WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 16, 2009

แถกเหงือกสู้

ที่มา บางกอกทูเดย์

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ.. “เรือสำเภาล่ม” ยังไม่เท่าไหร่ แต่ นี่ “สภาฯ ล่ม” มันบ่งบอกอะไรเรือ ไททานิค ล่ม..ถึงจะมี ความเสียหาย ก็เฉพาะ “กลุ่มก้อน” ในช่วงนั้นๆแต่.. “สภาฯ ไทยล่ม” มันจะสะท้อนกลับมาให้เห็นถึง “ความไปไม่รอด” กันทั้งประเทศ เพราะร่างกฎหมายต่างๆ มันผ่านไม่ได้มีประเทศไหนในโลกที่เป็นอย่างนี้บ้างเพราะ สภานิติบัญญัติ เป็นที่ “ออกกฎหมาย” ..ที่สำคัญในช่วงที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นนั่งเก้าอี้เป็น นายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาลทำสภาฯล่มถี่ยิบประวัติศาสตร์“ต้องจารึก”ว่า“รัฐบาลนี้”ทำสภาฯล่มมากที่สุดตั้งแต่มีสภาฯมาใน สิบเดือนที่ผ่านมาล้มซ้ำซากเกือบสิบครั้ง!!ที่ไหนๆ เขาก็ “ยุบสภา” กันไปแล้ว

เพราะมัน “ฉุดความเจริญ” ของชาติจะว่า “ฝ่ายค้าน” ป่วนสภาฯ ก็ไม่ใช่เพราะเมื่อครั้งที่ ประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน ก็ เล่นงานรัฐบาล ในอดีตฯ หนักหน่วงกว่านี้หลายเท่าตัวนัก เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้ส.ส.ทั้งสภา มียอดทั้งสิ้น 473 คน ส.ส.ในซีกรัฐบาลมี 274 คน..ขณะที่ฝ่ายค้านมี 199 คนถ้า “วิปรัฐบาล” แข็งขัน “ขันน็อต” ให้แน่น ยังไงสภาฯ ก็ไม่มีวันล่มเพราะมีเสียงเกินองค์ประชุมอยู่หลายเสียงแต่ว่านี่ “นับทีไร ก็ขาด..นับทีไรก็ขาด” มันผิดธรรมชาติแน่นอนจะ

มาบอกว่า ส.ส.ขี้เกียจสันหลังยาว นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งขอบอก.. “ส.ส.ซีกรัฐบาล” เองน่ะแหละที่ต้องการให้ขาดเพื่อไม่ให้ครบองค์ประชุม เป็นใคร? ผู้ใด? ไปค้นหาดูกันเองโดนอย่างนี้ยังไงก็ไปไม่รอด!!ที่ทู่ซี้อยู่ทุกวันนี้ ก็ขอความเป็น “รัฐบาล” และ “นายกรัฐมนตรี” ไว้เท่านั้นเองถ้าเป็น “คนไข้” ก็ต้องบอกว่านี่คืออาการ พะงาบ พะงาบในห้อง ไอ ซี ยู ตอนนี้แค่ขอ “แถกเหงือก” อยู่จนกว่าจะหมด “อ็อกซิเจน” เฮือกสุดท้าย ..โอประเทศกู!!

ไปกันใหญ่

ที่มา บางกอกทูเดย์

การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ไม่ใช่เขียนชื่อพ่อแม่กันบนทรายแล้วเหยียบเล่น ไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ โดยเฉพาะการบริหารทางการทูต
แต่รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำ และอ้างเสมอว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของตัวเองมาอย่างถูกต้องทั้งที่คนทั้งโลกไม่เชื่อ และโจรก่อการร้ายปิด

สนามบินนานาชาติเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่คนทั้งโลกกังขาว่าตั้งมาได้อย่างไร กำลังบริหารอยู่เป็นเสมือนไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดินแต่เป็นเด็กเล่นขายของ และไม่ต่างจากเด็กเลี้ยงแกะหยุดเถอะ ลงมาเถอะ ก่อนที่ความขัดแย้งทางการทูตจะขยายใหญ่โต ลุกลามมากไปกว่านี้ ลุกลามไปถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอื่นที่กำลังดีๆ กันอยู่ แต่ก็มีเชื้อแห่งความขัดแย้งกรุ่นอยู่กัมพูชา ไม่ต้องพูดถึง ไปกันใหญ่แล้ว รอแต่เมื่อไหร่จะปิดสถานทูตและ

ชายแดนอย่างที่ พลตรีสนั่นขจรประศาสน์ พูดลาว ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ซีเกมส์ที่กำลังจะเริ่มแข่งในเวลาไม่ถึงเดือน ก็ยังคาราคาซังโดยที่รัฐบาลยังเฉยเมย จะเป็นเพราะไม่สนใจหรือไม่รู้ปัญหาว่า โทรทัศน์ไทยที่เป็นของรัฐบาลทุกช่องที่รวมตัวกันชื่อว่าทีวีพูล แล้วอ้างว่าเป็นเอกชนเอารัดเอาเปรียบเรื่องลิขสิทธิ์ต่อภาคีซีเกมส์มานาน ทั้งที่มีโฆษณาแน่นยัดทะยาน ได้เงินเข้ากระเป๋าแบ่งกันร่ำรวยมานานพม่า ความขัดแย้งกรุ่นมาตั้งแต่รัฐบาลนี้ นายกฯคนนี้ที่ทหารตั้งมา

ทะลึ่งเรื่อง ออง ซาน ซูจี ต่อรัฐบาลทหารของเขา จนเดือดร้อนต่อคนไทยที่ใช้ไฟฟ้าเมื่อแก๊สที่ส่งทางท่อจากพม่ามาโรงไฟฟ้าราชบุรีมีปัญหามาเลเซีย ไม่พอใจรัฐบาลนี้ที่ให้การต้อนรับอันวาร์อิบราฮิม ฝ่ายค้านที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลของเขา เพียงแต่เขามีมารยาทพอที่จะไม่พูดถึงให้ขุ่นใจกันแต่ก็แสดงออกด้วยการต้อนรับ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่รัฐบาลไทยก็ไม่กล้าทำอะไรกับเขาเหมือนทำกับเขมรนับแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายก

รัฐมนตรี นับแต่นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศลองทบทวนว่าสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันรอบประเทศเราดีขึ้นหรือเสื่อมทรามลงเราจะอยู่โดดเดี่ยว ประเทศเดียวโดยไม่ต้องคบกับใครเหมือนนายกฯ ที่ทำงานเสร็จ เย็นก็กลับบ้านเลี้ยงลูกไม่ต้องคบหาสมาคมกับใครอย่างนั้นใช่ไหมผมว่า มันไปกันใหญ่แล้วนะครับ สำหรับผู้นำที่ไม่มีเพื่อน 

ความมั่นคงที่โน้มเอียง

ที่มา บางกอกทูเดย์

การรวมตัว “ร้อง เต้น เล่น กิน” บนหุบเขาท่ามกลางอากาศหนาวยะเยือกนับหมื่นคนของขุนพลคนสีแดง ในนามทางการเรียกกันว่าแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ สั้นๆแต่ไม่ค่อยได้ใช้ นปช.การรวมตัวของคนเสื้อแดง ...จุดพลุให้ผู้เขียนคิดถึงเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549นับรวมเบ็ดเสร็จ มันยาวนานมากว่า 3 ปี..หรือประมาณ 1,154 วันเข้าไปแล้ว19 กันยายน 2549 ดอกกุหลาบสีแดงเข้มบนรถถังและปืนปลายกุหลาบ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสันติ เป็นเครื่องหมายยุติการเดินขบวน“ขับไล่รัฐบาล” ของกลุ่มคนเสื้อเหลือง ชื่อเต็ม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เรียกติดปากว่า พันธมิตรฯหลายคนมอง

ว่า รถถัง กุหลาบแดง และการเดินขบวนของ พธม.เป็นเพียงความขัดแย้งทางการเมืองธรรมดา..แต่เมื่อมันล่วงเลยมากว่า 1,154 วัน..หลายคนเหล่านั้นคงร้องอ๋อ! แล้วว่า “มันไม่ธรรมดา”ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่สงบ..ตัวละครตัวเดิม เนื้อเรื่องคงเดิม..ลุกลามบานปลายกลายเป็น วิกฤติความมั่นคงทางการเมืองของประเทศที่สถาบันในการตรวจสอบและถ่วงดุลตามหลักประชาธิปไตยถูกทำลายโดยสิ้นเชิง และกำลังลุกลามไปสู่สถาบันสูงสุดของประเทศด้วยกว่า 3 ปี

