WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 13, 2009

แล้ว รัฐบาล "อภิสิทธิ์" ก็ยกระดับ ปัญหาของ "ทักษิณ" สู่ความขัดแย้งกับ "กัมพูชา"

ที่มา มติชน



ในที่สุด กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อันเริ่มจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ก็กลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา

นี่ย่อมเป็นการยกระดับของ ปัญหา

การไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นภารกิจหลักนับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อยู่แล้ว

ไม่ว่าจะกระทำโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่เรียกว่า คปค. ไม่ว่าจะกระทำโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า คมช.

หรือจะกระทำโดยรัฐบาลอันมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

กระนั้น การไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยพื้นฐานก็ดำเนินการโดยมีองค์กรแห่งอำนาจรัฐเป็นคู่ความขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยตรง

เป็นเรื่องระหว่างอำนาจรัฐไทยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

โดยผ่านกระบวนการของ คมช. กระบวนการของรัฐบาล กระบวนการขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. อย่าง คตส. อย่างคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อย่าง กกต. อย่าง สนช. และอย่าง ส.ส.ร.

แต่พลันที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกเอกอัครราชทูตไทยกลับ การไล่ล่านี้ก็มิได้เป็นเรื่องระหว่าง รัฐบาล กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อไปอีกแล้ว

หากเป็นเรื่องระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา

หากพิจารณาจากคำแถลงไม่ว่าของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ก็ตรงกัน

ตรงกันในด้านที่เห็นว่า การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษารัฐบาลเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลกัมพูชา คือ ปัญหา

ทางหนึ่ง แสดงว่ากัมพูชาให้การยอมรับในความสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ทางหนึ่ง แสดงว่ากัมพูชาไม่สนใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคำพิพากษามีความผิดในคดีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก

เท่ากับกัมพูชาไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย

เท่ากับกัมพูชาเห็นแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่าความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับกัมพูชา

รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องเรัยกตัวเอกอัครราชทูตไทยกลับ

รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องมีมติเห็นชอบโดย ครม.ให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงอันเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่เคยเห็นชอบร่วมกันเมื่อปี 2544

มาตรการเหล่านี้กัมพูชามีท่าทีอย่างไร

น่าแปลกที่กัมพูชาแทบไม่ได้ให้ความสนใจกับท่าทีและการตอบโต้อย่างเป็นจังหวะก้าวของประเทศไทยแต่อย่างใด

เมื่อไทยเรียกเอกอัครราชทูตกลับ กัมพูชาก็เรียกเอกอัครราชทูตกลับ

เมื่อมีข่าวว่าไทยอาจสั่งปิดชายแดน แถลงจากสมเด็จฯ ฮุน เซนก็คือ กัมพูชาก็จะสั่งปิดชายแดนเช่นเดียวกัน

ไม่เพียงเท่านั้น กัมพูชายังเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้ากับกัมพูชา

เป็นการเดินทางเข้ามาที่แม้ว่ารัฐบาลไทยยืนยันจะทำเรื่องขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน กัมพูชาก็ไม่สนใจ

ประกาศยืนยันว่าจะไม่ส่งตัวให้กับไทยอย่างแน่นอน

ไม่มีใครรู้ว่ามาตรการขั้นต่อไปของรัฐบาลไทยเป็นอย่างไร แต่ที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือกัมพูชาแทบไม่ได้ให้ความสนใจต่อมาตรการที่แสดงออกมาเป็นลำดับของรัฐบาลไทยแต่อย่างใดยังคงเดินหน้าให้ความสนใจต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรต่อไป

ปัญหานี้จึงได้เลยขั้นตอนไปจากที่เคยเป็นปัญหาระหว่าง รัฐบาลไทย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปเสียแล้ว

หากเป็นปัญหาระหว่าง รัฐบาลไทย กับ รัฐบาลกัมพูชา

น่าสนใจก็ตรงที่ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาล้วนถือไพ่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เพียงแต่เป้าหมายตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ ทิศทางในการพัฒนาของปัญหานี้จะดำเนินไปอย่างไร

จะดำเนินไปโดยมีการลดระดับความขัดแย้ง หรือว่าจะดำเนินไปโดยมีการยกระดับความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

