WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, November 13, 2009

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่มา บางกอกทูเดย์

“นักการเมือง” ใครก็ได้มีส่วนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัด เมื่อพรรคเป็นของส่วนรวมและทำงานเพื่อส่วนรวมแต่เมื่อ “นักการเมือง” คนนั้นเติบโตจากสมาชิกพรรคธรรมดาขึ้นเป็นผู้บริหารพรรค ต้องคิดกว้างกว่าแค่เป็นส่วนร่วมและเจ้าของพรรคคนหนึ่งครั้นพอ “นักการเมือง” คนนั้นเติบใหญ่มากขึ้นจนได้รับการอุ้มชูจากคนในพรรคให้ขึ้นเป็น “หัวหน้าพรรค”ก็ไม่ได้หมายความว่า...คุณเป็นเจ้าของพรรคคนเดียวอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากนักการเมืองตัวเล็กๆ ใน

พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้เวลาบ่มเพาะ ประสบการณ์ การเรียนรู้ระบบพรรคในระบอบประชาธิปไตย ช่วงหนึ่งไม่นาน ก็ได้กลายเป็น บุคคลากรที่มีคุณค่าของพรรคควรได้รับการเชิดชูให้ขึ้นมาบริหารจัดการพรรคการได้เห็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้หมายความว่า...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียนจบปริญญาตรีทางการเมืองไทยสมบูรณ์แบบแล้วแต่นั่นคือ การยอมรับ นั่นคือการรับรองว่าเป็นผู้ใหญ่พอที่จะมีสามัญสำนึกทางการเมืองออกไปต่อสู้และแข่งกับคู่แข่งคนอื่นใน

พรรคการเมืองอื่นนั่นไม่ได้หมายความว่า...คุณบรรลุนิติภาวะทางการเมืองของไทยอย่างสมบูรณ์แบบแล้วแม้หัวหน้าพรรคก่อนหน้านั้น อย่าง ชวน หลีกภัยหลายคนยอมรับว่า บรรลุนิติภาวะทางการเมืองแล้ว ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องศึกษาต่อไปไม่รู้จักจบอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ ชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนกัน แต่การได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนั้นต่างกันชวน หลีกภัย ไม่เคยได้ตำแหน่งใหญ่ทางการเมืองจากการอุ้มชูอุปถัมภ์ของเผด็จ

การเลยแม้แต่ครั้งเดียวเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีมาสองหนแล้วแต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาอย่างไร ได้ฐานะของผู้นำรัฐบาลได้อย่างไร คนทั่วไปก็รู้ คนในพรรคก็รู้ ตัวท่านเองก็รู้วันนี้ท่านต้องแยกให้ออกว่า...การที่ท่านเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนได้กลายมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลและได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีประเทศไทยไม่ใช่ของท่านคนเดียวที่จะทำอะไรก็ได้วันนี้กำลังจะมีคนทวงคืนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจากท่านและนี่คือ ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ครับ 

‘ไทมส์’ การันตี!

ที่มา บางกอกทูเดย์

สุดท้าย! ประชาชนเองหรือที่เป็นผู้รับเคราะห์“ถูกสนตะพาย”การพยายามสร้างกระแส “คลั่งชาติ” แบบบ้าบอคอแตก...เสมือนสุภาษิต “เต่าใหญ่ไข่กลบ”คนที่ทำพิรุธ...แกล้งพูดหรือแสดงกิริยากลบเกลื่อนเพื่อปิดบังมิให้ใครรู้สิ่งที่ทำไว้การแสดงความเห็นด้วยถ้อยคำ และการวิเคราะห์วิจารณ์เอกสารภาษาอังกฤษ 12

หน้าใน “ไทมส์ ออนไลน์”ด้วยจุดประสงค์มุ่งมาดอาฆาต “ทักษิณ ชินวัตร”“แผลเน่าใน” ที่เกิดขึ้น...ยิ่งเป็นการ “ตอกย้ำ”ถึงความคิดและการกระทำของ รัฐบาล รวมถึง สื่อไทยบางก๊กบางพวกที่พร้อมให้การสนับสนุนจงใจให้ร้าย “ตัวบุคคล” และกระทำย่ำยีต่อ“ประเทศชาติ” โดยไม่มีจิตสำนึกคิดว่าตนเป็นลูกหลานรากเหง้า “บรรพบุรุษไทย”ทผี่ ่านมา...มี“บคุ คลเก่งกล้า” คนใด...กล้าออกมา “แสดงข้อเท็จจริง” ในเนื้อหา...ใช้ความรู้ ใช้ทักษะ ใช้ความเชี่ยว

ชาญ “แปลบทความ” ลงชื่อเผยแพร่เป็นหลักฐานไม่มีสักคน!กระทั่ง “ไทมส์ ออนไลน์” ได้ออกมาแสดงจุดยืนด้วยการเขียนบทบรรณาธิการว่า “ทักษิณ” มิได้พูดก้าวล่วง...พร้อมกล่าวยกย่องเชิดชูโดยเนื้อหาใจความสำคัญดังกล่าว...สามารถเข้าไปค้น เข้าไปหาอ่านได้ใน “ไทมส์ ออนไลน์”TIMES ออกมา “ระงับความขัดแย้ง” ได้ทันท่วงที...ทั้งที่“ความวุ่นวาย” คนไทยจะจับอาวุธฆ่าฟันกัน ...เป็นเราทั้งนั้นที่ทำขึ้นคนไทย ฉลาดแกมโกง หวังใช้สื่อของเขาเป็น

โอกาส“สร้างความดี...บนความชั่ว” ให้กันและกันทำไมเราจึงไม่หยิบยกเอา “ความจริง” มาพูด...เพราะหลังจากบทบรรณาธิการ TIMES ออกมาเมื่อวันที่11 พ.ย. 52ทำไม “สื่อกระแสหลัก” จึงไม่นำเรื่องนี้มาพูดถึงตีพิมพ์ หรือเผยแพร่เพื่อ “ยืนยัน” ความเป็นจริงที่TIMES ตั้งใจใคร่ชี้แจงทั่วโลกเขารับรู้...ต่างประเทศเขา “ทนไม่ได้” ที่เห็นความ “วิบัติ” แห่งธาตุแท้เนื้อในความเป็นมนุษย์ของคนไทยบางจำพวกคิดชั่ว...ทำชั่ว จึงสร้างข่าวใหญ่เพื่อกลบการกระทำชั่ว...พวกเอ็งชั่วช้าได้ใจข้าจริงๆ! 

