WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, November 19, 2009

ฮาลั่นเวบเสธ.แดง พธม.แหลใส่นางพยาบาลเล่นเน็ตกับDJแคมฟร็อกเป็นมือบึ้มM79ถล่มพันธมิตร

ที่มา Thai E-News


ผงะ-สนธิ ลิ้มทองกุล หัวโจกโจรก่อการร้ายหนีหมายเรียกคดียึดสนามบินถึงกับผงะในช่วงมีระเบิดM79ลงหลังเวที ขณะกล่าวปราศรัยปลุกความคลั่งชาติ เสธ.แดงระบุถูกบึ้มเพราะชอบดึงเบื้องสูงลงมาเกลือกกลั้วการเมืองโสโครกของพันธมิตรเป็นประจำ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 พฤศจิกายน 2552

ฮากันสนั่นเวบเสธ.แดง เมื่อนักท่องเน็ตที่เป็นนางพยาบาลรายหนึ่งต้องถูกมั่วนิ่มให้กลายเป็นผู้ร้ายใจทมิฬ ร่วมมือกับดีเจห้องแคมฟร็อกเป็นคนคุมทีมยิงระเบิดM79สังหารใส่เวทีพันธมิตร ตามที่เวบไซต์ผู้จัดการกระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตรใส่ไคล้แบบสะตอบอแหลสดๆ


ผู้ที่ถูกพาดพิงจากเวบผู้จัดการASTVกระบอกเสียงของผู้ก่อการร้ายพันธมิตรว่า เป็นขบวนการยิงระเบิดM79ใส่เวทีพันธมิตรในขณะที่หัวโจกโจรก่อการร้ายหนีหมายจับ สนธิ ลิ้มทองกุล กำลังปราศรัย ได้ออกมาเขียนกระทู้โต้กลับในเวบเสธ.แดงด้วยความครื้นเครงว่า เวบไซต์กระบอกเสียงโจรก่อการร้ายมั่วนิ่มสุดขีด

ทั้งนี้เวบไซต์โจรก่อการร้ายพันธมิตรได้พาดหัวข่าวว่า ฟันธง “เสธ.แดง” ทาสรับใช้ “แม้ว” ยิงถล่มพันธมิตรฯ โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่หลังเวทีชุมนุมพันธมิตรที่สนามหลวง เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า
ทางข่าวเชิงลึกตนรู้ตัวบุคคลที่ยิงระเบิดเอ็ม 79 ก่อความรุนแรงกับพันธมิตรฯมาตลอด ซึ่ง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เป็นผู้ก่อเหตุทั้งนั้น

แหล่งข่าวระดับสูง กล่าวต่อว่า คนคุมทีมยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มพันธมิตรฯ ทุกครั้งคือ "เค ทอง" กับฉายาหมวกขาว และฉายากำลังไม่ทราบฝ่าย โดยทุกครั้งที่มีการก่อเหตุ เค ทอง จะไปแชตยังห้องแชตรูมของ เสธ.แดง ซึ่งการข่าวทุกครั้งจะดักจับและดักฟังได้


ทั้งนี้คนในเวบเสธ.แดงต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เวบไซต์ผู้จัดการASTVมั่วตลอดทั้งข่าว เนื่องจากเวบเสธ.แดงไม่มีห้องแช็ต(chat room) มีแต่กระดานสนทนา(webboard)จึงไม่มีการแช็ตหรือสนทนาสดๆ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเหตุการณ์ตามที่เวบผู้จัดการมั่วข่าว และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ว่าจะดักฟังได้ เพราะไม่มีห้องchat roomแบบที่คุยกันทางเสียงในเวบเสธ.แดงเลย

ผู้ใช้นามว่า"หมวกขาว"ได้เขียนในกระทู้เกี่ยวกับข่าวนี้(ดูลิ้งค์)ด้วยความตลกขบขันว่า
"ตื่นนอนมา กลายเป็น"ผู้นำ" ของ "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย "ค่ะ กับคู่หู "อ.เคทอง "...พากันไปถล่ม พันธมิตร แหล่งข่าวระดับสูงของ "ควายเหลือง " รายงานมาว่าง้านนน เฮ้อ...ข่าว...ควายๆ..ไม่แปลกใจเล๊ยยย ทำไม "เหลือง " จึงดักดานกันจริงๆ...เฮ้อ..."


ผู้ใช้นามแฝง"หมวกขาว"ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นผู้หญิง และเป็นนางพยาบาล( ดูลิ้งค์ ) กล่าวในกระทู้อย่างขบขันด้วยว่า
"ฮือๆๆๆ...แงๆๆๆๆ....เสธ.แดงช่วยนู๋ด้วย พานู๋ไปฟ้องหมิ่นประมาทมันที ไอ้พวกนี้...ทำนู๋ฮา...ขี้แตกขี้แตน...!!!"


ขณะเดียวกันเสธ.แดงได้ตั้งกระทู้หัวข้อเรื่อง ถึงไอ้เจ็กลิ้ม-สาวกควายเหลืองและไอ้การ์ดพันธมิตร มหาจำลองช่วยชีวิตมึงไว้ที่เอาเด็กนั่งตักตลอด พวกมึงซ้อมประชาชนทำไม มึงปิดเวทีช้าอีก 10 นาที ตายเรียบ! เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

มึงยังเหี้ยเหมือนเดิมแต่กูไม่เกี่ยวงานนี้ กูเตือนมึงเหมือนปีที่แล้วที่ทำเนียบ+สนามบิน แต่ทำคุณบูชาโทษ เสือกหาว่ากูยิง แถมเนรคุณให้เบอร์โทรศัพท์พวกควายเหลืองโดยเฉพาะพวกผู้หญิงมาด่ากูอีก หน้าหนังxxx หนังxxx ทั้งคืน จนกูต้องลุกมาส่องกระจก ดีที่ผิด 2 ตัวหลัง ไม่งั้นกูคงไม่ได้นอนทั้งคืน คอยแต่ลูบหน้าว่าเหมือนxxxหรือเปล่า วันนี้กูเลยนอนหลับไม่ต้องมาด่ากับพวกควายโง่ อย่างพวกมึง


ส่วนรายละเอียดของกระทู้มีดังต่อไปนี้


ไอ้เจ็กลิ้ม...ณ บนเวที 15 นาที เดี๋ยวนี้กลัวตาย

มึงพูดอ้างแต่ในหลวงตลอดเวลา ปราสาทแดกซิพอมีเสียงบึ้ม...หลังเวที มึงโดดลงเวทีแทบไม่ทัน แล้วย่องขึ้นมานั่งใหม่กลัวสะเก็ดลงกระบาลที่เดิมใช่ไหม

ดูคำพูดมึงแต่ละคำทำไมจะไม่โดนอาวุธสงคราม ถ้ามึงยังปากดีแบบนี้และยังไม่เข็ดเดี๋ยวพวกกระเทยก็ยิงกระบาลมึงอีก ให้กูเดาล่วงหน้า

หนึ่ง...มึงบอกว่าในหลวงมีพวกเราเท่านั้นเป็นที่พึ่งสุดท้าย!
(มีแต่ท่านเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเรา สมองมึงตั้งแต่ถูกยิงเป็นหัวพลาสติก มึงคิดกลับทางหมด)

สอง...มึงบอกว่ามึงยอมเอาหัวที่ถูกยิงเพื่อรักษาในหลวงไว้
(มีคนในวังเขาขอมึงไว้กับพวก 3 ป. ว่าขอแค่นี้อย่าทำเลย เขาสู้เราไม่ได้หรอก มึงยังไม่รู้สึกตัวอีก)

