู้นำเด็กที่ไปขโมยเก้าอี้คนอื่นมา


ตอกย้ำประทับตรายี่ห้อ "อภิสิทธิ์" เป็นข่าวไปทั่วโลก

ถ่วงหม้อ "ปิศาจทักษิณ" ไม่ได้

โดยคำตอบสุดท้าย ยังไงฝ่ายคุมเกมอำนาจก็ไม่ปล่อยเลือกตั้งเข้าทาง "นายใหญ่"


จับจังหวะขยับของม็อบพันธมิตรฯที่นัดชุมนุมใหญ่ อาศัยเงื่อนไขโหมไฟ อดีตนายกฯทักษิณ จับมือกับกัมพูชา ทำลายศักดิ์ศรีประเทศไทย

"เขี่ยลูก" ให้โรมรันพันตู

ในจังหวะที่ประกาศโปรแกรมล่วงหน้าไปแล้วเหมือนกัน ม็อบเสื้อแดงนัดระดมพลชุมนุมใหญ่ไล่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ หักดิบกันให้ได้ก่อนสิ้นปี


ม็อบเหลือง ม็อบแดง ได้คิวประจันหน้า

จังหวะผสมโรง ป่วนเข้าทางฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย สบช่องล้มโต๊ะ

เงื่อนไขเปิดสีเขียวปล่อยรถถัง แอ่นแอ๊น.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เวียดนามเร่งลงทุนพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจร่วมกับกัมพูชาและลาว

ที่มา ประชาไท

ในขณะที่ไทยกำลังมีปัญหากับเพื่อนบ้านอยู่นั้น เวียดนามเองก็มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในด้านเศรษฐกิจ โดยมีโครงการความร่วมมือในการลุงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและลาว โดยเฉพาะในช่วงสิบเดือนแรกของปี 2009 นี้ เวียดนามได้เข้าไปลงทุนในลาวกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลงทุนในกัมพูชาอีก 218 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมาที่เมืองดาลัดประเทศเวียดนาม ได้มีการจัดประชุมการส่งเสริมการลงทุน การค้า การท่องเที่ยวในเขต “สามเหลี่ยมเพื่อการพัฒนา” (development triangle) ของสามประเทศคือ เวียดนาม-ลาว-กัมพูชา ซึ่งการประชุมนี้ถือเป็นการจัดครั้งที่ 4 แล้ว

ทั้งนี้ “สามเหลี่ยมเพื่อการพัฒนา” ถูกเรียกขานเขตสิบจังหวัดของทั้งสามประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจแฝงเร้นไว้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรม, พลังงานน้ำ, เหมืองแร่ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
โดยความร่วมมือสามเหลี่ยมเพื่อการพัฒนา กัมพูชา-ลาว-เวียดนาม นี้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1999 โดยครอบคลุมพื้นที่จังหวัดรัตนคีรี, จังหวัดสตึงแตรง, จังหวัดมณฑลคีรี จังหวัดในเขตตะวันออกของกัมพูชา, แขวงอัตตะปือ, แขวงสาละวัน, แขวงเซกอง ในเขตภาคใต้ของลาว, จังหวัดคนตุม, จังหวัดยาลาย, จังหวัดดาลัด และจังหวัดดักโนง ในเขตที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนาม
ทั้งนี้ลาวได้เข้าไปลงทุน 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 8 โครงการในเวียดนาม และลงทุนในกัมพูชาอีก 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 7 โครงการ ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นประเทศใหญ่ในภูมิภาค ได้ลงทุนมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 166 โครงการในลาว และ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 52 โครงการในกัมพูชา โดย 28 โครงการอยู่ในเขตสามเหลี่ยมเพื่อการพัฒนานี้ ซึ่งในช่วงสิบเดือนแรกของปี 2009 นี้ เวียดนามได้เข้าไปลงทุนในลาวกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลงทุนในกัมพูชาอีก 218 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นก็ยังได้สนับสนุนเขตเศรษฐกิจใหม่ของสามประเทศนี้ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับโครงการในเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ที่มาข่าว:
Conference promotes investment in Vietnam-Laos-Cambodia triangle (saigon-gpdaily.com.vn, 12-11-2009)
Vietnam, Laos, Cambodia boosts tourism cooperation (baobinhduong.org.vn, 16-10-2009)
Conference on Vietnam-Laos-Cambodia development triangle (vovnews.vn,12-08-2009)

กัมพูชาให้ทูตไทยกลับประเทศใน 48 ชม. ไทยโต้วิธีเดียวกัน ด้าน รบ.เรียก "กษิต" หารือด่วน

ที่มา ประชาไท




(12 พ.ย.) สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่าทางการกัมพูชาได้ตอบโต้การที่ไทยสั่งทบทวนการให้เงินกู้ รวมถึงระงับความช่วยเหลือที่ให้กับกัมพูชาหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตนรีกัมพูชา และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา ได้ไปบรรยายพิเศษให้กับนักเศรษฐศาสตร์กัมพูชาเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ด้วยการประกาศให้นายคำรบ ปาลวิวัฒน์ไชย เลขานุการเอก ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (Persona Non Grata) โดยขอให้เดินทางออกจากกัมพูชาภายใน 48 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาส่งตัวเลขานุการเอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ กลับประเทศไทยว่า ประเทศไทยก็จะทำในลักษณะเดียวกับกัมพูชา โดยขณะนี้ได้ยื่นความประสงค์ไปยังกัมพูชาให้รับทราบเหมือนกันว่า ไทยต้องการให้เลขานุการเอกอัคราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย เดินทางกลับไปกัมพูชาด้วยเช่นกัน


ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่กระทำเหมือนเป็นการตอบโต้ระหว่างทั้งสองประเทศ จะกระทบกับความช่วยเหลือด้านต่างๆ หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่กัมพูชาอาจดำเนินมาตรการการทูตบางอย่างกับไทย ซึ่งทางไทยได้ประเมินแล้ว และตั้งใจจะสานสัมพันธ์ให้เป็นไปได้ด้วยดี ถือเป็นเรื่องน่าเสียใจ เพราะไทยพยายามหลีกเลี่ยงอย่างเต็มที่ แต่เมื่อทางกัมพูชาดำเนินการใช้มาตรการทางการทูตแบบนี้ ก็ต้องใช้วิธีเดียวกันในการตอบโต้ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องปิดสถานทูต จะพยายามรักษาความสัมพันธ์เต็มที่ ส่วนระดับความรุนแรงทางการทูตจะเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องของการปรับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เรื่องไหนหลีกเลี่ยงได้ก็จะพยายามทำจะไม่ดำเนินการอะไรที่ไม่จำเป็น ซึ่งทางการทูตสถานการณ์ขณะนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะยังสามารถดำเนินการได้


เมื่อถามว่า มาตรการเรียกเลขานุการเอกอัคราชทูตไทยกลับมาเช่นนี้ จะขัดต่อหลักปฏิบัติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ถือเป็นเรื่องน่าเสียใจที่กัมพูชาดำเนินการก่อนเพราะทางการทูตถือว่าเป็นหลักปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน และหวังว่า ในอนาคตจะมีมาตรการอื่น ที่สามารถยกระดับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้ดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มี จึงต้องมีการปรับระดับความสัมพันธ์ให้เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้พูดชัดเจนแล้วในที่ประชุม สมช. ว่า จะดำเนินการทางการทูตที่เหมาะสมและเป็นขั้นตอน โดยยึดหลักผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีได้เน้นถึงการรักษาความปลอดภัย และให้ความมั่นใจกับประชาชนที่อยู่บริเวณแนวชายแดน ซึ่งเรื่องนี้ทางทหารให้ความมั่นใจว่า จะรักษาความสงบสุข


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีการเรียกนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการประชุมเอเปคที่ประเทศสิงคโปร์ เดินทางกลับด่วนในเวลา 22.00 น. เพื่อเตรียมหารือกับทางรัฐบาล เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว



ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, คมชัดลึก

เตรียมตัวให้ดี

ที่มา มติชน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12

โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร



เจอฤทธิ์เดชของฮุน เซน เข้าไป

เกิดความรู้สึกเหมือนคนไทยทั่วไป นั่นคือ "หน้าชา" ไปหลายตลบ

หลายตลบ เพราะนักการเมืองเขมร "เขี้ยวลาก" คนนี้สามารถ "ยืมมือ" คนไทยที่วิ่งเข้าไปซบ อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ให้ย้อนกลับมาตบหน้าคนไทยด้วยกันเองอย่างเจ็บปวด

ขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากคนไทยที่มีจุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกษิต ภิรมย์ ให้มาวิวาทะด้วย แล้วหลอกด่า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะตัวนายอภิสิทธิ์ นายกษิต ที่เจอ คนไทยทั้งประเทศพลอยรับลูกหลงไปด้วย

สุดยอดจริงๆ นายคนนี้!

และเพราะความสุดยอดดังกล่าวนี้เอง เลยอยากเตือนนายอภิสิทธิ์และทีมงาน ซึ่งจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก หรือเอเปค ที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน ให้เตรียมตัวทำการบ้านดีๆ

เพราะนี่คือเวทีใหญ่ระดับโลกจริงๆ

อย่างที่ทราบ เอเปคมีสมาชิกทั้งสิ้น 21 เขตเศรษฐกิจ (19 ประเทศ 2 เขตเศรษฐกิจ)

ประกอบด้วยมหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญคือ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน รัสเซีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีนไทเป (ไต้หวัน) ไทย สหรัฐอเมริกา เวียดนาม

ดังนั้น สื่อมวลชนทั่วโลกต่างพากันโฟกัสมาที่เวทีการประชุมนี้กันอย่างพร้อมหน้าแน่ๆ

เกิดอะไรขึ้น เพียงชั่วพริบตามันจะถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกทันที

แม้ว่ากัมพูชาจะไม่ได้เป็นสมาชิกเอเปค

แต่ ฮุน เซน ในฐานะสมาชิกอาเซียนสามารถไปปรากฏกายบนเวทีระดับโลกนี้ได้

เพราะ "งานใหญ่" ที่จะเกิดคู่ขนานไปกับการประชุมเอเปคก็คือ การที่ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบามา จะนั่งร่วมโต๊ะเจรจากับสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เป็นครั้งแรก

นอกจากเรื่องความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ ที่เป็น "รูทีน" แล้ว

สิ่งที่สื่อมวลชนทั่วโลกสนใจก็คือ เรื่องพม่า ที่ พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรี จะเผชิญหน้ากับบารัค โอบามา เชื่อทุกอิริยาบถและทุกคำพูดจะต้องถูกจับตาใกล้ชิด

แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นไฮไลต์

แต่ความร้าวฉานระหว่างไทย ในฐานะประธานอาเซี่ยนกับกัมพูชา ที่รุนแรงถึงขนาดเรียกทูตกลับประเทศ และกำลังจะลามปามไปถึงประเด็นร้ายแรงอื่นๆ ก็น่าจะเป็นอีกความสนใจหนึ่งที่สื่อมวลชนทั่วโลกจับจ้อง

ฮุน เซน ซึ่งมีประสบการณ์โชกโชนบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ คิดอะไรอยู่เราไม่รู้