เด็ก กับ ผู้ใหญ่

ที่มา บางกอกทูเดย์

ระหว่าง...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ สมเด็จฯ ฮุน เซนนั้น...ถึงจะเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันมากมาย13 ขวบจับอาวุธเป็นทหาร..อยู่ในสงครามอย่างยาวนาน..ได้รับเหรียญกล้าหาญ..และผ่านการบาดเจ็บล้มตายจนได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี..ยั่งยืนยาวนานหลายสิบปี...นั่นคือ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของพรรคประชาธิปัตย์..ที่เกิดจากการผสมเทียมจากห้องคลอดในเขตที่แขวนป้ายว่า.....“เขตทหารห้ามเข้า”ทำให้เขา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ถูกเยาะเย้ยถากถาง...อย่างน้อยจากคน 2 ชาติ...พร้อมๆ กัน..ริชาร์ด ลอยด์ เพอรี่จาก ไทม์ ออนไลน์.. กล่าวว่า...“สิ่ง

ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทยและถือเป็นความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น เมื่อความจริงอันน่ารังเกียจเหล่านี้มาเกิดขึ้นภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ชายผู้ซึ่งได้ชื่อว่า มีความชาญฉลาดมีความสามารถและมีคุณสมบัติที่ดีครบถ้วนทุกประการ ยกเว้นเพียงอย่างเดียว คือ ความถูกต้องชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตย”สมเด็จฯ ฮุน เซน..ก็ใช่ย่อย...“อภิสิทธิ์ เตือนผมว่าอย่าเป็นเบี้ยในหมากเกมของทักษิณนั้น

เราไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร อยากรู้นักใครเป็นเบี้ยของใครกันแน่ อภิสิทธิ์ตกเป็นเครื่องมือของทักษิณเอง เพราะเมื่อทักษิณเปิดตัวเข้ามา อภิสิทธิ์ก็ออกมาตอบโต้โดยไม่คิดอะไรเลย ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเลย แถลงมาจากโตเกียวเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู”อีกประโยค....“ถ้าอภิสิทธิ์เก่งจริงก็ขอให้เลือกตั้งใหม่ซิ ท่านกลัวอะไรหรือหรือว่ากลัวที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรืออย่างไร หรือว่ากลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง”“ผมเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 2 ใน3 ของสภากัมพูชา แล้วท่านอภิสิทธิ์ ได้รับเท่าไหร่กันหรือขโมยเก้าอี้เขามานั่ง ขโมยของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง จะให้เคารพได้อย่างไร”ว่ากันว่า...ความจริงนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง...ความจริงเป็นสุดยอดแห่งการทำลายล้าง....คงยากมากลำบากมากที่..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...จะโต้กลับหรือปฏิเสธ..ในถ้อยคำที่เยาะเย้ยถากถาง..จะมีก็แต่ทารกเท่านั้น..ที่ไร้เดียงสาต่อคำเย้ยหยัน...เช่นนี้

2 มาตรฐาน?

ที่มา บางกอกทูเดย์

รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการ 2 มาตรฐานกับกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลือง แม้ว่าจะไม่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯเพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ”เสียงประกาศก้องคลองหลอดของ“บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ออกมายืนยันพร้อมปฏิเสธข่าว เกณฑ์คนในภาคอีสานโดยเฉพาะพื้นที่ บุรีรัมย์-นครราชสีมา เข้ามาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ในวันที่ 15 พ.ย.นี้“ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง รวมถึงไม่มีการนำกลุ่มคนเสื้อนํ้าเงินเข้าร่วมการ

ชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยแต่ก็เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นสิทธที่จะแสดงออกถ้าอยู่ภายใต้กฎหมาย”นอกจากนี้ นายบุญจง ยังกล่าวด้วยว่า ที่ฝ่ายค้านอ้างว่ากระทรวงสั่งให้กำนันผู้ใหญ่บ้านรวบรวมประชาชนเตรียมมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ขอปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่มีเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่มีการสั่งการให้มาร่วมชุมนุม มีแต่จะทำให้ทุกอย่า่งเกิดความสมานฉันท์ความสามัคคีและไม่มีการสั่งการให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุม

ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงนัดระดมทุนในพื้นที่ของ รมช.มหาดไทยในวันที่ 14 พ.ย.52ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมานั้นนายบุญจง ได้สั่งการพื้นที่ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้บังคับการตำรวจภูธรภาคเตรียมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและความเรียบร้อย“อะไรก็ตามที่แสดงออกในกติกาก็ไม่มีปัญหา เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ทุกจุดทั่วประเทศไทย ถ้าไม่ไปละเมิดกฎหมาย”นายบุญจง หยอดคำหวานทิ้งท้ายเพื่อยืนยันว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติและแน่นอนแล้วว่า

การชุมนุมในวันที่ 15 พ.ย.นี้ รัฐบาลจะไม่เลือกใช้บริการพ.ร.บ.ความมั่นคง กฎหมายคู่บุญรัฐบาลนายกฯรูปหล่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”แต่ในด้านการเตรียม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1ออกมารับลูกพร้อมจัดกำลังตำรวจ 3กองร้อย 450 นายโดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 1รับผิดชอบบริเวณท้องสนามหลวงกองบังคับการตำรวจนครบาล 6รับผิดชอบบริเวณพื้นที่โดยรอบ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล รับผิด

ชอบบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้านอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนอีก 100 นาย ชุด ปะ ฉะ ดะ หรือหน่วยเคลื่อนที่เร็วอีก 15 นาย โดยจะเริ่มวางกำลังตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยังระบุด้วยว่า จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 30,000 คนซึ่งหากมีการเคลื่อนขบวนก็จะทำการปิดถนนบางเส้นทาง แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าว จะไม่มีการยืดเยื้อ และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นประเด็นการปฏิบัติแบบ 2

มาตรฐานได้ถูกกลุ่มเสื้อแดงตั้งข้อสังเกตตั้งแต่วันที่แกนนำพันธมิตรฯ อย่าง “พิภพ ธงไชย”เข้าพบนายกรัฐมนตรี ถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อจี้ให้รัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยูกับกัมพูชาจากนั้นเพียง 1 วัน แกนนำพันธมิตรฯก็เปิดบ้านพระอาทิตย์ แถลงจัดรวมพลครั้งใหญ่ที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 15 พ.ย.นี้“กรณีที่ นายพิภพ เข้ายื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น เป็นการทวงสัญญาใดหรือไม่ เนื่องจากวันต่อมาทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ประกาศนัด

ชุมนุมใหญ่ในวันที่15 พฤศจิกายนนี้”นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานของรัฐบาลเพราะเมื่อเทียบกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อควบคุมดูแลการชุมนุมขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันที่ 12พ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง ต่างระดมกึ๋น เพื่อใช้ตอบโต้กัมพูชา แต่หนึ่งในนั้นรวมถึงแผนสกัดคนเสื้อแดงที่กำลังจะชุมนุมด้วย

เช่นกันในเรื่องนี้ รองนายกฯ ด้านความมั่นคงออกมายืนยันชัดเจนว่า การโค่นล้มรัฐบาลวันนี้คงทำได้ยาก หากไปชักชวนประชาชนมาร่วมขบวนกับคนเสื้อแดงเพื่อโค่นล้มรัฐบาลจะเกิดคำถาม ว่าโค่นล้มรัฐบาลเพื่อใคร เพื่อทักษิณบวกฮุน เซน ใช่หรือไม่ถ้าเป็นอย่างนี้ชวนใครก็ไม่มาจึงถือเป็นเรื่องยากที่จะโค่นรัฐบาลแม้ทางรัฐบาลจะออกมาปฏิเสธทุกครั้งที่สื่อตั้งคำถามนี้ แต่ในทางปฏิบัติก็คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเป็นเช่นไรไม่ต้องอธิบาย! 

หยุดเถิด ‘มาร์ค’

ที่มา บางกอกทูเดย์

อภิสิทธิ์คุณรู้หรือไม่ว่า ...ไทยส่งออกไปกัมพูชาสูงถึง 2,130 ล้านยูเอสดอลล่าร์แต่นำเข้าจากกัมพูชาเพียง 90ล้านดอลล่าร์ เมื่อปี 2551นั่นคือ...ได้ดุลการค้ากับกัมพูชาถึง2,040 ล้านยูเอสดอลล่าร์...หากคูณด้วย35 (คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 บาทต่อหนึ่งดอลล่า) จะมีค่าเท่ากับ 71,400ล้านบาท และมีแนวโน้มสูง

ขึ้นทุกปีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณรู้หรือไม่ว่า...เงินสะพัดที่โรงเกลือที่ชายแดนไทยกัมพูชานั้นวันละหลายร้อยล้านบาท และในบางวันอาจจะไต่ระดับพันล้านบาทแล้วที่ อ.กันทรลักษณ์ศรีสะเกษนั้นในครั้งที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง เคยทำสถิติถึงวันละร้อยล้านบาทเช่นกันอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคุณรู้หรือไม่ว่า ...อดีต นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของประเทศนิการากัว แล้วได้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้แก่ประเทศดังกล่าวแล้วในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในหลาย

ด้าน...บางด้านก็คือเรื่องการเกษตรนั้น อดีต นายกฯ ทักษิณได้ไปแนะนำให้ปฏิรูปที่ดินอย่างจริงจังในประเทศนิการากัวและได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในประเทศนั้น...ทำให้ประเทศนั้นชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านอย่างสูงแล้วทำไมคุณไม่ประณามทักษิณหรือกล่าวโทษว่า “ขายชาติ เอาความลับของประเทศไทยไปให้กับนิการากัว”แล้วทำไมคุณไม่เรียกเอกอัครราชทูตไทยกลับจากประเทศนิการากัวด้วย

เล่าครับ หรือคุณจะตอบว่า...ฉันจะทำของฉันอย่างนี้ใครจะทำไมซึ่งดูเหมือนว่าจะตรงกับพฤติกรรมของคุณในหลายๆ เรื่องเลยทีเดียวแล้วทำไมพออดีต นายกฯ ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของกัมพูชา...คุณดูจะโกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟเรียกเอกอัครราชทูตกลับทันทีอาจจะกล่าวได้ว่ากระชากคอเสื้อทูตกลับประเทศ!การกระทำของคุณเกือบจะเท่ากับการตัดสัมพันธไมตรีต่อกันแล้วครับ หรือคุณต้องการทำสงครามกับกัมพูชาสิ่งที่คุณพูดนั้นไม่ตรงกับความ