คำตอบอยู่ที่รัฐบาลไทย คำตอบอยู่ที่รัฐบาลกัมพูชา

ชวนรับเสด็จ"ในหลวง"5ธันวา พท.จี้ปลด"เนวิน"พ้นปธ.จัดงาน

ที่มา มติชน



ใต้ร่มพระบารมี - ชาวเผ่าม้งชมรมทหารผ่านศึก บ้านเข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มาร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน หลังจากชนเผ่าที่ราบสูงเผ่าต่างๆ ได้ทยอยกันลงมาถวายพระพรจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่หอประชุมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช แถลงข่าวการจัดงาน 5 ธันวามหาราช ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม ที่ท้องสนามหลวง โดยมี ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำพรรค พท. และคณะกรรมการจัดงานร่วมกันแถลงข่าว

นายจรินทร์กล่าวว่า ไฮไลต์ของงานปีนี้คือมีการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม ที่ขบวนเสด็จตามหมายกำหนดการประมาณหนึ่งทุ่ม เสด็จออกจากประตูวิเศษไชยศรี มาตามถนนหน้าพระลาน ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินนอก ประชาชนก็จะรับเสด็จ จุดเทียน เปล่งเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญเรียงรายไปตามลำดับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจนถึงพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

นายจรินทร์กล่าวว่า ส่วนบริเวณพิธีมณฑลท้องสนามหลวงยังมีพิธีจุดเทียนชัย ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และจะจุดเทียนชัยพร้อมเพรียงกันทุกจุดทั่วประเทศ และอีก 3 เดือน คือวันที่ 28 เมษายน 2553 จะเป็นวันครบราชาภิเษกสมรส ครบ 60 ซึ่งขณะนี้มีการหล่อระฆังคู่จำลองตอนนี้เก็บรักษาไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม และจะสร้าง "หอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส" เพื่อเป็นที่ประดิษฐานระฆังคู่จำลอง เพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้ได้วันที่ 28 เมษายน 2553

สำหรับสถานที่ก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ จะสร้างในเนื้อที่ 9 ไร่ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้ทุนในการก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท

นายอาทิตย์ เปี่ยมศุภทรัพย์ คณะกรรมการจัดสร้าง "สมเด็จพระพุทธรตนมณี" กล่าวว่า จะจัดสร้าง "สมเด็จพระพุทธรตนมณี" อมตะพระเครื่องชั้นสูงด้วยอัญมณี คือ เพชร บุษราคัม ไพลิน ทอง และโลหะชาติ ผ่านมหาพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่ร่วมสมทบทุนจัดสร้าง "หอเฉลิมพระเกียรติฯ"

ส่วนกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 5-13 ธันวาคมนั้น นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะสุ่มเสี่ยงที่นายเนวินจะนำตำแหน่งประธานการจัดงานไปสร้างกระแสนิยมทางการเมืองให้กับกลุ่มของตัวเอง จึงไม่สมควรนำบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาเป็นประธาน ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรพิจารณาหาบุคคลที่เหมาะสมและคนส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือมาเป็นประธานจัดงานแทนนายเนวิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากตึกศิริราช 100 ปี ว่า ยังคงมีประชาชนจากทุกสารทิศมาลงนามถวายพระพรไม่ขาดสาย อาทิ คณะผู้เข้าร่วมประชุมคณะแพทย์และพยาบาลจาก 17 ประเทศ กลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง 30 คนจากชมรมทหารผ่านศึก บ้านเข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และเนื่องจากมีกระแสข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ประชาชนจึงต่างมาจับจองที่นั่งกันจำนวนมาก

"แม้ว"พบเสื้อแดง-เที่ยวปราสาทนครวัด หลังบรรยายให้กัมพูชาฟัง

ที่มา มติชน

ใกล้ชิด - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ท่าถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวภายในปราสาทนครวัด ที่ จ.เสียมราฐ ภายหลังปาฐกถาพิเศษเรื่อง "กัมพูชาและโลกหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน" ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 พ.ย. (ภาพเอพี)