สาม...ใครต้องการปกป้องในหลวงให้มาอยู่หลังมึง (แสดงว่าทั้งประเทศมีมึงคนเดียวที่ปกป้องในหลวง ไอ้เหี้ย)

ไอ้สัตว์..ตกลงคนอื่นทั้งประเทศที่ไม่ใช่สาวกควายเหลืองของมึง ไม่รักในหลวงใช่ไหม มึงควรจะพูดให้ไกลๆในหลวง ทำไมมึงต้องพูดถึงแต่ในหลวง ปีหนึ่งผ่านไปไม่เข็ด ยังดึงฟ้าต่ำเหมือนเดิม

สี่...มึงก็รู้แก่ใจพวก 3 ป. ยิงกระบาลมึง เพราะด่าองคมนตรีเรื่องเขายายเที่ยง เรื่องเอาโกเต๊กทาฐานพระรูป ร.5 และไปอเมริกาท๊อคโชว์เสือก พูดคำว่า แม่ง...กับสถาบัน นี่คำพูดมึงอยู่ในยูทูป

"แม่งง...พวกในวังโทรมาถามกันใหญ่ผ่านท่านผู้หญิงบุษบาว่า.....ฝากอะไรให้สนธิ คิดถึงสนธิกันใหญ่ อยากรู้แม่ง..."


มึงมันเหิมเกริมเกินความเป็นคนไทยไอ้เจ็กก๊กมินตั๋ง มึงลืมดอยแม่สลองกำพืดมึงที่คนไทยให้ข้าวมึงกินหมดแล้ว

งานเมื่อคืน...มึงต้องก้มลงกราบตีนมหาจำลองไว้ทุกชั่วโมงจากนี้ไป ที่เอาเด็กมานั่งตักตลอดบนเวที...มึงปิดเวทีช้าอีก 10 นาที มึงทำคนตายเป็นเบือ มหาจำลองเขาเป็นทหารอาชีพ เขาอ่านออก แบบทหารปืนใหญ่ เขารู้เรื่องการปรับการยิง...จากนี้ไป ลูก 2 กลางเวที แน่นอน จึงต้องรีบเลิกตามที่มหาจำลองแนะนำ

"ควายโง่ๆอย่างพวกมึง อยู่ไปก็รกแผ่นดิน ควรตายเรียบ..ตายแล้วอย่าเสือกไปเกิดเป็นหมาก็แล้วกัน

มึงยังเหี้ยเหมือนเดิมแต่กูไม่เกี่ยวงานนี้ กูเตือนมึงเหมือนปีที่แล้วที่ทำเนียบ+สนามบิน แต่ทำคุณบูชาโทษ เสือกหาว่ากูยิง แถมเนรคุณให้เบอร์โทรศัพท์พวกควายเหลืองโดยเฉพาะพวกผู้หญิงมาด่ากูอีก หน้าหนังxxx หนังxxx ทั้งคืน จนกูต้องลุกมาส่องกระจก ดีที่ผิด 2 ตัวหลัง ไม่งั้นกูคงไม่ได้นอนทั้งคืนคอยแต่ลูบหน้าว่าเหมือนxxxหรือเปล่า วันนี้กูเลยนอนหลับไม่ต้องมาด่ากับพวกควายโง่ อย่างพวกมึง

ขอให้พวกมึงนอนหลับฝันดี...ฝันเห็นสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตายดับกันไปข้างไอ้พวกส้นตีน เสือกกระทืบคนบริสุทธ์อีก ทำกรรมเข้าไป คนยิงเขาจะได้ไม่สงสารมึงเวลาเหนี่ยวไก...
คริ... คริ


เปิดตัว"เคทอง"ดีเจห้องแคมฟร็อกโดนลากไปมั่วด้วย

ส่วนที่เวบผู้จัดการASTVอ้างถึงอีกรายคือ"เคทอง"ว่าเป็นคนคุมยิงM79ทุกครั้งนั้น คาดว่า น่าจะมั่วจากการที่นักจัดรายการวิทยุทางอินเตอร์เน็ตของฝ่ายต่อต้านเผด็จการคนหนึ่งใช้ชื่อแฝง"เคทอง" ถ้าใครเคยเข้าห้องแคมฟรอก การเมือง ห้องVoice_of_change จะเห็นเคทอง จัดรายการคู่กับ เสธ.แดง จัดรายการวิจารณ์การเมือง สดๆใช้คำพูดสไตล์แรงๆ ด่าแป๊ะลิ้ม ด่าพัธมิตร ทำให้เวบผู้จัดการมั่วส่งไปว่าดีเจออนไลน์รายนี้ เป็นคนคุมทีมสังหาร

Wednesday, November 18, 2009

ธาตุแท้ของนํ้า ต้องการความใสสะอาด

ที่มา บางกอกทูเดย์

● ธาตุแท้ของนํ้า ต้องการความใสสะอาดแต่ดิน ทราย ทำให้ขุ่น-ธาตุแท้ของคน ต้องการความสงบ แต่ความโลภ ทำให้วุ่นวาย...“กุหลาบพิษ” รายงานข่าว BANGKOK GOSSIP หนังสือพิมพ์รายวัน บางกอกทูเดย์ ฉบับนี้ ประจำวันพฤหัสที่ 19 พฤศจิกายน 2552......

● สามเกลอหัวแข็ง วีระ มุสิกพงศ์-จตุพร พรหมพันธ์ุและ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังตื่นเต้น และปลื้มกันไม่หายจนถึงวันนี้ กับความอภิมโหฬารของ “คอนเสิร์ตเสื้อแดง”ในชื่อเก๋ “เพื่อนร่วมร้อง พี่น้องร่วมรบ” ที่มีคนทุกสารทิศทั่วประเทศไปร่วมนับจำนวนแสน.....

● รถรากว่า 4 หมื่นคันที่มุ่งหน้าเข้า “โบนันซ่า” เขาใหญ่ คือปรากฏการณ์แห่ง “ความสามัคคี” ของ “คนเสื้อแดง” ที่ประกาศ!!ปลายเดือนนี้ 1 ล้านคนจะอยู่บนถนนกรุงเทพฯ เพื่อ“ทวงคืนประชาธิปไตย” .....

● “เทพเทือก” – “มาร์คตาใส” จะทำ อย่างไรต่อไป?? ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง? หรือ จะประกาศภาวะฉุกเฉิน? สั่งทหารสักสองแสนออกมาปราบประชาชน? ก็เชิญท่าน “เจ้าพระยามหาอำมาตย์อภิสิทธิ์” คิดเอาตามใจชอบ!!......

● ไหนๆเนวิน ชิดชอบ กล้าเอ่ยปากให้ ทักษิณ ชินวัตร ช่วยวิศวกรไทยศิวรักษ์ โชติพงษ์ ที่ถูกกัมพูชาจับกุม ด้วยข้อกล่าวหาเป็นสายลับขโมยข้อมูลการบินทักษิณ ผู้เป็น“กุนซือใหญ่ฮุน เซน” ก็น่าจะ “ขอให้มากกว่านั้น”??.......

● เนวิน ชิดชอบ เป็นบุคคลถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนเดียวที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งเชื่อถือและซูฮก!! ไหนๆก็ไหนๆ เมื่อจะขอกันทั้งที ก็กัดฟันขอให้ “ทักษิณช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ” ให้ “อภิสิทธิ์จอมดื้อดึง” เสียด้วยในคราวเดียว!!.....