เป็นจริงอยู่เนืองๆ ในเรื่องนี้คุณกำลังดำเนินการเช่นนี้อยู่หรือเปล่าคุณกำลังบ่มเพาะสถานการณ์จนถลำลึกไปสู่การทำสงครามระหว่างไทยกัมพูชาหรือเปล่าผมขอเตือนนะครับว่า...แม้คนไทยจะรักชาติไม่ยอมถอยกับอริราชศัตรูใดๆก็ตาม แต่การทำสงครามก็มีเหตุผลของมันนะครับ และมีแต่สงครามที่เป็นธรรมเท่านั้นที่จะได้รับชัยชนะในที่สุดถ้าคุณก่อให้เกิดสงครามแม้ว่าประเทศไทยอาจจะชนะในระยะแรกแต่ระยะยาวแล้ว ลำบากมากครับคุณดูประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกา

ดูซิครับ...ต้องถอยจากประเทศเวียดนามที่เล็กกว่ามากมายทั้งจำนวนคน ขนาดเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อย่างยับเยินหายนะมหาศาลประเทศไทยเองก็อาจจะต้องบอบชํ้าอย่างหนัก ก็ดูเอาแค่สามจังหวัดภาคใต้ก็พอ หน่วยงานของราชการรายงานตัวเลขว่า...กองกำลังติดอาวุธของผู้ก่อการร้ายสามจังหวัดภาคใต้มีประมาณสองพันคนแต่ฝ่ายไทยมีประมาณ 80,000 คนมากกว่ากันเกือบ 40 เท่าแต่ห้าปีแล้ว และสมัยอภิสิทธิ์ก็เกือบปีแล้วครับ

สถานการณ์ในรัฐบาลชุดนี้เลวร้ายลงยิ่งขึ้นทุกทีแล้วคุณคิดจะทำสงครามกับกัมพูชาประเทศที่มีประสบการณ์รบแบบกองโจรมาไม่ตํ่ากว่าสี่สิบปี คุณจะสร้างความหายนะโดยไม่มีเหตุผลใดอย่างนี้หรืออภิสิทธิ์ รู้ไหมครับว่า...บันทึกความเข้าใจปี 2544 ที่รัฐบาลคุณประกาศยกเลิกนั้น เป็นประโยชน์กับไทยมากแค่ไหน และไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆ กับอดีต นายกฯ ทักษิณเลยแม้แต่น้อยคุณรู้ไหมครับว่า...บันทึกความเข้าใจดังกล่าว เป็น “ข้อตกลงที่จะเจรจากัน” ในเรื่อง

น่านนํ้า และมีข้อตกลงที่เป็นประโยชน์กับไทยอย่างน้อยก็ 4 ประการด้วยกัน คือผูกมัดการเจรจาเรื่องแก๊สกับนํ้ามันเข้ากับการเจรจาเรื่องเขตแดน บังคับให้ใช้กฎหมายสากล ไม่อนุญาตให้ละเมิดข้อตกลงทางทะเลของทั้งสองฝ่ายและได้ข้อกำหนดในเรื่องเขตแดนที่จะต้องตกลงกันต่อไปอีกแต่อย่างน้อยก็ทำให้เกาะกูดเป็นของไทยทั้งเกาะเมื่อเทียบกับเดิมที่เกาะกูดถูกเฉือนให้เป็นของไทยบางส่วนของกัมพูชาบางส่วนทำไมรัฐบาลอภิสิทธิ์คลุ้มคลั่งในการปลุกปั่นกระแส

คลั่งชาติเพียงเพราะกัมพูชาตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจเท่านั้นการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นกติกาสากลทั้งโลกก็ยอมรับตรงกันว่า...จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการพิจารณาคดี“สามศาล”เป็นความผิดที่ประเทศนั้นกำหนดไว้ชัดแจ้ง และต้องไม่ใช่คดีทางการเมือง ซึ่งทุกประเทศไม่เว้นแม้แต่ไทยก็ต้องยึดมั่นตามอภิสิทธิ์ และในรัฐบาลคุณเองนั่นแหละที่ปฏิเสธไม่ยอมส่งผู้ค้าอาวุธให้แก่พวกการก่อการร้ายสากลซึ่งประเทศอเมริกาขอตัวมาด้วยเหตุผลว่าเป็นคดีการเมือง

แล้วคุณไม่รู้สึกกินแหนงแคลงใจตัวเองบ้างเลยหรือครับเมื่อกัมพูชาปฏิเสธที่จะส่งทักษิณมาเพราะทักษิณมีชะตากรรมเช่นนี้เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร19 กันยายน 2549 อย่างชัดแจ้งหากโอบามาทำอย่างคุณบ้าง...อเมริกาก็จะต้องเรียกเอกอัครราชทูตกลับทันทีและยกเลิกสนธิสัญญาระหว่างกันให้หมดไปคุณจะเอาอย่างนั้นหรืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคุณทำร้ายประเทศมากมายเกินไปแล้วหยุดเถิด ไม่เช่นนั้นจุดจบของคุณต้องไม่สวยงามอย่างแน่นอน! 

ร้องก่อนรบ แดงทั้งภูเขา!

ที่มา บางกอกทูเดย์

4 จุดตายที่คนเสื้อแดงต้องระวังวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศรวมพลคนนับแสนที่เขาใหญ่ แน่นอนว่าขั้วตรงข้ามต่างๆ ไม่เพียงจับจ้องมอง แต่ต้องมีการหาทางดิสเครดิตให้ได้ด้วย... ถ้างานนี้รับมือพลาด... อันตรายแน่ การทำให้เกิดปรากฏการณ์แดงทั้งขุนเขา เพราะเสื้อแดงมาเยอะร่วมแสนคน มุมหนึ่งไม่เพียงเป็นลางบอกเหตุว่า คนไม่ชอบรัฐบาลนี้มากขึ้น แต่อย่าลืมอีกมุมหนึ่งว่านี่จะเป็นการเตือนขั้วตรงข้ามทั้งหลายว่าจะต้องเร่งมือจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดงให้หนักขึ้นไปอีกฉะนั้นนี่คือ อันตรายอีกจุดหนึ่งที่ไม่อาจจะมองข้าม ซึ่งจะตามมาหลังจากการชุมนุมครั้งนี้อย่างแน่นอน