รายงานข่าวระบุว่า หลังจากการบรรยายพิเศษเรื่อง "กัมพูชาและโลกหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน" โดยใช้เวลาทั้งหมดราว 1 ชั่วโมง 50 นาที ให้กับนักเศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจรวมทั้งข้าราชการระดับสูงและสมาชิกรัฐสภากัมพูชารับฟังแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยออกเดินทางจากกรุงพนมเปญ ไปเยี่ยมชมปราสาทนครวัด และปราสาทบายน ที่ จ.เสียมราฐ โดยมีองครักษ์ของสมเด็จฯฮุน เซน อารักขาตลอดระยะทาง และได้รับเสียงโห่ร้องต้อนรับจากบรรดานักท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนหนึ่งเข้ามาขอถ่ายภาพด้วย


นอกจากนั้น ยังพบกลุ่มคนเสื้อแดงราว 50 คน ที่ข้ามแดนเข้ามาจากฝั่งไทยตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อรอพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องตะโกนคำว่าเรารักทักษิณ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ โดยอดีตผู้นำไทยยังมีกำหนดจะออกรอบกอล์ฟกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ในตอนเช้าวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน โดยอาจเดินทางกลับในตอนเย็นวันเดียวกันหรือไม่ก็เช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน

กัมพูชาจับ"วิศวกรไทย"บริษัทคุมการบินกล่าวหาเป็น"สายลับ" สอดแนมเที่ยวบิน"แม้ว"รายงานทูตไทย

ที่มา มติชน

เขมรจับหนุ่มวิศวกรหน่วยจราจรอากาศบริษัทคุมการบินขึ้นศาลแขวงพนมเปญ แจ้งข้อหาเป็น"สายลับ" เชื่อขโมยข้อมูลเที่ยวบิน"ทักษิณ"ส่งให้ทูตไทยคนหนึ่ง เผยมีโทษจำคุก15ปี "ปณิธาน"ปลอ่ยตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อนบ้าน บอกรัฐบาลไม่ยุ่งให้สถานทูตไทยดูแล


กัมพูชาจับวิศวกรไทยกล่าวหาเป็น"สายลับ"สอดแนมเที่ยวบิน"แม้ว"

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ว่า กัมพูชาได้จับกุมตัวนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่สัญชาติไทยประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา วัย 31 ปี ฐานดำเนินเป็นสายลับต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเดินทางเยือนกัมพูชา

โดยพล.ต.ท.ซก พัล รองผู้บัญชาการตร.กัมพูชา เปิดเผยว่า นายศิวรักษ์ ได้ขโมยข้อมูลหมายกำหนดเที่ยวบินของพ.ต.ท.ทักษิณ และส่งให้แก่อัครราชทูตที่หนึ่งของไทยประจำกรุงพนมเปญ ซึ่งในขณะนั้นได้ถูกทางการกัมพูชาสั่งให้ออกจากประเทศฐานปฎิบัติภารกิจขัดต่อหน้าที่ทูต และทางการกัมพูชาได้นำตัวเจ้าหน้าที่ไทยผู้นี้ขึ้นศาลเขวงในกรุงพนมเปญเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยข้อหาขโมยข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหากผิดจริงจะต้องถูกลงโทษจำคุกเป็นเวลา 15 ปี

ทั้งนี้ เอพีรายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้คาดว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเลวร้ายขึ้นไปอีก ภายหลังทั้งสองได้ขับทูตของแต่ละฝ่ายออกจากไทยและกัมพูชา เพื่อประท้วงและตอบโต้ต่อกรณีกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ขณะที่หนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชารายงานว่า วิศวกรไทยรายนี้ทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS พร้อมระบุว่า นายศิวรักษ์ สอดแนมด้วยการก๊อบปี้เอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่เดินทางมากัมพูชา และ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผ่านบริษัท CATS ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเที่ยวบินทุกเที่ยวในกัมพูชา

"ปณิธาน"ให้สถานทูตในกัมพูชาดูแลวิศวกรไทยถูกกล่าวหาเป็นสายลับ


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวถึงกรณีกัมพูชาจับกุมตัวนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่ไทยประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา บริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส ซึ่งดูแลเที่ยวบินในกัมพูชา ฐานดำเนินเป็นสายลับต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเดินทางเยือนกัมพูชา ว่า กัมพูชาได้จับคนไทยจริงทราบว่าคนไทยดังกล่าวได้ทำการจารกรรม ซึ่งจะขอสอบถามรายละเอียดการจับกุม อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม สถานทูตมีเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายที่จะให้คำแนะนำตามหลักกฏหมายสากล ไม่ใช่เป็นประเด็นที่รัฐบาลเราจะไปยุ่งกับการสอบสวนและเจ้าหน้าที่คงมีการประสานกันเป็นการเบื้องต้นแล้ว


เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชาบอกว่านายศิวลักษณ์ที่เป็นคนไทยที่ถูกจับมีสายสัมพันธ์กับสถานทูตไทย นายปณิธาน กล่าวว่า ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนของเราด้วย ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลคนไทยให้ดีไม่ทำอะไรเป็นการไปขัดกฏหมายท้องถิ่นของกัมพูชา

50ส.ส.พท.แห่เยี่ยม"ทักษิณ"ล้อมวงกินข้าวเย็น ปัดข่าวถูกตั้งค่าหัว150ล. ปชป.ชี้โดดประชุมเล็งยื่นถอดถอน

ที่มา มติชน

50ส.ส.เพื่อไทยแห่เยี่ยม"แม้ว"ที่กัมพูชา บอกไม่เกี่ยวไปรับท่อน้ำเลี้ยง ปัดข่าวตั้งค่าหัวล่า150ล้านบอก"ประชา"คิดเอง อ้างไปส่วนตัวอย่าโยงรัฐบาล ปชป.โดดประชุม งัดข้อกฎหมายเล็งยื่นถอดถอน

ส.ส.เพื่อไทยแห่เยี่ยม"แม้ว"ที่กัมพูชา บอกไม่เกี่ยวไปรับท่อน้ำเลี้ยง

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่า ในเวลา 11.00 น. ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยประมาณ 40-50 คน จะเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยโดยรถตู้ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กัมพูชา เพื่อตั้งใจไปคารวะและให้กำลังใจพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งคงไม่มีโปรแกรมอะไรเป็นพิเศษนอกจากการพบปะเยี่ยมเยียน และรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน โดยมีสมเด็จฯ ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เป็นเจ้าภาพในการเลี้ยงอาหารเย็น


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยบอกมีการตั้งทีมล่าสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตั้งค่าหัว 150 ล้านบาท ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายประชา ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะมีเหตุถึงขนาดนั้น เรื่องแบบนี่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนไทย


เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยถูกมองว่เดินทางไปรับท่อน้ำเลี้ยง ส.ส.หนองคายกล่าวว่า ไม่มี เราไม่ได้ไปพูดคุยเรื่องนี้ แค่ไปพบปะกันธรรมดา ทั้งนี้ยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้จะไม่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชามากขึ้น เพราะไปนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับรัฐบาลอย่านำมาโยงกัน


ปชป.เล็งยื่นถอดถอนส.ส.เพื่อไทยโดดประชุมบินพบ"แม้ว"


นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวนมากเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กัมพูชา ทั้งที่เป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจาระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่า เรื่องนี้ถือเป็นการหนีประชุมออกนอกราชอาณาจักร ไม่เคารพการทำหน้าที่ส.ส. แต่จะมาเอาเงินเดือน คนเหล่านี้เลือกที่จะไปรับใช้นักโทษแทนที่จะมาทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย จึงอยากให้ประชาชนไตร่ตรอง ว่าจะทำอย่างไรกับส.ส.เหล่านี้ ซึ่งอาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะส.ส.ทุกคนรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามีประชุม มีหนังสือเชิญประชุมชัดเจน


นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังศึกษากันอยู่ว่า เรื่องดังกล่าวขัดกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ สามารถนำไปสู่การถอดถอนได้หรือไม่ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่สมควรที่จะไปกัมพูชา

สังคมมีสติ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ



ยิ่งในยามที่รัฐบาลหรือนักการเมือง ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งและที่หลุดพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่พยายามจะกลับเข้ามามีอำนาจใหม่ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้าใส่กัน

และนำเอาผลประโยชน์ของสังคมทั้งสองไปเป็นเดิมพันในเกมการเมืองระหว่างประเทศ

ประชาชนไทยกับกัมพูชายิ่งจะต้องพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ อย่างสุขุมรอบคอบ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ที่ยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มอันเป็นประโยชน์เฉพาะหน้า

เพราะจะต้องระลึกเสมอว่าสงครามและความขัดแย้ง ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อคนส่วนใหญ่ได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ผู้ก่อความขัดแย้งมักจะลอยตัวลอยนวลไปได้เสมอ



