WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 13, 2009

"กษิต" ยืนยันคนไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมตัวไม่ใช่สายลับรัฐบาล

ที่มา Voice TV
 กษิต ภิรมย์ , กระทรวงการต่างประเทศ , วิศวกรไทย , ทางการกัมพูชา , ขโมยตารางการบิน , พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , สายลับของรัฐบาล , ศิวรักษ์ โชติพงษ์ , บริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส


รมว.ต่างประเทศ ยืนยันวิศวกรคนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมโดยอ้างว่าขโมยตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่สายลับของรัฐบาล
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีวิศวกรคนไทยถูกทางการกัมพูชาจับโดยอ้างว่า ขโมยตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ใช่สายลับของรัฐบาล และเรื่องดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้าย ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานให้การดูแลอยู่ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเจ้าหน้าที่ของไทยในสถานทูตที่กัมพูชานั้น รัฐบาลกัมพูชาต้องดูแลความปลอดภัยให้ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลไทยดูแลสถานทูตของกัมพูชาเป็นอย่างดี ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะดูแลพนักงานที่ถูกจับ เหมือนเช่นคนไทยที่ถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เขียด จันทริต ว่า ตำรวจได้จับกุมวิศวกรชาวไทยคนหนึ่ง พร้อมตั้งข้อหาเป็นสายลับ โดยได้ส่งตัวขึ้นศาลในวันนี้ (13พ.ย.)แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านี้ ส่วนหนังสือพิมพ์ รัศมี กัมพูชา รายงานว่า วิศวกรไทยรายนี้มีชื่อว่า นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วัย 31 ปี ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS ถูกจับกุมเมื่อพุธที่ผ่านมาตามหมายจับของอัยการศาลแขวงพนมเปญ โดยทางการกัมพูชากล่าวหาว่า นายศิวรักษ์ สอดแนมด้วยการก็อบปี้เอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ผ่าน บริษัท CATS ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเที่ยวบินทุกเที่ยวในกัมพูชา และรายงานกลับไปยังประเทศไทย

มุมมองสื่อเขมรกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เทียบกับสื่อไทย

ที่มา Voice TV



บก.CTN กัมพูชาชี้ ไทยเสนอข่าวและเน้นวิจารณ์มากกว่ากัมพูชา ทั้งนิยมใช้นักวิชาการหน้าเดิม ที่บางคนไม่รู้ประวัติศาสตร์จริง

แกนนำพรรคเพื่อไทยมอบนโยบายสมาชิกใหม่

ที่มา Voice TV



พรรคเพื่อไทย ย้ำจุดยืนนำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมสานต่อนโยบายเดิมที่เคยทำไว้สมัยรัฐบาลไทยรักไทยและพลังประชาชน

ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรบัดซบปลุกปั่นซ้ำรอย6ตุลา

ที่มา Thai E-News


(บน)ภาพนักศึกษาเล่นละครแขวนคอล้อเลียน กรณีช่างไฟฟ้านครปฐมถูกจับแขวนคอ เพราะไปติดโปสเตอร์ประท้วงจอมพลถนอม กิตติขจรกลับประเทศ ได้ถูกฝ่ายขวาจัดบิดเบือนว่านักศึกษาเล่นละครแขวนคอพระยุพราช(สมเด็จพระบรมฯ) แล้วปลุกปั่นมวลชนออกมาล้อมปราบปรามนักศึกษาที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างโหดเหี้ยม ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519


(ล่าง)พิภพ ธงชัย แกนนำพันธมิตร ซึ่งเป็นขบวนการผู้ก่อการร้ายที่หนีหมายเรียกคดียึดสนามบินได้เข้าพบอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อสมคบคิดกันกรณีกัมพูชาและการจัดชุมนุม15พ.ย.นี้ โดยมีประเด็นปลุกปั่นใช้สถาบันชาติ-กษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองเหมือนเคย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา บอร์ดประชาไท และบอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกัน
13 พฤศจิกายน 2552