การนัดชุมนุมพลคนเสื้อแดง ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทยอีกต่อไปตราบใดก็ตามที่ความรู้สึกของคนในประเทศนี้ ยังเห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข ยังคงถูกกลุ่มอำมาตยาธิปไตยบิดเบือน จนทำให้เสรีภาพที่แท้จริงทางการเมืองยังไม่มี ตราบใดก็ตามที่ความรู้สึกว่าการบริหารประเทศยังคงมี 2 มาตรฐานตราบใดก็ตามที่ความรู้สึกว่า รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศยังคงแฝงวาระซ่อนเร้นและตราบใดก็ตามที่ความรู้สึกว่าท็อปบูท ปากกระบอกปืน และรถถังยังคงกดหัวคนไทยที่เพรียกหาประชาธิปไตยเมื่อความรู้สึกและสิ่งที่เรียกร้องยังไม่เกิดขึ้นในแผ่นดิน การ

ต่อสู้จะจบสิ้นได้อย่างไรนี่คือ ปัญหาทางการเมืองของไทย ที่ทำให้ยังมีการต่อสู้ มีการเรียกร้อง มีการแสดงพลังจากกลุ่มต่างๆ จนดูเหมือนว่าสังคมไทยไม่ปกติและยากที่จะหาข้อยุติทั้งที่จริงๆ แล้วปรากฏการณ์เสื้อแดง ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากปรากฏการณ์เรียกร้องทางการเมืองที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยเฉพาะหลังจากการเปลี่ยนแปลงปี 2475 เป็นต้นมาเพียงแต่สถานการณ์ของคนเสื้อแดงนั้น ต้องถือว่ายากลำบากเป็นอย่างมากในการต่อสู้ทางการเมือง เนื่องจากไม่เพียงเกิด

ขึ้นมาภายใต้การแตกแยกทางความคิด ทำให้เหมือนกับมีคู่ปรับทางการเมืองที่เป็นขั้วตรงข้ามแม้ว่าในความเป็นจริงหากตั้งสติให้ดี ประชาชนที่แท้จริง ที่เรียกหาประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์ใจนั้น ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีแดง หรือสวมเสื้อสีเหลือง จริงๆ แล้วล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อประเทศชาติไม่แตกต่างกันมีความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้แตกต่างกันเลยแต่เมื่อคนเสื้อแดงมาเกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงยิ่งกลายเป็นเพิ่มคู่ปรับมากขึ้น

ไปอีก เพราะทั้งอำมาตยาธิปไตย ทั้งทหาร ถูกโยงใยเข้ามาเป็นขั้วตรงข้าม ที่ต้องหยุดคนเสื้อแดงให้ได้ฉะนั้นแม้กลุ่มคนเสื้อแดงจะเป็นการรวมตัวของคนส่วนใหญ่ของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคนรากหญ้าทั้งหลาย แต่เมื่อเจอสารพัดกลุ่มรุมขย้ำแบบนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการต่อสู้เลยจริงๆแถมสารพัดคู่ปรับนั้น ล้วนเป็นนักสร้างภาพสร้างข้อกล่าวหาที่ฉกาจฉกรรจ์ได้ทั้งสิ้น กรณีพรรคการเมืองเก่าแก่ที่เล่นเกมตะโกนในโรงหนังบ้าง... เล่นใช้ความสามารถในการพูด

ที่เหนือชั้นสร้างความน่าเชื่อให้กับเอกสารหรือกระดาษแผ่นเดียวได้เป็นวรรคเป็นเวรนั้น ยังต้องถือว่านั่นแค่ประถมเพราะวันนี้ทุกเรื่องทุกประเด็น คนเสื้อแดงโดนโยงเข้าในวังวนของข้อกล่าวหาได้หมดยิ่งคู่ปรับแกนนำระดับเจ้าลัทธิด้วยแล้ว ยิ่งบอกได้เลยว่า เสื้อแดงไม่เพียงตั้งรับแทบไม่ทัน แต่ยังแพ้เกมในเรื่องการใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรงที่กระตุ้นหรือยั่วยุอารมณ์ดิบของคน โดยเฉพาะบรรดาสาวกได้อย่างฉกาจฉกรรจ์ที่สุดดังนั้นการเดินเกมต่อสู้ของคนเสื้อแดงใน

วันนี้บอกได้เลยว่า เหนื่อยสาหัสอย่างยิ่งยิ่งสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ ทำท่าว่าจะร้อนองศาเดือด เพราะกระแส“ล้มคว่ำ”ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีออกมาเป็นระยะๆ อย่างรุนแรงชนิดไม่สามารถที่จะมองข้ามได้และยิ่งหากดูอาการของพรรคร่วมรัฐบาล ที่วันนี้แทบจะหมดความเกรงใจพรรคแกนนำอย่างพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่พรรคต่างๆ ก็แสดงความเบื่อหน่ายและหมดความอดทนจนทำให้สภา

ต้องออกอาการล่มซ้ำซากรวมทั้งยิ่งหากดูการเร่งเตรียมการเพื่อรับมือการเลือกตั้งที่จะมาถึง แม้แต่พรรคการเมืองใหม่และกลุ่มพันธมิตรฯยังเตรียมจัดงานระดมทุนเพื่อให้ได้เงินเป็นร้อยล้านบาทเอามาใช้เป็นทุนทางการเมือง และการเลือกตั้งที่จะมาถึง ยิ่งสะท้อนชัดว่าสถานการณ์การเมืองในตอนนี้สามารถพลิกผันได้ทุกขณะจิตสถานการณ์เวลาก็กดดัน คู่ปรับทางการเมืองก็สาดโคลนใส่ด้วยสารพัดข้อกล่าวหา เหล่านี้เป็นโจทย์ที่บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงจะต้องคิดให้หนัก

