WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 22, 2009

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:เราบ่ผิดท่านมล้าง

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 นักข่าวชาวรากหญ้ามากระจายข่าวสู่ชาวเสื้อแดงเช่นเคย ตอนนี้ยังเป็นเทศกาลล่าแม่มดเช่นเคย จับทั้งหมอ ทั้งนักการเงิน โบรกเกอร์ คิวต่อไปจะจับพระข้อหาทุบหุ้น..พิโธ่เอ๋ย! พระนะครับ ท่านจะมาเกี่ยวอะไรกับการทุบหุ้น คิดสิคิดซักนิด เห็นผัวแม่เลี้ยงติ๊ก ตำรวจโรโบค็อปของปชป.ทำแล้ว ปวดตับจริงๆ***

***ผ่านไปด้วยความคึกคักชื่นมื่น สำหรับกิจกรรมชุมนุมของชาวเสื้อแดงเมืองใหม่บางพลี สมุทรปราการ มีพันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย จตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำเสื้อแดงบางพลี สมุทรปราการนำทีมคึกคัก ส่วนด้านล่างนี้เป็นภาพพี่น้องเสื้อแดงเข้าร่วมงาน ยิ่งดึกแย่งแน่น***


***นี่ขนาดแค่งานชุมนุมย่อยนะ คนยังเยอะกว่าพวกเหลืองกากที่อ้างว่าชุมนุมสนามหลวงนับแสน แต่สำนักข่าวฝรั่งตอกหน้าว่าขนมาได้แค่6พัน ดูภาพทั้งหมดคลิ้กดูตรงนี้จ้า***

***ได้ฤกษ์หามยามดีสำหรับการชุมนุมทั้งแผ่นดินของแดง3เกลอแกนนำ การชุมนุมใหญ่ในเวลา 12.00 น.ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ โดยจะนัดหมายกันที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และจะค้างที่นั่น 1 คืน ซึ่งเป็นการเลื่อนการนัดชุมนุมให้เร็วขึ้นอีก 1 วันเพราะต้องหลีกทางให้กับซ้อมใหญ่สวนสนามในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาหลังจากนั้นในวันที่ 29 พฤศจิกายนเมื่อการซ้อมใหญ่ของพิธีสวนสนามเสร็จจะเคลื่อนขบวนไปยังแยกมิสกวันเพื่อตั้งเวทีกลางในการปักหลักการชุมนุมต่อ***เนื่อง ไปถึงเช้าวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้***

***ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงบอกว่า "ในวันที่ 30 พฤศจิกายนจะมีการรวมพลแดงทั้งแผ่นดินโดยตั้งเป้าให้ได้ 1 ล้านคน เพื่อตั้งแถวเดินขบวนขับไล่รัฐบาลตามถนนสำคัญใน กทม. ซึ่งจะเป็นการเดินขบวนการขับไล่รัฐบาลครั้งใหญ่และมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาในประเทศและในโลกก็เป็นได้ เราจะเดินขบวนให้แดงเต็มทั้ง กทม.ในช่วงกลางวัน แดงไล่รัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน โดยจะบอกให้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่าจะเดินไปที่ไหนบ้าง และเมื่อเดินเสร็จเรียบร้อยก็จะกลับมายังแยกมิสกวันและจะชุมนุมต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืดเวลา 06.00 น.ของวันที่ 2 ธันวาคมซึ่งจะยุติชุมนุมโดยสงบเพื่อหลีกทางให้กับพระราชพิธีสวนสนามและวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งหากในช่วงดังกล่าวรัฐบาลยังไม่ตัดสินใจคืนอำนาจให้ประชาชน เราจะกลับมาชุมนุมอีกครั้งและจะยาวนานกว่าเดิมต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ"***

***นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าก่อนจะนัดชุมนุมใหญ่ ทางนปช.จะจัดชุมนุมใหญ่สัญจร ใน 4 ภูมิภาค โดย วันที่ 23 พฤศจิกายน จะจัดที่ภาคเหนือ วันที่ 24 พฤศจิกายน จัดที่ภาคอีสาน วันที่ 25 พฤศจิกายนจัดที่ภาคตะวันออก และวันที่ 26 จัดที่ภาคกลาง ซึ่งจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อกำหนดยุทธวิธีทำความเข้าใจและระดมสมองล้มรัฐบาล โดยเรียกว่า "เปิดโรงรบแดงทั้งแผ่นดิน" ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯเพื่อชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้***

***ฮา!หน้าเดิมๆ ประชาธิปัตย์ เนรวิน สื่อมวลชนขาประจำบอกว่าเสื้อแดงชุมชุมช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นเรื่องมิบังควร แต่พอสนธิลิ้มนัดขบวนการโจรก่อการร้ายพันธมิตรจัดม็อบการเมืองชุมนุมใหญ่วันพ่อ5ธันวามหาราช ไม่มีหมาที่ไหนซักตัวบอกว่าเป็นเรื่องมิบังควร ก็สมควรแล้วที่ใครๆมันก็ว่านี่เป็นมาตรฐานของประเทศตอแหลแลนด์แดนแค่นยิ้ม***

***อันนี้ฮากว่า รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ของสรยุทธ สุทัศนะจินดา ปล่อยให้ตี๋หน้าอ่อนที่เล่าข่าวคู่กันใส่สีว่า พวกเสื้อแดงเชียงใหม่เป็นผู้ก่อการร้ายเตรียมสังหารอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนขึ้นไปเชียงใหม่ ทั้งที่ดีเจอ้อมแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่เขาก็บอกโต้งๆว่ายินดีต้อนรับ จะจัดพานบายศรี มีฟ้อนรำต้อนรับอย่างสมเกียรติ ขอแค่ให้อภิสิทธิ์เลิกรังควานทักษิณเสียที***

***สรยุทธก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาบ้าง กลับเฉย ปล่อยให้ตี๋หน้าอ่อนพล่ามไปหลายหน มันสะท้อนว่าจิตสำนึกของสื่อนั้นเป็นไง เสื้อแดงยังไม่เคยก่อการร้ายมันเรียกเป็นผู้ก่อการร้าย แต่เสื้อเหลืองยึดสนามบินมาจะครบปีในวันที่25พ.ย.นี้ ตำรวจออกหมายเรียกคดีผู้ก่อการร้าย พวกหัวโจกมันยังหนีหมายเรียกไม่ยอมเข้ามอบตัวเลย สื่อมวลชนนักข่าว นักเล่าข่าวแบบสรยุทธทำไมมึงไม่เรียกว่ามันเป็นผู้ก่อการร้าย ไอ้เวรตะไลหัวใจบอดเอ๊ย!***