● หนี้สินไม่กี่ล้านล้าน ถ้า ทักษิณ ชินวัตรคิดจะช่วย “นายกฯ ในไร่ส้ม” เพื่อแสดงความรักชาติ ก็ทำได้ไม่ยาก!! 800,000 ล้านที่กู้มาหลังสุดทำท่าไม่พอที่จะเอามาละเลงเล่น เนวิน ชิดชอบ ช่วยกระซิบ “แม้วลูกพี่เก่า”ช่วยก็ใู้ครเพิ่มให้หน่อย โอเค? หรือขัดข้อง? โปรดตอบทางทวิตเตอร์ด่วน!!...

● ยุทธการโจร?? ความคิดใคร??ที่รัฐบาลนำ เอฟ 16 ทั้งฝูง จากโคราชสแตนบายไว้ที่อู่ตะเภา เตรียมขึ้นไปสอย ทักษิณ ชินวัตร บนฟ้า (ถ้าบินผ่าน “น่านฟ้าไทย” หรือเขตใกล้เคียง) อนิจจา!! ถ้ามีสติปัญญาคิดล้างแค้นกันได้เหี้ยมโหดขนาดนี้ ประเทศไทยกำลังกลายเป็นแดนมิคสัญญี!! คนไทยเตรียมกินข้าวไม่ครบมื้อกันได้แล้ว....

● ฝนทำท่าจะตก?? ขี้หมูกำลังจะไหล?? สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศเหงาปากมาหลายเดือน ได้ทีโดดออกมาสั่งสอนกษิต ภิรมย์ ให้รมว.ต่างประเทศไทยและกัมพูชาเจรจากัน!! เจรจากันทางปาก? หรือทางอวัยวะส่วนไหนมิทราบ??......

● เริ่มชนะหลายแมทส์ติดกัน!! นักเตะทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มชำระแค้นถล่มสิงคโปร์ซะราบคาบคาถิ่นในศึกเอเชียนคัพเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา “เสี่ยแฮงค์”อนุชา นาคาศัย ผู้จัดการทีมคนล่าสุด คงร้องในใจ “เรามาถูกทางแล้ว” กับการมุ่งพัฒนานักเตะทีมชาติด้วยการ“เน้นวินัยในการฝึกซ้อม” กับใช้ “วิทยาศาสตร์การกีฬา”เข้าช่วย ตามมาตรฐานโลก......

● ขอจบด้วยของฝากแด่ รัฐบาลมาร์คตาใส...มีปากไว้พูดอย่างเดียว หัวก็มีไว้กั้นหูไม่ให้ชนกัน?? เพราะฉะนั้น ชาติมีแต่ย่อยยับบรรลัย?? อย่างที่เห็นๆ!!.....

ต้องรู้จักทำวิกฤติให้เป็นโอกาส

ที่มา บางกอกทูเดย์

เรื่องพูดก็เป็นต่อเรื่องรูปหล่อก็ไม่รองใครเรื่องพูดนั้นหาตัวจับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยากเรื่องรูปหล่อก็เป็นพระเอกหนังไทยได้สบายๆส่วนเรื่องการทำงานยังมองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน!!ขนาดพระรอง “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีแท้ๆ ยังแต่งตั้งตำรวจระดับนายพลตั้งแต่ รอง ผบ.ตร.ถึงผู้บัญชาการเรียบร้อยโรงเรียนสุเทพไปแล้วระดับนายพลที่เหลือกำลังตามมาอีกไม่กี่วันเสร็จเหลือก็แต่ตำแหน่ง ผบ.ตรงหัวแถว ที่เป็นหน้าที่ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจนแล้วจนรอดก็ยังไปไม่ถึงไหนเห็นท่าแล้วนึกว่าดี ที่แท้ก็เหลวทั้งเพ!!
✮✮✮
ดับไฟด้วยน้ำมันระวังมันจะไหม้ตัวเอง??
คนดีชอบแก้ไข คนอะไรไม่รู้ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่กระแสคลั่งชาติที่ปลุกเร้ากันอยู่นั้น ก็แค่สีสันของลิปสติกบนริมฝีปาก แค่มือป้ายก็หายหมดดับไฟด้วยน้ำมัน นอกจากจะดับไม่ได้แล้ว มีแต่จะบรรลัยไหม้บ้านจำใส่กะโหลกหนาๆ ไว้ด้วยว่า ประโยชน์ของประเทศชาติย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใดข้ออ้างเพื่อผดุงกระบวนการยุติธรรมไทยต้องเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาติดคุกให้ได้โดยยอมเสี่ยงที่จะเสียประโยชน์ของประเทศชาติมหาศาล น่าจะของปลอม ของจริงคงเพราะทนเห็นเขมรยกย่องให้เกียรติ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มากกว่า??เพราะการเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียวมาติดคุกไม่ได้ ขบวนการยุติธรรมมันจะเสียหายอะไรนักหนาอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว คนไทยถึงแม้จะเป็นหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อบานเบอะ แต่ก็ไม่ได้โง่นะครับ!!ฝากเป็นข้อคิด ไฟริษยาไม่เคยเผาผลาญคนอื่นได้ ที่ถูกเผาผลาญแน่ๆ ก็ผู้ก่อ
✮✮✮
เห็นแดงแล้วก็หนาว??
“ร้องก่อนรบ” ของขบวนการคนเสื้อแดง วอร์มอัพแดงทั้งแผ่นดินเพื่อสะสมเสบียงกรัง ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ปากช่องเมื่อคืนวันเสาร์ที่แล้วบันทึกไว้ได้เลยว่า เป็นคอนเสิร์ตที่มีผู้ร่วมงานมากที่สุดของประเทศไทยและอาจมีผู้ร่วมงานมากที่สุดในอาเซียนก็ว่าได้คอนเสิร์ตที่ต้องเสียเงินเข้าไปดูเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในไว้ได้แล้วเพราะหลังวันที่ 5 ธันวาคม ยุทธการไม่ชนะไม่เลิกเกิดขึ้นแน่ๆ
✮✮✮
มหกรรมช้างชนกันที่โคราช เมืองย่าโมฝนตกที่บ้านน้อง ฟ้ามันดันร้องที่บ้านพี่เลือกตั้งที่อำเภอโชคชัย ดันกระเทือนไปทั้งจังหวัดนครราชสีมาเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย บ้านของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ คอหอยลูกกระเดือก “เสี่ยเน”เนวิน ชิดชอบ ครั้งที่ผ่านมาถึงแม้ตัวเก็งจะถูกยิงตายนึกว่าจะไร้ปัญหา แต่ม้าในคอกของบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ก็ทำได้แค่ที่สองส่วนที่เข้าวินกลายเป็นม้าในคอกของ ไพโรจน์ สุวรรณฉวีลูกย่าโมหลานย่าโมทั้งหลายจึงเริ่มไหวหวั่น พลันจะเปลี่ยนคอกเปลี่ยนสังกัดกันดื้อๆเซียนการเมืองโคราชกระซิบบอกมา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ จับมือ ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ได้แน่นๆ เมื่อไหร่ เลือกตั้งครั้งต่อไปอาจได้ยินเสียงเพลง “แตกดังโพละ” กระหึ่ม!!อย่าว่าแต่ ส.ส.ในชื่อภูมิใจไทยเลย ทำเนียบ ส.ส. จะมีชื่อบุญจง หรือเปล่ายังเป็นที่สงสัย ??
✮✮✮
ต้องรู้จักทำวิกฤติให้เป็นโอกาสนักบริหารที่เก่งกาจจะทำวิกฤติให้เป็นโอกาสส่วนพวกที่ไม่ฉลาดจะทำโอกาสให้เป็นวิกฤติแทนที่จะหาทางแก้เผ็ดเขมรโดยสกัดกั้นไม่ให้คนไทยไปเล่นการพนันที่บ่อนประเทศเขมรเปิดบ่อนการพนันให้ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เงินทองจะได้ไม่รั่วไหลไปกองที่เขมรถึงแม้ไม่ยอมให้เปิด หลายบ่อนอภิมหาอมตะใต้จมูกรัฐบาลบานเบอะก็ไร้ปัญญาปราบอยู่แล้วกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เหมาะที่สุดในการทำวิกฤติให้เป็นโอกาสในครั้งนี้ เพราะจะได้มีโอกาสแก้ตัวที่ใครๆ เขาหาว่าชอบทำโอกาสให้เป็นวิกฤติ เสนอรัฐบาลให้เปิดบ่อนถูกต้องในประเทศอย่าไปสนใจกับพวกที่จะออกมาคัดค้านเรื่องนี้มันจิ๊บจ๊อย เรื่องยึดสนามบินใหญ่กว่านี้เยอะ กษิต ภิรมย์เสียอย่างทำได้สบายมาก ??