และตีโจทย์ให้แตกว่า จะลบล้างข้อกล่าวหาในประเด็นต่างๆ ได้อย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อกล่าวหาที่ว่า..... “ทั้งหมดทำเพื่อคนๆ เดียว” แม้ในความเป็นจริงคนเสื้อแดงจะรู้ดีว่า ทั้งหมดทำเพื่อประเทศชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เนื่องจากว่าประสิทธิภาพของการกล่าวหาของกลุ่มที่ต้องการทำลายนั้นมีสูง จึงทำให้คนที่เป็นกลาง คนที่เป็นพลังเงียบของประเทศนี้จึงลังเล และไม่กล้าที่จะแสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยดังนั้นการบ้านใหญ่ข้อแรกของคนเสื้อแดง จึงไม่

ใช่เรื่องของการรวมตัวเพื่อแสดงพลัง แต่เป็นการอธิบายข้อเท็จจริงและประกาศเจตนารมณ์ที่แท้จริงให้คนทั้งแผ่นดินรู้และยอมรับให้ได้ว่า ทำเพื่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริงหากทำได้สำเร็จ ลบล้างข้อกล่าวหาได้สำเร็จก็มีโอกาสชนะใส... แต่หากทำไม่สำเร็จโอกาสพ่ายแพ้ก็มีสูงนี่คือ ความเป็นจริงข้อแรกที่แกนนำและคนเสื้อแดงจะต้องยอมรับ และหาทางกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการรับมือให้ได้ก่อนที่จะสายประเด็นต่อมาเป็นโชคร้ายของกลุ่มคน

เสื้อแดง ที่ไม่ได้มีศัตรูเพียงกลุ่มเดียว แต่กลับมีศัตรูหลายกลุ่ม จึงทำให้การต่อสู้ยืดเยื้อ ซึ่งบุคลิกของสังคมไทยเป็นประเภทเบื่อง่ายหน่ายเร็ว และขี้หงุดหงิดขี้รำคาญเมื่อสถานการณ์การต่อสู้ยืดเยื้อ ทำให้มีคนบางส่วนเริ่มบ่นและเริ่มตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่จะจบเสียที เมื่อไหร่จะยุติและกลับมาสงบร่มเย็นเหมือนในอดีตเสียที ประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นลบต่อภารกิจการต่อสู้เพื่อทวงประชาธิปไตยที่แท้จริงของคนเสื้อแดงยังดีที่คนเสื้อแดงใช้การรวมตัวที่กระชับ ชัดเจน และรักษา

สัญญา บอกว่าจะรวมพลังวันเดียวก็คือ วันเดียว บอกว่าจะยุติแค่เที่ยงคืน ยืดเยื้ออย่างมากก็แค่ครึ่งค่อนชั่วโมงเท่านั้นนี่คือ เสน่ห์ของการรวมตัวแสดงพลังของคนเสื้อแดงแต่ในยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง การรวมพลังลักษณะนี้จะเพียงพอต่อการสู้กับกลุ่มที่ต้องการทำลายได้หรือไม่ นี่คือ ปัญหาใหญ่ข้อที่ 2 ของคนเสื้อแดงที่จะต้องตีโจทย์ให้แตกด้วยเช่นกันปัญหาใหญ่ประการที่ 3 ของการรวมพลังของคนเสื้อแดง ก็คือ เนื่องจากเป็นการรวมพลังของคนจำนวนมาก

เรือนหมื่นเรือนแสนที่มากันโดยอิสระ มากันด้วยใจ จึงทำให้การควบคุมดูแล ทำได้ยากมากกว่าการดูแลม็อบจัดตั้งทั้งหลายการถูกแทรกตัวเข้ามาของมือที่ 3 เพื่อสร้างความปั่นป่วน หรือเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดง ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ยาก ประจักษ์พยานการเสียรู้ของคนเสื้อแดง ก็เคยโดนชัดเจนมาแล้วเมื่อครั้งเมษาเลือด ที่ถูกแผนส่งคนเข้ามาแทรก และชักจูงไปสู่ความรุนแรงบานปลายทำให้คนเสื้อแดงเสียคะแนนไปมากเช่นเดียวกับการเสียรู้ในเหตุ

วุ่นวายที่พัทยา ช่วงการประชุมอาเซียนล่ม ทั้งๆ ที่เหตุปะทะเหตุวุ่นวายรุนแรงมาจากคนเสื้อน้ำเงินแท้ๆ แต่ภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงกลับถูกกระทบ เพราะถูกปรักปรำไปเต็มๆที่สำคัญ ไม่ว่าในการต่อสู้ใดๆ แพ้ก็คือแพ้ ไม่อาจที่จะแก้ตัวได้ ดังนั้น ในเมื่อเมษาเลือดและพัทยาคนเสื้อแดงเป็นฝ่ายแพ้เพราะเสียรู้ ก็ต้องถือว่าแพ้ จะอ้างโน่นอ้างนี้ไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือ จดจำบทเรียนไว้ให้ดี แล้วอย่าให้แพ้อีกการรวมพลแสดงพลังที่หวังจะให้แดงทั้งภูเขา ที่บริเวณโบนันซ่า เขา

ใหญ่คือ การวอร์มอัพกล้ามเนื้อเตรียมพร้อมออกศึกใหญ่ ที่แกนนำเสื้อแดงประกาศอย่างเชื่อมั่นว่า จะมีคนมาร่วมนับล้านคนในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้.....หากถึงวันนั้น มีคนเสื้อแดงมาร่วมกันนับจำนวนล้านจริง การบริหารดูแล ป้องกันมือที่ 3 ยิ่งต้องเข้มงวด อย่าให้ใครเข้ามาป่วนและสร้างความวุ่นวายได้หากคุมไม่อยู่ จำนวนคนเป็นล้าน จะทำให้คนเสื้อแดงถูกสาดโคลนให้เพลี่ยงพล้ำได้ซึ่งที่ผ่านมาการรวมพลคนเสื้อแดง ยืนอยู่ในระดับหมื่นคนแสนคนเป็นหลัก แต่ครั้งนี้