***สังคมข่าวดีๆเสื้อแดงไทยในออสเตรเลีย จัดงานใหญ่วันนี้ ขอเชิญพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยมาร่วมงานและร่วมใจให้คึกคักเหมือนเคย กำหนดการ
14.00 -15.00 น ลงทะเบียน
15.00 -15.15 น กล่าวต้อนรับและเปิดงานเสวนา
15.15 -18.30 น เสวนา เรื่อง ปัญหาการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย
มุมมองด้านเศรษฐกิจและการเมือง
วิทยากร รศ. ดร สุชาติ ธาดาธำรงเวช ( อดีต รมต คลัง )
และ อ. ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ( วีดีโอ ลิ้งค์)
18.30 -19.30 น ร่วมรับประทานอาหารเย็น
19.30 - น ท่านนายก ทักษิณ Phone In
ปิดการเสวนา***

***ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ซึ่งมีไพโรจน์ จันทรนิมิ เป็นประธานจัดการประชุมวาระสำคัญกำหนดทิศทางก้าวย่างของสื่อฝ่ายประชาธิปไตยบ่ายๆวันนี้ สมาชิกชมรมหรือท่านผู้สนใจจะเข้าร่วมกิจกรรม ติดต่อสอบถามที่คุณID-Day เลขานุการชมรมsiwaporn.panya@yahoo.com ***

***ลงใต้กับสังคมข่าวดีๆ ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยชาวสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงไปร่วมพบปะหารือรับประทานอาหารร่วมกันที่ โรงแรม วีว่า สงขลา เวลาประมาณ บ่ายสามโมงเย็น วันอาทิตย์ที่22พฤศจิกายน บัตรค่าอาหารและเครื่องดื่ม 100 บาท จัดโดยกลุ่มสมิหลา 52ขอเชิญมาให้มากๆครับ***

***เชิญชาวเสื้อแดงสระบุรีและพี่น้องพื้นที่ใกล้เคียงพบปะประชุมวันพฤหัสที่ 26 พ.ย 52 เวลา 18.00 - 21.00 น.ที่ชุมชนธารทองแดง ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท สระบุรี ***

***แจ้งข่าวฝากจากแกนนำนปช. เรื่องการเดินทางไปฟ้องกลับคดีแกนนำนปช.ถูกดำเนินคดีบุกบ้านสี่เสา ตอนเหตุการณ์22กรกฎา2550 ขอเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่18 พ.ย. 2552 เวลา 10.00 น.ไปเป็นวันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน ขอเรียนเชิญพี่น้อง ร่วมเป็นกำลังใจให้บรรดาขุนพลแกนนำ นปช.ทุกท่านโดยพร้อมเพรียงกัน***


***ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เชิญร่วมงานอุษาคเนย์เสวนาสาธารณะ: Southeast Asian Public Talks ครั้งที่ 2 เชิญร่วมฟังเสวนา Cancellation : Thai-Cambodian MOU, win or lose? -“ยกเลิก MOU กับกัมพูชา-ไทยได้อะไร-เสียอะไร” วันอาทิตย์ 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

13.00 ลงทะเบียน และชมวีซีดี
13.30 เปิดงานโดย ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์
13.45 เสวนา/วิทยากร
อ. พนัส ทัศนียานนท์ อดีตอัยการ และอดีต สว. ตาก
อ. ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สส. ระบบสัดส่วน ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ
ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
อ.กวีพล สว่างแผ้ว มหาวิทยาลัยบูรพา
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ดำเนินรายการ
อ. อัครพงษ์ ค่ำคูณ พิธีกร
16.45 ซักถาม-แสดงความคิดเห็น
17.00 สังสรรค์
หมายเหตุ :เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งทศวรรษ 2543 – 2552 โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มธ. ร่วมจัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ไม่มีค่าลงทะเบียน (ฟรี)***

***ปิดท้ายขำๆ มิตรร่วมรบทั้งยุค6ตุลา และไปเป็นสหายร่วมรบในป่าตกตลึงนึกว่าย้อนรอยขี่ไทม์แมชชีนกลับไปอยู่เมื่อ 6 ตุลาคม 2519 กำลังนั่งฟังพันเอกอุทาร สนิทวงศ์ ทางวิทยุยานเกราะ แต่พอหันไปดูปฏิทินดีๆแล้ว ปรากฎว่าตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา14.30 น. เทอดภูมิ ใจดี ผู้นำกรรมกรบอกผ่าน ASTVว่า เหตุที่ พคท.แแพ้ เพราะตามก้นจีน ไม่ได้ดูว่าประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ มวลชนรักสถาบัน และษััตริย์องค์นี้ไม่เคยทำอะไรให้เป็นผลเสียกับบ้านเ้มือง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนชนะได้เพราะมีรัสเซียเป็นแนวหลัง เวียตนามชนะได้เพราะมีจีนเป็นแนวหลัง แต่พคท.แพ้ เพราะไม่มีแนวหลัง
ตอนนี้ทักษิณจะเอาเขมรเป็นแนวหลัง และเข้ามายึดอำนาจผ่านการรัฐประหาร สร้างความปั่นป่วนแตกแยก เอาพวกอดีตคอมมิวนิสต์หลายคนมาเป็นพวก ตรงกับหลักของคอมมิวนิสตว่า์รู้เขา-รู้เรา***

***ส่วนประยูร อัครบวร อดีต 18 กบฎ-ผู้ต้องหา 6 ตุลา และคนที่เคยออกมาแถลงข่าวตอบโต้หนังสือพิมพ์ดาวสยามใช้วิธีชั่วช้านำรูปตัดแต่งกล่าวหาใส่ร้ายว่านักศึกษาที่ชุมนุมในธรรมศาสตร์เล่นละครแขวนคอองค์รัชทายาท พูดในรายการเดียวกันบอกว่า ตอนนี้มีคอมมิวนิสต์โง่ๆในไทยจะเอากำลังต่างชาติมาล้มสถาบัน เราต้องร่วมกันสู้เพื่อลูกหลานในอนาคต***

***ส่วนชัยพันธ์ อดีตที่ปรึกษาสมัชชาคนจน บอกว่าทักษิณมีการสะสมกำลังอาวุธตามชายแดนจริง ซึ่งเตรียมมานานแล้ว ตั้งแต่ 13 เมษา โดยทักษิณออกมาบัญชาเองที่สนามกอล์ฟในเขมร และเชื่อว่าจะมีสงคราม มีสถานการณ์ความรุนแรง มีการสร้างกองกำลังเข้ามาทางภาคใต้ด้วย อดีตนายกไทยอย่างทักษิณ สมชาย และบิ๊กจิ๋ว หลงไปยกย่องเขมรที่เป็นประเทศเล็กๆที่ไม่มีน้ำยาอะไรในระดับสากลเลย***

***อนิจจังไม่เที่ยงหนอ ซ้ายสุดเหวี่ยงไปอยู่ขวาสุด ส่วนขวาสุดแบบสมัครโดนเทมาอยู่ซ้าย มหาเศรษฐีสัมปทานแบบทักษิณกลายเป็นผู้นำการต่อสู้ คุณหนูนักเรียนนอกแบบจักรภพกลายเป็นนักปฏิวัติ ตถตา!***