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้ตั้งกระทู้เสียดสีบรรดานักราชาชาตินิยม(Royalist)ไทยในหัวข้อ"แขวนคอช่างไฟ บอกแขวนคอหุ่นพระยุพราช,พูดจงรักภักดี บอกพูดจาบจ้วง: 33ปีผ่านไปนิสัยโกหกบัดซบของพวกรอยัลลิสต์ไทยไม่เคยเปลี่ยน"ในเวบบอร์ดประชาไท และเวบบอร์ดชุมชนฟ้าเดียวกัน

ดร.สมศักดิ์กล่าวว่า ผมดูคลิปการแถลงข่าวของพันธมิตร นัดชุมนุมวันที่ 15 พย.(ดูรายงานข่าวที่ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000135201ดูคลิปได้ที่ http://www.manager.co.th/Multimedia/ViewVideo.aspx?NewsID=9520000135201&BrowseNewsID=0&Speed=0ฟังภาษาที่ใช้ในแถลงการณ์ (สุริยะใสเป็นคนอ่าน) ที่เต็มไปด้วยการกล่าวหาเรื่อง "จาบจ้วงสถาบัน" เรียกร้องให้ชาวไทยมาร่วมชุมนุมแสดงพลัง ต่อต้านการ "จาบจ้วง" ฯลฯ

แล้วอดนึกถึง การประกาศ ทำนองนี้ ผ่านสถานีวิทยุยานเกราะ ในบ่ายวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ไม่ได้

ภาษาที่ใช้ไม่ได้ห่างกันนัก อ้าง"ในพระปรมาภิไธย" อ้าง"สถาบันพระมหากษัตริย์" แทบทุกวรรค ทุกประโยค ไม่ขาดปาก

และที่ไม่ต่างกันเลย คือ นิสัยขี้โกหกบัดซบ อย่างชนิด หามูลไม่ได้เลย

แขวนคอตัวละครเล่นเป็นช่างไฟฟ้านครปฐม ก็ยกเมฆว่า "แขวนคอหุ่นพระยุพราช" "ย่ำยีหัวใจคนไทย" บลา บลา

พูดแสดงความจงรักภักดี ก็บอกว่า พูดจาบจ้วง "ย่ำยีหัวใจคนไทย" บลา บลา

ผมพยายามมองเรื่องนี้อย่าง"ขำๆ" ว่า

ตอนนี้ 33 ปีผ่านไป ไมมีใครโง่พอจะเชื่อคำโกหกในบ่ายวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ของ ยานเกราะ ดาวสยาม กับพวกแล้ว

คงต้องรออีก 20-30 ปีข้างหน้า ละกระมัง

ถึงตอนนั้น จึงค่อยมาอ่าน คำสัมภาษณ์ทักษิณจริงๆ แล้วจึงเห็นความโกหกหน้าด้านของพวก สนธิ สุริยะใส พิภพ จำลอง

00000000000000
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:
-คำต่อคำแม้วสัมภาษณ์TIMESฉบับเต็มไม่หมิ่น ความจริงเชิดชูสถาบันไม่ขาดปาก
-ลำดับเหตุการณ์กรณี 6 ตุลาคม 2519ในกรณีละครแขวนคอ มีเหตุการณ์ดังนี้


-4 ตุลาคม 2519 ตอนเที่ยงมีการชุมนุมที่ลานโพธิ์ นักศึกษาธรรมศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่เข้าสอบ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้นักศึกษาเลิกชุมนุมและเข้าห้องสอบแต่นักศึกษาไม่ยอม มีการอภิปรายและการแสดงละครเกี่ยวกับกรณีฆ่าแขวนคอพนักงานการไฟฟ้านครปฐม(ซึ่งพนักงานไฟฟ้าดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนนักศึกษาไปแจกใบปลิวประท้วงถนอมกลับประเทศ และถูกฆ่าแล้วจับแขวนคอ) จัดโดยชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สถานีวิทยุยานเกราะออกข่าวว่านักศึกษาที่แสดงละครมีใบหน้าคล้ายเจ้าฟ้าชายถูกแขวนคอ