ถ้าหากเขาจะไว้หน้าอาเซียน หรือเห็นว่าเรื่องนี้ควรเป็นปัญหาระดับทวิภาคี ระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่นำไปขยายผลก็ดีไป

แต่ถ้าหากฮุน เซน คิดจะหาประโยชน์จากเวทีระดับโลก ก็น่าหนักใจแทนไทย

เพราะที่เราจับทางฮุน เซน ได้ตอนนี้ก็คือ การพยายามทำให้นานาชาติรู้สึกว่า เขาคือผู้กำลังปกป้อง อดีตผู้นำที่ถูกโค่นล้มด้วยการปฏิวัติ ซึ่งประเทศต่างๆ ย่อมไม่อาจลงไปยังรายละเอียดได้อย่างแท้จริง ว่าเรื่องนี้มีตื้นลึกหนาบางอย่างไร

ฟังผิวเผิน หรือเอาแค่เฉพาะหลักการ ฮุน เซน ดูจะได้เปรียบ

ยิ่งสิ่งที่เป็นข้อหาฉกรรจ์สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือเรื่อง "จงรักภักดี" นั้นดูเหมือน หลายๆ ประเทศจะมีกรอบคิดที่แตกต่างไปจากคนไทย-ประเทศไทย อย่างสิ้นเชิง

เขาจะไม่เข้าใจว่า ทำไมเรื่อง ความจงรักภักดีจึงเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดหักโค่นกันด้วยการรัฐประหาร

ตัวอย่างล่าสุด ก็คือการที่หนังสือพิมพ์ เดอะ ไทม์ส ออฟ ลอนดอน ตีพิมพ์บทบรรณาธิการ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณและเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องหลังจากนั้น โดยพุ่งเป้าไปที่ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

แถมยังพยายามจะสั่งสอนว่า "คนไทยควรมีเสรีที่จะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของระบอบกษัตริย์ของตนเอง"

และแสดงทรรศนะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ซึ่งแน่นอน เราจะไปบอกว่า ไทม์ส ผิดก็ไม่ได้ เพราะเขาคิดหรืออยู่ในระบบอีกระบบหนึ่ง

ความจงรักภักดีไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสำหรับเขา

และยากที่จะเข้าใจว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณจึงถูกกล่าวหาเรื่องนี้

นี่คือช่องว่างทางวัฒนธรรมที่จะต้องใช้เวลาในการอธิบาย ซึ่งชาติต่างๆ ก็คงไม่มีเวลามากมายขนาดนั้น ซึ่งตรงนี้คือความเสียเปรียบของไทย

และ ฮุน เซน ซึ่งมีประสบการณ์โชกโชนก็น่าจะมองเห็น และใช้ประโยชน์จากช่องว่างนี้อย่างเต็มที่

เอเปค จึงอาจเป็นเครื่องมือของฮุน เซน ใช้เป็นเวทีโชว์การตบหน้าไทยต่อหน้าคนทั่วโลกอีกก็ได้

เลยเตือนให้นายอภิสิทธิ์และทีมงาน เตรียมทำการบ้านและหาทางตอบโต้ให้ดี

ไว้ใจฮุน เซน ไม่ได้เด็ดขาด

ไทยงามหน้าอีกแล้ว กัมพูชาจับสายลับไทย สอดแนมแอบขโมยตารางข้อมูลการบินทักษิณ

ที่มา thaifreenews

Thai Red News SMS : ตำรวจเขมรจับ"ศิวรักษ์ โชติพงษ์"ฉกตารางบินทักษิณส่งให้ไทย

Thai man arrest for spying in Cambodia

PHNOM PENH, Nov. 13 (Xinhua) -- Cambodian Police Authority has arrested a Thai engineer for allegedly spying for Thailand and sent him to court, police official said on Friday.

"We have already sent him to court and the court will deal with this issue," Kieth Chantharith, spokesman for Cambodia National Police Authority told Xinhua. But he did not elaborate in details about these issues.

The Thai man named Siwarak Chothipong in Khmer, 31, worked as aengineer in CATS, was arrested on Wednesday according to the arrest warrant of prosecutor of Phnom Penh Municipality Court, theKhmer language newspaper Rasmei Kampuchea reported.

He spied through copying the letters of flights of former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra in Cambodia and Prime Minister Hun Sen from CATS - Cambodia Air Traffic Services Co Ltd which hasduties to control all flights in country...and he sent those reports to Thailand, the newspaper said.

"We decided to charge this Thai citizen and his subordinates of doing things which affected the public security of the country," Sok Roeurn, prosecutor of Phnom Penh court was quoted as saying.

Relations between the two neighboring countries were further strained recently after Cambodia named Thaksin as its economic adviser on Nov. 4. Thailand recalled its ambassador on Nov. 5, and Cambodia followed suit.

Thaksin was ousted in a 2006 military coup for alleged massive corruption and other charges. His supporters say he should be pardoned and returned to power. Since the coup, Thaksin has lived abroad to escape a corruption conviction and two-year prison sentence.

Thaksin arrived here on Tuesday. After his arrival, Thai government asked Cambodia for "provisional arrest for the purpose of extradition of former Prime Minister Thaksin Shinawatra, but was turned down by the Cambodian government saying it 'considers the prosecution and legal process against Thaksin Shinawatra a politically motivated proceeding.'"
บันทึกการเข้า


สมเด็จฮุนเซน ประกาศกร้าว \"ไม่สามารถโยนเพื่อนให้เสือกิน\"

ที่มา thaifreenews

"ฮุน เซน"กร้าวมีเรื่องกับ"มาร์ค"โดยตรง อยู่ๆหาเรื่อง ขโมยเก้าอี้คนอื่นไปนั่ง ปัด"แม้ว"เป็นเครื่องมือ

"ผมขอประกาศชัดๆ ให้คนไทยรู้ว่าเรื่องนี้รัฐบาลไทยมาหาเรื่องกัมพูชา" !


หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาไทย-กัมพูชา ได้มีการเผยแพร่เอกสารสรุปสาระสำคัญคำให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ห้องรับรองพิเศษท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพนมเปญ ภายหลังจากเดินทางกลับจากการเข้าร่วมประชุมกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงที่กรุง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนชัดเจนถึงท่าทีและจุดยืนของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ต่อการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวและของรัฐบาลก่อนหน้านี้ รายละเอียดในแต่ละประเด็นมีดังนี้


ปัญหาในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา


เรื่องที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชานี้เป็นปัญหาระหว่างผมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยในปัจจุบันโดยแท้ ก่อนที่จะพูดขอให้ศึกษาหาความรู้ให้มากกว่านี้เพราะตอนที่ผมเริ่มทำงานการเมืองนั้นนายกรัฐมนตรีไทยยังเป็นเพียงเด็กวิ่งเล่นอยู่เลย


"อยากปิดก็ปิดไปเลย"


ตามที่ฝ่ายไทยออกข่าวว่าจะกดดันกัมพูชาด้วยการปิดพรมแดนนั้น "อยากปิดก็ขอให้ปิดไปเลย" กัมพูชาก็จะ "เดินตามหลังประเทศไทย" (โต้ตอบในแบบเดียวกับที่ไทยทำ) หากไทยสั่งปิดพรมแดนเมื่อใด ก็อย่าห้ามเฉพาะคนที่ประสงค์จะข้ามแดน เพราะกัมพูชาก็จะปิดเช่นกันและปิดทางด้านเศรษฐกิจด้วย สั่งห้ามสินค้าไทยทั้งหมดข้ามแดนเข้ามายังตลาดกัมพูชา แม้แต่หมูเพียงตัวเดียว จะไม่ให้ข้ามเข้ามา สินค้าต่างๆ ทั้งหลายของไทย กัมพูชาสามารถนำเข้าจากประเทศอื่นๆ ได้ทั้งหมด ขอยกข้อมูลการค้าไทย-กัมพูชา ปี ค.ศ.2008 มาเป็นตัวอย่าง ไทยส่งสินค้ามาขายกัมพูชา ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กัมพูชาส่งออกไปไทยแค่ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างไรก็ดี ก็ขอเห็นด้วยกับการที่นายกรัฐมนตรีไทยได้บอกว่ามาตรการต่างๆ จะมิให้มีผลกระทบต่อประชาชนสองประเทศเพราะผมเองก็ไม่อยากกระทำเช่นนั้น (ปิดด่านให้เกิดผลกระทบ) ไม่สอดคล้องกับแนวทางความร่วมมือต่อกันตามกรอบอาเซียน ผมไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ผู้นำฝ่ายไทยก็ขู่ผมเสียเหลือเกิน ผมจึงขอสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่กัมพูชาทั้งหมดว่าเรื่องนี้ (การปิดด่านตอบโต้ไทยและระงับการนำเข้าสินค้าของไทย) ให้เตรียมการไว้ได้เลย


เรื่องตั้งที่ปรึกษาฯไทยหาเรื่องกัมพูชา


เรื่องการแต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีไทยมาเป็นที่ปรึกษานั้น ผมขอประกาศชัดๆ ให้คนไทยรู้ว่าเรื่องนี้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มาหาเรื่องกัมพูชา เรื่องนี้ขอให้คิดดีๆ ว่า ฮุน เซน หรืออภิสิทธิ์ผิด และตนจะไม่มีวันถอยอยู่แล้ว กัมพูชา เคยแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวต่างประเทศมาหลายคนแล้ว ทั้งชาวเกาหลีและชาวออสเตรเลีย หากทักษิณมาพำนักอยู่ในกัมพูชา นายก รัฐมนตรีไทยจะกลัวอะไรกันนักกันหนา ทักษิณไปมาแล้วทั่วโลกไม่เห็นทำอะไร ไปศรีลังกา ล่าสุด ก็ยังไม่เห็นได้ทำอะไรเลย แต่พอบอกว่าจะมากัมพูชาก็หาเรื่องกัมพูชา ผมได้อธิบายเรื่องนี้ ตั้งแต่การประชุมที่หัวหิน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2552 แล้ว ผมอดทนอดกลั้นเงียบมาตลอด แต่นายกรัฐมนตรีไทยและประเทศไทยต่อว่าต่อขานผมอยู่ข้างเดียวเรื่องการยกเลิก บันทึกความเข้าใจ (MOU) นี่ ก็เป็นนายอภิสิทธิ์นี่ล่ะ ที่เอาผลประโยชน์ร่วมของประเทศทั้งสองฝ่ายมาทำให้เกิดความเสียหาย


"ใครเป็นเบี้ยของใครกันแน่"?