ไส้ในมันเน่า

ที่มา บางกอกทูเดย์

‘ทูต’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น..ประเทศที่ได้รับการเชื่อถือ “การทูต” นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะ “รัฐมนตรีต่างประเทศ” หรือจะว่าอีกนัยหนึ่งก็คือหน้าตาของประเทศความ “น่าเชื่อถือ” เป็นรองแค่ประธานาธิบดี หรือ นายกรัฐมนตรี เท่านั้น!!ตัวอย่างง่ายๆ ดูที่ “อเมริกา” เขาให้ความสำคัญของคนที่จะมารับตำแหน่งนี้

ค่อนข้างละเอียดเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็น “ปาก” และ “ศักดิ์ศรี” ของประเทศฮิลลารี่ คลินตัน เธอไม่ใช่มวยสมัครเล่นนะครับ เป็นคู่ชิงแชมป์กับ บารัค โอบามา ชนิด เฮด ทู เฮด ทีเดียว!!หรือหยั่ง คอนโดลิซซา ไรซ์ เป็น รัฐมนตรีต่างประเทศช่วงทำงานให้ “จอร์ช ดับเบิลยู บุช” นั่นก็เหมือนกัน สุดเจ๋งครับไปไหน หรือ พูดอะไรคนทั้งโลก ต้องหันมาฟัง!!หันมาดู “กษิต ภิรมย์” รัฐมนตรี ในบ้านเรา..คนที่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภูมิใจนักหนาว่าเป็น “สุดยอดการ

ทูต”!!ตั้งแต่จำความได้ ไปพูดที่ประเทศไหน “ไม่มีใครฟัง” เพราะพูดอยู่เรื่องเดียวคือ ไล่ต้อนจับ “ทักษิณ ชินวัตร”โดยเฉพาะที่ กัมพูชา เขาไม่ให้ “ราคา” แถมยัง ท้าทายกลับทุกรูปแบบ!!ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด เรื่อง เลิก“ไอ เอ็ม ยู” ต่อกัน..เขมรบอกว่าไม่รู้เรื่อง..รู้แต่ “ไอ โอ ยู” จะให้ยืมเท่าไหร่ “บันทึกความเข้าใจ” คืออะไรก็ไม่รู้.. รู้แต่หนังไทยเรื่อง“บันทึกรักพิมพ์ฉวี” ที่สร้างเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วมันกลับหัวกลับหางกันหมด “กษิต” บอกให้ เขมรจับ “ทักษิณ” ปล่อยตัว “ศิว

รักษ์”ในทางตรงกันข้าม “ฮุน เซ็น” กลับปล่อย “ทักษิณ” แล้วยึดตัว “ศิวรักษ์” ไว้เพื่อเป็นการ “ตบหน้า” ที่มาว่ากู “ไอ้กุ๊ย”!!เพราะตราบใดที่ “ไทยเข้มแข็ง” เฉพาะชื่อ ..ไม่ได้เข้มแข็ง ทาง เศรษฐกิจ ทหาร การเมือง และความเป็นอยู่ของคนในชาติ ที่แท้จริง!!อย่าดิ้นรนไปให้มากกว่านี้เลย..เพราะจะทำให้ต่างชาติทั่วโลกเขา เห็น “ไส้เน่า” ของเรามากขึ้น!!

ยุบ ‘ปชป.’

ที่มา บางกอกทูเดย์

ละม้ายคล้ายสำนวน “น้ำลดตอผุด” หมดอำนาจวาสนา...ความชั่วช้าก็ปรากฏแต่ในที่นี้เป็นเพียง “ความละม้าย” เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยังคงมี “สิทธิ์ขาด” อำนาจเต็ม...เป็นผู้ตัดสินพิพากษาอรรถคดีในอำนาจ “ทุกกระบวนการ” เกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้งประเทศไทยการเมือง คือ “ความไม่เป็นธรรม” โดยเฉพาะซากเดนแห่งการ “ปฏิวัติ” ด้วยองค์กรที่ต้องชี้ขาด“ความยุติธรรม”อุทาหรณ์ยุบพรรค “ไทยรักไทย” คือสิ่งที่ผู้มีอำนาจในด้านกระบวนการ “ยุติธรรม” ต้องกลับมาคิดทบทวนไทยรักไทย เป็นพรรคการเมืองแรก ที่ได้รับการเลือกตั้งเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือก

ตั้งทั่วไป พ.ศ. 2548ได้รับการเลือกตั้งถึง 376 ที่นั่ง...จากจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่งเอาชนะพรรคคู่แข่ง “ประชาธิปัตย์” ที่ได้เพียง 96ที่นั่ง...ทำให้ “ไทยรักไทย” เป็น พรรคการเมืองแรกที่สามารถจัดตั้ง “รัฐบาลพรรคเดียว” ได้สำเร็จหากพูดเป็นภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า...นี่เป็น “ความพิเศษ” ที่ไทยรักไทยสามารถรวมคะแนนเสียงให้เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ใหม่ภายใต้การเลือกตั้ง“เสียงข้างมาก” เบ็ดเสร็จเด็ดขาด!“ประชาชน” ส่วนใหญ่พร้อมใจเข้า

คูหา “กาคะแนน”เพื่อให้ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าตำแหน่งนั่งใน “เก้าอี้สภา”ทำประโยชน์ตามคำมั่น...สานต่อใน “นโยบาย” มิใช่คำหวานบนป้ายหาเสียงที่ทำขึ้นเพียงเพื่อ “ขายฝัน”คำสารภาพของ “ชวการ โตสวัสดิ์” และ “สุขสันต์ ชัยเทศ” พยานคดียุบพรรคไทยรักไทย ที่ออกมาเปิดเผยว่าได้รับการว่าจ้างจาก “สุเทพ เทือกสุบรรณ”หากเป็นเช่นนั้น...สุเทพ ซึ่งสังกัดในนาม “ประชาธิปัตย์”ต้องมีความผิดฐานใส่ร้าย “พรรคการเมืองอื่น”ส่งผลให้กระบวน

การ “ยุติธรรม” สามารถดำเนินการเอาผิดด้วยการ “ยุบพรรคประชาธิปัตย์” ได้อย่างนั้นด้วยมิใช่หรือ?เป็นห่วงก็แต่ “ชีวิต” และ “เสรีภาพ” ของสองบุคคลที่ออกมา “สำนึก” ขอโทษในความผิดบาปต่อ ทักษิณชินวัตร รวมถึง กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จำนวน111 ท่านทำไมต้อง “เอาคอไปแขวนเชือก” ทิ้งไว้รอคน“เตะขาเก้าอี้” นับถอยหลังขาดใจตาย! 