5 ตุลาคม 2519ในตอนเช้า หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และบางกอกโพสต์ เผยแพร่ภาพการแสดงล้อการแขวนคอของนักศึกษาที่ลานโพธิ์ โดยพาดหัวข่าวเป็นเชิงว่าการแสดงดังกล่าวเป็นการ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”

10.00 น. สถานีวิทยุยานเกราะเปิดรายการพิเศษ เสียงของ พ.ท.อุทาร สนิทวงศ์ กล่าวเน้นเป็นระยะว่า “เดี๋ยวนี้การชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ไม่ใช่เป็นเรื่องต่อต้านพระถนอมแล้ว หากแต่เป็นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”

21.30 น. นายประยูร อัครบวร รองเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ ศนท.ได้แถลงที่ อมธ. พร้อมกับนำ นายอภินันท์ บัวหภักดี นักศึกษาปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ และนายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ นักศึกษาปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ สมาชิกชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และกล่าวว่าการแสดงดังกล่าวก็เพื่อแสดงให้เห็นความทารุณโหดร้ายอันเนื่องมาจากการฆ่าแขวนคอที่นครปฐม โดยมีการแต่งหน้าให้เหมือนสภาพศพ และการที่เลือกเอาบุคคลทั้งสองก็เพราะเป็นนักแสดงในมหาวิทยาลัย อีกทั้งตัวเล็กมีน้ำหนักเบา ไม่ทำให้กิ่งไม้หักง่าย การแสดงแขวนคอใช้วิธีผูกผ้าขาวม้ารัดรอบอกและผูกเชือกด้านหลังห้อยกับกิ่งไม้ จึงต้องใส่เสื้อทหารซึ่งมีตัวใหญ่เพื่อบังร่องรอยผ้าขาวม้าให้ดูสมจริง นายประยูรกล่าวว่า “ทางนักศึกษาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสถานีวิทยุยานเกราะและหนังสือพิมพ์ดาวสยามจึงให้ร้ายป้ายสีบิดเบือนให้เป็นอย่างอื่นโดยดึงเอาสถาบันที่เคารพมาเกี่ยวข้อง…”

21.40 น. รัฐบาลเสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธืปัตย์ ออกแถลงการณ์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 แจ้งว่า “ตามที่ได้มีการแสดงละครที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ศกนี้ มีลักษณะเป็นการหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์รัชทายาท รัฐบาลได้สั่งให้กรมตำรวจดำเนินการสอบสวนกรณีนี้โดยด่วนแล้ว”

สถานีวิทยุยานเกราะและชมรมวิทยุเสรีออกอากาศตลอดคืนเรียกร้องให้ประชาชนและลูกเสือชาวบ้านไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำการหมิ่นองค์สยามมกุฎราชกุมารมาลงโทษ

6 ตุลาคม 2519



08.30-10.00 น. หลังจากตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) ร่วมกับกองกำลังอันธพาลการเมือง รุมกันใช้อาวุธยิงถล่มนักศึกษาที่ชุมนุมในธรรมศาสตร์ราว3,000คน ตลอดคืน ช่วงนี้หลายคนแตกตื่นวิ่งหนีวิถีกระสุนที่ ตชด. และกลุ่มคนที่เข้าก่อเหตุได้ยิงเข้าใส่ฝูงชนอย่างไม่ยั้ง ทั้งๆ ที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของนักศึกษามีปืนพกเพียงไม่กี่กระบอก

นักศึกษาประชาชนที่แตกตื่นวิ่งหนีออกไปทางหน้าประตูมหาวิทยาลัยในจำนวนนี้มีมากกว่า 20 คนถูกรุมตีรุมกระทืบ บางคนถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แต่ยังไม่สิ้นใจ ได้ถูกลากออกไปแขวนคอ และแสดงท่าทางเยาะเย้ยศพต่างๆ นานา