กับการวิ่งผลัดบนความวิกฤติ เมื่อการเมืองเตะขากันเอง ...ระบบเศรษฐกิจและสังคมก็ถูกม้วนรวมให้ “ล้มลุกคลุกคลาน” ไปด้วยกว่า 3 ปีบนความ “วิกฤติที่สุด”เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 คนทั่วไปมองไม่ลึกและมองไม่ออก คิดว่าเป็นการขัดแย้งทางการเมืองธรรมดา แต่จริงๆ มันแอบแฝงระบบทวงคืนต้องการเป็นผู้ชนะโดยมี “ชาติ” เป็นข้ออ้าง กระทั่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติอย่างมาก..การปฏิวัติ 19 กันยายน เป็นการปฏิวัติรูปแบบใหม่.. ต่างกับใน

อดีต คือ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยไทยสะดุด คือ ทหารปฏิวัติ เมื่อวันเวลาผ่านไปทำให้ทหารมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่เป็นตัวถ่วงประชาธิปไตยแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งจะมีการปฏิวัติจากฝีมือทหารเกิดขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางยุคโลกาภิวัตน์แต่การปฏิวัติครั้งนี้ ทหารมี “กึ๋น” มากขึ้นส่งผลให้เกิดการปฏิวัติในรูปแบบใหม่ที่มีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องเรียกว่า ธุรกิจการเมือง…ธุรกิจการเมือง มีสินค้าชื่อ ส.ว. องค์กรอิสระ ข้าราชการ สื่อมวลชน แม้แต่

กลุ่ม “ซ้าย” ก็ยังรับใช้นายทุน ซึ่งกลายเป็นโจทย์ตัวใหม่ที่มาทำลายประชาธิปไตย (บางคน บางกลุ่ม)หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จนถึงปัจจุบันมองผิวเผินเหมือนกับเป็นการขัดแย้งทางการเมืองธรรมดา แต่ลึกลงไปมันมีความต้องการของคนหลายคนที่ “แก่งแย่งชิงได้” กลายเป็นบ่อนทำลายชาติในรูปแบบต่างๆ ทั้งเปิดเผยและทางลับ ทางตรงและทางอ้อม ในและนอกประเทศกระทั่งก่อตัวเป็นสงครามระหว่าง “มหาประชาชน” กับ “มหาอำมาตย์” มุ่งทำลายระบอบ

การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขประเทศไม่มีชีวิต สิ่งที่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้คือ คนถ้าคนอ่อนแอ ประเทศก็อ่อนแอ ความเชื่อของประชาชนในสังคมเป็นเรื่องสำคัญ ค่านิยมของคนบางส่วนที่ถูกย้อมหัวและย้อมใจจนเชื่อในสิ่งผิดๆ เป็นค่านิยมที่เป็นอันตราย และเป็นปัญหาของชาติในอนาคตคิดใหม่ ทำใหม่ ได้แล้วครับคนไทย..

ปรัชญา-โครงสร้างการเมืองประชาธิปไตย...
ผู้เขียน “ปรัชญาและโครงสร้างของการเมืองไทยตามหลักประชาธิปไตย” มีฝ่ายอำนาจและฝ่ายคานอำนาจ กล่าวคือ ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมาย ไม่มีหน้าที่ใช้กฎหมายฝ่ายบริหารมีหน้าที่ใช้กฎหมาย ไม่มีหน้าที่ตีความกฎหมาย ฝ่ายตุลาการมีหน้าที่วินิจฉัยกฎหมาย ไม่มีหน้าที่ออกกฎหมายหรือใช้กฎหมาย เป็นหลัก

การ “ตรวจสอบและถ่วงดุล” ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ขั้นต้นจนกระทั่งถึงขั้นสุดก็มีการแบ่งแยกอำนาจและคานอำนาจ ตำรวจ อัยการ ศาล มีการตรวจสอบและถ่วงดุลกัน ถ้าตำรวจทำคดีไม่ดี อัยการสั่งไม่ฟ้อง ถ้าอัยการฟ้องโดยไม่มีหลักฐานแน่น ศาลก็ยกฟ้อง จึงมีการถ่วงดุลกันอยู่ในตัวในโครงสร้างการเมืองและการปกครองของไทยนอกจากมีสถาบัน นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งเป็นเสาหลัก 3 เสาแล้ว แค่นั้นยังไม่พอ

เรามีองค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ เช่น กกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ผู้ตรวจการรัฐสภา เป็นต้นเป็นเสาช่วยค้ำการปกครองบ้านเมืองเพิ่มเติมจาก 3 เสาหลักดังกล่าว และยังมี เสาข้าราชการเสาสื่อมวลชน เสาการเมืองภาคประชาชน ด้วยแต่ละเสาต่างมีอำนาจหน้าที่ของตนเองซึ่ง ตรวจสอบกันตลอดเวลา เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน หากเสาเหล่านี้ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างที่ควรจะเป็น ก็จะเป็นเสาที่แข็งแกร่งค้ำจุน

ความมั่นคงด้านการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทั้งหมด คือ ปรัชญาและโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ ที่จะทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงทางการเมืองความมั่นคงทางการเมืองมิได้หมายถึงแค่เสถียรภาพของรัฐบาลเท่านั้น แต่หมายถึงเสถียรภาพของระบอบการเมืองทุกภาคส่วนของประเทศที่ทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการแบ่งแยกอำนาจคานอำนาจ ตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

การเมืองร้อน ‘ตัวเร่ง’ ยาเสพติดระบาด

ที่มา บางกอกทูเดย์

“สถานการณ์วิกฤติสังคม การเมืองเป็นปัจจัยทำให้ยาเสพติดขยายตัวกว้างขวางมากขึ้น”ฟังคำแถลงของ รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณระหว่างเป็นประธานเปิดปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็งชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2อดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในไทย คงไม่มีทีท่าจะลดลง เฉกเช่นเดียวกับความขัดแย้งทางการเมือง ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นทุกวันแถมความขัดแย้งไม่ได้อยู่แค่ภายในประเทศ

แต่ได้ ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกรณีไทยกับกัมพูชาหากดูข้อมูลที่สามารถจับกุมเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชานั้น พบว่า มีการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ได้ 1 ราย ที่สามารถยึดยาเสพติดเครือข่ายเหว่ยเซียะกัง ได้ถึง 2 แสนบาทมูลกว่า 200 ล้านบาท โดยทหารจากกองกำลังผาเมือง จ.เชียงรายทหารรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ยาบ้าล็อตนี้เป็นส่วนหนึ่งของยาบ้าจำนวน6 ล้านเม็ด ที่กลุ่มว้า ได้ผลิตขึ้นมาเตรียมรอส่งเข้ามาขายใน

ประเทศไทยผ่านช่องทาง จ.เชียงราย ในช่วงท้ายปี 52 นี้ทำให้กลุ่มขบวนการเริ่มเข้ามาเคลื่อนไหวลำเลียงยาบ้า ยาไอซ์ ที่ถูกสต็อกไว้มากไปเร่งส่งขายนายทุนตามภาคต่างๆ ของไทยส่วนผู้ค้ารายย่อยระดับ 10,000 เม็ดยังสามารถจับกุมได้เป็นระยะ โดยส่วนใหญ่มีเป้าหมายจะนำมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะที่ พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า สาเหตุที่มีการผลิตยาเสพติดกันมากเพราะ

ชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้านต้องการสะสมอาวุธเพื่อใช้ในการต่อสู้ ทำให้ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 20 ล้านเม็ด แต่กลุ่มที่ทำการผลิตก็ยังมีขีดความสามารถในการผลิตเพิ่มขึ้นอีกเป็น 10 เท่าหรือมากกว่า100 ล้านเม็ด โดยการลักลอบนำเข้ายังคงเป็นชายแดนด้านภาคเหนือถึง80% ของทั้งหมดดังนั้น ทาง ป.ป.ส.จึงได้เร่งปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อป้องกันตามโครงการรั้วชายแดนของรัฐบาล โดยร่วมมือกับทุกฝ่ายรวมทั้งประสานกับทางการพม่า

โดยเฉพาะด้านการข่าว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาซึ่งที่ผ่านมาถือว่าน่าพึงพอใจเพราะประเทศพม่าเองก็สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 10 ล้านเม็ดในปีที่ผ่านมาด้วยขณะที่รัฐบาลต้องการลดปัญหายาเสพติดให้ได้ โดยกำหนดกลไกในเชิงรุกให้จังหวัดและอำเภอ ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)ดำเนินการเน้น 3 พื้นที่ หลักคือ พื้นที่ภาคเหนือตอนบน กทม.ปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาคณะกรรมการ

ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล 5 รั้วล้อมไทยห่างไกลยาเสพติด ว่า สำนักงานป.ป.ส.กำลังเร่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษา โดยได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ 6 เดือนในขณะนี้สามารถแยกผู้เสพออกจากวงจรการซื้อขายยาเสพติด และส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษาได้แล้วไม่ตํ่ากว่า 50,000 ราย และคาดว่าเมื่อดำเนินการครบ 6

เดือน จะมีผู้เสพถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาไม่ตํ่ากว่า120,000 ราย ซึ่งถือว่าเป็นการตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดลงไปได้มากนายชาติชาย กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดปัจจุบันพบมากที่สุดคือ ยาบ้า รองลงมาคือ ยาไอซ์ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ แม้จะเป็นยาเสพติดที่มีราคาแพงก็ตาม เดิมยาไอซ์มีการลักลอบนำเข้ามาจากเกาะฮ่องกง ประเทศจีน“แต่ปัจจุบันพบว่าชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่าเริ่มผลิตและจำหน่ายยา

ไอซ์แทนยาบ้า โดยขายส่งราคากิโลกรัมละ 1 ล้านบาท หากนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศจะได้ราคาสูงขึ้นอีก 3 เท่า”นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาหลังรองนายกฯ สุเทพ ควง ผบ.ทบ.และ รอง ผบ.ทบ.ลงพื้นที่เชียงราย และแถลงข่าวจับกุมยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 500,000 เม็ดรองนายกฯ ด้านความมั่นคง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำกฎหมายพิเศษอย่างกฎอัยการศึกและกฎหมายความมั่นคงในการตรวจยึดและจับกุมสารเสพติดโดยเชื่อว่ากฎหมายพิเศษเหล่านี้จะสามารถตัด

ตอนขบวนการค้ายาบ้าที่กำลังทะลักเข้าไทยอีกกว่า 100 ล้านเม็ดในช่วงก่อนถึงปลายปีในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองของไทยอยู่ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารตามแนวชายแดน นอกจากต้องทำงานหนักในด้านการปราบปรามแล้ว บางครั้งอาจต้องรับออร์เดอร์จาก “นาย” ให้จับกุมยาบ้าล็อตใหญ่เพื่อกลบกระแสการเมืองก็เป็นได้การเมืองยิ่งร้อนเท่าไหร่ ยาเสพติดยิ่งระบาดหนัก 

โอ๊ย...โอ๊ย ‘ดวงมาร์ค’ ไม่น่ารอด!

ที่มา บางกอกทูเดย์

โหราศาสตร์เป็นสถิติที่บันทึกมาจากการจดจำเฝ้าสังเกต อาศัยหลักสูตรเดียวกับวิทยาศาสตร์เพียงแต่นำเสนอกันคนละมุม วันที่พระพุทธเจ้าประสูติเป็นเจ้า
ชายสิทธัตถะ โหรพยากรณ์แบบชัวร์ๆ ว่า หากบวชจะเป็นศาสดาเอกของโลก หากไม่บวชจะเป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์ทุกคนเกิดขึ้นตามภาวะแรงแห่งกรรมเก่าพระพุทธเจ้าตรัสยํ้าว่า ตา หู จมูก ลิ้น กายในปัจจุบันมาจากผลของกรรมเก่าด้วยเหตุนี้โหรจึงรู้ว่าคนที่มีลักษณะหน้าตาอย่างนี้ บุคลิกอย่างนี้ ต่อไปจะต้องเป็นอะไรต่อไปที่เหนือไปกว่านั้น ดวงดาวประจำตัวของเขาเป็นดาวอะไร โหราศาสตร์ทางด้านสายเลี่ยมเพชรรัตน์ แม่นทางด้านการเมืองอย่างมากผู้

ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในสายนี้คือโหรแฉล้ม เลี่ยมเพชรรัตน์ ที่เคยให้ฤกษ์ยามแก่กบฏ วรเดช แต่ทว่าใครบางคนในกลุ่มไม่เชื่อไม่ทำตามจึงเกิดความพ่ายแพ้โหรแฉล้มพลอยฟ้าพลอยฝน โดนหางเลขเพราะพิษการเมืองไปอยู่เกาะตรุเตา แต่ใช้วิชาแห่งโหราศาสตร์คำนวณดวงดาวเกาะขอนไม้ลอยคอมากลางทะเลรอดพ้น จากฉลามได้ไปขึ้นฝั่งมาเลเซีย ได้พบสุลต่านที่นั่นองค์หนึ่งพยากรณ์จนได้รับหน้าที่ตำแหน่งปุโรหิตคอยตรวจดูดวงชะตาต่างๆ สายวิชาของ

โหรแฉล้มนี้มาจากขุนเทพพยากรณ์ อดีตปลัดกรมโหรสมัยรัชกาลที่ ๕ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของโหรแฉล้มเองวันนี้โหรสายเลี่ยมเพชรรัตน์ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองอีกครั้ง จากการมองดวงเมืองผ่านตัวผู้นำรูปงามนามว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี” เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่าถึงเวลานับถอยหลังแล้ว...เพราะเมื่อดาวราหูย้ายเข้ามาอยู่ในช่องเรือนที่ห้า อ่านได้ว่าบ้านเมืองเกิดอาการแสนสาหัสเกิดสงครามแน่นอน แต่ทว่าเป็นสงครามนํ้าลายอาจจะมี

เหตุน่าหวาดเสียวอีกพอให้ขมๆ เล็กน้อยเพราะดาวอังคารอับแสงหรือมณฑ์ แต่หากส่องจ้าเมื่อไหร่เละเป็นโจ๊กแบบพฤษภาทมิฬแน่เสารส์ เู่รอื นอรเิกษตรกรเดอื ดรอ้ นทกุ หยอ่ มหญา้หรือพูดกว้างๆ ก็คือ รากหญ้าทั้งหลายเดือดร้อนรอใครบางคนเข้ามาช่วยเหลือ ดาวศุกร์ตกช่องมรณะของดวงเมืองแน่นอนว่าการเงินการคลังปั่นป่วนอย่างมากคิดอ่า่นทำอะไรก็ยากเต็มที ดาวเสาร์เกี่ยวเนื่องกับโรงงานภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างจะเหนื่อยในเรื่องของการส่งออกและดาวราหูดู

แลนํ้ามัน บอกได้แบบชัวร์ๆว่านํ้ามันแพงขึ้นอีกแน่ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเรื่องประชาชนจะตีกันฆ่ากันเอง...ไม่มีแน่นอนอย่างมากก็แค่ชี้หน้าด่ากันไปมา แบบบ้านํ้าลายกันทั้งคู่ดาวพฤหัสไปอยู่ในเจอกับดาวเสาร์เรือนเจ็ดเป็นอันว่าผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมึนงงๆ ทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะไปทางไหนดี แบบประมาณว่าถอยก็แพ้แต่อยู่ก็โทรมดาวศุกร์ของท่านผู้นำที่เคยจรัสแสงขณะนี้เริ่มอ่อนกำลังลง และอีกไม่นานชาวบ้านชาวเมืองจะเริ่มเสื่อมถอยศรัทธาลงไปทุกๆ ขณะให้เวลาอีกเต็มที่

สัปดาห์เดียวเท่านั้น ยํ้าให้เวลาอีกสัปดาห์เดียวเท่านั้นประชาชนทั้งประเทศจะทิ้งท่านแล้วเพราะสิ้นศรัทธาดวงดาวบนฟ้าบอกอะไรต่อมิอะไรของชีวิตของคนบนโลกนี้ตั้งมากมาย มิเช่นนั้นสายวิชาโหราศาสตร์นี้คงจะสลายหายไปนานแล้วหากว่าเป็นการแกล้งพูดเล่นๆ แค่นั้นคงไม่อยู่มายาวนานกว่า ๗,๐๐๐ ปีดอกในอนาคตอันใกล้นี้เราต้องได้ยินคำว่ายุบสภา หรือ ลาออก จากปากท่านผู้นำแน่นอน อย่างเร็วเพียงแค่อึดใจอีกสองสัปดาห์อย่างนานก็ต้นปีใหม่ ชัวร์... 

มาร์ค-กษิต คู่หูคู่ก่อเรื่อง!

ที่มา บางกอกทูเดย์

บานปลายมากขึ้นทุกทีสำหรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชาถึงวันนี้ หมดเวลาที่จะมาเถียงกันแล้วว่า ใครผิด ใครถูก ใครทำเหมาะสมไม่เหมาะสม??เพราะหากคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติ จะต้องเป็นเวลาที่หาทางแก้ไขปัญหาโดยรีบด่วนการแก้ปัญหาไม่ได้

หมายความว่า ไทยจะต้องกลัวเกรงกัมพูชา รวมทั้งไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะต้องเสียศักดิ์ศรีในทางพุทธศาสนา ตลอดจนโดยวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามของสังคมไทย “การให้” นั้นจะทำให้ผู้ที่เป็นฝ่ายให้ จะสง่าและดูดีมากกว่าผู้ที่เป็นฝ่ายรับเสมอการให้จะช่วยให้ผู้ให้มีจิตที่สงบและไตร่ตรองได้อย่างละเอียดรอบคอบมากขึ้นศักดิ์ศรีที่ได้มาจากการเป็นฝ่ายให้ ดีกว่าการจะไปกล่าวอ้างทวงศักดิ์ศรีมากมายนักดังนั้นในเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก

รัฐมนตรี ยืนยันแล้วว่า ไม่ได้คิดที่จะปลุกความคลั่งชาติอย่างไร้สติ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และทำให้เห็นว่าโอกาสที่จะรักษาความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ในฐานะมิตรประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ถึงทางตันรศ.พิภพ อุดร แห่งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดชัดเจนว่า ศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสมมุติ แต่เรื่องจริงๆ ที่ต้องคำนึงคือการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ดังนั้น “บางกอก ทูเดย์” จึงไม่อยากให้รัฐบาล ไม่อยากให้นายอภิสิทธิ์ ไปยึดติดกับ

ศักดิ์ศรีสมมุติ จนทำให้การแก้ไขปัญหาผิดฝาผิดตัวมากขึ้นไปกว่านี้แน่นอนว่าคำยืนยันของบรรดานายทหารใหญ่ บรรดาผู้บัญชาการทั้งหลายที่บอกว่าไม่ห่วง และพร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติและอธิปไตย เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมไทยอุ่นใจและวางใจ หากในกรณีจำเป็นอย่างถึงที่สุดแล้วจะเกิดเรื่องราวขึ้นมาแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นเหตุให้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็น 1 ในตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับความ

สัมพันธ์กับประเทศกัมพูชาไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นจะสามารถดำเนินการ หรือพูดอะไร โดยหมิ่นเหม่กับแนวทางความสัมพันธ์ทางการทูตตามหลักสากลประเทศหรือนานาอารยะประเทศประพฤติปฏิบัติได้เพราะต้องท่องเอาไว้ตลอดว่า เรื่องนี้ทั่วโลกจับตามอง และประเทศไทยไม่เพียงจะต้องคบหาสร้างสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ แต่ไทยยังต้องการที่จะเป็นประเทศผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยดังนั้นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องเกี่ยวกับหลักการ

ทางการทูต จะหลุดหรือใช้อารมณ์ไม่ได้เลย!!“มาร์ค” โปรดฟังอีกครั้ง....!!เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ- เรื่องเกี่ยวกับหลักการทางการทูต จะหลุดหรือใช้อารมณ์ไม่ได้เลย!!ยิ่งหากว่ารัฐบาลเชื่อมั่นว่า มุมมองของสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา และรัฐบาลกัมพูชา อยู่ในระหว่างที่มองต่างมุมกับรัฐบาลไทย ในกรณีการขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนยิ่งมองไม่ตรงกันยิ่งต้องละเอียดอ่อนและระมัด

ระวังให้มาก!!!สำหรับการเมืองในประเทศ นายอภิสิทธิ์ จะปล่อยให้บรรดาองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล กล่าววาจาแขวะ ท้าทาย เสียดสี เย้ยหยันอย่างไรก็ได้ เพราะอย่างน้อยก็เป็นเรื่องภายในประเทศด้วยกันเอง หากจะเสียก็เสียภาพลักษณ์เสียคะแนนนิยมกันอยู่ในบ้านนี่แหละ ว่าประชาชนรับได้หรือไม่ หรือจะเป็นตัวอย่างประเภทไหนสำหรับเยาวชนไทยที่เป็นอนาคตของชาติ สุดท้ายถึงเวลาที่ประชาธิปไตยเต็มใบ มีการคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจด้วยการเลือกตั้งเกิดขึ้น

วันนั้นก็คงได้รับคำตอบเองว่า พฤติกรรมการเมืองประเภทนายกองร้องด่าท้าทายทั้งหลายนั้น สังคมรับได้หรือไม่ได้แต่สำหรับเรื่องระหว่างประเทศแล้วจะทำอะไรต้องละเอียดอ่อน และไตร่ตรองให้รอบคอบมากเป็นพิเศษการที่พูดราวกับสนุกว่า ผู้นำกัมพูชามีข้อมูลไม่เพียงพอ หรือไม่ได้พูดกันเพราะนั่งห่างกันแถมมีกระถางต้นไม้บัง ประเทศอื่นๆ ที่ได้รับฟังจะคิดเช่นใด นี่คือมารยาททางการทูตหรือ ในเมื่อสังคมไทยก็สอนตลอดมาว่า น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก ซึ่งสอดคล้อง

กับหลักทางการทูตไม่ว่าสถานการณ์จะตึงเครียดเพียงใด จะต้องยิ้มแย้มเข้าไว้ก่อน ดังนั้นการที่ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมประชุม APEC CEO Summit 2009 ที่ประเทศสิงค์โปร์ ไม่มีความประสงค์ที่จะหารือกับ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา เป็นการส่วนตัว เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

ระหว่างทั้งสองประเทศแต่อย่างใดนี่ต้องถือว่าการ์ดตกทางการทูต จะไม่พบหรือจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่พบ ก็ไม่ควรที่จะต้องประกาศสงวนคม สงวนท่าทีไว้ดีกว่าในสถานการณ์แบบนี้ การไปประกาศก็กลายเป็นขึงพืดตัวเอง หากเกิดฟลุ๊กที่จะมีโอกาสพูดกันรู้เรื่องได้ เพราะมีประเทศอื่นช่วยไกล่เกลี่ย แต่ชิงไปประกาศขึงพืดเอาไว้ล่วงหน้า ก็เท่ากับปิดโอกาสแถมประเทศอื่นๆ เห็นการประกาศชัดแบบนี้ ใครจะกล้าเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยยิ่งสถานการณ์ตอนนี้บานปลายไปถึงขึ้นมี

การจับกุมตัวคนไทยที่ไปทำงานในกัมพูชาแล้วด้วย ซึ่งระบุข้อหาที่รุนแรงมาก โดยกล่าวหาว่า เป็นผู้ขโมยข้อมูลเรื่องตารางเวลาการบินเที่ยวบินพิเศษของอดีตนายกฯ ทักษิณ ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวไปให้กับนายคำรบ ปาลวิวัฒน์วิชัย เลขานุการเอก ประจำสถานทูตไทยในทางการทูตยิ่งต้องระวังหนักมากขึ้นเป็น 2-3 เท่าแต่กลับปรากฏว่านายกษิต ยังคงเส้นคงวากับการพูดแบบไม่ระมัดระวังมารยาททางการทูต ให้สัมภาษณ์ดังไปทั่วโลก ว่าเป็นการใส่ร้าย... แบบนี้

ในทางการทูตจะมองหน้ากันติดได้อย่างไร??หากนายกษิตยังเป็นแค่นายกษิต ที่ขึ้นไปไฮปาร์คบนเวทีพันธมิตร หรือแม้แต่หากว่าเป็นแค่นักเลงเดินตามถนน จะพูดจาว่าใครเป็นกุ๊ย ว่าใครเป็นคนเกเร หรือจะบอกว่าการยึดสนามบินเป็นเรื่องสนุกอย่างไรก็ได้แต่วันนี้นายกษิตได้รับการแต่งตั้งจากนายอภิสิทธิ์ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว จะพูดจาตามความเคยชินเดิมๆ ไม่ได้แล้วอย่างน้อยที่สุดในเวลานี้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนายศิวรักษ์

โชติพงษ์ วิศวกรบริษัท กัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีให้มากที่สุดแค่สถานการณ์ขณะนี้ ครอบครัวโชติพงษ์ก็ร้อนรนจนนั่งไม่ติดแล้ว ยิ่งนายอภิสิทธิ์บอกเพียงว่าก็จะดำเนินการช่วยเหลือตามปกติของคนไทยที่มีคดีในต่างประเทศ รวมทั้งนายกษิตเองก็ไม่สามารถทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศกับประเทศกัมพูชาได้เต็มที่แบบนี้จะไม่ให้คนในครอบครัวโชติพงษ์เครียดหนักได้อย่างไร?? ดังนั้นในวันนี้ รัฐบาล และนายกฯ อภิสิทธิ์ รวมทั้งนา

ยกษิต จะต้องอดทนอดกลั้นให้มากที่สุด ยิ่งหากนายกษิตอ้างว่าเป็นแผนกระตุ้นจริงๆ ด้วยแล้ว ยิ่งต้องรอบคอบบทเรียนในการพูดเรื่อยเจื้อยก็มีมามากพอที่จะรู้แล้วว่า สร้างความเสียหายเพียงใด ยิ่งขณะนี้ไทยได้ลดระดับความสัมพันธ์กับกัมพูชา จนนำไปสู่การให้เอกอัคราชทูตไทยประจำประเทศกัมพูชาเดินทางกลับ รวมทั้งการตอบโต้ทางการทูตโดยการขับเลขานุการเอกของทั้งสองฝ่ายกลับประเทศ เท่ากับว่าขณะนี้ไทยไม่มีเอกอัครราชทูต ไม่เลขานุการเอกที่จะปฏิบัติ

หน้าที่ในกัมพูชาแล้ว การช่วยเหลือนายศิวรักษ์จึงยิ่งต้องรอบคอบรัฐบาลไทยต้องนึกถึงนายศิวรักษ์ และครอบครัวโชติพงษ์ให้มากๆ เข้าไว้แต่จะว่าไปทั้งหมดนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต จะต้องทบทวนอาการบุ่มบ่ามของตนเองในเรื่องที่ทวงให้รัฐบาลกัมพูชาส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้โดยไม่สนใจสัญญาณจากทางกัมพูชาว่าคิดอย่างไร??เมื่อบุ่มบ่ามจนกลายเป็นเรื่องบานปลายเช่นนี้ย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เพราะในความเป็นจริง ก็มีคำถามว่าหากกรณีพ.ต.ท.

ทักษิณไม่ใช่คดีการเมืองทำไมจึงเร่งร้อนขนาดนี้ เพราะในขณะเดียวกันคดีอื่นๆ ไม่เห็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายกษิตเร่งร้อนเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงคดีนายราเกซ สักเสนา ที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองกลุ่ม 16 จนเรื่องทอดหุ่ยมาเป็น 10 กว่าปี แค่กรณีของนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกในคดีบุกรุกเขาไม้แก้ว ซึ่งขณะนี้นายสมชายก็หลบหนีไปอยู่ที่เกาะกงแต่ไม่เห็นนายกษิต หรือนายอภิสิทธิ์ ทำหนังสือด่วนไปขอให้ส่งตัวกลับไทย!!เช่น

เดียวกับกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำวินิจฉัยว่า นายวัฒนา อัศวเหม มีความผิดทุจริตในคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และขณะนี้นายวัฒนาก็หลบหนีไปอยู่ที่เกาะกงซึ่งก็อีหรอบเดิม นายกษิต หรือนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้ทำหนังสือเร่งด่วนไปขอให้ส่งตัวกลับไทยด้วยเช่นกันแบบนี้หากไม่มองว่า 2 มาตรฐาน ก็หนีไม่พ้นว่าต้องมองเป็นกรณีคดีการเมืองนั่นแหละจึงไม่แปลกหากกัมพูชา จะเฉยๆ กับหนังสือของกระทรวงต่างประเทศ และตอบ

ปฏิเสธกลับมาเพราะจะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต หากว่าลืมเลือน จำไม่ได้ หรือไม่รู้ ก็สามารถที่จะสอบถามค้นหาข้อมูลได้นั่นคือกรณีนายซกเยือน ซึ่งหลบหนีคดีลอบสังหารสมเด็จฯ ฮุน เซน เมื่อประมาณ ปี 2543 ข้ามเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งทางรัฐบาลกัมพูชาก็ได้ทำหนังสือมาถึงรัฐบาลไทยในขณะนั้น คือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในตอนนั้น เพื่อขอให้รัฐบาลไทยส่งตัวนายซก

เยือนกลับกัมพูชาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาแต่รัฐบาลไทยในขณะนั้นก็ปฏิเสธการส่งตัวนายซกเยือนให้....!!ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของรัฐบาลไทยที่จะพิจารณาว่าจะส่งตัวหรือไม่ส่งตัว และทางกัมพูชาก็ไม่ได้ต่อว่า ไม่ได้คิดว่ามุมมองของรัฐบาลไทยเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาแต่อย่างใดจึงไม่ได้มีการตอบโต้ใดๆ กับทางฝ่ายไทย ทำให้ไม่มีการลดระดับความสัมพันธ์เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะกัมพูชายอมรับในการตัดสินใจของ

รัฐบาลไทยนั่นเองนี่คือข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่นายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ควรจะต้องศึกษาและเรียนรู้ ซึ่งหากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทำเหมือนกับรัฐบาลกัมพูชาทำในตอนนั้น คือยอมรับในการตัดสินใจของประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องในวันนี้ก็คงไม่บานปลาย จนทำให้ครอบครัวโชติพงษ์ต้องมารับเคราะห์ไปด้วยเช่นนี้อย่างไรก็ตาม ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขอเพียงแต่อย่าเอาวาระซ่อนเร้นมาเป็นตัวตั้งเท่านั้นเอง!!!

“บางกอกทูเดย์” ขอสรุปและติงเตือนว่า....ในฐานะที่ “วันนี้” อภิสทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศเป็นนายกรัฐมนตรี และ กษิต ภิรมย์ ก็ “ส้มหล่น” ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในฐานะตัวแทนพันธมิตรฯ ทั้งสองคนก็ต้องยิ่งระมัดระวังทั้ง “การกระทำ” และ “ปาก” ของตัวเองในมากกว่าที่เป็นอยู่
ต้องทำตัวเองให้พ้นจากข้อครหานินทาที่ว่า.... มาร์ค-กษิต คือคู่หูคู่ก่อเรื่อง! ที่ทำให้มิตรประเทศต่างหันหลังให้กับประเทศไทยกันอย่างพร้อมเพรียง!!

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(16พ.ย.):แดงทุกมุมโลก/อาลัยนักสู้เจ๊ขก

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน วันหวยออก นักข่าวชาวรากหญ้านำเสนอข่าวคราวกิจกรรมความเคลื่อนไหวของพี่น้องชาวเสื้อแดงเช่นเคย วันนี้พี่น้องเสื้อแดงอินเตอร์มีกิจกรรมคึกคักเป็นพิเศษ ที่สำคัญมาครบทุกมุมโลกทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ยุโรป เยอรมนี ขอเชิญทัศนา และขอเรียนแจ้งท่านนักเขียน คอลัมนิสต์ทั้งขาประจำขาจร ท่านแกนนำกลุ่มต่างๆทั้งในไทยและทุกมุมโลก เราได้ยกเลิกอีเมล์เก่าเปลี่ยนอีเมล์ใหม่สำหรับการติดต่อประสานงาน ส่งข่าวส่งบทความเป็นอีเมล์อันนี้thaienews99@googlegroups.com ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายติดต่อมาใหม่ที่เบอร์นี้ กราบขออภัยในความไม่สะดวก***



***เริ่มจากงานคอนเสิร์ตเขาใหญ่เมื่อวันเสาร์14พ.ย.ที่ผ่านมา คนแห่ร่วมนับแสนทั่วประเทศ คุณนกไฟ นักข่าวคนขยันจากปักษ์ใต้สีแดงรายงานมาว่า แดงจากแดนใต้ กลุ่มหาดใหญ่ 52 และพี่น้องชาวสตูล พัทลุง ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันครับ ไม่เกี่ยงว่าไกลแสนไกลแค่ไหนก็มาร่วมงานนี้ให้ได้ ในงาน เพื่อนร่วมร้อง พี่น้องร่วมรบ ที่เขาใหญ่ โคราช มากันประมาณ 50 คน หนึ่งคันรถบัสพอดี ได้รับการต้อนรับทักทายแบบชนิดเกินคาดเหมือนเช่นเคยจากเสื้อแดงจังหวัดอื่นๆ แถมขากลับ ตอนนั่งทานข้าวที่ ชะอำ ดันเจอกลุ่ม พันธมิตรจากหาดใหญ่มากัน 2 คันรถบัส ดันมานั่งทานข้าวร้านเดียวกันอีก(กำลังเดินทางไปสนามหลวงเพื่อชุมนุมใหญ่) มีปากเสียงกันเล็กน้อย พอเป็นน้ำจิ้ม แต่ไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงคร้บ...โล่งไปที***


***ระหว่างที่เสื้อแดงในประเทศไปชุมนุมคอนเสิร์ตเขาใหญ่กว่าแสนคน กิจกรรมเสื้อแดงในต่างประเทศก็คึกครื้นไม่แพ้กัน เริ่มจาก RED IN JAPAN คุณปิคกี้คนเก่งรายงานข่าวมาสดไว เสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นได้ชุมนุมสัญจรครั้งที่3ภายใต้งาน "รวมพลังประชาธิปไตย ขับไล่อำมาตย์ยา"ในวัน อาทิตย์ที่15 พย. 52 ครั้งนี้เสียงเรียกร้องการรวมตัวกันของคนเสื้อแดงที่จังหวัดอิบาราหงิมากเหลือเกิน ประจวบกับเหตุการณ์บ้านเมืองไทยในขณะนี้ นายกฯทักษิณ ชินวัตร ถูกกลุ่มคนชั่วกล่าวหาสร้างข่าวเป็นเท็จมาโดยตลอด จึงได้เกิดที่มาการชุมนุม สัญจรที่ อิบาราหงิ ภายในงาน มวลชนพี่น้องเรา ค่อยๆทยอยมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเวลา 11.30เริ่มงานลงทะเบียนและ ร่วมเขียนคำอวยพรเพื่อเป็นกำลังใจ แด่นายกทักษิณ ชินวัตร พี่น้องเราร่วมร้องเพลงชาติไทย และถ่ายรูปร่วมกัน ***

***จากนั้นมีรายการโฟนอินมาทักทายและพูดคุยกับเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น ที่ชุมนุมพลกัน ณ จังหวัดอิบาราหงิ เริ่มจากเวลา13.15น. นายแพทย์แหวงโต จิราการ โฟนอินมาเล่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันให้พี่น้องเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นรู้เหมือนกับอยู่เมืองไทยกันเลยทีเดียว พร้อมกับแนะนำวิธีการการรวบรวมมวลชนคนไทยในต่างแดน***

***เวลา 15.00น.โดยประมาณ ท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็โฟนอินเข้ามาเล่าเหตุการณ์ขำๆแด่พี่น้อง จากเหตุการณ์จะมีคนแอบลอบยิง ถ้าเครื่องบินลำที่ท่านนายกฯบินออกจากกัมพูชาผ่านน่านฟ้าไทย ถือเป็นเรื่องตลกของพวกเราชาวสีแดงที่ชุมนุมอยู่ถึงกับฮาตรึเชื่อไม่เชื่อดูรูปเอาเอง ตอนนายกฯทักษิณเล่ามาถึงตอนนี้นอกจากน่าขันเป็นอย่างมาก แต่ก็น่าสลดใจเมื่อท่านบอกว่าเกือบจะชินแล้วกับการลอบกัด ของพวกหมารับใช้ทั้งหลาย พี่น้องที่ อิบาราหงิ ได้มีการพูดถึงการชุมนุมที่ โบนันซา ที่ท่านนายก โฟนอินมาร้องเพลง "ขอบคุณที่ซ้ำเติม" ท่านกล่าวว่าร้องไม่ค่อยเป็น ไม่เหมือนร้อง คาราโอเกะค่ะ เหมือนไม่มี ซาวด์ค่ะ***


***จากการโฟนอินของท่านนายกฯ พวกเราพี่น้องเสื้อแดง ที่อิบาราหงิ ญี่ปุ่น ล้วนได้ยินเสียงท่านนายกฯ ทุกคนดีใจกันมาก และพร้อมจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ที่ไม่ไกล และคิดว่าจะจบเร็วๆนี้ เพียงแต่ท่านให้สัญญาณ พวกเราพร้อมลุยกับคนไทยทั่วทุกมุมโลกค่ะ***

***ต่อมาก็เป็นคิวของคุณกี้ร์-อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ในช่วงประมาณ 15.40น. คุณกี้ร์บอกว่ากำลังจะขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ก็ยังปลีกตัวส่งเสียงมาทักทายเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น ทำให้พวกเราทางนี้ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่2ที่คุณกี้ร์โฟนอินมาทักทายเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่น***

***เวลา 16.00น. เสธ.แดงโฟนอินในเรื่องการเมือง เหตุการณ์ปัจจุบัน ต่อด้วยเวลา 16.30 น. คุณขวัญชัย ไพรพนา โฟนอินมาให้กำลังใจพี่น้อง อิบาราหงิ ในการชุมนุมสัญจรในครั้งนี้ และครั้งต่อๆไป และขอให้น้องเสื้อแดงแข้มแข็ง ตั้งใจทำงานด้วยใจจริง แล้วสิ่งที่พวกเราทำกันจะสำเร็จ***

***เจ้าภาพงานนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงที่ญี่ปุ่น RED IN JAPAN , RED THAI JAPAN กลุ่มปกป้องทักษิณ กลุ่มรักประชาธิปไตย
ต้องขอขอบคุณ คุณสุนีย์ ,คุณวัลลพ ที่ช่วยประสานงานในครั้งนี้ ขอบคุณ สถานี PEOPLE CHANNAL และขอบคุณ ไทยอีนิวส์ ที่ช่วยกรุณาเผยแพร่ข่าวเสื้อแดง มาโดยตลอดค่ะ
และคิดว่าเร็ววันนี้ จะมีเสื้อแดงอีกหลายประเทศเกิดขึ้นอีกมากมาย***

***ทางไทยอีนิวส์ก็ต้องขอบคุณผู้ประสาน และนักข่าวคนเก่งแห่งเสื้อแดงไทยญี่ปุ่น คุณปิคกี้เช่นกันที่ส่งข่าวมาสม่ำเสมอ ให้คนไทยทั่วโลกได้ชื่นใจไปกับข่าวดีๆแบบนี้ ยิ่งทราบว่าคุณปิคกี้ขับรถไปข้ามหลายเมืองตั้ง6ชั่วโมงเพื่อการนี้ ก็ขอให้กำลังใจมาในโอกาสนี้ สู้ๆเขานะเสื้อแดงไทยในญี่ปุ่นทุกท่าน***

***ไปที่เสื้อแดงไทยในเยอรมันกันต่อ คุณรจนาส่งข่าวมาว่า กลุ่มแดงไทย"คนรักทักษิณ"ในเยอรมนี เป็นกลุ่มจัดตั้งตนเองเพื่อร่วมอารมณ์ความรู้สึกกับประชาชนไทยในการต่อสู้ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยอันคือปัญหาบ้านเมือง และหลังการประชุมประสานงานกันในแคว้นต่าง ๆ ได้มีบางคนที่มีประสบการณ์ร่วมต่อสู้กับกลุ่มเสื้อแดงไทยหลังสงกรานต์เลือด 2552 มาเป็นแกนนำและพลังสำคัญ***

***หลังการประชุมแกนนำในแคว้นแต่ ๆ 5 ครั้ง จึงเกิดการชุมนุมใหญ่รวมพลคนเสื้อแดง ณ นครเบอร์ลิน ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม2552 และได้ผ่านไปด้วยการเพิ่มจำนวนคนเสื้อแดงมากมาย และเป็นที่สนใจวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมรวมถึงสื่อมวลชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง จึงจะมีการชุมนุมกิจกรรมคนเสื้อแดงอีกครั้งใน ....

วันที่ 21 พ.ย 2552 ขอเชิญพี่น้องชาวเยอรมนีและประเทศใกล้เคียง รวมงาน รวมพลคนเสื้อแดง ที่นครเบอลิน พบกับคุณวิสา กับคุณไพจิตร อักษรณรงค์ และพบกับรายการสำคัญคือโฟนอินของท่านนายกฯทักษิณด้วยค่ะ***



***สนใจรวมงานสอบถามรายละเอียดได้ที่ กลุ่มคนรักทักษิณในเยอรมนี

0151/51232320 คุณแดงแจ๊ด
เขต Dortmuend ติดต่อคุณอำนวย Tel.0151/12309521
เขต Braunschweig ติดต่อ คุณน้อย Tel.0152/29690966
เขตฺ Berlinติดต่อ คุณบังอร Tel.0152/22476336
***


***สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านบทความของแกนนำแดงไทยในเยอรมนี เชิญอ่าน เผชิญหน้ากัน มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง (แต่) สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีแต่รวยกับรวย จะพบทัศนะที่คมคายลึกซึ้งอย่างมาก ทำไมผู้ปกครองอำมาตย์ไทยคิดแบบนี้ไม่ได้ก็ไม่รู้ ส่วนภาพชุดนี้เป็นกิจกรรมการประชุมเตรียมงานกัน เชิญชมหายคิดถึงกันครับเสื้อแดงทั่วไป ก้าวไกลไปทั่วโลก***

***คุณเล็ก ซิดนีย์ แห่งแดงไทยออสเตรเลียแจ้งข่าวถึง กรรมการ สมาชิก และเพื่อนๆผู้รักในอุดมการณ์ประชาธิปไตยชาวไทยในออสเตรเลียทุกคน กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทย ในออสเตรเลียจะจัดให้มีการเสวนาประชาธิปไตย ในวันที่ 22 พฤศจิกานี้ ณ ร้านอาหาร Suan I-San เลขที่ 1-4/408 King St. NEWTOWN, NSW โดยจะมีท่านนายกทักษิณ โฟนอิน และนำการเสวนา โดยดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง จึงขอเชิญชวนทุกๆท่านชาวไทยในออสเตรเลียเข้ามาร่วมโดยพร้อมเพียงกัน รายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล์ thairedaustralia@hotmail.com Phone: 0421 115 272 การเข้าร่วมงานไม่มีค่าใช้จ่าย อาหารและสถานที่ อภินันทนาการโดย คุณ เยาว์.....เจ้าของร้านอาหาร Suan I-San โทร 95576722***

***
กำหนดการ

14.00 -15.00 น ลงทะเบียน

15.00 -15.15 น กล่าวต้อนรับและเปิดงานเสวนา

15.15 -18.30 น เสวนา เรื่อง ปัญหาการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย จากมุมมอง

ด้านเศรษฐกิจและการเมือง

หัวข้อที่ 1 อะไรคือวิกฤตปัญหาแท้จริงของประเทศไทย

หัวข้อที่ 2 เราจะมีประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้อย่างไร

หัวข้อที่ 3 ประชาชนจะมีบทบาท ปกป้องรักษาประชาธิปไตยอย่างไร

วิทยากร รศ. ดร สุชาติ ธาดาธำรงเวช ( อดีต รมต คลัง )และคณะ
อ. ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ( วีดีโอ ลิ้งค์)
18.30 -19.30 น ร่วมรับประทานอาหารเย็น

19.30 - น ท่านนายก ทักษิณ Phone In

ปิดการเสวนา จบท่านนายก ทักษิณ Phone In

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการลงทะเบียนตอบเข้าร่วม ติดต่อได้ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ครับ อ้าว!แดงไทยในออสเตรเลียสู้ๆ***

***ข่าวคราวแดงอินเตอร์วันนี้มาทุกมุมโลก แดงUSAจะพลาดได้ไง ว่าแล้วสาวน้อยทิฟฟี่สีแดงก็แจ้งข่าวมาว่า ลงตัวแล้วสำหรับกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของพี่น้องแดงไทยในอเมริกา งานมีวันที่6ธันวาคมนี้ เวลาตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไป กิจกรรมคึกคักไปด้วยลำตัดคณะพ่อวีระ-อดิศร ลำตัดรุ่นใหญ่ รำวงกระทบไหล่ส.ส.สาวเสื้อแดง"น้องยิ้ม"วิสาระดี-ส.ส.ปาริชาติ ประกวดร้องเพลงชิงถ้วยนายกฯทักษิณ เจอกัน ณ ไทยแลนด์พลาซ่า เบอร์โทรติดต่อคลิ้กข้างล่างนี้จ้า***

***ส่วนด้านล่างนี้เป็นหนังสือพิมพ์ของแดงไทยในอเมริกา เศรษฐีไทยไปทำหามากินขุดทองร่ำรวยในอเมริกาอยากอุดหนุนโฆษณาหาทุนช่วยให้เมืองไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบไวๆติดต่อคุณทิฟฟี่สีแดงเป็นการไว tiffyvor@yahoo.com***


***กลับมาเมืองไทยขึ้นเหนือกันมั่ง กับกิจกรรมรับลมหนาวดูดาวเหนือ ไปกับค่ายศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือ 20-25 พ.ย. นี้ เชิญจ้าร่วม ค่ายศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนาภาคเหนือ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้นำเกษตรกร (ศูนย์สารภี) อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20-25 พฤศจิกายน 2552

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552
10.00 น. - พร้อมกัน ณ สถานที่นัดหมาย/เตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง
14.30 น. - ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552
7.00 น. - ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่/ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
8.00 น. - รับประทานอาหารเช้า บริเวณสถานีรถไฟ
9.00 น. - เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
12.00 น. - รับประทานอาหาร
13.00 น. - เดินทางเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน อ.สารภี/ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
15.00 น. - ประชุมสมาชิกเพื่อชี้แจงการทำงานและมอบหมายหน้าที่
18.00 น. - รับประทานอาหาร
19.00 น. - กล่าวตอนรับ โดย ผู้แทนศูนย์เกษตรกรสารภี
19.30 น. - ชมวีดีทัศน์ประวัติศาสตร์การเมือง
โดย ชัยพงษ์ สำเนียง คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เจษฎา โชติกิจภิวาทย์ ผู้ประสานงานกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ(ปรส)
21.00 น. - เข้านอน

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552
6.30 น. - ออกกำลังกาย
7.00 น. - ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
8.00 น. - รับประทานอาหาร
9.00 น. - กิจกรรมสภากาแฟ “บอกเล่าข่าวสังคม เศรษฐกิจ การเมือง”
แบ่งกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 - 5 คน โดยเลือกข่าวมาวิเคราะห์กลุ่มละ 1 ข่าว
10.30 น. - ตัวแทนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอ
12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. - ร่วมพุดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และปัจจุบัน กิจกรรมนักศึกษา ภาคเหนือ
โดย ตัวแทนนักกิจกรรมนักศึกษา และอดีตนักกิจกรรมนักศึกษา ภาคเหนือ
อรรคพล สาตุ้ม
15.00 น. - กิจกรรมสันทนาการ ร้อง เล่น เต้นรำ (ดนตรีจากกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม)
16.00 น. - ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาระบบทุนนิยมไทย / ทุนภาคเหนือ
โดย จารุวัฒน์ เกยูรวรรณ โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
18.00 น. - รับประทานอาหาร/ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
19.00 น. - ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของขบวนการเกษตรกรภาคเหนือ ปัญหาและทางออก
โดย ตัวแทนจาก แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ(นกน)
21.00 น. - เข้านอน

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2552
6.30 น. - ออกกำลังกาย
7.00 น. - ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
8.00 น. - รับประทานอาหาร
9.00 น. - ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับพัฒนาการของสหภาพแรงงานภาคเหนือ
โดย สุชาติ ตระกูลหูทิพย์
ตัวแทนสหภาพแรงงานลำพูน
ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ ภาคเหนือ
ตัวแทนแรงงานนอกระบบ ภาคเหนือ
12.00 น. - รับประทานอาหาร
13.00 น. - กิจกรรมสันทนาการ
14.00 น. - พูดคุยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ล้านนา ขบวนการภาคประชาสังคมภาคเหนือกับการพัฒนา
โดย พิษณุ ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักเรียนรู้การกระจายอำนาจและปกครองตนเอง
16.00 น. - พักผ่อนตามอัธยาศัย
18.00 น. - รับประทานอาหาร
19.00 น. - ชมวีดีทัศน์ สะท้อนปัญหาสังคม
21.00 น. - เข้านอน

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2552
6.30 น. - ออกกำลังกาย
7.00 น. - ปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
8.00 น. - รับประทานอาหาร
10.00 น. - เดินทางไปตัวเมืองเชียงใหม่
12.00 น. - รับประทานอาหาร/และพักผ่อนตามอัธยาศัย
17.00 น. - ลงพื้นที่สำรวจการพัฒนา (สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว)

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552
5.00 น. - เดินทางไปสถานีรถไฟเชียงใหม่
6.45 น. - รถไฟออกจากสถานีเชียงงใหม่
21.30 น. - ถึงสถานีหัวลำโพง

หมายเหตุ : กำหนดการดังกล่าวนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตาความเหมาะสมของกิจกรรม


สอบถามรายละเอียดที่ ชญานนท์ : โทร 085-3500364 อีเมล turnleft_youth@hotmail.com***

***ข่าวเศร้า จักรภพ เพ็ญแข แม้อยู่ไกลในต่างแดน แต่แจ้งข่าวมาว่า "เจ๊ขก" ผู้เป็นที่รักและนับถือของพวกเราเป็นจำนวนมากและของผม ได้จากเราไปเสียแล้วอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็ง ผมรู้สึกใจหาย และคิดถึงพี่สาวคนหนึ่งที่มีความจริงใจและจริงจังในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทันทีที่รู้ข่าววันนี้ สิ่งแรกที่ผมทำคือจัดการส่งพวงหรีดไปเคารพ "เจ๊" แทนตัวผมที่อยู่ห่างบ้านห่างเมือง สิ่งที่สองคือค้นหาเสียงของ "เจ๊" ในเว็ปไซต์และนั่งฟังคำให้สัมภาษณ์ของ "เจ๊" ที่คมกล้า ตรงประเด็น และแสนมันส์ "เจ๊" จากเราไปแล้วแต่กาย ความรู้สึกผูกพันจะคงอยู่ตลอดไปในใจของพวกเราและในใจของผมด้วยครับ***

***ดังนั้นผมขอเชิญพี่น้องสละเวลาไว้ร่วมไว้อาลัยกับ "เจ๊ขก" มีสวดทุกวันเวลา๑๙.๑๕น. ที่วัดมหาพฤฒาราม ศาลา ๒ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๑๕ พ.ย.๕๒ ถึงวันศุกร์๒๐พ.ย. และจะฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ ๒๑ พ.ย. ๕๒ ขอเชิญร่วมงานสวดศพ และร่วมงานฌาปณกิจด้วยครับ จากจักรภพ ผู้ฝากข่าว***

***เพื่อไว้อาลัยและเป็นเกียรติยศแก่นักสู้สามัญชนนาม"เจ๊ขก"เชิญฟังเสียงสัมภาษณ์สุดมันส์ของเจ๊ ณ บัดนี้

http://www.youtube.com/watch?v=rDbtYNDpMcc


http://www.youtube.com/watch?v=nhVe8q-3PlI&NR=1


http://www.youtube.com/watch?v=a7G6nh-vLNQ&feature=related


http://www.youtube.com/watch?v=VwHUSPUW9Ls&feature=related

ชมสัมภาษณ์เจ๊ขก คลิ้กที่นี่ครับ***

เสื้อแดงวอนคาร์เตอร์จี้USAเลิกรับรองรัฐบาลหุ่น

ที่มา Thai E-News


เสื้อแดงเชียงใหม่ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายจิมมี่ คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯที่เดินทางมาทำกิจกรรมการกุศลในเชียงใหม่ มีใจความสำคัญว่า ในนามของประชาชนคนไทยเราจึงขอเรียกร้องผ่าน ท่านอดีตประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ให้นำข้อเท็จจริงของความทุกข์ที่ประชาชนชาวไทยได้รับในขณะนี้ แจ้งไปยังประชาชนและประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา บารัค โอบาม่า รวมถึงประชาชนและผู้นำของนานาอารยะประเทศที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมทั่วโลก ให้บอยคอตอย่าให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ได้มาตามครรลองระบอบประชาธิปไตย หากแต่มีคณะนายทหารเผด็จการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มีพฤฒิกรรมหลอกลวงสังคมโลก ขออย่าได้ร่วมสังฆกรรม และอย่ารับรองรัฐบาลของเหล่าเผด็จการอำมาตย์ชั่วชุดนี้


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 พฤศจิกายน 2552



เมื่อช่วงสายวันนี้ กลุ่มคนเสื้อในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมายังสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถืงอดีตประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจการกุศลให้กับมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติที่เชียงใหม่ เพื่อยื่นต่อถึงนายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา และประชาชนสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายุติการสนับสนุนรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ได้มาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย


กลุ่มผู้ชุมนุมได้อ่านจดหมายเปิดผนึกหน้าสถานกงสุล และได้ส่งตัวแทนประกอบด้วยนางเทวี ชำนาญอาษา นายพีระพล มรกต และ พ.ต.ท.สุเทพ ปูมูลเจริญ นายตำรวจนอกราชการ เข้าไปมอบจดหมายให้กับนาย โทมัส สมิธ เจ้าหน้าที่ประจำสถานกงสุล เพื่อยื่นหนังสือต่อนายคาร์เตอร์ และรัฐบาลสหรัฐฯ

สำหรับจดหมายเปิดผนึกทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยละเอียด มีดังต่อไปนี้

จังหวัดเชียงใหม่
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552
เรียน อดีตประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา มร.จิมมี่ คาร์เตอร์
ผ่านสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่

เรื่อง ขอเรียนชี้แจงสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

จากกำหนดการของท่านเพื่อมาร่วมงานโครงการเพื่อการกุศลสำหรับประชาชนคนไทย โดยมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติ ในการสร้างบ้านให้ราษฎรผู้ยากจนและด้อยโอกาส ในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ในฐานะประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ มีความปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง และขอบคุณที่ท่านให้เกียรติเลือกจังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดทำงานของมูลนิธิ ในนามของประชาชนชาวเชียงใหม่ขอต้อนรับท่านและภรรยาด้วยความยินดียิ่ง

ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกันกับประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ของรัฐบาล นายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ เพราะสามารถทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง จนกระทั่งได้ตั้งรัฐบาลพลเรือนพรรคเดียวในประวัติศาสตร์ของชาติไทย แต่กลับถูกปฏิวัติยึดอำนาจจากเผด็จการทหาร และถูกไล่ล่าจับตัวอย่างไม่ยุติธรรมต่อเนื่องตลอดมา

สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ มีรัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แพ้การเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากการยอมรับของประชาชนโดยตรง แต่กลับได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากวิธีการปล้นอำนาจของประชาชน และร่วมมือกับคณะนายทหารที่เคยร่วมกันยึดอำนาจทำลายรัฐบาลของประชาชน จัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ถูกต้องตามวิถีประชาธิปไตย พฤฒิกรรมของเหล่าขุนทหารเผด็จการอำมาตย์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เคยเป็นคนใกล้ชิดกับประธานองคมนตรี ที่ทำการทำร้ายประเทศชาติ ตั้งแต่การทำรัฐประหารรัฐบาลของประชาชนเมื่อ 19 กันยายน 2549

ผ่านมาเกือบสามปีกว่า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่วางมือ พวกเขายังทำการรัฐประหารเงียบ ทำการยึดประเทศชาติ ประชาชนชาวไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพรักเทิดทูนของมวลประชาราษฎร์ ให้เป็นตัวประกัน เพื่อในการยึดอำนาจการปกครองบริหารงานบ้านเมืองให้อยู่แต่ในอำนาจกำมือ โดยจัดตั้งรัฐบาลนอมินีเข้ามารักษาผลประโยชน์ของพวกเขาเอง มีการแต่งตั้งผู้ร้ายยึดสนามบินที่เป็นอาชญากรมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่เคยคิดละอายใจต่อประชาชน และสังคมโลกที่เป็นห่วงสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้

ในฐานะที่ท่านเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นแม่แบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดถืออำนาจของประชาชนเป็นใหญ่ และเป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เมื่อพ้นจากตำแหน่งฯแล้ว ท่านยังได้อุทิศตนทำงานในด้านการแก้ไขความขัดแย้งของสังคม ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั่วโลก จนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2545 ท่านคงได้รับทราบถึงความเป็นจริง ในสถานการณ์เลวร้ายที่ประชาชนชาวไทยได้รับ คือขาดการดำเนินชีวิตด้วยความสงบสุข ขาดความรักความสามัคคีของชนในชาติ ขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ และขาดความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้พ้นจากความยากจนและด้อยโอกาส ตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิที่ท่านประธานาธิบดี มร.จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้ตั้งปณิธานไว้

ในนามของประชาชนคนไทยเราจึงขอเรียกร้องผ่าน ท่านอดีตประธานาธิบดี มร.จิมมี่ คาร์เตอร์ ให้นำข้อเท็จจริงของความทุกข์ที่ประชาชนชาวไทยได้รับในขณะนี้ แจ้งไปยังประชาชนและประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา มร.บารัค โอบาม่า รวมถึงประชาชนและผู้นำของนานาอารยะประเทศที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมทั่วโลก ให้บอยคอตอย่าให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ได้มาตามครรลองระบอบประชาธิปไตย หากแต่มีคณะนายทหารเผด็จการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง มีพฤฒิกรรมหลอกลวงสังคมโลก ขออย่าได้ร่วมสังฆกรรม และอย่ารับรองรัฐบาลของเหล่าเผด็จการอำมาตย์ชั่วชุดนี้.

ด้วยความเคารพรัก

ชาวเชียงใหม่ผู้รักประชาธิปไตย
ประชาชนชาวไทย

.................

Chiang Mai Province

16 November 2009

To Former President of the United States, Mr. Jimmy Carter
Thru the United States Consulate in Chiang Mai

Subject: Explanation of current situation in Thailand

For your plans to come join the charitable project for Thai people through Habitat for Humanity in building houses for poor, underprivileged people in Chiang Mai, we are thrilled and thank you for the honor of selecting Chiang Mai as a site for this charity. On behalf of the people of Chiang Mai, we are very pleased to welcome you and your wife.

Thailand is governed by a democratic system like the United States. However, when a coup on 19 September 2006 overthrew the democratic government of Prime Minister Thaksin Shinawatra, which was elected by a majority voice of the people because it was able to truly work for the benefit of the people to the extent that it was able to form a single party government for the first time in Thai history, it was revolted against by military dictators and he has been unjustly hunted for arrest ceaselessly ever since.

The current situation is that the government of Aphisit Wetchachiwa lost the election and did not come from the direct acceptance of the people. He became the prime minister from stealing power from the people and cooperating with a clique of military leaders who had seized power, destroyed the government of the people, and established a government that was not in accordance with the democratic process. The actions of these military dictatorial warlords, who were all intimate associates with the President of the Privy Council, have been working to destroy the country ever since the coup against the government of the people on 19 September 2006.

Over three years have passed, and at present they have not ceased. They are still enforcing a silent coup, holding the country, the Thai people, and the monarchy, which is deeply respected by the people, hostages so they can maintain power to govern the affairs of the country in their hands, by establishing a nominee government to come in and maintain their own interests, without any consideration of the people and the world at large that is interested in the affairs of Thailand at the present time.

Inasmuch as you once held the position of President of the United States, which is the pattern of democratic rule by the power of the voice of the people, and are well-known and accepted internationally for dedicating yourself after leaving office to working to solve disputes in society, fostering human rights and democracy all over the world, to the extent that you won the Nobel Peace Prize in 2002, you probably already know the truth about the terrible situation of the Thai people.

They are unable to peacefully live their lives. They lack love and harmony in their country. They don’t have the opportunity to develop their country and don’t have the ability to develop the quality of life of the people to overcome poverty and lack of opportunity according to the purpose of the charity that you, President Mr. Jimmy Carter aspire to.

On behalf of the Thai people, we request through Former President Mr. Jimmy Carter to take the facts of the current troubles of the Thai people and present them to the people and president of the United States, Mr. Barack Obama, as well as the people and leaders of civilized countries all over the world, to boycott and not support the government of Mr. Aphisit Wetchachiwa, which would not have been formed through a democratic process, if it had not had a military dictatorship supporting it behind the scenes. It is deceiving the world. Please do not join in the activities of and do not recognize this dictatorial and evil government.


Respectfully,
Citizens of Chiang Mai who Love Democracy
The Thai People

บันทึกเทป"พ.ต.ท.ทักษิณ"บรรยายที่กัมพูชา ตอนที่2

ที่มา Voice TV



เทปบันทึกภาพพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลกัมพูชา บรรยายหัวข้อ "กัมพูชาและโลกหลังภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ" เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่กระทรวงการคลัง กัมพูชา

บันทึกเทป"พ.ต.ท.ทักษิณ"บรรยายที่กัมพูชา ตอนที่1

ที่มา Voice TV



เทปบันทึกภาพพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลกัมพูชา บรรยายหัวข้อ "กัมพูชาและโลกหลังภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ" เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่กระทรวงการคลัง กัมพูชา