เลือดกับประชาธิปไตย

ที่มา บางกอกทูเดย์

เรียน คุณเผด็จ ที่นับถือยิ่งเชื่อว่าข้อมูลของคุณคงแน่นปึ๊กจริงๆ เพราะคุณเป็นคนรุ่นเก่าพอๆ กับดิฉัน เห็นรัฐบาล เห็นนักการเมืองมาหลายสมัยมาก ชอบคอลัมน์พญาไม้ทูเดย์มาก อึดอัดมาก กับนายก มะม่วงจำบ่ม คำๆ นี้ของท่านสมัคร ดิฉันชอบจริงๆ แล้วเราจะปล่อยบ้านเมืองให้อยู่ในมือเด็กไม่มีวุฒิภาวะคนนี้ไปอีกนานเท่าไหร่หนี้สินที่ก็เู้ขามาก็บานเบอะดิฉันรำคาญ นักวิชาการเฮงซวยหลายๆ คน ที่เข้าข้างรัฐบาลอยู่ไู่ด้ไ้ม่ลืมหูลืมตาเราจะทำอย่างไรกันดีให้ประเทศกลับมาเหมือนเดิม ผู้คนไม่เกลียดกัน มันเป็นเพราะวัสการพราหมณ์ คนนั้นคนเดียว มีคนเขาพูดกันว่าอยากลงขันจ้างมือปืนยิงถล่มอีกทีนับถือ / ข้าราชการ

บำนาญหนึ่งในร้อยของ...ไปรษณียบัตร กับข้อความที่ไม่แตกต่างกัน ยืนยันว่า...ประชาชนจำนวนหนึ่งคิดแบบเดียวกันในเรื่องเดียวกันคิด...คือความเป็นห่วงว่าบ้านเมืองไทยที่เราๆ ท่านๆได้อยู่อาศัยถือกำเนิดและเป็นพลเมืองที่ปฏิเสธไม่ได้นั้น...มันจะพังพินาศในเรื่องเดียวกัน...คือการเมืองที่นักการเมืองทั้งหลาย ต่างให้ความสนใจกับการเอาแพ้เอาชนะมากกว่าภาระหน้าที่ในการดูแลประชาชนในประเทศประชาธิปไตยที่เจริญและประสบความสำเร็จนั้นรัฐบาลและฝ่ายค้าน...

เปรียบเหมือนเหรียญเดียวกันที่มี 2 ด้าน...เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นหัวหรือเป็นรัฐบาลอีกฝ่ายก็เป็นก้อยหรือเป็นฝ่ายค้าน...ฝ่ายใดจะเป็นหัวฝ่ายใดจะเป็นก้อยนั้นก็อยู่ที่ประชาชนจะแสดงประชามติออกมาเมื่อถึงวันเลือกตั้ง...สำหรับอเมริกา...เป็นอย่างนี้มา...จากชาติขี้ข้าเมืองขึ้นของอังกฤษ สเปน...กลายเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอยู่ในเวลานี้...เพราะการเมืองของเขา แน่วแน่มั่นคง ตรงไปตรงมาใจความในไปรษณียบัตร...ที่ ลงท้ายแสดงตนเป็น...“ข้าราชการบำนาญ”

ท่านถามว่า... “เราจะทำอย่างไรกันดีให้ประเทศกลับมาเหมือนเก่า”ก็คงต้องกราบเรียนว่า...ถึงวันลงบัตรเลือกตั้งข้างหน้า...เราต้องอยู่ตรงกันข้ามกับ...พรรคใดก็ตามที่มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้า...ทว่า...หากพรรคที่ประชาชนเลือกมีคะแนนมากกว่าแล้วเป็นรัฐบาลไม่ได้ หรือเป็นรัฐบาลแล้วถูกปฏิวัตยึดอำนาจ...ก็แน่นอนว่า...สงครามกู้ชาติ..คือทางเลือกสุดท้าย...ครับ...เลือดไม่ไหล ประชาธิปไตย ไม่เกิด 

ทู่ซี้..ลุยทางตัน!

ที่มา บางกอกทูเดย์

เสียงเรียกร้องให้ผู้บริหารประเทศบางคนลาออก..การเรียกร้องที่เกิดขึ้นได้ตามสิทธิโดยชอบธรรมของประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยการลาออกของผู้บริหารประเทศอาจทำให้การบริหารงาน“สะดุด”ทว่าเพื่อยุติความวุ่นวายและเพื่อความเหมาะสมการลาออกหรือการยอมสะดุดเพียงก้าวเดียวย่อมดีกว่าการ“ยื้อ” และก่อให้เกิดการหยุดชะงักความเจริญของประเทศอย่างไม่มีกำหนด อันเนี่องมาจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายประชาชนกับฝ่ายรัฐบาลที่ยืดเยื้อนายก

รัฐมนตรีลาออก!แน่นอน ต้องไม่ใช่นายกรัฐมนตรีเมืองไทย เพราะนายกรัฐมนตรีเมืองไทยยืนยันว่า จะเอาช้าง-ม้ามาฉุดยังไงก็ไม่ออกจะทู่ซี้อยู่ต่อไปอย่างนี้แหละใครจะทำไมพร้อมกับท่องคาถาว่าเพื่อชาติตลอดเวลาก่อนและหลังอาหาร 3 มื้อแต่นายกรัฐมนตรีที่แสดงสปิริตลาออก และเราหยิบยกขึ้นมาเพื่อเป็น “ตัวอย่าง” คือนายกรัฐมนตรีฟูกูดะแห่งญี่ปุ่นซึ่งประกาศลาออกเมื่อ 1 กันยายน 2551 เพื่อผ่าทางตันการเมืองญี่ปุ่นการเมืองญี่ปุ่นมาถึงทางตัน เมื่อฟูกูดะ

บริหารประเทศลำบาก แม้ว่าพรรคเสรีประชาธิปไตยของเขาสามารถคุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่พรรคฝ่ายค้านกลับคุมวุฒิสภา การเสนอกฎหมายต่างๆ ถูกวุฒิสภาถ่วงเวลา ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรนายฟูกูดะเห็นว่า ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้เรื่อยไป และต้องคอยต่อรองทางการเมืองตลอดเวลาการเมืองก็ถึงทางตันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ในขณะที่รัฐบาล

ต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่รอไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงขอลาออกเพื่อผ่าทางตันทางการเมืองและให้พรรคจัดหาทีมงานใหม่มาทำงานแทนนายฟูกูดะเป็นผู้นำรัฐบาลที่เน้นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียผู้นำญี่ปุ่นถือว่าเป็นแบบอย่างของประเทศกำลังพัฒนาแถบเอเชียได้ เพราะไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหากเห็นว่าตัวเองบริหารประเทศต่อไปไม่ได้ หรือพรรคประชาชนเรียกร้องให้ลาออก เขาจะลาออกเพื่อให้คนอื่นที่มีความรู้ความสามารถมากกว่ามาแก้ปัญหา