นักศึกษาหญิงคนหนึ่งถูกรุมตีจนสิ้นชีวิต แล้วถูกเปลือยผ้าประจาน โดยมีชายคนหนึ่งซึ่งเข้าก่อเหตุ รูดซิปกางเกงออกมาแสดงท่าเหมือนจะข่มขืนหญิงผู้เคราะห์ร้ายนั้น ให้พวกพ้องที่โห่ร้องอยู่ใกล้ๆ ดู มีประชาชนบางส่วนเมื่อเห็นเหตุการณ์ชวนสังเวช ก็จะเดินเลี่ยงไป ด้วยน้ำตาคลอ

ประชาชนที่ชุมนุมอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ลากศพนักศึกษาที่ถูกทิ้งอยู่เกลื่อนกลาดข้างหอประชุมใหญ่ 3 คนออกมาเผากลางถนนราชดำเนิน ตรงข้ามอนุสาวรีย์พระแม่ธรณีบีบมวยผม ใกล้ๆ กับบริเวณแผงขายหนังสือสนามหลวง โดยเอายางรถยนต์ทับแล้วราดน้ำมันเบนซิน จุดไฟเผา ศพนักศึกษาอีก 1 ศพถูกนำไปแขวนคอไว้กับต้นมะขามแล้วถูกตีจนร่างเละ

แล้ว รัฐบาล "อภิสิทธิ์" ก็ยกระดับ ปัญหาของ "ทักษิณ" สู่ความขัดแย้งกับ "กัมพูชา"

ที่มา มติชน



ในที่สุด กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อันเริ่มจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ก็กลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา

นี่ย่อมเป็นการยกระดับของ ปัญหา

การไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นภารกิจหลักนับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อยู่แล้ว

ไม่ว่าจะกระทำโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่เรียกว่า คปค. ไม่ว่าจะกระทำโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า คมช.

หรือจะกระทำโดยรัฐบาลอันมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

กระนั้น การไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยพื้นฐานก็ดำเนินการโดยมีองค์กรแห่งอำนาจรัฐเป็นคู่ความขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยตรง

เป็นเรื่องระหว่างอำนาจรัฐไทยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

โดยผ่านกระบวนการของ คมช. กระบวนการของรัฐบาล กระบวนการขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. อย่าง คตส. อย่างคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อย่าง กกต. อย่าง สนช. และอย่าง ส.ส.ร.

แต่พลันที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกเอกอัครราชทูตไทยกลับ การไล่ล่านี้ก็มิได้เป็นเรื่องระหว่าง รัฐบาล กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อไปอีกแล้ว

หากเป็นเรื่องระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา

หากพิจารณาจากคำแถลงไม่ว่าของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ก็ตรงกัน

ตรงกันในด้านที่เห็นว่า การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษารัฐบาลเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลกัมพูชา คือ ปัญหา

ทางหนึ่ง แสดงว่ากัมพูชาให้การยอมรับในความสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ทางหนึ่ง แสดงว่ากัมพูชาไม่สนใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคำพิพากษามีความผิดในคดีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก

เท่ากับกัมพูชาไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย

เท่ากับกัมพูชาเห็นแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่าความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับกัมพูชา

รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องเรัยกตัวเอกอัครราชทูตไทยกลับ

รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องมีมติเห็นชอบโดย ครม.ให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงอันเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่เคยเห็นชอบร่วมกันเมื่อปี 2544

มาตรการเหล่านี้กัมพูชามีท่าทีอย่างไร

น่าแปลกที่กัมพูชาแทบไม่ได้ให้ความสนใจกับท่าทีและการตอบโต้อย่างเป็นจังหวะก้าวของประเทศไทยแต่อย่างใด

เมื่อไทยเรียกเอกอัครราชทูตกลับ กัมพูชาก็เรียกเอกอัครราชทูตกลับ

เมื่อมีข่าวว่าไทยอาจสั่งปิดชายแดน แถลงจากสมเด็จฯ ฮุน เซนก็คือ กัมพูชาก็จะสั่งปิดชายแดนเช่นเดียวกัน

ไม่เพียงเท่านั้น กัมพูชายังเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้ากับกัมพูชา

เป็นการเดินทางเข้ามาที่แม้ว่ารัฐบาลไทยยืนยันจะทำเรื่องขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน กัมพูชาก็ไม่สนใจ