เรื่องแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่า อยู่เฉยไม่ได้เพราะดูหมิ่นศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทย ผมจะบอกให้ว่า จริงๆ แล้วปฏิกิริยาของคนไทยที่แท้จริงเป็นอย่างไร คือพวกเสื้อแดงสนับสนุนการแต่งตั้ง พวกเสื้อเหลืองโกรธและประท้วงคัดค้าน และยังมีกลุ่มที่สบายใจโดยอยู่เฉยๆ เงียบๆ อีกด้วยต่างหาก พวกนี้เขารู้ว่า รัฐบาลฮุน เซน เป็นรัฐบาลที่ดี และสมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีก็ทำให้เขาสบายใจ มีเงินใช้ ยิ่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ดำเนินการกดดันเราแรงแค่ไหนก็จะได้รับผลสะท้อน กลับไปแรงเท่านั้น


การที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เตือนผมว่าอย่า เป็นเบี้ยในหมากเกมของทักษิณนั้น เราไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร อยากรู้นักว่าใครเป็นเบี้ยของใครกันแน่ อภิสิทธิ์ตกเป็นเครื่องมือของทักษิณเอง เพราะเมื่อทักษิณเปิดตัวเข้ามา อภิสิทธิ์ก็กระโดดออกมาตอบโต้โดยไม่คิดอะไรเลยและไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของ ชาติเลย แถลงมาจากโตเกียวเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู (บันทึกความเข้าใจร่วม) ก็ขอให้คนไทยคิดดูเอาเองก็แล้วกันว่าสมบัติของรัฐ แต่กลับยกเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นเหตุเลิกความร่วมมือ คนไทยยอมรับได้ไหม คนอย่างนี้จะเอามาเป็นผู้นำอาเซียนได้ไหม เพราะว่าในปี ค.ศ.2515 อาเซียนจะร่วมกันหลายด้าน เปิดพรมแดนให้เดินทางไปมาหาสู่ร่วมกัน ใช้เงินสกุลเดียวกัน แต่ไทยเองกลับมารุกรานกัมพูชากันอยู่เห็นๆ ยกกำลังเข้ามายึดดินแดนกัมพูชา สมัยนครวัดนั้นประเทศไทยอยู่ที่ไหนกัน อ้างว่ากัมพูชามายึดครองบุกรุกดินแดนไทยนั้น กัมพูชาจะไปยึดดินแดนไทยได้อย่างไร ศึกษาประวัติศาสตร์เสียให้ดีว่า ใครรุกรานใครกันแน่


ขออนุญาต"เสื้อแดง"


ทักษิณไม่ได้เป็นเครื่องมือให้เรา แต่ผมต้องการเอาประสบการณ์ของ "ท่านทักษิณ" มาช่วยงานด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา ผมจึงถือโอกาสนี้ร้องขอให้พี่น้องเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยเสียสละอนุญาตให้ ผมนำ "ท่านทักษิณ" มาช่วยกัมพูชาในเรื่องเศรษฐกิจบ้างด้วยแล้วกัน


ขออาเซียนพิจารณาเบ็ดเสร็จ


ตามที่ (ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ) เลขาธิการอาเซียน มีคำแถลงว่าขอให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ผมก็เห็นด้วย แต่ดูเหมือนว่าข้อเสนอของเลขาธิการอาเซียน จะไม่สอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลไทย ความจริง กัมพูชาพร้อมที่จะเจรจาอย่างไรเมื่อไรก็ได้ ไม่ว่าทวิภาคีหรือพหุภาคี แต่ก็เหมือนว่าฝ่ายไทยได้ปฏิเสธเสียแล้ว แต่ท่านสุรินทร์ต้องฟังให้เข้าใจด้วย ขอให้เลขาธิการอาเซียนพิจารณาแก้ปัญหาเหล่านี้ในลักษณะเบ็ดเสร็จในคราวเดียว และแก้ทั้งหมด ทั้งเรื่องของทักษิณ / เรื่องการปฏิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549 / เรื่องการรุกรานดินแดนของกัมพูชา / การที่กัมพูชาตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา จะใช้กลไกอะไรกัมพูชาก็พร้อม ทั้งทวิและพหุภาคี เรื่องนี้ที่จริงอยากยกขึ้นพูดที่หัวหินเหมือนกันแต่ก็อดกลั้นไว้ ถือว่าได้ไว้หน้าประเทศไทยและนายอภิสิทธิ์แล้ว การแก้เรื่องนี้ต้องแก้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเรื่อง ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทักษิณก็ต้องไล่แก้ตั้งแต่ทักษิณมาเลย ตั้งแต่เรื่องการปฏิวัติ เมื่อ 19 กันยายน 2549


ถ้าอภิสิทธิ์เก่งจริงก็ขอให้เลือกตั้งใหม่สิ ท่านกลัวอะไรหรือ หรือว่ากลัวที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรืออย่างไร หรือว่ากลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง


ผมเองเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้รับ เสียงสนับสนุนถึง 2/3 ของสภากัมพูชา แล้ว "ท่านอภิสิทธิ์" ได้รับเท่าไหร่กันหรือ ขโมยเก้าอี้เขามานั่ง ขโมยของของ คนอื่นมาเป็นของตัวเองจะให้เคารพได้อย่างไร


หยามทหาร-ข่าวกรองไทย


อภิสิทธิ์มีปัญหาท่วมตัวอยู่แล้ว อาจตายได้ มีปัญหากับเพื่อนบ้านทั้งหมด ทั้งลาว กัมพูชา มาเลเซียและพม่า นอกจากนั้น ยังมีปัญหาภาคใต้ไทย ปัญหาเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เสื้อขาว เพื่อไทย เสื้อเหลืองเองก็ยังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสียด้วยซ้ำ กัมพูชาจะต้องเคารพอะไรไทยหรือ การแต่งตั้งทักษิณเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวกับไทย ผมเคยบอกอภิสิทธิ์ในการพบกันแล้วว่าทักษิณเป็นเพื่อนของผม เพื่อนไม่สามารถหักหลังเพื่อนได้ ไม่สามารถโยนเพื่อนให้เสือกินได้หรอก ดัง นั้น อยากฉีกอะไรทิ้งก็ฉีกไปเลย อยากปิดอะไรก็ปิดไปเถิด เพราะถ้าเปิดคงจะไม่สะดวกแล้ว เห็นทีต้องถอนกำลังทหาร 911 (หน่วยรบพิเศษ) ของกัมพูชาออกภายในหนึ่งสัปดาห์ดีกว่า เพราะว่าใช้กำลังเพียงนิดๆ หน่อยก็พอ (ที่จะสู้กับไทย) แล้ว