เป็นครั้งแรกที่จะขยับก้าวขึ้นสู่หลักล้าน ฉะนั้นยิ่งต้องรอบคอบและระมัดระวังให้จงหนัก เพราะแม้จะกระหึ่มในการแสดงพลัง แต่ก็แฝงจุดอ่อนอยู่ในทีแกนนำต้องเอาให้อยู่ ต้องกันมือที่ 3 ให้ได้ชะงัดที่สุดและในประการที่ 4 หากคนมานับล้านคนจริงๆ จุดที่จะถูกโจมตีว่าเป็นการจัดตั้งก็คือ เรื่องของงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละวันที่จะต้องมี และขั้วตรงข้ามจะต้องตั้งคำถามว่าแล้วงบสนับสนุนเหล่านี้มาจากไหน??เพราะขนาดสถานที่จัดงานคือโบนันซ่า เขาใหญ่ เป็น

ธุรกิจเอกชนที่ใครมีเงินจ่ายค่าเช่าก็สามารถมาใช้สถานที่ได้ เที่ยวนี้ยังโดนตั้งคำถามว่า สนับสนุนแดงหรือไม่ เลือกข้างหรือไม่?ก็ถ้ากลุ่มพันธมิตรจะไปเช่าเพื่อรณรงค์หาเงินสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่บ้าง จะให้เหลืองพรืดบ้าง ก็สามารถทำได้ ใครจะไปว่า หรือแม้แต่ก๊วนเพื่อนเนวินและภูมิใจไทย จะเช่าวางแผนเพื่อผลักดันให้นายเนวิน ชิดชอบ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีดังที่ฝันไว้ จะทำให้เขาใหญ่เกลื่อนไปด้วยสีน้ำเงินก็ได้ด้วยเช่นกัน เพราะนายเนวินมีปัญญาจ่าย มี

ปัญญาเลี้ยงดูปูเสื่อกลุ่มพลังที่มาได้อยู่แล้วในขณะที่กลุ่มเสื้อแดง แกนนำการชุมนุมที่โบนันซาในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ 3 เกลอแห่งรายการความจริงวันนี้ รวมทั้งแกนนำคนอื่นๆ จะต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด จะปล่อยให้เกิดความวุ่นวาย จะเผลอเปิดจุดอ่อนหรือการ์ดตกไม่ได้เลยบอกแล้วว่าถ้าพลาดงานนี้ถูกขย่มแน่การทำให้เกิดปรากฏการณ์แดงทั้งขุนเขา เพราะเสื้อแดงมาเยอะนับจำนวนร่วมแสน คือ

ยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งของฝ่าย“คนเสื้อแดง”เพราะนั่นคือการ“ทดสอบความพร้อม” ทั้งกำลังคนและสภาพจิตใจ ปฏิบัติการ“เพื่อนร่วมร้อง พี่น้องร่วมรบ” จึงเป็นยุทธวิธีที่“ฝ่ายเสื้อแดง” นำออกมาใช้ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนวันนี้...ถ้าทั้งภูเขาที่โบนันซ่ากลายเป็น“สีแดงทั้งภูเขา” นั่นย่อมหมายถึงว่า...คนเสื้อแดงก็มี“ความพร้อมสูง” สำหรับเป้าหมายจำนวนล้านที่จะชุมนุมใหญ่ในปลายเดือนนี้ เพื่อ“แตกหัก”กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในการเรียกร้อง

ประชาธิปไตยใครจะไป?? ใครจะอยู่??แต่อย่าลืมอีกมุมหนึ่งว่า นี่จะเป็นการเตือนขั้วตรงข้ามทั้งหลายว่าจะต้องเร่งมือจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดงให้หนักขึ้นไปอีกฉะนั้นนี่คือ อันตรายอีกจุดหนึ่งที่ไม่อาจจะมองข้าม ซึ่งจะตามมาหลังจากการชุมนุมครั้งนี้ และการชุมนุมใหญ่ในปลายนี้อย่างแน่นอนดังนั้นเสื้อแดงคงจะต้องใช้เสียงคนนับล้าน ประกาศให้ชัดเจนว่า เป็นการต่อสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่จะเกิดขึ้นในปลายดือนนี้ และมีจุดร่วมคือการ “โค่นล้ม ระบอบ

อำนาจอำมาตยาธิปไตย” จึงต้องนำเสนอเนื้อหาหลักการประชาธิปไตยที่ชัดเจนมากกว่าการชูตัวบุคคล เพื่อไม่ให้ขั้วตรงข้ามฉวยโอกาสทำลายความชอบธรรมในการต่อสู้ ป้ายสีว่าขบวนการเสื้อแดงทำเพื่อคนคนเดียวการบ้านครั้งนี้จึงหนักหนาสาหัสและท้าทายอย่างยิ่งว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะทำได้หรือไม่ได้? จะรอดหรือไม่รอด? และจะฝ่อหรือไม่ฝ่อ?เพราะมีทั้งคนรอดู คนรอลุ้น และคนรอซ้ำเติม.....!!