Saturday, November 21, 2009

"พัลลภ"ซัด"สุเทพ"ทรยศ2พยานจ้างให้การเท็จยุบทรท. โต้ถูกด่าพท.สุมหัวไม่คิดมาจากปากคนที่เป็นเสนาบดี

ที่มา มติชน



พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดิสเครดิตกลับ กรณีพรรคเพื่อไทยนำพยานปากเอก 2 คนคดียุบพรรคไทยรักไทยว่าเป็นพยานเท็จ มาจากการสุมหัวกันของคนในพรรคเพี่อไทย ว่า คำว่าสุมหัวกันคิดนั้น ไม่เคยคิดว่าจะออกจากปากคนที่เป็นถึงเสนาบดี เห็นแต่เด็กปากคลองตลาดเขาพูดกัน ประเด็นสำคัญ คือ พยานปากเอก 2 คนมาพบตน เพราะเพิ่งสำนึกได้ และเข้าใจแก่นแท้ว่า นายสุเทพไม่มีความจริงใจ หลอกใช้ ทรยศหักหลัง ให้เป็นพยานเท็จล้มพรรคไทยรักไทย แล้วทิ้งขว้าง 2 คนนั้นมาขอร้องตน เพราะต้องการเปิดเผยความจริงให้คนไทยได้รู้ ตนเป็นเพียงคนนำประเด็นมาเปิดให้ประชาชนรับทราบ ก่อนจะมาแถลงข่าวได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ทราบแล้ว และเห็นด้วยที่จะเปิดเผยเรื่องนี้

เมื่อถามว่า หลายคนพูดว่าอาจจะมีการซื้อตัวมาแถลงอีกทอดหนึ่งหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ตนเปิดเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อความเป็นธรรมกับพรรคไทยรักไทย แต่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ต้องไปจัดการขยายผลต่อ โดยเฉพาะ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรมว.กลาโหม ที่ขณะนี้คดีอยู่ที่ศาล ตนเปิดประเด็นนี้เพื่อช่วยพล.อ.ธรรมรักษ์ เพราะเป็นรุ่นน้องตน เรื่องเงินเรื่องทองที่จ้าง ไม่มีแน่นอน และช่วงนี้ตนก็ดูแลความปลอดภัยให้กับพยานทั้ง 2 คนอยู่

แกนนำแดงเชียงใหม่ปฏิเสธเอี่ยวแผนฆ่า"มาร์ค"ลงพื้นที่ "ปชป."หวั่นใจเสนอใช้พ.ร.บ.มั่นคงคุมเข้ม

แกนนำแดงเชียงใหม่ ยันไม่มีเอี่ยวแผนฆ่า "นายกรัฐมนตรี"

นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หรือกลุ่มเสื้อแดง กล่าวผ่านรายการสภากาแฟ สถานีวิทยุชุมชนคนรักเชียงใหม่ คลื่น 92.5 ซึ่งออกอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ ถึงการเดินทางมาปฏิบัติภารกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ว่า ขณะนี้ได้ประชุมร่วมกับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดภาคเหนือถึงการแสดงจุดยืนแลการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าบุคคล 3 คน ประกาศทำคาร์บอมไว้และพร้อมกดรีโมท ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะไม่อยู่ในพื้นที่และจะเดินทางไปต่างประเทศ เพราะไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าพบนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเข้าหารือเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี

ปชป.ตื่น"แดง"ระดมคนเตรียมลอบฆ่า"มาร์ค" เสนอใช้พ.ร.บ.มั่นคงคุมเชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลการประชุมคณะทำงานปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง (วอร์รูม) ว่า ที่ประชุมได้ประเมินการเตรียมการชุมนุมของกลุ่มนปช. ในขณะนี้จนถึงปลายเดือนพ.ย.และต้นเดือนธ.ค.นี้ โดยแสดงความห่วงใยถึงการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกิดความรุนแรง ใน 4 รูปแบบ คือ 1.การวางแผนเตรียมการชุมนุมที่จ.เชียงใหม่ และต้องการทำร้ายนายกฯซึ่งเป็นครั้งที่ 3 หากความพยายามดังกล่าวสำเร็จก็จะมีการสร้างสถานการณ์ให้มีการทำร้ายนายกฯ เหมือนที่เคยทำมาแล้วที่พัทยา และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งที่จ.เชียงใหม่พรรคได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา และกำลังขยายผลไปยังผู้ปลุกระดม


2. การสร้างสถานการณ์ให้มีการเผชิญหน้าของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย โดยจะยั่วยุให้เกิดความรุนแรง และมีการตอบโต้ไปสู่เหตุการณ์จลาจลเหมือนเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา 3. การเตรียมการปลุกระดมสื่อแขนงต่างๆ ให้เกิดปฏิกิริยาของมวลชนเสื้อแดงในการลุกมาปกป้องวิทยุชุมชนของตัวเอง เพื่อ และ 4. การใช้วิธีสร้างความหวาดกลัว การใช้ความรุนแรงจุดกระแส เหมือนการลอบวางระเบิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การชุมนุมที่จ.เชียงใหม่และที่กทม.ที่จะเกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกันชัดเจน ขณะที่ 2 วันที่ผ่านมา มีการออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบของแกนนำนปช.ที่บอกว่าจะใช้วิธีการชุมนุมแบบดาวกระจาย แต่จะไม่รับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทางวอร์รูมจึงประเมินว่า สิ่งที่มีการเตรียมการเพื่อยกระดับการต่อต้านในการล้มรัฐบาลด้วยกำลัง เนื่องจากคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท กำลังเข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง


"วอร์รูมจึงเห็นว่ารัฐบาลควรประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่จ.เชียงใหม่อย่างเร่งด่วน และพิจารณาประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในกทม.เช่นกัน ก่อนที่จะเกิดเหตุความรุนแรง" นพ.บุรณัชย์ กล่าว

จารกรรมข้ามชาติ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แพลมออกมาว่ามี "เทปลับ" ในมือ

เป็นข้อความสนทนาระหว่างนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กับเลขาฯทูตไทยในเขมร

สั่งการให้หาข้อมูลเกี่ยวกับตารางการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ช่วงบินมาหาฮุนเซน

หวังว่าข่าวชิ้นนี้ จะเป็นแค่การเกทับบลัฟกันทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องจริง!