กรณีมีข่าวลือว่าทักษิณเข้ามาในกัมพูชาแล้วหลายครั้งนั้น ผมก็ขอปฏิเสธชัดๆ อีก และเห็นว่าข้อมูลข่าวกรองของท่านที่ได้มานั้นผิดพลาด เป็นการแสดงถึงความอ่อนด้อยของการข่าว ทั้งเรื่องการที่ลือว่าเข้ามาเกาะกง รวมทั้งตอนที่รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ มากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อพบผมที่อำเภอตาเขมา รองนายกรัฐมนตรีสุเทพของไทยได้ขอว่า ให้ช่วยจับทักษิณส่งตัวไปประเทศไทยได้หรือไม่ เรื่องนี้ผมทำไม่ได้หรอก ถ้าผมทำเช่นนั้นก็ถือเป็น "กบฏต่อมิตร" และเรื่องการร้องขอให้จับตัวทักษิณส่งไปและข้อหาความผิดที่กล่าวโทษต่อ ทักษิณเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งนั้น


เปิดรายชื่อ"เพื่อนฮุน เซน"


เห็นพูดกันนักว่าทักษิณมาอยู่ในกัมพูชา ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยมา แต่ตอนนี้ขอประกาศชัดๆ เลยว่าจะเชิญมาปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจให้ข้าราชการและนักธุรกิจระดับสูงของ กัมพูชาประมาณ 300 คน ได้รับฟัง ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ช่วง 8 โมงเช้า ที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังกัมพูชา


ขอประกาศชัดๆ ให้คนกัมพูชาทุกคนทราบว่า ทักษิณ ชวลิต (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) สมชาย (นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์) คนเหล่านี้เคยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยทั้งนั้น และเป็นเพื่อนของฮุน เซน แห่งกัมพูชา จึงขอให้ทุกคนช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุคคลเหล่านี้ และขอร้องให้พี่น้อง ประชาชน-ตำรวจ-ทหารไทย ทราบว่าคนที่คุณๆ ทั้งหลายต่อว่าอยู่นั้นเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งมาแล้วทั้งนั้น ผมเคารพอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจึงช่วยเขา มีแต่อภิสิทธิ์เท่านั้นที่จงเกลียดจงชังคนเหล่านั้น


สมัยก่อนนั้นไทยเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ลงนามในสัญญาที่ปารีสเมื่อปี ค.ศ.1989 แต่ไทยก็ยังสนับสนุนให้เขมรแดงทำการสู้รบกับรัฐบาลที่ถูกกฎหมาย แล้วให้พวกเขมรแดงไปอยู่ประเทศไทย ไทยให้อยู่ในดินแดนไทยได้อย่างไร เรายังไม่ทำเช่นนั้นเลย ถ้าทักษิณตั้งกองกำลังอยู่ในดินแดนกัมพูชาจะว่าอย่างไรบ้างล่ะ เราจะไม่ทำเช่นนั้นหรอกแค่ให้เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจเท่านั้น และเราจะไม่หยุดเช่นกัน ไม่ยอมอย่างเด็ดขาด


จวกไทยไม่เคารพกม.ระหว่างประเทศ


เรื่องที่กล่าวว่า กัมพูชาไม่เคารพระบบการศาลของไทยนั้น "เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นไม่ได้มีคุณค่าอะไรนักหนาที่ควรแก่การให้ความเคารพเลย" สมัยก่อนนั้นนายเขียว สัมพัน นายนวน เจีย ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในกัมพูชา ก็อยู่ในประเทศไทยทั้งนั้น อยู่ในประเทศไทยก่อนถูกจับตัวในกัมพูชา ถือว่าไทยไม่เพียงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วยซ้ำไป ลงนามไม่สนับสนุนเขมรแดง ลงนามสันติภาพ แต่ก็ยังละเมิดหลายอย่าง ขอให้คนไทยดูไว้กฎหมายระหว่างประเทศยังไม่เคารพเลย จะให้เราเคารพกฎหมายไทยได้อย่างไร


ฟื้นปมปราสาทพระวิหาร


เรื่องปัญหาปราสาทพระวิหาร ได้เคยหารือทวิภาคีกับอภิสิทธิ์แล้วถึง 3 ครั้ง ทั้งที่หัวหิน พัทยาและที่กรุงพนมเปญ เคยหารือและเห็นร่วมกันว่า จะเจรจาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี แต่พอกลับไปแล้ว ทำเสมือน "ลงนามด้วยมือ ลบด้วยเท้า" ขอยกเลิกการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ไทยส่งคณะผู้แทนไปที่สเปนเพื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียนฯในการประชุมที่เมืองเซ บีย่า (ประเทศสเปน) แล้ว "ยังมีหน้า" มาบอกว่าไม่เกี่ยวกับกัมพูชา แต่เป็นเรื่องระหว่างไทยกับยูเนสโก สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึง "จริต" ที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรีไทย และเป็นเสมือนการดูหมิ่นเหยียดยามว่า กัมพูชาโง่อย่างแท้จริง


ที่เคยเป็นข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เสนอให้ตั้งองค์กรทางด้านกฎหมายของอาเซียนเพื่อมาไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง พอรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาทำหนังสือเสนอ ว่าจะยกเรื่องนี้ขึ้นในอาเซียน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยก็ไม่เห็นด้วยและอ้างว่าสื่อมวลชน ลงข่าวคลาดเคลื่อน และหนังสือพิมพ์ไทยก็ไม่มีการแก้ข่าว ผม ได้อดทนอย่างมากที่ไม่ยกปัญหานี้ขึ้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนล่าสุดที่ผ่าน มา เพราะไม่อยากให้การประชุมอาเซียนล้มเหลว ถือได้ว่าผมไว้หน้าฝ่ายไทย