และถึงจะไม่สามารถเข้าไปมีส่วนมีเสียงในการกำหนดนโยบาย แต่ประชาชนทั่วไปก็ยังสามารถใช้สิทธิของความเป็นพลเมือง วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะในทางสนับสนุนหรือทักท้วงทัดทาน

โดยเฉพาะกับนโยบายหรือจุดยืนที่มีแนวโน้มว่าจะเอนเอียงไปในทางสุดโต่งสุดขั้ว ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วจำนวนไม่น้อยในอดีต ว่าสร้างผลเสียหายมากกว่าผลดีกับคนทั่วไป

เพราะรัฐบาลหรือนักการเมืองนั้นมาแล้วก็จากไป ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องเป็นผู้รับผลของนโยบายโดยไม่สามารถหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงได้

การให้สติระหว่างกันและกันจึงเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นคุณต่อทุกฝ่าย



จะต้องตั้งคำถามและหาคำตอบให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจว่า จริงหรือที่ประชาชนกัมพูชาเห็นพ้องไปทุกอย่างกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ถึงขนาดพร้อมที่จะตัดขาดความสัมพันธ์หรือตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนไทย

และมีคนไทยจำนวนเท่าใดกันที่เห็นว่า สงครามหรือความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับเพื่อนบ้านจะให้ประโยชน์มากกว่าความสัมพันธ์ที่สงบ เป็นสุข และต่างเคารพซึ่งกันและกัน

ผู้นำหรือนักการเมืองอาจ "บ้า" หรือแสดงอาการว่าบ้า เพื่อหวังประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของตน ของพรรค หรือของรัฐบาลได้

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเสียสติไปด้วย

และจะต้องเป็นตัวอย่างทางดีให้นักการเมืองไม่ว่าที่ไหนได้สำนึกด้วย

"สมชาย"ขยายความ "แม้ว-ฮุนเซน"คุยกันทั้งคืน

ที่มา ข่าวสด

ลับพอสมควร

ศันสนีย์ โตสวน รายงาน




หลังควง เจ๊แดง- เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ บินไปพบเสี่ยแม้วถึงกรุงพนมเปญ

กลับถึงกรุงเทพฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถือโอกาสเปิดบ้านพักในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ ย่านแจ้งวัฒนะ

นัดเลี้ยงข้าวเย็น ส.ส.เพื่อไทย กว่า 50 ชีวิต

ระหว่างกินข้าวก็เล่าบรรยากาศเสี่ยแม้วพบกับฮุนเซนให้ส.ส.ฟัง เป็นการเรียกน้ำย่อย

ก่อนส.ส.เพื่อไทยจะยกคณะเดินทางไปพบเสี่ยแม้ว

สุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ที่นั่งอยู่ในวงสนทนา เม้าธ์ต่อกับนักข่าวทันที

"นายกฯ กัมพูชา เปิดบ้านพักรับรองจัดสำรับทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารไทย ต้อนรับท่านทักษิณอย่างดี"

ถามว่าแล้วอดีตนายกฯ เป็นอย่างไรบ้าง?

เสี่ยสุชาติบอกเท่าที่ฟังน้องเขยท่านเล่าให้ฟัง

"ท่านทักษิณดูอารมณ์ดี หน้าตาแจ่มใส"

"วันแรกที่เจอกัน ฮุนเซนยังพักที่บ้านรับรองกับท่านทักษิณด้วย อยู่คุยกันถึงตีหนึ่งตีสอง"

"รอบๆ บ้านมีรปภ.ตรวจดูความเรียบร้อย 24 ชั่วโมง"

แล้วทักษิณคุยกับฮุนเซนเรื่องอะไร

เสี่ยสุชาติหยุดคิดก่อนตอบ

"เป็นเรื่องทั่วๆ ไป ส่วนที่เป็นข่าว นายกฯ กัมพูชาก็บอกว่าไม่ได้มีปัญหากับเรา"

ถ้ามีปัญหาจะขนาดไหน?