ประกาศยืนยันว่าจะไม่ส่งตัวให้กับไทยอย่างแน่นอน

ไม่มีใครรู้ว่ามาตรการขั้นต่อไปของรัฐบาลไทยเป็นอย่างไร แต่ที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือกัมพูชาแทบไม่ได้ให้ความสนใจต่อมาตรการที่แสดงออกมาเป็นลำดับของรัฐบาลไทยแต่อย่างใดยังคงเดินหน้าให้ความสนใจต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรต่อไป

ปัญหานี้จึงได้เลยขั้นตอนไปจากที่เคยเป็นปัญหาระหว่าง รัฐบาลไทย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปเสียแล้ว

หากเป็นปัญหาระหว่าง รัฐบาลไทย กับ รัฐบาลกัมพูชา

น่าสนใจก็ตรงที่ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาล้วนถือไพ่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เพียงแต่เป้าหมายตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ ทิศทางในการพัฒนาของปัญหานี้จะดำเนินไปอย่างไร

จะดำเนินไปโดยมีการลดระดับความขัดแย้ง หรือว่าจะดำเนินไปโดยมีการยกระดับความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น

คำตอบอยู่ที่รัฐบาลไทย คำตอบอยู่ที่รัฐบาลกัมพูชา

ชวนรับเสด็จ"ในหลวง"5ธันวา พท.จี้ปลด"เนวิน"พ้นปธ.จัดงาน

ที่มา มติชน



ใต้ร่มพระบารมี - ชาวเผ่าม้งชมรมทหารผ่านศึก บ้านเข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มาร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน หลังจากชนเผ่าที่ราบสูงเผ่าต่างๆ ได้ทยอยกันลงมาถวายพระพรจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่หอประชุมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช แถลงข่าวการจัดงาน 5 ธันวามหาราช ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม ที่ท้องสนามหลวง โดยมี ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำพรรค พท. และคณะกรรมการจัดงานร่วมกันแถลงข่าว

นายจรินทร์กล่าวว่า ไฮไลต์ของงานปีนี้คือมีการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม ที่ขบวนเสด็จตามหมายกำหนดการประมาณหนึ่งทุ่ม เสด็จออกจากประตูวิเศษไชยศรี มาตามถนนหน้าพระลาน ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินนอก ประชาชนก็จะรับเสด็จ จุดเทียน เปล่งเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญเรียงรายไปตามลำดับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจนถึงพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

นายจรินทร์กล่าวว่า ส่วนบริเวณพิธีมณฑลท้องสนามหลวงยังมีพิธีจุดเทียนชัย ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และจะจุดเทียนชัยพร้อมเพรียงกันทุกจุดทั่วประเทศ และอีก 3 เดือน คือวันที่ 28 เมษายน 2553 จะเป็นวันครบราชาภิเษกสมรส ครบ 60 ซึ่งขณะนี้มีการหล่อระฆังคู่จำลองตอนนี้เก็บรักษาไว้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม และจะสร้าง "หอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส" เพื่อเป็นที่ประดิษฐานระฆังคู่จำลอง เพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้ได้วันที่ 28 เมษายน 2553

สำหรับสถานที่ก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติฯ จะสร้างในเนื้อที่ 9 ไร่ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้ทุนในการก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท

นายอาทิตย์ เปี่ยมศุภทรัพย์ คณะกรรมการจัดสร้าง "สมเด็จพระพุทธรตนมณี" กล่าวว่า จะจัดสร้าง "สมเด็จพระพุทธรตนมณี" อมตะพระเครื่องชั้นสูงด้วยอัญมณี คือ เพชร บุษราคัม ไพลิน ทอง และโลหะชาติ ผ่านมหาพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่ร่วมสมทบทุนจัดสร้าง "หอเฉลิมพระเกียรติฯ"