ประเทศไทยเอาปัญหาปราสาทพระวิหารมาเป็นตัว ประกัน เป็นเครื่องมือในการโค่นล้มรัฐบาลตั้งแต่สมัยรัฐบาลสมัคร ตลอดจนพยายามเอาผิดกับอดีตรัฐมนตรี นพดล (นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ฝ่ายไทยดีแต่พูดว่าเรื่องการร่วมมือแก้ไขปัญหาปราสาทพระวิหารนั้นต้องผ่าน การพิจารณาให้การรับรองของสภาเสียก่อน อ้างอยู่นั่นแล้ว ในเรื่องนี้นั้นเมื่อครั้งที่ประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ เยือนกัมพูชา ผมได้สอบถามความคืบหน้าและขอให้ ประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ ช่วยแก้ปัญหาด้วย ซึ่งได้รับคำตอบว่าเรื่องนี้ผ่านรัฐสภาไทยไปแล้ว ไทยหยิบยกปัญหาปราสาทพระวิหาร มาใช้เป็นเกมการเมืองเตะถ่วงการแก้ปัญหา


ตู่ให้หวยแม่นมาร์ค-แม้ว2มาตรฐานตอแหลแลนด์

ที่มา Thai E-News


"กรณีที่นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยแพร่เมื่อ8ก.ค.2552 เรื่องในหลวงทรงตั้งสมเด็จพระบรมฯเป็นพระรัชทายาทสืบราชบัลลังก์ เป็นการพูดที่ไม่ถูกกาลเทศะตามโบราณราชประเพณี ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันในเวลานี้ ดังนั้นจะคอยจับตาดูว่า สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ผมไม่อยากให้เกิด 2 มาตรฐานในเรื่องนี้ เพราะหากกลับกัน พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนพูด ก็จะถูกรุมวิพากษ์โขกสับกล่าวหาทันทีว่า พูดจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทันที"-จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงให้สัมภาษณ์ไว้ในวันที่ 11 กรกฎาคม2552


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 พฤศจิกายน 2552

กระแสพลิกกลับเมื่อสัจจะเอาชนะความเท็จ หลังจากเปิดบทสัมภาษณ์ของแม้วกับTHE TIMESทุกถ้อยคำแล้วพบว่าไม่มีคำไหนหมิ่นเบื้องสูง แถมกล่าวยกย่องเชิดชูสถาบันไม่ขาดปาก สำทับด้วยไทม์สการันตีไม่หมิ่นมีแต่จงรักภักดี ทำให้กระบอกเสียงรัฐบาลหุ่นเชิดหันมาเล่นบท"หมาป่ากับลูกแกะ"ว่าถึงจะไม่หมิ่นแต่ทำร้ายจิตใจคนไทยเนื่องจากพูดเรื่องการสืบสันตติวงศ์ช่วงในหลวงประชวร ซึ่งก็ปรากฎว่าศรย้อนเข้าปักร่างอภิสิทธิ์ เนื่องจากมาร์คเคยเปิดทำเนียบให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์กเรื่องนี้ชัดเจนมาก่อน จนเคยถูก"ตู่-จตุพร"ออกมาดักคอเรียกร้องสังคมและสื่ออย่าเงียบเฉย เพราะหากเป็นแม้วพูดเรื่องเดียวกันจะโดนรุมกระทืบยับ สุดท้ายจตุพรสุดแม่น ภาษาชาวบ้านว่า"ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างนี้"!?


กระแสข่าวป้ายสีด้วยวิธีการโหมโฆษณาชวนเชื่อแบบขาวเป็นดำ(black propaganda)ตีกลับเสียแล้ว หลังจากมีการเปิดเผยคำให้สัมภาษณ์ของทักษิณ ชินวัตร กับTIMES ONLINEแบบคำต่อคำแล้ว(อ่านข่าว:สัจจะชนะความเท็จ:ทุกเม็ดทุกคำแม้วสัมภาษณ์TIMESไม่หมิ่น ความจริงเชิดชูสถาบันไม่ขาดปาก ) ซึ่งไม่มีถ้อยคำหรือเจตนาหมิ่นเบื้องสูงเลย แถมยังมีการกล่าวเชิดชูสถาบันอยู่ไม่ขาดปาก และTIMESยังได้เขียนบทบรรณาธิการยืนยันว่าทักษิณไม่ได้หมิ่น แต่ตรงกันข้ามกับถวายพระเกียรติยกย่องตลอดเวลาให้สัมภาษณ์(อ่านข่าว:TIMESการันตีแม้วไม่หมิ่นซักคำ สื่อไทยเฉยหลังรุมตื้บหนำใจ แถมละเว้นมาร์คจ้อสื่อนอกหนักกว่า )

หลังกระแสตีกลับ และสัจจะชนะความเท็จ รัฐบาลหุ่นเชิดได้ส่งกระบอกเสียงออกมาเล่นบท"หมาป่ากับลูกแกะ"เบี่ยงประเด็นไปอีกเรื่อง โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กระบอกเสียงระบอบรัฐบาลหุ่นเชิด กล่าวว่า กรณีที่สำนักข่าวไทม์สออนไลน์เขียนบทบรรณาธิการเรื่อง “ วิวาทะแห่งสยาม ” โดยคัดค้านกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย มองว่าน่าจะมีเจตนากลบเกลื่อนสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์มากกว่า

กระบอกเสียงระบอบหุ่นเชิดกล่าวด้วยว่า เรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์หนังสือไทมส์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตีความว่าจะผิดหรือไม่ผิดกฎหมายหมิ่นฯ เพราะถึงไม่ผิดแต่ก็เกิดความกระทบกระเทือน จิตใจของประชาชนในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนือกว่ากฎหมายหมิ่น

จะเห็นได้ว่ากระบอกเสียงระบอบรัฐบาลหุ่นเชิดพยายามเบี่ยงกระแสออกไป หลังจากหลักฐานคำให้สัมภาษณ์เต็มและบทบรรณาธิการของTIMESปรากฎชัดว่า"ไม่หมิ่น" โดยอ้างว่าถึงไม่หมิ่นแต่ก็กระทบกระเทือนจิตใจคนไทย เมื่อถามต่อไปว่าตรงไหนที่กระทบกระเทือน คำตอบก็คือเพราะทักษิณพูดให้สัมภาษณ์เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ช่วงที่ในหลวงทรงพระประชวร

ซึ่งการเล่นบท"หมาป่ากับลูกแกะ"แบบนี้ว่าไปแล้ว จะย้อนศรไปกระทบต่อหัวหน้าระบอบรัฐบาลหุ่นเชิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะมากกว่า เพราะนายอภิสิทธิ์เคยเปิดทำเนียบรัฐบาลให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์กมาก่อนนี้ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวันที่ 8 กรกฎาคม

จตุพรซื้อหวยทำไมไม่แม่นอย่างนี้ เคยดักคอมาร์คไว้พูดแบบนี้ไม่ผิด หากแม้วโดนยำเละ

ต่อมาในวันที่ 11 กรกฎาคม 2552นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงได้กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เรื่องในหลวงทรงตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบราชบัลลังก์ว่า เป็นการพูดที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกกาลเทศะตามโบราณราชประเพณี คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีควรจะต้องระมัดระวังคำพูดมากกว่านี้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันในเวลานี้ ดังนั้นจะคอยจับตาดูว่า สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรกับคำพูดดังกล่าวของนายอภิสิทธิ์

"ซึ่งผมไม่อยากเกิด 2 มาตรฐานในเรื่องนี้ เพราะหากกลับกัน พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนพูด ก็จะถูกรุมวิพากษ์โขกสับกล่าวหาทันทีว่า พูดจาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทันที"นายจตุพรให้สัมภาษณ์เอาไว้ในวันที่11กรกฎาคม

เปิดหลักฐานมาร์คสัมภาษณ์บลูมเบิร์กเรื่องสืบสันตติวงศ์ หนักกว่าแม้วลงTIMESทีแบบนี้ไม่ผิด!?

สื่อกระแสหลัก และบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะทั้งหลาย พากันออกมาประณามอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรว่า มิบังควรที่ให้สัมภาษณ์กับTIMES ONLINE ในเรื่องเกี่ยวกับการสืบพระราชสันตติวงศ์ ขณะที่ในหลวงยังทรงพระประชวรอยู่

อย่างไรก็ดีน่าประหลาดใจว่าในเรื่องเดียวกันนี้ แต่คนพูดคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ สื่อกระแสหลักและบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะต่างเงียบเฉย...

รายงานข่าวและบทสัมภาษณ์ที่บลูมเบิร์กนำเสนอนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 8 กรกฎาคม 2552 ชื่อบทความดั้งเดิมในภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่อง"มิบังควรอย่างยิ่ง"ในวัฒนธรรมการเมืองแบบไทย เพราะน่าจะ"หนักกว่า"ชื่อบทความที่Timesตีพิมพ์บทความล่าสุดที่สัมภาษณ์ทักษิณเสียอีก ไทยอีนิวส์จึงแปลให้ดูสละสลวยเข้ากับวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆเสียว่า "การเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่ได้สร้างความกังวลให้เซียนหุ้นที่ชื่อนาย"เฟเบอร์"หยุดชะงักการลงทุนเล่นหุ้นในประเทศไทย"ซึ่งมีความสำคัญบางตอนกล่าวถึงการสืบพระราชสันตติวงศ์ โดยเป็นการสัมภาษณ์พิเศษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้
....................

อภิสิทธิ์:"ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมฯเป็นพระรัชทายาทสืบต่อพระราชบัลลังก์"

ในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวเป็นพระรัชทายาทขึ้นสืบต่อพระราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว


8 กรกฎาคม 2552 (สำนักข่าวบลูมเบิร์ก)--นายกรัฐมนตรีของไทยต้องหยุดชะงักการตอบข้อซักถามและฝืนพูดต่ออย่างยากลำบากต่อคำถามที่ว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาจะเผชิญต่อชะตาอนาคตอย่างไร หากว่าชีวิตของพวกเขาซักวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นร่มโพธิสมภารแก่พสกนิกร

"ผมไม่ได้แสร้งพูด--มันจะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากยากยิ่งสำหรับพวกเราคนไทยทั้งมวล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าว เขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และยังก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาให้กับประเทศเป็นรายที่5ในรอบเพียง4ปี
(July 8 (Bloomberg) -- Thailand’s prime minister pauses briefly and swallows hard as he addresses the question few of his compatriots dare contemplate: life without King Bhumibol Adulyadej, the world’s longest-reigning monarch.

“I am under no illusion -- it will be a very difficult time for all of us,” says Abhisit Vejjajiva, who in December patched together a multiparty coalition government and became troubled Thailand’s fifth prime minister in four years.)

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

(ต้นฉบับของบลูมเบิร์กคือIn an interview at his Italianate office in Government House in Bangkok five days later, Abhisit discloses that Bhumibol, who has 4 children and 11 surviving grandchildren, has already endorsed his only son as the next king.

“The crown prince is the designated heir,” Abhisit says. )