ผลงานพันธมิตร

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




หุ้นรัฐบาลประชาธิปัตย์กระเด้งพรวดพราดขึ้นทันตาภายหลังใช้มาตรการ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" กับรัฐบาลกัมพูชาของนายกฯ ฮุนเซน

ที่ดันทะเล่อทะล่าประกาศตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษารัฐบาลและที่ปรึกษาส่วนตัว

คะแนนนิยมของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เดิมเคยเบียดบี้ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะกับพ.ต.ท.ทักษิณ

เลยพุ่งแรงแซงห่างฝ่ายหลังไปหลายช่วงตัว

รวมถึงกรณีบทสัมภาษณ์ "ไทมส์ออนไลน์"

กว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะรู้ว่าตัวเองเดินหมากผิดพลาดจนต้องมาตายเพราะปาก

ก็สายเกินไปเสียแล้ว

รัฐบาลประชาธิปัตย์ฉวยโอกาสฟันกำไรจากความผิดพลาดของทักษิณครั้งนี้ไปเต็มๆ

อย่างไรก็ตามถึงแม้ที่ผ่านมา 10 เดือนเศษ

พรรคประชาธิปัตย์โดยนายอภิสิทธิ์ จะรื้อทำลาย "หุ้นส่วน" การเมืองไปเป็นจำนวนมาก

แต่ที่ยังเหนียวหนึบไม่ไปไหนจนถึงปัจจุบัน

คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

โดยเฉพาะกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่

ที่เพิ่งตั้งโต๊ะแถลงข่าวจัดการชุมนุมใหญ่วันที่ 15 พ.ย.นี้

กลุ่มพันธมิตรฯ นั้นมักนำคำว่า "จงรักภักดี" มาเคลื่อนไหวเป็นประโยชน์กับตัวเองเสมอมา

และใช้คำเดียวกันนั้นในการทำลายศัตรูคือพ.ต.ท. ทักษิณ

กับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างนายกฯ ฮุนเซน

ก็เคยถูกกลุ่มพันธมิตรฯ ลากขึ้นไปกระทืบด้วยคำพูดบนเวทีจนยับเยินมาแล้วสมัยประเด็นปราสาทพระวิหารกำลังฮอตๆ

ครั้งนี้ก็เช่นกันในจังหวะที่ "ทักษิณ-ฮุนเซน" เผลอกระโดดเอาหัวโขกกันเองในสนาม

จนลูกบอลปลิ้นมาเข้าทางรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ง้างเท้ารออยู่แล้ว

ทำให้โกยคะแนนความดีความชอบไปคนเดียว

แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่

เลยต้องออกมาจุดพลุนัดชุมนุมใหญ่เพื่อแสดงความมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของผลงาน

กระทืบซ้ำ "ทักษิณ-ฮุนเซน"

โดยแกล้งลืมเหตุการณ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ใครยกพวกนับพันคนบุกไปทวงพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารจากประเทศกัมพูชา ที่บ้านภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ

กระทั่งเกิดเหตุปะทะกับชาวบ้านคนไทยด้วยกันเองถึงขั้นเลือดตกยางออก

นั่นแหละคือผลงานม็อบพันธมิตรฯ ในประเด็นเกี่ยวกับกัมพูชาที่แท้จริง

โลกวันนี้

ที่มา ไทยรัฐ

ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย.นี้ จะมีการประชุม สุดยอดผู้นำเอเปค ที่ประเทศสิงคโปร์ งานนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะผู้นำคนสำคัญของโลกจะเดินทางมาร่วมประชุมด้วยหลายคน หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ว่ากันว่าโอบามากำลังจะสร้างบทบาททางด้านความมั่นคง ในฐานะประเทศผู้นำ เวทีประชุมผู้นำเอเปคถูกจับตาว่าโอบามาจะแสดงท่าทีต่อประชาธิปไตยในประเทศพม่าอย่างไร

มีเสียงเรียกร้องให้กดดันพม่าเพื่อปล่อยตัวอองซาน ซูจี

ไม่ลำพังสหรัฐฯเท่านั้น ประเทศผู้เข้าร่วมประชุมอื่นๆก็พลอยถูกกดดันให้มีความเห็นสอดคล้องกับสหรัฐฯไปด้วย ตามเนื้อผ้า สหรัฐฯเข้ามามีบทบาทในเอเชียมากขึ้น หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หลังมีปัญหาเรื่องของการก่อการร้ายสากล ประเทศในแถบเอเชียถูกจับตาเป็นพิเศษ

เพราะความไม่ค่อยจะเป็นสากลหรือ ไม่ค่อยจะมีมาตรฐานอะไรก็แล้วแต่ ในภูมิภาคนี้ถูกมองจากตำรวจโลกว่าเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่างๆ