ของชาติ โดยถือเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เขาไม่ดื้อด้านอยู่ต่อไปหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเหนือประโยชน์ส่วนรวมเวลานี้การเมืองไทยจ่อทางตัน!ผู้บริหารหลายคนยืนอยู่บนเส้นด้าย เพราะประชาชนบางกลุ่มไม่พอใจในคุณสมบัติ ..แต่รัฐบาลยังยืนกรานว่าสมาชิกในคณะบริหารยังเหมาะสมในทุกเหตุผลที่รัฐบาลหยิบยกขึ้นมาทั้งๆที่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนคนหรือยอมเสียสละไม่ยึดติด...อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดหากผู้นำประเทศกำลัง

พัฒนา มีแต่ผู้นำที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่แปลกเลยที่ประเทศจะไม่พัฒนาสู่ระดับแถวหน้าโดยเฉพาะทางการเมืองที่ยังเชื่องช้าเหมือนขี่เกวียน..อย่างที่เรากำลังเป็น...เวลานี้เรากำลังต้องการผู้นำที่เลียนแบบผู้นำญี่ปุ่น!ตัดสินใจเพื่อชาติ (จริงๆ) สักครั้ง!อาจจะมีอะไรดีขึ้น! ซึ่งต้องดีกว่าการทู่ซี้อยู่ต่อโดยการท่องคาถา กูเหมาะสม กูไม่ผิด กูทำเพื่อชาติ 

สงครามครูเสด สงครามเหลือง-แดง

ที่มา บางกอกทูเดย์

สงครามใหญ่ น้อย ที่เกิดขึ้นนำพาสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กระทั่งมีคนตายและบาดเจ็บนับล้านๆ คน ส่วนใหญ่มาจากความขัดแย้งและอีกส่วนหนึ่งคือการแย่งชิงในอดีต..แย่งชิงทรัพยากรเพื่อการดำรงชีพ..ในอดีต..ความขัดแย้งมาจากความเชื่อและอุดมการณ์ในประวัติศาสตร์ คนส่วนใหญ่รู้เรื่องสงครามครูเสดสงครามครูเสดเป็นสงครามสู้รบกันนับร้อยปีระหว่างผู้ที่มีความเชื่อในศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม ซึ่งนักเขียนบางคนได้เขียนถึงการปะทะ

กันระหว่างสองอารยะธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลกโดยเฉพาะในปลายคริสตศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21...ความระแวง ความขัดแย้งระหว่างคนสองศาสนาเริ่มแผ่ขยายมากขึ้น และอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครปรารถนาหากผู้เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายไม่หาทางป้องกันไว้ก่อนตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา การก่อการร้ายขนาดใหญ่โดยกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะเหตุการณ์ 9-11 การต่อสู้ใูนอัฟกานิสถาน อิรัก เชซเนีย ฯลฯขยายตัวกว้างขวางมากขึ้น

เหตุการณ์ 9-11 มีเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง...ฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นการกระทำเพราะศรัทธาในศาสนาในขณะที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการบิดเบือนศาสนามีการตอบโต้กันผ่านสื่อในหลายโอกาส เช่น การทำภาพการ์ตูนล้อเลียนผู้นำศาสนาอิสลามโดยนักเขียนชาวคริสต์ เป็นต้นปี 2549 พระสันตปาปาองค์ปัจจุบัน ยังเคยกล่าวระหว่างเสด็จเยอรมนีซึ่งพาดพิงคำสอนของผู้นำศาสนาอิสลามว่าสนับสนุนให้ใช้กำลังในการเผยแผ่ศาสนา ทำให้คนมุสลิมทั่วโลกมีปฏิกิริยาต่อ

ต้านอย่างกว้างขวางองค์กรอิสลาม 38 องค์กรทั่วโลกได้ส่งจดหมายประท้วงจนพระสันติปาปาต้องรีบออกมากล่าวขอโทษโดยอ้างว่าพระองค์เพียงต้องการบอกว่า ศาสนาและความรุนแรงไปด้วยกันไม่ได้ แต่ศาสนาและเหตุผลไปด้วยกันได้ ต่อมาพระสันตปาปาไปเยือนตุรกีเพื่อทำความเข้าใจกับประเทศอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลางอย่างไรก็ดี เมื่อตุลาคม 2550 พระสันติปาปาได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระหว่าง นักบวชอาวุโสของศาสนาอิสลามและคริสต์ครั้งแรก

เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันและสร้างสันติภาพแห่งโลกสงครามครูเสด เป็นเพียงบทเรียนที่สะท้อน ความขัดแย้งของกลุ่มคนที่มีความเชื่อที่ต่างกันระหว่างเหลือง-แดง..ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีเบื้องหลังลึกและลับการกระทำที่เกิดจากความศรัทธาบางกลุ่มเพื่อชาติ บางกลุ่มอ้างชาติ..ความขัดแย้งที่ต้องการ ชนะ โดยหยิบ “ชาติ” ขึ้นมาเป็นเครื่องหมายต่อรองในอดีตความขัดแย้งเกิดจากอุดมการณ์เพื่อส่วนรวมเป็นหลัก ปัจจุบันความขัดแย้งเกิดจาก

การ “แย่งชิง” และ“กอบโกย”สงครามครูเสดมีคุณค่าที่จะเสียมากกว่าสงครามทางความรู้สึกที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ บ้านเรา เมืองหลวงของเรา ในเวลานี้..ในฐานะคนกลางที่ไม่ได้ถือเหลืองหรือแดงไว้! ขอเตือนว่าสิ่งที่ทำ..มันเริ่มฟ้องคนทั้งโลก คล้ายว่า ความลับไม่มีในโลกอนิจจา! หมดยุคของอุดมการณ์ เหลือแต่ความศรัทธาที่ยัง “หลงทาง” 

ต่างประเทศ ‘ไม่หยุดแฉ’ ‘ลอบสังหาร’ ทักษิณ!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ไม่จบ...และกลายเป็นเรื่องราวลุกลามใหญ่โต“ระหว่างประเทศ”กรณีทางกัมพูชาได้ควบคุมตัว “ศิวรักษ์ โชติพงษ์”วิศวกรชาวไทย บริษัท สามารถ คอปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ในข้อหา “จารกรรม” ข้อมูลการบินของอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร”ศิวรักษ์ ถือเป็นหนึ่งในคนไทยที่ทำผิดตาม “กฎหมาย”ประเทศ

กัมพูชา...แต่เชื่อว่าไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวที่ต้องโทษ “ถูกจับกุม”เพราะเชื่อว่า...ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่เข้าไปอาศัยยังบ้านเมืองประเทศเขา...แล้วทำผิดกฎหมายถูกจับ“ดำเนินคดี” แต่ทว่าทางการไทยไม่เคยให้ความสำคัญหรือใส่ใจเพราะปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายใคร...กฎหมายมันแต่ด้วยแรงกระเพื่อมที่รุนแรงทางการเมือง ทำให้“ศิวรักษ์” ตกเป็น “เป้า” ในการที่ผู้มีอำนาจใช้เป็น“ประเด็นสำคัญ” เพื่อการต่อรองเจรจาโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “ต่างประเทศ” เขา

กำลังจับจ้องทุกความเคลื่อนไหว Wait and See ด้วยใจที่จดจ่อเพราะไม่มีใครสามารถ “ทำนายอนาคต” รู้ได้ว่า...ระหว่างมิตรประเทศไทย – กัมพูชา จะมีจุดจบด้วยภาพฉากอันใดยกตัวอย่าง...ประเทศ “ฝรั่งเศส” ซึ่งเมื่อก่อนประเทศกัมพูชาเคยเป็นเมืองขึ้น ฉะนั้นผู้คนจึงให้ความสนใจกับเรื่องนี้กันมากและข้อเท็จจริงฝรั่งเศสมีชาวกัมพูชาอาศัยอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย พอๆ กับชาวลาว และชาวเวียดนามดังนั้น การที่ทางการไทย “แสดงออก” ทางด้านความสัมพันธ์กับ

กัมพูชา...เนื่องด้วย “ความคั่งแค้น” ส่วนตัว...จึงเป็นภาพที่มิค่อยสง่างามนักกรณีของ “ศิวรักษ์” ทางการเขมรมีหลักฐาน“ก๊อปเสียงพูด” ทางโทรศัพท์ติดต่อจากคนภายนอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องของไทยอีกทั้งด้วย “หลักฐานแน่นหนา” ที่พร้อมแก่การเอาผิด...เพราะกระบวนการที่ว่าอาจเป็นการ “คิดสังหาร”ทักษิณ ชินวัตร ตามตารางบินลับที่ขโมยไปเชื่อหรือไม่ว่า...เรื่องนี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ข่าวออกมาสู่นานาประเทศในประเทศ “เครืออียู”ลองคิดดูว่า...หากมีการรู้เส้นทาง

การบิน “ล่วงหน้า”ซึ่งผู้มีอำนาจที่ไม่หวังดีคิดกระทำการ “ยิงเครื่องบิน”ให้ตกในน่านฟ้าไทยสุดท้ายอะไรจะเกิดขึ้น?ทั้งรัฐบาลและกลุ่มคนก่อเรื่องที่เกี่ยวข้องจะออกมา“แก้หน้า” กันอย่างไรในต่างประเทศบุคคลที่เป็นที่พูดถึง...โดยเฉพาะข่าวสารในเมืองไทยที่มีการเปิดเผยชื่อ “อักษรย่อ” ของผู้บงการซึ่งไม่ทราบว่าอักษรชื่อนี้มีกี่คน?แต่คนไทยส่วนหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ต้อง“พึงระลึก” เสมอว่า...การให้ข่าวที่เป็นจริงเกินไป...มันมักเป็นเรื่องที่ “อันตราย”เพราะคู่ขัด

แย้งเวลานี้อย่าง “กัมพูชา” อาจส่งเรื่องไปถึง “องค์การสหประชาชาติ” เพื่อพิจารณา เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มากก่อนอื่นรัฐบาลไทยซึ่งขึ้นมาเป็นผู้ “บริหารประเทศ”จะต้องไม่เอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง...ไม่ใช่ให้คนที่เขากำลังจ้องดูวิเคราะห์ศึกษาเห็นว่าพวกท่านไปเข้าร่วมกับ “กลุ่มคนใจยักษ์” ที่ร่วมกันทำงานเพราะมันเป็นสิ่งไม่น่าเชิดชู...แถมน่าโดนประณามท่านอย่าทำเพื่อ “ปกป้องคนผิด” และ “ปกป้องอำนาจ” เพื่อคนบางกลุ่มกรณีของ “ศิวรักษ์”

ซึ่งโยงไปถึงการลอบสังหาร “ทักษิณ ชินวัตร” โดยหลักฐานที่มัดไปถึง “ผู้มีอำนาจไทย” บางคนชี้ให้เห็นถึงคำพูดที่ว่า “ชั่วได้ดี” มีจิตอกุศลคิดแต่การสร้างเรื่อง “อัปมงคล”เมื่อยังไม่มีใครหยุดความคิด...ไม่มีใครหยุดการกระทำในสิ่งที่ “ชั่วร้าย” ไม่นานนักชีวิตที่ผาสุกด้วย “อำนาจจอมปลอม” นั่งจิบไวน์ เคล้านารี ตีกอล์ฟ ออฟเด็กสุดท้ายคงหนีไม่พ้น “จุดสูงสุดสู่ตํ่าสุด” นั่งกินข้าวแดงในคุกในตะราง! 

ลุกเป็นไฟ ไทยจะฆ่ากันเอง?

ที่มา บางกอกทูเดย์

คำถามจึงต้องพุ่งเข้าใส่บรรดาคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหลาย ว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เผชิญหน้าระหว่าง 2 ขั้วสีคาราคาซังไปอย่างนี้หรือคุ้มกันแล้วจริงๆ หรือกับความพยายามในการยื้ออำนาจการเมืองและผลประโยชน์ทางการเมืองเอาไว้ในมือ... ดังที่กำลังพยายามทำอยู่ในขณะนี้สมควรแล้วหรือ หากประเทศใด

ไร้รักสามัคคี แน่นอนว่าจะเป็นความเจ็บปวดใจของคนในชาติอย่างที่ยากจะบรรยายดังนั้นการแตกต่างทางความคิด แล้วกลับกลายเป็นความแตกต่างของกลุ่มของสี จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นมี 2 ขั้วที่เผชิญหน้ากัน เป็นสิ่งที่ไม่ดีแน่นอนเพราะไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดง หรือคนเสื้อเหลือง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้นต้นถั่ว รากถั่ว ล้วนเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ไยเผาผลาญกันร้อนรนนัก???ไม่รู้ว่าบรรดาผู้มีอำนาจ และผู้ที่พยายามยึดกุมอำนาจและผล

ประโยชน์ทางการเมือง จนกระทั่งดิ้นรนทุกวิถีทาง และเป็นเหตุให้กลายเป็นเรื่องที่บานปลายอย่างน่าวิตกวันนี้จะได้รู้สึก หรือได้บทเรียนอะไรหรือไม่ จากสภาพของบ้านเมืองในเวลานี้ในอดีตประเทศไทยได้รับการขยายนามว่าเป็น “สยามเมืองยิ้ม” แต่มาในวันนี้รอยยิ้มจางหายไปจากสังคมไทย โดยเฉพาะระหว่างคน 2 กลุ่มสี ที่ยืนกันอยู่คนละฝั่งของความคิดและวันนี้รอยยิ้มของรัฐบาลไทย ของนายกรัฐมนตรีเมืองไทย ก็พลอยจางหายไปด้วย กับมิตรประเทศเพื่อนบ้าน

ก่อนหน้านี้ไทยเป็นเหมือนพี่ใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เต็มไปด้วยความช่วยเหลือในฐานะมิตรประเทศ แต่ในวันนี้รัฐบาลไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำเอาความแตกต่างทางความคิดและสถานการณ์การเมืองในประเทศ ออกไปพันกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกลายเป็นว่ารัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาไม่มีรอยยิ้มให้แก่กัน กลายเป็นว่านายอภิสิทธิ์ และสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่ทักทายกัน ไม่พูดจากัน ทั้งๆ ที่

อยู่ในการประชุมความร่วมมือระดับภูมิภาคด้วยกันแถมนายอภิสิทธิ์ ยังนำคณะรัฐมนตรีไปเผชิญหน้ากับกัมพูชาด้วยการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ทางความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ แถมประกาศย้ำว่าจะไม่มีการทบทวนใดๆ ทั้งสิ้นแม้ว่าลึกๆ นาย อภิสิทธิ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ล้วนแล้วแต่หน้าดำคร่ำเครียด และมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่าง

เห็นได้ชัดทั้งก่อนการประชุม ครม. และระหว่างการประชุม ครม.อาการแบบนี้เป็นอาการแสลงจากการเมืองเป็นพิษขนาดมังกรการเมืองอย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา ยังถึงกับส่ายหน้า และถอนหายใจ พร้อมกับพูดย้ำชัดว่า สถานการณ์แบบนี้น่ากลัวไม่น่ากลัวได้อย่างไร ในเมื่อบาดแผลต่างๆ ที่กลุ่มอำนาจที่อาศัยมือนักการเมือง พรรคการเมือง และก๊วนการเมืองมีการดำเนินการมาก่อนหน้านั้น ยังคงเป็นรอยร้าวในการเมืองอยู่เห็นได้ชัดจากกรณี อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย

ในฐานะผู้เสียหายจากการถูกยุบพรรค เมื่อได้ข้อมูลใหม่ ว่า หลักฐานพยานที่นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทยนั้นมีเงื่อนงำไม่สุจริต จึงได้ตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมารื้อฟื้นคดียุบพรรคขึ้นใหม่ เพราะได้พยานหลักฐานใหม่ ที่แตกต่างจากหลักฐานในช่วงพิจารณาคดีพิพากษา และจะดำเนินการตามกฎหมายทั้งด้านอาญา พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอื่น ซึ่งให้ได้มาซึ่งอำนาจเมื่อตัวละคร 2 นายสุขสันต์ ชัยเทศ อดีต ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง พรรค

พัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพัฒนาชาติไทย พยานที่เคยให้การต่อตุลาการรัฐธรรมนูญ คดียุบพรรคไทยรักไทย ข้อหาจ้างวานพรรคเล็กลงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 จนทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบนั้นเมื่อวันนี้พยานปากเอกกลับลำ ว่าถูกว่าจ้างให้ขึ้นให้การเท็จย่อมสะเทือนกับนักการเมือง และพรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ที่มีภาพลักษณ์ว่ายึดมั่นประชาธิปไตยอย่างรุนแรง เพราะถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีสกปรกใส่ร้ายทางการเมือง

งานนี้พุ่งเป้าไปที่ทั้งนายอภิสิทธ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งการให้ตรวจสอบจริยธรรม และจะฟ้องนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ฐานสร้างพยานเท็จด้วย ที่สำคัญจะร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกลายเป็นเดิมพันใหญ่ทางการเมืองอีกรอบหนึ่งเพราะนายสุเทพก็เตรียมที่จะฟ้องกลับด้วยเช่นกันนี่คือประจักษ์พยานของการแบ่งขั้วทางการเมืองและการตกอยู่ในเกมปั่นหัวให้นักการเมืองทำลายล้างกัน

เอง นี่คืออันตรายของสังคมไทยในเวลานี้ยิ่งกลุ่มอำนาจได้มีการใช้พลังมวลชนอย่างกลุ่มพันธมิตร กลุ่มคนเสื้อเหลือง มายืนหยัดให้ต่อสู้แทน ในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็มุ่งมั่นทวงคืนประชาธิปไตยแบบไม่ยอมถอยการเผชิญหน้าบนความแตกต่างทางความคิดจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัววันนี้กลุ่มพันธมิตร ได้กลายเป็นลัทธิ มีผู้นำลัทธิ มีผู้นำทางความคิด ที่ทำให้เกิดพลังในการต่อสู้ และพร้อมที่จะเผชิญหน้าในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็มุ่งมั่นแบบไม่ยอมใส่เกียร์ถอยหลังด้วยเช่นกัน

โอกาสของการปะทะมีความเป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าไม่มี!!เพราะกลุ่มพันธมิตร ก็ประกาศแล้วว่า จะมีการรวมพลแสดงพลัง แม้ว่าในช่วงหลังจะเดินแนวเดียวกับเสื้อแดง คือไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็มีการชุมนุม มีการแสดงพลังแถมยังมีกรณีมือที่ 3 สร้างความปั่นป่วนขึ้นมาอีกแม้จะเป็นม็อบมีเส้น เป็นม็อบที่ไม่มีวันถูกบังคับด้วย พรบ.ความมั่นคงฯ แต่การประกาศรวมพลอีกก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นสิ่งที่ดีกับบรรยากาศในสังคมไทยเช่นเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก็

ประกาศจะรวมพลรวมพลังด้วยเช่นกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. ออกมาบอกแล้วว่าที่วางไว้เบื้องต้น คือจะนัดชุมนุมใหญ่ยกแรกวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย.แล้วก็จะเว้นวันที่ 3 -4 -5 ธันวาคม เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นแปลว่า คนเสื้อแดงก็ไม่ถอยเหมือนกันยิ่งคำประกาศที่ว่า “เขาไม่ควรได้รับการฉลองปีใหม่ การชุมนุมครั้งนี้ตั้งเป้าไว้ 1 ล้านคน เชื่อว่า จะปิดเกมได้แน่ แต่ถ้ายังปิดเกมไม่ได้ ก็จะนัดชุมนุม

ใหม่อีกหลังวันที่ 5 ธ.ค. คือมันต้องไปกันสักข้าง ยังไงๆ ก็ต้องแตกหัก รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง และพ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึกก็เชิญ”อุณหภูมิของประเทศร้อนขึ้นมาในทันทีคำถามจึงต้องพุ่งเข้าใส่บรรดาคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหลาย ว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เผชิญหน้าระหว่าง 2 ขั้วสีคาราคาซังไปอย่างนี้หรือคุ้มกันแล้วจริงๆ หรือกับความพยายามในการยื้ออำนาจการเมืองและผลประโยชน์ทางการเมืองเอาไว้ในมือ... ดังที่กำลังพยายาม

ทำอยู่ในขณะนี้บรรดาผู้ชักใยให้หุ่นกระบอกการเมือง ชักใยให้แกนนำลัทธิ ปลุกเร้าผูกขาดความรักชาติ จนใกล้ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงตามมานั้นสมควรแล้วหรือ???ขณะเดียวกันก็คงต้องถามไปยังผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ทั้งหลาย ที่เคยถวายสัตย์ปฏิญาณตนเอาไว้ว่า จะปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เอาไว้ยิ่งชีพของตนเองนั้นวันนี้หายไปไหนหมด??วันนี้ทำไมไม่ทำอะไรที่จะยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย??ถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาและ

คลี่คลายความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดของสังคมไทยหรือยัง??ผู้มีอำนาจควรยื่นมือมาทำให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อยุติความขัดแย้งทั้งมวลในเมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงก็ประกาศแล้วว่า หากผลการเลือกตั้งใหญ่ออกมาอย่างไร ก็จะยอมรับ แม้ผลออกมาว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวก็ยอมรับ และคนเสื้อแดงก็จะยุติการชุมนุมดังนั้นผู้มีอำนาจน่าจะฉวยจังหวะใช้ช่องนี้เป็นทางออกให้กับสังคมไทยยิ่งหากพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจในคะแนนนิยม ว่ามี

สูงมากจากผลสำรวจของโพลล์จริงแล้ว ก็ต้องกล้าที่จะแก้ไขปัญหาของชาติยิ่งกลุ่มอำนาจที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ยิ่งไม่มีอะไรเสีย หากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลวันนี้จึงถึงเวลาแล้ว ที่ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ผู้มีหน้าที่ทั้งหลาย จะต้องยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเพื่อยุติความขัดแย้งในสังคมไทยเสียทีก่อนที่บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