มุมมองนักธุรกิจไทยในกัมพูชา ต่อกรณีความขัดแย้งของสองประเทศ

ที่มา Voice TV



นอกจากผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลไทย ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทำให้นักธุรกิจไทยเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลปิดด่านชายแดน

"หมอประเวศ" ชี้รัฐบาลปลุกกระแสชาตินิยมไม่เป็นเรื่องดี

ที่มา Voice TV
 ศ.นพ.ประเวศ วะสี , ราษฎรอาวุโส , ความขัดแย้งระหว่างประเทศ , ไทย-กัมพูชา , สมเด็จฮุน เซน , ภาคประชาชน , ชาวกัมพูชา , พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , ไพ่ใบสุดท้าย , รัฐบาลไทย , ปลุกกระแสชาตินิยม , สิ้นอำนาจ

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ระบุการที่รัฐบาลต้องการปลุกกระแสชาตินิยม ไม่ดีกับทั้งสองประเทศ เพราะจะนำไปสู่การหมดสิ้นอำนาจของทั้งสองฝ่าย
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ มีประชากรมากกว่า กองทัพก็มีศักยภาพสูงกว่า รวมทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจก็มากกว่ากัมพูชา ซึ่งไทยเป็นเสมือนผู้ใหญ่ ส่วนกัมพูชาก็เป็นเด็ก ดังนั้นเราต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อย่าไปท้าตี เพราะเด็กมีกำลังน้อยกว่า และจะถูกมองว่าไปรังแกเด็ก แต่ต้องระวังอย่าไปหลงกลเด็ก เพราะบางครั้งเด็กก็หลอกผู้ใหญ่ได้ และอาจทำให้ผู้ใหญ่เพลี่ยงพล้ำได้เหมือนกัน แต่ก็อยากให้เชื่อมั่นว่าความชอบธรรมจะอยู่ในสายตาของคนทั้งโลก ซึ่งพวกเขารู้ดีว่าใครมีความชอบธรรมมากกว่ากัน ดังนั้นไทยต้องมองกัมพูชาด้วยความเมตตาและอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูล ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า อยากให้แยกความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับสมเด็จฮุน เซน ออกจากภาคประชาชน อย่านำเอาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไปรวมกับประชาชนชาวกัมพูชา เนื่องจากมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะสมเด็จฮุน เซนและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการร่วมกันมือกันทำอะไรบางอย่างเพียงชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่อยากให้รัฐบาลหลงเข้าไปเป็นเหยื่อ ส่วนการที่รัฐบาลต้องการปลุกกระแสชาตินิยม เห็นว่าไม่เป็นเรื่องที่ดีกับทั้งสองประเทศ เนื่องจากเวลาเกิดชาตินิยม เกิดง่าย แต่จะให้หยุดยาก และในที่สุดจะนำไปสู่การหมดสิ้นอำนาจของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งการนำเสนอข่าวสารความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ก็ควรต้องระมัดระวังมากกว่านี้ และเสนอความจริง ไม่อยากให้ใช้ข่าวสารในการโหมอารมณ์ประชาชนทั้งสองประเทศ ให้เกิดอารมณ์โกรธเกลียดกัน อยากให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องชั่วคราวของนักการเมือง นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าสาเหตุที่ประชาชนทั้งสองประเทศไม่เป็นมิตรก็เพราะนักการเมือง อย่างเช่น ในวรรณกรรมสามก๊ก ที่คนในแคว้นโจโฉกับแคว้นเล่าปี่ ทำสงครามกัน ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้โกรธกัน แต่เป็นเพราะมีมือที่สาม ทำให้สองฝ่ายฆ่ากัน ดังนั้น อยากให้ประชาชนทั้งสองประเทศระมัดระวัง อย่าตกเป็นเหยื่อของนักการเมือง และขอฝากไปถึงนักการเมืองว่าจะต้องไม่พาประชาชนไปตาย

"กษิต" ยืนยันคนไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมตัวไม่ใช่สายลับรัฐบาล

ที่มา Voice TV
 กษิต ภิรมย์ , กระทรวงการต่างประเทศ , วิศวกรไทย , ทางการกัมพูชา , ขโมยตารางการบิน , พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , สายลับของรัฐบาล , ศิวรักษ์ โชติพงษ์ , บริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส


รมว.ต่างประเทศ ยืนยันวิศวกรคนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมโดยอ้างว่าขโมยตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่สายลับของรัฐบาล
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีวิศวกรคนไทยถูกทางการกัมพูชาจับโดยอ้างว่า ขโมยตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ใช่สายลับของรัฐบาล และเรื่องดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้าย ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานให้การดูแลอยู่ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเจ้าหน้าที่ของไทยในสถานทูตที่กัมพูชานั้น รัฐบาลกัมพูชาต้องดูแลความปลอดภัยให้ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลไทยดูแลสถานทูตของกัมพูชาเป็นอย่างดี ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะดูแลพนักงานที่ถูกจับ เหมือนเช่นคนไทยที่ถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เขียด จันทริต ว่า ตำรวจได้จับกุมวิศวกรชาวไทยคนหนึ่ง พร้อมตั้งข้อหาเป็นสายลับ โดยได้ส่งตัวขึ้นศาลในวันนี้ (13พ.ย.)แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านี้ ส่วนหนังสือพิมพ์ รัศมี กัมพูชา รายงานว่า วิศวกรไทยรายนี้มีชื่อว่า นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วัย 31 ปี ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS ถูกจับกุมเมื่อพุธที่ผ่านมาตามหมายจับของอัยการศาลแขวงพนมเปญ โดยทางการกัมพูชากล่าวหาว่า นายศิวรักษ์ สอดแนมด้วยการก็อบปี้เอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ผ่าน บริษัท CATS ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเที่ยวบินทุกเที่ยวในกัมพูชา และรายงานกลับไปยังประเทศไทย

มุมมองสื่อเขมรกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เทียบกับสื่อไทย

ที่มา Voice TV



บก.CTN กัมพูชาชี้ ไทยเสนอข่าวและเน้นวิจารณ์มากกว่ากัมพูชา ทั้งนิยมใช้นักวิชาการหน้าเดิม ที่บางคนไม่รู้ประวัติศาสตร์จริง