รวมทั้งเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดความผันผวนมากที่สุดในภูมิภาคนี้เช่นกัน ดังนั้น สหรัฐฯจึงต้องการเข้ามามีบทบาทให้มากขึ้น ทั้งนี้ ไม่ใช่เพราะมีเจตนาที่จะมาแสวงหาอำนาจในย่านนี้มากขึ้น หรือจะเป็นคู่แข่งสำคัญกับประเทศยักษ์ใหญ่ อย่างประเทศจีน

แต่เป็นเพราะต้องการจะทุเลาปัญหาความมั่นคงและ เศรษฐกิจโลกมากกว่า

ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายอีกต่อไป แต่รวมกันแสวงหาผลประโยชน์มากกว่า การเอารัด เอาเปรียบจากประเทศยักษ์ใหญ่จึงสะดวกและราบรื่น

สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ถูกเข้ามา แทรกแซงทางด้านเศรษฐกิจและการให้ความช่วยเหลือ มากกว่าที่จะสนับสนุนเรื่องของอาวุธหรือยุทธศาสตร์การรบ

เพราะเชื่อว่าโลกในอนาคตจะศิวิไลซ์มากขึ้นกว่าที่จะมารบราฆ่าฟันกันอย่างไม่มีเหตุผล การฝึกรบร่วมกับสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ดูจะเบาบางลงมาก และถ้ามองโลกให้กว้างขึ้น การทำสงครามยังเหลือไม่กี่ประเทศบนโลกนี้ ในตะวันออกกลางก็น้อยลง ย่านนี้ก็มีเกาหลีเหนือที่กำลังถูกบอยคอต สุดท้ายสะสมกำลังอาวุธไว้ก็ไม่รู้จะไปรบกับใคร เพราะไม่มีใครอยากรบด้วย

เพราะฉะนั้นการเกิดสงครามหรือการสู้รบในปัจจุบัน จะถูกชาวโลกมองว่า เป็นประเทศที่ยังไม่พ้นความป่าเถื่อน เป็นประเทศที่ล้าหลังทางประชาธิปไตยและด้อยพัฒนาเกรดต่ำ

ระหว่างไทยกับกัมพูชายิ่งตะเบ็งกันไปเท่าไหร่ เรื่องของการไล่ล่าทักษิณกระเหี้ยนกระหือรือเท่าไหร่ก็ยิ่งประจานตัวเองเท่านั้น ยังภาวนาอยู่ว่าอย่ามีใครเอาเรื่องขายหน้าเหล่านี้ไปหารือในวงประชุมเอเปคเลย

แค่นี้ก็ต้องเอาปี๊บคลุมหัวแล้ว.

หมัดเหล็ก

ทุบไม่ลงไม่ให้เลือกตั้ง

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_46359
ก็ขนาดเจ้าตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังออกตัวเองเลยว่า เรียนจบในเมืองไทย เพิ่งมีโอกาสไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาตอนเรียนปริญญาโท

ภาษาอังกฤษเลยไม่ค่อยแข็งแรง


โดยความแม่นเรื่องสำนวนภาษา ไม่มีทางสู้นักเรียนอังกฤษอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ไปเรียน "อีตัน" ตั้งแต่เด็ก ก่อนจบมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

เติบโตมาในถิ่นผู้ดีแทบจะกลืนเป็นเนื้อแท้

และที่แน่ๆ "ทักษิณ" อาจไม่รู้ แต่ว่ากันในหมู่คนวงในพรรคประชาธิปัตย์ ขนาดตอนสนทนากับ "เดอะวอลเปเปอร์" นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา คนสนิท ที่จบจากอังกฤษเหมือนกัน คู่หูยังสปีกอิงลิชกันเป็นไฟ

พูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา นัยว่าคนขับรถไม่มีทางรู้ คุยความลับอะไรกัน

ทั้งหมดทั้งปวง มันเป็นอะไรที่ต้องยอมรับกัน โดยความน่าเชื่อถือ ความแม่นในสำนวนภาษาอังกฤษยังไงก็ต้องอยู่ที่ "อภิสิทธิ์"