ถ้าเพราะมันเป็นเรื่องจริง ก็น่าเป็นห่วงประเทศไทย

เพราะมันแปลว่า มีการจารกรรมหรือการข่าวกรองแบบผิดกฎหมายดำเนินอยู่

สอดแนม ดักฟังโทรศัพท์

เนื่องจากฉากตามที่นายจตุพรบอก ตีความได้ว่าเป็นการโทร.สั่งการข้ามประเทศ

การดักฟังจึงอาจเกิดขึ้นได้ 2 จุด ถ้าไม่ใช่ในไทย ก็อาจเป็นในกัมพูชา

กรณีเป็นการดักฟังในไทยนั้น นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก ที่นายจตุพรจะได้ "เทปลับ" มา

เพราะก่อนหน้านี้ คนเสื้อแดงก็นำเทปลับมาเปิดแฉอยู่เรื่อยๆ

หลังการปฏิวัติ 19 กันยาฯ เป็นต้นมา ยังมีข่าวคนสำคัญในกองทัพ

ย้ายค่ายโทร.มือถือกันให้วุ่น!

ส่วนหากการดักฟังนั้น ไม่ได้ทำขึ้นในฝั่งไทย แต่ทำในฝั่งเขมรละก็

คราวนี้ละก็ ยุ่งใหญ่

สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ โดน "แท็บ" สายโทรศัพท์ แบบยุคสงครามเย็น?

สมมติว่าเป็นเขมรดักฟัง ไม่ใช่ไทยดักฟังกันเอง

แล้วข้อมูลสำคัญทางข่าวกรองของเขมร เล็ดลอดมาถึงมือส.ส.เพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงได้

ความมั่นคงของชาติ คงจะสั่นคลอน?

ก็ขนาดมีคนไทย ต่อสายถึงรัฐบาลเขมร หรือรัฐบาลเขมรต่อสายคนไทย ส่งผ่านข้อมูล "ลับสุดยอด" อย่างรวดเร็วง่ายดาย

เขมรจะทำจารกรรมสถานทูตไทย หรือชาติใด ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขา จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่มันจะแปลกทันที หากจารกรรมได้อะไรมา แล้วส่งต่อมาให้นักการเมืองไทย เอามาเขย่ารัฐบาลคนไทยด้วยกัน

ตอนนี้เขมรก็สร้างบรรยากาศเข้มข้น ว่าด้วยการจารกรรมระหว่างประเทศอยู่แล้ว เมื่อจับกุมวิศวกรไทย ด้วยข้อหาเป็นสปายสายลับ

ว่ากันอย่างเป็นธรรม หากรมว.ต่างประเทศ จะสั่งการสถานทูตไทยให้หาข้อมูลใดๆ ในเขมร

โดยเฉพาะข้อมูลที่หลายคนยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องปิดลับอะไร

อย่างตารางการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ

เป็นเรื่องที่รมต.ไทย กระทำผิดหรือ?

แต่นายจตุพรไปโยงกับข่าวเรื่องการเตรียมพร้อมฝูงบินเอฟ 16 เข้ากับเรื่องนี้

พูดเหมือนกองทัพอากาศไทย พร้อมจะบินล้ำน่านฟ้าเขมร เข้าไปถล่มฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณถึงเสียมราฐ

มันจะไม่เหมือนฉาก "หนังฮอลลีวู้ด" มากไปหน่อยละหรือ?

อย่างไรก็ดี เห็นฮุนเซนพูดเย้ยการข่าวของไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว

ก็น่าทบทวนมาตรการ การรักษาความลับภายในสถานทูตไทย ให้เข้มข้นกว่าเดิม!

บทบาทหอยม่วง (เน่า)

ที่มา เดลินิวส์

คุกคามสื่อ รัฐบาลมาร์ค เคยประณามรัฐบาลแม้ว สมัคร สมชาย อย่างรุนแรง พอตัวเองเป็นใหญ่ ก็ไม่ต่างเลย เคยด่าตอนแม้วจัดรายการ นายกฯ ทักษิณ พบ ประชาชน ว่า

เผด็จการ ล้างสมอง ยึดไมค์จ้อข้างเดียว

มาเป็นรัฐบาล มาร์ค เปลี่ยนจากวันเสาร์ เป็นวันอาทิตย์ เปลี่ยน ชื่อรายการเป็น เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ฯ แล้วก็ยึดไมค์ 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ ตั้งแต่วันแรก จน บัดนี้

เข้าข่าย เอาดีใส่ตัว โยนชั่วคนอื่น มั้ยเล่า

ที่เคยบอก เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ จะให้ฝ่ายค้านออกทีวี ก็มีข้ออ้างสวยหรู ยังไม่มีหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านตัวจริง คงนึกว่าคนไทยเป็นกระบือ นี่ถ้าไม่แหล ก็ไม่ว่ากันหรอก

แต่ดันอ้างตัวเป็นฝ่ายคุณธรรม ???

ช่อง 11 ทุกรัฐบาลแหละ บ้าอำนาจพอกัน ก็เอาเถอะ ทีฮู ทีอิท แต่จะดีจะชั่ว รัฐบาลสมัคร ยังเนียนกว่าแยะ ด้วยสำนึกว่า ขี้เหร่ เลยมีความละอายใจอยู่บ้าง

ช่อง 11 ที่โบราณไม่มีใครดู ยังปรับปรุงจนทันสมัย (สมัย จักรภพ เพ็ญแข) ทิ้งผลงานให้กล่าวขวัญบ้าง

แต่ยุค สาทิตย์ วงศ์หนองเตย จะทิ้งผลงานไว้ในแผ่นดินบ้างไหม นอกจากเปลี่ยนโลโก้ เป็น หอยม่วง ที่ใกล้จะเป็นหอยเน่าเข้าไปทุกวัน

เอาพรรคพวกไปยึด ก็ไม่ว่า แต่เนื้อหานี่สิ สุดทน วัน ๆมีแต่โฆษณาชวนเชื่อให้ข้างตัวล้วน ๆ หาความ เที่ยงตรง เที่ยงธรรม ตามที่คุยโวไม่ได้สักกระผีกลิ้น

ผู้จัดรายการแต่ละหน่อ ไม่รู้ขุดจากรูไหน นึกว่า นาซีครองเมืองหรือไง (วะ) มีแต่ล้างสมองให้ชิงชังอีกฝ่าย (เสื้อแดง) ทั้งที่ใช้ภาษีคนทั้งประเทศอุ้มอยู่ แล้วเสื้อแดงไม่ใช่คนไทยหรือไง

ไทยพีบีเอส นี่ก็อีกช่อง เอียงสุดกู่ แต่ขอไว้ถลกหนังวันหลังเถอะ เสียดายภาษี 2,000 ล้าน เต็มทนแล้ว

ที่ชั่วร้ายสุด ขณะที่ ไทย-กัมพูชา ตึงเครียดสุดขีด บางรายการ (วันแรกของสัปดาห์) ของช่องหอยเน่า ปลุกระดมให้คนไทยเกลียดผู้นำเพื่อนบ้านเต็มที่ ย้ำแล้วย้ำอีก เป็นผู้นำที่ขายชาติ ทรยศชาติ

แล้วคิดหรือที่พนมเปญ เค้าไม่ดู นี่รึทีวีรัฐที่มีหน้าที่ปลูกสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน เอาแต่เพาะความชิงชัง

ด่าคนชาติเดียวกันที่คิดต่างว่า ขายชาติ ไม่พอ ยังเอื้อมปาก (โสมม) ไปด่าเพื่อนบ้าน อย่างเมามันอีก

เสียดายนะ คนรุ่นใหม่ อย่างสาทิตย์ น่าจะพัฒนาวงการสื่อของรัฐให้ดีขึ้น ไม่ใช่เลวร้ายลงอย่างนี้เลย.

ดาวประกายพรึก

จิตใต้สำนึก

ที่มา ไทยรัฐ

สถานการณ์ระหว่าง ไทย-กัมพูชา จะบานปลายแค่ไหนก็ไม่ถึงกับไม่มีทางออก ยกเว้นแต่ว่าคนไทยจะช่วยกันออกมาจุดไฟเผาเมืองซะเอง ที่เห็นตื่นเต้นก็จะมีแต่รัฐบาลไทย นี่แหละ บ้านเราชักเพี้ยนๆชอบกล เกิดสุญญากาศขึ้นในบ้านเมือง ไม่มีเอกภาพ

นอกจากเรื่องที่ ส.ส.-ส.ว.จะเห็นดีเห็นงามขึ้นเงินเดือนตัวเองในขณะที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อนแล้ว ยังมีเรื่องซุกอำนาจอีกกระทอก ดูอย่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินนั่นปะไร

เก็บอาการอยากไม่อยู่

ฟังถ้อยแถลงของ คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.ที่มาจากการลากตั้ง ในฐานะคนสนิทของ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าฯ สตง.ที่เจอข้อครหาสำคัญทำนองว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเอาไว้อื้อ ออกมาระบุถึงกรณีข้อโต้แย้งการระบุอำนาจหน้าที่จะเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 252 นั้นไม่น่าจะมีปัญหา

เพราะมีการกำหนด อำนาจหน้าที่ของ คตง.และ สตง. ไว้ชัดเจน ดังนั้น การให้อำนาจในการตรวจสอบและสืบสวนจึงไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

เนื่องจากองค์กรอิสระในปัจจุบันจะมีอำนาจดำเนินการตรวจสอบ จนถึงที่สุดคือ สามารถส่งเรื่องไปที่ศาลยุติธรรมเองได้ แต่ คตง. ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงจะเป็นการยกระดับการทำงานของ คตง. ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เบื้องหน้าเบื้องหลังต้องย้อนกลับไปดู กระบวนการสรรหาคตง.และผู้ว่าฯ สตง.คนใหม่ ตามรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาลมาตรา 301 เรื่องนี้ค้างมากว่าปีแล้ว หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยกรณีการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและการสรรหา สตง.ก็นำไปเทียบเคียงกับกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ วุฒิสภาได้นำเรื่องทั้งหมดมาพิจารณาว่าเริ่มต้นกระบวนการ สรรหาได้เลยหรือไม่ ในที่สุดมีความเห็นถึงประธาน ส.ว.ว่าไม่สามารถดำเนินการได้ จะต้องมีการดำเนินการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

ผลก็คือ ถ้า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไม่มีการแก้ไขในมาตรา 116 ก็ จะเป็นประโยชน์กับอดีตกรรมการ คตง.ทั้ง 10 คน สามารถที่จะเข้ารับการสรรหาได้ต่อไปอีก ในจำนวนนั้นก็มีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อยู่ด้วย

เกิดการผูกขาดในองค์กรอิสระ

แล้วผู้ว่าฯ สตง.จะไปไหนเสีย ขบวนการลับลวงพรางก็ต่อยอดกันไปไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายต้นตอของปัญหา ก็จะวนกลับมาอยู่ที่เก่า นั่นคือ ความไม่ชอบธรรม อย่างที่เกิดขึ้นอยู่กับสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ถ้าคิดจะแก้วิกฤติก็ต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม อำนาจการตรวจสอบจะต้องไม่ผูกขาด โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ.

หมัดเหล็ก

ลับ ลวง พราง

ที่มา ไทยรัฐ

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.ประกาศรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ท่ามกลางความสงสัยว่า เหตุใด "เผด็จการตัวพ่อ" จึงเกิดชื่นชอบระบอบประชาธิปไตยถึงขนาดกระโดดลงเล่นการเมืองเต็มตัว??

หรือ "พล.อ.สนธิ" ซึ่งเป็นต้นตำรับ "ลับลวงพราง" จะวางแผน "ลับลวงพราง" เพื่อกลับมาทวงอำนาจการเมือง??

หรือ "พล.อ.สนธิ" ซึ่งเคย "ลับลวงพราง" คนอื่นไว้เยอะ จะถูกย้อนรอยให้มาติดกับดัก "ลับลวงพราง" ของตัวเอง??

เพราะไม่ว่ามองมุมไหน การตัดสินใจเล่นการเมืองของ "บิ๊กบัง" ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวมากกว่าอยู่เฉยๆกินบุญเก่าแน่นอน

"แม่ลูกจันทร์" หวังว่า พล.อ.สนธิ ต้องไตร่ตรองรอบคอบแล้วก่อนตัดสินใจ และเมื่อท่านตัดสินใจแล้วก็ขอให้โชคดี

พล.อ.สนธิ แถลงเปิดใจที่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ เพราะเหตุผล 4 ประการ

1, พรรคมาตุภูมิใช้นโยบายเป็นกลาง แก้ปัญหาขัดแย้งแตกแยกแบ่งขั้วแบ่งสีในสังคมไทย

2, พรรคมาตุภูมิชูนโยบายสร้างความสมานฉันท์ ความรัก และความสามัคคี

3, พรรคมาตุภูมิเน้นนโยบายซื่อสัตย์ สุจริตทางการเมือง

4, พรรคมาตุภูมิมีแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดภาคใต้อย่างชัดเจน

ถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าปฏิวัติ เหตุใดจึงเปลี่ยนบทบาทมาเล่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย??

พล.อ.สนธิ ตอบว่า เพราะระบอบประ-ชาธิปไตยมีประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ถามว่า เมื่อยึดมั่นระบอบประชา-ธิปไตยแล้วปฏิวัติทำไม??

พล.อ.สนธิ ตอบว่า ประชาธิปไตยคืออะไร ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้งเท่านั้น การปฏิวัติก็คือการรักษาประชาธิป-ไตยเหมือนกัน

ถามว่า การปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 นอกจากแก้วิกฤติไม่ได้ ยังซ้ำเติมประเทศไทยให้ถอยหลังกลับไปอีก 10 ปี

อดีตประธาน คมช. ซึ่งฉีกแนวมาเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ตอบว่า ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

สรุปว่า คำชี้แจงของ "บิ๊กบัง" ไม่มีคำตอบชัดเจนตรงไปตรงมา

แม้แต่คำถามที่ว่า ถ้าหากได้เข้าไปนั่งในสภาฯ จะร่วมสมานฉันท์กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่??

"บิ๊กบัง" ยังแทงกั๊กว่าเป็นเรื่องของอนาคต ต้องพิจารณากันอีกที

ก็นี่แหละ "ลับลวงพราง" ของแท้ 100 เปอร์เซ็นต์

อนึ่ง "แม่ลูกจันทร์" เห็นว่านโยบาย 4 ด้านของพรรคมาตุภูมิ ที่ "พล.อ.สนธิ" แถลงเปิดตัวไม่สามารถทำให้เกิดผลสำเร็จอย่างที่โฆษณา โดยเฉพาะนโยบายแก้ไขปัญหาขัดแย้งแตกแยกแบ่งขั้วแบ่งสีในสังคมไทย

เพราะตอนที่ พล.อ.สนธิ เป็นประธาน คมช. มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือยังสร้างความสมานฉันท์ไม่สำเร็จ

แถมยังทำให้สังคมไทยแตกแยกยับเยินยิ่งกว่าเดิม

เช่นเดียวกับนโยบายแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ "พล.อ.สนธิ" มั่นใจว่ามีแนวคิดและมีแนวนโยบายที่ทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ คืนสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

"แม่ลูกจันทร์" ไม่อยากขัดคอ เพราะ พล.อ.สนธิ ได้เคยแสดงฝีมือแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้มาแล้ว 3 ครั้ง 3 ครา

ครั้งแรก "พล.อ.สนธิ" เป็น ผบ.ทบ. ยุครัฐบาลทักษิณ ก็ล้มเหลวสิ้นเชิง

ครั้งที่สอง "พล.อ.สนธิ" เป็นประธาน คมช. ก็ยังล้มเหลวอยู่ดี

ครั้งที่สาม "พล.อ.สนธิ" เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง รัฐบาลขิงแก่ ก็ล้มเหลวตามฟอร์ม

วันนี้ "พล.อ.สนธิ" เปลี่ยนบทบาทใหม่เป็นนักการเมือง ประกาศอาสาดับไฟใต้ อีกครั้ง ถ้าพรรคมาตุภูมิได้ร่วมรัฐบาล

ล้มเหลวมาแล้ว 3 รอบ ยังไม่เข็ดอีกเรอะโยม??

แม่ลูกจันทร์

เหมือนรอตีตั๋วพิเศษ?

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_48163

อภิสิทธิ์

กะชิงจังหวะเล่นเกมเร็วเลย


ตามรายงานข่าววงในที่หลุดออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้จัดการใหญ่รัฐบาลและเลขาธิการพรรค ได้ส่งซิกไล่จี้ให้ 12 ส.ส.ของพรรคที่โดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ขาดขาดคุณสมบัติกรณีถือหุ้น และอยู่ระหว่างการรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ

ให้รีบลาออกเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมในช่วงปิดสมัยประชุมสภา

เพื่อไม่ให้กระทบต่อปัญหาองค์ประชุมสภาล่มซ้ำซาก และน่าจะรวมไปถึงคิวเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ที่แพลมไต๋ไว้แล้วจะยื่นญัตติเชือดในช่วงเปิดสภาต้นปีหน้า

แก้หมากกันแบบลุกลี้ลุกลน

ในอารมณ์ของผู้จัดการใหญ่ "เทพเทือก" เดินเกมต่ออายุรัฐบาลผสมทุกวิถีทาง


แต่ในจังหวะที่ขัดกัน กลับเป็นฝ่ายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตามอารมณ์ที่สะท้อนผ่านจอมเก๋าอย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ส่งสัญญาณให้ 12 ส.ส.ยื้อสู้คดีให้ถึงที่สุด

"ปรมาจารย์ชวน" ยังมั่นใจในคาถา "หนังเหนียว" ของคนยี่ห้อประชาธิปัตย์


ยากจะมีอันเป็นไปง่ายๆ

"เทพเทือก" ประคองตัวเลข ส.ส.ในปีกของพรรคร่วมรัฐบาลเต็มที่ แต่ทีมของ "อภิสิทธิ์" ไม่ได้อีนังขังขอบกับเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ปริ่มน้ำ หมิ่นเหม่กับคิวสภาล่มซ้ำซาก เสี่ยง
แพ้โหวตฝ่ายค้าน

และไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขผู้แทนฯในสภา ยังรวมไปถึงการประคองเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลในภาพรวม

จับทางได้ว่า "อภิสิทธิ์" เชิดใส่ ไม่สนหน้าไหนแล้ว


กับคิวตั้งใจ "เหยียบตาปลา" พรรคร่วมรัฐบาล

อย่างที่เห็นอาการช้ำหนักสุดก็คือทีมมัชฌิมา ค่ายภูมิใจไทย ในปีกของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่โดนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ "รับซิก" กับนายกฯอภิสิทธิ์ เสียบสกัดตัดขา
โครงการระบายสินค้าเกษตรของ "เจ๊วา" นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์

ขวางดะทั้งคิวข้าวโพด ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง

เบรกกันแบบไม่ไว้หน้า

แสดงให้เห็นเลยว่า ไม่ยี่หระที่จะถูกมองว่า การปัดแข้งปัดขามาจากอารมณ์แค้นเคือง ชิงเหลี่ยมกันทางการเมือง มากกว่าจะทำงานเป็นทีมเวิร์กเพื่อผลประโยชน์ชาติ

ยี่ห้อ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" โดนหักแบบไม่ให้ราคา

อาการ "หมั่นไส้" ยังพาลไปถึงยี่ห้อภูมิใจไทย ในปีกของนายเนวิน ชิดชอบ ก็โดนประชาธิปัตย์เขม่นเรื่องแย่งซีนกันจัดงานใหญ่ ฉลองวันมหามงคล

นัยว่า อย่าให้มันได้หน้าคนเดียว


ในอารมณ์เดียวกับคิวขวางยี่ห้อ "เนวิน" ตีกิน โดยคิวของพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็โดนนายกฯอภิสิทธิ์เล่นรับส่งลูกกับนายกอร์ปศักดิ์ เสียบสกัดการเดินหน้าบิ๊กโปรเจกต์โทรศัพท์ 3 จี ในส่วนของบริษัททีโอทีฯ

ทั้งๆที่ต้นเรื่องอย่าง "เจ๊นก" ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีที สั่งตีธงเดินหน้า ใส่เกียร์ห้าลุยแบบสุดกำลัง ขึ้นคัตเอาต์โฆษณากันทั่วบ้านทั่วเมือง

หวังจะปั่นผลงานชิ้นโบแดง

แต่เจอมุก "อภิสิทธิ์" รับซิกจาก "กอร์ปศักดิ์" แตะเบรกหัวทิ่ม สั่งให้ชะลอโปรเจกต์ ลากเกมออกไป "หักหน้ากันดื้อๆ" โดยไม่ได้ คำนึงว่า 3 ผู้คุมกฎของค่ายเพื่อแผ่นอย่าง "พินิจ จารุสมบัติ-ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ-ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี"

จะมีปฏิกิริยาสวนกลับยังไง


ในอารมณ์ที่ "อภิสิทธิ์" ไม่ไยดีกับพรรคร่วมรัฐบาล นั่งร้านที่ช่วยกันค้ำเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ผิดธรรมชาติผู้นำรัฐบาลผสม

โดยทิศทางลม เหมือนจะล้อกับกระแสข่าวที่แว่วๆฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยจ่อ "ล้มกระดาน" ไม่ปล่อยให้ลงสนามเลือกตั้ง สกัดเครือข่าย "ทักษิณ" กลับมาเป็นฝ่ายถืออำนาจ

เส้นทางเปิด "รัฐบาลพิเศษ"

ในมุมนี้ก็หวังกันได้ กับ "เด็กดี" ยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" ผู้มีต้นทุนส่วนตัวสูง ใสสะอาดหมดจดอยู่ในดงนักเลือกตั้งต้นทุนต่ำ

มั่นอกมั่นใจกับภาพของ "น้ำโพลาริสในขวดลอยอยู่กลางน้ำครำ"

รอ "ตั๋วพิเศษ" เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลพิเศษ ไม่มีผู้แทนราษฎรในสภา

ไม่ต้องพึ่งเสียง ส.ส.ค้ำเก้าอี้.


ทีมข่าวการเมือง

เพื่อไทยเตือนนายกฯอย่าดันทุรังไปเชียงใหม่

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_48278

พรรคเพื่อไทย เตือนนายกฯ​ ให้ยกเลิกไปจ.เชียงใหม่ หากไม่มั่นใจเรื่องการรักษาความปลอดภัย แถมเปลืองงบประมาณ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ...

ช่วงเช้าวันนี้ (21 พ.ย.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 29 พ.ย. โดยจะมีชาวเชียงใหม่จำนวนมากไม่ต้องการต้อนรับนายกฯ นั้น คาดไม่ถึงว่าการบริหารราชการแผ่นดินของนายกฯ จะเป็นคนชอบท้าทายประชาชน ชอบให้ชีวิตแบบมีลุ้น ยังดันทุรังที่จะไป คล้ายเด็กดื้อที่จะทำอะไรต้องทำให้ได้ ขอฝากถามนายกฯ ว่าเป็นอะไรมากหรือไม่ มั่นใจได้อย่างไรว่าทีมรักษาความปลอดภัยจะดูแลนายกฯได้ ขอเตือนไปยังนายกฯว่าหากไม่ชัวร์ เรื่องความปลอดภัยขอให้ยกเลิกไป จ.เชียงใหม่ เพราะเมื่อคืนหลังกลับจากเชียงใหม่ นอนฝันว่ามีประชาชนนับแสนวางแผนเตรียมต้อนรับนายกฯ ชนิดที่หน่วยข่าวกรอง ชุดรักษาความปลอดภัยของนายกฯคาดไม่ถึง แม้ทราบว่ามีการวางแผนที่จะใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน หากนายกฯ ยังดันทุรังจะไปเชียงใหม่ โดยขนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนับพันคน ปิดถนนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน คงต้องใช้งบประมาณอีกหลายล้านบาท ยิ่งวันนี้รัฐบาลอยู่ในสภาพบักโกรก กลับจะใช้เงินโดยไม่จำเป็นอีก ดังนั้นหากรัฐบาลบริหารประเทศไปไม่ไหวควรยุบสภา และกำหนดกติการ่วมกันให้ยอมรับผลการเลือกตั้งดีกว่า

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ที่เปิดให้นักจัดรายการบางคน จีบปากจีบคอด่าฝ่ายตรงข้าม โดยด่าข้ามประเทศไปถึงกัมพูชานั้น ขอเรียกร้องให้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ควรยุบสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวทิ้งได้แล้ว มีไว้สร้างความแตกแยกให้สังคม ขัดต่อพันธกิจของสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องสร้างความสามัคคี ขอเรียกร้องให้ตั้ง กบว.สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี เพื่อตรวจสอบ กลั่นกรองนักจัดรายการว่าใช้สื่อของรัฐเอื้อประโยชน์ สร้างความแตกแยกในสังคมหรือไม่

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามปลุกกระแสคลั่งชาติ โดยมีทีมสร้างภาพของรัฐบาลรับลูกกันเป็นทอดๆ เพื่อกลบเกลื่อนปัญหาทุจริต คอรัปชั่น เห็นได้จากข้อมูลขององค์กร เพื่อความโปร่งใส สำนักตรวจสอบ และจัดอันดับคอรัปชั่นของโลกพบว่ารัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการคอรัปชั่นเพิ่มมากขึ้นกว่าในสมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาล ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดังนั้นขอเรียกร้องให้นักวิชาการ ผู้ที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของทุกรัฐบาล โดยเฉพาะนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมและมนุษยวิทยา มหาวิทลัยธรรมศาสตร์ วันนี้ไปอยู่ที่ไหน ออกมาช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลชุดนี้บ้าง

เขมรสร้างบ้านรอ บิ๊กเสื้อแดง ปัดส่งอาวุธหนุน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_48301

สื่อเขมรพาดหัว ระบุ รัฐบาลกัมพูชาเตรียมบ้านรับรองให้แกนนำเสื้อแดงที่อาจหนีจากไทย โดยมีรูปนายจักรภพ เพ็ญแข ชู 2 นิ้วขึ้นหน้าหนึ่ง ...

เมื่อเช้าวันนี้ ( 21 พ.ย.52 ) ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วโดยมี พ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวเขมร เดินทางเข้ามาค้าขายและรับจ้างในตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดน ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งอยู่บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าด่านกลับมาคึกคักเหมือนเดิม นอกจากชาวเขมรแล้วช่องทางขาออกไปกัมพูชา ก็คึกคักไม่แพ้กันโดยมีนักพนันชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากเดินทางผ่านด่าน ตม.อรัญประเทศ ออกไปฝั่งกัมพูชา ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ กลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

ส่วนบรรยากาศภายในตลาดโรงเกลือ ซึ่งเริ่มมีอากาศที่หนาวเย็นขึ้นทำให้มีพ่อค้า แม่ค้า ชาวเขมร นำเสื้อกันหนาวมือสองและผ้าห่มมือสอง ออกมากองและแขวนขายกันเป็นจำนวนมากโดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาหาและเลือกซื้อเสื้อกันหนาวและผ้าห่มมือสองกันอย่างคึกคัก

แต่อย่างไรก็ดี บรรยากาศที่คึกคักก็ยังแฝงไปด้วยความวิตกกังวลของพ่อค้า แม่ค้า ชาวกัมพูชา โดยมีพ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชา บางส่วนได้นำหนังสือพิมพ์กัมพูชา มาอ่านและวิพากวิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชา ฉบับประจำวันที่ 20 พ.ย.52 ซึ่งมีมาวางจำหน่ายในกรุงปอยเปต และชาวกัมพูชานำเข้ามาจำหน่ายในตลาดโรงเกลือ เช้าวันนี้ ได้พาดหัวข่าวว่า”เขมรปฏิเสธส่งอาวุธให้กลุ่มเสื้อแดง และระบุกัมพูชาเตรียมบ้านรับรองให้แกนนำคนเสื้อแดงที่หลบหนีคดี โดยมีภาพนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำคนเสื้อแดงที่หลบหนีคดีฯ ชู 2 นิ้ว ขึ้นหน้าหนึ่งของ น.ส.พ.รัศมีกัมพูชา ด้วย


นายมอง เวียน อายุ 33 ปี ชาวกัมพูชาและเป็นพ่อค้าเสื้อผ้ามือสองในตลาดโรงเกลือ เผยว่าจากข่าว น.ส.พ.รัศมีกัมพูชา ทำให้พ่อค้า แม่ค้า ชาวกัมพูชา บางคนหวั่นวิตกว่าหากสถานการณ์ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ยังไม่ยุติและยังมีการตอบโต้กันทั้งทางสื่อฯและรัฐบาล จะทำให้การค้าบริเวณชายแดนเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากคนกัมพูชากลัวเหตุการณ์บานปลายทำให้ปัญหาลุกลามและเป็นจุดล่อแหลมที่จะทำให้ด่านชายแดนถูกสั่งปิด ซึ่งจะกระทบกับพ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชาที่ค้าขายในตลาดโรงเกลือ โดยตรงเพราะตลาดโรงเกลือ ส่วนใหญ่ประมาณ 90% จะเป็นชาวกัมพูชาที่มาค้าขายในตลาดโรงเกลือ และชาวกัมพูชาก็มีสินค้าจำนวนมากอยู่ในตลาดโรงเกลือ หากด่านถูกสั่งปิดสินค้าของชาวกัมพูชาที่มีมูลค่าเป็นร้อยๆล้านบาทที่อยู่ในตลาดโรงเกลือ จะทำอย่างไร ซึ่งกำลังเป็นที่หวั่นเกรงของชาวกัมพูชาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวการสร้างบ้านรับรองให้กับแกนนำคนเสื้อแดงของไทยที่หลบหนีคดี อาจทำให้รัฐบาลไทย ไม่ไม่พอใจแล้วตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาด้วยการสั่งปิดพรมแดนได้ จึงอยากให้รัฐบาลไทยและกัมพูชา หาทางเจรจากันอย่าปล่อยให้มีการตอบโต้กันอีกเลย นายมอง เวียน “กล่าว”

ส่วน น.ส.พ.รัศมีกัมพูชา ซึ่งพาดหัวข่าว”เขมรปฏิเสธส่งอาวุธให้กลุ่มคนเสื้อแดง และระบุกัมพูชาเตรียมบ้านรับรองให้กับแกนนำคนเสื้อแดงที่อาจหนีจากไทย “โดยมีภาพนายจักรภพ เพ็ญแข ชู 2 นิ้ว ขึ้นหน้าหนึ่งนั้น น.ส.พ.รัศมีกัมพูชา ระบุเป็นการเปิดเผยของ นายเขียว สุเพี๊ยะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา และได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของนายจักรภพฯที่เคยให้สัมภาษณ์ น.ส.พ.เอเซียไทม์ ออนไลน์ ว่าคนเสื้อแดง ได้สั่งอาวุธจากกัมพูชาโดยจะส่งไปให้คนเสื้อแดงที่ภาคอีสานเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลไทยนั้น โดยกล่าวว่าเรื่องอาวุธนั้นกัมพูชาไม่มีแต่ก็ไม่ขาด รัฐธรรมนูญกัมพูชากำหนดไว้ว่า กัมพูชาไม่ให้ดินแดนหรืออาวุธให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือใครหรือเพื่อล้มรัฐบาลใด และกัมพูชาไม่เคยทำร้ายประเทศไทย มีแต่ไทยที่ทำร้ายกัมพูชา

ทั้งนี้ น.ส.พ.รัศมีกัมพูชา ยังระบุว่า น.ส.พ.เอเซียไทม์ออนไลน์ ได้เสนอข่าวว่าหลังจากรัฐกัมพูชาสร้างบ้านรับรองให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในกัมพูชาแล้ว กำลังเตรียมบ้านพักรับรองให้กับแกนนำคนเสื้อแดงที่หลบหนีคดี คือนายจักรภพ เพ็ญแข และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อีก

‘อ๋อย’ แย้ม ไม่หวังฟื้น ทรท. แต่หวังยุบ ปชป. ฐานสร้างพยานเท็จ

ที่มา ประชาไท

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต รองผอ.กอ.รมน. นำพยาน 2 ราย ที่เคยให้การต่อตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรักไทยมาเปิดเผยว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คนละ 15 ล้านบาท เพื่อปรักปรำพรรคไทยรักไทย จนทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบไปในที่สุดนั้น

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว โดยยอมรับว่า การต่อสู้เพื่อให้รื้อฟื้นคดีและชนะคดียุบพรรคไทยรักไทยนั้นเป็นเรื่องยาก แม้จะมีพยาน 2 คนออกมาสารภาพว่าถูกจ้างวานให้เป็นพยานเท็จก็ตาม ดังนั้น จะพุ่งเป้าไปที่การเอาผิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ว่าจ้างให้พยานทั้ง 2 คน มาใส่ร้ายพรรคไทยรักไทย เพราะถือเป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน และเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังประสานงานกับ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยที่ตกเป็นจำเลยคดีอาญาในฐานะผู้ว่าจ้างพรรคเล็กให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อขอให้มาเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง

ทั้งนี้เขากล่าวด้วยว่า เมื่อได้หลักฐานใหม่ที่เป็นประโยชน์ในทางคดี เราก็มีสิทธิอันชอบธรรมในการเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือเป้าหมายที่มีโอกาสเป็นไปได้สูง สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการเอาผิด จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.การเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญากับพรรคประชาธิปัตย์ฐานจงใจใช้พยานเท็จ และ 2.การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กตต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเลขาธิการพรรคกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง หาก กกต.วินิจฉัยว่ามีมูล ก็จะยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป

............................
ที่มา : เรียบเรียงจากเว็บไซต์มติชน