ส่วนกรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 5-13 ธันวาคมนั้น นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะสุ่มเสี่ยงที่นายเนวินจะนำตำแหน่งประธานการจัดงานไปสร้างกระแสนิยมทางการเมืองให้กับกลุ่มของตัวเอง จึงไม่สมควรนำบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาเป็นประธาน ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรพิจารณาหาบุคคลที่เหมาะสมและคนส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือมาเป็นประธานจัดงานแทนนายเนวิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากตึกศิริราช 100 ปี ว่า ยังคงมีประชาชนจากทุกสารทิศมาลงนามถวายพระพรไม่ขาดสาย อาทิ คณะผู้เข้าร่วมประชุมคณะแพทย์และพยาบาลจาก 17 ประเทศ กลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง 30 คนจากชมรมทหารผ่านศึก บ้านเข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และเนื่องจากมีกระแสข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ประชาชนจึงต่างมาจับจองที่นั่งกันจำนวนมาก

"แม้ว"พบเสื้อแดง-เที่ยวปราสาทนครวัด หลังบรรยายให้กัมพูชาฟัง

ที่มา มติชน

ใกล้ชิด - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ท่าถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวภายในปราสาทนครวัด ที่ จ.เสียมราฐ ภายหลังปาฐกถาพิเศษเรื่อง "กัมพูชาและโลกหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน" ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 พ.ย. (ภาพเอพี)

รายงานข่าวระบุว่า หลังจากการบรรยายพิเศษเรื่อง "กัมพูชาและโลกหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน" โดยใช้เวลาทั้งหมดราว 1 ชั่วโมง 50 นาที ให้กับนักเศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจรวมทั้งข้าราชการระดับสูงและสมาชิกรัฐสภากัมพูชารับฟังแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยออกเดินทางจากกรุงพนมเปญ ไปเยี่ยมชมปราสาทนครวัด และปราสาทบายน ที่ จ.เสียมราฐ โดยมีองครักษ์ของสมเด็จฯฮุน เซน อารักขาตลอดระยะทาง และได้รับเสียงโห่ร้องต้อนรับจากบรรดานักท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนหนึ่งเข้ามาขอถ่ายภาพด้วย


นอกจากนั้น ยังพบกลุ่มคนเสื้อแดงราว 50 คน ที่ข้ามแดนเข้ามาจากฝั่งไทยตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อรอพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องตะโกนคำว่าเรารักทักษิณ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ โดยอดีตผู้นำไทยยังมีกำหนดจะออกรอบกอล์ฟกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ในตอนเช้าวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน โดยอาจเดินทางกลับในตอนเย็นวันเดียวกันหรือไม่ก็เช้าวันที่ 14 พฤศจิกายน

กัมพูชาจับ"วิศวกรไทย"บริษัทคุมการบินกล่าวหาเป็น"สายลับ" สอดแนมเที่ยวบิน"แม้ว"รายงานทูตไทย

ที่มา มติชน

เขมรจับหนุ่มวิศวกรหน่วยจราจรอากาศบริษัทคุมการบินขึ้นศาลแขวงพนมเปญ แจ้งข้อหาเป็น"สายลับ" เชื่อขโมยข้อมูลเที่ยวบิน"ทักษิณ"ส่งให้ทูตไทยคนหนึ่ง เผยมีโทษจำคุก15ปี "ปณิธาน"ปลอ่ยตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อนบ้าน บอกรัฐบาลไม่ยุ่งให้สถานทูตไทยดูแล


กัมพูชาจับวิศวกรไทยกล่าวหาเป็น"สายลับ"สอดแนมเที่ยวบิน"แม้ว"

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ว่า กัมพูชาได้จับกุมตัวนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่สัญชาติไทยประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา วัย 31 ปี ฐานดำเนินเป็นสายลับต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเดินทางเยือนกัมพูชา

โดยพล.ต.ท.ซก พัล รองผู้บัญชาการตร.กัมพูชา เปิดเผยว่า นายศิวรักษ์ ได้ขโมยข้อมูลหมายกำหนดเที่ยวบินของพ.ต.ท.ทักษิณ และส่งให้แก่อัครราชทูตที่หนึ่งของไทยประจำกรุงพนมเปญ ซึ่งในขณะนั้นได้ถูกทางการกัมพูชาสั่งให้ออกจากประเทศฐานปฎิบัติภารกิจขัดต่อหน้าที่ทูต และทางการกัมพูชาได้นำตัวเจ้าหน้าที่ไทยผู้นี้ขึ้นศาลเขวงในกรุงพนมเปญเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยข้อหาขโมยข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหากผิดจริงจะต้องถูกลงโทษจำคุกเป็นเวลา 15 ปี

ทั้งนี้ เอพีรายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้คาดว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเลวร้ายขึ้นไปอีก ภายหลังทั้งสองได้ขับทูตของแต่ละฝ่ายออกจากไทยและกัมพูชา เพื่อประท้วงและตอบโต้ต่อกรณีกัมพูชาได้แต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ขณะที่หนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชารายงานว่า วิศวกรไทยรายนี้ทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS พร้อมระบุว่า นายศิวรักษ์ สอดแนมด้วยการก๊อบปี้เอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่เดินทางมากัมพูชา และ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผ่านบริษัท CATS ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเที่ยวบินทุกเที่ยวในกัมพูชา

"ปณิธาน"ให้สถานทูตในกัมพูชาดูแลวิศวกรไทยถูกกล่าวหาเป็นสายลับ


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวถึงกรณีกัมพูชาจับกุมตัวนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่ไทยประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา บริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส ซึ่งดูแลเที่ยวบินในกัมพูชา ฐานดำเนินเป็นสายลับต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเดินทางเยือนกัมพูชา ว่า กัมพูชาได้จับคนไทยจริงทราบว่าคนไทยดังกล่าวได้ทำการจารกรรม ซึ่งจะขอสอบถามรายละเอียดการจับกุม อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม สถานทูตมีเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายที่จะให้คำแนะนำตามหลักกฏหมายสากล ไม่ใช่เป็นประเด็นที่รัฐบาลเราจะไปยุ่งกับการสอบสวนและเจ้าหน้าที่คงมีการประสานกันเป็นการเบื้องต้นแล้ว


เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชาบอกว่านายศิวลักษณ์ที่เป็นคนไทยที่ถูกจับมีสายสัมพันธ์กับสถานทูตไทย นายปณิธาน กล่าวว่า ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนของเราด้วย ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลคนไทยให้ดีไม่ทำอะไรเป็นการไปขัดกฏหมายท้องถิ่นของกัมพูชา

50ส.ส.พท.แห่เยี่ยม"ทักษิณ"ล้อมวงกินข้าวเย็น ปัดข่าวถูกตั้งค่าหัว150ล. ปชป.ชี้โดดประชุมเล็งยื่นถอดถอน

ที่มา มติชน

50ส.ส.เพื่อไทยแห่เยี่ยม"แม้ว"ที่กัมพูชา บอกไม่เกี่ยวไปรับท่อน้ำเลี้ยง ปัดข่าวตั้งค่าหัวล่า150ล้านบอก"ประชา"คิดเอง อ้างไปส่วนตัวอย่าโยงรัฐบาล ปชป.โดดประชุม งัดข้อกฎหมายเล็งยื่นถอดถอน

ส.ส.เพื่อไทยแห่เยี่ยม"แม้ว"ที่กัมพูชา บอกไม่เกี่ยวไปรับท่อน้ำเลี้ยง

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่า ในเวลา 11.00 น. ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยประมาณ 40-50 คน จะเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยโดยรถตู้ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กัมพูชา เพื่อตั้งใจไปคารวะและให้กำลังใจพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งคงไม่มีโปรแกรมอะไรเป็นพิเศษนอกจากการพบปะเยี่ยมเยียน และรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน โดยมีสมเด็จฯ ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เป็นเจ้าภาพในการเลี้ยงอาหารเย็น


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยบอกมีการตั้งทีมล่าสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตั้งค่าหัว 150 ล้านบาท ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายประชา ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะมีเหตุถึงขนาดนั้น เรื่องแบบนี่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนไทย


เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยถูกมองว่เดินทางไปรับท่อน้ำเลี้ยง ส.ส.หนองคายกล่าวว่า ไม่มี เราไม่ได้ไปพูดคุยเรื่องนี้ แค่ไปพบปะกันธรรมดา ทั้งนี้ยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้จะไม่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชามากขึ้น เพราะไปนามส่วนตัวไม่เกี่ยวกับรัฐบาลอย่านำมาโยงกัน


ปชป.เล็งยื่นถอดถอนส.ส.เพื่อไทยโดดประชุมบินพบ"แม้ว"


นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวนมากเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กัมพูชา ทั้งที่เป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจาระหว่างประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่า เรื่องนี้ถือเป็นการหนีประชุมออกนอกราชอาณาจักร ไม่เคารพการทำหน้าที่ส.ส. แต่จะมาเอาเงินเดือน คนเหล่านี้เลือกที่จะไปรับใช้นักโทษแทนที่จะมาทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย จึงอยากให้ประชาชนไตร่ตรอง ว่าจะทำอย่างไรกับส.ส.เหล่านี้ ซึ่งอาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะส.ส.ทุกคนรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามีประชุม มีหนังสือเชิญประชุมชัดเจน


นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังศึกษากันอยู่ว่า เรื่องดังกล่าวขัดกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ สามารถนำไปสู่การถอดถอนได้หรือไม่ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่สมควรที่จะไปกัมพูชา

สังคมมีสติ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ



ยิ่งในยามที่รัฐบาลหรือนักการเมือง ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งและที่หลุดพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่พยายามจะกลับเข้ามามีอำนาจใหม่ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้าใส่กัน

และนำเอาผลประโยชน์ของสังคมทั้งสองไปเป็นเดิมพันในเกมการเมืองระหว่างประเทศ

ประชาชนไทยกับกัมพูชายิ่งจะต้องพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ อย่างสุขุมรอบคอบ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ที่ยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มอันเป็นประโยชน์เฉพาะหน้า

เพราะจะต้องระลึกเสมอว่าสงครามและความขัดแย้ง ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อคนส่วนใหญ่ได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ผู้ก่อความขัดแย้งมักจะลอยตัวลอยนวลไปได้เสมอ



และถึงจะไม่สามารถเข้าไปมีส่วนมีเสียงในการกำหนดนโยบาย แต่ประชาชนทั่วไปก็ยังสามารถใช้สิทธิของความเป็นพลเมือง วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะในทางสนับสนุนหรือทักท้วงทัดทาน

โดยเฉพาะกับนโยบายหรือจุดยืนที่มีแนวโน้มว่าจะเอนเอียงไปในทางสุดโต่งสุดขั้ว ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วจำนวนไม่น้อยในอดีต ว่าสร้างผลเสียหายมากกว่าผลดีกับคนทั่วไป

เพราะรัฐบาลหรือนักการเมืองนั้นมาแล้วก็จากไป ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องเป็นผู้รับผลของนโยบายโดยไม่สามารถหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงได้

การให้สติระหว่างกันและกันจึงเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นคุณต่อทุกฝ่าย



จะต้องตั้งคำถามและหาคำตอบให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจว่า จริงหรือที่ประชาชนกัมพูชาเห็นพ้องไปทุกอย่างกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ถึงขนาดพร้อมที่จะตัดขาดความสัมพันธ์หรือตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนไทย

และมีคนไทยจำนวนเท่าใดกันที่เห็นว่า สงครามหรือความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับเพื่อนบ้านจะให้ประโยชน์มากกว่าความสัมพันธ์ที่สงบ เป็นสุข และต่างเคารพซึ่งกันและกัน

ผู้นำหรือนักการเมืองอาจ "บ้า" หรือแสดงอาการว่าบ้า เพื่อหวังประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของตน ของพรรค หรือของรัฐบาลได้

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเสียสติไปด้วย

และจะต้องเป็นตัวอย่างทางดีให้นักการเมืองไม่ว่าที่ไหนได้สำนึกด้วย