ฉะนั้นก็ป่วยการเปล่า กับคิวที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย แบไต๋ พรรคมีแนวคิดแปลบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ให้สัมภาษณ์ "ไทม์สออนไลน์" ออกแจกจ่าย เพื่อให้เกิดความกระจ่าง

เนื้อแท้แล้วอดีตนายกฯทักษิณต้องการสื่ออะไร

หรือการที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช. ออกหน้ามาช่วยการันตี กลุ่มคนเสื้อแดงได้แปลความหมายคำพูดของอดีตนายกฯทักษิณที่ถูกต้องออกมาแล้ว พบว่า ไม่มีคำพูดใดไปหมิ่นเบื้องสูง

ดิ้นยังไง "นายใหญ่" ก็แต้มเป็นรอง

ดีไม่ดีจะเข้าเนื้อ อย่างที่ พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ออกมาเตือนล่วงหน้า หากต้นฉบับเข้าข่ายหมิ่นเหม่ แล้วมีคนเอามาแปลตามนั้น และเอามาเผยแพร่ บุคคลนั้นก็มีความผิด ทั้งหมิ่นและเผยแพร่

เดี๋ยวจะยิ่งเฉียดคุกเข้าไปใหญ่

โดยเกมไหลมาถึงตรงนี้ ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ ต้องถือว่า "นายใหญ่" พลาดเข้าทางของฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยที่ดักตะลุมบอน


ทุบจุดอ่อน "ไม่จงรักภักดี" ขยายปมด้อย "ตัวเป็นไทยใจเขมร"

กระทืบ "ทักษิณ" ให้จมธรณี


ก็อย่างที่ฝ่ายคนเสื้อแดงเองก็จับทาง ดักคอล่วงหน้า การชุมนุมใหญ่ ของม็อบพันธมิตรฯในวันที่ 15 พฤศจิกายน เพื่อประท้วงอดีตนายกฯทักษิณ และสมเด็จฮุน เซน จะได้เห็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประชาธิปัตย์ กับพันธมิตรฯ

เตรียมตัวเจอกับคิวสหบาทา

ตามจังหวะโหมไฟตีเหล็กกำลังร้อน

แต่ถ้ายังพลิกกระแสนิยมยี่ห้อ "ทักษิณ" ไม่ได้ เอา "นายใหญ่" ไม่ลง


โดยเกมจุดพลุกระแสชาตินิยมในประเทศไทย กระตุกต่อมตื่นตัวได้แค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว คึกคักกันเฉพาะพื้นที่สีเหลืองกับกองเชียร์ ประชาธิปัตย์

จัดฉากยั่วกันแล้ว "ทักษิณ" ก็บินกลับดูไบ


รอคิดมุกใหม่มาเล่นเกมการตลาด ปั่นกระแสขี่ประชาธิปัตย์


"นายใหญ่" ตีหัวเข้าบ้าน ทิ้งไว้แค่บทอหังการของนายกฯฮุน เซน ที่ประกาศกร้าว ศึกนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตัวเองกับนายกฯอภิสิทธิ์

ผู้นำเด็กที่ไปขโมยเก้าอี้คนอื่นมา


ตอกย้ำประทับตรายี่ห้อ "อภิสิทธิ์" เป็นข่าวไปทั่วโลก

ถ่วงหม้อ "ปิศาจทักษิณ" ไม่ได้

โดยคำตอบสุดท้าย ยังไงฝ่ายคุมเกมอำนาจก็ไม่ปล่อยเลือกตั้งเข้าทาง "นายใหญ่"


จับจังหวะขยับของม็อบพันธมิตรฯที่นัดชุมนุมใหญ่ อาศัยเงื่อนไขโหมไฟ อดีตนายกฯทักษิณ จับมือกับกัมพูชา ทำลายศักดิ์ศรีประเทศไทย

"เขี่ยลูก" ให้โรมรันพันตู

ในจังหวะที่ประกาศโปรแกรมล่วงหน้าไปแล้วเหมือนกัน ม็อบเสื้อแดงนัดระดมพลชุมนุมใหญ่ไล่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ หักดิบกันให้ได้ก่อนสิ้นปี


ม็อบเหลือง ม็อบแดง ได้คิวประจันหน้า

จังหวะผสมโรง ป่วนเข้าทางฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย สบช่องล้มโต๊ะ

เงื่อนไขเปิดสีเขียวปล่อยรถถัง แอ่นแอ๊น.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน